Home Blog Page 516

เงินทองต้องวางแผน!!

0

จากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า2019 (โควิด-19) ทำให้เกิดการหยุดชะงักของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ได้ส่งผลกระทบให้คนตกงานฉุกเฉิน.. ไม่ทันตั้งตัวจำนวนมาก!!

​ผลที่เกิดขึ้นตามมาคือ คนหาเช้ากินค่ำ มีรายได้วันต่อวัน แม้กระทั่งคนมีเงินเดือน แต่ไม่มีเงินเก็บเงินออมต้องเดือดร้อนถึงขั้น ไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าบ้าน  บางคนถึงขั้นไม่มีเงินซื้ออาหารประทังชีวิตในแต่ละวัน

ตอกย้ำให้เห็นถึงสุขภาพทางการเงินของคนไทย ที่อยู่ในขั้นวิกฤติ คือ ไม่มีเงินเก็บ-เงินออมเพื่อสำรองไว้ใช้หรือแก้ปัญหาในยามฉุกเฉิน!!

ข้อมูลจากศูนย์วิจัยธนาคารออมสิน ที่ได้สำรวจพฤติกรรมการออมของประชาชนฐานรากทั่วประเทศ คือกลุ่มที่มีรายได้ไม่เกิน 15,000  บาท  พบว่า อุปสรรคสำคัญที่ทำให้ออมเงินไม่ได้ ส่วนใหญ่  82.7% ให้เหตุผลว่า ไม่มีเงินเหลือให้ออม ถัดมาคือมีเหตุจำเป็นต้องใช้เงิน และมีภาระหนี้สิน 

เมื่อถามว่า หากเกิดเหตุฉุกเฉินต้องหยุดงานหรือไม่มีรายได้ มีเงินสำรองไว้ใช้แค่ไหนพบว่ามากกว่า  33.7% ไม่มีเงินสำรองฉุกเฉิน!!   อีก 33.3% บอกว่ามีเงินใช้จ่ายไม่เกิน 1เดือนและอีก 28.5% ระบุว่า มีเงินใช้จ่ายไม่เกิน 3 เดือนหมดจากนี้ก็หมดกันเลยชีวิต!!

ดังนั้นยามเมื่อวิกฤติโควิดมาเยือนอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว คนส่วนใหญ่ของประเทศจึงเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า ไม่เพียงแต่ประชาชนฐานรากเท่านั้น คนชั้นกลางที่มีรายได้สูงกว่าก็เดือดร้อนหนักเช่นกัน

บทเรียนจากวิกฤติครั้งนี้  ทำให้พวกเราจำเป็นต้องลุกขึ้นมาปฎิวัติ ปรับมุมคิด วางแผนชีวิตการเงินกันใหม่ทั้งหมด  โดยเมื่อโควิด-19 คลี่คลายกลับมาทำงานมีรายได้ มีเงินเข้ามือ สิ่งแรกที่ต้องทำคือ  “ออมก่อนใช้” ขอให้ท่องเป็น “คาถากันจน” กันไว้เลย!!

ข้อมูลจาก เว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์ฯ เรื่อง “เงินทองต้องวางแผน” ที่รวบรวมเทคนิค แนวคิด ความรู้ข้อแนะนำและวิธีการ ในเรื่องการวางแผนการเงินการออม จากกูรูนักวางแผนการเงินไว้มากมาย ให้ข้อแนะนำว่า อาจเริ่มจากการออม 10-20% ของรายได้ก่อน โดยทันทีที่ได้เงินมา ให้กันเงินออมแยกบัญชีออกไปต่างหากเป็นอันดับแรก  และหากมีหนี้สินก็ต้องกันเงินไว้ใช้หนี้ด้วย

วางเป็นสมการได้อย่างนี้  รายได้-เงินออม-หักภาระหนี้(ถ้ามี) = เงินใช้จ่าย

และต้องวางแผนใช้จ่ายเงินให้ได้ทั้งเดือน เช่น มีรายจ่ายประจำที่ต้องจ่ายแน่ๆ ค่าน้ำ-ไฟ-โทรศัพท์-ค่าเช่าบ้านต้องกันไว้ก่อน  เงินที่เหลือหาร 30 วัน เพื่อให้รู้ว่า ภายในเดือนนี้จะมีเงินใช้จ่ายค่าอาหาร3 มื้อ ค่าเดินทางและค่าอื่นๆ เฉลี่ยวันละกี่บาท

หากวันไหนใช้จ่ายเกิน วันรุ่งขึ้นก็ต้องใช้น้อยลง หรือหากวันไหนใช้จ่ายน้อยกว่าที่คำนวนไว้ ก็ให้กันเงินที่เหลือใส่กระปุก  เก็บไว้เป็นเงินออมเพิ่ม

ตลาดหลักทรัพย์ฯ มีแอปทำบัญชีรายรับรายจ่าย ชื่อว่า SET Happy Money จดอย่างมีวินัย แล้วกลับมาวางแผนปรับลดค่าใช้จ่ายและจัดการหนี้สิน ก็มีเงินออมไปต่อยอดสร้างสุขทางการเงินในปัจจุบันและอนาคตได้ไม่ยาก

คาถาอีกบท จำไว้ให้ขึ้นใจ “ออมก่อน…รวยกว่า..ออมเร็ว..รวยเร็ว..ออมมาก..รวยมาก” ถ้าเริ่มทำได้เร็ว  ความมั่งคั่งก็จะมาหาเราเร็วขึ้น ที่สำคัญต้องลืมและเลิกไปเลยกับพฤติกรรมเดิมๆ ที่ “ใช้ก่อน..เหลือเท่าไหร่..ค่อยออม”

ในบทความครั้งหน้า จะเล่าให้ฟังว่าจะแบ่งและจัดสรรเงินออมไว้เพื่อเป้าหมายอะไรกันบ้าง   

                                                   ​​​​คุณนายพารวย

เปิดตัวชุด PPE แบบใช้ซ้ำ ซักได้ 20 ครั้ง รุ่น “เราสู้” ฝีมือคนไทย ช่วยประหยัดงบกว่าหมื่นล้าน

0

รายงานข่าว เปิดเผยว่า วันนี้ (8 พ.ค.) ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข, นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวง ได้เปิดตัวชุด PPE แบบใช้ซ้ำได้(Reuse) เป็นการพัฒนาร่วมกันของกระทรวงสาธารณสุข สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ องค์การเภสัชกรรม และสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ

รมว.สาธารณสุข เปิดเผยว่า ชุด PPE แบบรียูสได้ ถือเป็นนวัตกรรมที่สำคัญมากกับบุคลากรทางการแพทย์ และคนทำงานฝ่ายปฏิบัติงานด่านหน้า ทั้งนี้ ตั้งแต่ช่วงแรกของการรับมือกับโควิด-19 ต้องยอมรับว่าชุด PPE เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ ที่หายากมาก ผู้บริหารต้องคิดกันแบบวันต่อวันว่าจะหาจากตรงไหน ไปสนับสนุนทีมแพทย์พยาบาล เป็นความกดดันที่ต้องสู้ ถอยไม่ได้ ในที่สุด ก็ผ่านพ้นสถานการณ์วิกฤติมาได้

มีรายงานว่า กว่าไวรัสโควิด-19 จะหยุดระบาด มีความต้องการใช้ชุด PPE ถึง 20 ล้านชุด หากชุดนี้ มีราคา 500 บาทต่อชุด เราต้องนำเข้าชุดนี้จากต่างประเทศ ใช้เงินถึง 1 หมื่นล้านบาท เป็นเงิน 1 หมื่นล้านบาทที่ต้องเอาไปให้ต่างชาติ แต่เมื่อเราผลิตเองได้ เราจะประหยัดเงินจำนวนนี้ เป็นเงินมากพอที่นำไปใช้ในการสร้างโรงงานวัคซีนได้เลย ซึ่งเรื่องการผลิตวัคซีน เราก็ผลักดันอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว

สถานการณ์วันนี้ ดีกว่าเดิมมาก เพราะทางกระทรวงสาธารณสุข และรัฐบาล มีเป้าหมายร่วมกัน ต้องทำให้คนไทยปลอดภัยจากโรค ขณะที่ประชาชน ถือเป็นส่วนสำคัญมากๆ การที่ทุกคนปฏิบัติตามมาตรการของรัฐอย่างเคร่งครัด ทำให้เราสู้กับโรคได้ดี จากที่มีผู้ป่วยต้องใช้เตียงพร้อมกันถึง 1.6 พันคน วันนี้ มีผู้ป่วยนอนโรงพยาบาลประมาณ 150 เตียง ต้องขอบคุณการบริหารจัดการของทุกฝ่าย รวมถึงระบบฮอสพิเทล ที่ช่วยลดภาระโรงพยาบาล ความสำเร็จที่เกิดขึ้น ทำให้ไทยกำลังก้าวไปสู่การเป็นมหาอำนาจด้านการสาธารณสุขของโลก ซึ่งน่ายินดีมาก

รายงานข่าว เปิดเผยว่า ชุด PPE (Isolation Gown) แบบรียูส สามารถใช้ซ้ำได้ 20 ครั้ง สามารถทดแทนชุดแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งได้กว่า 800,000 ชุด ทั้งนี้ สามารถทดแทนการนำเข้าได้ในอนาคต ล็อตแรกผลิตแล้วเสร็จ 44,000 ชุด กระจายให้โรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศ

กระทรวงศึกษา กางตารางเปิด/ปิดเรียน ในสถานการณ์ฉุกเฉิน มีปิดเทอมให้ได้พักรวม 54 วัน

0

นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โพสต์ผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัว ความคืบหน้าแนวทางการเปิด-ปิดภาคเรียนในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยระบุว่า ต่อเนื่องจากแถลงการณ์ในครั้งที่ 2 ในประเด็นเรื่องการเพิ่มเวลาพัก ครั้งนี้มีการขยายผลเพิ่มเติมที่นำมาอัปเดต โดยแบ่งการเรียนการสอนออกเป็น 2 เทอม แต่ละเทอมมีวันปิดพักเรียน

ถึงแม้เราจะอยู่ภายใต้สถานการณ์ไม่ปกติ แต่ก็ให้ความสำคัญกับการที่นักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา ได้มีเวลาพักเพื่อผ่อนคลายได้ไม่มากก็น้อยท่ามกลางความท้าทายของการจัดการเรียนการสอนในช่วงสถานการณ์ COVID-19 ที่มีแนวโน้มที่ดีขึ้นนั้น ขอให้ทุกท่านสนับสนุนซึ่งกันและกันเพื่อที่จะผ่านทุกอุปสรรค เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีให้กับการศึกษาไทย

สำหรับรูปแบบการเปิด-ปิดเทอม มีรายละเอียดดังนี้

ภาคเรียนที่ 1 ระยะเวลาเปิดภาคเรียนตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 – 13 พฤศจิกายน 2563 จำนวนวันเรียน 93 วัน จำนวนวันปิดภาคเรียน 17 วัน ( 14 – 30 พ.ย.)

ภาคเรียนที่ 2 ระยเวลาเปิดภาคเรียน 1 ธันวาคม 2563 – 9 เมษายน 2564 จำนวนวันเรียน 88 วัน จำนวนวันปิดภาคเรียน 37 วัน (10 เม.ย. – 16 พ.ค.)

หมายเหตุ : เวลาที่ขาดไป 12 วัน ให้สถานศึกษาสอนชดเชยเพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนครบตามหลักสูตร

AIS สานต่อภารกิจ 5G ลงพื้นที่สนับสนุน รพ.สนาม ภาคใต้ สู้โควิด-19

0

นายวสิษฐ์ วัฒนศัพท์ หัวหน้าฝ่ายงานปฏิบัติการและสนับสนุนด้านเทคนิคทั่วประเทศ เอไอเอส กล่าวว่า สถานการณ์โควิด-19 ยังต้องควบคุมอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการระบาดซ้ำรอบสอง ทั้งนี้ พื้นที่ภาคใต้ เป็นอีกพื้นที่เฝ้าระวังอย่างเข้มข้น ทั้งจากการเดินทางเข้า – ออก ผ่านพื้นที่ชายแดนภาคใต้ หรือการเดินทางข้ามเขตจังหวัดของประชาชน รวมถึงจำนวนผู้ป่วยที่ต้องได้รับการดูแลรักษา เอไอเอส ภายใต้ภารกิจ AIS 5G สู้ภัย COVID-19 จึงยังคงทุ่มเท ระดมสรรพกำลัง ความช่วยเหลือทางด้านเทคโนโลยีสื่อสารและเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง พร้อม Digital Solutions เพื่อสนับสนุนการทำงานของทีมแพทย์และพยาบาล ที่โรงพยาบาลสนาม ในภาคใต้ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ประกอบด้วย

วสิษฐ์ วัฒนศัพท์ หัวหน้าฝ่ายงานปฏิบัติการและสนับสนุนด้านเทคนิคทั่วประเทศ เอไอเอส

1. จับมือ สถาบันวิจัยและนวัตกรรมดิจิทัล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สนับสนุนเทคโนโลยี Digital เสริมขีดความสามารถให้กับหุ่นยนต์ ADA Robot ซึ่งเป็นหุ่นยนต์บริการทางการแพทย์ โดยหุ่นยนต์ทำเป็น 2 รุ่น รุ่นที่ 1 ทำหน้าที่ส่งยา อาหาร และเวชภัณฑ์ต่างๆ รวมถึง พูดคุยสื่อสารระหว่างผู้ป่วยและหมอผ่านระบบวิดีโอคอลล์ และรุ่นที่ 2 เพิ่มกล้องตรวจวัดอุณหภูมิ เพื่อประเมินการรักษาเบื้องต้น ซึ่งหุ่นยนต์จะถูกนำไปใช้งานที่โรงพยาบาลต่างๆ ในภาคใต้ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระ ลดเสี่ยงให้กับแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์

2. สนับสนุนอุปกรณ์สื่อสาร พร้อมติดตั้งโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และขยายสัญญาณเครือข่ายเพื่อรองรับการใช้งานเพิ่มขึ้นอีก 3 เท่า ภายในศาลากลางหลังใหม่ จังหวัดภูเก็ต ซึ่งถูกจัดให้เป็นโรงพยาบาลสนามแห่งแรกของภาคใต้ ช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานของทีมแพทย์ พยาบาล

3. สนับสนุนอุปกรณ์สื่อสาร เสริมการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ภายในโรงพยาบาลต่างๆ เพื่อดูแลรักษาผู้ป่วย COVID-19 ในพื้นที่ภาคใต้ อาทิ รพ.สุราษฎร์ธานี, รพ.สุไหงโกลก, รพ.ปัตตานี, รพ.หาดใหญ่, รพ.ยะลา, รพ.สงขลานครินทร์, รพ.สงขลานครินทร์ 2 (รพ.สนาม), รพ.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต (รพ. สนาม)

ลดราคามาม่าคัพเหลือ 10 บาท ช่วยลดค่าครองชีพคนไทย

0

นายเวทิต โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทได้เข้าร่วมโครงการพาณิชย์ลดราคาช่วยประชาชน เพื่อช่วยเหลือและลดค่าครองชีพของประชาชนที่กำลังได้รับผลกระทบจากสถานกาณณ์โควิด-19 ร่วมกับร้านค้าพันธมิตร โดยได้ปรับลดราคาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป มาม่า ชนิดคัพ ทุกรสชาติ จากราคา 13 บาท เหลือ 10 บาท เริ่มตั้งแต่วันที่ 1-31 พฤษภาคม 2563

สำหรับร้านค้าพันธมิตรที่ร่วมจัดแคมเปญนี้ ได้แก่ ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น, แม็คโคร, เทสโก้ โลตัส, บิ๊กซี, ท็อปส์มาร์เก็ต, กูร์เม่ต์มาร์เก็ต, ลอว์สัน, เจซีเอ็กซ์เพรส, แม็กซ์แวลู, ฟู้ดแลนด์, ซีพีเฟรชมาร์ท, วิลล่ามาร์เก็ต, จิฟฟี่, สปาร์ และซูรูฮะ รวมถึงร้านธงฟ้าและร้านค้าปลีกทั่วประเทศ

ด้านนาย บุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า โครงการพาณิชย์ลดราคาช่วยประชาชน เป็นโครงการที่กระทรวงพาณิชย์ร่วมกับภาคเอกชนจัดขึ้นเพื่อช่วยลดค่าครองชีพให้กับประชาชนในช่วงที่เกิดสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19

ขณะนี้ได้ดำเนินการมาเป็นระยะที่ 2 แล้ว มี 6 กลุ่มสินค้าเข้าร่วมโครงการ คือ กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม กลุ่มอาหารปรุงสำเร็จแช่แข็ง กลุ่มซอสปรุงรส กลุ่มของใช้ประจำวัน กลุ่มผลิตภัณฑ์ชำระร่างกาย และกลุ่มผลิตภัณฑ์ซักล้าง ลดสูงสุด 68% และมีสินค้าร่วมลดราคา 3,025 รายการ มีผู้ประกอบการร่วมโครงการ 51 ราย ซึ่งการจัดโครงการได้รับผลตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทหนึ่งที่ให้ความร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์โดยเข้าร่วมโครงการทั้ง 2 ระยะ และเนื่องจากสินค้าของสหพัฒน์ล้วนเป็นสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน จึงช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและลดค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนได้เป็นอย่างดี

น้ำทะเลหนุน 8-14 พ.ค. ทำรสชาติน้ำประปาเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย

0

นายรักษ์ศักดิ์ สุริยหาร รองผู้ว่าการการประปานครหลวง (ผลิตและส่งน้ำ) เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 8-14 พฤษภาคม 2563 นี้ น้ำทะเลจะหนุนสูงขึ้นอีกระลอก ส่งผลให้รสชาติของน้ำประปาเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย ในบางพื้นที่และในบางเวลา แต่ยืนยันว่า น้ำประปายังคงสะอาด ปลอดภัยตามมาตรฐานองค์การอนามัยโลก (WHO) โดยขณะนี้ กปน. กำลังเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวเพื่อลดผลกระทบให้เกิดกับประชาชนผู้ใช้น้ำให้น้อยที่สุด

ทั้งนี้ กปน. ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจาก กรมชลประทาน ซึ่งเร่งผันน้ำจากคลองและแม่น้ำสายหลัก ปรับเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาและเขื่อนพระรามหก และส่งน้ำผ่านคลองสาขาเพื่อนำน้ำจากด้านตะวันตกมาเจือจาง ช่วยลดค่าความเค็มอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ จากความร่วมมือของกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) กรมชลประทาน สำนักงานทรัพยากรน้ำ (สทนช.) กทม. และ กฟผ. ทำให้การแก้ไขปัญหาผ่านพ้นไปได้ด้วยดี และขอความร่วมมือประชาชนติดตามข้อมูลคุณภาพน้ำจาก กปน. อย่างสม่ำเสมอ เพื่อสำรองน้ำประปาในช่วงเวลาที่น้ำประปามีรสชาติตามเกณฑ์มาตรฐานปกติไว้เพื่อการบริโภค ตลอดจนร่วมกันใช้น้ำอย่างประหยัด ตรวจสอบอุปกรณ์ประปาภายในบ้านให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ ไม่แตกรั่วซึม นอกจากนี้ หากประชาชนพบท่อแตกรั่วในที่สาธารณะ สามารถแจ้ง กปน. ผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้แก่ MWA call center โทร. 1125 ตลอด 24 ชั่วโมง

แนะปชช.ไม่สวมหน้ากากอนามัยขณะวิ่งออกกำลังกายในสวนสาธารณะ เสี่ยงหายใจไม่ทัน เพราะรับออกซิเจนไม่พอ

0

แพทย์หญิงพรรณพิมล  วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า หลังรัฐบาลผ่อนปรนมาตรการควบคุมโควิด-19 พบว่าขณะนี้กิจการประเภทสวนสาธารณะ ลานพื้นที่กิจกรรมสาธารณะ สถานที่ออกกำลังกาย สนามกีฬาและ ลานกีฬา มีประชาชนมาออกกำลังกายกันเป็นจำนวนมาก โดยให้อยู่ภายใต้การควบคุมของหน่วยงานที่รับผิดชอบหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่มีการคุมเข้มตั้งแต่จัดให้มีจุดคัดกรองพนักงานดูแล และผู้มาใช้บริการ ด้วยการสังเกตและสอบถามอาการในเบื้องต้น หรือใช้เครื่องวัดอุณหภูมิร่างกาย หากพบว่ามีไข้หรือมีอุณหภูมิร่างกายมากกว่าหรือเท่ากับ 37.5 องศาเซลเซียส หรือมีอาการป่วย เช่น ไอ จาม มีน้ำมูก หรือเหนื่อยหอบ ต้องงดให้บริการและแนะนำให้ไปพบแพทย์ทันที ส่วนผู้ดูแลหรือผู้ปฏิบัติงานในสวนสาธารณะต้องสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่ให้บริการ และให้ผู้มาใช้บริการทุกคนสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยเมื่อมีการพูดคุยกับพนักงานหรือผู้ปฏิบัติงานในสวนสาธารณะ พร้อมทั้งจัดให้มีจุดล้างมือพร้อมสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ ในบริเวณที่มีการทำกิจกรรมอย่างทั่วถึง

แพทย์หญิงพรรณพิมล  วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย

สำหรับประชาชนที่วิ่งออกกำลังกายในสวนสาธารณะนั้น ขณะวิ่ง  ไม่ควรสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย เนื่องจากเวลาออกกำลังกาย ร่างกายจะต้องการออกซิเจนมากยิ่งขึ้น สังเกตได้จากการหายใจเร็วขึ้น การสวมใส่หน้ากากผ้าหรืออนามัยจะทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอโดยเฉพาะหน้ากาก N95 ที่ป้องกันอนุภาคขนาดเล็กได้มากกว่าหน้ากากอนามัย ก็จะยิ่งทำให้คาร์บอนไดออกไซด์  ที่ออกมาจากร่างกายสะสมอยู่ในหน้ากาก มีโอกาสที่จะหายใจไม่ทันได้ ดังนั้น นักวิ่งทุกคนจึงควรจะเพิ่มระยะห่างในการวิ่งตามกันให้มากขึ้นเท่าที่จะทำได้ เพราะยิ่งห่างกันเท่ากับโอกาสในการติดเชื้อก็ยิ่งน้อยลงด้วย และที่สำคัญอย่าไปสัมผัสกับพื้นผิวสัมผัสในที่สาธารณะต่าง ๆ โดยไม่จำเป็น ส่วนผู้ที่เดินออกกำลังกายให้หลีกเลี่ยงการพูดคุยระยะใกล้ชิด ไม่ใช้มือสัมผัสใบหน้า ตา ปาก จมูก โดยไม่จำเป็น และหลังออกกำลังกายให้ล้างมือด้วยสบู่และน้ำหรือเจลแอลกอฮอล์บ่อย ๆ นอกจากนี้เมื่อกลับถึงบ้านให้เปลี่ยนเสื้อผ้าและอาบน้ำทันที

ทั้งนี้ ในส่วนสถานที่สวนสาธารณะนั้น ให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทำความสะอาดบริเวณพื้นที่ทางเดิน  ออกกำลังกาย พื้นถนน ประตู สวน เก้าอี้ ม้านั่ง จุดให้บริการน้ำดื่ม โดยเฉพาะก๊อกน้ำดื่ม อุปกรณ์และอื่น ๆ ที่มีการใช้ร่วมกันภายในสวนสาธารณะเป็นประจำทุกวันก่อนและหลังเปิดสวนสาธารณะ  ด้วยน้ำยาทำความสะอาด วันละ 2 ครั้ง โดยเฉพาะบริเวณที่เป็นจุดสัมผัสหรือที่ใช้ร่วมกัน หากมีผู้ใช้บริการมากให้เพิ่มความถี่ทำความสะอาด อย่างน้อยทุก 2 ชั่วโมง จัดระยะห่างระหว่างเก้าอี้นั่งในบริเวณสวนสาธารณะให้มีระยะห่างกัน 1-2 เมตร และ    จัดให้มีถังขยะสภาพดีที่มีฝาปิด สำหรับทิ้งขยะ และให้รวบรวมขยะออกจากสวนสาธารณะทุกวันเพื่อนำไปกำจัดอย่างถูกต้องต่อไป  

กรมชลฯ เดินหน้าช่วยเหลือพื้นที่ขาดแคลนน้ำ ภัยแล้งยังคุกคามหลายแห่ง

0

ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ภัยแล้งยังคุกคามในหลายพื้นที่ของประเทศ ถึงแม้จะมีฝนตกลงมาบ้างในระยะนี้ แต่ปริมาณน้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ รวมทั้งอ่างเก็บน้ำต่างๆ ยังอยู่ในเกณฑ์น้อย

ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน

กรมชลประทานจึงจัดส่งรถบรรทุกน้ำ เครื่องสูบน้ำเข้าไปช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยแล้งอย่างต่อเนื่อง ดังนี้

  • จ.พิจิตร โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาท่าบัว ได้ส่งน้ำเข้าไปช่วยเหลือสวนผลไม้ริมคลองข้าวตอก ที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ โดยระบายน้ำจากคลองส่งน้ำ C.1 ลงคลองข้าวตอก ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา อีกประมาณ 18 กิโลเมตร น้ำจะถึงพื้นที่เป้าหมายในระยะต่อไป และ จ. อ่างทอง โครงการชลประทานอ่างทอง ได้นำรถบรรทุกน้ำเข้าไปช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่ตำบลองครักษ์ อำเภอโพธิ์ทอง ช่วยบรรเทาสถานการณ์ภัยแล้ง
  • จ.ฉะเชิงเทรา สำนักงานชลประทานที่ 9  นำเครื่องสูบน้ำขนาด 8 นิ้ว จำนวน 1 เครื่อง ไปติดตั้งที่ท่าสูบ หมู่ 3 ตำบลเมืองใหม่ อำเภอราชสาส์น โดยทำการสูบน้ำจากคลองท่าลาดเข้าสู่คลองย่อย ให้ความช่วยเหลือปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค และพื้นที่การเกษตร ในเขตโครงการชลประทานฉะเชิงเทรา
  • จ.ประจวบคีรีขันธ์ โครงการชลประทานประจวบคีรีขันธ์ นำรถบรรทุกน้ำเข้าช่วยเหลือชาวบ้านชาวบ้าน หมู่ 8 บ้านคลองลอย ตำบลร่อนทอง อำเภอบางสะพาน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และใช้ในการอุปโภคบริโภค จำนวน 10 เที่ยว ปริมาณน้ำรวมกว่า 60,000 ลิตร
  • จ.สงขลา โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาระโนด-กระแสสินธุ์ สำนักงานชลประทานที่ 16 ส่งน้ำช่วยเหลือเกษตรกร บริเวณคลองซอย 4L – MC ที่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากการขาดแคลนน้ำในการทำการเกษตร พร้อมวางแนวทางแก้ไขปัญหาการส่งน้ำในจุดที่ขาดแคลนเพิ่มเติม

กรมชลประทาน ยังคงให้การช่วยเหลือพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งอย่างต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ฤดูฝนปกติ เพื่อให้ประชาชนมีน้ำอุปโภคบริโภคอย่างเพียงพอ จึงขอให้ร่วมใจกันประหยัดน้ำและใช้น้ำอย่างคุ้มค่าที่สุดด้วย

และ หากหน่วยงานหรือประชาชนต้องการความช่วยเหลือเรื่องน้ำ สามารถประสานไปยังโครงการชลประทานใกล้บ้าน หรือโทร.สายด่วนกรมชลประทาน 1460

แนะ 6 แนวทางดูแลจิตใจเด็กนร.ช่วงโควิด-19

0

กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข แนะ 6 แนวทางสำหรับการดูแลจิตใจนักเรียนในสถานการณ์วิกฤติโควิด-19 ดังนี้

1.สร้างความมั่นใจให้กับทุกคน

2.มีทีมเฉพาะกิจในการประสานงานสถานการณ์COVID-19 ในโรงเรียน

3.ให้การดูแลด้านจิตใจโดยใช้ระบบที่มีอยู่ เช่น ให้คำปรึกษา ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน

4.วางแผนการเรียนที่บ้าน จัดคลาสเรียนออนไลน์

5.เด็กก่อนวัยเรียน สอนด้วยวิธีง่ายและสนุก

6.เด็กมัธยมศึกษาส่งเสริมให้ค้นคว้าข้อมูลและสื่อสาร เปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็นผ่านสื่อสังคมออนไลน์

โออาร์ ต่อเวลาช่วยเกษตรกรขายมะม่วงน้ำดอกไม้ในพีทีที สเตชั่น ยาวถึงสิ้นเดือนพ.ค.

0

บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชนป หรือ โออาร์ ร่วมกับ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) ช่วยเหลือเกษตรกรในประเทศ เปิด “พื้นที่ปันสุข” ในสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น เพื่อให้เกษตรกรไทยนำผลิตผลทางการเกษตรมาจำหน่ายตามโครงการรวมพลังสร้างรอยยิ้มเกษตรกรไทย

โดยจำหน่ายมะม่วงพันธุ์น้ำดอกไม้ราคาพิเศษ กล่องละ 150 บาท (บรรจุกล่องละ 5 กิโลกรัม) และเติมสินค้าใหม่เข้ามาเพิ่มทุกวันจันทร์ วันพุธ และวันศุกร์ ขยายเวลาจำหน่ายจนถึง 31 พฤษภาคม 2563 ตั้งแต่เวลา 08.00-15.00 น. ณ สถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น ที่ร่วมรายการ จำนวน 10 สถานี ดังนี้

  1. สถานีบริการ บจ.ปิโตรเลียมอเวนิว 99/114 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ
  2. สถานีบริการ บจ.ที.เค.ที คอมเมอร์เชียล 673/1 ถนนรามอินทรา แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพฯ
  3. สถานีบริการ บจ.ปิโตรเลียมน้ำมัน(ถนนรามอินทรา) 60/8 ม.4 ถนนรามอินทรา แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ
  4. สถานีบริการ บจ.พลังไทยเพื่อไทย 58/8-58/17 ม.12 ถนนเสรีไทย แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพฯ
  5. สถานีบริการ บจ.เทพรักษ์ อินโนเวชัน 395 ถนนเทพรักษ์ แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพฯ
  6. สถานีบริการ สวัสดิการ ร.1 รอ. 181 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงสามเสน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร
  7. สถานีบริการ สาขาแยกประชาอุทิศ-ลาดพร้าว 359 ถนนประดิษฐมนูญธรรม แขวง/เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ
  8. สถานีบริการ สาขาราชพฤกษ์ 15/26 ม.1 ถนนราชพฤกษ์ ตำบลท่าอิฐ อำเภอปากเกร็ด นนทบุรี
  9. สถานีบริการ บจ.ประดับดาว กรุ๊ป 97/9 ม.1 ถนนราชพฤกษ์ ตำบลท่าอิฐ อำเภอปากเกร็ด นนทบุรี
  10. สถานีบริการ บจ.เจษฎาบดินทร์ออยล์ 92/7 ม.8 ตำบลบางกร่าง อำเภอเมืองนนทบุรี นนทบุรี
พีทีทีสเตชั่น

รายละเอียดเพิ่มเติมโทร.1365 Contact Center หรือ www.pttor.com