Home Blog Page 306

แม็คกรุ๊ป จัดกิจกรรม FIND MY FIT ยีนส์ที่ใช่ ..ใช้ชีวิตที่ชอบ

0

“แม็คกรุ๊ป” จัดกิจกรรม FIND MY FIT ยีนส์ที่ใช่ ..ใช้ชีวิตที่ชอบ ต่อยอดแคมเปญ “MY MC MY WAY ชีวิต..เต็มแม็ค” บิ๊กมูฟครั้งสำคัญที่เปิดตัวเมื่อเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา สานต่อแนวคิด “Body Positivity” เข้าใจความแตกต่างของรูปร่าง พร้อมสร้างสรรค์ลุคที่ดีที่สุดได้ในแบบฉบับของตัวเอง ชูไฮไลท์กางเกงยีนส์รุ่นต่างๆ หลากหลายทรงให้ทุกคนเลือกสิ่งที่เหมาะกับตัวเอง ตอกย้ำ  แม็คยีนส์ แบรนด์ยีนส์อันดับ 1 ของเมืองไทย      

นายเจมส์ ริชาร์ด อมตวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MC เปิดเผยว่า บริษัทจัดกิจกรรม FIND MY FIT ยีนส์ที่ใช่ ..ใช้ชีวิตที่ชอบ ต่อยอดจากแคมเปญ “MY MC MY WAY ชีวิต..เต็มแม็ค” ภายใต้แนวคิด “Body Positivity” ความเข้าใจในความแตกต่างของรูปร่าง และพร้อมสร้างสรรค์ลุคที่ดีที่สุดในแบบของตัวเอง ด้วยผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายของแม็คยีนส์ ให้ทุกคนได้ใช้ชีวิตแบบไร้ขีดจำกัด 

ความพิเศษของ FIND MY FIT คือ ชูความโดดเด่นของกางเกงยีนส์รุ่นต่างๆ ของแม็คยีนส์ที่มีหลากหลายทรง พร้อมนำเสนอแนวคิดการเลือกกางเกงยีนส์ที่เหมาะกับตัวเอง ซึ่งนอกจากจะต้องมีคุณภาพที่ดีแล้ว กางเกงยีนส์ที่ใช่ จะช่วยสะท้อนบุคลิกภาพของผู้สวมใส่ เติมเต็มความมั่นใจของผู้ที่สวมใส่ในทุกๆ วัน

“เรามุ่งสื่อสารกับผู้บริโภคทุกคนในการเลือกยีนส์ที่เหมาะกับตัวเอง ตอกย้ำเรื่อง Body Positivity ซึ่งถือเป็นเทรนด์ที่เกิดขึ้นและยอมรับกันทั่วโลก เรามีกางเกงยีนส์หลากหลายรุ่น ล้วนแล้วแต่เป็นรุ่นยอดนิยมที่ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกสรีระ ทุกไลฟ์สไตล์” นายเจมส์  ริชาร์ด กล่าว

สำหรับกางเกงยีนส์รุ่นที่นำเสนอผ่านกิจกรรม FIND MY FIT ประกอบด้วยกางเกงยีนส์รุ่นยอดนิยมของแม็คยีนส์ ได้แก่ รุ่น Mc SELVEDGE, Mc ME , Mc PLUS, , Mc MOVE, Mc COOLและกางเกงยีนส์ทรง WIDE LEG และ TAPELINE โดยมีรายละเอียดของกางเกงยีนส์แต่ละรุ่น ดังนี้ 

Mc SELVEDGE (แม็ค เซลเวจ) กางเกงยีนส์ผ้าริมแดง สัญลักษณ์ที่แสดงถึงการเป็นกางเกงยีนส์ที่มี เนื้อผ้าสวยและดูพรีเมี่ยมมากว่ายีนส์ทั่วไป มีความทนทาน และอายุการใช้งานที่ยาวนาน 

Mc ME (แม็ค มี) กางเกงยีนส์สำหรับคุณสุภาพสตรี เน้นสรีระ และสัดส่วนให้ดูเพรียว เนื้อผ้าให้ความกระชับ รับสัดส่วน ยืดหยุ่นคืนตัวได้ดี สวมใส่สบาย 

Mc PLUS (แม็ค พลัส) กางเกงยีนส์ที่ออกแบบเพื่อรองรับหุ่น Plus size (พลัส ไซส์) ที่มีการปรับไซส์ให้เหมาะสม สวมใส่สบาย และเพิ่มความคล่องตัวในชีวิตประจำวัน 

Mc MOVE (แม็ค มูฟ) กางเกงยีนส์ที่มาพร้อมกับความยืดหยุ่นสูง คล่องตัวทุกกิจกรรม ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์และการเคลื่อนไหว 

Mc COOL (แม็ค คูล) กางเกงยีนส์ที่มาพร้อมกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีของเนื้อผ้า ที่จะช่วยคงความอบอุ่นตามอุณหภูมิในร่างกาย และในขณะเดียวกันยังสามารถสัมผัสความเย็นสบายขณะสวมใส่ตามสภาพอากาศ ด้วยคุณสมบัติพิเศษที่แห้งเร็ว ควบคุมความชื้น และระบายอากาศได้ดี 

นอกจากนี้ ยังนำเสนอกางเกงยีนส์อีก 2 ทรง ประกอบด้วย WIDE LEG (วาย เลค) กางเกงยีนส์สำหรับผู้หญิง ทรงขากว้างกระชับช่วงเอว ปล่อยรีแลคซ์ตั้งแต่ช่วงสะโพก แพทเทิร์นปลายขาจะกว้างเป็นพิเศษ ตามเทรนด์ของแฟชั่น และ TAPELINE (เทปไลน์) กางเกงยีนส์สำหรับผู้ชาย ทรงกระบอกเล็กกระชับตั้งแต่ช่วงเอว สะโพก ต้นขาจนถึงปลายขา 

นายเจมส์ ริชาร์ด กล่าวว่า สำหรับแนวทางการสื่อสารผ่านกิจกรรม FIND MY FIT จะเน้นการจัดกิจกรรมที่ตอบโจทย์ลูกค้า มุ่งเน้นการเพิ่มประสบการณ์ในการเลือกกางเกงยีนส์ให้เหมาะกับตัวเอง ภายใต้แนวคิด “ยีนส์ที่ใช่ …ใช้ชีวิตที่ชอบ” โดยจัดกิจกรรม FIND MY FIT เลือกยีนส์ที่ใช่ ใช้ชีวิตที่ชอบกับ “ติวเตอร์” เด็กไทยรักดนตรี ขวัญใจชาวโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นที่รู้จักจากการไปเปิดหมวกโชว์ความสามารถทางด้านร้องและเล่นกีตาร์อยู่ที่ริมถนนเยาวราช เจ้าของช่อง Tiktok “tewter_yaowarat” ที่ปัจจุบันมียอดกดไลค์รวม 35.5 ล้านครั้ง และยอดผู้ติดตามถึง 1.8 ล้านคน ณ ร้านแม็คยีนส์ 3 สาขา ในวันที่ 29 กรกฎาคม ศูนย์การค้าแฟชั่น ไอส์แลนด์, วันที่ 12 สิงหาคม ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์เกต และวันที่ 19 สิงหาคม โลตัส ศรีนครินทร์ 

มาร่วมเลือกยีนส์ที่ใช่ …ใช้ชีวิตที่ชอบ กับกางเกงยีนส์รุ่นที่เหมาะกับตัวคุณ ได้แล้ววันนี้ที่ร้านแม็คยีนส์ ทุกสาขา และ mcshop.com และสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/mcjeans 

เซเว่นฯ แนะเคล็ดลับยกระดับองค์กรขนาดย่อมสู่ธุรกิจขับเคลื่อนด้วย “นวัตกรรม” พิชิตยุค VUCA World

0

สถานการณ์ของโลกที่เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากทั้งเทคโนโลยี การแข่งขัน สภาพแวดล้อมทางธุรกิจ เศรษฐกิจ ภาวะโลกร้อน จนสร้างผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อองค์กรทุกขนาดทุกระดับ หรือที่เรียกว่า“วูก้า” หรือ VUCA ประกอบด้วย 1.Volatility ความผันผวน 2.Uncertainty ความไม่แน่นอน 3.Complexity ความซับซ้อน และ 4.Ambiguity ความคลุมเครือซึ่งปัจจุบันมีหลายปัจจัยเร่งให้ทุกคนตกอยู่ในยุค VUCA World แบบหลีกเลี่ยงไม่ได้

การเตรียมพร้อมรับมือยุค VUCA World จึงไม่ใช่เพียงเรื่องขององค์กรขนาดใหญ่ กลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SME เอง ก็ต้องปรับตัวเพื่อให้ก้าวผ่านยุคดังกล่าวได้เช่นกัน “ศูนย์ 7 สนับสนุน SME” หรือ 7 SME Support Center ภายใต้การขับเคลื่อนของ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่นและเซเว่น เดลิเวอรี่ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในเรื่องดังกล่าว จึงได้จัดอบรมในหัวข้อ “SME รวยได้ด้วยนวัตกรรม” บรรยายโดย นายพูลสวัสดิ์ เผ่าประพัธน์ ที่ปรึกษาคณะเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ซีพี ออลล์ ผ่านโครงการ DIPROM MOVE TO MODERN TRADE หนึ่งในโครงการความร่วมมือระหว่าง กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) หรือ “ดีพร้อม” และ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) แนะแนวทางให้ SME สามารถปรับตัวพิชิต VUCA World ได้

เริ่มต้นจากการเตรียม 4 สิ่งเพื่อรับมือ VUCA ประกอบด้วย 1.Vision หรือวิสัยทัศน์ มีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน และทันต่อเหตุการณ์ เพื่อให้สามารถตัดสินใจได้รวดเร็ว และตอบสนองต่อทุกความผันผวนได้อย่างเหมาะสม 2.Customer Insight หรือข้อมูลเชิงลึกของลูกค้า ปรับเปลี่ยนจากการตัดสินใจด้วยประสบการณ์หรือความเชื่อส่วนตัว มาสู่การตัดสินใจด้วยข้อมูลเชิงลึกจริงๆ ของลูกค้าในเรื่องต่างๆ เพื่อให้รับมือกับความไม่แน่นอนผ่านข้อมูลที่เชื่อถือได้ 3.Clarify หรือการทำให้ง่ายและชัดเจน จัดระบบต่างๆ ให้เรียบง่าย ลดทุกความซับซ้อน เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ซับซ้อนขึ้น จะได้แก้ปัญหาในจุดต่างๆ ได้ง่าย 4.Agility หรือความคล่องตัว ปรับองค์กรให้ขับเคลื่อนได้เร็วขึ้น เปลี่ยนแปลงให้ไวขึ้น เพื่อรับมือทุกความคลุมเครือ โดยองค์กรแบบ SME มีขนาดองค์กรที่เล็กกว่า สามารถปรับตัวได้เร็วกว่าอยู่แล้ว สิ่งสำคัญคือการใส่ใจ “นวัตกรรม”

เมื่อมี 4 ไม้เด็ดข้างต้น สิ่งที่ต้องดำเนินการต่อไป คือการยกระดับ SME ไปสู่การเป็นธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม (Innovation Driven Entrepreneur หรือ IDE) อาศัย 3 ปัจจัย มาสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ประกอบด้วย 1.ความต้องการของตลาดและลูกค้า 2.ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ 3.เทคโนโลยี ทั้ง 3 ปัจจัยจะเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนานวัตกรรมที่มาสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าและธุรกิจ เช่น โทฟุซัง (Tofusan) น้ำเต้าหู้นมถั่วเหลืองพาสเจอไรซ์แบบขวด ที่ตอบโจทย์คนอยากกินน้ำเต้าหู้แท้ๆ แต่ไม่อยากตื่นเช้า ให้รสชาติดั้งเดิมในช่วงแรก สู่น้ำเต้าหู้เพื่อคนรักสุขภาพ ภายใต้ความเชื่อที่ว่า “นวัตกรรมที่ดี” จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการช่วยเปลี่ยนความตั้งใจให้เป็นจริงได้

ทั้งนี้ ความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในยุค VUCA World ประกอบด้วย 4 เรื่อง ได้แก่ ตลาดเปลี่ยนแปลง ลูกค้าเปลี่ยนแปลง เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลง และสภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลง ส่งผลให้ธุรกิจจำเป็นต้องมีกระบวนการทำงานใหม่ สินค้าใหม่ บริการใหม่ ตลอดจนธุรกิจใหม่ โดยใช้นวัตกรรมเข้ามาช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มในแต่ละส่วน เพื่อให้ยังคงสามารถเติบโตและอยู่รอดในตลาดได้

การทำสินค้าให้เป็นสินค้านวัตกรรม ไม่ใช่ทำสินค้าให้เป็นแค่สิ่งประดิษฐ์ จะช่วยทำให้สินค้าขายได้มากขึ้น ต้นทุนลดลง ส่งผลให้กำไรเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบผลการดำเนินงานกับองค์กรที่ไม่ใช่ IDEจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมมีอัตราการเติบโตที่ดีกว่า

แม้ VUCA World จะเข้ามามีอิทธิพลต่อการทำธุรกิจ แต่หากผู้ประกอบการเร่งปรับตัว นำ “นวัตกรรม” มาปรับใช้ เพื่อยกระดับสู่ธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ก็จะมีโอกาสเติบโตและแข่งขันได้ โดย “ศูนย์ 7 สนับสนุน SME” พร้อมที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนและส่งเสริมผู้ประกอบการ SME ในเรื่องต่างๆ ผ่านการจัดโครงการและกิจกรรมดีอย่างต่อเนื่อง อาทิ เพิ่มช่องทางให้ผู้ประกอบการ SME นำเสนอสินค้าเพื่อจำหน่ายในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น และผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น การจัด Business Matching การจัด SME Shelf จัดอบรมสัมมนาแก่ผู้ประกอบการ SME ตลอดจนร่วมกับภาครัฐและเอกชนต่างๆ จัดทำโครงการต่างๆ อาทิ โปรแกรมพัฒนาคู่ค้า โครงการปรับปรุงบรรจุภัณฑ์และยืดอายุสินค้า โครงการส่งเสริมเกษตรกรและให้ความรู้มาตรฐานอาหารปลอดภัย เพื่อช่วยให้ SME สามารถยืนหยัดอยู่บนโลกแห่งการเปลี่ยนแปลงได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน

เปลี่ยนบ้านเป็นเงินก้อน ด้วย “สินเชื่อ GSB บ้านแลกเงิน” โดยธนาคารออมสิน

0

? แค่มีบ้านก็เปลี่ยนเป็นเงินได้ แค่มีบ้านปลอดภาระก็ได้เงินก้อน ให้คุณตอบโจทย์ทุกความต้องการ…ด้วย “สินเชื่อ GSB บ้านแลกเงิน” ? #บ้านยังอยู่

เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายอเนกประสงค์ เช่น เพื่อการอุปโภคบริโภค เพื่อไถ่ถอนจำนองจากสถาบันการเงินอื่น (ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการอุปโภคบริโภค) เพื่อนำไปชำระหนี้สินรายย่อยประเภทอื่น เป็นต้น

? ผ่อนต่ำแสนละ 399 บาท/เดือน (6 เดือนแรก)
? ดอกเบี้ย 3% (MRR-3.245) ต่อปี (6 เดือนแรก)
? วงเงินสูงสุด 10 ล้านบาท

คุณสมบัติผู้กู้

  • เป็นบุคคลที่มีอาชีพและรายได้แน่นอน
  • มีอายุครบ 20 ปีขึ้นไป ดังนี้
    • กรณีเป็นผู้มีรายได้ประจำ เมื่อรวมอายุผู้กู้กับระยะเวลาที่ชำระเงินกู้ ต้องไม่เกิน 65 ปี
    • กรณีเป็นผู้ประกอบอาชีพอิสระ/เจ้าของกิจการ เมื่อรวมอายุผู้กู้กับระยะเวลา ที่ชำระเงินกู้ ต้องไม่เกิน 70 ปี
  • กรณีเป็นผู้มีรายได้ประจำ หรือผู้ประกอบอาชีพอิสระ/เจ้าของกิจการต้องมีคุณสมบัติเพิ่มเติม ดังนี้
    • กรณีเป็นผู้มีรายได้ประจำ ต้องมีอายุงานตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป (กรณีอายุงานปัจจุบันไม่ถึง 6 เดือน ให้อ้างอิงโดยใช้เอกสารแสดงรายได้ หรือเอกสารรับรองการทำงาน จากที่ทำงานเดิม)
    • กรณีเป็นผู้ประกอบอาชีพอิสระหรือเจ้าของกิจการ ต้องดำเนินกิจการมาแล้ว ตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป
  • เป็นผู้ฝากเงินประเภทเผื่อเรียกของธนาคาร

หลักประกัน ที่ดิน หรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง หรือห้องชุด มีหลักเกณฑ์ดังนี้

  1. เป็นของผู้กู้หรือบุคคลอื่น
  2. ตั้งอยู่ในแหล่งชุมชนที่มีความเจริญ มีไฟฟ้า สาธารณูปโภคอื่น ๆ ตามความจำเป็น และมีทางสาธารณประโยชน์ ซึ่งรถยนต์ผ่านเข้าออกได้สะดวก
  3. กรณีหลักประกันที่เป็นที่ดิน ต้องไม่มีสภาพเป็นที่สวน ที่ไร่ ที่นา

วงเงินกู้

  • วงเงินกู้สูงสุด รายละ 10 ล้านบาท

ยื่นกู้ได้ตั้งแต่ 15 กรกฎาคม – 31 ตุลาคม 2565
รายละเอียดเพิ่มเติม > https://rebrand.ly/b98v5as
⚠ เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด

ออมสิน ปลื้ม ปรับยุทธศาสตร์เป็น “ธนาคารเพื่อสังคม” 2 ปี ช่วยคนไทยฝ่าวิกฤตกว่า 13 ล้านคน

0

นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ตามที่ธนาคารออมสินได้ปรับยุทธศาสตร์เป็น “ธนาคารเพื่อสังคม” เมื่อปี 2563 โดยได้ประกาศเจตนารมณ์ชัดเจนในการลดความเหลื่อมล้ำการเข้าถึงสินเชื่อของประชาชนฐานรากด้วยดอกเบี้ยที่เป็นธรรม และ “ยึดหลักนำกำไรจากการประกอบธุรกิจปกติ มาสนับสนุนภารกิจเชิงสังคม” ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการเสริมความแข็งแกร่งของธนาคารด้วยในเวลาเดียวกัน ด้วยบทบาทและภารกิจเพื่อสังคมตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ได้เกิดผลสำเร็จมีความชัดเจนเป็นรูปธรรมในทุกมิติ และสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับสังคมในวงกว้าง

วิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน

ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ธนาคารออมสินได้ดำเนินการตามนโยบายที่รัฐบาลมอบหมายให้เป็นหน่วยงานหลักในการส่งต่อความช่วยเหลือให้ประชาชนและภาคธุรกิจ ผ่านมาตรการและโครงการต่าง ๆ กว่า 45 โครงการ มีประชาชนได้รับประโยชน์และความช่วยเหลือแล้วจำนวนกว่า 13 ล้านราย โดยเป็นผู้ที่ได้รับสินเชื่อ 5.7 ล้านราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ที่ไม่เคยมีประวัติเครดิตและเป็นการเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้เป็นครั้งแรกมากถึง 2.76 ล้านราย สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ได้รับสินเชื่อเสริมสภาพคล่องให้ธุรกิจแล้วเป็นเม็ดเงินกว่า 195,000 ล้านบาท รวมถึงการช่วยเหลือประชาชนที่ตกงานหรือขาดรายได้ให้สามารถกลับมามีอาชีพ และสร้างรายได้ กว่า 100,000 ราย นอกจากนี้ ได้ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายโดยการปรับโครงสร้างหนี้สำหรับลูกหนี้ NPLs อีกร่วม 4 ล้านราย โดยส่วนหนึ่งของโครงการต่าง ๆ ได้แก่ โครงการสินเชื่อสู้ภัย COVID-19 สินเชื่อเสริมพลังฐานราก สินเชื่อช่วยเหลือภาคการท่องเที่ยว สินเชื่อฉุกเฉินสำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระและผู้มีรายได้ประจำ สินเชื่อสร้างงานสร้างอาชีพ และอีกมากมาย รวมถึงมาตรการพักชำระหนี้ โครงการผ่อนปรนภาระหนี้ไม่ให้เสียประวัติการเงิน ตลอดจนการฟื้นฟูและฝึกทักษะอาชีพเพื่อช่วยสร้างรายได้ เป็นต้น

นอกจากนี้ ธนาคารยังประสบความสำเร็จในการริเริ่มโครงการใหม่ ที่ช่วยให้คนฐานรากและ SMEs ได้มีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินในระบบ ด้วยต้นทุนที่ถูกลงและเป็นธรรม ได้แก่ (1) การเข้าทำธุรกิจจำนำทะเบียนมอเตอร์ไซค์ ที่สร้างการเปลี่ยนแปลงช่วยกดโครงสร้างอัตราดอกเบี้ยของธุรกิจนี้ให้ลดต่ำลง จาก 28% ลงเหลือ 16 – 18% โดยอนุมัติสินเชื่อให้คนฐานรากแล้วกว่า 1 ล้านราย และ (2) การปล่อยสินเชื่อโดยพิจารณาจากที่ดินซึ่งเป็นหลักประกัน ในโครงการสินเชื่อ SMEs มีที่ มีเงิน ทำให้สามารถอนุมัติสินเชื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการในช่วงเวลายากลำบากแล้วเป็นวงเงินกว่า 21,000 ล้านบาท ตอกย้ำการขับเคลื่อนบทบาทธนาคารเพื่อสังคมที่ตั้งเป้าช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการเงินได้อย่างชัดเจน ทั้งนี้ มาตรการช่วยเหลือและโครงการเพื่อสังคมต่าง ๆ สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพเป็นผลมาจากการพัฒนายกระดับบริการ Mobile Banking ที่ทำให้สามารถปล่อยสินเชื่อผ่านแอป MyMo ได้มากถึง 1.6 ล้านราย และปรับปรุงโครงสร้างหนี้ จำนวน 5.4 แสนราย ภายใต้สถานการณ์ COVID-19 โดยที่ลูกค้าประชาชนไม่ต้องไปติดต่อที่สาขา

หลังจากนี้ ธนาคารจะยกระดับขยายผลให้ทุกมิติที่สำคัญของการดำเนินธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการดำเนินงานหลัก หรือด้านผลิตภัณฑ์และบริการ จะต้องมีการนำปัจจัยด้านสังคมเข้ามาบูรณาการทุกด้าน (Social Mission Integration) ซึ่งจะทำให้เกิด (1) ความลึกลงในการปฏิบัติงาน (Embedded in Core Business Process) (2) ความยั่งยืนทางธุรกิจและสังคม (Sustainability) และ (3) ผลกระทบเชิงบวกในวงกว้าง (Broaden Positive Impact) เช่น การบูรณาการปัจจัยด้านสังคมลงในกระบวนการออกแบบผลิตภัณฑ์ทางการเงิน การบริหารจัดการทรัพยากร การปรับวิธีการประเมินผลสำเร็จของงาน หรือในการจัดทำโครงการต่าง ๆ เป็นต้น รวมถึงเน้นการบริหารจัดการเสริมความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง การลดต้นทุนบริหารจัดการและการควบคุมค่าใช้จ่ายยังเป็นแนวทางหลักในการดำเนินธุรกิจ เพื่อให้สามารถทำกำไรและนำกำไรบางส่วนไปสนับสนุนภารกิจเพื่อสังคม

นอกจากนี้ ในครึ่งหลังของปี 2565 ธนาคารจะริเริ่มเข้าทำธุรกิจสินเชื่อที่ดินและขายฝาก เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนที่มีต้นทุนถูกลงและเป็นธรรมสำหรับคนไทย โดยการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนเป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งจะเปิดให้บริการในเดือนตุลาคม 2565 และการอนุมัติสินเชื่อ Digital Lending โดยใช้ Alternative Data เริ่มโครงการต้นแบบในเดือนพฤศจิกายน 2565 รวมถึงเร่งรัดการช่วยเหลือฟื้นฟูคุณภาพชีวิตประชาชนผ่านโครงการสร้างงานสร้างอาชีพ ตั้งเป้าช่วยผู้เดือดร้อนได้ถึง 200,000 รายภายในสิ้นปี
สำหรับผลการดำเนินงานในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา การลดต้นทุนทางธุรกิจและควบคุมค่าใช้จ่ายดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ทำให้ธนาคารมีกำไรสุทธิ (ณ 30 มิ.ย. 65) จำนวน 15,831 ล้านบาท คาดการณ์กำไรทั้งปี 2565 ที่ 29,000 ล้านบาท ซึ่งอยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยในปี 2564 ที่ผ่านมา ธนาคารสามารถนำส่งรายได้เข้ารัฐ เป็นจำนวนเงิน 15,978 ล้านบาท สูงสุดเป็นอันดับ 4 จากรัฐวิสาหกิจ 58 แห่ง พร้อมกับความสามารถรักษาระดับ NPLs ได้ 2.67% ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ (Coverage Ratio) 160% และมีเงินสำรองรวม (Total Provision) และเงินสำรองทั่วไป (General Provision) สูงสุดเป็นประวัติการณ์

AIS จ่ายค่าใบอนุญาตคลื่น 900 งวดที่ 7 ก้าวสู่องค์กรโทรคมนาคมอัจฉริยะ

0

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส ในฐานะผู้บริหาร บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด (เอดับบลิวเอ็น) ผู้ได้รับจัดสรรคลื่นความถี่ย่าน 900 MHz ในมูลค่ารวม 75,654 ล้านบาท เป็นตัวแทนชำระค่าคลื่นความถี่ย่าน 900 MHz งวดที่ 7 เป็นเงินจำนวน 8,094,978,000 บาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยมี ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เป็นผู้รับมอบ เพื่อนำส่งเงินเป็นรายได้ของแผ่นดินต่อไป

นายสมชัย กล่าวว่า แผนงานการก้าวสู่องค์กรโทรคมนาคมอัจฉริยะหรือ Cognitive Telco ยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง ด้วยงบลงทุนกว่า 30,000-35,000 ล้านบาท ในการขยายศักยภาพ 5G เพื่อสร้างประสบการณ์ดิจิทัลให้กับคนไทยด้วยนวัตกรรม Metaverse ที่กำลังเข้ามาสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับหลากหลายอุตสาหกรรม รวมถึงรองรับการเติบโตของกลุ่มธุรกิจทั้งโทรศัพท์เคลื่อนที่ ธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ธุรกิจบริการลูกค้าองค์กร และธุรกิจดิจิทัลเซอร์วิส

CPF มอบ “กล่องกำลังใจ” สุดพิเศษ ให้ทัพนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทย สู้ศึกอาเซียนพาราเกมส์ 2022

0

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พลตรี โอสถ ภาวิไล เลขาธิการคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย ร่วมกับ นายอนุสรณ์ พิมงา เลขาธิการสมาคมกีฬาคนพิการทางสมองแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย นางสาวสุชาดา วีระเมธีกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ และคณะผู้บริหารจากเครือ CP-CPF เป็นผู้แทนบริษัทฯ มอบกล่องกำลังใจให้กับทัพนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทย สู้ศึกอาเซียนพาราเกมส์ 2022 ณ ศูนย์ฝึกซ้อมกีฬาบอคเซียแห่งชาติ ราชมังคลากีฬาสถาน ซึ่งจะจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 30 ก.ค.- 6 ส.ค.2565 ที่เมืองโซโล ประเทศอินโดนีเซีย

พลตรีโอสถ ภาวิไล กล่าวขอบคุณเครือ CP-CPF เป็นอย่างยิ่งที่ให้การสนับสนุนนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทยมาโดยตลอด เป็นระยะเวลา 6 ปีแล้ว ซึ่งการเดินทางไปแข่งขันในครั้งนี้ เรามีความมุ่งมั่นและความพร้อมเต็มที่ เพื่อทวงคืนเจ้าเหรียญทองกลับมาอีกครั้ง พร้อมเปิดโอกาสให้นักกีฬาดาวรุ่งหน้าใหม่ได้สร้างผลงานและเก็บเกี่ยวประสบการณ์ เราสัญญาว่าจะทำผลงานให้ออกมาดีที่สุดเพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ

ซีพีเอฟ สนับสนุนอาหารพร้อมรับประทานให้ทัพนักกีฬาในช่วงเก็บตัวฝึกซ้อมก่อนเดินทางไปยังประเทศอินโดนีเซีย โดยเน้นอาหารกลุ่มโปรตีน คุณภาพดี ที่มีคุณค่าโภชนาการครบถ้วน และเหมาะสมกับสภาพร่างกายของนักกีฬา ได้แก่ ‘อกไก่นุ่มกระเทียมพริกไทย’ ไขมันต่ำ ‘ชิคเก้นริบออลีน’ ‘เกี๊ยวกุ้งจักรพรรดิ’ ‘ไส้กรอกและโบโลน่าซีพี’ ที่ให้โปรตีนสูง อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลากชนิด ตอบโจทย์นักกีฬาและคนรักสุขภาพ รวมถึง ‘ไข่ต้มซีพี’ ที่ให้ทั้งความอร่อยและสารอาหารเต็มเปี่ยม นอกจากนี้ ยังมี ‘โบโลน่า Meat Zero’ ผลิตภัณฑ์เนื้อจากพืช (Plant-based Meat) จากนวัตกรรม Plant Tech ทำให้ได้เนื้อทางเลือกที่สมบูรณ์แบบทั้งลักษณะ รสชาติ กลิ่น และเนื้อสัมผัส เป็นเมนูใหม่ที่มีโปรตีนและกากใยอาหาร ปราศจากโคเลสเตอรอลให้นักกีฬาไทยได้ลิ้มลอง เชื่อว่า อาหารคุณภาพปลอดภัยของซีพีเอฟ จะเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนทัพนักกีฬาไทยคว้าชัยในครั้งนี้ เพื่อสร้างรอยยิ้มและความภูมิใจให้คนไทยได้มีความสุขร่วมกันอีกครั้ง

ซีพีเอฟ ยังผนึกกำลังบริษัทในเครือซีพี ได้แก่ ซีพี ออลล์ นำอาหาร ผลไม้ และกลุ่มทรู ที่สนับสนุนซิมโรมมิ่งจาก ทรูมูฟ เอช พร้อมนวัตกรรมเพื่อสุขภาพจาก ทรู เฮลท์ ด้วยแอปพลิเคชัน MorDee (หมอดี) ให้ทัพนักกีฬาไทย โค้ช เจ้าหน้าที่ และสื่อมวลชน ใช้บริการแพทย์แบบออนไลน์ได้ทุกที่ทุกเวลาตลอดช่วงการแข่งขัน

กิจกรรมในครั้งนี้ เป็นแคมเปญพิเศษที่เครือ CP-CPF จัดขึ้น เพื่อเป็นกำลังใจให้นักกีฬามีพลังลุกขึ้นสู้ใหม่ได้ทุกครั้งในทุกการแข่งขัน ทั้งการแสดงจาก ‘โฟกัส กิตติคุณ’ ศิลปินลูกทุ่งชื่อดัง ที่มาร่วมสร้างสีสันและให้กำลังใจนักกีฬา และการแข่งขันบอคเซียแมทช์พิเศษ ระหว่าง คณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย ผู้บริหารเครือ CP-CPF นักกีฬา และศิลปิน

นายวรวุฒิ แสงอำภา นักกีฬาบอคเซีย มือวางอันดับ 1 ของโลก และแชมป์โลก 2 สมัย กล่าวว่า ขอบคุณเครือ CP-CPF ที่สนับสนุนมาโดยตลอด สิ่งเหล่านี้ช่วยเสริมพลังกายและเติมกำลังใจให้กับนักกีฬาคนพิการ มีความมุ่งมั่นและมีสมาธิกับการฝึกซ้อมอย่างเต็มที่ เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมที่สุดก่อนเดินทางไปแข่งขันยังต่างแดน ทัพนักกีฬาบอคเซียจะพยายามอย่างสุดความสามารถในการป้องกันแชมป์

สำหรับ อาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 11 ชิงชัยทั้งหมด 14 ชนิดกีฬา ประกอบด้วย กรีฑา ยิงธนู แบดมินตัน บอคเซีย ฟุตบอลคนตาบอด หมากรุก โกลบอล ยูโด ยกน้ำหนัก ว่ายน้ำ เทเบิลเทนนิส วีลแชร์เทนนิส วอลเลย์บอลนั่ง และวีลแชร์บาสเกตบอล มีนักกีฬาคนพิการเข้าร่วมการแข่งขัน รวมกว่า 1,500 คน จาก 11 ประเทศในอาเซียน ร่วมเชียร์และส่งข้อความเป็นกำลังใจถึงนักกีฬาด้วยการติดแฮชแท็ก #คนไทยหัวใจนักสู้ บนโซเชียลมีเดียทุกแพลตฟอร์ม

โออาร์ เชิญร่วมงาน “Inclusive Growth Days empowered by OR” สร้างโอกาสเติบโตร่วมกันกับธุรกิจทุกขนาดและสตาร์ตอัป

0

โออาร์ เชิญชวนผู้ประกอบการธุรกิจทุกขนาด สตาร์ตอัป และผู้สนใจร่วมเส้นทางเติมเต็มโอกาสเพื่อการเติบโตไปด้วยกันในงานเสวนาและโชว์เคสธุรกิจครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี “Inclusive Growth Days empowered by OR” ระดม 50 ผู้ทรงคุณวุฒิ และนักธุรกิจชั้นนำ ร่วมเจาะลึกโมเดลธุรกิจแห่งอนาคตที่จะมาช่วยต่อยอดการลงทุน ผู้เชี่ยวชาญวงการสตาร์ตอัปมาไขรหัสแห่งความสำเร็จ พร้อมทั้งการจัดแสดงสินค้า นวัตกรรม และเทคโนโลยีจากพันธมิตรของ โออาร์ ที่จะยกระดับธุรกิจให้เติบโตไปพร้อมกับสังคมและสิ่งแวดล้อม พร้อมโอกาสในการสรรหาพันธมิตร สร้างเครือข่ายทางธุรกิจ เพื่อร่วมเติมเต็มศักยภาพและก้าวสู่ความสำเร็จไปด้วยกัน เพลิดเพลินกับการชอปปิงสินค้าไทยเด็ด อิ่มอร่อยกับอาหารและเครื่องดื่มจากร้านค้าและแบรนด์ชั้นนำ รวมถึงความบันเทิงจากศิลปินนักร้อง นักแสดงชั้นนำ และแขกรับเชิญเซเลบริตี้มากมาย ตั้งแต่วันที่ 22 – 24 กรกฎาคม 2565 ที่ ชั้น 22 บางกอก คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ ลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรีที่ https://www.zipeventapp.com/e/Inclusive-Growth-Days

จิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ โออาร์

นางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ กล่าวว่า “โออาร์ ได้เดินหน้าวิสัยทัศน์ใหม่ “เติมเต็มโอกาส เพื่อทุกการเติบโต ร่วมกัน” ด้วยความเชื่อว่า ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจของโลก องค์กรธุรกิจต้องปรับตัวและพลิกโฉม นำโมเดลทางธุรกิจและนวัตกรรมใหม่มาใช้ และประสานความร่วมมือกัน เพื่อเดินหน้าสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมที่จะส่งเสริมผู้คนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี สร้างสรรค์ชุมชนที่น่าอยู่ และรักษาสิ่งแวดล้อมให้ยังคงอุดมสมบูรณ์สำหรับคนรุ่นต่อไปในอนาคต เราจึงจัดงาน “Inclusive Growth Days empowered by OR” ขึ้น เพื่อเป็นส่วนหนึ่งที่จะขับเคลื่อนโอกาสและสร้างแรงบันดาลใจในการดำเนินธุรกิจสู่อนาคต ผู้ประกอบการธุรกิจทุกรูปแบบ ทุกขนาด ทั้งเล็ก กลาง ใหญ่ รวมถึงสตาร์ตอัป จะได้รับประโยชน์โดยตรงเมื่อมาร่วมแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ รวมถึงมองหาพันธมิตรและช่องทางธุรกิจ ตลอดจนสร้างความร่วมมือซึ่งกันและกันระหว่างธุรกิจต่าง ๆ”

“คุณค่าและสาระประโยชน์จากเวทีเสวนาและโชว์เคสครั้งสำคัญนี้เกิดขึ้นได้ ด้วยความร่วมมือร่วมใจจากผู้บริหารจากองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน ไม่ว่าจะเป็น เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตลอดจนนักธุรกิจและผู้บริหารองค์กรธุรกิจชั้นนำจากหลากหลายภาคอุตสาหกรรม รวมกว่า 50 ท่าน ที่ให้เกียรติมาร่วมแสดงวิสัยทัศน์ แลกเปลี่ยนมุมมอง และประสบการณ์ ด้วยความตระหนักดีว่า การดำเนินธุรกิจแบบเดิมที่มุ่งเน้นเพียงการแสวงหาผลกำไร ไม่สามารถประสบความสำเร็จได้ในระยะยาวอย่างยั่งยืน ถึงเวลาแล้วที่เราจะมาร่วมสร้างโอกาสให้ทุกคนในสังคมเติบโตร่วมกันแบบ Inclusive Growth” นางสาวจิราพร กล่าวเสริม

นอกเหนือจากสร้างโอกาสให้ทุกคนในสังคมเติบโตร่วมกันแบบ Inclusive Growth ไฮไลต์ของงานเสวนา สอดคล้องกับพันธกิจทั้ง 4 ของ โออาร์ ประกอบด้วย
Seamless Mobility – EV พลิกโฉมธุรกิจพลังงานและการเคลื่อนที่อย่างไร้รอยต่อ
All Lifestyles – ตอบโจทย์ทางเลือกการใช้ชีวิตในอนาคต ทั้งอาหาร สุขภาพ และการท่องเที่ยว รวมถึงช็อปผลิตภัณฑ์ชุมชนจากโครงการไทยเด็ดทั่วประเทศ
Global Market – โอกาสของธุรกิจไทยในต่างแดน และหลากหลายสูตรสำเร็จเพื่อการเติบโตในต่างประเทศ รวมถึงเคล็ดวิชาของ Café Amazon และ PTT Station ในตลาดโลก
OR Innovation – นวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน สร้างตลาดใหม่ด้วยการแก้ไขปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อม ไขรหัสความสำเร็จของ Flash Express สตาร์ทอัประดับยูนิคอร์นรายแรกของไทย และอีกหลากหลาย Solution ล้ำยุค

โออาร์ ทุ่มเทความตั้งใจจัดงานนี้เพื่อให้ผู้เข้าชมงาน ทั้งนักธุรกิจ นักลงทุน พนักงาน ตลอดจนประชาชนทั่วไปได้เห็นถึงโมเดลทางธุรกิจแห่งอนาคต ที่จะต้องสานพลังและประสานความร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อการเติบโตแบบ Inclusive และยังมีการจัดแสดงผลิตภัณฑ์ และนวัตกรรมจากพันธมิตรของ OR ทั้งตัวแทนจำหน่าย ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี สตาร์ทอัป และ แบรนด์ต่าง ๆ รวมกว่า 100 บูธ ไม่ว่าจะเป็น เทคโนโลยีด้านยานยนต์ไฟฟ้า นวัตกรรมเพื่อการใช้ชีวิตในโลกยุคใหม่ ผลิตภัณฑ์และสินค้าอาหารจากธุรกิจในเครือและพันธมิตรของ OR และ Café Amazon ผลิตภัณฑ์และอาหารจากโครงการไทยเด็ด และเพลิดเพลินกับเครื่องดื่มหลากหลายจาก Café Amazon ที่มาจำลองบรรยากาศ Green Oasis ขึ้นภายในงาน รวมถึงเมนูพิเศษที่มีจำหน่ายเฉพาะ Café Amazon ในต่างประเทศเท่านั้น พร้อมมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง อาทิ นนท์ ธนนท์, เอ๊ะ จิรากร, เจ๋ง บิ๊กแอส,โต้ง ทูพี และกิจกรรมสนุกสนานจากดารา นักแสดง และแขกรับเชิญเซเล็บคนดังมากมายที่มาร่วมงาน อาทิ ไบร์ท นรภัทร, ตรี ภรภัทร, ฟิล์ม ธนภัทร, ตงตง กฤษกร, เน๋ง ศรัณย์, กระทิง ขุนณรงค์, ภณ ณวัสน์

สำหรับหัวข้อการบรรยายและการเสวนาบนเวทีที่น่าสนใจ ประกอบด้วย

Start-Up Sharing Session: 22 กรกฎาคม 2565 เวลา 10:00 น. – 12:30 น.
• แนะนำธุรกิจ โดย 11 สตาร์ทอัปและธุรกิจร่วมลงทุน (VC) ที่มาร่วมงาน

Inclusive Growth Theme: 22 กรกฎาคม 2565 เวลา 13:00 น. – 17:30 น.
• กล่าวเปิดงานในหัวข้อ “Inclusive Growth ทิศทางธุรกิจแห่งอนาคต” โดย จิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ OR
• “Inclusive Economy ก้าวต่อไปของเศรษฐกิจไทย เศรษฐกิจที่เติบโตร่วมกับสังคม” โดย ดนุชา พิชยนันน์ เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
• “Inclusive Business Model โมเดลธุรกิจแห่งอนาคต โมเดลธุรกิจที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” ผู้ร่วมเสวนา ประกอบด้วย ดร. ภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย จำกัด และ จิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ OR
• “Inclusive Finance โมเดลการเงินแห่งอนาคต เพื่อการเติบโตร่วมกัน” ผู้ร่วมเสวนา ประกอบด้วย วิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ธนา โพธิกําจร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กสิกร ไลน์ จำกัด และ ดร.สันติธาร เสถียรไทย ประธานทีมเศรษฐกิจ (Group Chief Economist) และกรรมการผู้จัดการ ซีกรุ๊ป
• ปิดท้ายด้วยมินิคอนเสิร์ตจาก เอ๊ะ-จิรากร สมพิทักษ์

Seamless Mobility Theme: 23 กรกฎาคม 2565 เวลา 9:00 – 14:00 น.
• “From Gas to Green พลังงานสะอาดที่ทุกคนเข้าถึงได้” ผู้ร่วมเสวนา ประกอบด้วย ศุภชัย เอกอุ่น ผู้ว่าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค วรวัฒน์ พิทยศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) (GPSC) สมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) และบุญมา พนธนกรกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน OR
• “The World of EV ยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อโลกเพื่อเรา” โดย รศ.ดร. ยศพงษ์ ลออนวล หัวหน้าศูนย์วิจัย Mobility and Vehicle Technology Research Center (MOVE) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) และ นายกสมาคมกิตติมศักดิ์ สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย
• “EV Moments ช่วงเวลาที่ดีต่อใจ ดีต่อโลก” ผู้ร่วมเสวนา ประกอบด้วย ศิวภูมิ เลิศสรรค์ศรัญย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท คาร์ซัม (ประเทศไทย) จำกัด เอกชัย ยิ้มสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อรุณ พลัส จำกัด และวริศร เรียงประยูร กรรมการผู้จัดการ เอ มอเตอร์ส กรุ๊ป
• “The World of Seamless Mobility โลกแห่งการเคลื่อนที่อย่างไร้รอยต่อ” ผู้ร่วมเสวนา ประกอบด้วย สุรเดช ทวีแสงสกุลไทย ประธานกรรมการ บริษัท ขอนแก่นพัฒนาเมือง จำกัด (เคเคทีที) พชร อารยะการกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ธารินี สุทธิปริญญานนท์ นายกสมาคมการค้าผู้แทนจำหน่ายสถานีบริการน้ำมันพลังไทย PTT และบุญมา พนธนกรกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน OR
• พักครึ่งด้วยมินิคอนเสิร์ตจาก นนท์ – ธนนท์ จำเริญ

All Lifestyles Theme: 23 กรกฎาคม 2565 เวลา 14:00 – 16:30 น.
• “Taste of Happiness รสชาติแห่งความสุข” โดย ฤทธิ์ ธีระโกเมน ประธานกรรมการบริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์กรุ๊ป จํากัด (มหาชน)
• “Wellness Destination จุดหมายที่ร่างกายได้ยิ้ม” โดย ฐิติพัฒน์ ศุภภัทรานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธัญ-ออริซ่า จำกัด ผู้ก่อตั้ง THANN Wellness Destination
• “Beyond Food มากกว่าอาหารแต่คือสุขภาพที่ดีขึ้น” ร่วมเสวนาโดย ชลากร เอกชัยพัฒนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด (โอ้กะจู๋) กุลพัชร์ กนกวัฒนาวรรณ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท อาฟเตอร์ ยู จำกัด แดน ปฐมวาณิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ จำกัด (มหาชน) และสมยศ คงประเวช รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกิจไลฟ์สไตล์ OR
• “All Lifestyles for Good Health ตอบโจทย์การใช้ชีวิตกับสุขภาพดีที่คุณเลือกได้” ผู้ร่วมเสวนา ประกอบด้วย นพ. ตนุพล วิรุฬหการุญ ประธานคณะผู้บริหาร บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก วสิษฐ แต้ไพสิฐพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) วิภาวี วงศ์สิริศักดิ์ CCO และผู้ร่วมก่อตั้งโกวาบิ และ นพ. สุทธิชัย โชคกิจชัย ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ บริษัท กู๊ด ด็อกเตอร์ เทคโนโลยี (ประเทศไทย)

Global Market Theme: 24 กรกฎาคม 2565 เวลา 9:00 – 13:30 น.
• “Borderless Fashion แฟชั่นไร้พรมแดน” โดยเดวิด โจว ประธานกรรมการบริหาร (ซีอีโอ) และผู้ร่วมก่อตั้ง โพเมโล แฟชั่น
• “Thai Brands to Global Market สร้างแบรนด์ไทยสู่แบรนด์โลก” โดยผู้ร่วมเสวนา ประกอบด้วย ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) วีรพลน์ เตชะผาสุขสันติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สกุลฎ์ซี อินโนเวชั่น จำกัด และรชา อุทัยจันทร์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกิจต่างประเทศ OR
• “Thai Business in Global Arena ธุรกิจไทยไม่แพ้ใครในเวทีโลก” โดยผู้ร่วมเสวนา ประกอบด้วย กฤษฎา มนเทียรวิเชียรฉาย รองประธานกรรมการบริหาร กลุ่มมิตรผล ดร. เกรียงศักดิ์ เทพผดุงพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท อำพลฟูดส์ โพรเซสซิ่ง จำกัด และชัยวัฒน์ นันทิรุจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอกา โกลบอล จำกัด
• “Global Opportunities for Thai Businesses โอกาสการเติบโตของธุรกิจไทยในต่างแดน” โดย สนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย
• พักครึ่งด้วยมินิคอนเสิร์ตจาก เจ๋ง-เดชา โคนาโล และทูพี-พิทวัส พฤกษกิจ

New Innovation Theme: 24 กรกฎาคม 2565 เวลา 13:30 – 17:00 น.
• “Impact Innovation สตาร์ตอัปยุคต่อไป สร้างตลาดใหม่โดยแก้ปัญหาสังคม และสิ่งแวดล้อม” โดย กระทิง พูนผล ผู้ก่อตั้งกองทุน 500 TukTuks และผู้บริหารกองทุน ORZON Ventures
• การสัมภาษณ์พิเศษ “The Journey of Thailand’s 1st Unicorn กว่าจะเป็นยูนิคอร์นตัวแรกของเมืองไทย” คมสันต์ ลี ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มธุรกิจแฟลช (โดยรวิศ หาญอุตสาหะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จํากัด ผู้ก่อตั้งเพจ Mission to the Moon เป็นผู้สัมภาษณ์)
• “Technology for a Sustainable Future เทคโนโลยีเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน” โดยผู้ร่วมเสวนา ประกอบด้วย ธีระ กนกกาญจนรัตน์ ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อรินแคร์ จำกัด ธมลวรรณ วิโรจน์ชัยยันต์ ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท มอร์ลูป จำกัด แซม ตันสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท กรุงศรี ฟินโนเวต จำกัด และ นพ. ศุภชัย ปาจริยานนท์ กรรมการ บริษัท ไรส์ อินโนเวชั่น ฮับ จำกัด
• “New Innovation toward Sustainable Society นวัตกรรมสู่สังคมที่ยั่งยืน” โดยผู้ร่วมเสวนา ประกอบด้วย พงษ์ลดา พะเนียงเวทย์ ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง เฟรชเก็ต สมศักดิ์ บุญคำ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Local Alike หลุยส์ อัลบาน บาทาร์ด ดูเปร ผู้ก่อตั้งแอพพลิเคชั่น “ยินดี (Yindii) และราชสุดา รังสิยากูล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปฏิบัติหน้าที่ ผู้อำนวยการโครงการ ORion
• ปิดท้ายด้วย “Together toward Inclusive Growth เติมเต็มโอกาส เพื่อทุกการเติบโต ร่วมกัน” โดยจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ OR

รู้เก็บรู้ออม : หุ้นน่าลงทุนช่วงตลาดขาลง

0

ตลาดหุ้นไทยตอนนี้ แม้ปัจจัยภายในจะดีขึ้นจากสถานการณ์โควิดที่คลี่คลาย การเปิดประเทศให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาแล้วก็ตาม แต่ปัจจัยภายนอกที่สำคัญคือสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่ยังยืดเยื้อ ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมัน และต้นทุนสินค้าบริการต่างๆ ทำให้เกิดปัญหาเงินเฟ้อที่เป็นตัวเลขสูงจนน่าวิตก

การลงทุนในตลาดหุ้นที่ดัชนีผันผวนและมีโอกาสจะเป็นขาลง จำเป็นที่จะต้องมีกลยุทธ์การลงทุนที่ดี เหมาะกับสถานการณ์ รวมทั้งการสแกนหุ้นว่าหุ้นตัวไหนที่จะโดนผลกระทบมากน้อยเพียงใด เพื่อจัดการกับความเสี่ยง

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดย SETINVESTNOW ช่วยติดเกราะป้องกันให้นักลงทุน ด้วยการแนะนำ “4 ธีมกลยุทธ์ลงทุน ลดขาดทุนช่วงตลาดเป็นขาลง” ไว้เป็นแนวทางการลงทุนที่ปลอดภัย หุ้นที่เหมาะกับช่วงตลาดขาลง ประกอบด้วย

1.หุ้นที่มีอำนาจในการกำหนดราคาสูง ได้แก่ สินค้าและบริการที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตประจำวัน อย่างธุรกิจค้าปลีก อาหาร การศึกษา การสื่อสาร ซึ่งสามารถผลักภาระต้นทุนให้แก่ผู้บริโภค มีอำนาจในการกำหนดราคา ทำให้มีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ในระดับสูงและมาร์จิ้นขยายตัวต่อไปได้อย่างแข็งแกร่ง

2.หุ้นที่ได้รับประโยชน์จากการเปิดประเทศ เช่น การท่องเที่ยว โรงแรม การบิน อาหาร แม้จะเป็นหุ้นที่ได้รับประโยชน์ แต่ก็เป็นแค่ชั่วคราว ดังนั้น นักลงทุนต้องพิจารณาเปรียบเทียบราคาหุ้นช่วงก่อนเกิดโควิด กับช่วงการแพร่ระบาด เมื่อราคาปรับขึ้นใกล้เคียงกับระดับราคาก่อนโควิด ก็ควรขายทำกำไรไว้ก่อน

3.หุ้นเติบโตที่ราคาสมเหตุสมผล เช่น ธนาคารพาณิชย์ ประกันภัย ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เป็นธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตดี ทั้งรายได้และกำไร แนะนำให้ลงทุนในราคาที่ไม่สูงเกินไปหรือ สมเหตุสมผล เพื่อป้องกันความเสี่ยงของตลาดตอนขาลง

และ 4.หุ้นคุณภาพและเติบโตสูง เช่น สินค้าไอที พลังงานทดแทน ลิสซิ่ง ส่วนใหญ่เป็นกิจการที่แข็งแกร่ง แบรนด์เข้มแข็ง ลูกค้าจงรักภักดีต่อสินค้า ไม่ตกเทรนด์ง่าย มีความได้เปรียบด้านต้นทุน มีสิทธิบัตรหรือสัมปทาน มีทีมผู้บริหารที่มีความสามารถและธรรมาภิบาลสูง ทำให้บริษัทอยู่เหนือกว่าคู่แข่งและเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

ธีมที่ 1 และ 2 เน้นกลยุทธ์ลงทุนระยะสั้นถึงปานกลาง ลงทุนแบบตามกระแส โดยเน้นลงทุนตามเทรนด์ขาขึ้นของตลาดหุ้น ส่วนธีมที่ 3 และ 4 เหมาะสำหรับการลงทุนระยะยาว เน้นลงทุนในหุ้นที่ปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง

“คุณนายพารวย” ย้ำอีกทีว่า อยากคัดกรอง “หุ้นดี” ได้ด้วยตัวเอง ลองเข้าไปที่เว็บไซต์ www.setsmart.com ตอนนี้ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดให้ทดลองใช้งาน SETSMART ฟรี 15 วัน เพียงแค่สมัครเป็นสมาชิก SET Member ก่อนเท่านั้น และหากอยากต้องการใช้งานต่อก็สามารถสมัครได้เพียง 250 บาทต่อเดือน เมื่อเทียบกับข้อมูลที่ได้ ไม่ว่าจะเป็นภาวะการซื้อขาย เทรนด์นักลงทุนต่างชาติ หรือข้อมูลหุ้น อนุพันธ์ และกองทุนรวม ครบจบในเว็บเดียว ถือว่าคุ้มสุดๆ!!

คุณนายพารวย

ที่มา คอลัมน์ รู้เก็บรู้ออมรู้ใช้รู้ลงทุน..สู่ความมั่งคั่ง หน้าเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

รู้เก็บรู้ออม : เลือกหุ้นปันผล จ่ายเงินสดหรือเป็นหุ้น?

0

“คอลัมน์รู้เก็บรู้ออมรู้ใช้รู้ลงทุน…สู่ความมั่งคั่ง” เคยเขียนถึง “หุ้นปันผล” มาแล้วก่อนหน้านี้ว่า เป็นตัวเลือกในการลงทุนสำหรับตลาดหุ้นในสภาวะผันผวน ซึ่งสภาพตลาดหุ้นตอนนี้ นักลงทุนที่มีหุ้นปันผลอยู่ในพอร์ตลงทุน ก็น่าจะบาดเจ็บน้อยกว่าคนที่ไม่ได้มีหุ้นปันผลไว้ในครอบครองอย่างแน่นอน

ตอกย้ำให้เห็นว่า การที่เรามีหุ้นที่สามารถสร้างผลตอบแทนกลับมาให้เราสม่ำเสมอในทุกปี นอกจากจะเป็น Passive Income ที่ทำหน้าที่ช่วยสร้างสภาพคล่องให้กับตัวนักลงทุนที่ถือหุ้นปันผลอยู่ ยังทำหน้าที่สำคัญอีกอย่างเป็นหลุมหลบภัยป้องกันให้นักลงทุนอย่างเรา ไม่บอบช้ำกาย และชีช้ำใจ ในสภาพตลาดแบบนี้

ครั้งนี้ คุณนายพารวยขอพูดถึงรูปแบบผลตอบแทนที่เราจะได้รับจากหุ้นปันผล โดยหลักแล้วนิยมจ่ายเป็น 2 รูปแบบ คือ “จ่ายเป็นเงินสด” และ “จ่ายเป็นหุ้น”

หุ้นปันผลที่จ่ายเป็นเงินสด เงินจะถูกโอน ส่งตรงเข้าบัญชีนักลงทุนเลย นักลงทุนก็สามารถนำเงินไปใช้จ่ายได้ตามความต้องการ บริษัทที่เลือกจ่ายปันผลแบบนี้ ย่อมแสดงถึงความสามารถในการรักษาโครงสร้างทางการเงินที่มีเสถียรภาพ สามารถโชว์สตรองให้นักลงทุนเห็นถึงสภาพคล่องทางการเงินดี ผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทเอง

ส่วนหุ้นที่จ่ายปันผลเป็นหุ้น บริษัทจะใช้วิธีเพิ่มทุนเป็นหุ้นสามัญแล้วนำมาจ่ายปันผล โดยกำหนดจ่ายเป็นอัตราส่วนที่กำหนด เช่น จ่ายปันผลเป็นหุ้นในสัดส่วน 10 : 1 แปลว่า ผู้ถือหุ้นเดิม จะได้รับหุ้นปันผล 1 หุ้นทุกๆหุ้นเดิมที่ถือจำนวน 10 หุ้น เช่น ถือหุ้นอยู่ 1,000 หุ้น ก็จะได้รับหุ้นปันผล 100 หุ้น บริษัทที่เลือกแบบนี้ เพราะต้องการถือเงินสดเอาไว้ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน สำหรับขยายการลงทุนโดยไม่ต้องไปกู้ยืม หรือไว้เพิ่มสภาพคล่องในการซื้อขายหุ้น ซึ่งนักลงทุนก็ต้องพิจารณาด้วยว่า อาจเกิด Dilution Effect (จำนวนหุ้นเพิ่มขึ้น และราคาหุ้นลดลง) ได้

ส่วนที่ว่าแบบไหนดีกว่า อันนี้ต้องแล้วแต่ความชอบของนักลงทุน บางท่านชอบที่จะได้กำผลตอบแทนเป็นตัวเงินเลย ขณะที่บางท่าน ก็ไม่ได้รีบร้อนใช้เงิน ชอบที่จะได้จำนวนหุ้นเพิ่ม และระยะยาวอาจมีมูลค่าเพิ่มมากขึ้นในอนาคตก็ได้

รู้แบบนี้แล้ว อยากลองลงทุนในหุ้นปันผลมาเพิ่มไว้ในพอร์ต สามารถเข้าไปหาข้อมูลดู ได้ที่เว็บ setinvestnow หาอ่านบทความรวบรวม 20 หุ้นที่จ่ายปันผลได้ต่อเนื่องติดต่อกันอย่างยาวนานถึง 28 ปี รวบรวมสถิติย้อนหลังไปตั้งแต่ปี 2535 ถึงปี 2562 และรายชื่อ “10 หุ้นปันผลเด่น ดีต่อเนื่อง 5 ปีซ้อน” ที่ตลาดหลักทรัพย์ฯรวบรวมข้อมูลหุ้นทุกตัวที่มีอัตราเงินปันผลตอบแทนมากกว่า 5% ตลอด 5 ปีย้อนหลัง ตั้งแต่ปี 2560 ถึง 2564 และมากกว่า 5% ในรอบ 12 เดือน (ข้อมูล ณ 14 มี.ค.65) มาเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงทุน

และถ้าอยากเซียน คัด “หุ้นปันผล” เป็นเอง ก็ทำได้ที่เว็บไซต์ www.setsmart.com ตอนนี้ตลาดหลักทรัพย์ฯเปิดโอกาสให้ทดลองใช้งาน SETSMART ฟรี 15 วัน เพียงแค่สมัครเป็นสมาชิก SET Member ก่อน หากใช้งานแล้วถูกใจ อยากใช้งานต่อ ก็ทำได้ จ่ายค่าสมัครแค่ 250 บาทต่อเดือน เทียบกับข้อมูลที่ได้รับ เช่น ภาวะการซื้อขาย เทรนด์นักลงทุนต่างชาติ หรือข้อมูลหุ้น อนุพันธ์ และกองทุนรวม ครบจบในเว็บเดียว

ต้องบอกว่า คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม จริงๆ ค่ะ!!

คุณนายพารวย

ที่มา คอลัมน์ รู้เก็บรู้ออมรู้ใช้รู้ลงทุน..สู่ความมั่งคั่ง หน้าเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

รู้อะไรไม่สู้ รู้จักใช้เงิน ด้วย”โปรแกรมตรวจสุขภาพทางการเงิน”

0

Happy Money โดย #ตลาดหลักทรัพยแห่งประเทศไทย แนะนำ “โปรแกรมตรวจสุขภาพทางการเงิน”

คนที่รักสุขภาพ เป็นห่วงตัวเอง ก็ต้องตรวจสุขภาพร่างกายเป็นประจำ เช่นเดียวกับ สุขภาพทางการเงิน หากอยากรู้ตัวเองว่า ตอนนี้ สถานะทางการเงินดีหรือไม่ดี สามารถเช็คได้ด้วย #โปรแกรมตรวจสุขภาพทางการเงิน

แค่ตอบคำตอบทางการเงินสั้นๆ อย่างเรามีบัตรเครดิตกี่ใบที่มียอดค้าง, ค่าหนี้แต่ละเดือนคิดเป็นกี่เปอร์เซนต์ของรายได้ เพื่อจะได้รู้สุขภาพทางการเงินของตัวเองว่า ฟิตปั๋ง หรือ อ่อนแอ จะได้นำไปวางแผนการเงินของตัวเองต่อไปได้ เพราะ รู้อะไรก็ไม่สู้ รู้จักใช้เงิน