Home Blog Page 392

3 วิธีแก้ปัญหาผ่อนรถ ผ่อนหนี้นอกระบบต่อไม่ไหว

0

ในช่วงวิกฤตแบบนี้ หากเจอปัญหาหนี้รุมเร้า ถึงขั้นจ่ายไม่ไหว มาลองดูวิธีการแก้ไขปัญหาจากเรื่องราวต่อไปนี้กันเถอะ.

คุณ A กับคุณ B เป็นสามีภรรยากัน ทั้งคู่เป็นพนักงานบริษัทเอกชน สถานการณ์ COVID-19 ส่งผลกระทบอย่างมากจนทำให้คุณ B ตกงานเพราะถูกบริษัทเลิกจ้าง ครอบครัวจึงขาดรายได้ไปส่วนหนึ่ง เหลือเฉพาะรายได้จากคุณ A ส่งผลให้ไม่มีเงินพอที่จะผ่อนชำระหนี้และใช้จ่ายได้ตามปกติ ซึ่งทั้งสองคนมีหนี้หลัก ๆ อยู่ 2 ประเภท คือ หนี้รถยนต์และหนี้นอกระบบ

ในส่วนของหนี้นอกระบบนั้นยอดผ่อนชำระต่อเดือนค่อนข้างสูงมาก เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยแพง และเงินต้นไม่ลดลงเลยเพราะจ่ายแต่ดอกเบี้ย นอกจากนี้ ยังไม่มีทรัพย์สินที่สามารถขายได้เพื่อนำเงินมาใช้หนี้คุณ A และคุณ B หนักใจเป็นอย่างมาก และไม่แน่ใจว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร.จากเรื่องราวนี้

ยังมีทางเลือกหลายวิธีในการแก้ไขปัญหา เช่น

1. เจรจาขอปรับโครงสร้างหนี้ เพื่อให้สถาบันการเงินเจ้าหนี้และเจ้าหนี้นอกระบบปรับลดค่างวดหรือลดดอกเบี้ยเพื่อให้มีเงินสดเหลือในแต่ละเดือนเพิ่มขึ้น

2. ขายหรือคืนรถ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย ซึ่งหากขายหรือคืนรถแล้วมีหนี้เหลืออยู่ให้เจรจาขอส่วนลดหนี้ (Haircut) และอาจจะพิจารณาซื้อรถมือสองที่มีราคาถูกลงมาหากมีความจำเป็นต้องใช้

3. หากมีบ้านที่ปลอดจำนอง ให้นำบ้านมาจำนองกับสถาบันการเงินเพื่อนำเงินมาชำระหนี้รถยนต์และหนี้นอกระบบ

4. กรณีมีสินเชื่อบ้านกับสถาบันการเงินอยู่แล้ว และผ่อนมาพอสมควรสามารถยื่นขอสินเชื่อเพิ่มเติมเพื่อนำเงินมาปิดหนี้รถและหนี้นอกระบบได้ ทั้งนี้ วิธีตามข้อ 3 และข้อ 4 จะทำให้มีเงินเหลือในแต่ละเดือนเพิ่มมากขึ้น เพราะโดยทั่วไประยะเวลาการผ่อนสินเชื่อบ้านจะนาน และอัตราดอกเบี้ยถูกกว่า ซึ่งทำให้ยอดผ่อนชำระต่อเดือนลดลง

ศคง. ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านนะครับ

ที่มา ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย

รู้เก็บรู้ออม : ETF โอกาสแห่งโลกการลงทุน

0

มีคนถาม “คุณนายพารวย” ว่า ETF คืออะไร ต่างจากการลงทุนหุ้นและกองทุนรวมอย่างไร วันนี้เรามาทำความรู้จักกับ ETF กันดีกว่า…

ETF ย่อมาจาก Exchange Traded Fund โดย E=Exchange คือหลักทรัพย์ที่สามารถซื้อขายหน่วยลงทุนซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯได้ T=Traded สามารถซื้อขายหน่วยลงทุนผ่านบริษัทหลักทรัพย์ได้เหมือนหุ้น F=Fund คือมีการจัดตั้งเป็นกองทุนรวม

สรุปง่ายๆ ETF คือ กองทุนรวมประเภทหนึ่ง แต่มีความพิเศษที่สามารถซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยเห็นราคาซื้อขายแบบ Real-Time ได้ เหมือนหุ้นตัวหนึ่งและผู้ลงทุนจะได้ผลตอบแทนในรูปเงินปันผล และส่วนต่างจากราคาหลักทรัพย์ (Capital Gain)

ถือเป็นการลงทุน ที่ตอบโจทย์มือใหม่ที่ต้องการสร้างผลตอบแทนในระยะยาว แต่ไม่มีเวลาศึกษาข้อมูลเพื่อเลือกลงทุนหุ้นด้วยตัวเอง รวมถึงนักลงทุนมือเก่า ที่ต้องการกระจายความเสี่ยงให้พอร์ต เพราะกองทุน ETF ส่วนใหญ่เน้นลงทุนแบบ Passive มีนโยบายลงทุนตามดัชนีต่างๆ เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงการเคลื่อนไหวของดัชนีที่อ้างอิงมากที่สุด เช่น ดัชนีหุ้นในประเทศ, ดัชนีหุ้นต่างประเทศ, ดัชนีตราสารหนี้, ดัชนีสินค้าโภคภัณฑ์

ETF จึงเป็นการรวมเอาจุดเด่นของ “กองทุนรวมดัชนี” เรื่องการกระจายความเสี่ยงได้ดี โดยใช้เงินลงทุนน้อย ประกอบกับข้อดีของ “หุ้น” ที่ซื้อขายได้ Real-Time โดยไม่ต้องรอให้ถึงสิ้นวัน ถึงจะรู้ราคาซื้อขาย ซึ่งช่วยให้ผู้ลงทุนจับจังหวะซื้อขายได้แม่นยำขึ้น ในเว็บไซต์ http://www.setinvestnow.com หน้าคลังความรู้ บทความเรื่อง “ETF โอกาสแห่งโลกการลงทุน” ได้ ชู 5 จุดเด่น ที่ทำให้ ETF น่าสนใจลงทุนคือ

1.มีเงินน้อยก็กระจายความเสี่ยงได้ เพราะซื้อ ETF เหมือนกระจายเงินไปลงทุนในหุ้นทั้งหมด ที่เป็นส่วนประกอบของดัชนีอ้างอิงนั้นๆ เช่น ลงทุนใน ETF ดัชนี SET50 ก็จะเท่ากับเราซื้อหุ้น 50 ตัวเฉลี่ยกันไปตามดัชนี ช่วยลดความเสี่ยงจากการเลือกหุ้นผิดตัว โดยไม่ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก

2.เงินลงทุนงอกเงยไม่แพ้ตลาดในระยะยาว เพราะ ETF มีกลยุทธ์ลงทุนแบบ Passive ผลการดำเนินงานจะวิ่งล้อไปกับดัชนี เหมาะกับผู้ที่มีเป้าหมายลงทุนระยะยาว และต้องการให้เงินโตตามตลาดไปเรื่อยๆ

3.ซื้อขายได้ด้วยราคา Real-Time ถือเป็นความพิเศษของ ETF ที่เข้ามาปลดล็อกข้อจำกัดของการซื้อขายกองทุนรวมแบบเดิมๆ เพราะผู้ลงทุนสามารถเห็นราคา ETF แบบ Real-Time และซื้อขาย ETF ได้ตลอดเวลา ไม่ต้องรอราคา NAV ณ สิ้นวัน

4.ราคาซื้อขายในตลาดฯ ใกล้เคียงมูลค่าที่แท้จริง ผู้ดูแลสภาพคล่อง (Market Maker) จะทำหน้าที่ส่งคำสั่งเสนอซื้อเสนอขายหน่วยลงทุน ETF เพื่อให้มั่นใจได้ว่าจะสามารถซื้อขาย ETF ได้ และราคาของ ETF จะเคลื่อนไหวสะท้อนมูลค่าที่แท้จริงของหน่วยลงทุน

5.ค่าธรรมเนียมต่ำ เมื่อเทียบกับกองทุนส่วนใหญ่ที่ลงทุนแบบ active เนื่องจาก ETF ลงทุนแบบ Passive ไม่ได้เน้นการเอาชนะตลาด ค่าธรรมเนียมซื้อขาย ETF จะเหมือนกับหุ้น เพราะเป็นการซื้อขายผ่านบริษัทหลักทรัพย์

ผู้ลงทุนที่สนใจลงทุน ETF เข้าไปศึกษาข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ http://www.setinvestnow.com มีหัวข้อที่น่าเรียนรู้เช่น “ลงทุน ETF เริ่มต้นอย่างไร” หรือ “5 สิ่งต้องรู้ก่อนเลือกซื้อ ETF” โอกาสแห่งโลกการลงทุนเปิดแล้ว จะมัวรออะไร…ลุย!!!

คุณนายพารวย

ที่มา คอลัมน์ รู้เก็บรู้ออมรู้ใช้รู้ลงทุน..สู่ความมั่งคั่ง หน้าเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

รู้เก็บรู้ออม : SET Chatbot ผู้ช่วยนักลงทุน

0

วันนี้ “คุณนายพารวย” พามาทำความรู้จักกับ “SET Chatbot” ผู้ช่วยนักลงทุน ที่ออกมาใหม่ล่าสุดจากตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งเป็นเครื่องมือที่จะมาช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้งาน ทั้งผู้ลงทุนปัจจุบันและผู้ลงทุนหน้าใหม่ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่ง “คุณนายพารวย” ได้ลองใช้ดูแล้วถึงกับร้องว๊าวววววววเพราะมีฟังก์ชันที่ดีเด็ดดวง และน่าสนใจมากมาย

เพราะสามารถเช็กดูดัชนีตลาด ราคาหุ้น อนุพันธ์ กองทุนรวม และผลิตภัณฑ์ลงทุนอื่นๆ ได้แบบเรียลไทม์ หรือหากต้องการศึกษาหาข้อมูลความรู้ การวางแผนการเงินและการลงทุนสำหรับมือใหม่เริ่มลงทุน ซึ่งมีหลากหลายหัวข้อ ที่ควรรู้และต้องรู้!!

ไม่ว่าจะเป็นวางแผนสร้างเงินล้านแรก เทคนิคเพิ่มพลังเงินออมให้งอกเงยไปสู่เป้าหมาย, วางแผนการเงินสำหรับมนุษย์เงินเดือน, วางแผนเกษียณยังไง ให้มีเงินใช้ไปทั้งชาติ, เทคนิควางแผนภาษีให้มีเงินเหลือเก็บ เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีฟีเจอร์ที่สามารถเชื่อมต่อไปโหลดบริการและเครื่องมือแอปพลิเคชันสำหรับวางแผนการเงินและการลงทุน ทั้งโปรแกรมเช็กสุขภาพทางการเงินของเรา ที่มีเครื่องมือช่วยวิเคราะห์ จากรายได้–รายจ่าย–หนี้สิน–เงินออมและพฤติกรรมที่เกี่ยวกับการเงินของเรา ว่าจะฟิตหรือฟุบ!! พร้อมข้อแนะนำว่าควรปรับเปลี่ยนยังไงบ้างเพื่อให้สุขภาพทางการเงินกลับมาฟิตปั๋งได้

นอกจากนี้ ผู้ลงทุนมือใหม่ยังสามารถทดลองเทรดหุ้นหรืออนุพันธ์ เพื่อเพิ่มความมั่นใจ ก่อนลงสนามจริงได้ด้วย โดยเข้าแอปฯ Streaming Click2Win ผ่าน “SET Chatbot” นี้

ทดลองเทรดเก่งแล้ว ก็สามารถเข้าทางลัดไปเปิดบัญชีลงทุนออนไลน์ กับโบรกเกอร์หรือบริษัทหลักทรัพย์ต่างๆ ได้อย่างง่าย สะดวก รวดเร็ว

หรือหากต้องการศึกษาหาข้อมูลน่ารู้ เกี่ยวกับหุ้น IPO ก็สามารถกดเชื่อมเข้าไปได้ ไม่ว่าจะเป็นหัวข้อรู้ก่อนลงทุน IPO, ประกาศการจองหุ้น IPO หรือวิธีรับหุ้น IPO เป็นต้น

นอกจากนี้ยังสามารถติดตามข้อมูลข่าวสาร งานอีเวนต์และกิจกรรมที่น่าสนใจจากตลาดหลักทรัพย์ฯได้อีกด้วย รวมทั้งยังคลายข้อสงสัยต่างๆเกี่ยวกับผู้ถือหุ้นและการใช้งานบริการของตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ที่หัวข้อ “รวมคำถามพบบ่อยเกี่ยวกับผู้ถือหุ้นรวมถึงการใช้งานบริการต่างๆของตลาดหลักทรัพย์ฯ”

สามารถเข้าใช้งานโปรแกรม “SET Chatbot” นี้ได้แล้ว ทั้งทาง Facebook Messenger เว็บไซต์ในเครือตลาดหลักทรัพย์ฯซึ่งมีทั้ง www.set.or.th, www.setinvestnow.com, www.settrade.com และ www.tfex.co.th และ Line Official Account ของ SET Thailand

“คุณนายพารวย” เข้าไปใช้แล้วผ่านทาง Line Official Account ของ SET Thailand บอกเลยว่า สะดวกสบาย รวดเร็ว ข้อมูลความรู้แน่น ถือเป็นผู้ช่วยนักลงทุนที่จะช่วยให้โลกการเงินการลงทุนของเราง่ายขึ้น!!

คุณนายพารวย

ที่มา คอลัมน์ รู้เก็บรู้ออมรู้ใช้รู้ลงทุน..สู่ความมั่งคั่ง หน้าเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

“ทรีนีตี้” คาดครึ่งปีหลังผลดำเนินงานหุ้นกลุ่มแบงก์อ่อนตัว แนะเลือกลงทุนรายตัว

0

นายธนภัทร ฉัตรเสถียร ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด เปิดเผยว่า แนวโน้มผลดำเนินงานของหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์งวดครึ่งปีหลัง 2564 น่าจะอ่อนตัวลงจากงวดครึ่งแรกของปีที่ธนาคารพาณิชย์ประกาศผลดำเนินงานออกมาดีกว่าที่คาดไว้เพราะคาดว่าจะมีค่าใช้จ่ายสำรองหนี้ ที่อาจเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะธนาคารที่ตั้งสำรองส่วนเกินไว้ไม่มากในไตรมาส 2 ปี 2564 ขณะที่สถานการณ์การระบาดของ COVID-19 ระลอกใหม่ที่ยังมีความไม่ชัดเจนว่าจะคลี่คลายเมื่อใด ซึ่งหากกินระยะเวลานาน  อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพหนี้ทั้งระบบมากขึ้นเรื่อย ๆ และจะเป็นปัจจัยกดดันต่อแนวโน้มกำไรครึ่งปีหลัง รวมทั้งคาดว่าจะมีรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยที่อาจลดลง

สำหรับผลดำเนินงานงวดไตรมาส 2 ปี 2564 ของธนาคารโดยเฉพาะที่ฝ่ายวิจัยได้ทำการวิเคราะห์ 6 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ (BBL) ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ธนาคารกรุงไทย (KTB) ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ธนาคารทหารไทยธนชาต (TTB) และธนาคารทิสโก้ (TISCO) มีกำไรสุทธิดีกว่าที่เราคาดไว้ 7% โดยมีกำไรสุทธิรวมอยู่ที่ 34,227 ล้านบาท อ่อนตัว 9% เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แต่ยังเติบโต 57% เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน เป็นผลมาจากการขยายตัวของสินเชื่อที่เติบโตราว 2% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยเฉพาะสินเชื่อของธนาคารกรุงไทย (KTB) ที่เติบโตถึง 5.4% จากความต้องการสินเชื่อของภาครัฐ ขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยของกลุ่มปรับตัวลง ทั้งในส่วนของรายได้ค่าธรรมเนียมและกำไรจากการวัดมูลค่าเงินลงทุน เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจและสภาวะตลาดหุ้นเป็นปัจจัยกดดัน

“ไตรมาส 2 ที่ผ่านมาจะเห็นว่าธนาคารมีการตั้งสำรองหนี้เพิ่มขึ้นราว 14% จากไตรมาสก่อนหน้า และสูงกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้าราว 3% แม้สัดส่วน NPL ของกลุ่มจะปรับตัวลงจาก 3.64% ในไตรมาสก่อนเหลือ 3.59% อย่างไรก็ตามบางธนาคาร อาทิ KTB SCB TTB และTISCO ตั้งสำรองต่ำกว่าที่คาด จึงทำให้คาดว่า ในงวดครึ่งปีหลังจะต้องตั้งสำรองสูงขึ้น” นายธนภัทร กล่าว

สำหรับกลยุทธ์ลงทุนในหุ้นกลุ่มธนาคารนั้นมองว่า ราคาหุ้นยังขาดปัจจัยหนุนระยะสั้น  แนะนำ Selective Buy โดยเลือก Top pick คือ BBL ให้ราคาเหมาะสมพื้นฐานที่  151 บาท KBANK ให้ราคาเหมาะสมพื้นฐานที่ 158 บาท และTISCO ให้ราคาเหมาะสมพื้นฐานที่ 106 บาท

สิงห์ ชวนส่งใจเชียร์ทัพนักกีฬาไทย สู้ศึกโอลิมปิก-พาราลิมปิก โตเกียว 2020

0

นาย จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด และในฐานะ ประธานคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ผมเชื่อว่านักกีฬาทุกคนต้องการกำลังใจจากคนไทยทุกคน ทั้งนักกีฬาปกติและนักกีฬาพาราฯ ทุกคนทุ่มเท ฝึกซ้อมกันมานาน ตั้งใจสร้างความสำเร็จให้กับตนเองและคว้าชัยชนะเป็นของขวัญให้กับพี่น้องคนไทยร่วมภาคภูมิใจ แรงเชียร์และกำลังใจจากพวกเราจึงมีความสำคัญกับเหล่านักกีฬามาก ประกอบกับการแข่งขันในครั้งนี้เป็นการแข่งขับแบบไม่มีผู้ชมในสนามเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 จึงอยากเชิญชวนพี่น้องประชาชนคนไทยร่วมส่งกำลังใจให้กับเหล่านักกีฬาและเจ้าหน้าที่ของทุกสมาคมกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขัน เพื่อให้ทัพนักกีฬาไทยคว้าเหรียญจากการแข่งขันทั้ง 2 รายการให้กับประเทศไทย”

จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่

ทั้งนี้ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ได้ให้การสนับสนุนสมาคมกีฬามาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน อาทิ สมาคมกีฬากอล์ฟแห่งประเทศไทย, สมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2545, สมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2548, สมาคมกีฬายกน้ำหนักแห่งประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2552, สนับสนุนนักกีฬาคนพิการไทยทุกสมาคม ตั้งแต่ปี 2548 ให้การสนับสนุนสโมสรแบดมินตันบ้านทองหยอด ที่สร้าง “เมย์” รัชนก อินทนนท์ จนขึ้นมือ 1 โลกมาแล้ว

“เราเป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการสร้างคน สร้างนักกีฬาให้ประสบความสำเร็จในระดับโลกเพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ เราสร้างนักกีฬาตั้งแต่ระดับยุวชนไปจนถึงระดับชาติ ทั้งนักกีฬาปกติและนักกีฬาคนพิการ โดยที่ผ่านมาได้ทำงานร่วมกับสมาคมกีฬาต่างๆอย่างใกล้ชิด ให้การสนับสนุนงบประมาณที่เน้นความต่อเนื่องเพื่อการวางแผนพัฒนาระยะยาว จนนักกีฬาไทยประสบความสำเร็จในการแข่งขันระดับโลก รวมทั้งการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิกหลายครั้งที่ผ่านมา ซึ่งความสำเร็จของนักกีฬาเหล่านี้นอกจากจะสร้างความภูมิใจให้กับคนไทยแล้ว ที่สำคัญไปกว่านั้นคือสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักกีฬารุ่นใหม่ๆที่จะก้าวขึ้นมาแทนนักกีฬารุ่นพี่เพื่อสานต่อการสร้างความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ขึ้นให้กับประเทศไทย” นายจุตินันท์ กล่าว

AIS Academy จับมือกระทรวงศึกษาฯ เปิดตัวโครงการ ‘THE EDUCATORS THAILAND’ เชื่อมต่อ ช่วยเหลือ เพื่อครูไทย

0

นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AIS เปิดเผยว่า AIS Academy โดยเอไอเอส ร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการ และบุคลากรวงการศึกษาชั้นนำของประเทศ เพื่อเชื่อมต่อ ช่วยเหลือ เพื่อครูไทย พัฒนาหลักสูตรต่อยอดทักษะการออกแบบสื่อการเรียนการสอนยุคใหม่ให้สอดรับกับการศึกษาในยุคดิจิทัลแบบครบวงจรตั้งแต่ การวางโครงสร้างหลักสูตร เครื่องมือสื่อการสอน และการวัดประเมินผลผู้เรียน ในโครงการ “THE EDUCATORS THAILAND”

โครงการดังกล่าว เป็นครั้งแรกที่ได้เปิดเวทีให้บุคลากรด้านการศึกษากว่า 1,000 คน ทั้งจากภาครัฐและเอกชน ไม่ว่าจะเป็น นักการศึกษา, ครูผู้สอน, บุคลากรด้านการศึกษาทุกสังกัด และนักศึกษาฝึกสอน มาเข้าร่วม Un Learn และ Re Learn ทักษะการสอน ผ่านหลักสูตรที่ถูกออกแบบและพัฒนาโดย AIS Academy ร่วมกับสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา  กระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยบุคลากรชั้นนำในวงการ ที่มีเนื้อหาในการพัฒนาทักษะ การสร้างนวัตกรรมการสอน เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของภาคการศึกษายุคใหม่ให้สอดคล้องกับการบ่มเพาะนักเรียนยุค LFH ที่จะเป็นจุดเริ่มต้นของบุคลากรที่ร่วมสร้างประเทศในอนาคต จนท้ายที่สุดจะได้มาซึ่งผลงานจากผู้เข้าร่วมโครงการในลักษณะต้นแบบของสื่อการสอนที่จะสามารถนำไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์ต่อภาคการศึกษาในปัจจุบันและอนาคต

“AIS มองเห็นผลกระทบที่เกิดจากสถานการณ์ COVID-19 ไม่ใช้แค่ในมุมของเศรษฐกิจ สังคม แต่ภาคการศึกษาก็ได้รับผลกระทบไม่แพ้กัน ห้องเรียนถูกปรับมาเป็นแบบออนไลน์เกือบ 100% ทำให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องปรับตัวเข้ามาเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งแน่นอนว่า ความไม่คุ้นชินกับชีวิตวิถีใหม่ย่อมส่งผลให้ต้องมีการปรับตัว ดังนั้น AIS ในฐานะ Digital Life Service Provider ที่มุ่งมั่นนำเอาศักยภาพของเทคโนโลยีดิจิทัลไปยกระดับการทำงานของภาคส่วนต่างๆ เพื่อส่งเสริมให้คุณภาพชีวิตของคนไทยดีขึ้น จึงตั้งใจที่จะเข้ามาร่วมเชื่อมต่อ ช่วยเหลือ เพื่อครูไทย สนับสนุนภาคการศึกษา ที่ถือว่าเป็นหัวใจหลักของการบ่มเพาะ “คน” ที่จะเป็นพลังของสังคมต่อไป”  

นางสาวกานติมา เลอเลิศยุติธรรม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคล กลุ่มบริษัท AIS และ กลุ่มอินทัช กล่าวว่า ภารกิจคิดเผื่อ เพื่อคนไทย ของ AIS Academy ยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการยกระดับการเรียนรู้ตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ วันนี้บริบทภาคการศึกษามีการปรับเปลี่ยนไปค่อนข้างมาก การจะพัฒนาระบบต้องเริ่มจากการพัฒนาศักยภาพของคน เวที THE EDUCATORS THAILAND จึงเกิดขึ้น ด้วยความตั้งใจของเราคือการนำเอาทักษะ องค์ความรู้ใหม่ๆ รวมถึงศักยภาพความเป็นผู้นำด้านดิจิทัล เทคโนโลยี เข้ามาช่วยผลักดันตามแนวทางที่ AIS Academy เดินหน้าเรื่อง EdTech มาตลอด เพื่อช่วยพัฒนาให้เหล่าบุคลากรทางการศึกษา ครูอาจารย์ผู้ที่สมัครเข้าร่วมโครงการ ได้ร่วมสร้างความแข็งแกร่งและนำศักยภาพการศึกษาโดยการพัฒนาวิธีการสอน และเสริมทักษะการสร้างสรรค์ผลงานสื่อการสอน ภายใต้แนวคิด “มากกว่าความเป็น…ครูผู้สอน นวัตกรรมการสอนของครูไทยในอนาคต

โดยเราได้ทำงานร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา คณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิระดับประเทศพัฒนาหลักสูตรผ่านการเรียนรู้แบบออนไลน์บนแพลตฟอร์ม LearnDi พร้อมกิจกรรมกระบวนการพัฒนาผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ Professional Learning Community (PLC) ทั้งภาคทฤษฏีและเรียนรู้จากประสบการณ์ผ่านกิจกรรมออนไลน์ THE EDUCATORS THAILAND จะเป็นอีกหนึ่งโครงการที่จะปลุกพลังของภาคการศึกษา บุคลากร และครูไทย ที่จะมาร่วมเปลี่ยนหน้าตากระบวนทัศน์การศึกษาในยุคดิจิทัลให้มีความสามารถอย่างไร้ขีดจำกัด โดย AIS จะเดินหน้าใช้ความแข็งแกร่งของเราที่จะ เชื่อมต่อ ช่วยเหลือ เพื่อครูไทย ไปพร้อมกับคนไทย”

ดร. ดิศกุล เกษมสวัสดิ์ เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า การทำงานร่วมกับ AIS เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการนำเอาเทคโนโลยีรวมถึงองค์ความรู้ใหม่ๆ ด้านดิจิทัลมาเสริมทักษะให้กับบุคลากรทางการศึกษา ในยุคที่เราทุกคน และครูทุกคน ไม่ว่าจะรุ่นเก่า หรือรุ่นใหม่ ก็ต้องเรียนรู้ที่จะใช้เครื่องไม้เครื่องมือรวมถึงสื่อการสอนแบบใหม่ๆ เพื่อให้การจัดการเรียนการสอนตอบโจทย์และช่วยพัฒนาผู้เรียนได้อย่างแท้จริง สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ ในหลายเรื่องทั้งการส่งเสริมแหล่งเรียนรู้และนวัตกรรมเพื่อการประกอบวิชาชีพอย่างมีคุณภาพ รวมถึงการพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ๆ เพื่อพัฒนาการสอนให้มีคุณภาพภายใต้สถานการณ์ปัจุบัน

5 สาเหตุที่ลูกดื้อ ต่อต้าน ไม่เชื่อฟัง คุณพ่อคุณแม่ควรรู้วิธีรับมือ

0

โดยทั่วไปธรรมชาติของเด็กต้องการความรัก และการยอมรับจากคุณพ่อคุณแม่ อยากได้คำชมว่าเป็นเด็กดี น่ารัก รู้จักเชื่อฟังผู้ใหญ่ แต่หากลูกเรามักจะดื้อ ต่อต้าน ไม่เชื่อฟัง นั่นคือผิดวิสัยเด็ก และมีสาเหตุที่เป็นเช่นนั้น

พญ.ดวงรัตน์ วังเกล็ดแก้ว กุมารแพทย์ที่ปรึกษาศูนย์สุขภาพเด็ก โรงพยาบาลนวเวช และเจ้าของเพจ หมอปุ๊ก Doctor For Kids ได้เล่าถึงเหตุผลที่ทำให้ลูกดื้อและไม่เชื่อฟัง พร้อมทั้งมีวิธีแก้มาฝากคุณพ่อคุณแม่ด้วย คุณหมอบอกว่าจากประสบการณ์ที่ได้ดูแลเด็กดื้อ ต่อต้านที่พ่อแม่พามาปรึกษา พบว่า 5 สาเหตุสำคัญที่ทำให้ลูกดื้อ และไม่เชื่อฟังพ่อแม่ มีดังนี้

พญ.ดวงรัตน์ วังเกล็ดแก้ว กุมารแพทย์

ข้อแรก เด็กไม่ได้รับความสนใจเมื่อทำตัวดี

อย่างที่บอกไปข้างต้นว่าโดยทั่วไปเด็กต้องการความรัก ความใส่ใจ คำพูดดีๆ จากจากพ่อแม่ แต่หากเด็กทำตัวดี เชื่อฟัง ว่านอนสอนง่ายมาเรื่อยๆ แล้วพ่อแม่กลับทำเฉย ไม่สนใจ เหมือนมองไม่เห็นการทำดีนั้น พอมาวันหนึ่ง ด้วยเหตุอะไรก็ตาม เด็กบังเอิญได้ทำตัวไม่ดี ดื้อ ไม่เชื่อฟัง อาละวาดโวยวายขึ้นมาสักครั้งสองครั้ง พ่อแม่รีบเข้ามาสนใจ ให้ความสำคัญเห็นเป็นเรื่องใหญ่ และบางทียังได้ของที่อยากได้ (ที่เวลาพูดขอดีๆ กลับไม่ได้) เพื่อเป็นการตัดรำคาญหรือติดสินบนให้หยุดดื้อ หยุดโวยวาย อาละวาด เอาแต่ใจ หากเป็นแบบนี้ เด็กจะเรียนรู้ที่จะทำตัวไม่ดีเวลาอยากได้ความสนใจหรือเวลาอยากได้อะไรจากผู้ใหญ่

วิธีแก้ พ่อแม่ให้ “ความสนใจทางบวก” เวลาลูกทำตัวดี

• ให้เป็นคำชม ยิ้มให้ลูก พยักหน้าแสดงความสนใจ แสดงท่ารับรู้ ลูบศีรษะ กอด ฯลฯ ทำเช่นนี้บ่อยๆ ทุกครั้งที่ลูกทำตัวดี

• การให้ความสนใจทางบวกกับลูกอย่างสม่ำเสมอ เป็นเสมือนการเติมพลังใจ สร้างแรงจูงใจในการทำตัวดีให้กับลูก เป็นการแสดงออกให้ลูกรู้ว่าคุณรับรู้คุณค่าในตัวเขา ตอบสนองความต้องการของลูกที่อยากได้การยอมรับ ความรัก ความสนใจจากพ่อแม่และผู้ใหญ่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นความต้องการพื้นฐานที่มนุษย์ทุกคนต้องการ

ข้อสอง ลูกไม่ได้รับการสอนว่าพฤติกรรมที่ดีคืออะไร

บางบ้านไม่สอนอะไรว่าอะไรถูก อะไรผิด อะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ ไม่มีการกำหนดขอบเขตพฤติกรรมที่ควรและไม่ควรทำในครอบครัว

วิธีแก้ สั่งสอนลูก ชี้แนะให้รู้จักขอบเขตที่ชัดเจนของพฤติกรรมที่ทำได้และทำไม่ได้

ตัวอย่างในการสอนลูก เวลาเห็นลูกทำตัวไม่เหมาะสมในเรื่องใดก็ตาม ควรพูดเตือนทันที อย่าปล่อยผ่านไป โดยให้พูดบอก “สั้นๆ ง่ายๆ” ใช้น้ำเสียง สีหน้ากลาง ๆ ไม่ใช้อารมณ์ แต่ท่าทางเอาจริง ลองฝึกพูดกับหน้ากระจกดูก่อนก็ได้ว่าหน้าตาท่าทางเราดูคุกคามลูกเกินไปมั๊ย หรือน้ำเสียงเราอ่อน ขาดความเด็ดขาด ตัองบาลานซ์

• ให้พูดกับลูกสาววัย 4 ขวบ ที่กำลังแย่งของเล่นจากพี่ชายวัย 6 ขวบ ว่า “หนูไม่แย่งของจากมือพี่ หนูขอพี่แล้วรอให้พี่ส่งของให้ค่ะ”

• เมื่อลูกเอาเท้ายกขึ้นมาบนโต๊ะตอนกินอาหาร ให้พูดกับลูกว่า “โต๊ะไว้วางอาหาร ลูกเอาเท้าวางบนพื้นค่ะ”

ข้อสาม ลูกเห็นพฤติกรรมไม่เหมาะสมจากพ่อแม่ และเกิดการเลียนแบบ

วิธีแก้ เตือนตัวเองว่าลูกจำและเรียนรู้จากเรา เราต้องเป็นต้นแบบของพฤติกรรมที่เหมาะสมให้กับลูก

ข้อสี่ ลูกโกรธ เศร้า หรือกังวล

เวลาเด็กมีความรู้สึกลบๆ พวกเขามักจะระบายอารมณ์ออกมาเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เช่น ดื้อ ต่อต้าน ก้าวร้าว ทำร้ายคนอื่น ทำลายข้าวของ

วิธีแก้ ก่อนที่จะพูดตำหนิหรือไม่พอใจลูก ให้ลองพิจารณาว่าช่วงนี้ลูกมีอารมณ์และการแสดงออกด้านอื่นที่เปลี่ยนไปจากเดิมด้วยหรือไม่ เช่น เงียบลง ดูหงอยๆ แยกตัว ไม่ร่าเริง กินน้อย นอนยาก ร้องไห้ง่ายกว่าเดิม หงุดหงิดง่าย ขี้โมโหกว่าเดิมถ้าพ่อแม่สังเกตเห็นอาการเหล่านี้ ให้ลองคุยกับลูกว่ามีเรื่องอะไรไม่สบายใจ ลองถามดูว่าที่โรงเรียนเป็นยังไง ทั้งเรื่องครู เรื่องเพื่อน เรื่องการเรียน ถามไถ่ชีวิตลูก จะได้รู้สาเหตุที่ทำให้ลูกมีอารมณ์และการแสดงออกที่ผิดไปจากเดิม อาจจะช่วยชี้แนะลูกถ้าช่วยได้

ข้อห้า พื้นอารมณ์ของลูก

เด็กบางคนเป็นเด็กที่มีพื้นอารมณ์อ่อนไหว หงุดหงิดง่าย ปรับตัวยาก มีความคิดและอารมณ์ค่อนไปทางลบ เด็กกลุ่มนี้มักจะแสดงท่าทีต่อต้าน ไม่ร่วมมือกับคนอื่นอยู่บ่อยๆ มีความคับข้องใจง่าย จะแสดงพฤติกรรมถดถอย ทำตัวไม่สมวัย

วิธีแก้ พ่อแม่ควรทำความเข้าใจในเรื่องพื้นอารมณ์ของเด็ก และตอบสนองลูกให้เหมาะกับพื้นอารมณ์ของเค้า จะช่วยลดความคับข้องใจของลูกลงไปได้ ช่วยให้ลูกปรับตัวกับสิ่งต่างๆ ได้ดีขึ้น

เมื่อคุณพ่อคุณแม่ทราบถึง 5 สาเหตุสำคัญที่ทำให้ลูกมีพฤติกรรมดื้อ ต่อต้าน ไม่เชื่อฟังแล้ว ลองนำไปใช้สังเกตลูกดูว่าเป็นแบบนี้หรือไม่ หากพบว่าใช่ ควรรีบปรับพฤติกรรมตัวเอง เน้นที่ พ่อแม่ปรับพฤติกรรมของตัวเองที่กระทำต่อลูก จะพบว่าลูกร่วมมือกับพ่อแม่มากขึ้น ต่อต้านลดลง ให้ค่อยๆ ปรับตัวเองและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกเพิ่มขึ้นทุกวัน แต่หากลูกยังมีพฤติกรรมดื้อ ต่อต้านเช่นเดิม แนะนำว่าควรปรึกษากุมารแพทย์หรือจิตแพทย์เด็กเพื่อประเมินสภาวะอารมณ์ จิตใจ ความคิด และการปรับตัวของลูก เพื่อได้รับการดูแลช่วยเหลือให้ตรงสาเหตุต่อไป

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับโรคและสุขภาพเด็ก สามารถขอรับคำปรึกษาจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ที่ศูนย์สุขภาพเด็ก โรงพยาบาลนวเวช โทร.02 483 9999 หรือ www.navavej.com

ซีพีเอฟ ช่วยคู่ค้าธุรกิจร้านอาหาร เปิดพื้นที่ขาย Take Home หน้าซีพีเฟรชมาร์ทและโลตัสในพื้นที่ล็อกดาวน์

0

รายงานข่าว เปิดเผยว่า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เดินหน้าช่วยเหลือพาร์ทเนอร์ธุรกิจร้านอาหารที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการ “ล็อกดาวน์” ในพื้นที่ 13 จังหวัด ล่าสุด ใช้ศักยภาพเครือฯ เปิดพื้นที่ให้จำหน่ายอาหารประเภท Take Home ที่ห้างโลตัส ซูเปอร์เซ็นเตอร์ และหน้าร้านซีพี เฟรชมาร์ท โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพื่อช่วยต่อลมหายใจให้ธุรกิจร้านอาหารของคู่ค้าในสถานการณ์โควิด-19 โดยนำร่องกับร้านซูกิชิ อานตี้ แอนส์ โชนัน รวมถึง คู่ค้าอีกหลายราย

นางศุภรา ศรีบูรณ์ รองกรรมการผู้จัดการ ซีพีเอฟ กล่าวว่า ซีพีเอฟได้ให้การสนับสนุนและช่วยเหลือลูกค้าธุรกิจร้านอาหารที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติโควิด-19 มาอย่างต่อเนื่อง หลังจากก่อนหน้านี้ช่วยสนับสนุนด้าน Digital Marketing ช่วยเพิ่มยอดขาย ล่าสุด เมื่อรัฐบาลประกาศมาตรการล็อกดาวน์ในพื้นที่ 13 จังหวัด ได้ส่งผลกระทบต่อร้านอาหาร รวมถึงคู่ค้าธุรกิจร้านอาหารของซีพีเอฟด้วย

“ธุรกิจร้านอาหารต้องจัดการเรื่องสต๊อกวัตถุดิบ และยังมีค่าใช้จ่ายต่างๆ มากมาย ทั้งค่าแรงพนักงาน และค่าเช่าสถานที่ ในขณะที่รายได้กลับเป็นศูนย์ นับเป็นความเดือดร้อนของเพื่อนคู่ค้าธุรกิจที่ซีพีเอฟไม่สามารถนิ่งเฉยได้ เราจึงใช้ศักยภาพของเครือฯ ที่มีร้านซีพี เฟรชมาร์ท และโลตัส ซูเปอร์เซ็นเตอร์หลายสาขาทั่วประเทศ ทำการจัดพื้นที่ให้คู่ค้า วางบูธจำหน่ายสินค้า Take Home โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เป็นการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้า ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการร้านอาหารมีรายได้ และรักษาการจ้างแรงงานในร้านไว้ได้ด้วย เบื้องต้น ร้านซูกิชิ และอานตี้แอนส์ นำอาหารแบบ Take Home มาจัดบูธจำหน่ายที่ห้างโลตัสแล้ว และเร็วๆ นี้จะมีร้านโชนันมาเพิ่มเติม”

นายนพดล จิรวราพันธ์ เจ้าของ “ซูกิชิ” ร้านปิ้งย่างเกาหลี กล่าวว่า จากความร่วมมือกับซีพีเอฟ ด้วยการจัดบูธวางจำหน่ายชุด “คูโรบูตะ ปิ้งย่าง เลิฟเวอร์ 369 บาท” ซึ่งประกอบด้วยเนื้อหมูดำซีพี คูโรบูตะ ทั้งหมูสามชั้นสไลซ์ สันนอกสไลซ์ สันคอสไลซ์ พร้อมเซตผักสดและน้ำจิ้มซูกิชิ แถมฟรีกิมจิ และซอสหมักเกาหลีซิกเนเจอร์ของร้านซูกิชิ เพื่อให้ลูกค้าได้อร่อยฟินที่บ้านเหมือนทานที่ร้าน นอกจากนี้ ซูกิชิยังได้ต่อยอด เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ซอสหมักสไตล์เกาหลีและน้ำจิ้มซูกิชิซิกเนเจอร์ของร้าน มาวางจำหน่ายที่ห้างโลตัสทุกสาขาทั่วประเทศอีกด้วย จนถึงวันนี้ ซูกิชิ ขอขอบคุณซีพีเอฟเป็นพันธมิตรที่เหนียวแน่น เดินเคียงข้างกันและคอยให้การสนับสนุนในทุกสถานการณ์ ช่วยให้ซูกิชิสามารถปรับตัวรับกับวิกฤตนี้ได้อย่างรวดเร็ว

ด้าน นายกุลวัชร ภูริชยวโรดม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดิ ออริจินัล ฟาร์ม จำกัด ผู้บริหารร้านอาหารญี่ปุ่นแบรนด์โชนัน กล่าวว่า ผลกระทบการมาตรการล็อคดาวน์ ครั้งนี้ ทำให้ร้านโชนันที่มีอยู่ 16 สาขาทั้งหมดต้องปิดบริการ ส่งผลให้ยอดขายของร้านกลายเป็น “ศูนย์” บาททันที ซีพีเอฟซึ่งเป็นพันธมิตรและคู่ค้า จึงได้หาทางออกร่วมกัน โดยโชนันเลือกเมนูอาหารขายดีมาจัดทำอาหารกล่องแบรนด์โชนัน เช่น ข้าวหน้าหมูพรีเมียมบูตะด้ง ซึ่งใช้เนื้อหมูเกรดพรีเมียมอย่าง ซีพี คูโรบูตะ และ เมนูข้าวหน้าแกงกะหรี่หมู ไปจำหน่าย ณ หน้าร้านซีพี เฟรชมาร์ท และ ณ บูธในห้างโลตัส ซูเปอร์เซ็นเตอร์ นอกเหนือจากการจำหน่ายเป็นอาหารสำเร็จรูปแล้ว ยังมีบริการวัตถุดิบ สำหรับให้ลูกค้านำกลับไปปรุงทานเองที่บ้าน ต้องขอบคุณซีพีเอฟ พาร์ทเนอร์ธุรกิจที่ไม่เคยทิ้งกัน ทำให้ร้านอาหารโชนันมีกำลังใจที่จะก้าวข้ามวิกฤติโควิดครั้งนี้ไปให้ได้

ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถพบกับความอร่อยของ ชุด “คูโรบูตะ ปิ้งย่างเลิฟเวอร์” ของร้านซูกิชิ ในราคาพิเศษ 369 บาท ได้แล้วที่ห้างโลตัส 15 สาขาในกรุงเทพและปริมณฑล ขณะที่ ร้านอานตี้แอนส์ ได้นำ ชุด D.I.Y “Sausage Pretzel Roll” วางจำหน่ายที่โลตัส 19 สาขา ตอบโจทย์สถานการณ์ล็อกดาวน์ ให้ลูกค้าได้นำชุดเพลทเซล ซึ่งเป็นซิกเนเจอร์ของร้านกับไส้กรอกซีพี กลับไปทำทานเองที่บ้าน

แฟลช ออกมาตรการเยียวยาลูกค้า เหตุคำสั่งปิดศูนย์กระจายพัสดุสาขาวังน้อย

0


รายงานข่าว เปิดเผยว่า บริษัท แฟลช เอ็กซ์เพรส จำกัด ย้ำมาตรการเยียวยาชดเชยค่าเสียหายให้ลูกค้าผู้ใช้บริการที่ได้รับผลกระทบจากคำสั่งปิดศูนย์กระจายพัสดุสาขาวังน้อย ตามมติของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่มีมติให้ศูนย์กระจายพัสดุสาขาวังน้อยต้องปิดการดำเนินการเมื่อวันที่ 19 กรกฏาคมที่ผ่านมา โดยทางบริษัทยินดีรับผิดชอบต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยมารตการเยียวยาลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ ดังนี้

1. สินค้าที่ถูกจัดส่งระหว่างวันที่ 16 กรกฎาคม ถึง 31 กรกฎาคม 2564 หากเป็นปัญหาจากศูนย์กลางกระจายพัสดุ (Hub) ยกเว้น ช่วงขารับและขานำส่งพัสดุ โดยพัสดุอยู่ที่ศูนย์กลางกระจายพัสดุ(Hub) เกินกว่า 3 วัน ทางบริษัทฯ ยินดีคืนเงินค่าขนส่ง 100%

2. หากลูกค้าปลายทางปฏิเสธการรับพัสดุเนื่องจากความล่าช้าของปัญหาจากศูนย์กลางกระจายพัสดุ (Hub) ข้างต้น ทางบริษัทฯ รับผิดชอบค่าตีกลับไปยังผู้ส่งต้นทาง

3. พัสดุบางส่วนที่ถูกรับฝากส่งในวันที่ 19 กรกฎาคม 2564 และบริษัทฯ ทำการตีกลับคืนผู้ส่ง ทางบริษัทฯ จะคืนเงินค่าขนส่ง 100%

4. หากผู้รับปลายทางที่ได้รับผลกระทบเนื่องจากการส่งล่าช้าจากปัญหาของศูนย์กลางกระจายพัสดุ (Hub) ข้างต้น ทางบริษัทฯ จะมอบคูปองของแฟลช เอ็กซ์เพรสมูลค่ารวม 50 บาท

5. หากพัสดุเสียหายหรือสูญหายเนื่องจากปัญหาของศูนย์กลางกระจายพัสดุ (Hub) ข้างต้น ทางบริษัทฯ จะชดเชยค่าเสียหายเต็มจำนวนอย่างเร็วที่สุด (ภายใต้เงื่อนไขของบริษัทฯ ที่กำหนด)

สำหรับจำนวนพัสดุที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว ในส่วนของการชดเชยค่าขนส่งและรูปแบบการชดเชย ทางบริษัทฯ จะชี้แจงแก่ลูกค้าอีกครั้งเพื่อให้เป็นตามข้อปฏิบัติทางกฎหมาย โดยลูกค้าผู้ใช้บริการสามารถติดตามสถานการณ์ความคืบหน้าผ่านทางเว็บไซต์ www.flashexpress.co.th และแอพพลิเคชั่นแฟลช เอ็กซ์เพรส ท้ายนี้บริษัทฯ ขอยืนยันว่าจะเร่งดำเนินการจัดการพัสดุที่คงค้างภายในศูนย์กระจายพัสดุสาขาวังน้อยเพื่อนำส่งไปยังผู้รับปลายทางภายใน 7-10 วัน ภายหลังจากที่บริษัทฯ ได้รับการอนุญาตให้กลับเข้าไปทำงานในพื้นที่จากคณะกรรมการควบคุมโรค

เคอรี่ เอ็กซ์เพรส คว้าเบอร์หนึ่งแบรนด์ยอดนิยม 4 ปีซ้อน โชว์เหนือ ชนะคู่แข่งทุกภาคทั่วไทย

0

นาย อเล็กซ์ อึ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KEX เปิดเผยว่า KEX ได้รับรางวัล Marketeer No.1 Brand Thailand 2020-2021 ในหมวดบริการจัดส่ง/โลจิสติกส์ เป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน จัดโดยนิตยสาร Marketeer ครองแบรนด์ยอดนิยมอันดับ 1 ของประเทศ จากการโหวตของผู้บริโภค โดยได้คะแนน 63.8% ทิ้งห่างอันดับ 2 ซึ่งได้คะแนน 19.1% โดยมีคะแนนชนะคู่แข่งในทุกภาคทั่วประเทศไทย สะท้อนถึงความเหนือระดับของแบรนด์เคอรี่ เอ็กซ์เพรส ตอกย้ำจุดแข็ง “ถูกและดี” ทั้งด้านคุณภาพการให้บริการ และราคาส่งพัสดุ “ราคาถูก” ที่สามารถมัดใจลูกค้าทั่วประเทศ

ที่ผ่านมา KEX ใช้กลยุทธ์ราคา มาดึงดูดกลุ่มกลุ่มลูกค้าทั่วไปโดยเฉพาะแม่ค้าออนไลน์ ที่มีการเติบโตมากขึ้น เพื่อขยายเข้าสู่ตลาดขนส่งพัสดุราคาประหยัด โดยปรับลดค่าส่งพัสดุ รวมทั้งจัดโปรโมชั่น และเพิ่มสิทธิพิเศษต่างๆ ให้ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าสมาชิก “เคอรี่ เอ็กซ์เพรส ลอยัลตี้ คลับ” ที่ทุกๆ การส่งพัสดุสามารถสะสมเป็น “เคอรี่พอยท์” นำมาแลกส่วนลดค่าขนส่ง หรือ รับสิทธิพิเศษจากร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ

แผนธุรกิจจากนี้ บริษัทจะเพิ่มความเข้มข้นในการจัดโปรโมชั่น และให้สิทธิประโยชน์ต่างๆ กับลูกค้า ไม่เพียงกลุ่มลูกค้าสมาชิก แต่จะมีการทำโปรโมชั่นกับกลุ่มลูกค้าทั่วไปในวงกว้าง เพื่อตอกย้ำจุดแข็ง “ถูกและดี” ของแบรนด์เคอรี่ เอ็กซ์เพรสให้ชัดเจนขึ้น นอกจากนี้ ยังเพื่อช่วยลูกค้าของเคอรี่ เอ็กซ์เพรส ประหยัดค่าใช้จ่ายมากขึ้น จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในปัจจุบันอีกด้วย

“เราอยากย้ำให้ลูกค้ารู้ว่า เคอรี่ เอ็กซ์เพรส คือแบรนด์ที่ทั้งถูกและดี วันนี้ราคาส่งพัสดุของเราเมื่อเทียบกับคู่แข่งแล้วไม่แตกต่างกัน แต่สิ่งที่แตกต่างคือคุณภาพบริการ ที่ทำให้เรามีความเหนือกว่าคู่แข่งในทุกๆ ด้าน และนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมลูกค้าต้องใช้เรา” นายอเล็กซ์ กล่าว

ปัจจุบัน KEX มีความแข็งแกร่งในด้านคุณภาพการให้บริการในทุกๆ ด้าน ทั้งการจัดส่ง ความรวดเร็ว และการรับผิดชอบ พร้อมบริการของพนักงานที่มีหัวใจบริการ ทำให้บริษัทมั่นใจว่าจะสามารถรักษาตำแหน่งผู้นำในธุรกิจจัดส่งพัสดุด่วน และครองความเป็นเบอร์ 1 ในใจผู้บริโภคได้อย่างมั่นคง และยั่งยืน

นายอเล็กซ์ กล่าวอีกว่า เคอรี่ เอ็กซ์เพรส ยกระดับการบริการและการเข้าถึงคนไทยทุกคนในทุกๆ ที่ ภายใต้แนวคิด Kerry Express Everywhere เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่ไหนก็สามารถจัดส่งพัสดุด่วนกับ เคอรี่ เอ็กซ์เพรส ได้ ด้วยแผนในการกระจายสาขาเพิ่มขึ้นทั่วประเทศ ตลอดจนการปรับตัวในด้านต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องกับเทรนด์ที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภค อาทิ การขยายสาขาจุดรับ เพื่อกระจายพัสดุออกไปให้ได้มากขึ้น รวมถึงปรับแผนในการส่งจากใช้ระบบรวมศูนย์ เป็นการกระจายออกไปให้ได้มากที่สุด เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ โซเชียลคอมเมิร์ซ หรือการขายสินค้าผ่านสังคมออนไลน์ที่เพิ่มสูงขึ้นในปัจจุบัน

ปัจจุบัน KEX เป็นผู้นำด้านการจัดส่งพัสดุด่วนเอกชนในไทย ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2549 ปัจจุบันมีจุดบริการกว่า 15,000 แห่งทั่วประเทศ พร้อมศูนย์กระจายพัสดุกว่า 1,000 แห่งครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ในประเทศ ซึ่งสามารถรองรับพัสดุได้ 1.9 ล้านชิ้นต่อวัน โดยมีรถที่ใช้ในการส่งพัสดุกว่า 20,000 คัน เพื่อให้พัสดุให้ถึงมือลูกค้าโดยเร็ว ซึ่งเป็นพันธกิจของ เคอรี่ เอ็กซ์เพรส ในการส่งความสุขผ่านกล่องพัสดุไปยังมือผู้รับอย่างรวดเร็วและปลอดภัย ตอบรับการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ โซเชียลคอมเมิร์ซ และธุรกิจต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจค้าปลีก ธุรกิจค้าส่ง ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้เติบโตมากยิ่งขึ้น