Home Blog Page 483

เชสเตอร์ จัดแคมเปญใหญ่ฉลองครบรอบ 33 ปี ตั้งเป้ารุกตลาดเดลิเวอรี่เต็มรูปแบบ

0
รุ่งทิพย์ พรหมชาติ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เชสเตอร์ฟู้ด จำกัด

นางรุ่งทิพย์ พรหมชาติ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เชสเตอร์ฟู้ด จำกัด ธุรกิจร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด เปิดเผยว่า สถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา ได้ส่งผลให้ยอดขายในช่องทางเดลิเวอรี่สูงขึ้นกว่า 40% จากการปรับตัวให้ทันกับสถานการณ์ ประกอบกับมีการจัดโปรโมชั่นพิเศษมากมาย เช่นเมนูข้าวกล่องใหม่ เรียกว่า Box Set ที่เสิร์ฟเมนูจานหลักและเมนูทานเล่นไว้ในกล่องเดียว เพื่อช่วยลดค่าครองชีพผู้บริโภค ซึ่งได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี และเติบโตอย่างต่อเนื่อง

โดยปีนี้ เชสเตอร์จะเน้นการขายผ่านช่องทางเดลิเวอรี่มากขึ้น และปรับกลยุทธ์มาทำการตลาดในรูปแบบออนไลน์ มุ่งเน้นพัฒนาระบบการสั่งสินค้าในรูปแบบ E-Commerce สำหรับการซื้อสินค้าในยุคนิวนอร์มอล โดยยังคงมาตรฐานของอาหารที่ร้อน สดใหม่ นอกจากนี้ยังมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคม ร่วมใส่ใจสิ่งแวดล้อม ปรับเปลี่ยนใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่นบรรจุภัณฑ์พลาสติกประเภท PLA (Polylactic Acid) ที่สามารถย่อยสลายได้ 100% และคงนโยบายใช้จานเซรามิก ช้อน-ส้อมสแตนเลส สำหรับลูกค้าที่นั่งทานในร้าน เพื่อลดการใช้พลาสติกประเภทใช้ครั้งเดียวทิ้ง

และในโอกาสครบรอบ 33 ปีของเชสเตอร์ บริษัทจัดแคมเปญชุดใหญ่ด้วยคอมโบสุดคุ้มราคา เพียง 199 บาท และ ปีนี้เพิ่มความพิเศษขึ้นอีกกับชั่วโมงทอง Happy Hour ลดราคา 55% เมนูพิเศษ เฉพาะช่วงเวลา 14.00-17.00 ตั้งแต่วันนี้จนถึง 30 กันยายน 2563 และเป็นธรรมเนียมของเชสเตอร์ ในวันที่ 9 กันยายน ทุกปี จะมีเมนูไก่ย่างพร้อมเครื่องดื่มราคาพิเศษ ชุดละ 19 บาทเท่านั้น โดยลูกค้าสามารถสั่งชื้อได้ทั้งหน้าร้าน Take away สั่งเดลิเวอรี่ โทร 1145 สั่งผ่านหน้าเว็บไซต์ Chesters.co.th และพาร์ทเนอร์ Food Aggregator เพื่อขยายขอบเขตการจัดส่งให้กว้างขวางยิ่งขึ้น ตอบรับวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง

ซีพีเอฟ ยกระดับมาตรฐานอาหารปลอดภัยสูงสุด เดินหน้าพัฒนานวัตกรรมสวัสดิภาพสัตว์

0

นายสัตวแพทย์พยุงศักดิ์ สมยานนทนากุล รองกรรมการผู้จัดการ ด้านมาตรฐานอาหารสากล ซีพีเอฟ ในฐานะประธานคณะกรรมการสวัสดิภาพสัตว์ เปิดเผยว่า ปัจจุบัน แนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภคหันมาปรุงอาหารทานเองที่บ้านมากขึ้น และตระหนักถึงเรื่องคุณภาพของวัตถุดิบที่ใช้ จะต้องปลอดภัยและมาจากการผลิตที่รับผิดชอบเพิ่มขึ้นตามมาด้วย ซีพีเอฟ จึงมุ่งมั่นสร้างสรรค์มูลค่าเพิ่มของสินค้าที่เหนือกว่า บนพื้นฐานของการพัฒนาอย่างยั่งยืน ใส่ใจในทุกขั้นตอนและคำนึงถึงหลักสวัสดิภาพสัตว์ตลอดกระบวนการผลิต ลดการใช้ยาปฏิชีวนะ พร้อมทุ่มเทวิจัยศึกษาหาแนวทางและนวัตกรรมต่างๆ เพื่อส่งมอบอาหารที่ปลอดภัยสูงสุด และดีต่อสุขภาพของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง

นายสัตวแพทย์พยุงศักดิ์ สมยานนทนากุล รองกรรมการผู้จัดการ ด้านมาตรฐานอาหารสากล ซีพีเอฟ

ซีพีเอฟได้ริเริ่มใช้หลักสวัสดิภาพสัตว์ในการเลี้ยงไก่เนื้อมาเป็นระยะเวลากว่า 31 ปี ตั้งแต่ปี 2532 โดยนำเทคโนโลยีโรงเรือนระบบปิดปรับอากาศ หรือโรงเรือนอีแวปพร้อมอุปกรณ์อัตโนมัติ มาใช้เป็นรายแรกของภูมิภาคอาเซียน ส่งผลช่วยให้ไก่มีสุขภาพพื้นฐานดี ไม่จำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะหรือฮอร์โมนเพื่อเร่งการเจริญเติบโตตลอดการเลี้ยง

ปัจจุบัน กิจการซีพีเอฟในไทยและต่างประเทศ มีเจ้าหน้าที่ด้านสวัสดิภาพสัตว์กำกับดูแลฟาร์มไก่เนื้อทุกแห่งคอยตรวจสอบและให้คำแนะนำ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าทุกฟาร์มสามารถปฏิบัติตามแนวทางสวัสดิภาพสัตว์ถูกต้องและต่อเนื่อง

บริษัทได้เริ่มนำเทคโนโลยี smart farm มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตและส่งเสริมสวัสดิภาพสัตว์ในฟาร์มไก่เนื้อ โดยติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์ และระบบอัตโนมัติในการประมวลผลข้อมูลในฟาร์ม และช่วยควบคุมการจัดการฟาร์ม เพื่อให้ไก่ได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีและเหมาะสมตลอดช่วงการเลี้ยง พร้อมกับสร้างเสริมให้ไก่มีความสุขด้านจิตใจ ด้วยการเพิ่มวัสดุสำหรับจิกเล่นไว้ในโรงเรือน หรือมีคอนไว้ให้ไก่ปีนป่าย

นอกจากนี้ บริษัทได้พัฒนาเนื้อไก่พรีเมียม “Benja Chicken” จากแบรนด์ยูฟาร์ม ในปี 2561 เป็นผลิตภัณฑ์ไก่สดรายแรกของโลกที่เลี้ยงด้วยข้าวกล้อง เลี้ยงตามหลักสวัสดิภาพสัตว์ เป็นผลิตภัณฑ์ไก่ 100% จากธรรมชาติ ปลอดสาร เป็นผลิตภัณฑ์ไก่สดที่ได้รับการรับรองจาก NSF สถาบันระดับโลก ว่าปราศจากยาปฏิชีวนะ ไม่มีการใช้ฮอร์โมนตลอดการเลี้ยงดู และเป็นนวัตกรรมอาหารที่ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคและเชฟทั้งในและต่างประเทศ

ด้าน นายสัตวแพทย์ดำเนิน จตุรวิธวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธุรกิจสุกรของซีพีเอฟ กล่าวว่า ธุรกิจสุกรของซีพีเอฟ ได้เดินหน้าปรับเปลี่ยนโรงเรือนสำหรับเลี้ยงสุกรแม่พันธุ์อุ้มท้องเป็นระบบการเลี้ยงคอกขังรวม เพื่อเป็นการให้อิสระแม่พันธุ์อุ้มท้องในการเคลื่อนไหวและมีปฏิสัมพันธ์กับสุกรตัวอื่นๆ ทำให้แม่สุกรรู้สึกผ่อนคลาย ไม่เครียด และสามารถแสดงพฤติกรรมตามธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ โดยตั้งเป้าภายในปี 2568 ฟาร์มแม่พันธุ์อุ้มท้องของซีพีเอฟในประเทศไทยจะเป็นคอกขังรวมทั้งหมด และในปี 2571 ฟาร์มสุกรอุ้มท้องของซีพีเอฟทั่วโลกจะเป็นระบบคอกขังรวม 100%

นายสัตวแพทย์ดำเนิน จตุรวิธวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธุรกิจสุกรของซีพีเอฟ

นอกจากนี้ ซีพีเอฟยังพยายามลด ละ เลิก การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของสุกรทั้งในรูปแบบของการทำหมัน การตัดหรือกรอฟัน และการตัดหาง ตามหลัก 3’Ts (No Testicles, No Teeth Clipping and No Tail Docking) พร้อมนำของเล่น เช่น ลูกบอล เชือก มาให้หมูได้กัดเล่น เพื่อลดความเครียด และสอดคล้องตามพฤติกรรมธรรมชาติที่หมูชอบสำรวจหาอาหารและเคี้ยวเล่น การเสริมของเล่นจะช่วยลดพฤติกรรมการกัดกันเองจนบาดเจ็บ

ทั้งนี้ ในปี 2562 ที่ผ่านมา ธุรกิจสุกรในประเทศไทยสามารถยกเลิกการตอนลูกสุกรกว่า 700,000 ตัว ยกเลิกการกรอเขี้ยวลูกสุกรมากกว่า 2 ล้านตัว ยกเลิกตัดใบหูมากกว่า 3 ล้านตัว และทยอยยกเลิกการตัดหางลูกสุกรกว่า 3,000 ตัว ขณะที่ ธุรกิจสุกร ในประเทศมาเลเซียและไต้หวัน ไม่มีการตัดหรือกรอฟันแล้ว 100%

สำหรับธุรกิจสัตว์น้ำ ปัจจุบันในการเพาะลูกกุ้งของซีพีเอฟได้นำนวัตกรรมเทคโนโลยีชีวภาพมาใช้ทำให้แม่พันธุ์กุ้งสามารถสร้างและวางไข่ได้ตามธรรมชาติ จึงไม่จำเป็นต้องตัดก้านตา (Female Non Eyestalk Ablation) รวมทั้งการนำโปรไบโอติกมาใช้ ช่วยให้กุ้งมีสุขภาพแข็งแรงขึ้น และช่วยปรับปรุงคุณภาพน้ำให้ดีขึ้น จึงทำให้ไม่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะอีกด้วย

ซีพีเอฟ ยังได้ดำเนินการวัดผลการส่งเสริมสวัสดิภาพของสัตว์ (Welfare Outcome Measures :WOMs) เน้นการประเมินสุขภาพสัตว์ทั้งร่างกายและจิตใจ ของฟาร์มเลี้ยงสัตว์ทั้งในประเทศไทยและกิจการต่างประเทศ โดยให้ความสำคัญกับปัจจัยหลัก คือ อัตราการเลี้ยงรอด อัตราการเข้าคลอด จำนวนแม่หมูที่เลี้ยงในคอกขังรวม จำนวนหมูที่ไม่ตอน และไม่ตัดหาง ระยะเวลาการขนส่ง และการทำให้สลบก่อนการชำแหละ การแสดงออกพฤติกรรมทางธรรมชาติ เป็นต้น เป็นการสร้างมาตรฐานในอุตสาหกรรมการอุตสาหกรรมการผลิตอาหารให้คงความเป็นผู้นำในระดับสากลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้คนไทยได้บริโภคอาหารปลอดภัย ตามมาตรฐานสากล มีสุขภาพที่ดี และเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคทั่วโลก

รู้ทันปากท้องกับตลาดหลักทรัพย์ ตอน ทำเกษตรยังไงให้รวย

0

“รู้ทันปากท้อง” กับตลาดหลักทรัพย์ ตอน “ทำเกษตรยังไงให้รวย”

“อายักษ์” ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร ผู้ก่อตั้งโรงเรียนปูทะเลย์มหาวิชชาลัย กูรูสวนนาป่าน้ำ

แนะสูตร 1-3-3-7 ทำเกษตรโดยเข้าใจปรัชญาแห่งความพอเพียง แล้วจะรวยทุกคน!

เอไอเอส ปลื้ม ได้รับเลือกเป็นสมาชิกดัชนีความยั่งยืนเป็นปีที่ 6

0

นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส  เปิดเผยว่า บริษัทได้รับการคัดเลือกให้เป็นสมาชิกดัชนีความยั่งยืนต่อเนื่องปีที่ 6 ทั้ง FTSE4Good Index Series จากฟุตซี่ รัสเซล (FTSE Russell) และยังได้รับการคัดเลือกให้อยู่ในรายชื่อ ESG 100 บริษัทจดทะเบียนที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคมและธรรมาภิบาล ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 โดยสถาบันไทยพัฒน์ นับเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งในฐานะองค์กรผู้ให้บริการด้านดิจิทัลและโทรคมนาคมรายใหญ่ของประเทศที่มีความมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจและสร้างคุณค่าในด้านธุรกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล ภายใต้หลักบรรษัทภิบาลที่ดี เพื่อเป็นรากฐานในการพัฒนาประเทศไทย สร้างคุณค่าแก่สังคมไทยในทุกภาคส่วน มุ่งสู่การเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน

ที่ผ่านมา เอไอเอสได้ผลักดันเรื่องการบริหารจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) เพื่อนำไปกำจัดอย่างถูกวิธี และไม่เกิดอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อส่งเสริมความยั่งยืน ผ่านโครงการ “คนไทยไร้ E-Waste” ที่ร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ในการสร้างการตระหนักรู้และขยายจุดรับทิ้งขยะ E-Waste ทั่วประเทศรวมกว่า 2,000 จุด รวมถึงยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย ผ่านภารกิจหลัก “อุ่นใจ CYBER” ในการสร้างภูมิคุ้มกันบนโลกออนไลน์ผ่านชุดการเรียนรู้เสริมสร้างทักษะทางด้านดิจิทัล DQ (Digital Quotient) ครบทั้ง 8 ทักษะ และสร้างเครื่องมือคัดกรอง Content ที่ไม่เหมาะสมจากโลกดิจิทัลโดยใช้ศักยภาพของเครือข่ายและการร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลก

ความสำเร็จครั้งนี้ เกิดจากการรวมพลังของบุคลากรในองค์กรตั้งแต่ผู้บริหาร พนักงาน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่ได้นำหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืนมาปรับประยุกต์ใช้ในการทำงานตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ ทำให้เกิดแรงขับเคลื่อนด้านความอย่างยั่งยืนที่ต่อเนื่องและมั่นคง

ซีพีเอฟ ตั้งเป้าหมายความยั่งยืน เน้นดูแลบุคลากร ฟื้นฟูประเทศหลังโควิด-19

0

นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร ซีพีเอฟ กล่าวในการเสวนา “Thailand Business Leadership for SDGs 2020” ในหัวข้อผู้นำธุรกิจเพื่อความยั่งยืนตามวิถีใหม่ ด้านมนุษยชนและแรงงาน จัดโดยสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย ว่า ภาคเอกชนมีส่วนสำคัญในการการขับเคลื่อนประเทศไทยหลังวิกฤติโควิด-19 ซึ่งจำเป็นต้องคำนึงถึงการบริหารจัดการรอบด้านอย่างเป็นระบบ ให้ธุรกิจดำเนินไปได้โดยไม่หยุดชะงัก โดยที่บุคลากรเป็นกลไกสำคัญที่จะทำให้บริษัทบรรลุเป้าหมายได้

ซีพีเอฟ ให้ความสำคัญกับการป้องกันและคุ้มครองพนักงานทุกคน โดยออกมาตรการด้านสุขอนามัยและการตรวจสอบทั้งก่อนเข้าปฏิบัติงาน ระหว่างปฏิบัติงานและหลังปฏิบัติงานอย่างเข้มงวด โดยยกระดับมาตรการความปลอดภัยสูงสุดทั้งกระบวนการผลิตอาหารและพนักงาน เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานได้รับการดูแลอย่างดีและอาหารมีความปลอดภัยสูงสุด สนับสนุนการผลิตให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้อาหารมีเพียงพอต่อการบริโภค

ปัจจุบัน บริษัทยังคงมาตรการความปลอดภัยสูงสุดและมาตรการเฝ้าระวังโรคอย่างเคร่งครัด และซื้อประกันภัยส่วนบุคคลเพิ่มให้กับพนักงานขายที่ต้องพบปะลูกค้า เพื่อสร้างความมั่นใจในการทำงาน ซึ่งเป็นแนวทางที่บริษัทฯปฏิบัติมาตั้งแต่เกิดการระบาดของโรค ควบคู่ไปกับบูรณาการเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ มาใช้ในการบริหารจัดการธุรกิจสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการเข้าถึงอาหารของประชาชน

“ซีพีเอฟ เป็นบริษัทผู้ผลิตอาหารด้วยความรับผิดชอบต่อประเทศไทยและคนไทยในรูปแบบของการผลิตอาหารให้เพียงพอต่อความต้องการ เพื่อให้คนไทยทุกคนเข้าถึงอาหารได้โดยไม่ขาดแคลน และยังถ่ายทอดความมุ่งมั่นเหล่านี้ไปยังพนักงานให้รับผิดชอบตัวเองและประเทศควบคู่กันไป” นายประสิทธิ์ กล่าว

นอกจากมาตรการสุขอนามัยที่เข้มงวดของพนักงานแล้ว บริษัทฯ ยังเพิ่มการอบรมทักษะเพื่อรับ New Normal เพิ่มเติมเป็นประสบการณ์ให้พนักงาน เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและป้องกันการว่างงาน ซึ่งในช่วงวิกฤติที่ผ่านมา ซีพีเอฟ ไม่มีการปลดพนักงานเลย

“ไม่มีองค์กรไหนอยู่ได้ ถ้าไม่ดูแลคนของเขาให้เพียงพอในทุกระดับ ตั้งแต่บนลงไปข้างล่างด้วยความยุติธรรมและเท่าเทียมกัน” นายประสิทธิ์ กล่าวตอนท้าย

รู้เก็บรู้ออมรู้ใช้รู้ลงทุน : วางแผนจัดการหนี้ (1)

0

ที่ผ่านมาเราพูดถึงการเก็บออมเงินและการลงทุนเพื่อสร้างความมั่งคั่งให้กับชีวิตแต่หลายชีวิตในขณะนี้ ยังอยู่ในวังวนของการเป็นหนี้–หมุนหนี้ จนไม่สามารถหลุดพ้นจาก “ชีวิตลูกหนี้” ได้

สิ้นเดือนเหมือนสิ้นใจ พอเงินเดือนออกก็มีเจ้าหนี้และรายจ่ายมารออยู่หน้าตู้เอทีเอ็มทุกเดือน ไหนจะค่าผ่อนบัตรเครดิต ค่ารูดบัตรเงินสด ค่าผ่อนรถ ผ่อนบ้าน หรือค่าเช่าบ้าน ค่าน้ำ-ไฟ ค่าโทรศัพท์ แถมบางคนยังเป็นหนี้นอกระบบ วนจ่ายแต่ดอกเบี้ยร้อยละ 20 จ่ายไปเท่าไรหนี้เงินต้นก็ยังอยู่ครบ!!

ในเว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์ www.set.or.th  หน้า “เงินทองต้องวางแผน” หัวข้อการ “วางแผนหนี้สิน” มีข้อแนะนำในการบริหารจัดการหนี้ แต่ก่อนอื่นให้แยกประเภทหนี้ระหว่าง “หนี้ดี” กับ “หนี้ไม่ดี” ก่อน

“หนี้ดี” คือหนี้ที่ทำให้เรามีความมั่งคั่งขึ้น คือมีรายได้หรือมีมูลค่าทรัพย์สินเพิ่มขึ้น และต้องเป็นหนี้ที่ไม่กระทบต่อสภาพคล่องในการดำรงชีวิตประจำวัน!!

เช่น หนี้กู้ซื้อบ้านเพื่ออยู่อาศัย แม้มีภาระต้องผ่อนบ้านทุกเดือน แต่ความมั่งคั่งจะเพิ่มขึ้นจากการค่อยๆสะสมความเป็นเจ้าของ (เงินต้นที่ไปหักหนี้ออกทุกเดือน) รวมถึงมูลค่าบ้านและที่ดินที่สูงขึ้นตามระยะเวลา อย่างนี้ถือว่าการเป็นหนี้ซื้อบ้านสามารถสร้างความมั่งคั่งให้กับเราได้ นอกจากนี้ บ้านยังได้ประโยชน์เป็นที่อาศัย ไม่ต้องไปจ่ายค่าเช่าบ้าน

สิ่งที่ต้องพิจารณาต่อมาคือ เงินที่ผ่อนบ้านรายเดือน ทำให้เรามีปัญหาสภาพคล่องหรือไม่ ถ้าผ่อนแล้วไม่มีปัญหาสภาพคล่อง ไม่ทำให้ต้องอัตคัดขัดสน อันนี้ถือว่าเป็น “หนี้ดี” แต่ถ้าตรงกันข้าม ผ่อนบ้านแล้วถึงขนาดเงินไม่พอใช้จ่าย จนต้องไปกู้หนี้ยืมสินมาเพื่อกินอยู่ในชีวิตประจำวันเพิ่มอีก อย่างนี้ก็ถือเป็น “หนี้ไม่ดี”

หรือการกู้เงินซื้อรถยนต์ หากพิจารณาจากเกณฑ์ความมั่งคั่งการซื้อรถยนต์จัดเป็น “หนี้ไม่ดี” เพราะทันทีที่เราขับรถออกจากโชว์รูม “มูลค่า”หรือราคาของรถยนต์ มีแต่ลดลงหรือเสื่อมลงเรื่อยๆ

แต่หากเราใช้รถยนต์เพื่อเดินทางไปทำงาน แล้วทำให้เราลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางได้ โดยต้องรวมค่าผ่อนรถ+ค่าน้ำมัน+ค่าดูแลรักษาแล้ว ยังจ่ายน้อยกว่าค่าเดินทางที่ต้องจ่ายอยู่เดิม

หรือหากใช้รถยนต์ไปสร้างอาชีพสร้างรายได้ เช่น ใช้บรรทุกสินค้าไปขายหรือรับจ้างส่งของส่งคน ที่สร้างรายได้ให้มากขึ้น เพียงพอกับค่าใช้จ่ายเรื่องรถ และทำให้มีเงินเหลือออมมากขึ้น ถือว่าการเป็นหนี้ผ่อนรถยนต์สามารถสร้างความมั่งคั่งให้เราได้และไม่กระทบกับการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ถือเป็น “หนี้ดี”

แต่บางคนที่ซื้อรถยนต์ เพื่อสร้างความสะดวกสบาย หรูหรา ขับโชว์สาว ทั้งที่ยังไม่มีความพร้อมทางการเงิน ภาระค่าผ่อนรถ–ค่าน้ำมัน ทำให้ชักหน้าไม่ถึงหลัง ต้องหยิบยืมหรือรูดบัตรเครดิต–บัตรเงินสดมาผ่อนรถ อย่างนี้เป็น “หนี้ไม่ดี” แน่ๆ แถมจะทำให้ชีวิตตก “หลุมดำแห่งชีวิตลูกหนี้” เป็นจุดเริ่มต้นที่บั่นทอนสุขภาพการเงินและสุขภาพจิตต่อไปแน่ๆ

ลองสำรวจตัวเองกันดูนะคะ ว่าหนี้ที่อยู่ในวังวนของเราตอนนี้ เป็น “หนี้ดี” หรือ“หนี้ไม่ดี” ทางที่ดีอย่าพยายามสร้างหนี้ที่ไม่จำเป็น แต่หาก “เป็นหนี้” แล้ว ต้องใช้หนี้และพยายามคุมหนี้ทุกประเภท อย่าให้มีภาระจ่ายเกิน 50% ของรายได้ในแต่ละเดือน เพราะเรายังต้องกินต้องใช้ทุกวัน!!

ครั้งหน้าจะเขียนวิธีบริหารจัดการหนี้สิน เพื่อหาหนทางปลดหนี้…ปลดล็อกชีวิตหนี้… โปรดติดตาม!!

ที่มา คอลัมน์ รู้เก็บรู้ออมรู้ใช้รู้ลงทุน..สู่ความมั่งคั่ง โดยคุณนายพารวย หน้าเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

พีทีที สเตชั่น แจ้งเปลี่ยนชื่อน้ำมันดีเซล ตามประกาศกรมธุรกิจพลังงาน

0

นายบุญมา พนธนกรกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์  เปิดเผยว่า ตามที่กรมธุรกิจพลังงานได้ออกประกาศให้ น้ำมันดีเซล บี10 เป็นน้ำมันดีเซลเกรดมาตรฐานของประเทศ และให้เรียกชื่อว่า น้ำมันดีเซล ส่วนน้ำมันดีเซล (บี7) ที่จำหน่ายในชื่อน้ำมันดีเซลอยู่นั้น จะต้องเปลี่ยนชื่อเรียกเป็น น้ำมันดีเซล บี 7 โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563 เป็นต้นไป  สถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น (PTT Station) ได้เตรียมความพร้อมในการเปลี่ยนป้ายชื่อผลิตภัณฑ์กลุ่มดีเซลที่ตู้จ่าย และป้ายสัญลักษณ์ต่าง ๆ ให้เป็นไปตามประกาศ โดยจะเริ่มดำเนินการและสื่อสารให้ผู้บริโภครับทราบข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2563 เป็นต้นไป เพื่อให้แล้วเสร็จครบทุกสถานีบริการทั่วประเทศภายในวันที่ 1 ตุลาคม 2563 โดยชื่อผลิตภัณฑ์ที่เปลี่ยนไป มีดังนี้

– น้ำมันอัลตร้าฟอร์ซ ดีเซล บี10 (UltraForce Diesel B10) เปลี่ยนชื่อเป็น อัลตร้าฟอร์ซ ดีเซล (UltraForce Diesel)

– น้ำมันอัลตร้าฟอร์ซ ดีเซล (UltraForce Diesel) เปลี่ยนชื่อเป็น อัลตร้าฟอร์ซ ดีเซล บี7 (UltraForce Diesel B7)

– น้ำมันอัลตร้าฟอร์ซ ดีเซล พรีเมียม (UltraForce Diesel Premium) เปลี่ยนชื่อเป็นอัลตร้าฟอร์ซ ดีเซลพรีเมียม บี7 (UltraForce Diesel Premium B7)

น้ำมันดีเซล บี10 ซึ่งจะใช้ชื่อใหม่ว่า อัลตร้าฟอร์ซ ดีเซล นั้น คือน้ำมันที่มีส่วนผสมของไบโอดีเซล 10% ซึ่งเป็นสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นจากน้ำมันดีเซล บี 7 ที่ใช้กันอยู่เพียง 3% จึงให้สมรรถนะการขับขี่ที่ไม่แตกต่างจากเดิม และได้ผ่านการทดสอบแล้วว่าไม่ส่งผลกระทบต่อเครื่องยนต์ ระบบเชื้อเพลิง หรือหัวจ่ายน้ำมัน เนื่องจากใช้ไบโอดีเซลคุณภาพสูงที่ได้รับการรับรองการใช้งานจากสมาคมผู้ผลิตยานยนต์ญี่ปุ่น (Japan Automobile Manufacturer Association – JAMA) อีกทั้งยังมั่นใจได้ถึงความแรงด้วยสารเติมแต่งสูตรพิเศษ UltraForce สูตรเฉพาะของ พีทีที สเตชั่น สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 1365 Contact Center

ทั้งนี้ ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบรุ่นรถยนต์ที่สามารถเติมน้ำมัน อัลตร้าฟอร์ซ ดีเซล ได้ที่เว็บไซต์ของกรมธุรกิจพลังงาน www.doeb.go.th หรือสอบถามเพิ่มเติมกับศูนย์บริการยานยนต์

บีทีเอส พร้อมรองรับผู้โดยสารช่วงวันหยุดยาว จัดเจ้าหน้าที่ดูแลเต็มกำลัง

0
สุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)

นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในช่วงวันหยุดยาวระหว่างวันที่ 4 – 7 กันยายน นี้ บีทีเอส ได้เตรียมพร้อม ด้านการให้บริการ และความปลอดภัย พร้อมอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสาร ที่จะใช้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอสในช่วงวันหยุดยาว คาดว่าจะมีจำนวนผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอสเป็นจำนวนมาก เพื่อเดินทางกลับภูมิลำเนา หรือท่องเที่ยวในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล

แม้ว่า ปัจจุบัน สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในไทย จะมีสถานการณ์ที่ดีขึ้น แต่บีทีเอสยังคงเข้มงวดในมาตรการป้องกัน โดยการเน้นย้ำให้ผู้โดยสารทุกท่าน สวมหน้ากากอนามัย / หน้ากากผ้าทุกครั้ง ระหว่างการเดินทาง งดการพูดคุยภายในขบวนรถไฟฟ้า พร้อมทั้งหลีกเลี่ยงการหันหน้าเข้าหากันในขบวนรถไฟฟ้า เน้นตรวจคัดกรองอุณหภูมิของผู้โดยสารก่อนเข้า ใช้บริการในระบบรถไฟฟ้าบีทีเอส อุณหภูมิต้องไม่เกิน 37.5 องศาเซลเซียส และคัดกรองสุขภาพของเจ้าหน้าที่ ทุกครั้งก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ พร้อมทั้งจัดจุดบริการแอลกอฮอล์ ทุกทางเข้า-ออกสถานี เพิ่มความถี่ในการฉีดพ่น เช็ดทำความสะอาด ภายในขบวนรถไฟฟ้า จุดสัมผัสร่วมภายในสถานี และบริเวณรอบสถานีด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคเป็นประจำ ตลอดวัน

นอกจากนี้ ยังได้จัดเตรียมเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวก และให้บริการประชาสัมพันธ์จุดให้บริการเชื่อมต่อรถโดยสารสาธารณะ ขสมก. เรือ รถร่วมบริการต่าง ๆ ผู้โดยสารที่ประสงค์ จะเดินทางกลับภูมิลำเนาในต่างจังหวัด สามารถเดินทางลงที่ สถานีหมอชิต ออกประตูที่ 1 , 3 เพื่อเดินทางต่อไปยังสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (หมอชิต 2) หรือ ลงสถานีเอกมัย ทางออกประตูที่ 2 เพื่อเดินทางต่อไปยัง สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (เอกมัย) หรือจะเดินทางลงที่ สถานีบางหว้า ทางออกประตูที่ 5 ไป ท่าเรือบางหว้า เพื่อต่อเรือโดยสารคลองภาษีเจริญ หรือลงที่สถานีสะพานตากสิน ทางออกประตูที่ 1 , 2 ไปท่าเรือสาทร เพื่อข้ามเรือไปท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาวตามริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา

และเพื่อลดปริมาณความหนาแน่นของผู้มาใช้บริการ บีทีเอสยังคงจัดขบวนรถไฟฟ้าออกให้บริการแก่ประชาชนทั้งหมด 98 ขบวน เพื่อเพิ่มความสะดวก และขอให้ผู้โดยสารทุกท่านโปรดเผื่อเวลาในการเดินทาง ทั้งนี้ บริษัทจัดเตรียมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย คอยดูแลความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง เข้มงวดในการตรวจสัมภาระผู้โดยสารก่อนเข้าระบบรถไฟฟ้า เพื่อความปลอดภัย และสร้างความมั่นใจในการเดินทางให้กับผู้โดยสารทุกท่าน

สิงห์อาสา เปิดอบรมฟรี หลักสูตรช่างแอร์

0

รายงานข่าว เปิดเผยว่า สิงห์อาสา โดย มูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี และ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด และวิทยาลัยสารพัดช่างธนบุรี ได้เปิดอบรมหลักสูตร “ช่างแอร์” เป็นหลักสูตรที่ 2 ในโครงการ Home service and office skills ต่อเนื่อง เน้นฝึกปฏิบัติตัวต่อตัวสามารถนำไปประกอบอาชีพได้ทันที เป็นการอบรมหลักสูตรระยะสั้น 12 ชั่วโมง ระหว่างวันที่ 29-30 ส.ค.63 ที่อาคารอำนวยการ วิทยาลัยสารพัดช่างธนบุรี โดยมีผู้สนใจเข้าอบรมเต็มหลักสูตร หลังจากก่อนหน้านี้มีการเปิดอบรมหลักสูตรช่างไฟฟ้าบ้าน ซึ่งได้ผลตอบรับเป็นอย่างดี ผู้เข้ารับอบรมนำไปต่อยอดสร้างอาชีพได้จริง

สำหรับหลักสูตรช่างแอร์ เป็นการอบรม เทคนิคการดูแลเครื่องปรับอากาศทั้งหมด ทฤษฎีและปฏิบัติเกี่ยวกับการทำงานของเครื่องปรับอากาศ การเลือกใช้เครื่องมือให้เหมาะสมกับงาน ฝึกปฏิบัติการถอดประกอบและล้างเครื่องปรับอากาศ ประมาณราคางานบริการซ่อมบำรุงเครื่องปรับอากาศ รวมไปถึงแนะนำภาพรวมอาชีพ และโอกาสธุรกิจงานช่างแอร์บ้าน โดยผู้เข้าอบรมจะได้ลงมือปฏิบัติงานจริงภายในวิทยาลัยฯ รวมถึงให้บริการชุมชมรอบๆ วิทยาลัยฯ โดยมุ่งหวังให้ผู้เข้ารับการอบรม ที่สมัครเข้ามาจากทางบ้านสามารถนำไปต่อยอดเป็นวิชาชีพ สร้างตัวเลี้ยงครอบครัวได้

หลักสูตร Home service and office skills กลุ่มทักษะทางด้านงานช่าง ทุกหลักสูตรได้รับความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญ 6 สถาบันการศึกษา ได้แก่ สถาบันอาชีวศึกษาภาคกลาง 1 จ.ปทุมธานี, วิทยาลัยสารพัดช่างธนบุรี กรุงเทพฯ, วิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี, มหาวิทยาเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี จ.ปทุมธานี, มหาวิทยาเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน จ.ขอนแก่น และมหาวิทยาเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา จ.เชียงใหม่ รวมทั้งการประปานครหลวง (สำนักงานใหญ่) สร้าง 6 หลักสูตรช่างเพื่อทำกิน ได้แก่ 1. ช่างไฟฟ้าบ้าน 2.ช่างแอร์ 3.ช่างประปา 4.กราฟิกดีไซน์เบื้องต้น อบรมการใช้โปรแกรม Adobe Photoshop และ Adobe Illustrator เบื้องต้น 5.ช่างคอมฯ 6.อี-คอมเมิร์ซ ทำธุรกิจออนไลน์

สำหรับหลักสูตรต่อไป จัดขึ้นในวันที่ 11 ก.ย. 63 คือ หลักสูตรคอมเมิร์ซ ทำธุรกิจออนไลน์ ที่มหาวิทยาเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา จ.เชียงใหม่ ผู้สนใจสามารถสมัครเข้ารับการอบรม ได้ที่เฟสบุ๊ค singha r-sa สิงห์อาสา

ลุยขยายสาขา CP FreshMart ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ตั้งเป้าสิ้นปีนี้ 30 ร้าน

0

นายชลากร อัศวอิทธิฤทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการบริษัทซีพีเอฟเทรดดิ้งจำกัด ดูแลร้านซีพีเฟรชมาร์ทในพื้นที่เขตภาคเหนือตอนบน พร้อมด้วย นายวีระพันธ์ ดีอ่อน ปลัดจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมเปิดร้านซีพีเฟรชมาร์ทสาขาหางดงจ.เชียงใหม่ ร้านรูปแบบใหม่สาขาแรกของจังหวัดที่มีความทันสมัยตอบรับวิถีปกติใหม่หรือ New Normal ด้วยแนวคิด”สดทุกวันส่งถึงคุณ” รวมพลความสดคุณภาพดีในราคาเป็นกันเองพร้อมให้บริการส่งถึงบ้านเพิ่มความสะดวกในทุกมื้อดีๆของทุกๆวัน

“ในวิถีปกติใหม่คนนิยมที่ปรุงอาหารทานที่บ้านมากขึ้นและยังต้องการความสะดวกและผลิตภัณฑ์อาหารที่มีคุณภาพสดสะอาดปลอดภัย CP FreshMart ซึ่งเป็นมินิซูเปอร์มาร์เก็ตที่อยู่ใกล้ชุมชนได้นำสินค้าสดที่หลากหลายด้วยแนวคิดสดทุกวันส่งถึงคุณเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้ากลุ่มนี้ตอบสนองมาตรการระยะห่างทางสังคมและลดโอกาสการแพร่เชื้อโดยในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนได้ทยอยเปิดสาขาอย่างต่อเนื่องในหลายจังหวัด เช่น เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แม่ฮ่องสอน และกำลังจะเปิดในตัวเมืองแพร่เร็วๆนี้ ตั้งเป้า30 สาขาภายในสิ้นปีนี้” นายชลากรกล่าว

ร้าน CP FreshMart โฉมใหม่มินิซูเปอร์มาร์เก็ตที่รวมอาหารสดสะอาดปลอดภัยคุณภาพดี ทั้งหมูสดไก่สดเนื้อโคขุนและกุ้งสดพรีเมียมที่ส่งตรงจากฟาร์มทุกวัน พร้อมเสิร์ฟสถานีชาบู-หมูกระทะที่มีทั้งเนื้อหมู-เนื้อไก่ปรุงรสลูกชิ้นหลากหลายประเภท และยังมีอาหารทะเลด้วย โดยสินค้าจะเก็บรักษาคุณภาพด้วยตู้แช่เย็นเทคโนโลยีใหม่ระบบ Double Cooling ที่มีการกระจายความเย็นได้ทั้งด้านบนและด้านล่างควบคู่กันช่วยรักษาคงความสดใหม่ของสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สำคัญยังเป็นระบบ Eco friendly ใช้พลังงานน้อยขณะเดียวกันยังมีผักและผลไม้สดนานาชนิดอาหารพร้อมปรุงอาหารพร้อมทานและอาหารแห้งรวมถึงเครื่องปรุงต่างๆและเครื่องดื่มอย่างครบครันเพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในปัจจุบันกับวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว

สำหรับ CP FreshMart สาขาหางดงเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 6.00-21.00 น. พร้อมจัดโปรโมชั่นและสินค้าราคาพิเศษมากมายนอกจากนี้ยังให้บริการสั่งซื้อผ่านโทรศัพท์095-371-4364 โดยร้านจะจัดส่งอาหารในรัศมี5 กิโลเมตรให้ถึงมือลูกค้า ภายในเวลารวดเร็ว ตอบโจทย์ยุคนิวนอร์มัล