Home Blog Page 441

รู้เก็บรู้ออม : มีเงินน้อยก็ซื้อหุ้นมาร์เก็ตแคปใหญ่ได้

0

หน่วยงานให้ความรู้ทางการเงินรวมทั้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้พยายามส่งเสริมให้คนมีเงินออม นอกจากการออมที่เป็นตัวเงินแล้ว เรายังสามารถออมหุ้นหรือออมกองทุนได้ด้วยเพื่อสร้างผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้น แต่หลายคนบอกว่าขอเวลาไปเก็บเงินให้ได้เยอะๆก่อน เพราะคิดว่าคนที่ลงทุนในหุ้นได้ต้องเป็นคนรวยหรือมีเงินเยอะๆเท่านั้น!!

…นี่ถือเป็นความเข้าใจผิดอย่างมาก เพราะในความเป็นจริงแล้ว ไม่จำเป็นต้องมีเงินหลักหมื่นหรือหลักแสน มีเงินน้อยก็สามารถลงทุนในหุ้นได้ สัปดาห์นี้ “คุณนายพารวย” มีบทความที่น่าสนใจจากตลาดหลักทรัพย์ฯเรื่อง “มีเงิน 2,000 บาท ก็ซื้อหุ้นมาร์เก็ตแคปใหญ่ได้ด้วยวิธีลงทุนแบบ DCA” โดยสรุปได้ดังนี้

การลงทุนแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน (Dollar Cost Average : DCA) คือ การทยอยลงทุนแบบสม่ำเสมอด้วยจำนวนเงินที่เท่าๆกัน โดยอาจลงทุนเป็นรายเดือน หรือรายไตรมาส แล้วแต่จะกำหนดความถี่ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้ได้ซื้อหุ้นทั้งในช่วงที่ภาวะการลงทุนดีและไม่ดี โดยไม่ต้องสนใจว่าราคาหุ้นที่เลือกลงทุน ตอนนั้นเป็นราคาเท่าไร จึงทำให้ได้ราคาต้นทุนแบบถัวเฉลี่ย และมีโอกาสได้ผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว

ซึ่งปัจจุบันมีบริษัท หลักทรัพย์หลายแห่ง ที่ให้บริการการลงทุนแบบ DCA โดยจะหักเงินจากบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ เพื่อนำเงินไปลงทุนในหุ้นที่ได้เลือกไว้ว่าจะลงทุนทุกเดือนสม่ำเสมอ ทำให้ได้หุ้นที่มีราคาต้นทุนเฉลี่ยจากทุกสภาวะตลาดโดยเริ่มต้นลงทุนได้ตั้งแต่เฉลี่ยเดือนละ 1,000-2,000 บาทต่อเดือน ถือเป็นทางออกที่น่าสนใจสำหรับมือใหม่หัดลงทุน

โดยเราสามารถเลือกลงทุนในหุ้นมาร์เก็ตแคปใหญ่ที่มีปัจจัยพื้นฐานและผลประกอบการดี และลงทุนในระยะยาวได้ เนื่องจากมีโอกาสได้กำไรส่วนต่างจากราคาหุ้น (Capital Gain) รวมถึงหากเลือกหุ้นที่จ่ายเงินปันผลเป็นประจำ จะทำให้มีโอกาสได้ผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend) สม่ำเสมอด้วย

ตัวอย่างตารางทดลองการลงทุนในหุ้นมาร์เก็ตแคปใหญ่ 5 ตัว ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.51-30 ก.ย.63 ผ่านเครื่องมือ DCA Simulation โดยลงทุน 2,000 บาทต่อเดือน พบว่าได้รับผลตอบแทนทั้งกำไรจากราคาหุ้นและเงินปันผลที่น่าสนใจ ซึ่งข้อดีของการลงทุนแบบ DCA คือ ผู้ที่มีเงินลงทุนตั้งต้นไม่มาก แต่ต้องการสะสมหุ้นเพื่อให้เงินทำงาน และได้ผลตอบแทนที่สูงกว่าการฝากเงินไว้เฉยๆในธนาคาร

อีกทั้งไม่ต้องใช้เวลาติดตามข่าวสารหรือราคาหุ้นในตลาดมากนัก แต่ต้องท่องให้ขึ้นใจว่า “การลงทุนมีความเสี่ยง ต้องศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน” ทุกครั้ง วันนี้ “คุณนายพารวย” จึงอยากชวนพวกเราผู้ใฝ่รวยทั้งหลายเข้าไปศึกษาเรียนรู้เทคนิคการลงทุนแบบ DCA ทั้งในหุ้นและกองทุนรวม ผ่าน http://www.setinvestnow.com เว็บไซต์ที่รวมความรู้การลงทุนสำหรับมือใหม่ ตอบทุกโจทย์การลงทุน มีเงินน้อยก็ลงทุนหุ้นใหญ่ได้!!


ที่มา คอลัมน์ รู้เก็บรู้ออมรู้ใช้รู้ลงทุน..สู่ความมั่งคั่ง โดยคุณนายพารวย หน้าเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ก.ล.ต. จับมือ 12 หน่วยงาน เปิดเว็บ รู้เรื่องเงิน.com

0

นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ก.ล.ต. ร่วมกับกระทรวงการคลังโดยสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง หน่วยงานภาครัฐ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวม 12 แห่ง ได้แก่ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารออมสิน ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด สำนักงานประกันสังคม กองทุนการออมแห่งชาติ และกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ จัดทำเว็บศูนย์รวม www.รู้เรื่องเงิน.com โดยมี ก.ล.ต. เป็นเว็บมาสเตอร์ดูแลข้อมูลให้ถูกต้องมีความทันสมัย

www.รู้เรื่องเงิน.com เป็นเว็บศูนย์รวมข้อมูลพื้นฐานในการสร้างทักษะบริหารจัดการเงินจากหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้และพัฒนาทักษะทางการเงินด้วยตนเองของประชาชน โดยสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างสะดวกและรวดเร็วจากแหล่งเดียว เหมาะสำหรับบุคคลทุกช่วงวัยตั้งแต่วัยเรียนไปจนถึงวัยเกษียณ สามารถเลือกสืบค้นได้จากอาชีพเฉพาะด้าน เช่น เกษตรกร ข้าราชการ ผู้มีรายได้ประจำ อาชีพอิสระ และเจ้าของกิจการ และสามารถสืบค้นได้จากหัวข้อที่สนใจ เช่น การทำความรู้จักผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงิน ความรู้การเงินดิจิทัล สิทธิและหน้าที่ของคนไทยด้านการเงิน มาตรการทางการเงินของภาครัฐ แนวทางการลงทุนเพื่อรองรับการเกษียณสุข และรูปแบบภัยทางการเงินที่ต้องระวัง รวมทั้งยังเป็นแหล่งรวมของช่องทางแจ้งเบาะแสและติดต่อกับหน่วยงานภาครัฐโดยตรง

การจัดทำเว็บศูนย์รวมด้านการเงินเพื่อคนไทย เป็นไปตามแผนพัฒนาตลาดทุนไทย ปี 2560-2564 และสอดคล้องกับมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ได้รับทราบข้อเสนอของคณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง วุฒิสภา เกี่ยวกับรายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่อง ความรอบรู้ทางการเงินของประชาชนไทย (Financial Literacy) ซึ่งเสนอแนะให้จัดทำช่องทางดิจิทัลเพื่อส่งเสริมและติดตามพัฒนาการของความรอบรู้ทางการเงินของประชาชนในวงกว้าง โดยการจัดทำเว็บไซต์รู้เรื่องเงิน.com นี้ มุ่งหวังให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงแหล่งความรู้ทางการเงินที่เชื่อถือได้ เรียนรู้และพัฒนาทักษะและบริหารจัดการเงินด้วยตนเอง สามารถเลือกผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่เหมาะสม รู้วิธีการทำเงินออมให้งอกเงยด้วยการลงทุน และมีภูมิคุ้มกันรู้ทันภัยกลโกงทางการเงิน ทั้งนี้ ก.ล.ต. ได้รับการสนับสนุนข้อมูลและความร่วมมือเป็นอย่างดีจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกแห่งในการเผยแพร่ข้อมูลผ่านบทความ อินโฟกราฟิก และคลิปวิดีโอ รวมถึงรูปแบบที่ทำให้เว็บไซต์ใช้งานได้สะดวก   

ก.ล.ต. ขอเชิญชวนทุกท่านศึกษาค้นคว้าความรู้ทางการเงินในเว็บศูนย์รวม www.รู้เรื่องเงิน.com แหล่งรวมความรู้ทางการเงินที่เป็นกลาง เชื่อถือได้ ที่จะช่วยพัฒนาความรู้เรื่องการเงินโดยครอบคลุมทุกด้าน เพิ่มทักษะชีวิตในเรื่องการใช้เงินเป็น จัดการหนี้ได้ มีเงินออมให้เพียงพอ และรู้จักลงทุนให้เงินออมงอกเงยได้พร้อมกันตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

CP FreshMart ทั่วไทย Big Cleaning Day รับตรุษจีนเสริมเฮง ลูกค้ามั่นใจไร้โควิด

0

นาย ชัยยุทธ ทิพย์สุวรรณพร รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า CP FreshMart ใส่ใจในความปลอดภัยให้ผู้บริโภคมาอย่างต่อเนื่อง คง 9 มาตรการเข้ม “สะอาด ปลอดภัย รวมใจต้านโควิด-19” และจัดกิจกรรม Big Cleaning Day พร้อมกันทุกสาขาทั่วประเทศ ทำความสะอาดร้านครั้งใหญ่ เพื่อเป็นส่วนหนี่งในการช่วยลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่สาธารณะ สร้างความมั่นใจในสินค้าและบริการที่สะอาด ปลอดภัยให้กับลูกค้าทุกท่านโดยเฉพาะเทศกาลตรุษจีนที่กำลังจะมาถึง

โดย CP FreshMart กำหนดให้ Big Cleaning ทุกเดือน โดยเฉพาะสาขาที่อยู่ในพื้นที่สีแดง เพิ่มการทำความสะอาดอาทิตย์เว้นอาทิตย์ ควบคู่ไปกับการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด พร้อมดูแลสุขภาพของพนักงานที่ปฏิบัติงานในร้านทุกคน เพื่อส่งมอบสินค้าและการบริการที่ได้มาตรฐานความสะอาดและปลอดภัยให้แก่ลูกค้าทั่วไทย และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของสังคมฝ่าวิกฤตโควิด-19 ไปด้วยกัน

คุณชัยยุทธ กล่าวว่า สำหรับ “9 มาตรการคุมเข้มโควิด-19” ประกอบด้วย 1.ใช้น้ำยาทำความสะอาดร้านและจุดสัมผัส เช่นประตู ตู้แช่สินค้า ตะกร้า เป็นประจำทุก 2 ชั่วโมง 2.พนักงานในร้านต้องล้างมืออย่างสม่ำเสมอ 3.พนักงานใส่หน้ากากอนามัยเวลาปฏิบัติงานในร้าน 4.พนักงานสวมถุงมือระหว่างปฏิบัติงาน โดยเฉพาะการสัมผัสกับสินค้า 5.ทุกสาขาจัดเตรียมแอลกอฮอล์เจลให้ลูกค้าล้างมือก่อนเข้าร้าน 6.ร้านเตรียมถาดใส่เงิน และทำความสะอาดเหรียญและธนบัตรก่อนเก็บ 7.รณรงค์เรื่อง Social Distancing ให้ลูกค้ารักษาระยะห่าง ในการเข้าแถวชำระสินค้า 8.ส่งเสริมการจ่ายเงินผ่านระบบด้วย True Money Wallet และ 9.ซีพี เฟรชมาร์ท มีการบริการสั่งสินค้าออนไลน์และจัดส่งตรงถึงบ้านฟรี! ไม่มีขั้นต่ำ เพื่อลดความกังวลลูกค้าในการออกมาซื้อสินค้านอกบ้านด้วยCP FreshMart ติดตามสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างใกล้ชิด เพื่อดูแลความปลอดภัยของพนักงานและลูกค้าอย่างเต็มที่ และเพิ่มทางเลือกในการสั่งซื้อสินค้าหลากหลายช่องทาง ทั้งในร้าน ซีพี เฟรชมาร์ท กว่า 300 สาขาทั่วประเทศ หรือแอปพลิเคชัน CP FreshMart หรือโทร 1788 หรือ สั่งซื้อออนไลน์ที่ www.cpfreshmartshop.com

ออมสิน คว้ารางวัลสุดยอดองค์กรคุณภาพมาตรฐานโลก

0

นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า สำนักงานรางวัลคุณภาพแห่งชาติ สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ กระทรวงอุตสาหกรรม ประกาศให้ธนาคารออมสินเป็นองค์กรคุณภาพได้รับรางวัลคุณภาพแห่งชาติ Thailand Quality Award : TQA ประจำปี 2563 รางวัลอันทรงเกียรติสูงสุดที่มีความเป็นเลิศในการบริหารจัดการองค์กรทัดเทียมระดับมาตรฐานโลก ซึ่งธนาคารออมสินได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาและยกระดับการบริหารจัดการคุณภาพ โดยเริ่มศึกษาเกณฑ์รางวัลคุณภาพแห่งชาติ และเข้ารับการตรวจประเมินองค์กรมาตั้งแต่ปี 2558 ต่อมาในปี 2560 ธนาคารได้รับรางวัล Thailand Quality Class และพัฒนาสู่รางวัล Thailand Quality Class (Plus) ด้าน Customer และด้าน Operation ในปี 2561-2562 ตามลำดับ จนมาประสบความสําเร็จได้รับรางวัลสูงสุด Thailand Quality Award ในปี 2563 เป็นปีที่ 6 ธนาคารที่ส่งผลงาน ถือเป็นรางวัลแห่งความมุ่งมั่นในการพัฒนาปรับปรุงและบริหารจัดการคุณภาพองค์กรสู่ความเป็นเลิศอย่างแท้จริง

ในปี 2563 ที่ผ่านมา ทั่วโลกต่างได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ธนาคารออมสินมีบทบาทอย่างมากในการช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการ ผ่านมาตรการต่าง ๆ ที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาล ธนาคารสามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว มีการนำเอาช่องทางบริการรูปแบบดิจิทัลมาให้บริการสินเชื่อผ่านแอปพลิเคชัน MyMo เป็นครั้งแรก เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของธนาคารภายใต้มาตรการเว้นระยะห่าง โดยธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อช่วยเหลือผู้เดือดร้อนได้เป็นจํานวนมาก ไม่ว่าจะเป็นมาตรการเยียวยา 5,000 บาท ตามโครงการ “เราไม่ทิ้งกัน” มาตรการพักหนี้ชําระหนี้บรรเทาภาระ มาตรการให้สินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่องและฟื้นฟูให้กลับมาประกอบอาชีพได้ สามารถให้บริการลูกค้ามากกว่าการให้บริการในภาวะปกติถึง 3 เท่า ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบแล้วกว่า 5 ล้านราย

“ธนาคารออมสิน เป็นสถาบันการเงินของรัฐ ที่ก่อตั้งมาเป็นระยะเวลา 108 ปี ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง ปัจจุบันธนาคารมีสินทรัพย์ 2.9 ล้านล้านบาท ดูแลลูกค้ากว่า 22 ล้านราย ภารกิจที่ธนาคารดำเนินการกว่าร้อยละ 80 เป็นภารกิจเชิงสังคมและตอบสนองนโยบายของรัฐบาล สำหรับทิศทางยุทธศาสตร์ใน 5 ปีข้างหน้า ธนาคารออมสินมุ่งขับเคลื่อนสู่การเป็น “ธนาคารเพื่อสังคม หรือ Social Bank” อย่างต่อเนื่องจริงจัง โดยธนาคารยังได้เข้าร่วมลงนามรับในหลักการของ Responsible Banking กับ สหประชาชาติ หรือ UNEP FI เพื่อพัฒนาการดำเนินงานตามมาตรฐานสากลและมุ่งเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ช่วยแก้ปัญหาความยากจน และลดความเหลื่อมล้ำ ” ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าว

Ookla การันตี เอไอเอส ไฟเบอร์ เน็ตบ้านเร็วแรงเบอร์ 1 ของไทย

0

นายกิตติ งามเจตนรมย์ หัวหน้าฝ่ายงานบริหารธุรกิจฟิกซ์ บรอดแบนด์ เอไอเอส เปิดเผยว่า  Ookla® Speedtest® ประกาศให้ AIS Fibre  ได้รับรางวัล เครือข่ายอินเทอร์เน็ตบ้านที่เร็วที่สุด ในประเทศไทย -Thailand’s Fastest ISP 2 ปีซ้อน (ปี 2019-2020) โดยผลล่าสุด ในปี 2020  AIS Fibre ยังคงเป็นอันดับหนึ่ง ด้วยคะแนนความเร็วในการให้บริการอินเทอร์เน็ต Speed Score 137.94 ความเร็วเฉลี่ยการดาวน์โหลด 407.81 Mbps ความเร็วเฉลี่ยการอัปโหลด 299.44 Mbps สอดคล้องกับรายงานก่อนหน้านี้ที่  Ookla ได้เผยผลการทดสอบความเร็วการดาวน์โหลดของอินเทอร์เน็ตทั่วโลกในปี 2020 ว่า  อินเทอร์เน็ตบ้านของไทย มีความเร็วเฉลี่ยในการดาวน์โหลดสูงเป็นอันดับ 1 ของโลก โค่นแชมป์เก่าอย่างสิงคโปร์และฮ่องกงขาดลอย ซึ่งแน่นอนว่า ผลจากความทุ่มเทของชาว AIS Fibre ทุกคนเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ประเทศไทยได้รับการยอมรับถึงการยกระดับคุณภาพการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล อันเป็นดัชนีชี้วัดสำคัญสู่ความเชื่อมั่นในระดับสากลจากรายงานดังกล่าว

ทั้งนี้ Ookla® Speedtest® เป็นผู้ให้บริการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตอันดับ 1 ของโลก  มีผู้ใช้มากกว่า 500 ล้านรายใน 190 ประเทศทั่วโลก มีการทดสอบมากกว่า 10 ล้านครั้งต่อวัน ปัจจุบัน Ookla มีจำนวนการทดสอบมาแล้วกว่า 30,000 ล้านครั้งทั่วโลก ด้วยความแม่นยำและได้รับการยอมรับในมาตรฐานสากล พร้อมทั้งเป็นแอป สปีดเทสที่คนไทยนิยมใช้มากที่สุด

นายกิตติ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ เอไอเอสยังได้ออกแบบเเพ็กเกจแรกในเมืองไทยที่คุ้มค่าและดูแลลูกค้าที่ต้อง Work From Home, Learn From Home, Entertainment@Home ได้ตลอดเวลา ด้วยเเพ็กเกจ “บรอดแบนด์24” ที่มั่นใจได้ว่า ค่าดาวน์โหลดและอัปโหลดจะมีทั้งความความเร็วและความเสถียร พร้อมฟีเจอร์ Speed Toggle ที่ปรับสปีดความเร็วเพื่อใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพสูงสุดถึง 1 Gbps ตอบโจทย์การใช้งานในครอบครัวที่มีหลากหลายอุปกรณ์ โดย AIS Fibre เป็นรายแรกที่อำนวยความสะดวกในการนัดติดตั้งเร็วภายใน 24 ชั่วโมงจากทีมช่างมืออาชีพอีกด้วย ทั้งหมดนี้คือ ความทุ่มเทเพื่ออยู่เคียงข้างคนไทยให้สามารถรับมือกับความท้าทายจากสถานการณ์ปัจจุบันไปได้อย่างดีที่สุด

เเพ็กเกจบรอดแบนด์24 มาพร้อมความโดดเด่น ได้แก่

–          ความเร็วสูงถึง 500/500 Mbps ในราคาเพียง 599 บาท/เดือน นาน 24 เดือน (ลูกค้า AIS ลด 10% เพียง 539 บาท/เดือน) พร้อมเป็นรายเดียวที่มีฟีเจอร์ Speed Toggle ให้ปรับสปีดความเร็วได้สูงสุดถึง 1 Gbps โดยสามารถปรับ Overdrive Download ที่ 1000/300 Mbps หรือ Overdrive Upload ที่ 300/1000 Mbps ได้ฟรี ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ผ่าน myaisfibre.com  หรือ AIS Fibre LINE Connect

–          อำนวยความสะดวกกับบริการติดตั้งเร็วภายใน 24 ชั่วโมง ในทุกช่องทางการสมัคร (ยกเว้นการสมัครด้วยตนเองผ่านเว็บไซต์) และเอกสารการสมัครครบถ้วน โดยสามารถติดต่อทำรายการ หรือแจ้งปัญหาได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งผ่าน AIS Call Center 1175 และ AIS Fibre LINE Connect รวมทั้งการรับประกันงานซ่อม การแก้ไขปัญหาการใช้งานให้จบภายใน 24 ชั่วโมงเช่นกัน (นับระยะเวลาตั้งแต่ลูกค้าแจ้งปัญหา ยกเว้นกรณีภัยพิบัติธรรมชาติและพื้นที่ที่ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าปฏิบัติการ)

–          มาพร้อม SuperMESH WiFi Router มาตรฐานใหม่ของเราท์เตอร์เมืองไทย ซึ่งถือเป็นรายแรกและรายเดียว ที่พัฒนาเราท์เตอร์มาตรฐานจากเทคโนโลยีดีที่สุด โดยลูกค้าสามารถสมัครใช้บริการเสริม AIS Fibre MESH WiFi เพียงเดือนละ 100 บาทต่อจุด เชื่อมต่อทั้งบ้านเป็นโครงข่าย Mesh WiFi ช่วยกระจายสัญญาณให้เร็วแรง  หมดปัญหาจุดอับสัญญาณภายในบ้าน กระจายสัญญาณเร็วแรง ครอบคลุมทั่วทุกห้องในบ้าน โดยทีมช่างติดตั้งผู้ชำนาญการ

–          สามารถเลือกเพิ่มบริการเสริม AIS PLAYBOX เพียง 100 บาทต่อเดือน พร้อมฟรี แพ็กเกจ PLAY FAMILY นาน 24 เดือน รับชมหนัง ซีรีส์ คอนเสิร์ต และรายการทีวีมากมาย พร้อมช่องพรีเมี่ยมดังระดับโลกถึง 10 ช่อง

“เราจะยังคงเดินหน้าส่งมอบประสบการณ์จากอินเทอร์เน็ตบ้านที่ดีที่สุดในทุกมิติ และยืนยันคุณภาพเป็นเลิศในทุกขั้นตอนแบบ End To End  เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยอย่างต่อเนื่อง” นายกิตติ กล่าวย้ำ

ทิพยประกันภัย ใจป้ำ “คุ้มครองการฉีดวัคซีนโควิด-19” สูงสุด 1 ล้านบาท รับตรุษจีน-วาเลนไทน์

0

ดร.สมพร สืบถวิลกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ทิพยฯ ขยายความคุ้มครองสำหรับลูกค้าที่ถือกรมธรรม์ ประกันภัยโควิด-19 ของบริษัทฯ ให้ฟรี โดย“คุ้มครองการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19” กรณีหากเกิดภาวะแทรกซ้อน หรือ ผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนและต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลเป็นผู้ป่วยใน (IPD) หรือ หากเกิดภาวะโคม่า ก็จะได้รับความคุ้มครองเท่ากับกรมธรรม์ที่ลูกค้าได้ถือไว้ สุงสูดถึง 1,000,000 บาท (ตามเงื่อนไขของกรมธรรม์)

และสำหรับลูกค้าใหม่ที่ซื้อกรมธรรม์ประกันภัยโควิด-19 ของทิพยประกันภัย ก็จะได้รับความคุ้มครองนี้ด้วยเช่นกัน ถือเป็นความห่วงใย และเป็นของขวัญในช่วงเทศกาลวันตรุษจีนและวาเลนไทน์ให้กับลูกค้าและประชาชนจากทิพยประกันภัย ในช่วงที่ยังคงมีการแพร่ระบาดของโควิด-19 และ เพื่อสร้างความอุ่นใจและเชื่อมั่น ในการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 อีกด้วย

ทรีนีตี้ เตรียมเปิดจองซื้อ ‘หุ้นกู้ JMART’ 9-11 มี.ค.นี้

0

“ทรีนีตี้” เตรียมเปิดจองซื้อ “หุ้นกู้ JMART” เสนอขายประชาชนทั่วไปและ/หรือผู้ลงทุนสถาบัน จำนวน 2 ชุด อัตราดอกเบี้ยคงที่ 4.20-4.60% จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน ตลอดอายุหุ้นกู้  คาดเปิดจองซื้อ 9-11 มี.ค.นี้

บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ ของ บริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) (JMART) เตรียมเปิดจองซื้อหุ้นกู้ JMART ครั้งที่ 1/2564 ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน ตลอดอายุหุ้นกู้ จำนวนจองซื้อขั้นต่ำ 100,000 บาท และทวีคูณครั้งละ 100,000 บาท เสนอขายให้แก่ผู้ลงทุนทั่วไป และ/หรือผู้ลงทุนสถาบัน (PO) คาดว่าจะเปิดให้จองซื้อ ระหว่างวันที่  9-11 มีนาคม 2564  ทั้งนี้ บริษัทอยู่ระหว่างการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายกับสำนักงาน ก.ล.ต. และยังไม่มีผลบังคับใช้

หุ้นกู้ดังกล่าว มีจำนวน 2 ชุด รายละเอียดดังนี้ ชุดที่ 1 มีอายุ 2 ปี 6 เดือน อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 4.20 ต่อปี ครบกำหนดไถ่ถอน ปี 2566 ชุดที่ 2  มีอายุ 3 ปี 6 เดือน อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 4.60 ต่อปี  ครบกำหนดไถ่ถอน ปี 2567

สำหรับ หุ้นกู้ของบริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) (JMART) ครั้งนี้ ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับ“BBB-” แนวโน้ม “Stable” โดย บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2564 ผู้สนใจดูรายละเอียดได้ที่  https://www.trinitythai.com/th/Service/Debenture/119 หรือสอบถามเพิ่มเติม โทร  02-343-9541

‘เฉลิมชัย’ สั่งกรมชลประทาน จับตาปัญหาความเค็มรุกล้ำแม่น้ำท่าจีนรายชั่วโมง

0

ลดผลกระทบเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยไม้บริเวณคลองจินดา พร้อมเร่งบรรทุกน้ำจืดช่วย ขณะที่ปริมาณน้ำ “ลุ่มเจ้าพระยา” เหลือน้อย เกษตรกรทำนา เกินแผน 2.6 ล้านไร่

นายสัญญา แสงพุ่มพงษ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมชลประทาน  เปิดเผยว่า นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ สั่งการให้กรมชลประทาน เฝ้าระวังคุณภาพน้ำ เพื่ออุปโภค-บริโภค บริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นรายชั่วโมง ภายใต้การบริหารจัดการน้ำฤดูแล้งเพื่อแก้ปัญหาความเค็ม โดยเฉพาะการควบคุมความเค็มในบริเวณคลองจินดา หลังจากเมื่อวันที่ 2 ก.พ. ค่าความเค็มพุ่งสูงถึง 2.29 กรัมต่อลิตร สูงกว่าเกณฑ์เฝ้าระวังที่ 0.25 กรัมต่อลิตร และค่ามาตรฐานเพื่อการผลิตน้ำประปาต้องไม่เกิน 0.50 กรัมต่อลิตร

สัญญา แสงพุ่มพงษ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมชลประทาน 

โดยรมว.เกษตรและสหกรณ์ สั่งการให้ระบายน้ำเพื่อเจือจางความเค็ม และติดตั้งเครื่องวัดความเค็มแบบเรียลไทม์ 8 แห่งในแม่น้ำท่าจีน และให้กรมชลประทานประชุมร่วมกับเกษตรกรชาวสวนกล้วยไม้ที่ได้รับผลกระทบจากค่าความเค็มสูงเกินมาตรฐาน ส่งผลให้ไม่มีน้ำจืดรดกล้วยไม้ โดยให้เกษตรกรสามารถเปิดรับน้ำและสูบน้ำจากแม่น้ำท่าจีนได้เมื่อค่าความเค็มน้อยกว่า 0.75 กรัมต่อลิตร และส่งรถบรรทุกน้ำจืดช่วยเหลือชาวสวนกล้วยไม้ที่ขาดแคลนน้ำจืด

นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ลุ่มน้ำเจ้าพระยาเมื่อวันที่ 1 พ.ย.2563 ปริมาณน้ำใช้การได้มีประมาณ 5,771 ล้าน ลบ.ม.หรือประมาณ 32% ของความจุฯ และวันที่ 2 ก.พ.2564 ปริมาณน้ำใช้การได้เหลือประมาณ 4,295 ล้าน ลบ.ม.หรือประมาณ 24% ของความจุฯ ซึ่งตามแผนจัดสรรน้ำใช้ในฤดูแล้ง มีการจัดสรรไว้ประมาณ 4,000 ล้าน ลบ.ม. ขณะนี้ใช้ไปแล้ว 2,290 ล้าน ลบ.ม. หรือประมาณ 57% ของน้ำที่จัดสรรไว้ใช้ในฤดูแล้ง ส่งผลให้น้ำเหลือใช้ประมาณ 1,710 ล้าน ลบ.ม.หรือประมาณ 43% จากปริมาณที่จัดสรรไว้

ขณะนี้ สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำในอ่างขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศจำนวน 447 แห่ง มีปริมาณน้ำรวมกัน 44,261 ล้าน ลบ.ม. หรือ 58% ของความจุอ่างฯ ปริมาณน้ำใช้การได้ 20,331 ล้าน ลบ.ม. หรือ 39%  โดยอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีปริมาณน้ำใช้การน้อยกว่าหรือเท่ากับ 30% ของความจุฯ มีจำนวน 5 แห่ง คือ ภูมิพล สิริกิติ์ แม่มอก วชิราลงกรณ และคลองสียัด

ปริมาณน้ำไหลลงอ่างและระบาย ช่วงฤดูแล้ง ปี 2563/64 ของอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 35 แห่ง ระหว่าง 1 พ.ย. 63 – ปัจจุบัน ปริมาณน้ำไหลลงอ่าง 4,718.13 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำระบายจากอ่าง 5,880.91 ล้าน ลบ.ม. การใช้น้ำมีมากกว่าแผนที่กำหนดไว้ รวมถึงอิทธิพลจากน้ำทะเลหนุนสูงบริเวณอ่าวไทย ส่งผลให้เกิดความเค็มหนุนสูง กระทบกับน้ำในการทำน้ำประปา และบางเวลาน้ำประปาอาจมีรสชาติเปลี่ยนไป

สำหรับแผนทำนาทั่วประเทศ มีแผนเพาะปลูกข้าวนาปรัง 1.90 ล้านไร่ เพาะปลูกแล้ว 4.261 ล้านไร่  แยกเป็นเพาะปลูกในแผน 1.627 ล้านไร่ คิดเป็น 86% ของแผน และเพาะปลูกนอกแผน 2.634 ล้านไร่ ในลุ่มเจ้าพระยา กรมชลประทานได้รณรงค์ลดการทำนาต่อเนื่องในฤดูแล้ง ปี 2563/64 หรือไม่ให้มีการทำนาเลย ส่วนการเพาะปลูกข้าวนาปีปี 2563 ทั่วประเทศ แผนเพาะปลูกข้าวนาปี 16.79 ล้านไร่ ปลูกแล้ว 14.45 ล้านไร่ คิดเป็น 86% ของแผน เก็บเกี่ยวแล้ว 14.02 ล้านไร่ ลุ่มน้ำเจ้าพระยา แผนเพาะปลูกข้าวนาปี 8.1 ล้านไร่ ปลูกแล้ว 6.39 ล้านไร่ คิดเป็น 79% ของแผน เก็บเกี่ยวแล้ว 6.35 ล้านไร่

สำหรับ ผลการจัดสรรน้ำฤดูแล้งปี 2563/64 ทั้งประเทศ 1 พ.ย. 63 – 30 เม.ย. 64 วางแผนการจัดสรรน้ำรวม 17,122 ล้าน ลบ.ม. จัดสรรน้ำไปแล้ว 7,946 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 46% ของแผนฯ เฉพาะลุ่มเจ้าพระยา วางแผนการจัดสรรน้ำรวม 4,000 ล้าน ลบ.ม. มีการใช้น้ำไปแล้ว 2,290 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 57% ของแผนฯ ด้านลุ่มน้ำแม่กลอง วางแผนจัดสรรน้ำรวม 3,000 ล้าน ลบ.ม. จัดสรรน้ำไปแล้ว 624 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น  21% ของแผนฯ

ซีพีเอฟ ผนึกกำลัง อ.ส.ค. เดินหน้าสร้างความยั่งยืนโคนมไทย

0

รายงานข่าว เปิดเผยว่า บริษัท ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การพัฒนาผู้เลี้ยงโคนมไทย “โครงการสี่ประสาน สร้างความยั่งยืนโคนมไทย” มุ่งเป้าพัฒนาฟาร์มต้นน้ำโคนมไทย พร้อมส่งต่อองค์ความรู้ให้กับทั้งสหกรณ์โคนม-ศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบ และเกษตรกรโคนม ดันมาตรฐานการจัดการโคนม ได้น้ำนมคุณภาพสูง สร้างผลกำไรสูงสุด เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรโคนมสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน 

นายสุชาติ จริยาเลิศศักดิ์ รองผู้อำนวยการทำการแทนผู้อำนวยการ อ.ส.ค. เปิดเผยว่า อ.ส.ค. ต้องการยกระดับความสามารถเกษตรกรโคนมไทยให้ดำรงอาชีพอย่างมั่นคงและยั่งยืน ดังนั้นการที่มีภาคเอกชนมาร่วมมือเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ความร่วมมือกับซีพีเอฟ ที่เป็นผู้นำด้านเกษตรอุตสาหกรรมและอาหาร มุ่งพัฒนาอาหารสัตว์บกคุณภาพสูงเพื่อเกษตรกรมาโดยตลอด ขณะที่ อ.ส.ค. เป็นผู้นำด้านการส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงโคนม เป็นผู้รับซื้อและจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมคุณภาพ จะทำให้มีผลลัพธ์ของการดำเนินโครงการที่น่าพอใจ

“โครงการนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของความร่วมมือที่จะส่งผลดีต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม และอุตสาหกรรมนมไทย โดยที่ผ่านมามี 5 ศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบ ที่ได้ร่วมมือกับซีพีเอฟในการพัฒนาตลอดกระบวนการผลิตน้ำนมให้มีมาตรฐาน ส่งผลให้ตัวชี้วัดด้านคุณภาพและประสิทธิภาพมีค่าเฉลี่ยที่ดีขึ้น ทั้งค่าองค์ประกอบน้ำนม ผลผลิต ประสิทธิภาพการเลี้ยงโคนม รวมถึงด้านความสะอาดของน้ำนม และตั้งเป้าว่าต้องมีค่าโซมาติกเซลล์ (ค่า SCC) ไม่เกิน 500,000 เซลล์ต่อมิลลิลิตร ตามเกณฑ์การรับซื้อน้ำนมดิบตามข้อกำหนดของคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม”  นายสุชาติ กล่าว 

ด้าน นายเรวัติ หทัยสัตยพงศ์ รองกรรมการผู้จัดการบริหาร ธุรกิจอาหารสัตว์บก ซีพีเอฟ กล่าวว่า บริษัทมีองค์ความรู้ด้านการเลี้ยงและการจัดการโคนมมานานกว่า 30 ปี โดยมีฟาร์มวิจัยและพัฒนาด้านโคนมของซีพีเอฟทั้ง 4 แห่งทั่วประเทศ ที่มีความพร้อมด้านทรัพยากรคน เครื่องมือ และเทคโนโลยีทันสมัย ที่ช่วยยกระดับมาตรฐานการเลี้ยงโคนม เพื่อแบ่งเบาภาระเกษตรกร ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ด้วยการพัฒนาการจัดการด้านการเลี้ยงให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยซีพีเอฟได้เริ่มต้นความร่วมมือพัฒนาศูนย์นมและเกษตรกรโคนมในเครือข่ายของ อ.ส.ค. รวม  5 ศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบ ได้แก่ สหกรณ์โคนมกระนวนสามัคคี, สหกรณ์โคนมน้ำพอง จ.ขอนแก่น, สหกรณ์โคนมหนองวัวซอ จ.อุดรธานี, สหกรณ์โคนมแม่โจ้ จ.เชียงใหม่ และสหกรณ์โคนมไทย–เดนมาร์คลำพญากลาง จ.สระบุรี นับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2563 เป็นต้นมา

ทั้งซีพีเอฟ และ อ.ส.ค. มีเป้าหมายเดียวกันที่จะยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมนมไทยทั้งห่วงโซ่ จึงเกิดความร่วมมือครั้งนี้ขึ้น และยังร่วมกันตั้งเป้าหมายในการขยายโครงการไปอีก 7 ศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบทั่วประเทศ ภายในปีนี้ คาดว่าจะมีประชากรโคนม มากกว่า 12,000 ตัว มุ่งเป้าสู่ “การเกษตรแบบแม่นยำ” ด้วยการเก็บข้อมูลบันทึกการเลี้ยง สำหรับนำมาวิเคราะห์เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด และสามารถวัดผลได้ พร้อมส่งต่อองค์ความรู้และมาตรฐานของซีพีเอฟสู่เกษตรกรโคนม มุ่งเน้นให้คนเลี้ยงโคนมมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ตลอดจนร่วมกันสร้างผลผลิตน้ำนมที่มีคุณภาพ สด สะอาด ปลอดภัย สู่ผู้บริโภค

ที่นี่มีคำตอบ คำถามยอดฮิตเรื่องจองหุ้นโออาร์

0

คำถามยอดฮิตเกี่ยวกับการจองหุ้น OR

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย คลายข้อสงสัย ถึงคำถามยอดฮิตเกี่ยวกับการจองหุ้นโออาร์ หรือ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) ซึ่งได้เปิดให้ประชาชนทั่วไปจองเมื่อวันที่ 24 ม.ค. จนถึงวันที่ 2 ก.พ. 2564 ที่ผ่านมา โดยในวันพรุ่งนี้ (6 ก.พ.) นักลงทุนรายร่อย จะสามารถตรวจสอบผลการจัดสรรหุ้นได้ ส่วนผู้ถือหุ้น PTT ที่ได้รับสิทธิจองซื้อหุ้น จะสามารถตรวจสอบผลได้ตั้งแต่วันนี้ 5 ก.พ. โดยคำตอบของแต่ละข้อมีดังนี้

1. ตรวจสอบผลการจัดสรรหุ้น OR ได้ที่ไหน เมื่อไหร่

  • นักลงทุนรายย่อย
    ตรวจสอบผลได้ตั้งแต่วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2564 ตั้งแต่เวลา 00:01 น. เป็นต้นไป ที่ www.settrade.com/OR
  • ผู้ถือหุ้น PTT ที่ได้รับสิทธิและทำการจองซื้อ
    ตรวจสอบผลได้ตั้งแต่วันนี้ ที่เว็บไซต์ ธนาคารกสิกรไทย

2. หากไม่ได้รับหุ้น หรือ ได้รับไม่ครบจำนวนที่จอง จะได้รับเงินคืนอย่างไร

  • ได้รับเงินโอนเข้าบัญชีธนาคาร ภายในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2564 หรือ
    เช็คส่งออกทางไปรษณีย์ ภายในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2564
    โปรดสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ธนาคารที่ท่านจองซื้อ

3. เมื่อได้หุ้นจอง OR แล้ว จะได้รับหุ้นเมื่อไหร่

  • เข้าบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ (Broker)
    จะได้รับ “หุ้น” เข้าบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ ภายใน 1 วันทำการก่อนวันเริ่มซื้อขาย
  • เข้าบัญชี 600 (Issuer Account) ฝากหุ้นไว้กับ TSD
    จะได้รับ “เอกสารการฝากหุ้นเข้าบัญชี” ที่จะส่งออกไปรษณีย์ ภายใน 3 วันทำการจากวันเริ่มซื้อขาย
  • ใบหุ้น
    จะได้รับ “ใบหุ้น” ที่จะส่งออกไปรษณีย์ ภายใน 15 วันทำการจากวันจองซื้อวันสุดท้าย

4. ขายหุ้นจอง OR ในตลาดหลักทรัพย์ได้เมื่อไหร่ และต้องทำอย่างไร

  • เข้าบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ (Broker)
    ซื้อขายได้ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มทำการซื้อขาย
    ติดตามข้อมูลวันเริ่มซื้อขาย << คลิกที่นี่ >>
  • เข้าบัญชี 600 (Issuer Account) / ใบหุ้น
    ทำการโอนหุ้นเข้าบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์
    เปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ <<คลิกที่นี่>>

5. หากข้อมูลในการจองซื้อไม่ถูกต้อง ทำอย่างไร
(เช่น ชื่อบัญชี/เลขที่บัญชีไม่ถูกต้อง หรือ ชื่อผู้จองซื้อไม่ตรงกับชื่อบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์)

  • โปรดติดต่อบริษัทหลักทรัพย์เพื่อตรวจสอบและแก้ไขข้อมูล

6. เมื่อได้หุ้นจอง OR แล้ว ข้อมูลผู้ถือหุ้นไม่ถูกต้อง ทำอย่างไร

7. หากต้องการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการถือหุ้น OR ต้องทำอย่างไร

เดิมใหม่ติดต่อแบบฟอร์ม
เข้าบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ (Broker)เข้าบัญชี 600 (Issuer Account)บริษัทหลักทรัพย์แบบฟอร์มคำขอโอน/
รับโอนหลักทรัพย์
ใบหุ้นบริษัทหลักทรัพย์แบบฟอร์มคำขอถอนหลักทรัพย์ จากบัญชีสมาชิกผู้ฝากหลักทรัพย์
เข้าบัญชี 600 (Issuer Account)เข้าบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ (Broker)บริษัทหลักทรัพย์แบบฟอร์มคำขอโอน/
รับโอนหลักทรัพย์
ใบหุ้นTSD
(บริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์)
แบบฟอร์มคำขอถอนหลักทรัพย์ จากบัญชีผู้ออกหลักทรัพย์
ใบหุ้นเข้าบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ (Broker)บริษัทหลักทรัพย์ไม่ต้องใช้แบบฟอร์ม
เข้าบัญชี 600 (Issuer Account)TSD
(บริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์)
แบบฟอร์มคำขอฝากหลักทรัพย์

ที่มา ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย