Home Blog Page 489

สิงห์อาสา จับมือกปน. และ 6 สถาบัน เปิดอบรมงานช่าง สร้างอาชีพ

0

รายงานข่าว เปิดเผยว่า สิงห์อาสา โดย มูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี และ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด  ประกาศเปิดโครงการ “สิงห์อาสาอบรมสร้างอาชีพ” กลุ่มทักษะทางด้านงานช่าง ในหลักสูตร Home service and office skills โดยร่วมกับ 6 สถาบันการศึกษาและหน่วยงานชั้นนำ ได้แก่ สถาบันอาชีวศึกษาภาคกลาง 1 จ.ปทุมธานี, วิทยาลัยสารพัดช่างธนบุรี กรุงเทพฯ, วิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี, มหาวิทยาเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี จ.ปทุมธานี, มหาวิทยาเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน จ.ขอนแก่น และมหาวิทยาเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา จ.เชียงใหม่ และการประปานครหลวง (สำนักงานใหญ่)

การอบรมจะเน้นหลักสูตรเรียนรู้ง่าย เพื่อนำไปประกอบอาชีพได้ทันทีผ่านวิชาชีพด้านงานช่าง ได้แก่

  1. ช่างไฟฟ้าบ้าน
  2. ช่างแอร์ อบรมการดูแลและซ่อมบำรุงเครื่องปรับอากาศ
  3. ช่างประปา อบรมการซ่อมบำรุงและติดตั้งเบื้องต้น
  4. กราฟิกดีไซน์เบื้องต้น อบรมการใช้โปรแกรม Adobe Photoshop และ Adobe Illustrator เบื้องต้น
  5. ช่างคอมฯ อบรมการติดตั้งโปรแกรมเบื้องต้น การซ่อมบำรุงคอมพิวเตอร์เบื้องต้น
  6. อี-คอมเมิร์ซ ทำธุรกิจออนไลน์ อบรมเทคนิคการขายของออนไลน์ ช่องทางการจำหน่าย การถ่ายรูปโปรโมทสินค้า

ทั้งนี้ในแต่ละหลักสูตรรับผู้เข้าอบรมหลักสูตรละ 40 คน และอบรมหลักสูตรระยะสั้น 12 ชั่วโมง กระจายไปทั่วประเทศ ผู้สนใจสามารถสมัครเข้ารับการอบรม ได้ที่เฟสบุ๊ค singha r-sa สิงห์อาสา โดยจะเปิดอบรมหลักสูตรแรกคือ ช่างไฟบ้าน ในวันที่14-15 ส.ค.63 นี้ ที่สถาบันอาชีวศึกษาภาคกลาง 1 จังหวัดปทุมธานี

ที่ผ่านมา ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ระบาด บริษัทบุญรอดฯ ดำเนินการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนทั่วประเทศ ในรูปแบบของการจ้างงานและสร้างอาชีพ เป็นมูลค่าการช่วยเหลือรวมกว่า 200 ล้านบาท รวมทั้งการบริจาคเงินสนับสนุนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ให้แก่ 26 โรงพยาบาลหลักทั่วประเทศ และสนับสนุนอาหารและน้ำดื่มให้กับบุคลากรหลักๆ หลายแห่ง

ตามนโยบายเร่งด่วนในการบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ผ่านโครงการสิงห์อาสาทั่วประเทศ โดยได้เริ่มโครงการตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ในโครงการจ้างงาน สร้างรายได้ ผ่านการร่วมเป็นอาสาสมัครดูแลท้องถิ่นตนเอง ทั้งไฟป่า, ภัยแล้ง, และน้ำท่วม รวม 37 จังหวัด ทั่วประเทศ ต่อด้วยโครงการสิงห์อาสาอบรมสร้างอาชีพ กลุ่มทักษะทางด้านอาหาร ในหลักสูตร 10 เมนูยอดนิยมอร่อยง่ายๆ, หลักสูตรเครื่องดื่มร้อนเย็นเต็มสูตร และหลักสูตรสร้างตัวกับเมนูเดลิเวอรี่ ได้รับความสนใจจากประชาชนเข้ามารับการอบรมจำนวนมาก จนเต็มทุกที่นั่งในแต่ละหลักสูตร โดยจัดอบรมฟรีไปเมื่อเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม ที่ผ่านมา


สิงห์อาสา เดินเท้าลงพื้นที่ จ.เลย-เชียงราย ช่วยเหลือเร่งด่วนผู้ประสบภัยพายุซินลากู

0

รายงานข่าว เปิดเผยว่า สิงห์อาสา โดย บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด และ มูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี ร่วมกับ 3 เครือข่ายนักศึกษาสิงห์อาสาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเลย มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย พร้อมด้วย ชมรมผู้ประกอบการร้านอาหารจังหวัดเลย และหจก.เฉลิมชัยพานิชจังหวัดเลย เร่งลงพื้นที่ประสบภัยแจกจ่ายข้าวสาร น้ำดื่มเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่พี่น้องชาวไทยที่ได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อนซินลากู ที่สร้างความเสียหายจากน้ำท่วมรุนแรงและน้ำป่าไหลหลากทะลักเข้าท่วมบ้านเรือน โดยเฉพาะในเขตภาคเหนือและภาคอีสานมีผู้ประสบภัยแล้วนับพันครัวเรือน

เครือข่ายสิงห์อาสาทั้งในพื้นที่จังหวัดเลย และจังหวัดเชียงราย เดินหน้าเข้าสู่พื้นที่ประสบภัยทันทีในวันแรก เมื่อ 3 ส.ค. โดยใช้วิธีเดินเท้าลุยน้ำเข้าสู่พื้นที่ เพื่อเร่งนำน้ำดื่มสิงห์และข้าวสารพันดีแจกจ่ายให้แก่พี่น้องประชาชนก่อนเป็นอันดับแรกเพื่อให้สามารถยังชีพได้เบื้องต้น ได้แก่ หมู่บ้านสูบ ตำบลน้ำสวย อำเภอเมือง จังหวัดเลย และบ้านบวกขอน ตำบลแม่เจดีย์ใหม่, บ้านหม้อ ตำบลป่างิ้ว และบ้านเฟือยไฮ ตำบลบ้านโป่ง โดยทั้ง 3 ตำบลตั้งอยู่ในพื้นที่ อำเวียงป่าเป้า  จังหวัดเชียงราย

นอกเหนือจากการนำน้ำดื่มและข้าวสารเข้าไปแจกจ่าย เครือข่ายสิงห์อาสายังได้สำรวจพื้นที่และเก็บข้อมูลผู้ประสบภัยเบื้องต้น พบว่าในพื้นที่ประสบภัยจ.เลย ยังคงมีระดับที่น้ำท่วมสูง จนทำให้สิ่งของเครื่องใช้ได้รับความเสียหายเกือบทั้งหมด ไม่มีไฟฟ้าใช้ และไม่สามารถประกอบอาหารไว้รับประทานเองได้ จึงได้เดินหน้าแผนการช่วยเหลือต่อเนื่องทันที ด้วยการเดินเท้าเข้าสู่พื้นที่เป็นวันที่ 2 โดยนำอาหารปรุงสุกใหม่ ที่มีความสดสะอาดพร้อมรับประทานพร้อมน้ำดื่มเข้าแจกจ่ายให้แก่ผู้ประสบภัยอีกครั้งรวมกว่า 1,500 ชุด รวมมอบน้ำดื่มสิงห์กว่า 1,000 แพ๊ก ข้าวสารพันดีกว่า 200 ถุง

ทั้งนี้ จากการติดตามข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยา และการประเมินสถานการณ์จริงในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อเฝ้าระวังภัยและเตรียมแผนการช่วยเหลืออย่างเป็นขั้นตอน ให้สามารถเข้าช่วยเหลือบรรเทาทุกข์พี่น้องประชาชนได้อย่างทันท่วงที โดยตลอด 2 วันที่ผ่านมา สิงห์อาสาได้เข้าช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่สองจังหวัดอย่างเต็มที่

CPF เดินหน้าโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนร.

0

รายงานข่าว เปิดเผยว่า บริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ โดยนายบุญธรรม กังแฮ รองกรรมการผู้จัดการ ได้เป็นตัวแทนส่งมอบโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน ให้โรงเรียนลำดับที่ 818 โรงเรียนบ้านดอนตะเคียน ตำบลบางสน อำเภอปะทิว จ.ชุมพร เป็นรายล่าสุด โดยมี เรืออากาศตรีโสภณ ภู่ขันเงิน นายอำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร เป็นประธานในพิธีส่งมอบ พร้อมกันนี้ นายประวิตร พุ่มสุวรรณ นายกเทศมนตรีตำบลบางสน ในฐานะผู้แทนคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนบ้านดอนตะเคียน นำผู้อำนวยการโรงเรียน คณะครูและนักเรียนร่วมรับมอบโครงการ

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าว มีเป้าหมายร่วมแก้ปัญหาทุพโภชนาการ ด้วยการส่งเสริมเด็กและเยาวชนบริโภคไข่ไก่ อาหารโปรตีนคุณภาพ และสนับสนุนการเลี้ยงไก่ไข่ในสถานศึกษา เพื่อนำผลผลิตไข่ไก่ส่งเข้าโครงการอาหารกลางวันของนักเรียน บริหารจัดการผลผลิตไข่ไก่ส่วนเกินจากที่ส่งเข้าโครงการอาหารกลางวันเพื่อจำหน่ายให้แก่ชุมชน และสามารถต่อยอดถ่ายทอดประสบการณ์เลี้ยงไก่ไข่สู่การประกอบอาชีพในอนาคต ดำเนินโครงการต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2532 จนถึงปัจจุบันมากกว่า 30 ปี ภายใต้ความร่วมมือระหว่างซีพีเอฟ มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มีโรงเรียนจากทั่วประเทศที่เข้าร่วมโครงการแล้ว 856 โรงเรียน

นายก้องสกล นพเก้า ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านดอนตะเคียน กล่าวว่า โรงเรียนบ้านดอนตะเคียนเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก จัดการเรียนการสอนสำหรับผู้เรียนในระดับชั้นเตรียมความพร้อมถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวนนักเรียน 146 คน และบุคลากรทางการศึกษา 12 คน โรงเรียนเข้าร่วมโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน เริ่มเลี้ยงไก่ไข่รุ่นที่ 1 จำนวน 100 ตัว เมื่อเดือนมิถุนายน 2563 โดยมีซีพีเอฟสนับสนุนการสร้างโรงเรือนและอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน พันธุ์ไก่ อาหารไก่ พร้อมส่งผู้เชี่ยวชาญของซีพีเอฟแนะนำวิธีการเลี้ยงและการดูแล และติดตามอย่างใกล้ชิด

” โรงเรียนมีโครงการเลี้ยงไก่ไข่ฯ ทำให้เด็กๆได้รับประทานไข่ไก่สด คุณภาพดี ส่งเสริมภาวะโภชนาการของนักเรียนให้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง นักเรียนมีทักษะและประสบการณ์ในการประกอบอาชีพเลี้ยงไก่ไข่เมื่อจบการศึกษา ช่วยเหลือตนเองและครอบครัวได้ในอนาคต” ผอ.โรงเรียนบ้านดอนตะเคียน กล่าว

ซีพีเอฟ ใช้ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ด้านการเลี้ยงไก่ไข่ ถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่คุณครูและนักเรียน ส่งเสริมโรงเรียนเป็นแหล่งผลิตอาหารโปรตีนคุณภาพ โดยเฉพาะโรงเรียนในถิ่นทุรกันดารและพื้นที่ห่างไกล ซึ่งปัจจุบัน มีโรงเรียนในโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน พื้นที่ภาคเหนือ จำนวน 228 โรงเรียน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 335 โรงเรียน ภาคกลาง 137 โรงเรียน ภาคตะวันออก 52 โรงเรียน และภาคใต้ 104 โรงเรียน

ภายใต้เจตนารมณ์ร่วมแก้ปัญหาทุพโภชนาการ ภาวะเด็กผอม เตี้ย เด็กอ้วน และส่งเสริมเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร พื้นที่ห่างไกล ได้บริโภคไข่ไก่ ทำให้หน่วยงานและองค์กรอื่นๆ เห็นความสำคัญของโครงการ และเข้าร่วมสนับสนุนโครงการ ได้แก่ หอการค้าญี่ปุ่น- กรุงเทพ ฯ และ บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) ร่วมสร้างเด็กและเยาวชนไทยเติบโตอย่างมีคุณภาพทั้งทางร่างกายและสติปัญญา

กรมปศุสัตว์-ซีพีเอฟ ร่วมแบ่งปันความรู้ ยกระดับมาตรฐานผลิตไข่ไก่เคจฟรี

0

นายสมคิด วรรณลุกขี รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า กรมปศุสัตว์ ได้เข้าเยี่ยมชมฟาร์มเลี้ยงไก่ไข่วังสมบูรณ์ จ.สระบุรี เพื่อศึกษาและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และเทคโนโลยีการเลี้ยงไก่ไข่แบบปล่อยอิสระในโรงเรือนระบบปิด ของซีพีเอฟ นำไปปรับเป็นข้อกำหนดมาตรฐานฟาร์มไก่ไข่แบบไม่ใช้กรงตามหลักสวัสดิภาพสัตว์สากล และถ่ายทอดให้เกษตรกรที่สนใจนำไปใช้ เพื่อพัฒนาเพิ่มมูลค่าสินค้าปศุสัตว์ต่อไป

ซีพีเอฟ ได้พัฒนา ฟาร์มวังสมบูรณ์ ขึ้นตั้งแต่ปี 2561 ให้เป็นฟาร์มต้นแบบเลี้ยงไก่ไข่แบบปล่อยอิสระในโรงเรือนระบบปิด หรือ แบบไม่ใช้กรง ยึดตามมาตรฐานของสหภาพยุโรป แม่ไก่ไข่สามารถดำรงชีวิตแบบอิสระบนพื้นที่ 1 ตารางเมตรต่อแม่ไก่ 7 ตัว ซึ่งน้อยกว่ามาตรฐานทั่วไปที่กำหนดไว้ที่แม่ไก่ 9 ตัวต่อพื้นที่ 1 ตารางเมตร จัดสภาพแวดล้อมให้ถูกต้องตามหลักสวัสดิภาพสัตว์ ส่งเสริมให้แม่ไก่ไข่ได้แสดงพฤติกรรมตามธรรมชาติอย่างเต็มที่ในโรงเรือนระบบปิดขนาดใหญ่ที่มีการควบคุมอุณหภูมิและการระบายอากาศอย่างเหมาะสมตลอดเวลา มีคอนสำหรับเกาะพักผ่อน มีวัสดุปูรองพื้นเพื่อใช้สำหรับคุ้ยเขี่ยและไซร้ขนทำความสะอาดตัวเอง มีจุดสำหรับวางไข่ และแม่ไก่มีอิสระในการปฏิสัมพันธ์กันเอง ส่งผลให้แม่ไก่ไข่มีสุขภาพดีและมีอารมณ์ดี มีความสุขสบาย แข็งแรง ที่สำคัญไม่ใช้ยาปฏิชีวนะตลอดการเลี้ยง

นอกจากนี้ ยังควบคุมการผลิตด้วยคอมพิวเตอร์ ใช้สายพานลำเลียงไข่จากจุดวางไข่ของแม่ไก่ไปยังห้องเก็บไข่โดยอัตโนมัติ มีระบบความปลอดภัยทางชีวภาพตามแนวทาง Biosecurity Hi-tech Farming ขณะเดียวกัน การเลือกใช้แม่ไก่ไข่สายพันธุ์พิเศษ F100ของ CPF รวมถึงพัฒนาสูตรอาหารผลิตจากธัญพืช 100% ช่วยให้ไก่ที่มีสุขภาพพื้นฐานดี สามารถเติบโตตามศักยภาพของพันธุกรรมธรรมชาติ ส่งผลให้ไข่ไก่เคจฟรีมีความสดกว่าไข่ไก่ทั่วไป ไม่มีกลิ่นคาว ไข่แดงมีสีส้มสด นูนสวย เป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพและมีคุณค่าทางโภชนาการเพื่อสุขภาพของผู้บริโภค ตอกย้ำความใส่ใจถึงที่มาของผลิตภัณฑ์ที่รับผิดชอบต่อสัตว์ เป็นมิตรต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ ไข่เคจฟรี ของซีพีเอฟ CP Selection Cage Free Egg ได้รับการตอบรับที่ดีมากจากธุรกิจโรงแรม และร้านอาหารชั้นนำ อย่าง ร้านชาบูชาบู โมโม พาราไดซ์ ร้าน TO TO Sama ตลอดจน ร้านเจ๊ไฝ สตรีทฟู้ดชื่อดัง นอกจากนี้ ผู้บริโภคยังสามารถหาซื้อไข่ไก่เคจฟรี ซีพีเอฟ ได้ที่ ร้านซีพี เฟรชมาร์ท 7-Eleven ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต ริมปิง จ.เชียงใหม่ และเป็นผลิตภัณฑ์ไข่ไก่เคจฟรีที่ได้วางจำหน่ายของห้างดองกิ ดองกิ และในเร็วๆ นี้จะมีวางจำหน่ายใน The Mall ฟู้ดส์แลนด์ วิลล่ามาร์เก็ต แม็กซ์แวลู โกลเด้นเพลส อีกด้วย

ซีพีเอฟ ยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจที่ให้ความสำคัญอย่างยิ่งในการเลี้ยงสัตว์และการผลิตอาหารด้วยความรับผิดชอบ (Responsible Farming and Food Production) มีการพัฒนาและยกระดับการเลี้ยงสัตว์ตามแนวปฏิบัติสวัสดิภาพสัตว์สากลภายใต้ “หลักอิสระ 5 ประการ” หรือ Five Freedoms อย่างต่อเนื่องทั้งในฟาร์มไก่เนื้อ หมู กุ้ง และไก่ไข่ เพื่อยกระดับมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์ และความปลอดภัยด้านอาหารในอุตสาหกรรมปศุสัตว์ของไทยสอดคล้องกับมาตรฐานสากล

GSMA ประกาศรับรอง AIS ผู้ให้บริการ 5G Fixed Wireless Access เชิงพาณิชย์ รายแรกและรายเดียวของไทย

0

GSMA สมาคมผู้ให้บริการเครือข่ายโทรคมนาคมที่มีสมาชิกมากกว่า 800 รายทั่วโลก ประกาศรับรองให้ AIS เป็นผู้ให้บริการรายแรกและรายเดียวในไทยที่ให้บริการ 5G Fixed Wireless Access เชิงพาณิชย์อย่างเป็นทางการ  ด้วย 4 ศักยภาพที่โดดเด่น ประกอบด้วย 1. อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Higher Speed) 2. การตอบสนองอย่างรวดเร็ว (Better Latency) 3. การติดตั้งพร้อมใช้งานทันที (Fast to Set Up) และ 4. สะดวกในการใช้งานได้ทุกที่ที่มีสัญญาณ 5G (Easy to Relocate)

วสิษฐ์ วัฒนศัพท์ หัวหน้าฝ่ายงานปฏิบัติการและสนับสนุนด้านเทคนิคทั่วประเทศ เอไอเอส

นายวสิษฐ์ วัฒนศัพท์ หัวหน้าฝ่ายงานปฏิบัติการและสนับสนุนด้านเทคนิคทั่วประเทศ เอไอเอส กล่าวว่า เอไอเอสมีเป้าหมายในการนำเทคโนโลยี 5G มาใช้ประโยชน์เพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลที่สำคัญของประเทศ ที่ผ่านมา ได้ขยายเครือข่ายครบ 77 จังหวัด และครอบคลุมเต็มพื้นที่ 100% นิคมอุตสาหกรรมใน EEC แล้ว พร้อมร่วมทำงานกับพาร์ทเนอร์ทุกภาคส่วนในการนำเทคโนโลยีที่ดีที่สุดออกแบบโซลูชั่นที่เหมาะสมกับการใช้งานในแต่ละอุตสาหกรรม ทั้งนี้ 5G FWA ถือเป็นบริการแรกของ AIS 5G ที่ออกมาตอบโจทย์ลูกค้าองค์กรและผู้ประกอบการ ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการรับส่งข้อมูลองค์กรบนเครือข่ายแบบไร้สาย ด้วยคุณสมบัติของ 5G ในการรองรับการใช้งานได้หลากหลาย นอกจากนี้ เรายังมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมเครือข่าย 5G ในมิติต่างๆ เพื่อเสริมศักยภาพการใช้งานเครือข่าย 5G ในประเทศไทย ประกอบด้วย

  • 5G Dual Mode NSA / SA เต็มรูปแบบกับเครือข่าย 5G ที่รองรับการใช้งานได้ทุกโหมดไม่ว่าจะเป็น 5G NSA (Non-Stand Alone) หรือ 5G SA (Stand Alone) เพื่อการใช้การใช้งาน 5G ทุกรูปแบบและพร้อมรับการใช้งาน 5G ที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นการใช้งาน 5G ที่ใช้กับลูกค้ามือถือทั่วไป และ 5G ในรูปแบบอื่นที่เป็น Massive IoT และ Massion Critical เช่นในภาคอุตสหกรรมต่างๆ เป็นต้น
  • 5G Network Slicing เทคโนโลยีของเครือข่าย AIS 5G ที่มีศักยภาพในการปรับแต่งคุณสมบัติเครือข่ายและทรัพยากร เพื่อให้สอดคล้องและยืดหยุ่นกับลักษณะการใช้งานแต่ละรูปแบบในแต่ละพื้นที่ของธุรกิจได้อย่างคล่องตัว ทำให้สามารถรับประกันคุณภาพของการเชื่อมต่อและความเร็วได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
  • 5G Multi – access Edge Computing (MEC) สร้างระบบคลาวด์ให้เข้าใกล้ผู้ใช้งานมากที่สุด ช่วยให้สามารถใช้งานเครือข่ายด้วยการเข้าถึงแบบไร้สาย เพื่อให้บริการประมวลผลผ่านระบบคลาวด์ได้ในปริมาณมากและมีความปลอดภัยสูงสุด
  • 5G Massive MIMO 64T64R เป็นเทคโนโลยีใน 5G ที่จะเข้ามาช่วยเพิ่มขีดความสามารถ ของการรับส่งข้อมูล(Capacity)ได้ดีขึ้นจากมากกว่า 4G ช่วยลดสัญญาณรบกวน และสามารถปรับแต่งสัญญาณให้เหมาะสมในการสื่อสารกับอุปกรณ์ที่มีจำนวนมากและแตกต่างกัน (Beamforming)

 “เทคโนโลยี 5G จะเป็นต้นแบบของการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีที่สำคัญ เราพร้อมสนับสนุน Digital Infrastructure เพื่อตอบโจทย์ความต้องการและเพิ่มประสิทธิภาพด้านการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม การลงทุนและพัฒนาด้านเครือข่ายอย่างต่อเนื่องในวันนี้ จึงไม่ใช่เพียงแค่การพัฒนาในระยะสั้นๆ เท่านั้น แต่เราต้องการให้เทคโนโลยี 5G เป็น Digital Infrastructure ที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อคนไทยในทุกภาคส่วนอย่างยั่งยืนตลอดไป” นายวสิษฐ์ กล่าวสรุป

คุณนายพารวย : ลงทุนกองทุนรวมผสม

0

หลังเปิด “แผนพิชิตเงินล้าน” สำหรับผู้มีรายได้ค่าแรงขั้นต่ำวันละ 300 บาท และมนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้ 15,000 บาท ทำให้มีผู้สนใจสอบถามมาจำนวนมากว่า ต้องนำเงินออมไปลงทุนอะไรที่จะได้เงินล้านและผลตอบแทนที่สูงกว่าเงินฝากธนาคาร ซึ่งปัจจุบันดอกเบี้ยเงินฝากต่ำมากแค่ 1-2% เท่านั้น

“พี่ก้อย…วิวรรณ ธาราหิรัญโชติ” นักวางแผนการเงิน (CFP) จึงได้จัดพอร์ตการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่างๆ ไว้ให้ โดยปีนี้ถือเป็นปีที่มีเหตุหรือมีกรณีพิเศษที่ไม่คาดคิดมากมาย!!

ทั้งการแพร่ระบาดของโควิด-19 ความขัดแย้งระหว่างจีนกับสหรัฐฯที่นับวันจะทวีความตึงเครียดมากขึ้นจากสงครามการค้าสู่สงครามเทคโนโลยี ขยายวงสู่สงครามการทูต ซึ่งมีผลต่อทิศทางการลงทุน รวมทั้งผลตอบแทนการลงทุนทั้งสิ้น

ดังนั้น ก่อนอื่นสำหรับผู้ที่เริ่มออมเงิน “พี่ก้อย” แนะนำว่าควรลงทุนด้วยการซื้อหน่วยลงทุนของกองทุนรวม โดยให้เลือกกองทุนที่มีนโยบายการลงทุนแบบผสม คือ มีการลงทุนหลากหลายประเภทสินทรัพย์ ทั้งลงทุนในหุ้นและตราสารหนี้-หุ้นกู้ ซึ่งมีให้เลือกมากมายหลายกองทุน

หากต้องการผลตอบแทนสูงและมีเวลาในการลงทุนนาน ให้เลือกกองทุนที่เน้นลงทุนในตลาดหุ้นมากหน่อย แต่ต้องทำความเข้าใจว่า การลงทุนในหุ้นต้องแลกกับความเสี่ยงที่สูงขึ้นด้วย

ดังนั้น ต้องชั่งน้ำหนักและพิจารณาให้ดีว่าจะเป็นกองทุนผสมที่เสี่ยงมากแต่คาดหวังผลตอบแทนสูง หรือเสี่ยงน้อยแต่คาดหวังผลตอบแทนต่ำ สามารถสอบถามข้อมูลได้จากทุกบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) เลย หรือสอบถามพนักงานแบงก์ที่ได้รับอนุญาตให้เป็นผู้แนะนำการลงทุนได้

ส่วนวิธีการซื้อหน่วยลงทุนของกองทุนรวมจะใช้วิธีซื้อแบบหักบัญชีรายเดือนกับ บลจ.เลยก็ได้ หากตั้งใจที่จะออมเงินและลงทุนแล้วก็ทำให้ได้ทุกเดือน ซึ่งเกือบทุก บลจ.น่าจะมีบริการเหล่านี้ทั้งหมดแล้ว

แต่สำหรับคนที่พอมีเงินออมเป็นก้อนบ้างแล้ว หากให้เลือกกระจายการลงทุนเอง “พี่ก้อย” ได้จัดพอร์ตลงทุนที่อัปเดตไว้ให้ โดยแยกเป็น 5 พอร์ต คือ พอร์ตอนุรักษนิยมคือ ไม่ต้องการความเสี่ยงเลย หรือเสี่ยงน้อยสุด

อีก 4 พอร์ตที่เหลือก็จะเป็นพอร์ตปานกลาง-พอร์ตเสี่ยงได้เพิ่ม-พอร์ตเสี่ยงสูง-พอร์ตเสี่ยงได้สูงมาก โดยความเสี่ยงและโอกาสที่จะได้ผลตอบแทนก็จะขึ้นลงตามสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์แต่ละประเภท

สัปดาห์หน้าจะเปิดรายละเอียด 5 พอร์ตลงทุนที่ “พี่ก้อย” จัดทำและให้คำแนะนำไว้ค่ะ

ส่วนราคาทองคำที่วันนี้ขึ้นไปเยอะมากแล้ว (เมื่อวันที่ 28 ก.ค.ขึ้นไปสูงสุดที่ 1,980 เหรียญต่อออนซ์) “พี่ก้อย” แนะนำว่า คนที่จะเข้าลงทุนใหม่คงต้องระมัดระวัง ควรรอเข้าซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว ส่วนคนที่ถืออยู่เดิมแล้ว อาจรอให้กำไรเพิ่มขึ้นได้ (let profit run) ก่อนขายทำกำไรในภายหลัง

โดยเครดิตสวิสมองว่าราคาจะขึ้นไปถึง 2,300 เหรียญต่อออนซ์โน่นเลย!!

ระหว่างนี้ก็เข้าไปศึกษาหาข้อมูลความรู้เรื่องการออมการลงทุน ที่เว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์ฯ www.set.or.th แล้วกดต่อไปที่หน้า “ความรู้การลงทุน” จะพบแนวทางที่เป็นประโยชน์สำหรับทุกคน!


ที่มา คอลัมน์ รู้เก็บรู้ออมรู้ใช้รู้ลงทุน..สู่ความมั่งคั่ง โดย คุณนายพารวย หน้าเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

เครือซีพี จับมือภาครัฐและชุมชน ปลูกป่าต้นน้ำภาคเหนือ ช่วยลดโลกร้อน

0

รายงานข่าว เปิดเผยว่า เครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้ร่วมกับภาครัฐ และชุมชนในพื้นที่ต้นน้ำ ปิง วัง ยม และ น่าน จัดกิจกรรม “WE GROW ปลูกเพื่อความยั่งยืน พื้นที่ต้นน้ำ ปิง วัง ยม น่าน” ดำเนินการปลูกต้นไม้ไปแล้วกว่า 508,224 ต้น พื้นที่ประมาณ 6,000 ไร่ ในช่วงปี 2559-2562 และในปี 2563 นี้ เริ่มต้นด้วยการปลูกต้นไม้พื้นที่ต้นน้ำยมเป็นแห่งแรก ในพื้นที่บ้านดอนไชยป่าแขม อ.ปง จ.พะเยา เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว

กิจกรรมครั้งนี้ มีนายกมล เชียงวงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เป็นประธาน พร้อมด้วยผู้บริหารเครือซีพี โดยนายจอมกิตติ ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านพัฒนาความยั่งยืน บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด นำพนักงานซีพีอาสา หน่วยงานภาครัฐ ภาคการศึกษา และชาวบ้านในชุมชนกว่า 250 คน ร่วมกันปลูกต้นไม้ ได้แก่ ต้นเเคนา ราชพฤกษ์ ต้นหว้า พยุง ตะเคียนทอง สารภี ยางนา สัก ไผ่ และมะม่วง ซึ่งเป็นต้นไม้ที่เติบโตได้ดีและเหมาะสมกับสภาพพื้นที่

นายจอมกิตติ เปิดเผยว่า เครือเจริญโภคภัณฑ์ ดำเนินการปลูกต้นไม้ในพื้นที่ต้นน้ำ ปิง วัง ยม น่าน มาตั้งแต่ปี 2559–2562 โดยปีนี้ได้จัดกิจกรรมปลูกต้นไม้ในพื้นที่ต้นน้ำยม ณ บ้านดอนไชยป่าแขม อ.ปง จ.พะเยา เป็นการเริ่มต้นโครงการในพื้นที่ต้นน้ำภาคเหนือ ประจำปี 2563 เป็นแห่งแรก และจะทยอยปลูกต้นไม้ในพื้นที่ต้นน้ำปิง วัง และน่าน เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวและปกป้องฟื้นฟูระบบนิเวศน์

ป่าต้นน้ำแห่งนี้ ยังช่วยสร้างรายได้ให้แก่ คนในชุมชน โดยส่งเสริมการปลูกไผ่และพืชมูลค่าสูง เช่น กาแฟโรบัสต้า เป็นการเพิ่มอาชีพทางเลือก ปรับเปลี่ยนวิถีการเกษตรและเกิดการรวมกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

กิจกรรม “WE GROW ปลูกเพื่อความยั่งยืน พื้นที่ต้นน้ำ ปิง วัง ยม น่าน” ยังคงเดินหน้าปลูกต้นไม้อย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายในปีนี้ทั้งหมดรวม 100,000 ต้น

ขายของ OTOP ทำยังไงให้แตกต่าง

0

“รู้ทันปากท้อง” กับตลาดหลักทรัพย์ ตอน “ขายของ OTOP ทำยังไงให้แตกต่าง”

“อาซ้ง” ทรงพล ชัญมาตรกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท ทีวี ไดเร็ค จำกัด (มหาชน)

กูรูค้าขายบอกว่า ถ้าทำสินค้าให้แตกต่างมันยากนัก ก็ลองหาวิธีขายที่แตกต่าง!แสดงน้อยลง

โออาร์ ปลื้ม 3 ธุรกิจในเครือ คว้ารางวัลแบรนด์ยอดนิยมอันดับหนึ่ง 9 ปีซ้อน

0

พีทีที สเตชั่น พีทีที ลูบริแคนท์ส และ คาเฟ่ อเมซอน คว้ารางวัล Marketeer No.1 Brand Thailand 2019-2020 ครองใจผู้บริโภคต่อเนื่องนานถึง 9 ปี

นายบุญมา พนธนกรกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน นายชุมพล สุรพิทยานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกิจหล่อลื่น และนายสุชาติ ระมาศ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกิจค้าปลีก บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ ร่วมรับรางวัลแบรนด์ยอดนิยมอันดับ 1 ของประเทศไทย No.1 Brand Thailand 2019-2020 จัดขึ้นโดยนิตยสาร Marketeer นิตยสารด้านการตลาดอันดับหนึ่งของประเทศ

บุญมา พนธนกรกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน โออาร์

ทั้งนี้ สถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น (PTT Station) น้ำมันเครื่อง พีทีที ลูบริแคนท์ส (PTT Lubricants) และคาเฟ่ อเมซอน (Café Amazon) ได้รับคัดเลือกจากการจัดทำแบบสำรวจพฤติกรรมการบริโภคสินค้าและรับสื่อของประชาชนทั่วไปในประเทศให้เป็นแบรนด์ยอดนิยมอันดับ 1 ในหมวดสถานีบริการน้ำมัน น้ำมันหล่อลื่นรถยนต์ และร้านกาแฟ ตามลำดับ เป็นระยะเวลา 9 ปีติดต่อกัน ซึ่งถือเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นถึงการเป็นแบรนด์ยอดนิยมที่มีคุณภาพและยังคงสร้างความประทับใจ ตลอดจนได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคชาวไทยเสมอมา

ชุมพล สุรพิทยานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกิจหล่อลื่น โออาร์
สุชาติ ระมาศ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกิจค้าปลีก โออาร์

โดย โออาร์ มุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ และการบริการที่ดีขึ้น เพื่อสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน เพื่อสร้างความแตกต่างและคงความเป็น No.1 Brand ในใจผู้บริโภคทุกคนตลอดไป

รมว.ดีอีเอส ผิดหวังท่าที เฟสบุ๊ก ร่วมมือจัดการโพสผิดกม.ไม่เต็มที่

0

นาย พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) โพสในเฟสบุ๊คส่วนตัว แสดงความผิดหวังต่อ “เฟสบุ๊ก” ในการร่วมมือกับกับทางการไทยโดยได้โพสในเฟสบุ๊กส่วนตัว มีเนื้อหาว่า

“ตลอด 7 เดือนที่ผ่านมา เราทำงานกันอย่างหนักไม่เคยนิ่งเฉยต่อโพสต์หรือเว็บที่ผิดกฎหมาย ทั้งกระทรวงดิจิทัลฯ และอีกหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สามารถรวบรวมพยานหลักฐาน ยื่นขอคำสั่งศาลเพื่อสั่งปิดเว็บผิดกฎหมาย/ลบข้อมูล จำนวน 7,164 ยูอาร์แอล (สถิติ ณ วันที่ 23 ก.ค.2563) จากจำนวนที่กระทรวงฯ ได้รับแจ้งทั้งสิ้น 8,715 ยูอาร์แอล

การกระทำผิดส่วนใหญ่เกิดขึ้นผ่าน ‘เฟซบุ๊ก’ มากสุดถึง 4,767 ยูอาร์แอล แต่เมื่อเราประสานงานแจ้งไปตามคำสั่งศาล กลับมีการลบข้อมูลไปเพียง 1,316 ยูอาร์แอล (ประมาณ 20%) เมื่อเทียบกับ youtube ซึ่งได้รับแจ้งไปจำนวน 1,616 ยูอาร์แอล ได้เร่งดำเนินการปิดเว็บ/ลบข้อมูลให้แล้วจำนวน 1,507 ยูอาร์แอล หรือคิดเป็นตัวเลขเกือบ 90%

ดูจากตัวเลขนี้แล้วผม “ผิดหวัง!!!” กับเฟซบุ๊กอย่างมาก ต่อการให้ความร่วมมือที่จะปฏิบัติตามกฎหมาย ในการเข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทย เมื่อมีคำสั่งศาลให้เอาข้อมูลออกหรือลบข้อมูล ไม่ได้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ทางกระทรวงดิจิทัลฯ จะมีมาตรการที่เด็ดขาด เพื่อจัดการปัญหานี้”