Home Blog Page 81

นิสัยการนอน เรื่องบนเตียงที่ว่าด้วยสุขภาพการเงิน

0

เคยสงสัยไหมว่าทำไมบางวันเราตื่นมาพร้อมพลังงานเต็มเปี่ยม พร้อมลุยงานและจัดการทุกสิ่งอย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะที่บางวันกลับรู้สึกเฉื่อยชา ตัดสินใจอะไรก็ดูจะผิดพลาดไปหมด? คำตอบอยู่ที่ “นิสัยการนอน” ของตัวเราต่างหาก!

เราอาจคิดว่าเรื่องการนอนหลับเป็นคนละเรื่องกับเรื่องเงินทอง แต่แท้จริงแล้ว สองสิ่งนี้มีความเกี่ยวพันกัน เพราะการนอนหลับที่มีคุณภาพ ไม่เพียงแต่ส่งผลดีต่อสุขภาพกายและใจเท่านั้น แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญที่ปลดล็อกประตูสู่สุขภาพการเงินที่ดีขึ้นด้วย ไม่ว่าเตียงที่เรานอนจะสีอะไรก็เถอะ

นิสัยการนอน ส่งผลต่อสุขภาพเงินในกระเป๋าเรายังไง

  • พลังในการตัดสินใจที่ลดลง เชื่อว่าหลายคนคงเคยพบปัญหานอนไม่พอ แล้วต้องตื่นมาทำงาน สิ่งที่เราต้องเจอคือ หัวไม่แล่น หรือ สมองทำงานได้ไม่เต็มที่ ส่งผลให้ความสามารถในการตัดสินใจอย่างมีเหตุผลลดลง อันนี้แหละที่อาจส่งผลกับเงินในกระเป๋าเรา เพราะอาจทำให้เรา ซื้อของแบบหุนหันพลันแล่น หรือ ตัดสินใจลงทุนโดยไม่ได้ศึกษาข้อมูลให้ดีพอ นี่คือผลกระทบโดยตรงที่ส่งผลต่อสุขภาพการเงินของเรา
  • ประสิทธิภาพการทำงานที่ถดถอย การอดนอนทำให้สมาธิลดลง ประสิทธิภาพการทำงานลดลง แม้จะฝืนทำงานแต่ก็จะเป็นไปอย่างเชื่องช้า และมีโอกาสผิดพลาดบ่อย ซึ่งอาจส่งผลต่อโอกาสในการสร้างรายได้หรือแม้แต่ความก้าวหน้าในอาชีพในระยะยาว
  • ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้น เรื่องบนเตียงว่าด้วยการนอนไม่พอ นานๆเข้าย่อมนำไปสู่ปัญหาสุขภาพมากมาย ทั้งความเครียด ภูมิคุ้มกันต่ำ น้ำหนักเพิ่ม และโรคเรื้อรังต่าง ๆ เมื่อร่างกายไม่สบาย ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลก็จะตามมา แทนที่เราจะใช้เงินเพื่อเป้าหมายทางการเงินอื่น ๆ ก็ต้องควักมารักษาสุขภาพตัวเองยามเจ็บป่วย
  • พลังงานในการจัดการการเงินลดลง การจัดการการเงินที่ดีต้องอาศัยวินัยและพลังงานในการตรวจสอบรายรับรายจ่าย วางแผนงบประมาณ หรือศึกษาการลงทุนต่าง ๆ หากคุณรู้สึกเหนื่อยล้าจากการนอนไม่พอ ตัวเราก็จะผลัดวันประกันพรุ่งเรื่องเหล่านี้ รู้ตัวอีกที สถานการณ์ทางการเงินก็ย่ำแย่เสียแล้ว

การนอนหลับไม่ใช่แค่การพักผ่อน แต่คือการชาร์จพลังให้ร่างกายและสมอง พร้อมสำหรับการตัดสินใจที่ดีขึ้น ทั้งเรื่องงาน เรื่องสุขภาพ และแน่นอน… เรื่องการเงิน

ลองสำรวจนิสัยการนอนของตัวเราในวันนี้ดู แล้วจะพบว่า การนอนหลับอย่างเต็มอิ่ม เป็นส่วนสำคัญหนึ่งของ “กลยุทธ์ทางการเงิน” ที่หลายคนอาจมองข้ามไป!

เทคนิคการเงินบนเตียง เผื่อหลายคนจะนำไปใช้กับกิจวัตรของตัวเอง เพื่อสร้างนิสัยการเงินที่ได้บนเตียงนอน ไม่ต้องถือเคล็ด “เตียงนี้สีชมพู”

  1. การเช็คอินทางการเงิน ก่อนปิดไฟนอน เราอาจจะเปิดแอปธนาคารของคุณ ตรวจสอบยอดเงินคงเหลือและรายการธุรกรรมล่าสุดอย่างรวดเร็ว เพื่อดูว่ามีอะไรผิดพลาด หรือมีรายการผิดปกติอะไรมั้ย
  2. ผ่อนคลายก่อนนอนด้วยการฟังพอดแคสต์หรือหนังสือเสียง: แทนที่จะรับความบันเทิงที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ ลองฟังพอดแคสต์หรือหนังสือเสียงที่เกี่ยวข้องกับการเงินที่น่าสนใจและเข้าใจง่าย

ลุ้นรางวัลเดียว เปลี่ยนชีวิต! สลากออมสินพิเศษ 1 ปี ให้ลุ้น 70 ล้านบาท ฝากเลยที่ MyMo และธนาคารออมสินทุกสาขา

0

ธนาคารออมสินให้ลุ้นรางวัลใหญ่ รางวัลเดียว .. เปลี่ยนชีวิต ! กับสลากออมสินพิเศษ 1 ปี (ใบสลากและดิจิทัล)
ลุ้นรางวัลพิเศษมูลค่า 70 ล้านบาท ฝากเลยที่ MyMo >> https://to.gsb.or.th/pExfarbZ
หรือ ธนาคารออมสินทุกสาขา

✨ *ลุ้นรางวัลพิเศษมูลค่า มูลค่า 70 ล้านบาท จำนวน 1 รางวัล ในวันที่ 16 ก.ค. 68
✨ ลุ้นรางวัลที่ 1 มูลค่า 10 ล้านบาท ทุกเดือน นาน 12 เดือน

✔ สลากออมสินพิเศษ 1 ปี (ใบสลากและดิจิทัล) ราคา 100 บาทต่อหน่วย
✔ ฝากครบ 1 ปี รับดอกเบี้ย 0.20 บาทต่อหน่วย
✔ ดอกเบี้ยและเงินรางวัล บุคคลธรรมดาไม่เสียภาษี
✔ ถอนก่อนฝากครบ 6 เดือน หักส่วนลดตามอัตราที่ธนาคารกำหนด

เริ่มรับฝากวันนี้ – 15 กรกฎาคม 68
⚠ เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด

ตลาดหลักทรัพย์ฯ แต่งตั้งนายสรวิศ ไกรฤกษ์ เป็นรองผู้จัดการ (Chief Markets Officer) 

0

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ประกาศแต่งตั้งนายสรวิศ ไกรฤกษ์ เป็นรองผู้จัดการ (Chief Markets Officer) สายงานผู้ออกหลักทรัพย์ และสายงานการตลาด มีผล 1 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป 

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2568 มีมติแต่งตั้งนายสรวิศ ไกรฤกษ์ เป็นรองผู้จัดการ (Chief Markets Officer) สายงานผู้ออกหลักทรัพย์ และสายงานการตลาด ตลาดหลักทรัพย์ฯ เชื่อมั่นว่านายสรวิศ ไกรฤกษ์ จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาธุรกิจของตลาดหลักทรัพย์ฯ เชิงรุกให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลง โดยขับเคลื่อนการดำเนินงานทั้งด้าน supply และ demand ให้สอดรับและสนับสนุนกัน รวมทั้งช่วยให้การเปลี่ยนผ่านผู้บริหารระดับสูงในสายงานด้านการตลาดซึ่งจะเกษียณอายุในปี 2568 เป็นไปอย่างต่อเนื่องราบรื่น โดยมีผลตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป 

นายสรวิศ ไกรฤกษ์ มีประสบการณ์การทำงานด้านการเงินการลงทุนและตลาดทุนกว่า 29 ปี อาทิ ธนาคารแห่งประเทศไทย เลห์แมน บราเธอร์ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) โดยตำแหน่งงานล่าสุดก่อนมาร่วมงานที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ คือกรรมการผู้จัดการ สายงานวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ทั้งนี้ นายสรวิศ ไกรฤกษ์
จบการศึกษาปริญญาตรีด้านเศรษฐศาสตร์จาก London School of Economics & Political Science สหราชอาณาจักร และปริญญาโทด้านการเงินจาก London Business School สหราชอาณาจักร (British Chevening Scholarship)  

ยังฝากทัน ! กับ เงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ 4 เดือน/ 7 เดือน จากออมสิน ฝากสั้น ดอกเบี้ยดี วันนี้ – 30 มิ.ย.68

0

ออมเงินกับออมสิน รับดอกเบี้ยชุ่มฉ่ำรับฤดูฝน
กับเงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ 4 เดือน และ เงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ 7 เดือน
👉 ฝากได้ตั้งแต่วันที่ 1 – 30 มิ.ย. 68 ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา
รายละเอียดเพิ่มเติม >> https://to.gsb.or.th/fLu3Vlb8

✨ เงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ 4 เดือน

  • อัตราดอกเบี้ย 1.20% ต่อปี (เทียบเท่าเงินฝากประจำ 1.41% ต่อปี)
    ✨ เงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ 7 เดือน
  • ฝากต่ำกว่า 10 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 1.30% ต่อปี (เทียบเท่าเงินฝากประจำ 1.52% ต่อปี)
  • ฝากตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป อัตราดอกเบี้ย 1.40% ต่อปี (เทียบเท่าเงินฝากประจำ 1.64% ต่อปี)
    หมายเหตุ : อัตราดอกเบี้ยเป็นไปตามยอดเงินฝากแต่ละรายการไม่ใช่จากยอดเงินฝากรวมสะสม

✔️เปิดบัญชีขั้นต่ำ 10,000 บาท
✔️ฝากเพิ่มครั้งละไม่ต่ำกว่า 1,000 บาท
✔️รับฝากบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ไม่จำกัดวงเงินรับฝากสูงสุด
✔️บุคคลธรรมดาไม่เสียภาษี ณ ที่จ่าย
✔️ถอนหรือปิดบัญชีก่อนครบกำหนด ได้รับดอกเบี้ยเผื่อเรียก

📑 เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด

แฟนบอลเฮลั่น! AIS เปิดราคาแพกเกจศึกพรีเมียร์ลีกเพียง199 บาทต่อเดือน และ 1,999 บาทต่อปี ยิงสดครบทุกแมตช์ตลอดฤดูกาล สมัครได้แล้ววันนี้

0

สิ้นสุดการรอคอย! AIS เปิดศักราชใหม่ศึกพรีเมียร์ลีก ส่งโปรแรงสะท้านแข้ง แพ็กเกจ “PLAY MONOMAX Standard” ช่วง Early Bird ในราคาที่คุ้มที่สุดเท่าที่เคยมีมา ประกอบด้วย แพ็กเกจรายเดือน ราคา 199 บาท (จากปกติ 299 บาท) สมัครกด *899 โทรออก, แพ็กเกจรายปี ราคา 1,999 บาท (จากปกติ 2,999 บาท) สมัครกด *899*1 โทรออก ระยะเวลาโปรโมชั่น ตั้งแต่วันนี้ – 9 สิงหาคม 2568 สำหรับลูกค้า AIS ทั้งมือถือระบบรายเดือนและเติมเงิน รวมถึงลูกค้าเน็ตบ้าน AIS 3BB FIBRE3 ทั้งลูกค้าปัจจุบัน/ลูกค้าใหม่/ลูกค้าย้ายค่ายเบอร์เดิม

โดยลูกค้าแฟนบอลจะได้รับชมถ่ายทอดสดครบทั้งฤดูกาลที่ AIS PLAY ทั้งพรีเมียร์ลีกครบ 380 แมตช์ และเอฟเอ คัพ 63 แมตช์ ชมสดมากถึง 11 ช่อง ภาพคมชัดระดับ Full HD พร้อมทีมพากย์มืออาชีพระดับแถวหน้าของเมืองไทย อาทิ บิ๊กจ๊ะ, คุณฉุย, แมวเพชร, ตูเต้, ต้องซุย พร้อมรีรันและไฮไลต์ ไม่พลาดทุกความมันส์ ภายใต้ความร่วมมือกับ JAS ผู้คว้าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีก และเอฟเอคัพ อังกฤษ ในประเทศไทยแต่เพียงผู้เดียว

พร้อมรับสิทธิ์ชมคอนเทนต์ ทั้งหนัง ซีรีส์ดัง รายการวาไรตี้ รวมถึง รับชมการถ่ายทอดสด FIFA Club World Cup 2025 จำนวน 51 แมตซ์ เริ่มประเดิมวันที่ 18 มิถุนายน นี้ เวลา 23.00 น. ทันที!!!, SUMMER SERIES และ The FA Community Shield ที่จะแข่งขันก่อนพรีเมียร์ลีกเปิดฤดูกาล

สำหรับลูกค้าที่สมัครด้วยเบอร์มือถือ รับชมผ่าน แอป AIS PLAY, Android TV และ Smart TV โดยรับชมพร้อมกันได้ 1 อุปกรณ์ ส่วนลูกค้าที่สมัครด้วยเบอร์เน็ตบ้าน รับชมผ่าน แอป AIS PLAY, กล่อง AIS PLAYBOX, Android TV และ Smart TV โดยรับชมพร้อมกันได้ 1 อุปกรณ์  

เตรียมตัวให้พร้อม! ความมันส์ตลอดฤดูกาลพรีเมียร์ลีกกำลังจะเริ่มต้น สมัครก่อน คุ้มก่อน ติดตามรายละเอียดได้ที่ www.ais.th/premierleague ลูกค้าสนใจย้ายค่ายเบอร์เดิมได้ที่ AIS Shop และตัวแทนจำหน่ายเอไอเอสทั่วประเทศ หรือย้ายค่ายด้วยตนเองผ่านเว็บไซต์ https://www.ais.th/consumers/switch-to-ais

เมืองไทยประกันชีวิต จัดแคมเปญ “Special Point วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่” สำหรับสมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับและครอบครัว

0
สาระ ล่ำซำ

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า   เมืองไทยประกันชีวิต โดย “เมืองไทยสไมล์คลับ” เดินหน้าส่งมอบความสุขและรอยยิ้มให้สมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับพร้อมเพิ่มประสบการณ์สุดพิเศษ ล่าสุดบริษัทฯ ได้ร่วมกับเครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จำนวน 21 แห่ง และเครือโรงพยาบาลสมิติเวช จำนวน 6 แห่ง สนับสนุนการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน แก่สมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับ  ด้วยการจัดกิจกรรม Special Point วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์  เพื่อส่งความห่วงใยไปยังสมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับและครอบครัว

โดยสมาชิกฯ สามารถใช้คะแนนสะสม 120 Smile Points (จากปกติ 240 Smile Points) แลกรับวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์ จำนวน 1 สิทธิ์ ผ่าน MTL Click  Application เพื่อรับ E-Coupon และโชว์เมื่อเข้าใช้บริการฉีดวัคซีนที่เครือโรงพยาบาลกรุงเทพที่เข้าร่วมโครงการ หรือใช้คะแนนสะสม 125 Smile Points รับบัตรกำนัล (จัดส่งถึงบ้าน) เพื่อเข้ารับบริการฉีดวัคซีนที่เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ และเครือโรงพยาบาลสมิติเวช ที่เข้าร่วมโครงการ   โดยมีระยะเวลาแลกคะแนนตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2568 – 30 พฤศจิกายน 2568

ทั้งนี้ ไข้หวัดใหญ่ (Influenza) เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส ซึ่งสามารถแพร่กระจายได้ง่ายจากการไอหรือจามจากผู้ติดเชื้อ โดยวัคซีนไข้หวัดใหญ่ (Influenza vaccine) เป็นวัคซีนที่ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่จึงเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่และภาวะแทรกซ้อนจากโรคได้ อีกทั้งไวรัสไข้หวัดใหญ่มีการกลายพันธุ์และมีสายพันธุ์ใหม่ ๆ ระบาดในแต่ละปี ดังนั้นการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ในทุกปีจึงเป็นสิ่งสำคัญ

นอกจากนี้  เมืองไทยประกันชีวิตยังได้ร่วมแคมเปญ “BDMS PREVENTIVE VACCINE”  มอบสิทธิพิเศษสำหรับผู้ถือกรมธรรม์ประกันสุขภาพ รับวัคซีนในราคาสุดพิเศษ (รวมค่าแพทย์) ครอบคลุม 4 กลุ่มโรคหลัก ได้แก่ วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์ สำหรับผู้ใหญ่ราคา 500 บาท และเด็ก ราคา 700 บาท วัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบ   สำหรับผู้ใหญ่ ราคา 3,500 บาท วัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออกสำหรับผู้ใหญ่           (2 เข็ม) รวมราคา 3,900 บาท และวัคซีนป้องกันโรคงูสวัดสำหรับผู้ใหญ่ (2 เข็ม) รวมราคา 11,500 บาท โดยผู้ถือกรมธรรม์ประกันสุขภาพของเมืองไทยประกันชีวิต สามารถแสดงหลักฐานเพื่อเข้ารับบริการได้     ณ โรงพยาบาลในเครือ BDMS  ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม 2568 – 30 มิถุนายน 2568  โดยผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่โรงพยาบาลในเครือ BDMS ทั่วประเทศ

สมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับ สามารถติดตามกิจกรรมและอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ MTL Click Application ซึ่งดาวน์โหลดได้ฟรีทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android หรือเว็บไซต์ www.muangthai.co.th ตลอดจนสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 1766 กด 4 เมืองไทยประกันชีวิต หรือศูนย์บริการลูกค้าทั่วประเทศ #เมืองไทยประกันชีวิต #muangthailife #เมืองไทยสไมล์คลับ

AIS คว้า 2 รางวัลชนะเลิศเวทีระดับเอเชีย Twimbit Telecom Awards 2025 ตอกย้ำผู้นำโทรคมนาคมแห่งปีและสุดยอดโปรแกรมดูแลลูกค้า

0

AIS ฉายความเป็นเลิศในฐานะผู้นำอุตสาหกรรมสื่อสารและโทรคมนาคมไทย คว้ารางวัลชนะเลิศจากเวที Twimbit Telecom Awards 2025 จัดโดย Twimbit บริษัทวิจัยและที่ปรึกษาด้านธุรกิจและเทคโนโลยีระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ประเทศสิงคโปร์ โดยปีนี้ AIS ได้รับรางวัลใน 2 สาขา ได้แก่ รางวัลผู้ให้บริการโทรคมนาคมแห่งปีในตลาดที่มีการเติบโต และ รางวัลผู้ให้บริการที่มีโปรแกรมด้านการดูแลลูกค้ายอดเยี่ยม สะท้อนถึงความมุ่งมั่นขององค์กรในการขับเคลื่อนธุรกิจอย่างแข็งแกร่ง ควบคู่กับการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าผ่านงานบริการที่เหนือระดับในทุกมิติ

สำหรับรางวัลผู้ให้บริการโทรคมนาคมแห่งปีในตลาดที่มีการเติบโต หรือ Telco of the Year (Growth Markets)มอบให้แก่ผู้ให้บริการโทรคมนาคมที่สามารถรับมือกับสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ขยายการเชื่อมต่อ ส่งเสริมการเข้าถึงดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยคัดเลือกจากการเติบโตของรายได้, การเติบโตของ EBITDA (ความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจโดยไม่รวมต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายที่ไม่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานหลัก), การเติบโตของกำไรสุทธิ, การเติบโตของส่วนแบ่งทางการตลาด รวมถึงการประเมินความสามารถในการคิดค้นหรือพัฒนาเทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์ บริการ หรือโมเดลธุรกิจใหม่ๆ ที่สร้างความแตกต่างและเพิ่มมูลค่าให้กับทั้งบริษัทและลูกค้า

นอกจากนี้ AIS ยังได้รับ รางวัลผู้ให้บริการที่มีโปรแกรมด้านการดูแลลูกค้ายอดเยี่ยม หรือ Telco to Ace Loyalty Program”ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เป็นรางวัลที่ยกย่องผู้ให้บริการที่ออกแบบโปรแกรม Loyalty Program ได้โดดเด่นสามารถนำเสนอสิทธิประโยชน์ที่ตรงใจลูกค้าเฉพาะบุคคล (Personalization) โดยคัดเลือกจากอัตราการรักษาฐานลูกค้า, การออกแบบโปรแกรม, การเชื่อมโยงและให้บริการในทุกช่องทางอย่างไร้รอยต่อ รวมถึงสร้างการมีส่วนร่วมและความผูกพันกับลูกค้าได้อย่างยั่งยืน

นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AIS กล่าวถึงความสำเร็จในครั้งนี้ว่า “การได้รับรางวัลอันทรงเกียรติทั้งสองรางวัล เป็นบทพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของ AIS ในการพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านกลยุทธ์ การเติบโตในตลาดที่มีการแข่งขันสูง และศักยภาพความพร้อมในการแข่งขันในระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก อีกทั้งยังสะท้อนถึงความเข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้ง และการมุ่งมั่นสร้างความสัมพันธ์ที่มั่นคง ด้วยการส่งมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดในทุกมิติ

รางวัลนี้จะเป็นแรงผลักดันสำคัญให้เรายังคงเดินหน้าองค์กรสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในทุกด้าน พร้อมทั้งนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในการยกระดับประสบการณ์ที่ล้ำสมัย และตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่ดียิ่งขึ้นต่อไป”

ศูนย์ฯ สิริกิติ์ เปิดตัว แดชบอร์ดคำนวณคาร์บอนแบบเรียลไทม์ ครั้งแรกของศูนย์ประชุมไทย ยกระดับมาตรฐานไมซ์ไทยสู่ความยั่งยืน

0

ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) เปิดตัว “Real-Time Carbon Footprint Tracking Dashboard” นำร่องใช้แดชบอร์ดคำนวณคาร์บอนแบบเรียลไทม์ในงานไมซ์ ซึ่งเป็นครั้งแรกของศูนย์ประชุมในประเทศไทย ในงาน Asia Sustainable Energy Week 2025 และ International Engineering Expo 2025 ที่จะจัดขึ้นในเดือนกรกฎาคมนี้ หวังเป็นต้นแบบสู่การจัดงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน และยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมไมซ์ไทยให้ทัดเทียมระดับสากล

การนำ Real-Time Carbon Footprint Tracking Dashboard  จากบริษัท อัลโต้เทค โกลบอล จำกัด มาใช้นี้  อยู่ภายใต้โครงการ Winnovation ซึ่งได้รับการสนับสนุนโดย สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ หรือทีเส็บ ที่ส่งเสริมการใช้นวัตกรรมในอุตสาหกรรมไมซ์ไทย โดยเป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลที่สามารถวัด และแสดงผลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Carbon Footprint) โดยใช้ข้อมูลจริงจากแหล่งต่าง ๆ เช่น การใช้พลังงาน การบริโภคอาหาร  บรรจุภัณฑ์ และการเดินทางของผู้เข้าร่วมงาน เพื่อให้ผู้จัดงาน และผู้เข้าร่วมงานสามารถรับรู้ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากกิจกรรมในงานได้อย่างโปร่งใส และทันที พร้อมนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้วางแผนลด หรือชดเชยคาร์บอน (Carbon Offset) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นำไปสู่การจัดงานแบบ Carbon Neutral อย่างแท้จริง

สุรพล อุทินทุ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กล่าวว่า “ในฐานะผู้นำด้านความยั่งยืนที่มุ่งมั่นพัฒนาในทุกมิติ จากจุดเริ่มต้นที่เราได้ดำเนินการจัดทำระบบมาตรฐาน ISO 14064-1 และCarbon Footprint for Organization (CFO) ซึ่งล้วนเป็นมาตรฐานสำหรับการวัดปริมาณ และการรายงานปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร เราจึงต่อยอดสู่การจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของอิเวนต์ (Carbon Footprint of Event-CFE) อย่างเป็นระบบ การเปิดตัว Real-Time Carbon Footprint Tracking Dashboard ในครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการวางรากฐานสู่การจัดงานอิเวนต์ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนโดยเรามุ่งหวังให้งาน Asia Sustainable Energy Week 2025 และ International Engineering Expo 2025 เป็นต้นแบบสำหรับงานอื่น ๆ ที่ต้องการยกระดับมาตรฐานด้านความยั่งยืน ซึ่งจะเป็นการช่วยสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมไมซ์ไทย”

จารุวรรณ สุวรรณศาสน์  ผู้ทรงคุณวุฒิ (Chief Information Officer: CIO) สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ หรือทีเส็บ กล่าวว่า “มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และ บริษัทอัลโต้เทค โกลบอล ได้จับคู่ธุรกิจผ่านโครงการ MICE Winnovation ของทีเส็บ ถือเป็นการยกระดับอุตสาหกรรมไมซ์ไทยในเรื่องผลประกอบการด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งเราได้มีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่คือ  Real-Time Carbon Footprint Tracking Dashboard ของบริษัทอัลโต้เทค โกลบอล มาใช้ติดตามวัดผลการดำเนินงานของศูนย์ฯ สิริกิติ์ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ในเรื่องความยั่งยืนที่วัดผลได้จริง สอดรับกับยุทธศาสตร์ของทีเส็บ ที่มุ่งผลักดันเรื่องเทคโนโลยี และความยั่งยืนเพื่อทำให้อุตสาหกรรมไมซ์ไทยมีจุดขาย  และจุดแข็งในประเด็นสากล ซึ่งจะทำให้อุตสาหกรรมไมซ์ไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขันระหว่างประเทศต่อไป”

สรรชาย นุ่มบุญนำ ผู้จัดการทั่วไป อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย ผู้จัดงาน Asia Sustainable Energy Week 2025 กล่าวว่า “ขอขอบคุณศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และทีเส็บ สำหรับการสนับสนุน และความร่วมมือที่ทำให้โครงการ  Real-Time Carbon Footprint Tracking Dashboard เกิดขึ้นจริงในงานของเรา การได้เห็นข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของงานแบบเรียลไทม์ ช่วยให้เราเข้าใจ และเห็นคุณค่าของการจัดงานอย่างยั่งยืน พร้อมเปิดโอกาส ในการพัฒนาแนวทางการลด และชดเชยคาร์บอนได้อย่างมีระบบ  ซึ่งสอดคล้องอย่างยิ่งกับธีมงานของเราในปีนี้  “Empowering Digital Transformation in Sustainable Energy Towards Net Zero  ขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่ยั่งยืนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล สู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์” นี่คือก้าวสำคัญสู่การจัดงาน ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง และเราหวังว่าแนวคิดนี้จะขยายไปสู่งานอื่น ๆ ในอนาคต”

“ศูนย์ฯ สิริกิติ์ ยังคงมุ่งมั่นที่จะผลักดันให้อุตสาหกรรมไมซ์ก้าวสู่การจัดงานที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยมีการวางแผนที่จะนำ Real-Time Carbon Footprint Tracking Dashboard มาเป็นหนึ่งในบริการพิเศษในโครงการ Loyalty Program ที่ผู้เป็นสมาชิกสามารถใช้คะแนนที่สะสมแลกใช้บริการนี้ได้ ซึ่งเราเชื่อว่าจะเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการช่วยส่งเสริมให้เกิดการจัดงานที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และยกระดับมาตรฐานไมซ์ไทยสู่ความยั่งยืนในที่สุด” สุรพล กล่าวทิ้งท้าย

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ชวน 5 นักวาดคาแรคเตอร์ ให้ความรู้ทางการเงินทุกช่วงวัยกับโครงการ “The Art of Happy Money การเงินดีต้องมีศิลป์”

0

นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ภารกิจสำคัญประการหนึ่งของตลาดหลักทรัพย์ฯ คือการเสริมสร้างรากฐานความรู้ด้านการเงินและการลงทุนแก่ประชาชนของประเทศ โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ตลาดหลักทรัพย์ฯ ส่งต่อความรู้แก่ประชาชนให้เข้าถึงองค์ความรู้ที่จำเป็นเพื่อความมั่นคงทางการเงิน

“ล่าสุด ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดตัวแคมเปญ “The Art of Happy Money การเงินดีต้องมีศิลป์” เพื่อเผยแพร่ความรู้ด้านการเงินและการลงทุนสำหรับทุกช่วงวัย ด้วยการนำเสนอเนื้อหาที่เข้าใจง่าย เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ ๆ และสอดรับกับบริบทของแต่ละช่วงชีวิต โดยมี 5 ศิลปินรุ่นใหม่มาร่วมกันตีโจทย์ทางการเงินให้กลายเป็นงานศิลป์ตามมุมมองของแต่ละท่าน เพราะเชื่อว่าภาพวาดงานศิลป์จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจ เข้าใจเนื้อหาได้ง่ายขึ้นและทำให้ความรู้เผยแพร่ออกไปในวงกว้างมากขึ้น สอดรับแผนกลยุทธ์และแนวคิด 50 ปี ตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมสร้างอนาคต เพื่อโอกาสของทุกคน”
นายศรพล กล่าว

แคมเปญ “The Art of Happy Money การเงินดีต้องมีศิลป์” ประกอบด้วยคู่มือซีรีส์ 5 เล่ม นำเสนอเนื้อหาการเงินผ่าน ภาพวาด โดยแต่ละผลงานจะรวบรวมเป็นเล่มในรูปแบบดิจิทัลพร้อมดาวน์โหลด แต่ละเล่มนำเสนอองค์ความรู้ด้านการบริหารเงินในบริบทและเป้าหมายของแต่ละช่วงชีวิต ได้แก่ 1) Young & Wise วางแผนการเงินตั้งแต่ก้าวแรก โดย นัทพล โกมลารชุน @Kamogallery 2) Sandwich Gen เสาหลักของบ้าน จัดการเงินให้สมดุล โดย สาลินี รัตนชัยสิทธิ์ @CyranoDesign 3) Retire Happily ชีวิตดีทั้งก่อนและหลังเกษียณ โดย นิวัต เพียรภัณฑวณิช @AbigBurger 4) Wealthy Worker มนุษย์เงินเดือนก็มั่งคั่งได้ โดย ชายแดน เทียมไสย์ @SHITTAK และ 5) Happy Jobbers ชีวิตอิสระ งานโปร เงินปัง โดย สัณห์สินี ชวนฐิติพร @KaptorStore

ตลาดหลักทรัพย์ฯ คาดว่าความร่วมมือกับศิลปินทั้ง 5 ท่าน เพื่อจัดทำคู่มือซีรีส์นี้ จะเป็นแกลเลอรีความรู้การเงินและการลงทุนที่สำคัญ สร้างแรงบันดาลใจให้เกิดความเข้าใจในการสร้างชีวิตทางการเงินที่สมดุลและมีความสุขอย่างยั่งยืน สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดตามคู่มือซีรีส์ The Art of Happy Money การเงินดีต้องมีศิลป์ ได้ที่ www.set.or.th/theartofhappymoney

เปิดผลการคัดเลือกหลักทรัพย์ที่ใช้คำนวณดัชนีของตลาดหลักทรัพย์ฯ ครึ่งปีหลัง พ.ศ. 2568

0

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยประกาศผลการคัดเลือกหลักทรัพย์ที่ใช้สำหรับคำนวณดัชนี SET50 SET50FF* SET100 SET100FF* sSET SETCLMV SETHD SETESG และ SETWB ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2568 (1 กรกฎาคม – 31 ธันวาคม 2568)

– ดัชนี SET50/ SET50FF มีหลักทรัพย์เข้าใหม่ 4 หลักทรัพย์ ประกอบด้วย บมจ. บางจาก คอร์ปอเรชั่น (BCP) บมจ. ธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP) บมจ. ทุนธนชาต (TCAP) บมจ. ติดล้อ โฮลดิ้งส์ (TIDLOR)

– ดัชนี SET100/ SET100FF มีหลักทรัพย์เข้าใหม่ 6 หลักทรัพย์ ประกอบด้วย บมจ. ออโรร่า ดีไซน์ (AURA) บมจ. จัสมิน เทคโนโลยี โซลูชั่น (JTS) บมจ. เอ็ม บี เค (MBK) บมจ. ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป (TFG) บมจ. ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) (TOA) บมจ. ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ (WHAUP)

– ดัชนี sSET มีหลักทรัพย์เข้าใหม่ 27 หลักทรัพย์ ประกอบด้วย บมจ. ไทย โคโคนัท (COCOCO) บมจ. จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก (EASTW) บมจ. ฟู้ดโมเม้นท์ (FM) บมจ. จีเอเบิล (GABLE) บมจ. อินเทอร์เน็ตประเทศไทย (INET) บมจ. คาร์มาร์ท (KAMART) บมจ. อสมท (MCOT) บมจ. เมดีซ กรุ๊ป (MEDEZE) บมจ. เอ็ม เอฟ อี ซี (MFEC) บมจ. ปลูกผักเพราะรักแม่ (OKJ) บมจ. เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ (PCE) บมจ. พฤกษา โฮลดิ้ง (PSH) บมจ. พีทีจี เอ็นเนอยี (PTG) บมจ. สวนอุตสาหกรรมโรจนะ (ROJNA) บมจ. เซ็ปเป้ (SAPPE) บมจ. ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล 1969 (SCAP) บมจ. สตาร์เฟล็กซ์ (SFLEX) บมจ. สกาย ไอซีที (SKY) บมจ. เอส เอ็น ซี ฟอร์เมอร์ (SNC) บมจ. ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง (SNNP) บมจ.สเตลล่า เอ็กซ์ (STELLA) บมจ. ไทยคม (THCOM) บมจ. ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป (THG) บมจ. ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (TIPH) บมจ. ที.แมน ฟาร์มาซูติคอล (TMAN) บมจ. ทีคิวเอ็ม อัลฟา (TQM) บมจ. เอ็กซ์สปริง แคปปิตอล (XPG)

– ดัชนี SETCLMV มีหลักทรัพย์เข้าใหม่ 5 หลักทรัพย์ ประกอบด้วย บมจ. เอเชีย เอวิเอชั่น (AAV) บมจ. นีโอ คอร์ปอเรท (NEO) บมจ. โรงพยาบาลพระรามเก้า (PR9) บมจ. ทีพีไอ โพลีน (TPIPL) บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE)

– ดัชนี SETESG มีหลักทรัพย์เข้าใหม่ 3 หลักทรัพย์ ประกอบด้วย บมจ. พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง (PM) บมจ. ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป (TFG) บมจ. ทีพีไอ โพลีน (TPIPL) – ดัชนี SETHD มีหลักทรัพย์เข้าใหม่ 5 หลักทรัพย์ บมจ. ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น (ITC) บมจ. เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ (KCE) บมจ. เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป (M) บมจ. เอสซีบี เอกซ์ (SCB) บมจ. ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ (WHAUP)

– ดัชนี SETWB มีหลักทรัพย์เข้าใหม่ 4 หลักทรัพย์ ประกอบด้วย บมจ. ออโรร่า ดีไซน์ (AURA) บมจ. โรงพยาบาลพระรามเก้า (PR9) บมจ.อาร์ ซี แอล (RCL) บมจ. ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป (TFG)

การทบทวนรายชื่อหลักทรัพย์ที่ใช้สำหรับคำนวณดัชนีดังกล่าวของตลาดหลักทรัพย์ฯ จะดำเนินการทุกครึ่งปี และเป็นไปตามหลักเกณฑ์การคัดเลือกหลักทรัพย์ที่ได้กำหนดไว้ ทั้งนี้ การทบทวนรายชื่อหลักทรัพย์ในครั้งนี้ใช้ข้อมูลระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน 2567 ถึง 31 พฤษภาคม 2568

ผู้สนใจสามารถติดตามรายชื่อหลักทรัพย์ทั้งหมดที่อยู่ในแต่ละดัชนีข้างต้น รวมทั้งหลักเกณฑ์การคัดเลือกหลักทรัพย์เพื่อเป็นองค์ประกอบของดัชนีและวิธีการคำนวณดัชนี ได้ที่เว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์ฯ www.set.or.th