Home Blog Page 77

ต้องการเงินก้อน บ้านช่วยได้ ! กับ ‘สินเชื่อ GSB บ้านแลกเงิน’

0

“บ้าน” หรือ ที่อยู่อาศัย เป็น 1 ในปัจจัยสี่ ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของคน  หลายคนนิยามความหมายของบ้าน มากกว่าการเป็นเพียงที่อยู่อาศัยหรือสิ่งปลูกสร้าง แต่ยังเป็นพื้นที่ที่เราอยู่แล้วรู้สึกปลอดภัย มีความสุข และความมั่นคง การมีบ้านจึงเป็นเป้าหมายสำคัญในชีวิตของคนที่ฝันอยากมีบ้านเป็นของตัวเอง

บ้านนอกจากจะแสดงถึงความมั่นคงในชีวิตแล้ว ยังทำหน้าที่เป็นความมั่นคงทางการเงินของเจ้าของบ้านอีกด้วย เพราะถือเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงเป็นอันดับต้น  จึงสามารถใช้เป็นทางออกทางการเงิน ช่วยคลี่คลายปัญหาในยามที่เจ้าของบ้าน หรือสมาชิกในครอบครัวต้องเผชิญกับปัญหาทางการเงินในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน และค่าครองชีพที่สูงขึ้น  ไม่ว่าจะเป็นความต้องการเงินก้อนมาใช้จ่ายอุปโภคบริโภค, เสริมสภาพคล่อง   ถือว่าเป็นการใช้สินทรัพย์ของเราให้เกิดประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่า

ธนาคารออมสิน เข้าใจคนมีบ้านเวลาที่มีปัญหาทางการเงิน ออกโปรโมชัน “สินเชื่อ GSB บ้านแลกเงิน”  เปลี่ยนบ้านเป็นเงินก้อนฉุกเฉิน ช่วยตอบโจทย์สำหรับเจ้าของบ้านที่ปลอดชำระหนี้ที่มีความต้องการใช้เงินในยามจำเป็น

ผู้ที่กำลังมองหาทางออกทางการเงิน ต้องการเงินก้อนเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายอเนกประสงค์ เช่น ซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค ค่าใช้จ่ายการศึกษา ค่ารักษาพยาบาล หรือจะนำไปชำระหนี้บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด สินเชื่อส่วนบุคคล รวมทั้งจะรีไฟแนนซ์สินเชื่อบ้านแลกเงินจากสถาบันอื่น ก็ได้เช่นกัน“สินเชื่อ GSB บ้านแลกเงิน” โดยธนาคารออมสิน เป็นทางออกที่ช่วยแก้ปัญหาได้ เพราะเป็นสินเชื่ออเนกประสงค์ที่ให้บ้านช่วยเรา ด้วยการเปลี่ยน “บ้าน” เป็น “เงินก้อน”  โดยเจ้าของและสมาชิกครอบครัว ยังสามารถใช้ชีวิต ทำกิจวัตรประจำวันอยู่ในบ้านได้ตามปกติ

จุดเด่นของสินเชื่อ GSB บ้านแลกเงิน คือ วงเงินกู้สูงสุดถึง 10 ล้านบาท และผ่อนนานสูงสุด 30 ปีด้วยอัตราดอกเบี้ยคงที่ 6 เดือนแรก เริ่ม 3.590%   นอกจากนี้ สำหรับลูกค้าที่กู้เงินตั้งแต่ 3 ล้านบาทขึ้นไป ธนาคารออมสินจะช่วยสนับสนุนค่าประเมินหลักทรัพย์ สูงสุด 5,000 บาทอีกด้วย

ผู้สนใจสามารถตรวจสอบเงื่อนไขคุณสมบัติผู้กู้ ดังต่อไปนี้ คือ 1. เป็นบุคคลที่มีอาชีพและรายได้แน่นอน, 2. มีอายุครบ 20 ปีขึ้นไป และเมื่อรวมอายุผู้กู้กับระยะเวลาที่ชำระเงินกู้ ต้องไม่เกิน 70 ปี. 3. ผู้มีรายได้ประจำ ต้องมีอายุงานตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป  ส่วนผู้ประกอบอาชีพอิสระหรือเจ้าของกิจการ ต้องมีอายุงานหรือดำเนินกิจการมาแล้ว ตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป, 4. กลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์ ได้แก่ แพทย์ ทันตแพทย์ สัตวแพทย์ เภสัชกร และได้รับใบประกอบโรคศิลปะ ใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม และไม่ถูกเพิกถอนใบประกอบโรคศิลปะ, ใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม  และ  5. เป็นผู้ฝากเงินประเภทเผื่อเรียกของธนาคารออมสิน

เมื่อตรวจสอบคุณสมบัติเรียบร้อย จากนั้นจัดเตรียมเอกสารประกอบการกู้ยืมให้พร้อมและครบถ้วน แล้วยื่นสมัครเพื่อขอสินเชื่อ GSB บ้านแลกเงิน ได้แล้วตั้งแต่วันที่ 16 เม.ย. 68 จนถึง 15 ส.ค. 68  สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครได้ที่ https://to.gsb.or.th/VfCSCQf4  หรือติดต่อที่ธนาคารออมสินได้ทุกสาขา  ทั้งนี้ ผู้กู้ควรให้ความสำคัญกับเรื่องหลักการของการกู้  คือ รู้ก่อนกู้ กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา หรือ GSB Contact Center โทร. 1115 และติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่ www.gsb.or.th และ Facebook: GSB Society

เงื่อนไขอื่น ๆ เป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด

*รู้ก่อนกู้…กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว

สมุทรสงคราม-ซีพีเอฟ คิกออฟ กองทุนปลากะพงขาว ช่วยเกษตรกรกำจัดปลาหมอคางดำในบ่อเลี้ยงหอยแครง

0

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ สนับสนุนประมงสมุทรสงครามคิกออฟโครงการ “กองทุนปลากะพง” เป็นแนวทางช่วยเกษตรกรเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำกำจัดปลาหมอคางดำในบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ด้านประมงสมุทรสงครามย้ำการใช้ประโยชน์จากปลาหมอคางดำช่วยลดจำนวนประชากรปลาหมอคางดำได้ พร้อมเดินหน้าเปิดรับซื้อปลาหมอคางดำเพื่อทำน้ำหมักชีวภาพเพิ่มอีก 5 หมื่นกิโลกรัม

เกษตรกรเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในหมู่ 4 ตำบลยี่สาร อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจกับประมงจังหวัดสมุทรสงคราม และซีพีเอฟ รับมอบลูกพันธุ์ปลากะพงขาว ภายใต้โครงการกองทุนปลากะพง ความร่วมมือระหว่างรัฐ-เอกชน-เกษตรกรในการควบคุมการแพร่ระบาดปลาหมอคางดำ เกษตรกรนำปลากะพงขาวไปเลี้ยงในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำให้ทำหน้าที่เป็นปลานักล่าปลาหมอคางดำในบ่อ ช่วยให้เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงกุ้ง ปู และหอยแครง ในระบบกึ่งธรรมชาติลดค่าใช้จ่ายในการกำจัดปลาหมอคางดำ และเพิ่มผลผลิตอย่างมีเสถียรภาพ เสริมสร้างความมั่นคงในอาชีพ

กิตติพิชญ์ ตุ้มน้อย เกษตรกรเลี้ยงหอยแครง เล่าว่า เกษตรกรเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในพื้นที่สมุทรสงครามได้ปรับตัวเพื่อลดผลกระทบจากปลาหมอคางดำ โดยการอนุบาลเลี้ยงลูกพันธุ์สัตว์น้ำในพื้นที่ล้อมอวนไว้ รอจนหอยแครงโตจึงปล่อยเลี้ยงในบ่อใหญ่ สำหรับการจัดตั้งกองทุนปลากะพงขาวเป็นทางออกที่ดี เพราะเป็นปลานักล่าช่วยควบคุมประชากรปลาหมอคางดำในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำให้ลดลงอย่างเป็นรูปธรรม ช่วยเกษตรกรลดต้นทุนในการซื้อพันธุ์ปลานักล่าคุณภาพดี ที่สำคัญปลากะพงขาวเป็นปลาเศรษฐกิจที่เกษตรกรจับขึ้นมาจำหน่ายได้เมื่อปลาโตเต็มวัยแล้วอีกด้วย

วิรัตน สนิทมัจโร ประมงจังหวัดสมุทรสงคราม กล่าวว่า “กองทุนปลากะพง” เป็นอีกหนึ่งความร่วมมือระหว่าง ซีพีเอฟ กับจังหวัดสมุทรสงคราม โดยซีพีเอฟมอบลูกพันธุ์ปลากะพงขาว ให้ประมงจังหวัดจำนวน 10,000 ตัว เพื่อส่งมอบให้เกษตรกร ซึ่งเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรต่อยอดจากโครงการ “สิบหยิบหนึ่ง” ที่ประมงสมุทรสงครามได้ช่วยเหลือปลากะพงและปลานักล่าแก่เกษตรกรกำจัดปลาหมอคางดำในบ่อ สำหรับความยั่งยืนของกองทุน ประมงจะขอความร่วมมือจากเกษตรกรคืนเป็นรายได้จากการจำหน่ายปลากะพง เพื่อสมทบทุนในการซื้อลูกพันธุ์ปลากะพงสำหรับนำไปแจกจ่ายให้เกษตรกรรายอื่นๆ หรือนำไปปล่อยในแหล่งน้ำธรรมชาติต่อไป

สถานการณ์ปลาหมอคางดำในพื้นที่สมุทรสงคราม มีแนวโน้มที่ดีขึ้น ความหนาแน่นของปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติ อยู่ในระดับต่ำกว่า 10 ตัวต่อ 100 ตารางเมตร เป็นผลจากการบูรณาการความร่วมมือของภาครัฐ เอกชน และชุมชนในการดำเนินงานเชิงรุกอย่างจริงจัง ส่วนของบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำของเกษตรกรจำนวนปลาหมอคางดำลดลงอย่างมากจากมาตรการรับซื้อที่เป็นความร่วมมือกับการยางแห่งประเทศไทย และกรมพัฒนาที่ดิน ขณะเดียวกัน และประมงยังดำเนินโครงการกองทุนปลากะพงควบคู่กับมาตรการอื่นๆ อย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะ กิจกรรมลงแขกลงคลองที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการส่งเสริมให้นำปลาหมอคางดำไปใช้ประโยชน์ ทั้งการนำไปแปรรูปเป็นอาหาร และการทำน้ำหมักชีวภาพ

ซึ่งประมงสมุทรสงครามเตรียมเปิดรับซื้อปลาหมอคางดำจากเกษตรกรและประมงอีก 50,000 กิโลกรัม ส่งต่อให้สำนักพัฒนาที่ดินทำน้ำหมักชีวภาพแจกจ่ายให้เกษตรกรใช้ในการเพาะปลูกต่อไป
นายวิรัตนกล่าวต่อว่า ประมงสมุทรสงครามเชื่อมั่นว่าการรวมพลังทุกภาคส่วน และการส่งเสริมชุมชนนำไปบริโภคและนำไปแปรรูปเป็นสินค้าจะสามารถควบคุมปลาหมอคางดำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศ พร้อมกับช่วยสร้างความยั่งยืนให้แก่เศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของชุมชนควบคู่กัน.

ตามรอยเซียน โดย เจี๊ยบ บางกรวย “พระกริ่งปวเรศองค์พี่ชิต ”

0

เจอพี่สมัยขายของอยู่ตลาด อาศัยไปนอนบ้านให้ติวก่อนสอบเข้ามหาลัย ไม่ได้เจอหลายสิบปี เดี๋ยวนี้เกษียณ ไปปลูกต้นไม้ขายอยู่อุทัยธานี ได้พระจากผู้ใหญ่ อวดให้ดู เซียนเจี๊ยบส่องบอกพระกริ่งปวเรศ เก่าแท้เลยนะพี่ แบบนี้พระอาจารย์สอนมา ขอมาลงให้เพื่อนๆชมหน่อย
องค์ของพี่ชิตที่ให้เพื่อนๆชมวันนี้ เป็นองค์ที่เซียนเจี๊ยบว่าแท้ เก่า ดูง่าย  เจอพระกริ่งเก่า แต่งมือ ราคาไม่แพง ซื้อไว้นะเธอมาลุ้นที่หลัง พระอาจารย์สอนมา มีบัวหลังปวเรศ วัดบวร ตอกโค๊ดเม็ดงา มีแผ่นแปะก้นพระ ไม่มีบัวหลังวัดสุทัศน์ ปิดหลัง 2รูปิดสนิทเรียบร้อยนะเธอ ปิดห่างกัน สมเด็จสังฆราชแพ ถ้าใก้ลกัน เจ้าคุณศรีสนธิ์

ดังเบาๆนะ ถ้าดังแรงกริ่งใหม่ ส่วนกริ่งใหญ่จีน แปะก้น เสียงดังกังวาล

เซียนเจี๊ยบหยิบส่องหลายรอบ พระกริ่งปวเรศองค์นี้ เนื้อออกเหลืองหม่น แดงดำ มีสนิมน้ำเกาะอยู่เข้าเนื้อพระ แสดงว่าเคยใช้แช่ทำน้ำมนต์หลายสิบปี จึงเห็นคราบสนิมน้ำ ด้านหลังแต่งเก่าเป็นธรรมชาติ ตอกโค๊ดเม็ดงา จำให้แม่นต้องแบบนี้ เวลาผ่านมาเป็นร้อยปี คราบสนิมโลหะความเก่า เหยี่วย่น ไม่สดสว่างแม้ถูกสัมผัส   แผ่นแปะก้นสีแดงกลับดำเป็นธรรมชาติของโลหะมีอายุ พระอาจารย์สอน เซียนเจี๊ยบบอกต่อ เจอพระกริ่งเก่าแต่งมือ ไม่แพงซื้อไว้ก่อนนะเธอ ค่อยลุ้นกันทีหลังว่ารุ่นไหนใครสร้าง

เจี๊ยบบางกรวยเดินตามรอยพระอาจารย์ 087 0030897

สรุปภาพรวมภาวะตลาดหลักทรัพย์เดือนมิถุนายน 2568

0

ตลาดหุ้นโลกได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางในระยะสั้น จากราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นอยู่ในช่วง 70-80 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล อีกทั้งผู้ลงทุนเริ่มให้ความสำคัญกับความคืบหน้าของการเจรจาการค้าของสหรัฐฯ หลังประกาศข้อตกลงอย่างไม่เป็นทางการกับเวียดนามซึ่งถือเป็นประเทศแรกใน ASEAN ที่บรรลุข้อตกลงในการลดกำแพงภาษี นอกจากปัจจัยภายนอกในเดือนมิถุนายนแล้ว

ผู้ลงทุนไทยยังกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา อีกทั้งยังมีปัจจัยด้านการเมืองภายในประเทศที่กำลังเข้าสู่ช่วงที่ความไม่แน่นอนสูงหลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้อง สว. ยื่นถอดถอนนายกรัฐมนตรี และมีมติสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว

นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ข้อมูลในอดีตชี้ให้เห็นว่า แม้จะเกิดเหตุการณ์ความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์หรือการประกาศสงคราม ตลาดหุ้นในประเทศพัฒนาแล้ว มักเผชิญกับความผันผวนเพียงระยะสั้น ก่อนจะฟื้นตัวและกลับมาให้ผลตอบแทนใน
ทิศทางบวกได้ภายในเวลาไม่นาน ตลาดหุ้นไทยได้แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งในลักษณะเดียวกันตลอดเดือนที่ผ่านมา ซึ่งนักวิเคราะห์หลายสำนักแนะนำว่าการรักษาวินัยการลงทุนและเดินหน้าตามกลยุทธ์อย่างต่อเนื่อง หรือ “Stay Invest” จึงเป็นแนวทางสำคัญที่ช่วยให้ผู้ลงทุนไม่พลาดโอกาสสำคัญ หากดัชนีตลาดสามารถพลิกกลับขึ้นได้อย่างรวดเร็วและสร้างผลตอบแทนที่น่าพอใจในระยะถัดไป

เนื่องจากเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 ขยายตัวดีกว่าที่ประเมินไว้จากภาคการผลิตและการเร่งส่งออกสินค้า ส่งผลให้การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ขณะที่หลังจากวันสุดท้ายที่มีการเปิดขายกองทุนรวม Thai ESGX มี Fund Flow ของผู้ลงทุนเข้ามาอยู่ในกรอบกว่า 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งถือเป็นปัจจัยที่ช่วยพยุงหุ้นไทยในช่วงความไม่แน่นอนค่อนข้างสูง อีกทั้ง ตลาดหลักทรัพย์ฯ วางแผนสนับสนุนบริษัทจดทะเบียนในหลายมิติผ่านโครงการ “JUMP+” เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นในตลาดทุนไทย

ภาวะตลาดหลักทรัพย์ไทยเดือนมิถุนายน 2568

  • ณ 30 มิถุนายน 2568 SET Index ปิดที่ 1,089.56 จุด ปรับลดลง 5.2% จากเดือนก่อนหน้า ซึ่งเป็นการปรับลดลงมากกว่าตลาดหลักทรัพย์ส่วนใหญ่ในภูมิภาค ส่งผลให้ตั้งแต่ต้นปีจนถึงสิ้นเดือนมิถุนายน 2568 ปรับลดลง 22.2%
  • มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวมของ SET และ mai อยู่ที่ 39,663 ล้านบาท หรือลดลง 10.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2568 มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวมอยู่ที่ 41,856 ล้านบาท ลดลง 7.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
  • เดือนมิถุนายน 2568 มีบริษัทเข้าจดทะเบียนใหม่ซื้อขายใน mai 1 หลักทรัพย์ ได้แก่ บมจ. นูทริชั่น โปรเฟส (NUT)  
  • Forward P/E ของตลาดหลักทรัพย์ไทย ณ สิ้นมิถุนายน 2568 อยู่ที่ระดับ 11.9 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 12.4 เท่า และ Historical P/E อยู่ที่ระดับ 14.4 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 14.3 เท่า
  • อัตราเงินปันผลตอบแทน ณ สิ้นมิถุนายน 2568 อยู่ที่ระดับ 4.51% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ 3.30%

ภาวะตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) เดือนมิถุนายน 2568

  • ณ 30 มิถุนายน 2568 มีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน 442,877 สัญญา เพิ่มขึ้น 24.1% จากเดือนก่อน ที่สำคัญจากการเพิ่มขึ้นของ Single Stock Futures และ SET50 Index Futures  โดยตลอดปี 2568 มีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน 438,459 สัญญา ลดลง 9.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการลดลงของ Single Stock Futures และ Gold Online Futures

นำเข้าหมูสหรัฐ แลกภาษี : หมูไทย “ตาย” ทั้งระบบ

0

สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ  ส่งสัญญาณย้ำรัฐบาลไม่ควรเปิดตลาดนำเข้าเนื้อหมู ชิ้นส่วน และเครื่องในจากสหรัฐอเมริกา ไม่ว่ากรณีใดๆ เพื่อแลกเปลี่ยนกับสิทธิประโยชน์ทางการค้าของสินค้าอุตสาหกรรมไทยส่งออกไปยังสหรัฐฯ ซึ่งจะนำไปสู่ความเสียหายรุนแรงต่อภาคเกษตรกรรมไทยอย่างประเมินค่าไม่ได้ โดยเฉพาะห่วงโซ่การผลิตหมูจะล่มสลาย

นายสิทธิพันธ์ ธนาเกียรติภิญโญ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ กล่าวว่า การเปิดตลาดให้เนื้อหมูราคาถูกจากสหรัฐฯ ซึ่งมีต้นทุนต่ำมาก เข้ามาตีตลาดในประเทศ เท่ากับเป็นการลงดาบฆ่าผู้เลี้ยงสุกรไทยทั้งประเทศกว่าแสนราย ให้หมดอาชีพในชั่วข้ามคืน และไม่เพียงแต่เกษตรกรผู้เลี้ยงหมูเท่านั้นที่ต้องล้มหายตายจาก แต่จะเกิดผลกระทบเป็นลูกโซ่ลุกลามทั้งห่วงโซ่การผลิตในประเทศ ตั้งแต่ผู้ปลูกข้าวโพด ถั่วเหลือง ผู้ผลิตอาหารสัตว์ โรงงานแปรรูป และแรงงานนับล้านชีวิต ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมนี้ จะล่มสลายไปพร้อมกัน

 “การเปิดตลาดให้หมูอเมริกาเข้ามาบุกตลาดไทยเท่ากับรัฐบาลกำลังผลักให้เกษตรกรไทยออกจากระบบ วันนี้รัฐบาลอาจได้สิทธิ์การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น แต่ต้องแลกด้วยการทำลายอุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกรในประเทศที่หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนทั่วประเทศ หากเศรษฐกิจสหรัฐฯ รอด แต่เศรษฐกิจชาวบ้านไทยล่ม เป็นการแลกเปลี่ยนที่ไม่คุ้มค้า ใครจะรับผิดชอบ?” นายสิทธิพันธุ์ กล่าว

นายสิทธิพันธ์ ย้ำว่า สินค้าเกษตรโดยเฉพาะ “เนื้อหมู” ไม่ควรถูกใช้เป็นเครื่องมือแลกเปลี่ยนบนโต๊ะเจรจาผลประโยชน์การค้าระหว่างประเทศ เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีอัตรากำไรต่ำแต่ต้นทุนสูง และยังเกี่ยวพันกับความมั่นคงด้านอาหารของประเทศ เพราะไทยจะไม่สามารถแข่งขันกับประเทศที่ได้รับการอุดหนุนจากภาครัฐอย่างเข้มข้นเช่นสหรัฐฯ ได้อย่างเป็นธรรม

การเปิดตลาดหมู เป็นอีกหนึ่งความเสี่ยงใหญ่ที่ไม่อาจมองข้ามได้ เพราะจะเป็นการเปิดประตูให้โรคระบาดสัตว์และโรคอุบัติใหม่เข้ามาในประเทศ เช่น โรคไข้หวัดหมู ที่ยังไม่เคยพบในประเทศไทย หากปล่อยให้มีการนำเข้าโดยไม่มีมาตรการป้องกันที่รัดกุมพอ จะเป็นการนำเข้าเชื้อโรคร้ายเข้าสู่ระบบปศุสัตว์ไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการผลิตเนื้อสัตว์ของไทยในระยะยาว ที่มีมาตรการป้องกันโรคสัตว์ตามมาตรฐานสากลและได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ ที่ไทยดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ การนำเข้าเนื้อสัตว์จากประเทศที่ยังอนุญาตให้ใช้สารต้องห้ามและยาปฏิชีวนะหลายชนิด ที่ประเทศไทยห้ามใช้ในการลี้ยงสัตว์โดยเด็ดขาด เช่น สารเร่งเนื้อแดง (สารกลุ่ม Beta-agonist) อาทิ  Ractopamine ซึ่งเป็นสารสังเคราะห์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมปศุสัตว์เพื่อเพิ่มปริมาณเนื้อแดงและลดไขมันในสัตว์ ตลอดจนการผสมสารบางอย่างในอาหารสัตว์ (feed additive) ทำให้หมูโตไว (growth promotor) และมีอัตราการเปลี่ยนอาหารเป็นเนื้อสูงขึ้น แม้จะใส่ในปริมาณที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ การบริโภคในปริมาณมากอาจทำให้หัวใจเต้นเร็ว, ความดันสูง, ปวดหัว, มือสั่นได้

สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งประเทศไทย ขอเรียกร้องให้รัฐบาลหยุดแนวคิดการเปิดตลาดเนื้อหมูและสินค้าเกษตรที่เปราะบาง และทบทวนท่าทีในการเจรจาต่อรองกับสหรัฐฯ หันมาเลือกสินค้าอุตสาหกรรมอื่นที่สามารถแข่งขันกับสหรัฐฯ ได้อย่างแท้จริงในการแก้ปัญหาครั้งนี้ เพื่อรักษาเสถียรภาพของเศรษฐกิจฐานราก และความมั่นคงทางอาหารและส่งเสริมอาหารปลอดภัยให้คนไทย

“อย่าปล่อยให้สุกรไทย หมดทางรอดในการค้าโลก และไม่ควรแลกอนาคตผู้เลี้ยงหมูไทยทั้งประเทศ กับผลประโยชน์ไม่กี่รายการในบัญชีส่งออก ที่สำคัญในระยะยาวจะทำให้ไทยสูญเสียความมั่นคงทางอาหาร” นายสิทธิพันธ์ กล่าว.

เมืองไทยประกันชีวิต จัดพิธีมอบรางวัลเกียรติยศ  “Muang Thai Life Assurance Hospital Awards 2024” แก่โรงพยาบาลคู่สัญญา

0

บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) จัดพิธีมอบรางวัลเกียรติยศ “Muang Thai Life Assurance Hospital Awards 2024” อย่างยิ่งใหญ่โดยในพิธีได้รับเกียรติจาก นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ในฐานะประธานกิตติมศักดิ์ เป็นประธาน   ในพิธีขึ้นมอบรางวัลให้แก่โรงพยาบาลคู่สัญญา เพื่อเชิดชูเกียรติและยกย่องในความมีมาตรฐานและความมุ่งมั่นพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานในทุกด้าน นำมาซึ่งการส่งมอบการให้บริการที่เป็นเลิศในทุกมิติและสร้างความ      พึงพอใจแก่ลูกค้าคนสำคัญ โดยมี นายสันติ วิริยะรังสฤษฎ์ ประธานบรรณาธิการ  วารสารการเงินธนาคาร          นางวิลาสินี พุทธิการันต์  คณะกรรมการบริษัท กรรมการบริหาร กรรมการธรรมาภิบาลและยั่งยืน บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) นายณัฐวุฒิ อมรวิวัฒน์ กรรมการบริหาร  บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และประธานกรรมการบริษัท ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป จำกัด นางสาวชินตา ศรีจินตอังกูร Country lead NielsenIQ Thailand บริษัท นีลเส็นไอคิว (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วยนายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ ดร.สุธี โมกขะเวส กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เข้าร่วมในพิธี โดยงานจัดขึ้น ณ โรงแรมสยาม เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ

นายสาระ ล่ำซำ  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)  กล่าวว่า การจัดงานมอบรางวัลเกียรติยศ “Muang Thai Life Assurance Hospital Awards 2024” จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือและความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างบริษัทฯ กับโรงพยาบาลคู่สัญญาทั่วประเทศ  และร่วมกันยกระดับการให้บริการด้านการประกันชีวิตและการประกันสุขภาพ ทั้งในด้านการริเริ่มคิดค้นนวัตกรรมใหม่ที่พร้อมรองรับและตอบโจทย์ความต้องการของผู้เอาประกันภัยได้มากขึ้น เป็นการเพิ่มขีดความสามารถและเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการที่ตอบโจทย์ความต้องการและยกระดับความพึงพอใจของลูกค้าได้เป็นอย่างดี  ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายหลักของบริษัท ฯ ที่มุ่งมั่นสร้างความสุขและรอยยิ้มที่ยั่งยืนให้กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย ที่ต้องการขับเคลื่อนองค์กรด้วยการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกมิติ 

ทั้งนี้ คณะกรรมการได้พิจารณาคัดเลือกและให้คะแนนผลการปฎิบัติงานของโรงพยาบาลคู่สัญญา ตามเกณฑ์การตัดสินในแต่ละด้าน ที่มีการให้บริการที่เป็นเลิศและเป็นที่ยอมรับในระดับการให้บริการภายใต้มาตรฐานโครงการ “Muang Thai Life Assurance Hospital Awards”  รวมทั้งสิ้น 6 ประเภทรางวัล จำนวน 31 รางวัล ได้แก่

1.รางวัลเกียรติยศสูงสุด “The Pink Gold of Muang Thai Life Assurance Hospital Awards 2024” มาจากคณะกรรมการและผลสำรวจความพึงพอใจที่มีต่อบริการในทุกด้านโดยมีคะแนนรวมสูงสุดของรางวัลในแต่ละด้าน

2.รางวัลด้านความรวดเร็ว มีคุณภาพและเข้าใจความต้องการของลูกค้า “Customer Centric Award” มอบให้แก่โรงพยาบาลที่มีวิสัยทัศน์ มุ่งเน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า

3.รางวัลด้านบริหารจัดการทางการแพทย์ “Commitment to Success Award” มอบให้แก่โรงพยาบาลที่มุ่งมั่นในการให้บริการและการบริหารทรัพยากรทางการแพทย์ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ลูกค้า

4.รางวัลด้านริเริ่ม เปิดรับ ตอบรับนวัตกรรมใหม่ “Creativity and Innovation Award” มอบให้แก่โรงพยาบาลที่มีกระบวนการการคิดสร้างสรรค์อย่างต่อเนื่อง แนวทางใหม่ ๆ ในแบบที่แตกต่างให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ลูกค้า

5.รางวัลด้านความร่วมมือระหว่างองค์กร “Collaboration Award” มอบให้แก่โรงพยาบาลที่มีการทำงานเป็นกระบวนการร่วมกัน เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า

6.รางวัลด้านการดูแลใส่ใจอย่างเป็นเลิศ “Caring Award” มอบให้แก่โรงพยาบาลที่มอบการดูแลการเข้ารับบริการและลดระยะเวลารอคอยการเข้ารับบริการของลูกค้าเมื่อออกจากโรงพยาบาล

“ผมขอแสดงความยินดีกับโรงพยาบาลคู่สัญญาทุกแห่งที่ได้รับรางวัลในวันนี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารางวัลนี้จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ทุกองค์กรมุ่งพัฒนาและปรับตัวเพื่อยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการให้บริการ ตลอดจนช่วยผลักดันให้องค์กรเกิดการพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ ที่เข้าถึงความต้องการ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้เอาประกันภัยในการเข้ารับบริการ โดยมีจุดมุ่งหมายในการสร้างความสุขและรอยยิ้มที่ยั่งยืนร่วมกัน ” นายสาระ กล่าว

รายชื่อโรงพยาบาลที่ได้รับรางวัล

รางวัลเกียรติยศสูงสุด

The Pink Gold of Muang Thai Life Assurance Hospital Awards 2024”

ได้แก่ “โรงพยาบาล ศิริราช ปิยมหาราชการุณย์”

รางวัลด้านความรวดเร็ว มีคุณภาพ และเข้าใจความต้องการของลูกค้า  “Customer Centric Award””

โรงพยาบาลขนาดใหญ่ 

อันดับ 1  –   โรงพยาบาล พญาไท 3

อันดับ 2  –   โรงพยาบาล สินแพทย์ รามอินทรา

อันดับ 3  –   โรงพยาบาล แมคคอร์มิค

โรงพยาบาลขนาดกลาง

อันดับ 1  –   โรงพยาบาล กรุงเทพเพชรบุรี

อันดับ 2  –    โรงพยาบาล ขอนแก่นราม

อันดับ 3  –    โรงพยาบาล บางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล

รางวัลด้านบริหารจัดการทางการแพทย์ “Commitment to Success Award””

โรงพยาบาลขนาดใหญ่

 อันดับ 1  –  โรงพยาบาล ศิริราช ปิยมหาราชการุณย์

 อันดับ 2  –  โรงพยาบาล กรุงเทพ

 อันดับ 3  –  โรงพยาบาล หัวเฉียว

โรงพยาบาลขนาดกลาง

 อันดับ 1  –  ศูนย์ศรีพัฒน์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

 อันดับ 2  –  โรงพยาบาล แพทย์รังสิต

 อันดับ 3  –  โรงพยาบาล ลาดพร้าว

รางวัลด้านริเริ่ม เปิดรับ ตอบรับนวัตกรรมใหม่ “Creativity and Innovation Award”

โรงพยาบาลขนาดใหญ่

 อันดับ 1  –  โรงพยาบาล สมิติเวช สุขุมวิท

 อันดับ 2  –  โรงพยาบาล รามคำแหง

 อันดับ 3  –  โรงพยาบาล โอเวอร์บรุ๊ค

โรงพยาบาลขนาดกลาง

 อันดับ 1  –  โรงพยาบาล ธนบุรี ราษฎร์ยินดี

 อันดับ 2  –  โรงพยาบาล วิภาราม

 อันดับ 3  –  โรงพยาบาล กรุงเทพจันทบุรี

รางวัลด้านความร่วมมือระหว่างองค์กร “Collaboration Award”

โรงพยาบาลขนาดใหญ่

 อันดับ 1  –  โรงพยาบาล กรุงเทพ

 อันดับ 2  –  โรงพยาบาล พญาไท 2

อันดับ 3  –  โรงพยาบาล พญาไท 1

โรงพยาบาลขนาดกลาง

 อันดับ 1  –  โรงพยาบาล บางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล

 อันดับ 2  –  โรงพยาบาล พระรามเก้า

 อันดับ 3  –  โรงพยาบาล สมิติเวช ศรีนครินทร์

รางวัลด้านการดูแลใส่ใจที่เป็นเลิศ “Caring Award”

โรงพยาบาลขนาดใหญ่

 อันดับ 1  –  โรงพยาบาล นนทเวช

 อันดับ 2  –  โรงพยาบาล เชียงใหม่ ราม

 อันดับ 3  –  โรงพยาบาล เอกชล

โรงพยาบาลขนาดกลาง

อันดับ 1  –  โรงพยาบาล สมิติเวช ศรีราชา

อันดับ 2  –  โรงพยาบาล ธนบุรี ตรัง

อันดับ 3  –  โรงพยาบาล กรุงเทพเมืองราช

อยากไปทำงานญี่ปุ่น เช็กช่องสมัครงานด่วน รับสมัครชายหญิง ไม่เสียค่าสมัคร

0

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน เปิดรับสมัครคัดเลือกฝึกงานเทคนิคคนไทย เพื่อเดินทางไปฝึกงานในประเทศ ญี่ปุ่น ภายใต้ความร่วมมือกับองค์กร IM Japan ประจำปี 2568 โดยโครงการนี้มีจุดเด่น คือสมัครฟรี ไม่เสียค่าธรรมเนียม และได้รับการอบรมภาษาญี่ปุ่นก่อนเดินทาง 4 เดือน (รวมอาหาร ที่พัก ฟรี) ทั้งนี้ เมื่อสำเร็จการฝึกงานจากประเทศญี่ปุ่นจะได้รับประกาศนียบัตรรับรองการฝึกปฏิบัติทาง เทคนิค พร้อมเงินสนับสนุนประกอบอาชีพ 600,000 เยน

สำหรับการสมัครในครั้งที่ 4/2568 จะเปิดรับสมัครเฉพาะเพศชาย โดยแบ่ง เป็น 2 รอบ ได้แก่ รอบที่ 1 เปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 1 – 31 กรกฎาคม 2568 และรอบที่ 2 เปิดรับ สมัครระหว่างวันที่ 1 – 31 สิงหาคม 2568 ผู้สมัครต้องเข้าสอบคัดเลือกที่ ศูนย์สอบกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ สามารถสมัครได้ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์บริการแรงงานไทยไปต่างประเทศ (E-Service) ทาง เว็บไซต์ https://toea.doe.go.th ได้ตลอด 24 ชั่วโมง และระบบจะเปิดให้ลงทะเบียนเฉพาะตาม รอบสมัครปัจจุบัน

นอกจากนี้ ยังมีประกาศการรับสมัครในครั้งที่ 5/2568 สำหรับเพศหญิง สามารถสมัครผ่านระบบ E- Service ที่เว็บไซต์เดียวกัน ระหว่างวันที่ 21-27 กรกฎาคม 2568 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผู้สมัครต้อง เข้าสอบคัดเลือกที่ ศูนย์สอบกรุงเทพมหานคร ในวันเสาร์ที่ 16 สิงหาคม 2568 ซึ่งประกอบด้วยการ ทดสอบสมรรถภาพทางร่างกาย และ การสอบข้อเขียน

สามารถติดตามราย ละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสมัครสอบ ตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบ วัน เวลา และสถานที่สอบคัด เลือก ได้ทางเว็บไซด์กรมการจัดหางาน: www.doe.go.th/prd เว็บไซต์กองบริหารแรงงานไทยไป ต่างประเทศ: www.doe.go.th/overseas และ Facebook: IMthailand

จากโรงเรือนเลี้ยงไก่ไข่ สู่โต๊ะอาหารกลางวันนักเรียน…สอนบทเรียนชีวิตนอกตำรา

0

ทุกๆ เช้าที่ “โรงเรียนบ้านร้านตัดผม” โรงเรียนเล็กๆใน จังหวัดชุมพร ไม่ได้เริ่มต้นด้วยแค่การท่องสูตรคูณหรือร้องเพลงชาติ…แต่เป็นเสียงเจี๊ยวจ๊าวของเด็กๆ ที่รีบตรงดิ่งไปโรงเรือนเลี้ยงไก่ไข่

ที่นี่ “ไข่ไก่” ไม่ได้เป็นแค่ของกิน แต่คือบทเรียนที่ปลุกให้เด็กๆ รู้จักความรับผิดชอบ การทำงานเป็นทีม และลงมือทำจริงทุกเช้า

โรงเรือนไก่ขนาดกะทัดรัดกับแม่ไก่สาว 150 ตัว กลายเป็นพื้นที่เรียนรู้ที่มีชีวิต เด็กๆ ป.4-6 รวมทีมกันดูแลทุกขั้นตอน ตั้งแต่ให้อาหารไก่ คำนวณปริมาณให้พอดี เช็กระบบน้ำ เปิดพัดลมระบายอากาศ ไปจนถึงทำความสะอาดโรงเรือน

ผลลัพธ์จากความใส่ใจคือ “ไข่สด” วันละ 120-130 ฟอง ส่งตรงเข้าโรงครัว ทำเมนูเด็ดที่นักเรียนทั้งโรงเรียนกว่า 500 คนตั้งตารอ
ไม่เพียงแค่อิ่มท้อง ไข่ส่วนที่เหลือยังถูกนำไปขายในราคาประหยัดให้ผู้ปกครอง รายได้สะสมจากน้ำพักน้ำแรงของเด็กๆ สะสมจนทะลุ 150,000 บาท กลายเป็นทุนต่อยอดรุ่นไก่ต่อไปแบบไม่ต้องพึ่งใคร

ขนาดมูลไก่ ยังไม่ทิ้งให้เสียเปล่า เด็กๆ ช่วยกันตากแห้ง นำไปเป็นปุ๋ยบำรุงสวนปาล์ม 300 ต้น และแปลงผักปลอดสารของโรงเรียน ทำครบวงจรแบบมืออาชีพ

จากโรงเรือนเล็กๆ ข้างโรงเรียน โครงการนี้ได้กลายเป็นคลังอาหารที่ยั่งยืนของโรงเรียนและชุมชน และยังเป็น“ศูนย์เรียนรู้” ที่เปิดบ้านต้อนรับชาวบ้าน ผู้ปกครอง และโรงเรียนอื่นที่สนใจ

เช่นเดียวกับโรงเรียนอีก 988 แห่งทั่วประเทศ ที่เข้าร่วม “โครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน” โดยการสนับสนุนของ CPF และมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท (มูลนิธิซีพี) ที่มีเด็กๆ มากกว่า 223,000 คน กำลังเรียนรู้จากไข่ไก่…เหมือนที่นี่

อยากมีโรงเรือนไก่แบบนี้ที่โรงเรียนของคุณ ติดต่อมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท โทร. 063-871-6545 หรือ 092-870-0783

กดดู แล้วยิ้มไปด้วยกัน >> https://youtube.com/shorts/IMG8tq2-_AM?si=T98bSSd97k1yNu6O

อ่านเรื่องเต็มๆได้ที่นี่ >> https://www.cpfworldwide.com/th/media-center/event-Egg-Farms-Shaping-Kids’-Life-Skills:-A-Fun-and-Educational-Journey

รู้เก็บรู้ออม : เข้าเว็บ SET เช็ก “หุ้นหลักประกัน”

0
ที่มา คอลัมน์ "รู้เก็บรู้ออมรู้ใช้รู้ลงทุน...สู่ความมั่งคั่ง"  หน้าเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

สิ่งที่นักลงทุนต้องพิจารณาเวลาตัดสินใจซื้อขายหุ้น นอกจากดูปัจจัยต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นดัชนีตลาดหุ้น, สภาวะเศรษฐกิจ, ตัวเลขการลงทุน และข้อมูลพื้นฐานของหุ้นตัวที่สนใจ ไม่ว่าจะเป็น ราคาซื้อขายปัจจุบันและย้อนหลัง, ตัวเลขผลประกอบการ, ทิศทางธุรกิจ นอกจากนี้ ข้อมูลของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่เกี่ยวกับ “หุ้นหลักประกัน” ถือเป็นอีกเรื่องที่นักลงทุนต้องพิจารณาก่อนตัดสินใจเลือกซื้อหุ้น

หุ้นหลักประกัน คือ หุ้นที่ถูกนำไปวางเป็นหลักประกันกับโบรกเกอร์ เพื่อให้สามารถซื้อขายหุ้นในวงเงินที่สูงขึ้น หรือที่เรียกว่า “บัญชีมาร์จิ้น” ซึ่งนักลงทุนตัวเล็กตัวน้อยอาจต้องกลายเป็นผู้ประสบภัยแบบไม่รู้อีโหน่อีเหน่ หากหุ้นของ บจ.ถูกเจ้าของกิจการ ผู้บริหาร หรือผู้ถือหุ้นรายใหญ่นำไปวางเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน แล้วต้องโดนเปลี่ยนมือหรือบังคับขาย ทำให้เกิดผลกระทบต่อราคาหุ้นและชื่อเสียงของ บจ.นั้น

นักลงทุนจึงควรจะระมัดระวังการลงทุนในหุ้นที่เป็นหลักประกัน โดยสามารถเข้าไปเช็กข้อมูลหุ้นหลักประกันในบัญชีมาร์จิ้นได้ที่เว็บไซต์ www.set.or.th ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และเว็บของ ก.ล.ต. www.sec.or.th อีกช่องทาง

การเช็กข้อมูลหุ้นหลักประกันจะช่วยให้นักลงทุนรู้รายชื่อหุ้นตัวที่ถูกนำไปวางเป็นหลักประกันกับโบรกเกอร์ทั้ง 35 แห่งในตลาดหุ้นไทย โดยแสดงผลรายการหุ้นหลักประกันเป็นรายเดือน ข้อมูลจะแสดงเรียงลำดับตามจำนวนและเปอร์เซ็นต์ของหุ้นที่ถูกนำไปวางเป็นหลักประกัน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อนักลงทุน เนื่องจากหุ้นที่ถูกนำไปวางเป็นหลักประกันจำนวนมากเมื่อเทียบกับหุ้นทั้งหมด หากโดนบังคับขาย หรือ Force Sell จะทำให้ราคาหุ้นผันผวนมาก

นอกจากนี้ยังแสดงเปอร์เซ็นต์ Free Float (การกระจายการถือหุ้นโดยผู้ถือหุ้นรายย่อย) หุ้นที่เปอร์เซ็นต์ Free Float ต่ำ และถูกนำวางไปค้ำประกันจำนวนมาก เมื่อโดน Force Sell ราคาหุ้นตัวนั้นก็จะยิ่งผันผวนมากเช่นกัน

สำหรับวิธีเช็กข้อมูลหุ้นหลักประกัน เพียงทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ คือ เปิดหน้าเว็บ set.or.th แล้วเลือกเมนู “ข้อมูลการซื้อขาย” มองหาหมวด “ข้อมูลและสถิติ” แล้วกดเมนู “สถิติสำคัญตลาดหลักทรัพย์” จากนั้นเลื่อนลงไปที่หมวด “สถิติด้านธุรกิจหลักทรัพย์และการซื้อขายหลักทรัพย์” กดเลือกเมนู “สรุปรายงานหลักทรัพย์ที่วางเป็นประกันการชำระหนี้ในบัญชีมาร์จิ้น” หน้าเว็บจะแสดงข้อมูลรายงานหุ้นหลักประกันเรียงตามเดือน นักลงทุนสามารถเลือกดูข้อมูลของเดือนที่ต้องการ และกดดาวน์โหลดข้อมูล

การตรวจเช็กข้อมูลหุ้นหลักประกัน จึงเป็นสิ่งที่นักลงทุนควรให้ความสำคัญ รวมทั้งติดตามข้อมูลข่าวสารของ บจ. ที่เกี่ยวข้องกับหุ้นหลักประกัน เพราะเป็นข้อมูลที่มีความสำคัญ นักลงทุนควรต้องรู้ไว้ และใช้ประกอบการพิจารณาตัดสินใจลงทุน.

คุณนายพารวย

AIS x GeForce NOW เปิดประสบการณ์ Cloud Gaming ระดับโลก ผ่านกล่อง AIS PLAYBOX

0

AIS เสริมแกร่งความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีและความบันเทิงดิจิทัล จับมือ Bro.game ผู้ให้บริการ GeForce NOW ในประเทศไทย บริการ Cloud Gaming ระดับโลกจาก NVIDIA เปิดให้ลูกค้าสัมผัสประสบการณ์เล่นเกม PC ระดับ AAA ผ่านกล่อง AIS PLAYBOX รุ่น Android TV และกล่อง 3BB GIGATV ได้ทันที บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตบ้านคุณภาพสูง AIS 3BB FIBRE3 ที่ได้รับการปรับแต่งเส้นทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเป็นพิเศษให้มีค่าปิงต่ำสุดเมื่อเล่นเกมกับ GeForce NOW พร้อมอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าสมัครและชำระค่าบริการแพ็กเกจ GeForce NOW ผ่านบิล AIS และ AIS FIBRE3 ได้

นายศรัณย์ ผโลประการ หัวหน้าฝ่ายงานผลิตภัณฑ์โทรศัพท์เคลื่อนที่กลุ่มลูกค้าทั่วไป AIS กล่าวว่า “AIS มุ่งนำนวัตกรรมและโซลูชันล้ำสมัยมามอบให้ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งบนเครือข่าย 5G และอินเทอร์เน็ตบ้านอัจฉริยะ ความร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับ AIS PLAYBOX และ 3BB GIGATV ให้กลายเป็น All-in-One Entertainment Platform ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านวิดีโอสตรีมมิงและการเล่นเกม PC ได้ง่ายๆ ผ่านทีวีที่บ้าน เพียงดาวน์โหลดแอป GeForce NOW ลงในกล่อง AIS PLAYBOX / 3BB GIGATV และเชื่อมต่อ Game Controller ก็สามารถเล่นเกมได้เต็มประสิทธิภาพผ่านโครงข่ายอัจฉริยะที่ดีที่สุด โดยแนะนำให้เชื่อมต่อกล่องด้วยสาย LAN เพื่อการเล่นเกมที่ลื่นไหล ไม่สะดุด เพื่อให้ลูกค้าทุกคนได้รับประสบการณ์การเล่นเกมที่เหนือกว่า”

GeForce NOW เปิดให้สัมผัสประสบการณ์ Cloud Gaming ระดับโลก ผ่านเกมคุณภาพระดับ AAA กว่า 2,000 เกม โดยมีแพ็กเกจแบบรายเดือนที่รองรับทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้า AIS คอเกมทั้งมือถือและเน็ตบ้าน ดังนี้

· แพ็กเกจ Lite เล่นได้ชิลๆ ทุกอุปกรณ์ ราคา 219 บาท/เดือน ความละเอียดสูงสุด 1080p เล่นต่อเนื่อง 3 ชั่วโมง/ครั้ง เล่นสุดสเป็ก 40 ชั่วโมง/เดือน

· แพ็กเกจ Performance กราฟิกแรง ขั้นเทพ ราคา 399 บาท/เดือน ความละเอียดสูงสุด 1440p เล่นต่อเนื่อง 6 ชั่วโมง/ครั้ง เล่นสุดสเป็ก 100 ชั่วโมง/เดือน

· แพ็กเกจ Ultimate คุ้มสุด จึ้งสุด ราคา 649 บาท/เดือน ความละเอียดสูงสุด 4K เล่นต่อเนื่อง 8 ชั่วโมง/ครั้ง เล่นสุด สเป็ก 100 ชั่วโมง/ดือน

พิเศษ! สำหรับลูกค้าที่สมัครและชำระค่าบริการผ่านบิล AIS และ AIS FIBRE3 ทดลองเล่น GeForce NOW แบบ Ultimate เพิ่มฟรี 4 ชั่วโมง สมัครได้ที่ https://www.ais.th/consumers/entertainment/game/geforcenow