Home Blog Page 378

AIS ผนึก เพาเวอร์บาย เปิดจุดจำหน่ายพิเศษ E-Ordering ในร้านเทเลวิซ

0

นายปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหาร กลุ่มลูกค้าทั่วไป บริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS เปิดเผยว่า บริษัทได้ต่อยอดความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ครั้งสำคัญกับ เพาเวอร์บาย ผู้นำธุรกิจค้าปลีก เครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์อิเล็คโทรนิคส์ อันดับหนึ่ง ของไทย ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ผสมผสานช่องทางการขาย (Cross Channel Platform) กับร้านAIS เทเลวิซกว่า 400 สาขา ในทุกชุมชนทั่วไทย เชื่อมต่อผู้บริโภคใน Touch Point ต่างๆ ผ่านเทคโนโลยี เพื่อสร้างโอกาสการเข้าถึงสินค้าและบริการไอที อิเล็คทรอนิคส์ ด้วยการเปิดบริการ e-Ordering กับทัพสินค้าคุณภาพจากเพาเวอร์บาย ผ่านพนักงานที่จะทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยช้อปส่วนตัว ให้บริการครบ จบในที่เดียว

เชื่อว่าสามารถส่งผลเชิงบวกทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อการฟื้นฟูประเทศในมิติต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากกับภาคธุรกิจค้าปลีกที่จะมีผลต่อภาพใหญ่ของประเทศ ทำให้ AIS เดินหน้าทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ที่มีเป้าหมายการทำงานเดียวกันที่จะส่งต่อบริการดิจิทัลเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของลูกค้าให้ก้าวไปอีกขั้นด้วยเทคโนโลยี ความร่วมมือกับเพาเวอร์บายครั้งนี้ จะเป็นการร่วมผลักดันทั้งการขยายตัวของเศรษฐกิจฐานรากของประเทศในช่วงเวลาท้าทาย รวมถึงยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยผ่านการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างครบถ้วน

นายวรวุฒิ พงศ์ชินภัค กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เพาเวอร์บาย จำกัด กล่าวว่า สถานการณ์วิกฤตโควิด 19 ที่เกิดขึ้น สร้างพฤติกรรมใหม่ๆให้กับผู้คน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพฤติกรรมการช้อปปิ้ง มีการซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ลูกค้าไม่ยึดติดกับการเห็นสินค้าก่อนการซื้ออีกต่อไป ทำให้ E-Catalog หรือ E-Ordering เข้ามามีบทบาทให้การนำเสนอสินค้าและบริการมากขึ้น เพาเวอร์บายเห็นถึงโอกาสในการจับมือกับพันธมิตรที่มีศักยภาพ สามารถขยายฐานลูกค้าให้ได้ครอบคลุมทุกพื้นที่ในประเทศไทย จึงได้ร่วมมือกับAIS และร้านเทเลวิซ ซึ่งมีสาขาอยู่กว่า 400 สาขาทั่วประเทศในการเปิดจุดจำหน่ายพิเศษ (E-Ordering) ขึ้น ซึ่งนอกจากจะทำให้เพาเวอร์บายเข้าถึงฐานลูกค้าได้มากขึ้นแล้ว ยังช่วยเสริมประสบการณ์การการเข้าร้าน Telewiz ให้มีความน่าสนใจเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย”

จากการดูแลลูกค้ากว่า 43.2 ล้านรายทั่วประเทศของ AIS ทำให้เข้าใจถึงความต้องการเข้าถึงสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถเชื่อมต่อผ่านอินเทอร์เน็ต ความร่วมมือกับเพาเวอร์บาย ณ ร้านAIS เทเลวิซ นับเป็นนวัตกรรมของช่องทางการขายรูปแบบใหม่ให้กับลูกค้าด้วยเทคโนโลยี e-Odering โดยนำสินค้ากลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าที่สามารถเชื่อมต่อเครือข่ายสื่อสารอินเทอร์เน็ต, Home Wifi Broadband ได้ เช่น ทีวี เครื่องเสียง หรือสินค้าไอทีอื่นๆ โดยพนักงานขายร้านAIS เทเลวิซ ในพื้นที่หัวเมือง และต่างจังหวัด กว่า 400 สาขา จะเป็นเหมือน Personal Shopper หรือผู้ช่วยช้อปส่วนตัว ผ่านแทบเล็ตจะนำเสนอสินค้าของเพาเวอร์บายถึงฟังก์ชั่นการใช้งาน เปรียบเทียบข้อมูล และราคาสุดพิเศษ การชำระเงิน การจัดส่งสินค้าถึงหน้าบ้าน ไปจนถึงบริการหลังการขายที่สะดวกสบาย สามารถให้บริการได้จบ ครบในจุดเดียว ทำให้ผู้บริโภคในเขตหัวเมือง และต่างจังหวัดได้รับประสบการช้อปปิ้งแบบไร้รอยต่อ ครอบคลุมครบทุกความต้องการดิจิทัลไลฟ์สไตล์

โดยเพาเวอร์บายได้จัดทำจุดจำหน่ายช่องทาง E-Ordering ในร้าน Telewiz ทั่วประเทศ ผ่าน E-Catalog โดยเน้นสินค้าโทรทัศน์ เครื่องเสียง และแก็ดเจ็ตต่างๆ รวมถึงอุปกรณ์เสริมอื่นๆ โดยลูกค้าที่เข้าร้าน Telewiz สามารถเลือกสินค้าผ่านแท็ปแล็ต เลือกรับสิทธิประโยชน์ต่างๆ เลือกช่องทางการขนส่ง และเมื่อชำระค่าใช้จ่ายเพื่อซื้อสินค้า ลูกค้าจะได้รับหลักฐานการซื้อสินค้าทันที ทั้งนี้ ลูกค้าที่ซื้อสินค้าผ่านร้าน Telewiz จะได้รับบริการครบวงจร เช่นเดียวกับที่ซื้อจากร้านเพาเวอร์บายโดยตรง อาทิ การส่งฟรีในพื้นที่ที่กำหนด การรับประกันอย่างครบวงจร บริการให้คำปรึกษาต่างๆ ผ่านทางคอลเซ็นเตอร์ของเพาเวอร์บายได้โดยตรง ดังนั้น ไม่ว่าจะช้อปที่เพาเวอร์บาย หรือช้อปหน้าร้าน Telewiz ก็มั่นใจได้ว่าจะได้รับบริการที่ดีที่สุด และเป็นสินค้าจากแบรนด์ดังของแท้ 100% ทุกชิ้น

รู้เก็บรู้ออม : เลิกเล่นหวยมาซื้อกองทุนแทนดีกว่า

0

มีคนเคยบอกว่าถ้าไม่เปิด ประตูดวง ให้ตัวเอง แล้วจะเสริมลาภเพิ่มทรัพย์ให้ตัวเองได้ยังไง เลยเป็นเหตุผลให้หลายคนเล่นหวย โดยหวังว่าจะได้ลาภได้ทรัพย์กัน แล้วก็เฝ้ารอให้ประตูดวงเปิดอ้ารับตัวเองกันเดือนละ 2 หน ซึ่งแน่นอน มีคนผิดหวังมากกว่าสมหวัง!!

เพราะโอกาสถูกรางวัลนั้น ไม่ว่าจะรางวัลเลขท้าย หรือรางวัลที่หนึ่ง มันมีโอกาสน้อยมากถึงมากที่สุด จากการคำนวณสถิติแล้ว มีความน่าจะเป็นแค่ 1% ยิ่งถ้าฝันที่ไกลแต่ไปไม่ถึงทุกครึ่งเดือนอย่างรางวัลที่หนึ่งด้วยแล้ว ก็ยิ่งริบหรี่ๆ

แต่ก็นะ โอกาสเพียงเล็กน้อยแบบนี้ ก็ยังล่อใจให้คนเล่นหวยยอมเสียเงินกันทุกงวดไปบางคนถึงขั้นคิดว่าเป็นการลงทุนเสียด้วยซ้ำ ทั้งที่จริงๆการซื้อหวย ไม่ใช่ และ อยู่ห่าง จากคำว่าลงทุนหลายขุม

บทความ “กองทุนรวม” กับ “หวย” โอกาสสร้างเงินก้อนที่แตกต่าง ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เขียนไว้แบบขัดใจคอหวยว่า สาเหตุที่คนเล่นหวยก็เพราะเงินรางวัล “คุ้มค่าที่จะเสี่ยงโชค” เพื่อให้ได้เงินก้อนหรือผลตอบแทนที่สูงในระยะเวลาอันสั้น ทั้งๆที่หากมองดู “ความน่าจะเป็น” เชิงตัวเลขโอกาสที่จะถูกแค่ “รางวัลเลขท้าย 2 ตัว” ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย

คนที่ถูกหวย ‘รางวัลที่ 1’ แล้วกลายเป็น ‘เศรษฐีเงินล้าน’ ในชั่วข้ามคืน เป็นโอกาสที่มีแค่ 0.0001% เท่านั้น จากการคำนวณทางสถิติ ซึ่งน้อยยิ่งกว่าน้อย แต่โอกาสของคนส่วนใหญ่คือ โอกาสที่จะไม่ถูกรางวัลอะไรเลย มีมากถึง 98.6% ส่วนโอกาสที่ซื้อหวยแล้วจะถูกรางวัลใดรางวัลหนึ่ง มีแค่ 1.4% เท่านั้น เรียกได้ว่า เล่นโยนเหรียญทายหัวก้อย ยังมีโอกาสถูกมากกว่าซะอีก!

และสิ่งที่หลายคนลืมคิด หรือพยายามไม่คิด คืออีตอนที่เราโดนหวยรับประทาน เท่ากับว่า เราเสียเงินที่จ่ายซื้อหวยไปด้วย หลายคนก็ยังพยายามให้เหตุผลปลอบใจตัวเองว่า พรุ่งนี้ยังมีงวดหน้าเสมอ สู้ๆนะตัวเรา

บทความนี้พยายามนำเสนอให้เห็นว่าจะดีกว่ามั้ยกับการเปลี่ยนจากการเปิดประตูดวง ไปสู่ ประตูการลงทุน แทนที่จะหมดเงินไปกับการซื้อหวยเพื่อลุ้นรางวัลแห่งความฝันในแต่ละงวด จะดีกว่ามั้ย ถ้าลองเปลี่ยนมาเป็นการซื้อกองทุนเป็นประจำ ทยอยซื้อกองทุนในแต่ละเดือนเท่าๆกัน

เพราะที่แน่ๆคือ เงินต้นเราไม่ได้หายไปไหน แถมยังมีโอกาสที่จะสร้างผลตอบแทนที่งอกเงยให้กับตัวเราเอง ไม่เหมือนกับหวยที่รับประทานเราแบบกินหัวกินหางกินกลางตลอดตัว

ไม่ได้พูดลอยๆ เพราะบทความชิ้นนี้ได้หยิบยกตัวเลขที่คำนวณได้แบบมีเหตุและผลรองรับ ไม่ต้องมาใบ้เลขให้ปวดหัวว่า การเปลี่ยนเงินซื้อหวยมาลงทุนเดือนละ 1,000 บาท ผ่าน ‘กองทุนหุ้นไทย’ ที่ผลตอบแทนเฉลี่ย 5.14% ต่อปี เป็นระยะเวลา 10 ปี เงินคุณมีโอกาสเพิ่มขึ้นเป็น 159,734 บาท (ที่มา : คำนวณจากผลตอบแทนเฉลี่ยกองทุนหุ้นไทยย้อนหลัง 10 ปี ณ วันที่ 31 ธ.ค.63) เพียงแค่เปลี่ยนจากการซื้อหวยเอามาเก็บออม แล้วนำไปลงทุนต่อยอดเท่านั้นเอง”

ทีนี้ ก็อยู่ที่ตัวเราจะเลือกเปิดประตูบานไหน ระหว่างประตูดวงกับประตูการลงทุน อยากตัดสินใจให้ถูกตามไปอ่านบทความฉบับเต็ม หรือสนใจอยากจะซื้อกองทุน ตามไปอ่านได้ที่ลิงก์ https://www.setinvestnow.com/th/knowledge/article/275-adver6-mf-1b นี้เลย ที่เว็บ setinvestnow คลังความรู้เรื่องการลงทุน สำหรับคนที่อยากเปิดประตูบานที่ใช่ สำหรับตัวเอง.

คุณนายพารวย

ที่มา คอลัมน์ รู้เก็บรู้ออมรู้ใช้รู้ลงทุน..สู่ความมั่งคั่ง หน้าเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

รู้ทันปากท้องกับตลาดหลักทรัพย์ : ใช้เงิน “เดือนชนเดือน” ไม่เหลือเก็บเลย ทำไงดีคะ

0

ปัญหาที่หลายคนกำลังประสบ และแก้ไขไม่ได้เสียที อยากหลุดจากบ่วงนี้ ต้องเริ่มจากการเปลี่ยนแปลงตัวเองก่อน ด้วยการปรับเปลี่ยนนิสัยเรื่องเงินๆทองๆของตัวเองเสียใหม่่ เริ่มจาก การสำรวจรายรับรายจ่ายของตัวเอง มีเงินเหลือออมจึงค่อยมาใช้จ่าย เพราะหากยังเป็นเหมือนเดิม คือ จ่ายก่อนค่อยออม ชาตินี้ก็คงไม่มีเงินเก็บเป็นแน่

และทำบันทึกรายรับรายจ่าย เชื่อมั้ยว่า หลายคนเมื่อทำบันทึกรายรับรายจ่ายแล้วจะพบว่า ตัวเองมีรายจ่ายที่มโนคิดว่าไม่เยอะ แต่เอาเข้าจริงๆ เราจ่ายไปกับสิ่งนั้นเดือนๆนึง ไม่น้อยเลย เช่น บางคนจ่ายค่าชานมไข่มุก ตกเดือนละ 3,000 กว่าบาท เมื่อทราบแล้ว เราก็จะสามารถปรับลด หรือตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น ซ้ำซ้อน ฟุ่่มเฟือย ลง

ตั้งกฏให้ตัวเองว่า เดือนไหนเรามีค่าใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟือย ไม่ว่าจะเป็นการไปเที่ยว ดูหนัง ช็อปปิ้ง เราต้องกัน 10%จากเงินส่วนนั้นมาเป็นเงินออม

นอกจากนี้ เรายังต้องหาวิธีเพิ่มเงิน ไม่ว่าจะเป็นการหารายได้เสริม , ศึกษาเครื่องมือทางการเงินที่จะทำให้เงินงอกเงย เช่น การซื้อกองทุน

ทั้งหมดนี้ จะช่่วยทำให้เราบริหารเงินได้ดีขึ้น และมีความสุขกับชีวิตที่มั่นคงกว่าที่ผ่านมา

SF ผู้นำโลจิสติกส์ระดับโลก เข้าถือหุ้นใหญ่ใน Kerry Logistics Network ดัน KEX โตแบบก้าวกระโดด

0

ผู้สื่อข่าว รายงานว่า ตามที่ บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KEX แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดย Flourish Harmony Holdings Co., Ltd. บริษัทในเครือของ S.F. Holding Co., Ltd. หรือ SF ผู้นำระดับโลกด้านโลจิสติกส์แบบครบวงจร และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เซินเจิ้น (Shenzhen Stock Exchange) ได้ประกาศทำการเสนอซื้อหุ้นบางส่วนประมาณ 51.8% ในบริษัทจดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง Kerry Logistics Network จำกัด หรือ KLN (stock code 636.hk) รวมเรียกว่า “การเสนอซื้อหุ้นบางส่วน” คาดผนึกความแข็งแกร่ง สร้างประโยชน์ระหว่างกัน และเสริมมูลค่าเพิ่มแก่ทั้งกลุ่มบริษัท

โดยความร่วมมือครั้งสำคัญในครั้งนี้ ทั้ง SF และ KLN มั่นใจว่าการผนึกความแข็งแกร่งของธุรกิจทั้ง 2 กลุ่มบริษัท จะเป็นแรงหนุนสำคัญในการสร้างแพลตฟอร์มโลจิสติกส์ชั้นนำระดับโลกซึ่งมีฐานอยู่ในเอเชีย โดย KLN ถูกวางให้เป็นแรงขับเคลื่อนหลักของ SF ในการขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศ ทั้งนี้ภายหลังการเสนอซื้อหุ้นบางส่วนเสร็จสิ้น เคอรี่ เอ็กซ์เพรส หรือ KEX ยังคงเป็นบริษัทไทยโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างผู้ถือหุ้นใดๆ นอกจากนี้ทีมผู้บริหาร กลยุทธ์ต่าง ๆ ขององค์กร และการดำเนินธุรกิจของ KEX จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน

อเล็กซ์ อึ้ง ซีอีโอของ KEX

นายอเล็กซ์ อึ้ง ซีอีโอของ KEX กล่าวว่า SF เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมการให้บริการด้านการขนส่งพัสดุด่วน และโลจิสติกส์แบบครบวงจรในประเทศจีน รวมถึงการให้บริการส่งออกและนำเข้าสินค้าระหว่างประเทศ และซัพพลายเชนโซลูชั่น ที่มีเครือข่ายระดับโลกกว่า 60 ประเทศ ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญช่วยหนุนการเติบโตของ KEX ในด้านการดำเนินธุรกิจและการสร้างวัฒนธรรมองค์กร ทั้ง KEX และ SF ล้วนมีแนวคิดและการสร้างคุณค่าทางธุรกิจร่วมกันโดยมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับการบริการที่มีคุณภาพ

นอกจากนี้ KEX จะสามารถเข้าถึงเทคโนโลยี ความเชี่ยวชาญ และความเป็นเลิศในการดำเนินธุรกิจของ SF ซึ่งจะช่วยหนุนให้ KEX เป็นผู้นำด้านการจัดส่งพัสดุด่วนที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นในไทย อีกทั้งเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการอีคอมเมิร์ซระหว่างประเทศ พร้อมเชื่อมต่อผู้ซื้อและผู้ขายออนไลน์นับร้อยล้านรายทั้งในประเทศไทยและประเทศจีน รวมถึงตลาดฮ่องกง มาเก๊า ไต้หวัน และสิงคโปร์ โดย KEX ซึ่งเป็นบริษัทที่ก่อตั้งและเป็นผู้นำตลาดในประเทศไทย จะก้าวขึ้นสู่การขยายแพลตฟอร์มการจัดส่งพัสดุด่วนในทุกรูปแบบพร้อมเติบโตอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับทุกตลาดการจัดส่งพัสดุด่วนครอบคลุมทั่วประเทศไทย

มูลนิธิจำนงค์ ภิรมย์ภักดี มอบทุนเรียนแพทย์ ม.นวมินทราธิราช

0

ผู้สื่อข่าว รายงานว่า เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2564 ที่คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช มูลนิธิจำนงค์ ภิรมย์ภักดี โดย คุณจีรานุช ภิรมย์ภักดี และ คุณจุไรรัตน์ ภิรมย์ภักดี กรรมการมูลนิธิฯ ได้มอบทุนการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2564 ให้กับนักศึกษา คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช โดยมี ผศ.นพ.จักราวุธ มณีฤทธิ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล รศ.พญ.สุภาพรรณ ตันตราชีวธร รองคณบดีคณะแพทยศาสตร์ วชิรพยาบาล และ รศ.ดร.นพ.เมษัณฑ์ ปรมาธิกุล ผู้ช่วยคณบดีคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล ให้การต้อนรับ ทั้งนี้ มูลนิธิฯ ได้มีการมอบทุนดังกล่าวต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 3

ทุนการศึกษาของมูลนิธิจำนงค์ ภิรมย์ภักดี แบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ 1. ทุนฯเพื่อพัฒนาศักยภาพนักศึกษาแพทย์ ด้านออร์โธปิดิกส์ ซึ่งเป็นวิชาที่เกี่ยวข้องกับกระดูก ข้อ เส้นเอ็น และกล้ามเนื้อต่างๆ ของร่างกาย และ 2. ทุนฯสำหรับนักศึกษาแพทย์ที่เรียนดี ซึ่งมีการมอบในปีการศึกษาปีนี้เป็นครั้งแรก โดยทางมูลนิธิฯได้มอบทุนให้กับทางคณะฯ นำไปจัดสรรให้นักศึกษาแพทย์ที่มีความเหมาะสมในด้านต่างๆ ในการพัฒนาแบบต่อเนื่องจนจบการศึกษา ตลอดระยะเวลา 6 ปีของการเรียนในคณะแพทย์ฯ รวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท

คุณจีรานุช กล่าวว่า ทางมูลนิธิเล็งเห็นถึงความสำคัญในการสร้างบุคลากรทางการแพทย์ และเป็นเจตนารมย์ของคุณจำนงค์ที่อยากจะทำอยู่แล้วนั่นก็คือการช่วยเหลือทางคณะแพทย์ โดยทางคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาลจะเป็นผู้พิจารณานักศึกษาที่มีความเหมาะสมเพื่อรับทุนฯ จึงได้ดำเนินการมอบทุนเพื่อพัฒนาศักยภาพนักศึกษาแพทย์ตั้งแต่ปีการศึกษา 2562 เป็นต้นมา ปัจจุบันนับเป็นรุ่นที่ 3 โดยเป็นการมอบทุนสนับสนุนการแพทย์ทางด้านออร์โธปิดิกส์ โดยอยากจะให้ผู้ที่ได้รับทุนตั้งใจเรียนให้สำเร็จมาเป็นคุณหมอให้สมความตั้งใจ และเป็นกำลังสำคัญได้ช่วยเหลือประชาชนในทุกโอกาสเท่าที่จะทำได้

ทั้งนี้ มูลนิธิจำนงค์ ภิรมย์ภักดี ก่อตั้งขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2559 ภายใต้แนวคิดที่อยากเห็นทุกคนในสังคมมีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีมีคุณภาพได้อย่างเท่าเทียมกัน โดยได้สนับสนุนกิจกรรมสาธารณกุศลต่างๆ ทั้งด้านสาธารณสุข โดยบริจาคเงินเพื่อสร้างและพัฒนาสถานพยาบาล สนับสนุนเงินทุนในการพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ ส่วนด้านการศึกษาได้สนับสนุนทุนทรัพย์ก่อสร้างอาคารเรียน รวมทั้งจัดหาอุปกรณ์การเรียนให้กับเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร และทุนการศึกษา เพื่อส่งเสริมให้บุคคลได้เข้าถึงโอกาสทางการศึกษา และพัฒนาศักยภาพของตนเอง อันจะนำไปสู่การพัฒนาชีวิตทั้งของตนเอง ครอบครัวและประเทศชาติ

ซีพีเอฟ ปลื้ม รับถ้วยพระราชทาน รางวัลระบบบริหารจัดการ ด้านแรงงานยอดเยี่ยม ปี64

0

ผู้สื่อข่าว รายงานว่า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ โดย ศูนย์ปรับปรุงพันธุกรรมกุ้งปะทิว จังหวัดชุมพร รับถ้วยรางวัลพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สถานประกอบกิจการขนาดกลางที่มีระบบบริหารจัดการด้านแรงงานยอดเยี่ยม ประจำปี พ.ศ. 2564 (Thailand Labour Management Excellence Award 2021) โดยมีนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล ณ ห้องประชุม จอมพล ป. พิบูลสงคราม ชั้น 5 กระทรวงแรงงาน

นายสุชาติ กล่าวว่า กระทรวงแรงงานได้จัดพิธีมอบรางวัลต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 โดยขอพระราชทานถ้วยรางวัล จำนวน 3 รางวัล จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อมอบให้กับสถานประกอบกิจการขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก ที่ผ่านการคัดเลือกเป็นสถานประกอบกิจการที่มีความมุ่งมั่นในการบริหารแรงงานอย่างเป็นมาตรฐาน ส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีของลูกจ้าง ครบ 3 ด้าน ประกอบด้วย ด้านมาตรฐานแรงงานไทย (มรท.8001) ด้านแรงงานสัมพันธ์และสวัสดิการแรงงาน และด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน เพื่อเป็นเกียรติยศและความภาคภูมิใจร่วมกันของนายจ้างและลูกจ้าง ในสถานประกอบกิจการ ที่ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ใช้แรงงาน และสร้างจิตสำนึกความรับผิดชอบต่อสังคมด้านแรงงานให้เกิดขึ้น จนสามารถเป็นต้นแบบให้กับสถานประกอบกิจการอื่นๆ นำไปใช้เป็นแบบอย่างในการพัฒนาองค์กรให้ดียิ่งขึ้นต่อไป

นายบุญธรรม กังแฮ รองกรรมการผู้จัดการ ซีพีเอฟ กล่าวว่า ศูนย์ปรับปรุงพันธุกรรมกุ้งปะทิว จ.ชุมพร ได้รับถ้วยรางวัลพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จากกระทรวงแรงงาน สะท้อนถึงความมุ่งมั่นขององค์กรในการบริหารจัดการแรงงานในสถานประกอบการตามมาตรฐานแรงงานไทย มรท.8001 (TLS 8001) มาอย่างต่อเนื่อง มีแนวทางปฏิบัติด้านแรงงานสอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้พนักงานทุกคนได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม ทำงานในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย มีความสุขและมั่นคง มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งนี้ ศูนย์ปรับปรุงพันธุกรรมกุ้งปะทิว ได้รับถ้วยรางวัลพระราชทาน สถานประกอบกิจการขนาดกลาง ที่มีระบบบริหารจัดการด้านแรงงานยอดเยี่ยม ประจำปี 2564 ในครั้งนี้ จากการเป็นสถานประกอบกิจการที่มีการบริหารแรงงานอย่างเป็นมาตรฐานครบ 3 ด้าน ประกอบด้วย มาตรฐานแรงงานไทย ด้านแรงงานสัมพันธ์และสวัสดิการแรงงาน และด้านความปลอด ได้รับรองมาตรฐานแรงงานไทย มรท. 8001 จากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 5 ปี และได้รับรางวัลสถานประกอบกิจการต้นแบบดีเด่นด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อมในการทำงาน 14 ปี รวมถึงได้รับรางวัลสถานประกอบกิจการดีเด่นด้านแรงงานสัมพันธ์และสวัสดิการแรงงานในปี 2564

โออาร์ เปิด พีทีที สเตชั่น รูปแบบ Concept Station แห่งแรก ชูอัตลักษณ์ท้องถิ่น สร้างคุณค่าให้ชุมชน

0

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2564 นายภานุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานในพิธีเปิดสถานีบริการ  พีทีที สเตชั่น  และร้านคาเฟ่ อเมซอน บริษัท อยุธยาจังหวัดพาณิชย์ จำกัด โดยมี นางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ สถานีบริการ พีทีที สเตชั่น บริษัท อยุธยาจังหวัดพาณิชย์ จำกัด จ.พระนครศรีอยุธยา

นายภานุ เปิดเผยว่า การปรับปรุงสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น ของบริษัท อยุธยาจังหวัดพาณิชย์ จำกัด ซึ่งเป็นสถานีบริการน้ำมันที่ก่อตั้งมาตั้งแต่วันที่ 10 กรกฎาคม 2483 ตามนโยบายของรัฐบาล สมัยที่มีพันเอก หลวงพิบูลย์สงคราม (จอมพล ป. พิบูลสงคราม) เป็นนายกฯ และได้รับการแต่งตั้งจากองค์การเชื้อเพลิง กระทรวงกลาโหม ให้เป็นผู้แทนจำหน่ายน้ำมันตราสามทหาร ตั้งแต่ปี 2499 สถานีบริการแห่งนี้เป็นสถานีบริการน้ำมันแห่งเดียวของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาที่อยู่ในบริเวณเกาะเมือง ศูนย์กลางแหล่งท่องเที่ยวและเป็นสถานที่ที่มีโบราณสถานที่สำคัญ  โดยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีนโยบายให้พัฒนา และปรับปรุงสถานีบริการน้ำมันดังกล่าว ให้มีอัตลักษณ์ และมีภาพลักษณ์ที่เข้ากับโบราณสถานของจังหวัด รวมทั้งเป็น Landmark แห่งใหม่ ให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาถ่ายภาพและยังเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ให้ตรงกับความต้องการของคนรุ่นใหม่ที่เข้ามาใช้บริการสถานีบริการน้ำมันแห่งนี้ ซึ่งจะเหมาะสมกับจังหวัดพระนครศรีอยุธยาที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวในเชิงวัฒนธรรม และประยุกต์รวมกับความทันสมัยด้วย

ด้าน นางสาวจิราพร กล่าวว่า โออาร์ ในฐานะบริษัท flagship ของกลุ่ม ปตท. และผู้บริหารแบรนด์สถานีบริการ พีทีที สเตชั่น เล็งเห็นถึงความสำคัญของเรื่องราวประวัติศาสตร์ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงได้ปรับปรุงสถานีบริการ พีทีที สเตชั่น บริษัท อยุธยาจังหวัดพาณิชย์ จำกัด ซึ่งเป็นสถานีบริการน้ำมันเพียงแห่งเดียวที่ตั้งอยู่ในบริเวณเกาะเมืองของอยุธยา ซึ่งได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานโดยกรมศิลปากร ให้เป็นสถานีบริการ พีทีที สเตชั่น รูปแบบพิเศษ หรือ “Concept Station” ที่มีแนวคิดสอดคล้องกับอัตลักษณ์ของท้องถิ่นเป็นแห่งแรก โดยได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ศึกษาข้อมูลในการนำอัตลักษณ์ของท้องถิ่นที่สะท้อนถึงเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของพื้นที่ ตลอดจนลักษณะเด่นทางสถาปัตยกรรมของโบราณสถานที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง รวมถึงการใช้วัสดุท้องถิ่นในการออกแบบอาคารภายในสถานีบริการแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นเกาะจ่ายน้ำมัน ร้านคาเฟ่อเมซอน ห้องน้ำ พื้นลาน สำนักงาน งานภูมิสถาปัตยกรรม รวมถึงป้ายสัญลักษณ์ต่าง ๆ ให้สะท้อนเอกลักษณ์ของท้องถิ่น คงไว้ซึ่งคุณค่าทางประวัติศาสตร์ บอกเล่าเรื่องราว สร้างความแตกต่าง และเป็นความภาคภูมิใจของชุมชน รวมถึงเป็นแลนด์มาร์กในการแวะพักสำหรับผู้เดินทาง

ทั้งนี้ เป็นไปตามกลยุทธ์ของ โออาร์ ที่จะพัฒนาให้ พีทีที สเตชั่น ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางที่จะร่วมเติมเต็มทุกความสุขและเติบโตไปพร้อมกับทุกชุมชน หรือ Living Community ที่นอกจากจะมีสินค้าและบริการที่ครบครันแล้ว ยังมุ่งเน้นการสร้างคุณค่าให้กับผู้คน เศรษฐกิจชุมชน และสิ่งแวดล้อม มอบคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับคนในชุมชนได้อย่างเป็นจริงและยั่งยืน อีกทั้งยังสอดคล้องกับแนวทางในการดำเนินธุรกิจของ โออาร์ ที่ให้ความสำคัญกับการเกื้อกูลสังคมเพื่อสร้างความเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืนควบคู่ไปกับการสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจพลังงานแบบผสมผสาน เพื่อตอบโจทย์คนเดินทางในทุกรูปแบบ รวมถึงการสร้างทางเลือกสำหรับการดำเนินชีวิตที่ครบวงจร เพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ 

ซีพีเอฟ คว้ารางวัลยอดเยี่ยม องค์กรธุรกิจคาร์บอนต่ำและยั่งยืน ปี 2564

0

นายวุฒิชัย สิทธิปรีดานันท์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านพัฒนาความยั่งยืนองค์กร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ เปิดเผยว่า บริษัทได้รับรางวัล “ยอดเยี่ยม” ในการประเมินองค์กรธุรกิจคาร์บอนต่ำและยั่งยืน (Low Carbon and Sustainable Business Index: LCSi) ประจำปี 2564 โดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. สะท้อนความมุ่งมั่นลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และรักษาสมดุลสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ ซีพีเอฟดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยมีเป้าหมายเป็นองค์กรคาร์บอนต่ำ ให้ความสำคัญกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่อุปทาน และกำหนดแผนปฏิบัติการที่ชัดเจนในการดำเนินธุรกิจเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ตั้งแต่ส่งเสริมเกษตรกรให้มีการจัดหาวัตถุดิบที่ไม่ได้มาจากแหล่งตัดไม้ทำลายป่า การเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการผลิต ส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การวางแผนระบบโลจิสติกส์ บริหารจัดการสูญเสียอาหารและขยะอาหาร และเพิ่มพื้นที่สีเขียวในสถานประกอบการ พร้อมทั้งสานต่อความร่วมมือในการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าบกและป่าชายเลน ที่ดำเนินการไปแล้วรวมมากกว่า 1 หมื่นไร่

ซีพีเอฟ นำหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาใช้บริหารจัดการทรัพยากรเกิดประโยชน์สูงสุด โดยในปี 2563 มีสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนคิดเป็น 26% ของพลังงานที่ใช้ทั้งหมด ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 575,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า และยังมีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ และฉลากลดโลกร้อนมากกว่า 790 รายการ ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำมากกว่า 1 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ขณะเดียวกัน ซีพีเอฟ กำหนดเป้าหมายลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จากการใช้พลังงานต่อหน่วยการผลิตลง 25% ในปี 2568 เทียบกับปีฐาน

นอกจากนี้ ภายใต้กลยุทธ์ความยั่งยืน CPF 2030 Sustainability in Action ซึ่งบริษัทฯ ประกาศเป็นแผนปฏิบัติการในช่วง 10 ปีข้างหน้า (ปี 2564-2573) ทำให้สามารถสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals : SDGs) ได้ครบทั้ง 17 เป้าหมาย ส่งเสริมการลงมือทำในระดับของพนักงาน คู่ค้า สู่องค์กรคาร์บอนต่ำและยั่งยืน สอดรับกับทศวรรษแห่งการลงมือทำ (Decade of Action) ตามเป้าหมายของสหประชาชาติ

ทั้งนี้ อบก.ได้จัดทำตัวชี้วัดธุรกิจคาร์บอนต่ำและยั่งยืน (Low Carbon and Sustainable Business Index: LCSi) มาตั้งแต่ปี 2562 โดยปีนี้ ซีพีเอฟได้รับรางวัลยอดเยี่ยม จากการประเมินข้อมูลที่เปิดเผยในรายงานความยั่งยืนของบริษัทฯย้อนหลัง 3 ปี และสัมภาษณ์ข้อมูลของบริษัท ในมิติด้านสิ่งแวดล้อม มิติด้านสังคม และมิติด้านเศรษฐกิจ

สิงห์อาสา มอบข้าวกล่องและน้ำดื่ม ให้คนไร้บ้านที่คลองหลอด-หัวลำโพง อิ่มท้องสู้โควิด

0

สิงห์อาสา โดย มูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี และ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือคนไร้บ้านย่านคลองหลอด วัดเทพธิดาราม (ตรอกสาเก) และใต้ทางด่วนแยกหัวลำโพง โดยส่งมอบน้ำดื่มสิงห์ และอาหารปรุงสุก 400 กล่อง ที่อุดหนุนจากร้านอาหารตามสั่งทั่วไปที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 มอบให้กับกลุ่มคนไร้บ้านที่ได้รับความเดือดร้อนได้อิ่มท้องและผ่านวิกฤติโควิด-19 ไปด้วยกัน

ที่ผ่านมา สิงห์อาสาได้เข้าช่วยเหลือเบื้องต้นกับกลุ่มคนไร้บ้านสถานที่อื่นๆ ในกรุงเทพมหานคร เนื่องจากถือว่าเป็นกลุ่มเปราะบางที่มีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อโควิด-19

โดยบริษัทฯ ยังยืนยันจะเดินหน้าช่วยเหลือภาคประชาชนและสังคมต่อไปผ่านเครือข่ายสิงห์อาสาทั่วประเทศ ตอกย้ำความชัดเจนต่อภารกิจที่จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง พร้อมเข้าไปให้ความช่วยเหลือทุกคน ทุกโอกาส เพื่อให้คนไทยทุกคนกลับมามีรอยยิ้มอีกครั้งและสามารถก้าวผ่านสถานการณ์วิกฤติโควิด-19 ไปด้วยกัน

ตั้งแต่ต้นเดือนเม.ย. บริษัท บุญรอดฯ ได้ให้การสนับสนุนน้ำดื่มสิงห์ กว่า 2 ล้านขวด รวมทั้งอาหารแช่แข็ง อาหารพร้อมทาน (ข้าวรีทอร์ท) และอาหารปรุงสุก ตลอดจนส่งมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น เช่น เครื่องผลิตออกซิเจน, เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว (Fingertip Pulse Oximeter), เครื่องวัดความดันโลหิต, เครื่องวัดอุณหภูมิ, ชุดป้องกัน PPE , หน้ากาก N95 และอุปกรณ์ป้องกันหลายรายการ โดยส่งมอบสิ่งจำเป็นดังกล่าวให้กับโรงพยาบาลต่างๆ ทั้งโรงพยาบาลหลัก โรงพยาบาลสนาม และศูนย์บริการประชาชนไปแล้วกว่า 100 แห่งทั่วประเทศ รวมทั้งส่งมอบสิ่งจำเป็นทั้งอาหารและน้ำดื่มให้ชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 กว่า 100 ชุมชน ตลอดจนได้เคลื่อนขบวนปรุงสุข-ปันอิ่ม สั่งข้าวกล่องจากร้านอาหารที่ได้รับผลกระทบจากการล็อคดาวน์ ส่งต่อไปให้ประชาชนใน 11 เขตในกรุงเทพมหานคร รวมถึงแปลงเกษตรกำลังใจในโรงงานหลักทั่วประเทศ ที่นำผลผลิตทั้งแบบวัตถุดิบและปรุงสุกส่งมอบให้แก่โรงพยาบาลในท้องถิ่นและชุมชนใกล้เคียง เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชนในพื้นที่และประชาชนที่เป็นแรงงานคืนถิ่น ทั้งยังสนับสนุนศูนย์พักคอยผู้ติดเชื้อโควิด-19 และสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของด่านหลังอย่างศาสนสถาน เช่น วัดและมัสยิด ที่ต้องประกอบพิธีกรรมทางศาสนาให้กับศพผู้ป่วยโควิด-19 ที่เสียชีวิตจำนวนมาก ในด้านของอุปกรณ์ป้องกันเชื้อโรคให้พระสงฆ์และเจ้าหน้าที่ ที่สำคัญยังมีส่งพวกพวงหรีดไว้อาลัยให้กับผู้เสียชีวิตอีกด้วย ทั้งนี้ นับตั้งแต่การแพร่ระบาดในครั้งแรกเมื่อปลายปี 2562 บริษัทฯ ได้ดำเนินการช่วยเหลือผ่านกิจกรรมและโครงการต่างๆ คิดเป็นมูลค่ารวมแล้วกว่า 250 ล้านบาท

เอไอเอส ผนึกสมาคมฟุตบอลฯ ยิงสดเชียร์บอลหญิงทีมชาติไทย ลุยศึกชิงแชมป์เอเชีย 2022

0

AIS  ผนึกความร่วมมือกับ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์  ตอกย้ำการเป็น “แพลตฟอร์มฟุตบอลไทย” อย่างเต็มรูปแบบ พร้อมถ่ายทอดสดบน AIS PLAY กับ “ศึกฟุตบอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย” 2022 รอบคัดเลือก ระหว่างวันที่ 13-25 กันยายน 2564 ที่ประเทศปาเลสไตน์ โดยทัพชบาแก้ว นักฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย อยู่ร่วมในกลุ่มเอช มีโปรแกรมเตรียมฟาดแข้งในรายการดังกล่าวถึง 2 แมตช์ ตั้งเป้าคว้าแชมป์กลุ่มเพื่อชิงตั๋วเข้ารอบสุดท้ายในการแข่งขันปีหน้าที่ประเทศอินเดีย งานนี้ AIS PLAY เอาใจแฟนบอลชาวไทย เตรียมจัดเต็มถ่ายทอดสดครบทุกแมตช์แข่งขัน ที่เดียวเท่านั้น ลูกค้า AIS ดูฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่ต้องสมัครแพ็กเพิ่มเติม ประเดิมนัดแรกพบ ทีมชาติมาเลเซีย วันที่ 19 กันยายน

พล.ต.อ.ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

พล.ต.อ.ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดผยว่า สมาคมฯ ตั้งใจจะปักธงฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย ให้ไปสู่ฟุตบอลโลกหญิงเป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกันให้ได้ และถือว่าการแข่งขันครั้งนี้ จะได้ติดตามทีมชาติหญิงไทยเริ่มต้นเส้นทางสู่ฟุตบอลโลกออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ 2023 ไปพร้อมๆ กันผ่านทุกช่องทางของ AIS เพราะที่ผ่านมาทีมฟุตบอลหญิงได้สร้างความสุขให้กับแฟนบอลในการแข่งขันระดับโลกมาแล้วมากมาย ผ่านเวทีฟุตบอลโลกถึง 2 สมัย ในปี 2015 ที่ประเทศแคนาดา และ ปี 2019 ที่ประเทศฝรั่งเศส โดยครั้งนี้ทีมฟุตบอลหญิงไทยกำลังจะมีโปรแกรมสำคัญในการแข่งขันฟุตบอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย 2022 รอบคัดเลือก ซึ่งสมาคมฯ ได้ผนึกกำลังกับ AIS เตรียมการถ่ายทอดสดรายการแข่งขันทั้งหมดให้แฟนบอลชาวไทยได้รับชมอย่างจัดเต็มบน AIS PLAY

นายปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหาร กลุ่มลูกค้าทั่วไป AIS

นายปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหาร กลุ่มลูกค้าทั่วไป AIS กล่าวว่า หลังจาก AIS PLAY ได้ถ่ายทอดสดไทยลีกตั้งแต่ช่วงการเปิดฤดูกาลที่ผ่านมา ทำให้เห็นปรากฏการณ์ของแฟนบอลชาวไทยมากมายที่รอคอยการกลับมาของศึกการแข่งขันฟุตบอลไทยในการายการต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับรูปแบบการรับชมที่เปลี่ยนมาอยู่บนช่องทางออนไลน์เกือบ 100% ที่ได้เสียงตอบรับจากแฟนบอลเป็นที่น่าพอใจอย่างมาก

ทั้งนี้ เอไอเอสได้ร่วมมือกับสมาคมฯ เพื่อตอกย้ำการเป็นแพลตฟอร์มฟุตบอลไทยในฐานะศูนย์กลางการรับชมบน AIS PLAY ของแฟนบอล โดยนำรายการแข่งขันฟุตบอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย 2022 รอบคัดเลือก มาให้แฟนบอลได้รับชมกันแบบจัดเต็มครบทั้ง 3 แมตช์การแข่งขัน ที่เดียวบน AIS PLAY เท่านั้น โดยทัพชบาแก้ว นักฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย มีโปรแกรมเตรียมฟาดแข้งในรายการดังกล่าวถึง 2 แมตช์ ด้วยผลงานที่การันตีด้วยการผ่านเข้าเล่นในบอลโลกมาแล้วกว่า 2 สมัย เชื่อว่าการแข่งขันในครั้งนี้จะนำความสนุก และความสุขมาให้ชาวไทยได้รับอย่างแน่นอน สุดท้ายผมขอเป็นตัวแทนชาว AIS ส่งแรงเชียร์ให้ทัพชบาแก้วคว้าแชมป์กลุ่มเพื่อคว้าตั๋วเข้าสู่การแข่งขันในรอบถัดไปให้ได้

ศึกฟุตบอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย 2022 รอบคัดเลือก ที่ประเทศปาเลสไตน์ ในครั้งนี้ทัพชบาแก้ว ฟุตบอลหญิงทีมชาติไทยอยู่ร่วมในกลุ่มเอช มีทีมชาติมาเลเซีย และทีมชาติปาเลสไตน์ อยู่ในสายเดียวกัน แข่งขันแบบพบกันหมด เพื่อหาแชมป์กลุ่มคว้าตั๋วเข้ารอบสุดท้ายที่จะปีแข่งขันในปี 2022 ที่ประเทศอินเดีย ส่วนโปรแกรมถ่ายทอดสดบน AIS PLAY มีดังนี้

·      19 กันยายน 2564 ทีมชาติมาเลเซีย พบ ทีมชาติไทย ที่สนามไฟซาล อัล-ฮุสเซนี เวลา 19.30 น. (ตามเวลาประเทศไทย)

·      22 กันยายน 2564 ทีมชาติปาเลสไตน์ พบ ทีมชาติมาเลเซีย ที่สนามไฟซาล อัล-ฮุสเซนี เวลา 19.30 น. (ตามเวลาประเทศไทย)

·      และ 25 กันยายน 2564 ทีมชาติปาเลสไตน์ พบ ทีมชาติไทย ที่สนามไฟซาล อัล-ฮุสเซนี เวลา 19.30 น. (ตามเวลาประเทศไทย)

สำหรับลูกค้า AIS รับชมฟรี ได้กว่า 600 แมตช์ ส่วนลูกค้าต่างค่ายสามารถรับชมเต็มอิ่มจุใจฟรีมากกว่า 200 แมตช์ ผ่าน AIS PLAY ทุกช่องทาง ทั้งบนมือถือผ่านแอปพลิเคชัน, กล่อง AIS PLAYBOX, SAMSUNG Smart TV, Apple TV และบนเว็บไซต์ สามารถเช็คตารางการแข่งขันและการถ่ายทอดสด รวมถึงรายละเอียดต่างๆ ได้ทางเว็บไซต์ ais.th/aisplayfootball และ FB : AIS PLAY Football