Home Blog Page 423

สิงห์อาสา เดินหน้าส่งน้ำดื่มให้ 3 รพ. สนับสนุนทีมหมอ-พยาบาล สู้โควิด

0

รายงานข่าว เปิดเผยว่า สิงห์อาสา โดย มูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี และ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ลงพื้นที่ส่งมอบน้ำดื่มสิงห์ให้กับ 3 โรงพยาบาล ได้แก่ โรงพยาบาลราชวิถี สถาบันบำราศนราดูร และโรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลหลักที่ดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด-19 มาตั้งแต่แต่เกิดการระบาดครั้งแรกเมื่อต้นปี 2563 ทั้งนี้ เพื่อส่งมอบกำลังใจและเป็นการสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของทีมแพทย์ พยาบาล รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ในการเตรียมพร้อมรองรับการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ระลอกใหม่ที่มียอดผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นทุกวัน ในขณะเดียวกัน สิงห์อาสา และ บริษัท เชียงใหม่เบเวอเรช จำกัด ได้สนับสนุนน้ำดื่มและมอบเตียงผู้ป่วยเพิ่มเติมให้กับโรงพยาบาลสนามของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นหนึ่งในจังหวัดท่องเที่ยวที่มียอดผู้ติดเชื้อสูงอีกด้วย

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทยระลอก 3 เมื่อช่วงต้นเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นทุกวันและกระจายไปทั่วประเทศอย่างรวดเร็ว และมีแนวโน้มผู้ติดเชื้อพุ่งสูงขึ้นทุกวัน ทั้งยังมีประชาชนรอเข้ารับการตรวจอีกจำนวนมาก ดังนั้น สิงห์อาสา พร้อมด้วยเครือข่ายสิงห์อาสาทั่วประเทศจะติดตามสถานการณ์และข่าวสารอย่างใกล้ชิด พร้อมลงพื้นที่เข้าช่วยเหลือทั้งในโรงพยาบาลหลักและโรงพยาบาลสนามทั่วประเทศ เพื่อส่งมอบกำลังใจให้กับบุคลากรทางการแพทย์และบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนต่อไป

ทั้งนี้ นับตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19​ ครั้งแรกในประเทศไทย​ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์​ 2563​ ที่ผ่านมา บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ได้มีนโยบายช่วยเหลือมาโดยตลอด อาทิ มอบเงินสนับสนุนการทำงานของบุคลากรการแพทย์ให้แก่โรงพยาบาลหลัก 26 แห่งทั่วประเทศ ทั้งยังสนับสนุนอาหารน้ำดื่มให้กับบุคคลากรการแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่รับมือกับการแพร่ระบาดโควิด-19 ทั้งโรงพยาบาลหลักและโรงพยาบาลสนามมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงประกาศนโยบายเร่งด่วนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบผ่านโครงการสิงห์อาสาทั่วประเทศ รวมเป็นมูลค่าการช่วยเหลือกว่า 200 ล้านบาท

ซีพีเอฟ มอบอาหารจากใจให้ทีมแพทย์และผู้ป่วยที่รพ.สนาม ร่วมต้านภัยโควิดรอบใหม่

0

รายงานข่าว เปิดเผยว่า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ นำผลิตภัณฑ์อาหารปลอดภัยกว่า 4,400 แพ็ค พร้อมน้ำดื่มกว่า 4,400 ขวด ภายใต้โครงการ “CPF ส่งอาหารจากใจ ร่วมต้านภัยโควิด-19” มอบให้แก่ทีมแพทย์ พยาบาล และผู้ป่วยในโรงพยาบาลสนาม ของโรงพยาบาลเอราวัณ 1 ศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา เพื่อลดเวลาการจัดเตรียมอาหาร และเป็นกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์ อาสาสมัคร ตลอดจนผู้ป่วยติดเชื้อ ได้บริโภคอาหารปลอดภัยอย่างเพียงพอ ในช่วงการควบคุมการระบาดของไวรัสโควิด-19 รอบใหม่นี้ โดยมี นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร นางเลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง รองผู้อำนวยการ สำนักการแพทย์ และ นพ.ขจร อินทรบุหรั่น ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลหลวงพ่อทวีศักดิ์ ชุตินธโร อุทิศ ร่วมกันรับมอบ จากนางพรรณินี นันทพานิช รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านสื่อสารองค์กรและประชาสัมพันธ์ ซีพีเอฟ ณ ศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา บางบอน

สำหรับอาหารคุณภาพปลอดภัยที่ซีพีเอฟนำมามอบให้แก่ทีมแพทย์ พยาบาลและผู้ป่วยในโรงพยาบาลในครั้งนี้ ประกอบด้วย อาหารแช่แข็งหลายเมนู ได้แก่ เกี๊ยวกุ้งสับ ข้าวกล้องต้มทรงเครื่อง ข้าวต้มกุ้ง ข้าวผัดกระเพรากุ้ง ข้าวอบธัญพืชและไก่ ราเมนโฮลวีตผัดขี้เมาไก่ สปาเก็ตตี้คาโบนาร่า และ สปาเก็ตตี้ไก่สับ

นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ซีพีเอฟเป็นภาคเอกชนที่ให้การสนับสนุนผลิตภัณฑ์อาหารปลอดภัยแก่กรุงเทพมหานครมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่การระบาดโควิด-19 ระลอกแรก เพื่อเป็นกำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ และล่าสุดมาช่วยสนับสนุนอาหาร แก่แพทย์ พยาบาล อาสาสมัคร และผู้ป่วยโควิดที่มาพักที่โรงพยาบาลสนาม ศูนย์กีฬาเอราวัณ 1 ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงพยาบาลสนามของ กทม.ที่สามารถรองรับผู้ป่วย 200 เตียง และขอขอบคุณที่ซีพีเอฟให้การสนับสนุนกทม.

ทั้งนี้ โครงการ “CPF ส่งมอบอาหารจากใจ ร่วมต้านภัยโควิด-19” ดำเนินโดยซีพีเอฟตามนโยบายเครือเจริญโภคภัณฑ์เพื่อส่งมอบอาหารคุณภาพปลอดภัยอย่างเพียงพอ สอดคล้องตามหลักปรัชญา 3 ประโยชน์ โดยร่วมส่งมอบอาหารปลอดภัยให้ทีมแพทย์และพยาบาลมาตั้งแต่การแพร่ระบาดโควิด-19 รอบแรก ที่ผ่านมา ซีพีเอฟได้ยึดหลักปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19 ด้วยความเคร่งครัดมาอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนเข้มงวดกับมาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัยของการผลิตอาหารในทุกขั้นตอน มั่นใจได้ว่าสามารถส่งมอบอาหารปลอดภัยสู่ผู้บริโภค ประชาชนได้อย่างเพียงพอ ไม่ขาดแคลน

โออาร์ จับมือ อีวีโลโม สร้างเครือข่าย EV Station ในอีอีซี

0

นายบุญมา พนธนกรกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR และ นางสาวนิโคล หวู่ กรรมการบริษัท อีวีโลโม เทคโนโลยีส์ จำกัด หรือ EVLOMO ร่วมเยี่ยมชมการดำเนินงาน EV Station ณ PTT Station สาขาระยอง – บ้านฉาง กม.192 (ขาเข้า)

โดย EV Station แห่งนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง OR และ EVLOMO ซึ่งเป็นผู้ดำเนินธุรกิจด้าน EV Charging Solution ครบวงจร เพื่อร่วมสร้างเครือข่าย EV Station รองรับการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าทั้งภาคขนส่งและภาคประชาชน สนับสนุนการพัฒนาพื้นที่ในโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ตามแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy : BCG Model) ในโครงการพัฒนา EV City บ้านฉาง เพื่อให้ อีอีซี ก้าวสู่พื้นที่ปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) ของภาคอุตสาหกรรมแห่งแรกในภูมิภาค ส่งเสริมการลดมลพิษในเขตอุตสาหกรรมและท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศ โดยได้ทดลองติดตั้งเครื่องชาร์จความเร็วสูง (Quick Charge) ขนาด 75 กิโลวัตต์ (kW) ที่ PTT Station 2 แห่ง ซึ่งยังอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมการให้บริการ ได้แก่ PTT Station สาขาระยอง – บ้านฉาง กม.192 (ขาเข้า) และ PTT Station สาขาแยกหาดจอมเทียนซึ่งเป็นการติดตั้งเพิ่มอีก 1 ตัวจากที่มีอยู่แล้ว

ทั้งนี้ ปัจจุบัน OR เปิดให้บริการ EV Station ใน PTT Station รวมทั้งสิ้น 30 แห่งทั่วประเทศ และได้พัฒนาแอปพลิเคชัน “EV Station” เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า ในด้านต่าง ๆ ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และแม่นยำ อาทิ การค้นหาและนำทางสถานีชาร์จไฟฟ้า การจองช่วงเวลาชาร์จ และการสั่งเปิดปิดการชาร์จ เป็นต้น อีกทั้งยังมุ่งมั่นขยายเครือข่าย EV Station ให้ครอบคลุมเส้นทางหลักทั่วประเทศ เพื่อรองรับความต้องการของผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และพร้อมแสวงหาและร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อสร้างระบบนิเวศการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยให้สมบูรณ์ และตอบโจทย์ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าทุกประเภทให้ได้รับความสะดวกสบายในการเดินทางมากที่สุด

แม็คโคร คุมมเข้มแผนป้องกันสูงสุดทุกสาขา สู้โควิดรอบใหม่

0

นางศิริพร เดชสิงห์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการสื่อสารองค์กร บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทขานรับแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข “DMHTT” D : Distancing คือ เว้นระยะห่างระหว่างกัน M : Mask wearing คือ สวมหน้ากากผ้า/หน้ากากอนามัยตลอดเวลา H : Hand washing คือ ล้างมือบ่อย ๆ T : Testing คือ ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายก่อนเข้าใช้บริการ T : Thai Cha Na คือ เช็กอินผ่านแอปพลิเคชัน “ไทยชนะ” เตรียมพร้อมรับมือโควิดรอบใหม่ เติมความเข้มข้นแผนป้องกันสูงสุดทุกสาขาทั่วประเทศ รวมถึงศูนย์กระจายสินค้า ย้ำสถานประกอบการปลอดภัยไร้โควิด-19 ปฏิบัติการเชิงรุกให้พนักงาน – ลูกค้า การ์ดอย่าตก

ที่ผ่านมา แม็คโครได้วางมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างเข้มข้น และได้รับการรับรองจากกรมอนามัยในการเป็นสถานประกอบการปลอดภัยไร้โควิด-19 แต่เมื่อการแพร่ระบาดกลับมาอีกครั้ง แม็คโครไม่นิ่งนอนใจ ด้วยการเน้นย้ำ และเฝ้าระวังอย่างสูงสุดในทุกสาขา รวมทั้งศูนย์กระจายสินค้า โดยคำนึงถึงความปลอดภัยอย่างสูงสุดของลูกค้า พนักงาน และประชาชนในชุมชน ในการป้องกันตนเองและผู้อื่นจากไวรัสโควิด-19 ตามแนวทาง มาตรการทางสังคมในการป้องกันตนเองและผู้อื่นจากไวรัสโควิด-19 DMHTT ของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

“ท่ามกลางสถานการณ์แพร่ระบาดที่รุนแรงอีกครั้ง แม็คโครตระหนักดีว่าทุกคนมีความกังวลกับการใช้ชีวิตในปัจจุบัน เราจึงมุ่งมั่นตั้งใจที่จะรักษามาตรการป้องกันต่างๆ เอาไว้อย่างเข้มข้น รวมถึงแนวทางปฏิบัติของแม็คโคร ไม่ว่าจะเป็น การนับจำนวนคนเข้าใช้บริการภายในสาขาตามข้อกำหนดของไทยชนะ, ตีเส้นเว้นระยะห่างในจุดที่มีความหนาแน่น เช่น แผนกอาหารสด แผนกเนื้อสัตว์ จุดชำระเงิน, กำหนดพื้นที่นั่งรอด้านหน้าสาขากรณีจำนวนคนในสาขาเกินปริมาณ และตั้งทีมรักษาระยะห่าง (social distancing scouts) คอยประกาศย้ำเตือนให้ลูกค้ายืนจับจ่ายสินค้าห่างจากลูกค้าท่านอื่นอย่างน้อย 1 เมตร ตลอดเวลาที่อยู่ภายในสาขา พร้อมเน้นย้ำทุกคนไม่ให้การ์ดตกอยู่ตลอดเวลาด้วย”

สิงห์อาสา ลำเลียงน้ำดื่มส่งรพ.สนาม เชียงใหม่ หนุนหมอพยาบาล รองรับผู้ป่วยโควิด

0

ผู้สื่อข่าว รายงานว่า สิงห์อาสา โดย มูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี และ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ร่วมกับ บริษัท เชียงใหม่เบเวอเรซ จำกัด, เครือข่ายนักศึกษาสิงห์อาสามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ บริษัท สิงห์พัฒน์ 2561 จำกัด เดินทางลงพื้นที่ส่งมอบน้ำดื่มสิงห์ให้กับโรงพยาบาลสนามจังหวัดเชียงใหม่ ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติฯ จ.เชียงใหม่ ซึ่งหลังจากนี้ก็จะให้การช่วยเหลือ รพ.สนามเชียงใหม่แห่งนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของแพทย์-พยาบาล เตรียมพร้อมรองรับการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ระลอกใหม่

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทยระลอก 3 เมื่อช่วงต้นเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นทุกวันและกระจายไปทั่วประเทศอย่างรวดเร็ว โดยในจังหวัดเชียงใหม่ถือเป็นจังหวัดท่องเที่ยวที่ได้รับผลการทบจากการระบาดระลอกนี้เป็นอย่างมาก มีจำนวนผู้ป่วยพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา รายงานยอดผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ของเชียงใหม่ ตรวจพบเพิ่ม 186 ราย สะสมรวมระลอกใหม่เป็น 381 ราย และอยู่ระหว่างรอผลการตรวจอีกจำนวนมาก นับเป็นสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง สำหรับโรงพยาบาลสนามของจังหวัดเชียงใหม่ รับผิดชอบโดย รพ.นครพิงค์และ รพ.มหาราชเชียงใหม่ จัดตั้งอยู่ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติฯ โดยมีเตียงรองรับผู้ป่วยถึง 1,000 เตียง

ซึ่งด้วยสถานการณ์โควิด-19 ที่ระบาดไปในหลายพื้นที่ในขณะนี้ และผู้ติดเชื้อมีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นมากทุกวัน สิงห์อาสา พร้อมด้วยเครือข่ายสิงห์อาสาทั่วประเทศจะเกาะติดสถานการณ์และข่าวสารอย่างใกล้ชิด หากมีการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามในที่ใด สิงห์อาสาพร้อมจะลงพื้นที่เข้าไปช่วยเหลืออย่างเต็มกำลังเต็มความสามารถ เพื่อส่งมอบกำลังใจให้กับบุคลากรทางการแพทย์และบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนต่อไป

ทั้งนี้ นับตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19​ ครั้งแรกในประเทศไทย​ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์​ 2563​ ที่ผ่านมา บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ได้มีนโยบายช่วยเหลือมาโดยตลอด อาทิ มอบเงินสนับสนุนการทำงานของบุคลากรการแพทย์ให้แก่โรงพยาบาลหลัก 26 แห่งทั่วประเทศ ทั้งยังสนับสนุนอาหารน้ำดื่มให้กับบุคคลากรการแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่รับมือกับการแพร่ระบาดโควิด-19 ทั้งโรงพยาบาลหลักและโรงพยาบาลสนามมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงประกาศนโยบายเร่งด่วนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบผ่านโครงการสิงห์อาสาทั่วประเทศ รวมเป็นมูลค่าการช่วยเหลือกว่า 200 ล้านบาท

ทิพยฯ จัดเต็มเพิ่มความคุ้มครองในราคาเดิม รับมือโควิดระลอกใหม่

0
ดร.สมพร สืบถวิลกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทิพยประกันภัย

รายงานข่าว เปิดเผยว่า บริษัททิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) มีความห่วงใยต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส โควิด -19  ระลอกใหม่ที่กระจายตัวอย่างรวดเร็วทำให้มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดอยู่ในขณะนี้  บริษัทจึงได้อัพเกรดประกันภัยโควิด -19  เพิ่มความคุ้มครองแบบจัดเต็มเพื่อลูกค้าได้มีหลักประกันอย่างอุ่นใจ ในราคาเริ่มต้นเพียง 150 บาท/ปี ให้ความคุ้มครองสูงสุดถึง 1,000,000 บาท (ตามเงื่อนไขของกรมธรรม์)  พร้อมมอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าเดิมที่ต่ออายุกรรมธรรม์ประกันโควิด-19 รับส่วนลดเพิ่มอีก 20%

นอกจากนี้สำหรับลูกค้าเก่าหรือลูกค้าใหม่ ยังได้รับความคุ้มครองเพิ่ม หากเกิดภาวะแทรกซ้อนหรือผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนโควิด-19 และต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลเป็นผู้ป่วยใน (IPD) หรือเกิดภาวะโคม่า รวมถึงสามารถเลือกความคุ้มครองตามความต้องการเป็นการรักษาพยาบาล หรือค่าชดเชยรายวัน ได้อีกด้วย

ทั้งนี้บริษัทยังได้เตรียมความพร้อมการให้บริการ เพื่อให้ลูกค้าได้รับความสะดวก รวดเร็ว ในหลายช่องทาง อาทิ   www.Tipinsure.com , Application Tipinsure , Application Tip Flash Claim , Line Official : @Dhipayainsurance สำหรับลูกค้าที่สนใจซื้อกรมธรรม์  สามารถดูรายละเอียดได้ที่ www.Tipinsure.com หรือโทร 1736 และทิพยประกันภัยทุกสาขาทั่วประเทศ

ซีพีเอฟ เดินหน้าอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลนสมบูรณ์ เพิ่มพูนอาหารมั่นคง

0

    
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ  มุ่งมั่นขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้วิสัยทัศน์ “ครัวของโลกที่ยั่งยืน” ควบคู่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมตลอดกระบวนการผลิตต้นน้ำถึงปลายน้ำ  เดินหน้าโครงการซีพีเอฟ ปลูก ปัน ป้องป่าชายเลน ระยะที่สอง อนุรักษ์ ฟื้นฟู และคืนสมดุลระบบนิเวศป่าชายเลน ร่วมสร้างอาหารมั่นคง                         

ซีพีเอฟ ดำเนินธุรกิจภายใต้กลยุทธ์ 3 เสาหลักสู่ความยั่งยืน ประกอบด้วย อาหารมั่นคง สังคมพึ่งตน และดิน น้ำ ป่าคงอยู่  โดยในด้านของดินน้ำป่าคงอยู่ บริษัทฯ ทำกิจกรรมอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าบกและป่าชายเลนอย่างต่อเนื่อง  ในระหว่างปี  2557-2561  ดำเนินโครงการ “ซีพีเอฟ  ปลูก ปัน ป้อง ป่าชายเลน” ช่วยฟื้นฟูป่าชายเลนที่ ต.บางหญ้าแพรก จ.สมุทรสาคร ที่มีปัญหาพื้นที่ชายฝั่งถูกกัดเซาะให้กลับสู่ป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์รวม 104  ไร่  ความสำเร็จจากการดำเนินโครงการในระยะที่หนึ่ง นอกจากฟื้นฟูป่ากลับสู่ความอุดมสมบูรณ์   เป็นแหล่งอนุบาลให้กับสัตว์น้ำวัยอ่อน  เป็นแหล่งอาหารของชุมชน  ยังเกิดการทับของตะกอนเลนเป็นแนวเพิ่มขึ้น ช่วยเพิ่มพื้นที่สำหรับปลูกต้นไม้ได้อีก   และปัจจุบันเข้าสู่ระยะที่สอง (ปี 2562-2566 )ของโครงการ มีเป้าหมายอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลน ในพื้นที่  จ.สมุทรสาคร เพิ่มอีก 266 ไร่             

นายวัฒนา พรประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่า พื้นที่ป่าชายเลนจังหวัดสมุทรสาคร เป็นพื้นที่อ่าวตัว ก. ที่มีปัญหาพื้นที่ชายฝั่งถูกกัดเซาะ แต่จากความร่วมมือของภาคเอกชนและชุมชนในพื้นที่  ดำเนินโครงการซีพีเอฟ ปลูก ปัน ป้อง ป่าชายเลน ทำให้ผืนป่าชายเลนบริเวณนี้กลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง สามารถแก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง จากการปลูกพันธุ์ไม้ป่าชายเลน คือ ต้นแสม ซึ่งเป็นต้นไม้ที่เติบโตได้ดีในพื้นที่ ปริมาณต้นไม้ที่เพิ่มขึ้น ทำให้เกิดการทับถมของตะกอนเลนเป็นแนวเพิ่มขึ้นสามารถปลูกต้นไม้ได้มากขึ้น ซึ่งเป็นผลโดยตรงของการอนุรักษ์และฟื้นฟูที่ทำให้พื้นที่ป่าเพิ่มขึ้น และยังเป็นแหล่งอนุบาลให้กับสัตว์น้ำวัยอ่อน  เป็นแหล่งอาหารของชุมชนในพื้นที่  ช่วยส่งเสริมรายได้และการหมุนเวียนของเศรษฐกิจในชุมชนให้ดีขึ้น เช่น อาชีพประมง  

“ความร่วมมือจากทั้งหน่วยงานภาครัฐ  เอกชน และชุมชนที่ตระหนักถึงการมีส่วนร่วมดูแลป่า  นำมาสู่ผลสำเร็จของการอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศของป่าชายเลน  สามารถเป็นต้นแบบของการฟื้นฟูป่าชายเลนให้พื้นที่อื่น ๆ ซึ่งในโอกาสวันป่าชุมชนชายเลนไทย 12 เมษายน ของทุกปี  จึงขอเชิญชวนให้คนไทยทุกคน ร่วมกันดูแลรักษาทรัพยากรป่าไม้ของชาติให้คงอยู่อย่างยั่งยืน” ผอ. สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสมุทรสาคร กล่าว 

ด้าน นายปรีชา มีนิล  รองกรรมการผู้จัดการ ซีพีเอฟ ในฐานะประธานยุทธศาสตร์ป่าชายเลน จังหวัดสมุทรสาคร  กล่าวว่า  ซีพีเอฟดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม และตลอดกระบวนการผลิต บริษัทฯ ใส่ใจผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม  ซึ่งภายใต้กลยุทธ์สู่ความยั่งยืนด้านดินน้ำป่าคงอยู่  มีเป้าหมายร่วมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ  คืนสมดุลระบบนิเวศ  เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ  ตลอดจนสร้างกิจกรรมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการผลิตอาหารปลอดภัย  เพื่อสร้างแหล่งอาหารที่มั่นคง ชุมชนพึ่งพาตนเองและอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างยั่งยืน  โดยในปี 2562-2566 เข้าสู่ระยะที่สองของโครงการ “ซีพีเอฟ ปลูก ปัน ป้อง ป่าชายเลน”  บริษัทฯ ร่วมมือกับกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช  เดินหน้าอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลนในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครเพิ่มอีก  266  ไร่ หลังจากผลสำเร็จของโครงการระยะที่หนึ่ง (ปี 2557-2561) ที่ร่วมกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง(ทช.)ช่วยอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลนที่ ต.บางหญ้าแพรก จ.สมุทรสาคร รวม 104 ไร่ และจัดตั้งสถานีส่งเสริมอาชีพชุมชนอนุรักษ์ป่าชายเลน  ต.บางหญ้าแพรก  ช่วยสร้างอาชีพและรายได้เสริมให้แก่ชุมชน

ซีพีเอฟ ดำเนินโครงการ “ซีพีเอฟ ปลูก ปัน ป้อง ป่าชายเลน ” มาตั้งแต่ปี 2557  ช่วยอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลน พื้นที่ยุทธศาสตร์  5 จังหวัด รวม 2,388 ไร่  ประกอบด้วย ระยอง สมุทรสาคร ชุมพร สงขลา และพังงา และยังคงเดินหน้าร่วมอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าบกและป่าชายเลนอย่างต่อเนื่อง   โดยเมื่อปลายปี  2563  ได้ลงนามบันทึกความร่วมมือกับกรมป่าไม้  กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) ดำเนินโครงการอนุรักษ์ ฟื้นฟู ปลูกป่าบกและป่าชายเลน ระยะที่สอง ในโครงการ ซีพีเอฟ รักษ์นิเวศ ลุ่มน้ำป่าสัก เขาพระยาเดินธง โครงการ ซีพีเอฟ ปลูก ปัน ป้อง ป่าชายเลน  และโครงการซีพีเอฟรักษ์นิเวศ เพิ่มพื้นที่สีเขียวในสถานประกอบการ มุ่งมั่นมีส่วนร่วมปกป้องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อความมั่นคงทางอาหารและสร้างสมดุลธรรมชาติอย่างยั่งยืน ซี่งสอดรับกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals: SDGs) ในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ  การอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน  ส่งเสริมการใช้ประโยชน์ที่ยั่งยืนของระบบนิเวศบนบก เป็นต้น 

FSMART ผนึก 4 บ.ประกัน จ่ายกรมธรรม์จบครบที่ “ตู้บุญเติม” ราคาสบายกระเป๋า ทั้งประกันโควิด-อุบัติเหตุ-พ.ร.บ.รถยนต์

0

นายณรงค์ศักดิ์ เลิศทรัพย์ทวี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ FSMART เปิดเผยว่า บริษัทได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเป็นจุดรับชำระบริการประกันภัยที่ “ตู้บุญเติม”  เพื่อให้ประชาชนในทุกระดับ ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลได้เข้าถึงและได้รับความคุ้มครอง รวมถึงได้รับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ จากการประกันภัย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้เอาประกัน หรือทายาทของผู้เอาประกัน  ทั้งนี้ FSMART เห็นถึงความสำคัญของนโยบายภาครัฐ โดยคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ที่ส่งเสริมการทำประกันภัยรายย่อย (ไมโครอินชัวรันส์) นำระบบประกันภัยเข้าสู่ชุมชน

“บริษัทเดินหน้าดำเนินธุรกิจจุดรับชำระบริการประกันภัยที่ “ตู้บุญเติม” พร้อมส่งต่อบริการประกันภัยที่ตอบโจทย์  ทั้งราคาและความคุ้มครองที่เหนือความคาดหมาย เพื่อทำให้การซื้อประกันภัยในรูปแบบต่าง ๆ เป็นเรื่องง่าย เข้าถึงทุกคน และทุกชุมชน ผ่าน “ตู้บุญเติม” ที่ปัจจุบันมีจำนวนกว่า 130,000 ตู้ กระจายอยู่ในชุมชน ทุกภูมิภาคทั่วไทย  ซึ่งสามารถตอบโจทย์การกระจายประกันภัยรายย่อยให้เข้าถึงชุมชนได้เป็นอย่างดี”

ที่ผ่านมา FSMART ร่วมกับ 4 บริษัทรับประกันภัยขนาดใหญ่ที่เป็นพันธมิตรหลัก ได้แก่ บริษัท ทีคิวเอ็ม อินชัวร์รันส์ โบรคเกอร์ จำกัด (TQM), บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน), บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) และบริษัท ทิพยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ออกผลิตภัณฑ์ประกันภายใต้คอนเซ็ปต์ “คุ้มครองอุ่นใจ ในราคาสบายกระเป๋า” เป็นรูปแบบการประกันภัยที่ออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับลูกค้าบุญเติม ซึ่งเน้นความคุ้มครอง และผลประโยชน์ที่จำเป็นในชีวิต เช่น ความคุ้มครองในการรักษาพยาบาล  ความคุ้มครองเมื่อเกิดการการสูญเสีย หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง และการเสียชีวิต ด้วยเบี้ยเริ่มต้นไม่ถึงร้อยบาท  ซึ่งจะทำให้ลูกค้า และกลุ่มผู้บริโภคที่ไม่สามารถเข้าถึงประกันภัยในอดีต สามารถซื้อและได้รับความคุ้มครองได้ง่ายขึ้น

นอกจากนี้ “ตู้บุญเติม” ยังรับชำระประกันภัยตั้งแต่ พ.ร.บ.รถยนต์นั่งส่วนบุคคล เริ่มที่ 603 บาท   ประกันภัยโรคระบาดยอดฮิตในช่วงหน้าฝนที่ครอบคลุมตั้งแต่โรคไข้เลือดออก โรคติดเชื้อไวรัสซิกา โรคไข้สมองอักเสบ เจอี,โรคไข้ปวดข้อยุงลาย, โรคไข้หวัดใหญ่ เบี้ยประกันเริ่มต้นเพียง 199 บาท, ประกันภัยกลุ่มโควิด-19 เบี้ยประกัน เริ่มเพียง 99 บาท/ปี และให้เลือกรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลจากการประกันภัย ได้ถึง 2,000,000 บาท รวมทั้งยังมีแบบประกันภัยที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับ “ตู้บุญเติม” คือ ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล เบี้ยเริ่มต้นเพียง 15 บาท คุ้มครองการเสียชีวิต   100,000 บาท ซึ่งตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าของบุญเติมได้เป็นอย่างดี  โดยรูปแบบการประกันภัยทั้งหมด บริษัทได้ร่วมกับพันธมิตรในการออกแบบ เพื่อให้ลูกค้าบุญเติมมีประกันพื้นฐานชั้นดีที่มีความครอบคลุมและคุ้มค่า สามารถรับมือค่ารักษาพยาบาลที่สูงขึ้น และครอบคลุมโรคใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นทุกปี

นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวอีกว่า ในเดือนเมษายนนี้ TQM ได้นำประกันภัย สงกรานต์อุ่นใจ นิวนอร์มอล ซุปเปอร์พลัส มาแจกฟรีให้กับลูกค้าบุญเติมถึง 50,000 สิทธิ์ คุ้มครองการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ และการติดเชื้อโควิด-19 รวมถึงคุ้มครองการแพ้วัคซีนโควิด-19 ซึ่งจะได้รับความคุ้มครองสูงสุดถึง 100,000 บาท นาน 30 วัน  การแจกประกันอุบัติเหตุในครั้งนี้ถือเป็นการแจกครั้งยิ่งใหญ่ที่ไม่ควรพลาด “ตู้บุญเติม” จึงเข้าร่วมส่งมอบความห่วงใยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ไม่ว่าเดินทางใกล้หรือไกลก็อุ่นใจเมื่อมี “ตู้บุญเติม” อยู่ใกล้ โดยลูกค้าสามารถกดรับสิทธิ์ได้ที่ “ตู้บุญเติม” ตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน – 31 พฤษภาคม 2564 นี้

อย่างไรก็ตาม FSMART จะเดินหน้าดำเนินธุรกิจการให้บริการผ่าน “ตู้บุญเติม” โดยนำบริการการซื้อประกันภัยจากพันธมิตร มาส่งถึงมือผู้ต้องการใช้ประกันภัยในการสร้างรูปแบบการใช้ชีวิตแบบใหม่ รองรับการเกิดสิ่งที่คาดไม่ถึงของชีวิต  และร่วมกับพันธมิตรในการทำให้การประกันชีวิตเป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกคน หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการซื้อประกันภัยที่ “ตู้บุญเติม” สามารถสอบถามได้ตลอด 24 ชั่วโมงที่ศูนย์บริการลูกค้าบุญเติม 1220

3 เส้นทางความสำเร็จ SMEs โตแกร่งในเซเว่น อีเลฟเว่น

0

คิดให้ใหญ่-ขยับให้เร็ว-เริ่มจากเล็กๆ-พัฒนาความรู้สม่ำเสมอ

ด้วยจำนวนผู้ประกอบการรายย่อยที่มีมากกว่า 3 ล้านราย ส่งผลให้กลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SMEs ถือเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศอย่างมาก แต่ปัญหาสำคัญของเหล่า SMEs จำนวนมาก คือขาดองค์ความรู้ ขาดแนวคิด ที่จะช่วยให้ธุรกิจของตัวเองเติบโต “แบบปังๆ” และยั่งยืน

บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี่ หนึ่งในผู้นำที่ให้การสนับสนุนและส่งเสริมกลุ่ม SMEs มาตลอด ได้เล็งเห็นถึงปัญหาดังกล่าวจึงได้เชิญเจ้าของ SMEs ที่ประสบความสำเร็จ และสามารถสร้างยอดขายในร้านเซเว่น อีเลฟเว่นได้อย่างต่อเนื่อง จากหลากหลายกลุ่มสินค้า อาทิ นายสุรนาม พานิชการ เจ้าของธุรกิจน้ำเต้าหู้โทฟุซัง (Tofusan), นายเฉลิมพงษ์ ศรีโรจนันท์ เจ้าของธุรกิจเครื่องสำอางรอยัลบิวตี้ (Royal Beauty) และนายภักดี เดชจินดา เกษตรกรผู้ปลูกกล้วยหอมทองไร่ภักดี มาร่วมพูดคุยถ่ายทอดประสบการณ์ต่างๆ ผ่านแอปพลิเคชั่น Clubhouse ภายใต้หัวข้อ “ฟังเคล็ดลับทำ SMEs ให้ปัง+โตได้อย่างไร?” by 7-Eleven

นายสุรนาม พานิชการ เจ้าของธุรกิจน้ำเต้าหู้โทฟุซัง (Tofusan) เล่าว่า ธุรกิจ SMEs จะเติบโตได้อย่างแข็งแรงและยั่งยืน ท่ามกลางสภาพการแข่งขันที่รุนแรงของตลาดได้นั้น หัวใจสำคัญที่ตนยึดถือปฏิบัติมาตลอดประกอบด้วย 3 ข้อหลักๆ คือ 1.ต้องเข้าใจตัวเอง เข้าใจลูกค้า และรู้จักตั้งคำถามตัวเองให้มากที่สุด แนวคิดนี้เกิดขึ้นก่อนที่จะเข้ามาวางจำหน่ายที่เซเว่น อีเลฟเว่น เดิมบริษัทขายสินค้าในราคาขวดละ 35 บาท โดยตั้งกลุ่มเป้าหมายเป็นลูกค้าต่างชาติ แต่เมื่อทางเซเว่น อีเลฟเว่น ได้เห็นสินค้าก็เกิดความสนใจ แต่ให้กลับมาหาวิธีว่าจะทำอย่างไรให้สินค้ามีราคาถูกลงเพราะผู้บริโภคคนไทยไม่บริโภคนมถั่วเหลืองราคา 35 บาท เนื่องจากมีราคาสูง ซึ่งเมื่อกลับมาคิดและได้ถามตัวเองก็จริงอย่างที่เซเว่นให้คำแนะนำ บริษัทจึงมีการคิดค้นวิธีการพัฒนาจนมีราคาที่ตรงกับความต้องการของตลาด

2.บริหารคนให้ดีเหมือนบริหารงาน ช่วงที่ก่อตั้งบริษัทใหม่ๆ มีพนักงานแค่ไม่กี่คน ซึ่งบริษัทก็ดูแลใส่ใจเป็นอย่างดี ไม่ให้รู้สึกว่าเป็นเจ้านายหรือลูกน้อง ส่งผลให้เมื่อองค์กรขยายตัว วัฒนธรรมเหล่านี้ก็ถูกส่งต่อไปยังพนักงานคนอื่นๆ โดยอัตโนมัติ ผู้บริหารก็จะไม่เหนื่อยมากเพราะเราได้สร้างวัฒนธรรมที่ดีไว้แล้ว และ 3.ล้มได้แต่ลุกให้ไว ในช่วงแรกของการทำธุรกิจ เคยต้องเรียกคืนสินค้าทั้งหมดเพื่อทำลายทิ้ง เนื่องจากกระบวนการผลิตไม่ได้คุณภาพ ส่งผลให้สินค้าเลอะบรรจุภัณฑ์ เมื่อเกิดความชื้นก็ทำให้มีเชื้อราบริเวณภายนอกขวด แม้ว่าสินค้าภายในจะไม่เสียหาย แต่เพื่อความเชื่อมั่นต่อผู้บริโภค บริษัทจึงต้องทำลายสินค้าล็อตนั้นทิ้งทั้งหมด ทำให้สถานภาพทางการเงินในขณะนั้นต้องติดลบ เหตุการณ์ในครั้งนั้นไม่ได้ทำให้ท้อ แต่กลับเป็นบทเรียนให้ต้องระมัดระวังและรอบคอบให้มากขึ้น

ด้าน นายเฉลิมพงษ์ ศรีโรจนันท์ เจ้าของธุรกิจเครื่องสำอาง Royal Beauty เล่าเพิ่มเติมว่า ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง Royal Beauty เกิดขึ้นจากแนวคิดและความตั้งใจที่อยากจะเปลี่ยนชีวิตของคนให้ดีขึ้น เพราะเมื่อคนเราหันมาใส่ใจดูแลตัวเองมากขึ้น สิ่งที่ตามมาก็คือ ความสุข ที่จะส่งผลทั้งทางกายและทางใจ โดยใช้เวลาพัฒนาและคิดค้นอย่างจริงจังไปพร้อมๆ กับการทำวิจัยตลาด เพื่อหาช่องว่างทางการตลาด เพราะต้องยอมรับว่าสินค้าประเภทเครื่องสำอางเป็นสินค้าที่มีการแข่งขันสูงมาก ซึ่งจากผลการวิจัยพบว่า กลุ่มคนที่มีรายได้ไม่สูงก็ต้องการสินค้าที่ดูดีเหมือนกับสินค้าที่วางในเคาน์เตอร์แบรนด์ ไม่ใช่สินค้าที่อยู่ในบรรจุภัณฑ์ธรรมดาอย่างที่เข้าใจ เราจึงนำจุดนี้มาพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้ดูพรีเมี่ยม ในราคาเพียงซองละ 39 บาท ซึ่งก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ทำให้ในวันนี้บริษัทมีสินค้าวางจำหน่ายใน เซเว่น อีเลฟเว่น ยาวนานถึง 7 ปี มากกว่า 20 รายการ

สิ่งสำคัญที่ทำให้สามารถยืนหยัดอยู่ในตลาดที่มีการแข่งขันสูงเช่นนี้ได้คือ 1.ยึดมั่นแนวคิดความตั้งใจในการทำธุรกิจ เมื่อธุรกิจที่ทำมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี ก็จะมีคนสนใจร่วมทำธุรกิจกับเรา สิ่งที่ต้องคำนึงถึงคือแนวคิดที่จะทำธุรกิจเป็นไปในทิศทางเดียวกันหรือไม่ ถ้าไม่ใช่ก็อย่าทำด้วยกันจะดีกว่า เพราะจะเกิดปัญหาในอนาคตอย่างแน่นอน 2.Think Big/Move Fast/Start Small การทำธุรกิจต้องมองภาพใหญ่ มองความเป็นไปได้ให้มากที่สุด และธุรกิจต้องมีความรวดเร็ว คล่องตัว โดยเริ่มจากเล็กๆ ไปหาใหญ่ เพื่อจะได้รับมือกับปัญหาหรือผลกระทบที่จะเกิดขึ้นได้ทันท่วงที และ 3.พร้อมเสมอ SMEs จะเติบโตได้นั้น ต้องเตรียมความพร้อมให้กับตัวเองเสมอ หมั่นแสวงหาความรู้ และโอกาสให้กับธุรกิจ

นายภักดี เดชจินดา เกษตรกรผู้ปลูก กล้วยหอมทองไร่ภักดี เปิดเผยว่า ปัจจุบันกล้วยหอมทองไร่ภักดีส่งขายให้เซเว่น อีเลฟเว่นอยู่ที่ประมาณวันละ 20,000-30,000 ลูก ในเขตพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งเป็นสินค้าจากภายในไร่เองประมาณ 30% ที่เหลือมาจากไร่ขนาดเล็กอื่นๆ ที่ทางไร่ให้คำแนะนำในการปลูก และเข้าไปควบคุมคุณภาพสินค้า ซึ่งกว่าจะได้เข้ามาจำหน่ายในเซเว่น อีเลฟเว่นได้นั้น ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะสินค้าจะต้องมีคุณภาพตรงตามที่กำหนด ดังนั้นจึงต้องแสวงหาความรู้เพิ่มเติม ซึ่งทางเซเว่น อีเลฟเว่นเองก็เข้ามาให้ความช่วยเหลือ ด้วยการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคนิคด้านต่างๆ ในทุกขั้นตอนตั้งแต่การปลูกไปจนถึงการจัดเก็บสินค้า

แม้จะสามารถนำสินค้าเข้ามาจำหน่ายในเซเว่น อีเลฟเว่นได้แล้ว ก็ต้องอย่าประมาท เพราะต้องเข้าใจว่าสินค้าที่วางจำหน่ายนั้นมาจากหลายพาร์ทเนอร์ หากไม่รักษาคุณภาพและมาตรฐานก็คงไม่สามารถอยู่ในตลาดได้นาน ยิ่งเป็นสินค้าเกษตรที่มีรอบช่วงเวลาสั้นก็ยิ่งต้องให้ความสำคัญกับเรื่องของการรักษาคุณภาพและมาตรฐานให้ดีที่สุด พร้อมๆ ไปกับการแสวงหาความรู้ใหม่ๆ เพื่อนำมาพัฒนาสินค้าอยู่เสมอ

การเติบโตที่แข็งแกร่ง เกิดจากการนำเคล็ดลับที่ดีไปประยุกต์ใช้ และการนำไปปฏิบัติอย่างมีวินัย หากรู้จักนำเคล็ดลับของผู้ที่ประสบความสำเร็จไปประยุกต์ปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง โอกาสจะโตปัง และโตไกลย่อมไม่ใช่แค่ฝันอย่างแน่นอน

เอไอเอส ปลื้ม คว้า 2 รางวัล Thailand Zocial Awards 6 ปีซ้อน

0

รายงานข่าว เปิดเผยผลการประกาศรางวัล Thailand Zocial Awards 2021 ปรากฏว่า เอไอเอส คว้ามาได้ 2 รางวัล ได้แก่ รางวัล Best Brand Performances on Social Media สาขา Telecommunication แบรนด์ที่ทำผลงานบนโซเชียลมีเดียยอดเยี่ยมในกลุ่มโทรคมนาคม ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 และรางวัล Best Brand Performances by Platform จาก TWITTER ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3

รางวัลดังกล่าว สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่เอไอเอสในฐานะผู้นำแบรนด์ที่ส่งเสริมการใช้โซเชียลมีเดียผ่านแคมเปญต่างๆ อย่างสร้างสรรค์ จนสร้างกระแสบนโซเชียลมีเดียมาโดยตลอด สอดคล้องกับพฤติกรรมของกลุ่มลูกค้าและผู้บริโภคคนไทยในยุคปัจจุบันที่เลือกใช้บริการและเข้าถึงข้อมูลข่าวสารต่างๆ บนสื่อออนไลน์อย่างกว้างขวางอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์โควิด 19 ในปีที่ผ่านมา สื่อสังคมออนไลน์ได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของคนทุกเพศ ทุกวัย จนเรียกว่าเป็นออนไลน์คอมมูนิตี้ที่เอไอเอสให้ความสำคัญเพื่อสื่อสารความเคลื่อนไหว กิจกรรม และส่งต่อความช่วยเหลือ พร้อมส่งมอบประสบการณ์ใหม่ๆ ด้วยสินค้าและบริการที่เข้าใจกลุ่มลูกค้าอย่างดีที่สุด ทำให้สามารถขับเคลื่อนงานบริการในทุกสถานการณ์ได้อย่างต่อเนื่อง ไม่มีสะดุด เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของทุกภาคส่วนในแต่ละแพลตฟอร์มอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด จนได้รับความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากลูกค้า 41.4 ล้านคนทั่วประเทศ

 เอไอเอส ถือเป็นโอเปอเรเตอร์รายเดียวในไทยที่ได้รับรางวัลจากเวทีนี้ต่อเนื่องมากที่สุดหลังจากได้รับรางวัลเวทีนี้เป็นครั้งแรกในปี 2016 ถึงปี 2021 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6

ทั้งนี้ รางวัล Thailand Zocial Awards 2021 จัดขึ้นครั้งแรกในปี 2013 โดยรางวัลในกลุ่ม BEST BRAND PERFORMANCE ON SOCIAL MEDIA วัดผลโดยใช้ BRAND METRIC วัดความสามารถของแบรนด์ผ่านการสื่อสารบนโซเชียลมีเดียใน 3 ปัจจัย ได้แก่ 1. BUSINESS GROWTH: การเติบโตของธุรกิจผ่านการทำการตลาดในช่องทางโซเชียลมีเดีย 2. CUSTOMER SATISFACTION: ความพึงพอใจของผู้บริโภค และ 3. INNOVATION: การสร้างมาตรฐานใหม่ในกลุ่มอุตสาหกรรม