Home Blog Page 429

ซีพี ส่งมอบน้ำดื่ม หนุนภารกิจแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่าในพื้นที่เชียงใหม่

0

รายงานข่าว เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้ เครือเจริญโภคภํณฑ์ (ซีพี) ได้ส่งมอบน้ำดื่ม จำนวน 4,800 ขวด ให้กับเครือข่าย อ.เเม่เเจ่ม มูลนิธิเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน(ภาคเหนือ) โดยมีคุณนุจิรัตน์ ปิวคำ ผู้ประสานงานมูลนิธิเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนภาคเหนือ และผู้นำชุมชนอำเภอจอมทอง เป็นผู้แทนในการรับมอบน้ำดื่ม ณ สำนักงานมูลนิธิเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน(ภาคเหนือ) และ นายสมเกียรติ มีธรรม รองประธานศูนย์หนุนชุมชนรู้สู้ภัยพิบัติอำเภอแม่แจ่ม และเลขาธิการมูลนิธิฮักเมืองแจ๋ม เป็นผู้แทนในการรับมอบน้ำดื่ม ณ ร้านแจ่มจริง เพื่อส่งต่อในการการปฏิบัติงานเจ้าหน้าที่เเก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน 

นายนนท์ นาคะเสถียร ผู้จัดการทั่วไป หน่วยงานด้านพัฒนาความยั่งยืนภาครัฐ สำนักบริหารความยั่งยืนธรรมาภิบาลและสื่อสารองค์กร เครือเจริญโภคภัณฑ์ เปิดเผยว่า ขอบคุณทุกฝ่ายที่ผนึกกำลังมองเป้าหมายเดียวกัน คอยเป็นกำลังเสริมเพื่อสนับสนุน ในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานในการดับไฟป่าเเละรักษาผืนป่าอันเป็นเเหล่งทรัพยากรที่สำคัญของทุกคน โดยการเข้าปฏิบัติงานดับไฟป่าของเจ้าหน้าที่ทุกครั้งล้วนมีความสี่ยงต่างๆ ทั้งในการลาดตระเวนตามแนวเขตพื้นที่ป่า ซึ่งทางเครือฯ ได้เล็งเห็นความสำคัญ ทั้งด้านสิ่งเเวดล้อม เเละสุขภาพของชุมชน จึงได้ขับเคลื่อนการทำงานร่วมกับเครือข่ายเเละพร้อมสนับสนุนภารกิจร่วมกันมาโดยดีตลอด เพื่อบรรลุเป้าหมายไปด้วยกัน

AIS จ่ายค่าใบอนุญาตคลื่นความถี่ 700 MHz จากการประมูล

0

นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์  อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส ในฐานะผู้บริหาร บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด (เอดับบลิวเอ็น) ผู้ได้รับจัดสรรคลื่นความถี่ย่าน 700 MHz (733 – 738 / 788 -793 MHz ) ในมูลค่ารวม 17,154 ล้านบาท เป็นตัวแทนชำระค่าคลื่นความถี่ย่าน 700 MHz งวดที่ 1 จำนวน 1,835,478,000 บาท  รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว โดยมี พลเอกสุกิจ ขมะสุนทร ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เป็นผู้รับมอบ เพื่อนำส่งเงินเป็นรายได้ของแผ่นดินต่อไป

นายสมชัย กล่าวว่า  บริษัทตั้งใจที่จะประมูลคลื่น 700 MHz เพิ่มเติม เพื่อนำมาให้บริการ 5G โดยเป็นคลื่น 5G แบบเต็ม Block ตามมาตรฐานเทคโนโลยี 5G ระดับโลก ซึ่งเป็นจำนวนที่จะนำมาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และเพื่อให้คลื่นความถี่ที่เอไอเอสมี ครบทั้งย่านความถี่ต่ำ ย่านความถี่กลาง และย่านความถี่สูง ครอบคลุมการใช้งานทุกรูปแบบ ประกอบด้วย คลื่น 700 MHz จำนวน 30 MHz (2×15 MHz), คลื่น 2600 MHz จำนวน 100 MHz และคลื่น 26 GHz จำนวน 1200 MHz รวมเฉพาะคลื่นความถี่ที่จะนำมาให้บริการ 5G ทั้งหมดอยู่ที่ 1330 MHz และเมื่อรวมกับคลื่นความถี่เดิมที่มีจำนวนมากที่สุดอยู่แล้ว ส่งผลให้เอไอเอสยังคงยืนหยัด ในฐานะผู้นำอันดับ 1 ที่มีคลื่นความถี่ในการให้บริการ 3G,4G และ 5G มากที่สุดในอุตสาหกรรม รวม 1420 MHz (ไม่รวมคลื่นที่เกิดจากความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ) ที่จะนำมาสร้างประโยชน์ในการฟื้นฟูประเทศ
ผ่านการร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมหลักต่างๆและลูกค้าทุกกลุ่มต่อไป

เมืองไทยประกันชีวิต เปิดตัวแคมเปญ Big Thanks for YOUR VOICES ลุ้นรับรางวัลแทนคำขอบคุณกว่า 8 แสนบาท

0
สาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)

นายสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทได้เปิดตัวแคมเปญใหญ่ “Big Thanks for YOUR VOICES” เพื่อมอบสิทธิพิเศษแทนคำขอบคุณให้กับลูกค้าทุกท่านที่ให้ข้อเสนอแนะมายังบริษัทฯ ทั้งการประเมินความพึงพอใจ การให้คำแนะนำต่างๆ ตลอดจนการเข้าร่วมโครงการของบริษัทฯ เพื่อให้บริษัทฯ สามารถนำเสียงเหล่านั้นมาช่วยในการพัฒนาการบริการต่างๆ ให้ดียิ่งขึ้น โดยลูกค้าที่สนใจเข้าร่วมแคมเปญสุดพิเศษนี้ จะมีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลแทนคำขอบคุณรวมมูลค่ากว่า 800,000 บาท

สามารถเข้าร่วมแคมเปญได้ง่ายๆ ดังนี้ 1) เมื่อประเมินความพึงพอใจจากการเข้าใช้บริการผ่านช่องทางต่างๆ ที่บริษัทฯ กำหนด กรณีประเมินโดยให้คะแนนเฉพาะความพึงพอใจ จะได้รับ 1 สิทธิ์ ต่อการประเมิน 1 ครั้งต่อเดือน โดยไม่จำกัดช่องทาง 2) เมื่อประเมินความพึงพอใจจากการเข้าใช้บริการผ่านช่องทางต่างๆ ที่บริษัทฯ กำหนด และให้ข้อเสนอแนะเพื่อนำไปพัฒนาช่องทางการบริการต่างๆ จะได้รับ 3 สิทธิ์ ต่อการให้คำแนะนำ 1 ครั้ง ต่อเดือน 3) เมื่อเข้าร่วมลงทะเบียนการยืนยันตัวตนด้วยเสียงในโครงการ Voice Biometrics สำเร็จ ได้รับ 10 สิทธิ์ ระยะเวลาการเข้าร่วมแคมเปญ Big Thanks for YOUR VOICES ตั้งแต่ วันที่ 1 มีนาคม ถึง 31 ธันวาคม 2564 โดยจะมีการจับสลากรางวัลในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2565 ณ เมืองไทยประกันชีวิต สำนักงานใหญ่ และประกาศรายชื่อผู้ได้รับรางวัลในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2565 ที่เว็บไซต์ www.muangthai.co.th

ลูกค้าเมืองไทยฯ สนใจเข้าร่วมสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม รวมถึงรายละเอียดของรางวัลรวมมูลค่า 800,000 บาทเพิ่มเติมได้ที่ https://www.muangthai.co.th/th/about-mtl/news-and-update/bigthanks-for-your-voices

นายสาระ กล่าวว่า บริษัทมุ่งมั่นในการเป็นแบรนด์ที่ลูกค้าให้ความไว้วางใจพร้อมดูแลและเดินเคียงข้างในทุกช่วงของชีวิต ภายใต้กลยุทธ์ “MTL Trusted Lifetime Partner” ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ บริการ ช่องทางการขายที่หลากหลาย ผ่านนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทุก Journey ในแบบที่มีความเฉพาะตัวของบุคคล (Personalization) มากยิ่งขึ้น ผ่านแพลตฟอร์ม Digital และ Non-digital ที่สามารถเข้าถึงความต้องการในทุกไลฟ์สไตล์ พร้อมยกระดับองค์กรสู่ความเป็นสากล และโดดเด่นด้วยภาพลักษณ์องค์กรที่มีความทันสมัย เป็นมืออาชีพ เดินหน้าเติมเต็มการให้บริการที่เหนือระดับ (Beyond Insurance Service) ด้วยรูปแบบการบริการที่หลากหลาย พร้อมด้วยการดำเนินการตามนโยบายยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centricity) ผ่านการรับฟังเสียงของลูกค้า เพื่อนำมาพัฒนาการบริการในทุกจุดที่ลูกค้าเข้ามาสัมผัส

เจ้าสัวธนินท์ เป็นประธานลงนามความร่วมมือ ซีพี-ซีพีเอฟ-ม.แม่โจ้ ผลิตอาหารจากกัญชง

0

รายงานข่าว เปิดเผยว่า วันนี้ (16 มี.ค. 64) นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ เป็นประธานและสักขีพยาน ในพิธีลงนามความร่วมมือทางวิชาการและความร่วมมือพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารจากพืชกัญชง ระหว่างเครือเจริญโภคภัณฑ์ กับมหาวิทยาลัยแม่โจ้ มี นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) และ บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (ซีพีเอฟ) และ รศ.ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นผู้ลงนาม โดยมี นายอดิเรก ศรีประทักษ์ ประธานคณะกรรมการบริหาร นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร และนายสุเมธ ภิญโญสนิท ประธานคณะผู้บริหาร บจ.เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส รวมถึงคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ร่วมงานด้วย ที่อาคารซี.พี.ทาวเวอร์ ถ.สีลม

ข้อตกลงความร่วมมือนี้ เป็นไปตามนโยบายภาครัฐที่ต้องการส่งเสริมให้กัญชงเป็นพืชเศรษฐกิจ ช่วยเพิ่มรายได้และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้เกษตรกร ตลอดจนสร้างเสริมสุขภาพที่ดีให้ประชาชน เครือเจริญโภคภัณฑ์ ซีพีเอฟ และมหาวิทยาลัยแม่โจ้ จึงร่วมมือกันวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ เพื่อให้ได้มาซึ่งสารสกัดกัญชงอันเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพของผู้บริโภคและนำมาเป็นส่วนประกอบของอาหารที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ถึงต้นทาง ทั้งสายพันธุ์ แหล่งเพาะปลูก และวิธีการปลูก ตอบโจทย์อาหารปลอดภัยสู่ “ครัวของโลก”ได้อย่างยั่งยืน โดยจะทำการวิจัยระบบมาตรฐานในการเพาะปลูก รวมถึงแนวทางการบริหารจัดการตลอดห่วงโซ่คุณค่า

นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร CPF กล่าวว่า การวิจัยพัฒนาพืชกัญชงเป็นเรื่องท้าทาย ต้องอยู่ในกรอบของกฎหมายและปลอดภัยต่อผู้บริโภค เมื่อได้ร่วมมือกับ ม.แม่โจ้ ซึ่งมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ เชื่อว่าจะสามารถผลิตพืชกัญชงคุณภาพ ในปริมาณที่มากพอสำหรับการผลิตอาหารของซีพีเอฟ โดยอาหารสำเร็จรูปที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากกัญชงซึ่งเป็นสารที่ดีต่อสุขภาพจะออกสู่ตลาดได้ภายในปีนี้ ขึ้นอยู่กับการประกาศของภาครัฐ ทั้งนี้ CPF RD Center จะสร้างสรรค์นวัตกรรมอาหารที่เติมสารสำคัญจากพืชกัญชง ที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ถึงสายพันธุ์และแหล่งเพาะปลูก เพื่อตอบโจทย์สุขภาพและความปลอดภัยสูงสุดของผู้บริโภค

ทั้งนี้ พืชกัญชง เป็นพืชที่มีคุณค่าของสารสำคัญมากมาย อาทิ CBD ที่งานวิจัยในต่างประเทศพบว่ามีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายด้าน ทั้งระบบประสาทและสมอง ระบบหัวใจ นอกจากนี้ยังมีสารกลุ่มเทอร์ปีนที่ช่วยผ่อนคลาย และสารกลุ่มฟลาโวนอยด์ที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ส่วนเมล็ดของพืชกัญชง มีคุณค่าทางโภชนาการสูงมาก เป็นแหล่งโปรตีนที่มีกรดอะมิโนจำเป็นต่อร่างกายครบถ้วน รวมถึง มีไขมันโอเมก้า 3,6,9 ซึ่งดีต่อร่างกาย นอกจากนี้กากเมล็ดกัญชงยังนำมาเป็นวัตถุดิบในการผลิตอาหารสัตว์ได้อีกด้วย

ความมหัศจรรย์ของกัญชงคือ เป็นพืชที่ดูดซึมสารอาหารจากดินได้ทั้งหมด ดังนั้นการควบคุมและระบบการจัดการเป็นเรื่องสำคัญ นอกเหนือจากสายพันธุ์ที่ต้องวิจัยและพัฒนามาอย่างดีเช่นกัน ทั้งนี้เพื่อให้ได้กัญชงที่ปลอดภัยที่สุด ซึ่งเป็นต้นน้ำของห่วงโซ่การผลิตอาหาร ความร่วมมือในการวิจัยพัฒนากัญชงอย่างครบวงจรตั้งแต่สายพันธุ์ การเพาะปลูก ไปจนถึงการแปรรูปเป็นอาหารนี้ จะสร้างประโยชน์ให้เกษตรกรมีสายพันธุ์และเทคนิควิธีดูแลพืชอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการในวิถีอินทรีย์ และนำไปพัฒนาต่อยอดเป็นอาหารสำเร็จรูป จะเกิดประโยชน์อย่างยิ่งต่อห่วงโซ่การผลิตทั้งระบบเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารของประเทศ ตอบโจทย์อาหารสุขภาพ ตอกย้ำวิสัยทัศน์ “ครัวของโลก” ได้อีกทางหนึ่ง

ด้านน รศ.ดร.วีระพล กล่าวว่า ความร่วมมือวิจัยพัฒนาครั้งนี้ จะเกิดประโยชน์อย่างยิ่งในวงการการศึกษาของประเทศไทย ด้วยความชำนาญของทั้งมหาวิทยาลัยแม่โจ้ และความพร้อมของเครือเจริญโภคภัณฑ์ที่มีหน่วยงานด้านพืชครบวงจรเข้ามาร่วมกันพัฒนา ขณะเดียวกันก็มีหน่วยงาน RD Center ของซีพีเอฟซึ่งมีความพร้อมในการวิจัยพัฒนาอาหาร ช่วยต่อยอดห่วงโซ่คุณค่าให้ครบถ้วน อันจะเป็นส่วนสำคัญในการรองรับผลผลิตของเกษตรกรด้วย

“ม.แม่โจ้ ทำการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับกัญชงและกัญชา มาตั้งแต่ปี 2554 และมีความเชี่ยวชาญในการปลูกด้วยวิธีอินทรีย์ ปัจจุบันงานวิจัยพัฒนาพืชกัญชงและกัญชากำลังเป็นที่สนใจอย่างมาก แต่ไม่มีความร่วมมือใดที่จะครบถ้วนรอบด้านและมีความพร้อมเท่ากับความร่วมมือครั้งนี้ ผมมั่นใจว่าเราจะค้นพบสายพันธุ์ที่ดี มีเทคนิควิธีการปลูกที่ดี และใช้ประโยชน์จากพืชกัญชงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนตอบสนองการผลิตในอุตสาหกรรมอาหารได้อย่างเพียงพอ สร้างประโยชน์ต่อเกษตรกร ต่อผู้บริโภค และต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ” รศ.ดร.วีระพล กล่าว

เอไอเอส กวาด 3 รางวัลใหญ่เวที IAA Awards for Listed Companies 2020 ครองแชมป์กลุ่มเทคโนโลยี

0

รายงานข่าว เปิดเผยว่า สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน ประกาศผลรางวัล IAA Awards for Listed Companies 2020 มอบให้แก่ผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนใน 9 กลุ่มอุตสาหกรรม และในปีนี้ เอไอเอส คว้ารางวัลยอดเยี่ยมในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ครบทั้ง 3 รางวัล ประกอบด้วย นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร รับรางวัล CEO ยอดเยี่ยม, นายธีร์ สีอัมพรโรจน์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงิน รับรางวัล CFO ยอดเยี่ยม และนางสาวนัฐิยา พัวพงศกร หัวหน้าฝ่ายงานนักลงทุนสัมพันธ์และกำกับดูแลการปฏิบัติงาน รับรางวัล IR ยอดเยี่ยม ถือเป็นโอเปอร์เรเตอร์เพียงรายเดียวในไทยที่ได้รับรางวัลในปีนี้ โดยเป็นการพิจารณาตัดสินด้วยการลงคะแนนของเหล่านักวิเคราะห์การลงทุนในประเทศไทย

นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอส เปิดเผยว่า รู้สึกภูมิใจที่ได้รับรางวัลครบทั้ง 3 ประเภทในปีนี้ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากนักวิเคราะห์ นักลงทุน ที่มีให้แก่เรา แม้ตลอดปีที่ผ่านมา ประเทศไทยจะต้องเผชิญหน้ากับวิกฤตครั้งใหญ่ที่กระทบต่อชีวิตและเศรษฐกิจอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน แต่ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจของบุคลากรที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ทำให้เอไอเอส ในฐานะ Digital Life Service Provider ยังคงยืนหยัดในการดูแลและส่งมอบบริการคุณภาพในทุกมิติ แก่ลูกค้าทุกราย อย่างต่อเนื่อง พร้อมนำขีดความสามารถในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล ผนึกผู้นำอุตสาหกรรมทุกภาคส่วนในการร่วมขับเคลื่อนและพื้นฟูเศรษฐกิจ และสังคมไทยอย่างยั่งยืน

สำหรับหลักเกณฑ์การตัดสินรางวัล จะพิจารณาจากความสามารถในการบริหารงานของผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน โดยตระหนักถึงความสำคัญของผู้บริหารที่ต้องมีความรู้ความสามารถในการบริหารงาน ที่จะนำพาให้บริษัทประสบความสำเร็จและเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมกับการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ถือหุ้น โดยถือเป็นการช่วยพัฒนาเศรษฐกิจและตลาดทุนไทย รวมถึง วิสัยทัศน์อันกว้างไกลในการบริหารงานและผลการดำเนินงานที่ถูกสื่อสารผ่านบทความและบทวิเคราะห์ต่างๆ ของนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ไปยังนักลงทุนต่างๆ อย่างครบถ้วน

รางวัล CEO ยอดเยี่ยม

ปัจจัยที่ทำให้เอไอเอสได้รับเลือกให้ได้รับรางวัลในครั้งนี้ มาจากวิสัยทัศน์ในการนำพาธุรกิจไปสู่ผู้ให้บริการด้านดิจิทัลไลฟ์ในอนาคต ประกอบกับการนำเทคโนโลยี 5G มาเริ่มสร้างธุรกิจใหม่ให้กับเอไอเอส รวมทั้งใช้เพื่อช่วยประเทศพลิกฟื้นผ่านวิกฤติ COVID-19 ในปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ ยังเน้นการบริหารงานด้วยจรรยาบรรณและหลักบรรษัทภิบาลที่ดี มีความโปร่งใส และได้รับการยอมรับอย่างสูงจากทั้งนักลงทุนและนักวิเคราะห์

รางวัล CFO ยอดเยี่ยม

ความสามารถในการบริหารจัดการด้านการเงินของบริษัท ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในภาวะวิกฤต COVID-19 ในปีที่ผ่านมา มีการบริหารด้านการเงินและพิจารณาด้านความเสี่ยงอย่างเหมาะสม ในขณะที่ยังคงเตรียมความพร้อมทั้งการลงทุนในระยะยาวเพื่อรักษาศักยภาพในการแข่งขัน ประกอบกับการเตรียมสภาพคล่องเพื่อรองรับความไม่แน่นอนที่อาจจะเกิด นอกจากนี้ ในการคำนึงและคงรักษาผลประโยชน์สูงสุดของนักลงทุนในทุกสถานการณ์

รางวัล IR ยอดเยี่ยม

ด้วยหลักการทำงานของ IR AIS ที่สำคัญใน 4 ด้าน ได้แก่ “ถูกต้อง สม่ำเสมอ โปร่งใส เท่าเทียม”

ถูกต้อง – ให้ความสำคัญในเรื่องความถูกต้อง แม่นยำของข้อมูล ทั้งข้อมูลเกี่ยวกับอุตสาหกรรม และความรู้ทางด้านมาตรฐานบัญชีหรือการเงินที่มีความจำเป็นสำหรับนักลงทุนและนักวิเคราะห์

สม่ำเสมอ – ด้วยช่องทางการสื่อสารที่หลากหลายรวดเร็ว ทันต่อสถานการณ์ โดยเฉพาะการรักษาความสม่ำเสมอของการสื่อสารในสภาวะวิกฤตเช่นปีที่ผ่านมา

โปร่งใส – เน้นการให้ข้อมูลที่ครบถ้วนครบถ้วน โปร่งใส และเพียงพอสำหรับความเข้าใจของนักวิเคราะห์ และนักลงทุน เพื่อที่จะสามารถเข้าใจโอกาส และความเสี่ยงต่างๆ ที่มีต่อบริษัทในแต่ละสถานการณ์

เท่าเทียม – มีการเปิดเผยข้อมูลให้แก่ผู้ลงทุนอย่างเท่าเทียมในทุกช่องทาง เป็นไปตามจรรยาบรรณของ IR และกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

“รางวัลนี้ ถือเป็นกำลังใจของพนักงานทุกคนทุกฝ่าย เราขอให้คำมั่นว่าจะเดินหน้าทำงานร่วมกับนักลงทุนทุกกลุ่ม เพื่อร่วมกอบกู้เศรษฐกิจ การลงทุนของประเทศไทย จากความมุ่งมั่นพัฒนาและบริหารจัดการองค์กรด้วยขีดความสามารถและยึดหลักธรรมาภิบาลในการดำเนินธุรกิจ ตลอดจนดูแลลูกค้าและผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มอย่างดีที่สุด ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ปกติหรือในภาวะวิกฤตใดก็ตาม” นายสมชัย กล่าวสรุป

CPF คว้า 2 รางวัล IAA Awards CEO และ CFO ยอดเยี่ยมกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร

0

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็วๆนี้ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน มอบรางวัล IAA Awards for Listed Companies 2020 ประเภท รางวัล CEO ยอดเยี่ยมกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร ปี 2020 แก่ นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ และ ประเภทรางวัล CFO ยอดเยี่ยมกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร ปี 2020 แก่ นายไพศาล จิระกิจเจริญ ประธานผู้บริหารฝ่ายการเงิน ซีพีเอฟ โดยมี ดร.ภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย นายไพบูลย์ นลินทรางกูร นายกสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA) และ นายสมบัติ นราวุฒิชัย เลขาธิการและกรรมการผู้อำนวยการสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน ร่วมแสดงความยินดี ณ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ถนนรัชดาภิเษก

รางวัลดังกล่าวเป็นความร่วมมือของนักวิเคราะห์และผู้จัดการกองทุน ในการเสนอชื่อและให้คะแนนแก่ผู้บริหารของบริษัทจดทะเบียน โดยพิจารณาจากความรู้ความสามารถในการบริหารของผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน ซึ่งนำพาให้องค์กรประสบความสำเร็จ และเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกับการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ถือหุ้น พร้อมกับการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ถือหุ้น รวมทั้งมีการนำเสนอและให้ข้อมูลอย่างสม่ำเสมอในเชิงลึก ตรงประเด็น มีคุณภาพ ชัดเจน และถูกต้องครบถ้วน นับเป็นการช่วยพัฒนาเศรษฐกิจและตลาดทุนไทย

รู้ทันปากท้องกับตลาดหลักทรัพย์ : 5 สัญญาณหนี้ท่วมหัว เอาตัวไม่รอด

0

คุยกับกูรูด้านการวางแผนการเงิน มาบอกเช็กลิสต์สำรวจตัวเองว่า หนี้ท่วมหัวตัวเองหรือยัง ถ้าใครตกอยู่ในสถานการณ์นี้แล้ว ต้องเร่งบริหารจัดการรายรับ รายจ่าย และหนี้สินตัวเองโดยเร็วที่สุด

โลตัส ประกาศเติบโตอย่างยั่งยืนพร้อมผู้ประกอบการท้องถิ่น ทำธุรกิจอย่างเท่าเทียม

0

รายงานข่าว เปิดเผยว่า ภายหลังที่ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ต่อการลงทุนโดยอ้อมผ่านบริษัท ซี.พี. รีเทล โฮลดิ้ง จำกัด ในฐานะผู้ถือหุ้นทั้งหมดในบริษัท ซี.พี. รีเทล ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด เพื่อเข้าไปลงทุนในกลุ่มเทสโก้เอเชีย เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. 2563 ที่ผ่านมา  และ คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) มีมติพิจารณาให้การควบรวมธุรกิจระหว่างบริษัท ซี.พี. รีเทล ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด และบริษัท เทสโก้ สโตร์ส (ประเทศไทย) จำกัด มีผลไปเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2563 ถืออันเป็นการยุติในประเด็นการเข้าข่ายมีอำนาจเหนือตลาดกิจการค้าปลีก ภายใต้กลุ่ม “ซีพี” ไปเมื่อต้นปี 2564 ที่ผ่านมา

ล่าสุด บริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด ผู้บริหารธุรกิจค้าปลีก “โลตัส” ได้ประกาศนโยบายการทำงานของ เทสโก้ โลตัส ภายใต้ทุน ซีพี เป็นครั้งแรก ที่จากนี้ไปจะให้ความสำคัญกับซัพพลายเออร์ กลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี มากขึ้น 

นางสาวเบญจวรรณ อ่องศรี ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายศูนย์การค้าและพื้นที่เช่า โลตัส บริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด กล่าวว่า ในฐานะที่ โลตัส เป็นห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ จากจำนวนสาขามากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง ได้เปิดโอกาสและช่องทางในการทำธุรกิจอย่างเท่าเทียม เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลายจากทุกสาขาทั่วประเทศ 

ทั้งนี้  ‘โลตัส’  มีที่ปรึกษามืออาชีพหนุนสร้างโอกาสขายรายย่อย เพื่อเพิ่มโอกาสในการค้าขาย  นอกเหนือจากช่องทางการทำธุรกิจในศูนย์การค้า เช่น ช่องทางต่อยอดธุรกิจออนไลน์, กิจกรรมทางการตลาดและสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ เป็นต้น เพื่อร่วมกันพัฒนากิจการของท่านในฐานะคู่ค้าพันธมิตร 

โดย ผู้สนใจเช่าพื้นที่ติดต่อสอบถามได้ที่  02-7979000 กด “3” สำหรับเช่าพื้นที่ /ศูนย์อาหารและ  กด “4” สำหรับเช่าพื้นที่หน้าโลตัส ขนาดเล็ก หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://fb.watch/46Tls2qFN9/

“โลตัสวางยุทธศาสตร์การดำเนินธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนคู่กับสังคมไทย ซึ่งหนึ่งในเป้าหมายสำคัญที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง คือการเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนให้ผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอี โอทอป มีโอกาสสร้างรายได้ เพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าและขยายฐานลูกค้า”

ที่ผ่านมา โลตัสได้ร่วมสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ผ่านโครงการต่างๆ  เช่น โครงการถุงคืนชีพ สร้างอาชีพ , โครงการ Food Paradise เปิดพื้นที่ภายในศูนย์การค้าฟรีเพื่อให้เกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อย, โครงการตลาดนัด SME ไทย ถูกใจมหาชน ร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์คัดเลือกผู้ประกอบการ SME ผู้ประกอบการ OTOP Select  รวมไปถึงผู้ประกอบการรายย่อยในชุมชนกว่า 300 ราย นำสินค้ามาวางจำหน่ายบริเวณด้านหน้าสาขาโดยไม่มีค่าใช้จ่าย, โครงการตลาดสุขใจวัยเก๋า เปิดพื้นที่ให้ผู้สูงอายุนอกระบบ มาจำหน่ายสินค้าในห้าง โลตัส  และ โครงการศูนย์ฝึกอาชีพจตุจักร สนับสนุนพื้นที่กว่า 300 ตารางเมตรและสาธารณูปโภคให้เป็นเวลา 3 ปีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เปิดให้บริการจัดฝึกอบรมหลักสูตรวิชาชีพให้แก่ประชาชนที่สนใจ เป็นต้น

เครือซีพี ชูโมเดลธุรกิจเพื่อสังคม “กาแฟสร้างอาชีพ” เก็บเกี่ยวผลผลิตปีแรก

0

เครือเจริญโภคภัณฑ์มุ่งมั่นการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน ครอบคลุมทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยในด้านสิ่งแวดล้อมกำหนดแผนงานด้านความยั่งยืนควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจของชุมชน ผสานความร่วมมือจากทุกภาคส่วน สนับสนุนการดำเนินงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ก่อเกิดเป็นธุรกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise : SE) ภายใต้ “โมเดลกาเเฟสร้างอาชีพ” ในพื้นที่บ้านกองกาย อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ จากการส่งเสริมปลูกกาแฟในพื้นที่ โดยมีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 33 ครัวเรือน ตอบโจทย์อาชีพทางเลือกใหม่ที่สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรอย่างยั่งยืน เกิดการรวมกลุ่มของเกษตรกรที่เข้มแข็ง แบ่งปันความรู้ภายในชุมชน โดยปีนี้เป็นปีแรกที่ก้าวสู่ฤดูการเก็บเกี่ยวกาแฟเชอรี่ และการรับซื้อเมล็ดกาแฟกะลาของชุมชนเพื่อสร้างรายได้แก่เกษตรกร โดยคาดว่าจะมีปริมาณผลผลิตอยู่ที่ 6-7 ตัน จะสามารถสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนได้มากถึง 300,000 บาท ซึ่งราคารับซื้อกาแฟอยู่ที่กิโลกรัมละ 16.50 บาท ถือเป็นราคารับซื้อในกาแฟเกรด A พร้อมส่งต่อแก่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแม่แจ่มเพื่อแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์กาแฟคุณภาพและจำหน่ายต่อไป

น.ส.พิไลลักษณ์ พิชัยวัตต์ ผู้จัดการทั่วไป ด้าน Social Enterprise หน่วยงานพัฒนาความยั่งยืนภาครัฐ ธรรมาภิบาล เเละสื่อสารองค์กร บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด กล่าวว่า หมู่บ้านกองกาย อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ต้นแบบการเปลี่ยนแปลง ที่เครือซีพีเลือกเป็นพื้นที่นำร่องในปี 2560 ในการพัฒนาภายใต้ เเม่เเจ่มโมเดล ปรับเปลี่ยนพื้นที่ด้วยการปลูกพืชแบบผสมผสาน และมีจำนวนต้นไม้ที่ดูแลตลอดทั้งโครงการจำนวน 40,102 ต้น ในพื้นที่ 93 ไร่ ดึงศักยภาพของชุมชนออกมาและพัฒนาของเกษตรกรในพื้นที่ลดการปลูกพืชเชิงเดี่ยวคือ ข้าวโพด มาเป็นการปลูกกาแฟที่สามารถสร้างรายได้ พร้อมนำองค์ความรู้และทักษะด้านบริหารจัดการตลอดกระบวนการ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ โดยมีนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญจากเครือซีพีให้คำปรึกษาแก่เกษตรกรในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ผลผลิตกาแฟฟื้นป่าบ้านกองกาย ได้ขยายผลต่อยอดสู่ “วิสาหกิจเพื่อสังคม” มีการจัดการที่ดีตลอดห่วงโซ่อุปทานเพื่อให้ได้กาแฟคุณภาพส่งมอบสู่ตลาด เพื่อสร้างการกระจายรายได้สู่ชุมชน โดยเครือซีพีได้ทำหน้าที่เป็นตลาดในการรับซื้อกาแฟเชอร์รี่สดส่งต่อมาที่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแม่แจ่ม เพื่อนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์กาแฟคุณภาพภายในพื้นที่และจัดจำหน่ายแก่ผู้ประกอบการต่อไป ซึ่งในอนาคต เครือซีพีและกลุ่มวิสาหกิจบ้านกองกาย มีความตั้งใจสร้างผลิตภัณฑ์ชุมชนให้เกิดแบรนด์กาแฟชุมชนอย่างเป็นรูปธรรมพร้อมขยายการรับรู้ในวงกว้างเพื่อเป็นแนวทางสำหรับเกษตรกรยุคใหม่ในชุมชน ให้คิดค้นพัฒนาสินค้าชุมชนอย่างต่อเนื่อง ไปจนถึงการสร้างโรงแปรรูปกาแฟพร้อมเครื่องจักรในการผลิตที่ครบวงจรในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ

นายสมเกียรติ มีธรรม เลขานุการมูลนิธิฮักเมืองแจ่ม กล่าวว่า เป็นครั้งแรกที่เห็นการรวมกลุ่มของเกษตรกรในพื้นที่พร้อมใจขับเคลื่อนสู่วิสาหกิจชุมชนเข้มแข็ง และต่อยอดการพัฒนาพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด มีการจัดระบบบริหารจัดการอย่างถูกต้องและเข้าใจง่าย ซึ่งผลผลิตปีแรกครั้งนี้ถือเป็นความภูมิใจของเกษตรกรและคนในพื้นที่แม่แจ่ม ต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ช่วยกันทำให้คนในพื้นที่มีการปรับเปลี่ยนอาชีพ และทำให้เห็นถึงความสำคัญของการรวมกลุ่มวิสาหกิจ ที่เป็นก้าวแรกแห่งความสำเร็จที่สามารถขับเคลื่อนและช่วยให้เกษตรกรในพื้นที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ก่อเกิดแนวคิดการพัฒนาบ้านเกิดให้กลายเป็นโมเดลต้นแบบต่อไปในอนาคต

นายสุภพ เทพวงศ์ หรือ อาจารย์แม้ว นักวิชาการด้านพืชกาแฟ ที่ปรึกษาในโครงการ 4 พื้นที่ต้นน้ำ เครือเจริญโภคภัณฑ์กล่าวว่า กลุ่มเกษตรกรในพื้นที่มีการเรียนรู้ที่รวดเร็ว สถานที่เพาะปลูกมีความเหมาะสม ส่งผลให้ปีนี้ได้ผลผลิตที่น่าพอใจ และแสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งจากการรวมกลุ่มเกิดการผสานความรู้ระหว่างนักวิชาการและเกษตรกรให้เกิดความเข้าใจ ซึ่งจะผลักดันให้มีการพัฒนาเพื่อพร้อมเดินหน้าสู่ตลาดกาแฟอย่างเต็มรูปแบบ

นายศตวรรษ อาภาประเสริฐ เกษตรกรบ้านกองกายกล่าวว่า ปีนี้เป็นปีแรกของการสร้างรายได้จากผลผลิตกาแฟ จากเดิมที่เกษตรกรต่างคนต่างทำมาหากิน ไม่เคยทำงานร่วมกันมาก่อน ได้ร่วมมือจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบนพื้นที่แม่แจ่มตั้งแต่เริ่มต้น จนถึงวันนี้รู้สึกภูมิใจและสร้างคุณค่าแก่ตัวเองและครอบครัว ที่ในพื้นที่ได้รับการสนับสนุนและส่งเสริมการพัฒนาอาชีพ ซึ่งในอนาคตคาดหวังว่าพื้นที่แห่งนี้จะกลายเป็นพื้นที่ต้นแบบแห่งการเรียนรู้แก่ชุมชนรอบข้าง มีการสนันสนุนปลูกพืชมูลค่าสูงมากขึ้น เพิ่มช่องทางสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ทั้งนี้ จากความท้าทายในการปรับเปลี่ยนวิถีการเกษตร วันนี้เกษตรกรบ้านกองกาย สามารถสร้างโมเดลต้นแบบและมีอาชีพที่สร้างรายได้ควบคู่กับการรักษาสิ่งแวดล้อม ถือเป็นหนึ่งโมเดลสำคัญในการดำเนินธุรกิจให้อยู่รอดพร้อมขยายองค์ความรู้และผลักดันชุนชนในพื้นที่ใกล้เคียงก้าวสู่การทำธุรกิจเพื่อสังคมอย่างยั่งยืนต่อไป

รู้เก็บรู้ออม : SE101 ก้าวแรกสู่ผู้ประกอบการเพื่อสังคม

0

บทบาทของตลาดหลักทรัพย์ฯ นอกจากเป็นแหล่งระดมทุนที่สำคัญของประเทศ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจแล้ว ตลาดหลักทรัพย์ฯยังมุ่งมั่นเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนและเสริมสร้างพลังทางสังคมและสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

หนึ่งในโครงการที่ตลาดหลักทรัพย์ฯได้จัดทำเพื่อเสริมสร้างพลังทางสังคมคือ SET Social Impact Platform ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงภาคธุรกิจให้ได้ทำงานร่วมกับภาคสังคม ที่ต้องการแก้ไขปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อม ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการพัฒนา ผ่านบทบาทของการประกอบ “กิจการเพื่อสังคม” หรือผู้ประกอบการเพื่อสังคม (Social Enterprise: SE)

และหนึ่งในภารกิจ SET Social Impact ภายใต้การดำเนินงานตลาดหลักทรัพย์ฯ คือ การให้ความรู้การทำกิจการเพื่อสังคมให้แก่ผู้ประกอบการ โดยได้จัดทำหลักสูตรมาตั้งแต่ปี 2560 ครอบคลุมหลักสูตรตั้งแต่ระดับขั้นความคิด (Idea Stage) ได้แก่ หลักสูตร SE101@ University โดยร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศสร้างความรู้เบื้องต้นในการเป็นผู้ประกอบการเพื่อสังคมให้แก่นักศึกษาและผู้สนใจทั่วไป

ส่วนหลักสูตรระดับขั้นตั้งต้นธุรกิจ (Early Stage) ได้แก่ SE102 เป็นหลักสูตรเชิงปฏิบัติการ โดยสอนวิธีการเรียนรู้ และการทำธุรกิจ ขณะที่หลักสูตรระดับขั้นสูง (Advanced Stage) ได้แก่ โครงการ SET Social Impact Gym คือ การทำเวิร์กช็อปเข้มข้น เพื่อการพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการแบบตัวต่อตัว เพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจเพื่อสังคมได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน

มาปีนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกที่มีแผนขยายการให้ความรู้ ทักษะการทำธุรกิจแก่ผู้ประกอบกิจการเพื่อสังคมในวงกว้างในรูปแบบออนไลน์ โดยได้จัดทำรายการ “SE101 : Online Offering” โดยได้รับเกียรติวิทยากร ผู้ทรงคุณวุฒิจากผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน ผู้เชี่ยวชาญกิจการเพื่อสังคม ผู้ประกอบการเพื่อสังคมตัวอย่าง เพื่อมุ่งกลุ่มเป้าหมายกลุ่มใหญ่ที่เป็น
ผู้สนใจทำธุรกิจเพื่อสังคม และผู้ประกอบการทั่วไป รวมทั้งนักเรียน นิสิต นักศึกษา ทั้งที่อยู่ในเครือข่าย SE101@University และนอกเครือข่าย

โดยจะเริ่มออนแอร์รายการ “SE101: Online Offering” ครั้งแรก ในวันเสาร์ที่ 13 ก.พ.นี้ ท่านผู้อ่านสามารถรับชมผ่านทาง www.setsocialimpact.com  และ Facebook: SET Social Impact ซึ่งจะออกอากาศทุกวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 20.00 น. รวม 5 สัปดาห์ ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 13 ก.พ.64 ถึง 10 เม.ย.64 และสามารถรับชมย้อนหลังได้

ใครสนใจเป็นผู้ประกอบการธุรกิจเพื่อสังคม หรือต้องการสร้างแรงบันดาลใจในการทำธุรกิจเพื่อสังคม ความรู้ดีๆงานฟรีอย่างนี้ ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง!!