Home Blog Page 482

เปิดเทอมนี้เตรียมตัวเรียนออนไลน์ วิถีที่ต้องปรับตัวทั้งเด็กและผู้ปกครอง

0
ภาพโดย cherylt23 จาก Pixabay

แม้ว่า ตอนนี้จะมีความชัดเจนเรื่องวันเปิดภาคเรียนปีการศึกษาใหม่ เป็นวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 แล้วก็ตาม แต่สำหรับในด้านของวิธีการเรียนการสอน และความพร้อมรับมือสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นใหม่หลังจากนี้ ก็ยังไม่เป็นที่แน่ชัดสักเท่าไร

แน่นอน เราทราบว่า ปีการศึกษาหน้า ตารางเรียนคงแน่นมาก และระยะเวลาปิดเทอมทั้งปิดเทอมเล็กและใหญ่ ก็ต้องร่นเวลาเหลือน้อยลง หรืออาจไม่มีเลย

แต่สิ่งที่ผู้ปกครองต้องการทราบถึงความชัดเจน ณ ตอนนี้ คือ แต่ละโรงเรียน จะมีวิธีบริหารจัดการการเรียนการสอนอย่างไรสำหรับเด็ก เพื่อให้สามารถเข้าถึงและเข้าใจหลักสูตรการเรียนได้เหมือนตอนสถานการณ์ปกติ

หลาายโรงเรียนเตรียมพร้อมรับมือแต่เนิ่นๆ มีการตระเตรียมหลักสูตรออนไลน์สำหรับเด็กไว้รอแล้ว ซึ่งบุคลากรของโรงเรียนที่จะมีบทบาทสำคัญ และต้องปรับตัวเช่นกัน คือ คุณครูของเด็กๆ นั่นเอง ตอนนี้ก็ต้องมีการจัดเตรียมวิชาความรู้เพื่อเตรียมถ่ายทอดให้นักเรียนในช่องทางใหม่ที่อาจไม่คุ้นชิน และแตกต่างจากสถานการณ์ปกติ ซึ่งคุณครูเองก็จำเป็นต้องพ้ฒนาความรู้ และเพิ่มทักษะการใช้งานเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ เหล่านี้เช่นกัน

ขณะที่ด้านของตัวเด็กเอง หากเป็นเด็กโตที่คุ้นชินกับการใช้งานคอมพิวเตอร์ ช่องทางโซเชียลมีเดีย และแอปใช้งานต่างๆ แล้ว ก็ดูไม่น่ามีปัญหานอกเหนือไปกว่าการรักษาวินัยในการเรียนออนไลน์ ไม่ให้หย่อนยานไปกว่าตอนเรียนปกติ

ที่อาจมีปัญหา ก็คือ เด็กเล็ก ซึ่งก็ต้องอาศัยผู้ปกครองเป็นผู้ช่วยคอยดูแล ตระเตรียมอุปกรณ์ และสอนวิธีใช้ให้ แน่นอน พ่อแม่ก็ต้องปรับตัวด้วยเช่นกัน ทั้งเรื่องเวลา และการทำความรู้จักเครื่องมือเหล่านี้

ขณะที่ทางด้านโรงเรียนเอง ตอนนี้มีหลายโรงเรียนเดินหน้าเตรียมตัวเปิดให้นักเรียนเรียนออนไลน์กันแล้ว ตัวอย่างเช่น โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย และ โรงเรียนอัสสัมชัญ สองโรงเรียนเอกชนชื่อดังย่านสาทร และบางรัก ตามลำดับ

ทั้งสองโรงเรียนเริ่มแจ้งข่าวสารถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ให้ผู้ปกครองรับทราบ ผ่านทางช่องทางติดต่ออย่างไลน์กลุ่มผู้ปกครอง โดยรร.อัสสัมชัญ ประกาศว่าจะเปิดเรียนออนไลน์ ผ่านทาง Google Classroom ตั้งแต่ 18 พ.ค.- 30 มิ.ย. โดยมีทั้งที่นร.ต้องเรียนด้วยตัวเองทางออนไลน์ กับที่คุณครูจัดการสอนออนไลน์ให้นร. ถือว่าเป็นรร.ที่ประกาศให้ผู้ปกครองทราบได้ชัดเจนมาก มีการกำหนดวันสอบทั้งกลางภาคและปลายภาครอไว้แล้วทีเดียว โดยการเรียนการสอนจะดำเนินต่อเนื่องจากเนื้อหาออนไลน์เมื่อเปิดเทอมวันที่ 1 ก.ค.

ขณะที่รร.กรุงเทพคริสเตียนเอง ก็มีการตระเตรียมเรียนออนไลน์เช่นเดียวกัน โดยมีการแจ้งผ่านกลุ่มเครือข่ายผู้ปกครอง ให้กระจ่ายข่าวสารไปยังผู้ปกครองในระดับชั้นแต่ละชั้น เพื่อให้เตรียมตัวเด็ก และอุปกรณ์ให้พร้อมสำหรับการเรียนออนไลน์ผ่านทาง Facebook Group โดยมีกำหนดจะเริ่มเปิดสอนออนไลน์ในเดือนพฤษภาคมนี้เช่นเดียวกัน

ท้้งหมดนี้ สะท้อนให้เห็นถึงการให้ความสำคัญเรื่องการศึกษาต่อเด็ก และการปรับตัวใหัทันรับมือกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ซึ่งก็ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายส่วน ทั้งรร. บุคคลากรของรร. ผุ้ปกครอง และตัวเด็กเอง ที่ต้องทุกส่วน ต้องปรับตัวเพื่อรับการเปลี่ยนแปลง ให้เข้าถึงวิชาความรู้ อันเป็นสิ่งจำเป็นต่อกระบวนการเรียนรู้ของชีวิตของทุกคน

อย. เตือน พบกาแฟผสมยาปลุกเซ็กส์ วางขายในออนไลน์ อันตรายถึงตายได้

0

นพ.พูลลาภ ฉันทวิจิตรวงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) โดยศูนย์เฝ้าระวังความปลอดภัยด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพ ได้ติดตามเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพที่เกิดขึ้นในต่างประเทศจากเว็บไซต์ของหน่วยงานกำกับดูแลผลิตภัณฑ์สุขภาพต่าง ๆ โดยล่าสุด Health Sciences Authority (HSA)สาธารณรัฐสิงคโปร์ ได้แจ้งเตือนพบ ซิลเดนาฟิล และทาดาลาฟิล ซึ่งเป็นยาอันตรายในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร 3 รายการ ได้แก่ 1. Kopi Jantan Ali Macca 2. Kopi Panggung Al-Ambiak Natural Herbs Coffee 3. Berry Jaga Chewable Candy   

นพ.พูลลาภ ฉันทวิจิตรวงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา 

จากการสืบค้นข้อมูลในระบบฐานข้อมูลผลิตภัณฑ์สุขภาพของ อย. พบว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารดังกล่าว ไม่มีการขึ้นทะเบียนกับ อย. แต่พบมีการขายผลิตภัณฑ์ที่ใช้ชื่อว่า Kopi Panggung  Al-Ambiak Natural Herbs Coffee ทางอินเทอร์เน็ต

ซิลเดนาฟิล (Sildenafil) เป็นยากลุ่มที่ใช้รักษาอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ จัดเป็นยาควบคุมพิเศษ มีผลข้างเคียงทำให้เกิดความผิดปกติของระบบประสาทตา ถึงขั้นตาบอดได้ ปวดศีรษะอย่างรุนแรง หัวใจเต้น    ผิดจังหวะ เกิดอาการเจ็บปวดที่อวัยวะเพศ ความดันโลหิตสูง และอาจเป็นภัยร้ายรุนแรงถึงชีวิตโดยคาดไม่ถึง และทาดาลาฟิล (tadalafil) อยู่ในกลุ่มเดียวกับซิลเดนาฟิล ออกฤทธิ์ในการขยายหลอดเลือด มีข้อควรระวังในการใช้ในผู้ป่วยโรคตับและไต ผู้ป่วยที่มีภาวะความดันโลหิตต่ำ โรคหัวใจล้มเหลว โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด และผู้ป่วยที่มีภาวะเจ็บหน้าอกแบบไม่คงที่ ผลิตภัณฑ์อาหารดังกล่าวจัดเป็นอาหารที่ไม่ปลอดภัยแก่การบริโภค จึงขอเตือนภัยไปยังผู้บริโภคอย่าได้หลงเชื่อซื้อผลิตภัณฑ์กาแฟผงสำเร็จพร้อมบริโภคที่มีการอวดอ้างสรรพคุณเสริมสมรรถภาพทางเพศ  โดยเฉพาะทางสื่อออนไลน์ ซึ่งการอวดอ้างในลักษณะดังกล่าว อย. ไม่เคยอนุญาตให้มีการโฆษณา เพราะอาจปลอมปนยาและส่งผลเสียต่อสุขภาพเป็นอันตรายต่อร่างกายได้

หากพบเห็นผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ผิดกฎหมาย โดยเฉพาะผ่านเว็บไซต์ และ Social Media ขอให้แจ้งมาได้ที่ อย. โดยตรง ทางสายด่วน อย. 1556 หรือร้องเรียนผ่าน Oryor Smart Application หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างเข้มงวด

ทุกข์ของผู้บริโภค โควิด-19 ทำปัญหาหนี้บัตรเครดิต กับเลื่อน/ยกเลิกตั๋วเครื่องบิน พุ่งสูง

0
ภาพโดย Anemone123 จาก Pixabay

มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เปิดเผย สถานการณ์ผู้บริโภคในช่วงไตรมาสแรกของปี 2563 โดยตั้งแต่เดือนมกราคม – เดือนมีนาคม เป็นช่วงวิกฤตการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ผู้บริโภคได้รับผลกระทบหลายด้าน

พบว่า มีเรื่องร้องเรียนทั้งหมด 1,055 เรื่อง ปัญหาเป็นอันดับหนึ่งและสอง คือ เรื่องอาหาร ยา และผลิตภัณฑ์สุขภาพ คิดเป็น 36.11% และ บริการสาธารณะ คิดเป็น 33.46% โดยปัญหาการเลื่อน – ยกเลิกเที่ยวบิน เป็นปัญหาที่เพิ่มขึ้นค่อนข้างมากในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ส่วนอันดับที่สามเป็นเรื่องการเงินการธนาคาร คิดเป็น 8.91% มากกว่าครึ่งหนึ่งเป็นการปรึกษาเรื่องหนี้บัตรเครดิต

ทั้งนี้ ปัญหาการเลื่อน – ยกเลิกเที่ยวบิน และปัญหาหนี้บัตรเครดิตที่เพิ่มขึ้นนั้น เป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

โดยปัญหาหมวดอาหาร ยา และผลิตภัณฑ์สุขภาพ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องโฆษณาอันเป็นเท็จหรือหลอกลวง มีทั้งการโฆษณาโอ้อวดเกินจริง การแสดงสรรพคุณอันเป็นเท็จ แสดงที่ตั้งอันเป็นเท็จทำให้หลงเชื่อ ประเภทของผลิตภัณฑ์ที่มีปัญหามากที่สุด คือ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเรื่องผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีเลข อย. ผลิตภัณฑ์ที่ฉลากถูกสั่งเลิกใช้แล้ว และผลิตภัณฑ์ที่ฉลากไม่ครบถ้วน ไม่มีภาษาไทย

สำหรับปัญหาด้านบริการสาธารณะ เรื่องรถโดยสารสาธารณะยังคงเป็นปัญหาที่ได้รับร้องเรียนมากที่สุด ส่วนใหญ่เป็นเรื่องพนักงานประพฤติตัวไม่เหมาะสม และการชดเชยเยียวยาความเสียหายจากอุบัติเหตุรถโดยสาร ประเภทรถที่ถูกร้องเรียนมากที่สุดคือ รถตู้โดยสาร และรถทัวร์ และ ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมายังพบการร้องเรียนปัญหาเรื่องการเลื่อน – ยกเลิกเที่ยวบิน ซึ่งเป็นผลพวงมาจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และมาตรการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโควิด-19 ของรัฐบาล เช่น การเลื่อนวันหยุดสงกรานต์ เป็นต้น ซึ่งสายการบินควรจะมีนโยบายการเลื่อน ยกเลิก และคืนเงินให้ผู้บริโภค เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการของรัฐบาลด้วย

และปัญหาด้านการเงินการธนาคาร พบปัญหาเรื่องหนี้บัตรเครดิตมากที่สุด ส่วนใหญ่ขอคำปรึกษาเรื่องการผิดนัดชำระ จนเกรงว่าจะติดเครดิตบูโรหรือถูกฟ้อง เนื่องจากเมื่อมีการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ประชาชนบางกลุ่มถูกให้ออกจากงานเพื่อลดภาระของบริษัท หรือบางบริษัทต้องปิดตัวลง ทำให้ไม่สามารถหาเงินไปชำระหนี้บัตรเครดิตได้ นอกจากนี้ ยังมีปัญหาธุรกิจเช่าซื้อยานพาหนะ ธุรกิจสินเชื่อ ที่ได้รับผลกระทบเรื่องการชำระหนี้ แม้รัฐบาลจะออกมาตรการช่วยเหลือโดยให้สถาบันการเงินบางแห่งพักชำระหนี้ให้กับลูกหนี้เป็นเวลา 3 เดือน แต่ก็ยังช่วยเหลือลูกหนี้ได้ไม่ทั่วถึง เนื่องจากผู้บริโภคบางรายมีหนี้สินกับหลายสถาบัน แต่การหยุดพักชำระหนี้ไม่ได้ครอบคลุมทั้งหมด รวมถึงระบบการเยียวยาไม่ได้ครอบคลุมทุกสาขาอาชีพ ทำให้ปัญหาเรื่องหนี้สินของผู้บริโภคยังคงพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ จนนำไปสู่การก่อหนี้นอกระบบเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค และเครือข่ายผู้บริโภคได้แก้ไขปัญหาไปแล้ว 693 เรื่อง หรือร้อยละ 65.69 โดยเรื่องเฝ้าระวังสินค้าอันตรายออนไลน์ ได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (ปคบ.) สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ ETDA รวมถึงตลาดออนไลน์ต่างๆ (E-Market place) เช่น Lazada Shopee ในการจัดการปัญหา หากมีเรื่องร้องเรียนหรือพบว่ามีร้านค้าขายสินค้าที่ผิดกฎหมาย ตลาดออนไลน์ก็จะมีการตรวจสอบและดำเนินการนำสินค้านั้นออกจากหน้าเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน ส่วนการแก้ไขปัญหาด้านอื่น เช่น บริการสายการบิน มูลนิธิฯ และเครือข่าย ได้ประสานงานกับทางบริษัท เพื่อให้ยกเลิกและคืนเงินให้กับผู้บริโภค

สมศักดิ์ เล็งใช้กำไลอีเอ็ม คุมผู้ต้องขังพักโทษ

0

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยหลังการประชุมวิดีโอคอนเฟอเร็นซ์ กับผู้บัญชาการเรือนจำ 141 แห่งทั่วประเทศ ว่า ได้กำชับทุกเรือนจำห้ามประมาท สอดส่อง คัดกรองให้ละเอียด ไม่ให้เชื้อไวรัสโควิด-19 เข้าสู่เรือนจำ เพราะจะเกิดผลกระทบในวงกว้างทันที  เวลานี้ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ได้ทำแล็บ เพื่อตรวจหาเชื้อโควิด-19 ได้ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อองค์กร ที่สามารถตรวจบุคคลภายนอก และบุคลากรของกระทรวงยุติธรรมได้  ดังนั้นผู้บัญชาการทุกเรือนจำต้องหาทางศึกษาการจัดเก็บสารคัดหลั่ง เพื่อนำส่งมาให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ตรวจหาเชื้อ เพื่อความรวดเร็วและป้องกันไม่ให้เชื้อลุกลาม

สมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม

นอกจากนี้ การจัดทำรายการ เรื่องเล่าชาวเรือนจำ ช่วยให้ผู้ต้องขังเกิดความเข้าใจในสถานการณ์ต่างๆ จนไม่มีเหตุวุ่นวายเกิดขึ้นอีก สังคมก็ชื่นชมเพราะเห็นความพยายาม ขอให้ทุกฝ่ายทำงานเต็มที่ เฝ้าระวังให้ละเอียด ห้ามการ์ดตก

“การปล่อยตัวนักโทษของกรมราชทัณฑ์  ต้องมีการคัดกรองให้ดี ต้องรู้ว่าแต่ละคนเป็นนักโทษที่มีพฤติกรรมอย่างไร มิใช่ปล่อยออกมาแล้วก่อเหตุซ้ำ ต้องใส่ใจนักโทษ เพราะในเดือนสิงหาคม – กันยายน เราจะมีกำไลอิเล็กทรอนิกส์ หรือ กำไลอีเอ็ม ก็จะมีการพิจารณาพักโทษเพิ่ม” รมว.ยุติธรรม กล่าว

และรวมถึงงบประมาณที่กระจายสู่เรือนจำ กว่า 190 ล้านบาท เพื่อทำห้องกักโรค, เตียง 2 ชั้น ซึ่งเรือนจำบางแห่งเริ่มลงมือทำแล้ว ต้องวางแผนคำนวณตารางเมตรให้ดี ที่นอนผู้ต้องขังต่อคนนั้นประมาณ 1.2 ตารางเมตร อากาศต้องถ่ายเท ถูกสุขลักษณะเป็นสำคัญ

ไขข้อข้องใจ ทำไมแอลกอฮอล์ล้างมือถึงแพงกว่าน้ำมันเติมรถ

0

อ่านหัวข้อแล้ว อย่าเพิ่งงง เพราะมีคนตั้งประเด็น สงสัยเรื่องนี้จริงๆ ประเด็นนี้เริ่มต้นตอนที่บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือโออาร์ มีโครงการจะช่วยแก้ปัญหาแอลกอฮอล์ล้างมือขาดแคลน และราคาแพง เลยมีแนวคิด จัดหาแอลกอฮอล์ล้างมือ ทำความสะอาด มาวางขายราคาพิเศษ เท่าทุน ขวดลิตร ขวดละ 110 บาท

ทันทีที่ข่าวนี้เผยแพร่ ดราม่าก็บังเกิด เพราะมีคนตั้งคำถามว่า ทำไมบ.น้ำมันถึงขายแอลกอฮอล์ราคาแพงกว่าน้ำมัน ทั้งที่มีส่วนผสมแอลกอฮอล์ เหมือนกัน บริษัทจะค้าขายเอากำไรเกินไปหรือเปล่า

แม้จะมีความพยายามที่จะอธิบายแล้ว แต่หลายคนก็ยังคงคาใจ ขณะที่โออาร์ ก็เดินหน้าโครงการต่อ ขายไปโดนต่อว่าไป ทั้งที่ราคาขายถูกกว่าในตลาดมาก ลองสำรวจราคาที่พ่อค้าแม่ค้าออนไลนโพสขายกัน ราคาขวดลิตรจะอยู่ระหว่าง 250-450 บาททีเดียว แถมยังต้องมาลุ้นเรื่องความเน่าเชื่อถือของสินค้าอีกต่างหาก

กลับมาที่คำถาม “ทำไมราคาแอลกอฮอล์ล้างมือ มันแพงกว่าน้ำมันแก๊สโซฮอล์ ได้ไง?”   คำตอบก็คือ ถึงจะเป็นเอทิลแอลกอฮอล์เหมือนกัน แต่มีคุณสมบัติบางอย่างไม่เหมือนกัน นำมาใช้ทดแทนกันไม่ได้

แอลกอฮอล์ที่เอาไปผสมน้ำมัน กับที่เอามาทำแอลกอฮอล์ล้างมือ มีกระบวนการผลิตที่แตกต่างกัน แน่นอน ต้นทุนก็ต้องแตกต่างกัน

แอลกอฮอล์ที่นำไปใช้สำหรับล้างมือ จะมีความเข้มข้น 70-90% (มีน้ำเป็นส่วนผสม 10-30% แล้วแต่สูตร เพื่อให้เจือจางไม่ระคายผิว ไม่ระเหยเร็วเกินไป มีประสิทธิภาพฆ่าเชื้อโรค)  ต้องผ่านกระบวนการกลั่นหลายขั้นตอนเพื่อดึงเอาสิ่งที่ปนเปื้อนอยู่ออก เพื่อให้ได้ค่าความบริสุทธิ์ที่สูงเพียงพอสำหรับมาตรฐานที่ใช้สำหรับอุตสาหกรรมอาหาร ที่เรียกว่า Food Grade หรือ สำหรับอุตสาหกรรมยา Pharmaceutical  Grade พูดง่ายๆ เป็นแอลกอฮอล์เกรดดี จึงมีต้นทุนการผลิตสูงกว่าเกรดที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงมาก  

แถมยังมีต้นทุนในเรื่องของสารที่ใส่เพิ่ม ทั้งถนอมผิว กลิ่นหอม แล้วไหนจะต้นทุนค่าบรรจุภัณฑ์ การขนส่ง การกระจายสินค้า และค่าการตลาด แล้วเมื่อต้องผ่านบรรดาพ่อค้าส่ง พ่อค้าขายปลีกหลายทอด ราคาก็จะถูกบวกเพิ่มขึ้นไปอีก

ขณะที่แอลกอฮอล์ที่ผสมในน้ำมัน จะมีความเข้มข้นมากถึง 99.5% (คือมีน้ำเป็นส่วนประกอบเพียง 0.5% เพื่อไม่ให้เครื่องยนต์เสียหาย) แต่ความบริสุทธิ์มีน้อยกว่าแอลกอฮอล์ที่ใช้ทำความสะอาด ยังมีสารปนเปื้อน สารตกค้าง โลหะ หรือ สารพิษเจือปน ซึ่งอาจเป็นอันตราย หรือ เกิดการระคายเคืองหากนำมาใช้กับคน  ไม่มีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อโรค เพราะมีความเขัมข้น ระเหยไว แต่ไม่มีปัญหากับการนำไปใช้ผสมในน้ำมันเผาไหม้เป็นเชื้อเพลิง

อีกเหตุผลนึงที่ราคาน้ำมันถูกกว่าแอลกอฮอล์ล้างมือ คือ มีการอุดหนุนราคาจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมาชดเชย ตามนโยบายส่งเสริมพลังงานทดแทน และนโยบายส่งเสริมน้ำมันแก๊สโซฮอล์

ทั้งหมดนี้ จึงเป็นคำอธิบายที่ว่า ราคาแอลกอฮอล์ล้างมือ ถึงไม่เท่ากับ ราคาน้ำมันเชื้อเพลง ซึ่งจริงๆแล้ว ไม่สามารถเอามาจับคํู่เปรียบเทียบกันเลย

จริงๆแล้ว การที่บ.น้ำมันอย่างโออาร์ ออกมาขายแอลกอฮอล์ทำความสะอาดในราคาพิเศษ แล้วโดนบ่นว่า ของมีไม่พอความต้องการ ยังพอเข้าใจได้ ซึ่งก็ต้องเห็นใจทางบริษัท เพราะโออาร์ไม่ได้เป็นผู้ผลิตเอง ต้องไปจัดหาซื้อมาจากผู้ผลิตและแบ่งไปจำหน่ายยังสถานีบริการต่างๆ  และก็ได้ของมาจำนวนจำกัด

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด โออาร์เองก็มีการปรับแผนใหม่ โดยเพิ่มการวางขายแบบเป็นถุง ขนาด 500 มล. ให้เป็นอีกทางเลือก ที่จะช่วยกระจายสินค้าให้กับผู้ที่ต้องการได้ทั่วถึงมากขึ้น

ขณะที่ ภาครัฐก็ออกโยบายผ่อนคลายเรื่องแอลกอฮอล์ และความร่วมมือของภาคเอกชนที่เร่งผลิตแอลกอฮอล์ทำความสะอาดมือออกสู่ตลาด เช่น กระทรวงคลัง มอบหมายให้องค์กรสุราผลิตแอลกอฮอล์ล้างมือเพื่อแจกจ่ายประชาชน หรือกระทรวงพลังงานมอบหมายให้ปตท. และกฟผ. จัดหาแอลกอฮอล์ทำความสะอาดมอบให้กับรพ.ส่งเสริมสุขภาพตำบลทั่วประเทศ ก็น่าจะช่วยให้ปัญหาการขาดแคลนแอลกอฮอล์ทางการแพทย์สำหรับทำความสะอาดมือ และแอลกอฮอล์สำหรับทำความสะอาดพื้นผิว และส่งผลให้ราคาจำหน่ายถูกลงได้ในเร็วๆนี้

เอไอเอส ตั้งทีมพัฒนาหุ่นยนต์ทางการแพทย์ บนเครือข่าย 5 G

0

นายวสิษฐ์ วัฒนศัพท์ หัวหน้าฝ่ายงานปฏิบัติการและสนับสนุนด้านเทคนิคทั่วประเทศ บริษัท แอดวานซ์​ อินโฟร์เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส  เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19  เอไอเอส จึงได้พัฒนาเครือข่าย 5G ตลอดจนระดมนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญที่มากด้วยประสบการณ์การพัฒนาหุ่นยนต์ของเอไอเอส จัดตั้งทีมเฉพาะกิจ AIS ROBOTIC LAB by AIS NEXT  โดยมีเป้าหมายที่จะพัฒนาหุ่นยนต์ทางการแพทย์ ทำงานบนเครือข่าย 5G เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับทางการแพทย์ใช้งานจริง

การบินไทยให้สองทางเลือกผู้โดยสาร ขยายอายุตั๋ว /เปลี่ยนเป็น Travel Voucher

0

บริษัทการบินไทย แจ้งผู้โดยสารที่ถือครองบัตรโดยสารที่ออกระหว่างวันที่ 25 มีนาคม 2563 – 31 พฤษภาคม 2563 ซึ่งยังไม่ได้ใช้ทำการบิน การบินไทยขอเสนอ “2 ทางเลือกอุ่นใจ” ให้ได้วางแผนเดินทาง

1. ขยายอายุบัตรโดยสาร
• ใช้เดินทางได้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564
• เฉพาะการเดินทางในเส้นทางและรหัสชั้นโดยสาร (RBD) เดิม โดยไม่เสียค่าธรรมเนียม

2. เปลี่ยนบัตรโดยสารเป็น Travel Voucher
• Travel Voucher จะมีมูลค่าเท่ากับบัตรโดยสารเดิม ใช้แทนเงินสดได้
• สามารถใช้ออกบัตรโดยสารทุกเส้นทางบินของการบินไทย และเที่ยวบินร่วมของไทยสมายล์
• มีอายุการใช้งาน 1 ปีนับจากวันที่ได้รับ
• โอนสิทธิ์ให้ผู้อื่นได้

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม และกรอกข้อมูลเพื่อดำเนินการเปลี่ยนแปลงบัตรโดยสารด้วยตัวท่านเองได้ที่ bit.ly/TG-SpecialAssistanceForm
หรือติดต่อสำนักงานบัตรโดยสารการบินไทย สาขาหลานหลวง (เปิดทำการ วันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.00 – 17.00 น. ยกเว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์)

วอนรัฐปลดล็อคส่งออกไข่ เกษตรกรหวั่นเจ๊ง หลังไข่ล้นตลาด เหตุผู้บริโภคคลายกังวลโควิด

0

ประธานกรรมการสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่เชียงใหม่-ลำพูน เผยไข่ไก่ล้นตลาดอีกครั้ง หลังประชาชนเริ่มปรับตัวและสถานการณ์โควิด-19 มีทิศทางที่ดี ส่งผลคนซื้อไข่ลดลง ไม่มีปัญหากักตุนเหมือนช่วงก่อนหน้า ขอรัฐเร่งแก้ไข ก่อนบานปลายทำเกษตรกรขาดทุนยับ ชี้ยกเลิกมาตรการห้ามส่งออกชั่วคราวเป็นทางแก้ที่ดีที่สุด

นายสิริพงศ์ ตระการกมล ประธานกรรมการ สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่เชียงใหม่-ลำพูน จำกัด เปิดเผยว่า ขณะนี้เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่กำลังประสบปัญหาไข่ไก่ล้นตลาด พบว่าเกือบ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาการซื้อขายไข่ไก่ในท้องตลาดซบเซา เนื่องจากประชาชนยังคงมีไข่ไก่ที่ตุนไว้ก่อนหน้านี้สำหรับบริโภคในครัวเรือน ตั้งแต่ และเริ่มคลายความวิตกกังวล ทำให้การบริโภคไข่และคนซื้อไข่น้อยลง ถือว่าหนักกว่าช่วงก่อนหน้า ขณะที่มาตรการแก้ปัญหาไข่ไก่ของภาครัฐที่ออกมายังคงเดินหน้าต่อ ทั้งการห้ามส่งออกไข่ไก่ไปต่างประเทศจนถึงวันที่ 30 เมษายน และการขอความร่วมมือผู้เลี้ยงไก่ไข่ยืดอายุการเลี้ยงแม่ไก่ไข่จากเดิม 80 สัปดาห์ ออกไปตามความเหมาะสม

จากทั้งสองมาตรการภายในเวลา 1 เดือนจะทำให้มีไข่ไก่เหลือจากการบริโภคในประเทศมากถึง 86,000,000 ฟอง

สิริพงศ์ ตระการกมล ประธานกรรมการ สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่เชียงใหม่-ลำพูน จำกัด

“การที่รัฐห้ามส่งออกในระยะเวลา 1 เดือนนี้ทำให้มีไข่เหลือ 30 ล้านฟอง  ขณะที่ไข่จากแม่ไก่ที่ยืดอายุการเลี้ยงออกไป ทำให้มีแม่ไก่เพิ่มมาอีกกว่า 1 ล้านตัวต่อสัปดาห์ ซึ่งออกไข่ทุกๆวัน ภายใน 1 เดือนจะมีไข่ไก่ออกสู่ตลาดสะสมถึง  56 ล้านฟอง และคาดว่าจนถึงสิ้นเดือนเมษายนนี้จะมีแม่ไก่ยืนกรงทั้งประเทศถึง 53 ล้านตัว ซึ่งจะให้ผลผลิตมากถึง 44 ล้านฟองต่อวัน แต่คนไทยบริโภควันละแค่ 39-40 ล้านฟอง ไข่ที่เกินมานี้ไม่มีตลาดรองรับ จากที่เคยส่งออกเพื่อระบายไข่ส่วนเกินได้ แต่ตอนนี้ทำไม่ได้ ผลผลิตก็ล้นตลาด ขอให้ภาครัฐเร่งพิจารณาปลดล็อคมาตรการนี้ ก่อนที่เกษตรกรทั้งประเทศจะขาดทุนจนต้องเลิกกิจการ เพราะแบกรับภาระต่อไม่ไหว” นายสิริพงศ์ กล่าว

ประธานกรรมการ สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่เชียงใหม่-ลำพูน  กล่าวอีกว่า ปัจจุบันราคาประกาศไข่ไก่คละหน้าฟาร์มของสมาคมผู้ผลิตผู้ค้าและส่งออกไข่ไก่ ที่เป็นราคากลางใช้อ้างอิงให้ขายอยู่ที่ 2.80 บาทต่อฟอง  แต่ราคาที่เกษตรกรในภาคเหนือขายไข่ได้จริงอยู่ที่ 2.60-2.70 บาทต่อฟองเท่านั้น ขณะที่ต้นทุนการเลี้ยงสูงถึง 2.69 บาทต่อฟอง โดยเฉพาะบางพื้นที่ที่มีปัญหาน้ำแล้งจนต้องซื้อน้ำใช้ทำให้มีต้นทุนเพิ่ม และสภาพอากาศที่ร้อนจัดยังส่งผลให้ผลผลิตไข่ไก่ส่วนใหญ่มีแต่ขนาดเล็ก เกษตรกรจึงขายไข่ได้ราคาต่ำลงตามไปด้วย

โรงงานผลิตหน้ากากอนามัยของซีพี ได้ฤกษ์เปิดเดินเครื่องผลิต พร้อมส่งถึงมือบุคลากรทางแพทย์ 1 แสนชิ้น

0

นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ พร้อมด้วย ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ศ.นพ.วิชัย เบญจชลมาศ ผู้อำนวยการศูนย์โรคหัวใจ รพ.จุฬาฯ นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ เครือฯ นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือฯ พร้อมคณะแพทย์ รพ.จุฬาฯ และผู้บริหารเครือซีพี เข้าเยี่ยมชม “โรงงานซีพีหน้ากากอนามัยฟรีเพื่อคนไทย” ที่ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ เปิดสายการผลิตหน้ากากอนามัยเป็นวันแรก รวมทั้งเครือซีพีได้ทำการส่งมอบหน้ากากอนามัยจำนวน 100,000 ชิ้น ให้กับ รพ.จุฬาลงกรณ์ฯ

ประธานอาวุโส เครือซีพี เปิดเผยว่า  ยินดีและมีความสุขมากที่เครือซีพีสามารถสร้างโรงงานผลิตหน้ากากอนามัยเพื่อแจกฟรีให้แก่แพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ตลอดจนประชาชนได้ภายในเวลา 5 สัปดาห์  ซีพีเห็นความสำคัญว่าสถานการณ์ขณะนี้ต้องเร่งปกป้องแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ทั่วประเทศไม่ให้ติดเชื้อโควิด-19 เพื่อให้กลุ่มคนเหล่านี้มีพลังที่จะปกป้องประชาชน ดังนั้นจึงสำคัญมากที่ต้องผลิตหน้ากากอนามัยแจกจ่ายให้กับทุกโรงพยาบาลทั่วประเทศ โดยโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ฯ สภากาชาดไทย จะเป็นองค์กรดูแลแจกจ่ายหน้ากากอนามัยส่งต่อไปยังทุกโรงพยาบาลในประเทศ และส่วนที่เหลือจึงแจกจ่ายให้ประชาชนทั่วไปฟรี โดยกำลังการผลิตปัจจุบันตั้งเป้าคือวันละ 1 แสนชิ้น หรือ 3 ล้านชิ้นต่อเดือน โดยเป็นโรงงานอัตโนมัติใช้ผู้ควบคุมในโรงงานเพียง 3 คน เพื่อให้เป็นโรงงานที่ปลอดเชื้อโรคสูงสุด สามารถผลิตได้ 24 ชั่วโมง

ซีพี สร้างโรงงานผลิตหน้ากากอนามัยบนพื้นฐานค่านิยม 3 ประโยชน์ ที่ต้องทำเพื่อประเทศชาติและประชาชนส่วนรวมเป็นสิ่งสำคัญ ยิ่งในภาวะที่ประเทศเผชิญวิกฤต หากมีผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นจะส่งผลให้แพทย์และโรงพยาบาลต่าง ๆ ต้องรับภาระสูงสุด ดังนั้นซีพีเห็นว่าหน้ากากอนามัยถือเป็นอุปกรณ์ป้องกันสำคัญในวิกฤตนี้ไม่ให้เชื้อโควิด-19 แพร่ระบาดลุกลามจนโรงพยาบาลต้องรับภาระหนัก ซีพีทำธุรกิจในแผ่นดินไทย ครั้งนี้จึงเป็นโอกาสที่เครือฯ จะได้รับใช้แผ่นดินไทยในยามวิกฤต ช่วยผลิตหน้ากากอนามัยให้กับแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์

ศ.นพ.สุทธิพงศ์   เปิดเผยว่า รพ.จุฬาฯ ขอขอบคุณเครือซีพีที่สร้างโรงงานผลิตหน้ากากอนามัยเพื่อแจกจ่ายฟรีให้กับโรงพยาบาลทั่วประเทศ  ทั้งนี้ รพ.จุฬาฯ จะประสานความร่วมมือกับสภากาชาดไทยเพื่อเป็นเครือข่ายในการกระจายหน้ากากอนามัยไปยังบุคลากรทางการแพทย์ตามโรงพยาบาลในจังหวัดต่าง ๆ อย่างครอบคลุม  โรงงานหน้ากากอนามัยนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยประเทศไทยรอดพ้นภาวะวิกฤต เป็นการสร้างอาวุธ เกราะในการป้องกันให้กับแพทย์และบุคลากร  โดยหน้ากากอนามัยที่ผลิตได้ก็มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับและผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย.เรียบร้อยแล้ว  และจากการที่ได้เยี่ยมชมก็เห็นถึงประสิทธิภาพว่าเป็นโรงงานที่สามารถผลิตหน้ากากอนามัยที่มีคุณภาพได้จริง

นอกจากนี้ นายธนินท์ ยังกล่าวถึงการรับมือกับสถานการณ์โควิด-19 ว่า ซีพีในทุกประเทศทั่วโลกจะไม่มีการเลิกจ้างพนักงานออกแม้แต่คนเดียว และจะดูแลพนักงานของซีพีให้ดีที่สุดไม่ให้เกิดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ โดยมีมาตรการต่าง ๆ ออกมาเพื่อช่วยปกป้องพนักงานไม่ให้เข้าไปเผชิญความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ มีการใช้มาตรการทำงานที่บ้านโดยยังจ่ายเงินเดือนและรายได้เช่นเดิม

และ ประเมินว่าวิกฤตเศรษฐกิจที่เป็นผลมาจากการระบาดของโควิด-19 ทั่วโลก เป็นวิกฤตระดับโลกเกิดขึ้นกะทันหันทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจต้องหยุดชะงักลง สำหรับประเทศไทยส่งผลให้ธุรกิจสำคัญอย่างภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีผลกระทบทั้งระบบ จึงเสนอให้เตรียมแผนเชิงรุกด้านการท่องเที่ยวและส่งออกไว้เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมสะสมพลังไว้ และขอให้ภาคเอกชนและธุรกิจต่าง ๆ เตรียมพร้อมด้านกำลังคน และภาคแรงงานไว้ หากสามารถที่จะช่วยเหลือไม่เลิกจ้างแรงงาน ทำให้ผู้คนยังมีกำลังจับจ่ายภายในประเทศได้จะเป็นเรื่องที่ดี เมื่อสถานการณ์คลี่คลายแล้วจะเป็นโอกาสของประเทศไทยอย่างมาก เพราะหลังวิกฤตแล้วมีโอกาสแน่นอน
 

กระทรวงคลังหนุนองค์การสุราผลิตเจลล้างมือ แจกฟรีประชาชนทั่วประเทศ 1 ล้านขวด

0

กระทรวงการคลัง มอบหมายองค์การสุรา เร่งจัดหาแอลกอฮอล์ผลิตเจลล้างมือ ร่วมกับธนาคารออมสิน จำนวน 1 ล้านขวด เตรียมแจกฟรีประชาชนทั่วประเทศป้องกันเสี่ยงติดโควิด 19

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังเตรียมแผนการในการช่วยเหลือภาคประชาชนทั่วประเทศ โดยได้มีการจัดหาอุปกรณ์ในการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยเฉพาะแอลกอฮอล์เจล ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความจำเป็นที่ต้องใช้ทำความสะอาดและการฆ่าเชื้อโรคได้อย่างสม่ำเสมอ จึงได้มอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดหาวัตถุดิบในการผลิต ไม่ว่าจะเป็น องค์การสุรา กรมสรรพสามิต และธนาคารออมสิน ร่วมกันผลิตแอลกอฮอล์เจล ขนาดพกพา จำนวน 1ล้านขวด เพื่อนำไปแจกจ่ายประชาชน และหน่วยงานราชการต่างๆ เช่นโรงพยาบาล และ ธนาคารออมสิน

สันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

ทั้งนี้ องค์การสุราถือเป็นหน่วยงานที่กำกับดูแลการผลิตสุรา ที่ใช้แอลกอฮอล์เป็นส่วนผสมหลัก ดังนั้นด้วยความพร้อมทางด้านการผลิตและการจัดหาแอลกอฮอล์ สามารถรวบรวมวัตถุดิบเพื่อนำไปผลิตเป็นสารแอลกอฮอล์เจลได้อย่างรวดเร็ว จึงเป็นอีกหน่วยที่จะสามารถเข้าไปสนับสนุนช่วยเหลือภาคประชาชนเพื่อสุขอนามัยและลดความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19