Home Blog Page 80

ชวนลูกค้ามือถือและเน็ตบ้านใช้บริการ AIS Secure Net ฟรี เผยบล็อกเว็บไซต์อันตรายได้กว่า 500 ล้านครั้งแล้ว

0

AIS ในฐานะผู้ให้บริการดิจิทัลที่มุ่งส่งเสริมทักษะและการใช้งานที่ปลอดภัยให้กับลูกค้าและคนไทย เผยข้อมูลจากบริการ AIS Secure Net ที่ช่วยปกป้องผู้ใช้งานจากภัยออนไลน์ต่างๆ ที่เปิดให้บริการตั้งแต่มิถุนายน 2562 จนถึงปัจจุบัน ได้ตรวจจับและบล็อกเว็บไซต์ที่มีความเสี่ยงไปแล้วกว่า 500 ล้านครั้ง หรือเฉลี่ยมากกว่า 2.4 แสนครั้งต่อวัน โดยภัยคุกคามบนโลกออนไลน์ที่พบมากที่สุด ได้แก่ มัลแวร์, ฟิชชิ่ง และไวรัส ตามลำดับ สะท้อนถึงสถานการณ์ปัจจุบันที่อาชญากรรมทางเทคโนโลยีมาในหลากหลายรูปแบบ โดยในปี 2568 นี้ AIS มีเจตนารมณ์ที่จะสร้างให้เป็นปีแห่งความปลอดภัยไซเบอร์ จึงขอชวนคนไทยผู้ใช้บริการเอไอเอสทุกคนมาร่วมปกป้องตนเองจากภัยออนไลน์ พร้อมใช้งานอินเทอร์เน็ตได้อย่างอุ่นใจผ่านบริการ AIS Secure Netสำหรับลูกค้ามือถือทั้งระบบรายเดือนและเติมเงิน สมัครใช้งานฟรี โดยไม่ต้องติดตั้งแอปพลิเคชันเพิ่มเติม เพียงกด *689*6# และโทรออก และลูกค้าเน็ตบ้าน AIS FIBRE3 เปิดใช้บริการฟรี ผ่านทาง https://m.ais.co.th/fibresecurenet/ โดยสามารถใช้งานได้กับทุกอุปกรณ์ที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ต เช่น เครื่อง PC/Notebook สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต สมาร์ททีวี กล่อง AIS PLAY กล่องแอนดรอยทีวี ฯลฯ เพื่อบล็อกเว็บไซต์อันตรายที่มาจากทุกช่องทางทั้ง E-mail, SMS หรือจากการท่องอินเทอร์เน็ต

นางสายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าหน่วยธุรกิจประชาสัมพันธ์และงานธุรกิจสัมพันธ์ AIS กล่าวว่า “ในวันนี้ที่สังคมไทยกำลังเผชิญกับปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น เรายังคงเดินหน้าสร้างภูมิคุ้มกันทางไซเบอร์ให้กับคนไทยอย่างต่อเนื่อง ภายใต้ภารกิจ “AIS อุ่นใจไซเบอร์” ทั้งการพัฒนาเครื่องมือที่ช่วยสร้างความปลอดภัยด้านการใช้งานให้กับลูกค้า โดยเฉพาะบริการ AIS Secure Net ที่ทำหน้าที่ปกป้องคนไทยไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของภัยออนไลน์ รวมถึงการเสริมสร้างทักษะดิจิทัลให้รู้เท่าทันกลโกงมิจฉาชีพผ่านหลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์ นอกจากนี้ อยากจะแนะนำให้ประชาชนป้องกันตัวจากภัยไซเบอร์ได้ด้วยตนเองง่ายๆ อาทิ ไม่ใช้ WiFi สาธารณะทำธุรกรรมทางการเงิน, ไม่ตั้งรหัสผ่านที่สามารถคาดเดาได้ง่าย เช่น วันเดือนปีเกิด และใช้ URL ที่ปลอดภัย (HTTPS) แทนการใช้ HTTP เพื่อลดความเสี่ยงได้อีกด้วย”

จากข้อมูลของ AIS Secure Net ที่ช่วยปกป้องและแจ้งเตือนผู้ใช้งานจากภัยคุกคามต่างๆ บนโลกออนไลน์ ด้วยการตรวจจับและบล็อกเว็บไซต์ที่มีความเสี่ยง พบว่าภัยจากการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่คนไทยตกเป็นเหยื่อมากที่สุด 3 ประเภทที่ผู้ใช้งานควรระวัง ได้แก่

อันดับ 1 มัลแวร์ (Malware) : โปรแกรมประสงค์ร้ายที่ซ่อนมากับเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน เพื่อหลอกเข้าใช้บนระบบเหมือนเป็นผู้ใช้งานจริง เมื่อผู้ใช้เผลอคลิกเข้าไปในเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน เหล่านี้เสมือนเป็นการเปิดช่องทางให้แฮกเกอร์สามารถควบคุมอุปกรณ์ มองเห็นการใช้งานต่างๆ และรวมถึงสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลได้

อันดับ 2 เว็บไซต์ปลอม (Phishing Sites) : การปลอมแปลงหน้าเว็บไซต์จริง มุ่งประสงค์หลอกลวงให้ผู้ใช้เปิดเผยข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อผู้ใช้งานและรหัสผ่าน, เลขบัตรประชาชน, วันเดือนปีเกิด รวมถึงข้อมูลทางการเงิน

อันดับ 3 ไวรัส (Virus Sites) : โปรแกรมที่แฝงมาบนเว็บไซต์ ซึ่งสามารถก่อให้เกิดความเสียหายต่างๆ กับระบบการใช้งานทำให้ระบบทำงานผิดปกติ ช้าลง และอาจนำไปสู่การสูญเสียข้อมูลสำคัญ

ซีพีเอฟ ระดมความช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวอย่างเต็มที่

0

จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา ส่งผลให้หลายพื้นที่ในประเทศไทยรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือน โดยเฉพาะจุดที่ได้รับผลกระทบรุนแรงอย่างมากในเขตจตุจักร กรุงเทพฯ ที่มีอาคารพังถล่มลงมา และอยู่ระหว่างระดมความช่วยเหลือจากหลายภาคส่วนอย่างเต็มกำลังบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ บริษัทในเครือซีพี ที่อยู่เคียงข้างสังคมไทยในทุกๆ วิกฤติ เสมอมา โดยครั้งนี้ได้ระดมความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนและต่อเนื่อง โดยสนับสนุนอุปกรณ์เต็นท์เพื่อภารกิจค้นหาและช่วยเหลือผู้รอดชีวิตจากเหตุอาคารถล่ม ตลอดจนมอบอาหารและน้ำดื่ม CP ผ่านกองทัพบก โดยมี พลโท อมฤต บุญสุยา แม่ทัพภาคที่ 1 เป็นผู้รับมอบ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน และผู้อยู่อาศัยในบริเวณพื้นที่โดยรอบ โดยประสานความช่วยเหลือร่วมกับกรมทหารปืนใหญ่ที่ 1 รักษาพระองค์อย่างใกล้ชิด

นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร ซีพีเอฟ ระดมทีมงานให้การสนับสนุนในภารกิจกู้ภัยของเจ้าหน้าที่ ซึ่งรวมถึงการมอบ “อาหารจากใจ” สนับสนุนผลิตภัณฑ์อาหารและวัตถุดิบ ทั้งไข่ไก่ เนื้อไก่ เนื้อหมู ไส้กรอก แก่โรงครัวต่างๆ อาทิ มูลนิธิเพชรเกษม และ มูลนิธิองค์กรทำดี เพื่อใช้ประกอบอาหารมอบให้แก่ เจ้าหน้าที่ทหาร ทหารช่าง ทีมแพทย์สนาม หน่วยงานบรรเทาสาธารณภัย อาสากู้ภัย อาสาสมัครจิตอาสา มูลนิธิต่างๆ และสื่อมวลชน ที่ดำเนินภารกิจตลอด 24 ชั่วโมง ณ กองอำนวยการร่วมบรรเทาสาธารณภัย เขตจตุจักร

นอกจากนี้ ซีพีเอฟยังได้ประสานการสนับสนุนผลิตภัณฑ์อาหารและขนมสำหรับสุนัขภายใต้แบรนด์ “เจอร์ไฮ” (Jerhigh) แก่ พลตรี สมพงษ์ สุขประดิษฐ เจ้ากรมการสัตว์ทหารบก ในวันพรุ่งนี้ ภายใต้ภารกิจนำกำลังพลจาก ศูนย์สุนัขทหาร กรมการสัตว์ทหารบก (ศสท.กส.ทบ.) พร้อมชุดปฏิบัติการสุนัขทหาร (K9) เข้าร่วมภารกิจค้นหาและช่วยเหลือผู้รอดชีวิตจากเหตุอาคารถล่มซีพีเอฟ ขอส่งกำลังใจและความห่วงใยถึงพี่น้องประชาชน และพร้อมเคียงข้างสังคมในทุกวิกฤติ ด้วยการส่งมอบความห่วงใยผ่านอาหารและสิ่งของจำเป็น ขอให้ทุกคนก้าวผ่านช่วงเวลานี้ไปด้วยกันอย่างเข้มแข็งและปลอดภัย.

ออมสิน ออกมาตรการด่วน “พักจ่ายต้น ลดดอกเบี้ย 0% นาน 3 เดือน” และมอบสินเชื่อฉุกเฉิน ซ่อมบ้าน เร่งช่วยผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวทั้งรายย่อยและผู้ประกอบการ

0

ออมสิน เร่งช่วยเหลือผู้ประสบเหตุแผ่นดินไหวที่ได้รับผลกระทบ ทั้งรายย่อยและผู้ประกอบการ ลูกค้าเดิม“พักจ่ายต้น ลดดอกเบี้ย 0% นาน 3 เดือน” และมอบสินเชื่อฉุกเฉิน ซ่อมบ้าน และ SME

ธนาคารออมสิน ห่วงใยผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยได้ส่งมอบความช่วยเหลือเบื้องต้นในทันที เพื่อสนับสนุนภารกิจของโรงพยาบาลและการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในจุดต่าง ๆ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

ทั้งนี้ ธนาคารขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อความสูญเสีย และขอส่งแรงใจไปยังผู้ที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้ โดยธนาคารพร้อมสนับสนุนนโยบายรัฐบาลในการส่งมอบมาตรการทางการเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ ผ่าน 2 มาตรการหลัก คือ

1.มาตรการบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นแก่ลูกค้าเดิม โดยให้พักชำระเงินต้นทั้งหมด และลดดอกเบี้ยเป็น 0% เป็นระยะเวลา 3 เดือน สำหรับลูกค้าสินเชื่อธนาคารออมสิน 3 กลุ่ม ที่เดือดร้อนทรัพย์สินได้รับความเสียหาย หรือการดำเนินธุรกิจได้รับผลกระทบโดยตรงจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้แก่ ลูกค้าสินเชื่อธนาคารประชาชน ลูกค้าสินเชื่อเคหะที่มีวงเงินกู้ไม่เกิน 5 ล้านบาท และลูกค้าสินเชื่อ SME ที่มีวงเงินกู้ไม่เกิน 10 ล้านบาท

2. มาตรการสินเชื่อฉุกเฉินเพื่อช่วยเหลือฟื้นฟูสำหรับบุคคลทั่วไป ธนาคารมอบสินเชื่อเงื่อนไขพิเศษ ได้แก่

  • 2.1 สินเชื่อฉุกเฉินผู้ประสบภัยพิบัติ วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 20,000 บาท/ราย ระยะเวลาผ่อนชำระ 24 เดือน ปลอดชำระเงินงวด 3 เดือนแรก อัตราดอกเบี้ย 0% สำหรับเดือนที่ 1 – 3 และเดือนที่ 4 เป็นต้นไป คิดอัตราดอกเบี้ย 0.60% ต่อเดือน
  • 2.2 สินเชื่อซ่อมแซมบ้าน วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท/ราย ระยะเวลาผ่อนชำระ 10 ปี สำหรับลูกค้าใหม่ ส่วนลูกค้าปัจจุบันใช้ระยะเวลาผ่อนชำระตามสัญญาเดิม ปีที่ 1 คิดอัตราดอกเบี้ย 0% สำหรับ 3 เดือนแรก และเดือนที่ 4 – 12 = 2% ปีที่ 2 = 2% ปีที่ 3 = MRR-3.35% ปีที่ 4 เป็นต้นไป = MRR-0.75%
  • 2.3 สินเชื่อ SME ฟื้นฟูแผ่นดินไหว วงเงินกู้ไม่เกิน 40 ล้านบาท/ราย ระยะเวลาผ่อนชำระไม่เกิน 10 ปี (ปลอดชำระเงินต้นสูงสุด 9 เดือน) คิดอัตราดอกเบี้ย ปีที่ 1 – 2 = 2.99% ปีที่ 3 – 4 = MLR/MOR-0.5% และปีที่ 5 เป็นต้นไป = MLR/MOR+0.5% ทั้งนี้ สำหรับวงเงินกู้ไม่เกิน 10 ล้านบาท ธนาคารคิดอัตราดอกเบี้ย 3 เดือนแรก = 0% หลังจากนั้น เดือนที่ 4 – 24 = 2.99% ปีที่ 3 – 4 = MLR/MOR-0.5% และปีที่ 5 เป็นต้นไป = MLR/MOR+0.5%

โดยลูกค้าและบุคคลทั่วไปสามารถติดต่อที่สาขาธนาคารออมสิน เพื่อแจ้งความประสงค์ขอเข้าร่วมมาตรการบรรเทาความเดือดร้อนได้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน – 31 พฤษภาคม 2568 และยื่นขอสินเชื่อได้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน – 30 กันยายน 2568 เงื่อนไขเป็นไปตามประกาศของธนาคาร หากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมหรือความช่วยเหลืออื่นใด โปรดติดต่อ GSB Contact Center โทร. 1115 และที่ www.gsb.or.th #เป็นลูกค้าเราเท่ากับช่วยสังคม

รู้เก็บรู้ออมฯ : ตลาดหลักทรัพย์ฯสัญจร @โคราช

0

สำหรับนักลงทุน และผู้สนใจเรื่องการลงทุนแล้ว ชื่อของ “ตลาดหลักทรัพย์ฯสัญจร” ย่อมเป็นที่รู้จักกันดีอย่างแน่นอน เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมา “ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย” ได้ออกเดินสายไปทั่วทุกภาค ทั้งเหนือใต้ออกตก เพื่อทำหน้าที่ส่งตรงความรู้เรื่องการเงินการลงทุนให้กับประชาชน ช่วยเตรียมความพร้อมที่จะก้าวสู่โลกของการลงทุน

และสำหรับปี 2568 ตลาดหลักทรัพย์ฯสัญจรประเดิมปีใหม่ด้วยการสัญจรออกไปพบปะกับพี่น้องชาวโคราชและจังหวัดใกล้เคียง โดยงานจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 30 เดือนมีนาคม 2568 นี้ ที่โคราช ฮอลล์ ชั้น 4 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล โคราช จังหวัดนครราชสีมา เริ่มงานตั้งแต่เวลา 10.30 น.ไปจนถึง 17.00 น.

งานนี้จัดกันแบบยิ่งใหญ่ไม่มีกั๊ก เพราะขนทัพกูรูการเงินและนักวิเคราะห์ชื่อดังมาเสิร์ฟความรู้การลงทุน ที่จะช่วยให้ผู้ร่วมงานสามารถลงทุนได้อย่างมั่นใจ อัดแน่นเนื้อหาไปกับสัมมนาที่อัปเดตเทรนด์ เจาะลึกเรื่องลงทุนกับหัวข้อ “สแกนตลาด จัดพอร์ตลงทุนจังหวะหุ้นผันผวน” พบกับคุณกรภัทร วรเชษฐ์ จาก บล.กรุงศรี และเซียนมี่ ทิวา ชินธาดาพงศ์ นายกสมาคมนักลงทุนประเทศไทย

และหัวข้อ “วิเคราะห์เจาะทางเลือกมองโอกาสใหม่กับหุ้นไทย หุ้นนอก ทอง ฟิวเจอร์ส” ที่จะได้พบกับคุณณัฐพล คำถาเครือ จาก บล.หยวนต้า, ดร.รัฐศรัณย์ ธนไพศาลกิจ บล. อินโนเวสท์ เอกซ์, คุณชาญชัย พันทาธนากิจ บล.เมย์แบงก์, คุณทิวา ชินธาดาพงศ์ นายกสมาคมนักลงทุนประเทศไทย และคุณเจ็กกี้ สุธน สิงหสิทธางกูร สมาคมนักลงทุนประเทศไทย

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม Unlocking Opportunities for Business Growth กับสัมมนาสุดพิเศษสำหรับผู้ประกอบการและนักธุรกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่คิดการใหญ่ จัดขึ้นเพื่อช่วยสร้างโอกาสให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนผ่านตลาดทุน (SET-mai-LiVEx) พร้อมยังมีโอกาสได้พบกับผู้เชี่ยวชาญจากตลาดหลักทรัพย์ฯ และ CEO ที่ผ่านประสบการณ์ IPO มาแล้ว ที่จะมาแชร์เส้นทางการระดมทุนผ่านตลาดทุนและประสบการณ์อินไซด์ที่ผู้ประกอบการห้ามพลาด

นอกจากนี้ ในงานยังมีบริการให้คำแนะนำวางแผนลงทุน ปรึกษาและเปิดพอร์ตกับ 23 โบรกเกอร์ชั้นนำ, การสอนและสาธิตการใช้แอปฯลงทุนสำหรับมือใหม่, บริการ Clinic ให้คำปรึกษาทางธุรกิจจากเจ้าหน้าที่ตลาดหลักทรัพย์ฯและผู้เชี่ยวชาญ และโปรโมชันพิเศษเมื่อทำธุรกรรมเปิดบัญชีภายในงาน ก็จะได้รับของสมนาคุณติดไม้ติดมือกลับบ้านอีกด้วย

 ผู้สนใจเข้าร่วมงาน สามารถคลิกลงทะเบียนล่วงหน้าได้แล้วที่ https://www.setinvestnow.com/th/set-road-show-korat-2025 พิเศษสุดๆ รับฟรีชุดกิฟต์เซต กระเป๋า#investnow และหนังสือ WealthDesign

งานนี้งานเดียวครบเครื่องเรื่องลงทุน ทั้งหุ้นไทยหุ้นนอก ทอง และกองทุน ที่สำคัญคือ เข้างานฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย พิเศษแบบนี้ พี่น้องโคราช และ จ.ใกล้เคียง จะพลาดได้ไง!

JerHigh x พี่จอง-คัลแลน พัฒนาขนม ‘JerHigh 2in1 Bite’ มั่นใจทุกคำกัดอร่อย ตอบโจทย์สุขภาพน้องสุนัขของคุณ

0

เจอร์ไฮ (JerHigh) ภายใต้ บริษัท อินเตอร์เนชั่ลแนล เพ็ท ฟู้ด จำกัด มุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารและขนมสุนัข ด้วยแนวคิด ‘Feed me with love’ หรือ ดูแลน้องสุนัขดั่งมนุษย์ เติมเต็มทั้งความรัก และเสริมสร้างสุขภาพที่ดี ล่าสุด เปิดตัวผลิตภัณฑ์ “JerHigh 2in1 Bite” ผลิตภัณฑ์ขนมสุนัขตัวใหม่ที่พัฒนาร่วมกับ 2 พรีเซนเตอร์ชื่อดัง พี่จองและคัลแลน ซึ่งมีความใกล้ชิดและเข้าใจถึงความต้องการของสัตว์เลี้ยงเป็นอย่างดี มีรสชาติอร่อย ใช้วัตถุดิบจากเนื้อไก่คุณภาพดี และตอบโจทย์เจ้าของน้องสุนัข ที่ต้องการให้น้องสุนัขมีความสุขด้วยความหลากหลาย “JerHigh 2in1 Bite” คัดเลือก 5 สูตรรสชาติยอดนิยมที่ขายดีที่สุดของแบรนด์เจอร์ไฮมาจับคู่กันผสมผสาน 2 รสชาติในซองเดียว

นายกิติศักดิ์ ลิ้มอำไพ กรรมการผู้จัดการ อินเตอร์เนชั่ลแนลเพ็ทฟู้ด กล่าวว่า เจอร์ไฮ เป็นแบรนด์ขนมสุนัขที่ได้รับความไว้วางใจจากเจ้าของมาตลอด 10 ปีซ้อน การพัฒนา JerHigh 2in1 Bite เป็นการสร้างความแตกต่างและเสริมความแข็งแกร่งให้แบรนด์ผู้นำของอาหารและขนมน้องสุนัขที่ใช้วัตถุดิบเนื้อไก่คุณภาพสูงจากซีพีเอฟ ได้มาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดในระดับเดียวกับที่นักบินอวกาศรับประทาน ผ่านกระบวนการผลิตที่มีมาตรฐานระดับเดียวกับอาหารมนุษย์ มีสารอาหารเหมาะสมตอบโจทย์ความต้องการของสุนัขทุกวัยและทุกสายพันธุ์ ไม่เติมเกลือและวัตถุกันเสียสังเคราะห์ ไม่มีผลพลอยได้จากสัตว์ปีก

“ความพิเศษของ JerHigh 2in1 Bite คือ บริษัทฯ ได้ทำงานร่วมกับ 2 พรีเซนเตอร์สุดฮอต อย่าง พี่จองและคัลแลน ที่มาออกแบบและถ่ายทอดประสบการณ์จากความเข้าใจความต้องการของกลุ่มคนรักสัตว์เลี้ยง นเกิดไอเดียใหม่ของผลิตภัณฑ์ที่มิกซ์แอนด์แมตช์รสชาติยอดนิยมเข้าด้วยกัน เป็นสื่อกลางที่ช่วยเติมเต็มความรัก ความอบอุ่นในวันดีๆ ระหว่างเจ้าของและน้องสุนัข ด้วยรสชาติและคุณประโยชน์เต็มคำแก่สุนัขของพวกเขา” คุณกิติศักดิ์ กล่าว

“JerHigh 2in1 Bite มีให้เลือก 3 รสชาติใหม่ ได้แก่ สูตรนมและสตอเบอร์รี่ สูตรนมและไก่ สูตรแครอทและผักโขม มาพร้อมบรรจุภัณฑ์ในรูปแบบซองสุดน่ารักลายลิมิเต็ดร่วมกับพี่จองและคัลแลน ในขนาดพิเศษ 225 กรัม คุ้มค่ากว่าเดิม เพื่อให้น้องสุนัขได้ลิ้มลองรสชาติที่หลากหลายและมีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในร้านเพ็ทช็อปและห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศ และสามารถสั่งซื้อออนไลน์ผ่านเว็บไซต์และแอปพลิเคชันต่างๆ ที่รองรับ เพื่อให้เจ้าของสุนัขสามารถมอบขนมที่ดีที่สุดให้กับสุนัขแสนรักได้ทุกที่ทุกเวลา .

ปมปลาหมอคางดำ “กรมประมง” ไม่ฟันธงปลามาจากไหน

0

บทความ โดย ปาจรีย์ เนินสำราญ นักวิชาการอิสระ

การแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำยังเป็นปริศนาที่สังคมจับตามอง ล่าสุด นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง ออกมายืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่พบหลักฐานที่สามารถชี้ชัดได้ว่า ต้นตอของการแพร่ระบาดมาจากภาคเอกชนหรือไม่ ประเด็นนี้กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และยังไม่มีบทสรุปที่สามารถฟันธงได้ว่าใครเป็นผู้กระทำผิด

จากการชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาลเมื่อเร็วๆ นี้ กลุ่มเกษตรกรที่ได้รับความผลกระทบต้องการคำตอบที่ชัดเจนเกี่ยวกับต้นตอของปลาหมอคางดำ อย่างไรก็ตาม จากการให้สัมภาษณ์ของอธิบดีกรมประมง ไม่สามารถสรุปความผิดได้ว่าต้นตอมาจากที่ใด และไม่ควรด่วนสรุปโดยปราศจากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เพราะจะนำไปสู่ความเข้าใจผิดและกล่าวหาโดยไม่เป็นธรรมสำหรับกรณีปลาหมอคางดำ กรมประมง ได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่พบหลักฐานที่ระบุได้ว่า การแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำมีต้นกำเนิดจากภาคเอกชนหรือจากปัจจัยทางธรรมชาติ การแก้ปัญหานี้ต้องอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลและกระบวนการตรวจสอบที่เป็นระบบ ไม่ใช่การคาดเดาหรือกดดันจากกระแสสังคม

ในส่วนของกรมประมง ได้ประกาศมาตรการเร่งด่วนเพื่อแก้ปัญหาปลาหมอคางดำ 7 ประการ โดยมีมาตรการหลักดังนี้ คือ จัดกิจกรรมลงแขกลงคลอง จับปลาออกจากแหล่งน้ำให้มากที่สุด, นำปลาที่จับได้ไปพัฒนาเพิ่มมูลค่าและใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น น้ำหมักชีวภาพและผลิตภัณฑ์อาหาร, การปล่อยปลาผู้ล่าทั้งปลากะพง ปลาอีกง และปลาช่อน โดยพิจารณาให้เหมาะกับแหล่งน้ำ และล่าสุด การวิจัยและพัฒนาปลาหมอคางดำ 4N ได้เป็นผลสำเร็จ เพื่อปล่อยผสมกับปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำ ทำให้ปลาเป็นหมันตัดตอนการแพรพันธุ์ในระยะยาว ส่งผลให้การแพร่ระบาดลดลงจาก 19 จังหวัด เหลือ 16 จังหวัด

กรณีนี้ไม่ได้เป็นเพียงข้อถกเถียงในสังคมเท่านั้น แต่ยังนำเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย โดยศาลแพ่งรับฟ้องคดีจากกลุ่มชาวประมง ขณะเดียวกัน ศาลปกครองกลางได้รับคำฟ้องอีก 2 คดี ที่มุ่งไปยัง 18 หน่วยงานภาครัฐ รวมถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกรมประมง

อย่างไรก็ตาม การที่ศาลรับฟ้องไม่ได้หมายความว่า ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นผู้กระทำผิด แต่เป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการไต่สวน ซึ่งจะต้องมีการพิจารณาหลักฐานอย่างรอบด้านก่อนจะมีคำตัดสินที่ชัดเจน

ด้านบริษัทเอกชนที่ถูกพาดพิงว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเข้าปลาหมอคางดำ ได้ออกมายืนยันว่า บริษัทดำเนินการตามกฎหมายทุกขั้นตอน พร้อมเปิดเผยกระบวนการป้องกันการแพร่ระบาดของสัตว์น้ำอย่างเคร่งครัด (Biosecurity) และสนับสนุนให้มีการตรวจสอบจากหน่วยงานรัฐ รวมถึงมีความมั่นใจในมาตรฐานของบริษัท และพร้อมให้ข้อมูลทุกอย่างเพื่อคลี่คลายปัญหานี้อย่างเป็นธรรม

ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่สามารถชี้ชัดได้ว่า ภาคเอกชนเป็นต้นเหตุของปัญหา สังคมจึงควรยึดมั่นในข้อเท็จจริง และปล่อยให้กระบวนการตรวจสอบเป็นตัวตัดสิน แทนที่จะใช้กระแสกดดันหรือสร้างความเข้าใจผิดที่อาจส่งผลเสียต่ออุตสาหกรรมสัตว์น้ำของประเทศในระยะยาว./

“ลงมือทำวันนี้ เพื่อสังคมที่ยั่งยืน” … DNA จิตอาสา CPF

0

“สุขภาพที่ดี คือพื้นฐานของความสุข” ทีมจิตอาสา CPF จึงจับมือกับชุมชน จัด”หน่วยสุขภาพเคลื่อนที่” (Health Station) เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้กับคนในชุมชน โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลจากสถานพยาบาล ได้มีโอกาสตรวจเช็คสุขภาพร่างกายของตัวเอง

“จากสุขภาพ สู่การสร้างความมั่นคงทางอาหาร” เมื่อสุขภาพดีแล้ว…อาหารก็ต้องดีด้วย ทีมจิตอาสาจึงขยายไปสู่การสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับชุมชน อย่างเช่น “โครงการผักสวนครัวสู่ผู้สูงวัย” เพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงอายุได้ออกกำลังกายเบาๆ ผ่านการปลูกผักสวนครัว ที่ทำให้มีอาหารคุณภาพไว้บริโภค ช่วยลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนและสร้างระบบแบ่งปันภายในชุมชนได้ด้วย

“ความมุ่งมั่นที่ไม่สิ้นสุด” ทั้งฟาร์มสุกร ฟาร์มไก่ไข่ โรงงานผลิตอาหารสัตว์ หรือโรงงานแปรรูป ทุกที่ล้วนมีพนักงานจิตอาสาที่คอยเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรกับชุมชน ความตั้งใจนี้ไม่ใช่เพียงการให้ แต่เป็นการเติบโตไปพร้อมกัน เพราะสำหรับ CPF การพัฒนาอย่างยั่งยืนไม่ได้หมายถึงแค่ธุรกิจที่แข็งแกร่ง แต่ต้องหมายถึงสังคมที่เข้มแข็งไปพร้อมกันด้วย

😃 จากรอยยิ้มเล็ก ๆ → สู่พลังที่ยิ่งใหญ่ 💪🏻…“ขอบคุณมากๆ ที่มาช่วยเหลือพวกเรา ให้อยู่ดี กินดี มีความสุข” ทุกคำขอบคุณ คือ แรงผลักดันให้เราทำดีต่อไป

🎯 เพราะความดี…แค่ “ลงมือทำ” ก็เปลี่ยนอะไรได้มากกว่าที่คิด และการลงมือทำเล็กๆ วันนี้…อาจเปลี่ยนอนาคตของใครบางคนได้ ทั้งหมดนี้ คือ DNA ของพนักงานทุกคนในองค์กรที่พร้อมดูแลและเคียงข้างชุมชน ร่วมสร้างสังคมที่ยั่งยืน

🎥 ดูให้จบ…แล้วแชร์ต่อ “ถ้าคุณเชื่อในพลังของการให้” 👉🏻 https://youtube.com/shorts/1B_yAwba6A4?feature=share

AIS Serenade พาลูกค้าเปิดประสบการณ์พิเศษ สุดเอ็กซ์คลูซีฟ สัมผัสสมาร์ทโฟน สุดล้ำก่อนใคร  กับ HUAWEI Mate XT | ULTIMATE DESIGN ในงาน AIS Serenade Night, the Art of Ultimate Design

0

AIS Serenade ยืนหนึ่งความเป็นที่สุดแห่งโปรแกรมการดูแลลูกค้า ด้วยประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ทั้งงานบริการและสิทธิพิเศษแบบเหนือระดับ พร้อมเติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้าคนสำคัญ ล่าสุด จับมือ Huawei จัดกิจกรรมเพื่อลูกค้าเซเรเนดคนสำคัญ “AIS Serenade Night, the Art of Ultimate Design” ดินเนอร์มื้อพิเศษ พร้อมมอบประสบการณ์สุดล้ำระดับโลกให้ได้สัมผัสเทคโนโลยีสมาร์ทโฟนแห่งอนาคต HUAWEI Mate XT | ULTIMATE DESIGN ที่เข้ามาพลิกโฉมวงการสมาร์ทโฟนด้วยหน้าจอพับแบบสามทบเป็นกลุ่มแรกก่อนใคร เตรียมเปิดบริการ AIS AI Calling ฟีเจอร์แปลภาษาแบบเรียลไทม์ระหว่างการโทร ใช้งานได้ทั่วโลกโดยไม่ต้องดาวน์โหลดแอป ช่วยให้การสื่อสารสะดวกในทุกสถานการณ์ ในเร็วๆ นี้

ภายในงานดังกล่าว ลูกค้าคนพิเศษได้สัมผัสกับเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าเหนือกว่ากับ HUAWEI Mate XT | ULTIMATE DESIGN ที่สุดแห่งความสมบูรณ์แบบของสมาร์ทโฟนแฟลกชิปที่มาพร้อมกับนวัตกรรมสุดล้ำของจอ 3 พับที่ใหญ่ที่สุดและบางที่สุดในโลก เพียง 3.66 มม. แต่ยังคงความแข็งแกร่งและดีไซน์พรีเมียมสุดหรูหรา พลิกโฉมวงการสมาร์ทโฟนแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน สร้างมาตรฐานใหม่ในการใช้งานที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายและทันสมัย พร้อมให้บริการอย่างเต็มประสิทธิภาพบนเครือข่าย AIS ที่มีคุณภาพ ครอบคลุมทุกพื้นที่ และรองรับทุกสถานการณ์  

สำหรับผู้ที่สนใจเป็นเจ้าของ HUAWEI Mate XT | ULTIMATE DESIGN สามารถจองเป็นเจ้าของกับ AIS ได้แล้ววันนี้ พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ! รับส่วนลดสูงสุด 14,000 บาท นอกจากนี้ยังสามารถใช้ AIS Points แลกรับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 5,000 บาท พร้อมรับการดูแลระดับพรีเมียมแบบเอ็กซ์คลูซีฟ อาทิ การรับประกันหน้าจอ 1 ปี (จำนวน 1 ครั้ง) โดย HUAWEI Care, บริการรับ-ส่งเครื่องซ่อมถึงหน้าบ้าน และบริการด้านการบำรุงรักษารวมถึงบริการเฉพาะบุคคล ได้ที่ AIS Shop หรือทาง AIS Online Store คลิก https://m.ais.co.th/PYHrOz6uo  พิเศษสำหรับลูกค้า AIS Serenade รับส่วนลด 50% พร้อมเปิดเบอร์ VIP (เบอร์โฟร์) แบบ Exclusive พร้อมแพ็กเกจเหลือเพียง 1,499 บาท จากราคาเต็ม 2,999 บาท ที่ AIS Shop และ Serenade club ทุกสาขา ได้ตั้งแต่วันนี้ – 10 เมษายน 2568  

ซีพีเอฟ พาขึ้นเหนือ บ้านขุนช่างเคี่ยน เชียงใหม่ “เที่ยวดอยทั้งที ทำดีสร้างแนวป้องกันไฟป่าได้ด้วย”

0

ขุนช่างเคี่ยน จ.เชียงใหม่ วันนี้กลายเป็นหนึ่งในหมุดหมายของนักท่องเที่ยว ที่มาเยือนอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย เพื่อสัมผัสวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ม้ง และหมู่บ้านแห่งนี้ยังเป็นแหล่งชมดอกพระยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมืองไทย ในช่วงฤดูหนาวของทุกปี

แต่ในฤดูร้อนแล้งเช่นนี้โอกาสเกิดไฟไหม้ในป่าเต็งรังพื้นที่ขุนช่างเคี่ยน ก็เป็นอีกความกังวลหนึ่งของเจ้าหน้าที่อุทยานดอยสุเทพ-ปุย การสร้างแนวกันไฟ เพื่อปกป้องไฟป่า และยังช่วยลดปัญหาฝุ่น PM2.5 กลายเป็นกิจกรรมสำคัญที่เจ้าหน้าที่อุทยานฯ จัดร่วมกับชุมชนชาวม้งมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปีนี้ได้ซีพีเอฟมาเป็นกองหนุนรวมพลังทำแนวกันไฟ

เพราะ “ชมรมซีพีเอฟท่องเที่ยวจิตอาสา” วันนี้ไม่ได้แค่มาท่องเที่ยว แต่ยังชวนกันมาทำดีกับกิจกรรม “เที่ยวดอยทั้งที ทำดีสร้างแนวป้องกันไฟป่าได้ด้วย” ก่อนเริ่มภารกิจ นายภัทรกุล ธาเรือน หัวหน้าทีมประชาสัมพันธ์ชุดปฏิบัติการสถานีควบคุมไฟป่าภูพิงค์ นำทีมวิทยากรให้ความรู้วิธีการทำแนวป้องกันไฟป่า และการใช้เครื่องมือ อุปกรณ์ ที่ถูกต้อง จากนั้นทั้งหมดมุ่งหน้าสู่ป่าสน บ้านขุนช่างเคี่ยน บนดอยสุเทพ-ปุย เพื่อทำแนวกันไฟร่วมกันผู้ร่วมกิจกรรมในวันนี้รวมแล้วกว่า 150 คน มาจากหลายหน่วยงาน ทั้งเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ทีมงานจากสถานีควบคุมไฟป่าภูพิงค์ ชาวชุมชนม้ง บ้านขุนช่างเคี่ยน รวมทั้งจิตอาสาซีพีเอฟ จากธุรกิจสุกร ธุรกิจอาหารสัตว์บก ธุรกิจไก่ไข่ ธุรกิจไก่เนื้อ ธุรกิจห้าดาว และทีมงาน AXONS โดยเจ้าหน้าที่อุทยานฯ จัดแบ่งทีมเป็น 2 กลุ่ม เพื่อแบ่งโซนทำแนวป้องกันไฟป่า เป็นระยะทาง 1,000 เมตร

สมาชิกชมรมฯ บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นประสบการณ์การทำแนวกันไฟเป็นครั้งแรก โดยเฉพาะได้เห็นการทำงานที่ทุ่มเทของเจ้าหน้าที่และชุมชนยิ่งรู้สึกประทับใจ แม้จะเหนื่อยบ้างเพราะทุกคนทุ่มสุดตัว แต่วันนี้อากาศบนดอยเย็นสบาย บรรยากาศการทำงานเต็มไปด้วยรอยยิ้มและการช่วยเหลือกัน พอได้เห็นแนวกันไฟปรากฎเป็นรูปเป็นร่างจากฝีมือของทุกๆคน ยิ่งชื่นใจหายเหนื่อย

หลังภารกิจเสร็จสิ้น ตัวแทนสมาชิกชมรมฯ ได้มอบไข่ไก่ แทนคำขอบคุณชุมชนชาวม้ง บ้านขุนช่างเคี่ยน พร้อมกับนำเงินที่สมาชิกชมรมฯ ได้ร่วมสมทบในการจัดซื้ออุปกรณ์การทำแนวป้องกันไฟและดับไฟป่า อาทิ เครื่องเป่าลม คราดสปริง ไม้กวาด พร้อมมอบผลิตภัณฑ์อาหารซีพี ทั้งไข่ไก่ ข้าวตราฉัตร และน้ำดื่ม สนับสนุนการทำงานเป็นกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครชุมชน โดย นายฤทธิชัย ภูมิอมร ผู้อำนวยการอาวุโส ธุรกิจผลิตและขายอาหารสัตว์บกภาคเหนือ เป็นผู้แทนส่งมอบให้กับ หัวหน้าธงชัย นาราษฎร์ หัวหน้าอุทยานดอยสุเทพ-ปุยทีเด็ดกับมื้อเที่ยงหลังเสร็จภารกิจ ทุกคนได้อิ่มอร่อยกับเมนูจากชาวชุมชนม้ง ทั้งไก่ต้มสมุนไพรม้ง ทอดไก่ม้ง น้ำพริกหลงดอย และข้าวเหนียวห่อใบข่า ก่อนจะไปท่องเที่ยวบ้านม้งดอยปุย และไปสักการะพระธาตุดอยสุเทพ เป็นการปิดท้ายทริปที่อิ่มบุญ อิ่มใจ และสุขใจที่ได้ทั้งท่องเที่ยวและทำดีไปพร้อมกัน.

CPF มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมอาหารเพื่อผู้บริโภค คว้า 3 รางวัล 2024-2025 Thailand’s Most Admired Company จากนิตยสาร BrandAge

0

จากความมุั่งมั่นพัฒนานวัตกรรมด้านอาหาร เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ภายใต้พันธกิจสร้างความมั่นคงทางอาหาร และการดำเนินธุรกิจด้วยแนวคิด Sustainovation ที่ผสานเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อผลิตอาหารที่ดีต่อกายและใจ สะอาด ปลอดภัย มีคุณค่าทางโภชนาการ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ได้รับ 3 รางวัล จากนิตยสาร BrandAge สื่อชั้นนำด้านการตลาด ได้แก่ ‘2024-2025 Thailand’s Most Admired Company’ บริษัทที่มีความสามารถในการดำเนินธุรกิจและการบริการน่าเชื่อถือสูงสุด กลุ่มธุรกิจอาหาร ขณะเดียวกันอีก 2 รางวัล ภายใต้ ‘แบรนด์ CP’ ได้แก่ ‘2025 Thailand’s Most Admired Brand’ รางวัลความน่าเชื่อถือและไว้วางใจจากผู้บริโภค หมวดสินค้าบริโภค กลุ่มไส้กรอก ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 และรางวัล ‘Market Leader Brand Award’ แบรนด์ที่มีความโดดเด่นมากเป็นพิเศษ จากการดำเนินกิจกรรมทางการตลาดและการส่งเสริมการตลาด ตอกย้ำความอร่อยและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ไส้กรอกที่ครองใจผู้บริโภคมายาวนาน

นางกอบบุญ ศรีชัย ผู้บริหารสูงสุด สายงานกิจการองค์กรและลงทุนสัมพันธ์ ซีพีเอฟ กล่าวว่า ด้วยนโยบายการดำเนินธุรกิจ ภายใต้วิสัยทัศน์ ครัวของโลกที่ยั่งยืน ทำให้ ซีพีเอฟได้รับรางวัล 2024-2025 Thailand’s Most Admired Company โดยนำนวัตกรรมมาพัฒนาอาหารที่ดีต่อกายและดีต่อใจ ตามแนวคิด Sustainovation เพื่อตอบโจทย์ความมั่นคงทางอาหารและการบริโภคอย่างยั่งยืน ทั้งในภาวะปกติและวิกฤติ ผ่านกระบวนการผลิตคุณภาพที่มีมาตรฐานสะอาด ปลอดภัย รสชาติอร่อย ในราคาที่เหมาะสม พร้อมสร้างสุขภาพที่ดีต่อผู้บริโภคควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคมและใส่ใจสิ่งแวดล้อม

ด้านนางสาวอนรรฆวี ชูรัตน์ ผู้บริหารสูงสุด สายงานการตลาดกลาง ซีพีเอฟ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้บริโภคมีความต้องการหลากหลายและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้การพัฒนาผลิตภัณฑ์ไส้กรอกนับเป็นความท้าทาย ทั้งวัตถุดิบและกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี รวมถึงรสชาติแปลกใหม่ จึงสามารถออกแบบให้ผลิตภัณฑ์ตเป็น ‘Brand for Me’ ตอบโจทย์และเข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น พร้อมทั้งเป็นตัวเลือกที่ทุกคนนึกถึง ผ่านกลยุทธ์ 4 ด้านหลัก ได้แก่ 1. ตอกย้ำคุณภาพ : เน้นการผลิตไส้กรอกจากเนื้อเต็มชิ้น พร้อมให้ข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งโปรตีนที่อร่อยและคุ้มค่าแก่ผู้บริโภค 2. พัฒนาสินค้าใหม่ : การนำเสนอรสชาติและรูปแบบความแปลกใหม่ เพิ่มความสนุกในการรับประทาน โดยเฉพาะในกลุ่มที่ใส่ใจสุขภาพ 3. ขยายช่องทางการเข้าถึง : รุกตลาดออนไลน์ พร้อมเสริมกิจกรรมการตลาดที่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายอย่างตรงจุด และ 4. การสร้าง Brand Love : ร่วมงานกับพรีเซ็นเตอร์และอินฟลูเอนเซอร์ รวมถึงการสร้างคอนเทนต์ที่ง่ายต่อการเข้าถึง เพื่อเชื่อมต่อกับผู้บริโภครุ่นใหม่

ซีพีเอฟ มุ่งมั่นสร้างประสบการณ์ที่ดีแก่ผู้บริโภค โดยพัฒนาผลิตภัณฑ์แบรนด์ CP ให้เป็น ‘ไส้กรอกที่ทุกคนรัก และนึกถึง’ ในทุกสถานการณ์ ซึ่งเน้นการนำเสนอสิ่งใหม่ๆ ที่ครอบคลุมความต้องการอย่างแท้จริง .