Home Blog Page 4

AIS จับมือ บาร์บีคิวพลาซ่า ร่วมกันยืดเวลาโลก ส่งแคมเปญ “อุ่นใจรักษ์โลก x น้องกะหล่ำ” ชวนคนไทยทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกวิธี ขยายจุดรับ E-Waste ทั่วประเทศ

0

AIS ร่วมกับแบรนด์ร้านอาหารปิ้งย่าง บาร์บีคิวพลาซ่า เปิดตัวแคมเปญ “อุ่นใจรักษ์โลก x น้องกะหล่ำ” ชวนคนไทยร่วมปกป้องน้องกะหล่ำจากพิษร้ายของขยะอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-Waste ผ่าน Collaboration Campaign รณรงค์การแยกทิ้ง E-Waste อย่างถูกวิธี ขยายจุดรับทิ้ง E-Waste ให้ผู้บริโภคและคนไทยช่วยกันช่วยกันยืดเวลาอาหาร ยืดเวลาโลกให้น่าอยู่ได้ง่ายๆ ไปยังบริเวณหน้าร้านบาร์บีคิวพลาซ่ากว่า 38 สาขาทั่วประเทศ ร่วมกันสร้างพฤติกรรมการทิ้งขยะอย่างมีระบบ ร่วมกันดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

นางสายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าหน่วยธุรกิจสื่อสารองค์กรและรัฐกิจสัมพันธ์ AIS กล่าวว่า “การดำเนินงานเพื่อความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งที่ AIS ให้ความสำคัญมาโดยตลอด เรามุ่งมั่นขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเรื่องการจัดการปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ยั่งยืน ภายใต้แคมเปญระดับภูมิภาค “สัญญาณยืดเวลาโลก – Signals of Sustainable Future” ในการสานต่อภารกิจ “คนไทยไร้ E-Waste” ผ่านการสร้างระบบบริหารจัดการ E-Waste อย่างถูกวิธี สำหรับแคมเปญ “อุ่นใจรักษ์โลก x น้องกะหล่ำ” ร่วมกับทางบาร์บีคิวพลาซ่า ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่น่ายินดี และเป็นครั้งแรกที่ AIS จับมือกับพันธมิตรอุตสาหกรรมร้านอาหาร ที่มีวิสัยทัศน์ร่วมกันด้านความยั่งยืน เพื่อร่วมกันส่งเสริมพฤติกรรมที่ดีต่อโลก เชิญชวนคนไทยให้หันมาแยกทิ้งขยะ E-Waste อย่างถูกวิธีและเข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น ผ่านจุดรับที่ผูกโยงกับไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวันของผู้คน โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัวและคนรุ่นใหม่อย่างร้านบาร์บีคิวพลาซ่าที่มีสาขาทั่วประเทศ

นอกจากนี้ เรายังต่อยอดการสื่อสารผ่าน Collaborative Content ระหว่างอุ่นใจรักษ์โลกและน้องกะหล่ำ เพื่อสร้างความเข้าใจและกระตุ้นการมีส่วนร่วมของสังคมในวงกว้าง สู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของสังคมไปด้วยกันอย่างยั่งยืน เพราะปัญหา E-Waste ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตของเราทุกคน ขยะทุกชิ้นที่ถูกทิ้งอย่างถูกที่ เท่ากับการช่วยกันยืดเวลาไม่ให้รสชาติอาหารแสนอร่อยหายไปจากการปนเปื้อนพิษร้ายของ E-Waste และช่วยยืดอายุโลกของเราให้น่าอยู่ต่อไป”

นายจรูญโรจน์ เทพที ประธานบริหารสายงานซัพพลายเชน บริษัท ฟูู้ดแพชชั่น จำกัด กล่าวว่า “บาร์บีคิวพลาซ่าเชื่อว่าการดูแลสิ่งแวดล้อม และสังคมไม่ใช่เพียงภารกิจเสริม แต่คือส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์องค์กรที่เรายึดมั่นมาโดยตลอด เพื่อขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืน ผ่านการส่งเสริมให้ผู้คนตระหนักถึงการลดขยะอาหาร (Food Waste) และการคัดแยกขยะแต่ละประเภทอย่างถูกวิธี ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ภายใต้แนวคิด Small But Meaningful ด้วย Concept Behaviour Changed เพื่อให้เกิด ‘ลด เลิก เปลี่ยน’ โดยเริ่มจากการเปลี่ยนพฤติกรรม และการลงมือทำเล็กๆ ที่สร้างการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจริง และยั่งยืน

ที่ผ่านมา ความร่วมมือกับกรีนพาร์ทเนอร์ (Green Partner) ถือเป็นอีกแรงสำคัญในการขับเคลื่อน และในครั้งนี้การจับมือกับ AIS ในแคมเปญ ‘อุ่นใจรักษ์โลก x น้องกะหล่ำ’ คือ อีกหนึ่งก้าวที่ตอกย้ำว่า การสร้างความยั่งยืนจำเป็นต้องอาศัยพลังของหลายภาคส่วนที่พร้อมเดินหน้าไปด้วยกันอย่างจริงจัง เราภูมิใจที่ร้านบาร์บีคิวพลาซ่ากว่า 38 สาขา ได้ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลาง (Hub) ให้ลูกค้า และพนักงานมีส่วนร่วมในการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) อย่างถูกวิธี พร้อมหยิบ ‘น้องกะหล่ำ’ เมนูในดวงใจของทุกคน มาเป็นสัญลักษณ์เตือนว่า หากไม่เริ่มดูแลสิ่งแวดล้อมตั้งแต่วันนี้ วัตถุดิบและรสชาติที่เรารักอาจหายไปจากโต๊ะอาหาร สำหรับใน

แคมเปญนี้ บาร์บีคิวพลาซ่านำเมนู สุกี้แห้งหมูสามชั้นทอดกะหล่ำกรอบ มาสื่อสารผ่านแนวคิด “แค่แยก E-Waste ให้ถูกที่ กะหล่ำปลีในเมนูสุกี้ก็จะไม่หายไป” เพราะขยะอิเล็กทรอนิกส์มีสารพิษที่สามารถปนเปื้อนลงสู่ดินและน้ำ หากทิ้งไม่ถูกวิธีพืชผักที่เคยปลูก อาจได้ผลผลิตที่ไม่ดีหรือไม่มีวันปลูกได้อีก หากปลูกได้เมื่อนำมาบริโภคก็จะส่งผลต่อสุขภาพจากการปนเปื้อนของสารพิษ

ถึงเวลาร่วมคัดแยกขยะ E-Waste อย่างถูกวิธี เพื่อรักษาโลก และรักษากะหล่ำปลีให้อยู่คู่เมนูโปรดของทุกคน เพราะถ้ากะหล่ำ GONE… ลาก่อนสุกี้แห้งหมูสามชั้นทอดกะหล่ำกรอบที่คุณรักอย่างแน่นอน ร่วม #Saveน้องกะหล่ำ วันนี้ เพื่อรสชาติที่ดีของวันพรุ่งนี้ สุดท้ายนี้ ผมขอขอบคุณ AIS ที่ชวนเราร่วมแคมเปญครั้งนี้ และเชื่อมั่นว่าด้วยพลังของพาร์ทเนอร์ และผู้บริโภคที่จะช่วยกันยืดเวลาโลกให้น่าอยู่ พร้อมส่งต่อรสชาติความสุขให้ทุกเจเนอเรชันอย่างยั่งยืน” นายจรูญโรจน์ฯ กล่าวทิ้งท้าย

อุ่นใจและน้องกะหล่ำขอเชิญชวนลูกค้าที่แวะมาอิ่มอร่อยกับ บาร์บีคิวพลาซ่า มาร่วมกันปกป้องน้องกะหล่ำและดูแลสิ่งแวดล้อมไปด้วยกันได้ง่ายๆ เพียงนำสายชาร์จ แบตเตอรี่ หูฟัง หรือโทรศัพท์มือถือที่ไม่ใช้งานแล้ว มาทิ้งที่จุดรับทิ้งหน้า ร้านบาร์บีคิวพลาซ่า กว่า 38 สาขา และจุดรับทิ้งของ AIS รวมถึงพันธมิตรอื่นๆ 3,000 จุดทั่วประเทศ ซึ่งสามารถมั่นใจได้ว่า E-Waste ทุกชิ้นจะถูกนำไปจัดการและรีไซเคิลอย่างปลอดภัยภายใต้มาตรฐาน E-Waste Zero to Landfill โดย AIS เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และคืนทรัพยากรกลับสู่ระบบตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนต่อไป

ร่วมติดตามภารกิจยืดเวลาโลก และร่วมส่งต่อแรงบันดาลใจในการดูแลโลกของเราไปด้วยกัน ได้ที่ https://www.facebook.com/ais.sustainability/?locale=th_TH

รู้เก็บรู้ออม : ลงทุนแบบเดอะแบก

0

คนที่ไม่ได้แบกรับภาระไว้บนบ่าเอง ย่อมไม่รู้หรอกว่ามันหนักแค่ไหน แม้เราจะเห็นว่า พ่อแม่ หรือผู้ใหญ่ในบ้านทำงานหนัก และต้องรับผิดชอบทั้งเรื่องในบ้าน และสมาชิกในครอบครัวก็ตาม แต่อย่างไรเสีย เราจะไม่มีทางเข้าใจได้ดีพอจนกว่าจะถึงเวลาที่ตัวเองเติบโตและต้องมาเป็นเสาหลัก หรือผู้นำครอบครัวด้วยตัวเอง

“คุณนายพารวย” มีโอกาสอ่านบทความจากเว็บ SET invest now เรื่อง “เดอะแบก เลือกสินทรัพย์อย่างไรให้รอดทั้งครอบครัว” อยากนำมาถ่ายทอดต่อเพราะเห็นว่าน่าจะเป็นประโยชน์ โดยเฉพาะกับคนที่กำลังรับตำแหน่งเดอะแบกอยู่ตอนนี้

เดอะแบก เป็นคำที่นิยามถึงคนที่เป็นเสาหลักของครอบครัว ต้องดูแลทั้งพ่อแม่ที่สูงอายุ พร้อมกับเลี้ยงดูลูกหลานที่อยู่ในวัยกำลังกินกำลังนอนและกำลังเรียน เราเรียกเพื่อนร่วมชะตาแบกกลุ่มนี้ว่า กลุ่ม Generation Sandwich ที่ลำพังคิดเรื่องหาเงินเลี้ยงตัวเองก็เครียดพอแล้ว แต่ยังต้องคิดถึงคนอื่นที่อยู่ในความรับผิดชอบ ทั้งค่ากินอยู่ ค่าหยูกยาของพ่อแม่ ค่าเทอมลูก

สิ่งที่เดอะแบกต้องการ ลำพังแค่กำลังใจ หรือคำพูดปลุกปลอบใจให้สู้ๆ จากคนใกล้ตัวคงไม่เพียงพอ แต่คนกลุ่มนี้ ต้องการการวางแผนการเงินที่ดีและรัดกุม เพื่อที่สามารถมีเงินเพียงพอสำหรับทุกคนในบ้าน โดยบทความชิ้นนี้ได้เสนอกลยุทธ์การลงทุนสำหรับเดอะแบกไว้ 5 ข้อ ดังนี้

1.กระจายการลงทุน ต้องแบ่งเงินกระจายลงทุนไว้ในหลายสินทรัพย์ หลายประเภท หลายอุตสาหกรรม และหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นหุ้น พันธบัตร อสังหาริมทรัพย์ และเงินฝาก เพื่อให้พอร์ตยืดหยุ่นและทนทานต่อความผันผวน, 2.สร้างเงินให้โต โดย “หุ้น” ถือเป็นตัวเลือกดีที่สุดสำหรับการเติบโตระยะยาว หากไม่ถนัดลงทุนเอง ก็สามารถเลือกซื้อเป็นกองทุนที่มีผู้จัดการกองทุนดูแลบริหารเงินให้ ไม่ว่าจะเป็น กองทุนรวมดัชนี (Index Fund) หรือ “ETFs” และกอง “REITs” ที่ให้ทั้งเงินเติบโตและเงินปันผล

3.เงินสำรองและความมั่นคง เดอะแบกต้องแบ่งเงินไปฝากไว้ที่ “เงินฝากประจำ” และ “พันธบัตรรัฐบาลหรือตราสารหนี้” ที่สำคัญต้องมี “เงินสดสำรอง”ไว้อย่างน้อย 6-12 เดือนของรายจ่ายแต่ละเดือน เผื่อไว้ตอนโชคชะตาเล่นตลก, 4. สิทธิลดหย่อนภาษี ใช้กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และ RMF มาลดหย่อนภาษีและออมระยะยาว และ 5.ประกันชีวิต ควรซื้อประกันเพื่อความคุ้มครองที่ครอบคลุมด้านต่างๆ เช่น ค่ารักษาพยาบาล ค่าชดเชยรายได้และความคุ้มครองกรณีเสียชีวิต เพื่อลดความเสี่ยงทางการเงินของครอบครัวเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

นอกจากนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการจัดสรรเงินทุนให้เหมาะกับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น ภูมิต้านทานความเสี่ยง, เป้าหมายการเงิน และความต้องการใช้เงิน เดอะแบกต้องพร้อมที่จะทบทวน ปรับพอร์ตลงทุนให้เหมาะกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง ไม่ลงทุนสะเปะสะปะ ไม่ลงทุนตามกระแส แต่จงลงทุนแบบไม่เกินตัวและไม่เกินความสามารถจนสร้างภาระกดทับและกดดันซ้ำไปอีกหากทำได้ รับรองว่าเราจะเป็นเดอะแบกที่แบกไปยิ้มไป แม้ภาระบนบ่าจะหนักแค่ไหน เพราะแผนการเงินที่ดี มีวินัยการเงิน และลงทุนอย่างฉลาด จะทำให้เดอะแบกสร้างอนาคตที่มั่นคงและแข็งแรงให้ทุกคนในครอบครัว “คุณนายพารวย” ขอส่งกำลังใจให้เดอะแบกทุกคนนะคะ.

“ฟาร์มหมอต้น” ตัวอย่าง เกษตรกรแนวหน้า คว้ารางวัล SME ระดับชาติ ซีพีเอฟ ผสานองค์ความรู้-เทคโนโลยี ยกระดับฟาร์มคู่ค้า สู่มาตรฐานสากล

0

“ฟาร์มหมอต้น” ผู้ประกอบการฟาร์มเลี้ยงสุกร ในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทราและปราจีนบุรี ที่วันนี้ดำเนินงานมาแล้ว 11 ปี และสามารถพาธุรกิจขึ้นแท่นผู้ประกอบการยอดเยี่ยมระดับชาติ คว้า 3 รางวัล ได้แก่ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 SME National Awards 2025 และอีก 2 รางวัลพิเศษ คือ รางวัล SME แห่งชาติยอดเยี่ยม และรางวัล SME Sustainability & ESG Excellence ภายใต้โครงการ MSME National Awards 2025 ของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งปีนี้ จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 17

สะท้อนความสำเร็จในการบริหารจัดการ ที่ปฏิบัติตามแนวทาง TQA และได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ผ่านกระบวนการ “คิดและเติบโตไปด้วยกัน” ส่งต่อองค์ความรู้ เทคโนโลยี และระบบการบริหารจัดการแบบมืออาชีพอย่างเป็นระบบ

น.สพ.วรวุฒิ ศิริปุณย์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ฟาร์มหมอต้น จำกัด กล่าวว่า “ฟาร์มหมอต้น” มุ่งมั่นผลิตสุกรครบวงจรที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ตามมาตรฐานสากล ใส่ใจความยั่งยืนระดับโลก การผลิตอยู่ภายใต้มาตรฐานทั้งด้านสุขอนามัย สวัสดิภาพสัตว์ และกระบวนการผลิต โดยพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมในทุกมิติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ สร้างความยั่งยืนระยะยาว ควบคู่กับการส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อยู่ร่วมกับชุมชน สังคมได้ จากจุดเด่นในการนำหลักการจัดการฟาร์มแบบบูรณาการมาประยุกต์ใช้จริง ทำให้ได้รับการคัดเลือกให้ได้รับรางวัลนี้

“ความสำเร็จที่เกิดขึ้นยังได้แรงผลักดันจากซีพีเอฟ พันธมิตรที่ช่วยคิด พัฒนา และเติบโตไปด้วยกัน ด้วยการถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี และระบบต่างๆ จากการที่ซีพีเอฟมีความเชี่ยวชาญด้านเกษตรอุตสาหกรรมอยู่แล้ว เช่น ไบโอแก๊ส โซลาร์ รูฟท็อป รวมทั้งการสนับสนุนจากหน่วยงานพัฒนาศักยภาพลูกค้าและทีมขายอาหารสัตว์ภาคตะวันออก ทีมผู้เชี่ยวชาญบริการวิชาการ ทีมการตลาด ทีมสนับสนุน ที่สำคัญ คือ การถ่ายทอดแนวทางการบริหารองค์กรสู่ความเป็นเลิศ (CP Excellence) จนฟาร์มสามารถยกระดับการจัดการธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมทั้ง Supply Chain สอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาล รวมถึงการใส่ใจสิ่งแวดล้อมตามหลัก ESG” น.สพ.วรวุฒิ กล่าว

บจ.ฟาร์มหมอต้น ผ่านการประเมินจากผู้สมัครกว่า 200 รายทั่วประเทศ สะท้อนศักยภาพของผู้ประกอบการ SME ไทย ที่สามารถยกระดับธุรกิจเทียบเท่ามาตรฐานสากลได้ด้วยตนเอง โดยมีซีพีเอฟเป็นพันธมิตรร่วมทางสู่เป้าหมายการเติบโตที่ยั่งยืน แบ่งปันองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวทางการบริหารจัดการที่ทันสมัย

สำหรับรางวัล SME National Awards มีเป้าหมายเพื่อยกระดับมาตรฐานธุรกิจ MSME ให้ก้าวสู่ระดับสากล โดยการปรับใช้เกณฑ์รางวัลคุณภาพแห่งชาติ (TQA) เป็นฐานการพิจารณาให้เข้ากับบริบทของ MSME ครอบคลุมการบริหารจัดการ 7 ด้านสำคัญ ได้แก่ บทบาทของผู้บริหารในการนำองค์กร การวางแผนการดำเนินธุรกิจ การมุ่งเน้นลูกค้าและตลาด การวัด วิเคราะห์และจัดการความรู้ การบริหารทรัพยากรบุคคล การจัดการกระบวนการ และผลลัพธ์ทางธุรกิจ ปีนี้ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลฯ ร่วมกับ นางสาวปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการ สสว. โดยมี นายเรวัติ หทัยสัตยพงศ์ ผู้อำนวยการใหญ่ ธุรกิจอาหารสัตว์บก ซีพีเอฟ และทีมงานฯ ร่วมแสดงความยินดี.

เมืองไทยประกันชีวิต ร่วมสนับสนุนการจัดงานวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2568

0

เมืองไทยประกันชีวิต สานต่อเจตนารมณ์แห่งความรัก ความกตัญญู และสายใยครอบครัว สนับสนุนการจัดกิจกรรมวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2568 โดยร่วมกับสภาสังคมสงเคราะห์ แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ตอกย้ำบทบาทของ “แม่” ในการหล่อหลอมคุณค่าชีวิต และเสริมสร้างสังคมไทยที่เปี่ยมด้วยความรัก ความมั่นคง และความยั่งยืน

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ในโอกาสวันแม่แห่งชาติปีนี้ บริษัทยึดมั่นในพันธกิจที่ให้ความสำคัญกับสถาบันครอบครัว โดยเฉพาะบทบาทของแม่ ในฐานะผู้ปลูกฝังคุณธรรม และแรงบันดาลใจให้แก่สมาชิกในครอบครัว แม่ไม่เพียงเป็นศูนย์กลางแห่งความรัก แต่ยังเป็นครูคนแรก ผู้หล่อหลอมชีวิตและสังคมผ่านความเสียสละที่ยิ่งใหญ่”

สำหรับกิจกรรมในปีนี้ บริษัทได้ร่วมสนับสนุนกิจกรรมหลักของงานวันแม่แห่งชาติ ประกอบด้วยการมอบเสื้อแจ็คเก็ตและกระเป๋าที่ระลึกสำหรับผู้ได้รับรางวัลแม่ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2568 พร้อมมอบกรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล รวมทุนประกันกว่า 33 ล้านบาท เพื่อสร้างหลักประกันแห่งความอุ่นใจแก่แม่ดีเด่นทั่วประเทศ และยังได้มอบกระเป๋าที่ระลึกสำหรับลูกที่มีความกตัญญูกตเวทีอย่างสูงต่อแม่ ประจำปี 2568

ทั้งนี้บริษัทฯ ได้มอบหมายให้นายปราโมทย์ ศักดิ์กำจร รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เป็นผู้แทนบริษัทฯร่วมพิธีแถลงข่าว “การจัดงานวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2568” โดยมี ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ และประธานคณะกรรมการจัดงานวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2568 เป็นประธานในพิธีฯ

“เราหวังว่า การสนับสนุนในครั้งนี้จะเป็นอีกหนึ่งพลังเล็กๆ ที่ช่วยส่งเสริมให้บทบาทของแม่ได้รับการยกย่องอย่างเหมาะสม และเป็นแรงผลักดันให้ทุกคนในสังคมไทยตระหนักถึงความสำคัญของความรัก ความเคารพ และความกตัญญู ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาสังคมอย่างมั่นคง” นายสาระกล่าวเพิ่มเติม

AIS ผนึก ตำรวจไซเบอร์ เปิดปฏิบัติการ “OPERATION PINKLAO” รวบแก๊งมิจฉาชีพคาเครื่องส่ง SMS ปลอม แนบลิงก์ชวนแลกคะแนน เตือน! อย่าหลงเชื่อเด็กขาด

0

AIS ร่วมกับ ตำรวจไซเบอร์ บช.สอท. เดินหน้าปฏิบัติการเชิงรุก เข้าจับกุมกลุ่มมิจฉาชีพที่ตระเวนใช้อุปกรณ์ส่งสัญญาณความถี่ผิดกฎหมาย เพื่อส่ง SMS ปลอมจาก Sender เป็นชื่อหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน โดยใช้ข้อความที่อ้างคะแนนจะหมดอายุ เพื่อล่อลวงให้ประชาชนคลิกลิงก์แลกรางวัล ทำให้ผู้รับ SMS อาจหลงเชื่อและมีความเสี่ยงโดนหลอกลวงเงินได้ โดยที่ผ่านมาพบว่าได้ก่อเหตุทั้งในพื้นที่ในย่านสาทร พระราม 4 สุขุมวิท และเพชรบุรี และสามารถจับกุมตัวไปได้แล้วหลายครั้ง ทั้งผู้ต้องหาชาวไทยและต่างชาติ

โดยการสืบสวนในครั้งนี้อาศัยความร่วมมือระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทีมวิศวกร AIS ในการค้นหาคนร้าย จนนำไปสู่การจับกุมแก๊งมิจฉาชีพเพื่อยับยั้งการก่อเหตุซ้ำ โดยเครื่องอุปกรณ์ดังกล่าวที่คนร้ายใช้ คือเครื่องส่งข้อความปลอม (SMS) โดยปลอมสัญญาณความถี่ผิดกฎหมาย ส่งสัญญาณเข้าอุปกรณ์มือถือที่อยู่ในรัศมี เพื่อทำให้ผู้ใช้งานได้รับ SMS ปลอม และอาจหลงเชื่อ จากการตรวจสอบไม่พบการได้รับอนุญาตจาก กสทช. นายวรุณเทพ

นายวรุณเทพ วัชราภรณ์ หัวหน้าฝ่ายงานรัฐกิจสัมพันธ์ AIS กล่าวว่า “เอไอเอสตั้งใจยกระดับสังคมไทยสู่ ‘ปีแห่งความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์’ ที่เราจะทำงานเชิงรุกอย่างเต็มกำลัง เพื่อปกป้องคนไทยจากภัยออนไลน์ทุกรูปแบบ ในฐานะผู้ให้บริการระบบสื่อสารชั้นนำของประเทศ เรามุ่งมั่นดูแลให้ลูกค้าทุกคนใช้บริการได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยสูงสุด

ที่ผ่านมา เอไอเอสจึงร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับตำรวจและหน่วยงานภาครัฐ ร่วมกันตรวจสอบ ปิดกั้น และติดตามเส้นทางมิจฉาชีพที่ใช้เครือข่ายเป็นช่องทางหลอกลวง ล่าสุด ในกรณีการส่ง SMS ปลอมผ่านอุปกรณ์ส่งสัญญาณความถี่ผิดกฎหมาย โดยปลอมเป็นหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน เพื่อสร้างความสับสน เราได้สนับสนุนภารกิจของฝ่ายความมั่นคงจนสามารถเข้าถึงแหล่งกบดานและทลายเครือข่ายมิจฉาชีพได้สำเร็จ สะท้อนถึงความตั้งใจของเอไอเอสในการปกป้องประชาชน และเราจะเดินหน้าพัฒนามาตรการด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เพื่อให้คนไทยทุกคนปลอดภัยในโลกดิจิทัลอย่างยั่งยืน”

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท. กล่าวว่า “ตำรวจไซเบอร์ยังคงเดินหน้าอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ในการปราบปรามขบวนการมิจฉาชีพทุกรูปแบบ ความสำเร็จในการจับกุมครั้งนี้ สะท้อนถึงพลังความร่วมมือระหว่างตำรวจไซเบอร์และภาคเอกชนต่างๆอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะ “เอไอเอส” ที่ได้ร่วมปฏิบัติการลงพื้นที่ตรวจสอบและให้การสนับสนุนด้านเทคนิคอย่างเต็มที่ ทำให้เราสามารถสกัดกั้นและทลายเครือข่ายมิจฉาชีพได้อย่างรวดเร็ว ผมขอยืนยันว่า ตำรวจไซเบอร์จะใช้ทุกมาตรการ ทั้งด้านการสืบสวนเชิงรุก การพัฒนาขีดความสามารถ และการบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อปกป้องพี่น้องประชาชนจากภัยออนไลน์ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ พร้อมทั้งดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาด เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมในยุคดิจิทัลให้ปลอดภัยมั่นคง สร้างความน่าเชื่อถือให้แก่สังคมไทย”

ทั้งนี้ ตำรวจไซเบอร์ และ AIS ขอเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อหรือให้ข้อมูลส่วนบุคคลผ่านการกดลิงก์ แอดไลน์ หรือตอบกลับ SMS ที่ไม่น่าเชื่อถือ รวมถึงห้ามให้ข้อมูลสำคัญ เช่น เลขบัตรประชาชน เลขบัตรเครดิต วันเดือนปีเกิด หรือรหัส OTP ในการทำธุรกรรมใด ๆ แก่แหล่งที่ไม่น่าไว้วางใจ หากลูกค้าที่ใช้บริการของ AIS พบสายโทรศัพท์หรือข้อความต้องสงสัย หลังวางสายสามารถกด *1185# โทรออกภายใน 5 นาที เพื่อส่งหมายเลขล่าสุดที่รับสายไปเพื่อตรวจสอบและบล็อกทันที หรือหากได้รับ SMS ผิดปกติ สามารถแจ้งผ่านสายด่วน 1185 AIS Spam Report Center ได้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ AIS ตรวจสอบและดำเนินการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป แต่หากตกเป็นเหยื่อ สามารถโทรสอบถามสายด่วน AOC 1441 หรือแจ้งความออนไลน์ผ่าน www.thaipoliceonline.go.th ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

AIS PLAY พร้อมยิงสดไทยลีก พลิกโฉมระบบถ่ายทอดรองรับแฟนบอลไทยกว่า30ช่อง ดูฟรีทุกเครือข่าย ประเดิมแมตช์การกุศล 9 ส.ค. นี้

0

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ผนึก AIS PLAY เดินหน้าสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่แห่งวงการลูกหนังไทย ถ่ายทอดสดฟุตบอลไทยลีกครบทุกลีก ครอบคลุมตั้งแต่ ไทยลีก 1, ไทยลีก 2, ไทยลีก 3, ฟุตบอลถ้วย เอฟเอ คัพ และฟุตบอลถ้วย ลีก คัพ รวมถึงฟุตบอลลีกเยาวชน U-21, ฟุตบอลหญิงลีก 1 และ 2 ด้วยเทคโนโลยีถ่ายทอดสดที่ล้ำสมัย ภาพความคมชัดสูง พลิกโฉมการรับชมสู่มาตรฐานใหม่ของประเทศ โดยเปิดให้ลูกค้า AIS และคนไทยทุกเครือข่าย รับชมฟรีผ่าน AIS PLAY บนโครงข่ายอัจฉริยะ ทั้งมือถือและเน็ตบ้านคุณภาพ ครอบคลุมทั่วประเทศ ให้แฟนบอลได้ร่วมส่งแรงเชียร์และสนับสนุนศักยภาพของนักกีฬาไทย พร้อมเชื่อมต่อการรับชมสู่คนไทยทุกกลุ่มอย่างแท้จริง

พร้อมกันนี้ AIS PLAY ยังจัดเต็มเปิดช่องถ่ายทอดสด ต้อนรับแฟนบอลไทยลีกด้วยช่อง PLAY SPORTS football กว่า 30 ช่อง โดยช่อง PLAY SPORTS football1 จะเป็นช่องที่สามารถรับชมได้ 24 ชม. อัดแน่นจุใจ ทั้งแมตช์ไฮไลต์ รีรัน ไม่พลาดทุกช็อตเด็ด พิเศษกับรายการ BALLTHAI SHOWTIME ทุกเสาร์และอาทิตย์ เวลา 18.15 น. ร่วม วิเคราะห์เจาะลึกเกมทั้งก่อนและหลังแมตช์ สรุปผล สัมภาษณ์โค้ชและนักกีฬาส่งตรงจากขอบสนาม พร้อมพูดคุยกับ Guru Influencer และอดีตนักกีฬาฟุตบอลมากมายเพื่อแฟนบอลตัวจริง 

สนุกทุกแมตช์ มันส์ทุกช็อตด้วยทีมนักพากย์แถวหน้า ทั้งรุ่นเก๋าและรุ่นใหม่กว่า 60 คน นำทีมโดย โยธินบับเบิ้ล ยิ่งรักตูเต้แชมป์ พฤทธิคุณยุทธชัย, ตู่ GOAT TV และ ลีซอ ธีรเทพ พร้อมนักพากย์ท้องถิ่นจากลีกภูมิภาค ทั้ง 6 โซน ที่ผ่านการเวิร์กช็อปอย่างเข้มข้นก่อนเปิดฤดูกาล ติวเข้มทั้งกฎกติกา เทคนิคการบรรยาย และเคล็ดลับเพิ่มอรรถรส เพื่อให้แฟนบอลได้สัมผัสประสบการณ์การรับชมที่ดีที่สุด ลื่นไหล สนุกแบบไม่มีสะดุด

ประเดิมแมตช์พิเศษ 9 สิงหาคมนี้! กับฟุตบอลการกุศล Charity Match อุทัยธานี เอฟซี พบ ชลบุรี เอฟซี แฟนบอลไทยเตรียมดูสด ผ่าน AIS PLAY จัดเต็มในทุกช่องทาง ฟรีทุกเครือข่าย ทั้งแอปพลิเคชัน AIS PLAY, กล่อง AIS PLAYBOX, SAMSUNG Smart TV, Android TV, Apple TV และ 3BB GIGATV ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและตารางการแข่งขันที่ https://www.ais.th/thaileague

“เอเลี่ยนผู้น่ารัก” เมื่อสัตว์ต่างถิ่นไม่ใช่ศัตรู หากเรียนรู้จะอยู่กับมัน

0

เวทีเสวนาวิชาการ “เอเลี่ยนผู้น่ารัก” ที่จัดขึ้นเมื่อเร็วๆนี้ ได้เปิดมุมมองใหม่ต่อ “สัตว์ต่างถิ่น” หรือ “Alien Species” ที่หลายคนอาจมองว่าเป็นภัยต่อสิ่งแวดล้อม แต่เสียงจากผู้เชี่ยวชาญในวงเสวนาชี้ว่า แท้จริงแล้วสัตว์เหล่านี้ไม่ใช่ผู้ร้ายเสมอไป หากรู้จักบริหารจัดการและอยู่ร่วมอย่างเข้าใจ

ดร.ชัยภัฏ จันทร์วิไล ประธานเครือข่ายเสียงจากป่า อธิบายว่า “เอเลี่ยน” คือสิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่นำเข้า ไม่ได้มีถิ่นกำเนิดในไทยไม่ว่าจะเป็นพืชหรือสัตว์ และประเทศไทยก็มีสิ่งมีชีวิตต่างถิ่นเหล่านี้อยู่มากมาย แต่ความจริงแล้วอาจต้องมาทบทวนว่า เอเลี่ยน “ผิด” จริง หรือแค่ “แตกต่าง”

สอดคล้องกับข้อมูลจาก ดร.สรสัณห์ อาภาภิรม ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์ป่าที่กล่าวว่า ปลาหมอคางดำ เป็นสัตว์ต่างถิ่น ที่กำลังถูกพูดถึงแต่มันอยู่ในพื้นที่แหลมผักเบี้ยและปราณบุรีมากว่า 20 ปีแล้ว และมีบทบาทในเศรษฐกิจชุมชน โดยถูกนำมาใช้ทำน้ำปลาและน้ำหมักชีวภาพคุณภาพดี พร้อมยกตัวอย่าง ตั๊กแตนปาทังก้า เอเลี่ยนที่มีต้นกำเนิดในแอฟริกา สัตว์ตัวนี้ทำให้คนแอฟริกันต้องอดอยาก แต่มันกลับทำให้คนไทยได้ลิ้มรสของอร่อย เป็นอาหารโปรดของคนไทยไปอีกชนิด ขณะที่หอยเชอรี่ จากอเมริกาใต้ ที่เริ่มต้นด้วยการนำมากำจัดตะไคร่น้ำและเศษอาหารในตู้ปลา แล้วพอหลุดออกไปมันทำให้หอยโข่งลดลง แต่ทุกวันนี้หอยเชอรี่ก็กลายเป็นอาหารเมนูเด็ดของคนไทยไปแล้ว

“ในเมื่อเราไม่สามารถห้ามไม่ให้มันอยู่ในประเทศได้ ก็ควรหาทางใช้ประโยชน์ให้เกิดรายได้ ก็จะทำให้ทุกอย่างไปได้ดี” ดร.สรสัณห์กล่าว

ด้าน สพ.ญ.กัณธิตา ปวีณสกล สัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์แปลกจาก Animal Space Ribbit and Exotic Pet Hospital ให้ข้อมูลว่า สัตว์ต่างถิ่น สัตว์แปลก หรือ Exotic Pet มีทั้งที่นำเข้าและที่เพาะพันธุ์ในไทยมายาวนาน ยกตัวอย่างเช่น อิกัวน่า หรือกระรอกดิน โดยเธอย้ำว่า “คนไทยนิยมเลี้ยงสัตว์แปลกกันมาก และสัตว์เหล่านี้มีชีวิต เราจึงต้องเข้าใจพฤติกรรมของมันก่อนตัดสินใจเลี้ยง”

ความนิยมเลี้ยงสัตว์แปลกนี้สามารถวัดได้ จากการที่ปัจจุบันโรงพยาบาลรับรักษา Exotic Pet สูงถึงวันละ 100–150 ตัว ซึ่งนับว่ามีจำนวนมากทีเดียว หรือคิดเป็น 98% ของสัตว์ที่เข้ารับการรักษาทั้งหมดของโรงพยาบาลแห่งนี้

ขณะที่ สุทธิลักษณ์ นากผสม นายกสมาคมผู้นิยมสัตว์เลี้ยงชนิดพิเศษแห่งประเทศไทย ระบุว่า สัตว์ต่างถิ่นมีการลักลอบนำเข้ากันเป็นจำนวนมาก ซึ่งสัตว์กลุ่มนี้มีทั้งแบบรุกรานและไม่รุกราน นิยามของเธอหากสิงโตอยู่ในกรงย่อมถือเป็นสัตว์ต่างถิ่นที่ไม่รุกราน

“ในอดีตสัตว์ต่างถิ่นอาจถูกปล่อยสู่ธรรมชาติ เพราะคนไม่รู้ว่ามันมีโทษต่อสิ่งแวดล้อม เมื่อผนวกกับการเป็นชาวพุทธก็มีส่วนที่ไม่อยากทำลายมัน แต่หากเจ้าของไม่สามารถเลี้ยงต่อได้ ก็อย่านำไปปล่อย เพราะสามารถส่งต่อให้ผู้อื่นผ่านทางสมาคมได้ ถือเป็นการเลี้ยงสัตว์ต่างถิ่นอย่างรับผิดชอบ โดยสัตว์เหล่านี้ล้วนเป็นสัตว์ที่มีมูลค่า และทางสมาคมก็มีบทบาทช่วยเชื่อมโยงระหว่างผู้เลี้ยง ผู้ประกอบการกับภาครัฐอยู่แล้ว”

จากเสียงของผู้เชี่ยวชาญทั้งหมด งานเสวนาครั้งนี้สะท้อนอย่างชัดเจนว่า “เอเลี่ยน” ไม่ใช่สิ่งที่ต้องกำจัดเสมอไป หากเรายอมรับความจริง และมีการบริหารจัดการที่ดี สัตว์ต่างถิ่นก็อาจกลายเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า และเป็นส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมไทยได้อย่างกลมกลืน.

ประมงระยอง ยกระดับจัดการ “ปลาหมอคางดำ” หนุนจับ-แปรรูป-สร้างสมดุลระบบนิเวศ

0

สำนักงานประมงจังหวัดระยอง เดินหน้ายกระดับการจัดการปัญหา “ปลาหมอคางดำ” ในแหล่งน้ำธรรมชาติ ด้วยกลยุทธ์ “จับขึ้นมาใช้ประโยชน์” มุ่งสร้างแรงจูงใจให้ชาวประมงและเกษตรกรร่วมมือกันควบคุมปริมาณปลาชนิดนี้อย่างต่อเนื่อง พร้อมผนึกกำลังทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และชุมชน จัดกิจกรรม “ลงแขกลงคลอง” และปล่อยปลากะพงขาวซึ่งทำหน้าที่เป็นปลานักล่า ช่วยสร้างสมดุลให้ระบบนิเวศทางน้ำของจังหวัด

นายประพล อิสโร ประมงจังหวัดระยอง เปิดเผยว่า ขณะนี้ระดับความหนาแน่นของปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติของจังหวัดยังอยู่ในระดับปานกลาง โดยยังต้องดำเนินมาตรการควบคุมอย่างเป็นระบบ เพื่อป้องกันผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพในระยะยาว ประมงจังหวัดระยองเดินหน้ามาตรการควบคุมและกำจัดปลาหมอคางดำอย่างจริงจัง สอดคล้องกับวิถีชีวิตของชุมชนด้วยแนวทางที่ลดการพึ่งพาเพียงกิจกรรมของรัฐ เน้นสร้างการมีส่วนร่วมในระดับชุมชน สร้างแรงจูงใจประชาชนโดยเฉพาะชาวประมงและเกษตรกรต้องการจับปลาเหล่านี้ขึ้นมาใช้ประโยชน์อย่างต่อเนื่อง อาทิ แปรรูปเป็นอาหาร สร้างผลิตภัณฑ์ในชุมชน หรือใช้เป็นปลาเหยื่อทดแทนการซื้อปลาเหยื่อทะเล ซึ่งเป็นการลดต้นทุนและเพิ่มรายได้ไปในตัว

นอกจากนี้ เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งขาวแวนนาไมในอำเภอแกลง ยังปรับตัวโดยการเลี้ยงปลากะพงในบ่อพักน้ำเพื่อกำจัดลูกปลาหมอคางดำก่อนปล่อยน้ำไปอีกบ่อเพื่อเพาะเลี้ยงกุ้ง ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการเพาะเลี้ยงปลากะพงอีกด้วย

ที่ผ่านมา สำนักงานประมงจังหวัดระยองได้ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่ จัดกิจกรรม “ลงแขกลงคลอง” อย่างต่อเนื่อง เพื่อควบคุมประชากรปลาหมอคางดำในลำคลองสายสำคัญ โดยล่าสุดสามารถจับปลาได้มากถึง 120 กิโลกรัมบริเวณปากคลองตากวน ตำบลเนินพระ อำเภอเมืองระยอง และได้นำไปส่งมอบให้เรือนจำกลางระยองเพื่อนำไปแปรรูปเป็นอาหารใช้ประโยชน์ต่อไป

ในอีกด้านหนึ่ง สำนักงานประมงจังหวัดระยองยังเตรียมเดินหน้าแผน “ปล่อยปลานักล่า” นำไปปล่อยในแม่น้ำและคลองสายต่างๆ เพื่อทำหน้าที่ควบคุมประชากรปลาหมอคางดำ และฟื้นฟูสมดุลระบบนิเวศ ซึ่งก่อนหน้านี้ ได้รับการสนับสนุนลูกพันธุ์ปลากะพงขาวจากบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เพื่อปล่อยลงในแม่น้ำระยองซึ่งช่วยควบคุมประชากรปลาหมอคางดำได้ผลดี

“การปล่อยปลากะพงขาวไม่เพียงแต่ช่วยลดปริมาณปลาหมอคางดำ แต่ยังเป็นการเพิ่มทรัพยากรสัตว์น้ำในระบบนิเวศ และสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจแก่ชุมชนประมงในระยะยาว” นายประพล กล่าว

มาตรการทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวทางการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรของจังหวัดระยอง ที่มุ่งเน้นการใช้ประโยชน์ควบคู่กับการอนุรักษ์ เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับทั้งระบบนิเวศและวิถีชีวิตของผู้คนในท้องถิ่น.

เมืองไทยประกันชีวิต ผนึกกำลัง Senior Ecosystem ตอบโจทย์กลุ่ม Silver Age กลุ่มสูงวัยยุคใหม่ กับบริการที่หลากหลายพร้อมมอบสิทธิพิเศษสำหรับสมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับ

0

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เมืองไทยประกันชีวิตตอบรับการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบ มุ่งส่งมอบความสุขและรอยยิ้มแก่กลุ่มผู้สูงอายุยุคใหม่ ล่าสุดบริษัทฯ ได้ขยายเครือข่ายพันธมิตร Senior Ecosystem ในการดูแลกลุ่มผู้สูงอายุที่ครอบคลุมทุกรูปแบบการใช้ชีวิตอย่างเข้าใจ เข้าถึง และเติมเต็มชีวิตสมาร์ทของวัยซิลเวอร์ ให้มีความอุ่นใจ มีคุณภาพชีวิตที่ดีและยั่งยืนมากยิ่งขึ้น

เมืองไทยประกันชีวิตโดย “เมืองไทยสไมล์คลับ” ผนึกกำลังพันธมิตรชั้นนำของประเทศ ตอบโจทย์กลุ่ม Silver Age ด้วยสิทธิพิเศษและบริการที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้ง :

  • โครงการที่อยู่อาศัยแนวคิดใหม่เพื่อผู้สูงวัย ที่ยังกระฉับกระเฉง แต่ต้องการสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพและสะดวกสบาย (Independent Living)
  • ที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงวัย และผู้ป่วยที่ต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง โดยทีมพยาบาลและผู้ดูแลมืออาชีพ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกและการดูแลด้านสุขภาพอย่างครบครัน (Nursing Home)
  • บริการรถรับ-ส่งพร้อมผู้ดูแล สำหรับผู้สูงวัย ผู้ป่วย และผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ ไปพบแพทย์ เดินทางสะดวก ปลอดภัย อุ่นใจทุกเส้นทางด้วยทีมดูแลมืออาชีพ
  • โรงพยาบาลดูแลผู้ป่วยระยะท้าย เน้นการบรรเทาอาการเจ็บป่วยให้สบายใจ ใกล้ชิดครอบครัว (Palliative Care Hospital)

โดยสิทธิพิเศษจากพันธมิตร Senior Ecosystem

Naya Residence

มอบสิทธิพิเศษเข้าพักที่ Naya Residence แบบรายเดือน ในราคาพิเศษ 

ระยะเวลา: 20 กันยายน 2567 – 31 ธันวาคม 2568

LivWell 

มอบสิทธิพิเศษสมัครสมาชิก LivWell และร่วมกิจกรรมต่างๆ ในราคาพิเศษ ทั้งกิจกรรมกายภาพบำบัด (Physical Therapy) กิจกรรม Brain-Powered Stimulating Activity และร่วมกิจกรรมคลาสออกกำลังกายฟรี ที่ LivWell

ระยะเวลา: 18 กันยายน 2567 – 31 ธันวาคม 2568

Chersery Home 

มอบสิทธิพิเศษส่วนลดบริการ Harmoni Homecare (บริการกายภาพบำบัด) และบริการ Harmoni Mobility ในการเรียกใช้รถรับส่งภายในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลและจังหวัดภูเก็ต พร้อมบริการ Daycare Service บริการตรวจสุขภาพด้านการทรงตัวราคาพิเศษ และส่วนลดค่าห้องพักเพื่อกายภาพบำบัด บริการด้านหัตถการและค่าเวชภัณฑ์
 ระยะเวลา: 15 กรกฎาคม 2568 – 31 ธันวาคม 2568

Senera Senior Wellness

  • สาขาคู้บอน: รับส่วนลด 5% สำหรับแพ็กเกจ Primary Care & Rehab, แพ็กเกจ Palliative Care และแพ็กเกจ Ultimate Care
  • สาขาบางบัวทอง: รับส่วนลดพิเศษสำหรับห้องพักเดี่ยว พร้อมรับฟรีโปรแกรมกายภาพบำบัด ส่วนลดพิเศษคลินิกกายภาพบำบัด และส่วนลดพิเศษบริการดูแลรายวัน Day Care
     ระยะเวลา: 15 กรกฎาคม 2568 – 31 ธันวาคม 2568

The Sense Living

มอบสิทธิพิเศษสำหรับบริการห้องพักรายเดือน (ขั้นต่ำสัญญา 3 เดือน) และส่วนลดสำหรับบริการกายภาพบำบัด หรือ Day Care Services

 ระยะเวลา: 15 กรกฎาคม 2568 – 31 ธันวาคม 2568

Health at Home

มอบสิทธิพิเศษใช้คะแนน 400 Smile Points เลือกรับบริการจาก Health at Home ประกอบด้วย บริการพาไปพบแพทย์หรือโรงพยาบาล ให้บริการจำนวน 8 ชั่วโมง/วัน (ไม่รวมบริการรถรับ-ส่ง) บริการเฝ้าไข้และดูแลระหว่างพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล และส่วนลดสำหรับบริการพักฟื้นที่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุเมื่อซื้อ แพ็กเกจรายสัปดาห์ เลือกใช้บริการได้ทั้ง 2 สาขา สาขานนทบุรีและสาขาพหลโยธิน – สะพานใหม่

 ระยะเวลา: 1 สิงหาคม 2568 – 31 ธันวาคม 2568

Navara Nursing Home

มอบสิทธิพิเศษส่วนลด 10% สำหรับใช้บริการ แพ็กเกจกายภาพบำบัดเมื่อพักแบบรายเดือน

ระยะเวลา: 1 สิงหาคม 2568 – 31 ธันวาคม 2568

The Parents Wellness and Rehabilitation

มอบสิทธิพิเศษเพียงใช้คะแนน 300 Smile Points รับส่วนลดมูลค่า 1,000 บาท สำหรับบริการ 3 แพ็กเกจ ดังนี้:

  •  แพ็กเกจกายภาพ สำหรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดในสมอง (Stroke)
  •  แพ็กเกจกายภาพ สำหรับผู้ป่วยหลังการผ่าตัด (Post Operation)
  •  แพ็กเกจกายภาพ สำหรับผู้ป่วยติดเตียง (General Rehabilitation Program)

ระยะเวลา: 1 สิงหาคม 2568 – 31 ธันวาคม 2568

The Senior

มอบสิทธิพิเศษส่วนลด 5% สำหรับการเข้าพักรายเดือนในโซนสถานพยาบาลของเดอะซีเนียร์

ระยะเวลา: 1 สิงหาคม 2568 – 31 ธันวาคม 2568

โรงพยาบาลผู้สูงอายุกล้วยน้ำไท 2

มอบส่วนลดค่าห้องพักรายเดือนสำหรับการเข้าพักที่โรงพยาบาลผู้สูงอายุกล้วยน้ำไท 2 หรือ Natural Home (Premium Nursing Home) บริการรับ-ส่งฟรี พร้อม Auto Seat ระหว่างบ้านกับโรงพยาบาลภายในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล บริการตรวจประเมินร่างกายทางกายภาพบำบัดฟรีเพื่อวางแผนฟื้นฟูและดูแลต่อเนื่องตรวจประเมินผู้สูงอายุที่บ้านฟรี  (สำหรับ KNT Care @ Home เท่านั้น) โดยทีมสหวิชาชีพ ส่วนลดสำหรับใช้บริการ KNT Care @ Home

ระยะเวลา: 1 สิงหาคม 2568 – 31 ธันวาคม 2568

Joy Ride

มอบแพ็กเกจบริการพาไปหาหมอราคาพิเศษ 

  • แพ็กเกจ A บริการพาไปหาหมอ (Ambulove++)
  •  แพ็กเกจ B บริการพาไปหาหมอแบบครึ่งวัน (Ambulove++ Half Day)

พร้อม Top up ส่วนลดเพิ่มเติม

ระยะเวลา: 15 กรกฎาคม 2568 – 31 ธันวาคม 2568

โรงพยาบาลคูน

มอบสิทธิพิเศษส่วนลด 10% สำหรับบริการ ACP Counseling (คลินิกวางแผนสุขภาพแบบองค์รวม) และส่วนลด 10% สำหรับค่าห้อง Deluxe Balcony แบบรายวัน เฉพาะเดือนแรกของการเข้าพัก

 ระยะเวลา: 15 กรกฎาคม 2568 – 31 ธันวาคม 2568

ทั้งนี้ สมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับ สามารถรับสิทธิ์ได้ง่ายๆ ผ่าน “แอปพลิเคชัน MTL Click”       

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 1766 เมืองไทยประกันชีวิต ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

AIS จับมือ NFL ยิงสดลีกอเมริกันฟุตบอลอันดับ 1 ของโลก ให้คนไทยดูแบบถูกลิขสิทธิ์ผ่าน AIS PLAY

0

AIS จับมือ National Football League ลีกอเมริกันฟุตบอลอาชีพอันดับ 1 ของโลก ในฐานะ Official Broadcaster ผู้ถ่ายทอดสดอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ให้คนไทยได้รับชมครบทุกแมตช์สำคัญแบบถูกลิขสิทธิ์ผ่าน AIS PLAY ตอกย้ำบทบาทผู้นำดิจิทัลแพลตฟอร์มที่รวบรวมคอนเทนต์กีฬาและความบันเทิงครบวงจรของไทย พร้อมผลักดันกีฬาอเมริกันฟุตบอลให้เข้าถึงแฟนกีฬาไทยในวงกว้าง และขยายฐานผู้ชมให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยศักยภาพของโครงข่ายอัจฉริยะ ทั้งมือถือและเน็ตบ้าน ผ่านการผนึกพลังกับพันธมิตรระดับโลก 

ปรัธนา ลีลพนัง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ด้านปฏิบัติการ AIS กล่าวว่า “ความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญของ AIS PLAY ในการยกระดับการให้บริการไปอีกขั้น ผ่านการเพิ่มคอนเทนต์เฉพาะทางอย่างอเมริกันฟุตบอล ที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพื่อเติมเต็มไลฟ์สไตล์ของคอกีฬาไทย ให้สามารถเข้าถึงการแข่งขันระดับโลกได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น ผ่านความแข็งแกร่งของเครือข่ายมือถืออินเทอร์เน็ตบ้านของ AIS

เราเชื่อว่า NFL ซึ่งเป็นลีกอเมริกันฟุตบอลอาชีพที่ใหญ่และทรงพลังที่สุดในโลก จะเข้ามาเสริมทัพคอนเทนต์ด้านกีฬาบน AIS PLAY ให้กลายเป็นศูนย์กลางความบันเทิงและกีฬาครบวงจรที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของคนไทย สอดรับกับความต้องการของผู้ชมยุคดิจิทัลที่มองหาคอนเทนต์คุณภาพ เข้าถึงง่าย และถูกลิขสิทธิ์ พร้อมมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนกีฬาอเมริกันฟุตบอลและขยายฐานผู้ชมในไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน”

เบรตต์ กอสเปอร์ Head of Europe and APAC at the NFL กล่าวว่า “เรารู้สึกตื่นเต้นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ AIS ในการนำเสนอคอนเทนต์ NFL สู่ประเทศไทย โดยเรามุ่งมั่นที่จะขยายฐานแฟนคลับอเมริกันฟุตบอลในภูมิภาคนี้อย่างต่อเนื่อง และด้วยความร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำอย่าง AIS นี่จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการขยายตัวในระดับโลกของเรา”

การแข่งขัน NFL ฤดูกาล 2025 จะมีทีมเข้าร่วมทั้งหมด 32 ทีม ตลอดฤดูกาลปกติและรอบเพลย์ออฟ ตั้งแต่เดือนกันยายนถึงเดือนมกราคม ก่อนจะปิดฉากฤดูกาลด้วยการแข่งขัน ซูเปอร์โบวล์ LX ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2026 ณ สนาม Levi’s Stadium, Bay Area รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา โดยลูกค้า AIS สามารถรับชมทุกแมตช์สำคัญผ่าน  AIS PLAY ที่รองรับทุกอุปกรณ์ ทั้งสมาร์ตโฟน แท็บเล็ต และสมาร์ตทีวี