Home Blog Page 362

‘ณัชพล’ ซิวแชมป์แรกในชีวิต ศึก สิงห์-เอสเอที ลำปาง แชมเปียนชิพ

0

ณัชพล ศรีนุ่น นักกอล์ฟวัย 25 ปีจากพัทลุงคว้าแชมป์แรกในอาชีพหลังพัตต์เบอร์ดี้ระยะ 13 ฟุตลงไปที่หลุมสามของการซัดเด้นเดธเพลย์ออฟ เฉือนชนะ ชโยดม จันทร์จารุพงศ์ หวุดหวิดหลังจบสกอร์สามวันเท่ากันที่ 6 อันเดอร์พาร์ 204 ในการแข่งขันกอล์ฟอาชีพไทยแลนด์พีจีเอทัวร์รายการสิงห์-เอสเอที ลำปาง แชมเปียนชิพ ชิงเงินรางวัลรวม 2 ล้านบาท ที่สนามแม่เมาะ กอล์ฟ คอร์ส ระยะ 6,781 หลา พาร์ 70 จ.ลำปาง

สมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพแห่งประเทศไทย โดยการสนับสนุนจากการกีฬาแห่งประเทศไทย, กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ, บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จัดแข่งขันเก็บคะแนนสะสม ออร์เดอร์ ออฟ เมอริต เป็นรายการที่ 5 ของซีซั่น ชิงเงินรางวัลรวม 2 ล้านบาท แชมป์รับ 2.4 แสนบาท ระหว่างวันที่ 26-28 พฤศจิกายน 2564 ณ สนามกอล์ฟสนามแม่เมาะ กอล์ฟ คอร์ส ระยะ 6,781 หลา พาร์ 70  ภายใต้มาตรการป้องกันเชื้อ ไวรัส โควิด-19 ผู้เล่นทุกคนต้องแสดงหลักฐานการตรวจหาเชื้อด้วยวิธี RT-CPR หรือ Antigen Test (ATK) มาแล้วไม่เกิน 72 ชั่วโมง

การแข่งขันรอบสุดท้ายเมื่อวันที่ 28 พ.ย.ที่ผ่านมาต้องยืดเยื้อถึงการเพลย์ออฟหลังณัชพล ศรีนุ่น ซึ่งออกสตาร์ตวันสุดท้ายด้วยการตามหลังผู้นำถึง 6 สโตรก แต่เปิดฉากวันด้วยเบอร์ดี้ตั้งแต่หลุมแรก จากนั้นไปเก็บสามเบอร์ดี้ติดต่อกันเริ่มที่หลุม 5 ก่อนจบเก้าหลุมแรก 4 อันเดอร์พาร์ 35 เข้าเก้าหลุมหลังเก็บเบอร์ดี้ที่หลุม 12 และสองเบอร์ดี้ปิดท้ายทัวร์นาเมนต์ที่หลุม 16 และ 17 โดยไม่เสียโบกี้แม้แต่หลุมเดียว ก่อนรอบสุดท้ายเข้ามา 7 อันเดอร์พาร์ 63 รวมสามวัน 6 อันเดอร์พาร์ 204 เท่ากับ ชโยดม จันทร์จารุพงศ์ ผู้นำหลังจบรอบสองที่เก็บเบอร์ดี้ที่หลุมสุดท้ายก่อนจบวัน 1 อันเดอร์พาร์ 69

การซัดเด้นเดธเพลย์ออฟสองหลุมแรกเล่นกันที่หลุม 18 พาร์ 4 ระยะ 370 หลาทั้งสองคนยันกันด้วยพาร์ โดย ชโยดม มีโอกาสปิดเกมที่หลุมสองของการเพลย์ออฟ ทว่าเบอร์ดี้พัตต์ระยะ 5 ฟุตของเขาพลาด ทำให้ต้องไปดวลกันต่อที่หลุมสามของการเพลย์ออฟโดยย้ายมาเล่นที่หลุม 9 พาร์ 3 ระยะ 166 ทั้งคู่ตีขึ้นไปออนในระยะลุ้นและเป็น ณัชพล ที่พัตต์เบอร์ดี้ระยะ 13 ฟุตลงไปกดดันก่อน ส่วน ชโยดม มีโอกาสจากเบอร์ดี้ระยะประมาณ 8 ฟุตแต่พลาดไปไม่กี่นิ้ว ส่งผลให้ ณัชพล ศรีนุ่น คว้าแชมป์ไทยแลนด์พีจีเอทัวร์รายการแรกในชีวิตไปครองสำเร็จพร้อมเงินรางวัล 240,000 บาท

ณัชพล เปิดเผยหลังจบการแข่งขันว่า “รู้สึกดีใจมากๆครับ ตอนแรกผมไม่มีความมั่นใจในตัวเองว่าจะตีได้ แต่พอได้เล่นเรื่อยๆแล้วกลับมาดูสถิติต่างๆก็ยืนยันว่าเราสามารถที่จะทำสกอร์ดีได้ ซึ่งการคว้าแชมป์ครั้งนี้ทำให้เชื่อว่าตัวเองสามารถทำได้ ที่ซ้อมมานั้นได้ผล และที่สำคัญต้องขอบคุณคุณพ่อ คุณแม่ ผู้สนันสนุนหลักที่สนับสนุนมาจนถึงตอนนี้ ขาดท่านทั้งสองคนก็ไม่น่าจะได้ตีกอล์ฟนานขนาดนี้”

อดีตนักกอล์ฟระดับเอ็นซีดับเบิลเอ ดิวิชั่น 2 จากอาร์คันซอส์ เทก ยูนิเวอร์ซิตี ที่ในระดับอาชีพยังไม่เคยจบอันดับดีกว่าท็อป 40 ยังกล่าวต่ออีกว่า “สัปดาห์นี้ผมตีกรีนอินเรกกูเลชั่นดีมากครับ ดีออนค่อนข้างเยอะ 13, 14 และ 15 กรีนตามลำดับ แต่ในสองวันแรกพัตต์ไม่ค่อยโอเคครับ ตีเข้าโซนแต่พัตต์ไม่ค่อยลง สองวันแรกต้องเซฟค่อนข้างเยอะ แต่วันนี้ตีเข้าโซนเยอะและสามารถพัตต์ลงได้ รวมถึงในสามหลุมเพลย์ออฟด้วย นอกจากนี้ต้องบอกว่าโชคดีที่ไดเสองเบอร์ดี้ก่อนจบรอบด้วยครับ”

สรุปผลการแข่งขันสิงห์-เอสเอที ลำปาง แชมเปียนชิพ (สนามพาร์ 70)

  • 204 ณัชพล ศรีนุ่น 71-70-63, ชโยดม จันทร์จารุพงศ์ 68-67-69 (ณัชพลชนะซัดเด้นเดธเพลย์ออฟที่หลุมสาม รับเงินรางวัล 240,000 บาท ส่วน ชโยดม 132,000 บาท)
  • 205  พิชชากร ติระกุล 67-69-69 (เงินรางวัล 85,200 บาท)
  • 207  วงศกร พิกุลสวัสดิ์ 71-69-67 (เงินรางวัล 66,900 บาท)
  • 208  ธนกร ทิพยจันทร์ 72-65-71 (เงินรางวัล 58,900 บาท)
  • 209  จักรพันธุ์ เปรมสิริกรณ์ 72-68-69, เทพบดินทร์ อัมรนันทน์ 67-72-70, อมรินทร์ กรัยวิเชียร 68-70-71, ภาณุวิชญ์ อ่อนจู 68-70-71 (เงินรางวัลคนละ 43,900 บาท)
  • 210  โยอิชิโร นิชิ (ญี่ปุ่น) 69-72-69, ณัฐพงษ์ พุทธา 71-67-72 (เงินรางวัลคนละ 32,900 บาท)

ทิพยประกันภัย จับมือ SkillLane เดินหน้าสู่ Digital Insurer อันดับ 1

0

ดร.สมพร สืบถวิลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ทิพย กรุ๊ป โฮดิ้งส์ และกรรมการผู้จัดการใหญ่ ทิพยประกันภัย จับมือ นายฐิติพงศ์ พิสิฐวุฒินันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สกิลเลน เอดูเคชั่น จำกัด ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเป็นอันดับหนึ่งของ Digital Insurer เพิ่มศักยภาพบุคลากรภายในองค์กร อย่างต่อเนื่อง นำคอร์สออนไลน์ต่างๆที่เป็นประโยชน์จาก SkillLane เกือบ 1,000 หลักสูตร เพื่อให้บุคลากรภายในองค์กร สามารถเข้าไปเลือกเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา ตอบโจทย์ความต้องการเพื่อเปิดโลกทัศน์ วิถีใหม่ ซึ่งได้รับการตอบรับจากพนักงานเข้าไปศึกษาเป็นอย่างมาก การเรียนรู้อยู่ตลอดเวลาของบุคลากรในองค์กร จะส่งเสริมให้การทำงาน พัฒนาแนวความคิด การให้บริการ หรือการดีไซน์ผลิตภัณฑ์ต่างๆออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์ความต้องการ ของประชาชนในโลกยุคดิจิทัลได้เป็นอย่างดีที่สุด และนอกจากนี้ก็ยังเป็นประโยชน์ต่อตัวของบุคลากรของเราเอง และลูกค้าเพิ่มมากอีกด้วย

โดยทิพยประกันภัย เชื่อว่าการเรียนรู้ที่ดีที่สุดคือการเรียนรู้ที่ผู้เรียนต้องมีความสนใจ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความสำเร็จของ Learn & Play Culture ของเรา แม้โลกจะก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลมากยิ่งขึ้น แต่กำลังสำคัญที่ทำให้องค์กรพัฒนาไปข้างหน้าก็ยังคงเป็นพลังของคน และผลลัพธ์ของการมีคนที่แข็งแกร่งและพร้อมสำหรับทุกการเปลี่ยนแปลง คือการก้าวสู่ Digital Transformation ที่จะประสบความสำเร็จอย่างงดงามและยั่งยืน

เอไอเอส ผนึกกำลังแพลตฟอร์มดิจิทัลด้านท่องเที่ยว ปลุกกระแส “ไทยเที่ยวไทย”

0

นางบุษยา สถิรพิพัฒน์กุล ผู้บริหารหน่วยธุรกิจดูแลลูกค้าและสิทธิประโยชน์ AIS เปิดเผยว่า AIS ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเดินหน้าขับเคลื่อนการท่องเที่ยว ร่วมปลุกกระแส “ไทยเที่ยวไทย” ผลักดันเศรษฐกิจให้เกิดการหมุนเวียนในประเทศ โดยจับมือกับแพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการท่องเที่ยว ร่วมสร้างประสบการณ์ใหม่ของการท่องเที่ยวแบบ One Stop Service บนแอป myAIS ตั้งแต่การจองตั๋วการเดินทาง ที่พักระดับพรีเมียม การตรวจ RTPCR ก่อนการเดินทางเพื่อความปลอดภัยในการท่องเที่ยววิถีใหม่ ไปจนถึงบริการ รถลิมูซีน, รถเช่า, ห้องรับรองพิเศษและกาแฟฟรี ณ สนามบินชั้นนำทั่วประเทศ ด้วยแพ็คเกจสำหรับลูกค้า AIS Serenade ที่จะทำให้ทุกทริปของลูกค้ามีความหมายและพบกับความประทับใจตลอดการเดินทาง

“เพื่อเป็นการตอกย้ำความเป็นที่ 1 ตัวจริงของ AIS ทั้งด้านเครือข่ายสัญญาณและการบริการดูแลลูกค้า เราจึงเดินหน้าในการคัดสรรสิทธิประโยชน์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เหนือกว่ามาให้ลูกค้าได้สัมผัส โดยเฉพาะในแกนด้านการท่องเที่ยวที่ดูเงียบเหงาไปบ้างจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ในช่วงที่ผ่านมา โดยตลอดเวลาเราได้ศึกษาถึงอินไซด์และความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภคเพื่อให้การออกแบบประสบการณ์ในทุกทริปการท่องเที่ยวของลูกค้ามีความหมายและได้รับความประทับใจสูงสุด นั่นจึงเป็นที่มาของการนำเสนอแพ็คเกจสุดพรีเมียมรับฤดูกาลท่องเที่ยวช่วงปลายปีสำหรับลูกค้า AIS Serenade ด้วยการทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ด้านการท่องเที่ยวชั้นนำกว่า 20 ราย ทั้งการจองที่พัก สายการบิน รถเช่า ห้องรับรองพิเศษ หรือแม้แต่สิทธิประโยชน์ต่างๆ ตลอดการเดินทาง ที่ครบครันและตอบโจทย์มากที่สุด”

โดยความพิเศษในครั้งนี้ AIS Serenade ได้มอบประสบการณ์การท่องเที่ยวที่เหนือระดับ รวบรวมสิทธิพิเศษเกี่ยวกับการเดินทางมาให้ไว้ในที่เดียวผ่านแอป myAIS เพื่อให้ทุกการเดินทางของลูกค้ามีความหมายและประทับใจตลอดการเดินทาง

  • แพ็คเกจ 3 วัน 2 คืน ราคารวมตั๋วเครื่องบินและที่พักระดับ 4-5 ดาว ใน 5 จังหวัดสุดฮิตของนักท่องเที่ยวทั้ง เชียงใหม่ เชียงราย ภูเก็ต พังงา กระบี่ และสมุย เริ่มต้นเพียง 5,300 บาท/ท่าน พร้อมอาหารเช้า และบริการรถรับส่งสนามบิน-โรงแรม หรือ แพ็กเกจห้องพัก 2 คืนโรงแรม 5 ดาวใจกลางกรุงเทพฯ สำหรับการเปลี่ยนบรรยากาศการพักผ่อน เริ่มต้นเพียง 4,100 บาท/ท่าน (พัก 2 ท่าน/ห้อง) ราคารวมอาหารเช้า
  • จองตั๋วที่พักผ่าน Booking.com รับ Cash back คืนสูงสุด 10% (เริ่มรับสิทธิ์ 1 ธันวาคม 2564 –31 ธันวาคม 2565) หรือ รับส่วนเพิ่มสูงสุด 7% เมื่อจองผ่าน Agoda
  • มั่นใจก่อนเดินทางทั้งใน/นอกประเทศ ตรวจ RTPCR ในราคาพิเศษเพียง 1,500 บาท รู้ผลทันใจภายใน 24 ชั่วโมง พร้อมห้องรับรองพิเศษ
  • เดินไปสนามบินอย่างปลอดภัย ด้วยบริการลิมูซีน รับ-ส่ง สนามบิน เริ่มต้น 850 บาท และ บริการเช่ารถเที่ยวเองจาก AVIS Rent A Car ราคาพิเศษเริ่มต้นเพียง 699 บาท/วัน
  • พักผ่อน ณ ห้องรับรอง Miracle Lounge หรือ Coral Lounge ในราคาพิเศษเริ่มต้นเพียง 150 บาท
  • หรือ รับฟรีกาแฟและอาหารว่าง ณ สนามบินชั้นนำกว่า 18 แห่งทั่วประเทศ

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.ais.th/serenadetravel

นางบุษยา กล่าวในตอนท้ายว่า “นอกเหนือจากการทำงานที่มุ่งตอบสนองไลฟ์สไตล์ของลูกค้าอย่างดีที่สุดแล้ว เรายังมองถึงการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ต้องอาศัยแรงผลักดันจากภาคส่วนต่างๆ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยวันนี้ AIS Serenade ได้มอบประสบการณ์เหนือระดับด้านการท่องเที่ยวที่ออกแบบให้แอป myAIS สามารถให้บริการได้ครอบคลุมแบบ One Stop Service ซึ่งเราเชื่อว่าความประทับใจนี้จะส่งต่อเรื่องราวดีๆ ไปยังแวดวงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศให้กลับมาฟื้นตัวได้อีกครั้งอย่างแน่นอน”

CPF โชว์ ‘นวัตกรรมโปรไบโอติก-เครื่องดื่มโปรตีน จากเนื้อไก่’ เพื่อสุขภาพ

0

นางปาริฉัตร เหลืองทองคำ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สำนักวิจัยอาหาร ศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารซีพีเอฟ ในเครือ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า ศูนย์ฯ ได้ร่วมจัดบูธแสดงนวัตกรรมผลิตภัณฑ์อาหารเสริมโปรไบโอติกเพื่อสุขภาพ รวมทั้งงานวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มโปรตีนไฮโดรไลเซท จากเนื้อไก่ ในงานมหกรรมวิจัยแห่งชาติ 2564 (Thailand Research Expo 2021) จัดโดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับหน่วยงานเครือข่ายในระบบวิจัยทั่วประเทศ 

โดยได้เลือกผลิตภัณฑ์ที่เป็นกระแสความสนใจเกี่ยวกับการเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรง จำนวน 2 ชิ้น ได้แก่ อาหารเสริมบิฟิโอ โปรไบโอติก พลัส ประกอบไปด้วยจุลินทรีย์โปรไบโอติก ทั้งหมด 5 สายพันธุ์ มีส่วนช่วยส่งเสริมสุขภาพลำไส้ ปรับสมดุลจุลินทรีย์ให้มีอัตราส่วนของจุลินทรีย์ดีที่เหมาะสม รวมทั้งช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ป้องกันภูมิแพ้ หวัด และไข้หวัด อีกหนึ่งงานวิจัย คือ เครื่องดื่มโปรตีนไฮโดรไลเซท จากเนื้อไก่ เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีกรดอะมิโนอิสระสูง ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ประโยชน์ได้โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการย่อยในระบบทางเดินอาหาร ช่วยสังเคราะห์โปรตีนและซ่อมแซมกล้ามเนื้อเพื่อการเจริญเติบโต และสร้างภูมิต้านทานให้ร่างกาย นอกจากนี้ ยังช่วยสร้าง เซโรโทนิน (Serotonin) ซึ่งมีส่วนสำคัญในด้านอารมณ์ด้วย 

“อาหาร นอกจากจะมีรสชาติอร่อย ยังต้องดีต่อสุขภาพ โดยอาหารที่ดีต้องร่วมปกป้องร่างกายไม่ให้เกิดโรค เสมือนเป็นยา ใช้อาหารเป็นตัวสร้างภูมิคุ้มกัน ซีพีเอฟ ทุ่มเทพัฒนาอาหารให้ดียิ่งขึ้นและเข้าถึงผู้บริโภคที่มีความหลากหลาย ซึ่งการใช้องค์ความรู้ต่างๆ มาสร้างสรรค์อาจใช้เวลานาน แต่จะช่วยส่งเสริมด้านความยั่งยืน”

ดร.สุดารัตน์ เล็ดลอด นักวิจัยผู้เชี่ยวชาญด้านวิจัยและพัฒนาอาหาร ซีพีเอฟ กล่าวว่า ในงานนวัตกรรมอาหารฯ ครั้งนี้ ได้นำ นวัตกรรมชุดตรวจจำแนกเชื้อที่มีการปนเปื้อนในภาคการผลิต ตั้งแต่ฟาร์มจนถึงโรงงาน เก็บเป็น DNA Barcode เพื่อใช้ในการตรวจสอบย้อนกลับ ไปยังต้นตอของแหล่งเชื้อ เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้บริโภคด้านความปลอดภัยของอาหาร รวมถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนจากผู้ผลิตก่อนส่งออกไปยังผู้บริโภค ในอนาคตหากพบเชื้อที่ส่งผลกระทบต่อความไม่ปลอดภัยทางด้านอาหาร เราจะมีข้อมูลในการตรวจสอบเชื้อเพื่อแก้ปัญหา ซึ่งเป็นประโยชน์ในการพัฒนาเครื่องมือและเทคโนโลยีใหม่ๆ ในภาคอุตสาหกรรม 

ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารซีพีเอฟ มุ่งมั่นศึกษาวิจัยและพัฒนาอาหารตลอดห่วงโซ่การผลิต ตั้งแต่ FEED-FARM-FOOD ภายใต้แนวทาง “PUT OUR HEART INTO FOOD” ทั้งด้าน INNOVATION นวัตกรรมอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีและชีวิตที่มีความสุขขึ้น ด้าน PEOPLE ให้ความสำคัญกับคน ผู้บริโภค ตลอดจนพนักงานและพันธมิตรทางธุรกิจ และด้าน PLANET ลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ลดมลพิษจากการผลิต และลดขยะจากบรรจุภัณฑ์อาหาร เพื่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างมั่นใจให้แก่ผู้บริโภคได้รับสินค้าคุณภาพ อร่อย สะอาด และปลอดภัย ตอบโจทย์เทรนด์ของโลกอนาคต สู่การเป็น “ครัวของโลกที่ยั่งยืน”

ซีพี ออลล์ สานต่อภูมิปัญญาไทย ใช้ ‘หูหิ้วถ้วยกาแฟ เส้นกกสายใยรักษ์โลก’ ในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น

0

นายธานินทร์ บูรณมานิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหาร เซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี่ เปิดเผยว่า ซีพี ออลล์ โดยมูลนิธิสานอนาคตการศึกษาคอนเน็กซ์ อีดี (CONNEXT ED) สนับสนุนการสืบสานและอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น ถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาแต่อดีต ไม่ให้หายไปจากชุมชน โดยโครงการ “หูหิ้วถ้วยกาแฟ เส้นกกสายใยรักษ์โลก” ของ โรงเรียนวัดประดู่หอม (สุขประชาสรรค์) อ.ควนขนุน จ.พัทลุง ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่กำลังช่วยพลิกโฉมภูมิปัญญา สู่หลักสูตรการเรียนรู้ทั้งในและนอกห้องเรียน และต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์รักษ์โลก สร้างรายได้กลับคืนสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน

ธานินทร์ บูรณมานิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)

จากการพัฒนาหลักสูตรที่สอดคล้องกับภูมิปัญญาท้องถิ่น ของโรงเรียนวัดประดู่หอม (สุขประชาสรรค์) อ.ควนขนุน จ.พัทลุง ที่นำวัชพืชที่ขึ้นตามธรรมชาติในท้องถิ่นอย่าง “ต้นกก” และ พืชเศรษฐกิจอย่าง “กระจูด”  มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ช่วยลดการใช้พลาสติก สร้างความแปลกใหม่ และเพิ่มมูลค่าให้กับสิ่งที่มีในชุมชนได้อย่างยอดเยี่ยม ซีพี ออลล์จึงได้เข้ามาสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ชุมชนภายใต้ชื่อ “ศูนย์แปรรูปผลิตภัณฑ์จากปลาดุกและกระจูด” ทั้งในด้านงบประมาณ องค์ความรู้ การตลาด ตลอดจนช่วยส่งเสริมการสร้างรายได้กลับคืนสู่ชุมชน

“โครงการนี้ มีส่วนช่วยสร้างความยั่งยืนทั้งด้านสิ่งแวดล้อม ด้านสังคม ด้านการศึกษา มีผลิตภัณฑ์หลากหลาย รวมถึงหูหิ้วถ้วยกาแฟ เส้นกกสายใยรักษ์โลก ทำให้ทั้งเด็กๆ บุคลากรในโรงเรียน ตลอดจนคนในชุมชน สามารถมีส่วนร่วมในการต่อยอดภูมิปัญญา สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ถือเป็นโครงการที่โดดเด่น จนทำให้โรงเรียนได้รับคัดเลือกเป็นโรงเรียนต้นแบบ หรือ School Model ประจำปีการศึกษา 2564 ภายใต้การประเมินโครงการ CONNEXT ED ของบมจ.ซีพี ออลล์ นอกจากองค์กรจะสนับสนุนงบประมาณในโครงการแล้ว ยังส่งเสริมให้โรงเรียนนำ หูหิ้วถ้วยกาแฟ จากเส้นกก มาใช้กับ All Café ในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น สาขาทดลองจำนวน 3 สาขา คือ สาขาทะเลน้อย สาขาควนขนุน และสาขาโพธิ์ทองควนขนุน โดยกำหนดจัดวางในระยะทดลอง 3 เดือน ซึ่งเป็นก้าวแรกในการดำเนินการก่อนที่จะสรุป ประเมินผลตอบรับ แล้วจึงเตรียมขยายผลไปยังร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ที่มีบริการกาแฟและเครื่องดื่มจาก All Café  ในเขตพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างในลำดับถัดไป”

ด้านนางนิษฐกานต์ สุวรรณคีรี ผู้อํานวยการโรงเรียนวัดประดู่หอม (สุขประชาสรรค์) จ.พัทลุง กล่าวว่า จากโครงการ CONNEXT ED ที่ทางซีพี ออลล์ สนับสนุนงบประมาณมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2562 ได้มีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้กับนักเรียนทั้งหมด 3 ฐานการเรียนรู้ สู่ 3 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ 1. ฐานการเรียนรู้การ    แปรรูปข้าวเกรียบปลาดุกยิ้ม 2. ฐานการเรียนรู้สายหูหิ้วแก้วกาแฟเส้นใยกกรักษ์โลก และ 3. ฐานการเรียนรู้ การจักสาน/ตกแต่งผลิตภัณฑ์กระจูดเป็นของชําร่วยและของที่ระลึก อิงตามบริบทของชุมชน ส่งผลให้เกิดผลิตภัณฑ์สร้างชื่อที่ได้รับการตอบรับอย่างดี ทั้งข้าวเกรียบปลาดุกยิ้ม กระเป๋ากระจูดสานมือ กระเช้ากระจูด ของชำร่วยจากกระจูด รวมถึงผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด “หูหิ้วถ้วยกาแฟ เส้นกกสายใยรักษ์โลก” ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างล้นหลามจากลูกค้าออนไลน์ และนักท่องเที่ยวในชุมชนทะเลน้อย จ.พัทลุง

“หลักสูตร หูหิ้วถ้วยกาแฟ เส้นกกสายใยรักษ์โลก บูรณาการร่วมกับหลักสูตรท้องถิ่น มีการนำเทคนิคฝีมือด้านหัตถกรรมมาประยุกต์ใช้ ในการออกแบบสายหูหิ้วถ้วยกาแฟได้อย่างสวยงามไม่ซ้ำใคร มีความเหนียวแข็งแรงทนทาน ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ เพิ่มมูลค่าของต้นกกได้เป็นอย่างดี” นางนิษฐกานต์ กล่าว

นางสาวณัฐกันต์ ปราบสงคราม ผู้นำรุ่นใหม่ (School Partner) บมจ. ซีพี ออลล์ จำกัด ตัวแทนองค์กรผู้ร่วมลงพื้นที่และคอยให้คำแนะนำในการพัฒนาโครงการของโรงเรียนวัดประดู่หอม (สุขประชาสรรค์) อย่างใกล้ชิด กล่าวว่า หลักสูตรท้องถิ่น หูหิ้วถ้วยกาแฟ เส้นกกสายใยรักษ์โลก และ กระเป๋ากระจูดสานมือ เป็นกิจกรรมการเรียนงานอาชีพ ที่สอดคล้องกับแนวทางการจัดการศึกษาในศตวรรษ ที่ 21 เน้นการมีส่วนร่วม “บวร” (บ้าน วัด โรงเรียน) โดยมีโรงเรียนเป็นศูนย์การเรียนรู้ชุมชน (Learning Community Center) ตอนนี้บ้าน วัด โรงเรียน มีส่วนร่วมในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ผลิตให้ได้มาตรฐานและเพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า และร่วมมือกับโรงเรียนคอนเน็กซ์อีดีอื่นๆ อีกมากมาย โดยการเปิดโอกาสให้ชุมชน หน่วยงานองค์กรต่างๆ เข้ามาศึกษาดูงานแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ร่วมคิดร่วมทํา และร่วมพัฒนา

ที่ผ่านมา ได้เข้ามามีส่วนในการให้คำแนะนำด้านการจัดการตลาด  การบริหารจัดการด้านการผลิต การขยายกรอบแนวคิดให้เป็นผู้ประกอบการ (Entrepreneurship) และการจัดจําหน่ายผลิตภัณฑ์ให้ได้หลากหลายช่องทางอย่างมีประสิทธิภาพ โดยตัวผลิตภัณฑ์มีส่วนสำคัญในการลดใช้พลาสติก และมีโอกาสสร้างรายได้อย่างยั่งยืน หากมีการขยายการใช้งานสู่กลุ่มสาขาของเซเว่น อีเลฟเว่นในทุกภูมิภาคของประเทศ

“น้องปราย” น.ส.เกวรินทร์ พูลม่อน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวัดประดู่หอม (สุขประชาสรรค์) กล่าวว่า ภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมกับกิจกรรมของโรงเรียนในการนำวัตถุดิบในท้องถิ่นมาสร้างมูลค่า ได้เรียนรู้การบริหารจัดการทางการตลาดในรูปแบบสหกรณ์ร้านค้าหลากหลายช่องทาง เช่น การขายบนช่องทางออนไลน์ และส่งขายร้านค้าโดยตรง การทำรายรับรายจ่าย และการปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าทั้งทางตรงและทางอ้อม

“ส่วนตัวชอบกิจกรรมการถักสานหูหิ้วถ้วยกาแฟทำจากเส้นใยกก เนื่องจากได้ใช้สมาธิ และทักษะการใช้ฝีมือในการสานให้ออกมาสวยงามอย่างมีคุณภาพ อย่างเส้นใยกกก็นำมาจากในพื้นที่ชุมชนที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ รู้สึกว่าเป็นกิจกรรมที่ทำให้เห็นถึงความสำคัญของภาวะโลกร้อน เพราะหูหิ้วจากเส้นใยกกเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ มีความแข็งแรงทนทาน และช่วยลดขยะพลาสติกในชุมชนอีกด้วย และที่สำคัญยังมีส่วนช่วยรณรงค์ให้คนในชุมชนช่วยกันใช้สินค้า  รักษ์โลกมากขึ้น จนได้รับการตอบรับจากคนภายนอกเป็นอย่างดี ส่งผลให้คนในชุมชนมีออเดอร์เพิ่มมากขึ้น มีรายได้อย่างต่อเนื่อง”

ทั้งนี้โครงการ “หูหิ้วถ้วยกาแฟ เส้นกกสายใยรักษ์โลก” และ “กระเป๋ากระจูดสานมือ” โรงเรียนวัดประดู่หอม (สุขประชาสรรค์) อ.ควนขนุน จ.พัทลุง สามารถดำเนินโครงการได้อย่างยอดเยี่ยมจนได้รับการคัดเลือกเป็นโรงเรียนต้นแบบ (School Model) ประจำปี 2564 ภายใต้โครงการสานอนาคตการศึกษาคอนเน็กซ์ อีดี (CONNEXT ED) ที่ซีพี ออลล์ดูแล โดยสามารถฝ่าด่านการคัดเลือกจากโรงเรียนในความดูแลของบริษัททั้งหมดกว่า 189 โรงเรียนในรุ่นเดียวกัน กลายเป็นต้นแบบสำคัญให้กับโรงเรียนอื่นๆ และคนในชุมชน สามารถเข้ามาศึกษาดูงานและขอแนวทางการดำเนินโครงการ สามารถนำไปปรับใช้ในด้านการอาชีพได้  สู่การต่อยอดเป็น SME อย่างสมบูรณ์แบบ สามารถเลี้ยงตัวเองได้ จากองค์ความรู้ต่างๆ และขยายความสำเร็จสู่ชุมชนต่อไป 

AIS ครองตำแหน่ง เครือข่ายมือถือเร็วที่สุด 5 ปีซ้อน

0

นายปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าทั่วไป AIS เปิดเผยว่า  AIS สามารถครองตำแหน่ง เครือข่ายมือถือ 5G ที่เร็วที่สุดในไทย จาก Ookla® ผู้ให้บริการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตที่มีผู้นิยมใช้งานทั่วโลก เป็นการสอดรับกับพันธกิจในการส่งมอบ Digital Service ที่เหนือกว่าเพื่อการสร้างประโยชน์และเสริมขีดความสามารถให้กับผู้ใช้บริการชาวไทย ทำให้ AIS เป็นผู้นำในตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้งในมิติของผู้ใช้บริการและรายได้ เป็นผู้เล่นที่มีอัตราการเติบโตสูงสุดในตลาดอินเตอร์เน็ตบ้านความเร็วสูง และยังต่อยอดศักยภาพความแข็งแกร่งด้วยบริการ Digital Service ตั้งแต่บริการด้านโครงข่ายแพลตฟอร์มการให้บริการ และโซลูชันด้านดิจิทัล เพื่อสร้างบริการดิจิทัลให้แก่ทั้งลูกค้าทั่วไปและลูกค้าองค์กร ผ่านความร่วมมือที่เชื่อมโยงร่วมกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนที่หลากหลาย

“ผลลัพธ์จากการทำงานอย่างหนักของพวกเราชาว AIS กว่า 12,000 คน จึงทำให้ Ookla® ผู้ให้บริการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตที่ได้รับการยอมรับจากการมีผู้ใช้งานทดสอบความเร็วของอินเตอร์เน็ตจากทั่วโลก ได้การันตีให้ AIS เป็นผู้ให้เครือข่ายมือถือ 5G ที่เร็วที่สุดในไทย โดยมีคะแนนในการทดสอบสูงถึง 308.32 คะแนน ทิ้งห่างผู้ให้บริการอันดับสองกว่าเท่าตัว โดยมีค่ากลางของความเร็วในการดาวน์โหลดอยู่ที่ 333.34 Mbps ในขณะการอัพโหลดอยู่ที่ 50.44 Mbps”

ปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าทั่วไป AIS

นายปรัธนา กล่าวอีกว่า การที่จะส่งมอบ Digital Service ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต ลดความเหลื่อมล้ำ และเสริมขีดความสามารถการบริหารจัดการในทุกอุตสาหกรรม ได้อย่างตอบโจทย์ประเทศ จำเป็นต้องมีโครงข่ายอัจฉริยะ ที่นอกจากจะเป็นช่องทางหลักเชื่อมโยงการสื่อสาร และโซลูชั่นส์ต่างๆ แล้ว ยังต้องสามารถต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ทั้งระบบนิเวศน์ของโลกดิจิทัลอีกด้วย นี่จึงเป็นเหตุผลที่ AIS เป็นเพียงรายเดียวในอุตสาหกรรมที่มุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพโครงข่ายมาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลากว่า 31 ปีที่ผ่านมาด้วยงบประมาณกว่า 5 แสนล้านบาท

“ AIS ยังคงเชื่อมั่นเสมอว่า อุตสาหกรรมสื่อสารและโทรคมนาคมจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาประเทศและรับมือกับความท้าทายจากบริบททางสังคม ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เราจึงยืนยันในฐานะภาคเอกชนที่จะผลักดันเทคโนโลยีดิจิทัลผ่านโครงข่ายอัจฉริยะ AIS 5G และ AIS Fibre เพื่อเสริมศักยภาพพัฒนาประเทศไทยอย่างยั่งยืน” 

สมาคมวิทยาศาสตร์สัตว์ปีกโลกฯ ยันเนื้อไก่ไทยปลอดโรค ปลอดภัย ปลอดสาร

0

น.สพ. ศักดิ์ชัย ศรีบุญซื่อ นายกสมาคมวิทยาศาสตร์สัตว์ปีกโลก สาขาประเทศไทย เป็นประธานเปิดการประชุมใหญ่สามัญ ประจำปี 2564 ในรูปแบบการประชุมออนไลน์ เผยแพร่องค์ความรู้ด้านสัตว์ปีก มุ่งเน้นการบรรยายด้านวิชาการ โดยนักวิชาการ นักวิจัย คณาจารย์ และผู้ทรงคุณวุฒิ จากภาครัฐ สถาบันการศึกษา และภาคเอกชน ตอกย้ำความเชื่อมั่นด้านสัตว์ปีกของไทยที่มีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะด้านการผลิต การวิจัยและพัฒนา เพื่อให้ได้ผลผลิตสัตว์ปีกที่มีคุณภาพ มาตรฐาน ปลอดโรค ปลอดภัย ปลอดสาร สำหรับผู้บริโภคชาวไทยและตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง

“ไทยเป็น 1 ใน 80 ประเทศ ที่เป็นสมาชิกสมาคมวิทยาศาสตร์สัตว์ปีกโลก และในฐานะที่ไทยเป็นผู้ผลิตเนื้อไก่เป็นอันดับ 8 ของโลก มีการส่งออกเนื้อไก่และผลิตภัณฑ์เป็นอันดับ 4 ของโลก การติดตามงานวิจัยที่หลายประเทศจัดทำและออกเผยแพร่อย่างใกล้ชิด ตลอดจนการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ นวัตกรรม และเทคโนโลยีใหม่ๆ จากทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นกุญแจสำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งที่จะนำไปสู่การพัฒนากระบวนการผลิต ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทั้งลดต้นทุน และได้ผลิตภัณฑ์อาหารจากสัตว์ปีกที่ปลอดโรค ปลอดภัย ปลอดสาร” น.สพ. ศักดิ์ชัย กล่าว

สำหรับปีนี้ นักวิชาการชั้นนำของไทยมาร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ในหลากหลายหัวข้อ โดยมุ่งเน้นในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์โควิด-19 อาทิ การบรรยายหัวข้อ “อาหารและการสร้างภูมิคุ้มกันต่อโควิด” โดย ผศ.ดร.อินทาวุธ สรรพวรสถิตย์ อาจารย์ภาควิชาเทคโนโลยีทางอาหาร คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และการเสวนาหัวข้อ “ความเชื่อมั่นของอุตสาหกรรมสัตว์ปีกปลอดภัยมั่นใจต่อผู้บริโภคช่วงโควิด” ได้รับเกียรติจาก น.สพ.โสภัชย์ ชวาลกุล รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ ศ.ดร.ชัยภูมิ บัญชาศักดิ์ ภาควิชาสัตวบาล คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย ร่วมเสวนา โดยมี รศ.ดร.ยุวเรศ เรืองพานิช ภาควิชาสัตวบาล คณะเกษตร กำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นผู้ดำเนินรายการ

นอกจากนี้ ยังเปิดเวทีให้นิสิต นักศึกษา ร่วมนำเสนอผลงานวิจัยด้านสัตว์ปีกอีก 4 ผลงาน ที่เป็นประโยชน์และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในภาคอุตสาหกรรมสัตว์ปีกได้อย่างเป็นรูปธรรม สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของสมาคมฯ ในการเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนความรู้ ความเห็น และประสบการณ์ในด้านวิชาการผลิตสัตว์ปีก เผยแพร่ความรู้ แนวความคิด และวิทยาการใหม่ๆแก่สมาชิก พร้อมให้การสนับสนุนในการศึกษา วิจัย ค้นคว้า และการดำเนินการเกี่ยวกับงานด้านวิชาการการผลิตสัตว์ปีก ทั้งภายในและภายนอกประเทศ

“MC” โอนเงินปันผล 25 พ.ย.นี้ หนุนนโยบายรัฐ​ กระตุ้นเศรษฐกิจ รับเปิดเมืองเต็มรูปแบบ

0

รายงานข่าว เปิดเผยว่า บมจ.แม็คกรุ๊ป หรือ “MC” เดินหน้าโอนเงินเข้าบัญชีผู้ถือหุ้น 25 พ.ย. นี้ หลังที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเมื่อ 28 ต.ค.2564 อนุมัติจ่ายเงินปันผลปี 2564 อีก 0.20 บาทต่อหุ้น รวมทั้งปีจ่ายหุ้นละ 0.55 บาท แถมจ่ายเงินปันผลเกินโยบายมาตลอด  ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 6-8% เมื่อเทียบกับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากถือว่าสูงกว่ามาก

ทั้งนี้​ เงินสดที่ไหลเข้าบัญชีผู้ถือหุ้น และนำไปจับจ่ายใช้สอยในช่วงปลายปี จะเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ หลังเปิดเมืองเต็มรูปแบบ 

ขณะที่ผู้ถือหุ้นใหญ่ ยังคงเก็บหุ้นเข้าพอร์ตอย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นผลักดันบริษัทเป็นบริษัทค้าปลีก ประเภทสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ ชั้นนำของไทย พร้อมสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้กับผู้ถือหุ้นต่อไป

รู้ทันปากท้องกับตลาดหลักทรัพย์ฯ : กลโกงด้านการเงิน ที่อาศัยความกลัว

0

สาธิต บวรสันติสุทธิ์ นักวางแผนการเงิน เตือนให้ระวังกลโกงด้านการเงินที่ใช้ประโยชน์จากความกลัว

1. หลอกว่าบัญชีเงินฝากของเราเกี่ยวข้องกับยาเสพติด

2. หลอกเรื่องภาษี ให้โอนเงินค่าภาษีเพื่อบรรเทาเรื่องภาระภาษี

ทั้งสองเรื่องหลอก จะพยายามให้เราไปทำธุรกรรมการโอนเงินหน้าตู้เอทีเอ็ม และเร่งให้เราทำรายการเร็วๆ

วิธีป้องกันและแก้ไข ตั้งสติ ขอข้อมูล และ โทรไปสอบถามหน่วยงานนั้นๆ โดยตรง

บุญรอดบริวเวอรี่ คว้า 2 รางวัล HR ASIA องค์กรที่น่าร่วมงานมากที่สุด

0

ผู้สื่่อข่าวรายงานว่า บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ คว้า 2 รางวัลระดับเอเชีย ทั้ง HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2021 และ We Care : HR Asia Most Caring Companies Awards 2021 จากนิตยสาร HR Asia หนึ่งในนิตยสารด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในเอเชีย

ทั้งนี้ รางวัล Best Companies to Work for in Asia 2021 มอบให้กับองค์กรดีเด่นที่น่าทำงานมากที่สุดในเอเชีย พิจารณาจากการบริหารจัดการภายในองค์กรที่ดีเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของพนักงาน, การดูแลเอาใจใส่และสร้างบรรยากาศที่เหมาะสมในการทำงาน ตลอดจนการส่งเสริมวัฒนธรรมการทำงานเป็นทีม ซึ่งในปีนี้มีองค์กรไทยที่เข้าร่วมโครงการกว่า 269 แห่ง ส่วนรางวัล We Care: HR Asia Most Caring Companies Awards 2021 รางวัลพิเศษด้านการดูแลใส่ใจพนักงานดีเยี่ยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ถือเป็นองค์กรที่ใส่ใจ ดูแลทั้งพนักงานและสังคมเป็นอย่างดี ซึ่ง ‘คน’ ถือเป็นหนึ่งเครื่องชี้วัดความสำเร็จในการขับเคลื่อนองค์กร ดังนั้นการดูแลบุคลากรให้ดี ทั้งในแง่ของการสร้างทีม การสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในการทำงาน เพื่อดึงศักยภาพของคน ให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความสุข รวมถึงได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสม จึงเป็นสิ่งที่องค์กรที่ดีควรมี

คุณสุนิษฐ์ สก๊อต Head of Organization Capability ผู้บริหารฝ่ายพัฒนาองค์กรและส่งเสริมการเรียนรู้ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด เปิดเผยว่า บุญรอดฯ ดำเนินธุรกิจอยู่เคียงข้างสังคมไทยมาอย่างเข้มแข็งจนถึงปัจจุบัน โดยหนี่งในกุญแจความสำเร็จที่บริษัทให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อขับเคลื่อนองค์กร นั่นก็คือการพัฒนาและดูแลบุคลากร ทั้งในด้านของการทำงานและชีวิตความเป็นอยู่ เพราะ “คน” ถือเป็นฟันเฟืองที่จะขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน การสร้างโอกาสความก้าวหน้า ควบคู่กับสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ดี ทั้งบรรยากาศการทำงานและการใส่ใจดูแลคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับพนักงานทุกคน และสิ่งที่สำคัญไม่น้อยไปกว่ากันคือส่งเสริมให้พนักงานทุกคนได้มีส่วนร่วมในการดูแลสังคม ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้บริหารในแต่ละรุ่นให้ความสำคัญและถือเป็นนโยบายที่ใช้ในการบริหารองค์กรมาโดยตลอด
เราเชื่อว่า องค์กรที่ดี ที่สามารถมอบสินค้าและบริการที่ดีให้กับผู้บริโภคได้ จำเป็นที่จะต้องเริ่มจากการสร้างความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดีตั้งแต่ภายในองค์กร ซึ่งทั้ง 2 รางวัลที่ได้รับจาก HR Asia ในปีนี้ถือเป็นรางวัลที่น่าภาคภูมิใจที่แสดงให้เห็นว่าวัฒนธรรมในการดูแลคนขององค์กรที่ทำต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน ได้รับการยอมรับ จนทำให้บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด เป็นหนึ่งในบริษัทแถวหน้าของเอเชียที่คนอยากร่วมงานด้วย

ตลอดระยะเวลากว่า 88 ปีที่ผ่านมา บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ ได้สร้างวัฒนธรรมองค์กรในการดูแลบุคคลากร เรียกว่า “SINGHA WAY” หรือ ‘วิถีของสิงห์’ ซึ่งเปรียบเสมือน DNA ขององค์กรที่ถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นตั้งแต่ระดับผู้บริหารไปถึงพนักงานทุกระดับ เพื่อให้พนักงานทุกคนในองค์กรทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพและมีความสุขจากภายใน พร้อมขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ประกอบด้วยคุณค่า 4 แกนหลัก ได้แก่
Family – วิถีการบริหารงานและการใช้ชีวิตร่วมกันในที่ทำงาน บนพื้นฐานที่ว่า ทุกคนเป็นพี่น้องครอบครัวเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นพนักงาน คู่ค้า ตัวแทนจำหน่าย หรือผู้บริโภค
Courage – เปิดโอกาสให้พนักงานกล้าคิด กล้าทำ กล้าตัดสินใจ ยืนหยัดในสิ่งที่ตนคิดว่าถูกต้อง เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงหรือนำมาซึ่งสิ่งที่ดีที่สุด
Premium Quality – สร้างมาตรฐานการส่งมอบสินค้าและบริการที่มีคุณภาพที่ดีที่สุด ให้กับผู้บริโภค
Happiness การส่งต่อความสุขให้กับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนพนักงาน คู่ค้า ลูกค้าที่ทุกคนเปรียบเสมือนคนในครอบครัว

SINGHA WAY จึงถือเป็นแนวคิด แนวปฏิบัติที่เราได้ยึดถือมาอย่างยาวนาน โดยนอกเหนือจากนโยบายที่จะต้องมุ่งพัฒนาองค์กรให้มีความสามารถในการสร้างความเจริญก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องแล้ว ความแข็งแกร่งจากภายใน จะทำให้เราสามารถเป็นอีกหนึ่งพลังที่มีส่วนช่วยเหลือดูแลคนในชุมชนและสังคมได้ ด้วยความเชื่อที่ว่า ความแข็งแกร่งของบริษัทจะเกิดขึ้นได้ด้วย ‘สังคมที่เข้มแข็ง’ ดังนั้น หากสังคมแข็งแกร่งมากขึ้นเพียงใด บริษัทฯก็จะแข็งแรงขึ้นด้วยเช่นกัน