Home Blog Page 410

ซีพี-เมจิ จับมือ กรมอุทยานฯ และจ.สระบุรี เพิ่มพื้นที่สีเขียว ฟื้นป่าต้นน้ำ

0

ผู้สื่อข่าว รายงานว่า เมื่อวันที่ 27 พ.ค. ได้มีการจัดกิจกรรมปลูกป่าโครงการรักษ์ป่า รักษ์น้ำ รักแผ่นดินโดยมีนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย นายสมภพ สมิตะสิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี นายสมหวัง เรืองนิวัติศัย รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ ฯ นายอนันต์ ปิ่นน้อย ผู้อำนวยการสำนักฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่อนุรักษ์ นายนิธิ อาจสมรรถ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 สาขาสระบุรี นางสาวสลิลรัตน์ พงษ์พานิช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี-เมจิ จำกัด เครือข่ายจิตอาสา และประชาชนในพื้นที่ ร่วมปลูกต้นไม้ ภายใต้โครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่าจังหวัดสระบุรี ประจำปี 2564 และเนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2563 และเป็นการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น บ้านบุใหญ่ ต.ห้วยแห้ง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี

อธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวว่า การดำเนินโครงการในวันนี้ เป็นการบูรณาการระหว่างกรมอุทยานแห่งชาติฯ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช จังหวัดสระบุรี ภาคเอกชน และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ตามโครงการปลูกป่าป้องกันไฟป่าในพื้นที่จังหวัดสระบุรี โดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยราชการต่างๆ จิตอาสา904 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และ ภาคเอกชน คือ บริษัท ซีพี – เมจิ จำกัด ที่ตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีส่วนร่วมฟื้นฟูพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมให้กลับมาเป็นผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ ซึ่งให้การสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์และเครื่องมือในการปฏิบัติงาน ร่วมดำเนินการแก้ปัญหาไฟป่าแบบบูรณาการ สร้างฝายผสมผสานจำนวน 10 แห่ง จัดทำแนวกันไฟ สนับสนุนอุปกรณ์ดับไฟป่า และสร้างเครือข่ายชุมชน พร้อมทั้งให้การสนับสนุนกองทุนสวัสดิการกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

“กิจกรรมครั้งนี้ เป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติที่กำหนดเป้าหมายเพิ่มพื้นที่ป่าร้อยละ 55 ของประเทศ ภายในปี พ.ศ. 2570 โดยจังหวัดสระบุรีมีเป้าหมายเพิ่มพื้นที่ปลูกป่ามากกว่า 1.6 หมื่นไร่ เพื่อฟื้นฟูป่าต้นน้ำลำธารที่เสื่อมโทรม แก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม สร้างจิตสำนึกของการมีส่วนร่วมในการปลูกป่า ” อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าว

นางสาวสลิลรัตน์ พงษ์พานิช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี-เมจิ จำกัด กล่าวว่า ซีพี-เมจิ รู้สึกเป็นเกียรติและภูมิใจ ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมในวันนี้ ซึ่งเป็นการสานความร่วมมือในการเพิ่มพื้นที่สีเขียว และลดผลกระทบการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จากเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทางกรมอุทยานแห่งชาติ ฯได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (Memorandum of Understanding) กับ บริษัท ซีพี – เมจิ จำกัด ในโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น จังหวัดสระบุรี ซึ่งเราทุกคนตระหนักดีว่า ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นเรื่องเร่งด่วนและเป็นสัญญาณเตือนให้ร่วมกันฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน คืนสมดุลระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีความสำคัญต่อทุกชีวิตบนโลก

“ความร่วมมือในวันนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่จะนำมาสู่ความร่วมมือของทุกภาคส่วน แก้ปัญหาและบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ สร้างประโยชน์กับคนในพื้นที่และประเทศชาติ ซึ่งเป็นไปในแนวทางเดียวกับปรัชญา 3 ประโยชน์สู่ความยั่งยืน ที่ทุกบริษัทในเครือซีพียึดปฏิบัติมาโดยตลอด คือ ประโยชน์ต่อประเทศชาติ ประชาชน และมองประโยชน์ต่อบริษัทเป็นลำดับสุดท้าย” นางสาวสลิลรัตน์ กล่าว

ทั้งนี้ ในปี 2564 นี้ บริษัท ซีพี-เมจิ จำกัด จะร่วมฟื้นฟูผืนป่าที่เสื่อมโทรม ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น จำนวน 50 ไร่ โดยมีเป้าหมายปลูกต้นไม้ทั้งหมด 10,000 กล้า ประกอบด้วย ต้นพะยูง สมอพิเภก แคนา ประดู่ป่า พะยอม กาญจนิการ์ และขี้เหล็ก เป็นต้น ซึ่งจะทะยอยปลูกต้นไม้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงนี้ซึ่งเข้าสู่ฤดูฝนแล้ว นอกจากนี้ ยังเป็นการสร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่ที่รับจ้างปลูกต้นไม้ และเป็นการปลูกจิตสำนึกให้ทุกคนมีส่วนร่วมดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

แอน จักรพงษ์ ประกาศยุติออกสื่อทุกช่องทุกรายการ

0

จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ หรือ ‘มาดามแอน’  ซีอีโอบริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ JKN ไลฟ์กลางดึก ประกาศ นับจากนี้ยุติการออกสื่อทุกช่อง โดยให้เหตุผลว่าเป็นมารยาทของการเป็นเจ้าของช่องสถานี ทั้งนี้ สามารถติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของตนได้ที่ช่อง JKN18 เท่านั้น แต่สำหรับเรื่องการซื้อขายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ ยังจับมือทำธุรกิจและเป็นพันธมิตรร่วมกับช่องทีวีอื่นๆเหมือนเดิม

โดยเจ้าตัวยังพูดถึงรายจ่าย 1428 ล้านบาทในการทำธุรกิจต่างๆ ว่าแบ่งเป็น จ่ายปันผลผู้ถือหุ้นกว่า 125 ล้านบาท, จ่ายให้กับครอบครัวเหตระกูลสำหรับการเข้าเป็นเจ้าของใหม่ JKN18 สด 1,050 ล้านบาท, จ่าย กสทช. อีก 150 ล้านบาท ปิดท้ายด้วย จ่ายซื้อโรงงาน MN Beverage และธุรกิจเครื่องดื่ม ซึ่งผลิตเครื่องดื่มแบรนด์ของเราคือ คิวปิค ไทเกอร์ เอ็กซ์ และ คิวปิด ดราก้อน เอ็กซ์ อีก 103 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันมีวางจำหน่ายแล้วที่โลตัสทุกสาขาทั่วประเทศ

มาดามแอน ยังบอกอีกว่า ตั้งแต่ 10 พฤษภาคม 64  ได้ส่งมอบอาหาร 1,000,000 กล่องเป็นระยะเวลา 5 เดือน ให้บุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วยโควิด-19 ซึ่งปัจจุบันส่งมอบไปแล้ว 100,000 กล่อง เท่านี้ไม่พอยังจัดผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร วี-ออลิน ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพในเครือ JKN เพื่อมอบให้บุคลากรทางการแพทย์ พร้อมแจกเพิ่มถุงน้ำใจให้กับมูลนิธิเด็กทั่วประเทศ

นอกจากนี้ ยังพูดถึงกระแสข่าวสนใจซื้อกิจการจัดประกวดมิสยูนิเวิร์สว่า มีการดีลมาจริง ตั้งแต่ปี 2018 ที่จัดประกวด MU ที่ไทย พร้อมเล่าต่อว่า จริงๆ บริษัทแม่ของการประกวดมิสยูนิเวิร์ส คือ NBC Universal และ เทเลมุนโด้ คือบริษัทที่ได้รับลิขสิทธิ์ในการถ่ายทอดสด 5 ปี  

เรื่องดีลซื้อ Miss Universe นั้น เป็นความสนใจส่วนตัวของเธอเอง ถือเป็นดีลที่น่าสนใจ แต่มีเงื่อนไขคือ ต้องถือหุ้น 51% และมีอำนาจในการตัดสินใจ อย่าเอาดีลมาแกง นั่นคือบทสรุปที่เราต้องดูกันต่อไป

อาหารไทยส่งออก ปีนี้ยังขยายตัวได้ เร่งป้องกันปนเปื้อนโควิด สร้างความเชื่อมั่นคู่ค้า

0

นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เปิดเผยว่า ภาพรวมการส่งออกอาหารไทยในเดือน ม.ค. – ก.พ. 2564 มีมูลค่า 164,146 ล้านบาท โดย 5 อันดับสินค้าเกษตรอาหารส่งออก ได้แก่ 1.มันสำปะหลัง 2.ข้าว 3.ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็ง และแห้ง 4.ไก่แปรรูป 5.ไก่สดเย็น แช่แข็ง  และ 5 อันดับสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรส่งออกสำคัญ ได้แก่ 1.อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป 2.ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่นๆ 3.อาหารสัตว์เลี้ยง 4.เครื่องดื่ม 5.ผลไม้กระป๋องและแปรรูป

สำหรับทิศทางการส่งออกสินค้าอาหารไทยในปี 2564 คาดว่าจะมีมูลค่า 1,050,000 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 7.1 โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากความต้องการสินค้าในตลาดโลกมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจหลังจากที่หลายประเทศเริ่มมีการให้วัคซีนป้องกันโควิด-19 แก่ประชาชน และราคาสินค้าเกษตรและอาหารที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าไก่ น้ำตาล ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังและสับปะรด รวมไปถึงการกำหนดมาตรการป้องกันการปนเปื้อนเชื้อโควิด-19 ในกระบวนการผลิตอาหารส่งออกเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศคู่ค้าที่นำเข้าสินค้าอาหารจากไทย

“สถานการณ์ของโรคโควิด-19 ในประเทศไทยที่ยังคงระบาดอย่างหนักในระลอกใหม่ ไม่เพียงกระทบต่อชีวิตของประชาชนเท่านั้น แต่ยังกระทบไปในทุกภาคส่วน ด้านการส่งออกสินค้าอาหาร จึงจำเป็นต้องเร่งสร้างความมั่นใจให้กับคู่ค้า ซึ่งกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ได้บูรณาการกับภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง มุ่งยกระดับกระบวนการผลิต โดยออกมาตรการป้องกันการปนเปื้อนเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในกระบวนการผลิตอาหารเพื่อการส่งออกอย่างเข้มงวด เพื่อให้ผู้ผลิต ผู้ส่งออก ผู้ประกอบการ ผู้จัดส่งวัตถุดิบ รวมถึงผู้ประกอบการโลจิสติกส์ ปฏิบัติในแนวทางเดียวกัน”  นายสมเด็จ กล่าว

สำหรับมาตรการดังกล่าว มุ่งเน้นให้ผู้ประกอบการ และ Supplier ที่เกี่ยวข้องกับการจัดส่งวัตถุดิบจากเรือ หรือท่าเรือ ให้มีการคุมเข้มในความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด ดังนี้

1) ลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนมากับวัตถุดิบและภาชนะบรรจุ ผู้ประกอบการ และ Supplier ที่เกี่ยวข้องกับการจัดส่งผัก ผลไม้ ต้องควบคุมการเข้าออกสถานที่ เช่น การเซ็นชื่อ การคัดกรอง พร้อมจัดเก็บข้อมูลบุคลากรที่ปฏิบัติงานและที่มากับรถขนส่ง การทำความสะอาดรถขนส่งวัตถุดิบ การสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาเพื่อป้องกันการปนเปื้อนขณะปฏิบัติงาน

2) การควบคุมกระบวนการผลิตที่เข้มงวด ผู้ประกอบการต้องมีการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัย ตั้งแต่การรับวัตถุดิบผัก-ผลไม้ การแปรรูป การบรรจุ ตามมาตรฐาน GMP และ HACCP รวมทั้งสุขอนามัยส่วนบุคคลของพนักงานที่ปฏิบัติงาน ต้องสวมผ้ากันเปื้อน ถุงมือ และหน้ากาก การล้างมือในขณะปฏิบัติงาน รวมถึงมาตรการในการขนส่ง การทำความสะอาดและฆ่าเชื้อภายในตู้คอนเทนเนอร์ 

3) การควบคุมสุขอนามัยของพนักงานและสิ่งแวดล้อมในโรงงาน โดย สถานที่และอาคารผลิต ให้มีการควบคุมทางเข้าและออก จัดสถานที่อาคารผลิต ห้องประชุม โรงอาหาร ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า ห้องสุขาให้เหมาะสม เพื่อลดความแออัด รวมถึงระบบระบายอากาศและเครื่องกรองอากาศที่มีประสิทธิภาพสูงภายในอาคารผลิต ระบบสุขาภิบาล จัดให้มีเครื่องมืออุปกรณ์ที่เหมาะสมในการป้องกันระหว่างปฏิบัติงาน เช่น ที่ล้างมือ สบู่เหลว น้ำยาฆ่าเชื้อโรค กระดาษเช็ดมือชนิดที่ใช้แล้วทิ้ง ถังขยะที่มีฝาปิดและไม่ใช้มือสัมผัส การแสดงวิธีการปฏิบัติที่ถูกต้อง การทำความสะอาด เคร่งครัดในการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อในอาคารผลิต เครื่องจักร พื้น ผนัง รวมทั้งพื้นที่ผิวจุดเสี่ยงที่มีการสัมผัสร่วมกัน เช่น ลูกบิดประตู ราวบันได ปุ่มกดลิฟต์โดยสาร เก้าอี้ โต๊ะกินข้าว เป็นต้น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามความถี่ที่เหมาะสม บุคลากรให้มีมาตรการคัดกรองพนักงานก่อนเข้าสถานที่ทำงาน โดยจัดเก็บข้อมูลเพื่อติดตามย้อนกลับ ขณะทำงานต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา สวมใส่ถุงมือ รองเท้า ล้างมือ เว้นระยะห่าง และป้องกันการปนเปื้อนระหว่างปฏิบัติงาน การอบรม ให้พนักงานมีความรู้ในการป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

พร้อมกันนี้ ยังเดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้าผ่าน “โครงการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์สินค้าอาหารไทยปลอดการปนเปื้อนเชื้อไวรัสโคโรนา 2019” (Thailand Delivers with Safety) โดยคุมเข้มมาตรการป้องกันการปนเปื้อนเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เพื่อให้ผู้ผลิต ผู้ส่งออก ผู้ประกอบการ ผู้จัดส่งวัตถุดิบ รวมถึงผู้ประกอบการโลจิสติกส์ ปฏิบัติในแนวทางเดียวกัน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้าทั่วโลก และเป็นการตอกย้ำว่าไทยมีศักยภาพในการเป็นผู้ผลิตอาหาร และมีเทคโนโลยีในการผลิตที่ทันสมัยมีคุณภาพตามมาตรฐานสากล มีความปลอดภัยทุกขั้นตอน ตั้งแต่การผลิตวัตถุดิบ การเก็บเกี่ยว การขนส่ง มีระบบป้องกันตนเองของพนักงานในโรงงาน การบรรจุ และการขนส่งจนถึงมือผู้บริโภค ซึ่งภาคเอกชนในกลุ่มผู้ส่งออกอาหารไทย พร้อมให้ความร่วมมือดำเนินการตามมาตรการอย่างเคร่งครัด

อย่างไรก็ดี สำหรับภาพรวมการส่งออกสินค้าอาหารไทยในปี 2563 มีมูลค่า 980,703 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 4.1 หรือในรูปดอลลาร์คิดเป็นมูลค่าส่งออก  31,284  ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลงร้อยละ 5.1 ขณะที่ส่วนแบ่งตลาดโลกของไทยลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ 2.32 จากร้อยละ  2.49  ในปี 2562 และอันดับประเทศผู้ส่งออกอาหารของไทยอยู่ในอันดับที่ 13 ของโลก จากเดิมอยู่อันดับที่ 11 ในปีก่อน

โออาร์ พร้อมเปิดจุดบริการฉีดวัคซีนโควิดที่พีทีที สเตชั่น พระรามสอง 7 มิถุนายนนี้

0

นางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ พร้อมด้วย นายแพทย์พรเทพ สีตลกาญจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลบางปะกอก 8 และคณะผู้บริหาร ร่วมตรวจสอบความพร้อมของระบบการให้บริการฉีดวัคซีนที่สถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น พระราม 2 ขาออก (กม. 12) ซึ่ง โออาร์ ได้ร่วมกับสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร และสภาหอการค้าไทย ในการจัดพื้นที่ให้เป็นหนึ่งในหน่วยบริการวัคซีน COVID-19 นอกโรงพยาบาลสำหรับประชาชนทั่วไปในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนได้รับวัคซีนได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง สามารถให้บริการฉีดวัคซีนได้ 1,500 คน/วัน โดยได้ทดสอบระบบการให้บริการวัคซีนตามขั้นตอนต่าง ๆ อาทิ จุดนั่งพักคอยก่อนลงทะเบียน จุดลงทะเบียน จุดวัดความดันเพื่อตรวจสอบความพร้อมของร่างกาย จุดคัดกรองประวัติ จุดฉีดวัคซีน จุดสังเกตอาการ 30 นาทีหลังรับการฉีดวัคซีน และการออกหนังสือรับรองการฉีดวัคซีน รวมทั้งทดสอบระบบการฉีดวัคซีนให้กับอาสาสมัครที่จะมาช่วยอำนวยความสะดวกในจุดต่าง ๆ และจะพร้อมเริ่มให้บริการฉีดวัคซีนได้ในวันที่ 28 พฤษภาคม 2564 โดยในระยะแรกจะฉีดให้กับบุคลากรของกรุงเทพมหานครที่เป็นบุคลากรส่วนหน้าที่มีหน้าที่ให้บริการประชาชนเป็นจำนวนมาก 

สำหรับบุคคลทั่วไปจะเริ่มให้บริการฉีดวัคซีนตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายน 2564 เป็นต้นไป เปิดให้บริการระหว่างเวลา 8:00 – 16:00 น. ทุกวันไม่มีวันหยุด โดยผู้รับบริการจะต้องลงทะเบียนและนัดหมายวัน เวลา และสถานที่รับวัคซีนผ่านช่องทางที่กรุงเทพมหานครกำหนด โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการลงทะเบียนรับวัคซีนได้ที่ โทร.1516

ทั้งนี้ การจัดสถานีบริการ พีทีที สเตชั่น พระราม 2 ขาออก (กม.12) เป็นสถานที่ฉีดวัคซีนนอกโรงพยาบาลในครั้งนี้ เพื่อเป็นอีกช่องทางที่จะสนับสนุนให้ประชาชนได้รับวัคซีนได้โดยเร็วที่สุดเพื่อลดอัตราการติดเชื้อและความรุนแรงของผู้ป่วยหากติดเชื้อ อีกทั้งยังสอดคล้องกับการที่ โออาร์ ได้พัฒนารูปแบบของสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น ให้พร้อมเป็นศูนย์กลางที่เติมเต็มความอุ่นใจระหว่างทางให้ผู้เดินทาง รวมไปถึงเติมเต็มคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนและรอยยิ้มให้คนทุกระดับ ตอบโจทย์การใช้ชีวิตทุกรูปแบบ ด้วยแนวคิด “Living Community”  เพื่อให้ พีทีที สเตชั่น เป็นพื้นที่ที่เติมเต็มทุกความสุขให้ทุกคนได้อย่างแท้จริง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเดินทางไปสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น พระราม 2 ขาออก (กม.12) ได้ที่ โทร. 1365 Contact Center

AIS เผย คนแห่ลงทะเบียนรับวัคซีนผ่านเครือข่ายมือถือครบโควต้าใน 2 ชั่วโมง

0

นางสายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าฝ่ายงานประชาสัมพันธ์ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส   เปิดเผยว่า จากการเปิดให้ลูกค้าของบริษัทผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้ง 4 ค่าย สามารถลงทะเบียนรับการฉีดวัคซีนโควิดที่ศูนย์วัคซีนกลางบางซื่อ รวม 430,000 ราย ภายในเดือนสิงหาคมนี้ ในส่วนของเอไอเอส ได้เปิดระบบลงทะเบียนในช่วงเช้าของวันที่ 27 พฤษภาคม ตั้งแต่ 9.00 น. และทุกอย่างดำเนินการเป็นไปอย่างเรียบร้อย  ใช้เวลาเพียงประมาณ 2 ชั่วโมง ประชาชนก็เข้าจองจนครบตามจำนวนโควตาของกระทรวงสาธารณสุข ทั้งนี้จะเริ่มฉีดเข็มแรกในวันจันทร์ที่ 7 มิถุนายน ตั้งแต่เวลา 9.00 น . โดยลูกค้า AIS สามารถเข้ารับบริการได้ที่ประตู 2 ของสถานีกลางบางซื่อ

อย่างไรก็ตาม สำหรับการจัดสรรโควตาของกระทรวงสาธารณสุข จะมีการประชาสัมพันธ์ให้ทราบเป็นระยะๆ สำหรับการเปิดจองในรอบต่อไปถึงสิ้นปี

หนุนใช้ ฟ้าทะลายโจร รักษาโควิด ควบคู่ฟาวิพิราเวียร์

0
อนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สนับสนุนการใช้ ฟ้าทะลายโจรควบคู่กับยาฟาวิพิราเวียในการรักษาอาการเจ็บป่วยของผู้ติดเชื้อโควิด-19 โดยเฉพาะผู้ติดเชื้อที่มีภาวะอักเสบ ซึ่งกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข ได้ยืนยันว่า ฟ้าทะลายโจร ไม่มีฤทธิ์ป้องกันโควิด-19 แต่อาจใช้เพื่อปรับระบบภูมิคุ้มกันได้

ทั้งนี้ ข้อมูลจากกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ยืนยันว่า ฟ้าทะลายโจร มีแอนโดรกราโฟไลด์ (Andrographolide) ซึ่งเป็นสารสำคัญมีฤทธิ์ต้านไวรัส และในการวิจัยพบว่า สามารถฆ่าไวรัสในหลอดทดลอง และยังฆ่าเชื้อแบคทีเรียบางตัวในหลอดทดลองได้ด้วย  นอกจากนี้ “ฟ้าทะลายโจร” ยังเป็นยาลดไข้ บรรเทาอาการหวัดที่ดี และลดการอักเสบ โดยได้ใช้เป็นยาในบัญชียาหลักในการรักษาโรคหวัดตั้งแต่ปี 2559  และสำหรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่มีภาวะอักเสบ ฟ้าทะลายโจร สามารถช่วยลดการอักเสบและส่งเสริมภูมิคุ้มกันได้ ซึ่งในปัจจุบันประเทศไทยกำลังศึกษาวิจัยเพิ่มเติมการใช้ ฟ้าทะลายโจร เพื่อป้องกันโควิด-19 อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในปัจจุบันประชาชนยังมีจำเป็นต้องฉีดวัคซีนโควิด-19 และปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุข D-M-H-T-T  เพื่อป้องกันการแพร่หรือติดเชื้อโรคไวรัสโควิด-19 ทั้งนี้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เน้นย้ำความสำคัญในการดูแลความปลอดภัยสุขภาพสูงสุด เพราะคนไทยทุกคนคือกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศหลังวิกฤตโควิด-19 คลี่คลาย

นอกจากเรื่องการรักษาโควิด-19 ด้วยยาจากสมุนไพรไทยแล้ว ปัจจุบันความต้องการสมุนไพรในตลาดโลกมีเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องจากกระแสความใส่ใจในการดูแลสุขภาพ การป้องกันโรคด้วยวิถีธรรมชาติด้วยผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ ซึ่งนายกรัฐมนตรีเห็นว่าเป็นโอกาสที่ดีของผู้ประกอบการและอุตสาหกรรมสมุนไพรไทย ดังนั้น รัฐบาลจึงเร่งผลักดันให้ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกวัตถุดิบสมุนไพรคุณภาพและผลิตภัณฑ์สมุนไพรชั้นนำในภูมิภาคอาเซียน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสมุนไพรไทยในตลาดต่างประเทศ ซึ่งสมุนไพรและเครื่องเทศในตลาดโลกมีมูลค่าสูงถึง 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ฯ รวมทั้งมั่นใจว่าสมุนไพรไทยจะช่วยสร้างมูลค่าให้กับอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เช่น เครื่องสำอาง และอาหารเสริม ตามนโยบาย BCG ของท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลด้วย

AIS จับมือ กลุ่มเซ็นทรัล ดันภารกิจสร้างภูมิคุ้มกันประเทศ

0

นายพิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด เปิดเผยว่า ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 กลุ่มเซ็นทรัลได้นำศักยภาพความแข็งแกร่งของธุรกิจในเครือทั่วประเทศด้วยการเสนอพื้นที่ฉีดวัคซีนนอกโรงพยาบาลกว่า 144 แห่งทั่วประเทศ ด้วยการสนับสนุนงบประมาณ อุปกรณ์ทางการแพทย์ ยารักษา ฯลฯ  และทำงานร่วมกันกับพันธมิตรและคู่ค้า โดยทำงานร่วมกับพันธมิตรสำคัญอย่าง AIS ที่จะมาให้บริการสัญญาณเครือข่ายอำนวยความสะดวกการทำงานให้กับทีมแพทย์ พยาบาลและบุคลากร รวมถึงประชาชนที่จะมาเข้าใช้บริการ นับเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือครั้งสำคัญในช่วงวิกฤตครั้งใหญ่ที่จะทำให้เราสามารถสร้างต้นแบบพื้นที่การจัดการระบบการฉีดวัคซีนที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งเกิดจากการใช้ศักยภาพความแข็งแกร่งของเราและพันธมิตรอย่าง AIS ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชนและประเทศชาติต่อไป

นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส เปิดเผยว่า เอไอเอส  ร่วมกับ กลุ่มเซ็นทรัล ทุ่มเทสรรพกำลังของทีมงานและ Digital Infrastructure เข้าสนับสนุนเครือข่ายสัญญาน AIS 4G, 5G และ WiFi ในพื้นที่ของกลุ่มเซ็นทรัลซึ่งมีการดำเนินงานเสร็จสิ้นพร้อมให้บริการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับคนไทยไปแล้วหลายจุดเช่น ชั้น 3 Sky Hall ศูนย์การค้าเซ็นทรัลลาดพร้าว, เซ็นทรัลปิ่นเกล้า หรือแม้แต่พื้นที่ต่างจังหวัดอย่าง โคราชฮอลล์ ชั้น 4 ศูนย์การค้า เซ็นทรัลโคราช และยังคงจับมือร่วมกับกลุ่มเซ็นทรัลในทุกพื้นที่เพื่อฟื้นฟูประเทศให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง

ทั้งนี้ เอไอเอสขอเดินหน้าสนับสนุนภาคสาธารสุขในการรับมือกับ COVID-19  ภายใต้แนวคิดการทำงาน เชื่อมต่อ ช่วยเหลือ เพื่อคนไทย ทำให้ทีมวิศวกรและบุคลากรของเรามีความเข้าใจถึงความต้องการการใช้งานของบุคลากรทางการแพทย์และประชาชนเป็นอย่างดี ในส่วนของการเข้ารับการฉีดวัคซีนนั้นมีกระบวนการและขั้นตอนการทำงานพอสมควร ตั้งแต่การลงทะเบียน ชั่งน้ำหนัก วัดความดันโลหิต คัดกรอง ซักประวัติ การสังเกตอาหารหลังฉีด นอกเหนือจากพื้นที่อำนวยความสะดวกแล้ว เครือข่ายสัญญาณที่ดีก็เป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญของภารกิจนี้เช่นกัน จะเห็นว่าวันนี้ความต้องการในการฉีดวัคซีนของคนไทยมีเพิ่มมากขึ้น ทำให้เราต้องประเมินความหนาแน่นของการใช้งานให้เพียงพอ รวมถึงต้องทำให้ข้อจำกัดในการทำงานแต่ละขั้นตอนของบุคลากรทุกฝ่ายหน้างานมีน้อยที่สุดให้การทำงานราบรื่นและสามารถบรรลุเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

การเดินหน้าภารกิจครั้งสำคัญนี้จึงเป็นการต่อยอดนโยบายที่มีความสอดคล้องกันในมิติของการทำธุรกิจเพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับทุกภาคส่วน ที่ทั้ง AIS และกลุ่มเซ็นทรัลมีเป้าหมายเดียวกันในการสนับสนุนเป้าหมายของภาคสาธารณสุขให้สามารถฉีดวัคซีนให้กับคนไทยได้อย่างครบถ้วน จึงนับว่าเป็นการสอดประสานการทำงานของ 2 องค์กรยักษ์ใหญ่จากฝั่งโทรคมนาคมและธุรกิจค้าปลีกได้อย่างลงตัวและจะทำให้เป็นพื้นที่จุดบริการฉีดวัคซีนนอกโรงพยาบาลต้นแบบที่การจัดการระบบวัคซีนประสิทธิภาพสูงในที่สุด

โออาร์ ต่อสัญญาร้านเซเว่นอีเลฟเว่นในสถานีบริการน้ำมัน อีก 10 ปี

0

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 25 พ.ค. 2564 บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก หรือ OR โดย นางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ รักษาการแทน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ โออาร์ ได้ทำหนังสือแจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่อง แจ้งการต่อสัญญาหลักความร่วมมือการดำเนินธุรกิจร้านค้าสะดวกซื้อในสถานีบริการน้ำมัน กับบริษัท ซีพีออลล์ จำกัด (มหาชน) เพื่อดำเนินการร้านค้า 7-Eleven มีเนื้อหาว่า

ในการประชุมคณะกรรมการ OR ครั้งที่ 5/2564 ได้มีมติอนุมัติการต่อสัญญาหลักความร่วมมือการดำเนินธุรกิจร้านค้าสะดวกซื้อในสถานีบริการน้ามันเครือข่ายของ OR กับ บมจ. ซีพี ออลล์ (CPALL) เพื่อดำเนินการร้านค้า 7-Eleven (ในประเทศไทย) โดยเป็นการต่ออายุสัญญาจากสัญญาเดิมอีกเป็นระยะเวลา 10 ปี เพื่อให้การดำเนินงานในส่วนของธุรกิจร้านค้าสะดวกซื้อ 7-Eleven ในสถานีบริการน้ามันเครือข่ายของ OR มีความต่อเนื่อง และสอดคล้องกับแผนการดำเนินธุรกิจของ OR

ด้านบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ได้แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในวันเดียวกัน เรื่อง แจ้งการเข้าทำสัญญาหลักความร่วมมือ การดำเนินธุรกิจร้านค้าสะดวกซื้อ (7-Eleven) ในสถานีบริการน้ำมัน กับ ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) ว่า บริษัทได้ตกลงต่ออายุสัญญาหลักความร่วมมือการดำเนินธุรกิจร้านค้าสะดวกซื้อ (7-Eleven) ในสถานีบริการน้ำมัน กับ โออาร์ โดยมีกำหนดระยะเวลา หลังจากครบอายุสัญญาเดิม ต่อเนื่องไปอีก 10 ปี

TNITY ออกหุ้นกู้ 2 ชุด ไม่เกิน 400 ล้านบาท ชูดอกเบี้ย 3.20-3.80 % ต่อปี นำเงินขยายธุรกิจ

0

ดร.วิศิษฐ์ องค์พิพัฒนกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ TNITY เปิดเผยว่า เตรียมเปิดเสนอขายหุ้นกู้ TNITY ครั้งที่ 3/2564 ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ให้แก่ผู้ลงทุนสถาบันและ/หรือผู้ลงทุนรายใหญ่ โดยกำหนดจำนวนจองซื้อขั้นต่ำ 500,000 บาท และทวีคูณครั้งละ 100,000 บาท เปิดให้จองซื้อระหว่างวันที่ 27-28, 31 พ.ค. และ 1-2 มิ.ย.2564

หุ้นกู้ดังกล่าว มีจำนวน 2 ชุด มูลค่ารวมไม่เกิน 400 ล้านบาท รายละเอียดดังนี้ ชุดที่ 1 มีอายุ 11 เดือน 6 วัน อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 3.20 ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2565 เสนอขายไม่เกิน 100,000 หน่วย คิดเป็นมูลค่าไม่เกิน 100 ล้านบาท โดยมีจำนวนหุ้นกู้ที่สำรองเพื่อการเสนอขายเพิ่มเติมไม่เกิน 100,000 หน่วย คิดเป็นมูลค่าไม่เกิน 100 ล้านบาท รวมมูลค่าหุ้นกู้ทั้งสิ้นไม่เกิน 200 ล้านบาท

ชุดที่ 2 มีอายุ 2 ปี 2 วัน อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 3.80 ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือนตลอดอายุหุ้นกู้ ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2566 เสนอขายไม่เกิน 100,000 หน่วย คิดเป็นมูลค่าไม่เกิน 100 ล้านบาท โดยมีจำนวนหุ้นกู้ที่สำรองเพื่อการเสนอขายเพิ่มเติมไม่เกิน 100,000 หน่วย คิดเป็นมูลค่าไม่เกิน 100 ล้านบาท รวมมูลค่าหุ้นกู้ทั้งสิ้นไม่เกิน 200 ล้านบาท

ดร.วิศิษฐ์ กล่าวว่า วัตถุประสงค์การใช้เงิน เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน และขยายการดำเนินธุรกิจของบริษัทและบริษัทในกลุ่ม คาดว่าจะนำเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้นกู้ในครั้งนี้ ไปใช้ในการดำเนินการดังกล่าวภายในเดือน มิ.ย.2564  

สำหรับ บริษัท ทรีนีตี้ วัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ TNITY มีธุรกิจหลักคือการลงทุนในกิจการ (Holding Company) และให้กู้ยืมระยะสั้น โดยมีบริษัท หลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด เป็นบริษัทหลัก ผู้สนใจดูรายละเอียดได้ที่  www.trinitythai.com/en/Service/Debenture/125  หรือสอบถามเพิ่มเติม โทร  02-343-9541   

AIS 5G ผนึก กทม.-หอการค้าไทย หนุน “ไทยร่วมใจ กรุงเทพปลอดภัย” ฉีดวัคซีนโควิดสร้างภูมิคุ้มกันครั้งใหญ่

0

ผู้สื่อข่าว รายงานว่า บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของระบบลงทะเบียนฉีดวัคชีน COVID-19  “ไทยร่วมใจ กรุงเทพปลอดภัย” โดย กรุงเทพมหานคร หอการค้าไทย ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่ออำนวยความสะดวกประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ ในการฉีดวัคซีนได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง ในส่วนของ AIS ได้นำศักยภาพของเครือข่ายสื่อสารสนับสนุนคณะทำงาน รวมถึงการเป็นช่องทางประชาสัมพันธ์การเข้าถึงระบบการลงทะเบียน ซึ่งจะเริ่มต้นจาก AIS Call Center และจะขยายสู่ AIS Shop ทั่วกรุงเทพมหานคร

นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AIS

นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AIS กล่าวว่า ภารกิจการสร้างภูมิคุ้มกันครั้งนี้ของ กทม. และภาคส่วนต่างๆ เกิดเป็นระบบลงทะเบียนฉีดวัคซีนโควิด-19 “ไทยร่วมใจ กรุงเทพปลอดภัย” AIS ได้ร่วมสนับสนุนการทำงานในภารกิจนี้ ใน 2 ส่วน คือ เป็นช่องทางประชาสัมพันธ์และช่วยเหลือลูกค้าให้สามารถเข้าถึงระบบลงทะเบียน Online เพื่อจองการฉีดวัคซีน โดยเริ่มต้นในส่วนของ AIS Call Center ก่อน และ ในระยะต่อไปจะขยายไปสู่ AIS Shop ทั่วกรุงเทพ รวมถึงยังคงสนับสนุนเครือข่ายสื่อสารให้แก่คณะทำงาน รวมถึงประชาชนที่เดินทางมารับบริการ ณ จุดบริการฉีดวัคซีนทั้งหมดของกรุงเทพมหานคร

“ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตที่มีความท้าทายอย่างยิ่ง ผมเชื่อว่าความร่วมมือที่เกิดขึ้นในครั้งนี้คือนิมิตรหมายอันดียิ่ง เพราะทำให้เราได้เห็นถึงการร่วมแรงร่วมใจของประชาชน องค์กรต่างๆ เพื่อช่วยกันทำให้เราสามารถรับมือและก้าวผ่านวิกฤตในครั้งนี้ไปให้ได้อย่างรวดเร็ว AIS ในฐานะ Digital Life Service Provider นอกเหนือจากการเดินหน้าพัฒนาบริการเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลของประเทศแล้ว ในสถานการณ์วิกฤตจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 เรายังได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนเทคโนโลยีสื่อสาร ตลอดจน Digital Service ต่างๆ เพื่อเชื่อมต่อ ส่งความช่วยเหลือ ให้แก่คนไทยมาอย่างต่อเนื่อง”