Home Blog Page 411

ซีพี ยัน ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสั่งซื้อวัคซีน Sinovac ของรัฐบาล ทั้งทางตรงและทางอ้อม

0

รายงานข่าว เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 25 พ.ค. 64 เครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้ออกประกาศว่า เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสั่งซื้อวัคซีน Sinovac ของรัฐบาล ทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยมีเนื้อหาว่า

เนื่องจากปัจจุบันปรากฏข่าวสารสับสนเกี่ยวกับวัคซีนซิโนแวค (Sinovac) ทางโลกออนไลน์ โดยระบุว่า (1) ซีพีถือหุ้นซิโนแวค 15% และ (2) ซีพีอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการซื้อวัคซีนซิโนแวคของรัฐบาลนั้น เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ขอแจ้งให้ทราบว่า ข้อมูลดังกล่าว ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด โดยมีข้อเท็จจริงดังนี้

– การจัดซื้อวัคซีนซิโนแวค เป็นแบบรัฐบาล ต่อรัฐบาล (G2G) เท่านั้น ไม่มีความเกี่ยวข้องกับซีพี ทั้งทางตรง และทางอ้อม

– เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ไม่ได้เป็นผู้ถือหุ้น บริษัทซิโนแวค 15% ตามที่เป็นข่าว

ข้อเท็จจริง ผู้ลงทุนคือ Sino Biopharmaceutical ซึ่งเป็นบริษัทเวชภัณฑ์ของจีน จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง โดยเครือเจริญโภคภัณฑ์เป็นเพียงผู้ถือหุ้นรายย่อยในบริษัท Sino Biopharmaceutical นี้เท่านั้น

ข้อเท็จจริง ผู้ขายหุ้นคือ Sinovac Life Sciences เป็นบริษัทลูกของบริษัท ซิโนแวค ต้องการระดมทุน เพื่อต้องการขยายกำลังการผลิตวัคซีนซิโนแวค

ข้อเท็จจริง Sino Biopharmaceutical เข้าไปถือหุ้นใน Sinovac Life Sciences จำนวน 515 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 15.03% ถือเป็นการดำเนินธุรกิจของบริษัทดังกล่าวเอง โดยเครือเจริญโภคภัณฑ์ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ได้มีหุ้นใดๆ และไม่ได้มีสิทธิการเป็นเจ้าของ ในบริษัท Sinovac Life Sciences ใด ๆ ทั้งสิ้น

ทั้งนี้ เครือเจริญโภคภัณฑ์ เป็นเพียงผู้ถือหุ้นรายย่อยใน Sino Biopharmaceutical ที่เข้าไปลงทุนผ่านทางตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง ไม่มีสิทธิในการบริหารและแทรกแซงการตัดสินใจใด ๆ ใน Sinovac และ เครือเจริญโภคภัณฑ์ของยืนยันว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งทางตรงและทางอ้อม กับการสั่งซื้อวัคซีน Sinovac ของรัฐบาล เข้ามาในประเทศไทยอย่างที่เกิดการบิดเบือนในสื่อออนไลน์แต่อย่างใด ทั้งนี้หากพบว่า ยังมีการเจตนานำข้อมูลไปบิดเบือน และ สร้างความเสียหาย ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด เครือเจริญโภคภัณฑ์มีความจำเป็นต้องดำเนินการทางกฎหมายต่อไป

AIS 5G ยืนยันความพร้อม หนุนศูนย์วัคซีนกลางบางซื่อ ร่วมสร้างภูมิคุ้มกันคนไทย

0

นายปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าทั่วไป AIS เปิดเผยว่า ความมุ่งมั่นของ AIS ต่อการรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาด COVID-19 ยังคงเป็นภารกิจหลักที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่องภายใต้แนวคิด เชื่อมต่อ ช่วยเหลือ เพื่อคนไทย ผ่านการนำเอาศักยภาพ บุคลากร องค์ความรู้ และความแข็งแกร่งของ AIS ในฐานะ Digital Life Service Provider  ที่นอกเหนือจากการเดินหน้าพัฒนาบริการเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลของประเทศแล้ว เรายังร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนเทคโนโลยีสื่อสาร ตลอดจน Digital Service ต่างๆ เพื่อเชื่อมต่อ ส่งความช่วยเหลือ ให้แก่คนไทยมาอย่างต่อเนื่อง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ “ภารกิจสร้างภูมิคุ้มกันด้วยการฉีดวัคซีน” ที่ถือเป็นวาระสำคัญสูงสุดของประเทศ ซึ่งล่าสุดสำหรับ ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ ที่บริษัทมีความพร้อมอย่างยิ่ง ใน 3 ส่วนคือ

1.      ประชาสัมพันธ์และเชิญชวนลูกค้า AIS ให้เข้ามารับบริการฉีดวัคซีนผ่านระบบลงทะเบียนที่จัดทำขึ้น โดยจะเปิดให้เริ่มลงทะเบียนในวันที่ 27 พฤษภาคม 2564 ตั้งแต่เวลา 9.00 น. เป็นต้นไป โดย กระทรวงสาธารณสุขจะเปิดให้เริ่มฉีดเข็มแรกในวันที่ 7 มิถุนายน 2564

2.      จัดกลุ่มพนักงาน “อุ่นใจอาสา” กว่า 100 ชีวิต เข้าร่วมสนับสนุนการบริการประชาชนร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข

3.      สนับสนุนเครือข่ายสื่อสารให้แก่คณะทำงาน และประชาชน ณ บริเวณฉีดวัคซีน เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการสื่อสารอย่างไม่ติดขัด

‘หมอมนูญ’ ตั้งคำถาม ปรับฉีดวัคซีนแอสตร้าเซเนก้าเหลือเข็มเดียว ในภาวะวัคซีนไม่เพียงพอ

0

นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์  แพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบการหายใจ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หมอมนูญ ลีเชวงวงศ์ FC มีเนื้อหาว่า

ผมตั้งคำถามบริษัทแอสตร้าเซเนก้า ( AstraZeneca) ว่า ทำไมไม่ปรับลดโดสการฉีดวัคซีนให้เหลือเข็มเดียว สำหรับประเทศที่กำลังพัฒนาหรือด้อยพัฒนาในภาวะที่มีวัคซีนไม่เพียงพอ

วัคซีนของบริษัทแอสตร้าเซเนก้าใช้เทคโนโลยีอะดีโนไวรัส (Adenovirus) เป็นพาหะนำรหัสพันธุกรรม (DNA) ของไวรัสโควิด-19 เข้าสู่ร่างกายเพื่อให้ร่างกายสร้างภูมิต้านทานต่อโปรตีนส่วนที่เป็นหนามของเชื้อไวรัส เหมือนกับเทคโนโลยีวัคซีนของบริษัทจอห์นสันแอนด์จอหน์สัน (Johnson & Johnson) ประเทศสหรัฐอเมริกา วัคซีนสปุตนิก (Sputnik) ของประเทศรัสเซีย และวัคซีนแคนซิโน (Cansino) ของประเทศจีน ที่ให้โดสเข็มเดียวจบ ไม่ต้องให้เข็มสองดังที่บริษัทแอสตร้าเซเนก้ากำหนดไว้ ข้อแตกต่างของวัคซีนแอสตร้าเซเนก้า คือใช้อะดีโนไวรัสของลิงชิมแปนซี แทนที่จะใช้อะดิโนไวรัสของคนเหมือนบริษัทอื่น ประสิทธิภาพของวัคซีนแอสตร้าเซเนก้าหลังฉีดเข็มแรกดีพอๆกับวัคซีนของบริษัทอื่นที่ให้ฉีดเพียงเข็มเดียว มีการศึกษาในคนไทยพบภูมิคุ้มกันขึ้นสูงมากหลังฉีดวัคซีนแอสตร้าเซเนกาโดสแรก 4 สัปดาห์ วัคซีนสปุตนิกของรัสเซียเดิมให้ 2 เข็ม ต่อมาปรับลดลงเหลือ 1 เข็มเพื่อจะได้ฉีดให้คนมากขึ้น เป็นความคิดที่ถูกต้องสำหรับประเทศที่ขาดแคลนวัคซีน

ล่าสุด วัคซีนแคนซิโนของจีน ประกาศให้เข็มเดียวพอเหตุผลที่บริษัทแอสตร้าเซเนก้าให้เข็ม 2 เพื่อกระตุ้นให้มีภูมิคุ้มกันนานขึ้น แต่ในภาวะที่มีไวรัสกลายพันธุ์หลายชนิดที่สามารถหลบหลีกภูมิคุ้มกันจากการฉีดวัคซีนของแอสตร้าเซเนก้าเข็มแรก ยังไงเราต้องให้เข็มถัดไปที่เป็นวัคซีนรุ่นใหม่ที่ทั้งกระตุ้นภูมิคุ้มกัน และสามารถครอบคลุมเชื้อไวรัสสายพันธุ์แอฟริกาใต้ และบราซิลในต้นปีหน้า

ประโยชน์ของการให้วัคซีนแอสตร้าเซเนก้าเข็มเดียวทำให้มีวัคซีนมากขึ้นสามารถฉีดจำนวนคนได้มากขึ้นเท่าตัว เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ หยุดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้เร็วขึ้นถึงเวลาแล้วที่บริษัทแอสตร้าเซเนก้าน่าจะปรับคำแนะนำให้ประเทศกำลังพัฒนาหรือด้อยพัฒนาลดเหลือ 1 เข็ม เหมือนวัคซีนทุกบริษัทที่ใช้เทคโนโลยีเดียวกัน

CP-CPF หนุนสถานีกลางบางซื่อ ฉีดวัคซีนให้ประชาชน เร่งสร้างภูมิคุ้มกันหมู่

0

รายงานข่าว เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 24 พ.ค. 2564 นายสรพงศ์ ไพทูรย์พงษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม และ พญ.มิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง รับมอบผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทาน เครื่องดื่ม นม และน้ำดื่ม จากเครือเจริญโภคภัณฑ์และบริษัทในเครือ ภายใต้โครงการ “CPF ส่งอาหารจากใจ ร่วมต้านภัยโควิด-19” เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของทีมแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ ตลอดจนอาสาสมัคร ในการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้แก่ประชาชนราว 10,000 คนต่อวัน โดยมี นายเอกปิยะ เอื้อวุฒิเกริก รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร หรือ ซีพีเอฟ , นายภคิน จุฑาศิลปารัตน์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บจ.ซี.พี.อินเตอร์เทรด และ นายธณกร โยธาจิรนนท์ ผู้แทน บมจ.ซีพี ออลล์ ร่วมกันส่งมอบ เพื่อขอเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้แก่ประเทศไทย ที่ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ

พญ.มิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กล่าวว่า กรมการแพทย์และสถาบันโรคผิวหนัง เป็นหน่วยงานหลักในการดูแลการให้บริการฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชน ณ สถานีกลางบางซื่อ โดยให้บริการวันละ 10,000 คน แน่นอนว่าต้องอาศัยแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ และอาสาสมัครจำนวนมาก การที่ได้เครือซีพี-ซีพีเอฟ ซึ่งเป็นมืออาชีพด้านอาหารเข้ามาช่วยสนับสนุนทีมแพทย์ก็ทำให้การเตรียมความพร้อมในด้านนี้ครบถ้วนสมบูรณ์ ซึ่งต้องขอขอบคุณเป็นอย่างสูง

นายเอกปิยะ เอื้อวุฒิเกริก รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธุรกิจการค้าในประเทศ ซีพีเอฟ กล่าวว่าการระบาดของโควิด-19 ระลอกนี้ ดำเนินมาถึงช่วงที่ประเทศไทยจำเป็นต้องมีภูมิคุ้มกันหมู่ จึงเป็นที่มาที่ภาครัฐ จัดหาพื้นที่เพื่อทำเป็นจุดฉีดวัคซีนให้ประชาชน ซีพีและซีพีเอฟ จึงขอแบ่งเบาภารกิจนี้และขอเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ดังกล่าว โดยนำความเชี่ยวชาญด้านอาหารของเรามาสนับสนุนทีมแพทย์ พยาบาลและเจ้าหน้าที่ ตลอดจนอาสาสมัครที่ต้องทำหน้าที่ฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนเรือนหมื่นในแต่ละวัน

สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทานของซีพีเอฟที่ส่งมอบให้สถานีกลางบางซื่อ ประกอบด้วย เกี๊ยวกุ้งต้มยำ สปาเก็ตตี้ไก่ครีมซอสเห็ด สปาเก็ตตี้กะเพราไก่ ข้าวน้ำพริกอกไก่ ข้าวอบธัญพืช ข้าวกะเพราไก่ รวมถึง นมเมจิ หลายรสชาติ และผลิตภัณฑ์เนื้อจากพืช MEAT ZERO นอกจากนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มวิตามินจาก บจก.ซี.พี. อินเตอร์เทรด และน้ำดื่ม จากซีพี ออลล์ ด้วย

ความช่วยเหลือดังกล่าว เป็นไปตามนโยบายของประธานอาวุโส ธนินท์ เจียรวนนท์ ที่ต้องการให้ทุกบริษัทในเครือซีพีร่วมช่วยเหลือสังคมในสถานการณ์โควิด-19 ภายใต้โครงการ “ซีพีร้อยเรียงใจ สู้ภัยโควิด-19”

ทั้งนี้ วิกฤตโควิด จากวันแรก…ถึงวันนี้ CP-CPF มอบอาหารพร้อมรับประทาน เพื่อบุคลากรทางการแพทย์และพี่น้องคนไทยแล้วหลายล้านแพ็ค รวมถึงน้ำดื่มและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ iMU ตลอดจนวัตถุดิบอาหารสดและเครื่องปรุงรส สำหรับนำไปปรุงอาหาร แก่โรงพยาบาลและหน่วยงานต่างๆ ทั่วประเทศกว่า 100 แห่ง และจะยังคงส่งมอบความเชี่ยวชาญนี้ของบริษัทต่อไป เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ “ทีมประเทศไทย” ที่จะก้าวผ่านวิกฤตโควิด-19 นี้ไปด้วยกัน

6 ข้อสรุปฉีดวัคซีนโควิด ทำให้หลอดเลือดอุดตันจริงหรือไม่?

0

โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เผยแพร่บทความ “6 ข้อสรุปฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ทำให้เกิดหลอดเลือดอุดตันจริงหรือไม่?” โดยมีเนื้อหา ดังนี้

  1. การฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด -1 9 ทุกชนิดไม่ส่งผลต่อการเกิดหลอดเลือดอุดตัน เช่น หลอดเลือดสมองอุดตัน หลอดเลือดหัวใจอุดตัน หลอดเลือดดำที่ขาอุดตัน และลิ่มเลือดอดตัน
  2. การเกิดภาวะเกล็ดเลือดต่ำร่วมกับหลอดเลือดอุดตัน โดยเฉพาะที่สมอง มีรายงานหลังฉีดวัคซีนของ AstraZeneca หรือ Johnson and Johnson ว่ามีโอกาสเกิดภาวะดังกล่าวขึ้นอยู่ระหว่าง 1 : 100,000 ถึง 1 : 500,000 ซึ่งภาวะนี้สามารถรักษาได้จากการวินิจฉัยและยาที่มีอยู่ในประเทศ
  3. ภาวะหลอดเลือดอุดตันภายหลังติดเชื้อโรคโควิด-19 มีความน่ากังวลมากกว่าการฉีดวัคซีน เพราะการติดเชื้อโรคโควิด-19 ส่งผลให้เกิดหลอดเลือดอุดตันสูงถึง 1 ใน 10 และมักเป็นหลอดเลือดอุดตันที่รุนแรง
  4. การฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ทุกชนิดมีผลข้างเคียงที่แตกต่างกันแต่ผลข้างเคียงที่รุนแรงของวัคซีนแต่ละชนิด มีโอกาสเกิดน้อยกว่า 1 : 100,000 ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่ต่ำกว่าภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงจากการติดเชื้อโควิด-19 เช่น ปอดอักเสบรุนแรง หลอดเลือดอุดตัน หรือเสียชีวิตนับหมื่นเท่า
  5. ความกังวลหลังฉีดวัคซีน Sinovac ที่ว่าฉีดแล้วจะป่วยเป็นโรคอัมพฤกษ์ หรือโรคอัมพาต ทางโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ได้ตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดแล้วไม่พบผู้ที่เกิดหลอดเลือดสมองอุดตันจากการฉีดวัคซีน
  6. ปัจจุบันไม่พบหลักฐานว่ามีผู้เสียชีวิตจากการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 โดยตรงในประเทศสหรัฐอเมริกาพบผู้เสียชีวิตหลังฉีดวัคซีน Pfizer หรือ Moderna ประมาณ 1 : 60,000 ซึ่งภายหลังการสอบสวนโรคแล้ว พบว่าอาจเกิดจากโรคประจำตัวของผู้เสียชีวิตมากกว่าเกิดจากการฉีดวัคซีน

คำแนะนำจากแพทย์

ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคมะเร็ง โรคอัมพฤกษ์ โรคอัมพาต โรคหัวใจ โรคปอด โรคตับ โรคไต โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง สามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ได้

ข้อมูล ณ วันที่ 24 พฤษภาคม 2564
ที่มา : รศ. นพ.นภชาญ เอื้อประเสริฐ

ข้อห้าม หรือใครไม่ควรรับวัคซีนโควิด และการเตรียมตัว

0

ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยา คลินิกภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสผ่านเฟสบุ็ค Yong Poovorawan ถึงข้อห้าม และการปฏิบัติตัวในการฉีดวัคซีนโควิด มีเนื้อหาดังนี้ “มีคำถามเข้ามามากจริงๆ จะรับวัคซีนได้ไหม ขอชี้แจงเลยว่า

ข้อห้ามสำหรับผู้ที่ไม่ควรรับวัคซีน

1 ผู้ที่รับวัคซีนแล้วเกิดแพ้วัคซีนอย่างรุนแรง ถึงขั้นช็อก (Anaphylaxis) วัคซีนนี้เป็นวัคซีนใหม่ถ้าให้เข็มแรกก็คงไม่มีใครรู้ ทุกคนจึงไม่อยู่ในข้อนี้ แต่ถ้าให้เข็มแรกแล้วแพ้รุนแรง เข็ม 2 ให้ไม่ได้แน่นอน ต้องเปลี่ยนชนิดวัคซีน ผู้ที่รู้ว่าแพ้ส่วนประกอบในวัคซีน ก็ไม่สมควรให้ ในทางปฏิบัติก็คงเป็นการยากพอสมควรที่แพ้ส่วนผสมในวัคซีน วัคซีนทั้งหลายขณะนี้ไม่มียาปฏิชีวนะ ไม่มีส่วนผสมของไข่ ดังนั้นผู้ที่แพ้ยา อาหาร หรือภูมิแพ้ต่างๆไม่ได้เป็นข้อห้ามแต่อย่างใด แต่ผู้ที่เคยแพ้อย่างรุนแรง หลังฉีดก็เฝ้าดูอาการอาจจะนานกว่าคนธรรมดาสักหน่อยก็ได้

2 ผู้ที่เจ็บป่วย มีไข้ หรือ เป็นโรคปัจจุบันที่ต้องการการรักษา ผู้ป่วยวิกฤต ผู้ป่วยที่อยู่ในระยะสุดท้ายของโรค และผู้ป่วยที่รักษา โดยเฉพาะนอนในโรงพยาบาล ก็ให้เลื่อนไปก่อน จนกว่าทุกอย่างอยู่ในสภาพคงที่แล้ว และกลับบ้านแล้ว เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วเราจะเห็นว่าจะมีข้อห้ามเด็ดขาดน้อยมาก ดังนั้นผู้ที่มีโรคประจำตัว และดูแลรักษาอยู่มีภาวะคงที่ ถึงจะกินยาประจำ ก็สามารถให้วัคซีนได้

เช่นเดียวกับการให้วัคซีนไข้หวัดใหญ่ ถ้าทุกปีเราสามารถให้วัคซีนไข้หวัดใหญ่ได้ ก็ไม่ได้มีข้อห้าม เบาหวาน ความดัน ก็สามารถฉีดวัคซีนได้ ถ้ารักษาและดูแลอยู่ตลอดอยู่แล้ว ยกเว้นเสียแต่ความดันที่ไม่สามารถควบคุมได้ หรือเบาหวานที่ยังควบคุมไม่ได้มีน้ำตาลสูงมาก ขนาดมีอาการที่ต้องรักษาในโรงพยาบาลก็ให้เลื่อนไปก่อน โรคประจำตัว โรคพันธุกรรมต่างๆ เช่นธาลัสซีเมีย ก็ไม่ได้เป็นข้อห้ามยาที่รับประทานประจำ ก็ให้คงรับประทานยานั้นเหมือนปกติ ไม่มีความจำเป็นต้องงดยาก่อนฉีดวัคซีนการกินยากดภูมิต้านทาน ก็ไม่ได้เป็นข้อห้าม แต่ให้รู้ว่าถ้าฉีดวัคซีนภูมิต้านทานจะขึ้นได้ไม่ดี ถ้าจะหยุดยาก่อนควรปรึกษาแพทย์ เพราะในบางครั้งถ้าหยุดยาแล้วโรคกำเริบก็ไม่ควรหยุด ฉีดไปดีกว่าไม่ฉีดถึงแม้ภูมิจะต่ำ ก็สามารถไปฉีดเพิ่มทีหลังได้ วัคซีนที่ฉีดทุกตัวเป็นเชื้อตายหรือแบ่งตัวไม่ได้อยู่แล้วผู้ป่วย HIV ก็สามารถฉีดได้ ยกเว้นเสียแต่ว่ากำลังมีอาการ หรือ cd4 น้อยกว่า 200 ก็ควรจะรักษาเสียก่อน ให้ทุกอย่างดีขึ้นแล้วรีบฉีดวัคซีน

ผู้ที่กินยาละลายลิ่มเลือด ก็ให้กินต่อไป แต่หลังฉีดวัคซีน จะต้องกดรอยฉีดให้นาน 5-10 นาทีเพื่อป้องกันเลือดออกง่าย

ใครทานกาแฟอยู่เป็นประจำทุกวัน ก็ทานไป ถ้าใครทานนานๆครั้ง ก็ไม่ควรทานกาแฟวันที่ฉีดวัคซีน หรือใครไม่ทานก็ไม่ควรทานวันฉีดวัคซีน เพราะจะทำให้หัวใจเต้นเร็ว และบีบเส้นเลือด ความดันจะขึ้นสูง คนที่ทานประจำ ร่างกายปรับตัวได้อยู่แล้ว ถ้าหยุดทานกาแฟ จะรู้สึกหงุดหงิด และปวดหัวเอาได้ง่ายๆ ไม่ได้มีข้อบ่งชี้ว่า ผู้ที่ทานกาแฟเป็นประจำทุกวันต้องหยุดกาแฟ

ผู้ที่ทานยาบีบเส้นเลือดเช่นยารักษาปวดหัวไมเกรน ถ้าหยุดได้ก็ควรจะต้องหยุด ถ้าปวดหัววันนั้นและหยุดไม่ได้ ก็เลื่อนวันฉีดออกไป

วันฉีดวัคซีนไม่ให้ร่างกายขาดน้ำ รับประทานอาหารให้เต็มที่แบบปกติ แต่ก็ไม่ต้องถึงกับกินน้ำหลายๆ ลิตรอย่างที่มีการพูดกัน ให้มั่นใจว่าร่างกายเราไม่ได้ขาดน้ำ ถ้าอย่างที่ส่งต่อกันให้กินวันละ 5 – 6 ลิตร ไม่แน่ใจว่าสถานที่ฉีด จะมีห้องน้ำให้เข้าเพียงพอหรือเปล่า ดูก็แล้วกันว่าถ้าสถานที่ไม่มีที่ปรับอากาศอากาศร้อนก็ทานน้ำให้มาก ถ้าอยู่ในห้องแอร์ที่เย็น ก็อย่าให้ขาดน้ำก็แล้วกันคงไม่ต้องถึงกับกินมากอย่างที่บอกในสื่อต่างๆ

การเตรียมตัวฉีดวัคซีน ก็เหมือนอย่างที่เราไปฉีดวัคซีนกันทุกปีป้องกันไข้หวัดใหญ่ พักผ่อนให้พอ ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น ผ่อนคลาย เพราะสภาพที่เป็นอยู่ตอนนี้ หลายคนเดินเข้ามาก็เกิดความกลัว วัดความดันก็พุ่งสูงกันหมด และหลังฉีดก็มีการเป็นลมได้ เหมือนกับที่เราพบบ่อยกับการเจาะเลือด แล้วหลายคนเป็นลม การเป็นลมดังกล่าวไม่ได้เกิดจากการแพ้ยาฉีดแต่อย่างใด หน้าซีดจนหลายคนกลัว ที่จริงแล้วเป็นเรื่องที่เราเห็นกันบ่อยๆ ไม่มีอันตรายอย่างใดเลย ชีวิตทุกคนต้องเดินหน้า การฉีดวัคซีนก็ให้คิดว่าเหมือนอยู่ในภาวะปกติ ที่เราให้วัคซีนกันในชีวิตประจำวัน แล้วทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดี”

คปภ.สั่งด่วน ให้ประกันแพ้วัคซีนโควิด คุ้มครองการฉีดนอกโรงพยาบาล

0

ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งปัจจุบันยังส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างต่อเนื่อง การฉีดวัคซีนโควิด-19 จึงมีความจำเป็นอย่างมากในการป้องกันการแพร่ระบาด และลดอันตรายที่จะเกิดขึ้นจากการติดเชื้อ ซึ่งภาครัฐได้กำหนดแผนการเร่งฉีดวัคซีนตามแนวทางการขยายหน่วยบริการ โดยสนับสนุนให้องค์กร หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วม ในการจัดบริการฉีดวัคซีน ณ จุดบริการนอกโรงพยาบาล/สถานพยาบาลเวชกรรม เช่น จุดบริการในห้างสรรพสินค้า หรือมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกและการเข้าถึงวัคซีนของประชาชน รวมทั้งเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของระบบ การฉีดวัคซีนให้สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว และทั่วถึง

ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ. ส่งเสริมให้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัย การแพ้วัคซีนโควิด-19 เพื่อเป็นเครื่องมือการบริหารความเสี่ยงและสร้างความมั่นใจแก่ประชาชนที่เข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด-19 โดยการประกันภัยแพ้วัคซีนโควิด-19 จะให้ความคุ้มครอง หากผู้เอาประกันภัยได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ว่ามีอาการแพ้ หรือผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนโควิด-19 ซึ่งในปัจจุบันมีผลประโยชน์ความคุ้มครองหลายรูปแบบให้ประชาชนสามารถเลือกซื้อได้ อาทิ เช่น ผลประโยชน์การเกิดเจ็บป่วยระยะสุดท้าย และ/หรือภาวะโคม่า และ/หรือภาวะสมองตายและระบบประสาทล้มเหลว ผลประโยชน์การรักษาพยาบาลในฐานะผู้ป่วยใน และผลประโยชน์เงินชดเชยรายวันจากการเป็นผู้ป่วยใน เป็นต้น โดยบริษัทประกันภัยจะจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามเงื่อนไขผลประโยชน์ที่ระบุไว้ และโดยปกติจะเป็นการฉีดวัคซีนในโรงพยาบาลทั่วไป

เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า เพื่อรองรับนโยบายของภาครัฐและสนับสนุนแผนดำเนินการของคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ ในการเร่งสร้างภูมิคุ้มกันและลดความเสี่ยง รวมทั้งเพื่อให้ผู้เอาประกันภัยที่ซื้อความคุ้มครองผลกระทบจากการฉีดวัคซีน โควิด-19 ยังคงได้รับความคุ้มครองเช่นเดิมตามเงื่อนไขทั่วไปของกรมธรรม์ประกันภัย ดังนั้น ตนในฐานะนายทะเบียนจึงได้ออกคำสั่ง นายทะเบียนที่ 26/2564 เรื่อง การให้ความคุ้มครองกรณีได้รับผลกระทบจากการฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ตามกรมธรรม์ประกันภัยหรือสัญญาเพิ่มเติม สําหรับบริษัทประกันชีวิต และคำสั่งนายทะเบียนที่ 27/2564 เรื่อง การให้ความคุ้มครองกรณีได้รับผลกระทบจากการฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ตามกรมธรรม์ประกันภัย หรือเอกสารแนบท้าย สําหรับบริษัทประกันวินาศภัย ซึ่งคำสั่งนายทะเบียนทั้ง 2 ฉบับดังกล่าว กำหนดให้บริษัทประกันภัย ให้ความคุ้มครองผลกระทบจากการฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่กระทำการโดยแพทย์ พยาบาล หรือบุคลากรที่ได้รับการอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมายแห่งราชอาณาจักรไทย ไม่ว่าจะดําเนินการ ณ สถานที่ใดก็ตาม ผู้เอาประกันภัยจะยังได้รับความคุ้มครองตามเงื่อนไข ของกรมธรรม์ประกันภัย เช่นเดียวกับการฉีดวัคซีนในโรงพยาบาลทั่วไป

จากข้อมูล ณ วันที่ 15 พฤษภาคม 2564 มีบริษัทประกันภัยได้รับความเห็นชอบกรมธรรม์ประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองผลกระทบจากการฉีดวัคซีนโควิด-19 จำนวน 25 บริษัท และมี 10 บริษัทที่จำหน่ายแก่บุคคลทั่วไปแล้ว โดยข้อมูลตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน – 15 พฤษภาคม 2564 มียอดซื้อประกันภัยรวมทั้งสิ้น 800,269 ฉบับ เบี้ยประกันภัย 96,931,810 บาท และมียอดการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน 105,190 บาท

“สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังคงขยายวงกว้าง และเกิดคลัสเตอร์ใหม่ ๆ ในหลายพื้นที่ รวมถึงมีการติดเชื้อ โควิด-19 ที่เป็นสายพันธุ์ใหม่ๆ ด้วย ดังนั้น ทุกคนต้องระมัดระวังและช่วยกันป้องกันการแพร่ระบาด อีกทั้งเตรียมความพร้อม ในการเข้ารับฉีดวัคซีน ในขณะเดียวกันเมื่อได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว ระบบประกันภัยก็พร้อมเข้าไปช่วยเยียวยา ได้อย่างเต็มที่ในทุกมิติ จึงหวังว่าการออกคำสั่งนายทะเบียนทั้งสองฉบับนี้จะช่วยลดข้อโต้แย้ง และเป็นการดูแลประชาชน ผู้ทำประกันภัยแพ้วัคซีนโควิด-19 มีความมั่นใจยิ่งขึ้นว่า เมื่อเกิดอาการไม่พึ่งประสงค์จากการแพ้วัคซีนที่มีการฉีดในสถานที่ใด ๆ ที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง ก็จะได้รับความคุ้มครองจากสัญญาประกันภัยที่ทำไว้ทุกประการ โดยสำนักงาน คปภ. พร้อมที่จะดูแล ด้านการประกันภัยอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน คปภ. 1186 หรือ Add Line Official @oicconnect” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย

รู้เก็บรู้ออม : ลงทุนหุ้นยั่งยืน…เพื่ออนาคต!!

0

ผู้ลงทุนที่ลงทุนในตลาดหุ้น นอกจากต้องเลือกหุ้นที่ปัจจัยพื้นฐานดี ธุรกิจมีกำไร มีแนวโน้มเติบโต ฐานะการเงินแข็งแกร่ง จ่ายปันผลงาม หุ้นดีมีสภาพคล่องและราคายังไม่สูงเกินไป ซึ่งขึ้นอยู่กับเป้าหมายการลงทุน หรือพฤติกรรมความชอบความถนัดและประสบการณ์การลงทุนของแต่ละคนแล้ว

ปัจจุบันยังมีข้อมูลหรือปัจจัยอื่นๆที่มีผลต่อแนวคิดหรือการตัดสินใจลงทุน ที่สำคัญ คือ “การลงทุนอย่างยั่งยืน” (Sustainable Investment) ด้วยการเลือก “ลงทุนในหุ้นยั่งยืน”

โดย “การลงทุนอย่างยั่งยืน” เป็นแนวคิดที่เน้นลงทุนในหุ้นหรือบริษัทที่ทำธุรกิจโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (Environmental, Social and Governance : ESG) ถือเป็นการดำเนินธุรกิจเพื่อความยั่งยืน เพื่อสร้างผลตอบแทนในระยะยาว ซึ่งเป็นแนวทางที่ได้รับการส่งเสริมและการยอมรับให้ใช้เป็นแนวทางในการเลือกลงทุนจากกองทุนทั่วโลก

ทางตลาดหลักทรัพย์ฯได้ออกบทความ “ลงทุนหุ้นยั่งยืนวันนี้…เพื่ออนาคตข้างหน้า” ที่เผยแพร่ใน https://www.setinvestnow.com

ได้ระบุเนื้อหาไว้อย่างน่าสนใจว่า นอกเหนือจากตัวเลขทางการเงิน ปัจจุบันผู้ลงทุนให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์ปัจจัยอื่นๆ ที่อยู่นอกเหนือจากตัวเลขทางการเงิน เช่น สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) เพื่อหาบริษัทที่มีนโยบายการดำเนินธุรกิจที่มุ่งสู่ความยั่งยืน เพราะการพิจารณาข้อมูลด้าน ESG สามารถบ่งชี้ถึงโอกาสและความเสี่ยง รวมทั้งขีดความสามารถขององค์กรที่มีต่อผลประกอบการในอนาคตของบริษัท

โดยผู้ลงทุนจะพิจารณาว่าบริษัทนั้นมีการดำเนินการด้าน ESG อย่างไรบ้าง เช่น บริษัทที่เน้นความยั่งยืนทางธุรกิจ จะซื้อวัตถุดิบจากคู่ค้าที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม หรือทำธุรกิจกับซัพพลาย-เออร์ที่ไม่จ้างแรงงานเด็ก แรงงานเถื่อน รวมทั้งมีการยกระดับคุณภาพการบริหารงานด้านความปลอดภัยทั้งในองค์กรตนเองและคู่ค้า มีความใส่ใจดูแลพนักงานที่ดี มีการเพิ่มขีดความสามารถในการดำเนินธุรกิจ มีนโยบายซื้อสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือลดการใช้พลังงาน เพิ่มการนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่ เป็นต้น

แนวคิดแบบนี้เรียกว่า “การสร้างคุณค่าร่วม” หรือ Creating Shared Value : CSV โดยบริษัทต้องสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจให้กับธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน รวมทั้งเน้นการสร้างประโยชน์ให้ผู้ถือหุ้นและสังคมให้เกิดผลประโยชน์ร่วมกัน เพื่อความสำเร็จในระยะยาว

ดังนั้น ก่อนจะตัดสินใจลงทุนในหุ้น นอกจากต้องวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิคแล้ว ก็ต้องดูด้วยว่าบริษัทนั้นมีกลยุทธ์สร้างความยั่งยืนด้านการดำเนินธุรกิจในระยะยาวมากน้อยเพียงใด ซึ่งการมองการลงทุนในมิติแบบนี้เรียกว่า “Sustainable Investment” นั่นเอง

“คุณนายพารวย” จึงอยากชวน “ผู้ลงทุนมือใหม่” มาให้ความสำคัญกับปัจจัยหรือข้อมูลด้าน ESG เพราะการเลือกลงทุนในหุ้นยั่งยืน นอกจากจะทำให้ “มือใหม่” อย่าง

เรา สามารถลดความเสี่ยงของธุรกิจที่เราเลือกลงทุน และมีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่ดีแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมสนับสนุนให้บริษัทจดทะเบียน สร้างมาตรฐานในการดำเนินธุรกิจเพื่อโลกที่ยั่งยืนและเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น!!

สัปดาห์หน้าคุณนายพารวยจะพาไปดูข้อมูลสถิติเปรียบเทียบผลตอบแทนจากการเลือกลงทุนในหุ้นยั่งยืนของตลาดหุ้นไทยที่น่าสนใจ…รอติดตาม!!

คุณนายพารวย

ที่มา คอลัมน์ รู้เก็บรู้ออมรู้ใช้รู้ลงทุน..สู่ความมั่งคั่ง โดย คุณนายพารวย หน้าเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ซีพี จับมือกระทรวงแรงงาน สนับสนุนโรงครัวสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา หนุนบุคลากรทางการแพทย์

0

รายงานข่าว เปิดเผยว่า เครือเจริญโภคภัณฑ์ เดินหน้าโครงการ “ซีพีร้อยเรียงใจ สู้ภัยโควิด-19” ต่อเนื่อง โดยล่าสุด นายจอมกิตติ ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านพัฒนาความยั่งยืนภาครัฐ เครือเจริญโภคภัณฑ์ และ ผู้ช่วยบริหาร สำนักประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) เป็นตัวเเทนมอบไข่ไก่ซีพี 10,000 ฟอง ให้กับสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา เพื่อสนับสนุนในการนำไปประกอบอาหารแก่บุคลากรทางการแพทย์ที่ปฏิบัติหน้าที่ดูแลผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโควิด -19 โดยมีนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน  และ รศ.ดร.คุณหญิงสุมณฑา พรหมบุญ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา รับมอบ

ทั้งนี้ กระทรวงเเรงงานร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา จัดตั้งโรงครัวจิตอาสาเพื่อสนับสนุนการจัดทำอาหารมอบให้โรงพยาบาลและสถาบันต่างๆ ทั้งในกรุงเทพและปริมณฑลไปแล้วกว่า 47 แห่ง โดยเริ่มดำเนินการเมื่อกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา  เครือฯ ยังคงห่วงใย เเละส่งมอบความช่วยเหลือผ่านหน่วยงานต่างๆ เพื่อสนับสนุนทีมเเพทย์ เเละพยาบาล ให้ผ่านวิกฤตครั้งนี้โดยเร็ว

4 ข้อต้องรู้ ว่าด้วยเรื่องรายได้เท่านี้ ซื้อบ้านได้เท่าไร

0

โดย ราชันย์ ตันติจินดา นักวางแผนการเงิน CFP

อยากมีบ้านหรือคอนโดสักหลัง ควรมองหาที่ราคาเท่าไรถึงมีโอกาสกู้ธนาคารได้ หรือถ้าต้องจ่ายเงินดาวน์ก็จะได้ไม่ต้องเตรียมเงินไว้เยอะเกินไป คงเป็นคำถามยอดฮิตติดอันดับสำหรับคนที่กำลังมองหาบ้านหรือคอนโดใหม่สักหลัง บทความนี้จึงจะมาเคลียร์คำถามนี้ให้กับทุกคน ด้วย 4 สิ่งที่ต้องรู้ ดังนี้

1) ผ่อนได้ไม่เกินเท่าไร ธนาคารที่ปล่อยวงเงินกู้บ้านย่อมคาดหวังดอกเบี้ยและเงินผ่อนคืนตลอดสัญญาจากผู้กู้ ดังนั้นการประเมินยอดผ่อนจากรายได้ของผู้กู้จึงเป็นหลักเกณฑ์ทั่วไปที่ธนาคารมักใช้กัน โดยมักยอมให้มียอดผ่อนหนี้ในแต่ละเดือนได้ไม่เกิน 40% ของรายได้ต่อเดือน และอาจปรับเพิ่มเป็น 50 – 70% ของรายได้ต่อเดือน ตามรายได้ของผู้กู้ที่สูงขึ้น โดยรายได้ต่อเดือนที่ว่าสำหรับมนุษย์เงินเดือนก็คือเงินเดือนที่ได้รับโดยอาจรวมรายได้อื่นๆ เช่น ค่าตำแหน่ง ค่าล่วงเวลา และเงินโบนัสด้วย ขึ้นอยู่กับแต่ละธนาคารและสภาวะเศรษฐกิจ สำหรับเจ้าของธุรกิจส่วนตัวรายได้ที่ว่าคือกำไรสุทธิเฉลี่ยแต่ละเดือน โดยดูจากยอดเงินเข้าลบยอดเงินออก ประกอบกับเอกสารการค้าต่างๆ ที่ยื่นให้ธนาคารพิจารณา

โดยคนที่รายได้เดือนละ 30,000 บาท อาจผ่อนหนี้ได้รวม 40% ของรายได้ หรือเดือนละ 12,000 บาท จะเหลือเงินไว้ใช้จ่ายอื่นเดือนละ 18,000 บาท ส่วนคนที่รายได้เดือนละ 100,000 บาท ธนาคารอาจยอมให้ผ่อนได้เดือนละ 70% ของรายได้ หรือเดือนละ 70,000 บาท จะเหลือเงินไว้ใช้จ่ายอื่นเดือนละ 30,000 บาท เป็นต้น ดังนั้นแม้คนที่รายได้สูงจะผ่อนได้ในสัดส่วนที่สูง แต่จะเห็นได้ว่ายังมีรายได้ที่เหลือจากการผ่อนเพื่อไปใช้จ่ายอื่นๆ มากกว่าคนที่มีสัดส่วนผ่อนต่ำกว่า จึงส่งผลให้คุณภาพชีวิตในการใช้จ่ายประจำวันจากเงินที่เหลือ หรือความเสี่ยงที่จะผิดนัดชำระหนี้ไม่ได้มากไปกว่าคนที่มีสัดส่วนการผ่อนที่ต่ำกว่าเลย

2) ผ่อนหนี้อื่น คิดด้วยไหม ยอดผ่อนชำระที่ธนาคารพิจารณาปล่อยกู้ จะคิดทั้งยอดผ่อนเดิมรวมกับยอดผ่อนใหม่ที่จะให้กู้ เช่น นาย A รายได้เดือนละ 30,000 บาท ธนาคารอาจยอมให้ผ่อนได้ไม่เกิน 12,000 บาท (สมมติ 40% ของรายได้) หากเดิมนาย A มีผ่อนหนี้อื่นอยู่ เช่น ผ่อนสินเชื่อส่วนบุคคลเดือนละ 2,000 บาท เท่ากับว่าเหลือยอดที่จะผ่อนครั้งใหม่ได้เพียงเดือนละ 10,000 บาทเท่านั้น ( = 12,000 – 2,000 บาท) ดังนั้น แม้คนที่รายได้ต่อเดือนเท่ากัน คนที่มีภาระผ่อนหนี้เดิมมาก จะมีความสามารถในการผ่อนชำระคืนหนี้ที่ต่ำกว่าคนที่มีภาระผ่อนหนี้น้อยกว่าหรือไม่มีภาระหนี้เลย ซึ่งจะมีผลต่อการพิจารณาวงเงินกู้

3) ผ่อนเท่านี้ กู้ได้เท่าไร การคำนวณวงเงินกู้นอกจากยอดผ่อนแล้ว หลักๆ ยังขึ้นกับระยะเวลากู้และอัตราดอกเบี้ยด้วย เช่น ยอดกู้ 1 ล้านบาท ระยะเวลากู้ 30 ปี หากอัตราดอกเบี้ย 5% ต่อปี จะผ่อนเดือนละ 5,400 บาท ดังนั้นสำหรับนาย A ที่ธนาคารยอมให้ผ่อนบ้านครั้งนี้ได้เดือนละ 10,000 บาท จะสามารถกู้ได้วงเงินประมาณ 1.85 ล้านบาท ( = [10,000 ÷ 5,400] x 1 ล้านบาท ) โดยอัตราดอกเบี้ยตอนขอกู้ขึ้นกับแต่ละธนาคารและสภาวะเศรษฐกิจ ส่วนระยะเวลากู้สูงสุดที่เลือกได้ขึ้นกับอายุปัจจุบันและเงื่อนไขแต่ละธนาคาร เช่น นาย A ที่อายุไม่ถึง 40 ปี อาจกู้ได้นานสุด 30 ปี ส่วนคนอายุ 50 ปี อาจกู้ได้นานสุดเพียง 20 ปี เนื่องจากธนาคารมักกำหนดให้ต้องผ่อนหมดก่อนอายุ 70 ปี เป็นต้นสำหรับวงเงินกู้ 1 ล้านบาท ในระยะเวลากู้และอัตราดอกเบี้ยที่ต่างออกไป จะมียอดผ่อนแต่ละเดือนโดยประมาณตามตารางด้านล่าง เพื่อให้ผู้อ่านลองคำนวณยอดผ่อนด้วยตนเองเบื้องต้นได้

4) ต้องมีเงินดาวน์หรือเปล่า เงินดาวน์ คือ ส่วนต่างของวงเงินกู้และราคาซื้อขาย ขึ้นกับเงื่อนไขแต่ละโครงการหรือธนาคาร เช่น หากโครงการบ้าน/คอนโดที่อยู่ระหว่างก่อสร้างมักกำหนดให้ต้องผ่อนดาวน์ทุกเดือนระหว่างที่ยังก่อสร้างอยู่ และเมื่อมีการขอกู้ธนาคารหากวงเงินกู้ที่ธนาคารให้ต่ำกว่าราคาซื้อขายทำให้เกิดส่วนต่าง ก็ต้องดูว่าเงินผ่อนดาวน์ที่จ่ายให้โครงการไปแล้วนั้นเพียงพอกับส่วนต่างที่ว่าหรือไม่ หากไม่เพียงพอหรือเป็นโครงการสร้างเสร็จไม่ต้องผ่อนดาวน์ ก็ต้องจ่ายเงินดาวน์เพิ่มในวันที่โอนกรรมสิทธิ์ด้วย

วงเงินกู้ที่ธนาคารให้นอกจากดูรายได้ ภาระผ่อนหนี้เดิม และปัจจัยอื่นๆ แล้วนั้น ยังขึ้นกับเงื่อนไข LTV (Loan to Value) หรือวงเงินกู้สูงสุดเทียบกับมูลค่าหลักประกันด้วย โดยตัวอย่างเกณฑ์ LTV ล่าสุดของธนาคารแห่งประเทศไทย (ม.ค. 63) กรณีราคาบ้านไม่เกิน 10 ล้านบาท สำหรับการกู้บ้านหลังแรก LTV สูงสุดอยู่ที่ 100% ของราคาบ้าน และยังกู้เพิ่มได้อีก 10% ของราคาบ้าน เพื่อเป็นค่าตกแต่งบ้านได้ ทำให้อาจไม่ต้องจ่ายเงินดาวน์เพิ่มก็ได้ แต่หากเป็นการกู้บ้านหลังที่สอง LTV สูงสุดจะอยู่ที่ 90% ของราคาบ้าน (กรณีผ่อนหลังเดิมมาแล้ว 2 ปีขึ้นไป) ทำให้ต้องมีการเตรียมเงินดาวน์ไว้อย่างน้อย 10% ของราคาบ้าน เป็นต้น อย่างไรก็ตามเกณฑ์ LTV ของบางธนาคารอาจให้วงเงินต่ำกว่าเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทยได้

ยกตัวอย่างเช่น ธนาคารแห่งหนึ่งกำหนดเกณฑ์ LTV ไว้ที่ 90% ของราคาบ้าน หากนาย A ต้องการซื้อบ้านราคา 2 ล้านบาท จะสามารถขอกู้ได้เพียง 1.80 ล้านบาทเท่านั้น ( = 2 ล้านบาท X 90%) โดยต้องจ่ายเงินดาวน์เพิ่มอีก 2 แสนบาท แม้ความสามารถขอกู้จากรายได้และภาระหนี้เดิมของนาย A จะสามารถกู้ได้ถึง 1.85 ล้านบาทก็ตาม เพราะวงเงินกู้ต้องไม่เกินเกณฑ์ LTV ด้วย

เมื่อรู้ครบทั้ง 4 สิ่งข้างต้นแล้ว เชื่อว่าทุกคนคงได้คำตอบแล้วว่า “รายได้เท่านี้ ซื้อบ้านได้เท่าไร” เพื่อจะได้เริ่มมองหาบ้านหรือคอนโดในราคาที่เอื้อมถึง ไม่ต้องเสียเวลาเป็นสัปดาห์เพื่อยื่นเอกสารให้ธนาคารพิจารณาแล้วต้องพบกับความผิดหวัง อย่างไรก็ตามสำหรับใครที่อยากได้บ้านหรือคอนโดที่ราคาสูงกว่าความสามารถในการขอกู้ ทางเลือกที่หลายคนนิยมทำคือ “การกู้ร่วม” แต่การกู้ร่วมไม่ได้เหมาะกับทุกคนอีกทั้งยังมีข้อควรระวัง เช่น ภาระหนี้ที่เกินตัวหากคนใดคนหนึ่งประสบปัญหาผ่อนต่อไม่ได้ เป็นต้น ดังนั้นการตัดสินใจซื้อบ้านที่ดีจึงต้องพิจารณาให้รอบคอบ อยู่บนข้อจำกัดและความเหมาะสมของแต่ละคนเป็นสำคัญ


ที่มา สมาคมนักวางแผนการเงินไทย