Home Blog Page 82

ยอดนักลงทุนเกือบหมื่นคน ทะลักงาน SET in the City 2025 ตื่นตัวอัปสกิลลงทุนล้นหลาม

0

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ร่วมกับพันธมิตรตลาดทุน เผยประสบความสำเร็จอย่างยิ่งจากการจัดมหกรรม “SET in the City 2025” ภายใต้แนวคิด “อัปสกิลให้แกร่ง รับการเปลี่ยนแปลงของโลกการลงทุน” เมื่อวันที่ 14-15 มิถุนายนที่ผ่านมา มีผู้สนใจเข้าร่วมงานกว่า 9,000 คน สะท้อนความตื่นตัวของผู้ลงทุนที่ต้องการพัฒนาทักษะรับมือตลาดผันผวน โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่สนใจเริ่มต้นลงทุนและใช้เครื่องมือลงทุนยุคใหม่

กิจกรรมภายในงานได้รับความสนใจจากผู้ลงทุนอย่างมากตลอด 2 วัน ทั้งบูธจากกลุ่มตลาดหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ และบริษัทจัดการกองทุน ที่ให้ข้อมูลผลิตภัณฑ์และบริการลงทุนที่หลากหลาย การแนะนำ AomWise แอปลงทุนสำหรับมือใหม่ และ Options Wizard เครื่องมือเทรด SET50 Options ในตลาด TFEX ซึ่งมีผู้สนใจลงทุนอนุพันธ์เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในปีนี้ ด้านกองทุนรวมมีผู้ลงทุนให้ความสนใจลงทุนเพื่อวางแผนภาษีผ่าน Thai ESG และ Thai ESGX รวมถึงการสับเปลี่ยนกองทุน LTF มาลงทุนใน Thai ESGX

เช่นเดียวกับเวทีสัมมนา เวิร์กชอป และการสาธิตเครื่องมือลงทุนกว่า 50 หัวข้อ ก็ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม ทั้งการลงทุนและเลือกหุ้นสำหรับมือใหม่ เจาะลึกโอกาสลงทุนในหุ้นไทยและหุ้นต่างประเทศผ่าน DR รวมถึงแนวคิดการใช้ผลิตภัณฑ์ใน TFEX เสริมพอร์ตลงทุน สำหรับผู้ที่พลาดโอกาสเข้าร่วมงาน สามารถติดตามชมสัมมนาย้อนหลังได้ทาง YouTube SET Thailand

เมืองไทยประกันชีวิต ฉลอง Pride Month ส่งแคมเปญ “ห่วงใยกันมายาวนาน” ระบุคู่ชีวิตให้เป็นผู้รับประโยชน์ได้ ไม่ต้องแสดงเอกสารความสัมพันธ์

0

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เมืองไทยประกันชีวิตยังคงเดินหน้าตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในทุกกลุ่มและทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างต่อเนื่อง  เพื่อเน้นย้ำจุดยืนที่พร้อมเดินเคียงข้างในทุกช่วงของชีวิต  เพื่อส่งมอบความสุขและรอยยิ้มให้กับทุกคน   พร้อมร่วมเฉลิมฉลอง Pride Month โดยใช้การสื่อสารภายใต้แคมเปญ “ห่วงใยกันมายาวนาน”  แสดงให้เห็นแนวคิดของเมืองไทยประกันชีวิตที่ใส่ใจ ให้ความสำคัญและรับรองความรักทุกรูปแบบมาอย่างยาวนาน  

ทั้งนี้ เมืองไทยประกันชีวิตมีประกันดีดี ที่ใส่ใจทุกความหลากหลาย ตอบโจทย์ทุกรูปแบบของความรักและการใช้ชีวิตให้แก่ลูกค้าทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นประกันชีวิตเพื่อส่งต่อหลักประกันให้คนที่คุณรัก ด้วย ShieldLife จากเมืองไทยประกันชีวิต ที่โดดเด่นด้วยวงเงินคุ้มครองที่เลือกเองได้  จ่ายเบี้ย สั้น – ยาว เลือกเองได้  ซื้อได้สูงสุดถึงอายุ 90 ปี คุ้มครองยาวถึงอายุ 99 ปี หรือความคุ้มครองสุขภาพ การวางแผนทางการเงินอย่างการออมทรัพย์ รวมถึงการวางแผนเพื่อการเกษียณ ให้ทุก ๆ ความรักสามารถเข้าถึงทุกบริการได้อย่างเท่าเทียม พร้อมส่งต่อความรักและความสุขให้กับคนที่คุณรักอย่างมั่นคง โดยสามารถระบุผู้รับประโยชน์เป็นคนที่คุณรัก เพียงระบุความสัมพันธ์ ด้วยคำว่า “คู่ชีวิต”  โดยไม่มีการขอเอกสารแสดงความสัมพันธ์เพิ่มเติม  พร้อมกิมมิคช่องวงเล็บสีรุ้ง อันเป็นสัญลักษณ์ที่สื่อว่า ผู้ขอเอาประกันกลุ่ม LGBTQ สามารถใส่ชื่อคนรัก เป็นผู้รับประโยชน์ได้

นอกจากนี้ เมืองไทยประกันชีวิต ยังสื่อสารแคมเปญผ่านช่องทาง Social Media รวมถึง KOLs ผู้เป็นตัวแทนกลุ่ม LGBTQ เช่น คุณ Ampsupa ,คุณบอมมีน เพจคนจะไปก็ต้องไป, น้องพีพี่เฟิส และ KOLs อีกหลายท่าน ที่จะพูดคุยและแชร์มุมมองต่าง ๆ เกี่ยวกับเส้นทางชีวิต การเติบโต และการวางแผนชีวิตของคู่ LGBTQ  เล่าย้อนจุดเริ่มต้นการเปิดใจคุยและการยอมรับจากคนในครอบครัว อีกทั้งยังมี Online Activity ให้ทุกคนระบุคู่ชีวิต พร้อมแชร์ต่อผ่าน Template Add your บน Instagram Story ของ @Muangthailife   ซึ่งสามารถติดตามได้จากทุกช่องทางสื่อสารของเมืองไทยประกันชีวิต ได้ที่เว็บไซต์ www.muangthai.co.th, YouTube,  Facebook, Instagram, X, LINE Official Account และ TikTok 

ผู้ที่สนใจแบบประกันภัยเพื่อวางแผนส่งต่อความมั่นคงให้คนที่คุณรัก และแบบประกันอื่น ๆ จากเมืองไทยประกันชีวิต สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.muangthai.co.th  หรือโทร.1766  ตลอด 24 ชั่วโมง  หรือติดต่อตัวแทนจากเมืองไทยประกันชีวิตทั่วประเทศ หรือสาขา ธนาคารกสิกรไทย และ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ #เมืองไทยประกันชีวิต #MuangThaiLife

AIS จ้าวแรกในอาเซียน เปิด5G+ สปีดเร็วแรงกว่าใครด้วยเทคโนโลยี5G 3CC ผสาน 3 คลื่นความถี่

0

AIS ก้าวล้ำไปอีกขั้น นำร่องรายแรกในอาเซียน มอบประสบการณ์เครือข่ายอัจฉริยะ 5G+ ให้คนไทยได้สัมผัสแล้ววันนี้ ด้วยเทคโนโลยี 5G 3CC (3 Component Carrier Aggregation) ผสานการทำงาน 3 คลื่นความถี่ 5G ได้แก่ 2600 MHz, 2100 MHz และ 700 MHz เข้าด้วยกันแบบไร้รอยต่อ เพิ่มความเร็วเฉลี่ยในการใช้งานมากกว่า 16% และรองรับปริมาณการใช้งานเพิ่มขึ้นถึง 23% โดยเริ่มเปิดให้บริการในย่านสาทร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการใช้งาน 5G หนาแน่นที่สุดของกรุงเทพฯ และมีแผนขยายครอบคลุมพื้นที่ที่มีความต้องการสูงทั่วประเทศต่อไป

นายวสิษฐ์ วัฒนศัพท์ หัวหน้าหน่วยธุรกิจปฏิบัติการและสนับสนุนด้านเทคนิคทั่วประเทศ AIS กล่าวว่า “AIS ไม่เคยหยุดนิ่งในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลของประเทศ ให้ก้าวล้ำอยู่เสมอ เดินหน้าเสริมศักยภาพเครือข่าย 5G อย่างต่อเนื่อง ด้วยนวัตกรรมล้ำสมัย เพื่อตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไปในทุกช่วงเวลา วันนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการเปิดตัว 5G+ ด้วยเทคโนโลยี 5G 3CC ที่ช่วยให้สมาร์ทโฟนที่รองรับสามารถเชื่อมต่อกับหลายคลื่นความถี่ได้พร้อมกัน ทำให้ผู้ใช้งานสัมผัสได้ถึงประสิทธิภาพการใช้งานที่ดีขึ้น ทั้งความเร็ว แรง และเสถียร แม้ในพื้นที่ที่มีผู้ใช้งานหนาแน่น โดยเริ่มนำร่องในพื้นที่ย่านสีลม และสาทร เป็นจุดแรก เนื่องจากพบว่าเป็นย่านที่มีการใช้งาน 5G สูง ก่อนจะขยายไปยังพื้นที่อื่นๆ ต่อไป”

โดย AIS ได้ทำงานร่วมมือกับผู้ผลิตสมาร์ทโฟนชั้นนำมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เทคโนโลยี 5G+ เข้าถึงผู้ใช้งานได้จริง ด้วยการทดสอบและพัฒนาซอฟต์แวร์ให้รองรับการทำงานแบบ 3CC ทำให้ปัจจุบันมีอุปกรณ์รวมกว่า 600,000 เครื่องที่ได้รับการอัปเดตให้รองรับเทคโนโลยีดังกล่าว ได้แก่ Samsung: Galaxy S24 / S24 FE / S24+ / S24 Ultra, Galaxy S25 / S25 Ultra / S25+, Z Flip6 / Z Fold6 และยังมีสมาร์ทโฟนรุ่นที่สามารถแสดงสัญลักษณ์ “5G+” บนหน้าจอทันทีเมื่อเชื่อมต่อกับเครือข่าย AIS ได้แก่ Honor: 400 Pro, Magic 7 Pro iQOO: 13, Neo 10, Z10 5G OPPO: Find N5, X8, X8 Pro, Reno 13 Series Realme: GT 7T และ vivo: V40 5G, V50

พร้อมกันนี้ AIS ยังเดินหน้าขยายการให้บริการเครือข่าย 5G แบบ SA (Standalone) อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งเป็นโครงข่าย 5G ที่ไม่รวมกับการใช้งาน 4G ทำให้สามารถลดความหน่วง (Latency) ได้อย่างชัดเจน และเพิ่มความเร็วและความเสถียรของสัญญาณ อีกทั้งยังรองรับเทคโนโลยีล้ำสมัยในอนาคต เช่น AI, AR/VR, Cloud Gaming, ยานยนต์ไร้คนขับ และ Network Slicing สำหรับแยกส่วนเครือข่ายเฉพาะทาง ซึ่งไม่สามารถทำได้บนโครงข่าย NSA (Non-Standalone)

อีกหนึ่งนวัตกรรมที่เปิดให้บริการควบคู่กัน คือ VoNR (Voice over New Radio) หรือการโทรด้วยเสียงผ่านเครือข่าย 5G โดยตรง ซึ่งช่วยให้เสียงสนทนาคมชัดระดับ HD โทรติดเร็วขึ้น และใช้งานอินเทอร์เน็ตไปพร้อมกันได้อย่างไม่มีสะดุด
AIS ถือเป็นผู้ให้บริการรายแรกในประเทศไทยที่เปิดใช้ VoNR อย่างสมบูรณ์บนโครงข่าย 5G SA ซึ่งนอกจากจะยกระดับคุณภาพเสียงและความต่อเนื่องในการใช้งานแล้ว ยังโดดเด่นด้วยความสามารถ Dual SIM Dual Active (DSDA) ที่ทำให้สมาร์ทโฟน 2 ซิมสามารถใช้งานดาต้าจากซิมหนึ่งและรับสายจากอีกซิมได้พร้อมกันโดยไม่มีสะดุด

“การเปิดตัว AIS 5G+ พร้อมทั้งการขยายเครือข่าย 5G SA และบริการ VoNR ในครั้งนี้ สะท้อนบทบาทของ AIS ในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีการสื่อสาร ที่มุ่งยกระดับโครงข่ายสู่มาตรฐานใหม่ของประเทศ พร้อมก้าวสู่ยุคใหม่ของการสื่อสารที่รวดเร็ว ทรงพลัง และครอบคลุมทุกพื้นที่การใช้งาน ด้วยแนวคิด “ทุกจุดที่มีคนใช้งาน ต้องมีสัญญาณคุณภาพให้บริการ” โดยมุ่งเน้นการให้บริการที่ครอบคลุม ให้ผู้ใช้งานเชื่อมต่อและสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ดิจิทัลที่สมบูรณ์แบบให้กับลูกค้าในทุกมิติ” นายวสิษฐ์ กล่าวสรุป

แจ่วบองปลาหมอคางดำ ตราใบโพธ์ เมนูอร่อยสร้างรายได้ของชุมชนโพพระ

0

การมีส่วนร่วมของชุมชนเป็นแนวทางหนึ่งในการแก้ปัญหาปลาหมอคางดำที่เป็นระบบ และช่วยให้ ตั้งแต่การเข้ามาช่วยกันติดตามเฝ้าระวัง ตลอดจนการส่งเสริมการใช้ประโยชน์หรือแปรรูปนำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์อาหารต่างๆ เพื่อใช้บริโภคช่วยลดค่าครองชีพในครัวเรือน และเป็นโอกาสร้างรายได้เสริมให้ชุมชน อย่าง แจ่วบอง ตราใบโพธ์ สินค้ายอดนิยม ของ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปสัตว์น้ำ ตำบลโพพระ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี เป็นตัวอย่างของการสร้างความมีส่วนร่วมของชุมชนเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส

นายอดิเรก แก้วเจริญ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปสัตว์น้ำตำบลโพพระ เล่าให้ฟังว่า กลุ่มแปรรูปสัตว์น้ำสัตว์น้ำ ตำบลโพพระ มีสมาชิกอยู่ 28 คน ได้รับการส่งเสริมจากประมงจังหวัดนำปลาหมอคางดำมาทำผลิตภัณฑ์อาหาร เพิ่มมูลค่าเกิดประโยชน์สูงสุด ในแต่ละสัปดาห์สมาชิกจะนำปลาหมอคางดำที่จับได้มาหมักเป็นปลาร้า ปัจจุบัน กลุ่มหมักปลาร้าไว้ได้ 50 ถัง แต่ถังละบรรจุปลาร้าน้ำหนัก 80 กิโลกรัม นอกจากนี้ ชาวบ้านยังนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาคิด และต่อยอด สร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์อาหารได้อย่างหลากหลาย ทั้ง น้ำปลาร้าปรุงรส ปลาร้าส้มทอด ปลาหมอแดดเดียว หรือแม้แต่ของทานเล่น เช่น ข้าวเกรียบผสมปลาหมอคางดำ ไม่เพียงแต่จะมีหน้าตาที่น่ารับประทาน รสชาติยังอร่อย และชิ้นส่วนของปลาหมอคางดำยังนำมาใช้ประโยชน์ได้หมด หัวและไส้ปลายังมาทำเป็นน้ำหมักชีวภาพใช้รดแปลงผัก

“ผลิตภัณฑ์ “ตราใบโพธิ์” การันตีคุณภาพและความสะอาดด้วยเครื่องหมายรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารหรือ “Q” โดย น้ำพริกแจ่วบอง เป็นสินค้าที่ขายดีเป็นอันดับ 1 เพราะประทานง่าย รสชาติจัดจ้าน สามารถซื้อกลับไปรับประทานที่บ้าน หรือเลือกซื้อเป็นของฝากได้ การมาช่วยอุดหนุนสินค้าของทุกคน มีส่วนร่วมช่วยกันปราบปลาหมอคางดำ คืนความสมดุลของธรรมชาติ และคนในชุมชนยังมีรายได้อีกด้วย ท่านที่สนใจเลือกซื้อสินค้าช่วยชุมชน ได้ที่ตลาดเกษตรกรบ้านลาด และตลาดชุมชนหลังเทศบาล หรือโทรศัพท์ติดต่อ 081-014-7109″ นายอดิเรกกล่าว

นายประจวบ เจี้ยงยี่ ประมงจังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่า การมีส่วนร่วมของชุมชน เป็น หัวใจสำคัญในการกำจัดและลดจำนวนปลาหมอคางดำได้อย่างมีประสิทธิภาพและครบวงจร ตั้งแต่ การจับจนถึงการนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปสัตว์น้ำตำบลโพพระ เป็น 1 ใน 4 ของชุมชนในจังหวัดเพชรบุรี ที่ประมงจังหวัดเพชรบุรีเข้ามาสนับสนุน ทั้งงบประมาณในการรับซื้อปลาหมอคางดำ การสนับสนุนอุปกรณ์ รวมถึงองค์ความรู้ในการแปรรูป เริ่มต้นจากการสอนทำปลาร้าจากปลาหมอคางดำ เพื่อการันตีให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่า ผลิตภัณฑ์ของวิสาหกิจชุมชนแห่งนี้ มีดีทั้งรสชาติ กระบวนการผลิตสะอาดถูกสุขอนามัย และคุณภาพได้มาตรฐาน สร้างรายได้เสริมให้กับชุมชน นอกจากนี้ โครงการยังช่วยลดจำนวนปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติไปกว่า 40,000 กิโลกรัม ฟื้นคืนความหลากหลายชีวภาพ ควบคู่การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

การมีส่วนร่วมของชุมชนทั้ง 4 ชุมชน ในการแปรรูปปลาหมอคางดำทำเป็นปลาร้า มีส่วนช่วยลดปริมาณปลาหมอคางดำได้ทั้งสิ้น 40,000 กิโลกรัม เป็น ตัวอย่างของการใช้ศักยภาพชุมชนเปลี่ยนวิกฤต เป็นโอกาสสร้างงาน สร้างรายได้ และขับเคลื่อนสู่การอยู่ร่วมกันกับธรรมชาติอย่างสมดุลในระยะยาว

AIS One-2-Call! 5G จับมือ Good Money by GSB แอปฯ สินเชื่อถูก กฏหมาย มอบโบนัสอินเทอร์เน็ตฟรี! สำหรับลูกค้าที่ได้รับการอนุมัติสินเชื่อ

0

AIS One-2-Call! 5G ร่วมกับ Good Money by GSB แพลตฟอร์มสินเชื่อดิจิทัลในเครือธนาคารออมสิน ให้บริการสินเชื่อถูกกฎหมายภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย มุ่งบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของคนไทย ด้วยการสนับสนุนการเข้าถึงบริการกู้สินเชื่อแบบถูกกฎหมาย ในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ เพื่อช่วยเกื้อหนุนภาวะทางด้านการเงินของผู้บริโภคทุกกลุ่มอาชีพ พร้อมมอบสิทธิพิเศษอีกขั้นให้กับลูกค้า AIS ระบบเติมเงินที่ผ่านการอนุมัติวงเงินสินเชื่อจาก Good Money รับโบนัส ฟรี! อินเทอร์เน็ต 5GB ใช้งานได้ 7 วัน ตั้งแต่วันนี้ – 31 สิงหาคม 2568

นางเบญจพร กำเพ็ชร หัวหน้าส่วนงานการตลาดกลุ่มลูกค้าพรีเพด AIS กล่าวว่า “ปัจจุบันลูกค้ากลุ่มระบบเติมเงินของเรามีมากกว่า 32.5 ล้านคน ซึ่งประกอบอาชีพที่หลากหลาย ทั้งพนักงานประจำ พ่อค้าแม่ค้า ลูกจ้างรายวัน รวมถึงอาชีพอิสระอื่นๆ ที่อาจมีรายได้ไม่แน่นอน และประสบปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงินจากสถานการณ์เศรษฐกิจที่มีความผันผวน และค่าครองชีพที่สูงขึ้น เราเล็งเห็นถึงโอกาสของการร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับลูกค้า
จึงได้ร่วมมือกับ Good Money มอบสิทธิพิเศษให้กับลูกค้า AIS One-2-Call! 5G ที่ขอสินเชื่อและได้รับการอนุมัติ จะได้รับโบนัสอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงสุด จำนวน 5GB ใช้งานได้ 7 วัน เพื่อร่วมสนับสนุนให้คนไทยสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่เชื่อถือได้ ปลอดภัย และเข้าถึงได้สำหรับทุกอาชีพ รวมถึงการเข้าถึงบริการดิจิทัลขั้นพื้นฐานอย่างอินเทอร์เน็ตอีกด้วย”

นางสาวสิรินันท์ จิรดิลก กรรมการผู้จัดการ บริษัทเงินดีดี จำกัด กล่าววว่า “Good Money by GSB มุ่งมั่นที่จะให้บริการสินเชื่อที่โปร่งใส ถูกกฎหมาย และเข้าถึงได้ง่ายสำหรับประชาชนไทย การร่วมมือกับ AIS ในครั้งนี้จะช่วยยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า โดยมอบบริการอินเทอร์เน็ตฟรี ซึ่งเราหวังว่าโครงการนี้จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงบริการทางการเงินและการเชื่อมต่อออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

AIS มุ่งมั่นเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนสังคมไทยให้เดินหน้าอย่างมั่นคง ด้วยการส่งเสริมให้คนไทยมีความมั่นคงทางการเงินและสร้างสภาพคล่องที่เพียงพอในชีวิตประจำวัน พร้อมสนับสนุนการใช้งานผ่านเทคโนโลยีและบริการดิจิทัลที่ทันสมัย ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ ลูกค้าที่สนใจสามารถสมัครสินเชื่อได้ด้วยตนเองผ่านแอปพลิเคชัน Good Money by GSB หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://www.ais.th/consumers/package/prepaid แนะนำให้กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว  สินเชื่อส่วนบุคคลกู๊ดมันนี่ ดอกเบี้ย 19% – 25% ต่อปี และสินเชื่อนาโนกู๊ดมันนี่ ดอกเบี้ย 19% – 33% ต่อปี

ตลท. สั่ง JKN ชี้แจงผลกระทบหลังโดน ก.ล.ต. กล่าวโทษ เผยเหตุเข้าข่ายอาจถูกเพิกถอนหุ้น

0

    ตลท. ขอให้ JKN ชี้แจงผลกระทบต่อการดำเนินการต่าง ๆ และการปรับปรุงระบบควบคุมภายในเกี่ยวกับการจัดทำงบการเงิน จากกรณีที่สำนักงาน ก.ล.ต. กล่าวโทษ JKN และกรรมการอีก 2 รายต่อ DSI

     เพื่อให้ผู้ถือหุ้นของ JKN ได้รับทราบข้อมูลสำคัญ ตลาดหลักทรัพย์ฯ  ขอให้ JKN ชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมดังต่อไปนี้ ภายในวันที่ 19 มิถุนายน 2568

    1. สถานะและความคืบหน้าในการดำเนินการตรวจสอบข้อมูลเป็นกรณีพิเศษ (“Special Audit”) ของ JKN ซึ่งบริษัทเคยแจ้งว่าจะสามารถรายงานผลได้ภายในไตรมาส 2 ปี 2568 โดยขอให้ระบุว่ารายงาน Special Audit ที่อยู่ระหว่างการจัดทำครอบคลุมรายการที่สำนักงาน ก.ล.ต. ตรวจพบความผิดปกติหรือไม่ อย่างไร รวมถึงการกล่าวโทษของสำนักงาน ก.ล.ต. มีผลกระทบต่อการจัดทำและกรอบระยะเวลาที่คาดว่าจะสามารถรายงานผล Special Audit หรือไม่ อย่างไร  
    2. ผลกระทบต่อการฟื้นฟูกิจการผ่านศาลล้มละลาย จากกรณีที่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า สำนักงาน ก.ล.ต. ได้กล่าวโทษ นายจักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ และนางสาวพิมพ์อุมา จักราจุฑาธิบดิ์ ว่าร่วมกันสั่งการหรือกระทำการสร้างรายการเจ้าหนี้ปลอมและลูกหนี้ปลอม ซึ่งส่งผลให้งบการเงินปี 2566 ของ JKN แสดงยอดหนี้สินและสินทรัพย์ต่างจากความเป็นจริง แต่นำเจ้าหนี้การค้ามาบันทึกบัญชีในปี 2567 เพื่อลวงบุคคลใด ๆ ว่าในปี 2567 JKN มีเจ้าหนี้การค้าเพิ่มขึ้น และนำเจ้าหนี้การค้าดังกล่าวไปใช้สิทธิออกเสียงเพื่อเลือกผู้ทำแผนฟื้นฟูกิจการของ JKN
    3. ผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของ JKN จากการที่นายจักรพงษ์และนางสาวพิมพ์อุมาพ้นจากการดำรงตำแหน่งกรรมการและ/หรือผู้บริหาร รวมถึงแนวทางการดำเนินธุรกิจของ JKN ในอนาคต และผู้รับผิดชอบในการบริหารจัดการบริษัทแทนนายจักรพงษ์และนางสาวพิมพ์อุมา
    4. แนวทางการปรับปรุงระบบควบคุมภายในเกี่ยวกับกระบวนการจัดทำงบการเงินและเอกสารที่เกี่ยวข้องในอนาคต เพื่อให้ JKN มีระบบการควบคุมภายในที่มีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะสามารถจัดทำงบการเงินได้ถูกต้อง น่าเชื่อถือ โดยระบุกรอบระยะเวลาดำเนินการ และบุคลากรผู้รับผิดชอบ

    และจากกรณี JKN ถูกสำนักงาน ก.ล.ต. กล่าวโทษนั้น ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังได้แจ้งการดำเนินการกับ JKN ดังนี้

    1. ประกาศให้หุ้นสามัญของ JKN มีเหตุเข้าข่ายอาจถูกเพิกถอนจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนเพิ่มเติมอีก 1 เหตุ จากการที่ JKN เปิดเผยข้อมูลอันเป็นเท็จในงบการเงินประจำปี 2566 และแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (“แบบ 56-1 One Report”) ตั้งแต่วันที่ 13 มิถุนายน 2568 โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ จะยังคงขึ้นเครื่องหมาย NC (Non-Compliance) เพื่อให้ผู้ลงทุนทราบว่าหลักทรัพย์ JKN เข้าข่ายอาจถูกเพิกถอน พร้อมกับขึ้นเครื่องหมาย SP (Suspension) เพื่อสั่งห้ามซื้อหรือขายหลักทรัพย์ JKN ต่อไป

    2. ปัจจุบัน หุ้นสามัญของ JKN มีเหตุเข้าข่ายอาจถูกเพิกถอน รวม 2 เหตุ ดังนี้

       2.1 กรณีไม่นำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 ปี 2567 ภายในระยะเวลาที่กำหนด

       2.2 กรณีเปิดเผยข้อมูลอันเป็นเท็จในงบการเงินประจำปี 2566 และแบบ 56-1 One Report

    อย่างไรก็ดี หาก JKN ไม่สามารถแก้ไขเหตุเข้าข่ายอาจถูกเพิกถอนดังกล่าวได้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ อาจพิจารณาดำเนินการเกี่ยวกับการเพิกถอนหุ้นสามัญของ JKN จากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนต่อไป

    รู้เก็บรู้ออม : ชีวิตการเงินที่ใช่…แบบอาร์ตอาร์ต

    0
    ที่มา คอลัมน์ "รู้เก็บรู้ออมรู้ใช้รู้ลงทุน...สู่ความมั่งคั่ง" หน้าเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

    หลายคนน่าจะคุ้นหูกับคำกล่าวที่ว่า “มีวิชาเหมือนมีทรัพย์อยู่นับแสน…”  ซึ่งอยู่ในบทกลอนสอนเรื่องความสำคัญของการศึกษาเล่าเรียน  อย่างไรก็ตาม ศาสตร์หรือวิชาความรู้ที่มีอยู่ หากไม่รู้จักนำมาใช้ หรือใช้ไม่เป็น ก็คงจะมีวันที่หมดไปเหมือนทรัพย์สินเงินทองที่ร่อยหรอเพราะขาดการบริหาร จนทำให้คนจำนวนไม่น้อยตกอยู่ในสภาพ ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด คือมีความรู้แต่ไม่รู้จักใช้ให้เกิดประโยชน์

    หากเรามีศาสตร์ด้านความรู้เรื่องการเงินการลงทุนแล้ว จะยิ่งดีขึ้นถ้าเรามีศิลป์ หรือการประยุกต์นำความรู้นั้นมาใช้ ซึ่งจะช่วยทำให้เราบรรลุถึงเป้าหมายทางการเงินที่วางไว้  

    “ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย” จึงอยากชวนนักลงทุนและผู้สนใจมาร่วมเปิดประสบการณ์ใหม่ และร่วมค้นหา “ศิลปะการจัดการเงิน” ที่ใช่ ในแบบของตัวเอง ในเสวนาหัวข้อ “The Art of Happy Money การเงินดีต้องมีศิลป์” พร้อมพบปะพบปะพูดคุยกับศิลปินวาดภาพประกอบคู่มือความรู้เรื่องเงินและลงทุน

    ผู้ร่วมงานจะมีโอกาสได้พบกับ 5 ศิลปินรุ่นใหม่นักวาดคาแรคเตอร์ ที่จะมาร่วมแชร์แรงบันดาลใจในการออกแบบภาพวาด ถ่ายทอดเรื่องราวการวางแผนการเงินตามช่วงวัย เริ่มจาก วัยเริ่มต้นทำงาน เพิ่งเรียนจบ  พบกับ นัทพล โกมลารชุน @Kamogallery  ในหัวข้อ “Young & Wise วางแผนการเงินตั้งแต่ก้าวแรก”  ที่จะมาแนะนำเรื่องเงินน่ารู้, การบริหารเงินก้อนแรกที่ได้จากการทำงานสำหรับ First Jobbers  

    ตามด้วยวัยที่โตขึ้นมากับภาระที่หนักอึ้ง คือ หัวหน้าครอบครัว หรือเสาหลักของบ้าน  ชวนให้ฟังหัวข้อ “Sandwich Gen เสาหลักของบ้าน จัดการเงินให้สมดุล” โดย สาลินี รัตนชัยสิทธิ์ @CyranoDesign เพื่อจะได้เปลี่ยนจากการแบก เป็นการบาลานซ์ มีเงินเก็บได้แบบไม่ลำบาก ผ่านเทคนิคต่างๆ เช่น เทคนิคจัดเงิน 3 กอง, การเปิดใจคุยเรื่องเงินในครอบครัว

    และวัยที่ต้องการวางแผนเกษียณ ไม่ควรพลาดกับหัวขัอ “Retire Happily ชีวิตดีทั้งก่อนและหลังเกษียณ” โดย นิวัต เพียรภัณฑวณิช @AbigBurger ที่จะมาแนะนำเทคนิคการวางแผนการเงินทั้งก่อนและหลังเกษียณ เพื่อเป้าหมายเกษียณสุข

    นอกจากนี้ยังมีหัวข้อที่ถูกใจมนุษย์เงินเดือน กับ  “Wealthy Worker มนุษย์เงินเดือนก็มั่งคั่งได้” โดย ชายแดน เทียมไสย์ @SHITTAK และ สำหรับฟรีแลนซ์ ต้องไม่พลาดกับ “Happy Jobbers ชีวิตอิสระ งานโปร เงินปัง” โดย สัณห์สินี ชวนฐิติพร @KaptorStore   ทั้งหมดดำเนินรายการโดย ธนธร กาญจนิศากร เจ้าของเพจ Namfinance

    ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมงาน ติดตามซีรีส์ The Art of Happy Money ได้ทั้ง 5 เล่ม 5 แนว ในวันอังคารที่ 17 มิ.ย. 2568 เวลา 14:30-16:30 น. ที่อาคารตลาดหลักทรัพย์ฯ หรือดูสดได้ทาง Facebook, YouTube และ TikTok “SET Thailand”   โดยเปิดให้ลงทะเบียนล่วงหน้าแล้วที่ www.set.or.th/theartofhappymoney   ผู้ร่วมงานยังจะได้รับคู่มือ “The Art of Happy Money” และ “โปสการ์ดที่ระลึก” อีกด้วย งานนี้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

    คุณนายพารวย

    AIS ต่อยอดความสุขผ่าน AIS Points ดันกลยุทธ์ “ทุกพอยท์ มีพลัง” ส่ง 3 แคมเปญใหญ่“ลองใช้-แลกบุญ-ลุ้นโชค” สร้างความคุ้มค่าให้ทุกการใช้คะแนนตลอดทั้งปี 

    0

    AIS เดินหน้ายกระดับประสบการณ์การดูแลลูกค้า ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่การใช้งานในทุกๆ วันของลูกค้าผ่าน “AIS Points” ภายใต้กลยุทธ์ “ทุกพอยท์ มีพลัง” มุ่งเปลี่ยนคะแนนสะสมทุกคะแนนให้เป็นมากกว่าสิทธิพิเศษทั่วไป สู่การเป็น “พลังที่ใช้ได้จริง” และ “พลังที่ส่งคืนให้สังคม” ด้วยการจัด 3 แคมเปญใหญ่ให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์ ลองใช้ – แลกบุญ – ลุ้นโชค ที่ให้ลูกค้าได้รับความคุ้มค่าของการใช้คะแนนตลอดทั้งปี

    นางสาวโอปอล เลิศอุทัย หัวหน้าฝ่ายงานบริหารข้อเสนอและความผูกพันลูกค้า AIS กล่าวว่า ที่ผ่านมา AIS ได้เดินหน้ายกระดับการมอบประสบการณ์พิเศษให้ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ผ่านหนึ่งในโปรแกรมความคุ้มค่าที่ลูกค้าให้ความนิยมอย่าง “AIS Points” ซึ่งเปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถนำพอยท์ที่สะสมมาแลกรับความสุขผ่านสิทธิพิเศษที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าทั่วประเทศ ทั้งส่วนลดสินค้าที่ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ หรือแม้แต่บริการดิจิทัลต่างๆ ของเอไอเอส ซึ่งในปี 2567 ที่ผ่านมา มีการใช้คะแนนสะสมแลกสิทธิประโยชน์รวมกว่า 2,000 ล้านคะแนน โดยอินไซต์ของลูกค้า AIS ตั้งแต่เดือน ม.ค.-พ.ค. ปี 2568 นี้ พบว่า 3 อันดับหมวดหมู่ที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ แลกรับฟรีแพ็กเกจอินเทอร์เน็ต หรือการโทร แลกลุ้นรางวัล และแลกรับส่วนลดเครื่องดื่มจากพาร์ทเนอร์ ตามลำดับ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของลูกค้าในสิทธิพิเศษที่จับต้องได้ ใช้ได้จริง ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์

    นอกจากนี้ การเปรียบเทียบอัตราการเติบโตของการแลก AIS Points ระหว่างปี 2567 ถึง 2568 พบว่า ลูกค้าในแต่ละเจเนอเรชันมีแนวโน้มการใช้คะแนนที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีแรงจูงใจในการแลกคะแนนที่แตกต่างกันไปตามไลฟ์สไตล์และความต้องการแต่ละช่วงวัย กลุ่ม Gen X (อายุ 45-60 ปี) มีอัตราการแลกคะแนนเพื่อรับส่วนลดมือถือและอุปกรณ์เสริมเติบโตสูงที่สุด สะท้อนความสนใจในการอัปเกรดอุปกรณ์ให้ทันสมัยอยู่เสมอ กลุ่ม Gen Y (อายุ 29-44 ปี) ใช้คะแนนแลกส่วนลดกิน ดื่ม เที่ยว และช้อปปิ้ง เป็นหลัก ซึ่งสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ที่เน้นการใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่า ขณะที่กลุ่ม Gen Z (อายุ 13-28 ปี) มีอัตราการแลกคะแนนเพื่อรับแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตและโทรฟรีเพิ่มขึ้นสูงสุด สะท้อนถึงความต้องการในการเชื่อมต่อโลกดิจิทัลตลอดเวลา ดังนั้น เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่มอย่างตรงใจและครบครันที่สุด จึงเป็นที่มาของการยกระดับ AIS Points ด้วยกลยุทธ์ “ทุกพอยท์ มีพลัง” ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย เติมเต็มทุกการใช้คะแนนให้มีคุณค่ายิ่งขึ้นในทุกมิติ

    “ทุกพอยท์ มีพลัง” ชวนลูกค้า AIS เปิดประสบการณ์แลกรับสิทธิประโยชน์จาก AIS Points ผ่าน 3 แคมเปญใหญ่  “ลองใช้ – แลกบุญ – ลุ้นโชค” ที่คัดสรรความพิเศษมาอย่างจัดเต็ม เพื่อให้ทุกพอยท์มีพลังสร้างความสุขและความคุ้มค่าได้มากกว่าที่เคย

    • ลองใช้ – เปิดโอกาสให้ลูกค้าเริ่มต้นใช้ AIS Points ได้ง่ายๆ ผ่านกิจกรรม 10 Points Day – วันใช้สิบแห่งชาติ” ทุกวันที่ 1 และ 16 ของเดือน กับสิทธิพิเศษจากร้านค้าชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็นคูปองอาหาร ขนม เครื่องดื่ม ตั๋วหนัง หรืออินเทอร์เน็ต เพียงใช้แค่ 10 คะแนน ก็สามารถแลกรับได้ทันที เพื่อกระตุ้นการเริ่มต้นใช้งาน ลดการปล่อยให้คะแนนหมดอายุโดยเปล่าประโยชน์ พร้อมเปลี่ยนคะแนนสะสมให้กลายเป็นประสบการณ์ที่จับต้องได้ ตั้งแต่วันนี้ – 16 สิงหาคม 2568 ชวนให้ทุกคนมาใช้ผ่านแคมเปญกระตุ้นแลกพอยท์ วันใช้สิบแห่งชาติ
    • แลกบุญ – สร้างพลังแห่งการแบ่งปันกับกิจกรรม “ปันพอยท์ เติมสุข เพิ่มบุญอุ่นใจ” ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่ต้องการ “ให้” โดยการใช้ AIS Points บริจาคให้กับ 6 องค์กรการกุศลชั้นนำ ได้แก่ มูลนิธิหัวใจแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ มูลนิธิโรงพยาบาลเด็กกองทุนอาคารเฉลิมพระเกียรติฯ สภากาชาดไทย และมูลนิธิรามาธิบดีได้โดยตรงผ่านแอป myAIS ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2568 โดยสามารถเลือกบริจาคได้ตั้งแต่ 100, 200 หรือ 300 คะแนนต่อครั้ง
    • ลุ้นโชค – สำหรับสายลุ้น AIS ขอชวนมาร่วมสนุกกับกิจกรรม “ลุ้นโชคกับ เอไอเอส พอยท์” เพียงใช้ 5 คะแนน ก็สามารถแลกรับสิทธิ์ลุ้นรางวัลสุดพิเศษ พร้อมของรางวัลที่คัดสรรมาเพื่อเติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์ อาทิ รถกระบะ Toyota Hilux ลำโพง Marshall เครื่องฟอกอากาศ Dyson เปิดให้ร่วมสนุกตั้งแต่วันนี้ – 30 มิถุนายน 2568 และของรางวัลอื่นๆ ที่จะทยอยเผยโฉมตลอดทั้งปี

    AIS ขอเชิญชวนลูกค้าทุกคนสัมผัสประสบการณ์ความสุขจากสิทธิพิเศษสุดคุ้ม พร้อมส่งต่อพลังบวกสู่สังคม ตามแนวคิด “ทุกพอยท์ มีพลัง” จาก AIS Points ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่แอปพลิเคชัน myAIS

    เมืองไทยประกันชีวิต เข้าใจทุกความห่วง เปิดตัวประกันใหม่ “เมืองไทย พรีเมียร์ เลกาซี่ 99/1 (แบบเงินค่าเวนคืนกรมธรรม์คงที่)” และ “เมืองไทย เฟล็กซี่ โพรเทคชั่น 99/20” 

    0

    เมืองไทยประกันชีวิต  เข้าใจทุกความ  “ห่วง”  ชูแบบประกันภัยเพื่อวางแผนมรดก “เมืองไทย พรีเมียร์ เลกาซี่ 99/1 (แบบเงินค่าเวนคืนกรมธรรม์คงที่)” และ “เมืองไทย เฟล็กซี่ โพรเทคชั่น 99/20” ตอบโจทย์การสร้างความมั่นคงเพื่อคนที่คุณรัก พร้อมเปิดตัวบริการ “MTL Legacy Consultant” มอบสิทธิพิเศษจาก ติลลิกีแอนด์กิบบินส์ (Tilleke & Gibbins) และ “ชีวามิตร” ช่วยตอบโจทย์การวางแผนการส่งต่อมรดก การออกแบบพินัยกรรมชีวิต การวางแผนการเงินที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

    นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า  เมืองไทยประกันชีวิต ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านประกันชีวิตและสุขภาพ ที่คอยเคียงข้างดูแลในทุกช่วงของชีวิต (Trusted Lifetime Partner)  พร้อมเข้าใจทุกความ “ห่วง”  เพราะชีวิตไม่แน่นอน การเตรียมพร้อมเพื่อคนที่รักจึงสำคัญ  ล่าสุดเมืองไทยประกันชีวิต เดินหน้าตอบโจทย์การสร้างความมั่นคงเพื่อคนที่คุณรัก เปิดตัว 2 แบบประกันภัย แบบประกันภัย เมืองไทย พรีเมียร์ เลกาซี่ 99/1 (แบบเงินค่าเวนคืนกรมธรรม์คงที่) และแบบประกันภัย เมืองไทย เฟล็กซี่ โพรเทคชั่น 99/20  ช่วยเตรียมพร้อมวางแผนมรดกเพื่อส่งต่อความมั่นคงด้วยประกันชีวิต เลือกได้ตามความต้องการ ให้คุณเบาใจในวันที่ไม่อยู่

    โดยแบบประกันภัย เมืองไทย พรีเมียร์ เลกาซี่ 99/1 (แบบเงินค่าเวนคืนกรมธรรม์คงที่) ตอบโจทย์การสร้าง “หลักประกันก้อนใหญ่” ได้ด้วย “เงินก้อนเล็ก”  หมดห่วงเรื่องการส่งต่อมรดกจากรุ่นสู่รุ่น และมั่นใจได้ว่าคนที่คุณรักจะไม่สะดุดกับปัญหาสามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้ ในยามที่คุณไม่อยู่ โดดเด่นด้วยเบี้ยประกันภัยที่ถูกกว่าและได้ความคุ้มครองชีวิตเท่าเดิม พร้อมรับหลักประกันก้อนโตจากความคุ้มครองชีวิต 100%* ชำระเบี้ยเพียงครั้งเดียว แต่ให้ความดูแลไปตลอดชีวิต สมัครได้ตั้งแต่อายุ 30 วัน – 80 ปี จำนวนเอาประกันภัยขั้นต่ำ 10 ล้านบาท  ผลประโยชน์ที่ได้รับไม่ต้องเสียภาษี

    แบบประกันภัย เมืองไทย เฟล็กซี่ โพรเทคชั่น 99/20  โดดเด่นด้วยความคุ้มครองที่ครอบคลุมทั้งชีวิตและสุขภาพ ครบจบในกรมธรรม์เดียว จ่ายสั้นแต่ได้รับความคุ้มครองยาวไปจนถึงอายุ 99 ปี จ่ายเบี้ยประกันภัยแค่ 20 ปี ไม่ต้องมีภาระจ่ายเบี้ยในวัยเกษียณ  พร้อมวงเงินสุขภาพพร้อมใช้ในวัยเกษียณ คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลตั้งแต่อายุ 65 ปี ทั้งกรณีผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอกด้วยวงเงินเหมาจ่าย ปรับได้ตามใจด้วยการปรับเปลี่ยนวงเงินคุ้มครองชีวิตให้เป็นวงเงินค่ารักษาพยาบาลได้ในวัยเกษียณ เบี้ยคงที่ไม่ปรับเพิ่มตามอายุ ลดหย่อนภาษีได้เต็มก้อน สูงสุด 100,000 บาทต่อปี

    นายสาระ กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อเป็นการตอบโจทย์ด้านการวางแผนการส่งต่อมรดกและการวางแผนทางการเงินอย่างครบถ้วน เมืองไทยประกันชีวิต ได้เปิดตัวบริการ “MTL Legacy Consultant” เพื่อมอบสิทธิพิเศษแก่ลูกค้าคนสำคัญ โดยได้ร่วมมือกับ บริษัท ติลลิกีแอนด์กิบบินส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (Tilleke & Gibbins International) ผู้เชี่ยวชาญในการบริการให้คำปรึกษากฎหมายและภาษีอากร รวมถึงการวางแผนออกแบบพินัยกรรมและธุรกิจครอบครัว และ บริษัท ชีวามิตร วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด ผู้เชี่ยวชาญในการให้คำปรึกษาด้านการวางแผนออกแบบพินัยกรรมชีวิต การให้องค์ความรู้สำหรับการเตรียมความพร้อมด้านสุขภาพในระยะท้ายที่ดี และจากไปอย่างมีความสุขและการจัดทำหนังสือแสดงเจตนาเลือกวิธีการรักษาในช่วงสุดท้ายของชีวิต (Living Will)  จัดทำสมุดบันทึกเพื่อนชีวิต (Living & Leaving Note) 

    ทั้งนี้ลูกค้าที่ซื้อแบบประกันภัย เมืองไทย พรีเมียร์ เลกาซี่ 99/1 (แบบเงินค่าเวนคืนกรมธรรม์คงที่)  ทุนประกันเริ่มต้น 10 ล้านบาทขึ้นไป จะได้รับสิทธิพิเศษ MTL Legacy Consultant” ประกอบด้วย

    · Tilleke & Gibbins รับบริการให้คำปรึกษาในรูปแบบ Online Private Consultant ( 2 ชั่วโมง/ 1 สิทธิ์)

    · กิจกรรม Exclusive Workshop by Cheevamitr วางแผนออกแบบพินัยกรรมชีวิต จัดทำหนังสือแสดงเจตนา (Living Will) และจัดทำสมุดบันทึกเพื่อนชีวิต (Living & Leaving Note) (1 คู่/ 1 สิทธิ์ เข้ากิจกรรม Exclusive Workshop)

    · เข้าร่วม Online Private Consultant บริการให้คำปรึกษาวางแผนการเงินส่วนบุคคล: แผนการลงทุน บริหารความเสี่ยง การวางแผนภาษีและมรดก (1 ชั่วโมง/ 1 สิทธิ์)   

    ระยะเวลาการใช้สิทธิ์ สำหรับลูกค้าที่ซื้อกรมธรรม์ในโครงการตามเงื่อนไข โดยกรมธรรม์อนุมัติตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 – 31 ธันวาคม 2568 สามารถใช้สิทธิ์เข้ารับคำปรึกษาภายใน 31 มีนาคม 2569 และสำรองสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรม Exclusive Workshop ตามรอบที่บริษัทฯ กำหนด

    “เมืองไทยประกันชีวิตให้ความสำคัญกับทุกความห่วง เราจึงได้มีการพัฒนาแบบประกันภัยที่หลากหลาย เพื่อตอบโจทย์ในเรื่องของการวางแผนมรดกเพื่อส่งต่อความมั่นคงให้คนที่คุณรัก ครอบคลุมทั้งแบบที่ต้องการวงเงินความคุ้มครองสูงเพื่อสร้างหลักประกันก้อนใหญ่ การสร้างหลักประกันก้อนใหญ่ด้วยเงินก้อนเล็ก จะจ่ายเบี้ยระยะสั้นหรือระยะยาวก็เลือกได้ รวมถึงสิทธิพิเศษจาก MTL Legacy Consultant ยังให้บริการครอบคลุมไปถึงสมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับ ที่สามารถเลือกแลกคะแนนสะสม Smile Point เพื่อเข้ารับบริการได้อีกด้วย ถือเป็นการเปิดกว้างให้ทุกคนได้เข้าถึงการวางแผนส่งต่อความห่วงใยให้กับคนที่คุณรักอย่างแท้จริง” นายสาระ กล่าว

    ผู้ที่สนใจแบบประกันภัยเพื่อวางแผนส่งต่อความมั่นคงให้คนที่คุณรัก จากเมืองไทยประกันชีวิต สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.muangthai.co.th  หรือโทร.1766  ตลอด 24 ชั่วโมง  หรือติดต่อตัวแทนจากเมืองไทยประกันชีวิตทั่วประเทศ สาขา ธนาคารกสิกรไทย และ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ #เมืองไทยประกันชีวิต #MuangThaiLife

    GULF, AIS และ JAS ผนึกกำลังคว้าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดไทยลีก ยิงสดครบทุกลีก

    0

    บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) และบริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ประกาศความเป็นพันธมิตรครั้งสำคัญร่วมกับสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ คว้าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬาฟุตบอล “ไทยลีก” แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เป็นระยะเวลา 4 ฤดูกาล ตั้งแต่ฤดูกาล 2025/26 ถึง 2028/29 พร้อมเงื่อนไขพิเศษต่ออีก 2 ฤดูกาล

    เดินหน้าสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่แห่งวงการกีฬาไทย กับการถ่ายทอดสดครบทุกลีกฟุตบอลระดับประเทศเป็นครั้งแรก รายการไทยลีก 1, ไทยลีก 2, ไทยลีก 3, ฟุตบอลถ้วย เอฟเอ คัพ และฟุตบอลถ้วย ลีก คัพ รวมถึงฟุตบอลลีกเยาวชน U-21, ฟุตบอลหญิงลีก 1 และ 2 ด้วยเทคโนโลยีการถ่ายทอดสดที่ล้ำสมัย ภาพคมชัดคุณภาพสูง เพื่อยกระดับการรับชมสู่มาตรฐานใหม่ของประเทศ มุ่งส่งเสริมศักยภาพนักกีฬาฟุตบอลไทย ทั้งชาย หญิง และเยาวชนอย่างครอบคลุม พร้อมกระจายการรับชมสู่คนไทยทุกกลุ่ม ได้ร่วมชื่นชม ส่งใจเชียร์และสนับสนุนความสามารถของนักกีฬาไทยอย่างแท้จริง โดยเปิดให้ลูกค้าเอไอเอสและคนไทย รับชมผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์ม AIS PLAY บนโครงข่ายอัจฉริยะ ทั้งมือถือและเน็ตบ้านคุณภาพที่ครอบคลุมทั่วประเทศ รวมทั้งทางสถานีโทรทัศน์ช่อง MONO29 เพื่อตอบโจทย์แฟนบอลทุกกลุ่มอย่างแท้จริง ทั้งในด้านการเข้าถึง และประสบการณ์รับชมที่ครอบคลุมทุกเพศ ทุกวัย ทุกเจเนอเรชัน

    ความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์ระหว่าง GULF, AIS, JAS และสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ คือพลังสามัคคีที่จุดประกายความหวังใหม่ให้วงการฟุตบอลไทย โดยมีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ ในการยกระดับมาตรฐานของวงการฟุตบอลไทยในทุกมิติ ทั้งด้านคุณภาพการถ่ายทอดสด ส่งเสริมฟุตบอลในระดับท้องถิ่น และเยาวชนไทย โดยจะมีความร่วมมือกับพรีเมียร์ลีก เพื่อพัฒนาศักยภาพนักเตะ ผู้ฝึกสอน และผู้ตัดสิน ปูรากฐานอันมั่นคงในการพัฒนาอุตสาหกรรมกีฬาไทยอย่างยั่งยืน

    นี่คือก้าวสำคัญของการสร้างโอกาส สร้างงาน และสร้างแรงบันดาลใจให้คนไทยทุกกลุ่มทั่วประเทศ พร้อมขับเคลื่อนศักยภาพของนักกีฬาไทยสู่เวทีโลก และผลักดันกีฬาให้เป็นพลังหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างแข็งแกร่ง ด้วยหัวใจที่มุ่งมั่น ทุ่มเท และเชื่อมั่นในพลังของคนไทย ความร่วมมือครั้งนี้คือการรวมใจเพื่อชาติ เพื่อวงการกีฬา และเพื่อคนไทยทุกคน เพื่อให้ฟุตบอลไทยไม่เพียงครองใจคนทั้งชาติ แต่ก้าวไปสู่ความยิ่งใหญ่บนเวทีระดับโลกอย่างสง่างาม

    นางนวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า “ในช่วงเวลาที่ยากลำบากของ สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ต้องขอขอบคุณ GULF, AIS และ JAS ที่ยังเล็งเห็นความสำคัญของฟุตบอลไทยลีก ในฐานะกีฬาที่คนไทยรับชมมากที่สุด และ เป็นกีฬาเบอร์หนึ่งของโลก ย้อนกลับไปเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ก่อนที่ดิฉัน เข้ามา ฟุตบอลไทยลีก ไม่มีผู้ถือลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดอย่างเป็นทางการ แต่มาวันนี้ นับเป็นวันประวัติศาสตร์ ที่ฟุตบอลไทยลีกกลับมามีมูลค่าอีกครั้ง ภายใต้พันธมิตรสำคัญอย่าง GULF, AIS และ JAS ที่จะเข้ามาร่วมผลักดัน ยกระดับมาตรฐานการแข่งขันอย่างรอบด้าน และ สร้างความมั่นคงในระยะยาวให้กับ ทั้ง สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ และ สโมสรสมาชิกในทุกลีกอาชีพ กว่า 100 สโมสร ที่สำคัญ ยังถือเป็นครั้งแรก ที่จะมีการถ่ายทอดสดครบทุกระดับการแข่งขัน ทั้งฟุตบอลลีกชาย ตั้งแต่ไทยลีก 1-3 และ โดยเฉพาะกับฟุตบอลลีกหญิง ซึ่งแม้ว่าที่ผ่านมา จะไม่ได้รับความนิยมมากนัก แต่ GULF, AIS และ JAS ก็พยายามเพิ่มโอกาสการเข้าถึงมากขึ้น ตรงกับความตั้งใจของ ดิฉัน ที่ให้ความสำคัญกับ ฟุตบอลหญิง เช่นกัน ในนามสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ดิฉัน รู้สึกภาคภูมิใจ และ ตื่นเต้นที่ ฟุตบอลไทยลีก กำลังจะพลิกโฉมไปสู่อีกระดับ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าตั้งแต่ฤดูกาล 2025/26 เป็นต้นไป โดยการเข้ามาของ GULF, AIS และ JAS ที่เต็มไปด้วยพลังของเทคโนโลยี จะทำให้การแข่งขันสนุก และ เข้มข้นมากขึ้น ทั้งในแง่คุณภาพของการถ่ายทอดสด , คุณภาพของการแข่งขันที่มีการเพิ่มโควตานักกีฬาต่างชาติ และ คุณภาพของการตัดสิน ที่ สมาคมฯ มีเทคโนโลยีช่วยตัดสิน VAR Cross Hair 3D ลีกเดียวในอาเซียน ทั้งหมดมนี้ เพื่อพาวงการฟุตบอลไทย กลับไปอยู่ในจุดสูงสุดอีกครั้ง”

    นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ”GULF ให้สนับสนุนวงการกีฬาฟุตบอลมาเป็นระยะเวลา 10 กว่าปี หลายๆ ทีมที่เข้าแข่งขันทั้ง T1 T2 T3 และปัจจุบันมีบางทีมที่เราสนับสนุนอยู่ โดยสาเหตุที่เข้ามาสนับสนุนสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยในครั้งนี้ เพราะอยากให้ทีมชาติไทยไปแข่งขันที่ต่างประเทศชนะ เป็นความฝันที่ผมอยากเห็นบอลไทยไปบอลโลก

    การสนับสนุนคราวนี้ ผมได้มีโอกาสคุยกับ AIS ในเรื่องการถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีกซึ่งเป็นจุดเริ่มต้น รวมถึงได้พูดคุยกับสมาคมฟุตบอลฯ อยู่หลายครั้ง โดยอยากให้ GULF เข้ามาช่วยสนับสนุนวงการฟุตบอลไทย

    ช่วงที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปที่ประเทศอังกฤษ และได้มีโอกาสพูดคุยกับสมาคมฟุตบอลอังกฤษถึงความร่วมมือในการก่อตั้งอะคาเดมีในเมืองไทย หรือส่งผู้เชี่ยวชาญมาฝึกสอนผู้ตัดสินของไทย ซึ่งทางสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศอังกฤษเห็นด้วย จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทั้ง 3 บริษัทได้เข้ามาสนับสนุนสมาคมฟุตบอลฯ ในครั้งนี้

    จุดสำคัญ AIS มีความชำนาญในเรื่องของการถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬาฟุตบอล และการที่ทั้ง 3 บริษัทเข้ามาสนับสนุนในครั้งนี้ อยากให้ไปถึง T2 T3 เพราะการแข่งขันฟุตบอลในต่างจังหวัด บางครั้งการเดินทางอาจจะมีความยากลำบาก ถ้าสามารถทำให้ฟุตบอลไปถึงทุกบ้านได้ ทุกมือถือได้ ทุกแห่งได้ จะเกิดความนิยมในวงการฟุตบอลไทยมากขึ้น ทำให้สายตาประชาชนจับตามองการแข่งขันฟุตบอลในคู่ต่างๆ ซึ่งเป็นการยกระดับวงการฟุตบอลไทย และเพิ่มความชัดเจนในการแข่งขัน

    และที่สำคัญการแข่งขัน T3 เป็นสิ่งที่ต้องใช้ความพยายามเป็นอย่างมาก เพราะสนามหลายแห่งอยู่ไกล และผมได้มีโอกาสพูดคุยกับไทยคม ดำเนินธุรกิจดาวเทียม ซึ่งถ้าหากถ่ายทอดในต่างจังหวัดไกลๆ มาก สัญญาณไม่ถึงสามารถเชื่อมต่อผ่านดาวเทียมไทยคม และเชื่อมต่อกับ AIS เพื่อให้สามารถถ่ายทอดฟุตบอลได้ เชื่อว่าน่าจะมีความสามารถที่ทำให้ฟุตบอลไปถึงทุกครัวเรือนได้

    อีกส่วนหนึ่งฟุตบอลเป็นอีกอาชีพหนึ่ง ปัจจุบันวงการฟุตบอลไทยมีอยู่ประมาณ 100 ทีม รวมผู้ตัดสินแล้วอาจจะมีอยู่ราว 10,000 คน ซึ่งตรงนี้เป็นโอกาสสนับสนุนอุตสาหกรรมฟุตบอลไทยทางอ้อม เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทย ทั้งหมดเป็นจุดประสงค์ที่เราเข้ามาสนับสนุนวงการกีฬาฟุตบอลไทย สนับสนุนการถ่ายทอดสดในครั้งนี้”

    นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “AIS มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพลิกโฉมวงการฟุตบอลไทยสู่อนาคต เราเห็นถึงศักยภาพของวงการลูกหนังไทย ทั้งความมุ่งมั่นของสโมสรและนักเตะ รวมถึงแรงเชียร์อันทรงพลังจากแฟนบอลทั่วประเทศ ซึ่งล้วนเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้เราตั้งใจนำฟุตบอลไทยลีกมาอยู่ในมือคนไทย AIS ในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีดิจิทัล เราพร้อมนำความแข็งแกร่งของ Digital Infrastructure มาเชื่อมต่อประสบการณ์ความมันส์จากขอบสนามสู่หน้าจอ นี่คือครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่คนไทยจะได้รับชมฟุตบอลไทยลีกครบทุกลีก บน AIS PLAY แพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อความบันเทิงของคนไทย ผ่านโครงข่ายอัจฉริยะและอินเทอร์เน็ตบ้านคุณภาพ ด้วยเทคโนโลยีการถ่ายทอดสดความคมชัดสูง โดยเราเชื่อมั่นว่าความร่วมมือนี้จะไม่เพียงยกระดับประสบการณ์แฟนบอล แต่ยังเป็นพลังสำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจ และพัฒนาอุตสาหกรรมกีฬาไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป”

    ดร.โสรัชย์ อัศวะประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “จากการที่ JAS ได้รับลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษและเอฟเอคัพถึง 6 ฤดูกาล เราไม่เพียงมุ่งมั่นมอบความสนุกจากกีฬาระดับโลกเท่านั้น ยังเป็นความตั้งใจของ JAS และพันธมิตรอย่าง GULF และ AIS ที่พร้อมผลักดันวงการฟุตบอลไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยร่วมมือกับพรีเมียร์ลีกในการพัฒนา 3 แกนหลักสำคัญ ได้แก่ นักเตะ, กรรมการผู้ตัดสิน และโค้ชผู้ฝึกสอน เพื่อยกระดับคุณภาพฟุตบอลไทยให้ก้าวไกลในระยะยาว ดังนั้นขอให้แฟนบอลไทยลีกมั่นใจได้ว่า เราจะทำให้การแข่งขันไทยลีกเข้าถึงง่าย ซึ่ง JAS มีพันธมิตรอย่าง MONO จะสามารถรับชมได้ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง MONO29 และสมาชิกแอปพลิเคชั่น Monomax ที่รวบรวมคอนเทนต์คุณภาพไว้มากที่สุด ทั้งหนังซีรีส์ และกีฬาระดับโลกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกและเอฟเอคัพอังกฤษ ขอเชิญชวนให้แฟนบอลไทยลีก ช่วยกันสนับสนุนการรับชมในช่องทางถูกลิขสิทธิ์ เพื่อให้พวกเราที่เป็นผู้สนับสนุนมีพลังในการพัฒนาวงการฟุตบอลไทยให้ทัดเทียมนานาชาติไปด้วยกัน”