Home Blog Page 363

AIS ผนึก TQM เปิดตัว ‘ประกันรถยนต์เติมเงิน’ พร้อมพัฒนาอุปกรณ์วัดระยะทางการขับขี่อัจฉริยะ

0

ดร.อัญชลิน พรรณนิภา ประธาน บริษัท อินชัวร์รันส์ โบรคเกอร์ จำกัด หรือ TQM เปิดเผย่า พฤติกรรมคนไทยที่เดินทางลดลงและทำงานที่บ้านมากขึ้นจากผลกระทบของโควิด บริษัทจึงได้ออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ ‘ประกันรถยนต์เติมเงิน’ด้วยคอนเซปต์ ‘ขับน้อย จ่ายน้อย’ ให้ผู้บริโภคจ่ายเบี้ยประกันตามระยะทางที่ขับ แต่ยังคุ้มครองครอบคลุม 24 ชั่วโมง และร่วมมือกับบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS พัฒนาอุปกรณ์จับวัดระยะทางการขับขี่ของผู้เอาประกันภัย ภายใต้ชื่อ ‘TQM UBI Connect’  แพลตฟอร์มที่ผสานเทคโนโลยี 5G เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลพฤติกรรมการใช้รถ มั่นใจตอบโจทย์สำหรับคนใช้รถน้อยในโลกหลังโควิด

‘ประกันรถยนต์เติมเงิน’ จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของลูกค้าในสภาวการณ์ที่ TQM เข้าใจดีว่า หลายคนต้องวางแผนการใช้เงินอย่างรัดกุมและคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป  โดยในอนาคตจะมีการต่อยอดและพัฒนาโปรดักส์ประกันภัยรวมถึงนวัตกรรมที่สามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่หลากหลายอย่างต่อเนื่อง

ด้านนายธนพงษ์  อิทธิสกุลชัย หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าองค์กร  AIS กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ AIS ได้ใช้นวัตกรรม IoT ผสานเข้ากับเทคโนโลยี AIS 5G ที่ครอบคลุมสูงสุด คลื่นมากสุด เพื่อพัฒนาเป็นอุปกรณ์ TQM UBI Connect ที่มีความแม่นยำในการรวบรวมข้อมูลและจับวัดระยะทางการใช้งานรถยนต์ของผู้บริโภคทุกครั้งที่เกิดการขับขี่ โดยวิธีการใช้งานที่ง่าย สะดวก และรวดเร็วเพียงติดตั้งอุปกรณ์เข้ากับตัวรถผ่านช่อง USB แล้วลงทะเบียนเข้าใช้งานผ่านไลน์ของ TQM นอกจากนี้ ระบบยังสามารถแจ้งเตือนให้ผู้เอาประกันคอยอัพเดทเลขไมล์เป็นระยะ ๆ เพื่อไม่ให้ลูกค้าเสียผลประโยชน์ และก่อนที่ประกันจะหมดตามระยะทางที่ทำประกันไว้ ระบบจะมีการแจ้งเตือนให้ทราบผ่านไลน์ ซึ่งสามารถเข้าไปเติมไมล์ได้จากระบบที่รองรับไว้ ทั้งนี้ จุดเด่นอีกอย่างของอุปกรณ์ตัวนี้คือ สามารถใช้ร่วมกับบริษัทประกันภัยได้หลากหลาย แม้ภายหลังหากลูกค้าเปลี่ยนบริษัทประกันภัยก็ยังคงสามารถใช้อุปกรณ์เดิมได้

ทั้งนี้ ‘ประกันรถยนต์เติมเงิน’ มาพร้อมแบบประกันให้ผู้บริโภคได้เลือกหลากหลาย จากพันธมิตรบริษัทประกันภัยที่เข้าร่วมโครงการกับ TQM ทั้งทิพยประกันภัย เมืองไทยประกันภัย MSIG และ ไทยวิวัฒน์ โดยแพกเก็จราคาเริ่มต้นเพียง 4,900 บาท เลือกเติมระยะไมล์ได้ 5,000 กิโลเมตร/ปี ลูกค้าสามารถเลือกแพกเก็จที่เหมาะกับการขับขี่ได้ด้วยตนเองผ่านช่องทางออนไลน์ที่ www.tqm.co.th และ Line Official TQM Insurance Broker หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 1737 ตลอด 24 ชั่วโมง

พรีบิลท์ เปิดชมโครงการใหม่ “พิมนารา ศรีนครินทร์-บางนา” ครั้งแรก! 27 – 28 พ.ย.นี้ ปลื้มกระแสตอบรับ “พรรณนา” ทะลัก ยอดขายพุ่ง 80%

0

“พรีบิลท์” พร้อมเปิดให้ชมโครงการใหม่ “พิมนารา ศรีนครินทร์-บางนา” ครั้งแรก! 27 – 28 พ.ย.นี้ ชูจุดเด่นแบบบ้าน-คอนเซ็ปต์ โครงการที่มีอัตลักษณ์ JAPANDI สไตล์ญี่ปุ่น ภายใต้แนวคิด LESS FOR MORE LIVING ปลื้มกระแสตอบรับโครงการ “พรรณนา” บ้านหรูระดับไฮเอนด์ทะลัก สร้างไม่ทันขาย ยอดขายพุ่ง 80% สวนกระแสโควิด-19

นายวิโรจน์ เจริญตรา กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรีบิลท์ จํากัด (มหาชน) หรือ PREB เปิดเผยว่า บริษัทได้เปิดตัวโครงการ “พิมนารา ศรีนครินทร์ – บางนา” โดยจะเปิดให้ลูกค้าเยี่ยมชมโครงการเป็นครั้งแรก! ในวันที่ 27 – 28 พฤศจิกายนนี้ และสามารถจองแปลงสวยโซนด้านหน้าในราคาพิเศษก่อนเปิดตัว ซึ่งหลังจากที่เริ่มออกสื่อ ก็ได้รับการตอบรับที่ดีมากจากลูกค้า ทั้งนี้มาจากแบบบ้านและ Concept โครงการที่มีอัตลักษณ์ความเป็น JAPANDI สไตล์ญี่ปุ่น ผสมผสานวัสดุร่วมสมัยในงานสถาปัตยกรรม ภายใต้แนวคิด LESS FOR MORE LIVING

วิโรจน์ เจริญตรา กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรีบิลท์ จํากัด (มหาชน)

จุดเด่นสำคัญ ยังชูเรื่องการเป็นสังคมบ้านเดี่ยวทั้งโครงการ ในสังคมขนาดกำลังพอดีเพียง 99 ยูนิตเท่านั้น กับฟังก์ชัน 4 ห้องนอน พร้อม LDK ฟังก์ชั่น ในแบบฉบับของบ้านสไตล์ญี่ปุ่น ที่เป็นการ Combine Space ระหว่างพื้นที่ครัวส่วนทานอาหารและห้องนั่งเล่นเชื่อมถึงกันรวมไปถึงเชื่อมต่อกับสวน ซึ่งเป็นการระเบิด Space ให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่กว่าปกติ ทำให้ทุกคนในครอบครัวสามารถมาพักผ่อนรวมกัน นอกจากนี้ ห้องน้ำในห้องนอน Master ยังมี Bathtub ที่จะทำให้ผู้อยู่อาศัยได้อรรถรสความเป็น JAPANDI ได้อย่างเต็มที่ ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 6.29 ล้านบาท

นอกจากนี้โครงการพิมนารายังมอบความพิเศษยิ่งขึ้น โดยบ้านทุกหลังมีบ้านเลขที่สุด Exclusive ขึ้นต้นด้วย 999 อีกด้วย สนใจข้อมูลเพิ่มเติม สามารถดูรายละเอียดที่เว็บไซต์ https://www.prebdev.com/pimnara/ เฟสบุ๊ก : https://bit.ly/3uDMpRh IG : https://bit.ly/3uH0WLU หรือโทร : 098-897-8888

สำหรับความคืบหน้าของโครงการ “พรรณนา” โครงการบ้านเดี่ยวระดับไฮเอนด์ ย่านพุทธมณฑลสาย 3 ว่า หลังจากที่โครงการเฟส 1 ได้รับผลตอบรับที่ดี โดยปิดการขายไปเป็นที่เรียบร้อย PREB ได้เปิดเฟส 2 ทันทีในช่วงเดือนกรกฎาคม 2564 ซึ่งยังคงได้รับผลตอบรับที่ดีเช่นเดียวกัน โดยมีลูกค้าให้ความสนใจในการเข้าชมโครงการอย่างต่อเนื่อง แม้ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จากทำเลที่ตั้งและคอนเซ็ปต์ของโครงการที่โดนใจลูกค้า

“เราประสบความสำเร็จอย่างสูงกับโครงการพรรณนา ปัจจุบันเรียกได้ว่าโครงการสร้างไม่ทันขาย จากความต้องการที่ล้นหลาม ล่าสุดมียอดขายได้แล้วกว่า 80% คิดเป็นมูลค่ากว่า 1,000 ล้าน จากมูลค่าโครงการทั้งหมดกว่า 1,350 ล้านบาท และมียอดโอนแล้วประมาณ 30 – 40 % ของยอดขาย ซึ่งปัจจุบันมีลูกค้าเข้าอยู่บางส่วนแล้ว” นายวิโรจน์ กล่าวทิ้งท้าย

CPF คว้ารางวัล “องค์กรดีเด่นที่น่าทำงานด้วยมากที่สุดในเอเชีย” ประจำปี 2021

0
พิมลรัตน์ รีพัฒนาวิจิตรกุล ประธานผู้บริหาร ทรัพยากรบุคคล ซีพีเอฟ

ผู้สื่อข่าว รายงานว่า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ได้รับรางวัล องค์กรดีเด่นที่น่าทำงานด้วยมากที่สุดในเอเชียประจำปี 2021 “HR Asia Best Companies to Work for in Asia Awards 2021” จาก HR Asia นิตยสารชั้นนำด้านทรัพยากรบุคคลของภูมิภาคเอเชีย ตอกย้ำองค์กรต้นแบบที่มีแนวปฏิบัติที่โดดเด่นด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ที่ให้ความสำคัญกับความมีส่วนร่วมของพนักงานในระดับสูง และมีวัฒธรรมองค์กรที่ดี ให้ความสำคัญ “พนักงาน” เป็นหัวใจหลักในการพัฒนาขีดความสามารถองค์กรเติบโตอย่างยั่งยืน

นางสาวพิมลรัตน์ รีพัฒนาวิจิตรกุล ประธานผู้บริหาร ทรัพยากรบุคคล ซีพีเอฟ กล่าวว่า ซีพีเอฟ ตระหนักดีว่า ความสามารถของพนักงานเป็นตัวชี้วัดความสามารถในการแข่งขันขององค์กร บริษัทฯ ได้เตรียมความพร้อมสำหรับเพื่อนพนักงานในด้านต่างๆ มาอย่างต่อเนื่องครอบคลุมทุกมิติ ดูแลและพัฒนาบุคลากรแบบบูรณาการตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาร่วมงาน มีการพัฒนาทักษะความเป็นมืออาชีพ และความเป็นผู้นำ เสริมความรู้และสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ สนับสนุนให้พนักงานเติบโตทางการงาน ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขตลอดช่วงชีวิตการทำงาน และร่วมเติบโตไปกับองค์กร

บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการเป็น “คนดี คนเก่ง” ตามแบบฉบับของซีพีเอฟ ที่มีการทำงานและพฤติกรรมสอดคล้องกับค่านิยมองค์กร “CPF Way” รวมทั้งเป็นผู้ที่มีทัศนคติอยากเรียนรู้และปรับปรุงตนเองตลอดเวลา โดยบริษัทฯ มีโปรแกรมการพัฒนาบุคลากรเพื่อสนับสนุนพนักงานสามารถเติบโตไปด้วยกัน เสริมความรู้และสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขตลอดช่วงชีวิตการทำงาน ขณะเดียวกัน ซีพีเอฟยังยอมรับในความแตกต่างและหลากหลายของพนักงานที่จะช่วยยกระดับให้บริษัทฯ แข็งแกร่งยิ่งขึ้นและและยั่งยืนท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว และความท้าทายต่างๆ ได้

“รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ ซีพีเอฟ ได้รับรางวัลระดับภูมิภาคเอเชีย ในฐานะ “องค์กรดีเด่นที่น่าทำงานด้วยมากที่สุดในเอเชีย ปี 2021″ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ ซีพีเอฟ บริษัทผู้ผลิตอาหารชั้นนำ ที่ให้ความสำคัญกับพนักงาน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญต่อความสำเร็จของบริษัทฯ และ เป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้ทีมงานทรัพยากรบุคคลเดินหน้าดูแลพนักงาน และสร้างประสบการณ์ในการทำงานที่ดีให้แก่พนักงานและมุ่งเป้าสู่การเป็น Learning Organization เพื่อร่วมสนับสนุนการสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับผู้คนทั่วโลกในระยะยาว ” นางสาวพิมลรัตน์กล่าว

นอกจากนี้ ในสถานการณ์โควิด-19 บริษัทฯ ได้นำมาตรการ 4s หรือ Safe-Seal-Strong-Stay เพื่อยกระดับความปลอดภัยของพนักงาน โดย S-Safe ยกระดับมาตรการด้านสุขอนามัยที่เข้มงวดเพื่อดูแลพนักงานทำงานด้วยความมั่นใจ และมีจัดหาวัคซีนทางเลือกมาฉีดให้พนักงานทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ พัฒนาระบบติดตามและรายงานผลสุขภาพของพนักงาน สำหรับ S-Seal บริษัทได้วางมาตรการการป้องกันความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดเพื่อปกป้องพนักงาน และประชาชนในชุมชนใช้ชีวิตด้วยความปลอดภัย ส่วน S-Strong เป็นมาตรการที่ช่วยดูแลพนักงานเมื่อเจ็บป่วย การจัดส่งอาหารพนักงานที่ต้องกักตัว และ S-Stay เป็นมาตรการช่วยเหลือเพื่อนพนักงานและครอบครัว ทั้งการจ่ายค่าจ้าง การจัดสายด่วนเพื่อให้คำปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยเหลือค่าครองชีพ เงินกู้ค่าเรียนบุตร เป็นต้น

รางวัล “องค์กรดีเด่นที่น่าทำงานด้วยมากที่สุดในเอเชีย ปี 2021” (HR Asia Best Companies to Work for in Asia Awards 2021) มีเกณฑ์การตัดสินโดยพิจารณาจากความผูกพันและความพึงพอใจของพนักงานในองค์กร ซึ่ง HR Asia ได้มีการจัดทำแบบสำรวจเพื่อประเมินประสบการณ์การทำงานของพนักงานที่มีต่อบริษัทในด้านต่างๆ รวมถึงพิจารณาจากแนวทางบริหารทรัพยากรบุคคลเพื่อสนับสนุนการทำงานและความผูกพันของพนักงานที่มีต่อองค์กร

ทิพยประกันภัย คว้ารางวัล THE BEST BUSINESS INNOVATIVE AWARDS 2 ปีซ้อน

0

รายงานข่าว เปิดเผยว่า บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยดร.ปราโมทย์ วิบูลย์กิจโชติ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ด้านการขายและการตลาด เป็นตัวแทนบริษัทฯ รับรางวัลอันทรงเกียรติ “THE BEST BUSINESS INNOVATIVE AWARDS 2021” 2 ปีติดต่อกัน จาก ฯพณฯ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี ในฐานะประธานในงาน THAILAND TOP COMPANY AWARDS 2021

ทั้งนี้ รางวัลดังกล่าว เป็นรางวัลที่มอบให้กับองค์กรธุรกิจที่มีนวัตกรรมด้านสินค้าและบริการที่โดดเด่นและสามารถสร้างผลตอบแทนทางธุรกิจได้ดีเยี่ยม ณ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ

ทรู – ดีแทค ประกาศความร่วมมือตั้งบริษัทใหม่ ถือหุ้นเท่าเทียมกัน

0

เครือเจริญโภคภัณฑ์ (เครือซีพี) และกลุ่มเทเลนอร์ ประกาศการพิจารณาสร้างความร่วมมืออย่างเท่าเทียมกัน (Equal Partnership) โดยการสนับสนุนให้บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (TRUE) และ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) (DTAC) ตั้งเป้าปรับโครงสร้างธุรกิจสู่การเป็นบริษัทเทคโนโลยี (Technology Company) ภายใต้ยุทธศาสตร์เทคโนโลยีฮับ พร้อมเสริมธุรกิจเทคโนโลยีใหม่ การสร้างดิจิทัลอีโคซิสเต็ม และกองทุนสตาร์ทอัพ เพื่อสอดรับยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0 ในการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีระดับภูมิภาค

ในระหว่างการศึกษาและพิจารณาการปรับโครงสร้างครั้งนี้ ธุรกิจของทรู และดีแทค จะยังคงดำเนินไปตามปกติของแต่ละบริษัท ในขณะที่เครือซีพี ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของทรู และกลุ่มเทเลนอร์ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของดีแทค ตั้งเป้าที่จะหาข้อสรุปในรายละเอียดของความร่วมมืออย่างเท่าเทียมกัน (Equal Partnership) ซึ่งจะส่งผลให้ เครือซีพีและกลุ่มเทเลนอร์ ถือหุ้นเท่าเทียมกันในบริษัทใหม่ที่จะร่วมกันสร้างขึ้น นอกจากนี้ ทรูและดีแทคจะดำเนินการตามเงื่อนไขต่าง ๆ ทั้งการตรวจสอบกิจการของอีกฝ่ายหนึ่งแล้วเสร็จเป็นที่พอใจ (Due Diligence) การขออนุมัติที่เกี่ยวข้องจากที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทและผู้ถือหุ้นของทั้งสองบริษัท ตลอดจนการดำเนินขั้นตอนตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ให้แล้วเสร็จ

นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ และประธานกรรมการ บริษัททรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ภาพรวมของอุตสาหกรรมโทรคมนาคม (Telecom Landscape) ได้เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จากเทคโนโลยีใหม่ และตลาดที่เปิดกว้างต่อการแข่งขัน โดยผู้ประกอบการจากอุตสาหกรรมดิจิทัลขนาดใหญ่ในระดับภูมิภาคเข้ามาเสนอรูปแบบบริการดิจิทัลมากขึ้น ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ผู้ประกอบการโทรคมนาคม ต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว นอกเหนือจากการพัฒนาการให้บริการเครือข่าย (Connectivity) ให้เป็นอัจฉริยะแล้ว ยังต้องเสริมศักยภาพและความรวดเร็ว ในการสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Added) จากโครงข่ายการสื่อสารและส่งมอบเทคโนโลยี นวัตกรรมใหม่ให้กับลูกค้า ซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ทำให้การปรับโครงสร้าง (Transformation) ของบริษัทไทยสู่การเป็นบริษัทเทคโนโลยี ให้สามารถแข่งขันกับผู้เล่นชั้นนำระดับโลกได้นั้น ถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง”

“การปรับโครงสร้างสู่การเป็นบริษัทเทคโนโลยี สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0 ที่จะก้าวเป็นฮับของเทคโนโลยีในระดับภูมิภาค โดยโทรคมนาคม (Telecom) จะยังคงเป็นธุรกิจหนึ่งของโครงสร้าง และจะต้องพัฒนาธุรกิจเพิ่มเติมในส่วนที่มุ่งเน้นด้านเทคโนโลยี รวมไปถึงปัญญาประดิษฐ์ ระบบคลาวด์เทคโนโลยี ไอโอที อุปกรณ์อัจฉริยะ เมืองอัจฉริยะ ดิจิทัลมีเดียโซลูชั่น และปรับโครงสร้างเพื่อให้สนับสนุนการลงทุนในบริษัทเทคโนโลยี (Tech Startup) โดยการจัดตั้ง Venture Capital ที่มุ่งเน้นลงทุนในสตาร์ทอัพไทย และสตาร์ทอัพต่างประเทศ ที่ตั้งในประเทศไทย นอกจากนี้ เรายังมีแผนที่จะศึกษาด้านเทคโนโลยีอวกาศ (Space Technology) เพื่อนำมาปรับใช้กับธุรกิจ
ซึ่งถือว่าเป็นการเปิดกว้างกรอบความคิดในการทำนวัตกรรมใหม่เพิ่มเติมด้วยเช่นกัน”

“การก้าวสู่บริษัทเทคโนโลยี คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้ประเทศไทยสามารถพัฒนาแบบก้าวกระโดด และสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้กระจายไปทั่วประเทศได้ ซึ่งในฐานะบริษัทไทย เรามุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยปลดล็อกศักยภาพที่มีอยู่อย่างมหาศาลของธุรกิจไทยและผู้ประกอบการดิจิทัลไทย รวมทั้งยังจะสามารถดึงดูดคนที่เก่งที่สุดและธุรกิจล้ำสมัยจากทั่วโลกให้มาทำธุรกิจในประเทศไทยได้อีกด้วย”

นายซิคเว่ เบรกเก้ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มเทเลนอร์ กล่าวว่า “เรามีประสบการณ์ในการขับเคลื่อนโลกดิจิทัลในประเทศต่าง ๆ ในเอเชียมาแล้ว ดังนั้น ขณะที่เรายังพัฒนาต่อไป ทั้งผู้บริโภคและธุรกิจต่างคาดหวังบริการที่ล้ำสมัยและการเชื่อมต่อที่มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น เราเชื่อว่า บริษัทใหม่นี้จะเป็นส่วนหนึ่งในการต่อยอด ยกระดับประเทศไทย ไปสู่การเป็นผู้นำในโลกดิจิทัลได้ ด้วยการผนวกความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเข้ากับการบริการที่ดึงดูดลูกค้า พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดีเยี่ยม”

นายเยอเก้น โรสทริป รองประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารภูมิภาคเอเซีย กล่าวว่า “ข้อตกลงในครั้งนี้จะช่วยขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ในการเสริมสร้างฐานของเราในเอเชียให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น ตลอดจนสร้างคุณค่า และพัฒนาตลาดในภูมิภาคนี้ต่อไปในระยะยาว เรามีความมุ่งมั่นและพันธกิจต่อทั้งประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียมาอย่างยาวนาน และความร่วมมือครั้งนี้ก็จะเสริมความมุ่งมั่นและพันธกิจนี้ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น การที่เราสามารถเข้าถึงทั้งเทคโนโลยีใหม่ ๆ และทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพดีที่สุด จะเป็นปัจจัยเสริมที่สำคัญสำหรับบริษัทใหม่ที่จะจัดตั้งขึ้นในครั้งนี้”

นายเยอเก้นกล่าวว่า “บริษัทใหม่ที่จะจัดตั้งขึ้น จะตั้งกองทุนมูลค่าประมาณ 100 – 200 ล้านเหรียญสหรัฐ ขึ้นมาเพื่อสนับสนุนส่งเสริมผู้ประกอบการและสตาร์ทอัพบนแพลตฟอร์มดิจิทัล เน้นการสร้างผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ ๆ เพื่อประโยชน์แก่ผู้บริโภคในประเทศไทย

ทั้งเครือซีพีและ กลุ่มเทเลนอร์ ต่างมั่นใจว่า การพิจารณาสร้างความร่วมมืออย่างเท่าเทียมกันในครั้งนี้จะสร้างสรรค์นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เป็นประโยชน์สูงสุดต่อผู้บริโภคและประชาชนไทย ซึ่งจะช่วยสนับสนุนและส่งเสริมให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีของภูมิภาคตามยุทธศาสตร์ของประเทศไทยได้สำเร็จตามเป้าหมาย

รู้เก็บรู้ออม : รางวัลทรงคุณค่า SET Awards

0

สัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประกาศผลรางวัล SET AWARDS 2021 ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยความร่วมมือกับวารสารการเงินธนาคาร ผู้ร่วมก่อตั้งรางวัล

ปีนี้ คณะทำงานผู้ตัดสินมีการปรับการจัดแบ่งกลุ่มรางวัลย่อย ทำให้มีบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็กหน้าใหม่มีโอกาสได้รับรางวัลเพิ่มขึ้น หวังผลักดันให้บริษัทเหล่านี้มุ่งมั่นที่จะรักษาศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป

รางวัล SET Awards ในปีนี้ แบ่งเป็น 2 กลุ่มรางวัล คือ 1.กลุ่มรางวัล Business Excellence และ 2.กลุ่มรางวัล Sustainability Excellence นอกจากนี้ ยังมีรางวัลเกียรติยศแห่งความสำเร็จ สำหรับบริษัทหรือบุคคลที่สามารถรักษาความโดดเด่นได้อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป (SET Awards of Honor)

คุณ ภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ฯ กล่าวว่า บริษัทที่ได้รับรางวัล SET Awards จะสะท้อนถึงศักยภาพที่โดดเด่นและความเป็นเลิศในการบริหารธุรกิจที่เป็นส่วนสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งของตลาดทุนไทย ส่วนผู้บริหารที่ได้รับรางวัล Best CEO Awards ก็มีความโดดเด่นในการนำพาองค์กรให้เดินหน้าต่อไปภายใต้สถานการณ์ของโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

มีความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียอื่นๆ โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และ บรรษัทภิบาล (ESG) พร้อมสร้างผลประกอบการที่ดี เพื่อการเติบโตอย่างสมดุลทั้งธุรกิจและสังคม สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ในการพัฒนาตลาดทุนเพื่อทุกภาคส่วน

คุณ สันติ วิริยะรังสฤษฎ์ ประธานบรรณาธิการ วารสารการเงินธนาคาร พูดถึงรางวัลนี้ว่า เป็นรางวัลที่ทรงคุณค่า มอบให้บริษัทที่มีความโดดเด่นและความเป็นเลิศในด้านต่างๆ

สำหรับผล SET Awards 2021 ปีนี้ นายเสถียร เศรษฐสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.คาราบาวกรุ๊ป (CBG) รับรางวัล Best CEO Award ของ SET เป็นปีที่สอง, นายจิตติพร จันทรัช กรรมการผู้จัดการ บมจ.เอ็กโซติค ฟู้ด (XO) รับรางวัล Best CEO Award ของ mai และนายเอกรัตน์ แจ้งอยู่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เธียรสุรัตน์ (TSR) รับรางวัล Young Rising Star CEO Award

บล. เกียรตินาคินภัทร (KKPS) รับรางวัล SET Awards of Honor ด้านบริษัทหลักทรัพย์ที่ให้บริการแก่นักลงทุนสถาบัน และยังมีบริษัทจดทะเบียน 38 รายที่ได้รับรางวัลกลุ่ม Sustainability Excellence โดยมี บมจ.บ้านปู (BANPU) บมจ.บางจาก คอร์ปอเรชั่น (BCP) บมจ.ไออาร์พีซี (IRPC) บมจ.ปตท. (PTT) บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) บมจ.สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี (SAT) บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย (SCG) และ บมจ.ไทยออยล์ (TOP) รับรางวัล Sustainability Awards of Honor ในปีนี้

ด้านของบริษัทและผู้ที่ได้รับรางวัลนี้ย่อมถือเป็นความภาคภูมิใจ ที่สำคัญยังเป็นบทพิสูจน์ฝีมือ ตลอดจนผลการดำเนินงานที่ผ่านมาว่าองค์กรมีการบริหารงานที่โปร่งใสตามหลักบรรษัทภิบาล ตลอดจนการมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม จนส่งผลให้บริษัทได้รับการคัดเลือกให้อยู่ในรายชื่อผู้ได้รับรางวัลที่ทรงคุณค่านี้

ผู้ที่สนใจดูรายชื่อผู้ที่ได้รับรางวัล SET Awards 2021 และรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถเข้าไปดูได้ที่ www.set.or.th/setawards

คุณนายพารวย

ที่มา คอลัมน์ รู้เก็บรู้ออมรู้ใช้รู้ลงทุน..สู่ความมั่งคั่ง หน้าเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

‘เด่นวิทย์’ คว้าแชมป์กอล์ฟ สิงห์ เชียงใหม่ โอเพ่น

0

เด่นวิทย์ เดวิด บริบูรณ์ทรัพย์ อดีตนักกอล์ฟทีมชาติวัย 17 ปี จากชลบุรี ผงาดแชมป์รายการระดับอาชีพครั้งแรกในชีวิตหลังรีดฟอร์มเก่งหวดวันเดียว 7 อันเดอร์พาร์ 64 รวมสี่วัน 13 อันเดอร์พาร์ 271 เฉือน สัจจวัฒน์ ศรีประสิทธิ์ สองสโตรก ในการแข่งขันกอล์ฟอาชีพออลไทยแลนด์กอล์ฟทัวร์ รายการสิงห์ เชียงใหม่ โอเพ่น 2021 ชิงเงินรางวัลรวม 3 ล้านบาท ณ สนามแม่โจ้ รีสอร์ท แอนด์ สปา ระยะ 6,582 หลา พาร์ 71 จ.เชียงใหม่ เมื่อ 21 พ.ย.64

การแข่งขันกอล์ฟอาชีพสะสมคะแนนอันดับโลก ออล ไทยแลนด์ กอล์ฟ ทัวร์ 2021 จัดแข่งขันภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) จากการสนับสนุนโดย สิงห์ คอร์เปอเรชั่น, กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ การกีฬาแห่งประเทศไทย รวมถึงสปอนเซอร์ของออลไทยแลนด์กอล์ฟทัวร์ ร่วมกันจัดแข่งขันรายการ “สิงห์ เชียงใหม่ โอเพ่น 2021” ชิงเงินรางวัลรวม 3 ล้านบาท ระหว่างวันที่ 18-21 พฤศจิกายน 2564 ณ สนามแม่โจ้ รีสอร์ท แอนด์ สปา ระยะ 6,582 หลา พาร์ 71 จ.เชียงใหม่ ผู้ชนะจะรับเงินรางวัลไปครอง 450,000 บาท และอันดับโลก 5 คะแนน

การแข่งขันรอบสุดท้ายเมื่อวันที่ 21 พ.ย.ที่ผ่านมา เด่นวิทย์ เดวิด บริบูรณ์ทรัพย์ ซึ่งออกสตาร์ทด้วยการตามหลังผู้นำร่วมอยู่สองสโตรกเปิดฉากได้อย่างร้อนแรงด้วยการเก็บ 3 เบอร์ดี้ในการเล่นสี่หลุมแรกก่อนไปสะดุดออกโบกี้ที่หลุม 5 พาร์ 4 ทว่าจากนั้น เด่นวิทย์แก้ตัวด้วยการเก็บเพิ่มอีก 6 เบอร์ดี้ แม้จะไปพลาดเสียโบกี้ที่สองของวันที่หลุม 15 แต่ยังจบรอบสุดท้ายเข้ามาถึง 7 อันเดอร์พาร์ 64 ซึ่งเป็นสกอร์ดีที่สุดของวัน รวมสี่รอบคว้าแชมป์ไปครองด้วยสกอร์รวม 13 อันเดอร์พาร์ 271 รับเงินรางวัล 450,000 บาทพร้อมคะแนนสะสมอันดับโลก 5 คะแนน

เด่นวิทย์ เปิดเผยว่า “รู้สึกดีใจครับที่คว้าแชมป์มาครองสำเร็จ ก็ตั้งเป้าไว้หลายแมตช์แล้วครับแต่ก็ทำไม่ได้สักที แต่รายการนี้ทำได้ดีครับในวันสุดท้าย ซึ่งเกมในวันนี้เล่นได้ดีครับ แอคเกรสซีฟตลอด เปิดเกมบุกอย่างเดียวเลยเพราะเริ่มมาสกอร์ตามหลังอยู่ แต่ก็มีบางหลุมที่จำเป็นต้องวางก็เล่นแบบวางตัวมาครับ สำหรับปีหน้าก็ตั้งเป้าอยากเล่นทัวร์ต่างประเทศครับ”

ทางด้าน สัจจวัฒน์ ศรีประสิทธิ์ นักกอล์ฟวัย 25 ปีจากระยองที่สตาร์ทรอบสุดท้ายในฐานะผู้นำก็พยายามอย่างเต็มที่ในการลุ้นแชมป์อาชีพรายการแรกในชีวิตของเขา โดยเฉพาะการเก็บอีเกิ้ลที่หลุมพาร์ 4 ได้ถึงสองหลุมในวันเดียว แต่สุดท้ายจบวันเข้ามาเพียง 3 อันเดอร์พาร์ 68 รวมสี่วันจบอันดับสองด้วยสกอร์ 11 อันเดอร์พาร์ 273 ขณะที่ เบอร์รี เฮนสัน นักกอล์ฟอเมริกันซึ่งเป็นหนึ่งในสองผู้นำร่วมก่อนเข้ารอบสุดท้ายจบการแข่งขันในอันดับสามด้วยสกอร์ 9 อันเดอร์พาร์ 275 หลังตีเข้ามาอีก 1 อันเดอร์พาร์ 70

ส่วน ธัญพัฒน์ สุขเกิด นักกอล์ฟสมัครเล่นวัย 17 ปีจากพิษณุโลกที่ในรอบสุดท้ายเก็บเข้ามาอีก 4 เบอร์ดี้ รวมถึง 2 เบอร์ดี้ในสามหลุมสุดท้ายก่อนจบวัน 1 อันเดอร์พาร์ 70 รวมสี่วัน 5 อันเดอร์พาร์ 279 จบการแข่งขันอันดับที่แปดแต่เป็นผลงานที่ดีที่สุดในบรรดานักกอล์ฟสมัครเล่นคว้ารางวัลศุภพร มาพึ่งพงศ์ อวอร์ด ไปครอง

สรุปผลสิงห์ เชียงใหม่ โอเพ่น รอบสุดท้าย (สนามพาร์ 71)

  • 271  เด่นวิทย์ เดวิด บริบูรณ์ทรัพย์ 67-69-71-64 (เงินรางวัล 450,000 บาท)
  • 273  สัจจวัฒน์ ศรีประสิทธิ์ 71-65-69-68 (เงินรางวัล 285,000 บาท)
  • 275  เบอร์รี เฮนสัน (สหรัฐฯ) 70-67-68-70 (เงินรางวัล 165,000 บาท)
  • 276  เศรษฐี ประคองเวช 70-74-65-67 (เงินรางวัล 125,250 บาท)
  • 277  กัมลาศ นาเมืองรักษ์ 67-74-69-67, โคสุเก ฮามาโมโต้ 71-70-68-68 (เงินรางวัลคนละ 89,625 บาท)
  • 278  ฉ่างไท้ สุดโสม 69-67-75-67 (เงินรางวัล 73,500 บาท)
  • 279  ธัญพัฒน์ สุขเกิด (สมัครเล่น) 70-69-70-70
  • 280  ฐิติพัศ เล็ม 72-71-68-69 (เงินรางวัล 67,500 บาท)
  • 281  พิสิฐชัย ทิพย์พงษ์ 69-70-74-68 , ณัฐดนัย เนื่องจากนิล 74-67-68-72 (เงินรางวัล 61,125 บาท)
  • 282  พศวีร์ เลิศวิไล 73-67-72-70 , ภัทรพล ขันทะชา 72-73-67-70, ชนะโชค เดชภิรัตนมงคล 69-70-72-71(เงินรางวัลคนละ 53,200 บาท), สุทธินนท์ ปัญโญ (สมัครเล่น) 73-68-67-74
  • 283  พล เขมรัตน์ 70-69-71-73 (เงินรางวัล 48,600 บาท)
  • 284  ชโยดม จันทร์จารุพงศ์ 77-69-67-71, วรัญญู รัตนไพบูลย์  73-69-70-72, รัชพล จันทวารา 73-65-72-74 (เงินรางวัลคนละ 44,900 บาท)

โตโยต้า มอบเงิน 2 ล้านบาท ให้ทัพนักกีฬาพิการไทย สร้างผลงานยอดเยี่ยมในพาราลิมปิก

0

รายงานข่าว เปิดเผยว่า มร.โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ พร้อมด้วยนายสุรศักดิ์ สุทองวัน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้ทำพิธีมอบเงินสนับสนุนพิเศษจำนวน 2 ล้านบาท ให้แก่คณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย โดยมี พลตรี โอสถ ภาวิไล เลขาธิการคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย เป็นผู้รับมอบ เพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณในความมุ่งมั่นตั้งใจ รวมถึงเป็นกำลังใจให้กับคณะนักกีฬาพาราลิมปิกที่สร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในพาราลิมปิกเกมส์ โตเกียว 2020 นำมาซึ่งการสร้างรอยยิ้มและความสุขให้กับคนไทยทุกคน นอกจากนี้ยังใช้เพื่อพัฒนาศักยภาพของนักกีฬาคนพิการไทยในรุ่นต่อไป ให้เริ่มต้นทำในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ให้เป็นไปได้ ซึ่งเป็นแนวคิดของโตโยต้าที่ได้รับแรงบันดาลใจจากจิตวิญญาณอันท้าทายของนักกีฬาโอลิมปิก และพาราลิมปิก ผ่านโครงการ “START YOUR IMPOSSIBLE”

ที่ผ่านมา โตโยต้าได้แสดงเจตนารมณ์และความมุ่งมั่น ในการสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ อาทิ บริจาคเงิน 2 ล้านบาท เป็นระยะเวลา 5 ปี รวมทั้งสิ้น 10 ล้านบาท ในระหว่าง พ.ศ. 2562 – 2566, มอบรถตู้โตโยต้าคอมมิวเตอร์ สำหรับการขนส่งและอำนวยความสะดวกให้กับนักกีฬาพาราลิมปิกและผู้พิการ, ร่วมสนับสนุนโครงการ “สานฝัน ฮีโร่” เพื่อพัฒนาความสามารถให้กับทหาร ตำรวจ และผู้ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงผู้พิการ และผู้ทุพพลภาพทั่วไปให้กลับมามีกำลังใจสามารถพิชิตความฝันของตนให้สำเร็จ มีโอกาสก้าวไปสู่นักกีฬาตัวแทนทีมชาติไทย พร้อมกันนี้ยังสร้างอาชีพให้กับนักกีฬาพาราลิมปิก ด้วยการรับสมัครเป็นพนักงานโตโยต้า จำนวน 5 คนต่อปี อีกด้วย

รู้เก็บรู้ออม : ซื้อ RMF SSF ไม่ต้องรอโค้งสุดท้าย

0

ใกล้ปลายปีแบบนี้ ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้ส่วนใหญ่ มักจะหาซื้อกองทุนรวมลดหย่อนภาษีต่างๆกันอย่างคึกคัก เพื่อเอาไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเมื่อถึงเวลายื่นจ่ายภาษีในปีหน้า

แต่จากสถานการณ์โควิด-19 ที่เล่นงานทุกคน แบบไม่แบ่งแยกเพศ อายุ และฐานะอาจส่งผลให้การซื้อกองทุนปีนี้ ไม่ค่อยคึกคักเหมือนปีก่อนๆ เพราะผู้ที่ได้รับผลกระทบต้องเอาเงินออมที่กันไว้ มาเยียวยาเลี้ยงชีพอาจไม่มีเงินมาซื้อกองทุนรวม RMF-SSF หรือซื้อได้แต่ก็น้อยลงกว่าที่วางแผนไว้

อย่างไรก็ตาม นักวางแผนการเงินจะแนะนำการซื้อกองทุนรวมที่เหมาะสม คือการทยอยลงทุนแบบ Dollar Cost Average (DCA) คือการลงทุนแบบสม่ำเสมอ ด้วยเงินจำนวนเท่าๆกันทุกเดือน เพื่อถัวเฉลี่ยต้นทุน ซึ่งจะช่วยในการบริหารความเสี่ยงของเงินที่ลงทุนได้

เราไม่ควรรอซื้อกองทุนในช่วงโค้งสุดท้ายของทุกปีเหมือนที่เคยชินทำกันทุกปี ที่ถูกที่ควรทำ คือทยอยซื้อสะสมทุกเดือนตั้งแต่ต้นปี

ส่วนจะซื้อกองทุนไหนดีนั้น เพราะแต่ละกองทุนจะกำหนดนโยบายในการลงทุนแตกต่างกันไป ผู้ลงทุนต้องไปศึกษาหาข้อมูล และเลือกกองทุนที่มีนโยบายการลงทุนที่เหมาะกับเป้าหมายของผลตอบแทนที่เราต้องการและความเสี่ยงที่ยอมรับได้ จะเห็นได้ว่ายิ่งเรามีเวลาตัดสินใจมากเท่าไร ก็ยิ่งดีกับตัวเราเอง

นอกจากนี้ คุณนายพารวยอยากให้มองกองทุนรวม RMF–SSF ว่า เป็นการวางแผนออมเงินระยะยาว ลงทุนเก็บออมเงินไว้ใช้ยามเกษียณเป็นประโยชน์หลัก ส่วนการได้สิทธิพิเศษลดหย่อนภาษีเป็นเรื่องรองลงมา เพราะเป้าหมายที่แท้จริงของกองทุนเหล่านี้ ถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมให้คนไทยรู้จักออมเงินไว้ใช้ยามเกษียณ โดยรัฐส่งเสริมการออมเพื่อเกษียณ คือให้เงินทุกบาททุกสตางค์ที่ซื้อกองทุนสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้!!

ในส่วนของกองทุนรวม RMF หลักๆแล้ว มีนโยบายการลงทุน 4 ประเภท คือ 1.กองทุนรวมที่มีนโยบายลงทุนในหุ้น 100% (มีทั้งหุ้นไทยและต่างประเทศ) 2.กองทุนรวมผสมที่มีนโยบายลงทุนทั้งหุ้นและตราสารหนี้ หรือตราสารอื่นๆ 3.กองทุนรวมที่มีนโยบายลงทุนตราสารหนี้ (มีทั้งไทยและต่างประเทศ) 4.กองทุนรวมที่มีนโยบายลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือก เช่น ทองคำ อสังหาริมทรัพย์ กอง REIT เป็นต้น

คนที่รู้ว่าเสี่ยงแต่ยังอยากจะขอลอง อาจเลือกกองทุนรวมที่เน้นลงทุนในหุ้น แต่สำหรับคนที่เป็นโรคหัวใจ รับความเสี่ยงไม่ค่อยได้ ไม่อยากเครียดก็เลือกกองทุนรวมที่เน้นลงทุนในตราสารหนี้ หรือกองทุนผสม

สิ่งที่ต้องดูอีกอย่าง คือ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ผู้ออกกองทุนมีความมั่นคงแค่ไหน ผู้จัดการกองทุนเป็นใคร ผลงานที่ผ่านมาสร้างผลตอบแทนให้กองทุนที่ดูแลเป็นอย่างไร แม้ผลงานที่ผ่านมาไม่ได้รับประกันถึงผลตอบแทนในอนาคต แต่เจ้าของเงินคงสบายใจกว่าที่จะลงทุนกับกองทุนที่ทำผลงานได้ดีและสม่ำเสมอ!!

และอย่าลืมว่าตลาดหลักทรัพย์ฯมีโครงการ POINT to INVEST ที่จับมือกับสถาบันการเงินให้นำพอยต์บัตรเครดิตมาแลกซื้อกองทุนรวมได้ ใช้คะแนนได้คุ้มค่าสุดๆ ก็คราวนี้แหละ

ถ้าคิดไม่ออกบอกไม่ถูก ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง เข้าไปที่เว็บไซต์ https://www.setinvestnow.com ไปหาความรู้เกี่ยวกับการออม การลงทุนกองทุน SSF-RMF และเทคนิคการประหยัดภาษี ที่มีให้ศึกษากันแบบเข้าใจง่ายๆ!!

คุณนายพารวย

ที่มา คอลัมน์ รู้เก็บรู้ออมรู้ใช้รู้ลงทุน..สู่ความมั่งคั่ง หน้าเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

‘นันทวุฒิ’ กวาดแชมป์ 2 เรซสุดท้าย ปิดซีซั่นรถคาร์ทชิงแชมป์ประเทศไทย

0

นันทวุฒิ ภิรมย์ภักดี นักขับวัย15 ปีจากสิงห์ มอเตอร์สปอร์ต ทีมไทยแลนด์ กวาดแชมป์รุ่นซีเนียร์ โอเพ่น สองเรซสุดท้ายของฤดูกาลไปครอง ในการแข่งขันรถคาร์ทชิงแชมป์ประเทศไทย ที่สนามพีระ คาร์ท เซอร์กิต พัทยา เมื่อวันที่ 20 พ.ย.ที่ผ่านมา

ชมรมกีฬารถคาร์ทแห่งประเทศไทย จัดการแข่งขันรถคาร์ทชิงแชมป์ประเทศไทย โดยการรับรองของ ราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ หรือ ร.ย.ส.ท. ภายใต้มาตรการป้องกันและควบคุมโรคระบาดไวรัสโควิด 19 ตามที่ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. และ การกีฬาแห่งประเทศไทย หรือ กกท.ให้ปฏิบัติอย่างเครงครัด

เมื่อวันที่ 20 พ.ย.64 เป็นการแข่งขันสนามที่ 3 และสนามที่ 4 ซึ่งเป็นสนามสุดท้ายในฤดูกาลนี้ แข่งขันกันที่พีระ คาร์ท เซอร์กิต พัทยา สนามความยาว 1.330 กม. โดยแบ่งการแข่งขันรุ่นหลักๆออกเป็น Mini ROK, Rookies, Master, Novice, Junior Open, และ Senior Open

ไฮไลท์การแข่งขันในรุ่นซีเนียร์โอเพ่น แข่งขันกันทั้งหมด 17 รอบสนาม ในเรซที่สามของฤดูกาล นันทวุฒิ ภิรมย์ภักดี นักขับวัย 15 ปีจากสิงห์ มอเตอร์สปอร์ต ทีม ไทยแลนด์ ซึ่งออกสตาร์ตในอันดับสองออกตัวได้อย่างยอดเยี่ยมและแซงขึ้นอันดับหนึ่งก่อนโค้งแรกและนำการแข่งขันแบบม้วนเดียวจบก่อนเข้าเส้นชัยด้วยเวลา 15 นาที 49.409 วินาที ทิ้งอันดับสอง นรรัศมิ์ อภิวาท จากเน็กซ์คาร์ท เรซซิง ถึง 6.492 วินาที และอันดับสาม ศุภกิตติ์ เจนจิตรานันท์ จากดีอาร์เอส เรซซิง ทีม สถิติ 15 นาที 56.090 วินาท

สถานการณ์ใกล้เคียงกันในเรซที่สี่ นันทวุฒิ ซึ่งออกสตาร์ตในอันดับสองฉกฉวยโอกาสในช่วงเริ่มต้นได้ยอดเยี่ยมอีกครั้งขึ้นไปนำตั้งแต่เข้าโค้งแรกและไม่หันกลับมามองหลังอีกเลยก่อนเข้าเส้นชัยอันดับหนึ่งด้วยเวลา 15 นาที 45.655 วินาที ทิ้งอันดับสอง ศุภกิตติ์ ถึง 10.233 วินาที และอันดับสาม กิตติพล ปราโมทย์ ณ อยุธยา จากสิงห์ มอเตอร์สปอร์ต ทีม ไทยแลนด์ 15 นาที 59.626 วินาที

ส่วนผลการแข่งขันรุ่นอื่นๆ กลุ่ม Mini ROK/Rookies วิ่งกันทั้งหมด 13 รอบ ในเรซที่สาม ปัญญากร อร่ามรัศมี จากมาร์ยิว บาย ยาเซอร์วิส เข้าเส้นชัยอันดับหนึ่งโอเวอร์ออลด้วยเวลา 13 นาที 35.382 วินาที ตามมาด้วย โทบี เกล จากอพอลโล เรซซิง เข้าอันดับสองด้วยเวลา 13 นาที 37.256 วินาทีเป็นอันดับหนึ่งของรุ่น Mini ROK

ขณะที่การแข่งขันในเรซสี่ ปัญญากร อร่ามรัศมี จากมาร์ยิว บาย ยาเซอร์วิส ซึ่งอยู่ในรุ่น Rookies ก็ยังเข้าเส้นชัยเป็นอันดับหนึ่งโอเวอร์ออลได้อีกครั้งด้วยสถิติ 13 นาที 37.054 วินาที และ โทบี เกล เข้าอันดับสองแต่เป็นอันดับหนึ่งในรุ่น Mini Rok ด้วยเวลา 13 นาที 40.592 วินาที

กลุ่ม Junior Open/Junior Rookies แข่งขันกัน 17 รอบสนาม ในเรซที่สาม ธัชวุฒิ จิตรานุวัฒน์ จากสิงห์ มอเตอร์สปอร์ต ทีม ไทยแลนด์ เข้าอันดับหนึ่งโอเวอร์ออลด้วยเวลา 16 นาที 00.965 วินาที ส่วน ไรอัน คาเร็ตติ จากไรอัน มอเตอร์สปอร์ตส์ เรซซิง อาร์เอ็มอาร์ เข้าอันดับสี่โอเวอร์ออลด้วยเวลา 16 นาที 04.884 วินาที เป็นอันดับหนึ่งของรุ่น Junior Rookies

สำหรับในเรซที่สี่ ชนกนันท์ วีระเดชะ จากแม็กซิมา มอเตอร์สปอร์ตส์ เข้าเส้นชัยเป็นอันดับหนึ่งโอเวอร์ออลด้วยเวลา 15 นาที 58.477 วินาที และ สิปปภาส จิรยาภากร จากบ้านบ้านทีมที่เข้าเส้นอันดับเจ็ดโอเวอร์ออลคว้าอันดับหนึ่งของรุ่น Junior Rookies ไปครองด้วยเวลา 16 นาที 09.805 วินาที