Home Blog Page 82

เพจผู้บริโภคเตือนภัย มือถือ 2 ยี่ห้อดัง ติดตั้งฝังแอปฯกู้เงินเถื่อนมากับเครื่อง

0

เพจสภาองค์กรของผู้บริโภค โพสข้อความเตือนภัยมีเนื้อหาว่า หลังมีรายงานจากผู้ใช้หลายรายว่า พบแอปพลิเคชันกู้เงินเถื่อน อาทิ แอปฯ ชื่อ ‘สินเชื่อความสุข’ หรือ ‘Fineasy’ ถูกติดตั้งมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ System App บนสมาร์ทโฟน
.
ที่น่ากังวล คือ แอปดังกล่าวไม่สามารถลบออกจากเครื่องได้!
.
และยังสามารถส่งการแจ้งเตือนเชิญชวนให้กู้เงิน รวมถึงเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้ เช่น รายชื่อผู้ติดต่อและเบอร์โทรศัพท์
.
การที่แอปฯ ฝังตัวอยู่ในระบบของสมาร์ทโฟน ทำให้ผู้ใช้งานทั่วไปไม่สามารถควบคุมหรือป้องกันการเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
.
นอกจากนี้ การแอบติดตั้งซอฟต์แวร์โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ใช้นับเป็นการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐาน และเสี่ยงต่อการนำข้อมูลไปใช้ในทางที่ผิด เช่น การล่วงละเมิดทางการเงิน หรือการหลอกลวงโดยแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ขอเรียกร้องไปถึงหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องร่วมด้วย ทั้ง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลบุคคล (สคส.) คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ และ@กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และธนาคารแห่งประเทศไทย – Bank of Thailand เร่งตรวจสอบและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคที่อาจนำไปสู่ปัญหาภัยทุจริตทางการเงินออนไลน์

นอกจากนี้ ทางเพจยังได้โพสแนะนำวิธีปิดการใช้งานแอปฯดังกล่าวดังนี้ ‘แอดลองหาข้อมูลมา แอป Fineasy ไม่สามารถถอนการติดตั้งออกจากตัวเครื่องได้ แต่เบื้องต้นปิดการใช้งานแอปก่อนนะคะ (https://droidsans.com/how-to-disable-ads-fineasy-app-on-realme-phone/)

  • 1.กดที่แอป Fineasy จากนั้นเลือกปิด “อนุญาตให้เปิดเมื่อสแกน NFC”
  • 2.เข้าไปที่ “การตั้งค่า”
    • เลือกเมนู “แอป”
      • เลือกเมนู “สิทธิ์เข้าถึงพิเศษของแอพ”
        • เลือกเมนู เรียกใช้งาน NFC

AIS ร่วมมือ ตำรวจไซเบอร์ ลุยกำราบโจรจีนเทา ยึดเครื่องส่ง SMS ปลอมเตือนประชาชนอย่ากดลิงก์เด็ดขาด

0

พล.ต.ท. ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท. ร่วมกับ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS  โดย นายวรุณเทพ วัชราภรณ์ หัวหน้าฝ่ายงานธุรกิจสัมพันธ์ แถลงผลการปฏิบัติการของตำรวจไซเบอร์ บช.สอท. ตามนโยบายรัฐบาล ที่จะเร่งแก้ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ มิจฉาชีพ และอาชญากรรมข้ามชาติ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน โดยครั้งนี้ “มาตรการระเบิดสะพานโจร” คือ การบุกรวบจีนเทาพร้อมเครื่องส่ง SMS ปลอม (False Base Station) ได้คารถ หลังตระเวนขับรถส่ง SMS ที่ปลอม Sender ผู้ส่งเป็นชื่อ AIS โดยเป็นข้อความลวงให้แลกคะแนน AIS Points แนบลิงก์ดูดเงิน ในย่านรามอินทรา สุขุมวิท และฝั่งธนฯ

สืบเนื่องจาก จนท. ตำรวจไซเบอร์ ได้รับการประสานจาก AIS ว่าตรวจพบกลุ่มคนจีนใช้รถยนต์ขับตระเวนบริเวณชุมชน ห้างสรรพสินค้า ที่มีประชาชนหนาแน่น แล้วใช้อุปกรณ์ส่งสัญญาณความถี่ผิดกฎหมาย ส่งสัญญาณเข้าอุปกรณ์มือถือที่อยู่ในรัศมีโดยปลอมเป็นเครือข่าย AIS ทำการส่ง SMS ปลอมจาก Sender ชื่อ AIS ทำให้ประชาชนสับสนและหลงเชื่อ

ตำรวจไซเบอร์จึงร่วมมือกับทีมวิศวกร AIS สืบสวนติดตาม จนพบกลุ่มคนจีนใช้รถยนต์ฮอนด้า CRV สีบรอนด์ ที่ต้องสงสัย จึงได้สะกดรอยตาม พบรถคันดังกล่าวมาจอดที่ลานจอดรถของอพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่งในซอยนวลจันทร์ 60 จากการสังเกตพบคนต่างด้าวลักษณะเหมือนคนจีนลงจากรถ เข้าไปพักในที่พักดังกล่าว จึงเฝ้าจุดดูความเคลื่อนไหว จนกระทั่งเช้าของวันที่ 9 มกราคม 2568 หนึ่งในคนต่างด้าวได้มาที่รถคันดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ ทีมวิศวกร AIS และ เจ้าหน้าที่ กสทช. จึงได้เข้าแสดงตัวตรวจสอบ พบว่าอุปกรณ์ที่ติดตั้งหลังรถคันดังกล่าวเป็นเครื่อง False Base Station ที่ถูกติดตั้งไว้พร้อมใช้งาน ซึ่งอุปกรณ์ดังกล่าวนี้เป็นเครื่องวิทยุโทรคมนาคมแบบพกพาเถื่อน ผิดกฎหมาย โทรศัพท์มือถือ 11 เครื่อง สมุดบัญชีธนาคาร บัตรเอทีเอ็มและซิมโทรศัพท์มือถือกว่า 30 รายการ จึงได้ทำการจับกุมตัว MR.LI อายุ 49 ปี และ MR. ZHU อายุ 47 ปี สัญชาติจีน และแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดี

การปฏิบัติการจับกุมครั้งนี้ถือเป็นการตัดวงจรสำคัญของแก๊งคอลเซ็นเตอร์เถื่อน ปิดโอกาสคนร้ายในการติดต่อประชาชนที่อาจตกเป็นเหยื่อ โดยทางกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ยังคงร่วมมือกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอย่างเข้มข้นต่อไป

นายวรุณเทพ วัชราภรณ์ หัวหน้าฝ่ายงานธุรกิจสัมพันธ์ AIS กล่าวว่า “ในฐานะผู้ให้บริการระบบสื่อสาร เราให้ความสำคัญกับการดูแลลูกค้าให้ใช้บริการได้อย่างปลอดภัย จึงเดินหน้าทำงานเชิงรุกอย่างต่อเนื่องในทุกมิติ โดยการให้ความร่วมมือกับตำรวจ และหน่วยงานภาครัฐ ในการติดตามมิจฉาชีพ ตรวจสอบเส้นทาง ปิดกั้นการใช้เครือข่ายเป็นช่องทางหลอกลวงประชาชน อย่างเรื่องการส่ง SMS ปลอม ผ่านอุปกรณ์เครื่องจำลองสถานี (False Base Station) เสมือนการปลอมเป็นเครือข่ายเอไอเอส ทำการส่ง SMS ปลอมจาก Sender ชื่อ AIS ทำให้ประชาชนสับสนและหลงเชื่อ ซึ่งอุปกรณ์ดังกล่าว เป็นเครื่องวิทยุโทรคมนาคมแบบพกพาเถื่อน ผิดกฎหมาย เพราะหลังจากการตรวจสอบแล้ว ไม่พบข้อมูลการได้รับอนุญาตจาก กสทช. แต่อย่างใด

ซึ่งเอไอเอสร่วมมือกับตำรวจตามจับมิจฉาชีพมาหลายเคสแล้ว ครั้งนี้ก็เช่นกัน เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้สนับสนุนภารกิจของฝ่ายความมั่นคง จนสามารถคำนวณเส้นทางการเคลื่อนตัวของมิจฉาชีพอย่างละเอียด ทำให้เข้าถึงแหล่งกบดานของกลุ่มนี้ และเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ภารกิจการทลายแก๊งมิจฉาชีพกลุ่มนี้สำเร็จลงได้

นายวรุณเทพ ย้ำว่า “AIS ขอแจ้งไปยังประชาชนว่าอย่าหลงเชื่อและให้ข้อมูลส่วนบุคคลผ่านการกดลิงก์ แอดไลน์ หรือตอบกลับ SMS รวมถึงงดให้ข้อมูลส่วนบุคคล เช่น เลขบัตรประชาชน เลขบัตรเครดิต วันเดือนปีเกิด รวมทั้งรหัส OTP ในการทำธุรกรรมใดๆ แก่แหล่งที่ไม่มีความน่าเชื่อถือ หากเป็นลูกค้า AIS เมื่อรับสายที่เข้าข่ายมิจฉาชีพ เมื่อวางสาย สามารถกด *1185# โทรออก ภายใน 5 นาที ระบบจะส่งเบอร์ล่าสุดที่รับสายไปเพื่อตรวจสอบและบล็อกทันที หรือ หากได้รับ SMS ผิดปกติ ก็สามารถโทร.แจ้งผ่านสายด่วน 1185 AIS Spam Report Center ได้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง โดย AIS จะตรวจสอบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการทางกฎหมายต่อไป”

รู้เก็บรู้ออม : สวัสดีปีใหม่!!

0
ที่มา คอลัมน์ "รู้เก็บรุ้ออมรู้ใช้รู้ลงทุน...สู่ความมั่งคั่ง"  หน้าเศรษฐกิจ  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

เริ่มต้นเข้าสู่ปีใหม่กันแล้ว ในโอกาสดีๆ แบบนี้ “คุณนายพารวย” อยากให้ทุกคนได้ใช้เวลาทบทวนถึงเรื่องการเงินการลงทุนในปีที่ผ่านมา รวมทั้งวางแผน และตั้งเป้าหมายถึงเรื่องที่ต้องทำต่อไปในปี 68 นี้

ปีที่ผ่านมา หากเราให้ความสำคัญกับเรื่องวินัยการเงินมาโดยตลอด เชื่อได้เลยว่า ถึงตอนนี้ เราน่าจะมีคำตอบให้กับตัวเองได้แล้วว่า มีสถานภาพการเงินแบบไหน มีความมั่งคั่งทางการเงินแล้วหรือยังจากการสำรวจกระเป๋าตัวเอง นำสินทรัพย์ทั้งหมดที่มีลบด้วยหนี้สินทั้งหมด จะได้รู้ว่าตัวเองมีความมั่งคั่งอยู่เท่าไร ยิ่งมีสินทรัพย์สุทธิมากเท่าไหร่โอกาสที่จะนำเงินไปต่อยอดสร้างความมั่งคั่งก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น

พูดง่ายๆว่า ยิ่งมีเงินเหลือเยอะ ก็ยิ่งมีโอกาสที่จะมั่งคั่งร่ำรวยได้มากขึ้น!!

“คุณนายพารวย” อยากให้เราเตือนตัวเองไว้ตลอดว่า หากคิดจะมั่งคั่ง เราก็ต้องอยู่รอดให้ได้ก่อน ซึ่งสามารถดูได้จาก “อัตราส่วนความอยู่รอด” คำนวณโดยนำรายได้จากการทำงาน บวกกับรายได้จากสินทรัพย์ เช่น ดอกเบี้ย เงินปันผล ค่าเช่า แล้วหารด้วยรายจ่าย ผลลัพธ์ที่ได้จะบอกให้รู้ว่า รายได้ทั้งหมดที่มีตอนนี้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายจำเป็นในชีวิตหรือไม่ ถ้าตัวเลขอัตราส่วนต่ำกว่า 1 ก็ขอให้รู้ตัวไว้เลยว่า อยู่ไม่รอด!! เพราะมีรายได้น้อยกว่าค่าใช้จ่าย แต่ถ้าอัตราส่วนนี้มีค่ามากกว่า 1 นั่นแปลว่า เรารอดแล้ว…

จึงค่อยมาคิดถึงเรื่องต่อไป คือ ความมั่งคั่งและมีอิสรภาพทางการเงิน ซึ่งดูได้จาก “อัตราส่วนความมั่งคั่ง” คำนวณโดยนำรายได้จากสินทรัพย์หารด้วยรายจ่าย ถ้าตัวเลขมากกว่า 1 ก็แสดงว่าแม้เราจะไม่ทำงาน เราก็มีรายได้จากสินทรัพย์มากพอที่จะใช้จ่าย และใช้ชีวิตได้อย่างสบาย นั่นคือเรามี “อิสรภาพทางการเงิน” แล้วนั่นเอง

หากตัวเราไม่มีการวางแผนและเป้าหมายการเงิน มัวแต่ปล่อยเวลาผ่านไป ก็เชื่อเถอะว่า เราจะไม่สามารถเจอคำตอบเหล่านี้ได้เลย และใช้ชีวิตไปแบบช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย…ถึงสถานภาพการเงินที่แท้จริงของตัวเอง

ในโอกาสขึ้นปีใหม่ ขอให้ทุกคนใช้โอกาสนี้เริ่มต้นจัดการแผนชีวิตตัวเอง เริ่มจากการวางแผนการเงิน เริ่มต้นออมเงินแบบมีเป้าหมายที่ชัดเจน, วัดผลได้, ทำสำเร็จได้, เป็นไปได้และมีระยะเวลากำหนดไว้อย่างชัดเจนแน่นอน เมื่อมีเงินออม ก็ต้องนำไปลงทุนเพื่อต่อยอดให้เงินออกดอกออกผลต่อ ซึ่งจะช่วยทุ่นแรง ช่วยเข้าใกล้เป้าหมายได้เร็วขึ้น

ควรสำรวจตัวเองเพื่อเตรียมความพร้อมโดยใช้หลัก 3 ต. ง่ายๆ นั่นคือ 1.เตรียมตัวศึกษาทำความเข้าใจเกี่ยวกับทางเลือกที่คิดจะลงทุน 2.เตรียมเงินที่จะใช้ลงทุน ควรเป็นเงินเย็นที่พร้อมลงทุนไม่กระทบกับสถานะการเงิน และ 3.เตรียมใจพร้อมรับทุกสถานการณ์ที่จะมีผลกระทบต่อการลงทุน!!

เทคนิคง่ายๆสำหรับการวางแผนการเงินนี้ จะเป็นของขวัญปีใหม่ที่จะช่วยทำให้ทุกคนเดินหน้า ช่วยให้ตัวเองรับมือกับสถานการณ์ต่างๆในปีหน้าได้เป็นอย่างดี “คุณนายพารวย” ขอสวัสดีปีใหม่แฟนผู้อ่าน ขอให้ทุกคนมีความสุข ทุกสิ่งที่คิดหวังสมปรารถนาเป็นจริงดั่งใจหวังทุกเรื่องค่ะ!!

คุณนายพารวย

เอไอเอสขนทัพสิทธิพิเศษรับวันเด็ก 2568 ชวนแลก AIS Points กินฟรี-ส่วนลด เริ่มต้น 1 พอยท์

0

AIS ต้อนรับเทศกาลวันเด็กแห่งชาติปี 2568 พร้อมเนรมิตสีสันแห่งความสุข สร้างรอยยิ้ม คิดส์สนุก คิดส์แฮปปี้ ปล่อยพลังวันเด็กจากสิทธิพิเศษและส่วนลดจากพาร์ทเนอร์แบรนด์ดัง โดยใช้ AIS Points เริ่มต้นเพียง 1 คะแนน รับส่วนลดสูงสุดถึง 50% ผ่านแอป myAIS เพื่อให้ทุกครอบครัวได้สร้างโมเมนต์สุดพิเศษร่วมกัน ตอกย้ำความตั้งใจในการส่งมอบประสบการณ์ดิจิทัลและสิทธิพิเศษที่เหนือระดับให้กับลูกค้าทุกคน

นางสาวโอปอล เลิศอุทัย หัวหน้าฝ่ายงานบริหารข้อเสนอและความผูกพันลูกค้า บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS กล่าวว่า “เพื่อเป็นการตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและครอบครัว AIS ขอเป็นส่วนหนึ่งในการต้อนรับวันเด็กแห่งชาติ ช่วงเวลาที่หลายครอบครัวจะพาเด็กๆ ออกไปเปิดประสบการณ์ เสริมสร้างพัฒนาการใหม่ๆ งานนี้ AIS ไม่พลาดที่จะยกทัพสิทธิพิเศษมามอบให้กับคุณพ่อคุณแม่และเด็กๆ ทุกคนจาก AIS Points ที่จัดเต็มดีลเด็ดเมนูโปรดสำหรับคุณหนูๆ ทั้งไอศกรีม และขนมจากแบรนด์ดัง ไม่ว่าจะเป็น

นางสาวโอปอล เลิศอุทัย หัวหน้าฝ่ายงานบริหารข้อเสนอและความผูกพันลูกค้า AIS
  • AIS Points 1 คะแนน ที่ Gelatoni แลกรับฟรี! ไอศกรีม Gelatoni 1 สกู๊ป มูลค่า 59 บาท เมื่อซื้อไอศกรีม 2 สกู๊ป ในราคาปกติ
  • AIS Points 40 คะแนน ที่ Dairy Queen แลกรับฟรี! ไอศกรีมโคน 2 บอล มูลค่า 20 บาท หรือ ส่วนลด 20 บาท สำหรับไอศกรีมบลิซซาร์ด (s) 1 ถ้วย ทุกรสชาติ จากปกติ 49 บาท
  • AIS Points 50 คะแนน แลกรับส่วนลด 50% สำหรับไอศกรีม Cone To Go ที่ร้าน Cold Stone
  • AIS Points 80 คะแนน แลกรับส่วนลด 40 บาท สำหรับทุกเมนูขนม เครื่องดื่ม และสินค้าพรีเมียมน้องหมีเนย ที่ร้าน Butterbear

“AIS ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการมอบประสบการณ์ความสุข ส่งต่อแรงบันดาลใจให้ทุกครอบครัวในวันเด็กปีนี้ ดังเช่นคำขวัญวันเด็กแห่งชาติในปีนี้ว่า ทุกโอกาสคือการเรียนรู้ พร้อมปรับตัวสู่อนาคตที่เลือกเอง” นางสาวโอปอล กล่าวทิ้งท้าย

ประมงนนทบุรีปราบ ‘ปลาหมอคางดำ’ อยู่หมัด รับซื้อไปแปรรูปเป็นปลาร้า-น้ำหมักชีวภาพ

0

สำนักงานประมงจังหวัดนนทบุรี เผยความสำเร็จการควบคุมปริมาณปลาหมอคางดำในพื้นที่โดยการบริโภคและเพิ่มมูลค่า จับมือวิสาหกิจชุมชนธนัชพร ดำเนินโครงการแปรรูปเป็นปลาร้าและน้ำหมักชีวภาพ เพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชน ทั้งนี้ ปลาหมอคางดำในพื้นที่น้อยลง จึงเดินหน้าเปิดรับซื้อปลาหมอคางดำจากทุกพื้นที่ และขอความร่วมมือจากประมงจังหวัดใกล้เคียงช่วยจัดหาวัตถุดิบสำหรับทำปลาร้าเพิ่มอีกกว่า 6,000 กิโลกรัม

นางนิตยา รักษาราษฎร์ เจ้าพนักงานประมงอาวุโส รักษาราชการแทน ประมงจังหวัดนนทบุรี กล่าวว่า สถานการณ์ปลาหมอคางดำในจังหวัดนนทบุรียังพบใน 6 อำเภอแต่ความหนาแน่นของปลาหมอคางดำค่อนข้างน้อย เป็นผลจากการดำเนินกิจกรรมจัดการปัญหาตามมาตรการของกรมประมงอย่างจริงจัง รวมถึงส่งเสริมการใช้ประโยชน์และการบริโภค

ปัจจุบัน ประมงจังหวัดนนทบุรีดำเนินกิจกรรมสร้างแรงจูงใจในการจับปลาหมอคางดำมาใช้ประโยชน์ โดยรับซื้อปลาหมอคางดำจากพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง อย่างเช่นจังหวัดสมุทรสาคร และร่วมกับเกษตรกรกลุ่มวิสาหกิจชุมชนธนัชพร นำปลาหมอคางดำหมักเป็นปลาร้าจำนวน 10 ตัน และนำเศษและส่วนที่เหลือของปลาไปหมักทำน้ำหมักชีวภาพสำหรับเกษตรกร ซึ่งประมงจังหวัดนนทบุรียังต้องการรับซื้อปลาหมอคางดำเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับทำปลาร้า จึงเปิดรับซื้อปลาหมอคางดำจากทุกจังหวัด ผู้สนใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลระบบนิเวศ และสร้างรายได้ให้ชุมชน สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดการจำหน่ายปลาหมอคางดำได้ที่สำนักงานประมงจังหวัดนนทบุรี

ปลาหมอคางดำที่ส่งมาจากจังหวัดใกล้เคียง ประมงจังหวัดนนทบุรีจะดำเนินการตามมาตรการความปลอดภัยของกรมประมงอย่างเคร่งครัด โดยนำปลาหมอคางดำตัดหัว ขอดเกล็ด พร้อมทั้งใช้วัสดุปกคลุมรถที่ขนส่งปลาอย่างมิดชิด

“ประมงจังหวัดนนทบุรีมีความต้องการรับซื้อปลาหมอคางดำมากกว่า 6 ตันสำหรับผลิตปลาร้า และน้ำหมักชีวภาพ เนื่องจากปลาหมอคางดำในจังหวัดมีไม่เพียงพอ จึงขอความร่วมมือจากประมงจังหวัดอื่นๆ นำปลาหมอคางดำที่จับได้จากแหล่งน้ำธรรมชาติมาขายให้กับประมงนนทบุรี นี่เป็นอีกแนวทางตัวอย่างการแก้ปัญหาแบบยั่งยืน ไม่เพียงช่วยดูแลความสมดุลของระบบนิเวศ ยังสร้างรายได้ให้ชุมชนไปพร้อมกัน” นางนิตยากล่าว

สำหรับในปีนี้ ประมงจังหวัดนนทบุรียังบูรณาการความร่วมมือหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองท้องถิ่น ภาคเอกชน ผู้นำชุมชน และประชาชนในการจัดการปลาหมอคางดำในจังหวัดนนทบุรีอย่างต่อเนื่อง ทั้งการจัดกิจกรรมลงแขกลงคลอง การปล่อยปลานักล่าเพิ่มเติมจากปีที่ผ่านมาที่จังหวัดได้มีปล่อยปลาช่อน ปลากราย ปลาอีกง ปลากดเหลือง ทำหน้าที่เป็นนักล่าในลำคลองต่างๆ กว่า 122,000 ตัว การติดตามเฝ้าระวังการแพร่กระจาย ตลอดจนสร้างความตระหนักและส่งเสริมการนำมาแปรรูปและบริโภค เพื่อควบคุมปลาหมอคางดำอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยรักษาระบบนิเวศของแหล่งน้ำในจังหวัดนนทบุรี และมีส่วนช่วยป้องกันและควบคุมปลาหมอคางดำในลำคลองที่เชื่อมต่อกับจังหวัดนนทบุรี อาทิ กรุงเทพมหาคร ปทุมธานี นครปฐม และพระนครศรีอยุธยา.

ซีพี-ซีพีเอฟ สนับสนุนโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่อสวัสดิการกำลังพลกองทัพเรือและครอบครัว

0

พลเรือเอกจิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ รับมอบโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่อสวัสดิการกำลังพลกองทัพเรือและครอบครัว ของกรมสวัสดิการทหารเรือ อ.บางพระ จ.ชลบุรี จากมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์ และ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ โดยมี นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร ซีพีเอฟ นำคณะผู้บริหาร ส่งมอบโครงการฯ ณ สำนักงานผู้บัญชาการทหารเรือ กองบัญชาการกองทัพเรือ (พระราชวังเดิม) กรุงเทพฯ

พลเรือเอกจิรพล ว่องวิทย์ เปิดเผยว่า กองทัพเรือ และซีพีเอฟ มีความร่วมมือกันมานานกว่า 30 ปี และในครั้งนี้เป็นการร่วมกันพัฒนากิจกรรมของศูนย์เกษตรกรรมทหารเรือบางพระ จ.ชลบุรี กรมสวัสดิการทหารเรือ ทำให้กำลังพลของกองทัพเรือและครอบครัวมีฟาร์มไก่ไข่มาตรฐาน ผลิตไข่ไก่คุณภาพดี ราคาสมเหตุสมผล กำลังพลและครอบครัวได้บริโภคไข่ไก่คุณภาพดี ซึ่งการจัดทำแปลงสาธิตด้านเกษตรกรรม จะเป็นแหล่งเรียนรู้และเป็นสวัสดิการแก่กำลังพลของกองทัพเรือและครอบครัว โดยได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์ และซีพีเอฟ ในการสร้างโรงเรือนเลี้ยงไก่ไข่ ตลอดจนการจัดซื้อพันธุ์ไก่ไข่และอาหารสัตว์ในราคาพิเศษ สามารถขับเคลื่อนโครงการฯ ให้มีความมั่นคงยั่งยืน

“กองทัพเรือ ซีพี และซีพีเอฟ มีเป้าหมายเดียวกันในการมุ่งพัฒนากำลังคนด้านการเกษตรสมัยใหม่ ที่ผ่านมาได้รับการสนับสนุนโครงการและการปรับปรุงโรงเรือนมาตลอด ล่าสุดบริษัทฯ เข้ามาปรับปรุงและซ่อมแซมโรงเรือนเลี้ยงไก่ไข่ 3 โรงเรือน ให้ได้มาตรฐานและถูกสุขลักษณะ ช่วยให้ประสิทธิภาพการผลิตดียิ่งขึ้น ทำให้มีผลผลิตไข่ไก่จำหน่ายและลดภาระค่าใช้จ่าย” ผู้บัญชาการทหารเรือ กล่าว

นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ กล่าวว่า จากปรัชญา 3 ประโยชน์ ของประธานอาวุโสเครือซีพี ธนินท์ เจียรวนนท์ และความมุ่งมั่นร่วมร้อยเรียงความดี จึงได้มอบโครงการที่เป็นประโยชน์แก่กองทัพเรือ ซึ่งทำหน้าที่ดูแลประเทศชาติและประชาชน เครือซีพีและซีพีเอฟได้ให้การสนับสนุนภารกิจของกองทัพมาโดยตลอด โดยเฉพาะกิจการเกษตรกรรมกองทัพเรือ ซึ่งบริษัทฯ สนับสนุนมาเป็นเวลามากกว่า 3 ทศวรรษ ด้วยการนำความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีทันสมัยและองค์ความรู้ มาช่วยส่งเสริมและพัฒนาระบบการเลี้ยงสัตว์มาตรฐาน มอบโรงเรือนเลี้ยงไก่ไข่ระบบปิด (EVAP) แก่ศูนย์เกษตรกรรมทหารเรือบางพระ เมื่อปี 2545 เพื่อเป็นสวัสดิการแก่กำลังพลกองทัพเรือและครอบครัว ครั้งนี้บริษัทฯ สนับสนุนการปรับปรุงระบบ EVAP อุปกรณ์การเลี้ยง ระบบให้น้ำ ระบบฝ้าเพดานและม่านด้านข้าง ตาข่ายกันนกและกันงู

“การดำเนินโครงการเลี้ยงไก่ไข่ฯ ถือเป็นความร่วมมือทางวิชาการและกิจการเพื่อสังคมที่บริษัทฯ ร่วมสนับสนุนเป้าหมายกองทัพเรือที่ต้องการสร้างแหล่งเรียนรู้และเป็นสวัสดิการแก่กำลังพลกองทัพเรือและครอบครัว โดยมอบงบประมาณพร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้จากทีมงานผู้เชี่ยวชาญของซีพีเอฟ เพื่อให้บุคลากรสามารถนำเทคนิควิชาการที่ได้รับ ไปดำเนินโครงการได้เอง และต่อยอดสู่การเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้แก่ผู้อื่นต่อไป” นายประสิทธิ์ กล่าว

ทั้งนี้ ฝ่ายเกษตรกรรมทหารเรือบางพระ จัดทำแปลงสาธิตด้านเกษตรกรรม อาทิ การเลี้ยงสุกร การเลี้ยงไก่ไข่ เพื่อจำหน่ายให้กับกำลังพลกองทัพเรือและครอบครัว และประชาชน ขณะเดียวกัน ยังเป็นแหล่งฝึกอาชีพให้กับกำลังพลและครอบครัว เพื่อให้มีอาชีพติดตัวยามเกษียณอายุราชการ ปัจจุบัน โครงการเลี้ยงไก่ไข่ฯ กำลังอยู่ในขั้นตอนการปรับปรุงระบบการเลี้ยงใน 3 โรงเรือน เลี้ยงไก่โรงเรือนละ 5,000 ตัว คาดว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จภายในไตรมาสที่ 1 ของปี 2568.

AIS PLAY ยิงสดกีฬามหาลัย “ธรรมศาสตร์เกมส์ 2025” จัดเต็ม 9 ช่อง FULL HD เปิดฉาก 9 ม.ค. ดูฟรีทุกเครือข่ายที่เดียวเท่านั้น

0

AIS ร่วมสนับสนุนการเปิดพื้นที่เพื่อแสดงศักยภาพอย่างสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ ด้วยการส่งต่อประสบการณ์การรับชมการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 50 “ธรรมศาสตร์เกมส์ 2025” บน AIS PLAY ในฐานะ Official Broadcaster เพียงรายเดียวเท่านั้น นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของการจัดการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัย ที่มีการถ่ายทอดสดผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์มในรูปแบบ FULL HD ให้คนไทยทุกเครือข่ายได้ชมสดฟรีพร้อมไฮไลท์และรีรันแบบจัดเต็ม 9 ช่องพิเศษ พร้อมนักพากย์ จุใจ 12 ประเภทกีฬา ได้แก่ กรีฑา ว่ายน้ำ ฟุตบอล วอลเลย์บอล บาสเกตบอล แบดมินตัน เซปักตะกร้อ เทควันโด เทนนิส ยูยิตสู ฟุตซอล และ eSports ได้ผ่าน AIS PLAY ทุกช่องทาง ตั้งแต่วันที่ 9 – 18 ม.ค. 2568

นางสาวพิมพ์นรี น้อยธรรมราช หัวหน้าแผนกงานบริหารแบรนด์ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS  กล่าวว่า “ในฐานะผู้ให้บริการ Digital AIS ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนการเปิดพื้นที่ให้แก่คนรุ่นใหม่ เยาวชน ได้แสดงความสามารถผ่านตัวตนที่หลากหลายมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่พิเศษ ๆ อย่าง AIS SIAM ที่สยามสแควร์ซอย7, AIS e-sport studio, AIS PLAYGROUND ที่อยู่ในมหาวิทยาลัยหลายแห่งทั่วประเทศ และกิจกรรมมากมายผ่าน Online Platform ต่าง ๆ เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายด้วยความเชื่อที่ว่า ทุกคนสามารถเป็นตัวเองที่ดีที่สุดได้เสมอ

ดังนั้น ในครั้งนี้เราจึงยินดีอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนธรรมศาสตร์เกมส์ ครั้งที่ 50 ที่เป็นการรวมตัวของนิสิต นักศึกษา จากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศมาพบปะ แลกเปลี่ยนความเป็นที่สุดด้านกีฬา ภายใต้แนวคิดการจัดงานที่ว่า Unity of Diversity, Victory for All รวมความหลากหลาย สู่ชัยชนะเพื่อคนทั้งมวล โดย AIS พร้อมดูแลเสริมขีดความสามารถของโครงข่ายสื่อสารให้ผู้ร่วมงาน นักกีฬา เจ้าหน้าที่ หรือแม้แต่ครอบครัวที่มาร่วมชมและให้กำลังใจที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้รองรับการใช้งานสื่อสาร, การแชร์ภาพ วิดีโอ หรือไลฟ์บรรยากาศ รวมไปถึงการบริหารจัดการการแข่งขันบนดิจิทัลแพลตฟอร์มอย่างดีที่สุด”

ประเดิมสนามยิงสดพร้อมกันวันที่ 9 มกราคมนี้ ด้วยการแข่งขันนัดแรกของกีฬาเทควันโด ยูยิตสู และฟุตบอลตั้งแต่เวลา 07.50 น. พร้อมรับชมความยิ่งใหญ่ของพิธีเปิด ตั้งแต่เวลา 15.50 น. เป็นต้นไป จากสนามกีฬามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (Main Stadium)

ร่วมเชียร์การแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 50 “ธรรมศาสตร์เกมส์ 2025” รับชมสดฟรีทุกเครือข่าย พร้อมไฮไลท์และรีรันผ่าน AIS PLAY ทุกแพลตฟอร์ม ทั้งบนแอปพลิเคชัน AIS PLAY, กล่อง AIS PLAYBOX, Website https://aisplay.ais.co.th/portal, Smart TV, Apple และ 3BB GIGA TV ตั้งแต่วันที่ 9 – 18 มกราคม 2568 เช็คตารางการถ่ายทอดสดที่ https://www.ais.th/thammasat-games-2025

ตลท. ยกระดับบริการ Co-location เดินหน้าสร้างโอกาสและความเท่าเทียมให้นักลงทุนทุกกลุ่ม

0

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ มุ่งสร้างโอกาสและความเท่าเทียม เพื่อประโยชน์ต่อผู้ลงทุนทุกกลุ่มอย่างสมดุล โดยมีแผนสนับสนุนให้บริษัทหลักทรัพย์สมาชิกทุกรายสามารถเข้าถึงบริการ Co-location ซึ่งเป็นบริการพื้นที่วางเซิร์ฟเวอร์และการเชื่อมต่อระบบซื้อขายจากศูนย์คอมพิวเตอร์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้อย่างทั่วถึง ภายในไตรมาส 2 ปี 2568 เปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนทุกกลุ่มสามารถทำธุรกรรมซื้อขาย และเข้าถึงข้อมูลการซื้อขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และเท่าเทียม พร้อมส่งเสริมบริษัทหลักทรัพย์สมาชิกในการยกระดับบริการให้แก่ผู้ลงทุน

อัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ สนับสนุน 3 เรื่อง ได้แก่

  1. สนับสนุนบริการ Co-location เป็นบริการโครงสร้างพื้นฐานซึ่งสมาชิกที่ประสงค์จะใช้บริการสามารถขอรับจัดสรรพื้นที่ และ Link การเชื่อมต่อมายังระบบงานซื้อขาย (Market Access Link) โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในส่วนของตลาดหลักทรัพย์ฯ แต่ชำระเพียงค่าสาธารณูปโภคของหน่วยงานอื่น เช่น ค่าไฟ
  2. เปิดเผยข้อมูลความเร็วให้สมาชิกเทียบกับอุตสาหกรรม โดยสมาชิกสามารถนำข้อมูลดังกล่าวไปปรับปรุงประสิทธิภาพระบบงานได้ เพื่อยกระดับบริการให้กับผู้ลงทุนที่เป็นลูกค้าของสมาชิก
  3. ศึกษา กำกับดูแล และเพิ่มประสิทธิภาพของระบบให้รับส่งข้อมูลในทุกช่องทางอย่างเหมาะสม ในระดับเทียบเคียงกัน โดยติดตามอย่างต่อเนื่องและพร้อมปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับสถานการณ์

“ตลาดหลักทรัพย์ฯ มุ่งมั่นอย่างเต็มที่ในการพัฒนาระบบนิเวศที่อยู่ภายใต้ความดูแลเพื่อประโยชน์ต่อผู้ลงทุนทุกภาคส่วน ที่ผ่านมาตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย และรับฟังความคิดเห็นจากบริษัทหลักทรัพย์ที่เป็นสมาชิก ผู้ลงทุน ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง จึงนำมาสู่การยกระดับบริการ Co-location ครั้งนี้ ซึ่งจะสร้างโอกาสให้ผู้ลงทุนทุกภาคส่วนสามารถทำธุรกรรมซื้อขาย และเข้าถึงข้อมูลการซื้อขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และเท่าเทียมกัน” นายอัสสเดชกล่าว

นายพิเชษฐ สิทธิอำนวย นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย (ASCO) กล่าวว่า การที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปรับปรุงบริการ Co-location เป็นการเปิดโอกาสให้สมาชิกเข้าถึงบริการอย่างทั่วถึง สร้างความเท่าเทียมเพื่อประโยชน์ของผู้ลงทุนที่เป็นลูกค้าของบริษัทหลักทรัพย์ และเชื่อว่าการดำเนินการครั้งนี้จะเป็นก้าวสำคัญให้สมาชิกปรับปรุงพัฒนาบริการ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และยกระดับอุตสาหกรรมต่อไป ซึ่งสมาคมฯ ยินดีสนับสนุนเพื่อสร้างโอกาสให้บริษัทหลักทรัพย์สมาชิกทุกรายอย่างสมดุล

พระขุนแผน5เหลี่ยมอกใหญ่ กรุบ้านกร่าง

0

ตามรอยเซียน โดย เจี๊ยบ บางกรวย

สวัสดีปีใหม่ ส่งความสุขความโชคดี ให้ทุกท่านครับ วันอาทิตย์ส่งท้ายปีเก่า มีโอกาสได้เดินซื้อพระกับพระอาจารย์ในรอบ5ปี ที่เคยเดินหาพระในตลาดสนามพระหลังอตก. ศูนย์รวมเซียนน้อยๆ เดินหาซื้อพระไปขายต่อเซียนใหญ่ เพราะมีคนขายพระมาจากทั้วประเทศ บรรยากาศเงียบเหงานิดนึง อาจเพราะใก้ลปีใหม่และเป็นวันอาทิตย์ ช่วงบ่ายด้วย ส่วนมากคนแน่นๆวันเสาร์เช้าไปจนถึงเที่ยง เช้ามืดเซียนมาก่อน สายหน่อยเซียนน้อยๆ หรือที่คนขายพระมักเรียกเราว่าอาจารย์ให้เกียรติคนซื้อ แต่ในใจหมูมาแล้ว ส่วนเราก็เอาภูมิความรู้มาตัดสินใจซื้อ อย่าฟังประวัติที่คนขายพระเล่าชักจูงให้เชื่อ ใช้ตาดู ดมกลิ่น น้ำหนักพระ สภาพแวดล้อมเก่าเป็นธรรมชาติ พิมพ์ เนื้อพระที่อยู่ตรงหน้าแล้วตัดสินใจ  อย่าโลภให้มองว่าเราซื้อพระมาลุ้นมีโอกาสแท้ ทำใจเป็นกลาง แต่ถ้าเรามั่นใจได้พระแท้ง่ายๆ กลับมาบ้านเป็นพระเก๊เราจะได้ไม่

สียใจ  ถามคนขายพระบอกเงียบอยู่ แต่ดีกว่าหลังโควิต อีกอย่างคนซื้อทางเว็บไซค์ ก็เยอะด้วยพ่อค้าบอก แต่เซียนเจี๊ยบขอบอกตามตรง การได้เดินซื้อพระได้ส่องได้จับ องค์เป็นๆตรงหน้าเรา ดีกว่าในเวปไซค์มาก จบเลยไม่ต้องลุ้นแท้เก๊ตรงนี้เลย ถ้าซื้อในเวป ลุ้นตั้งแต่ซื้อ จะส่งมั้ย  ขนาดองค์พระที่ดูไว้ ไม่เท่าองค์ที่ส่งมา สีไม่ตรงกับองค์ที่เห็น สรุปไม่ตรงปก ไม่จำเป็นหลีกเลี่ยงการซื้อพระทางเวปไซค์นะครับ
มาดู”พระขุนแผน5เหลี่ยมอกใหญ่ กรุบ้านกร่าง”องค์ปีใหม่เดินซื้อได้ในสนามพระ กับพระอาจารย์ถือว่าโชคดีมากในรอบ5ปี ที่เพิ่งเดินดูพระในสนามครั้งแรก พระอาจารย์บอกประวัติศาสคร์สุวรรณภูมิยิ่งใหญ่สุด อยู่ที่สุพรรณบุรี พระกรุบ้านกร่างพระนเรศวรสร้างแจกให้ทหารเป็นกำลังใจในการออกรบ ขุนแผนบ้านกร่างองค์นี้ เนื้อหยาบปานกลาง เนื้อพระจะพบเมล็ดแร่เล็กใหญ่ สามสี ดำ ขาวแดง ประปรายด้านหน้ามี”หลุมว่านหลุด”ให้เห็นด้านหลังปรากฏ “ร่อง” ที่เกิดจากเมล็ดทรายหลุด  “หลุมว่านหลุด” หลายรอย เป็นเคล็ดลับที่พระอาจารย์ สอนไว้วิธีดูพระขุนแผนบ้านกร่าง ต้องมีแบบนี้ถึงแท้นะเธอ ส่องดูดองค์นี้ครบจบบริบรูณ์

ปีใหม่นี้”เซียนเจี๊ยบบางกรวยโชคดี”ได้พระขุนแผน5เหลี่ยมอกใหญ่ มาโปรด อยากบอกเพื่อนว่าเดินเถอะยังมีพระแท้พระหลุดตาเซียนอีกมากมายให้เราเก็บใช้ขึ้นคอ
” เดินตลาดนะเพื่อนๆพระแท้รอท่านอยู่” จะได้โชคดีปีใหม่ได้พระแท้แบบเซียนเจี๊ยบบางกรวย

เจี๊ยบบางกรวยเดินตามรอยพระอาจารย์ 087 0030897

ประมงสมุทรสงครามยกโครงการ “สิบหยิบหนึ่ง” คืบหน้าช่วยเกษตรกรแก้ปัญหาปลาหมอคางดำ

0

สำนักงานประมงจังหวัดสมุทรสงคราม โชว์ความคืบหน้าโครงการ “สิบหยิบหนึ่ง” นวัตกรรมการแก้ปัญหาปลาหมอคางดำ ด้วยการสนับสนุน “ปลานักล่า” ให้เกษตรกรใช้ควบคุมปลาหมอคางดำในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ ส่งผลให้เกษตรกรมีผลผลิตเพิ่มขึ้น พร้อมยังสร้างความยั่งยืนโดยเกษตรกรจะส่งคืนปลานักล่า 10% (สิบหยิบหนึ่ง) ให้กับประมงสมุทรสงคราม เพื่อนำไปปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ สร้างสมดุลระบบนิเวศและนำโมเดลขยายผลสู่พื้นที่อื่นต่อไป

นายบัณฑิต กุลละวณิชย์ ประมงจังหวัดสมุทรสงคราม กล่าวว่า กิจกรรม “สิบหยิบหนึ่ง” เป็นโมเดลเป็นโครงการที่ประสานความร่วมมือ 3 ฝ่ายระหว่างรัฐ เอกชน และเกษตรกร เพื่อช่วยเกษตรกรเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเพิ่มผลผลิตโดยควบคุมปลาหมอคางดำที่เป็นศัตรูในบ่อเลี้ยงที่ริเริ่มของประมงสมุทรสงครามโดยบูรณาการแนวทางด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน โดยสนับสนุนลูกพันธุ์ปลากะพงขาวให้เกษตรกรที่ร่วมโครงการนำไปปล่อยช่วยกำจัดปลาหมอคางดำในบ่อเลี้ยงเกษตรกร และสร้างความยั่งยืนให้กับระบบ เกษตรกรจะคืนปลานักล่าบางส่วน เพื่อให้ประมงจังหวัดเพื่อนำไปปล่อยในแหล่งน้ำธรรมชาติต่อไป

“สิบหยิบหนึ่ง” สะท้อนแนวคิดการคืนปลานักล่า 10% หรือ 1 ใน 10 ส่วนหมุนเวียนกลับคืนสู่ระบบ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป ซึ่ง นอกจากนี้ ปลากะพงขาว เป็นปลาเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกร เป็นการแก้ปัญหาที่ยั่งยืนและก่อให้เกิดประโยชน์ต่อระบบนิเวศและเศรษฐกิจชุมชน ปัจจุบัน ประมงสมุทรสงครามได้สนับสนุนปลากะพงขาวแก่เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไปแล้ว 3 รุ่นแล้ว โดย เกษตรกรกลุ่มแรกภายใต้กิจกรรม “สิบหยิบหนึ่ง” ได้รับการสนับสนุนปลานักล่าตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2567 ที่ผ่านมาครบกำหนดเวลานำปลานักล่ามาคืนแก่ประมงจังหวัดแล้ว และสำหรับเกษตรกรรุ่นที่สอง ประมงจังหวัดสมุทรสาครได้แจกจ่ายปลากะพงขาว 10,000 ตัวที่ได้รับการสนับสนุนจากซีพีเอฟเพื่อแบ่งให้เกษตรกรในพื้นที่ตำบลบางแก้ว และตำบลยี่สารรวม 55 ราย ปล่อยลงบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปี 2567 สำหรับรุ่นที่ 3 ประมงสมุทรสงครามนำปลากะพงขาวรวม 5,000 ตัว แจกจ่ายให้แก่เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 25 รายนำไปปล่อยลงในบ่อเลี้ยงรายละ 200 ตัว ซึ่งผลจากดำเนินการได้รับการตอบรับที่ดีจากเกษตรกร

นายสมศักดิ์ แสงสุริยา เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่เข้าร่วมกิจกรรมรุ่นแรก กล่าวว่า กิจกรรมสิบหยิบหนึ่งเป็นแนวทางที่ดีมาก ขอบคุณประมงสมุทรสงครามที่คิดแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรจัดการปัญหาปลาหมอคางดำในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ ซึ่งได้ลูกพันธุ์ปลากะพงขาว 1,000 ตัวปล่อยลงสู่บ่อเลี้ยงสัตว์น้ำตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2567 ตอนนี้กำลังทยอยจับปลากะพงขาวมาคืนประมงจังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งถือเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระให้หน่วยงานรัฐอีกทางหนึ่ง

นายพิศาล วงศ์วัฒนา เกษตรกรที่ร่วมกิจกรรม สิบหยิบหนึ่งรุ่นแรก กล่าวว่า ที่บ่อเลี้ยงกุ้ง ปู และปลากะพง ที่ผ่านมาผลผลิตลดลงได้รับผลกระทบจากการระบาดของปลาหมอคางดำ ขอขอบคุณหน่วยงานราชการ ประมงจังหวัด อบต. และซีพีเอฟ ที่เข้ามาช่วยสนับสนุนพันธุ์ปลากะพงขาว ซึ่งช่วยกำจัดลูกปลาหมอคางดำในบ่อได้ส่วนหนึ่ง ทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นมาในเกณฑ์ที่พึงพอใจ

นายบัณฑิต กล่าวเสริมว่า “สิบหยิบหนึ่ง” เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ประมงจังหวัดสมุทรสงครามบูรณาการเพื่อช่วยเกษตรกรควบคุมศัตรูของสัตว์น้ำในบ่อเลี้ยง นอกจากนี้ ประมงสมุทรสงครามยังได้จัดตั้ง ‘กองทุนกากชา’ ขึ้นเพื่อช่วยให้เกษตรกรยืมกากชาฟรีเพื่อนำไปใช้กำจัดปลาหมอคางดำในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ ช่วยเกษตรกรลดต้นทุนการผลิต และได้ผลผลิตอย่างเต็มที่ ที่ผ่านมาประมงสมุทรสงครามเดินหน้าเต็มกำลังในการจัดการปริมาณปลาหมอคางดำ ผ่านการจัดกิจกรรมลงแขก ลงคลอง ส่งเสริมการใช้ประโยชน์ปลาหมอคางดำ โดยร่วมมือกับเรือนจำกลางสมุทรสงครามทำน้ำปลาตรา “หับเผย แม่กลอง” สนับสนุนกลุ่มเกษตรกรนำปลาหมอคางดำแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ อาทิ ปลาร้า ปลาส้ม สร้างรายได้ให้กับเกษตรกร จากการดำเนินมาตรการต่างๆ อย่างเต็มกำลังของประมงสมุทรสงคราม ส่งผลให้ในแหล่งน้ำธรรมชาติพบปลาหมอคางดำขนาดใหญ่ หรือปลาที่เป็นพ่อแม่พันธุ์ลดลงอย่างเห็นได้ชัด

สำหรับปี 2568 นี้ ประมงสมุทรสงครามยังคงเดินหน้าดำเนินกิจกรรมจัดการปลาหมอคางดำอย่างต่อเนื่อง มุ่งเน้นการส่งเสริมปลาหมอคางดำมาใช้ประโยชน์และแปรรูปเป็นอาหาร ควบคู่กับการควบคุมปลาหมอคางดำในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำของเกษตรกร เพื่อการจัดการปลาหมอคางดำอย่างครบวงจรและยั่งยืน.