Home Blog Page 78

กรมพัฒนาธุรกิจฯ เปิดตัว ระบบเช็ค ‘ที่ตั้งสำนักงานนิติบุคคล’ ชวนปชช.ร่วมปราบบริษัทผี ขโมยที่อยู่ไปหลอกตั้งธุรกิจ

0

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ฯ เปิดระบบตรวจสอบที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่ของนิติบุคคล คลายข้อกังวลของประชาชนกรณีสงสัยว่าถูกมิจฉาชีพนำที่อยู่ไปแอบจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลหรือไม่ พร้อมขอความร่วมมือให้ประชาชนเข้ามาช่วยตรวจสอบ หากพบว่าที่อยู่ถูกนำไปใช้โดยไม่ได้รับทราบหรือยินยอมมาก่อน สามารถส่งเรื่องให้กรมฯ หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรวจสอบได้เพื่อป้องปรามการกระทำของมิจฉาชีพที่ทำลายความน่าเชื่อถือของนิติบุคคล และสร้างความเสียหายต่อเงินทองและทรัพย์สินของประชาชน

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากกรณีที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้รับการร้องเรียนจากประชาชนและประเด็นมิจฉาชีพหลอกลวงเงินผู้เสียหายให้โอนไปยังบัญชีธนาคารชื่อนิติบุคคลแห่งหนึ่งตามที่ปรากฎตามในหน้าข่าวสื่อมวลชนช่วงที่ผ่านมา และตรวจสอบพบว่านิติบุคลรายนั้นไม่มีที่ตั้งตรงกับที่แจ้งไว้ตอนจดทะเบียนกับกรมฯ รวมถึงเจ้าของที่อยู่นั้นไม่ได้ยินยอมให้ใช้สถานที่ตั้งเป็นสถานประกอบการแต่อย่างใด จึงเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ทำลายความเชื่อมั่นของนิติบุคคลและระบบเศรษฐกิจของไทยอย่างมาก

อธิบดีอรมน กล่าวต่อว่า “กรมฯ ไม่นิ่งนอนใจและได้เร่งดำเนินมาตรการทุกด้านเพื่อป้อมปรามการกระทำของมิจฉาชีพดังกล่าว ล่าสุดได้เปิดให้บริการ ‘ระบบตรวจสอบที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่ของนิติบุคคล’ ซึ่งระบบนี้ประชาชนทุกท่านสามารถเข้ามาใช้งานเพื่อตรวจเช็คที่อยู่ของตนเองว่าถูกมิจฉาชีพนำไปจัดตั้งนิติบุคคลโดยไม่ได้ยินยอมหรือไม่ โดยวิธีการใช้งานมีดังนี้ เข้าไปที่เว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า www.dbd.go.th >> Hot Service >> ตรวจสอบที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่ของนิติบุคคล >> กรอกข้อมูลที่อยู่ให้ครบถ้วนและกดค้นหาข้อมูล หากที่อยู่ที่กรอกไปนั้นได้ใช้จดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคล ระบบจะแสดงข้อมูลรายละเอียดเบื้องต้นของนิติบุคคล ได้แก่ เลขทะเบียนนิติบุคคล ชื่อนิติบุคคล และที่ตั้งสำนักงาน

หากประชาชนพบว่าที่อยู่ของตนเองถูกนำไปใช้จัดตั้งนิติบุคคลโดยไม่ได้รับทราบมาก่อนหรือไม่ยินยอม สามารถส่งหนังสือเพื่อขอให้ตรวจสอบที่ตั้งสำนักงานใหญ่แห่งนั้นได้ โดยผู้ที่ขอตรวจสอบจะต้องเป็นเจ้าบ้าน หรือเจ้าของกรรมสิทธิ์ หรือเจ้าของสถานที่ พร้อมแนบเอกสารดังนี้1) สำเนาทะเบียนบ้าน (เจ้าบ้าน) /สำเนาโฉนดที่ดิน (เจ้าของกรรมสิทธิ์) 2) สำเนาบัตรประชาชน 3) สัญญาเช่า และหนังสือยกเลิกสัญญาเช่า (ถ้ามี) 4) แผนที่สถานที่ตั้ง 5) ผู้ประสานงาน/เบอร์โทรศัพท์/ที่อยู่ในการติดต่อ และ 6) ข้อมูลอื่นๆ (ถ้ามี) ทั้งนี้ หากที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่ของนิติบุคคลที่ร้องขอให้ตรวจสอบอยู่พื้นที่กรุงเทพมหานครให้ส่งหนังสือและเอกสารมาถึงผู้อำนวยการกองธรรมาภิบาลธุรกิจ ที่อยู่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า 563 ถนนนนทบุรี ตำบลบางกระสอ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000 และกรณีที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่อยู่ส่วนภูมิภาคหรือต่างจังหวัดให้ยื่นต่อสำนักงานพาณิชย์จังหวัดที่นิติบุคคลนั้นตั้งอยู่ หรือส่ง e-Mail มาที่ [email protected]

สำหรับนิติบุคคลที่กรมฯ ตรวจสอบแล้วพบว่า ไม่มีที่ตั้งตามที่จดทะเบียนอยู่จริง กรมฯ จะดำเนินการหมายเหตุไว้ในระบบจดทะเบียนว่านิติบุคคลดังกล่าวว่า ‘ไม่มีที่ตั้งตามที่จดทะเบียนไว้’ และส่งเรื่องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีฐานแจ้งข้อความเท็จ พร้อมหมายเหตุบนหน้าหนังสือรับรอง และระบบ DBD Datawarehouse+ เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบด้วย

ระบบตรวจสอบที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่ของนิติบุคคลเป็นเพียงหนึ่งในมาตรการเร่งด่วนที่จะช่วยแก้ไขปัญหานิติบุคคลบัญชีม้าและนอมินี ซึ่งขณะนี้กรมฯ อยู่ระหว่างการทำประชาพิจารณ์เปิดรับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาสังคม เรื่อง การเรียกเอกสารยินยอมให้ใช้สถานที่เป็นที่ตั้งสำนักงานนิติบุคคล เพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสีย แสดงความเห็นผลดี-ผลกระทบที่จะเกิดขึ้น และจะนำมาปรับขั้นตอนการให้บริการจดทะเบียนนิติบุคคลได้อย่างรัดกุมต่อไป คาดว่าจะผลได้รับทราบประชาพิจารณ์ประมาณกลางเดือนมีนาคม 2568 นี้” อธิบดีอรมน กล่าวทิ้งท้าย

ก.พาณิชย์ฯ เผยตัวเลขปราบนอมินี 820 ราย ออกม.ป้องกัน ใช้ระบบติดตามธุรกิจ-ตรวจสอบที่อยู่ ตัดวงจรสวมรอยจดทะเบียนนิติบุคคล

0

เผยตัวเลขการปราบปรามผู้กระทำผิดในรูปแบบนอมีนี รวม 820 ราย มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 12,495 ล้านบาท เร่งพัฒนาระบบ IBAS ที่ใช้ตรวจสอบความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติของธุรกิจ และเปิดระบบการตรวจสอบที่อยู่เพื่อป้องกันการใช้ที่อยู่ประชาชนมาสวมรอยในการจดทะเบียนนิติบุคคล พร้อมชงเพิ่มฐานความผิดนอมินีในกฎหมาย ป.ป.ง. เตรียมจัดชุดสายตรวจปูพรมลงพื้นที่ตรวจสอบธุรกิจนอมินีและสินค้าที่ไม่มีคุณภาพ 

นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการป้องกันและป้องปรามธุรกิจอำพรางของคนต่างด้าว (Nominee) ครั้งที่ 3 ว่า เพื่อติดตามความคืบหน้าผลการดำเนินงานภายใต้ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เนื่องจากรัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาธุรกิจอำพรางของคนต่างด้าวอย่างจริงจัง เพราะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ นอกจากนี้ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการปราบปรามอย่างเด็ดขาด ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงพาณิชย์ได้ร่วมกับหน่วยงาน เช่น กรมสอบสวนคดีพิเศษ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน กรมการจัดหางาน กรมการท่องเที่ยว กรมที่ดิน และกรมสรรพากร จับกุมและดำเนินคดีกับนอมินีที่ทำธุรกิจผิดกฎหมาย รวมทั้งสิ้น 820 ราย มีมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 12,495 ล้านบาท (ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2567 – 31 มกราคม 2568) 

image

แบ่งเป็น 4 ประเภทธุรกิจ 1.ธุรกิจท่องเที่ยวและเกี่ยวเนื่อง จำนวน 104 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 596 ล้านบาท  2.ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และเกี่ยวเนื่อง จำนวน 228 ราย มูลค่าความเสียหาย 8,890 ล้านบาท 3. ธุรกิจขนส่งทางบก จำนวน 11 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 32 ล้านบาท และ 4.ธุรกิจอื่นๆ จำนวน 477 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 2,976 ล้านบาท 
 
นายนภินทร กล่าวว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้ายังได้พัฒนาระบบติดตามตรวจสอบธุรกิจที่มีความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติของธุรกิจ ได้แก่ ระบบวิเคราะห์พฤติกรรมนิติบุคคล Intelligence Business Analytic System (IBAS) ซึ่งขณะนี้ กรมฯ ได้เร่งพัฒนาและจะแล้วเสร็จใช้งานได้ในไม่ช้า พร้อมกันนี้ สำนักงาน ปปง. จะเร่งปรับปรุงกฎหมายกำหนดให้ความผิดนอมินีเป็นมูลฐานความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน อีกด้วย
         
ที่ประชุมยังได้เตรียมจัดตั้ง ‘คณะทำงานปราบปรามสินค้าและธุรกิจต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมาย’ ขึ้น เพื่อลงพื้นที่ตรวจสอบธุรกิจนอมินีและสินค้าที่ไม่มีคุณภาพร่วมกัน และเตรียมตั้งคณะทำงานชุดเฉพาะกิจเพื่อร่วมกันสืบสวน สอบสวน จับกุม และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดในพื้นที่ทั่วประเทศร่วมกันต่อไป  

กระทรวงพาณิชย์ขอฝากประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนช่วยกันตรวจสอบที่อยู่ของท่าน โดยปัจจุบันท่านสามารถนำที่อยู่ของตนเองไปตรวจสอบการสวมรอยแอบอ้างไปจดทะเบียนนิติบุคคลเพื่อไปกระทำความผิด โดยตรวจสอบได้ทาง Website กรมพัฒนาธุรกิจการค้า หากพบความผิดปกติ ขอให้ท่านแจ้งไปยังสายด่วน 1570 
ซึ่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะได้เร่งดำเนินการต่อไปเพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นได้” นายนภินทร กล่าวทิ้งท้าย

ห้าดาว เปิดตัว ‘หนังไก่กร๊อบบบ’ 2 รสชาติใหม่ เคี้ยวเพลิน อร่อยเกินต้าน

0

กรอบซี้ด สะเทือนโลกต้องลอง มาถึงแล้ว.. ห้าดาว (FIVE STAR) เขย่าวงการของทานเล่นด้วยการเปิดตัวเมนู ‘หนังไก่กร๊อบบบ’ 2 สูตร ได้แก่ ‘หนังไก่กร๊อบ รสต้นตำรับ’ และ ‘หนังไก่กร๊อบบบ รสรสเผ็ด’ คิดค้นและพัฒนาสูตรอย่างลงตัว ด้วยความกรอบแบบพรีเมียมจากหนังไก่คุณภาพ ทอดในน้ำมันคุณภาพดีกับอุณหภูมิอย่างเหมาะสม เพื่อให้หนังไก่กรอบนานและไม่อมน้ำมัน คงคุณค่าทางโภชนาการ เลือกรับประทานรสไหนก็อร่อยเพลินจนวางไม่ลง พร้อมแชร์ต่อให้เพื่อนๆ ได้ร่วมความสนุกทุกที่ทุกเวลา

เริ่มที่ ‘หนังไก่กร๊อบบบ รสต้นตำรับ’ ที่จะนำพาทุกคนย้อนกลับสู่วัยเด็กด้วยหนังไก่ทอดบางกรอบที่กล่อมกล่อมแบบคลาสสิก แค่เคี้ยวก็สัมผัสถึงความสนุก ถัดมาที่สูตรเผ็ดแบบต๊าชชช จาก ‘หนังไก่กร๊อบบบ รสเผ็ด’ ที่ผสมผสานเครื่องปรุงแซ่บซี๊ดถึงใจ ปลุกความท้าทายในตัวคุณ

หนังไก่กร๊อบบบจากห้าดาว พร้อมวางจำหน่ายทุกสาขา ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป มาร่วมสร้างประสบการณ์ใหม่กับความอร่อยที่ไม่เหมือนใคร ที่จะทำให้ทุกมื้อของคุณกลายเป็นช่วงเวลาแห่งความฟิน! .

ตามรอยเซียน โดย เจี๊ยบ บางกรวย “สมเด็จบางขุนพรหมพิมพ์์ใหญ่ ”

0

วันอังคารที่ผ่านมาเจอเฮียเชียร เจ้าของร้านบะหมี่รุ่งเรือง ร้านดังตลาดนางเลิ้ง เจอที่ไร ถามทุกทีพระสมเด็จเฮียแท้มั้ย พระอาจารย์เคยดูบอกแท้แต่ไม่สวย ถามราคาบอกแก3ล้านขึ้น ไม่สวยพระมีเม็ดพระธาตุก้อนใหญ่อยู่ที่ใบหน้าพระ แต่พระอาจารย์บอกนี่คือมาร์คแท้ในพระสมเด็จ”จำไว้เลยนะเธอ”มีแบบนี้แท้เลย

มาดูพระสมเด็จบางขุนพรหมพิมพ์ใหญ่ตื้นของเฮียเชียร องค์นี้เห็นเส้นบังคับพิมพ์ ขวามือเราซ้ายองค์พระ จรดซุ้มด้านล่าง ฝ่าขี้กรุออกขาว จากการแช่ทำน้ำมนต์ เฮียเชียรบอกลุงที่ให้มาใช้ทำน้ำมนต์ แช่หลาย10ปี ปีใหม่ไม่มีอะไรให้ เลยเอาพระสมเด็จมาให้เกิน20ปีมาแล้ว มีพระสมเด็จจะได้ขายของดีๆรวยๆเจริญรุ่งเรือง ตั้งแต่นั้นมาเฮียเชียรก็ขายดีรุ่งเรืองตลอดมา แต่ที่ถามบ่อยเรื่องพระสมเด็จองค์นี้มีคนดูแท้ดูเก๊ บอกเฮียเชียรว่า พระนับคนดูไม่ได้ ต้องดูที่คนนั้นดูพระเป็นมั้ย พระสมเด็จองค์นี้ดูไม่ยาก ถ้าเราเคยเห็นเคยจับสัมผัสพระแท้มา

เนื้อออกขาวอมเหลืองคุณสมยัติ ของพระสมเด็จบางขุนพรหม ปูนย์เปลือกหอยเยอะ มวลสารน้อยเพราะรีบสร้างปัจจุกรุ 84,000องค์ คราบกรุด้านหน้า ติดกับเนื้อเป็นชิ้นเดียวกัน มีคราบกรุน้ำขึ้นใหม่ เป็นคุณสมบัติของพระสมเด็จ ถูกแช่ทำน้ำมนค์ชื้นเนื้องอกได้ไม่ละลายน้ำ มีแต่เนื้องอกขึ้น ข้างตอกตัด ด้านหลังมีรอยปูนเดือดเป็นธรรมชาติ ของพระบรรจุลงกรุ
พระสมเด็จวัดบางขุนพรหมตอนบรรจุลงกรุ เนื้อยังไม่แห้งดี เมื่ออยู่ในกรุเกิดความร้อนชื้น ทำให้ปูนเดือดหรือที่เรียกฟองเต้าหู้ เป็นธรรมชาติถ้าเจอดีกว่าไม่มี ยืนยันความแท้ เราดูจากคราบกรุพระสมเด็จบางขุนพรหม ถ้าเราขูดขี้กรุออก เนื้อจะหลุดติดมาด้วย เนื้อพระเป็นเนื้อเดียวกัน ของเก๊ ลอกขี้กรุออกเนื้อพระก็ยังเหมือนเดิม ขี้กรุไม่กินเข้าไปในเนื้อพระ พระอาจารย์สอนมา จำไว้นะเธอ
พระสมเด็จบางขุนพรหมพิมพ์ใหญ่ตื้นองค์นี้ แท้นะเฮีย เซียนเจี๊ยบบางกรวยบอกมานะ

*เจี๊ยบบางกรวยเดินตามรอยพระอาจารย์ 087 0030897*

ตามรอยเซียน โดย เจี๊ยบ บางกรวย “รอยม้วนในเส้นหวายฝ่าซีกของพระสมเด็จ วัดระฆัง ”

0

เพิ่งเจอพระอาจารย์ตัวเป็นๆหลังปีใหม่ นัดเจอที่ตลาดอตก.หลังพระอาจารย์เปลี่ยพระกับ2หนุ่มสาวสุพรรณ ได้กินก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟเจ๊ตาหวาน อร่อยเหมือนเดิม กินเสร็จกลับเข้าโรงพิมพ์ เซียนเจี๊ยบงัดของชอบพระอาจารย์ พระสมเด็จ1กล่องใหญ่ให้ชม เลือกได้10องค์ ได้ทุนคืนก่อนพระอาจารย์บอกเคล็ดลับ พระสมเด็จวัดระฆัง ดูพิมพ์เนื้อมวลสาร เก่าเป็นธรรมชาติ ก้อนดำ เม็ดแดง ก้านธูป บ่อน้ำตา รอยปูไต่ ฝ้าแดง รักดำใต้เนื้อพระที่มีเศษทองติดอยู่ เส้นซุ้มหวายฝ่าซีกในพระสมเด็จวัดระฆัง ถ้าม้วนพับเข้าใน เจอแท้เลยนะเธอจำไว้นะ

มาดูพระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่องค์นี้ ย่อมหน่อยตัดได้ส่วน ผิวแห้งเห็นรักดำเป็นชิ้นเล็กๆในซอกแขน มีฝ้ารักในเนื้อออกดำ “เส้นหวายผ่าซีกที่ม้วนเข้าส่วนโคล้งเหนือพระเกศซ้ายขวาแบบนี้ที่พระอาจารย์บอกถ้าเจอแท้เลย” จำไว้นะเธอ หลังเป็นคลื่นแบบนี้เรียกหลังสังขยา มีฝ้าสีน้ำตาลเข้มกลางหลัง ผิวสีไม่เหมือนกันมีด่างดวงเหลืองดำ มีเนื้อเกินก้อนนึงด้านบน ข้างตอกตัด แบบนี้แท้ตาเปล่า เหมือนเปิดถ้วยไฮโลแทง ฟอร์มเต็ม200เปอร์เซ็นต์

เดินเจอแบบนี้อย่าปล่อยให้หลุดมือพระสมเด็จมาโปรดพลิกชีวิตได้นะจ๊ะ เซียนเจี๊ยบบางกรวยบอกมา

ผลประกอบการ AIS ปี 67 กำไรพุ่ง 3.5 หมื่นล. เตรียมทุ่มงบลงทุนปีนี้ 2.7 หมื่นล.

0

AIS ประกาศผลประกอบการปี 2567 ตอกย้ำความเป็นผู้นำอุตสาหกรรมโทรคมนาคมในทุกมิติ ผ่านกลุ่มธุรกิจหลัก ทั้งโทรศัพท์เคลื่อนที่, อินเทอร์เน็ตบ้าน และธุรกิจบริการลูกค้าองค์กร ที่มุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลของประเทศให้มีความแข็งแรง สามารถเชื่อมต่อและตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้าทุกกลุ่ม ตามวิสัยทัศน์การเป็นองค์กรเทคโนโลยีโทรคมนาคมอัจฉริยะหรือ Cognitive Tech-Co 

นายมนตรี คงเครือพันธุ์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงิน AIS กล่าวว่า “ปี 2567 ที่ผ่านมา นับเป็นอีกความท้าทายในการดำเนินธุรกิจทั้งสภาวะความผันผวนของเศรษฐกิจโลก สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ และอัตราดอกเบี้ย ในขณะที่เศรษฐกิจภายในประเทศยังต้องเผชิญกับหนี้ครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูงส่งผลให้ภาพรวมก็ยังไม่ได้เติบโตเท่าที่ควร แน่นอนว่า AIS พยายามปรับตัวเพื่อสู้กับความท้าทายที่เกิดขึ้น โดยมุ่งส่งประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า ประกอบกับดำเนินธุรกิจด้วยความรอบคอบ ทำให้ในปี 2567 ที่ผ่านมาบริษัทฯ สามารถรักษาการเติบโตของผลประกอบการได้ตามเป้าหมาย โดยทำรายได้รวม 213,570 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 35,075 ล้านบาท พร้อมเตรียมงบลงทุนในปี 2568 ไว้ที่ 26,000 – 27,000 ล้านบาท เพื่อยกระดับขีดความสามารถของ Digital Infrastructure ของประเทศไทยไปอีกขั้น ทั้งโครงข่ายมือถือและเน็ตบ้าน ยกระดับการใช้ชีวิตคนไทยให้มีคุณภาพอย่างทั่วถึง เท่าเทียม รวมถึงระบบคลาวด์ และดาต้าเซ็นเตอร์ ที่เป็น Backbone สำคัญของภาคธุรกิจในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ”

ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ ให้บริการรวมอยู่ที่ 45.8 ล้านเลขหมาย เพิ่มขึ้น 1.1 ล้านเลขหมายจากปี 2566 จากความต้องการใช้งานที่เพิ่มขึ้น และการนำเสนอบริการดิจิทัลที่หลากหลายจนสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ทุกกลุ่ม ขณะที่ผู้ใช้งาน 5G เพิ่มขึ้นเป็น 12 ล้านเลขหมาย เติบโต 31% จากปีก่อนหน้า ตอกย้ำความมุ่งมั่นตั้งใจในการขยายโครงข่ายอัจฉริยะ AIS 5G ที่วันนี้มีความครอบคลุมแล้วมากกว่า 95% ของพื้นที่ประชากร และยังได้รับการการันตีเป็นโครงข่าย 5G อันดับ 1 ของไทย กวาด 12 รางวัลยอดเยี่ยมจาก Ookla®

ธุรกิจบรอดแบนด์ ผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ภายใต้ AIS 3BB FIBRE3 มีผู้ใช้บริการรวมอยู่ที่ 5 ล้านราย เติบโตขึ้น 243,000 รายจากปีที่ผ่านมา นับเป็นการเติบโตอย่างแข็งแกร่งจากการรับรู้รายได้ของ 3BB ที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งและการมุ่งนำเสนอนวัตกรรมเน็ตบ้าน เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานที่เหนือกว่าสำหรับผู้ใช้งาน อาทิ นวัตกรรมเน็ตบ้าน Home FibreLAN ที่ทำให้ทุกห้องภายในบ้านสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตด้วยความเร็วระดับ 1 Gbps และ AI-powered Smart Router เราเตอร์อัจฉริยะ ที่ตอบโจทย์ทุกฟังก์ชันการใช้งานได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ธุรกิจบริการลูกค้าองค์กร มีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 22% จากปีที่ผ่านมา เป็นผลมาจากความมุ่งมั่นนำนวัตกรรมและโซลูชันมาตอบโจทย์ภาคธุรกิจไทย โดยเฉพาะบริการคลาวด์และโครงข่ายข้อมูล ซึ่งในปีที่ผ่านมา AIS ได้ทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ระดับโลก อาทิ Oracle Cloud ร่วมกันเปิด Hyperscale Cloud บริการคลาวด์ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการในการทำดิจิทัลทรานสฟอร์เมชัน มีความปลอดภัยและการปกป้องข้อมูลเป็นไปตามข้อกำหนดด้านการจัดเก็บข้อมูลของประเทศไทย สอดคล้องกับการเติบโตดิจิทัลของภาคธุรกิจไทย รวมถึงโครงการ GSA Data Center ดาต้าเซ็นเตอร์ระดับโลกที่เชื่อมต่อด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่างครบวงจร เน้นใช้พลังงานสะอาด และมีระบบการเก็บรักษาข้อมูลที่ปลอดภัยสูงสุด

เมืองไทยประกันชีวิต-มูลนิธิเมืองไทยยิ้ม มอบผ้าห่มกันหนาวให้กระทรวงพัฒนาสังคมฯ ช่วยบรรเทาภัยหนาวพี่น้องปชช.

0

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) และ นางพิตราภรณ์ บุณยรัตพันธุ์ รองประธานกรรมการ มูลนิธิเมืองไทยยิ้ม เข้าพบนายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ส่งมอบผ้าห่มกันหนาว ให้แก่ พม. สานต่องาน พม.หนึ่งเดียว เพื่อบรรเทาทุกข์และรับมือภัยหนาวให้แก่ประชาชนในหลายพื้นที่

ตามที่ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) และ มูลนิธิเมืองไทยยิ้ม ได้ติดตามสถานการณ์ภัยหนาวในประเทศไทย ตั้งแต่ปลายปี 2567 พบว่าพี่น้องคนไทยในหลายพื้นที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ดังนั้นเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการบริหารจัดการของทางภาครัฐ ตามแนวนโยบายของ กระทรวง พม. เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชน นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) และ นางพิตราภรณ์ บุณยรัตพันธุ์ รองประธานกรรมการ มูลนิธิเมืองไทยยิ้ม ส่งมอบผ้าห่มกันหนาว จำนวน 300 ผืน มอบให้แก่  นายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  พร้อมด้วยนางจตุพร โรจนพานิช รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  นางสาวแรมรุ้ง  วรวัธ  อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว  นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ  นางสาวสนธยา บุณยภูษิต หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  และคณะผู้บริหารกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ร่วมรับมอบเพื่อบรรเทาทุกข์และรับมือภัยหนาวให้แก่กลุ่มเปราะบางที่มีเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และคนพิการในหลายพื้นที่  กิจกรรมดังกล่าว จัดขึ้น ณ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

โดยผ้าห่มกันหนาวอัปไซคลิง ขานรับนโยบายภาครัฐในการลดปริมาณขยะจากขวดน้ำพลาสติกที่มีปริมาณเพิ่มขึ้นในปัจจุบัน เป็นการผลิตผ้าห่มขึ้นใหม่ที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม  เพราะผ้าห่ม 1 ผืน ผลิตจากขวดพลาสติกที่ใช้แล้วขนาด 1.5 ลิตร  จำนวน 11 ขวด ซึ่งเป็นการให้ความสำคัญกับการนำวัสดุที่ไม่ได้ใช้แล้วกลับมามีคุณค่า ในการใช้งานอีกครั้งอย่างมีคุณภาพมากขึ้น และยังสามารถส่งต่อความอบอุ่นให้กับประชาชนที่ประสบภัยหนาว

เมืองไทยประกันชีวิต จัดสัมมนา Muangthai Wealth Master 2025 หัวข้อ “โอกาสและความเสี่ยง ในยุคของการเปลี่ยนแปลง”

0

บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) จัดงานสัมมนา Muangthai Wealth Master 2025 หัวข้อ “โอกาสและความเสี่ยง ในยุคของการเปลี่ยนแปลง” ในวันอังคาร ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 14.00 – 15.30 น. ในรูปแบบออนไลน์ Live Streaming ผ่านทาง Facebook : Muang Thai Life เพื่ออัปเดตภาวะเศรษฐกิจ มุมมองการลงทุนทั่วโลก พร้อมชี้โอกาสและความเสี่ยงการลงทุนในปี 2025 โดยได้รับเกียรติจากคุณวิน พรหมแพทย์ ประธานกรรมการบริหาร บลจ. กสิกรไทย เป็นแขกรับเชิญพิเศษ ร่วมด้วยคุณอุมาพันธุ์ เจริญยิ่ง รองกรรมการผู้จัดการ และคุณชนกานต์ ตั่งธนาพร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บมจ.เมืองไทยประกันชีวิต

ท่านที่สนใจสามารถลงทะเบียนเพื่อรับลิงก์ในวันงานได้ที่ https://forms.gle/T281M4hBfhQGGMz29 ลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 16 กุมภาพันธ์ 2568 สอบถามเพิ่มเติม โทร 1766 ทุกวัน ตลอด 24 ชม. หรือ [email protected] 

ตามรอยเซียน โดย เจี๊ยบ บางกรวย “นางพญาเนื้อนิ่ม ดีนะจ๊ะ”

0

พระอาจารย์สอนไว้ นางพญาเนื้อนิ่ม ว่านนุ่ม มีนะเธอ เนื้อละเอียดมาก ดูแล้วนุ่มตา นวลใจ มักมีราดำติดในเนื้อ เจอเก็บไว้ให้ดี เคล็ดไม่รับมักเจอราดำในเนื้อพระนางพญาที่โดนไฟไม่มากนัก หรือเรียกพอสุก สีจะออกแดงอ่อนอมเหลืองถ้าเขียวไม่มีรานะเพราะจะเป็นหินแล้วเนื้อแข็งมาก เนื้อพระนางพญามีกรวดทราย หลายสี ขนาดใหญ่เล็กไม่เท่ากัน เจอด้านหลังขึ้นเป็นเม็ดผด คือก้อนกรวดขึ้นไม่เต็มเม็ด จมในเนื้อโผล่มานิดนึง มีลายมือ หลังเหี่ยวย่น ข้างตอกตัด เอามือจับด้านข้าง เว้าตรงกลางเป็นแอ่ง แบบนี้พระอาจารย์ บอกนางพญาวัดนางพญา พิษณุโลก ที่สำคัญ มีเสน่ห์มากและเหนียวสุดๆ มีติดตัวตลอดเลยนะเธอ

มาดูนางพญาเนื้อนิ่ม แก่ว่านนุ่มพิมพ์ใหญ่เข่าตรงองค์นี้ สวยนุ่ม ซึ้งตาซึ้งใจ ส่องแล้วนุ่มตานุ่มใจ สบายตาสบายใจ ตัดได้สัดส่วนพอดี เซียนใหญ่บอกมีจุด3เหลี่ยมลึกลงไปในเนื้อ หรือเรียกตำหนิแม่พิมพ์ บนเส้นสังฆาฏิ ที่ขึ้นไปตรงซอกรักแร้ด้านขวามือองค์พระ มีแบบนี้พระนางพญาพิมใหญ่เข่าตรง จำไว้เป็นจุดจ่ายตังค์ แท้จบเลย ดูหน้าหลังไม่เห็นเม็ดกรวดทรายหลากสี ส่องดูด้านข้างมีสองสามเม็ด ตอกตัดเว้ากลาง เป็นธรรมชาติของพระหลายร้อยปี หลังมีคราบราดำในเนื้อ เนื่องจากโดนไฟไม่เต็มที่ จำไว้นะพระอาจารย์สอนเซียนเจี๊ยบมา เจอแบบองค์นี้กำไว้จ่ายตังค์คล้องคอสบายใจครับ

“พระเนื้อดินเผามีลายในเนื้อเป็นจุดชี้ขาดพระแท้เชื่อเซียนเจี๊ยบนะ” พระอาจารย์บอกมาจร้าาาา

เจี๊ยบบางกรวยเดินตามรอยพระอาจารย์ 087 0030897

รู้เก็บรู้ออม : อย่าหลงเชื่อ! มิจฉาชีพ

0
ที่มา คอลัมน์ "รู้เก็บรู้ออมรู้ใช้รู้ลงทุน...สู่ความมั่งคั่ง"  หน้าเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หน่วยงานรัฐหลายแห่งได้ออกมาตรการต่างๆ เพื่อจัดการกับปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ไม่ว่าจะเป็น ครม.ผ่านร่าง พ.ร.ก.ไซเบอร์ฯ ที่บังคับให้ธนาคาร บริษัทผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ และแพลตฟอร์มโซเชียล ต้องร่วมรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดกับประชาชนที่โดนหลอก

กระทรวงดิจิทัลฯกำหนดให้ชื่อผู้จดทะเบียนซิมโทรศัพท์ต้องตรงกับชื่อของเจ้าของ mobile banking เริ่มดีเดย์ตั้งแต่ 1 ก.พ.68 เพื่อปราบบัญชีม้า ขณะที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ก.พาณิชย์ฯสั่งเพิ่มความเข้มงวดในการรับจดทะเบียนบริษัท เพื่อป้องกันไม่ให้เลขที่บ้านของประชาชนถูกนำไปจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทผี แล้วใช้เป็นบัญชีม้าหลอกลวงประชาชนอีกทอด

ต้องยอมรับว่า ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์เป็นภัยคุกคามและสร้างความเสียหายให้กับประชาชนและเศรษฐกิจของประเทศ รวมถึงภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของประเทศไทยในสายตาชาวโลก หน่วยงานต่างๆตระหนักถึงความร้ายแรงของปัญหานี้ และได้พยายามดำเนินมาตรการหลายด้านเพื่อจัดการกับปัญหามาโดยตลอด รวมทั้งการป้องกันไม่ให้ประชาชนต้องตกเป็นเหยื่อโดนหลอก ไม่ว่าจะเป็นการหลอกลงทุน หลอกให้โอนเงิน ผ่านกลอุบายต่างๆ ที่นับวันจะแนบเนียนมากยิ่งขึ้น เป็นการใช้ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีไปในทางที่ผิด

“ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย” ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว ที่ผ่านมาได้มีความพยายามในการให้ความรู้ และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารไปยังประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง เกี่ยวกับกลโกงต่างๆ และวิธีป้องกันไม่ให้ต้องตกเป็นเหยื่อโดนหลอก

ตลาดหลักทรัพย์ฯเองก็ตกเป็นเป้าหมายของพวกมิจฉาชีพ ถูกแอบอ้างชื่อหน่วยงาน ชื่อผู้บริหาร ตลอดจนมีความพยายามใช้โลโก้ ภาพผู้บริหารของตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อนำไปหลอกลวงชักชวนเพื่อให้ประชาชนและนักลงทุนหลงเชื่อ โดนหลอกลงทุน หรือให้ข้อมูลส่วนตัวกับพวกมิจฉาชีพในที่สุด

ตลาดหลักทรัพย์ฯขอเตือนและแนะนำว่า อย่าหลงเชื่อบัญชีไลน์ปลอม เพจปลอม และโซเชียลมีเดียต่างๆ ที่มีการแอบอ้างชื่อ โลโก้ และภาพผู้บริหารตลาดหลักทรัพย์ฯ ตลอดจนบุคคลที่มีชื่อเสียงในตลาดทุน เพื่อชักชวนให้เข้าร่วมลงทุนหรือรับข้อมูลการลงทุน ขอให้สันนิษฐานได้เลยว่า เรากำลังโดนมิจฉาชีพหลอกเข้าให้แล้ว ให้จบการสนทนาไปเลย ไม่ต้องเสียเวลาพูดคุยหรือสื่อสารต่อ

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าตลาดหลักทรัพย์ฯและหน่วยงานอื่นๆจะมีมาตรการด้านต่างๆ ออกมา แต่สำหรับภาคประชาชนเอง ก็จำเป็นต้องมีสติ หมั่นติดตามข่าวสาร เพื่อจะได้รู้ทันกลโกงต่างๆ รวมทั้งตระหนักถึงอันตรายของภัยอาชญากรรมออนไลน์ จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อได้โดยง่าย

ประชาชนและนักลงทุนที่มีข้อสงสัยสามารถสอบถามโดยตรงได้ที่ SET Contact Center 0-2009-9999 หรืออีเมล [email protected]


คุณนายพารวย