Home Blog Page 377

กางแผนปีหน้า พา ‘แม็คกรุ๊ป’ ขึ้นเป็นบริษัทชั้นนำ เตรียมทุ่ม 400 ล. สร้างศูนย์กระจายสินค้าในอีกสองปี

0

นายเจมส์ ริชาร์ด อมตวิวัฒน์ รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MC เปิดเผยถึงแผนธุรกิจงวดปีบัญชี 2565 ว่า “แม็คกรุ๊ป” ได้วางกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ เพื่อผลักดันบริษัทให้เป็นบริษัทค้าปลีก ประเภทสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ ชั้นนำของไทย และสร้างมูลค่าที่ยั่งยืนให้กับผู้ถือหุ้น โดยมีกลยุทธ์หลักในการทำธุรกิจ ดังนี้  

  1. เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจทั้งในด้านการเงินควบคู่ไปกับการพัฒนาศักยภาพทางการผลิตสินค้าและบริการเพื่อการเติบโตต่อเนื่อง
  2. ขยายฐานการรับรู้แบรนด์และชื่อเสียงของผลิตภัณฑ์  โดยเสริมสร้างความแข็งแรงในการสื่อสารแบรนด์ สร้างความจดจำในแบรนด์ สร้างความนิยมในผลิตภัณฑ์ และขยายกลุ่มลูกค้า
  3. พัฒนาแพลตฟอร์มค้าปลีกชั้นนำ ด้วยการนำประสบการณ์ที่ดีที่สุดมาให้ผู้บริโภค พัฒนาช่องทางออนไลน์ ออฟไลน์ และการเชื่อมต่อกันอย่างมีเสริมศักยภาพให้ส่วนงานโอเปอเรชั่น เพื่อยกระดับการให้บริการ รวมทั้งพัฒนากลยุทธ์การเข้าถึงท้องถิ่นด้วยความเข้าใจ
  4. การปรับเปลี่ยนการดำเนินงานในองค์กร เพื่อสร้างประสบการณ์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะองค์กรให้กับพนักงาน
  5. เพิ่มศักยภาพของเทคโนโลยีและกระบวนการต่างๆ เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจทั้งห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ บริษัทยังคงสามารถบริหารจัดการต้นทุนสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพในระดับสูง จากการเดินเกมกลยุทธ์การตลาดแบบเฉพาะเจาะตรงกลุ่มเป้าหมาย, สัดส่วนการขายสินค้า รวมไปถึงการบริหารช่องทางจัดจำหน่ายได้สอดคล้องเหมาะสมกับแต่ละช่วงเวลาอย่างลงตัว ภายใต้การบริหารจัดการสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ของภาครัฐที่มีนโยบายและความเข้มข้นแตกต่างกัน ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin : GP) ยังคงอยู่ระดับสูง 59.6% เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 57.8% และอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin : NP) เพิ่มขึ้นจาก 12.7% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน มาอยู่ที่ระดับ 13.7% จากประสิทธิภาพการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ดี โดยสามารถรักษาอัตราค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ไว้ได้ในระดับใกล้เคียงช่วงเดียวกันปีก่อนที่ราว 43% 

 “เชื่อมั่นว่าบริษัทจะเติบโตได้ต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าในรอบปีบัญชี 2564 จะต้องเผชิญกับวิกฤตโควิด-19 ระลอกแล้วระลอกเล่าและโควิด- 19 ระลอก 4 ที่รัฐบาลออกมาตรการล็อกดาวน์อีกครั้ง ส่งผลให้ยอดขาย 2 เดือนแรกของปีบัญชี 2565 ได้รับผลกระทบ แต่เมื่อสถานการณ์การระบาดลดลงและการฉีดวัคซีนมีอัตราเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจนรัฐบาลเตรียมประกาศเปิดเมือง จึงทำให้มั่นใจว่าปีนี้บริษัทจะสามารถเติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้”

นอกจากนี้ การที่ Mc มีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง เป็นบริษัทที่ไม่มีหนี้สิน โดยบริษัทมีเงินสดในมือกว่า 1,864 ล้านบาท ณ งวดสิ้นปีบัญชีที่ผ่านมา  จะสนับสนุนให้บริษัทแสวงหาโอกาสในการเติบโตได้เพิ่มขึ้น และสามารถจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นได้อย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมา อัตราผลตอบแทนเงินปันผลของบริษัทที่ผู้ถือหุ้นได้รับอยู่ในระดับ 5-6% ต่อเนื่องทุกปี และจ่ายปันผลสูงกว่านโยบายที่ตั้งไว้ หรือเฉลี่ยจ่ายประมาณ 90% ของกำไรสุทธิ โดยปีล่าสุดจ่ายในอัตรา 98.1% ของกำไรสุทธิสูงกว่านโยบายที่จะจ่ายไม่น้อยกว่า 50% ของกำไรสุทธิ  โดยงวดครึ่งปีหลังปีบัญชี 2564 จะจ่ายผู้ถือหุ้นอีกหุ้นละ 0.20 บาท

นายเจมส์  กล่าวว่า บริษัทจะใช้กลยุทธ์ทั้งออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อสนับสนุนการเติบโตโดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นหลัก เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าจะได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดจากสินค้าและบริการของ Mc ซึ่งในส่วนของออนไลน์ นอกจาก mcshop.com ยังมีช่องทางมาร์เก็ตเพลสและพันธมิตรออนไลน์ ทั้ง Shopee, Lazada, และ JD CENTRAL เป็นต้น นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับพันธมิตรและหุ้นส่วน   ทางยุทธศาสตร์หลายๆ บริษัท เพื่อสร้างความร่วมมือทางธุรกิจที่จะก่อให้เกิดรายได้หรือกำไรสูงสุดและเป็นการสร้างประสบการณ์ที่ดีขึ้นให้กับลูกค้า

ด้านการสร้างปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าทางออนไลน์ (Online Engagement) MC มีฐานลูกค้าที่เป็นสมาชิก MC CLUB กว่า 1.6 ล้านคน ซึ่งล่าสุดได้เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ผ่าน LINE OA เป็นการอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าเพื่อสร้างความภักดีต่อแบรนด์ การทำโปรโมชั่นและบริการพิเศษ รวมถึงการเพิ่มการมีส่วนร่วมของลูกค้าในกิจกรรมต่างๆ จะสนับสนุนการขายผ่านออนไลน์ของบริษัทให้เติบโตต่อเนื่อง สำหรับช่องทางโซเชียลมีเดียของบริษัทก็แข็งแรงเช่นกัน เช่น Facebook Page Mc Jeans มีผู้ติดตามประมาณ 1 ล้านคน ในอนาคตคาดหวังว่ายอดขาย   จากช่องทางออนไลน์จะเป็นไปตามเป้าหมายที่ 15% ของยอดขายรวมทั้งหมดของบริษัทจากปีก่อนอยู่ที่ 389 ล้านบาท คิดเป็น 12%   

“การบริหารจัดการธุรกิจในยามวิกฤต เรายังคงเดินหน้าสร้างความสามารถในการทำกำไร การดำเนินการลดต้นทุนอย่างจริงจังในทุกๆ ส่วนงาน และมุ่งเพิ่มยอดขายให้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญผ่านช่องทางออนไลน์ ขณะที่ยังคงรักษารายได้  และความสามารถในการทำกำไรของช่องทางออฟไลน์ รวมถึงให้ความสำคัญในเรื่องของสุขภาพและความปลอดภัยของพนักงานที่ยังคงเป็นเรื่องสำคัญในอันดับแรกของ Mc โดยบริษัทฯได้มีการจัดให้พนักงานได้รับวัคซีนอย่างทั่วถึง”

ด้านนายปิยะ โอฬารริกสุภัค ประธานเจ้าหน้าที่ด้านการเงินและบัญชี MC กล่าวว่า ในปีบัญชี 2564/2565 คาดว่า[บริษัทจะใช้งบลงทุนทั้งสิ้น 80 ล้านบาท โดยจะใช้ดำเนินการขยายทั้งธุรกิจออนไลน์และธุรกิจออฟไลน์ ซึ่งปัจจุบันสัดส่วนยอดขายของธุรกิจออนไลน์ใกล้เคียง15% ตามเป้าที่วางไว้ รวมทั้งมีแผนเปิดสาขาใหม่ รวม 22 สาขา ประกอบด้วย Mc Outlet 15 แห่ง  SHOP 4 แห่งและเคาน์เตอร์ในห้างสรรพสินค้า 3 เคาน์เตอร์   ขณะที่ในอนาคตอีก 2 ปี ข้างหน้าบริษัทวางแผนจะใช้เงินประมาณ 400 ล้านบาท ในการสร้างศูนย์กระจายสินค้าทั้งออนไลน์ และออฟไลน์ เพื่อรองรับการเติบโตของยอดขายทั้งออนไลน์และออฟไลน์

ไทยพาณิชย์ จับมือซีพี ตั้งกองทุน Venture Capital รุกธุรกิจเทคโนโลยีการเงิน

0

ผู้สื่อข่าว รายงานว่า เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2564 ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ทำหนังสือแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการธนาคารมีมติให้ บริษัท เอสซีบี เท็นเอกซ์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยและบริษัท ในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคาร ตกลงร่วมมือกับบริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด (ซีพีจี) จัดตั้งกองทุน Venture Capital ขนาด 600-800 ล้านเหรียญสหรัฐ

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการลงทุนในธุรกิจเทคโนโลยีทางการเงินในด้านต่าง ๆ เช่น เทคโนโลยีบล็อกเชน Decentralized Finance ตลอดจนเทคโนโลยีที่เกิดใหม่อื่นๆ โดยนอกเหนือจากการบริหารกองทุนร่วมกันแล้ว กลุ่มธนาคารและกลุ่มซีพีจีจะร่วมลงทุนในกองทุนนี้ร่วมกับผู้ลงทุนที่ไม่ใช่ผู้ลงทุนรายย่อย (accredited investor)

ทั้งนี้ การจัดตั้งกองทุนดังกล่าวต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับทางการที่เกี่ยวข้อง sนาคารจะแจ้งให้ทราบต่อไปเมื่อมีความคืบหน้าที่สำคัญ

รายงานข่าว เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ ธนาคารไทยพาณิชย์ เพิ่งประกาศลงนามสัญญาร่วมทุนกับบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส เพื่อจัดตั้งบริษัท “เอไอเอสซีบี” เพื่อดำเนินธุรกิจดานการเงินดิจิทัล

ซีพีเอฟ ยกระดับฟาร์มสุกรสู่ ‘ไบโอซีเคียวริตี้’ เนื้อหมูอนามัยปลอดโรด

0

น.สพ.ดำเนิน จตุรวิธวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านวิชาการ สายธุรกิจสุกร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า ปัจจุบันฟาร์มสุกรทั้งหมดของซีพีเอฟ ดำเนินมาตรฐานฟาร์มตามแนวทางของกรมปศุสัตว์ และยกระดับสู่ “ระบบไบโอซีเคียวริตี้” เข้มข้นเรื่องการป้องกันโรคระบาดสัตว์ เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการเลี้ยงสุกรปลอดโรค อันจะส่งผลให้ได้เนื้อหมูอนามัยที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค   

น.สพ.ดำเนิน จตุรวิธวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ซีพีเอฟ

“ซีพีเอฟให้ความสำคัญกับอาหารปลอดภัยตลอดห่วงโซ่การผลิต โดยในขั้นตอนของการเลี้ยงสุกร เป็นอีกข้อต่อที่สำคัญของความปลอดภัยทางอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการป้องกันโรคระบาดสัตว์ โดยซีพีเอฟได้ยกระดับมาตรฐานฟาร์มสุกรเข้าสู่ระบบไบโอซีเคียวริตี้แล้วทั้งหมด แม้จะมีความยุ่งยากในการดำเนินการแต่สุดท้ายได้ประโยชน์อย่างยิ่งเมื่อสุกรทุกตัวในฟาร์มมีสุขภาพดีและปลอดโรค”

มาตรฐานฟาร์มสุกรซีพีเอฟในระบบไบโอซีเคียวริตี้ เป็นระบบการป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ฟาร์มที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ประกอบด้วย การเลี้ยงสุกรในโรงเรือนระบบปิด ป้องกันสัตว์พาหะทั้งหนู นก แมลงต่างๆ โดยวัตถุดิบต่างๆ ที่นำมาใช้ภายในฟาร์มไม่ว่าจะเป็นอาหาร น้ำ หรืออื่นๆจะมีการตรวจสอบย้อนกลับไปถึงแหล่งที่มา ซึ่งทุกฟาร์มจะรับจากแหล่งที่ปลอดภัยเท่านั้น ทั้งยังต้องควบคุมรถขนส่งเข้า-ออกฟาร์มอย่างเข้มงวด รถทุกคัน-พนักงานทุกคนต้องผ่านระบบฆ่าเชื้อ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าคนหรือพาหนะนั้นๆ จะไม่เป็นพาหะนำเชื้อโรคเข้าสู่ฟาร์ม รวมถึงการกำหนดจุดส่งมอบสุกรที่แยกจากฟาร์ม ทั้งนี้ไม่เพียงฟาร์มของบริษัทแต่ยังถ่ายทอดมาตรการการป้องกันโรคนี้ให้กับเกษตรกรในคอนแทรคฟาร์มมิ่งของบริษัทฯทั่วประเทศครบทุกรายแล้วยืนยันได้ในความปลอดภัยของกระบวนการผลิตสุกรเพื่อส่งมอบอาหารที่ปลอดภัยสู่ผู้บริโภค 

ในสถานการณ์โควิด-19 ซีพีเอฟได้ยกระดับการป้องกันโรคขั้นสูงสุดให้แก่พนักงานในฟาร์มทุกคน ตั้งแต่การสำรวจและคัดกรองคนก่อนเข้าฟาร์ม การตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย มาตรการรักษาสุขอนามัย โดยพนักงานทุกคนที่เข้าฟาร์มต้องผ่านการตรวจอุณหภูมิของร่างกาย จุ่มเท้าฆ่าเชื้อ สเปรย์มือด้วยแอลกอฮอล์ สวมหน้ากากอนามัย รณรงค์สร้างความตระหนักด้านสุขอนามัยส่วนบุคคลให้แก่พนักงาน หมั่นล้างมือด้วยน้ำ สบู่ แอลกอฮอล์ มาตรการรักษาความสะอาดโดยทำความสะอาดพื้นที่ที่มีการสัมผัสหรือใช้ร่วมกันด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อหรือแอลกอฮอล์ รวมทั้งทำความสะอาดจุดสัมผัสร่วมต่างๆ ของพื้นที่และสิ่งของภายในฟาร์มทั้งก่อนและหลังการใช้งาน ตลอดจนการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้พนักงานทุกคน  

ซีพี ออลล์ ผนึกพันธมิตร จัดสัมมนาออนไลน์ ชี้ทางรอด SME ฝ่าโควิด

0

นายยุทธศักดิ์ ภูมิสุรกุล กรรมการผู้จัดการ (ร่วม) บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี่ เปิดเผยว่า เซเว่น อีเลฟเว่น ได้ร่วมกับ 4 พันธมิตรสำคัญได้แก่ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม SME D Bank และสมาคมการค้าปลีกและเอสเอ็มอีทุนไทย จัดกิจกรรมสัมมนาออนไลน์ผ่านช่องทาง Zoom ในหัวข้อ “Think for Growth : SME ยุควิกฤติโควิด-19…ทำอย่างไรให้รอด” เพื่อให้ความรู้ด้านการเงิน การบริหารจัดการต้นทุน การบริหารสต๊อกสินค้า การตลาด ตลอดจนกลยุทธ์อื่นๆ แก่ SME ให้สามารถปรับตัวสู้วิกฤติ 

ยุทธศักดิ์ ภูมิสุรกุล กรรมการผู้จัดการ (ร่วม) บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)

“ด้วยสถานการณ์ที่ยากลำบากในปัจจุบัน การหาทางรอด คือหัวใจของธุรกิจ และการมีองค์ความรู้เป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยหาทางออกให้กับธุรกิจได้ ดังนั้น เซเว่น อีเลฟเว่นและพันธมิตรจึงมีการจัดสัมมนาออนไลน์โดยเชิญวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิหลากหลายด้านมาให้ความรู้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ซึ่งเป็นภาคส่วนสำคัญและเป็นรากฐานของประเทศ” นายยุทธศักดิ์ กล่าว 

โดยการสัมมนา ประกอบด้วย 2 เซคชั่น โดยเซคชั่นแรกจะเป็นการบรรยายโดย นายธนพงศ์ วงศ์ชินศรี ผู้ร่วมก่อตั้ง เพนกวิน อีท ชาบู (Penguin Eat Shabu) ร้านชาบูบุฟเฟ่ต์ชื่อดัง ในหัวข้อ “How to รอดของ SME ยุคใหม่” ที่มาถ่ายทอดกลยุทธ์การบริหารกระแสเงินสดอย่างไรให้ธุรกิจอยู่รอดในวิกฤติเช่นนี้ และเซคชั่นที่ 2 การเสวนาในหัวข้อ “SME รู้แล้วรอด…ยอดขายปัง” โดยผู้เชี่ยวชาญจาก สสว.และ กสอ.ที่มาช่วยแนะนำวิธีการเข้าถึงความช่วยเหลือและการสนับสนุนด้านต่างๆ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมรับฟังเทคนิคและแนวคิดดีๆ ในการทำธุรกิจจากประสบการณ์ตรงของ 2 SME คนรุ่นใหม่อย่าง นายกิตติพงษ์ สุขเคหา กรรมการผู้จัดการ บริษัท แรบบิท เบสท์ ฟู๊ด จำกัด เจ้าของธุรกิจ “บะหมี่ถ้วยร้อน” และนายธวัชชัย สหัสสพาศน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โซดา พริ้นติ้ง จำกัด เจ้าของธุรกิจสิ่งพิมพ์ของขวัญ  ที่สามารถสร้างยอดขายให้เติบโตได้อย่างต่อเนื่องแม้ในวิกฤติโควิด-19 

ด้าน นายวีระพงศ์  มาลัย ผู้อำนวยการ สสว. กล่าวว่า สสว. ได้มีการออกมาตรการช่วยเหลือ SME ให้สอดรับกับความต้องการแบบเร่งด่วน เช่น มาตรการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ หรือ การให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการผ่านโครงต่างๆ ของ สสว. ทั้ง 3 ด้านในมิติต่างๆ  ได้แก่ 1. การเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน 2.การเพิ่มช่องทางการตลาด ทั้งออนไลน์ และออฟไลน์ และ 3.การหาแหล่งเงินทุนให้ผู้ประกอบการ และ ล่าสุด ร่วมกับเซเว่น อีเลฟเว่น จัดงานสัมมนาครั้งนี้ เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางช่วยเหลือ SME ในเรื่องของการเปิดมุมมองและกลยุทธ์การดำเนินงานใหม่ๆ จากผู้เชี่ยวชาญที่ร่วมบรรยายในงาน เพื่อให้นำไปปรับใช้ในการพัฒนาและต่อยอดธุรกิจในอนาคต 

นางสาวอริยาพร อำนรรฆสรเดช ผู้อำนวยการ กสอ.  กล่าวว่า นับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อ SME  กสอ. ตระหนักดีว่า ต้องมีแนวทางในดำเนินการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เพราะ SME ถือเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ด้วยการเดินหน้าประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนต่าง ๆ ในการผลักดันโครงการและกิจกรรมต่างๆ ที่ทางกรมฯ จัดขึ้น เช่นเดียวกับความร่วมมือมือจัดสัมมนาครั้งนี้ 

ด้านนางสาวนารถนารี รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการ SME D Bank กล่าวว่า ธนาคารได้ดำเนินการช่วยผู้ประกอบการ SME อย่างต่อเนื่อง ควบคู่กันระหว่างการช่วยเหลือด้านการเงิน เพื่อเสริมสภาพคล่อง ผ่านโครงการสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษต่างๆ ควบคู่กับช่วยเหลือด้านความรู้ที่จะทำให้ SME นำไปต่อยอดธุรกิจ หรือพัฒนาสินค้า รวมถึง เสริมด้านการจับมือกับพันธมิตรต่างๆ อย่างซีพี ออลล์ เพื่อขยายช่องทางตลาด ผลักดันให้ SME ไม่เพียงแต่ก้าวผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปได้ แต่จะเป็นการวางรากฐานให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต 

ฝนตก ฟ้าผ่า ไฟฟ้าลัดวงจร เคลมประกันอัคคีภัยได้ไหม?

0

ช่วงนี้หน้าฝนหลายคนก็มีความกังวลกับสิ่งที่จะมาพร้อมกับฝน ไม่ว่าจะปริมาณน้ำในแม่น้ำที่สูงขึ้น น้ำท่วม ยุงชุกชุม หรือรวมไปถึงความหวาดหวั่นที่ฟ้าฝนจะมีผลกับอุปกรณ์ไฟฟ้าและเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน หลายปัญหาล้วนเกิดขึ้นได้ทั้งสิ้น ครั้งนี้เราจะมาพูดถึงประเด็นไฟฟ้าลัดวงจรกันสักหน่อย        

ความอันตรายจากไฟฟ้า เชื่อว่าประเด็นนี้เป็นประเด็นที่หลายคนมองข้ามไป แต่จริงๆ แล้วอุบัติเหตุจากไฟฟ้าพบบ่อยจากอุปกรณ์เครื่องใช้ที่มีไฟรั่ว ยิ่งหน้าฝนแบบนี้นอกจากน้ำท่วมที่จะทำให้ไฟฟ้าช็อตแล้ว ฟ้าร้อง ฟ้าผ่าก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ส่งผลกระทบกับอุปกรณ์ไฟฟ้าในบ้านได้ เพราะทำให้เกิดแรงดันไฟฟ้าเกิน ซึ่งไม่เพียงแต่ทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าพังเสียหาย อาจอันตรายถึงแก่ชีวิต

อีกทั้งไฟฟ้าลัดวงจรยังเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดเหตุเพลิงไหม้จนบ้านเรือนเสียหายอีกด้วย โดยสถิติการเกิดเหตุไฟไหม้จากไฟฟ้าลัดวงจรปี 2563 เกิดขึ้นถึง 629 ครั้ง เรียกได้ว่าเป็นจำนวนที่ไม่น้อยเลยทีเดียว แต่หลายคนอาจจะระมัดระวังเป็นพิเศษในช่วงหน้าร้อนเนื่องจากอากาศร้อนอาจทำให้อุณหภูมิของเครื่องใช้ไฟฟ้าสูงขึ้น แต่หน้าฝนแบบนี้ก็ไม่อาจละเลยได้เช่นกัน ปัจจัยจากฟ้าผ่าอาจทำให้ไฟกระชากจนช็อตและเกิดการสูญเสียได้มากกว่าที่คิด

และหากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นบอกเลยว่าค่าใช้จ่ายที่ตามมาก็เป็นจำนวนเงินที่ไม่น้อยเลยทีเดียว หนึ่งในสิ่งที่จะช่วยแบ่งเบาภาระได้และเป็นเรื่องสำคัญขึ้นมาเมื่อเกิดความเสียหายกับบ้านที่พักอาศัยนั่นก็คือประกันอัคคีภัย อย่างแผนบ้านทิพยยิ้มได้ ซึ่งประกันตัวนี้ไม่ได้คุ้มครองเพียงแค่เรื่องของไฟไหม้ น้ำท่วม ภัยธรรมชาติต่างๆ เท่านั้น แต่ยังคุ้มครองไปถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเครื่องใช้ไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่ลัดวงจรจากฟ้าผ่าอีกด้วย โดยจะชดใช้ให้ตามความเสียหายจริงที่ไม่เกินทุนประกันภัย หรือหากเหตุที่เกิดขึ้นนั้นเป็นสาเหตุจนทำให้เกิดเพลิงไหม้ ซึ่งส่งผลต่อตัวบ้านจนไม่สามารถอยู่อาศัยได้ ก็จะได้รับความคุ้มครองค่าเช่าที่อยู่อาศัยชั่วคราว สูงสุดถึงวันละ 1,000 บาท ไม่เกิน 100,000 บาท ตลอดระยะเวลาเอาประกันภัย

หากใครสนใจสามารถเช็คเบี้ยประกันและเลือกแผนความคุ้มครองรวมถึงทุนประกันภัยได้ตามความต้องการ คลิกที่นี่ ส่วนวิธีการซื้อก็ง่ายมากๆ เพียงกรอกข้อมูลเกี่ยวกับบ้าน ระบบจะแสดงแผนประกันที่เหมาะสมให้ โดยขั้นตอนนี้สามารถปรับทุนประกันตามความต้องการได้อีกด้วย เมื่อเลือกแผนได้แล้วก็ไปที่ขั้นตอนการกรอกข้อมูลส่วนตัวและชำระเงิน เพียงเท่านี้ก็รอรับกรมธรรม์ผ่านทางอีเมลทันที และนอกจากการมีประกันแล้วอย่าลืมป้องกันตนเองและบ้านจากไฟฟ้าลัดวงจร อย่างการต่อสายดินเพื่อให้ไฟลงดิน ตัดตั้งเครื่องตัดไฟฟ้าลัดวงจรภายในบ้าน เพราะอันตรายอยู่รอบตัวและมักจะเกิดขึ้นอย่างไม่คาดฝันการป้องกันไว้ดีกว่าแก้นั้นดีที่สุด

ทีี่มา เว็บไซต์ทิพยประกันภัย

รู้ทันปากท้อง กับตลาดหลักทรัพย์ : SMS เข้ามาเยอะแยะ เชื่อถือได้แค่ไหน?

0

“อาซี” พุฒิพงศ์ สกนธวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เซ็ทเทรด ดอท คอม จำกัด #กูรูไฮเทค

แนะให้ตั้งสติ คัดกรอง sms ที่ส่งเข้ามา ให้เหมือนกับการเปิดประตูรับใครเข้าบ้านเรา ก็ต้องดูให้ดีก่อน

ตั้งสติ คัดกรอง ดูแหล่งที่มา มีความน่าเชื่อถือหรือไม่ เนื้อหาของข้อความ มีความถูกต้อง เป็นทางการหรือไม่

แล้วเลือกที่จะรับ เหมือนกับเปิดประตูรับแขกเข้าบ้าน

AIS จับมือแบงก์ไทยพาณิชย์ ตั้งบริษัทร่วมทุน ‘เอไอเอสซีบี’ ให้บริการด้านการเงินดิจิทัล

0

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส และ ธนาคารไทยพาณิชย์ ประกาศบรรลุข้อตกลงและลงนามในสัญญาร่วมทุน ในการจัดตั้งบริษัทในชื่อ “เอไอเอสซีบี” (AISCB) เพื่อให้บริการด้านการเงินดิจิทัล เช่น บริการด้านสินเชื่อ ก่อนขยายสู่บริการทางการเงินอื่น ๆ ต่อไป นับเป็นก้าวสำคัญในการผนึกกำลังสร้างฐานธุรกิจแห่งการเติบโตในรูปแบบใหม่ให้กับทั้งสององค์กรชั้นนำระดับประเทศ

โดยบริษัทร่วมทุนนี้ นำเอาจุดเด่นของพันธมิตรทั้งสอง คือ ความแข็งแกร่งทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัล เครือข่ายที่ครอบคลุมทั่วประเทศ นวัตกรรมอันล้ำสมัย ตลอดจนศักยภาพในการให้บริการลูกค้าของเอไอเอส มาผสานเข้ากับความน่าเชื่อถือของแบรนด์ รวมถึงประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านบริการทางการเงินของธนาคารไทยพาณิชย์ เพื่อมุ่งสร้างสรรค์นวัตกรรมและบริการทางการเงินรูปแบบใหม่ผ่านช่องทางดิจิทัลที่จะสามารถสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับลูกค้า และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงินให้กับคนไทยได้มากยิ่งขึ้นท่ามกลางบริบทของโลกยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ ความร่วมมือระหว่าง “เอไอเอส” และ “ธนาคารไทยพาณิชย์” ในครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกของเมืองไทยที่บริษัทชั้นนำในสองอุตสาหกรรมหลักของประเทศ ได้แก่ Telco และสถาบันการเงิน ร่วมทุนเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่สามารถตอบโจทย์คนในวงกว้างโดยมีเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ โดยทั้งสองฝ่ายเชื่อมั่นว่า ความร่วมมือนี้จะเป็นส่วนสำคัญที่จะผลักดันการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศท่ามกลางความท้าทายในปัจจุบันอย่างแน่นอน

ร้านข้าวแกง ขอบคุณซีพี-ซีพีเอฟ รับเข้าโครงการครัวปันอิ่ม สั่งข้าวกล่อง ช่วยหนุนรายได้

0

การแพร่ระบาดระลอกที่ 3 ของไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อธุรกิจร้านอาหารไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่อีกครั้ง เจ้าของกิจการจำเป็นต้องปรับตัวและประคองธุรกิจให้เดินหน้าต่อไป ขณะที่ เครือเจริญโภคภัณฑ์ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ มูลนิธิและพันธมิตรมากกว่า 100 องค์กร ผนึกกำลังดำเนินโครงการ “ครัวปันอิ่ม ซีพีร้อยเรียงใจ สู้ภัยโควิด-19” เพื่อเปิดโอกาสให้ร้านอาหารรายย่อยสมัครเข้าร่วมโครงการฯ โดยเจ้าหน้าที่จะคัดเลือกร้านอาหารที่มีคุณภาพเหมาะสมตามเกณฑ์มาร่วมขับเคลื่อนช่วยเหลือสังคม 

ครั้งนี้ ซีพีเอฟจิตอาสาจะพาไปบุกครัว 2 ร้านชื่อดัง จาก 2 ทำเล นั่นคือ “ข้าวแกงแม่พร และ ครัวบ้านลุง” พร้อมเผยเมนูยอดนิยมที่ ต้องสั่ง!! ใครที่ไม่อยากพลาดของอร่อย มีคุณภาพ รสชาติดี วันนี้เรามีมาให้ดูกัน… 

ข้าวแกงแม่พร ตั้งอยู่ภายในปั๊มน้ำมัน PT ถ.พรานนก-พุทธมณฑล สาย 4 โดย นางสาวพนิดา ทองงาม หรือ “พี่อ้อม” อายุ 45 ปี เจ้าของและแม่ครัวประจำร้าน เปิดเผยว่า เดิมทีเปิดร้านอาหารตามสั่งภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง แต่เจอพิษโควิดจึงต้องปิดกิจการ โชคดีในวิกฤตมีโอกาสมาเจอพื้นที่ว่างภายในปั๊มจึงตัดสินใจนำเงินเก็บที่เหลืออยู่เปิดร้านอาหารอีกครั้งแม้จะอยู่ในช่วงที่โควิดระบาดหนัก เพราะชีวิตต้องเดินหน้าต่อ และอยากช่วยผู้ที่หาเช้ากินค่ำได้ซื้อหาอาหารที่อิ่มอร่อยในราคาไม่แพง รวมถึงเพิ่มบริการส่งฟรีในละแวกร้าน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าอย่างเต็มที่ หลังทราบข่าวว่ามีโครงการ ‘ครัวปันอิ่ม’ จึงสมัครเข้าร่วมอย่างไม่ลังเล เพราะอาจเป็นช่องทางการเพิ่มรายได้ให้ร้านอีกทาง และยังได้ช่วยเหลือคนที่เดือดร้อนในสถานการณ์นี้ 

“สำหรับเมนูที่ ‘ข้าวแกงแม่พร’ ตั้งใจนำเสนอคือ “ข้าวหมูหวาน+ไข่ดาว” เพราะทานง่าย ถูกใจลูกค้าทุกเพศทุกวัย ด้วยเนื้อหมูสามชั้นหมักกับเครื่องปรุงสูตรพิเศษของร้าน ซึ่งใช้วัตถุดิบหลักอย่างหมูและไข่ไก่จากซีพีทั้งหมด ด้วยความสด สะอาด และมีคุณภาพ ทำให้น้ำซอสซึมเข้าเนื้อหมูช่วยเสริมรสชาติให้เข้มข้นขึ้น รับรองได้ว่าคนที่รับประทานจะต้องถูกใจในรสชาติความอร่อย” นางสาวพนิดา กล่าว 

นางสาวพนิดา ทองงาม กล่าวเสริมว่า ทุกเมนูที่เลือกทำให้ครัวปันอิ่ม หวังว่า ผู้ที่ได้รับประทานจะมีความสุข อิ่มและอร่อยไปกับทุกๆ คำที่ตัก เพื่อเสริมสร้างกำลังกายและกำลังใจต่อสู้กับปัญหาอุปสรรคไปให้ได้ ขอบคุณซีพีและซีพีเอฟ ที่มีโครงการดีๆ เช่นนี้ มาช่วยต่อลมหายใจของทุกคน 

ถัดมาที่ “ลุงกร” หรือ นายธนกร จิระภิชนนท์ อายุ 60 ปี เจ้าของร้าน “ครัวบ้านลุง” เล่าว่า ร้านครัวบ้านลุงตั้งอยู่ที่ ซ.ประชาชื่นนนทบุรี 8 ทางเข้าตรงข้ามกับ ม.ธุรกิจบัณฑิต ปกติขายทั้งอาหารตามสั่งและก๋วยเตี๋ยว แต่พอโควิด-19 แพร่ระบาด มหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาแถวนี้ปรับการเรียนการสอนใหม่ นักศึกษาที่เคยคึกคัก เงียบเหงาลงมาก จากที่คนต้องยืนทำอาหารทั้งวัน กลายเป็นนั่งรอลูกค้าเฉยๆ พอได้รู้ข่าวเรื่องโครงการ “ครัวปันอิ่ม” ลองสมัครเข้าร่วม ก็ไม่คิดว่าจะได้รับคัดเลือกเพราะมีร้านอาหารมากมาย คิดว่าเขาจะพิจารณาร้านใหญ่ๆ ก่อน ตอนเจ้าหน้าที่แจ้งผลกลับ ดีใจมาก ตื่นเต้นกันทั้งร้าน จึงมาวางแผนช่วยกันคิดจะทำเมนูอะไร เตรียมตัวยังไง แบ่งหน้าที่กันชัดเจน เพื่อให้อาหารจากร้านครัวบ้านลุงสมบูรณ์แบบที่สุด 

นางวรฤทัย จิระภิชนนท์ อายุ 50 ปี หรือ “ป้านา” เจ้าของร้านอีกท่าน เปิดเผยว่า เมนูที่ทำในครั้งนี้ คือ “ข้าวไก่กระเทียม+ไข่ดาว” ซึ่งนักศึกษาชอบสั่งรับประทาน และคิดว่าเหมาะกับทุกวัย ซึ่งทางร้านเลือกใช้วัตถุดิบที่ได้มาตรฐาน สด สะอาด และปลอดภัยทุกขั้นตอนการผลิต อย่างซีพีมาปรุงอาหาร ทั้งนี้ความสะดวกก็เป็นอีกเหตุผลที่ทำให้เราไว้วางใจแบรนด์นี้ เพราะของทุกอย่างจะมาส่งที่ร้านทุกวัน ป้ากับลุงไม่ต้องไปจ่ายตลาดเอง ก็ได้ทั้งของดี มีคุณภาพดี และลดความเสี่ยงด้วย 

“ขอบคุณซีพีและซีพีเอฟที่ทำให้ลุงรู้จักโครงการฯ ดีๆ แบบนี้ ร้านครัวบ้านลุงตั้งใจทำอาหารทุกกล่อง เพราะอยากให้คนรับประทานมีความสุข ได้รับสารอาหารดีๆ พร้อมกับความใส่ใจที่เรามีให้ เราขอเป็นส่วนหนึ่งในการฝ่าวิกฤตโควิด-19 นี้ไปด้วยกัน” ลุงกร กล่าวเสริม 

สำหรับท่านใดที่ต้องการลิ้มลองความอร่อยของทั้ง 2 ร้าน สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ร้านข้าวแกงแม่พร โทร. 064-091-0785 Facebook : https://www.facebook.com/KhaoKaengMaePorn/ และร้านครัวบ้านลุง โทร. 061-268-0217 

โครงการ “ครัวปันอิ่ม ซีพีร้อยเรียงใจ สู้ภัยโควิด-19” ส่งมอบอาหารอุ่นร้อนพร้อมรับประทาน จำนวน 2 ล้านกล่อง ประกอบด้วย 1 ล้านกล่อง ซื้อจากร้านอาหารรายย่อย และอีก 1 ล้านกล่อง เป็นการสมทบอาหารจากซีพีเอฟ ซึ่งปรุงสุกใหม่ทุกวัน สด สะอาด ถูกหลักโภชนาการ โดยเครือข่ายจิตอาสา ภาคประชาสังคม สื่อมวลชน รวมทั้งชาวชุมชน ระดมน้ำใจเป็นสะพานบุญแจกจ่ายข้าวกล่อง จาก 40 จุด เพื่อแบ่งปันความอร่อยให้ถึงมือประชาชนทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล

รู้ทันปากท้องกับตลาดหลักทรัพย์ : คนพูดไม่ดีใส่ มันปรี๊ดขึ้นสมอง ทำไงดี

0

กูรูกู้ใจ พระเมธีวชิรโสภณ เจ้าอาวาสวัดจากแดง ให้ข้อคิดว่า

คำพูดไม่ดีที่แว่วเข้าหูเรา ให้คิดเสียว่า เสียงที่ได้ยิน สิ่งที่ไม่ดี นั้นเป็น อกุศลวิบาก นั่นคือ เราเคยพูดไม่ดีสิ่งนี้ แล้วสิ่งนี้ก็ย้อนกลับมาเป็นผลไม่ดีกับเราในภายหลัง เป็นผลกรรมที่ไม่ดี ที่เราเคยก่อไว้ในอดีต แล้วย้อนกลับมาส่งผลถึงเราในปัจจุบัน

ให้คิดเสียว่า อดีตเหตุ ปัจจุบันผล ความรู้โกรธ ไม่พอใจ ก็จะเบาบางลง

หรือหากเป็นนักปฏิบัติธรรม ก็จะคิดได้ว่า เสียงที่ได้ยิน = รูป ผู้ได้ยิน = นาม

ไม่มีรูปไม่มีนาม เกิดขึ้นตั้งอยู่และดับไป

คิดได้แบบนี้ จะไม่โกรธ ไม่เกลียด และไม่ปรี๊ด

สาธุ

CPF ชูนวัตกรรมอาหาร ตอบเทรนด์โลกอนาคต เปิดกว้างทั่วโลกร่วมวิจัย

0

ดร.ลลานา ธีระนุสรณ์กิจ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านนวัตกรรมและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า ซีพีเอฟ ให้ความสำคัญกับการวิจัยพัฒนาในทุกขั้นตอนตลอดห่วงโซ่การผลิตโดยใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหารแทรกอยู่ในกระบวนการทำงานทุกขั้นตอนเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในการวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อตอบโจทย์เทรนด์อาหารโลก หลังประสบความสำเร็จกับ Plant based เนื้อจากพืชที่ได้รับการตอบรับอย่างกว้างขวาง ล่าสุด เดินหน้าวิจัยขั้นสูง โดยชูแนวคิด Open Innovation พร้อมร่วมงานสถาบันวิจัย และ Start Up ทั่วโลก สร้างสรรค์สิ่งที่ดีที่สุดเพื่อผู้บริโภคทุกกลุ่ม

ดร.ลลานา ธีระนุสรณ์กิจ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ซีพีเอฟ

โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหาร หรือ CPF RD Center ทำหน้าที่สร้างสรรค์ นวัตกรรมอาหารให้ตรงตามความต้องการของผู้บริโภคแต่ละกลุ่ม โดยการวิจัยพัฒนานั้นต้องตอบโจทย์ได้จริง

“งานวิจัยด้านอาหารต่างๆไม่ได้มุ่งเน้นเพียงเชิงศึกษาวิจัยเท่านั้นแต่ต้องต่อยอดพัฒนาในเชิงอุตสาหกรรม เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้จริงด้วย เช่นที่ CPF RD Center สร้างสรรค์นวัตกรรม Plant Based จากเทคโนโลยี PLANT-TEC ผลิตเนื้อจากพืชในระดับอุตสาหกรรม โดยแก้ ไข Pain Point ทุกข้อจำกัด จนเป็นที่มาของความสำเร็จในการเข้าถึงผู้บริโภคและได้รับการตอบรับอย่างกว้างขวาง”

เทคโนโลยี PLANT-TEC เป็นความร่วมมือของ CPF RD Center กับบริษัทด้าน Plant based ระดับโลกจากหลายประเทศ อาทิ ญี่ปุ่น สหรัฐ และสิงคโปร์รวมถึงสถาบันการศึกษาของไทย อย่าง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ Plant Based ที่มีความสมบูรณ์แบบทั้งลักษณะ รสชาติ กลิ่น และเนื้อสัมผัส แบบที่ผู้บริโภครับประทานแล้ว แทบไม่รู้เลยว่ากำลังทานพืชผักอยู่ ขณะเดียวกัน ซีพีเอฟยังแก้ข้อจำกัดในด้านระดับราคาให้ลงมาอยู่ในระดับเดียวกับเนื้อปกติ และวางจำหน่ายในร้านเซเว่นอีเลฟเว่นให้ผู้บริโภคเข้าถึงได้ง่าย นับเป็นปัจจัยที่ทำให้ Plant Based แบรนด์ MEAT ZERO ของซีพีเอฟ ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคและเชนร้านอาหารต่างๆ

ล่าสุด CPF RD Center กำลังต่อยอดศึกษาวิจัยนวัตกรรมอาหารขั้นสูง ซี่งเป็นอีกเทรนด์ความต้องการของโลกอนาคต ภายใต้แนวคิด Open Innovation ที่เปิดกว้างสำหรับสถาบันวิจัย ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา หรือหน่วยงานต่างๆ รวมถึง Start Up ที่จะร่วมกันวิจัยพัฒนาสิ่งใหม่อย่างยั่งยืน โดยบริษัทได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกของ Food Valley ประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นศูนย์รวมบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถด้านนวัตกรรมอาหารนับหมื่นคน รวมทั้งเข้าร่วมเป็นพันธมิตรด้านนวัตกรรม (Innovation Partner) ในงาน Asia-Pacific Food Agri-Food Innovation Summit ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งได้รับความสนใจจากนวัตกรหลายประเทศเสนอตัวเข้าร่วมวิจัยกับบริษัท ขณะเดียวกันยังให้การสนับสนุน ProVeg Food Innovation Challenge ซึ่งเป็นการแข่งขันด้านนวัตกรรมอาหารในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นต้น เหล่านี้ทำให้ได้มาซึ่งความคิดสร้างสรรค์เกิดประโยชน์ในวงการนวัตกรรมอาหารอย่างยิ่ง

“ซีพีเอฟไม่หยุดพัฒนาเพียงเนื้อจากพืชและอาหารเพื่อสุขภาพมากมายสำหรับผู้บริโภค แต่จะต่อยอดศึกษาวิจัยนวัตกรรมอาหารตามเทรนด์ความต้องการของโลก เพราะการวิจัยไม่มีที่สิ้นสุด มีแต่ต้องพัฒนาให้ดีขึ้นเรื่อยๆ โดยเราเปิดกว้างในการร่วมวิจัยกับทุกภาคส่วน ตามแนวคิด Open Innovation ซึ่งเชื่อว่าจะนำไปสู่นวัตกรรมอาหารใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็วและยั่งยืน”