Home Blog Page 367

สปสช. จับมือ AIS ส่งตรงข้อมูล “หลักประกันสุขภาพ” สู่ อสม.ทั่วไทย

0

นางสายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าฝ่ายงานประชาสัมพันธ์ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ร่วมกับ เอไอเอส ส่งตรงข้อมูลข่าวสาร “สิทธิหลักประกันสุขภาพ” สู่ อสม. ทั่วประเทศ ผ่านแอปพลิเคชัน “อสม. ออนไลน์” โดยได้ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือ เรื่อง “การให้ความรู้เรื่องสุขภาพและสิทธิหลักประกันสุขภาพ สำหรับ อสม. ผ่านแอปพลิเคชัน อสม.ออนไลน์” เพื่อนำไปสู่การร่วมเผยแพร่ข้อมูลความรู้ข่าวสารด้านสุขภาพและสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ให้กับ อสม. ผ่านแอป อสม. ออนไลน์ เน้นย้ำเป็นช่องทางการสื่อสารที่สะดวก รวดเร็ว

“ความร่วมมือครั้งนี้ สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของเอไอเอสที่ได้พัฒนาแอปพลิเคชัน อสม.ออนไลน์ ซึ่งมีผู้ใช้งานกว่า 500,000 ราย ด้วยการใช้ศักยภาพด้านบริการดิจิทัลของ เอไอเอส เพราะเราไม่ได้ต้องการให้แอปพลิเคชัน อสม.ออนไลน์ เป็นเครื่องมือสื่อสารเฉพาะกลุ่มระหว่าง อสม. และหน่วยบริการสุขภาพในแต่ละพื้นที่เท่านั้น แต่เรามีเป้าหมายให้แอปพลิเคชัน อสม.ออนไลน์ เป็นเครื่องมือในการสร้างการเรียนรู้การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อให้ อสม.สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือได้มากยิ่งขึ้น เป็นผู้มีความรอบรู้ด้านสุขภาพ และสามารถนำความรู้ที่มีอยู่ไปถ่ายทอดให้แก่ประชาชนในชุมชนได้อย่างมั่นใจและถูกต้อง

ทำให้การทำงานร่วมกับ สปสช. ในครั้งนี้ จะเป็นการยกระดับความรู้ ความสามารถของประชาชนผ่าน แอปพลิเคชัน อสม.ออนไลน์ ด้วยข้อมูลความรู้ที่เกี่ยวข้องกับสิทธิและหลักประกันสุขภาพของประชาชน ซึ่งจะทำให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและ อสม. สามารถรับทราบข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงานของ อสม.เพื่อถ่ายทอดไปยังประชาชนในชุมชนได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง ทันสถานการณ์และมีประสิทธิภาพ”

ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า การพัฒนาแอปพลิเคชัน “อสม. ออนไลน์” เครือข่ายสังคมออนไลน์สำหรับหน่วยบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ และ อสม. เป็นช่องทางสื่อสารที่ดีที่ สปสช. สามารถส่งข้อมูลข่าวสารหลักประกันสุขภาพให้กับหน่วยบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ และ อสม. ได้โดยตรง ซึ่งมีความสะดวก รวดเร็ว จากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์วิกฤตด้านสาธารณสุขที่ต้องสื่อสารโดยด่วน รวมถึงประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนในการเข้าถึงสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเพิ่มขึ้น นำมาสู่การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือที่ดีในวันนี้ นับเป็นอีกก้าวหนึ่งของ สปสช.

หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ “บัตรทอง” เป็นสิทธิการรักษาพยาบาลและบริการสาธารณสุขของคนไทยทุกคนในประเทศตาม พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 เกือบ 2 ทศวรรษที่ผ่านมา สปสช. ภายใต้การขับเคลื่อนโดย “คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ” ได้พัฒนาระบบมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านบริหารจัดการและสิทธิประโยชน์ด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านรักษาพยาบาล สร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค รวมถึงฟื้นฟูสมรรถภาพที่จำเป็น เพื่อให้เกิดการดูแลสุขภาพประชาชนได้อย่างครอบคลุมและทั่วถึงที่นำไปสู่การลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพให้กับประชาชนที่เป็นเจตนารมณ์สำคัญ  

ทั้งนี้ เพื่อดูแลประชาชนให้เข้าถึงสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จำเป็นต้องใช้ช่องทางการสื่อสารต่างๆ ไปยังประชาชน เพื่อให้เกิดการเข้าถึงบริการ โดย “อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน” หรือ “อสม.” เป็นกลไกหนึ่งที่สำคัญในการร่วมสื่อสารข้อมูลหลักประกันสุขภาพแห่งชาติไปสู่ประชาชนได้

AIS ยกระดับ 5G ประเทศไทย เร็ว 4 กิกะบิทต่อวินาที รายแรกในไทย

0

นายวศิษฐ์ วัฒนศัพท์ หัวหน้าฝ่ายงานปฏิบัติการและสนับสนุนด้านเทคนิคทั่วประเทศ AIS เปิดเผยว่า AIS เดินหน้าพัฒนาขุมพลังโครงข่ายอัจฉริยะ 5G อย่างต่อเนื่อง  ล่าสุดได้พัฒนาความเร็วของ “5G mmWave” ได้ถึงระดับความเร็วที่ 4 กิกะบิทต่อวินาที รายแรกในไทย พร้อมส่งต่อประสบการณ์สู่ทุกภาคส่วน

วศิษฐ์ วัฒนศัพท์ หัวหน้าฝ่ายงานปฏิบัติการและสนับสนุนด้านเทคนิคทั่วประเทศ AIS

AIS ยังเดินตามเป้าหมายในการดึงศักยภาพของเครือข่ายอัจฉริยะ AIS 5G ออกมาให้คนไทยได้สัมผัสถึงประสบการณ์การใช้งานที่ดีกว่าในทุกรูปแบบ โดยที่ผ่านมาแม้จะอยู่ในช่วงสถานการณ์ที่มีข้อจำกัดมากมาย แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคในการทำงานเพื่อยกระดับชีวิตคนไทยด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลระดับโลก บริษัทได้พัฒนา 5G NSA/SA จากคลื่นความถี่ย่านกลาง 2600MHz ที่ AIS ได้เปิดให้บริการครั้งแรกในไทย ที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งาน ทั้งด้านความเร็ว ความหน่วงต่ำ และได้ต่อยอดด้วยการเปิดใช้งาน VoNR หรือ “Voice over 5G New Radio” เป็นรายแรกของประเทศไทยเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสารด้วยเสียงคุณภาพสูงพร้อมความเร็วและแรงบนเครือข่าย 5G

เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์การใช้งานดียิ่งขึ้นเราได้นำย่านความถี่กลาง 2600 MHz และย่านความถี่ต่ำ 700 MHz มาผสมผสานพัฒนาเทคโนโลยี 5G CA เป็นครั้งแรกในโลก ที่สามารถขยายความสามารถในการรับส่งข้อมูลได้เร็วขึ้น 1.7 เท่า และในครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญที่เราจะนำพาวงการเทคโนโลยีไทยให้ก้าวทันการแข่งขันระดับสากล ด้วยความสำเร็จของการทดสอบเทคโนโลยี 5G mmWave หรือ 5G Millimeter wave เป็นครั้งแรกในไทย ที่ได้พัฒนาบนย่านความถี่สูง 26GHz ที่มีจุดเด่นในเรื่องของความเร็วกว่าทุกย่านความถี่ 

โดย AIS ได้ทำการทดลองนำย่านความถี่สูง 26GHz มาพัฒนาเทคโนโลยี 5G mmWave ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ สามารถให้ความเร็วสูงถึง 4 กิกะบิทต่อวินาที (ดาวน์โหลด) และความแรงในการส่งสัญญาณได้ไกลกว่า 5 กิโลเมตร ซึ่งทำให้สามารถตอบสนองรูปแบบความต้องการใช้งานที่หลากหลาย   อาทิ Fix Wireless Access ฯลฯ โดยพร้อมแล้วที่จะเปิดให้คนไทยได้สัมผัสการใช้งานบนดีไวซ์ที่รองรับเทคโนโลยี 5G mmWave บน AIS 5G  ทำให้วันนี้เอไอเอสคือ รายแรกและรายเดียวที่มุ่งมั่นสร้างนวัตกรรมเครือข่าย 5G บนทุกย่านความถี่อย่างต่อเนื่อง ตามพันธกิจที่ประกาศไว้ตั้งแต่การเข้าประมูลคลื่น

นายวศิษฐ์ กล่าวว่า “จะเห็นว่า AIS เป็นผู้ให้บริการที่ได้นำคลื่นความถี่ที่มีในมือในทุกย่านมาพัฒนาเพื่อสนับสนุนการเติบโตของภาคธุรกิจในมิติต่างๆ รวมถึงสร้างการเปลี่ยนแปลงด้านการใช้งานของผู้บริโภคชาวไทยอย่างต่อเนื่อง เพราะเราเชื่อว่าศักยภาพของเทคโนโลยีโครงข่าย AIS 5G จะเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตของประเทศในภาพรวมที่วันนี้ต้องวางโครงสร้างพื้นฐานให้ครบในทุกด้าน ซึ่งได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเป้าหมายในการเป็น Digital Life Service Provider ของ AIS ถูกเติมเต็มให้สมบูรณ์ในทุกก้าวของการพัฒนา”

ทรีนีตี้ จับมือ ออสสิริส -SafeGold รุกออมทองออนไลน์ “Savvy”

0

นายชาญชัย กงทองลักษณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ทรีนีตี้ วัฒนา เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา บริษัทได้เข้าไปร่วมลงทุนในบริษัท ดิจิทัล แอสเซ็ท แมเนจเมนต์ จำกัด (DAM) มูลค่าเงินลงทุน 5 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนการถือหุ้น 18.03% โดย DAM ได้มีแผนพัฒนาแพลตฟอร์ม “SAVVY” ซึ่งจะเป็นแพลตฟอร์มในการบริหารความมั่งคั่งของลูกค้าส่วนบุคคลในหลายๆ ผลิตภัณฑ์ โดยมีผลิตภัณฑ์แรกคือผลิตภัณฑ์ทองคำ แอปพลิเคชัน Savvy Gold เกิดขึ้นจากความร่วมมือทางธุรกิจระหว่าง DAM และบริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุนคลาสสิก ออสสิริส ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในธุรกิจทองคำมาอย่างยาวนาน คือ “Ausiris Gold” กับ “Classic Gold” ในด้านการลงทุนทองคำแท่ง ธุรกิจทองคำรูปพรรณและธุรกิจตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (โกลด์ฟิวเจอร์ส) ในการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์แรกของ DAM ที่ตอบโจทย์ลูกค้าหรือนักลงทุนรายย่อยให้สามารถเข้าถึงการลงทุนในทองคำได้ง่ายขึ้น ผ่านการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย ใช้งานง่าย และมีมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลกอย่างเทคโนโลยี Blockchain ซึ่งคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ภายใน 8 พ.ย.2564 ซึ่งในอนาคต DAM มีแผนงานพัฒนา แอปพลิเคชันสำหรับผลิตภัณฑ์อื่น ๆ อีก เช่น Fund Supermart หรือการซื้อขายหน่วยลงทุนจาก บลจ. ต่าง ๆ โดยลูกค้าสามารถเลือกซื้อหน่วยลงทุนที่จะลงทุนได้อย่างเสรีโดยไม่จำกัดสังกัด บลจ. ใด ๆ เพียงแห่งเดียว ซึ่งเป็นการเพิ่มตัวเลือกและบริหารจัดการเพื่อกระจายความเสี่ยงได้มากขึ้น

ความร่วมมือที่เกิดขึ้นครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งในกลยุทธ์ทำธุรกิจของบริษัทฯ ที่มีนโยบายสำคัญในเรื่องความมุ่งมั่นส่งมอบผลิตภัณฑ์ทางเลือกที่เหมาะสมให้กับลูกค้า ด้วยการแนะนำและพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินและการลงทุนใหม่ๆ เพื่อให้ลูกค้ามีการกระจายสัดส่วนการลงทุน ให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจในแต่ละช่วงสถานการณ์ และส่งเสริมศักยภาพการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืนให้กับบริษัทฯ

SavvyGold ใช้เทคโนโลยี Hyperledger Fabric เป็น Private Blockchain ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มแบบเดียวกับที่ IBM เลือกใช้ถือเป็นเทคโนโลยี Blockchain ระดับองค์กรที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในตลาด ณ ขณะนี้ และมีประสิทธิภาพมากกว่าเมื่อเทียบกับแพลตฟอร์ม Blockchain ประเภทอื่น ๆ ด้วยเทคโนโลยีระดับโลกที่คนทั่วโลกไว้วางใจ อีกทั้งยังถือเป็นเทคโนโลยีใหม่ ทันสมัย และเป็นนวัตกรรมที่ยอมรับในระดับสากล เพื่อสร้างความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบรายการธุรกรรมได้ตลอดเวลา ปลอดภัยเชื่อถือได้ มาตรฐานความปลอดภัยระดับโลกจาก BRINKS ผู้เก็บรักษาทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทำให้นักลงทุนมั่นใจได้ว่า ในทุกรายการธุรกรรมมีทองคำของเราเก็บอยู่ในห้องนิรภัยและได้รับประกันอย่างแน่นอน โดย BLINKS เป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ ที่ปัจจุบันมีผู้ใช้บริการจากทวีปเอเชียมากกว่า 10,000,000 คน รวมถึงยังได้รับการสนับสนุนจากสมาพันธ์ทองคำโลก (World Gold Council)

สำหรับบริการเรื่องการลงทุนของ Savvy ทำได้แบบออนไลน์ทุกขั้นตอน ตั้งแต่เปิดบัญชีเพื่อการลงทุน ภายหลังจากยืนยันตัวตนแล้วนักลงทุนสามารถเริ่มลงทุนได้ทันที ไม่ว่าอยู่ที่ไหน สามารถเข้าถึงบริการ SavvyGold: ออมทองแท่งระยะยาว เริ่มต้นด้วยเงิน 50 บาท และในอนาคต จะมีการพัฒนา Savvy Enterprise Retirement: รวมสวัสดิการเกษียณของพนักงานบริษัทไว้ในที่เดียวกัน เช่นประกันสังคม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และ Savvy Money: สร้างเงินออมให้เติบโต กระจายการลงทุนในกองทุนรวมความเสี่ยงต่ำ ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ในปีหน้า

SavvyGold มีความแตกต่างกับการออมทองทั่วไป โดยสามารถซื้อทองได้ 24 ชั่วโมง คุณภาพระดับมาตรฐานสากล มีความบริสุทธิ์ไม่ต่ำกว่า 96.5% โดยทองคำที่ซื้อถูกจัดเก็บในตู้นิรภัย ภายใต้การดูแลของ BRINKS ผู้เก็บรักษาทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลก และสามารถเปลี่ยนเป็นเงิน หรือเลือกรับเป็นทองคำได้ง่ายๆ แค่ปลายนิ้ว ในส่วนการเลือกรับเป็นทองคำแท่งนั้น นอกจากจะสามารถไปรับที่ร้านทองพันธมิตรใกล้บ้านได้แล้ว ยังสามารถเลือกจัดส่งถึงบ้านพร้อมมีประกันการขนส่ง ซึ่งสร้างความมั่นใจได้ว่าทองคำจะจัดส่งถึงมือผู้รับอย่างแน่นอน ในส่วนของกรณีทำการขายทอง ผู้ขายจะได้รับเงินภายใน T+2 วัน (ขายวันนี้ ได้รับเงินภายในอีก 2 วันทำการ) สำหรับผู้สนใจติดตาม Savvy ได้ที่ https://www.savvy-asia.com

‘พชร’​ ดวลเพลย์ออฟซิวแชมป์สวิงสิงห์ อีสาน โอเพ่น สมัยที่สาม

0

ผู้สื่อข่าว​ รายงานว่า​ ผลการแข่งขันกอล์ฟอาชีพสะสมคะแนนอันดับโลก ออล ไทยแลนด์ กอล์ฟ ทัวร์ 2021 จัดแข่งขันภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) จากการสนับสนุนโดย บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด, กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ การกีฬาแห่งประเทศไทย รวมถึงสปอนเซอร์ของออลไทยแลนด์กอล์ฟทัวร์ ร่วมกันจัดแข่งขันรายการ “สิงห์ อิสาน โอเพ่น 2021” ชิงเงินรางวัลรวม 3 ล้านบาท ระหว่างวันที่ 4-7 พฤศจิกายน 2564 ณ สนามสิงห์ปาร์ค ขอนแก่น กอล์ฟคลับ ระยะ 7,491 หลา พาร์ 72 ผู้ชนะจะรับเงินรางวัลไปครอง 450,000 บาท และอันดับโลก 5 คะแนน

ปรากฏว่า​ การแข่งขันรอบสุดท้ายเมื่อวันที่ 7 พ.ย.ที่ผ่านมาต้องลุ้นกันถึงช่วงซัดเด้นเดธเพลย์ออฟหลัง พชร คงวัดใหม่ นักกอล์ฟวัย 22 ปีจากสงขลาหวดเข้ามาอีก 1 อันเดอร์พาร์ 71 รวมสี่วัน 12 อันเดอร์พาร์พาร์ 276 เท่ากับ จณัตว์ สกุลพลไพศาล นักกอล์ฟวัย 31 ปีจากระยองที่หวดเพิ่มอีก 3 อันเดอร์พาร์ 69

การซัดเด้นเดธเพลย์ออฟเล่นกันที่หลุม 18 พาร์ 5 ระยะ 583 หลา และแค่เพียงหลุมแรกก็สามารถตัดสินแชมป์ได้โดย พชร ทำสองออนและเก็บสองพัตต์จากระยะประมาณ 10 ฟุตทำเบอร์ดี้สำเร็จ ขณะที่ จณัตว์ ซึ่งที่ทีช็อตมาตกแฟร์เวย์บังเกอร์แต่มีโอกาสตามตีเสมอเพื่ดยืดไปเพลย์ออฟกันอีกหลุม ทว่าเบอร์ดี้พัตต์ระยะ 8 ฟุตของเขาไม่เข้าเป้า ส่งผลให้ พชร กลายเป็นนักกอล์ฟคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ป้องกันแชมป์สิงห์ อีสาน โอเพ่น สำเร็จ

นับเป็นการคว้าแชมป์เป็นรายการที่สองในรอบ 3 สัปดาห์ของ พชร และเป็นการคว้าแชมป์ออลไทยแลนด์กอล์ฟทัวร์รายการที่ 7 ในชีวิตต่อจาก สิงห์ หัวหิน โอเพ่น 2013 (สมัยเป็นนักกอล์ฟสมัครเล่น), บุญชู เรืองกิจ แชมเปียนชิพ 2015, สิงห์ มาสเตอร์ส 2018, สิงห์ พัทยา โอเพ่น 2021 และ สิงห์ อีสาน โอเพ่น 2016 และ 2020 โดยชัยชนะรายการนี้ พชร รับเงินรางวัลไปครอง 450,000 บาทและคะแนนสะสมอันดับโลก 5 คะแนน

พชร เปิดเผยว่า รู้สึกดีใจที่สามารถทำได้ ความจริงวันนี้รูปเกมตลอดทั้งวันก็ทำมาได้ค่อนข้างดี แล้วก็มาสะดุดเสียสามโบกี้ติดต่อกัน แต่ว่าสามารถนำสถานการณ์ที่เคยทำได้ดีกลับมาได้อีกครั้ง ก็ถือว่าภูมิใจมาก ส่วนอีเกิลพัตต์ที่หลุมเพลย์ออฟก็ตั้งใจพัตต์ลูกนั้นให้ลงเพื่อปิดเกมเลยแต่ว่ามันสะบัดออกมา ก็เป็นโอกาสของเขาอีกครั้งเพื่อตีเสมอเพื่อกลับมาเพลย์ออฟกัยอีกครั้ง แต่ก็ถือว่าเป็นจังหวะที่ดีของเราด้วย

ทางด้าน ถิรวัฒน์ แก้วศิริบัณฑิต นักกอล์ฟเจ้าถิ่นวัย 32 ปี ชาวขอนแก่นมาแรงในรอบสุดท้ายด้วยการเก็บ 4 เบอร์ดี้โดยไม่เสียโบกี้ ก่อนจบรอบ 4 อันเดอร์พาร์ 68 รวมสี่วัน 11 อันเดอร์พาร์ 277 เท่ากับ ภูสิทธิ ทรัพย์อัประไมย ที่ตีเข้ามาอีก 2 อันเดอร์พาร์ 70 โดยทั้งคู่พลาดเพลย์ออฟไปเพียงสโตรกเดียว รับเงินรางวัลปลอบใจคนละ 144,750 บาท

ส่วน สิรภพ ยะปาละ นักกอล์ฟวัย 16 ปีจากเชียงใหม่ที่ในรอบสุดท้ายตีเกินไป 1 โอเวอร์พาร์ 73 รวมสี่วันจบอันดับสิบสามร่วมด้วยสกอร์รวม 5 อันเดอร์พาร์ 283 แต่นับเป็นนักกอล์ฟสมัครเล่นที่ทำผลงานได้ดีที่สุดในรายการนี้คว้าถ้วยรางวัลศุภพร มาพึ่งพงศ์ ไปครองสำเร็จ

สรุปผลการแข่งขันสิงห์ อีสาน โอเพ่น (สนามพาร์ 72)

  • 276 พชร คงวัดใหม่ 69-71-65-71, จณัตว์ สกุลพลไพศาล 69-67-71-69 (พชร ชนะซัดเด้นเดธเพลย์ออฟหลุมที่แรกรับเงินรางวัล 450,000 บาท ส่วน จณัตว์ รับเงินรางวัล 285,000 บาท)
  • 277  ถิรวัฒน์ แก้วศิริบัณฑิต 71-69-69-68, ภูสิทธิ์ ทรัพย์อัประไมย 71-66-70-70 (เงินรางวัลคนละ 144,750 บาท)
  • 279  รฐนน วรรณศรีจันทร์ 70-71-70-68, กฤติน สุนทรนนท์ 70-70-69-70, เด่นวิทย์ เดวิด บริบูรณ์ทรัพย์ 69-69-68-73 (เงินรางวัลคนละ 83,450 บาท)
  • 280  นิรันดร์ แซ่อึ้ง 73-67-70-70 (เงินรางวัล 66,600 บาท)
  • 282  ฉ่างไท้ สุดโสม 72-70-72-68, โคสุเก ฮามาโมโต้ 74-68-69-71, วรุณ เอี่ยมแก้ว 70-72-69-71, วาณิช เพ็ชรฤทธิ์ 72-70-69-71 (เงินรางวัลคนละ 57,300 บาท)
  • 283 นพรัฐ พานิชผล 75-68-71-69, ชัพชัย นิราช 70-71-71-71 (เงินรางวัลคนละ 49,350 บาท), สิรภพ ยะปาละ 72-69-69-73 (สมัครเล่น)
  • 284  พล เขมรัตน์ 77-69-71-67, ภาณุวิชญ์ อ่อนจู 70-73-71-70 (เงินรางวัลคนละ 45,450 บาท)


ออมสิน ออกเงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ ดบ.สูงไม่หักภาษี

0

ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อสังคม จัดโปรโมชั่นเงินฝาก ส่งเสริมการออมส่งท้ายปี ออกบัญชีเงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ ดอกเบี้ยสูง ไม่หักภาษี

โดยมี 2 ประเภท ได้แก่ 1. เงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ 5 อัตราดอกเบี้ยสูงสุด 0.425% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยเมื่อฝากครบ 5 เดือน และ 2. เงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ 8 อัตราดอกเบี้ยสูงสุด 0.475% ต่อไป จ่ายดอกเบี้ยเมื่อฝากครบ 8 เดือน

เงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ 5 และ เงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ 8 มีจุดเด่น คือ เป็นการเก็บเงินไว้ใช้จ่ายทั่วไป เพื่อผลตอบแทนเพื่อเป็นหลักประกัน และเงินสำรองในอนาคต ให้คุณได้ควบคุมการใช้เงินได้มากขึ้น อุ่นใจยิ่งขึ้นกว่าเดิม กับบริการเงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ ที่คุณยังคงเก็บออม และใช้จ่ายได้เมื่อคุณต้องการ พร้อมยังได้รับผลตอบแทน ที่น่าพึงพอใจ บุคคลธรรมดาไม่หักภาษี

  • เก็บเงินไว้ใช้จ่ายทั่วไป
  • ฝากเพิ่มครั้งละไม่ต่ำกว่า 1,000 บาท
  • ถอนเงินเท่าใดก็ได้
  • คำนวณดอกเบี้ยเป็นรายวันจากยอดเงินฝาก

คุณสมบัติ สามารถเปิดบัญชีได้ทั้งบุคคลธรรมดาอายุตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไป และ นิติบุคคลทุกประเภท


เงื่อนไขการฝาก

  • เปิดบัญชีขั้นต่ำ 10,000 บาท
  • ฝากเพิ่มครั้งละไม่ต่ำกว่า 1,000 บาท
  • บุคคลธรรมดา และนิติบุคคลทุกประเภท ไม่จำกัดวงเงินรับฝากต่อราย
  • เมื่อฝากครบกำหนดนับตั้งแต่วันที่ฝาก ธนาคารจะโอนยอดเงินฝากและดอกเบี้ยเข้าบัญชีเงินฝากประเภทเผื่อเรียกที่เป็นบัญชีคู่โอนที่ผู้ฝากแจ้งไว้
  • ใช้สมุดฝากเงินประเภทเผื่อเรียกพิเศษ 5 หรือ 8 เล่มเดิม มาฝากเพิ่มได้

เงื่อนไขการถอน

  • ถอนเงินเท่าใดก็ได้
  • ถอนหรือปิดบัญชีก่อนครบระยะเวลาฝากนับตั้งแต่วันที่ฝาก จำนวนเงินที่ถอนจะได้รับดอกเบี้ยในอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประเภทเผื่อเรียกตามที่ธนาคารประกาศกำหนด ณ วันถอน

เมื่อครบระยะเวลาฝาก จะโอนดอกเบี้ยและยอดเงินฝากเข้าบัญชีเผื่อเรียกที่เป็นบัญชีคู่โอนที่ผู้ฝากแจ้งไว้

ระยะเวลารับฝาก ตั้งแต่วันที่ 1 – 30 พฤศจิกายน  2564

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม > https://bit.ly/3wgVMZw

รู้เก็บรู้ออม : ปลูกป้องป่า…เปลี่ยนโลก!!

0

สัปดาห์ที่แล้ว “คุณนายพารวย” พูดถึงการจัดทำ รายชื่อหุ้นยั่งยืน ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยเป็นการคัดเลือกบริษัทจดทะเบียนที่มีการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ความรับผิดชอบต่อสังคม และมีการบริหารงานตามหลักบรรษัทภิบาล

เมื่อพูดถึงเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคมและส่วนรวมแล้ว ตลาดหลักทรัพย์ฯเองมีโครงการดีๆ อยู่หลายโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงถึงการใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม หนึ่งในนั้นคือโครงการ CARE THE WILD “ปลูกป้อง Plant & Protect” ซึ่งเพิ่งจะครบรอบ 1 ปี หลังเปิดตัวโครงการไปเมื่อเดือนกันยายน พ.ศ.2563

อีกบทบาทหนึ่งของตลาดหลักทรัพย์ฯ ในการพัฒนาตลาดทุนให้เกิดประโยชน์กับผู้เกี่ยวข้องในทุกมิติของสังคม ควบคู่ไปกับการผลักดันให้เกิดภาวะสมดุลของโลก ผนึกกำลังทุกภาคส่วนเพื่อดำเนินการร่วมบนเป้าหมายร่วมในการสร้างความเปลี่ยนแปลง

CARE THE WILD เป็นแพลตฟอร์มระดมทุนเพื่อการปลูกต้นไม้ให้ได้ป่า สร้างสมดุลระบบนิเวศจากต้นทางด้วยการปลูกป่าและดูแลปกป้องต้นไม้ที่ปลูกให้รอด 100% เป็นเวลาอย่างน้อย 6 ปี ด้วยหลักธรรมาภิบาล มีชุมชนเป็นผู้ดูแลต้นไม้ เพื่อชุมชนได้รับประโยชน์จากป่า ทั้งในด้านอาหาร หรือสร้างมูลค่าเพิ่มจากพืชพันธุ์

และเมื่อเร็วๆนี้ ทางตลาดหลักทรัพย์ฯได้จัดเสวนาหัวข้อ Climate Care Forum #2 “ปลูก ป้อง ป่าเปลี่ยนโลก” ในโอกาสครบรอบ 1 ปี ของโครงการ CARE THE WILD ร่วมค้นหาคำตอบพร้อมแลกเปลี่ยนแนวคิด เพื่อหาทางออกของปัญหาสิ่งแวดล้อม ป่าไม้สามารถช่วยแก้ปัญหาโลกร้อนได้จริงหรือไม่ วิกฤติที่เราจะก้าวข้ามทำอย่างไรให้ได้ป่าจริง

นพเก้า สุจริตกุล ผู้ช่วยผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ย้ำว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ ไม่ได้ทำแค่อีเวนต์ปลูกป่า แต่คาดหวังที่จะให้ต้นไม้รอดและกลายเป็นป่าขึ้นจริง โดยจับมือกับสำนักจัดการป่าชุมชน กรมป่าไม้ เนื่องจากพื้นที่ที่จะไปปลูกไม้แต่ละแห่ง ต้องเป็นพื้นที่ที่ถูกต้องตามกฎหมาย นอกจากนี้ ยังต้องได้รับความร่วมมือจากภาคธุรกิจที่เข้ามาสนับสนุนและมีส่วนร่วมในการดูแลป่า ตลอดจนนักวิชาการ คณะทำงานด้านการพัฒนาชุมชน และการใช้ เทคโนโลยีที่ช่วยตรวจสอบความคืบหน้า และทำให้เห็นผลลัพธ์ของการปลูกป่า

อาจารย์ยักษ์ หรือ ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร ผู้ก่อตั้งมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ ศูนย์การเรียนกสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง (โรงเรียนปูทะเลย์มหาวิชชาลัย) ให้ความเห็นว่า การอยู่ร่วมกันของคนและป่าเป็นแนวทางช่วยฟื้นคืนพื้นที่ป่า ควบคู่ไปกับการเปลี่ยนรูปแบบการทำเกษตรกรรมที่อยู่ร่วมกับป่าได้อย่างยั่งยืน

ด้าน เข็มอัปสร สิริสุขะ ศิลปิน และนักขับเคลื่อนด้านสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า คนในชุมชนเป็นตัวแปรสำคัญที่จะทำให้การปลูกป่าประสบความสำเร็จ เพราะเขาคือคนที่อยู่ในพื้นที่ ถ้าเขาเห็นด้วยกับเรา เห็นความจริงใจจากเรา ก็จะทำให้โครงการไปต่อได้

ปัจจุบันโครงการ CARE THE WILD มีพันธมิตรและเครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคสังคม เข้าร่วม 15 ราย เกิดการระดมทุนและปลูกป่าไปแล้ว 145 ไร่ (29,000 ต้น) บน 7 พื้นที่ จะช่วยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ ได้เท่ากับ 261,000 Kg CO2e

อยากเชิญชวนภาคธุรกิจและผู้สนใจร่วมปลูกต้นไม้เพื่อให้ได้ป่าจริงกับโครงการ CARE THE WILD เพราะยังมีพื้นที่ป่าอีกมากมายที่รอการสนับสนุนจากทุกคนและทุกภาคส่วน เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SETSocialImpact.com สังคมยั่งยืน…เศรษฐกิจยั่งยืน.

คุณนายพารวย

ที่มา คอลัมน์ รู้เก็บรู้ออมรู้ใช้รู้ลงทุน..สู่ความมั่งคั่ง หน้าเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

AIS ปลื้ม คว้า 2 รางวัลเวที SET AWARDS 2021

0

นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอส  เปิดเผยว่า  AIS เป็นหนึ่งในองค์กรที่ได้รับรางวัลถึง 2 รางวัลจากเวที SET Award 2021 ที่จัดโดย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในกลุ่มบริษัทจดทะเบียนที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดสูงกว่า 100,000 ล้านบาท โดยรางวัลแรก คือ Rising Star Sustainability Awards ที่เอไอเอสได้แสดงให้เห็นถึงความโดดเด่นในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในภาพรวม ที่นอกจากจะสร้างการเติบโตจากการบริหารจัดการอย่างมืออาชีพแล้ว ยังดำเนินงานโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล อย่างชัดเจน

และ รางวัล Outstanding Investor Relations Awards ที่ได้รับการยอมรับและเชื่อมั่น ตลอดจนความพึงพอใจจากกลุ่มนักลงทุนว่า เป็นการดำเนินกิจกรรมนักลงทุนสัมพันธ์ที่มีคุณภาพ มุ่งเน้นความถูกต้องโปร่งใส ให้ข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ และสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมด้วยนโยบายที่คำนึงถึงประโยชน์ของผู้ถือหุ้นและนักลงทุนอย่างดียิ่งมาอย่างต่อเนื่อง

ทั้ง 2 รางวัล ถือเป็นกำลังใจและความภาคภูมิใจอย่างยิ่งสำหรับชาวเอไอเอส ที่ต่างทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่แข็งแกร่งของประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์ความท้าทาย ทั้งจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี พฤติกรรมผู้บริโภค และสถานการณ์โรคระบาดที่สร้างผลกระทบอย่างรุนแรงไปทั่วโลก โดยเป้าหมายของบริษัทฯ ยังคงยึดมั่นในแนวทางการเป็นผู้ให้บริการดิจิทัล (Digital Life Service Provider) ที่มุ่งเน้นการสร้างความแข็งแกร่งของโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลของประเทศ   อันจะส่งผลให้ทุกภาคส่วนที่เป็นหัวใจหลักของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน สามารถเดินหน้าต่อยอดการเติบโตตามเป้าหมายได้อย่างยั่งยืน

นายสมชัย กล่าวย้ำตอนท้ายว่า “ในฐานะภาคเอกชน ที่เป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองในการเดินหน้าของประเทศ เราพร้อมที่จะเป็นกำลังสำคัญในการสนับสนุนนโยบายที่จะก่อให้เกิดความยั่งยืนอย่างเต็มที่ ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม ที่เอไอเอสตั้งเป้าในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ที่เป็นต้นเหตุของการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศที่ทำให้โลกมีอุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้น พร้อมมุ่งใช้พลังงานทางเลือกในการบริหารเครือข่ายสื่อสารอย่างเต็มที่ รวมถึงการบริหารจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) อย่างถูกต้อง , ด้านสังคม ที่มุ่งรณรงค์ ปลูกจิตสำนึกการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างถูกวิธี และรู้เท่าทัน ผ่านการเสริมสร้างทักษะ และภูมิคุ้มกันไซเบอร์ (Cyber Wellness) รวมไปถึง ด้านเศรษฐกิจ ผ่านแนวทางการทำงานอย่างมืออาชีพที่พร้อมส่งต่อบริการดิจิทัลที่ดีที่สุดเพื่อคนไทย”

AIS ผนึก กรุงเทพประกันชีวิต ส่งประกันสะสมทรัพย์ เจาะกลุ่มวัยเริ่มทำงาน

0

นายสุปรีชา ลิมปิกาญจนโกวิท ผู้จัดการ ด้านการบริการดิจิทัล AIS เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ COVID-19 และการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ได้สร้างความไม่แน่นอนให้กับวิถีชีวิต ส่งผลให้การวางแผนการเงิน การออม  การประกันชีวิต ประกันสุขภาพ ถูกให้ความสำคัญเพิ่มมากขึ้น  อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคบางกลุ่มอย่างกลุ่มวัยเริ่มทำงาน หรือ First Jobber ที่ยังมีรายได้ไม่มาก หรือผู้มีภาระเยอะ ยังติดปัญหาในการมองหาประกันดีๆ มาไว้เพื่อลดความเสี่ยงในชีวิต   AIS และ บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) จึงได้ร่วมกันออกผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตเพื่อแก้ปัญหาของกลุ่ม First Jobber ด้วย อีซี่ เซฟวิ่ง 118 ประกันที่สามารถสร้างเงินออมได้ง่าย เบี้ยไม่สูงเริ่มต้นเพียง 200 บ./เดือน ให้ความคุ้มครองชีวิต มีค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ และได้สิทธิประโยชน์ทางภาษี

“จากการที่ AIS ได้นำเสนอบริการดิจิทัล AIS Insurance Service ในฐานะนายหน้าประกันชีวิตจึงคัดสรรผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่ดีที่สุดจากพาร์ทเนอร์เพื่อส่งมอบให้แก่ลูกค้า ทำให้เราเข้าใจถึงความต้องการของลูกค้ากลุ่มต่างๆ ในครั้งนี้เราได้ทำงานร่วมกับ กรุงเทพประกันชีวิต ออกแบบสินค้าประกันสะสมทรัพย์ ซึ่งจะเข้ามาตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่มีรายได้ไม่มากอย่างกลุ่ม First Jobber ที่มีความต้องการวางแผนทางการเงินเพื่อลดความเสี่ยงในการใช้ชีวิต ให้สามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตที่ตรงกับความต้องการในทุกด้าน โดยเรายังคงมุ่งมั่นในการทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์และความคุ้มค่าสูงสุด แน่นอนว่าความร่วมมือกับ กรุงเทพประกันชีวิต ครั้งนี้ก็เป็นการตอกย้ำความตั้งใจ และวางเป้าหมายร่วมกันที่จะทำให้คนไทยเข้าถึงผลิตภัณฑ์ด้านประกันชีวิตง่ายๆผ่านทางช่องทาง Digital”

นายโชน โสภณพนิช ประธานกรรมการ บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ประกันชีวิต อีซี่ เซฟวิ่ง 118 หรือ Easy Saving 118 เป็นประกันแบบสะสมทรัพย์ ที่เน้นความง่าย สามารถสร้างเงินออมตามเป้าหมายที่ต้องการ ด้วยเบี้ยเริ่มต้นแบบเพียงเดือนละ 200 บาท จะได้รับความคุ้มครองชีวิต เงินออม ค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ และสิทธิประโยชน์ทางภาษี ที่ลูกค้าสามารถซื้อง่ายจบทุกขั้นตอนด้วยตัวเอง และยังมีรายละเอียดความคุ้มครองที่น่าใจหลายด้าน อาทิ

·      กรณีมีชีวิตอยู่จนครบกำหนดสัญญา รับเงินก้อน 118% ของเบี้ยชีวิตที่ชำระแล้ว

·      กรณีเสียชีวิตทั่วไป รับเงินคืน 118% ของเบี้ยชีวิตที่ชำระแล้ว พร้อม 100% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย

·      รับเพิ่มความคุ้มครองพิเศษ: กรณีเสียชีวิต หรือสูญเสียอวัยวะและสายตาเนื่องจากอุบัติเหตุ รับเพิ่มสูงสุด 100% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย และ ค่ารักษาพยาบาลเนื่องจากอุบัติเหตุ จ่ายตามค่าใช้จ่ายจริง สูงสุด 5 เท่า ของเบี้ยชีวิตรายเดือน ต่อครั้งที่เข้ารักษา

พิเศษสำหรับลูกค้า AIS ที่ซื้อประกัน อีซี่ เซฟวิ่ง 118 ตั้งแต่วันที่ 4 พ.ย. 2564 – 31 ธ.ค. 2564 หากชำระเบี้ยรายเดือน 500 บาทขึ้นไป หรือเบี้ยรายปี 5,000 บาทขึ้นไป จะได้รับคะแนนสะสม AIS Points จำนวน 200 คะแนน และสำหรับลูกค้าเซเรเนดจะได้รับคะแนนสะสม AIS Points จำนวน 300 คะแนน/กรมธรรม์ ภายใน 30 วันทำการ (เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด) สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสมัครใช้บริการได้ที่ https://m.ais.co.th/PREasySaving118Nov-Dec.21

‘วัลลภา ไตรโสรัส’ ซีอีโอ AWC ขึ้นทำเนียบนักธุรกิจหญิงชั้นนำของเอเชีย โดยนิตยสารฟอร์บส์

0

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นิตยสาร ฟอร์บส์ เอเชีย (Forbes Asia) ได้ทำการจัดอันดับ โดยคัดเลือกให้ คุณวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ เป็น 1 ใน 20 นักธุรกิจหญิงผู้ทรงอิทธิพล ประจำปี 2021 (Asia’s Power Businesswoman 2021)

คุณวัลลภา เป็นทายาทคนที่ 2 ของเจ้าสัวเจริญ และคุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี ก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้บริหาร AWC อย่างเต็มตัว ในปี 2562 โดยนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2562 พร้อมเสนอขายหุ้นครั้งแรกของบริษัทให้กับสาธารณชน (Initial Public Offering: IPO) การซื้อขาย IPO ในครั้งนั้น นับเป็นการซื้อขายหุ้น IPO ของบริษัทที่ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่ใหญ่ที่สุดในโลกในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา มากกว่านั้น ยังเป็นการเสนอขายหุ้น IPO ที่ใหญ่ที่สุดในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศ คิดเป็นมูลค่าระดมทุนกว่า 48,000 ล้านบาท เพื่อต่อยอดความสำเร็จในฐานะผู้นำในธุรกิจพัฒนาและบริหารอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำที่มุ่งตอบสนองไลฟสไตล์อย่างครบวงจรในประเทศไทย และพร้อมก้าวสู่การเป็นแบรนด์อสังหาริมทรัพย์ชั้นนำในภูมิภาคเอเชีย ถึงปัจจุบันแม้จะเจอกับวิกฤตโควิด-19 ก็ยังคงเดินสร้างการเติบโตและสร้างคุณค่าองค์รวมอย่างต่อเนื่อง

ในช่วงการบริหารงาน คุณวัลลภาได้นำ AWC พัฒนาและเติบโตอย่างมาก มีโครงการใหม่เกิดขึ้นมากมาย โดยในปี 2563 ได้เปิดดำเนินการเรือสิริมหรรณพ แลนด์มาร์คแห่งใหม่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา โรงแรมมีเลีย สมุย (Biggest ฺฺBeach Resort in the World)  บันยันทรี กระบี่  และยังเปิดตัว เออีซี เทรด เซ็นเตอร์ พันธุ์ทิพย์ ประตูน้ำ จนปี 2564 แม้จะเป็นปีที่ต้องเผชิญกับวิกฤตโควิด-19 มาอย่างต่อเนื่อง แต่คุณวัลลภายังคงประคองธุรกิจฝ่ามรสุมอย่างมั่นคง พร้อมพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส ใช้โอกาสในช่วงที่ตลาดชะลอตัวนี้ในการพัฒนาและปรับปรุง ทั้งภายในและภายนอกองค์กร เพื่อรองรับการฟื้นตัวของธุรกิจที่จะกลับมาในไม่ช้า  

ก่อนหน้าที่จะเข้ามากุมบังเหียน AWC คุณวัลลภา เคยเป็นนักวิเคราะห์การเงินกับบริษัทหลักทรัพย์ เมอร์ริล ลินช์ (เอเชีย-แปซิฟิก) ที่ฮ่องกง ก่อนจะหันดูแลงานบริหารธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยในปี 2544 ได้รับหน้าที่กรรมการบริหาร บริษัท ทีซีซี โฮลดิ้ง จำกัด ก่อนขึ้นรับตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีซีซี แลนด์ จำกัด ดูแลระบบทรัพย์สินที่เป็นอสังริมทรัพย์ทั้งหมด 

ด้านการศึกษา คุณวัลลภาจบการศึกษาระดับปริญญาตรีสถาปัตยกรรมศาสตร์ เกียรตินิยม จากมหาวิทยาลัยศิลปากร ปริญญาโทเศรษฐศาสตร์การวางผังเมือง มหาวิทยาลัยลอนดอน ประเทศอังกฤษ และปริญญาโทเศรษฐศาสตร์ที่ดิน มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ 

ชีวิตครอบครัว คุณวัลลภาสมรสกับคุณโสมพัฒน์ ไตรโสรัส มีบุตรด้วยกัน 5 คน (ชาย 2 คน และหญิง 3 คน) ซึ่งล้วนแล้วแต่อยู่ในวัยเรียน โดยจัดสรรเวลาอย่างลงตัวเพื่อดูแลรับส่งลูกไปเรียนหนังสือทุกวัน รวมถึงใช้เวลาว่างในวันหยุดไปกับกิจกรรมของลูกๆ ทั้งหมด ซึ่งถือเป็นเรื่องท้าทายไม่น้อยเมื่อต้องรับบทบาทสำคัญทั้ง 2 บทบาทพร้อมกัน แต่คุณวัลลภา ก็สามารถรับผิดชอบทั้งงานบริหาร และงานดูแลครอบครัว ได้อย่างดีเยี่ยม พร้อมนำพาธุรกิจและครอบครัวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปด้วยกัน

ด้วยปรัชญาการทำงานที่มุ่งมั่น และเรียบง่าย ที่คุณวัลลภา ยึดมั่นเสมอ ซึ่งสามารถนำมาใช้ได้อย่างดีในการฝ่าฟันทุกวิกฤต คือ “ทุกอย่างเป็นสิ่งที่ดี ที่เราได้มีโอกาสเรียนรู้ ทำให้ดีที่สุดแล้วทุกอย่างจะดีเอง”

ทิพยประกันภัย ปลื้ม คว้า 2 รางวัลใหญ่ บ.ประกันวินาศภัยดีเด่น

0

ผู้สื่อข่าว รายงานว่า ดร.สมพร สืบถวิลกุล   ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์  และกรรมการผู้จัดการใหญ่   บมจ.ทิพยประกันภัย  เข้ารับรางวัล “บริษัทประกันวินาศภัยที่มีการบริหารงานดีเด่น อันดับที่ 1 ประจำปี 2563”  ติดต่อกันเป็นปีที่ 2  และ รางวัล “บริษัทประกันวินาศภัยที่สร้างสรรค์นวัตกรรมเทคโนโลยีประกันภัยดีเด่น ประจำปี 2563” จาก นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง  ในงาน พิธีมอบรางวัลประกันภัยดีเด่นครบวงจร Prime Minister’s Insurance Awards ประจำปี 2564 สำหรับในปีนี้มีการจัดงานในรูปแบบไฮบริด ออนไลน์ เพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ในปัจจุบันด้วย

โดยทั้ง 2 รางวัล บริษัทได้รับการคัดเลือกจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)  ที่คัดเลือกบริษัทประกันภัย ที่มีการบริหารงานอย่างมืออาชีพ มีศักยภาพในการดำเนินงาน มีฐานะทางการเงินที่มั่นคง และมีธรรมาภิบาลเป็นเลิศ เพื่อเป็นการส่งเสริมบริษัทประกันภัยที่รักษาไว้ซึ่งคุณภาพการดำเนินงาน และบริการประชาชน  รวมถึงบริษัทฯยังมีทิศทางและกลยุทธ์ดำเนินธุรกิจสู่การเป็นผู้นำประกันภัยด้านดิจิทัล ออกแบบสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ประกันภัยและการให้บริการที่ตอบสนองประชาชนโดยนำนวัตกรรมเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ได้เป็นอย่างดีเยี่ยม