Home Blog Page 488

ความจริงเรื่องราคาไข่ไก่!!! ว่าด้วยราคาตามกลไกตลาด

0
egg

ราคาไข่ไก่ ว่าด้วยกลไกตลาด

โดย อุษณีย์ รักษ์กสิกิจ : [email protected]

การเลี้ยงไก่ไข่ถือเป็นอาชีพของเกษตรกรไทยมาเป็นเวลายาวนาน ในจำนวนฟาร์มเลี้ยงไก่ไข่ 2,915 ฟาร์มทั่วประเทศ มีเกษตรกรผู้เลี้ยงรายเล็กและรายย่อยถึง 1,830 ฟาร์ม รายกลางจำนวน 923 แห่ง และอีก 162 ฟาร์มที่เหลือเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ ซึ่งผู้เลี้ยงในแต่ละกลุ่มเหล่านี้จะมีการรวมตัวกันในลักษณะของชมรม สหกรณ์ หรือสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ เพื่อคอยดูแลช่วยเหลือในการประกอบอาชีพการเลี้ยงไก่ไข่ซึ่งกันและกัน ช่วยสร้างความมั่นคงในอาชีพเป็นไปตามนโยบายของรัฐ

หากแต่ช่วงเวลาเกือบ 10 ปีที่ผ่านมา จะพบว่า เกษตรกรต่างต้องเผชิญกับภาวะราคาตกต่ำมาอย่างต่อเนื่อง จากสถิติราคาไข่ไก่ตั้งแต่ปี 2557 – 2562 ราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มเฉลี่ยที่เกษตรกรขายได้นั้นต่ำกว่าต้นทุนมาโดยตลอด โดยในปี 2557 ขาดทุน 0.12 บาทต่อฟอง ปี 2558 ขาดทุน 0.14 บาทต่อฟอง ปี 2559 เป็นปีเดียวที่มีกำไรอยู่ที่ 0.06 บาทต่อฟอง ปี 2560 ขาดทุน 0.21 บาทต่อฟอง ปี 2561 ขาดทุน 0.30 ต่อฟอง

อาจมีคำถามว่าขาดทุนทุกปีแล้วเกษตรกรอยู่ได้อย่างไร เรื่องนี้ต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่า สถานการณ์ไข่ไก่ในรอบหนึ่งปีนั้น จะมีการขึ้นลงของราคาตลอดทั้งปี พบว่าในแต่ละปีจะมีช่วงที่ราคาไข่ไก่สูงเพียง 4-5 เดือน ขณะที่ช่วงราคาตกต่ำมีมากถึง 7-8 เดือน โดยมีระดับของอุปสงค์-อุปทาน หรือกลไกตลาด เป็นตัวกำหนด เมื่อใดที่ปริมาณไข่มีน้อย ความต้องการบริโภคมีมาก ราคาก็จะสูง เมื่อใดที่ไข่ไก่มีปริมาณมากเกินกว่าความต้องการ ราคาไข่ไก่ก็จะตกต่ำลง และยังมีปัจจัยอื่นที่เป็นตัวกำหนดราคาในแต่ละช่วง ทั้งด้านต้นทุนการผลิต ปริมาณการเลี้ยงแม่พันธุ์ไก่ไข่ ภาวะโรค ฤดูกาล สภาวะอากาศ และช่วงเทศกาลต่างๆ

การเลี้ยงไก่ไข่ของเกษตรกรที่ผ่านมาในแต่ละปีจึงมีทั้งช่วงขาดทุน และบางช่วงที่ไข่ไก่ราคาอยู่เหนือต้นทุนบ้างดังกล่าวข้างต้น ที่ผ่านมาจึงมีทั้งเกษตรกรที่ต้องเลิกเลี้ยงไปเพราะแบกรับต้นทุนกับภาวะราคาตกต่ำไม่ไหว ที่ยังเลี้ยงอยู่ก็พยายามประคับประคองอาชีพเดียวนี้ไว้โดยต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ด้วยการปรับลดปริมาณแม่ไก่ยืนกรงให้เหมาะสม ถึงได้ผ่านพ้นวิกฤติมาได้

ไข่ไก่ถือว่าเป็นสินค้าอ่อนไหว เนื่องจากแม่ไก่ไข่เป็นสิ่งมีชีวิต มีผลผลิตออกมาทุกวัน แต่เมื่อใดที่มีปัจจัยมากระทบย่อมส่งผลถึงปริมาณไข่ไก่ทันที  โดยเฉพาะเรื่องของสภาพอากาศ  ที่หากอากาศร้อนจนเกินไป ไก่จะเครียด กินอาหารได้น้อย แม่ไก่จะให้ไข่น้อยไปโดยปริยาย ดังเช่นปัจจุบันนี้ที่ประเทศไทยเข้าหน้าร้อน แม่ไก่เริ่มส่งสัญญาณไข่ลดแล้ว ซึ่งก็เป็นเช่นนี้ทุกปี

ขณะที่เดือนมีนาคมของทุกปีเป็นช่วงปิดภาคเรียนที่การบริโภคของนักเรียนจะต่ำลง ผนวกกับปีนี้มีสถานการณ์ COVID-19 เข้ามาทำให้ปริมาณนักท่องเที่ยวหายไป คนบริโภคไข่หายไปจำนวนมาก ปริมาณไข่เหลือล้นตลาด ราคาก็ตกต่ำลงอีก เกษตรกรจึงวางแผนการผลิตด้วยการเข้าเลี้ยงแม่ไก่น้อยลง ทำให้ปริมาณไข่ไก่สมดุลขึ้น จึงเพิ่งเริ่มเห็นราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มของเกษตรกรขยับขึ้นบ้าง ล่าสุดอยู่ที่ฟองละ 2.60 บาท ขณะที่ต้นทุนการผลิตสูงถึงฟองละ 2.69-2.70  บาท และเมื่อดูสถิติราคาไข่ไก่ช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ จะพบว่าไข่ไก่คละหน้าฟาร์มอยู่ที่ฟองละ 2.50- 2.70 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ต่ำกว่าหรือเท่ากับต้นทุนการผลิตเท่านั้น เกษตรกรยังไม่มีกำไรจากการขายไข่แต่อย่างใด

และจากปริมาณการผลิตของเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ที่ในแต่ละปีสามารถผลิตไข่ไก่ได้ถึงกว่า 15,000 ล้านฟอง หรือวันละประมาณ 41  ล้านฟอง โดยเป็นการผลิตเพื่อรองรับการบริโภคในประเทศถึง 95% ของไข่ไก่ทั้งหมด ซึ่งคนไทยบริโภคไข่วันละประมาณ 39 ล้านฟอง จึงมีไข่คงเหลือในระบบ 1–2 ล้านฟองต่อวันละ ปริมาณไข่ไก่ส่วนเกินนี้ผู้ประกอบการจะทำการส่งออก เพื่อบริหารจัดการสมดุลของอุปทานในประเทศไม่ให้ไข่ไก่ล้นตลาดนั่นเอง ขณะที่ปัจจุบันปริมาณผลผลิตไข่ไก่ 41 ล้านฟองยังคงออกสู่ตลาดอย่างเสมอ จึงไม่ต้องกังวลว่าปริมาณไข่ไก่จะไม่เพียงพอกับการบริโภค จากข้อมูลทั้งหมดนี้ สรุปได้ว่าไข่ไก่เป็นสินค้าเกษตรที่ขึ้นอยู่กับดีมานด์-ซัพพลาย ราคาขึ้นลงตามสถานการณ์ในขณะนั้น ดังเช่นวันนี้ที่ราคาขยับขึ้นก็เพราะกลไกตลาดเริ่มทำงาน จากการวางแผนการผลิตอย่างรอบคอบของเกษตรกร เพราะไม่มีใครอยากแบกรับภาระขาดทุนเหมือนอย่าง 10 ปีที่ผ่านมาอีก…วันนี้ต้องขอให้ผู้บริโภคเห็นใจเกษตรกร อย่าได้กดราคา เหมือนกดหัวเกษตรกรเลย

ก.ล.ต. และหน่วยงานตลาดทุน ยืนยันความพร้อม ซื้อขายหลักทรัพย์ได้อย่างต่อเนื่อง หลังประกาศใช้พรก.ฉุกเฉิน

0

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และหน่วยงานในตลาดทุน ได้แก่ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย (ASCO) สมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) และชมรมคัสโตเดียน ได้ร่วมประชุมหารือเพื่อซักซ้อมและประเมินความพร้อมของผู้ประกอบธุรกิจ โดยยืนยันว่าผู้ประกอบการทุกรายพร้อมที่จะให้บริการซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดทุนอย่างต่อเนื่อง และมีแผนรองรับการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่องรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน

ช่วงที่ผ่านมา ก.ล.ต. และหน่วยงานในตลาดทุนได้เตรียมความพร้อมและซักซ้อมแนวทางปฏิบัติสำหรับการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Management: BCM) และมีแผนรองรับการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง (Business Continuity Plan: BCP) เพื่อรองรับสถานการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ และเพื่อให้มั่นใจถึงความพร้อมของตลาดหลักทรัพย์ ตลาดตราสารหนี้ และตลาดซื้อขายสัญญาล่วงหน้า เมื่อผู้ลงทุนประสงค์จะทำธุรกรรมในตลาดดังกล่าว รวมทั้งระบบการชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ ที่ทำได้อย่างต่อเนื่อง

ผู้ประกอบธุรกิจภายใต้การกำกับดูแลทุกแห่งมีแผนรองรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจาก COVID-19 มีศูนย์ปฏิบัติงานสำรอง หรือมีระบบที่สามารถปฏิบัติงานได้นอกสถานที่ โดยเริ่มมีการแบ่งพนักงานไปทำงานนอกสถานที่เพื่อลดความเสี่ยงเชิงปฏิบัติการ ทำให้มั่นใจได้ว่า การปฏิบัติงาน และการบริการประชาชนจะเป็นไปอย่างต่อเนื่อง

CPF สนับสนุนมูลนิธิรามาธิบดี ซื้อเครื่องมือแพทย์สู้วิกฤตโควิด-19

0

นายอดิเรก ศรีประทักษ์ ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)​หรือ ซีพีเอฟ พร้อมด้วย นายวรวิทย์ เจนธนากุล กรรมการบริหารและรองกรรมการผู้จัดการบริหาร สายงานบริหารทั่วไป ร่วมมอบเงิน 5.7 ล้านบาท ให้แก่ ศ.นพ.พรชัย สิมะโรจน์ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี เพื่อสนับสนุนมูลนิธิรามาธิบดี ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สมทบการดำเนินงานทางการแพทย์ จัดซื้อเครื่องมือแพทย์ นำไปใช้ในการช่วยเหลือและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19

กนง.มีมติ 4-2 เสียง คงดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.75% ต่อปี

0

นายทิตนันทิ์ มัลลิกะมาส เลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) แถลงผลการประชุม กนง. ในวันที่ 25 มีนาคม 2563

คณะกรรมการฯ มีมติ 4 ต่อ 2 เสียง ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 0.75 ต่อปี ขณะที่ 2 เสียง เห็นควรให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 0.25 ต่อปี

ทิตนันทิ์ มัลลิกะมาส เลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)

คณะกรรมการฯ เห็นว่าการระบาดของ COVID-19 จะยังมีความรุนแรง และต้องอาศัยระยะเวลากว่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ กนง.สนับสนุนมาตรการดูแลผู้ได้รับ ผลกระทบอย่างตรงจุดของรัฐบาลที่ได้ประกาศไปแล้ว รวมทั้งจะต้องดำเนินการช่วยบรรเทาปัญหาสภาพคล่องและเร่งปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของลูกหนี้ โดยเฉพาะครัวเรือนและธุรกิจ SMEs ให้เกิดผลชัดเจนเป็นรูปธรรมเพิ่มเติมจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย จึงเห็นพ้องว่า ต้องให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาสภาพคล่องให้ตรงจุด กรรมการส่วนใหญ่จึงเห็นควรให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในครั้งนี้ อย่างไรก็ดี กรรมการ 2 ท่านเห็นว่าควรปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมอีกร้อยละ 0.25 เนื่องจากเศรษฐกิจมีแนวโน้มหดตัวแรง

ทั้งนี้ ที่ประชุม เห็นว่า เศรษฐกิจไทยในปี 63 มีแนวโน้มหดตัวแรง เนื่องจากการท่องเที่ยวและการส่งออกสินค้าได้รับผลกระทบรุนแรงจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 การชะลอตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าและการหยุดชะงักของห่วงโซ่การผลิตในหลายประเทศ ส่งผลให้รายได้ของธุรกิจและครัวเรือนได้รับผลกระทบเป็นวงกว้างขึ้น เป็นผลให้อุปสงค์ภายในประเทศทั้งการลงทุนและการบริโภคภาคเอกชนมีแนวโน้มหดตัว มาตรการด้านการคลังจึงต้องเป็นกลไกหลักในการบรรเทาผลกระทบต่อเศรษฐกิจและดูแลผู้ได้รับผลกระทบ

นอกจากนี้ มาตรการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ของสถาบันการเงินจะช่วยบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นกับลูกหนี้ และช่วยให้เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มกลับมาขยายตัวในปี 2564 หากสถานการณ์ระบาดคลี่คลายลง สำหรับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยทั้งปี 2563 มีแนวโน้มติดลบตามราคาพลังงานที่ลดลงและเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มหดตัว

เสถียรภาพของตลาดการเงินไทยโดยเฉพาะตลาดตราสารหนี้ปรับดีขึ้น หลัง ธปท. ออกมาตรการสนับสนุนสภาพคล่องในตลาดการเงิน แต่ยังต้องติดตามพัฒนาการอย่างใกล้ชิด ด้านอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ธนาคารพาณิชย์ปรับลดลงหลังการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ผ่านมาซึ่งมีส่วนช่วยลดภาระดอกเบี้ยของลูกหนี้ ด้านอัตราแลกเปลี่ยน เงินบาทอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับประเทศคู่ค้าคู่แข่งโดยเฉพาะสกุลเงินหลักและมีแนวโน้มผันผวน ทั้งนี้ เสถียรภาพด้านต่างประเทศของไทยยังอยู่ในเกณฑ์เข้มแข็งสะท้อนจากเงินสำรองระหว่างประเทศที่อยู่ในระดับสูง และเห็นควรให้ติดตามสถานการณ์ตลาดการเงินและตลาดอัตราแลกเปลี่ยนอย่างต่อเนื่องและใกล้ชิดท่ามกลางความไม่แน่นอนที่มีอยู่สูง

ระบบการเงินโดยรวมมีเสถียรภาพ ธนาคารพาณิชย์มีระดับเงินกองทุนและเงินสำรองที่เข้มแข็ง อย่างไรก็ดี ระบบการเงินมีความเปราะบางมากขึ้นในบางจุด โดยเฉพาะความสามารถในการชำระหนี้ของภาคครัวเรือนและธุรกิจ SMEs ที่อาจด้อยลงในช่วงที่เศรษฐกิจหดตัวแรง จำเป็นต้องประสานมาตรการทั้งทางการเงินและการคลังเพื่อดูแลครัวเรือนและธุรกิจ SMEs

         

แบงก์ชาติ ยันระบบธนาคารพร้อมให้บริการต่อเนื่อง หลังประกาศใช้พรก.ฉุกเฉิน

0

ตามที่นายกรัฐมนตรีได้แถลงข่าวเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2563 เรื่อง คณะรัฐมนตรีมีมติจะประกาศใช้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 เพื่อยกระดับการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 นั้น

แบงก์ชาติ สมาคมธนาคารไทย สมาคมธนาคารนานาชาติ และสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ ขอเรียนว่า ธนาคารสมาชิกและสถาบันการเงินทุกแห่งมีความพร้อมในการดำเนินการรองรับภาวะฉุกเฉิน เพื่อความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Plan) เพื่อให้ลูกค้าและประชาชนทั่วไปสามารถใช้บริการทางการเงินที่สำคัญ อาทิ การรับฝากเงิน การถอนเงิน การโอนเงิน การชำระเงิน และบริการสินเชื่อต่าง ๆ ที่จะช่วยเหลือลูกค้าเพื่อเสริมสภาพคล่อง มาตรการช่วยเหลือต่าง ๆ ทั้งในส่วนของลูกค้าธุรกิจ และลูกค้าบุคคล ดังที่ได้ประกาศไปก่อนหน้านี้แล้ว รวมถึงมาตรการล่าสุดที่ได้ประกาศวานนี้ ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการ โดยจะประชาสัมพันธ์ในรายละเอียดต่อไป

การใช้บริการสามารถดำเนินการผ่านช่องทางในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งในส่วนของสาขา และหน่วยงานสินเชื่อธุรกิจ ที่จะเปิดบริการให้ได้มากที่สุด รวมถึงช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งที่เป็น เครื่องถอนและรับฝากเงินอัตโนมัติ (ATM และ CDM) อินเตอร์เน็ตแบงก์กิ้ง โมบายแบงก์กิ้ง ธนาคารทางโทรศัพท์ และ Call Center ที่พร้อมให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ ขอความร่วมมือประชาชนหมั่นตรวจสอบข้อมูลทางการเงินของตนเองอย่างสม่ำเสมอ และระมัดระวังการแอบอ้างเพื่อหลอกลวงข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลทางด้านการเงิน เช่น อีเมล รหัสผ่าน สำหรับการทำธุรกรรมทางการเงิน

ธนาคารมีความห่วงใยในสุขภาพอนามัย ความปลอดภัย และสวัสดิภาพของลูกค้าผู้ใช้บริการ และพนักงาน โดยเน้นให้มีการดำเนินการตามมาตรฐานด้านสุขอนามัยของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด อาทิ การเพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดสาขา การจัดพื้นที่ภายในสาขาให้ลูกค้ามีระยะห่างไม่น้อยกว่า 1.5 เมตร ขณะรอรับบริการ (Social Distancing)

ทั้งนี้ ลูกค้าและประชาชนทุกท่านมีส่วนสำคัญในการช่วยกันคัดกรองข้อมูลข่าวสารที่ได้รับ โดยเฉพาะจากช่องทางโซเชียลมีเดีย และระมัดระวังในการส่งต่อข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความตื่นตระหนก และสร้างความเข้าใจผิดที่อาจเกิดขึ้นได้ หากมีข้อสงสัยประการใดสามารถสอบถามข้อมูลข่าวสารและรายละเอียดต่าง ๆ ได้ที่ Call center หรือ เว็บไซด์ของแบงก์ชาติ และธนาคารทุกแห่ง

มติกบง. ลดราคา NGV รถโดยสารสาธารณะ 3 บาท/กก. นาน 3 เดือน ช่วยบรรเทาภัยโควิด-19

0
กบง

ที่ประชุม กบง. เห็นชอบมาตรการช่วยเหลือกลุ่มรถโดยสารสาธารณะปรับลดราคา NGV ลง 3 บาทต่อกิโลกรัม จากเดิม 13.62 บาทต่อกิโลกรัม เป็น 10.62 บาทต่อกิโลกรัม เป็นระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน – 30 มิถุนายน 2563โดยขอความร่วมมือ ปตท. ช่วยสนับสนุนส่วนต่างเพื่อสู้ภัยโควิด-19

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ว่า ที่ประชุมได้พิจารณามาตรการช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยได้ให้ความช่วยเหลือกลุ่มรถโดยสารสาธารณะ (ในเขต กทม./ปริมณฑล: รถแท็กซี่/ตุ๊กตุ๊ก/รถตู้ ร่วม ขสมก. ในต่างจังหวัด: รถโดยสาร/มินิบัส/สองแถว ร่วม ขสมก. รถโดยสาร/รถตู้ร่วม บขส. และรถแท็กซี่) เพื่อบรรเทาผลกระทบภาวะแพร่กระจายของโรคติดเชื้อ COVID-19 ยังคงมีแนวโน้มจะทวีความรุนแรงเป็นวงกว้าง ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน ตลอดจนผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะ รวมถึงระบบเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศ กระทรวงพลังงาน จึงเห็นควรมีมาตรการช่วยเหลือกลุ่มรถโดยสารสาธารณะเพื่อบรรเทาผลกระทบ

ที่ประชุม กบง. เห็นชอบให้ปรับราคาขายปลีกก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (NGV) สำหรับรถโดยสารสาธารณะ ลดลง 3 บาทต่อกิโลกรัม จากเดิม 13.62 บาทต่อกิโลกรัม เป็น 10.62 บาทต่อกิโลกรัม เป็นระยะเวลา 3 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน – 30 มิถุนายน 2563 และขอความร่วมมือ ปตท. ให้เข้ามาช่วยเหลือส่วนต่างราคาขายปลีก NGV สำหรับรถโดยสารสาธารณะฯ เพื่อคงราคาขายปลีกที่ 10.62 บาทต่อกิโลกรัม เป็นเวลา 3 เดือนดังกล่าว ทั้งนี้ กระทรวงพลังงาน จะมีการหารือมาตรการระยะยาวสำหรับราคาก๊าซ NGV ต่อไป

การบินไทย ยกเลิกทุกเที่ยวบินทั้งในและต่างประเทศเป็นการชั่วคราว

0

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 (COVID-19) ที่ยังทวีความรุนแรงไปทั่วทุกภูมิภาคในโลก ทำให้แต่ละประเทศเพิ่มมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดอย่างเคร่งครัด รวมทั้งการออกมาตรการคัดกรองและห้ามเดินทางเข้า-ออกประเทศอย่างเข้มงวด ทั้งจากกระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานการบินพลเรือนของประเทศต่างๆ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) จึงจำเป็นต้องจัดทำแผนรับมือ และทยอยยกเลิกเที่ยวบินเพิ่มเติมเป็นการชั่วคราว ดังนี้

1. ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป ได้แก่ ฮ่องกง ไทเป โตเกียว (นาริตะ และฮาเนดะ) โอซากา นาโกยา โซล พนมเปญ เวียงจันทน์ โฮจิมินห์ ฮานอย ย่างกุ้ง สิงคโปร์ จาการ์ตา เดนปาซาร์ คุนหมิง เซี่ยเหมิน เฉิงตู ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กวางโจว การาจี กาฐมาณฑุ ละฮอร์ ธากา อิสลามาบัด โคลัมโบ สำหรับเที่ยวบินภายในประเทศ ได้แก่ เชียงใหม่ ภูเก็ต และกระบี่ โอนย้ายเที่ยวบินให้สายการบินไทยสมายล์ทำการบินแทนทุกเที่ยวบิน

2. ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป ได้แก่ บริสเบน ซิดนีย์ เมลเบิร์น เพิร์ท

3. ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2563 เป็นต้นไป บริษัทฯ จะยกเลิกเที่ยวบินเกือบทั้งหมดในภูมิภาคยุโรป ได้แก่ ลอนดอน แฟรงก์เฟิร์ต ปารีส บรัสเซลส์ โคเปนเฮเกน ออสโล มอสโก สตอกโฮล์ม

โดยก่อนหน้านี้ การบินไทยได้ยกเลิกเที่ยวบินระหว่างประเทศ ได้แก่ เซนได ซัปโปโร ฟุกุโอกะ ปูซาน มะนิลา กัวลาลัมเปอร์ โรม มิลาน เวียนนา นิวเดลี มุมไบ กัลกัตตา เจนไน เบงกาลูรู ไฮเดอราบัด มัสกัต ดูไบ และโอ๊คแลนด์

ทั้งนี้ การบินไทยจะอำนวยความสะดวกในการเปลี่ยนแปลงและขยายเวลาการเดินทางให้แก่ผู้โดยสาร ที่ถือบัตรโดยสารการบินไทย และเดินทางด้วยเที่ยวบินของการบินไทย หรือ เที่ยวบินร่วมของไทยสมายล์ ซึ่งผู้โดยสารสามารถขยายเวลาบัตรโดยสารที่ยังไม่ได้ใช้ทั้งฉบับ โดยเปลี่ยนมูลค่าบัตรโดยสารเป็น Travel Voucher ที่มีอายุการใช้งาน 1 ปี และยกเว้นค่าธรรมเนียม โดยต้องเป็นบัตรโดยสารที่ออกก่อนวันที่ 25 มีนาคม 2563 และมีกำหนดการเดินทางในเส้นทางเอเชีย ที่เดินทางระหว่างวันที่ 25 มีนาคม – 31 พฤษภาคม 2563 และ เส้นทางยุโรป ออสเตรเลีย และ นิวซีแลนด์ ที่เดินทางระหว่างวันที่ 1 เมษายน – 31 พฤษภาคม 2563

สำหรับสมาชิกรอยัล ออร์คิด พลัส ที่ใช้ไมล์สะสมออกบัตรโดยสารรางวัล โดยระบุวันเดินทางระหว่างวันที่ 25 มีนาคม – 31 พฤษภาคม 2563 สามารถติดต่อคืนบัตรโดยสารรางวัลได้ภายในอายุของบัตรโดยสาร โดยบริษัทฯ จะคืนไมล์ให้เต็มจำนวน หรือ สามารถเปลี่ยนวันเดินทางได้ โดยไม่มีค่าธรรมเนียม และหากบัตรโดยสารรางวัล ที่ทำการคืนมีส่วนของไมล์ที่หมดอายุ ไมล์สะสมดังกล่าวจะได้รับการต่ออายุไปจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2563

ผู้โดยสารสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมของตารางการบิน เปลี่ยนแปลงและขยายเวลาการเดินทาง สามารถดำเนินการด้วยตนเอง ได้ที่เว็บไซต์ thaiairways.com และสมาชิกรอยัล ออร์คิด พลัส สามารถติดต่อเพื่อดำเนินการ ได้ที่สำนักงานขายการบินไทย หรือ ตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ thaiairways.com/rop

อย่างไรก็ตาม บริษัท ยังให้บริการขนส่งสินค้าในบางเส้นทาง รวมทั้งอาจจัดเที่ยวบินพิเศษหากกรณีมีผู้โดยสารตกค้างเป็นจำนวนมาก และได้รับการติดต่อประสานงานจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ หากมีการเปลี่ยนแปลงการทำการบิน บริษัทฯ จะแจ้งให้ผู้โดยสารทราบต่อไป

กรมการแพทย์ เผยแนวทางการจัดการศพผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19

0

กรมการแพทย์เปิดเผยแนวทางการจัดการศพผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (covid-19) ดังนี้

  1. เมื่อผู้ป่วยเสียชีวิต เจ้าหน้าที่จะดำเนินการเก็บศพ โดยใส่ชุดป้องกัน PPE ตามมาตรฐาน
  2. ใส่ถุงซิปกันน้ำ 2 ชั้น พร้อมป้ายแสดงสัญลักษณ์ธ และใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรคทาด้านนอกถุง
  3. ไม่มีการอาบน้ำศพ รดน้ำศพ และฉีดยาศพ
  4. เมื่อบรรจุในถุง 2 ชั้นแล้ว จะไม่มีการเปิดถุงศพ และนำเข้าตู้เย็นเก็บศพตามมาตรฐาน
  5. มอบให้ญาติไปดำเนินการตามพิธีทางศาสนาได้ เช่น การเผา หรือ ฝัง โดยไม่มีการเปิดถุงศพเด็ดขาด

ยกเว้นภาษีหน้ากากอนามัย และวัตถุดิบที่นำเข้าเผื่อผลิตหน้ากากอนามัย หวังช่วยให้เข้าถึงสินค้าได้ทั่วถึงขึ้น

0

กรมศุลกากร ได้พิจารณาหามาตรการเพื่อช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการ เนื่องจากสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 โดยออกประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การลดอัตราอากรและยกเว้นอากรศุลกากร ตามมาตรา 12 แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 (ฉบับที่ 3) เพื่อยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับหน้ากากชนิดที่ใช้ในห้องผ่าตัดตามประเภทย่อย 6307.90.40 และหน้ากากอนามัยเฉพาะหน้ากากกรองฝุ่น หมอกควัน หรือสารพิษบรรดาที่เป็นอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยตามประเภทย่อย 6307.90.90
และ ยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับของใดๆ ที่นำเข้ามาเพื่อผลิตหน้ากากอนามัยตามประเภทพิกัดดังกล่าวด้วย โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม 2563 และให้สิ้นผลใช้บังคับวันที่ 20 กันยายน 2563
มาตรการนี้จะส่งผลให้ต้นทุนในการนำเข้าหรือผลิตสินค้าหน้ากากอนามัยลดลง ทำให้บุคลากรทางการแพทย์ที่มีความจำเป็นต้องใช้หน้ากากอนามัยในการปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงประชาชนสามารถเข้าถึงสินค้าดังกล่าวได้อย่างทั่วถึง ภายในช่วงที่เกิดวิกฤตโรคระบาด
ทั้งนี้ การนำเข้าเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ ที่นำมาใช้เพื่อรับมือกับสภาวการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อุปกรณ์บางชนิดอาจอยู่ในความควบคุมของหน่วยงานอื่นๆ ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งต้องมีการขออนุญาตก่อนการนำเข้า ดังนั้น เพื่อไม่ให้เกิดความล่าช้าในการนำเข้า กรมศุลกากรจะได้มีการประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่ออำนวยความสะดวกในการขอใบอนุญาตสำหรับเครื่องมืออุปกรณ์ดังกล่าวเป็นกาลเฉพาะต่อไป

โออาร์ ส่งมอบ กาแฟดริป คาเฟ่ อเมซอน และสินค้าโอทอป จาก เอสเอ็มอี ไทย สนับสนุน ทีมแพทย์ 4 โรงพยาบาล สู้โควิด-19 อย่างต่อเนื่อง

0
โออาร์

นายสุชาติ ระมาศ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกิจค้าปลีก บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (โออาร์) มอบ กาแฟดริป คาเฟ่ อเมซอน จำนวนรวม 25,000 ซอง ให้แก่ ผู้บริหารโรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และโรงพยาบาลศิริราช พร้อมด้วยขนมปั้นขลิบและขนมปังกรอบ ซึ่งเป็นสินค้าโอทอป จาก เอสเอ็มอี ไทย รวม 1,920 ชุด เพื่อสนับสนุนและเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่และบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลทุกแห่ง ที่ปฏิบัติหน้าที่ตรวจคัดกรอง และดูแลรักษา ผู้ป่วยโควิด-19 ที่เริ่มทวีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โออาร์ ขอส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ตลอดจนบุคลากรทางการแพทย์ที่เป็นกำลังสำคัญในการปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนคนไทยมาโดยตลอด และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะก้าวผ่านสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้ไปด้วยดีโดยเร็ว