Home Blog Page 308

AIS จับมือ จอยลดา ส่ง Edutainment สร้างทักษะดิจิทัลผ่าน “นิยายแชท” สะท้อนภัยไซเบอร์ ครั้งแรกในไทย

0

นางสายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าฝ่ายงานประชาสัมพันธ์ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS เปิดเผยว่า เป้าหมายสำคัญหนึ่งของบริษัท คือการส่งเสริมทักษะด้านดิจิทัล หรือ Digital Literacy ให้สังคม ลูกค้า และประชาชนทุกกลุ่ม รู้เท่าทันภัยด้านไซเบอร์หลากหลายรูปแบบที่อาจเกิดตามมาจากการใช้งานบนอินเทอร์เน็ต สื่อโซเชียล มุ่งสร้างมาตรฐานดัชนีชี้วัดทักษะดิจิทัลให้กับคนไทย รวมถึงการพัฒนาหลักสูตร อุ่นใจไซเบอร์ บนแพลตฟอร์มที่ให้คนไทยสามารถเข้ามาเรียนรู้วัดระดับการรับมือกับภัยไซเบอร์รูปแบบต่างๆ

เพื่อเป็นการขยายผลเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ในการรับมือกับภัยไซเบอร์ไปยังกลุ่มเป้าหมายอื่นๆ โดยเฉพาะกลุ่ม Next Gen ด้วยกลยุทธ์ Edutainment ที่ต้องการสร้างรูปแบบการนำเสนอที่แปลกใหม่ สร้างสรรค์ ทำให้เป็นที่มาของการทำงานร่วมกับ “จอยลดา” แพลตฟอร์มนิยายแชทชั้นนำที่มีผู้ใช้งานมากกว่า 10 ล้านดาวน์โหลด ในการใช้ศักยภาพความแข็งแกร่งร่วมกันทั้งด้านองค์ความรู้ เทคโนโลยี ของ AIS และ การสร้าง Storytelling จากภัยไซเบอร์ในรูปแบบนิยายแชท 7 เรื่อง ที่สะท้อนถึง 7 ทักษะหลักที่คนไทยควรรู้ในยุคไซเบอร์ ภายใต้แคมเปญ Let’s Level up ฝ่าภารกิจอัปเลเวล ความรู้ สู่สุขภาวะดิจิทัลที่ดี

นายศาสตรา วิริยะเจริญธรรม กรรมการผู้จัดการ จอยลดา กล่าวว่า ความร่วมมือกับ AIS ครั้งนี้ เป็นการใช้ขีดความสามารถของแพลตฟอร์มของบริษัทที่มีผู้ใช้งานรวมมากกว่า 10 ล้านดาวน์โหลด นำเสนอเนื้อหาสาระความรู้ในเรื่องภัยไซเบอร์จากหลักสูตร “อุ่นใจไซเบอร์” สร้างสรรค์ออกมาเป็นนิยายแชท รวม 7 เรื่อง ที่สะท้อนปัญหา 7 ด้านและ 7 ทักษะที่ควรรู้เท่าทันภัยไซเบอร์ที่เกิดขึ้นจากการใช้งานอินเทอร์เน็ตและสื่อออนไลน์ โดยนักเขียนยอดนิยมจากจอยลดา ได้แก่

  • Cyber Balance ทักษะการจัดสรรหน้าจอ
  • Cyber Security การจัดการความปลอดภัยทางไซเบอร์ส่วนบุคคล
  • Cyber Ability ทักษะการรู้เท่าทันสื่อ
  • Cyber Safety การกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์
  • Cyber Identification อัตลักษณ์พลเมืองไซเบอร์ / Cyber Empathy มารยาททางไซเบอร์
  • Cyber Rights การจัดการความเป็นส่วนตัว
  • Cyber Communication ร่องรอยบนโลกออนไลน์

โดยเนื้อหาทั้งหมดจะถูกสร้างสรรค์ให้สนุก เข้าใจง่าย ตามสไตล์ของจอยลดา ซึ่งจะทำการเผยแพร่บนแอปพลิเคชัน “Joylada” และทาง Microsite ([joylada.com/aisxjoylada]joylada.com/aisxjoylada) นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมมากมาย เพื่อสร้างเสริมความรู้และทักษะการใช้งานบนโลกออนไลน์อย่างสร้างสรรค์และปลอดภัย อาทิ ทุกการอ่านของทุกคนจะช่วยสมทบทุนบริจาคให้แก่ “มูลนิธิสายเด็ก 1387” ภายใต้แคมเปญ Let’s Level up ฝ่าภารกิจอัปเลเวลความรู้ สู่สุขภาวะดิจิทัลที่ดี

ซีพีเอฟ ร่วมกับ SeaBOS ขับเคลื่อนห่วงโซ่อุปทานอาหารทะเลสู่ความยั่งยืน พร้อมเปิดรายงานฉบับแรก

0

รายงานข่าว เปิดเผยว่า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ร่วมกับ SeaBOS เปิดตัวรายงานการดำเนินงานฉบับแรก (SeaBOS Progress report 2017-2022) โชว์การผนึกพลังระหว่างนักวิทยาศาสตร์ และ 10 องค์กรธุรกิจสัตว์น้ำชั้นนำระดับโลก ขับเคลื่อนห่วงโซ่อุปทานอาหารทะเลสู่ความยั่งยืน และปกป้องฟื้นฟูมหาสมุทรตลอดช่วง 5 ปี

น.สพ.สุจินต์ ธรรมศาสตร์ ประธานผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ ธุรกิจสัตว์น้ำ CPF กล่าวว่า บริษัทฯ ในฐานะ 1 ใน 10 ขององค์กรธุรกิจที่ร่วมก่อตั้งกลุ่ม Seafood Business for Ocean Stewardship (SeaBOS) ได้ร่วมเปิดตัวรายงานความก้าวหน้าของการดำเนินงานฉบับแรกของกลุ่ม นับตั้งแต่มีการก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี 2017 ซึ่งนำเสนอความร่วมมือระดับสากลระหว่างภาควิชาการและภาคธุรกิจ ในการพิทักษ์มหาสมุทรทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทางทะเล รวมถึงความก้าวหน้าตลอดระยะเวลา 5 ปีจนถึงปัจจุบัน การวิเคราะห์ความท้าทาย และโอกาส เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาห่วงโซ่ผลิตอาหารทะเลด้วยกระบวนการที่รับผิดชอบ และสร้างความยั่งยืนตลอดตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ ก้าวสู่เป้าหมายในการปกป้องมหาสมุทร ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมทางทะเลซึ่งเป็นรากฐานของความมั่นคงด้านอาหารของสังคมโลก บรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอกาาศ (Climate Change)

ทั้งนี้ ซีพีเอฟ ในฐานะเป็นผู้สนับสนุนคณะทำงานด้านการใช้ยาต้านจุลชีพอย่างมีความรับผิดชอบของเครือข่าย SeaBOS ซึ่งเป็น 1 ใน 6 คณะทำงาน (Taskforce) นับเป็นหนึ่งประเด็นที่สำคัญการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมอาหารทะเล โดยคณะทำงานที่ซีพีเอฟ เข้าร่วม มุ่งเป้าไปที่การพัฒนาวิธีแก้ปัญหาการใช้ยาปฏิชีวนะในสัตว์น้ำ เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพในมนุษย์และสัตว์ สอดคล้องกับหลักสวัสดิภาพสัตว์ที่ซีพีเอฟได้ยึดถือและนำไปใช้ในการดำเนินธุรกิจอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ คณะทำงานนี้ยังมีหน้าที่ในการร่วมกับรัฐบาลเพื่อขจัดปัญหาต่างๆที่คุกคามความยั่งยืนทางทะเล

ทั้งนี้ คณะทำงานกำลังร่าง จรรยาบรรณด้านยาปฏิชีวนะของ SeaBOS (SeaBOS Antibiotics Code of Conduct) ซึ่งจะแล้วเสร็จในเดือนตุลาคม 2565 นี้ เพื่อให้บริษัทสมาชิก SeaBOS นำไปประยุกต์ใช้กับการดำเนินธุรกิจ รวมถึงขยายผลสู่คู่ค้าธุรกิจในห่วงโซ่อุปทาน ทั้งส่วนการผลิตอาหารสัตว์และฟาร์มสัตว์น้ำ

ซีพีเอฟได้จัดลำดับความสำคัญการดำเนินนโยบายการใช้ยาต้านจุลชีพในสัตว์ อาทิ 1.) ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิดของสัตวแพทย์และใช้เพื่อการรักษาเท่าที่จำเป็นเท่านั้น 2.) หลีกเลี่ยงการใช้ยาต้านจุลชีพประเภทที่ใช้ทั้งในคนและสัตว์ (share-class antimicrobials) และใช้เมื่อจำเป็นอย่างระมัดระวัง โดยจะเลือกใช้ยาสำหรับสัตว์เป็นลำดับแรก 3.) ทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญระดับโลกเพื่อหาแนวทางใหม่ที่ดีกว่าในการดูแลสัตว์ตามหลักการสวัสดิภาพสัตว์ (animal welfare) อันจะเป็นการลดความจำเป็นในการใช้ยาต้านจุลชีพ เป็นต้น โดยบริษัทจะทำงานตลอดห่วงโซ่การผลิตอาหารโปรตีนทั่วโลก และร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการปกป้องสุขภาพของคน สัตว์ และสังคมโลกอย่างเหมาะสม ตามหลักการ ‘’สุขภาพหนึ่งเดียว” (One health)

นอกจากการยุติการใช้ยาปฏิชีวนะในห่วงโซ่อาหารทะเลแล้ว กลุ่ม SeaBOS ยังมีคณะทำงานด้านต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนสู่การทำประมงและผลิตอาหารทะเลอย่างยั่งยืน เช่น การจัดทำข้อตกลงร่วมกันในการส่งเสริมการทำประมงอย่างถูกกฎหมาย ขจัดแรงงานผิดกฎหมาย พัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับ งดเว้นจากการใช้ยาปฏิชีวนะ และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกด้วยการสรรหานวัตกรรมใหม่ๆ

น.สพ.สุจินต์ กล่าวว่า ซีพีเอฟ ได้ริเริ่มหลายกิจกรรมเพื่อสนับสนุนการประมงยั่งยืน สอดคล้องกับเป้าหมายของกลุ่ม เช่น ร่วมมือกับ “มูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน หรือ LPN เปิดช่องทางศูนย์ฮอทไลน์ Labour Voices by LPN ให้แรงงานของบริษัทได้แสดงความคิดเห็น รวมถึงข้อร้องเรียนผ่านองค์กรที่เป็นกลาง และร่วมมือกับ 6 องค์กรจัดตั้งและดำเนินงานศูนย์ ศูนย์สวัสดิภาพและธรรมาภิบาลแรงงานประมงสงขลา (Fishermen Life Enhancement Center หรือ ศูนย์ FLEC) ตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปัจจุบัน เพื่อร่วมดูแลและยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานต่างชาติและครอบครัวในอุตสาหกรรมประมง จังหวัดสงขลา ซึ่งจะนำไปสู่การขจัดและป้องกันการใช้แรงงานผิดกฎหมายทุกรูปแบบในภาคอุตสาหกรรมอาหารทะเลของประเทศ นอกจากนี้ซีพีเอฟยังร่วมกับ กรมประมง ภาคเอกชน และเรือประมง เพื่อร่วมจัดการขยะทะเล ขยะชายฝั่ง และขยะพลาสติกอย่างยั่งยืน

OR จับมือ GWM พัฒนาแพลตฟอร์มเชื่อมโยงระบบโครงข่าย ในสถานีชาร์จ EV Station PluZ

0

รายงานข่าว เปิดเผยว่า นายวิศน สุนทราจารย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่กลยุทธ์องค์กร และความยั่งยืน บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) และ นายไมเคิล ฉง รองประธาน บริษัท เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย)จำกัด (GWM) ร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ในการเชื่อมโยงแพลตฟอร์มระบบโครงข่ายสถานีอัดประจุไฟฟ้า ระหว่าง OR และ GWM เพื่อร่วมศึกษาและพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อเชื่อมโยงระบบโครงข่ายสถานีอัดประจุไฟฟ้า (Roaming) ในสถานีชาร์จ EV Station PluZ

นายวิศน กล่าวว่า จากแนวโน้มการเติบโตของรถไฟฟ้าในประเทศไทยที่กำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง OR พร้อมตอบสนองความต้องการของผู้ใช้รถไฟฟ้า (EV) ในทุกไลฟ์สไตล์ เพื่อให้สอดคล้องวิถีชีวิตของคนยุคใหม่ที่สนใจรถไฟฟ้ามากยิ่งขึ้น ความร่วมมือกับ GWM ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้าในครั้งนี้ จะช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้รถไฟฟ้าของ GWM ที่เข้ามาใช้งานในสถานีชาร์จ EV Station PluZ ผ่านการใช้งานแอปพลิเคชั่น EV Station PluZ ของ OR หรือ GWM Application ด้วยการเชื่อมโยงแพลตฟอร์มบริหารจัดการระบบของทั้ง OR และ GWM เข้าด้วยกัน เพื่อค้นหาสถานีชาร์จ EV Station PluZ จองเข้าใช้บริการ ชำระเงินออนไลน์ และตรวจสอบประวัติการใช้งาน เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้าของทั้ง GWM และ OR ให้ได้รับบริการที่เป็นเลิศ สำหรับการใช้งานข้ามเครือข่าย (Roaming) ที่เชื่อมต่อกันอย่างสมบูรณ์ (Seamless) ผ่านเครือข่ายสถานีชาร์จ EV Station PluZ ทั้งในและนอกสถานีบริการ PTT Station ซึ่งมีเป้าหมายที่จะขยายให้ครบ 450 แห่งภายในปี 2565 และ 7,000 แห่งภายในปี 2573 (ค.ศ. 2030)

ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นไปตามพันธกิจของ OR ในการสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจพลังงานแบบผสมผสานเพื่อการเคลื่อนที่อย่างไร้รอยต่อเพื่อตอบโจทย์คนเดินทางทุกรูปแบบ (Seamless Mobility) เพื่อมุ่งสู่การเป็นผู้นำในระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า (EV Ecosystem) อย่างครบวงจรต่อไปในอนาคต

นายไมเคิล ฉง กล่าวว่า บริษัท เกรท วอลล์ มอเตอร์ มีแผนขยายสถานีอัดประจุไฟฟ้าให้ได้ 55 แห่ง ภายในปี 2022 นี้ ภายใต้ชื่อแพลตฟอร์ม G-Charge แบ่งเป็นเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล 70% และต่างจังหวัด 30% ซึ่งสถานีชาร์จทั้งหมดของบริษัทจะติดตั้งเครื่องอัดประจุไฟฟ้าแบบ DC Fast Charge กำลังสูง เริ่มต้นที่ 120 kW และมีรูปแบบหัวชาร์จแบบ CCS2 อีกทั้งยังมุ่งมั่นพัฒนาแพลตฟอร์มการให้บริการลูกค้าแบบครบวงจรด้วย GWM Application พร้อมฟังก์ชั่นการค้นหาสถานี นำทาง การจอง และชำระเงิน ใน App เดียว โดย G-Charge และ GWM Application จะเป็นแพลตฟอร์มการให้บริการผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่ครบวงจรและทันสมัยมากที่สุดแพลตฟอร์มหนึ่งในประเทศไทย และได้มีการรวบรวมสถานีอัดประจุไฟฟ้าที่มีอยู่ในประเทศมากกว่า 500 แห่ง มาอยู่ในแผนที่การชาร์จใน GWM app ครอบคลุมสถานีชาร์จสาธารณะของไทยมากกว่า 55% และตั้งเป้ารวบรวมสถานีชาร์จให้ครอบคลุม 80% ภายในปีนี้

กิจการซีพีเอฟ ในศรีลังกา มอบถุงยังชีพแก่ชาวบ้านวากาไลร สู้ภัยเศรษฐกิจ

0

นายวิชิต คงเขียว กรรมการผู้จัดการ Lotus Aquaculture Lanka (Private) Ltd. นำคณะผู้บริหาร พร้อมด้วยภาครัฐและเอกชน ร่วมมอบถุงยังชีพข้าวสารอาหารแห้ง มูลค่ารวม 900,000 รูปีศรีลังกา ในโครงการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อน แก่ประชาชนกลุ่มเปราะบางในชุมชนวัทตาวัน (Vattavan Village) ที่อาศัยอยู่รอบฟาร์มกุ้งของบริษัทฯ จำนวน 200 ครอบครัว ซึ่งเป็นประชาชนผู้มีรายได้น้อยจากการสำรวจของสำนักเลขาธิการกองวากาไลร ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจในประเทศศรีลังกา โดยมีหน่วยงานต่างๆเข้าร่วมกิจกรรม อาทิ ผู้บริหารบริษัท Vakarai Ocean Aqua Cluster เลขาธิการกองข้าราชการ เจ้าหน้าที่บริหารองค์การพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำแห่งชาติ และเจ้าหน้าที่หมู่บ้าน ณ บ้านพักเจ้าหน้าที่หมู่บ้านวัทตาวัน อำเภอวากาไลร เขตชายฝั่งตะวันออก ประเทศศรีลังกา

“Lotus Aquaculture Lanka เป็นกิจการในต่างประเทศ ของบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ดำเนินธุรกิจโรงเพาะฟักลูกกุ้ง ฟาร์มกุ้ง และอาหารกุ้งในศรีลังกา บริษัทได้สนับสนุนให้เกิดการสร้างงานสร้างอาชีพ แก่ประชาชนในชุมชนวัทตาวัน ที่เป็นพื้นที่ตั้งของสถานประกอบการ โดยให้ความสำคัญกับสวัสดิการของพนักงานมาโดยตลอด เมื่อชาวบ้านวัทตาวันประสบความเดือนร้อน เผชิญความยากลำบากจากวิกฤตเศรษฐกิจในปัจจุบัน เราในฐานะสมาชิกของชุมชน จึงริเริ่มโครงการเพื่อช่วยเหลือชาวชุมชนในเบื้องต้นอย่างทันท่วงที โดยระดมทีมงานจิตอาสาจัดหาชุดบรรเทาทุกข์ ประกอบด้วยข้าวสารอาหารแห้งนำมาแจกจ่าย เพื่อช่วยลดค่าครองชีพประชาชนแก่ชาวบ้านวัทตาวัน ช่วยผ่อนคลายความทุกข์ยากและร่วมกันฝ่าฟันวิกฤตนี้ไปด้วยกัน” นายวิชิต กล่าว

ซีพีเอฟ มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และเป็นมิตรกับชุมชน โดยถ่ายทอดแนวทางดำเนินงานสู่บุคลากรทั่วโลก มุ่งส่งเสริมและปลูกฝังพนักงานทุกคนร่วมกันสร้างสรรค์กิจกรรมดีๆสู่สังคม ดูแลชุมชน สานประโยชน์สร้างคุณค่า พัฒนา และตอบแทนสังคมอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับ “หลักปรัชญา 3 ประโยชน์สู่ความยั่งยืน” ที่ทุกคนยึดมั่น ประกอบด้วย ประโยชน์ต่อประเทศที่เข้าไปลงทุน ประโยชน์ต่อประชาชนของประเทศนั้น และประโยชน์ต่อบริษัท โดยเฉพาะในพื้นที่ประกอบกิจการของซีพีเอฟทั่วโลก ซึ่งมีทั้งโรงงานและฟาร์มที่ชาวซีพีเอฟสามารถใช้ขีดความสามารถของตนเอง ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนให้ดีขึ้นควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน

พีทีที สเตชั่น เปิด “พื้นที่ปันสุข” ขาย ข้าวสารราคาพิเศษ ช่วยลดค่าครองชีพคนไทย

0

รายงานข่าว เปิดเผยว่า นายอุดม ศรีสมทรง รองอธิบดีกรมการค้าภายใน และนายถนัดพล ดุละลัมพะ ผู้จัดการส่วนกลยุทธ์การตลาด บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (โออาร์) ร่วมเปิดโครงการพื้นที่ปันสุข ณ พีทีที สเตชั่น โดยจัดจำหน่ายข้าวสารถุงขนาด 5 กิโลกรัม ในราคาพิเศษ เพื่อเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายให้เกษตรกร และช่วยลดค่าครองชีพให้ประชาชนที่มาใช้บริการ พีทีที สเตชั่น เริ่มเปิดจำหน่ายตั้งแต่วันนี้  – 31 กรกฎาคม 2565 ที่ พีทีที สเตชั่น ที่ร่วมโครงการ จำนวน 784 สาขาทั่วประเทศ ทั้งนี้ ราคาและวันที่เริ่มขายอาจแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ และโควตาการจัดสรรข้าวเป็นไปตามการจัดการของกรมการค้าภายใน ทั้งนี้ สามารถตรวจสอบรายชื่อพีทีที สเตชั่น ที่ร่วมโครงการ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.1365 Contact Center หรือ www.pttor.com

ทั้งนี้ โออาร์ ได้ร่วมมือกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ พาณิชย์จังหวัด และโรงสีในเครือข่ายของพาณิชย์แต่ละจังหวัด สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคว่าราคาข้าวสารจะไม่ปรับตัวขึ้น ด้วยการ เปิดพื้นที่ปันสุขในพีทีที สเตชั่น เพื่อจัดสรรช่องทางจำหน่ายข้าวสารถุงขนาด 5 กิโลกรัม ในราคาพิเศษ ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของผู้บริโภค และช่วยเหลือเกษตรกรในประเทศที่ประสบปัญหาราคาสินค้าตกต่ำ                   หรือประสบปัญหาในการหาช่องทางจำหน่ายสินค้าทางการเกษตร อีกทั้งยังเป็นการเติมเต็มรอยยิ้มให้ชุมชน และส่งต่อความสุขให้กับผู้คนที่มาใช้บริการที่ พีทีที สเตชั่น อีกด้วย

โออาร์ ร่วมเป็นผู้สนับสนุนหลัก รายการแข่งรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก “โออาร์ ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2022” ต่อเนื่องปีที่ 3

0

รายงานข่าว เปิดเผยว่า นายนภินทร ศรีสรรพางค์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย นายธัชกร หัตถาธยากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ และ นางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (โออาร์) ร่วมแถลงข่าว การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก หรือ ศึกโมโตจีพี 2022 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ภายใต้ชื่อรายการ “โออาร์ ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2022” (OR THAILAND GRAND PRIX 2022) ซึ่งจะชิงชัยกันที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 30 กันยายน – 2 ตุลาคม 2565 ภายใต้แนวคิด “Thailand to the World กรังด์ปรีซ์สุดยิ่งใหญ่ โมโตจีพีวิถีไทย” ที่จะสร้างความประทับใจและภาพจำสู่คนทั่วโลก ซึ่งนับเป็นปีที่ 3 ที่ โออาร์ ตอบรับเป็นผู้สนับสนุนหลักหรือ Title Sponsor ในศึกการแข่งขันนี้

จิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ โออาร์

นางสาวจิราพร กล่าวว่า โออาร์ ได้สนับสนุนวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยอย่างต่อเนื่องมาตลอด เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬาภายในประเทศและร่วมสร้างประวัติศาสตร์ด้านการกีฬาให้แก่คนไทย อีกทั้งช่วยสร้างการรับรู้เกี่ยวกับแบรนด์ โออาร์ และผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของ โออาร์ ไปยังทั่วโลก เห็นจากที่โออาร์ได้สนับสนุนนักแข่งทั้งตัวบุคคล ทีมแข่ง หรือสนับสนุนรายการการแข่งขันต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อที่จะเปิดโอกาสให้นักแข่งชาวไทยและทีมแข่งไทย ได้พัฒนาฝีมือเพื่อก้าวเข้าสู่เวทีระดับโลก ทั้งยังเป็นโอกาสสำคัญที่จะช่วยผลักดันมอเตอร์สปอร์ตไทยให้เติบโตไปถึงระดับโลกอย่างยั่งยืนและเป็นรูปธรรม และในการสนับสนุนสุดยอดการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบของโลก โมโตจีพี สนามประเทศไทย ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ในปีนี้ โออาร์ หวังว่าจะเป็นการร่วมสร้างประวัติศาสตร์ใหม่อีกครั้ง และขอเชิญชวนแฟนมอเตอร์สปอร์ตทุกท่านไปติดตามชมการแข่งขัน โออาร์ Thailand Grand Prix 2022 ติดขอบสนามด้วยกันโดย โออาร์ ได้เตรียมสิทธิพิเศษในการซื้อบัตร สำหรับแฟนมอเตอร์สปอร์ตและเป็นสมาชิกบัตร Blue Card เพียงใช้คะแนน Blue Card เพียง 5 คะแนน แลกรับส่วนลด 25% สำหรับซื้อบัตรเข้าชมการแข่งขัน OR Thailand Grand Prix 2022 ซึ่งจะเริ่มมีการจำหน่ายตั้งแต่ วันศุกร์ที่ 8 กรกฎาคม 2565 เป็นวันแรก โดยสามารถกดรับสิทธิ์ได้ที่ Blue Card Application สำหรับใครที่ยังไม่เป็นสมาชิกก็สามารถสมัครเป็นสมาชิก Blue Card ได้ฟรีที่ www.pttbluecard.com หรือสมัครด้วยตัวเองได้ที่ PTT Station และร้านค้าในเครือ โออาร์ ทั่วประเทศ

นอกจากนี้ โออาร์ ยังได้เตรียมกิจกรรมสุดพิเศษและสิทธิพิเศษมากมายสำหรับแฟนๆ  มอเตอร์สปอร์ตตลอดการจัดงานทั้ง 3 วัน ได้แก่ จำหน่ายผลิตภัณฑ์ในเครือ โออาร์ ไม่ว่าจะเป็น PTT Lubricants รวมไปอาหารและเครื่องดื่มแบรนด์ต่าง ๆ ในเครือ โออาร์ การจำหน่ายของที่ระลึกสุดพิเศษที่เป็น MotoGP Limited Edition และที่พิเศษสุดสำหรับปีนี้ โออาร์ ได้จัด EV Bike Zone เพื่อนำจักรยานยนต์ไฟฟ้า มาให้ทดลองขับขี่ได้อีกด้วย ซึ่ง โออาร์ เชื่อว่าการจัดงานในปีนี้จะสนุกสนานและตื่นเต้น ให้สมกับที่รอคอยมา 2 ปีอย่างแน่นอน

AIS ยันพร้อมเต็มที่ ทั้งเครือข่าย และระบบถ่ายทอดสดศึกแดงเดือดในไทย “THE MATCH Bangkok Century Cup 2022” บน AIS PLAY ทุกช่องทาง

0

นายปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าทั่วไป บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS เปิดเผยว่า การแข่งขัน THE MATCH Bangkok Century Cup 2022 ครั้งนี้ ทาง AIS ได้ลิขสิทธิ์แบบเอ็กคลูซีฟรายเดียวในไทยในการถ่ายทอดสดศึกแดงเดือดดังกล่าว ผ่านทาง AIS PLAY เพื่อเป็นการเติมเต็มให้แฟนบอลทั้ง 2 ทีมไม่พลาดในช่วงเวลาสำคัญ  AIS ได้เตรียมความพร้อมทั้งในเรื่องของสัญญาณโครงข่ายการถ่ายทอดสด เทคโนโลยีการถ่ายทอดแบบ 360 องศา รวมถึงได้เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเน็ตเวิร์คที่บริเวณสนามราชมังคลากีฬาสถานที่คาดว่าจะมีแฟนบอลจำนวนมากเดินทางมารับชมการแข่งขันนัดประวัติศาสตร์นี้

สำหรับลูกค้า AIS ที่มีตั๋วเข้าชมการแข่งขัน สามารถเตรียมพร้อมลงทะเบียนยืนยันการรับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ล่วงหน้าก่อนเข้าชมการแข่งขันได้ทาง https://thematch2022.thaiticketmajor.com ในส่วนของการถ่ายทอดสดทาง AIS PLAY ไม่ได้ถ่ายทอดการแสดงช่วงเปิดสนามของ แจ็คสัน หวัง โดยลูกค้าสามารถรับชมศึกแดงเดือดได้ฟรีเฉพาะในส่วนของการแข่งขันเท่านั้น ผ่านทาง AIS PLAY ในทุกช่องทาง ดังนี้

  • บนมือถือหรือแท็บเล็ต : สามารถดาวน์โหลดแอปฯ AIS PLAY ผ่านทาง https://m.ais.th/fbLTM จากนั้นเลือกเมนู Log in ตามด้วยใส่หมายเลขโทรศัพท์เพื่อรับรหัส OTP โดยแนะนำให้ดาวน์โหลดและเช็คเวอร์ชันของแอปฯตั้งแต่วันนี้เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมตั้งแต่วันนี้
  • เว็บไซต์ : ลูกค้าสามารถเข้าชมผ่านเว็บไซต์ ais.th/aisplay จากนั้นเลือกเมนู Log in ตามด้วยใส่หมายเลขโทรศัพท์เพื่อรับรหัส OTP
  • AIS Playbox สำหรับลูกค้า AIS Fibre ที่สามารถเข้าชมศึกแดงเดือดได้ โดยคลิกที่ Banner บนหน้าจอได้ทันที
  • รับชมการถ่ายทอดสดแบบแบบ 360 องศา ลูกค้าสามารถดาวน์โหลดแอป AIS 5G PLAY VR ผ่านทาง https://m.ais.th/VRfbTM โดยแนะนำให้ดาวน์โหลดและเช็คเวอร์ชันของแอปฯตั้งแต่วันนี้เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม

“ชาว AIS ทุกคนยืนยันความพร้อมในการส่งมอบประสบการณ์ระดับโลกจากฟุตบอลคู่หยุดโลกนี้อย่างเต็มที่ โดยจะมีการเปิดศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ เพื่อรองรับให้การถ่ายทอดสดการแข่งขัน THE MATCH Bangkok Century Cup 2022 เป็นไปอย่างราบรื่นที่สุด” 

FARMFACTORY ฉลองครบ 7 ปี! เดือน 7 จัดกิจกรรมสุดพิเศษ พร้อมเปิดตัว ‘Benja Special Series’ เมนูใหม่สายเฮลตี้

0

นายสุจิตต์ เดชคง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฟาร์มแฟคทอรี เปิดเผยว่า (FARMFACTORY) ธุรกิจสลัดและเครื่องดื่ม ในเครือ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ต้องการขอบคุณลูกค้าที่สนับสนุนและไว้ใจในคุณภาพอาหาร จึงจัดกิจกรรมพิเศษเนื่องในโอกาสครบรอบ 7 ปี ด้วยของขวัญและรางวัลต่างๆ มากมายให้ร่วมลุ้นสนุก นอกจากนี้ ในเดือน 7 (กรกฎาคม) ทางร้านยังได้เพิ่มเมนูสุดพรีเมียม โดยนำ ‘ไก่เบญจา’ มาเป็นวัตถุดิบหลักเอาใจสายเฮลตี้ เริ่มที่ ‘Benja Special Caesar Bowl’ ราดกับน้ำสลัดซีซาร์สูตรเฉพาะ ซึ่งเป็น Signature ของร้าน และสายข้าว อย่าง ‘Spicy Chicky Miso’ โดดเด่นด้วยซอสมิโสะสไปซี่ ผสานความจัดจ้านแบบไทยสไตล์ญี่ปุ่น ให้มื้ออาหารสุขภาพจานนี้ อร่อยยิ่งขึ้นและมีสีสันที่ไม่เหมือนใคร

“ร้านฟาร์มแฟคทอรี อยากให้ลูกค้าได้รับประทานอาหารที่อร่อย มีสารอาหารและคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน เราจึงนำไก่เบญจา ไก่สดคุณภาพพรีเมียม จากธรรมชาติ 100% มารังสรรค์ในทุกเมนู การันตีด้วยรางวัลสุดยอดรสชาติอาหารระดับโลก ปี 2022 (Superior Taste Award 2022) จากสถาบันชั้นนำของโลก International Taste Institute และรางวัลสุดยอดนวัตกรรมอาหาร ในงาน THAIFEX 2019 จากการเลี้ยงไก่ด้วยข้าวกล้องคัดพิเศษเป็นครั้งแรกของโลก ที่อุดมไปด้วยสารกาบา (GABA) และสารต้านอนุมูลอิสระ โดยมีวิตามิน B3 B6 B9 แร่ธาตุ และเส้นใยอาหาร ทำให้เนื้อไก่มีสีอมชมพู มีความหอม นุ่ม ฉ่ำของเนื้อไก่มากกว่าเนื้อไก่ปกติถึง 55% รวมทั้งยังนำซูเปอร์ฟู้ด (Superfood) อย่างเมล็ดแฟลกซ์ (Flaxseed) มาพัฒนาสูตรอาหารสัตว์ ซึ่งเป็นแหล่งของโอเมก้า 3 ชั้นดี ช่วยในการทำงานของระบบประสาทและสมอง ให้โปรตีนสูง แคลอรี่ต่ำ เสริมสร้างภูมิคุ้มกันและซ่อมแซมส่วนต่างๆ ของร่างกาย ที่สำคัญยังปลอดสาร ปลอดภัย ไม่ใช้ฮอร์โมนและไม่ใช้ยาปฏิชีวะนะ 100% ตลอดการเลี้ยงดู ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับโลกจาก NSF International (National Sanitation Foundation) อีกด้วย ตอบโจทย์อาหารเพื่อสุขภาพตามแนวคิดของร้าน”

สำหรับกิจกรรม FARMFACTORY ฉลองครบ 7 ปี! พร้อมเสิร์ฟ ทั้ง 7 สาขา ได้แก่ สีลม คอมเพล็กซ์, สาทร สแควร์, ดิ เอ็มควอเทียร์, ออลซีซั่น เพลส, ฟอร์จูน ทาวน์, โฮมโปร บางนา กม.1 และเดอะมอลล์ ท่าพระ ด้วยโปรโมชั่นพิเศษ!! ให้ลูกค้าร่วมสนุกที่ร้าน ระหว่างวันที่ 10-12 กรกฎาคม 2565 เพียงจับกล่องสุ่ม ลุ้นรับของรางวัลมากมาย ได้แก่ ส่วนลด 17 บาท ใช้ได้ทันทีโดยไม่มียอดขั้นต่ำ หรือ Voucher มูลค่า 100 บาท หรือ 300 บาท มีระยะเวลา 1 เดือน หรือ แจกฟรี! เครื่องดื่ม Sparkling 1 แก้ว หรือ รับฟรี Special Caesar Salad หรือ ฟรี! ถุงผ้า FARMFACTORY สามารถติดตามข่าวสารและโปรโมชั่นดีๆ ได้ที่ Facebook page : FARMFACTORY หรือ โทร. 02-800-8000

ทิพยประกันภัย สนับสนุนเวทีประกวดนางสาวถิ่นไทยงาม 65

0

รายงานข่าว เปิดเผยว่า ดร.สมพร สืบถวิลกุล  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์  และ กรรมการผู้จัดการใหญ่   บมจ. ทิพยประกันภัย ร่วมเป็นกรรมการตัดสินการประกวดนางสาวถิ่นไทยงาม ประจำปี 2565 นางงามอัตลักษณ์ไทยในระดับสากล พร้อมมอบกรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล ทุนประกัน 3 ล้านบาท ให้กับน้องมิ้ว นางสาวสุจารี  กาญจนกฤต  สาวงามผู้ได้รับตำแหน่ง นางสาวถิ่นไทยงาม ปี 2565 และรองชนะเลิศ ทั้ง 4 ทุนประกันคนละ 1 ล้านบาท  ณ ห้องเลคฮอลล์ โรงแรม เอช พาร์ค รังสิต

AIS ฉลองเข้าปีที่ 32 ส่งแคมเปญแทนคำขอบคุณลูกค้า “AIS 5G เวลาทองของทุก GEN”

0

รานงานข่าว เปิดเผยว่า บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS เดินหน้าขอบคุณลูกค้า ในโอกาสก้าวสู่ปีที่ 32 ของการทำธุรกิจ ยืนยันอยู่กับ AIS ดีที่สุด ทั้งโครงข่ายสื่อสาร 5G ที่มีคลื่นมากสุด เร็ว แรง และดีที่สุด ให้คนไทยได้สัมผัสกับประสบการณ์ดิจิทัลที่เหนือชั้น จัดเต็มคอนเทนต์ชั้นนำระดับโลกมากมาย กับความพิเศษที่มากสุดยิ่งกว่าใคร พร้อมจัดหนัก จัดเต็ม ยิ่งใหญ่ที่สุดของวงการโทรคมนาคม กับแคมเปญขอบคุณลูกค้าครั้งประวัติศาสตร์ “เวลาทองของทุก GEN” มอบของขวัญพิเศษ จับ แจก ลุ้น ทองคำมูลค่า 5 ล้านบาท สำหรับลูกค้าทุกคน ทุกเจนเนอร์เรชัน ตลอด 5 เดือนเต็ม

สำหรับแคมเปญ “เวลาทองของทุก GEN” เป็นแคมเปญขอบคุณลูกค้าครั้งใหญ่ของ AIS ที่มอบสิทธิพิเศษให้กับลูกค้า ระบบรายเดือน, ระบบเติมเงิน, ลูกค้า GOMO by AIS และ AIS Fibre ทั้งหมด มาร่วมลุ้นรางวัลทองคำมูลค่า 1ล้านบาท ตลอดช่วงเวลา 5 เดือน ตั้งแต่เดือน กรกฎาคม ถึง พฤศจิกายน 2565 รวมมูลค่าทั้งสิ้น 5 ล้านบาท

ประเดิมครั้งแรกสำหรับลูกค้ากลุ่มทีนที่มีอายุต่ำกว่า 22 ปี สามารถกดรับสิทธิ์ผ่านแอป myAIS ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 22 กรกฎาคม 2565 โดยจะจับรางวัลและประกาศผลในวันที่ 30 กรกฎาคม 2565 หรือทุกวันเสาร์สิ้นเดือนของทุกเดือนจนจบแคมเปญ ชมสดการจับรางวัลผ่านทาง Facebook : AIS และ AIS LINE Official Account ซึ่งในเดือนถัดไปก็จะเป็นให้สิทธิ์กับลูกค้าเจนเนอเรชันต่างๆ ทุกเจน ดังนี้

ครั้งที่ 2 อายุ ตั้งแต่ 23-35 ปี ลงทะเบียนกดรับสิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 23 กรกฎาคม – 22 สิงหาคม 2565 โดยจะจับรางวัลและประกาศผลในวันที่ 27 สิงหาคม 2565
ครั้งที่ 3 อายุ ตั้งแต่ 36-45 ปี ลงทะเบียนกดรับสิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคม – 19 กันยายน 2565 โดยจะจับรางวัลและประกาศผลในวันที่ 24 กันยายน 2565
ครั้งที่ 4 อายุ ตั้งแต่ 46 ปี ขึ้นไป ลงทะเบียนกดรับสิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน – 24 ตุลาคม 2565 โดยจะจับรางวัลและประกาศผลในวันที่ 29 ตุลาคม 2565
ครั้งที่ 5 พิเศษสำหรับลูกค้าเปิดเบอร์ใหม่ หรือ ย้ายค่ายเบอร์เดิม ทุกเจนเนอเรชัน ลงทะเบียนกดรับสิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม – 21 พฤศจิกายน 2565 โดยจะจับรางวัลและประกาศผลในวันที่ 26 พฤศจิกายน 2565

กลุ่มทีนสามารถกดรับสิทธิ์เพื่อลุ้นรับรางวัลทองคำกับแคมเปญ AIS 5G เวลาทองของทุก GEN ได้แล้ววันนี้ผ่านทางแอป myAIS สามารถติดตามความเคลื่อนไหว และรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง www.ais.th/AIS5Gluckydraw