Home Blog Page 307

AWC จับมือ ดิสนีย์นำประสบการณ์สุดมหัศจรรย์ระดับโลกสู่เอเชียทีค สร้างสีสันท่องเที่ยวไทย

0

รายงานข่าว เปิดเผยว่า บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับบริษัท เดอะ วอลต์ ดิสนีย์ เตรียมนำประสบการณ์ตื่นเต้นสุดมหัศจรรย์จากดิสนีย์ สู่เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ ศูนย์กลางการท่องเที่ยวอันมีเอกลักษณ์ริมแม่น้ำเจ้าพระยาในปลายปีนี้ เพื่อสร้างสีสันให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ

นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ AWC เปิดเผยว่า เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงไลฟ์สไตล์ริมน้ำเจ้าพระยาที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ จึงมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับดิสนีย์ในครั้งนี้ ซึ่งจะเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับการท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยดิสนีย์ได้สร้างความบันเทิงให้แก่ผู้คนทั่วโลกมาหลายยุคสมัย ดังนั้นเราจะสานพลังความมุ่งมั่นและแรงบันดาลใจเพื่อให้คนไทยได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ที่น่าตื่นตาตื่นใจของดิสนีย์ ที่เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ พื้นที่ประวัติศาสตร์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ในช่วงปลายปี 2565 และตลอดปี 2566 เพื่อเสริมศักยภาพความเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ เอเชียทีคฯ เป็นแลนด์มาร์คริมน้ำเจ้าพระยาที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวในรูปแบบพิพิธภัณฑ์และการเฉลิมฉลองเทศกาล (Living Museum and Festival Market)  นำเสนอทัศนียภาพอันงดงามของคุ้งน้ำเจ้าพระยาในกรุงเทพฯ พร้อมเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์อันหลากหลาย ตั้งอยู่บนพื้นที่ประวัติศาสตร์ริมแม่น้ำในสไตล์โคโลเนียล ซึ่งเป็นการผสมผสานกันระหว่างสถาปัตยกรรมของตะวันตกและศิลปะท้องถิ่นเอาไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ถือเป็นการเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจค้าปลีกของไทยในสมัยก่อน และในปี 2563 ได้มีการสร้าง 3 ปรากฏการณ์ใหม่ด้วยแนวคิด “Heritage Alive” พร้อมเรือสิริมหรรณพ เรือใบสามเสาแห่งประวัติศาสตร์ที่สร้างขึ้นจากต้นแบบเรือทูลกระหม่อม เรือใบสามเสาอันทรงคุณค่าแห่งประวัติศาสตร์ของเมืองสยาม ซึ่งได้เทียบท่าถาวร ณ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ “Living Museum & Arts Festival” แหล่งเรียนรู้ทางศิลปะวัฒนธรรมในรูปแบบสร้างสรรค์ และ “New Mega Riverside F&B Destination” สวรรค์นักชิมที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์และความชื่นชอบ

ด้วยความร่วมมือกับบริษัท เดอะ วอลต์ ดิสนีย์ ในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปีของเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ ในฐานะแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมอย่างมากแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ นับตั้งแต่เริ่มเปิดดำเนินการในปี 2555 ทั้งนี้ AWC ยังคงมุ่งมั่นในการมองหาโอกาสเพื่อเสริมศักยภาพและยกระดับความเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวให้กับเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ พร้อมวางแผนพัฒนาเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงของนักท่องเที่ยวอยู่เสมอ เช่น การเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำหรับคนรักสัตว์เลี้ยง และแหล่งรวมร้านอาหาร สำหรับทุกไลฟ์สไตล์ ตั้งแต่ร้านอาหารชื่อดังระดับตำนานจากทั่วกรุงเทพไปจนถึงร้านสตรีทฟู้ดจากทั่วประเทศ รวมถึง “Living Museum & Arts Festival” ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่สร้างบรรยากาศและสะท้อนถึงประวัติศาสตร์ทางศิลปะวัฒนธรรม และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชนโดยรอบ ด้วยการนำเสนองานศิลปะทั้งภาพวาดสตรีทอาร์ตหรือศิลปะบนพื้นที่สาธารณะ และงานประติมากรรมซึ่งตั้งอยู่ทั่วบริเวณ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ ซึ่งเหมาะสำหรับผู้คนที่ชื่นชอบการถ่ายภาพ อีกทั้งได้สัมผัสการท่องเที่ยวเชิงไลฟ์สไตล์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ไปจนถึงการเก็บภาพมุมสูงของกรุงเทพฯ ผ่าน “เอเชียทีค สกาย” ชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่ระดับความสูง 60 เมตร ในขณะที่ผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์สามารถเพลิดเพลินไปกับสถานที่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นท่าเรือขนส่งสินค้าระหว่างประเทศแห่งแรกของไทยที่ก่อตั้งขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 รวมถึงมีร้านอาหารและร้านค้าหลากหลายที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติอีกมากมาย

“โรงเรียนบ้านแสนสุข” โมเดลความสำเร็จโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน

0

“ยังจำภาพวันแรกที่ก้าวมาในโรงเรียนบ้านแสนสุขแห่งนี้ เมื่อ 5 ปีก่อนได้ดี จากโรงเรียนที่เกือบร้าง ใกล้ปิดตัว มีนักเรียนเพียง 39 คน เป็นเด็กไทย 7 คน นอกนั้นเป็นเด็กกัมพูชา มีครูแค่ 4 คน สภาพอาคารถูกทิ้งร้าง พื้นที่รกร้างไม่ได้ใช้ประโยชน์ โรงเรียนถูกลืมจากผู้คนในหมู่บ้าน เพราะคนในพื้นที่ไม่มีใครเรียน มีแต่เด็กกัมพูชา ขนาดโรงเรียนอยู่ปากซอยแท้ๆแต่ไม่มีคนรู้จัก ทุกคนบอกว่าโรงเรียนยุบไปแล้ว แต่ก็ไม่ได้ทำให้หมดกำลังใจ กลับยิ่งอยากพัฒนาที่นี่ให้ดีขึ้น จากวันนั้นถึงวันนี้โรงเรียนบ้านแสนสุขได้พัฒนาแบบพลิกฝ่ามือ ทั้งระบบการเรียนการสอน การเรียนรู้นอกห้องเรียน และการฝึกอาชีพ จากความตั้งใจที่จะให้ที่นี่กลายเป็นโรงเรียนในใจชุมชน” นายบรรจรงค์ วรเศรษฐสุขศิริ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านแสนสุข ต.คลองน้ำใส อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว บอกอย่างภูมิใจ

เมื่อย้อนกลับไปต้นปี 2560 โรงเรียนขนาดเล็กที่อยู่ติดแนวชายแดนกัมพูชาแห่งนี้ กำลังนับวันรอที่จะปิดตัวลง เพราะนักเรียนเหลือน้อย ด้วยผู้ปกครองเลือกที่จะให้ลูกหลานไปเรียนในโรงเรียนใหญ่ๆในตัวอำเภอ ภารกิจอันยิ่งใหญ่จึงตกเป็นของ ผอ.บรรจรงค์ ที่ต่อสู้ทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้โรงเรียนถูกยุบ ด้วยการพลิกฟื้นความเชื่อมั่นของคนในชุมชน และเดินหน้าประชาสัมพันธ์เชิงรุก เชิญชวนผู้ใหญ่ใจดี ผู้มีจิตศรัทธาคนใจบุญในโลกโซเชียล ร่วมกันบริจาคทุนทรัพย์เพื่อปรับปรุงอาคารเรียน ให้ทุนการศึกษา ซื้ออุปกรณ์การเรียน ทำให้โรงเรียนกลับมาน่าเรียน จนวันนี้มีนักเรียนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล ถึงประถมศึกษาปีที่ 6 รวม 206 คน เป็นนักเรียนไทย 60 คน ที่เหลือเป็นนักเรียนกัมพูชา และมีครูผู้สอน 12 คน

จากการที่โรงเรียนมีทั้งคลองบ้อมรอบ ดินดำน้ำดี ผอ.บรรจรงค์ จึงน้อมนำศาสตร์พระราชามาปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยโครงการที่นำเข้ามาเป็นต้นแบบโครงการเพื่อการพัฒนาคือ “โครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน” โดยส่งเรื่องขอสมัครไปยังมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท แม้จำนวนนักเรียนจะไม่เข้าเกณฑ์ แต่ด้วยความตั้งใจจริงที่ต้องการให้การเลี้ยงไก่ไข่ เป็นทั้งตัวช่วยด้านภาวะทุพโภชนาการในเด็ก และเป็นอาชีพที่สร้างรายได้เข้ากองทุนพัฒนาโรงเรียน จึงพยายามผลักดันจนสำเร็จ มูลนิธิฯ และ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ได้เข้ามาร่วมพัฒนาพื้นที่สำหรับเลี้ยงไก่ไข่ 100 ตัว เมื่อปี 2562 ทำให้มีแหล่งโปรตีนที่สำคัญเป็นอาหารกลางวันให้กับนักเรียน และจำหน่ายเป็นสวัสดิการให้กับชาวชุมชน โดยมีเจ้าหน้าที่สัตวบาลของซีพีเอฟมาให้ความรู้ ให้คำปรึกษาในการเลี้ยงและการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ ถูกต้องตามหลักวิชาการและการสุขาภิบาล

“การเลี้ยงไก่ไข่ที่เพิ่มเป็น 150 แม่ กลายเป็นรายได้หลัก ทำให้เราสามารถขับเคลื่อนงานอื่นๆได้มากขึ้น จึงมีแนวคิดที่จะพัฒนาโรงเรียนให้เป็นศูนย์เกษตรพอเพียง พึ่งตนเองได้ และต่อยอดสู่การสอนวิชาการสร้างอาหารให้เด็ก โดยริเริ่มทำโครงการอื่นๆที่สอดคล้องกัน ทั้งการปลูกผักปลอดสารพิษ ผักสวนครัว ผักสลัดนานาชนิด กล้วย แก้วมังกร ฝรั่ง ข้าวไรซ์เบอร์รี่ กาแฟอาราบิก้า ลูกหม่อน หรือมัลเบอรี่ เลี้ยงปลา เลี้ยงกบ ที่กลายเป็นแหล่งอาหารมั่นคง ช่วยเหลือเด็กๆและชุมชนรอบข้างได้อย่างมาก กลายเป็นโรงเรียนแนวใหม่ที่สามารถพัฒนาตัวเองได้อย่างยั่งยืน สามารถสร้างมูลค่าให้กับสิ่งที่มีอยู่ได้” ผอ.บรรจรงค์ กล่าว

ที่นี่เน้นการเรียนรู้ที่สอดคล้องวิถีชีวิตชนบท มีการพัฒนาคุณภาพนักเรียนด้วยกิจกรรมเสริมทักษะชีวิตเป็นหลัก ผ่านแหล่งเรียนรู้ครบวงจรทำให้ “ผลิตได้ ขายเป็น เห็นคุณค่า ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” เน้นการฝึกสอนพื้นฐานอาชีพที่นักเรียนนำไปต่อยอดใช้ได้ในชีวิตประจำวันและอนาคตได้ ควบคู่กับการสร้างครูรุ่นใหม่ที่เข้าใจเด็ก เข้าใจผู้ปกครอง เป็นครูพันธุ์ใหม่ที่มีจิตวิญญาณเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ทุกวันนี้เงินในการพัฒนาโรงเรียนเกิดจากน้ำพักน้ำแรงของครูและนักเรียนทุกคน โรงเรียนมีรายได้วันละ 1,000 บาท นำมาจ้างครูและบูรณะโรงเรียน นักเรียนมีทุนเรียนฟรี ทั้งอาหาร รถรับส่ง และเสื้อผ้าโรงเรียนจัดให้ทุกอย่าง ทำให้พวกเขา “สุขทุกที่ เพราะที่นี่ แสนสุข”

สำหรับโครงการเลี้ยงไก่ไข่ฯ ที่มีเด็กๆเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนโครงการนั้น น้องเนตรนภา โซ หรือน้องเนตร นักเรียนชาวกัมพูชา เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 บอกว่า ตนเองอยากช่วยเลี้ยงไก่ไข่ เพื่อให้มีพื้นฐานอาชีพในอนาคต โดยแต่ละวันจะทำหน้าที่ให้อาหารไก่และเก็บไข่ไก่ เพื่อนำเข้าโครงการอาหารกลางวัน ผลผลิตที่เหลือนำไปขายที่โรงงานเย็บผ้าที่อยู่ใกล้กับโรงเรียน รายได้เข้าบัญชีกองทุนโรงเรียนเป็นทุนต่อยอดโครงการฯ ที่สำคัญคือความภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการสร้างอาหารปลอดภัยให้กับทุกคนในโรงเรียนและชาวชุมชนทุกคน

ส่วน น้องนิดหน่อย ส่อด นักเรียนชาวกัมพูชา เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่ตั้งใจช่วยกิจกรรมเลี้ยงไก่ไข่มาตั้งแต่ต้น บอกว่า หน้าที่หลักคือการดูแลแม่ไก่ ช่วยกันกับเพื่อนๆเก็บไข่ไก่และนำไปขาย โครงการนี้ทำให้มีประสบการณ์ตรง ได้ลงมือทำจริง กลายเป็นทักษะอาชีพติดตัว ซึ่งที่บ้านก็เลี้ยงไก่เช่นกัน วิธีการเลี้ยงและการดูแลจากที่โรงเรียน จึงนำไปปรับใช้ได้ รวมถึงทักษะการทำการเกษตรอื่นๆ ก็สามารถต่อยอดไปทำต่อที่บ้านได้เช่นกัน

วันนี้โครงการเกษตรทั้งหมดภายใต้ ‘โคกหนองนาโมเดล’ ดำเนินการได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน สามารถต่อยอดสู่ ‘ร้านกาแฟโรงเรียนบ้านแสนสุข’ ที่เป็นแหล่งฝึกสอนอาชีพให้กับน้องๆนักเรียน ขณะที่ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 โรงเรียนยังนำผลผลิตจากโครงการเกษตร ไปให้ผู้ปกครองใช้ปรุงอาหารให้กับเด็กนักเรียน เพื่อให้เด็กๆไม่มีปัญหาทุพโภชนาการ และยังแบ่งปันผลผลิตใส่ตู้ปันสุข และทำอาหารแจกให้กับผู้ยากไร้ในชุมชน ผู้ที่ตกงาน รวมทั้งเด็กชายขอบชาวกัมพูชา ที่มารับอาหารช่วยบรรเทาความเดือดร้อนได้ โรงเรียนบ้านแสนสุขจึงได้รับการยอมรับและถูกยกให้เป็น “ครัวของชุมชน” สมกับการเป็นโรงเรียนที่เป็น Best Practice ได้รับรางวัลโรงเรียนพระราชทาน ระดับประถมศึกษาขนาดเล็ก ประจำปี 2562 และรางวัลชนะเลิศระดับเหรียญทอง รางวัลทรงคุณค่า สพฐ. OBEC AWARDS ผู้มีผลงานดีเด่นประสพผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์ด้านบริหารจัดการยอดเยี่ยม ระดับประถมศึกษาขนาดกลาง

นักเรียนโรงเรียนบ้านแสนสุขจึงเต็มไปด้วยความสุข เพราะมีวิชาพึ่งพาตนเองได้ติดตัวกันทุกคน และยังภูมิใจที่ได้เป็นผู้ให้และผู้ถ่ายทอดความรู้ ให้กับผู้ที่สนใจจากทั่วประเทศที่เข้ามาศึกษาดูงาน ที่สำคัญ “แสนสุข โมเดล” ของโรงเรียนบ้านแสนสุข ถือเป็นตัวอย่างของความยั่งยืนในการสร้างความมั่นคงทางอาหาร ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตและยึดหลักความพอเพียง สอดคล้องกับความมุ่งมั่นของซีพีเอฟ และมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท ที่ต้องการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนเข้าถึง ‘ไข่ไก่’ โปรตีนคุณภาพดี ที่จะช่วยลดภาวะทุพโภชนาการแก่เด็กและเยาวชน และสร้างแหล่งเรียนรู้ในโรงเรียนและชุมชนได้อย่างแท้จริง

5 เทคนิคจัดการหนี้ท่วมหัว

0

#มารวยชวนฟัง โดยห้องสมุดมารวย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ชวนฟัง5 เทคนิคจัดการหนี้ท่วมหัวหนี้ท่วมหัว

เมื่อเป็นหนี้ท่วมหัว เราก็ต้องเอาตัวให้รอด หากเป็นอิสระจากหนี้ ต้องเริ่มต้นเรียนรู้ และหาเทคนิคให้ตัวเองปลดหนี้ เริ่มด้วย

1. มีแรงจูงใจ ขับเคลื่อนให้หลุดพ้นจากหนี้สินเร็วขึ้น

2. มีแผนการ จัดการหนี้สิน ไม่ว่าจะเป็น ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ จัดลำดับหนี้สิน

3. เสียสละและลงมือทำ ควบคุมค่าใช้จ่าย ลดสิ่งที่ไม่จำเป็น

4. รู้ขีดจำกัดของตัวเอง ดำเนินชีวิตได้อย่างปกติ ไม่ขัดสน

5. ไปให้ถึงเส้นชัย เดินตามแผน และไม่ยอมแพ้กลางทาง

จำไว้ ก่อนจะมีหนี้ ถามตัวเองก่อนว่า จำเป็นต้องก่อหนี้ก้อนนี้หรือไม่ มีความสามารถในการชำระหนี้หรือเปล่า และหนี้ก้อนนี้กระทบกับเงินในอนาคตด้วยมั้ย

CPF ยกทัพไรเดอร์บุกย่านธุรกิจกลางกรุง แจกฟรี ‘ไส้กรอก ซีพี’ กินดีทุกเช้า

0

รายงานข่าว เปิดเผยว่า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ จัดแคมเปญ “ไส้กรอก CP กินดีทุกเช้า พร้อมทุกเช้า” ส่งต่อความอร่อยและพลังงานดีๆ ด้วยกองทัพไรเดอร์มากที่สุดในประเทศไทย แจกผลิตภัณฑ์ “ไส้กรอก CP” โปรตีนเน้นๆ ไม่ผสมแป้ง ให้คนกรุงบริเวณ 4 ย่านธุรกิจ เตรียมความพร้อมก่อนทำงาน และขอบคุณผู้บริโภคที่โหวตให้ไส้กรอก CP เป็น No.1 Brand

ด้วยกองทัพไรเดอร์มากกว่า 100 คน ทุบสถิติมากที่สุดในประเทศไทย แจกไส้กรอก CP ให้แก่คนกรุงเทพฯ บริเวณ 4 แยกใหญ่ย่านธุรกิจ ได้แก่ ราชประสงค์ สาทร วิทยุ และอโศก ได้อิ่มอร่อยในมื้อเช้า เตรียมความพร้อมก่อนทำงาน อีกทั้งเป็นการขอบคุณผู้บริโภคที่โหวตให้ไส้กรอก CP เป็น No.1 Brand ครองใจผู้บริโภค พร้อมเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ตัวแทนคนรุ่นใหม่ ‘ไบร์ท-วชิรวิชญ์ ชีวอารี’ และ ‘วิน-เมธาวิน โอภาสเอี่ยมขจร’ ร่วมแสดงในหนังโฆษณาตัวใหม่ที่บอกเล่าเรื่องราวและกิจกรรมสุดสนุกของทั้งสองหนุ่ม เมื่อได้กิน “ไส้กรอก CP” ที่สร้างเอนเนอร์จี้ยามเช้า เพื่อไปทำสิ่งดีๆ รวมถึงการช่วยเหลือสังคมต่อไป

สำหรับ กองทัพไรเดอร์แต่งกายด้วยเสื้อแจ็กเก็ตสีแดงและกล่องเก็บความเย็นสีแดง ที่บรรจุไส้กรอก CP มินิค็อกเทลแฮมเบคอน นอกจากนี้ ยังได้นักแสดงรับเชิญขวัญใจวัยรุ่น ‘แบงค์-ธิติ มหาโยธารักษ์’ และ ‘หยิ่น-อานันท์ หว่อง’ มาร่วมสร้างสีสันเป็นทีมไรเดอร์แจกไส้กรอก CP บริเวณแยกราชประสงค์ เพื่อเติมเต็มความสุขแก่ชาวออฟฟิศละแวกนั้น รวมถึงแฟนคลับที่มาให้กำลังใจตลอดงาน ทำให้ #มื้อเช้าดีๆต้องไส้กรอกซีพี ติดเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับ 1 ของประเทศไทย

นางสาวอนรรฆวี ชูรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านการตลาดกลาง ซีพีเอฟ กล่าวว่า ผลสำรวจพบว่า ผู้บริโภคปัจจุบันนิยมรับประทานไส้กรอก CP เป็นประจำในมื้อเช้า เพราะรสชาติอร่อยเป็นเอกลักษณ์ อีกทั้งยังสะดวก รวดเร็ว เหมาะกับวิถีชีวิตคนทำงาน จึงออกแคมเปญ “ไส้กรอก CP กินดีทุกเช้า พร้อมทุกเช้า” เพื่อกระตุ้นให้ทุกคนนึกถึง “ไส้กรอก CP” เป็นมื้อเช้าดีๆ เตรียมความพร้อมก่อนทำงานหรือทำกิจกรรมต่างๆ อย่างเต็มที่

ทั้งนี้ ซีพีเอฟยังได้รับความร่วมมือจากคู่ค้าจัดโปรโมชั่นพิเศษกับ ‘ไส้กรอก CP’ อีกมากมาย เช่น Combo สำหรับอิ่มในช่วงเช้า อย่าง ซีพี มินิค็อกเทลคู่กับ กาแฟ All Cafe รับส่วนลดทันที 15 บาท ที่ 7-Eleven หรือสินค้าราคาพิเศษในช่องทางอื่นๆ ที่พลาดไม่ได้ สำหรับแฟนคลับและผู้ที่สนใจร่วมกิจกรรมกับสองพรีเซนเตอร์ ผ่านกิจกรรม ‘CP Sausage The morning call’ ชวนลูกค้าสะสมใบเสร็จไส้กรอก CP ทุกขนาดและทุกรสชาติ ครบ 350 บาท จากร้านสะดวกซื้อและห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศ โดยส่งรายละเอียดได้ทาง www.CPSausageTheMorningCall.com ลุ้นเป็น Top Spender ร่วมกิจกรรมสุดพิเศษกับ ‘ไบร์ท-วิน’ ในคอนเซปต์การรับประทานมื้อเช้าดีๆ จำนวน 38 ท่าน ในวันที่ 9 สิงหาคม 2565 และสามารถรับชมกิจกรรมผ่าน Zoom เป็นต้น

“ไส้กรอก CP” ถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่ครองใจผู้บริโภคอย่างเหนียวแน่น การันตีคุณภาพด้วยรางวัล “สุดยอดรสชาติอาหารระดับโลก ประจำปี 2022” หรือ Superior Taste Award 2022 จากสถาบันชั้นนำของโลก International Taste Institute ประเทศเบลเยี่ยม สำหรับไส้กรอก 2 รสชาติ ได้แก่ CP Chicken Frank และ CP Chili Chicken Frank ซึ่งเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่มีการมอบรางวัลนี้ให้แก่กลุ่มสินค้าไส้กรอก และ รางวัล No.1 Brand Thailand แบรนด์ยอดนิยมอันดับ 1 ประเภทอาหารอุ่นร้อน จากนิตยสาร Marketeer ในปี 2021 ผ่านผลโหวตจากประชาชนทั่วประเทศ บริษัทฯ ให้ความสำคัญและใส่ใจในทุกขั้นตอนในการผลิตจนถึงมือผู้บริโภค ตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบชั้นดี ใช้เนื้อสัตว์เต็มชิ้น ไม่ผสมแป้ง ผ่านขั้นตอนและการตรวจสอบเรื่องรสชาติ เพื่อให้ได้คุณภาพมาตรฐานระดับโลก ผนวกกับแนวคิด “Consumer Centric” ให้ความสำคัญในการศึกษาความต้องการของผู้บริโภค วิจัย และพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างสรรค์แคมเปญที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และเทรนด์ต่างๆ ตามความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภค จึงทำให้ “ไส้กรอก CP” เป็นแบรนด์ที่ครองใจคนไทยอย่างแท้จริง

AIS จับมือ Agnos health ให้เช็กอาการป่วยด้วยตัวเอง ตลอด 24 ชม. ฟรี ผ่านแอปฯ myAIS

0

นางบุษยา สถิรพิพัฒน์กุล ผู้บริหารหน่วยธุรกิจดูแลลูกค้าและสิทธิประโยชน์ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS เปิดเผยว่า บริษัทผนึกกำลังกับ Agnos สตาร์อัพสายสุขภาพสัญชาติไทย ร่วมกันมอบสิทธิพิเศษให้กับลูกค้าเข้าถึงการดูแลสุขภาพตลอด 24 ชั่วโมงด้วยแพลตฟอร์ม AI ที่ใช้ตรวจอาการป่วยเบื้องต้นด้วยตนเอง เพื่อวิเคราะห์โอกาสการเกิดโรคต่างๆ ก่อนพบแพทย์ โดยสามารถทำได้ง่ายๆ บนมือถือผ่านแอปฯ myAIS แบบครบจบในช่องทางเดียว ขานรับเทรนด์ Digital Health ในการดูแลสุขภาพและความงามโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมาขับเคลื่อน ที่สำคัญความร่วมมือในครั้งนี้ยังสะท้อนการทำงานของ AIS ที่พร้อมหนุนให้พาร์ทเนอร์อย่างสตาร์ทอัพ ได้สร้างการเติบโต ด้วยโอกาสส่งมอบสินค้า บริการแก่ลูกค้า ตามเป้าหมายการเติบโตและแข็งแกร่งร่วมกันในฐานะ Digital Partner

ความร่วมมือกับทาง Agnos ครั้งนี้ ถือเป็นการสร้างประโยชน์ในวงกว้างโดยเฉพาะในภาคประชาชนที่จะสามารถใช้บริการดังกล่าวเพื่อดูอาการป่วยในเบื้องต้นได้ด้วยตัวเอง สอดรับกับสถานการณ์และเทรนด์ของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับ Digital Health ทั้งนี้เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมทำงานกับสตาร์ทอัพคนไทยที่มีฝีมือระดับสากล และมีเป้าหมายเดียวกันคือ ยกระดับสุขภาพของคนไทยผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล โดยเราพร้อมเป็นจุดเชื่อมโยงดิจิทัลพาร์ทเนอร์กลุ่มต่างๆ เพื่อร่วมส่งมอบประสบการณ์จากสิทธิพิเศษให้กับลูกค้า ที่เชื่อมโยงกันแบบไร้รอยต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อก้าวสู่การเป็น Personalized Super App รวมถึงสร้างโอกาสในการเติบโตทั้งในส่วนของพาร์ทเนอร์และภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องต่อไป

“แอปฯ myAIS ในวันนี้มีการใช้งานที่เพิ่มมากขึ้น พฤติกรรมของลูกค้ามีความหลากหลายและแตกต่าง นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ AIS ไม่เคยหยุดเดินหน้าเติมความสุขผ่านการมอบสิทธิพิเศษต่างๆ ที่ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็น กิน, ดื่ม, ช้อปปิ้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของ “Well-being” หรือ สุขภาพและความงาม ที่ในวันนี้ลูกค้าเข้ามารับสิทธิพิเศษอย่างต่อเนื่อง เช่น การใช้บริการ Telemedicine รวมทั้งการใช้สิทธิ์จากร้านยาชั้นนำกว่า 350 สาขาทั่วประเทศ และล่าสุดเราได้ร่วมมือกับทาง Agnos มอบสิทธิพิเศษด้านสุขภาพให้ลูกค้า AIS ได้ใช้บริการเช็กอาการป่วยด้วยตัวเองตลอด 24 ชั่วโมง ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ด้วยเทคโนโลยี AI ได้แล้วผ่านแอปฯ myAIS”

ดร.ปพนวิช ชัยวัฒโนดม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Agnos health กล่าวว่า Agnos มีเป้าหมายที่ชัดเจนในการเป็น Health Tech startup ผ่านการนำ AI หรือเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ มาช่วยยกระดับบริการด้านสุขภาพของประเทศไทย โดยหลังจากเข้าร่วมโครงการ Singtel Group Future Makers Regional Program ที่ทาง AIS และกลุ่ม Singtel จัดขึ้นในปีที่ผ่านมา ทำให้ได้รับการสนับสนุนทั้งองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยี การตลาด การเข้าถึงกลุ่มลูกค้าและทุนจาก AIS ช่วยต่อยอดการพัฒนาแพลตฟอร์ม Agnos อย่างต่อเนื่อง ทั้งในแง่ของวิเคราะห์โรค, คัดกรองอาการ และให้คำแนะนำผู้ป่วยที่สามารถทำได้ง่ายๆ ผ่านมือถือ ตลอด 24 ชม. นอกจากนี้ Agnos ยังมีการขยายความร่วมมือกับ ผู้ให้บริการด้านสุขภาพอีกมากมาย ทั้งโรงพยาบาล ร้านขายยา คลินิก หรือ แลปทางการแพทย์ เพื่อให้บริการในราคาพิเศษ แก่ลูกค้าอีกด้วย

ทั้งนี้ Agnos ถือเป็นสตาร์ทอัพรายแรกๆ ของไทยที่นำเอาเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาสร้างประโยชน์และแก้ปัญหาการใช้ชีวิตให้แก่ประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรมสอดรับกับแนวคิดการทำงานของ Agnos ในการเป็นเพื่อนคู่คิดด้านสุขภาพ โดยสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง http://bit.ly/Agnos_AIS

ดร.ศรีหทัย พราหมณี ผู้จัดการ AIS The StartUp กล่าวว่า การใช้บริการ Agnos หรือ แพลตฟอร์มเช็กอาการป่วยด้วยตนเองตลอด 24 ชั่วโมง วันนี้ลูกค้า AIS สามารถ ตรวจโรคด้วยตัวเองผ่านระบบ AI ของ Agnos โดยสามารถเลือกได้ทั้งวิเคราะห์อาการป่วยของตัวเองและคนรอบข้าง ซึ่งฟีเจอร์นี้ ลูกค้า AIS สามารถใช้บริการได้ฟรี โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • Log In ผ่านแอปพลิเคชัน myAIS จากนั้นเลือกส่วนของไลฟ์สไตล์ & บริการ ในหมวดหมู่ สุขภาพ และคลิกที่ Agnos
  • เมื่อเข้ามาที่ Agnos กรอกยืนยันตัวตนด้วยรหัส OTP จากเบอร์โทรศัพท์ของ AIS จากนั้นกรอกชื่อ นามสกุล และเพศ

AIS ขอชดเชยลูกค้า กรณีถ่ายทอดสดศึกแดงเดือดขัดข้อง

0

รายงานข่าว เปิดเผยว่า บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส แถลงขออภัยและขอชดเชยลูกค้า กรณีการถ่ายทอดสด  THE MATCH Bangkok Century Cup 2022 ผ่านทาง AIS PLAY มีเนื้อหาดังนี้

เอไอเอส ใคร่ขออภัยในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้นจากการรับชมการถ่ายทอดสดศึกแดงเดือด ในช่วงเวลาประมาณ 20.00 น. ของคืนวันอังคาที่ 12 กรกฎาคม 2565 เนื่องจากมีลูกค้าให้ความสนใจเข้ารับชมเป็นจำนวนมาก

บริษัทฯ รู้สึกเสียใจและขออภัย ผู้ใช้บริการที่ได้รับผลกระทบเป็นอย่างสูงในเหตุขัดข้องที่เกิดขึ้น และขอชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์นี้ โดย

1.  ลูกค้า AIS Fibre  ยกเว้นค่าบริการ AIS Playbox และค่าบริการคอนเทนต์  1 วัน พร้อมทั้งฟรีค่าบริการอินเทอร์เน็ต 1 วัน

2.  ลูกค้ามือถือ ที่สมัครแพ็กเกจ AIS Play Premium ยกเว้นค่าบริการ แพ็กเกจ AIS Play Premuim 1 วัน และ มอบอินเทอร์เน็ต 10 GB ใช้งานนาน 1 วัน  หรือ ในกรณีใช้แพ็กเกจ Unlimited มอบค่าโทร จำนวน 100 นาที

3.  ลูกค้ามือถือที่ใช้บริการ Application AIS PLAY มอบ อินเทอร์เน็ต 10 GB นาน 1 วัน หรือ ค่าโทร 100 นาที ในกรณีที่ใช้แพ็กเกจ Unlimited

โดยบริษัทฯ จะทยอยส่ง SMS เรียนแจ้งลูกค้าที่ได้รับผลกระทบโดยเร็วที่สุดต่อไป  บริษัทฯ ต้องขออภัยเป็นอย่างสูงในความไม่สะดวกที่ลูกค้าได้รับ มา ณ ที่นี้

ซีพีเอฟ มอบไข่ไก่สดซีพี ช่วยครอบครัวผู้ป่วยเด็กบ้านพักพิงฯ มูลนิธิโรนัลด์ แมคโดนัลด์ฯ เป็นปีที่ 6

0

รายงานข่าว เปิดเผยว่า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ร่วมกับ มูลนิธิ โรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ ประเทศไทย สนับสนุนไข่ไก่สดซีพี จำนวน 17,280 ฟอง ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 รวมทั้งสิ้นกว่า 90,000 ฟอง แก่บ้านพักพิง โรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และโรงพยาบาลศิริราช เพื่อช่วยเหลือครอบครัวผู้ป่วยเด็กได้รับประทานอาหารคุณภาพ สด สะอาด ปลอดภัย และมีคุณค่าทางโภชนาการอย่างทั่วถึง โดยมี นายวราราชย์ เรืองศรี รองกรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วย นายนรชัย รัตนบานชื่น ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ซีพีเอฟ ส่งมอบให้กับ นางสาวกฤตยา อุ่นสากล กรรมการและเลขานุการมูลนิธิฯ ณ บ้านพักพิงฯ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี

นายวราราชย์ เรืองศรี กล่าวว่า ซีพีเอฟ ให้การสนับสนุนกิจกรรมนี้อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 เพราะบริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญในการให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยเด็กและครอบครัว ได้รับประทานอาหารที่มีคุณภาพ สด สะอาด ปลอดภัย และให้คุณค่าทางโภชนาการสูงจากไข่ไก่สดซีพี ที่ผ่านการเลี้ยงจากฟาร์มที่ได้มาตรฐานสากล ตรวจสอบย้อนกลับได้ตลอดห่วงโซ่การผลิต ซึ่งเป็นแหล่งโปรตีนชั้นดี ช่วยในการเจริญเติบโตและเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ง่ายต่อการบริโภค และสามารถนำไปปรุงเป็นเมนูต่างๆ ได้หลากหลาย เพื่อร่วมสร้างความมั่นคงทางอาหารให้คนไทยได้เข้าถึงอาหารอย่างเพียงพอ

ด้าน นางสาวกฤตยา อุ่นสากล กล่าวขอบคุณซีพีเอฟ ที่ได้ร่วมสนับสนุนไข่ไก่สดให้แก่บ้านพักพิงฯ ทั้ง 4 แห่งของมูลนิธิฯ มาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 น้ำใจในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อครอบครัวผู้ป่วยเด็กที่เข้ามาพักอาศัยเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะได้รับประทานอาหารที่ดีมีคุณภาพและคุณประโยชน์มากมายแล้ว ยังช่วยประหยัดเวลาในการจัดเตรียมอาหารของพ่อแม่และผู้ปกครองที่มาพักอาศัย เพื่อจะได้มีเวลาไปดูแลและให้กำลังใจบุตรหลานที่เจ็บป่วยอย่างเต็มที่

โออาร์ – โตโยต้า ทูโช – อีวีโลโม จับมือพัฒนามาตรฐานแบตเตอรี่และขยายสถานีสลับแบตเตอรี่จักรยานยนต์ไฟฟ้า

0

รายงานข่าว เปิดเผยว่า นายแมตต์ เมอร์เรย์ เจ้าหน้าที่อาวุโสของสหรัฐฯ ด้านความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปก) สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ร่วมแสดงความยินดีในการลงนามความร่วมมือโครงการพัฒนามาตรฐานแบตเตอรี่และขยายสถานีสลับแบตเตอรี่ เพื่อยกระดับการให้บริการการเคลื่อนที่ (Mobility as a Service) ในกลุ่มยานพาหนะสองล้อไฟฟ้า ระหว่าง บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (โออาร์) บริษัท โตโยต้า ทูโช (ไทยแลนด์) จำกัด ซึ่งเป็น บริษัทเทรดดิ้งในเครือโตโยต้ากรุ๊ป และ บริษัท อีวีโลโม เทคโนโลยีย์ จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจด้าน EV Charging Solution ครบวงจรจากสหรัฐอเมริกา โดยมี นางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ โออาร์ พร้อมด้วย นายโนบุฟูมิ มิอุระ กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า ทูโช (ไทยแลนด์) จำกัด และ นางสาวนิโคล หวู่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร EVLOMO Group ร่วมลงนาม

ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการนำจุดแข็งของพันธมิตรทั้ง 3 บริษัทเข้ามาผสานกัน โดย โตโยต้า ทูโช จะพัฒนาแบตเตอรี่ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง ส่วน อีวีโลโม จะเป็นผู้วางเครือข่ายสถานีในการสลับแบตเตอรี่ (Battery swap Station) ซึ่งรองรับด้วย application ที่จะอำนวยความสะดวกในการใช้งาน และผสานเข้ากับการส่งเสริมความต้องการใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าผ่านกลุ่มลูกค้าของ โออาร์ ทั้ง B2B และ B2C ผ่านเครือข่าย PTT station และ Café Amazon ซึ่งมีสาขากระจายอยู่ครอบคลุมทั่วประเทศ สร้างโอกาสการเข้าถึงบริการ รวมไปถึงการนำข้อมูลการใช้งานจักรยานยนต์ไฟฟ้า มาวิเคราะห์เพื่อโอกาสในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์การใช้งานอย่างแท้จริง

นายแมตต์ เมอร์เรย์ กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่าง 3 บริษัทชั้นจากสหรัฐอเมริกา ประเทศไทย และประเทศญี่ปุ่นในวันนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า (EV Ecosyetem) ให้เกิดขึ้นในประเทศไทย ซึ่งจะช่วยจูงใจให้ผู้ผลิต ผู้ขาย และผู้บริโภคในการหันมาปรับใช้เทคโนโลยีที่จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ (Zero emission) และถือเป็นตัวอย่างที่ดีของความร่วมมือที่เราอยากส่งเสริมให้เกิดขึ้นผ่านทางกรอบความร่วมมือเศรษฐกิจอินโด-แปซิฟิก ซึ่งเป็นกรอบความร่วมมือล่าสุดของสหรัฐฯ โดยมีเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน พลังงานสะอาด และการลดคาร์บอนเป็นหนึ่งในเสาหลักที่สำคัญ

นางสาวจิราพร เปิดเผยว่า ความร่วมมือกับ โตโยต้า ทูโช และ อีวีโลโม ในครั้งนี้ เป็นอีกก้าวสำคัญในการส่งเสริมรูปแบบการเดินทางด้วยรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าให้เกิดขึ้นในประเทศไทย โดยการร่วมพัฒนาแบตเตอรี่ รวมทั้งขยายเครือข่ายสถานีสลับแบตเตอรี่ ซึ่งจะช่วยยกระดับการให้บริการการเคลื่อนที่ (Mobility as a Service : MaaS) ในกลุ่มยานพาหนะสองล้อไฟฟ้า ตลอดจนพัฒนาธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อที่ โออาร์ จะก้าวสู่การเป็นผู้นำในระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า (EV Ecosystem) อย่างแท้จริง ซึ่งเป็นไปตามพันธกิจของ โออาร์ ในการสร้าง Seamless Mobility ที่มุ่งตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคเพื่อให้การเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงานเป็นไปอย่างไร้รอยต่อ  อีกทั้งยังสอดคล้องกับหนึ่งในเป้าหมายของ โออาร์ ในการสร้างสิ่งแวดล้อมที่อุดมสมบูรณ์ (Healthy Environment) โดยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ครอบคลุมตลอดทั้งการดำเนินธุรกิจ เพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาด ผ่านการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon-Neutrality) ภายในปี 2030 และบรรลุการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Carbon) ภายในปี 2050 อีกด้วย

นายโนบุฟูมิ มิอุระ เปิดเผยว่า รู้สึกยินดีที่ได้มีส่วนร่วมในการมุ่งสู่ความเป็นกลางของคาร์บอน โดยใช้ความรู้และเทคโนโลยีด้านแบตเตอรี่ ที่มีฟังก์ชันและบริการที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของ Toyota Tsusho ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในการส่งเสริมให้ประเทศไทยเปลี่ยนมาใช้พลังงานไฟฟ้าในอนาคต และเชื่อว่าการร่วมมือกับ OR และ EVLOMO จะช่วยยกระดับการเปลี่ยนมาใช้รถ EV ในประเทศไทย

นางสาวนิโคล หวู่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร EVLOMO Group เปิดเผยว่า ความร่วมมือครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกของความร่วมมือในกลุ่มยานพาหนะสองล้อไฟฟ้า เราหวังว่าจะเป็นการกระตุ้นให้เกิดความสนใจในการเปลี่ยนมาใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นในประเทศไทย และหวังว่าเครือข่ายสถานีเปลี่ยนแบตเตอรี่ของ อีวีโลโม จะส่งเสริมให้การใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าและการสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า (EV Ecosystem) ในประเทศไทย เป็นไปอย่างสะดวกง่ายดายยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ด้วยความเชี่ยวชาญและเทคโนโลยีอันล้ำสมัยของ โตโยต้า ทูโช ประกอบกับเครือข่ายที่ครอบคลุมของ โออาร์ จะเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มและช่วยให้ อีวีโลโม เป็นที่รู้จักในฐานะของผู้ให้บริการด้านนวัตกรรม และช่วยให้เรามุ่งสู่เป้าหมายยร่วมกันในการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าให้เติบโตอย่างยั่งยืนในประเทศไทย

AIS ผนึก ตำรวจไซเบอร์ – กสทช. ทลายรังแก๊งค์คอลเซนเตอร์ 14 จุดในจ.ชลบุรี

0

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือตำรวจไซเบอร์ และ AIS ร่วมกันทำงานกับฝ่ายที่เกี่ยวข้องรวมถึง กสทช. เข้าจับกุมมิจฉาชีพ ทลายแก๊งคอลล์เซ็นเตอร์ โดยตรวจค้น 8 จุด ทั่วกรุงเทพฯ ในพื้นที่ เขตบางนา ห้วยขวาง และลาดพร้าว พร้อมตรวจยึดหลักฐานเครื่องสัญญาณ IP PBX ที่กลุ่มมิจฉาชีพใช้เป็นเครื่องมือในการฉ้อโกงประชาชนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา (6 กรกฎาคม 2565)

ล่าสุด ช่วงค่ำวันที่ 11 กรกฎาคม 2565 เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นจุดกระจายสัญญาณแก๊งคอลล์เซ็นเตอร์ โทรหลอกผู้เสียหาย 14 จุด ในพื้นที่ ตำบลหนองปลาไหล อ.บางละมุง จังหวัดชลบุรี ตรวจพบ เครื่อง IP PBX 101 เครื่อง (ซึ่งสามารถโทรแบบอัตโนมัติ ได้เต็มประสิทธิภาพ วันละ 1,616,000 ครั้ง หรือ เดือนละ 48.48 ล้านครั้งต่อเดือน) พร้อมรวบผู้ดูแลดำเนินคดี และจะขยายผลไปสู่ผู้จ้างวานต่อไป จากการดำเนินการอย่างต่อเนื่องทำให้สะท้อนถึงการทำงานเชิงรุก เจอ จับ จริง ตั้งเป้าปกป้องลูกค้าและประชาชนจากมิจฉาชีพ

พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผู้บัญชาการ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ได้สั่งการให้ กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 นำโดย พล.ต.ต.รณชัย จินดามุข ผบก.สอท. พร้อมด้วย พ.ต.อ.เอกนิรุจฒิ์ วันสิริภักดิ์ ผกก.4 สอท.1 ได้นำกำลัง เจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ เข้าตรวจค้นขยายผลกระจายสัญญาณแก๊งคอลล์เซ็นเตอร์ IP PBX (Internet Protocol Private Branch Exchange) ซึ่งร่วมการ สนับสนุนข้อมูลทางด้านเทคนิคของ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการภูมิภาค ภาคตะวันออก AIS และ เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจ กสทช.(พระพาย) จำนวน 5 นาย

โดยผลการตรวจค้น จำนวน 14 จุด 16 ห้องพัก สามารถตรวจยึดเครื่อง IP PBX จำนวน 101 เครื่อง, router WiFi จำนวน 46 เครื่อง และ พบผู้ต้องสงสัยที่ดูแลสถานที่ดังกล่าวได้ 1 ราย ซึ่งจะควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343, 83 มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และนําเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 มาตรา 14(1) มีอัตราโทษจําคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ, ความผิดตาม พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 และ ความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร” ต่อไป ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

จุดที่ 1 หอพักไม่ทราบชื่อ ห้อง b7 ชั้น 2 บ้านเลขที่ 3/17 หมู่ 7 ต.หนองปลาไหล อ.บางละมุงจังหวัดชลบุรี พบ IP PBX 6 เครื่อง router WiFi ใส่ซิม 2 เครื่อง
ที่ 2 บ้านเลขที่ 39/2 ห้องเลขที่ 6 หมู่ 7 ตำบลหนองปลาไหล อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ตรวจพบ IP PBX 6 เครื่อง router WiFi 3 เครื่อง
จุดที่ 3 บ้านเลขที่ 37 หมู่ 7 ห้อง 22 ตำบลหนองปลาไหล อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ตรวจพบ IP PBX 6 เครื่อง router WiFi 3 เครื่อง
จุดที่ 4 หอพักกาละแม ห้องเลขที่ 8 บ้านเลขที่ 45 หมู่ 8 ตำบลหนองปลาไหล อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ตรวจพบ IP PBX 6 เครื่อง router WiFi 3 เครื่อง
จุดที่ 5 หอพักพัชรินทร์ บ้านเลขที่ 29/34 หมู่ 7 ตำบลหนองปลาไหล อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ตรวจพบ IP PBX 5 เครื่อง router WiFi 2 เครื่อง
ที่ 6 บ้านเลขที่ 61 หมู่ 9 ซอยข้างตลาดอรรถพร ตำบลหนองปลาไหล อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ตรวจพบ IP PBX 6 เครื่อง router WiFi 2 เครื่อง
จุดที่ 7 แหวนประดับอพาร์ทเม้นท์ ชั้น 2 ห้อง 09 บ้านเลขที่ 9/6 หมู่ 8 ตำบลหนองปลาไหล อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ตรวจพบ IP PBX 6 เครื่อง router WiFi 3 เครื่อง
จุดที่ 8 บ้านเลขที่ 76/5 ซอยสุขสมบูรณ์ หมู่ 8 ตำบลหนองปลาไหล อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ตรวจพบ IP PBX 6 เครื่อง router WiFi 2 เครื่อง
จุดที่ 9 บ้านเลขที่ 167/5 หมู่ 8 ห้อง 4 ซอยสุขสมบูรณ์ ตำบลหนองปลาไหล อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ตรวจพบ IP PBX 9 เครื่อง router WiFi 5 เครื่อง
จุดที่ 10 บ้านเลขที่ 56/28 บ้านพักหนองเกตุ ห้อง b3 ตรวจพบ IP PBX 8 เครื่อง router WiFi 4 เครื่อง, ห้อง b6 ตรวจพบ IP PBX 8 เครื่อง router WiFi 4 เครื่อง
จุดที่ 11 บ้านเลขที่ 141 หมู่ 3 ซอยมอบบอล 2 ห้อง 3 ตรวจพบ IP PBX 8 เครื่อง router WiFi 4 เครื่อง, ห้อง 4 ตรวจพบ IP PBX 6 เครื่อง router WiFi 3 เครื่อง
จุดที่ 12 บ้านเลขที่2/4 หมู่ 6 ซอยหนองเกตุ 4 หอพักป้าเดือนตำบลหนองปลาไหล อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ตรวจพบ IP PBX 5 เครื่อง router WiFi 2 เครื่อง
จุดที่ 13 บ้านเลขที่ 9/5 หมู่ 5 ห้อง 3 ตำบลหนองปลาไหล บางละมุง จังหวัดชลบุรี ตรวจพบ IP PBX 5 เครื่อง router WiFi 2 เครื่อง
จุดที่ 14 หอพักไผ่ศรีสุขห้อง 2 บ้านเลขที่ 215 หมู่ 9 ตำบลหนองปลาไหล อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ตรวจพบ IP PBX 5 เครื่อง router WiFi 2 เครื่อง

นายปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหาร กลุ่มลูกค้าทั่วไป บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS  กล่าวว่า การจับกุมมิจฉาชีพแก็งคอลล์เซ็นเตอร์ได้อย่างรวดเร็ว ถือเป็นผลจากการร่วมทำงานระหว่างภาครัฐและเอกชน ที่สามารถเชื่อมโยงกันได้อย่างไร้รอยต่อ โดยเอไอเอส ยินดีที่จะสนับสนุนและร่วมทำงานกับภาครัฐอย่างต่อเนื่อง เพื่อปกป้องลูกค้าและประชาชนจากมิจฉาชีพที่จะถูกดำเนินการทางกฏหมายต่อไป โดย AIS ได้ร่วมทำงานกับภาครัฐ อย่าง กสทช.และฝ่ายความมั่นคงอย่าง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ตำรวจไซเบอร์ ผ่านบริการสายด่วน 1185 AIS Spam Report Center ตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา

กรณีถูกมิจฉาชีพโทรเข้ามารบกวน หรือได้รับ SMS Spam ลูกค้า AIS สามารถโทรเข้ามาแจ้งได้ฟรี ผ่าน IVR Self Service และ AI Chatbot เพื่อให้ข้อมูลเบอร์โทรหรือ SMS ที่คาดว่าเป็นกลุ่มมิจฉาชีพ โดยเอไอเอสจะดำเนินการตรวจสอบถึงที่มา รายละเอียดการจดแจ้งลงทะเบียน รูปแบบการโทรของเบอร์ดังกล่าว ซึ่งจะบ่งชี้ได้ว่าเป็นเบอร์หรือ SMS ของกลุ่มมิจฉาชีพหรือไม่ หลังจากนั้นจะดำเนินการบล็อกเบอร์และ SMS นั้นๆ โดยทันที พร้อมแจ้งกลับไปยังลูกค้าภายใน 72 ชั่วโมง

โออาร์ จัดงานเสวนาและโชว์เคสสุดยิ่งใหญ่แห่งปี “Inclusive Growth Days empowered by OR” 22-24 ก.ค. 65

0

นางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์  เปิดเผยว่า โออาร์ ขอเชิญชวนผู้ประกอบการธุรกิจทุกขนาด สตาร์ตอัป และผู้สนใจร่วมเส้นทางเติมเต็มโอกาสเพื่อการเติบโตไปด้วยกันในงานเสวนาและโชว์เคสธุรกิจครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี “Inclusive Growth Days empowered by OR” ระดม 50 ผู้ทรงคุณวุฒิ และนักธุรกิจชั้นนำ ร่วมเจาะลึกโมเดลธุรกิจแห่งอนาคตที่จะมาช่วยต่อยอดการลงทุน ผู้เชี่ยวชาญวงการสตาร์ตอัปมาไขรหัสแห่งความสำเร็จ พร้อมทั้งการจัดแสดงสินค้า นวัตกรรม และเทคโนโลยีจากพันธมิตรของ โออาร์ ที่จะยกระดับธุรกิจให้เติบโตไปพร้อมกับสังคมและสิ่งแวดล้อม พร้อมโอกาสในการสรรหาพันธมิตร สร้างเครือข่ายทางธุรกิจ เพื่อร่วมเติมเต็มศักยภาพและก้าวสู่ความสำเร็จไปด้วยกัน เพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งสินค้าไทยเด็ด อิ่มอร่อยกับอาหารและเครื่องดื่มจากร้านค้าและแบรนด์ชั้นนำ รวมถึงความบันเทิงจากศิลปินนักร้อง นักแสดงชั้นนำ และแขกรับเชิญเซเลบริตี้มากมาย ตั้งแต่ 22 – 24 กรกฎาคม 2565 ที่ บางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 22 ลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรีที่ https://www.zipeventapp.com/e/Inclusive-Growth-Days 

“โออาร์ ได้เดินหน้าวิสัยทัศน์ใหม่ “เติมเต็มโอกาส เพื่อทุกการเติบโต ร่วมกัน” ด้วยความเชื่อว่า ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจของโลก องค์กรธุรกิจต้องปรับตัวและพลิกโฉม นำโมเดลทางธุรกิจและนวัตกรรมใหม่มาใช้ และประสานความร่วมมือกัน เพื่อเดินหน้าสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมที่จะส่งเสริมผู้คนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี สร้างสรรค์ชุมชนที่น่าอยู่ และรักษาสิ่งแวดล้อมให้ยังคงอุดมสมบูรณ์สำหรับคนรุ่นต่อไปในอนาคต เราจึงจัดงาน “Inclusive Growth Days empowered by OR” ขึ้น เพื่อเป็นส่วนหนึ่งที่จะขับเคลื่อนโอกาสและสร้างแรงบันดาลใจในการดำเนินธุรกิจสู่อนาคต ผู้ประกอบการธุรกิจทุกรูปแบบ ทุกขนาด ทั้งเล็ก กลาง ใหญ่ รวมถึงสตาร์ตอัป จะได้รับประโยชน์โดยตรงเมื่อมาร่วมแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์  รวมถึงมองหาพันธมิตรและช่องทางธุรกิจ ตลอดจนสร้างความร่วมมือซึ่งกันและกันระหว่างธุรกิจต่าง ๆ”  

“คุณค่าและสาระประโยชน์จากเวทีเสวนาและโชว์เคสครั้งสำคัญนี้เกิดขึ้นได้ ด้วยความร่วมมือร่วมใจจากผู้บริหารจากองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน ไม่ว่าจะเป็น เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตลอดจนนักธุรกิจและผู้บริหารองค์กรธุรกิจชั้นนำจากหลากหลายภาคอุตสาหกรรม รวมกว่า 50 ท่าน ที่ให้เกียรติมาร่วมแสดงวิสัยทัศน์ แลกเปลี่ยนมุมมอง และประสบการณ์ ด้วยความตระหนักดีว่า การดำเนินธุรกิจแบบเดิมที่มุ่งเน้นเพียงการแสวงหาผลกำไร ไม่สามารถประสบความสำเร็จได้ในระยะยาวอย่างยั่งยืน ถึงเวลาแล้วที่เราจะมาร่วมสร้างโอกาสให้ทุกคนในสังคมเติบโตร่วมกันแบบ Inclusive Growth”  นางสาวจิราพร กล่าวเสริม 

นอกเหนือจากสร้างโอกาสให้ทุกคนในสังคมเติบโตร่วมกันแบบ Inclusive Growth ไฮไลต์ของงานเสวนา สอดคล้องกับพันธกิจทั้ง 4 ของ โออาร์ ประกอบด้วย  

  • Seamless Mobility – EV พลิกโฉมธุรกิจพลังงานและการเคลื่อนที่อย่างไร้รอยต่อ  
  • All Lifestyles – ตอบโจทย์ทางเลือกการใช้ชีวิตในอนาคต ทั้งอาหาร สุขภาพ และการท่องเที่ยว รวมถึงช็อปผลิตภัณฑ์ชุมชนจากโครงการไทยเด็ดทั่วประเทศ    
  • Global Market – โอกาสของธุรกิจไทยในต่างแดน และหลากหลายสูตรสำเร็จเพื่อการเติบโตในต่างประเทศ รวมถึงเคล็ดวิชาของ Café Amazon และ PTT Station ในตลาดโลก  
  • OR Innovation – นวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน สร้างตลาดใหม่ด้วยการแก้ไขปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อม ไขรหัสความสำเร็จของ Flash Express สตาร์ทอัประดับยูนิคอร์นรายแรกของไทย และอีกหลากหลาย Solution ล้ำยุค 

โออาร์ ทุ่มเทความตั้งใจจัดงานนี้เพื่อให้ผู้เข้าชมงาน ทั้งนักธุรกิจ นักลงทุน พนักงาน ตลอดจนประชาชนทั่วไปได้เห็นถึงโมเดลทางธุรกิจแห่งอนาคต ที่จะต้องสานพลังและประสานความร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อการเติบโตแบบ Inclusive  และยังมีการจัดแสดงผลิตภัณฑ์ และนวัตกรรมจากพันธมิตรของ OR ทั้งตัวแทนจำหน่าย ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี  สตาร์ทอัป และ แบรนด์ต่าง ๆ รวมกว่า 50 บูธ ไม่ว่าจะเป็น เทคโนโลยีด้านยานยนต์ไฟฟ้า นวัตกรรมเพื่อการใช้ชีวิตในโลกยุคใหม่ ผลิตภัณฑ์และสินค้าอาหารจากธุรกิจในเครือและพันธมิตรของ OR และ Café Amazon  ผลิตภัณฑ์และอาหารจากโครงการไทยเด็ด และเพลิดเพลินกับเครื่องดื่มหลากหลายจาก Cafe Amazon ที่มาจำลองบรรยากาศ Green Oasis ขึ้นภายในงาน รวมถึงเมนูพิเศษที่มีจำหน่ายเฉพาะ Café Amazon ในต่างประเทศเท่านั้น พร้อมมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง อาทิ นน ธนนท์, เอ๊ะ จิรากร, เจ๋ง บิ๊กแอส,โต้ง ทูพี และกิจกรรมสนุกสนานจากดารา นักแสดง และแขกรับเชิญเซเล็บคนดังมากมายที่มาร่วมงาน อาทิ ไบร์ท นรภัทร, ตรี ภรภัทร, ฟิล์ม ธนภัทร, ตงตง กฤษกร, เน๋ง ศรันย์, กระทิง ขุนณรงค์, ภณ นวัสน์ 

สำหรับหัวข้อการบรรยายและการเสวนาบนเวทีที่น่าสนใจ ประกอบด้วย   

Start-Up Sharing Session: 22 กรกฎาคม 2565 เวลา 10:00 น. – 12:30 น. 

  • แนะนำธุรกิจ โดย 11 สตาร์ทอัปและธุรกิจร่วมลงทุน (VC) ที่มาร่วมงาน 

Inclusive Growth Theme22 กรกฎาคม 2565 เวลา 13:00 น. – 17:30 น.   

  • กล่าวเปิดงานในหัวข้อ “Inclusive Growth ทิศทางธุรกิจแห่งอนาคต” โดย จิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ OR  
  • “Inclusive Economy ก้าวต่อไปของเศรษฐกิจไทย เศรษฐกิจที่เติบโตร่วมกับสังคม” โดย ดนุชา พิชยนันน์ เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ  
  • “Inclusive Business Model โมเดลธุรกิจแห่งอนาคต โมเดลธุรกิจที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” ผู้ร่วมเสวนา ประกอบด้วย ดร. ภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย จำกัด และ จิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ OR 
  • “Inclusive Finance โมเดลการเงินแห่งอนาคต เพื่อการเติบโตร่วมกัน” ผู้ร่วมเสวนา ประกอบด้วย วิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ธนา โพธิกําจร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กสิกร ไลน์ จำกัด และ  ดร.สันติธาร เสถียรไทย ประธานทีมเศรษฐกิจ (Group Chief Economist) และกรรมการผู้จัดการ ซีกรุ๊ป 
  • ปิดท้ายด้วยมินิคอนเสิร์ตจาก เอ๊ะ-จิรากร สมพิทักษ์ 

Seamless Mobility Theme: 23 กรกฎาคม 2565 เวลา 9:00 – 14:00 น.  

  • “From Gas to Green พลังงานสะอาดที่ทุกคนเข้าถึงได้” ผู้ร่วมเสวนา ประกอบด้วย ศุภชัย เอกอุ่น ผู้ว่าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค วรวัฒน์ พิทยศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) (GPSC)  สมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) และบุญมา พนธนกรกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน OR 
  • “The World of EV ยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อโลกเพื่อเรา” โดย รศ.ดร. ยศพงษ์ ลออนวล หัวหน้าศูนย์วิจัย Mobility and Vehicle Technology Research Center (MOVE) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) และ นายกสมาคมกิตติมศักดิ์ สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย 
  • “EV Moments ช่วงเวลาที่ดีต่อใจ ดีต่อโลก” ผู้ร่วมเสวนา ประกอบด้วย ศิวภูมิ เลิศสรรค์ศรัญย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท คาร์ซัม (ประเทศไทย) จำกัด เอกชัย ยิ้มสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อรุณ พลัส จำกัด และวริศร เรียงประยูร กรรมการผู้จัดการ เอ มอเตอร์ส กรุ๊ป 
  • “The World of Seamless Mobility โลกแห่งการเคลื่อนที่อย่างไร้รอยต่อ” ผู้ร่วมเสวนา ประกอบด้วย สุรเดช  ทวีแสงสกุลไทย ประธานกรรมการ บริษัท ขอนแก่นพัฒนาเมือง จำกัด (เคเคทีที) พชร อารยะการกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ธารินี สุทธิปริญญานนท์ นายกสมาคมการค้าผู้แทนจำหน่ายสถานีบริการน้ำมันพลังไทย PTT และบุญมา พนธนกรกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน OR 
  • พักครึ่งด้วยมินิคอนเสิร์ตจาก นน – ธนนท์ จำเริญ 

All Lifestyles Theme: 23 กรกฎาคม 2565 เวลา 14:00 – 16:30 น. 

  • “Taste of Happiness รสชาติแห่งความสุข” โดย ฤทธิ์ ธีระโกเมน ประธานกรรมการบริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์กรุ๊ป จํากัด (มหาชน) 
  • “Wellness Destination จุดหมายที่ร่างกายได้ยิ้ม” โดย ฐิติพัฒน์ ศุภภัทรานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธัญ-ออริซ่า จำกัด ผู้ก่อตั้ง THANN Wellness Destination 
  • “Beyond Food มากกว่าอาหารแต่คือสุขภาพที่ดีขึ้น” ร่วมเสวนาโดย ชลากร เอกชัยพัฒนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด (โอ้กะจู๋) กุลพัชร์ กนกวัฒนาวรรณ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท อาฟเตอร์ ยู จำกัด แดน ปฐมวาณิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ จำกัด (มหาชน) และสมยศ คงประเวช รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกิจค้าปลีก OR 
  • “All Lifestyles for Good Health ตอบโจทย์การใช้ชีวิตกับสุขภาพดีที่คุณเลือกได้” ผู้ร่วมเสวนา ประกอบด้วย นพ. ตนุพล วิรุฬหการุญ ประธานคณะผู้บริหาร บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก วสิษฐ แต้ไพสิฐพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) วิภาวี วงศ์สิริศักดิ์ CCO และผู้ร่วมก่อตั้งโกวาบิ และ นพ. สุทธิชัย โชคกิจชัย ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ บริษัท กู๊ด ด็อกเตอร์ เทคโนโลยี (ประเทศไทย)  

Global Market Theme: 24 กรกฎาคม 2565 เวลา 9:00 – 13:30 น.  

  • “Borderless Fashion แฟชั่นไร้พรมแดน” โดยเดวิด โจว ประธานกรรมการบริหาร (ซีอีโอ) และผู้ร่วมก่อตั้งโพเมโล แฟชั่น 
  • “Thai Brands to Global Market สร้างแบรนด์ไทยสู่แบรนด์โลก” โดยผู้ร่วมเสวนา ประกอบด้วย ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) วีรพลน์ เตชะผาสุขสันติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สกุลฎ์ซี อินโนเวชั่น จำกัด และรชา อุทัยจันทร์​ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่การตลาดต่างประเทศ OR 
  • “Thai Business in Global Arena ธุรกิจไทยไม่แพ้ใครในเวทีโลก” โดยผู้ร่วมเสวนา ประกอบด้วย กฤษฎา มนเทียรวิเชียรฉาย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มมิตรผล ดร. เกรียงศักดิ์ เทพผดุงพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท อำพลฟูดส์ โพรเซสซิ่ง จำกัด และชัยวัฒน์ นันทิรุจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอกา โกลบอล จำกัด  
  • “Global Opportunities for Thai Businesses โอกาสการเติบโตของธุรกิจไทยในต่างแดน” โดย สนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย 
  • พักครึ่งด้วยมินิคอนเสิร์ตจาก เจ๋ง-เดชา โคนาโล และทูพี-พิทวัส พฤกษกิจ 

New Innovation Theme: 24 กรกฎาคม 2565 เวลา 13:30 – 17:00 น.  

  • “Impact Innovation สตาร์ตอัปยุคต่อไป สร้างตลาดใหม่โดยแก้ปัญหาสังคม และสิ่งแวดล้อม” โดย กระทิง พูนผล ผู้ก่อตั้งกองทุน 500 TukTuks และผู้บริหารกองทุน ORZON Ventures 
  • การสัมภาษณ์พิเศษ “The Journey of Thailand’s 1st Unicorn กว่าจะเป็นยูนิคอร์นตัวแรกของเมืองไทย”  คมสันต์ ลี ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มธุรกิจแฟลช (โดยรวิศ หาญอุตสาหะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จํากัด ผู้ก่อตั้งเพจ Mission to the Moon เป็นผู้สัมภาษณ์) 
  • “Technology for a Sustainable Future เทคโนโลยีเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน” โดยผู้ร่วมเสวนา ประกอบด้วย ธีระ กนกกาญจนรัตน์ ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อรินแคร์ จำกัด ธมลวรรณ วิโรจน์ชัยยันต์​      ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท มอร์ลูป จำกัด แซม ตันสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท กรุงศรี ฟินโนเวต จำกัด และ นพ. ศุภชัย ปาจริยานนท์ กรรมการ บริษัท ไรส์ อินโนเวชั่น ฮับ จำกัด  
  • “New Innovation toward Sustainable Society นวัตกรรมสู่สังคมที่ยั่งยืน” โดยผู้ร่วมเสวนา ประกอบด้วย พงษ์ลดา พะเนียงเวทย์ ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง เฟรชเก็ต สมศักดิ์ บุญคำ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Local Alike หลุยส์ อัลบาน บาทาร์ด ดูเปร ผู้ก่อตั้งแอพพลิเคชั่น “ยินดี (Yindii) และราชสุดา รังสิยากูล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปฏิบัติหน้าที่ ผู้อำนวยการโครงการ Orion OR 
  • ปิดท้ายด้วย “Together toward Inclusive Growth เติมเต็มโอกาส เพื่อทุกการเติบโต ร่วมกัน” โดยจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ OR