Home Blog Page 84

AIS เสริมศักยภาพ Autonomous Network สู่ Self-Evolving Network พร้อมดูแลตลอด 24 ชม. ร่วมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

0

บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS พร้อมเชื่อมต่อความสุขให้กับลูกค้าและคนไทย ต้อนรับช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2025 เริ่มต้นก่อนใครด้วยการจัดมหกรรมเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่แทนคำขอบคุณลูกค้าในงาน AIS FANTIVAL 2024 เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม ที่ผ่านมา ยืนยันความพร้อมของโครงข่ายอัจฉริยะทั้งมือถือและเน็ตบ้าน รวมถึงงานบริการให้ลูกค้าและคนไทยอุ่นใจในทุกการใช้งานในช่วงเทศกาลปีใหม่ไม่ว่าจะเป็น การเดินทางท่องเที่ยวพักผ่อน การเดินทางกลับภูมิลำเนาเพื่อใช้เวลากับครอบครัวที่บ้าน หรือแม้แต่การเข้าร่วมงานเคาท์ดาวน์ร่วมนับถอยหลังเข้าสู่ปีใหม่ที่มีการจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ทั่วประเทศ

ด้วยการยกระดับขีดความสามารถของ AI และ Autonomous Network ให้เป็นโครงข่ายที่มีความฉลาดและสามารถพัฒนาตัวเองได้แบบไม่หยุดยั้งหรือ Self-Evolving Network (SEN) ที่เป็นการเพิ่มศักยภาพของโครงข่ายของ AIS ให้มีความสามารถในการบริหารจัดการปริมาณการใช้งานและ Capacity ได้ด้วยตัวเองแบบ Realtime ทำให้ทีมวิศวกร และทีมช่างของ AIS 3BB FIBRE 3 สามารถตรวจสอบเฝ้าระวังและเสริมขีดความสามารถของเน็ตเวิร์คในพื้นที่ต่างๆ ได้ก่อนที่จะเกิดปัญหาการใช้งานได้ทันที ภายในศูนย์ปฏิบัติการ (War Room) ที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมงในช่วงวันหยุดยาวเพื่อติดตามและเฝ้าระวัง พร้อมอำนวยความสะดวกลูกค้าทุกพื้นที่ทั่วประเทศทั้ง AIS 5G / 4G / AIS Super WiFi และบริการเน็ตบ้าน ทั้ง AIS FIBRE 3 และ 3BB FIBRE 3

นอกจากนี้ ยังได้จัดเต็มสิทธิพิเศษแบบจัดเต็มให้ลูกค้าได้แลกรับความพิเศษทั้งของกินสุดฟิน ประกันเดินทางอุ่นใจ ลุ้นโชคใหญ่ส่งท้ายปี พร้อมก้าวสู่ปีใหม่อย่างราบรื่นและอุ่นใจไปด้วยกัน

นายปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหาร กลุ่มลูกค้าทั่วไป AIS กล่าวว่า “เทศกาลปีใหม่นับเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขที่คนไทยจะใช้เป็นโอกาสเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวพักผ่อน AIS ในฐานะผู้ให้บริการดิจิทัลที่มีความแข็งแกร่งมากสุดในอุตสาหกรรม ด้วยโครงข่าย AIS 5G ที่มีความครอบคลุมแล้วกว่า 95% ของพื้นที่ประชากร สามารถให้บริการลูกค้าได้แบบลึก สูง กว้าง ไกล เราขอเป็นส่วนหนึ่งในช่วงเวลาแห่งความสุขส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ให้ลูกค้าและคนไทยสามารถใช้งานทั้งการติดต่อสื่อสาร ใช้งานโซเชียล โพสต์ โหลด แชร์ ชม และส่งต่อความสุขรับปีใหม่ได้อย่างราบรื่นและอุ่นใจ

ดังนั้นนอกเหนือจากการนำเทคโนโลยี AI และ Autonomous Network ที่มีความอัจฉริยะเป็น Self-Evolving Network เรายังเตรียมความพร้อมอย่างเต็มกำลัง โดยเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายสื่อสารในพื้นที่การจัดงานเคาท์ดาวน์ทั่วประเทศ อาทิ centralwOrld Bangkok Countdown 2025, SIAM PARAGON THE MAGICAL COUNTDOWN CELEBRATION 2025, ONE BANGKOK COUNTDOWN CELEBRATION 2025 จ.กรุงเทพมหานคร, PATTAYA COUNTDOWN 2025 จ.ชลบุรี, KORAT COUNTDOWN 2025 จ.นครราชสีมา, HATYAI COUNTDOWN 2025 จ.สงขลา, AMAZING CHIANG MAI COUNTDOWN 2025 จ.เชียงใหม่ รวมถึงเส้นทางสำคัญในการเดินทางไปท่องเที่ยว หรือกลับภูมิลำเนาทั่วประเทศ ด้วยการเพิ่ม Capacity ภายในสถานีฐานเดิม และติดตั้งสถานีฐานชั่วคราว (Mini Tower) โดยเพิ่มการมอนิเตอร์การใช้งานของลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมง กว่า 5,000 จุด อีกทั้งยังจัดเต็มทัพรถสถานีฐานเคลื่อนที่ (Mobile Base Station Car) และรถโมบายชุมสาย COW (Cell-On-Wheel) รวมถึงเตรียมความพร้อมของทีมวิศวกรในการอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า เพื่อส่งมอบประสบการณ์ดิจิทัลที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้าและคนไทย”

นายธีร์ สีอัมพรโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายธุรกิจบรอดแบนด์ AIS กล่าวว่า “เราเชื่อว่าในช่วงเวลาแห่งความสุขและการเฉลิมฉลอง บ้าน คืออีกหนึ่งสถานที่ที่ทุกคนได้กลับมารวมตัวและใช้ชีวิตร่วมกัน ในส่วนของบริการเน็ตบ้านภายใต้ AIS 3BB FIBRE 3 เรามีความพร้อม ในการส่งมอบประสบการณ์ดิจิทัลที่เข้าใจและตอบโจทย์ทุกคนในบ้าน
ได้อย่างครบถ้วน และความสุขที่มากกว่า ทั้งสุดยอดคอนเทนต์ความบันเทิงที่ครบถ้วนมากสุดภายในบ้านของคุณ
ให้ช่วงเวลาปีใหม่เป็นช่วงเวลาที่ทุกคนได้มารับชมคอนเทนต์ร่วมกันไม่ว่าจะเป็น หนัง ซีรีส์ กีฬา คอนเสิร์ต วาไรตี้ สารคดี เกมโชว์ หรือแม้แต่การร่วมนับถอยหลังก้าวสู่ปี 2025 ไปพร้อมๆ กันได้อย่างมีความสุขที่บ้าน ด้วยประสบการณ์ความบันเทิงระดับพรีเมียมจาก SMART SOUNDBAR ลำโพงอัจฉริยะที่ให้ทุกคนได้สัมผัสกับคุณภาพเสียงระดับโลก 

สายเกมที่ทุกคนในครอบครัวสามารถเอนจอยและใช้ช่วงเวลาวันหยุดสัมผัสกับ GAMING PLATFORMS ด้วย
เราเตอร์อัจฉริยะ SMART AI GAMER ที่ช่วยเพิ่มความเร็วของสัญญาณ ลดค่าความหน่วง เพิ่มความเสถียร เพื่อให้ทุกการเล่นเกมมีประสิทธิภาพที่เหนือกว่า แน่นอนว่าในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ 2025 เราได้เตรียมความพร้อมในทุกด้านเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้า ด้วยการนำ AI เข้ามาบริหารจัดการโครงข่ายเน็ตบ้าน ที่สามารถตรวจจับปริมาณการใช้งานภายในบ้าน และพื้นที่ต่างๆ แบบ Realtime รวมถึงยังทำงานเชิงรุกด้วยการเข้าไปแก้ไขปัญหาก่อนที่ลูกค้าจะแจ้งเข้ามา หากตรวจพบความผิดปกติของการใช้งาน พร้อมเตรียมทีมช่างและงานบริการที่พร้อมช่วยเหลือลูกค้าให้สามารถใช้งานเน็ตบ้านได้อย่างต่อเนื่องพร้อมก้าวสู่ปีใหม่ 2025 ไปด้วยกัน”

นอกจากนี้ AIS ยังได้เตรียมส่งมอบความสุขให้ลูกค้าได้อุ่นใจข้ามปี จัดเต็มสิทธิพิเศษ แลก ลุ้น รับ เซอร์ไพรส์จาก AIS Points และสิทธิพิเศษอีกมากมายที่ยกขบวนมาร่วมส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ สำหรับลูกค้าทั้งมือถือและเน็ตบ้าน AIS FIBRE 3 รับสิทธิ์ง่ายๆ ผ่านแอปพลิเคชัน myAIS ไม่ว่าจะเป็น

  • แลกพอยท์ ลุ้นโชคใหญ่ส่งท้ายปี! ใช้ AIS Points เพียง 5 คะแนน แลกรับ 1 สิทธิ์  ลุ้นรับรถมินิ The new electric Mini Cooper SE สีพิเศษ Ocean wave green มูลค่า 1,724,000 บาท จำนวน 1 รางวัล  ยิ่งกดแลกมาก ยิ่งมีสิทธิ์ลุ้นมาก ตั้งแต่วันนี้ – 31 มกราคม 2568
  • ปีใหม่เที่ยวได้อุ่นใจ ใช้ AIS Points เพียง 10 คะแนน แลกประกันภัยกลุ่มปีใหม่เที่ยวได้อุ่นใจ (ไมโครอินชัวรันส์) ปี 2568 รับวงเงินคุ้มครองสูงสุด 100,000 บาท นาน 30 วัน จากเมืองไทยประกันชีวิต รับสิทธิ์ง่ายๆ เพียงกด *550*3374# หรือ ผ่านทางแอปพลิเคชัน myAIS  ตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคม 2567 – วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568
  • เสริมดวงรับปีใหม่ รักดี เงินหนา ความสุขเทมา ไม่รู้จบ ลูกค้าเอไอเอส เซเรเนด ใช้ AIS Points 20 คะแนน แลกรับวอลล์เปเปอร์พระแม่ลักษมี ART TOY EDITION พร้อมสีและเลขมงคลเสริมดวง ตั้งแต่วันนี้ – 15 มีนาคม 2568
  • ยกขบวนส่วนลด กินฟรี ปาร์ตี้สนั่น ใช้ AIS Points 60 คะแนน แลกรับฟรี Auntie Anne’s Pretzel 1 ชิ้น หรือ
    ใช้ 40 คะแนน แลกส่วนลด 20 บาท เมื่อซื้อ ไอศกรีม Dairy Queen Blizzard (s) หรือ ใช้ 110 คะแนน แลกส่วนลด 100 บาท เมนูที่ร่วมรายการ + สลัดบาร์ไม่อั้นที่ Sizzler ตั้งแต่วันนี้ – 31 มีนาคม 2568
  • อุ่นใจทุกการเดินทาง ปลอดภัยทุกทริป ใช้ AIS Points 50 คะแนนแลกรับส่วนลด 50% จากบริการบี-ควิก ในการตรวจสอบสภาพรถก่อนเดินทางไกลตั้งศูนย์ล้อธรรมดาและค่าถ่วงล้อแม็ก พิเศษ!สำหรับลูกค้าเอไอเอส เซเรเนด
    รับส่วนลดค่าน้ำมันสูงสุด 50 บาท/ครั้ง ที่สถานีบริการน้ำมันบางจากทั่วประเทศ
  • อุ่นใจทุกการพักผ่อนวันหยุดยาว รับส่วนลดเพิ่มค่าที่พักและโรงแรมสูงสุด 5% เมื่อจองที่พักผ่าน Agoda ตั้งแต่วันนี้  –  วันที่ 31 ธันวาคม 2567 พิเศษ!สำหรับลูกค้าเซเรเนด เติมความสดชื่นก่อนออกเดินทาง ลูกค้าเซเรเนด
    แพลตินัม รับฟรีเซตเครื่องดื่มและของว่าง ลูกค้าเซเรเนด โกลด์  รับฟรีเครื่องดื่ม ที่สนามบิน 19  แห่งทั่วประเทศ
  • อุ่นใจทุกทริป เตรียมบินฉลองปีใหม่ สำหรับลูกค้าที่สมัครแพ็กโรมมิ่ง AIS Ready2Fly ตั้งแต่ราคา 429 บาทขึ้นไป รับส่วนลด 10% สูงสุด 500 บาท เมื่อช้อปปิงที่เซ็นทรัลทุกสาขา กดรับสิทธิ์ *111*5*66# ตั้งแต่วันนี้ – 31 มกราคม 2568, ลูกค้าที่มีสมาชิก คิง พาวเวอร์ ช้อปสินค้าดิวตี้ฟรี สุดคุ้ม รับส่วนลดสูงสุด 20% กดรับสิทธิ์ *111*5*41#  ตั้งแต่วันนี้ – 31 มีนาคม 2568 นอกจากนี้ลูกค้าที่ซื้อ SIM2Fly ตั้งแต่ราคา 549 บาทขึ้นไป หรือ ราคา 399 บาท 2 ซิมขึ้นไปที่ AIS shop สาขาสนามบินสุวรรณภูมิและสาขาสนามบินดอนเมือง รับคูปองส่วนลด
    คิง พาวเวอร์สูงสุด 15% ตั้งแต่วันนี้ – 31 มกราคม 2568

“ในนามของชาว AIS ขอยืนยันที่จะอยู่เคียงข้างลูกค้าและคนไทย ให้ทุกช่วงเวลามีความสุข และมีพลังพร้อมก้าวสู่ปี 2568 ได้อย่างดีที่สุด”

เตรียมตัวช็อป “Easy E-Receipt 2.0” ลดหย่อนภาษีสูงสุด 50,000 บาท ตั้งแต่ 16 ม.ค. ถึง 28 ก.พ. 2568

0

กรมสรรพากร ประกาศข่าวดีสำหรับผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เดินหน้าต่อโครงการ “Easy E-Receipt 2.0” เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจไทย โดยเปิดโอกาสให้หักลดหย่อนค่าใช้จ่ายต่างๆ ได้สูงสุด 50,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2568

สิทธิประโยชน์ที่จะได้รับ

  • ลดหย่อนสูงสุด 50,000 บาท: เพิ่มโอกาสในการลดหย่อนภาษีได้มากขึ้น
  • ครอบคลุมค่าใช้จ่ายหลากหลาย: ไม่ว่าจะเป็นค่าซื้อสินค้าทั่วไป ค่าสินค้า OTOP หรือค่าบริการจากวิสาหกิจชุมชนและวิสาหกิจเพื่อสังคม
  • กระตุ้นเศรษฐกิจ: การใช้จ่ายผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการทำธุรกรรมแบบดิจิทัล

เงื่อนไขการใช้สิทธิ

  • ต้องมีใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) หรือใบรับอิเล็กทรอนิกส์ (e-Receipt) เพื่อเป็นหลักฐานในการยืนยันค่าใช้จ่าย
  • จำกัดวงเงิน: สามารถลดหย่อนได้สูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท โดยแบ่งเป็น
    • 30,000 บาท สำหรับค่าซื้อสินค้าหรือบริการทั่วไปจากผู้ประกอบการทั้งจดและไม่จด Vat
    • 20,000 บาท สำหรับค่าซื้อสินค้า OTOP ,ค่าสินค้าบริการของวิสาหกิจชุมชน และ ค่าสินค้าบริการของวิสาหกิจเพื่อสังคม

โครงการนี้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่หลากหลาย เช่น

  • ค่าซื้อสินค้าทั่วไป: ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า เครื่องใช้ หรือสินค้าอุปโภคบริโภค
  • ค่าบริการ: เช่น ค่าตัดผม ค่าซ่อมรถ ค่าทำความสะอาด
  • ค่าสินค้า OTOP: สนับสนุนสินค้าชุมชนไทย
  • ค่าบริการจากวิสาหกิจชุมชนและวิสาหกิจเพื่อสังคม: ช่วยเหลือชุมชนและสังคม
  • ค่าหนังสือ: ทั้งหนังสือปกติและหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-Book)

เงื่อนไขสำคัญ

  • ต้องมีใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) หรือใบรับอิเล็กทรอนิกส์ (e-Receipt): เพื่อเป็นหลักฐานในการยืนยันค่าใช้จ่าย และต้องระบุชื่อ-นามสกุล และเลขประจำตัวประชาชนของผู้ซื้อ
  • สินค้าและบริการที่ใช้สิทธิไม่ได้: เช่น ค่าสุรา เบียร์ ไวน์ ยาสูบ, ค่าน้ำมัน, ค่าสาธารณูปโภค เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ค่าบริการโทรศัพท์, ค่าเบี้ยประกันวินาศภัย, ค่าซื้อรถยนต์ รถจักรยานยนต์

วิธีการตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม

  • เว็บไซต์กรมสรรพากร: www.rd.go.th
  • ศูนย์สารนิเทศสรรพากร (RD Intelligence Center): โทร. 1161

สิ่งที่ผู้ประกอบการควรทราบ

  • ร้านค้าที่ต้องการเข้าร่วมโครงการ: สามารถติดต่อสำนักงานสรรพากรพื้นที่เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์และใบรับอิเล็กทรอนิกส์

กองทุนรวม ThaiESG ความยั่งยืนที่อยู่รอบตัวเรา

0

🌱ธุรกิจที่คำนึงถึง ESG อาจจะฟังดูเหมือนเป็นเรื่องไกลตัว แต่ในความเป็นจริงธุรกิจที่มุ่งหน้าสู่ความยั่งยืนนั้น อยู่รอบตัวคุณแล้ววันนี้ 🥰
.
“ThaiESG” กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนลงทุนในธุรกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล 💚เพิ่มวงเงินลดหย่อนภำษีได้สูงสุด 300,000 บาท 💚ลดระยะเวลาถือครองเหลือแค่ 5 ปี 📈
.
เริ่มลงทุนพร้อมลดหย่อนภาษีกับ ThaiESG ได้แล้ววันนี้ ผ่านบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนธนาคารหรือตัวแทนขายหน่วยลงทุน 💰💰
.
.
🔍ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.ThailandESG.com

องค์กรภาคตลาดทุนรวมพลังแสดงเจตนารมณ์มุ่งมั่นยกระดับธรรมาภิบาลบริษัทจดทะเบียนไทย

0

องค์กรภาคตลาดทุนมีเจตนารมณ์ร่วมกันเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของผู้ลงทุนและผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย และรักษาไว้ซึ่งมาตรฐานธรรมาภิบาลที่ดีของบริษัทจดทะเบียนในตลาดทุนไทย อันจะนำไปสู่การพัฒนาตลาดทุนไทยอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นไปตามเนื้อหาของแถลงการณ์ร่วม เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2567 ดังนี้

  1. จะติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิดและดำเนินการตามความเหมาะสมและตามอำนาจหน้าที่
  2. จะร่วมกันยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งรวมถึงการทำรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์
  3. มุ่งมั่นที่จะส่งเสริมธรรมาภิบาลของบริษัทจดทะเบียน รวมถึงจะดำเนินการเชิงรุกในการป้องกันและแก้ไขปัญหาที่อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ลงทุน 

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) และอุปนายก สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย กล่าวว่าสภาธุรกิจตลาดทุนไทยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจ และการพัฒนาธรรมาภิบาลในบริษัทจดทะเบียนอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ลงทุน นำไปสู่การเติบโตที่มั่นคงยั่งยืน และความสามารถในการแข่งขันในระดับโลกของตลาดทุนไทย

นายกุลเวช เจนวัฒนวิทย์ กรรมการผู้อำนวยการ สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (Thai IOD) กล่าวว่า ความยั่งยืนขององค์กรเริ่มที่ความเชื่อถือไว้วางใจจากประชาชน (Public Trust) สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (Thai IOD) หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคณะกรรมการบริษัททุกท่านจะทำหน้าที่เป็นสติให้กับองค์กร ทำงานร่วมกับผู้บริหารในการปลูกจิตสำนึกการมีธรรมาภิบาลที่ดีถ่ายทอดสู่พนักงานทุกระดับเพื่อสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎเกณฑ์ และมาตรฐานการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยสมาคมฯ คาดหวังให้ประธานคณะกรรมการเป็นผู้นำขององค์กรในการสร้างวัฒนธรรมการทำงานของคณะกรรมการ เปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็นของกรรมการทุกคนอย่างรอบคอบ เราอยากเห็นกรรมการอิสระทำหน้าที่สะท้อนความคาดหวังและรักษาผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกลุ่มต่าง ๆ เพื่อให้บริษัทสามารถบรรลุเป้าหมายตามความคาดหวังที่แท้จริง

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร นายกสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน กล่าวว่า นักวิเคราะห์ให้ความสำคัญอย่างมากกับการมองเรื่องสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) เพราะผู้ลงทุนแสวงหาการลงทุนที่ตอบโจทย์ทั้งการเงินและการทำให้สังคมดีขึ้น ESG ส่งผลต่อทั้งความเสี่ยงและโอกาสทางธุรกิจ ความโปร่งใสเป็นหัวใจสำคัญของตลาดทุน หากบริษัทจดทะเบียนมองเห็นคุณค่าของกำไรระยะสั้น โดยไม่ได้คำนึงถึงผลกระทบในระยะยาวก็จะถูกจับตาหรือถูกต่อต้าน ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงและผลการดำเนินงานในที่สุด

นางชวินดา หาญรัตนกูล นายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน และประธานคณะอนุกรรมการ ESG Collective Action กล่าวว่า ในฐานะผู้ลงทุนสถาบันที่ยึดมั่นในหลักความซื่อสัตย์สุจริต ระมัดระวังปกป้องผลประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ ย้ำถึงความกังวลของผู้บริหารและผู้จัดการกองทุนของ บลจ. ต่อประเด็นความเสี่ยงด้าน ESG โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นที่ บลจ. ให้ความสำคัญสูงสุดควบคู่ไปกับผลประกอบการที่ดี คือด้านธรรมาภิบาลของบริษัทจดทะเบียนไทยที่มีกรณีเกิดขึ้นหลายครั้งในปีนี้ ซึ่ง บลจ. ทุกแห่งได้รวมตัวกันอย่างเข้มแข็ง เพื่อยกระดับการดำเนินการด้าน ESG Collective Action ให้กระชับและมีประสิทธิภาพ เพื่อตรวจสอบติดตามข้อเท็จจริง ตั้งคำถาม ประเมินผลกระทบและกำหนดแนวทางการลงทุนในหุ้นที่มีประเด็นปัญหาดังกล่าวในทุก ๆ กรณี และคาดหวังว่าจะเป็นพลังที่เข้มแข็งส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนตลาดทุนไทยอย่างมีคุณภาพ

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า การสื่อสารที่รวดเร็วและทั่วถึงถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งในปัจจุบัน ซึ่งบริษัทจดทะเบียนต้องเปิดเผยข้อมูลโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม โดยเฉพาะผู้ลงทุน เพื่อให้ได้รับข้อมูลที่จำเป็นต่อการตัดสินใจลงทุนในเวลาที่ทันเหตุการณ์ ซึ่งเกณฑ์การเปิดเผยข้อมูลเป็นความจำเป็นพื้นฐานที่บริษัทจดทะเบียนต้องดำเนินการ แต่หากมีข้อมูลสำคัญที่ผู้ลงทุนซึ่งเป็นผู้ที่มีส่วนได้เสียสำคัญต่อบริษัทอาจได้รับผลกระทบ ก็ควรสื่อสารให้ผู้ลงทุนและสาธารณชนได้รับรู้ด้วย ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ มุ่งส่งเสริมให้บริษัทจดทะเบียนเปิดเผยข้อมูลแก่ผู้ลงทุนอย่างเท่าเทียม ทั่วถึง ทันต่อการนำข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงทุน

AIS ปักธงพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำภาคกลาง ศูนย์กลางการเกษตร และแหล่งท่องเที่ยว One Day Trip ครอบคลุมมากสุด ลึก สูง กว้าง ไกล พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 

0

บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS ตอกย้ำที่ 1 ตัวจริง โครงข่ายสื่อสาร AIS 5G ครอบคลุมมากที่สุดในพื้นที่ภาคกลาง ยืนยันไม่ประนีประนอมกับทุกข้อจำกัด เดินหน้าก้าวข้ามความท้าทายเพื่อตอบโจทย์การใช้งานดิจิทัลของคนไทยและลูกค้าทุกกลุ่มในพื้นที่จังหวัดภาคกลาง พร้อมชวนสัมผัสกับอารยธรรม วัฒนธรรมริมฝั่งแม่น้ำ รวมถึงความสวยงามของแหล่งท่องเที่ยวใกล้กรุง

นายกิตติ งามเจตนรมย์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเทคโนโลยี AIS กล่าวว่า “ภาคกลางเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่มีความท้าทายอย่างมากในการขยายโครงข่ายสื่อสาร เนื่องจากลักษณะทางภูมิศาสตร์ค่อนข้างมีความหลากหลาย ทั้งความเป็นพื้นที่เมืองที่มีประชากรอาศัยหนาแน่น อีกทั้งยังมีพื้นที่ราบลุ่มที่มีการทำไร่ทำสวนของเกษตรกร มีแม่น้ำสายหลักอย่างเจ้าพระยาไหลผ่านในหลายจังหวัด นอกจากนี้ยังมีบางพื้นที่ที่มีทิวเขาและเทือกเขาสูงในอีกหลายพื้นที่เช่นกัน ทำให้ที่ผ่านมา AIS ได้ใช้ศักยภาพของเทคโนโลยีประกอบกับความทุ่มเทของทีมงานส่งมอบประสบการณ์การใช้งานสื่อสารและดิจิทัลให้รองรับความต้องการได้เป็นอย่างดี ทั้งพื้นที่เดิมที่เคยครอบคลุมอยู่แล้ว และพื้นที่ใหม่ให้ดีและครอบคลุมยิ่งขึ้นจากรูปแบบพฤติกรรมความต้องการที่หลากหลายและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาของลูกค้าและคนไทย”

นายกรกฤษณ์ เสียงใส รักษาการหัวหน้างานปฏิบัติการภูมิภาค ภาคกลาง AIS กล่าวเสริมว่า “สำหรับพื้นที่ภาคกลาง มีลักษณะของพื้นเป็นที่ราบลุ่ม ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรทั้งการปลูกข้าว ปลูกพืชไร่ การเลี้ยงสัตว์ และประมงน้ำจืด ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งน้ำ ในขณะเดียวกันก็ยังมีพื้นที่ที่เป็นแหล่งอุตสาหกรรมสำคัญ เนื่องจากอยู่ใกล้กับกรุงเทพฯ และยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมและธรรมชาติที่สวยงามซึ่งเดินทางสะดวก สามารถเที่ยวได้แบบ One Day Trip หรือเที่ยวแบบทริปสั้นๆ ได้ ทำให้ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ

โดยวันนี้ AIS ได้วางโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลที่มีความแข็งแรงและมีความพร้อมต่อการเชื่อมต่อกับลูกค้าทุกกลุ่ม ทั้งประชาชนในพื้นที่ กลุ่มเกษตรกร ภาคอุตสาหกรรม และภาคการท่องเที่ยว เพื่อรองรับการเดินทางและต้อนรับนักเที่ยวที่จะมาเปิดประสบการณ์สัมผัสมนต์เสน่ห์อารยธรรมแห่งขุนเขาภาคกลาง ด้วยศักยภาพของโครงข่ายที่มีความฉลาดและสามารถพัฒนาตัวเองได้ หรือ Self-Evolving Network (SEN) เพื่อให้ทุกคนได้มาสัมผัสธรรมชาติอันงดงามของแหล่งท่องเที่ยวที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น อาทิ เขากระโจม และ จุดชมวิวห้วยคอกหมู จ.ราชบุรี รวมถึงจุดเช็กอินยอดฮิตอย่างถ้ำกระแซ เส้นทางรถไฟสายมรณะ, ห้วยแม่ขมิ้น, น้ำพุร้อนหินดาด, น้ำตกผาตาด และปิล็อก จ.กาญจนบุรี หรือแม้กระทั่งจุดลานกางเต็นท์ต่างๆ พร้อมส่งต่อภาพความประทับใจทั้งโพสต์ โหลด แชร์  ได้อย่างไม่มีสะดุดในช่วงเทศกาลปีใหม่และการท่องเที่ยวตลอดทั้งปี

เราขอยืนยันถึงความพร้อมของโครงข่ายสื่อสาร AIS 5G ตัวจริงภาคกลาง ทุกพื้นที่ดียิ่งกว่าเดิม เที่ยวได้อุ่นใจ ครอบคลุม ลึก สูง กว้าง ไกล ด้วยโครงข่ายที่ดีที่สุดของเอไอเอส”

เมืองไทยประกันชีวิต จับมือ แมกซ์ โซลูชัน ส่งมอบความสุขและความอุ่นใจ ต้อนรับเทศกาลปีใหม่แก่สมาชิก Max Card ผ่าน “กรมธรรม์ประกันภัยปีใหม่สุขกายสุขใจ (ไมโครอินชัวรันส์)”

0

เมืองไทยประกันชีวิต และ แมกซ์ โซลูชัน บริษัทในเครือพีทีจี ผนึกกำลังส่งมอบความสุขและรอยยิ้มในช่วงเทศกาลต้อนรับปีใหม่ 2568 แก่สมาชิก Max Card ทั่วประเทศ ผ่าน “กรมธรรม์ประกันภัยปีใหม่สุขกายสุขใจ (ไมโครอินชัวรันส์)” อุ่นใจด้วยความคุ้มครองครอบคลุมทั้งด้านชีวิตและค่ารักษาพยาบาลเนื่องจากอุบัติเหตุ เพียงสมาชิก Max Card  ใช้คะแนน 100 คะแนน แลกรับสิทธิ์ง่าย ๆ ผ่านช่องทางแอปพลิเคชัน Max Me

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เมืองไทยประกันชีวิต ได้ร่วมกับ แมกซ์ โซลูชัน ส่งมอบความอุ่นใจให้กับลูกค้าคนสำคัญ ต้อนรับเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2568  ให้เต็มไปด้วยความสุข รอยยิ้ม และความสนุกสนาน  พร้อมยังเป็นการสนับสนุนให้ ทุกคนในสังคมสามารถเข้าถึงประกันชีวิตเพื่อการมีหลักประกันที่มั่นคง สอดรับกับนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ที่ส่งเสริมให้ประชาชนมีหลักประกันความคุ้มครองอุบัติเหตุให้กับตนเองและครอบครัว และเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากระบบ การประกันภัยเพื่อบริหารความเสี่ยงจากอุบัติเหตุได้สะดวก เข้าถึงได้ง่าย และรวดเร็วยิ่งขึ้น

ด้าน นายพร้อมศักดิ์  จรัญญากรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แมกซ์ โซลูชัน เซอร์วิส จำกัด  บริษัทในเครือพีทีจี กล่าวว่า  บริษัทยังคงยึดมั่นในพันธกิจที่อยากเห็นคนไทย “อยู่ดีมีสุข” จึงได้เข้าร่วมกิจกรรมรณรงค์ลดอุบัติเหตุช่วงเทศกาลปีใหม่ ซึ่งดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องทุกปี สำหรับปีนี้ บริษัท แมกซ์  โซลูชัน ได้ร่วมมือกับ เมืองไทยประกันชีวิต ซึ่งเป็นพันธมิตรที่ยาวนาน ร่วมส่งมอบความสบายใจและลดความกังวลให้กับสมาชิก Max Card กว่า 23 ล้านราย

โดยสมาชิก Max Card สามารถใช้คะแนนสะสมเพียง 100 คะแนน แลกรับสิทธิ์ “กรมธรรม์ประกันภัยปีใหม่สุขกายสุขใจ (ไมโครอินชัวรันส์)” ผ่านแอปพลิเคชัน Max Me พร้อมความคุ้มครองนานถึง 30 วันนับจากวันเริ่มต้นความคุ้มครอง ทั้งนี้ จำกัดจำนวนสิทธิ์ 1,000 สิทธิ์ เพื่อให้สมาชิกทุกท่านได้เดินทางอย่างมั่นใจ คลายกังวล และมีความสุขตลอดการเดินทางในช่วงเทศกาลนี้

ทั้งนี้ความคุ้มครอง กรมธรรม์ประกันภัยปีใหม่สุขกายสุขใจ (ไมโครอินชัวรันส์) ที่ลูกค้าจะได้รับ ประกอบด้วย  

1. ความคุ้มครองการเสียชีวิต การสูญเสียมือ เท้า การสูญเสียสายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง เนื่องจากอุบัติเหตุ ไม่รวมการถูกฆาตกรรมลอบทำร้ายร่างกาย และ/หรือ อุบัติเหตุขณะขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์ จำนวนเงินเอาประกันภัย 100,000 บาท 

2. ความคุ้มครองการเสียชีวิต การสูญเสียมือ เท้า การสูญเสียสายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง จากการถูกฆาตกรรมลอบทำร้ายร่างกาย และ/หรือ อุบัติเหตุขณะขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์ จำนวนเงินเอาประกันภัย 50,000 บาท

3. ความคุ้มครองการเสียชีวิต การสูญเสียมือ เท้า การสูญเสียสายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง เนื่องจากอุบัติเหตุสาธารณะ จำนวนเงินเอาประกันภัย 100,000 บาท 

4. ผลประโยชน์ค่ารักษาพยาบาลเนื่องจากอุบัติเหตุ ไม่รวมค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการจ้างพยาบาลพิเศษ อุปกรณ์ค้ำยันต่าง ๆ (ยกเว้นไม้ค้ำยัน) รถเข็นผู้ป่วย อวัยวะเทียมภายนอกร่างกายค่ารักษาพยาบาลโดยแพทย์ทางเลือก (Alternative medicine) การฝังเข็ม จำนวนเงินเอาประกันภัยตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 5,000 บาท

โดย “กรมธรรม์ประกันภัยปีใหม่สุขกายสุขใจ (ไมโครอินชัวรันส์)” มีระยะเวลาคุ้มครอง 30 วัน    นับจากวันเริ่มต้นระยะเวลาเอาประกันภัย ซึ่งผู้ที่จะได้รับสิทธิ์จะต้องถือสัญชาติไทยเท่านั้น และมีอายุตั้งแต่ 15 ปีบริบูรณ์ ถึง 70 ปีบริบูรณ์ ณ วันที่ทำประกันภัย  โดยสมาชิก Max Card ที่สนใจสามารถแลกคะแนนได้ ตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2567 – 28 กุมภาพันธ์ 2568 (จำนวนสิทธิ์ 1,000 สิทธิ์)

หมายเหตุ :                                

·  ผู้เอาประกันภัยจะต้องมีอายุตั้งแต่ 15 ปีบริบูรณ์ ถึง 70 ปีบริบูรณ์ ณ วันที่ทำประกันภัย และถือสัญชาติไทยเท่านั้น

         ·  สมาชิก Max Card ใช้ 100 คะแนน รับสิทธิ์ลงทะเบียนกรมธรรม์ประกันภัยปีใหม่สุขกายสุขใจ (ไมโครอินชัวรันส์) ผ่านแอปพลิเคชัน Max Me (ไม่จำกัดสิทธิ์ / สมาชิก ซึ่งผู้รับความคุ้มครองต้องไม่ใช่บุคคลเดียวกัน)

    · เริ่มต้นคุ้มครองตั้งแต่วันถัดไปของวันที่ลูกค้าลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์ เวลา 00.01 น. จนถึงวันที่สิ้นสุดความคุ้มครอง 30 วัน เวลา 24.00 น. และไม่มีการต่ออายุอัตโนมัติ

     ·    เงื่อนไขและความคุ้มครองเป็นไปตามที่ระบุในกรมธรรม์

 ·    การพิจารณารับประกันภัยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของ บมจ.เมืองไทยประกันชีวิต

 ·     บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์การให้ความคุ้มครองโครงการนี้กับสมาชิก Max Card เท่านั้น

 ·    บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการจัดส่งกรมธรรม์ครั้งนี้ โดยการยืนยันความคุ้มครองผ่านทาง SMS เท่านั้น

 ·    ลูกค้าสามารถแลกคะแนนได้ตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2567 – 28 กุมภาพันธ์ 2568 หรือ มีผู้รับสิทธิ์ครบ 1,000 สิทธิ์

    ·  สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร PT Call Center 1614 ทุกวัน เวลา 08.00-20.00 น.หรือเมืองไทยประกันชีวิต   โทร. 1766 ตลอด 24 ชั่วโมง

ซื้อกองทุนประหยัดภาษีออนไลน์ ด้วยบัตรเครดิตในกลุ่มกรุงศรี คอนซูมเมอร์ ได้แล้ววันนี้!

0

ซื้อกองทุนประหยัดภาษีออนไลน์ ด้วยบัตรเครดิตในกลุ่มกรุงศรี คอนซูมเมอร์ ได้แล้ววันนี้!
สะดวก ง่าย ซื้อผ่าน Selling agent ครอบคลุมกองทุนจาก บลจ.* ชั้นนำ
แอปพลิเคชั่นของ Selling Agent ที่ซื้อได้:
👍 Dime บริษัทหลักทรัพย์ เคเคพี ไดม์ จำกัด
👍 FinVest (Robowealth) บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน โรโบเวลธ์ จำกัด
👍 Phillip Phillip Fund SuperMart Plus บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด มหาชน
👍 InnovestX บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด
👍 Yuanta บริษัท หลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด

บลจ. ที่ร่วมรายการ:
👉 บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรี จำกัด
👉 บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด
👉 บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนไทยพาณิชย์ จำกัด
👉 บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุน ยูโอบี (ประเทศไทย) จำกัด
👉 บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เกียรตินาคินภัทร จำกัด
👉 บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุน อีสท์สปริง (ประเทศไทย) จำกัด
.
การซื้อหน่วยลงทุนจะไม่เข้าร่วมรายการส่งเสริมการขายและคะแนนสะสมกับบัตรเครดิต
ควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง และศึกษาสิทธิ์ประโยชน์ทางภาษีในคู่มือการลงทุนก่อนการตัดสินใจลงทุน
*ศึกษารายละเอียดกองทุนและบลจ. เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของแต่ละ Selling Agent
.
รายละเอียดเพิ่มเติม 👉 https://www.krungsricard.com/th/Promotion/fundconnext
.
1 พ.ย. 67 – 31 ธ.ค. 68
.
ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

แลกพอยต์ประหยัดภาษี

0

สำหรับมนุษย์เงินเดือนแล้ว ความรู้สึกว่าใกล้สิ้นเดือนแล้วเหมือนจะสิ้นใจ น่าจะเป็นเรื่องที่เคยชินกันแทบทุกเดือน แต่อยากจะบอกว่า หากเราเป็นคนมีเงินเดือน มีรายได้เข้าเกณฑ์ต้องเสียภาษี แต่ไม่ยอมศึกษา ไม่มีการวางแผนภาษี ช่วงเวลาใกล้สิ้นปีแบบนี้หากเรียกว่าเป็นโค้งสุดท้ายก็ยังดี เพราะแสดงว่าเรารู้ตัวและยังพอมีเวลาจัดการเรื่องภาษี

ช่วงใกล้สิ้นปีจึงเป็นโอกาสสุดท้ายของปีนี้สำหรับคนที่เข้าเกณฑ์ต้องเสียภาษี คือมีรายได้ต่อปีตั้งแต่ 150,001 บาทขึ้นไป ที่จะได้จัดแจงแต่งตัวเรื่องภาษีเสียให้พร้อม ทั้งเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆที่นำมาลดหย่อนภาษีได้ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อประกัน, เงินบริจาค และซื้อกองทุนประหยัดภาษี SSF RMF และ Thai ESG

ก่อนจะซื้อกองทุนไหน ต้องศึกษาเงื่อนไขให้ดีเพราะแต่ละแบบมีรายละเอียดแตกต่างกัน เพื่อจะได้วางแผนและซื้อกองที่เหมาะกับตัวเรา เริ่มจากกองน้องใหม่สุด กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thai ESG) ลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 30% ของรายได้ทั้งปี แต่สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท โดยต้องถือกองทุนไว้ 5 ปี นับจากวันซื้อ เหมาะกับคนรุ่นใหม่ที่สนใจลงทุนในบริษัทที่มี ESG ใส่ใจสิ่งแวดล้อม สังคม และมีธรรมาภิบาล

ส่วนกองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) ลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 30% ซื้อได้สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท และเมื่อรวมกับวงเงินกลุ่มเกษียณอื่น ต้องไม่เกิน 500,000 บาท โดยต้องถือกองทุนไว้ 10 ปี นับจากวันซื้อ เหมาะกับคนที่ออมระยะยาวที่ต้องการเงินคืนก่อนเกษียณ

และ  กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)  ลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 30% ของรายได้ทั้งปี ซื้อได้สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท โดยต้องลงทุน 5 ปีขึ้นไปนับจากวันลงทุน ซื้อต่อเนื่องทุกปี และขายออกได้เมื่อถึงอายุ 55 ปีบริบูรณ์ จึงเหมาะมากับคนที่ต้องการมีเงินก้อนใหญ่ไว้ใช้หลังเกษียณ

มีเคล็ดลับการลงทุนที่หลายคนอาจจะยังไม่ทราบ คือ เราสามารถใช้คะแนนสะสมของบัตรเครดิตมาเป็นส่วนลดในการซื้อกองทุนประหยัดภาษีได้ด้วย จากโครงการ Point to Invest ที่เป็นความร่วมมือของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กับ พันธมิตรต่างๆ ทั้งธนาคารพาณิชย์ บริษัทบัตรเครดิต และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน โดยสามารถแลกพอยต์บัตรเครดิต หรือบัตรสะสมคะแนนที่เข้าร่วมรายการ มาแลกซื้อกองทุนทั้ง Thai ESG, SSF และ RMF

อย่าปล่อยให้คะแนนสะสมหมดอายุไปเฉยๆ  เสียดายแทน เอามาใช้แลกคะแนนเพื่อลดหย่อนภาษี และเพิ่มมูลค่าพอร์ตดีกว่า  ยิ่งมีคะแนนเยอะ ก็ยิ่งแลกเป็นหน่วยลงทุนได้แยะ

คนที่อยากเริ่มต้นลงทุนแบบ Point to Invest สามารถเข้าไปตรวจเช็กบัตรเครดิตและบัตรสะสมคะแนนที่เข้าร่วมรายการ , เกณฑ์แลกคะแนนสะสม , ตรวจสอบคะแนนที่มี และรายละเอียดโครงการเพิ่มเติม ได้ที่  www.setinvestnow.com/th/pointtoinvest   พร้อมรับโปรฯ พิเศษ  e-Coupon Starbucks หรือบัตรเติมน้ำมัน มูลค่าสูงสุด 200 บาท เมื่อทำตามเงื่อนไข ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 ธ.ค. 67

ซีพีเอฟ ประมงเพชรบุรี และเรือนจำกลางเพชรบุรี เปิดตัวน้ำปลาจากปลาหมอคางดำ ตรา “หับเผย เขากลิ้ง”

0

สำนักงานประมงจังหวัดเพชรบุรี ร่วมมือกับเรือนจำกลางเพชรบุรี และบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ดำเนินโครงการแปรรูปผลิตภัณฑ์น้ำปลาจากปลาหมอคางดำตรา “หับเผย เขากลิ้ง” โดยบูรณาการกับกิจกรรม “ลงแขกลงคลอง” จับปลาหมอคางดำในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีและนำมาหมักเป็นน้ำปลาเพิ่มมูลค่าสินค้าประจำครัวเรือนคนไทย โดยเชิญปราชญ์ชาวบ้านชาวเพชรบุรีมาช่วยถ่ายทอดความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อสร้างทักษะอาชีพให้กับผู้ต้องราชทัณฑ์ของเรือนจำกลางเพชรบุรี เป็นการส่งเสริมการบริโภค และการจัดการปัญหาปลาหมอคางดำอย่างเป็นระบบ

นายชูศักดิ์ โต๊ะถม ผู้อำนวยการส่วนพัฒนาผู้ต้องขัง เป็นตัวแทนนายมิตรารุณห์ พรหมอินทร์ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางเพชรบุรี ร่วมกับ นายประจวบ เจี้ยงยี่ ประมงจังหวัดเพชรบุรี และตัวแทนของซีพีเอฟ ดำเนินโครงการกิจกรรมบูรณาการช่วยเหลือสังคมกำจัดปลาหมอคางดำ (ในรูปแบบ CSR) “ลงแขกลงคลอง แปรรูปผลิตภัณฑ์ น้ำปลาหับเผย เขากลิ้ง” ณ เรือนจำชั่วคราวเขากลิ้ง โดยมีนายจิตรกร บัวดี เกษตรกรผู้ผลิตน้ำปลาจากปลาหมอคางดำ ตรา “ชาววัง” เป็นวิทยากรให้ความรู้ในภาคทฤษฎี และภาคปฎิบัติแก่ผู้ต้องราชทัณฑ์ 20 คน เรียนรู้การนำปลาหมอคางดำ 370 กิโลกรัมมาหมักน้ำปลาทุกขั้นตอน

นายตรารุณห์ พรหมอินทร์ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางเพชรบุรี กล่าวว่า การบูรณาการความร่วมมือของ 3 องค์กร ระหว่างเรือนจำกลางเพชรบุรี ประมงจังหวัดเพชรบุรี และซีพีเอฟ จัดโครงการกิจกรรมบูรณาการช่วยเหลือสังคมกำจัดปลาหมอคางดำ “ลงแขก ลงคลอง แปรรูปผลิตภัณฑ์น้ำปลาตรา “หับเผย เขากลิ้ง” โดยได้รับการสนับสนุนปลาหมอคางดำจากประมงจังหวัดเพชรบุรี และมีซีพีเอฟช่วยสนับสนุนอุปกรณ์และเชิญเกษตรกรที่เป็นปราชญ์พื้นบ้านมาเป็นวิทยากรให้ความรู้การผลิตน้ำปลาจากปลาหมอคางดำให้กับผู้ต้องราชทัณฑ์ได้มีทักษะติดตัวนำไปประกอบอาชีพเพื่อเลี้ยงดูตัวเองได้ในอนาคต เนื่องจาก น้ำปลาเป็นเครื่องปรุงของคนไทยที่ทุกครัวเรือนต้องมี และเรือนจำกลางเพชรบุรียังต่อยอดทำ น้ำปลา ตรา “หับเผย เขากลิ้ง” ส่งเสริมคนไทยได้บริโภคอาหารจากปลาหมอคางดำได้กว้างขวางขึ้น นำไปสู่การจัดการปลาหมอคางดำอย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยรักษาความหลากหลายในระบบนิเวศ โครงการนี้ก่อให้เกิดประโยชน์ไม่เพียงแต่ผู้ต้องราชทัณฑ์เท่านั้น หากยังเป็นประโยชน์ต่อสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมซึ่งสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกระทรวงยุติธรรม
นายจิตรกร บัวดี ปราชญ์ชาวบ้านผลิตน้ำปลาจากปลาหมอคางดำ ตรา “ชาววัง” ผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้การนำปลาหมอคางดำแปรรูปเป็นน้ำปลา กล่าวว่า ในทุกปัญหามีทางออก ปลาหมอคางดำมีประโยชน์และบริโภคได้ การแปรรูปหรือเพิ่มมูลค่าปลาหมอคางดำเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อส่งเสริมการบริโภคอย่างกว้างขวาง มีส่วนช่วยจัดการปลาหมอคางดำได้อย่างครบวงจร การถ่ายทอดองค์ความรู้ของภูมิปัญญาชาวบ้านสู่คนรุ่นใหม่ สำหรับการสอนผู้ต้องราชทัณฑ์นับเป็นครั้งที่ 2 ครั้งแรกทำกับเรือนจำกลางสมุทรสงคราม ไม่เพียงได้ผลิตภัณฑ์น้ำปลา มีส่วนช่วยลดปริมาณปลาหมอคางดำ ความรู้ที่ถ่ายทอดจะช่วยเพิ่มทักษะให้ผู้ต้องราชทัณฑ์ติดตัวนำไปประกอบอาชีพในอนาคต สร้างรายได้ให้ครัวเรือน และสามารถบรรลุเป้าหมายที่สำคัญ คือ ประชากรปลาหมอคางดำลดลง

ด้านนายประจวบ เจี้ยงยี่ ประมงจังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่า สถานการณ์ปลาหมอคางดำในพื้นที่เพชรบุรีตอนนี้พบว่ามีปริมาณเบาบางลง เป็นผลจากการบูรณาการกับทุกภาคส่วนดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำอย่างจริงจัง อาทิ การทำกิจกรรม “ลงแขกลงคลอง” จับปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง การรับซื้อส่งขายให้โรงงานปลาป่นในจังหวัดสมุทรสาคร การรับซื้อเพื่อนำไปผลิตน้ำหมักชีวภาพ จนถึงปัจจุบันสามารถจับปลาหมอคางดำได้กว่า 157,000 กิโลกรัมแล้ว การสร้างแรงจูงใจนำปลาหมอคางดำมาใช้ประโยชน์ ผ่านการส่งเสริมผู้ประกอบการหรือวิสาหกิจชุมชนร่วมนำปลาหมอคางดำหมักปลาร้า ซึ่งมีชุมชนสมัครเข้าร่วมโครงการแล้ว 4 กลุ่ม และร่วมกับสถานีพัฒนาที่ดินเพชรบุรีนำปลาหมอคางดำมาผลิตเป็นน้ำหมักชีวภาพ นอกจากนี้ การปล่อยปลาผู้ล่า ที่ผ่านมาปล่อยปลากะพงขาว ได้รับการสนับสนุนจากซีพีเอฟ 10,500 ตัว ลงสู่แหล่งน้ำ 15 แห่ง และปล่อยปลาอีกงจำนวน 50,000 ตัวลงในแหล่งน้ำ 2 แห่ง

สำหรับความร่วมมือกับเรือนจำกลางเพชรบุรีครั้งนี้นับเป็นการต่อยอดภูมิปัญญาของเกษตรกรในจังหวัดเพชรบุรีให้กับเจ้าหน้าที่ และผู้ต้องราชทัณฑ์ของเรือนจำกลางเพชรบุรี โดยตั้งเป้าหมายจับปลาหมอคางดำส่งมอบให้เรือนจำกลางได้ 5,000 กิโลกรัม สำหรับหมักเป็นน้ำปลาได้ประมาณ 8,000 ขวด ประมงเพชรบุรียังดำเนินการแก้ปัญหาปลาหมอคางดำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ การจัดกิจกรรมลงแขกลงคลอง ซึ่งเป็นกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ช่วยรณรงค์ให้พี่น้องได้เห็นความสำคัญและความต่อเนื่องของความตั้งใจจัดการปัญหาปลาหมอคางดำของทุกภาคส่วน

นอกจากนี้ ประมงจังหวัดเพชรบุรียังมีแผนที่จะจัดตั้งอาสาสมัครเฝ้าระวังปลาหมอคางดำในทุกอำเภอ รวมถึงการพัฒนากลไกที่ช่วยให้เกิดการจัดการปลาหมอคางดำมีประสิทธิภาพ ลดการพึ่งพางบประมาณของรัฐบาล ด้วยการสนับสนุนกลุ่มชาวบ้านนำปลาหมอคางดำมาแปรรูปเป็นสินค้าประจำชุมชน อาทิ ปลาแดดเดียว น้ำปลา ปลาร้า และน้ำหมักชีวภาพ นำรายได้จากการจำหน่ายสินค้าหมุนเวียนมารับซื้อปลาหมอคางดำ ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของชุมชนอย่างเป็นระบบและยั่งยืน

AIS ปักหมุดผู้นำทะเลอ่าวไทย ยืนหนึ่งตัวจริงภาตตะวันออก ตอบโจทย์ครบทั้งภาคอุตสาหกรรม เกษตรฯ ท่องเที่ยว พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและทั่วโลกในช่วงไฮซีซัน

0

บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS ปักหมุดผู้นำตัวจริงฝั่งทะเลอ่าวไทย เป็นผู้ให้บริการที่มีโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลที่แข็งแกร่ง และมีความครอบคลุมมากสุดในพื้นที่ภาคตะวันออกทั้งลึก สูง กว้าง ไกล สามารถเชื่อมต่อการทำงานได้กับทุกภาคส่วน ทั้งประชาชนในพื้นที่ ภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม ภาคงานบริการไปจนถึงการท่องเที่ยว ยืนยันความพร้อมในการให้บริการต้อนรับช่วงไฮซีซันของนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและต่างชาติที่กำลังมีแผนเดินทางมาสัมผัสกับความสวยงามของสถานที่ท่องเที่ยวและทะเลอ่าวไทยในภาคตะวันออก

กิตติ งามเจตนรมย์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเทคโนโลยี AIS

นายกิตติ งามเจตนรมย์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเทคโนโลยี AIS กล่าวว่า “พื้นที่ภาคตะวันออกถึงแม้จะมีจำนวนจังหวัดและพื้นที่ไม่มาก แต่ก็เป็นอีกหนึ่งภูมิภาคที่มีความสำคัญเพราะในแง่ของการใช้งานค่อนข้างมีความหลากหลายเนื่องจากเป็นที่ตั้งของท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง ที่เป็นศูนย์กลางการขนส่งทางทะเลที่สำคัญของประเทศและยังเชื่อมโยงกับพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่หลายแห่ง อีกทั้งในภูมิภาคนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญที่ได้รับความนิยม ทำให้ที่ผ่านมา AIS ได้พัฒนาและยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลทั้งระบบสื่อสารและบริการดิจิทัลให้มีความครอบคลุมและแข็งแรง พร้อมเชื่อมต่อและสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภาคตะวันออกในทุกภาคส่วน”

สมภพ กิตติวิรุฬห์วัฒน รักษาการหัวหน้างานปฏิบัติการภูมิภาค ภาคตะวันออก AIS

นายสมภพ กิตติวิรุฬห์วัฒน รักษาการหัวหน้างานปฏิบัติการภูมิภาค ภาคตะวันออก AIS กล่าวเสริมอีกว่า “วันนี้การทำงานของ AIS ในพื้นที่ภาคตะวันออกสามารถยกระดับคุณภาพการให้บริการของโครงข่ายสื่อสารให้มีความครอบคลุมการใช้งานของลูกค้าทุกกลุ่ม เนื่องจากภาคตะวันออกเป็นอีกหนึ่งจุดยุทธศาสตร์ด้านอุตสาหกรรมที่สำคัญของประเทศ ทั้งการเป็นศูนย์กลางการขนส่งและโลจิสติกส์ ทั้งทางทะเล ทางอากาศ และภาคพื้นดิน รวมถึงยังเป็นพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ซึ่งที่ผ่านมา AIS ได้วางโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลทั้งโครงข่าย 5G นวัตกรรม และโซลูชัน ให้มีความพร้อมต่อการเชื่อมต่อกับภาคการผลิต ภาคอุตสาหกรรมให้มีขีดความสามารถใหม่ๆ ที่จะสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่จะทำให้เครื่องยนต์เศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งท่ามกลางความท้าทายในอนาคต

ยิ่งไปกว่านั้นภาคตะวันออกยังเป็นพื้นที่สำคัญของภาคเกษตรกรรมอย่างผลไม้ และอัญมณี รวมถึงยังมีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ และทะเลอ่าวไทย ชายหาด และเกาะต่างๆ ที่มีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลกซึ่งได้รับความนิยมทั้งจากนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ อย่าง เมืองพัทยา จ.ชลบุรี, เกาะเสม็ด จ.ระยอง, เกาะช้าง จ.ตราด, น้ำตกพลิ้ว จ.จันทบุรี รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ อาทิ เกาะมันนอก จ.ระยอง, หาดลูกลม เกาะแสมสาร สัตหีบ จ.ชลบุรี,น้ำตกปางสีดา จ.สระแก้ว และวัดเขาบรรจบ รวมถึงอุทยานเขาสิบห้าชั้น จ.จันทบุรี ที่วันนี้ AIS มีความพร้อมในการรองรับการใช้งานให้ลูกค้าและนักท่องเที่ยวสามารถให้บริการโครงข่ายสื่อสารดิจิทัลได้อย่างเต็มประสิทธิภาพทั้งการติดต่อสื่อสาร อัปโหลด แชร์ โซเชียล ได้ไม่มีสะดุด”