Home Blog Page 427

ตู้บุญเติม รุกบริการเติมอี-วอลเล็ท ผนึกพันธมิตรออกแคมเปญ “เติมเพลิน ลุ้น PLAY” เอาใจเกมเมอร์สายเติม

0
ณรงค์ศักดิ์ เลิศทรัพย์ทวี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)

นายณรงค์ศักดิ์ เลิศทรัพย์ทวี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (FSMART) เปิดเผยว่า บริการเติมเงินอี-วอลเล็ท ผ่านตู้บุญเติม มีอัตราเติบโตเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19  กระตุ้นให้ผู้บริโภคเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้บริการอี-วอลเล็ท ในวิถีใหม่หรือ New Normal   หันมาใช้บริการผ่านตู้อัตโนมัติเพื่อลดความเสี่ยงในการพบปะสัมผัสกับผู้คน FSMART จึงร่วมกับพันธมิตร ออกแคมเปญโปรโมชั่น เพื่อกระตุ้นให้มีการใช้บริการอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี  

ทั้งนี้ ตู้บุญเติม มีบริการเติมเงินเข้ากระเป๋าเงิน อี-วอลเล็ท ของค่ายต่าง ๆ มากที่สุดถึง 6 ราย คือ mPAY, TrueMoney Wallet , BeWallet , Rabbit LINE Pay,  Shopee Pay และรายล่าสุด SABUY Money Wallet ที่จะเริ่มให้บริการเติมเงินในเดือนเมษายนนี้  

ในปีที่ผ่านมา มีรายการเติมเงินเข้ากระเป๋าเงินอี-วอลเล็ทผ่าน “ตู้บุญเติม” สูงถึง 73.33 ล้านรายการ หรือเฉลี่ยเดือนละมากกว่า 6 ล้านรายการ  ขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 90% จากปี 62 ที่มี  44.04 ล้านรายการ และในปี 2564 นี้  ยังมีแนวโน้มการเติม อี-วอลเล็ท ผ่าน “ตู้บุญเติม” เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง   คาดว่าปีนี้มีโอกาสเติบโตเพิ่มขึ้นได้อีกกว่า 50 ล้านรายการ ทั้งจากลูกค้าใหม่ที่ใช้บริการอื่นๆของ “ตู้บุญเติม” อยู่แล้ว  และเพิ่มการใช้บริการต่อเบอร์ของลูกค้าอี-วอลเล็ท เดิม ให้สูงขึ้นมากกว่า 7 ครั้งต่อเดือน  

ล่าสุด บริษัทได้ออกแคมเปญ “เติมเพลิน ลุ้น Play”  เอาใจนักเติมสายเกมเมอร์   โดยผู้เติมเงินเข้ากระเป๋า อี-วอลเล็ท ของทั้ง 6 ค่าย ที่ใช้บริการที่ “ตู้บุญเติม” ทั่วประเทศ   ในทุก ๆ ครั้ง นอกจากจะได้รับแต้ม “บุญเติม รีวอร์ด” เพื่อนำไปแลกรับของกิน-ของใช้และลุ้นรางวัลใหญ่ เช่น ทองคำ จักรยานยนต์ โทรศัพท์มือถือและรางวัลอื่น ๆ แล้ว ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. – 31 พ.ค. 64 ยังจะได้รับสิทธิ์ ลุ้นรับ PlayStation5 จำนวน 3 รางวัล และเครื่องเล่นเกมส์ New Nintendo Switch จำนวน 9 รางวัล โดยจะมีการจับรางวัล 3 ครั้ง ครั้งที่ 1 วันที่ 31 มีนาคม 2564, ครั้งที่ 2 วันที่ 30 เมษายน 2564 และครั้งที่ 3 วันที่ 31 พฤษภาคม 2564  รวม 12 รางวัล  ของรางวัลมีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 186,084 บาท

“การออกแคมเปญ เพื่อกระตุ้นการใช้บริการเติมเงิน อี-วอลเล็ท ผ่านตู้บุญเติม นอกจากจะเป็นการเอาใจและคืนกำไรให้กับลูกค้าของเราแล้ว ยังถือเป็นการสนับสนุนสังคมการใช้บริการแบบไร้การสัมผัส หรือ Contactless Payment  เพื่อลดความเสี่ยงในการพบปะสัมผัสกับผู้คน และเพิ่มความปลอดภัย  โดยหลังเกิดวิกฤติจาก COVID-19 ทางบริษัทได้ออกมาตรการและกำชับให้เอเย่นต์ตัวแทนและลูกข่ายที่เป็นผู้ดูแลในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ เพิ่มความถี่ในการทำความสะอาด  ฉีดและเช็ดน้ำยาฆ่าเชื้อที่ตัวตู้ บริเวณตู้และจุดสัมผัสต่าง ๆ มากขึ้น เพื่อดูแลและเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการซึ่งเป็นลูกค้าที่มีความมั่นคงและใช้บริการตู้บุญเติม เป็นประจำที่มีมากกว่า 20 ล้านเลขหมาย” นายณรงค์ศักดิ์ กล่าว

ก.ล.ต. เปิดตัว “Digital Infrastructure” พลิกโฉมตลาดทุนไทยสู่ตลาดทุนดิจิทัล

0
นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาธิการ ก.ล.ต.

รายงานข่าว เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) จัดงาน “พลิกโฉมตลาดทุนไทยไปสู่ตลาดทุนดิจิทัล : เปิดตัวระบบ Digital Infrastructure ภายใต้ Sandbox ก.ล.ต.” โดยมีนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานเปิดงานและกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “การพัฒนาตลาดทุนดิจิทัล” ในงานเปิดตัวโครงการและแสดงเจตนารมณ์ในการผลักดันให้เกิดการพัฒนาและการใช้งานระบบ Digital Infrastructure ร่วมกับผู้เข้าร่วมโครงการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2564 ที่โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า โครงการพัฒนาระบบ Digital Infrastructure ของตลาดทุนไทยที่ ก.ล.ต. ริเริ่มขึ้นนั้นเป็นหนึ่งในแผนพัฒนาตลาดทุนไทย ฉบับที่ 3 (ปี 2560 – 2564) เรื่อง การพัฒนาตลาดทุนดิจิทัล (Digital Transformation) สอดรับกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ในส่วนของการพัฒนาเศรษฐกิจและความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานโดยเชื่อมโยงผู้ร่วมตลาดทั้งหมดเข้าด้วยกันเป็นระบบนิเวศทางการเงินผ่านระบบโครงสร้างพื้นฐานกลาง โดยในการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ (end-to-end process) นั้นจำเป็นต้องพัฒนา 3P คือ Process Product และ Payment ให้สอดรับกัน“โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลนี้ นอกจากจะช่วยให้ตลาดทุนไทยก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลกดิจิทัล และเติบโตได้อย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต โครงการนี้ยังถือเป็น Milestone ของตลาดทุนไทย ซึ่งหากประสบความสำเร็จจะทำให้ไทยเป็นประเทศที่ 3 ของโลก ถัดจากสวิตเซอร์แลนด์และสิงคโปร์ ที่สามารถพัฒนาดิจิทัลแพลตฟอร์ม (Digital platform) ที่ให้บริการครบวงจรครอบคลุมตราสารทุกประเภท

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าตลาดทุนไทยเป็นตลาดทุนดิจิทัลที่สมบูรณ์แบบ จึงขอให้ผู้ร่วมพัฒนาโครงการนี้ และ ก.ล.ต. ให้ความสำคัญกับประเด็นเรื่องความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และการสร้างสภาวะ Cyber Resilience ให้แก่ตลาดทุน รวมถึงการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Privacy Protection)”นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยังให้นโยบาย ก.ล.ต. ในการพัฒนาระบบการเข้าถึงระบบการเงินและตลาดทุน (Financial inclusion) ที่เท่าเทียมกันของประชาชนและธุรกิจทั้งขนาดใหญ่ กลาง เล็ก ให้เป็นกรณีตัวอย่างของประเทศไทยเพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางอาเซียน (AFMM) ในเดือนเมษายน 2564 และการประชุมเอเปค (APEC) ปี 2565 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ

นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีอย่างรวดเร็วในช่วงที่ผ่านมา หรือที่เรียก Digital Disruption นั้นเกิดขึ้นกับทุกอุตสาหกรรม ก.ล.ต. จึงได้ริเริ่มโครงการพัฒนาระบบ Digital Infrastructure ของตลาดทุนไทยตั้งแต่เดือนกันยายนปี 2562 โดยอยู่ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ ก.ล.ต. เรื่อง Digital For Capital Market ที่มุ่งมั่นจะนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้เพื่อเพิ่มศักยภาพตลาดทุน ยกระดับการกำกับดูแล และพลิกโฉมตลาดทุนไทยไปสู่ตลาดทุนดิจิทัล โดยระบบ Digital Infrastructure จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมโยงผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนในตลาดทุนให้อยู่บนระบบที่มีมาตรฐานเดียวกันทั้งอุตสาหกรรม และปรับเปลี่ยนกระบวนการในตลาดทุนให้เป็นดิจิทัล 100% ตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ (end-to-end process) เพื่อช่วยลดกระบวนการที่ซ้ำซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพและความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบธุรกิจ สร้างความสะดวกและลดต้นทุนในการเข้าถึงตลาดทุนของผู้ระดมทุนและผู้ลงทุน ตลอดจนช่วยให้หน่วยงานกำกับดูแลมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาธุรกิจและตลาดทุน รวมทั้งกำกับดูแลอย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ก.ล.ต. ขอขอบคุณกองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน (CMDF) ที่ให้การสนับสนุนเงินทุนในการพัฒนาระบบ Digital Infrastructure ให้กับตลาดทุนไทยในการเปิดตัวโครงการครั้งนี้

ศ.ดร. สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กล่าวในการบรรยาย เรื่อง “โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลกับการพลิกโฉมตลาดทุนไทย” ว่า การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็วที่ทำให้สิ่งใหม่เกิดขึ้นทดแทน (technology disruption) มีส่วนสำคัญต่อชีวิตประจำวันของผู้คน รวมถึงพัฒนาการของอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงเข้าหากัน ซึ่งการนำพัฒนาการด้านเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้กับตลาดทุนจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำ ทำให้ประชาชนเข้าถึงตลาดทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในปัจจุบันที่ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และขอขอบคุณ ก.ล.ต. ที่เป็น disrupter ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในตลาดทุน

สำหรับการพัฒนาระบบ Digital Infrastructure จะเริ่มที่ตราสารหนี้ภาคเอกชน และจะเชื่อมต่อระบบไปยังหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องเพื่อรองรับตราสารหนี้ภาครัฐต่อไป ซึ่ง ก.ล.ต. จะควบคุมดูแลการพัฒนาและทดสอบระบบทั้งหมดก่อนเริ่มใช้งานจริงภายใต้โครงการ Sandbox ที่มีการจำกัดความเสี่ยงและยืดหยุ่นในเรื่องของกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ทุกภาคส่วนเชื่อมั่นได้ว่าระบบดังกล่าวจะสามารถใช้งานได้จริงอย่างมีประสิทธิภาพ

คาดว่าระบบจะพร้อมสำหรับการออกและเสนอขายตราสารหนี้ภาคเอกชนรุ่นแรกได้ภายในไตรมาส 4 ปี 2564 ในอนาคต ระบบ Digital Infrastructure จะมีการพัฒนาให้รองรับผลิตภัณฑ์ทุกประเภทในตลาดทุน เช่น การออกหลักทรัพย์ในรูปแบบดิจิทัลโดยไม่มีกระดาษและลงนามด้วยลายมือชื่อแบบอิเล็กทรอนิกส์ (electronic signature) การลดระยะเวลาที่หลักทรัพย์จะพร้อมในการซื้อขายในตลาดรองจากเดิมที่ต้องใช้ 7 – 14 วัน ให้เหลือเพียง 1 – 2 วัน และการลดระยะเวลาส่งมอบและชำระราคาหลักทรัพย์จากเดิมอยู่ที่ T + 2 วัน ให้เป็นแบบ real-time (T + 0 วัน)

ซีพีเอฟ ยืนหยัดใช้วัตถุดิบข้าวโพดจากแหล่งผลิตที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม “ไม่เขา ไม่เผา เราซื้อ”

0

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ มุ่งมั่นใส่ใจการผลิตอาหารด้วยความรับผิดชอบทุกขั้นตอน เน้นสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้อย่างโปร่งใส ยืนยันใช้วัตถุดิบข้าวโพดจากแหล่งผลิตที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม พร้อมช่วยเกษตรกรเพิ่มผลผลิตด้วยการปลูกแบบถูกวิธี มีรายได้มั่นคง ตอกย้ำการดำเนินธุรกิจสร้างความยั่งยืน ทุกฝ่ายเติบโตไปด้วยกัน

ซีพีเอฟ โดย บริษัท กรุงเทพโปรดิ๊วส์ จำกัด (มหาชน) ผู้จัดหาวัตถุดิบอาหารสัตว์ให้ซีพีเอฟ ให้ความสำคัญการทำธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม คำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มเติบโตไปด้วยกัน ตามนโยบายด้านการจัดหาอย่างยั่งยืน โดย ซีพีเอฟ ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากคู่ค้าในการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากเกษตรกร โดยสามารถระบุพื้นที่เพาะปลูกได้ตามเอกสารสิทธิ์ครบถ้วน 100% แล้ว ตามแนวทาง “ไม่เขา ไม่เผา เราซื้อ” ขณะเดียวกันร่วมพัฒนาเกษตรกรในห่วงโซ่การผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้เติบโตไปด้วยกัน เป็นส่วนหนึ่งขับเคลื่อนห่วงโซ่การผลิตอาหารมั่นคง

นับตั้งแต่ปี 2559 ซีพีเอฟได้ใช้ระบบตรวจสอบย้อนกลับแหล่งปลูกได้ (Corn Traceability) เพื่อระบุผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ซื้อต้องไม่ได้มาจากแหล่งปลูกพื้นที่ป่า และการเผาเพื่อเตรียมพื้นที่เพาะปลูก ล่าสุดบริษัทฯ ร่วมมือจากคู่ค้าธุรกิจและผู้รวบรวมข้าวโพดในการติดตั้งระบบ GPS Tracking เพื่อใช้ในการติดตามข้อมูลแบบเรียลไทม์ (real time) ในการขนส่งข้าวโพดเข้าสู่โรงงานอาหารสัตว์ซีพีเอฟในเขตประเทศไทยได้ครบ 100% อีกด้วย

นอกจากนี้ กรุงเทพโปรดิ๊วส์ยังได้นำระบบตรวจสอบย้อนกลับไปขยายผลในประเทศเพื่อนบ้านของไทย โดยตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2563 ที่ผ่านมา ซีพี เมียนมา บริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ และกลุ่มธุรกิจการค้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ประกาศรับซื้อผลผลิตข้าวโพดในเขตประเทศเมียนมา จากแหล่งผลิตที่มีเอกสารสิทธิถูกต้องภายใต้ระบบตรวจสอบย้อนกลับเท่านั้น โดยเกษตรกรในเขตประเทศเมียนมาร่วมลงชื่อเพื่อขึ้นทะเบียนตามมาตรฐานการรับซื้อจากแหล่งผลผลิตข้าวโพดที่มีเอกสารสิทธิ์ และเป็นส่วนหนึ่งในการรักษาผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ในเขตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และจัดการปัญหาหมอกควัน

ขณะเดียวกัน ซีพีเอฟยังเดินหน้าส่งเสริมพันธมิตรในห่วงโซ่การผลิตอาหารทั้งคู่ค้าธุรกิจ และ เกษตรกรเติบโตด้วยกันอย่างยั่งยืน โดยริเริ่มโครงการ “เกษตรกรพึ่งตน ข้าวโพดยั่งยืน” ตั้งแต่ปี 2558 เพื่อส่งเสริมเกษตรกรไทยเพิ่มประสิทธิภาพในการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ โดยมีผู้เชี่ยวชาญของบริษัทให้คำแนะนำใกล้ชิด ควบคู่กับการบริหารจัดการแบบเกษตรแปลงใหญ่ และใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ อาทิ Chat bot ช่วยให้เกษตรกรเข้าถึงข้อมูลราคารับซื้อผลผลิตหน้าโรงงานได้ทุกวัน และข้อมูลรถเก็บเกี่ยวและรถขนส่งในชุมชน สนับสนุนการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และลดต้นทุนการผลิต

ในช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิตระหว่างเดือนตุลาคม-ธันวาคม บริษัทเพิ่มจุดรับซื้อผลผลิตที่ได้มาตรฐานในชุมชนให้อยู่ใกล้พื้นที่ปลูกเกษตรกร เพิ่มทางเลือกให้เกษตรกร ประหยัดค่าขนส่ง ช่วยเกษตรกรได้รับรายได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย โดยบริษัทช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเก็บเกี่ยวและการขนส่งเพื่อนำผลผลิตมาจำหน่ายที่จุดรับซื้อ

ตลอดระยะเวลา 5 ปีของการดำเนินโครงการ “เกษตรกรพึ่งตน ข้าวโพดยั่งยืน” มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการปลูกข้าวโพดด้วยความรับผิดชอบ 9,554 ราย ครอบคลุมพื้นที่ปลูก 241,220 ไร่ โดยผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ในปี 2563 ที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นเป็น 1,200 กิโลกรัมต่อไร่ เมื่อเทียบกับ 909 กิโลกรัมต่อไร่ของเกษตรกรนอกโครงการฯ ช่วยให้ครัวเรือนมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเฉลี่ย 29,628 บาทต่อครัวเรือน

ภายใต้นโยบายด้านการจัดหาอย่างยั่งยืน ซีพีเอฟมุ่งมั่นจัดหาวัตถุดิบหลักทางการเกษตรทั้งข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ น้ำมันปาล์ม มันสำปะหลัง กากถั่วเหลือง และปลาป่นที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งที่มาได้อย่างครบถ้วน เพื่อสร้างความยั่งยืนของทรัพยากรทางธรรมชาติ และร่วมยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร

ออมสิน ฉลองครบ 108 ปี เปิดตัวสลากออมสินดิจิทัล กับเงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ พร้อมเปิดลงทะเบียนรับกระปุก ฝากขั้นต่ำ 500 บาท

0

นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินเตรียมเฉลิมฉลองการครบรอบก่อตั้งธนาคารเป็นปีที่ 108 ในวันที่ 1 เมษายน 2564 พร้อมเปิดรับฝาก สลากออมสินดิจิทัล 1 ปี ฉลอง 108 ปี ผ่านแอปพลิเคชัน MyMo ระหว่างวันที่ 1 – 15 เมษายน 2564 วงเงิน 5,000 ล้านบาท โดยเปิดรับฝากตั้งแต่ 200 บาทขึ้นไป สูงสุดรายละไม่เกิน 10 ล้านบาท พร้อมสิทธิลุ้นรางวัลพิเศษจากการออกเลขสลากออมสินงวดวันที่ 16 เมษายน 2564 รางวัลละ 10,000 บาท จำนวน 108 รางวัล

นอกนี้ ธนาคารฯ ยังเปิดรับฝากเงินประเภท เงินฝากเผื่อเรียกพิเศษฉลอง 108 ปี ให้ดอกเบี้ยในอัตราพิเศษแบบขั้นบันได สูงสุด 10.8% ต่อปี ระยะเวลาฝากเงิน 108 วัน อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 1.08% ต่อปี กำหนดเงื่อนไขการเปิดบัญชีขั้นต่ำ 10,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท ให้สิทธิรายละ 1 บัญชี โดยธนาคารจะเปิดให้ผู้สนใจลงทะเบียนจองสิทธิการฝากเงินผ่านเว็บไซต์ www.gsb.or.th และช่องทาง LINE : @GSBsociety ในวันที่ 25-26 มีนาคม 2564 รวม 2 วัน วันละ 1,500 ล้านบาท วงเงินรับฝากรวม 3,000 ล้านบาท

สำหรับลูกค้าเงินฝากทุกประเภท (ยกเว้นเงินฝากเผื่อเรียกพิเศษฉลอง 108 ปี) ที่ฝากเงินตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไป ยังมีสิทธิได้รับกระปุกออมสินที่จัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองวาระโอกาสพิเศษนี้อีกด้วย (ของมีจำนวนจำกัด) แต่ทั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการเว้นระยะเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ธนาคารจึงจะเปิดให้ลงทะเบียนล่วงหน้า ในวันที่ 25-26 มีนาคม 2564 เพื่อให้ลูกค้าเงินฝากจองสิทธิรับกระปุกออมสินได้ที่เว็บไซต์ www.gsb.or.th และช่องทาง LINE : @GSBsociety โดยผู้ที่จองสิทธิสำเร็จจะได้รับ SMS ให้ไปติดต่อรับกระปุกออมสินพร้อมฝากเงิน ณ สาขาธนาคารออมสิน ตามรอบวันและเวลาที่แจ้งความประสงค์ไว้ในการลงทะเบียน

นอกจากนี้ ธนาคารฯ ขอมอบเงินขวัญถุง เป็นเงิน 500 บาท แก่เด็กที่เกิดในวันที่ 1 เมษายน 2564 เพื่อเริ่มต้นปลูกฝังสร้างเสริมวินัยการออมตั้งแต่แรกเกิด โดยบิดาหรือมารดาเด็กมีสัญชาติไทย นำสูติบัตรฉบับจริงพร้อมสำเนาบัตรประชาชนบิดาหรือมารดา และสำเนาทะเบียนบ้านที่มีชื่อบิดาหรือมารดา มาแสดงที่สาขาธนาคารออมสินภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2564

ททท.จับมือพันธมิตร จัดโปรฯ 6 สายการบิน กระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ

0

เปิดตัว“ฝูงบินท่องเที่ยวไทย Amazing ยิ่งกว่าเดิม”

รายงานข่าว เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 23 มี.ค. ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้เป็นประธานการแถลงข่าวเปิด “ฝูงบินท่องเที่ยวไทย Amazing ยิ่งกว่าเดิม” จับมือ 6 สายการบินและพันธมิตร จัดแพ็กเกจเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ และกระตุ้นให้เกิดการเดินทางหลังการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยมีนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. และนายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ นายกสมาคมสายการบินประเทศไทย นายธีรพล โชติชนาภิบาล ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) นายกฤษ พัฒนสาร ผู้อำนวยารฝ่าย รัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท ไทยแอร์เอเชีย จำกัด นางนันทพร โกมลสิทธิ์เวช ผู้อำนวยการฝ่ายการพาณิชย์ บริษัท ไทย ไลอ้อน เมนทารี จำกัด นายวิเศรษฐ์ สนธิชัย ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ บริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด นายรณน วิพุธศิริ ผู้อำนวยการฝ่ายการพาณิชย์ บริษัท ไทย เวียตเจ็ท แอร์ จอยท์ สต็อค จำกัด นางสาวเพลินพิศ โกศลยุทธสาร ผู้อำนวยการกิจกรรมการตลาดและส่งเสริมการตลาดด้านการท่องเที่ยว บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เข้าร่วมแถลงข่าว

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า “ฝูงบินท่องเที่ยวไทย” เป็นโครงการที่แสดงถึงความร่วมมือร่วมใจกันทั้งภาครัฐและเอกชน ในภาวะที่ต้องเร่งให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะชะลอการเดินทางหลังการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั้งผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและอยู่วงนอกอุตสาหกรรมท่องเที่ยว สามารถกระตุ้นให้ประชาชนสนใจ ผนวกกับมีความเชื่อมั่นในการเดินทาง และทำให้เกิดการเดินทางในทุกภูมิภาคในระยะเวลาอันใกล้ พร้อมต้องขอขอบคุณ บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) และกรมควบคุมโรค ซึ่งดูแลมาตรการทางสาธารณสุข ตลอดระยะเวลาการจัดกิจกรรมในครั้งนี้

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า การเดินทางด้วยเครื่องบิน (Air Travel) ถือว่าเป็นกลไกสำคัญในการเดินทางท่องเที่ยว และมีความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยทางสุขอนามัย อีกทั้งยังสามารถลดระยะเวลาในการเดินทาง ส่งผลให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางได้ไกลขึ้น โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวกลุ่มวัยทำงานและคนรุ่นใหม่ซึ่งมักจะมีวันลาที่จำกัด ททท. จึงได้จัดโครงการฯ ขึ้นภายใต้ความร่วมมือจาก สมาคมสายการบินประเทศไทย และพันธมิตร 6 สายการบิน ได้แก่ นกแอร์ ไทยแอร์เอเชีย ไทยไลอ้อนแอร์ ไทยสมายล์ ไทยเวียตเจ็ท และบางกอกแอร์เวย์ส ร่วมกันมอบส่วนลดหรือสิทธิพิเศษให้แก่นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ ตั้งแต่วันที่ 23 มี.ค. 2564 เป็นต้นไป ตามโปรโมชั่น ของแต่ละสายการบิน เพื่อช่วยกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวไปยังภูมิภาคต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ

  • สายการบินนกแอร์ แจกนกแคร์คิต ประกอบด้วย ผ้าคลุมเบาะใช้แล้วทิ้ง แอลกอฮอล์แพด และหน้ากากอนามัยทุกที่นั่ง
  • สายการบินไทยแอร์เอเชีย เสนอโปรโมชั่น ลด 30% จากราคาปกติ ทุกเส้นทางบินภายในประเทศ จองตั้งแต่ 22 – 28 มีนาคม 2564 เดินทางได้ 29 มีนาคม – 30 กันยายน 2564 (ไม่สามารถใช้ร่วมกับโปรโมชั่นอื่นได้)
  • สายการบินไทย ไลอ้อน แอร์ ร่วมกับ Klook เสนอโปรโมชั่นชวนท่องเที่ยววันธรรมดา ซื้อ E-voucherผ่านทาง Klookราคาเริ่มต้น 99 บาท/เที่ยวบิน (ไม่รวมภาษีสนามบิน) จองตั้งแต่ 1 – 30 เมษายน 2564    เดินทางได้ 1 เมษายน – 30 กันยายน 2564 (เดินทางได้เฉพาะวันจันทร์-พฤหัสบดี ไม่รวมวันหยุดนักขัตฤกษ์)
  • สายการบินไทยสมายล์ เสนอบัตรโดยสารราคาพิเศษ ทุกเส้นทางภายในประเทศ ราคาเริ่มต้น 8++ บาท/ท่าน/เที่ยว (รวมทุกอย่างแล้ว) พร้อมบริการฟูลเซอร์วิส สำรองที่นั่งในวันที่ 26 มีนาคม 2564 เพียงวันเดียวเท่านั้น เดินทางได้ตั้งแต่ 1 เมษายน – 30 ตุลาคม 2564
  •  สายการบินไทยเวียตเจ็ท เสนอโปรโมชั่นราคาเริ่มต้น 99 บาท หรือ เมื่อรวมภาษีและค่าธรรมเนียมราคาเที่ยวละ 480 บาท จองตั้งแต่ 23 มีนาคม – 31 ธันวาคม 2564 เดินทางได้ 24 มีนาคม – 31 ธันวาคม 2564
  •  สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส เสนอแคมเปญ “บินเที่ยวไทย จ่ายครึ่งเดียว กับบางกอกแอร์เวย์ส” มอบส่วนลดบัตรโดยสารพิเศษ 50% ในเที่ยวบินไป-กลับ เส้นทางในประเทศที่ร่วมรายการ เพียงสมัครสมาชิกรายการสะสมคะแนนฟลายเออร์โบนัส และลงทะเบียนขอส่วนลดทาง bangkokair.com/halfprice ตั้งแต่เวลา 08.00 น. ของวันที่ 24 มีนาคม 2564 – 20.00 น. ของวันที่ 26 มีนาคม 2564 (เงื่อนไขอื่นๆ ตามที่บริษัทกำหนด) 

ทั้งนี้ ททท. คาดหวังว่า โครงการนี้จะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยส่งเสริมการขาย เพื่อสร้างรายได้ให้ภาคส่วนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสามารถกลับมามีกำไรอย่างยั่งยืน รวมถึงการมุ่งเน้นการเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยว ไม่เน้นจำนวนและปริมาณ เพื่อก้าวสู่การท่องเที่ยวมูลค่าสูง (High Value Tourism) ต่อไป

สมาคมธนาคารไทย ขานรับมติครม. เดินหน้ามาตรการฟื้นฟูธุรกิจโดนผลกระทบโควิด-19

0

นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2564 มีมติเห็นชอบมาตรการให้ความช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) จำนวน 2 มาตรการ คือ มาตรการสนับสนุนการให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบการธุรกิจ (สินเชื่อฟื้นฟู) และมาตรการสนับสนุนการรับโอนทรัพย์ชำระหนี้ และให้สิทธิลูกหนี้ซื้อคืน (โครงการพักทรัพย์ พักหนี้) นั้น สมาคมธนาคารไทยและธนาคารสมาชิก พร้อมสนับสนุนการดำเนินมาตรการดังกล่าว เพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจสามารถทำธุรกิจต่อไปได้ ในช่วงที่เศรษฐกิจยังมีความเสี่ยงจากผลกระทบของโควิด-19 ซึ่งคาดว่าต้องใช้ระยะเวลาอีกนานในการฟื้นตัวการจัดทำมาตรการช่วยเหลือฟื้นฟูฯ

ทั้งนี้ กระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้หารือและรับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการ ภาครัฐในการดูแลการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ความกังวลของสถาบันการเงิน และสามารถให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการได้อย่างตรงจุด นำมาสู่การจัดทำมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบธุรกิจเพิ่มเติม 2 มาตรการ ดังนี้

มาตรการที่ 1 มาตรการสนับสนุนการให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบธุรกิจ ( สินเชื่อฟื้นฟู) ครอบคลุมทั้งการเสริมสภาพคล่อง และการลงทุน เพื่อกลับมาทำธุรกิจตามปกติ (Revive & Restart) วงเงินสนับสนุนดูแลสินทรัพย์ สำหรับธุรกิจโรงแรมและธุรกิจในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 อย่างรุนแรง และประสงค์จะหยุดดำเนินกิจการชั่วคราว โดยภาครัฐได้ปรับปรุงเงื่อนไขต่างๆ เพื่อให้ผู้ประกอบการที่มีศักยภาพสามารถเข้าถึงเงินสินเชื่อได้มากขึ้น

มาตรการที่ 2 มาตรการสนับสนุนการรับโอนทรัพย์ชำระหนี้ และให้สิทธิลูกหนี้ซื้อคืน (โครงการพักทรัพย์ พักหนี้ ) ซึ่งเป็นโครงการภาคสมัครใจ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมและธุรกิจในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 อย่างรุนแรงเท่านั้น ซึ่งต้องเป็นกิจการที่มีศักยภาพ แต่ยังไม่สามารถฟื้นตัวได้ในระยะเวลาอันสั้น โดยให้ผู้ประกอบการสามารถหยุดการดำเนินกิจการได้ชั่วคราว ด้วยการโอนทรัพย์เป็นหลักประกันไว้กับธนาคาร เพื่อรับสิทธิในการขยายเวลาชำระหนี้ระยะยาว รอเศรษฐกิจฟื้นตัวโดยไม่สูญเสียกิจการไป ซึ่งจะมีสินเชื่อพิเศษสนับสนุนจากภาครัฐสำหรับดูแลทรัพย์ที่อยู่ในโครงการฯ มาตรการนี้อยู่ภายใต้หลักการบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพอย่างเป็นระบบ เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ได้ตรงตามสถานะธุรกิจ ควบคู่ไปกับการรักษาเสถียรภาพสถาบันการเงิน

“สมาคมฯ และธนาคารสมาชิก มีความตั้งใจและความพร้อมในการดำเนินมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบธุรกิจ เพื่อช่วยประคับประคองภาคธุรกิจไทยให้สามารถอยู่รอดในช่วงที่เศรษฐกิจรอการฟื้นตัว และกลับมาดำเนินธุรกิจเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไปในอนาคต” นายผยง กล่าว

ครม. ไฟเขียว โครงการทัวร์เที่ยวไทย และ เราเที่ยวด้วยกันเฟส 3

0

รายงานข่าว เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี วันนี้ (23 มี.ค.64) มีมติอนุมัติโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ คือ โครงการทัวร์เที่ยวไทย ส่งเสริมประชาชนให้เดินทางท่องเที่ยวในวันธรรมดา

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ กล่าวว่า โครงการทัวร์เที่ยวไทย รัฐบาลจะสนับสนุนค่าเดินทางในลักษณะร่วมจ่าย จำนวน 40% หรือไม่เกิน 5,000 บาท โดยบริษัทท่องเที่ยวจะต้องลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อจัดทำโปรแกรมการท่องเที่ยวเป็นเวลาอย่างน้อย 3 วัน 2 คืน และจะต้องระบุรายชื่อโรงแรมและร้านอาหารที่อยู่ในโปรแกรมเที่ยวให้ชัดเจน จากนั้น ททท.จะได้ประเมินดูความเหมาะสมจากมูลค่าที่เก็บค่าทัวร์จากลูกค้า เบื้องต้นกำหนดแพ็คเกจโปรแกรมทัวร์ไว้ที่ราคา 12,500 บาทต่อโปรแกรมทัวร์ จำนวน 1 ล้านสิทธิ์  บริษัททัวร์แต่ละแห่งจะรับลูกค้าได้ไม่เกิน 1,000 ราย

ส่วนระยะเวลาดำเนินโครงการทัวร์เที่ยวไทย เริ่มตั้งแต่เดือน พ.ค.-ส.ค.64  ประชาชนที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ สามารถเลือกโปรแกรมท่องเที่ยวในเว็บไซต์ ททท. และชำระเงินค่าโปรแกรมท่องเที่ยวผ่านแอปฯ เป๋าตัง เท่านั้น ดังนั้น บริษัททัวร์ที่เข้าร่วมโครงการ จึงต้องสมัครแอปพลิเคชันถุงเงินด้วย  นอกจากนี้ ต้องมีการสแกนคิวอาร์โค้ดและสแกนใบหน้าของผู้ใช้งาน เมื่อเข้าร้านอาหารหรือโรงแรมตามโปรแกรมท่องเที่ยว และบริษัททัวร์ต้องสแกนคิวอาร์โค้ดสถานที่ท่องเที่ยวที่ไปด้วย เพื่อเป็นการยืนยันว่า มีการพาลูกค้าไปท่องเที่ยวตามโปรแกรมจริงๆ ทั้งนี้ เป็นระบบตรวจสอบที่ ททท.และธนาคารกรุงไทยนำมาใช้

สำหรับ โครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3 จะใช้วงเงินที่เหลือในโครงการ ประมาณ 5,700 ล้านบาท ขยายสิทธิ์เพิ่มอีก 2 ล้านสิทธิ์ ประชาชนที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการจะใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่เดือน พ.ค. 64 เป็นต้นไป และสิ้นสุดโครงการในเดือน ส.ค.64 

ทั้งนี้ จะมีการเพิ่มขั้นตอนตรวจสอบมากขึ้น ผู้ประกอบการเราเที่ยวด้วยกันที่ได้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้ว ต้องทำการยืนยันการเข้าร่วมโครงการใหม่ โดยททท.จะนำข้อมูลที่ทางโรงแรมจดทะเบียนไว้กับกระทรวงมหาดไทย มาตรวจสอบถึงจำนวนห้องพักที่แจ้งไว้ นอกจากนี้ ทางโรงแรมจะต้องส่งจำนวนห้องพักและช่วงอัตราราคา (ต่ำสุด-สูงสุด) เพื่อให้ ททท. ตรวจสอบ

ในส่วนของประชาชนที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ ต้องจองที่พักล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน เพื่อให้ธนาคารกรุงไทย ส่งข้อมูลให้ ททท.ตรวจสอบว่าพบความผิดปกติหรือไม่ นอกจากนี้ ต้องมีการสแกนใบหน้าผู้เข้าพักที่จะใช้สิทธิ์ และส่งข้อมูลจีพีเอส เพื่อตรวจสอบด้วย ส่วนการเดินทางเข้าพักโรงแรม จากเดิมที่ให้พักในจังหวัดเดียวกับผู้ใช้สิทธิ์อาศัยอยู่ได้ จะปรับมีการหลักเกณฑ์ใหม่ ให้เป็นการเดินทางเข้าพักข้ามจังหวัดเท่านั้น  ส่วน E-Voucher จะปรับเป็นราคาเดียวคือ 600 บาทต่อวัน  จากเดิมที่กำหนดให้วันธรรมดาได้ 900 บาท และวันหยุดได้ 600 บาท 

โครงการทัวร์เที่ยวไทย และเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3 จะเริ่มในเดือน พ.ค.64 และสิ้นสุดโครงการในเดือน ส.ค.64 ทั้งนี้ ต้องใช้เวลาในการทำระบบต่างๆ เพิ่มเติม จึงไม้ทันวันหยุดช่วงสงกรานต์

ดีเอสไอเตือน ระวังโดนหลอก อ้างเป็นบ.มหาชน จดทะเบียนต่างประเทศ ชวนสมัครแพ็คเกจลงทุน

0

รายงานข่าวเปิดเผยว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ออกมาเตือนกรณีกรมฯ ได้รับข้อมูลว่า มีกลุ่มบุคคลชักชวนประชาชนทั่วไปให้สมัครแพ็คเกจลงทุน ซึ่งอ้างว่านำไปลงทุนในธุรกิจแพลตฟอร์ม ที่รวบรวมฐานข้อมูลของสมาชิก (Big Data) ทำการเชื่อมต่อการตลาดกับมวลชน และเครือข่ายนักธุรกิจออนไลน์ โดยอ้างว่าบริษัทมีการจดทะเบียนบริษัทที่ต่างประเทศ และเป็นการลงทุนในบริษัทต่างประเทศแถบยุโรป ซึ่งยังไม่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานของรัฐในประเทศไทย แต่อย่างใด

โดยผู้ลงทุนต้องลงทุนแพ็คเกจต่าง ๆ มีตั้งแต่แพ็คเกจลงทุน 99 ยูโร หรือ 4,000 บาท จนถึง 2,499 ยูโร หรือ 120,000 บาท โดยใช้แผนการตลาดแบบไบนารี (Binary) คือ นักลงทุนจะต้องแนะนำให้คนมาร่วมลงทุน จำนวน 4 คน ภายใน 14 วัน จึงจะได้รับโบนัสและผลตอบแทนจากบริษัท ซึ่งสูงถึงหลักล้านบาท โดยปรากฏให้เห็นการชักชวนประชาชนผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ อาทิ เฟซบุ๊ก ไลน์ เป็นต้น เพื่อให้เข้าไปในกลุ่มที่ตั้งขึ้น จากนั้นจะใช้แม่สายหรือแม่ทีม โน้มน้าวชักจูงให้ลงทุนดังกล่าว

กรมสอบสวนคดีพิเศษ ขอแจ้งให้ทราบว่า การซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ไม่ว่าจะในฐานะศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Exchange) นายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Broker) และผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Dealer) จะต้องมีใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ออกโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เท่านั้น และการดำเนินกิจกรรมธุรกิจในลักษณะดังกล่าวยังเข้าข่ายการกระทำความผิดตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 ด้วย ตลอดจนการแนะนำและชักชวนบุคคลทั่วไปให้ลงทุนในหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าโดยใช้เฟซบุ๊กเป็นช่องทางในการโฆษณาชักชวนประชาชน เข้าข่ายเป็นการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์โดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 2 ปี ถึง 5 ปี และปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงห้าแสนบาท และปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาท

ทั้งนี้ การประกอบธุรกิจตามที่บริษัทดังกล่าวอ้างข้างต้น กรมสอบสวนคดีพิเศษจะดำเนินการตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจว่ามีลักษณะเข้าข่ายเป็นความผิดตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 หรือไม่ ต่อไปกรมสอบสวนคดีพิเศษ ขอแจ้งเตือนประชาชนให้ระมัดระวังการลงทุนในรูปแบบดังกล่าว โดยควรศึกษาความเป็นไปได้ของธุรกิจก่อนเข้าร่วมลงทุน และตรวจสอบหลักฐานการลงทุนซึ่งยืนยันว่า บริษัทที่จะร่วมลงทุนนั้น ได้นำเงินไปลงทุนตามที่ได้กล่าวอ้างจริง ทั้งนี้ แชร์ลูกโซ่มักมาในรูปแบบของธุรกิจที่ใช้กลยุทธ์ทางการตลาดที่น่าสนใจ และโฆษณาชักชวนให้ร่วมลงทุนในระยะสั้น โดยอ้างว่าจะจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนในอัตราที่สูง ซึ่งจะใช้วิธีการนำเงินจากผู้ที่เข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ ไปจ่ายผลตอบแทนให้สมาชิกเก่า เพื่อให้เห็นว่าธุรกิจสามารถดำเนินการได้จริง ภายหลังที่ระดมทุนได้มากแล้ว ก็จะหยุดดำเนินการและหลบหนีไปพร้อมเงินของผู้เสียหาย ซึ่งส่งผลให้เกิดความเสียหายลุกลามอย่างรวดเร็ว หากประชาชนมีข้อมูลหรือเบาะแสเกี่ยวกับการกระทำความผิดดังกล่าว หรือมีข้อสงสัย สามารถติดต่อมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษผ่านทางเว็บไซต์ ww.dsi.go.th หรือโทรสายด่วน DSI Call Center 1202 (โทร.ฟรีทั่วประเทศ) โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษจะเก็บรักษาข้อมูลผู้แจ้งเบาะแสไว้เป็นความลับ

ซีพีเอฟ มอบอาหารคุณภาพให้บ้านพักพิง ช่วยเหลือครอบครัวผู้ป่วยเด็กยากไร้ ปีที่ห้า

0

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ร่วมกับ มูลนิธิ  โรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ ประเทศไทย สนับสนุนผลิตภัณฑ์อาหารจากซีพี อาทิ อาหารสำเร็จรูปพร้อมทาน และไข่ไก่สด จำนวน 17,280 ฟอง ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 รวมทั้งสิ้นกว่า 70,000 ฟอง แก่บ้านพักพิง โรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ 4 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี และสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี เพื่อช่วยเหลือครอบครัวผู้ป่วยเด็กได้ทานอาหารคุณภาพ สะอาด ปลอดภัย และมีคุณค่าทางโภชนาการอย่างทั่วถึง โดยมี นายวราราชย์ เรืองศรี รองกรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วย นายนรชัย รัตนบานชื่น ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ซีพีเอฟ ส่งมอบ และนางสาวกฤตยา อุ่นสากล รองผู้อำนวยการมูลนิธิฯ รับมอบ ณ บ้านพักพิงฯ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย 

นายวราราชย์ กล่าวว่า ซีพีเอฟให้การสนับสนุนกิจกรรมนี้อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 เพราะบริษัทฯ เห็นความสำคัญในการให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยเด็กและครอบครัว ได้ทานอาหารที่มีคุณภาพ สด สะอาด ปลอดภัย และให้คุณค่าทางโภชนาการสูง โดยเฉพาะไข่ไก่สด ที่ผ่านการเลี้ยงจากฟาร์มที่ได้มาตรฐานสากล ตรวจสอบย้อนกลับได้ตลอดห่วงโซ่การผลิต ซึ่งเป็นแหล่งโปรตีนชั้นดี ช่วยในการเจริญเติบโตและเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ง่ายต่อการบริโภค และสามารถนำมาทำเมนูต่างๆ ได้หลากหลาย  

นางสาวกฤตยา อุ่นสากล กล่าวว่า ขอขอบคุณซีพีเอฟ ที่ได้ร่วมสนับสนุนไข่ไก่สดและอาหารสำเร็จรูปพร้อมทานแก่บ้านพักพิงฯ ทั้ง 4 แห่งของมูลนิธิฯ มาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 นับว่าเป็นประโยชน์ต่อครอบครัวผู้ป่วยเด็กที่เข้ามาพักอาศัยเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะได้รับประทานอาหารที่ดีมีคุณภาพและคุณประโยชน์แล้ว ยังช่วยร่นระยะเวลาในการจัดหาอาหารของพ่อแม่ ผู้ปกครองที่มาพักอาศัย เพื่อจะได้มีเวลาในการไปดูแล และให้กำลังใจแก่บุตรหลานที่เจ็บป่วยขั้นวิกฤติอย่างเต็มที่ 

ขณะที่ นายนรชัย รัตนบานชื่น กล่าวว่า การผนึกกำลังกับคู่ค้าธุรกิจในครั้งนี้สอดคล้องกับนโยบายของเครือซีพี ภายใต้ปรัชญา 3 ประโยชน์สู่ความยั่งยืน  ได้แก่ ประเทศชาติ ประชาชน และสุดท้ายคือ องค์กร เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารให้คนไทยได้เข้าถึงอย่างเพียงพอ 

โครงการหลักของมูลนิธิ  โรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ ประเทศไทย ประกอบด้วย 1. สร้างและปรับปรุงห้องสันทนาการเด็ก ณ หอผู้ป่วยเด็กในโรงพยาบาลของรัฐบาลและสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้า 2. หน่วยรถทันตกรรมเคลื่อนที่ โรนัลด์ แมคโดนัลด์ และ 3. บ้านพักพิง โรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ โดยตั้งอยู่บนพื้นที่โรงพยาบาลทั้ง 4 แห่ง เพื่อให้ครอบครัวผู้ป่วยเด็กเข้ามาใช้บริการได้ตลอด 24 ชม. พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐาน สำหรับผู้ที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย สามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ Facebook Fanpage : มูลนิธิโรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ หรือ www.rmhc.or.th หรือ โทร. 02-696-4928

โออาร์ ประกาศไม่ขึ้นราคาน้ำมันวันหยุดสงกรานต์ 10​ วัน ยกทัพปล่อยแคมเปญเพียบ มอบรอยยิ้มตลอดเมษา

0
จิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR

นางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เปิดเผยว่า ในเดือนเมษายนที่กำลังจะมาถึง เนื่องจากมีวันหยุดต่อเนื่องตามเทศกาล โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์ อีกทั้งสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 มีแนวโน้มดีขึ้น จึงคาดว่าจะทำให้ประชาชนวางแผนเดินทางท่องเที่ยว หรือเดินทางกลับภูมิลำเนาเป็นจำนวนมาก เพื่อเป็นการช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้บริโภค  OR ได้จัดเตรียมกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้สถานีบริการน้ำมัน PTT Station และร้านค้าในเครือ OR เป็นจุดแวะพักสำหรับผู้บริโภคได้ผ่อนคลายความเหนื่อยล้า เติมเต็มความสุข ความสดชื่น ช่วยลดค่าใช้จ่าย ตลอดจนช่วยลดอุบัติเหตุ และเพิ่มความปลอดภัยในทุกการเดินทาง ด้วยแคมเปญสุดพิเศษมากมาย ครบครันทุกความต้องการ ด้วยสินค้าและบริการที่หลากหลาย ได้แก่

สถานีบริการน้ำมัน PTT Station

•          สถานีบริการน้ำมัน PTT Station จะไม่ปรับขึ้นราคาน้ำมันระหว่างวันที่ 10 – 19 เมษายน 2564 (เป็นระยะเวลา 10 วันช่วงเทศกาลสงกรานต์) ถึงแม้ว่าราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น และหากราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวลดลงจะปรับลดราคาน้ำมันลงอีก

•          “ขับยาวๆ ต้องฮึบ ง่วงไม่ขับพักดื่มแบรนด์” เมื่อเติมน้ำมัน 500 บาทขึ้นไปต่อใบเสร็จ ที่สถานีบริการน้ำมัน PTT Station ทุกสาขาทั่วประเทศ รับคูปองส่วนลด 12 บาท สำหรับแลกซื้อแบรนด์ซุปไก่สกัด รสชาติใดก็ได้ ขนาด 70 หรือ 100 มิลลิลิตร จำนวน 2 ขวด ระหว่างวันที่ 24 มีนาคม 2564 – 23 เมษายน 2564 ที่ร้านสะดวกซื้อ Jiffy และ 7-Eleven ในสถานีบริการน้ำมัน PTT Station ทุกสาขาที่ร่วมรายการ

•          “เติมเต็มความห่วงใย แจกหน้ากากอนามัย ในวันอนามัยโลก” รับฟรี หน้ากากอนามัย 1 ชิ้น ต่อ 1 ใบเสร็จ เมื่อเติมน้ำมันชนิดใดก็ได้ โดยไม่มียอดขั้นต่ำ ระหว่างวันที่ 7 – 11 เมษายน 2564 ที่สถานีบริการน้ำมัน PTT Station ทุกสาขาทั่วประเทศ 

•          ปรับเพิ่มปริมาณการสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงทั้งที่คลังน้ำมันและสถานีบริการน้ำมัน PTT Station ทั่วประเทศ และปรับเวลา เปิด-ปิดคลัง เพื่อให้สถานีบริการน้ำมัน PTT Station ทุกแห่งมีน้ำมันให้เพียงพอกับความต้องการของประชาชน

•          “เติมเต็มความอุ่นใจกับบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอดการเดินทาง” เพียงใช้คะแนนสะสม Blue Card 99 คะแนน แลกรับบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน (Roadside Assistance) และประกันอุบัติเหตุฟรี จากทิพยประกันภัย รวม 10,000 สิทธิ์ ระหว่างวันที่ 11 เมษายน – 31 ธันวาคม 2564 หรือจนกว่าสิทธิ์จะเต็ม

ศูนย์บริการยานยนต์ FIT Auto

•          “FIT Fest ฟิตไม่หยุด พร้อมสุดทุกทริป”

–           ให้บริการฟรี ตรวจเช็กรถยนต์ 35 รายการ เช็ดฆ่าเชื้อโควิด เติมลมไนโตรเจน ปะยางแบบแทงใยไหม

–           เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องราคาพิเศษ อะไหล่ลดสูงสุด 25% ยางรถยนต์ ซื้อ 4 จ่าย  3 แถมโปรโมชั่นดูแลยาง FIT CARE มูลค่า 4,000 บาท ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้ผู้บริโภค

–           มอบสิทธิพิเศษ แถมฟรีประกันภัยโควิดและการเดินทาง 30 วัน เมื่อใช้จ่ายตั้งแต่ 1 บาทขึ้นไป หรือเมื่อใช้จ่ายครบ 5,000 บาทขึ้นไป รับสิทธิ์เช่ารถฟรี 1 วันจาก Budget และ Amazon Drip Coffee 1 กล่อง หรือเมื่อใช้จ่ายครบ 10,000 บาทขึ้นไป ได้รับคะแนน Blue Card เพิ่ม 3 เท่า

–           รับบริการได้ระหว่างวันที่ 1 เมษายน 2564 – 30 มิถุนายน 2564  ที่ศูนย์บริการยานยนต์ FIT Auto ทุกสาขาทั่วประเทศ

ร้าน Café Amazon

•          “คาเฟ่ อเมซอน แจกความสุขรับสงกรานต์” รับฟรี กาแฟดริป คาเฟ่ อเมซอน รสซิกเนเจอร์ รวมจำนวน 24,000 ซอง ระหว่างวันที่ 13 – 15 เมษายน 2564 ที่ร้าน Café Amazon 20 สาขา ในสถานีบริการน้ำมัน PTT Station บนเส้นทางสายหลักในจังหวัดที่เป็นรอยต่อสู่ภาคต่าง ๆ

ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมแต่ละกิจกรรมได้ที่ Facebook : OR Official หรือ โทร. 1365 Contact Center 

การจัดแคมเปญทั้งหมดในครั้งนี้ นอกจากเป็นการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและมอบความปลอดภัยในทุกเส้นทางให้กับผู้บริโภคแล้ว OR ยังมุ่งมั่น พัฒนาสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น ให้เป็น Platform ที่แข็งแกร่งด้วยสินค้าและบริการที่หลากหลายและมีคุณภาพตามแนวคิด ‘Retailing Beyond Fuel’ เพื่อเติมเต็มทุกความต้องการของผู้บริโภค พร้อมสร้างคุณค่าร่วมให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มอย่างสมดุลและยั่งยืน นางสาวจิราพร กล่าวเพิ่มเติม