Home Blog Page 405

AIS 5G จับมือซัมซุง โชว์ศักยภาพ Samsung Galaxy S21 Series 5G

0
ปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าทั่วไป เอไอเอส

นายปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าทั่วไป เอไอเอส กล่าวว่า เอไอเอสเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง เช่น เทคโนโลยี 5G SA-Stand Alone ที่ AIS 5G เป็นรายแรกที่เปิดตัวตั้งแต่เดือน กรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมา โดยล่าสุด ได้จับมือกับ ซัมซุง นำสุดยอดสมาร์ทโฟนที่ครบเครื่องที่สุด อย่าง Samsung Galaxy S21 Series 5G สมาร์ทโฟนซัมซุงรุ่นแรกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่พร้อมรองรับเครือข่าย 5G SA มามอบให้ลูกค้า AIS ได้สัมผัสประสบการณ์ The Best 5G SA Network กับ The Best 5G SA Device  ที่เหนือระดับยิ่งกว่า ใน 3 ประการ ได้แก่ Super High Upload Speed เชื่อมต่อโลกออนไลน์ได้เร็วกว่า แรงกว่า, Support 8K Ultra HD รับชมสตรีมมิ่งคอนเทนต์ ความคมชัดสูงระดับ 8K พร้อมการใช้งาน AR (Augmented Reality) และ VR (Virtual Reality) ได้อย่างไม่มีสะดุด  และ Ultra Low Latency ด้วยค่าความหน่วงต่ำที่สุด ทำให้สามารถตอบสนองได้เร็วยิ่งกว่า พร้อมการสั่งงานและควบคุมสิ่งต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วด้วยความเสถียรสูงสุด

ลูกค้าเอไอเอส สามารถเป็นเจ้าของสมาร์ทโฟน Samsung Galaxy S21 Series 5G บนเครือข่าย 5G SA อันดับ 1 รับข้อเสนอสุดพิเศษ ลดสูงสุด 22,000 บาท และลดเพิ่มอีก 4,000 บาท เมื่อใส่ Code “DIS4000” ที่ AIS Online Store พร้อมรับเน็ต 5G แบบไม่จำกัด เมื่อสมัครพร้อมแพ็กเกจ 5G Max Speed 1,199 บาทขึ้นไป และ รับฟรี YouTube Premium ดูยูทูปแบบไม่มีโฆษณาคั่น สำหรับลูกค้าย้ายค่ายได้รับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 2,000 บาท

นายสิทธิโชค นพชินบุตร รองประธานองค์กร ธุรกิจโทรคมนาคมและไอที บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ ถือเป็นการยกระดับการใช้งานสมาร์ทโฟน 5G ขึ้นไปอีกขั้น ด้วย Galaxy S21 Series 5G ที่พร้อมใช้งานบนเทคโนโลยีล่าสุด 5G Standalone (SA) แล้ว บนเครือข่าย AIS 5G SA ที่มีคลื่นมากสุด โดยซัมซุงเปิดให้เริ่มอัพเดตซอฟต์แวร์ไปแล้วตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา มั่นใจว่าผู้ใช้งานจะได้สัมผัสกับประสบการณ์บนความเร็วแรงยิ่งขึ้นกว่าเดิม โดยซัมซุงถือเป็นผู้นำตลาดสมาร์ทโฟน 5G ในประเทศไทย และยังคงมุ่งมั่นนำเสนอนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภคทุกกลุ่มอย่างต่อเนื่องไปพร้อมกันกับประเทศอื่นๆ ทั่วโลก

Samsung Galaxy S21 Series 5G ถูกออกแบบมาเพื่อยกระดับประสบการณ์ การสร้างสรรค์ Content ให้เก็บทั้งภาพและวิดีโอได้ คุณภาพสูงดั่งมืออาชีพ ถ่ายรูปสวย ครบทุกสีสัน ผ่านเซ็นเซอร์กล้องใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในตระกูล Samsung Galaxy รวมถึง การถ่ายวิดีโอระดับ HDR10+ คมชัดทุกสภาพแสง ที่มาพร้อมกับฟีเจอร์ใหม่ อาทิ โหมด Director’s View กับมุมมองหลากหลายเลนส์ให้เลือกปรับเปลี่ยนได้ขณะถ่าย ไม่ต้องตัดต่อ รวมถึงโหมด Vlogger View ถ่ายคอนเทนต์ผ่านกล้อง หน้า-หลังได้พร้อมกัน เพื่อเก็บความประทับใจทุกช็อตได้แบบไม่มีพลาด รวมถึงยังเหมาะกับการดู Content  ด้วยจอแสดงผลรีเฟรชเรท 10 -120 Hz บนความละเอียดสูงระดับ WQHD+ เพื่อให้ดูคอนเทนต์ได้อย่างลื่นไหล แสดงผลเฉดสีที่แม่นยำอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนด้วยจอขอบเขตสีกว้างถึง 3 ล้านต่อหนึ่ง นอกจากนี้ยังสู้แดดได้ดี ใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพกลางแจ้ง ชัดเจนกับความสว่างจอ 1,500 nits

ซีพี-ซีพีเอฟ ช่วยชาติ! ส่งอาหารจากใจ หนุน ก.สาธารณสุข ร่วมสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้ประเทศ

0

ผู้สื่อข่าว รายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และผู้บริหารกระทรวง รับมอบผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมรับประทาน ของ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ในโครงการ “CPF ส่งอาหารจากใจ ร่วมต้านภัยโควิด-19” ตามนโยบายเครือเจริญโภคภัณฑ์ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่และเป็นกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์ จาก นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร ซีพีเอฟ ณ ห้องประชุมชัยนาทนเรนทร สำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุข

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.กระทรวงสาธารณสุข กล่าวขอบคุณเครือซีพี-ซีพีเอฟ ที่ได้ช่วยดูแลสังคมไทยในวิกฤตโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง ด้วยการสนับสนุนผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมทานมาตั้งแต่การระบาดระลอกแรก ซึ่งช่วยแบ่งเบาภารกิจของภาครัฐ และเป็นกำลังใจที่ดีให้กับทีมแพทย์ พยาบาล รวมทั้งเจ้าหน้าที่ได้มีอาหารอร่อย คุณภาพปลอดภัย เติมพลังกายสู้ศึกโควิดได้อย่างเต็มที่

“ขอบคุณในความกรุณาของ ประธานอาวุโสธนินท์ เจียรวนนท์ ที่ระดมสรรพกำลังด้านต่างๆ อาทิ อาหาร เครื่องดื่ม และหน้ากากอนามัย มาช่วยเหลือทุกครั้งและไม่เคยทอดทิ้งบุคลากรทางการแพทย์”

ด้าน นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร ซีพีเอฟ กล่าวว่า ซีพีเอฟ ขอนำความเชี่ยวชาญของบริษัทฯ ร่วมเคียงข้างคนไทย โดยร่วมมือกับรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุข ส่งอาหารคุณภาพปลอดภัยและเครื่องดื่มให้บุคลากรทางการแพทย์ ตลอดจนผู้กักตัว ตั้งแต่การระบาดระลอกแรก จนถึงปัจจุบัน ซึ่งได้มอบไปแล้วมากกว่าล้านแพ็ค กระจายไปยังโรงพยาบาลหลัก โรงพยาบาลสนามต่างๆ ทั่วประเทศ ล่าสุด ซีพีเอฟ ส่งอาหารจากใจ แบ่งปันความอิ่มอร่อยเพื่อแทนคำขอบคุณ
ประชาชนที่ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ร่วมสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้ประเทศ

ตลอดระยะเวลามากกว่า 1 ปี ที่ประเทศไทยเผชิญวิกฤตโควิด-19 ซีพีเอฟ ได้นำความเชี่ยวชาญด้านอาหารไปช่วยเหลือสังคม โดยริเริ่มโครงการ “CPF ส่งอาหารจากใจ ร่วมต้านภัยโควิด-19” เสริมเสบียงทีมแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ ของโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงฯ เพื่อลดเวลาการจัดเตรียมอาหารไปดูแลรักษาผู้ป่วยอย่างเต็มความสามารถ

ความช่วยเหลือดังกล่าว เป็นไปตามนโยบายของประธานอาวุโส ธนินท์ เจียรวนนท์ ที่ต้องการให้ทุกบริษัทในเครือซีพี ร่วมช่วยเหลือสังคมในสถานการณ์โควิด-19 ภายใต้โครงการ “ซีพีร้อยเรียงใจ สู้ภัยโควิด-19” นับจากวันแรก…ถึงวันนี้ ซีพีเอฟ มอบอาหารพร้อมรับประทาน เพื่อบุคลากรทางการแพทย์และพี่น้องคนไทยแล้วหลายล้านแพ็ค รวมถึงน้ำดื่มและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพหลายล้านขวด ตลอดจนวัตถุดิบอาหารสดและเครื่องปรุงรส สำหรับนำไปปรุงอาหาร แก่โรงพยาบาลหลัก โรงพยาบาลสนาม กลุ่มเปราะบาง ศูนย์ฉีดวัคซีน และหน่วยงานต่างๆ ทั่วประเทศ มากกว่า 500 แห่ง และจะยังคงมุ่งมั่นช่วยเหลือประชาชนและสังคม เคียงข้างคนไทยเป็น ‘ทีมประเทศไทย’ ก้าวผ่านวิกฤตโควิด-19 ไปด้วยกัน

ออมสิน อัดเม็ดเงินช่วยเอสเอ็มอี ปล่อยสินเชื่อเพื่อธุรกิจท่องเที่ยวรายเล็ก 5 แสนบาท ดอกเบี้ย 3.99% ไม่ต้องมีหลักประกัน

0
วิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการ ธนาคารออมสิน

นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ปัจจุบันที่การแพร่ระบาดของ COVID-19 ได้ส่งผลกระทบอย่างมากต่อภาคธุรกิจ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ซึ่งไม่เพียงแค่ธุรกิจโรงแรมหรือที่พัก แต่ยังรวมถึงกิจการอื่น ๆ ด้วยที่ดำเนินธุรกิจพึ่งพาการท่องเที่ยว เช่น ร้านอาหารและเครื่องดื่ม ร้านจำหน่ายสินค้า ธุรกิจสปาและนวดแผนไทย ธุรกิจการเดินทางและขนส่ง เป็นต้น​ โดยผู้ประกอบการ SMEs เหล่านี้จำนวนมากขาดกระแสเงินทุนหมุนเวียนเพื่อใช้ประคับประคองธุรกิจในช่วงวิกฤติจากการแพร่ระบาดครั้งนี้

โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ออมสินช่วยเหลือ SMEs ในภาคการท่องเที่ยว เป็นความตั้งใจของธนาคารออมสินที่จะช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ท่องเที่ยวและธุรกิจเกี่ยวเนื่อง โดยการให้สินเชื่อสำหรับใช้เป็นเงินทุนดำเนินกิจการหรือเสริมสภาพคล่อง วงเงินกู้สูงสุดรายละ 500,000 บาท ให้กู้เป็นระยะเวลา 5 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 5 ปีเท่ากับ 3.99% และปลอดชำระเงินต้นในปีแรก ผู้มีสิทธิ์กู้เป็นบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ใช้บุคคลเป็นหลักประกันการกู้ ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์และ บสย. ค้ำประกัน

ทั้งนี้ ธนาคารออมสิน จะผ่อนปรนเกณฑ์การพิจารณาโดยดูรายได้ในอดีตของกิจการเป็นหลัก เนื่องจากธนาคารทราบดีว่าปัจจุบันกิจการต้องขาดรายได้เพราะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาด

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนขอสินเชื่อโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำฯ ผ่านเว็บไซต์ธนาคารออมสิน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ หรือติดต่อโดยตรงที่สำนักสินเชื่อธุรกิจธนาคารออมสิน 82 แห่งทั่วประเทศ ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ทั้งนี้ สามารถกดลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ และค้นหาสถานที่ตั้งสำนักสินเชื่อฯ ในแต่ละจังหวัดได้ที่ www.gsb.or.th

ผู้ว่าฯ กทม. ตรวจเยี่ยมจุดให้บริการฉีดวัคซีนนอก รพ. ที่ พีทีที สเตชั่น พระราม2

0

พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยผู้บริหารกรุงเทพมหานคร  และ ดร.กฤษณะ วจีไกรลาศ เลขาธิการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ร่วมตรวจเยี่ยมการดำเนินการจุดบริการฉีดวัคซีนนอกโรงพยาบาลที่สถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น พระราม 2 ขาออก (กม.12) โดยมี นายบุญมา พนธนกรกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ (ที่ 3 จากขวา) พร้อมด้วย นพ.ชาลี บุษยาพร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบางปะกอก 8 ให้การต้อนรับ

จุดบริการฉีดวัคซีนดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่าง โออาร์ กรุงเทพมหานคร สภาหอการค้าไทย และโรงพยาบาลในเครือบางปะกอกและปิยะเวท ในการจัดพื้นที่ให้เป็นหนึ่งในหน่วยบริการวัคซีน COVID-19 นอกโรงพยาบาลสำหรับประชาชนทั่วไปในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนได้รับวัคซีนได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง สามารถให้บริการฉีดวัคซีนได้ 1,500 คน/วัน โดยเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2564 ที่ผ่านมาได้เริ่มให้บริการฉีดวัคซีนแก่ประชาชนทั่วไปที่ลงทะเบียนนัดหมายวัน เวลา และสถานที่ทางเว็บไซต์ www.ไทยร่วมใจ.com แอปพลิเคชั่นเป๋าตัง และร้านสะดวกซื้อ ตามที่กรุงเทพมหานครกำหนด

ทั้งนี้ การจัดสถานีบริการ พีทีที สเตชั่น พระราม 2 ขาออก (กม.12) เป็นสถานที่ฉีดวัคซีนนอกโรงพยาบาลในครั้งนี้ เพื่อเป็นอีกช่องทางที่จะสนับสนุนให้ประชาชนได้รับวัคซีนได้โดยเร็วที่สุดเพื่อลดอัตราการติดเชื้อและความรุนแรงของผู้ป่วยหากติดเชื้อ อีกทั้งยังสอดคล้องกับการที่ โออาร์ ได้พัฒนารูปแบบของสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น ให้พร้อมเป็นศูนย์กลางที่เติมเต็มความอุ่นใจระหว่างทางให้ผู้เดินทาง รวมไปถึงเติมเต็มคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนและรอยยิ้มให้คนทุกระดับ ตอบโจทย์การใช้ชีวิตทุกรูปแบบ ด้วยแนวคิด “Living Community”  เพื่อให้ พีทีที สเตชั่น เป็นพื้นที่ที่เติมเต็มทุกความสุขให้ทุกคนได้อย่างแท้จริง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเดินทางไปสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น พระราม 2 ขาออก (กม.12) ได้ที่ โทร. 1365 Contact Center

ซีพีเอฟ มอบเครื่อง X-RAY หนุน รพ.สนามเจ็ดคต จ.สระบุรี

0

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ได้ส่งมอบเครื่อง X-RAY ระบบดิจิตอล ประสิทธิภาพสูง มูลค่า 3.8 ล้านบาท ให้แก่ นายแพทย์ กฤษณ์ สกุลแพทย์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสระบุรี เพื่อใช้ในการปฏิบัติงานของทีมแพทย์สำหรับตรวจรักษาผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ในจังหวัดสระบุรี จาก นายสิริพงศ์ อรุณรัตนา ประธานผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ ธุรกิจสัตว์บก ซีพีเอฟ โดยมี นายแพทย์ อนันต์ กมลเนตร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสระบุรี, นายแพทย์ ธนะวัฒน์ วงศ์ผัน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลหนองแค และ นายแพทย์ สมชาติ สุจริตรังษี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเสาไห้เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ร่วมรับมอบ ณ โรงพยาบาลสนามค่ายลูกเสือเจ็ดคต-โป่งก้อนเส้า อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ร่วมด้วย ณ  โรงพยาบาลสนามเจ็ดคต จ.สระบุรี 

ทั้งนี้ เครื่องดังกล่าวมีชุดประมวลผลภาพเอกซเรย์ด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) น้ำหนักเบา สะดวกในการเคลื่อนย้ายไปใช้ประโยชน์ตามโรงพยาบาลสนาม และจุดต่างๆ ที่จำเป็น ช่วยเพิ่มศักยภาพให้การปฏิบัติงานของทีมแพทย์ ในโรงพยาบาลสนามต่างๆ ได้เต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น 

ซีพีเอฟ ในฐานะผู้ผลิตอาหารชั้นนำ ได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19 ด้วยความเคร่งครัดมาอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนเข้มงวดกับมาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัยของการผลิตอาหารตลอดห่วงโซ่ ทำให้มั่นใจได้ว่าสามารถส่งมอบอาหารปลอดภัยสู่พี่น้องประชาชนได้อย่างเพียงพอในทุกวิกฤต ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ได้นำความเชี่ยวชาญด้านอาหารไปช่วยเหลือสังคมโดยเฉพาะภาวะวิกฤตเช่นนี้ ดำเนินโครงการ “CPF ส่งอาหารจากใจ ร่วมต้านภัยโควิด-19” ตั้งแต่ปี 2563 เพื่อมอบอาหารให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ ในฐานะนักรบเสื้อกาวน์ที่เป็นด่านหน้าอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน 

จากวันแรก…ถึงวันนี้ ซีพีเอฟมอบอาหารพร้อมทาน สนับสนุนทั้งบุคลากรทางการแพทย์และพี่น้องคนไทยแล้วหลายล้านแพ็ค ตลอดจนน้ำดื่มและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพหลายล้านขวด รวมถึงวัตถุดิบอาหารสดและเครื่องปรุงรส สำหรับนำไปปรุงอาหาร แก่โรงพยาบาลหลัก โรงพยาบาลสนาม กลุ่มเปราะบาง ศูนย์ฉีดวัคซีน และหน่วยงานต่างๆ กว่า 500 แห่งทั่วประเทศ ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าส่งมอบความช่วยเหลือด้านอาหารตามนโยบายเครือซีพี ภายใต้โครงการ “ซีพีร้อยเรียงใจ สู้ภัยโควิด-19” อย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมเคียงข้างคนไทยก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน

กรมชลฯ จัดนิทรรศการเสมือนจริงบนโลกออนไลน์ ฉลองครบ 119 ปี

0

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่าหรือโควิด-19 ในปัจจุบัน จึงได้กำหนดการจัดงานวันสถาปนากรมชลประทานครบรอบ 119 ปี  ในรูปแบบนิทรรศการเสมือนจริง หรือ Virtual Exhibition 360 องศา ภายใต้ชื่องาน “RID TEAM : สานพลังน้ำ เป็น 1 เพื่อทุกคน” ซึ่งเป็นการจัดงานนิทรรศการบนโลกออนไลน์ ครั้งที่ 2 หลังจากประสบความสำเร็จในปีที่แล้ว ที่ได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมนิทรรศการเสมือนจริงและร่วมสนุกกับกิจกรรมกว่าล้านครั้ง

ปีนี้จะเป็นการจัดนิทรรศการครั้งยิ่งใหญ่กว่าเดิม ในรูปแบบออนไลน์ กับการออกแบบที่แสดงถึงความล้ำสมัยขององค์กรผ่าน 2 โซนหลัก ได้แก่ โซนที่ 1 Grand Pavilion ร้อยเรียงเรื่องราวแห่งสายน้ำผ่านนิทรรศการเสมือนจริง 360 องศา ภายใต้แนวคิดสนุกไปกับนวัตกรรมแห่งสายน้ำ (RID Floating City) ประกอบด้วย ปณิธานแห่งสายน้ำ การเดินทางแห่งสายน้ำ เรื่องเล่าจากสายน้ำ ชีวิตแห่งสายน้ำ นวัตกรรมแห่งสายน้ำ  และโซนที่ 2  นิทรรศการ RID in Wonderland พบกับความก้าวหน้าการขับเคลื่อนงานชลประทานผ่าน 5 สายงานหลักที่น่าสนใจ ได้แก่ โดดเด่นนำองค์กร วิชาการก้าวไกล รวมใจก่อสร้าง เคียงข้างจัดการน้ำ และเลิศล้ำบริหาร  เป็นการนำเสนอผลงาน ความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และกระบวนงานด้านการชลประทานที่น่าสนใจ จาก 21 หน่วยงานส่วนกลางและสำนักงานชลประทานทั้ง 17 แห่งทั่วประเทศ ผ่านนิทรรศการ คลิปวีดิโอ ร่วมกิจกรรมรับของรางวัลต่างๆ  มากมาย ภายในบูธ

นอกจากนี้ พบกับกิจกรรมเด่นบนเวทีกลาง อาทิ การเสวนาวิชาการ “คนรุ่นใหม่กับการขับเคลื่อนกรมชลประทานสู่องค์กรอัจฉริยะ” จาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  ดร.เอมอัชนา นิรันตสุขรัตน์ นักวิจัย ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC)  ดำเนินรายการโดย คุณจอมขวัญ  หลาวเพ็ชร และกิจกรรม KM Sharing พบกับ NEW GEN Enjoy แนวทางการสร้างความเปลี่ยนแปลง เติมพลังบวกในการทำงานให้บุคลากร โดย พี่เอ้ ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง  และไอเดียดีๆ ในการทำงานจาก  คิดต่าง..สร้างกรมชล โดย เปอร์ Perspective และผู้ร่วมเสวนาท่าน อื่นๆ ที่จะมาร่วม

สร้างแรงบันดาลใจในการทำงานให้กับคนรุ่นใหม่ พร้อมลงทะเบียนและร่วมเล่นเกมสนุกๆ กับชาวชลประทาน กว่า 52 บูธ ลุ้นรับของที่ระลึกส่งตรงถึงบ้าน  ทั้งนี้  ขอเชิญชวนมาเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ กรมชลประทาน ร่วมอวยพรวันเกิด ชมนิทรรศการเสมือนจริง 360 องศา “RID TEAM : สานพลังน้ำ เป็น 1 เพื่อทุกคน” และกิจกรรมมากมาย ร่วมเล่นเกมพร้อมลุ้นรับของรางวัล ตลอดทั้ง 3 วัน รวมกว่า 13,000 ชิ้น ผ่านทางเว็บไซต์ 119 ปีกรมชลประทาน http://119year.rid.go.th ได้ตั้งแต่วันที่ 11 – 13 มิถุนายน 2564 นี้  

ระวัง 7 รูปแบบการชักชวนลงทุน

0

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) เตือนภัยกลโกง “หลอกให้รัก แล้วจากไป พร้อมเงินเรา

การหลอกลวงให้ลงทุนผ่านช่องทางโซเชียลยังมีอย่างต่อเนื่อง โดยมิจฉาชีพใช้กลวิธีต่าง ๆ นานา มาหลอกลวงให้ลงทุนในสินทรัพย์แปลกใหม่ โดยเฉพาะการแอบอ้างคริปโทเคอร์เรนซี ซึ่งมีผู้ตกเป็นเหยื่อจำนวนมาก แม้วิธีการและสินทรัพย์เปลี่ยนไป แต่รูปแบบยังเหมือนเดิม คือ หลอกให้เชื่อใจและลวงให้ลงทุนหรือซื้อขายโดยอ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนสูง.ที่พบเห็นมากในช่วงนี้ คือ มิจฉาชีพซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ สร้างโปรไฟล์หน้าตาดี ใช้วิธีเข้าหาผ่านโซเชียลมีเดีย หรือแอปพลิเคชันหาเพื่อน/หาคู่ สร้างความสนิทสนม หลอกให้เชื่อใจ ที่เรียกว่า Romance Scam.จากนั้นพยายามแนะนำหรือชักจูงให้ซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีในแพลตฟอร์มหรือแอปพลิเคชันต่างประเทศ ซึ่งในช่วงแรกก็ยังสามารถถอนเงินได้ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ แต่เมื่อลงเงินไปมาก ๆ เริ่มถอนเงินไม่ได้ สุดท้ายคนชวนหายตัวไป ลบแอคเค้าท์หนี

กรณีดังกล่าวส่วนใหญ่จะติดตามยากเพราะเป็นต่างชาติและพูดคุยกันผ่านช่องทางออนไลน์เป็นหลัก.ก.ล.ต. จึงขอเตือนภัย หากพบเห็นการเข้าหาในลักษณะดังกล่าว ให้ตั้งสติและฉุกคิดก่อนตัดสินใจลงทุน โดยตระหนักถึง 7 รูปแบบการชักชวนลงทุนที่ต้องพึงระวังไว้เสมอ หากพบเห็นการชักชวนลักษณะดังกล่าวที่ไม่น่าไว้วางใจ หรือถูกหลอกลวง ให้รีบแจ้งเบาะแสไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือแจ้งมายังศูนย์บริการประชาชน ก.ล.ต. โทร. 1207 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อตรวจสอบต่อไป หรือตรวจเช็กรายชื่อผลิตภัณฑ์ได้ที่แอปพลิเคชัน SEC Check First

ที่พบมากในช่วงนี้ มิจฉาชีพซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ สร้างโปรไฟล์หน้าตาดี ใช้วิธีเข้าหาโดยผ่านโซเชียลมีเดีย หรือแอปพลิเคชันหาเพื่อน/หาคู่ ที่เรียกว่า Romance Scam

จากนั้นจะพยายามสร้างความสนิทสนมในแบบต่าง ๆ เช่น ทำทีว่ามาช่วยสอน มาขอเป็นเพื่อน หรือเป็นมากกว่าเพื่อน หลอกให้เหยื่อเชื่อใจ บางรายถึงขั้นซื้อของขวัญหรือดอกไม้ส่งให้ โดยจะพูดคุยไประยะหนึ่งจนเราตายใจ

เมื่อพูดคุยสนิทสนมกันไปสักระยะหนึ่ง จะเริ่มชวนให้ลงทุน หรือซื้อขายคริปโท ซึ่งอาจจะเริ่มให้ซื้อคริปโทจาก exchange ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของทางการ จากนั้นก็จะแนะนำให้โอนคริปโทไปยังแพลตฟอร์มหรือแอปพลิเคชั่นต่างประเทศอีกทีหนึ่ง

มิจฉาชีพมักจะบอกวิธีการลงทุนเป็นขั้นตอน แม้กระทั่งช่วงเวลาควรซื้อและเวลาควรขาย ซึ่งเห็นผลตอบแทนกลับมาจริง และสามารถถอนเงินออกมาได้ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ พร้อมกับหว่านล้อมหรือเชียร์ให้ใส่เงินเพิ่มขึ้นเพื่อให้ได้ผลตอบแทนมากขึ้นไปอีก

หลังถูกเชียร์ให้ใส่เงินเพิ่ม หากผู้เสียหายหลงเชื่อและนำเงินไปลงมากขึ้น ก็จะเริ่มเกิดปัญหาต่าง ๆ ที่ทำให้ถอนเงินไม่ได้ ซึ่งมิจฉาชีพจะอ้างเหตุผลต่าง ๆ เช่น เว็บล่ม รอสักพักจะกลับมา หรือติดเรื่องภาษีต้องใส่เงินเพิ่มเพื่อเสียภาษี

เมื่อเวลาผ่านไปนาน และยังนำเงินกลับมาไม่ได้ ก็มักจะปรากฏว่าคนแนะนำหายตัวไปแล้ว ลบแอคเค้าท์หนี หรือไม่สามารถติดต่อได้

ที่ผ่านมา มีผู้เสียหายจำนวนมากร้องเรียนผ่าน ก.ล.ต. และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องว่า ตกเป็นเหยื่อถูกหลอกให้ซื้อขายคริปโทโดยรูปแบบกลโกงดังกล่าว ทำให้สูญเสียทั้งเงินและเหรียญคริปโท ซึ่งกรณีดังกล่าวอาจติดตามได้ยากหรือต้องใช้เวลาติดตามนาน เพราะเป็นต่างชาติและพูดคุยกันผ่านช่องทางออนไลน์เป็นหลัก

สุดท้ายนี้ ฝากไว้ให้ตระหนักถึง 7 รูปแบบการชักชวนลงทุนที่ต้องระวัง หากมีใครมาชักชวนให้ลงทุนสินทรัพย์ใหม่ ๆ หรือซื้อขายคริปโท ที่มีลักษณะตามข้อใดข้อหนึ่งใน 7 รูปแบบนี้ ให้ระมัดระวังเป็นพิเศษ

หากพบการชักชวนที่น่าสงสัย แจ้งเบาะแสหรือร้องเรียนได้ที่ ศูนย์บริการประชาชน สำนักงาน ก.ล.ต. โทร. 1207 ตลอด 24 ชั่วโมง

เจียไต๋หนุนคนไทยฉีดวัคซีนโควิด รับฟรีเมล็ดพันธุ์ที่งาน The Farm 2021

0

เจียไต๋ โฮมการ์เด้น โดยบริษัท เจียไต๋ จำกัด ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนและรณรงค์ให้คนไทยเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ และเพื่อขับเคลื่อนสังคมไทยให้ข้ามผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน

นอกจากนี้ เพื่อเสริมสร้างภูมิต้านทานทางใจ ผู้ที่เข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด-19 สามารถแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนโควิด-19 เพื่อรับเมล็ดพันธุ์สายพันธุ์พื้นบ้าน (OP) ฟรี จำนวน 1 ซองต่อ 1 ท่าน (สินค้ามีจำนวนจำกัด) พร้อมช้อปต่อในงาน The Farm 2021 ที่เจียไต๋ได้คัดสรรสินค้าทางการเกษตร อาทิ เมล็ดพันธุ์คุณภาพ รวมถึงผลิตผลสดใหม่จากฟาร์ม เช่น เมล่อน และแตงโม ที่อุดมด้วยวิตามินและคุณประโยชน์ที่ดีต่อร่างกาย มาร่วมสร้างภูมิคุ้มกันทางกายและเสริมภูมิทางใจ แล้วพบกันที่บูธเจียไต๋ งาน The Farm 2021 ชั้น 1 ลานกิจกรรม โซน Eden ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ตั้งแต่วันที่ 8 มิถุนายน 2564 ถึง 14  มิถุนายน 2564

เปิดราคาแล้ว วัคซีน ซิโนฟาร์ม เข็มละ 888 บาท

0

นายแพทย์ นิธิ มหานนท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ โพสผ่านเฟสบุ๊ค แจ้งประกาศถึงข้อกำหนดผู้ขอรับการจัดสรร“วัคซีนตัวเลือก” ซิโนฟาร์ม ระยะที่ ๑ ดังนี้

1️. เป็นองค์กรนิติบุคคลหรือหน่วยงานทั้งภาครัฐ ( สำหรับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นที่ให้เป็นไปตามประกาศ ศบค เรื่องแนวทางการบริหารจัดการวัคซีนป้องกันโรคโควิด-๑๙ ข้อ ๕) องค์กรการกุศลและหน่วยงานเอกชน โดยจะพิจารณาการจัดสรรในระยะที่ ๑ ตามประเภทการดำเนินงานของหน่วยงาน (ความสำคัญด้านความมั่นคงทางสังคม เศรษฐกิจ และความเหลื่อมล้ำ) ระดับความเสี่ยงของโอกาสในการแพร่เชื้อให้กับสังคม และระดับความเสี่ยงโควิดบนพื้นที่ของทำเลที่ตั้งสถานประกอบการ

2️. องค์กร/หน่วยงานสามารถจัดสรรวัคซีนให้แก่กลุ่มบุคคลที่จะเข้ารับการฉีดวัคซีนตัวเลือกได้ทุกประเภท ทั้งพนักงาน ครอบครัวพนักงานและแรงงานต่างชาติ แต่ไม่อนุญาตให้เรียกเก็บเงินค่าวัคซีนและค่าบริการอื่นๆ กับผู้เข้ารับการฉีดวัคซีนได้และห้ามหาผลประโยชน์ทางการค้า ทั้งนี้ หากองค์กร/หน่วยงานใดฝ่าฝืนระเบียบตามข้อกำหนดราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์จะดำเนินการปรับในอัตรา ๑๕ เท่าของมูลค่าวัคซีนที่ได้รับการจัดสรร

3️. องค์กร / หน่วยงานที่ได้รับการจัดสรรวัคซีนตัวเลือกยินดีร่วมช่วยเหลือสังคม ด้วยการบริจาควัคซีนตัวเลือก จำนวน ๑๐ % ของจำนวนวัคซีนตัวเลือกที่ได้รับการจัดสรรจากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์เพื่อให้กับชุมชนผู้ด้อยโอกาส โดยรายละเอียดและขั้นตอนในเรื่องนี้จะแจ้งให้ทราบต่อไป

4️. องค์กร / หน่วยงาน จะต้องประสานจัดหาโรงพยาบาลเพื่อรองรับการฉีดวัคซีนตัวเลือก โดยโรงพยาบาลดังกล่าวจะต้องได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสถานพยาบาลให้บริการฉีดวัคซีนตัวเลือกกับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์เพื่อควบคุมมาตรฐานความปลอดภัย โดยค่าบริการฉีดวัคซีนนั้น สถานพยาบาลสามารถเรียกเก็บค่าใช้จ่ายได้กับองค์กร/หน่วยงานนั้นได้ แต่ห้ามเรียกเก็บจากผู้รับการฉีดเป็นอันขาด ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์กำหนดอัตราวัคซีนตัวเลือก “ซิโนฟาร์ม” ราคาเข็มละ 888 บาท *อัตราดังกล่าวรวมค่าวัคซีน ค่าขนส่ง ค่าเก็บรักษาพร้อมประกันผลข้างเคียงที่อาจเกิดจากวัคซีนแล้ว แต่ไม่รวมค่าบริการของโรงพยาบาลและค่าบริการทางการแพทย์ที่ขึ้นอยู่กับแต่ละโรงพยาบาลที่ทางองค์กร / หน่วยงานติดต่อประสานเพื่อการบริการฉีดวัคซีนสำหรับแนวทางการบริหารจัดการวัคซีนในระยะที่สองสำหรับบุคคลทั่วไปที่ประสงค์จะเข้ารับการฉีดวัคซีนตัวเลือกนี้ จะประกาศให้ทราบต่อไป หลังจากตรวจสอบระบบความปลอดภัย และการเชื่อมต่อข้อมูลกับสถานพยาบาลแล้ว

อย.เตือน ห้ามผสมน้ำยาซักผ้ากับน้ำยาล้างห้องน้ำ อันตรายถึงตาย

0

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เผยแพร่บทความ ให้ความรู้ว่า การนำน้ำยาซักผ้ามาผสมกับน้ำยาล้างห้องน้ำ ไม่ได้มีผลต่อการเพิ่มประสิทธิภาพในการขจัดคราบสกปรกแต่อย่างใด แต่ในทางตรงข้าม การนำมาใช้ร่วมกัน จะทำให้ก๊าซพิษระคายเคืองต่อระบบหายใจ เป็นอันตรายต่อสุขภาพ หากสูดดมในปริมาณมาก อาจเสียชีวิตได้

โดยมีเนื้อหา ดังนี้ “ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าปัจจุบันนี้ผลิตภัณฑ์สำหรับทำความสะอาดเป็นสิ่งหนึ่งที่ใช้กับแทบทุกครัวเรือนเพราะช่วยให้เบาแรงขณะทำความสะอาด และมีความเข้าใจว่าคราบฝังแน่นในห้องน้ำจะขจัดได้ง่ายขึ้นหากใช้ผลิตภัณฑ์ซักผ้าขาวผสมผลิตภัณฑ์ล้างห้องน้ำ ซึ่งไม่เป็นความจริง การนำมาผสมกันไม่ได้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขจัดคราบสกปรก

“ผลิตภัณฑ์ซักผ้าขาว” เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้สำหรับขจัดคราบสกปรกบนเสื้อผ้าโดยมากจะมีสารออกฤทธิ์คือ สารประกอบไฮโปคลอไรท์ (Hypochlorite) ซึ่งจะเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน (Oxidation) หรือรีดักชัน(Reduction) กับคราบสกปรก ทำให้มองไม่เห็นคราบเมื่อเสื้อผ้าโดนแสงแดด 

“ผลิตภัณฑ์ล้างห้องน้ำ” มักมีกรดไฮโดรคลอริก (Hydrochloric acid) เป็นส่วนประกอบที่มีฤทธิ์ขจัดคราบสกปรก ซึ่งมีความแรงเพียงพอสำหรับทำความสะอาดห้องน้ำ และสุขภัณฑ์ ไม่ควรนำไปผสมกับสารเคมีชนิดอื่นเพราะจะก่อให้ปฏิกิริยาเคมีได้สารพิษที่อันตรายต่อสุขภาพ และไม่มีการศึกษาใดยืนยันว่าการผสมผลิตภัณฑ์ล้างห้องน้ำกับผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดชนิดอื่นช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขจัดคราบได้ 

การนำผลิตภัณฑ์ซักขาวผสมกับผลิตภัณฑ์ล้างห้องน้ำจะเกิดปฏิกิริยาระหว่าง สารประกอบไฮโดรคลอไรท์ (Hypochlorite) และกรดไฮโดรคลอริก (Hydrochloric acid) ทำให้เกิดก๊าซคลอรีน (Chlorine) ซึ่งเป็น ก๊าซพิษมีผลทำลายเนื้อเยื่ออ่อนตามร่างกาย เช่น ระคายเคืองตา และผิวหนัง ทำลายเยื่อบุทางเดินหายใจ
หากสูดดมเข้าไปมาก ๆ ทำให้ทางเดินหายใจเสียหาย ทำให้ไม่สามารถหายใจได้จนอาจเสียชีวิตในที่สุด

ดังนั้น ห้ามผสมผลิตภัณฑ์ซักผ้าฟอกขาวกับผลิตภัณฑ์ล้างห้องน้ำโดยเด็ดขาด และแนะนำให้เลือกใช้ ผลิตภัณฑ์ซักผ้าฟอกขาวหรือผลิตภัณฑ์ล้างห้องน้ำที่มีเลขทะเบียนวัตถุอันตราย หรือมีเลขที่รับแจ้ง โดยสังเกตเครื่องหมาย อย.วอส. หรือเลขที่รับแจ้ง และอ่านฉลากทุกครั้งก่อนใช้พร้อมปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลากอย่างเคร่งครัด”