Home Blog Page 4

ตามรอยเซียน โดย เจี๊ยบ บางกรวย “พระเปิม กรุวัดมหาวันจังหวัดลำพูน ”

0

หลวงพ่อบุญธรรม หลวงพ่อเซียนเจี๊ยบเคยกล่าวก่อนท่านมรณะภาพไว้ว่า พระเปิม เป็นพระต่อชีวิต ใครป่วยไม่สบายหนัก ไปขอพรท่านมีโอกาศได้มาคล้องคอ จะหายโรคหายภัยนะ มีโอกาสหามาใช้ ไม่แพงเราพอซื้อไหว แต่องค์ใหญ่หน่อยนะพระอาจารย์เล่าต่อประวัติ มีคนใส่หลวงพ่อเปิมโดนรถชน ตายหมดทั้งคัน รอดคนเดียวคล้องพระเปิม ไม่เป็นอะไรเลย ปฎิหารย์ มีจริงๆนะเธอ เจอในสนามหามาใช้นะ ศิลปงดงาม อายุเป็นพันปี คล้องเดี่ยวองค์เดียวสบายเลยมาดูพระเปิม กรุวัดมหาวัน ลำพูนวันนี้ เนื้อเขียว ละเอียดมีกรวยทราย เป็นตัวยึดให้เนื้อแกร่งแน่น แข็งเพราะพระองค์ใหญ่เนื้อหยาบกว่า พระรอดองค์เล็ก เนื้อละเอียด ไม่พบกรวดทราย พอจะมีติดได้ ถ้าเนื้อขาว เหลือง แดง เพราะยังไม่แกร่งเป็นหินเหมือนเนื้อเขียว พระเปิมองค์นี้สวยจัดมาก ตาหูจูกปากครบ ใบโพธิ์ด้านหลัง คมกริบ ที่สำคัญรูสดือใหญ่ จำให้แม่นแบบองค์นี้ พระอาจารย์สอนมา

ด้านหลังมีรอยนิ้มมือกด ไม่เรียบ มียุบนูน สูงต่ำ พระกดด้วยมือมักเป็นเช่นนี้ เนื้อแกร่งเป็นหิน ไม่เห็นราดำ บนเนื้อและในเนื้อ เพราะการเผาแบบกระเบื้องถ้วยชาม ในพระสกุลพระรอด มหาวัน ถ้าเจอเนื้อเขียวคือพระที่ถูกความร้อนมากที่สุด จนเป็นหินแล้ว ราดำไม่กัดกินเนื้อพระ

เดินตลาดเจอ เลือกองค์ที่เก่าเป็นธรรมชาติ ดมไม่มีกลิ่นมักแช่ให้เก่า พิมพ์ชัดๆใบโพธิ์คมๆ มีโอกาสได้พระแท้สูง ที่สำคัญไม่แพงเหมือนพระรอด ที่องค์ล่ะหลายๆล้าน พุทธคุณเท่ากัน พระสร้างพิธีเดียวกันนะเธอพระอาจารย์สอน เซียนเจี๊ยบบอกต่อ “หวานเจี๊ยบ”นะจ๊ะเธอ

เจี๊ยบบางกรวยเดินตามรอยพระอาจารย์ 087 0030897

เกษียณยังไง ไม่ให้แก่แล้วจน

0

“เกษียณสุข” ไม่ใช่เรื่องของโชคชะตา แต่เป็นสิ่งสร้างได้ด้วยกลยุทธ์ ทำไมบางคนยิ่งแก่ยิ่งดูเท่ห์ มีแต่คนอยากเข้าหา ในขณะที่บางคนกลับต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวและลำบาก…

ความแตกต่างไม่ได้อยู่ที่ “ดวง” แต่มันอยู่ที่ “การวางแผน” วันนี้ #เกรียนพารวย จะมาแชร์ 3 เคล็ดลับที่จะเปลี่ยนคุณให้เป็น “คนแก่ที่รวยและมีศักดิ์ศรี” จนไม่มีใครกล้าดูถูก!

1. 💸 สมการความมั่งคั่ง: ให้เงินทำงานแทนในวันที่เราอยากพักการจะ “ไม่จน” ในวัยเกษียณ ไม่ใช่แค่การออมเงินในบัญชีออมทรัพย์ครับ เพราะ “เงินเฟ้อ” จะกัดกินค่าของเงินคุณไปเรื่อยๆ

  • Asset Allocation: กระจายเงินไปในสินทรัพย์ที่สร้าง Passive Income เช่น หุ้นปันผล กองทุนดัชนี หรืออสังหาริมทรัพย์
  • พลังของดอกเบี้ยทบต้น: ยิ่งเริ่มเร็ว เงินหลักพันในวันนี้ จะกลายเป็นหลักล้านในวันหน้า

2. 🛡️ เกราะป้องกันชีวิต: อย่าให้ความเจ็บป่วยมาละลายทรัพย์สิน ศัตรูตัวฉกาจของคนวัยเกษียณไม่ใช่การใช้เงินฟุ่มเฟือย แต่คือ “ค่ารักษาพยาบาล” หลายคนสร้างเนื้อสร้างตัว ทำงานหนักเก็บเงินมาทั้งชีวิต แต่ต้องมาหมดตัวกับค่าหมอเพียงครั้งเดียว

-ประกันคือทางออก: วางแผนประกันสุขภาพและโรคร้ายแรงไว้ตั้งแต่ตอนที่ร่างกายยังแข็งแรง

-เงินสำรองฉุกเฉิน : การสำรองเงินสดไว้ให้เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายอย่างน้อย 6-12 เดือน

3. 🧠 พอร์ตศักดิ์ศรี: ลงทุนในความรู้และหมั่นอัพสกิล ทักษะให้กับตัวเอง

ทำไมคนถึงดูถูกคนแก่? ส่วนใหญ่เป็นเพราะเขามองว่าเรา “หมดไฟ” หรือ “ตามโลกไม่ทัน” ดังนั้น สิ่งที่เราควรต้องทำ คือ

Keep Learning: อย่าหยุดอัปเดตเทคโนโลยีและทักษะใหม่ๆ

Personal Brand: สร้างคุณค่าให้ตัวเองเป็นที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญในด้านที่ถนัด เมื่อเรามี “คุณค่า” ที่คนอื่นต้องการ ศักดิ์ศรีของเราจะเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ และไม่มีใครมองข้ามเราได้

การแก่ไปอย่างมีคุณภาพ เป็นเรื่องที่สามารถวางแผนได้ตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้เราเข้าสู่วัยเกษียณได้แบบภาคภูมิใจในตัวเอง

#การเงิน #วางแผนเกษียณ #ลงทุน #พัฒนาตัวเอง

เจียไต๋ เอ็กซ์พีเรียนซ์ จัดงาน “ฟิลด์ เดย์ นาดี นาปัง 2569” โชว์โซลูชันจัดการนาปรังแบบมืออาชีพ ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต

0

บริษัท เจียไต๋ จำกัด ผู้นำธุรกิจนวัตกรรมการเกษตรของไทย จัดงาน “ฟิลด์เดย์ นาดี นาปัง 2569” ณ “เจียไต๋ เอ็กซ์พีเรียนซ์” หรือศูนย์เกษตรเจียไต๋ อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา เปิดพื้นที่การเรียนรู้จากแปลงนาจริง ถ่ายทอดแนวคิดและแนวทางการจัดการนาปรังอย่างเป็นระบบ ผ่านโซลูชันและองค์ความรู้ด้านการวางแผนการเพาะปลูก การบริหารจัดการต้นทุน และการใช้ปัจจัยการผลิตอย่างเหมาะสม เพื่อช่วยให้เกษตรกรรับมือกับความท้าทายของการทำนาในปัจจุบันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การจัดงานครั้งนี้มุ่งตอบโจทย์ความท้าทายสำคัญของการทำนา ทั้งต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น ความผันผวนของสภาพอากาศ รวมถึงการระบาดของโรคและแมลงศัตรูพืชที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งส่งผลให้เกษตรกรต้องตัดสินใจภายใต้ข้อมูลที่จำกัด เจียไต๋ เอ็กซ์พีเรียนซ์จึงนำเสนอแนวทางการจัดการแปลงนาที่เน้นการวางแผนอย่างเป็นระบบ เพื่อช่วยให้เกษตรกรสามารถควบคุมต้นทุน วางแผนการผลิต และรักษาความสม่ำเสมอของผลผลิตได้อย่างเหมาะสม

ภายในงาน เกษตรกรได้เยี่ยมชม “แปลงเจียไต๋สมาร์ทฟาร์มเมอร์” ซึ่งเป็นแปลงสาธิตการจัดการนาปรังแบบมืออาชีพ ที่ผสานองค์ความรู้ เทคโนโลยี และแนวทางการจัดการแปลงเข้าด้วยกัน ตั้งแต่การเตรียมแปลงไปจนถึงการดูแลแปลงในแต่ละช่วงการเจริญเติบโต เพื่อให้เห็นภาพการจัดการแปลงอย่างเป็นขั้นตอน และสามารถนำไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับแปลงของตนเอง

ในโอกาสนี้ คุณมนัส เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจียไต๋ จำกัด ได้เข้าร่วมงานและพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเกษตรกรอย่างใกล้ชิด สะท้อนความมุ่งมั่นของเจียไต๋ในการทำงานเคียงข้างเกษตรกรไทย และรับฟังเสียงจากการทำงานในพื้นที่จริง

คุณสุภาภรณ์ เกียรติศิริขจร Chief Marketing Officer บริษัท เจียไต๋ จำกัด กล่าวว่า เจียไต๋ก่อตั้ง “เจียไต๋ เอ็กซ์พีเรียนซ์” ขึ้นเมื่อกลางปี 2568 ในช่วงที่เกษตรกรเผชิญแรงกดดันจากราคาข้าวที่ผันผวนและต้นทุนการผลิตที่ควบคุมได้ยาก โดยมีเป้าหมายในการสร้างพื้นที่เรียนรู้ที่ช่วยให้เกษตรกรเข้าถึงองค์ความรู้และแนวทางการจัดการแปลงนาอย่างเป็นระบบ เพื่อเสริมศักยภาพให้เกษตรกรสามารถวางแผนและบริหารจัดการการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

“เจียไต๋เดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรสู่บทบาทใหม่ในฐานะโซลูชัน โพรไวเดอร์อย่างต่อเนื่อง เราเป็นเพื่อนคู่คิดและเป็นที่ปรึกษาทางการเกษตร ในการทำงานร่วมกับเกษตรกรตั้งแต่การวางแผน ถ่ายทอดองค์ความรู้ และนำข้อมูลกับเทคโนโลยีมาสนับสนุนการจัดการแปลง สำหรับงาน ‘ฟิลด์เดย์ นาดี นาปัง 2569’ ครั้งนี้ เราตั้งใจให้เกษตรกรได้เรียนรู้จากแปลงจริง ได้ซักถาม และแลกเปลี่ยนประสบการณ์อย่างใกล้ชิดกับนักเกษตรและที่ปรึกษาทางการเกษตร เพื่อให้สามารถนำแนวทางที่ได้รับไปปรับใช้กับแปลงของตนเองได้อย่างเหมาะสม และลดความเสี่ยงในการทำนา” คุณสุภาภรณ์ กล่าว

สำหรับกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วยการแนะนำ “สูตรจัดการแปลงนาปรังแบบฉบับเจียไต๋” ควบคู่กับกิจกรรมเรียนรู้และกิจกรรมสร้างการมีส่วนร่วมจากบูทกลุ่มธุรกิจเจียไต๋ อาทิ เมล็ดพันธุ์เจียไต๋ ปุ๋ยตรากระต่าย และผลิตภัณฑ์อารักขาพืชเจียไต๋ รวมถึงธุรกิจเทคโนโลยีการเกษตรที่เปิดพื้นที่จัดแสดงโรงเรือนอัจฉริยะจากฟาร์มอินโน (ไทยแลนด์) โดรนเพื่อการเกษตรจาก XAG Thailand และรถ Service Provider เพื่อให้เกษตรกรได้เรียนรู้การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในการเพาะปลูก ขณะเดียวกันยังได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรสำคัญ อย่าง สหกรณ์การเกษตรบางน้ำเปรี้ยว จำกัด รวมถึงบริษัท ยันม่าร์ เอส.พี. จำกัด ที่นำเครื่องจักรกลการเกษตรมาร่วมจัดแสดงและให้คำแนะนำแก่เกษตรกร เกษตรกร โดยมีคุณมานาบุ ฟุจิตะ Sale Office Manager เป็นตัวแทนเข้าร่วมงาน นอกจากนี้ ยังมีการบรรยายในหัวข้อการเลือกสายพันธุ์ข้าวที่เหมาะสมกับพื้นที่ โดยคุณนพดล ประยูรสุข ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวพระนครศรีอยุธยา รักษาการในตำแหน่ง ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวฉะเชิงเทรา พร้อมกันนี้ นักเกษตรเจียไต๋ยังได้ให้แนะนำเกี่ยวกับแนวทางการเข้าร่วมโครงการบริหารจัดการการเพาะปลูกนาข้าวแบบเฉพาะแปลงของเจียไต๋ด้วย

งาน “ฟิลด์เดย์ นาดี นาปัง 2569” ได้รับความสนใจจากเกษตรกรและผู้เกี่ยวข้องจากจังหวัดฉะเชิงเทราและพื้นที่ใกล้เคียงเข้าร่วมกว่า 500 คน สะท้อนความมุ่งมั่นของเจียไต๋ในการขับเคลื่อนบทบาทโซลูชัน โพรไวเดอร์ เพื่ยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยให้สามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของภาคการเกษตรได้อย่างยั่งยืน ภายใต้เป้าหมาย “พืชดี ฐานะดี ชีวิตดี”

สำหรับเกษตรกรและผู้สนใจสามารถเข้าร่วมโครงการ “การจัดการการเพาะปลูกนาข้าว” แบบฉบับเจียไต๋ และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ “เจียไต๋ เอ็กซ์พีเรียนซ์” หรือ “ศูนย์เกษตรเจียไต๋” อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา เปิดบริการทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 8.30 – 17.00 น. ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ หรือติดต่อสอบถามทางเฟซบุ๊ก ศูนย์เกษตรเจียไต๋ l เจียไต๋ เอ็กซ์พีเรียนซ์ : https://www.facebook.com/ChiaTaiExperience

LiVEx ต้อนรับ บมจ. เอนเนอร์จี ไทย เทรดดิ้ง ฮับ (ETTH26) เริ่มซื้อขาย 30 ม.ค. นี้

0

นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ (LiVEx) กล่าวว่า LiVEx ยินดีต้อนรับ บมจ. เอนเนอร์จี ไทย เทรดดิ้ง ฮับ เข้าจดทะเบียนและเริ่มซื้อขายใน LiVEx โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์ว่า “ETTH26” ในวันที่ 30 มกราคม 2569 ซึ่ง ETTH26 เป็นหนึ่งในบริษัทที่ผ่านการเตรียมความพร้อมจาก LiVE Platform ที่ช่วยเสริมศักยภาพและสร้างความพร้อมให้แก่ผู้ประกอบการ

ETTH26 ดำเนินธุรกิจให้บริการเกี่ยวกับระบบผลิตพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ โดยแบ่งรูปแบบธุรกิจเป็น 3 ประเภท ได้แก่ (1) การให้บริการผลิตกระแสไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในรูปแบบ PPA (Power Purchasing Agreement) (2) การให้บริการรับเหมา ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์รูปแบบ EPC (Engineering, Procurement, and Construction) และ (3) การให้บริการด้านงานวิศวกรรมโยธา (Civil Work) เพื่อสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของโครงการต่างๆ โดยกลุ่มลูกค้าหลักของบริษัท แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มสถาบันการศึกษา กลุ่มโรงพยาบาลภาครัฐและเอกชน และกลุ่มธุรกิจขนาดกลาง-ใหญ่

ETTH26 มีทุนชำระแล้ว 108.7 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญเดิม 100 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเพิ่มทุน 8.7 ล้านหุ้น เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนครั้งแรก (IPO) ต่อผู้ลงทุนตามที่สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด โดยเสนอขายผู้ลงทุนวันที่ 23 มกราคม 2569 ในราคาหุ้นละ 3.75 บาท คิดเป็นมูลค่าระดมทุน 32.64 ล้านบาท และมีมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 407.64 ล้านบาท มีบริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน

นายรักไทย บูรพ์ภาค ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เอนเนอร์จี ไทย เทรดดิ้ง ฮับ (ETTH26) กล่าวว่า บริษัทมุ่งมั่นพัฒนาและส่งมอบโซลูชั่นด้านพลังงานหมุนเวียน และสิ่งแวดล้อมอย่างครบวงจร เพื่อส่งเสริมความมั่นคงทางพลังงานไฟฟ้าด้วยพลังงานทดแทน โดยกำหนดกลยุทธ์หลักในด้านต่างๆ เพื่อผลักดันการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานพลังงานทดแทนจากไฟฟ้าด้วยแสงอาทิตย์ รวมถึงระบบกักเก็บพลังงานภายในหน่วยงาน เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจของลูกค้าให้เติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานในอนาคต สำหรับเงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้จะนำไปลงทุนโครงการ PPA ชำระหนี้ระยะสั้น และเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ

ETTH26 มีโครงสร้างผู้ถือหุ้นหลัง IPO คือ บริษัท เออาร์เค สแตรทิจิก โฮลดิ้งส์ จำกัด ถือหุ้น 22.08% บริษัท ชัญญกร โฮลดิ้ง จำกัด ถือหุ้น 10.12% และ นายรักไทย บูรพ์ภาค ถือหุ้น 9.97% โดยบริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของกำไรสุทธิตามงบการเงินของบริษัทฯ หลังหักเงินสำรองต่างๆ ทุกประเภทตามที่กฎหมายกำหนดและตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับบริษัท

ผู้ลงทุนและผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดจากหนังสือชี้ชวนของบริษัทได้ที่เว็บไซต์ของสำนักงาน ก.ล.ต. ที่ www.sec.or.th และข้อมูลทั่วไปของบริษัทที่ www.etth.co.th และ www.live-platforms.com/live-exchange

AIS ผนึกตร.ไซเบอร์ เปิดปฏิบัติการแม่สอด ลุยค้น 3 ตึก ลักลอบใช้เน็ตผิดกม. พร้อมยึด VPN – อุปกรณ์เชื่อมต่อตปท.

0

AIS 3BB FIBRE3 ผนึก ตำรวจไซเบอร์ต่อเนื่อง ตรวจค้น 3 อาคารพาณิชย์แม่สอด พบติดตั้ง VPN และอุปกรณ์เชื่อมต่อไปต่างประเทศ เข้าข่ายลักลอบใช้เน็ตผิดกฎหมาย และตัดวงจรโจรทันที พร้อมเร่งขยายผลดำเนินคดี ย้ำภารกิจปกป้องคนไทยจากภัยอาชญากรรมออนไลน์

เปิดปฏิบัติการที่ อ.แม่สอด จ.ตาก เช้าวันนี้ (30 มกราคม 2569) หลังตำรวจไซเบอร์ กก.2 บก.สอท.4 ได้รับเบาะแสจาก AIS 3BB FIBRE3 พร้อมนำกำลังเข้าตรวจค้นอาคารพาณิชย์ต้องสงสัย 3 หลัง ซึ่งมีเจ้าหน้าที่เอไอเอส ร่วมสนับสนุนการตรวจสอบเชิงเทคนิคหน้างานอย่างใกล้ชิด เพื่อทำการกวาดล้างวงจรโจร

ปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นหลังผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต บริษัท ทริปเปิลที บรอดแบนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ AIS 3BB FIBRE3 ตรวจพบการใช้งานที่มีปริมาณสูงผิดปกติ มีปริมาณการใช้งานหนาแน่นและต่อเนื่องตลอดเวลา ซึ่งเป็นเหตุอันเชื่อได้ว่า มีพฤติกรรมต้องสงสัย จึงประสานงานกับตำรวจไซเบอร์ เพื่อเข้าตรวจสอบและตรวจค้นพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริงในพื้นที่

พร้อมกันนี้ ในเบื้องต้นตำรวจไซเบอร์ ตรวจพบความเชื่อมโยงของเส้นทางการเงิน มีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มทุนชาวต่างชาติ และเมื่อประเมินจากวงจรการใช้งานของอาคารทั้ง 3 หลัง  พบว่ามีปริมาณการใช้งานสูงกว่าระดับปกติราว 2 เท่า จึงเป็นที่มาของการเข้าตรวจค้นเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ร่วมกับเอไอเอส

จากการเข้าตรวจค้น พบว่าอาคารทั้ง 3 หลัง ไม่มีผู้อยู่อาศัย แต่เจ้าหน้าที่พบอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ดัดแปลงใช้ในการรวบรวมสัญญาณอินเทอร์เน็ตเชื่อมต่อกับอุปกรณ์กระจายสัญญาณข้ามประเทศ จึงได้ทำการระงับสัญญาณ พร้อมรื้อถอนอุปกรณ์ในที่เกิดเหตุเพื่อเป็นหลักฐานในการดำเนินคดี โดยขณะนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบผู้เกี่ยวข้อง และขยายผลเพิ่มเติมเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

ด้าน AIS 3BB FIBRE3 ยืนยันความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานความมั่นคง พร้อมยกระดับมาตรการเฝ้าระวังและตรวจสอบการใช้งานที่ผิดปกติตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการนำโครงข่ายไปใช้ในทางที่ผิดกฎหมาย และสนับสนุนการป้องกัน–ปราบปรามขบวนการมิจฉาชีพที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสังคม ขณะที่ตำรวจไซเบอร์อยู่ระหว่างสรุปผลการตรวจค้นและตรวจยึด โดยพบความเชื่อมโยงของเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มทุนต่างชาติ และจะเดินหน้าขยายผลเพื่อเชื่อมโยงไปสู่การจับกุมผู้เกี่ยวข้องพร้อมดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุดต่อไป

รวมพลังน้ำใจลูกค้าเอไอเอส เปลี่ยนพอยท์เป็นคะแนนบุญ บริจาค 2.3 ล้านบาท ให้ 8 องค์กรการกุศล

0

AIS ตอกย้ำพันธกิจในการใช้ดิจิทัลแพลตฟอร์มเป็นพลังขับเคลื่อนสังคม ผ่านโครงการ “ปันพอยท์ เติมสุข เพิ่มบุญอิ่มใจ” โดยทำหน้าที่เป็นสื่อกลางให้ลูกค้าสามารถเปลี่ยนคะแนนสะสม AIS Points ให้กลายเป็น “คะแนนบุญ” เพื่อบริจาคสนับสนุนมูลนิธิและองค์กรการกุศลต่างๆ ได้อย่างสะดวกผ่านแอปพลิเคชัน myAIS โดยล่าสุด AIS พร้อมส่งมอบเงินบริจาครวมทั้งสิ้น 2,313,074 บาท ให้แก่ 8 องค์กรการกุศล ที่เข้าร่วมโครงการ ได้แก่ มูลนิธิหัวใจแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์, มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี, มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์, มูลนิธิโรงพยาบาลหาดใหญ่, มูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก กองทุนอาคารเฉลิมพระเกียรติฯ, สภากาชาดไทย, มูลนิธิรามาธิบดีฯ และโรงพยาบาลขอนแก่น ซึ่งยอดเงินบริจาคดังกล่าวเกิดจากการให้ลูกค้าเปลี่ยนคะแนน AIS Points เป็นเงินบริจาค (ทุก 1 คะแนน = 10 สตางค์) ตั้งแต่ระยะเวลา 1 มิถุนายน 2568 – 31 ธันวาคม 2568 สะท้อนพลังน้ำใจของลูกค้าที่ร่วมกันส่งต่อโอกาส ความหวัง และการช่วยเหลือไปยังภาคส่วนต่างๆ ของสังคม ผ่านคะแนนจากการใช้งานบริการ AISในชีวิตประจำวัน

นางสาวโอปอล เลิศอุทัย หัวหน้าฝ่ายงานประสบการณ์และความผูกพันลูกค้า AIS กล่าวว่า “AIS ขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านเป็นอย่างมาก ที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแบ่งปัน ภายใต้แนวคิด ‘ใช้พอยท์ให้เกิดคุณค่าต่อสังคม’ โดยทุกคะแนนที่ถูกเปลี่ยนเป็นคะแนนบุญ ไม่เพียงช่วยสนับสนุนการทำงานของมูลนิธิและองค์กรการกุศลต่างๆ แต่ยังสะท้อนพลังความตั้งใจร่วมกันระหว่างลูกค้าและ AIS ในการสร้างสังคมที่เข้มแข็งและเกื้อกูลกันอย่างยั่งยืน AIS เชื่อว่าดิจิทัลแพลตฟอร์มสามารถเป็นสื่อกลาง และเป็นเครื่องมือสำคัญในการเชื่อมโยงผู้คนและขยายโอกาสการให้ได้อย่างทั่วถึง โครงการ ‘ปันพอยท์ เติมสุข เพิ่มบุญอิ่มใจ’ จึงเป็นอีกหนึ่งกลไกที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถมีส่วนร่วมในการทำความดีได้ง่ายๆ ผ่านการใช้คะแนนจากการใช้งานบริการ AIS ในชีวิตประจำวัน และนอกจากการสนับสนุนองค์กรด้านสุขภาพและโรงพยาบาลเป็นหลักแล้ว ในปี 2569 AIS ยังคงมุ่งมั่นต่อยอดโครงการอย่างต่อเนื่อง พร้อมขยายการสนับสนุนไปยังมูลนิธิด้านสัตว์และสิ่งแวดล้อมเพิ่มเติม สอดคล้องกับความเชื่อที่ว่าคุณภาพชีวิตที่ดีต้องครอบคลุมถึงสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของสังคม เพื่อร่วมกันสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนให้กับสังคมในทุกมิติ”

ผู้ที่สนใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการส่งต่อพลังการให้ โดยเปลี่ยน AIS Points เป็นเงินบริจาคผ่านแอปพลิเคชัน myAIS ได้อย่างสะดวก เพียงเลือกโครงการ “ปันพอยท์ เติมสุข เพิ่มบุญอิ่มใจ” ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 – 31 ธันวาคม 2569 หรือสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมของโครงการ รวมถึงรายชื่อองค์กรการกุศลที่เข้าร่วมได้ที่แอป myAIS หรือเว็บไซต์ www.ais.th

ตลาดหลักทรัพย์ฯ รับจด 16 DR ใหม่ อ้างอิงหุ้นชั้นนำจากสหรัฐฯ ออกโดย KKPS เริ่มซื้อขาย 29 ม.ค. นี้

0

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รับจดทะเบียนตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (DR) 16 หลักทรัพย์ใหม่ อ้างอิงหุ้นชั้นนำในตลาดหลักทรัพย์แนสแด็ก (NASDAQ) และตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) ออกโดย บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) (KKPS) เริ่มซื้อขายในตลาดหุ้นไทย 29 มกราคม 2569

DR จำนวน 10 หลักทรัพย์ อ้างอิงหุ้นที่จดทะเบียนใน NASDAQ

ชื่อย่อ DRหลักทรัพย์อ้างอิงรายละเอียดธุรกิจ
ABNB06Airbnb, Inc. (ABNB)แพลตฟอร์มดิจิทัลที่เชื่อมต่อเจ้าของที่พักกับนักเดินทางทั่วโลก ให้บริการจองที่พักระยะสั้น กิจกรรม และประสบการณ์ท่องเที่ยว
AMGN06Amgen Inc. (AMGN)บริษัทชีวเภสัชกรรมชั้นนำ ดำเนินธุรกิจวิจัย พัฒนา และจำหน่ายยารักษาโรคในหลายสาขา เช่น โรคเรื้อรัง โรคมะเร็ง และโรคภูมิคุ้มกัน
DUOL06Duolingo, Inc. (DUOL)บริษัทเทคโนโลยีด้านการศึกษา ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มเรียนภาษาออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ ที่มีผู้ใช้งานทั่วโลก
EXPE06Expedia Group, Inc. (EXPE)แพลตฟอร์มจองการท่องเที่ยวออนไลน์ ให้บริการจองโรงแรม เที่ยวบิน
รถเช่า และบริการที่เกี่ยวข้อง ดำเนินธุรกิจหลากหลายแบรนด์ เช่น Expedia, Hotels.com และ Vrbo
ISRG06Intuitive Surgical, Inc. (ISRG)บริษัทเทคโนโลยีด้านการแพทย์ ผู้พัฒนาและจำหน่ายระบบหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด สำหรับโรงพยาบาลและสถานพยาบาล
MRVL06Marvell Technology, Inc. (MRVL)บริษัทผู้ผลิตชิปกึ่งตัวนำที่มุ่งเน้นโซลูชันสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ เครือข่ายและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ลูกค้าหลักเป็นผู้ให้บริการคลาวด์ ผู้ให้บริการเครือข่าย และผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
PYPL06PayPal Holdings, Inc. (PYPL)บริษัทเทคโนโลยีด้านการชำระเงินดิจิทัล ให้บริการกระเป๋าเงินออนไลน์และโซลูชันการชำระเงิน สำหรับผู้บริโภคและร้านค้า
QCOM06Qualcomm Inc. (QCOM)บริษัทเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ที่พัฒนาชิปและโซลูชันการสื่อสารไร้สาย สำหรับอุปกรณ์มือถือ ยานยนต์ และอุปกรณ์เชื่อมต่ออื่นๆ
SHOP06Shopify Inc. (SHOP)ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซสำหรับธุรกิจทุกขนาด ให้บริการตั้งแต่ระบบหน้าร้านออนไลน์ การชำระเงิน การจัดการคำสั่งซื้อ และเครื่องมือสนับสนุนการขาย
WMT06Walmart Inc. (WMT)บริษัทค้าปลีกรายใหญ่ ดำเนินธุรกิจร้านค้าปลีกทั้งในรูปแบบร้านกายภาพ และช่องทางออนไลน์ จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค อาหาร และสินค้าเบ็ดเตล็ด

DR จำนวน 6 หลักทรัพย์ อ้างอิงหุ้นที่จดทะเบียนใน NYSE

ชื่อย่อ DRหลักทรัพย์อ้างอิงรายละเอียดธุรกิจ
AXP06American Express Company (AXP)สถาบันการเงินที่ให้บริการบัตรเครดิตและโซลูชันการชำระเงินแก่ลูกค้าบุคคลและองค์กร โดยดำเนินธุรกิจในหลายภูมิภาค
BLK06BlackRock, Inc. (BLK)บริษัทบริหารสินทรัพย์รายใหญ่ ให้บริการบริหารการลงทุนแก่ลูกค้าสถาบันและรายย่อย โดยมีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมกองทุน ETF ภายใต้    แบรนด์ iShares และโซลูชันการลงทุนอื่นๆ
CRM06Salesforce, Inc. (CRM)บริษัทซอฟต์แวร์ที่ให้บริการระบบบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า (CRM) บนระบบคลาวด์ โดยให้บริการแก่ธุรกิจในหลากหลายอุตสาหกรรม
IBM06International Business Machines Corp (IBM)บริษัทเทคโนโลยีสารสนเทศชั้นนำ ให้บริการโซลูชันด้านเทคโนโลยีและคำปรึกษาสำหรับองค์กร โดยมี 4 ธุรกิจหลัก ได้แก่ ซอฟต์แวร์ บริการให้คำปรึกษา โครงสร้างพื้นฐาน และบริการทางการเงิน โดยเน้นแพลตฟอร์มไฮบริดคลาวด์ และ AI
NEM06Newmont Corporation (NEM)บริษัทเหมืองแร่รายใหญ่ ดำเนินธุรกิจสำรวจและผลิตทองคำ รวมถึงโลหะมีค่าอื่นๆ เช่น ทองแดงและเงิน
TRVUS06The Travelers Companies, Inc. (TRV)บริษัทประกันวินาศภัยรายใหญ่ของสหรัฐฯ ให้บริการประกันธุรกิจ ประกันบุคคล และประกันเฉพาะทาง

ผู้สนใจศึกษารายละเอียด 16 DR ใหม่ได้ที่เว็บไซต์สำนักงาน ก.ล.ต. www.sec.or.th หรือบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์คือ บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) https://dr06.kkpfg.com หรือศึกษาผลิตภัณฑ์ DR เพิ่มเติมได้ที่ www.set.or.th/dr     

เมืองไทยประกันชีวิตจัด “กิจกรรมจิตอาสา”ส่งความสุขและรอยยิ้มที่สถานสงเคราะห์เด็กพิการทางสมองและปัญญา จ.ราชบุรี

0

บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เดินหน้าสนับสนุนกิจกรรมจิตอาสา ร่วมสร้างความสุขและรอยยิ้ม ณ สถานสงเคราะห์เด็กพิการทางสมองและปัญญา จังหวัดราชบุรี เพื่อเลี้ยงอาหารกลางวันและจัดกิจกรรมที่เหมาะสมให้แก่เด็กพิการทางสมองและสติปัญญาในพื้นที่จังหวัดราชบุรี

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) สร้างจิตสำนึกแห่งการแบ่งปันและความเอื้ออาทรให้แก่พนักงาน เปิดโอกาสให้บุคลากรได้มีส่วนร่วมในการสร้างประโยชน์แก่ชุมชน ตลอดจนเสริมสร้างความสามัคคีและความผูกพันภายในองค์กร นอกจากนี้ ยังมุ่งสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านการมอบอาหารกลางวันและกิจกรรมเสริมสร้างพัฒนาการที่เหมาะสม พร้อมสะท้อนภาพลักษณ์ขององค์กรที่มีความห่วงใยสังคม และดำเนินงานด้าน CSR อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

ในโอกาสนี้ นางสาวสุทิศา ทับเหล็ก ผู้ปกครองสถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการ จังหวัดราชบุรี พร้อมด้วยพนักงานจิตอาสาของบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมกันทำกิจกรรมสร้างรอยยิ้มและความอบอุ่นให้แก่น้อง ๆ ณ สถานสงเคราะห์เด็กพิการทางสมองและปัญญา จังหวัดราชบุรี สะท้อนถึงพลังความร่วมมือและหัวใจแห่งการให้ขององค์กรและพนักงานอย่างแท้จริง

เริ่มแล้ว! “วันเกษตรภาคอีสาน 2569” ม.ขอนแก่น และ CPF ยกคาราวานอาหารคุณภาพ ราคาสุดคุ้ม ลดค่าครองชีพ ช้อปอิ่มคุ้ม 10 วันเต็ม

0

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ภาคีเครือข่าย และบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ จัดงาน “วันเกษตรภาคอีสาน ประจำปี 2569” ภายใต้แนวคิด “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม” เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและช่วยลดค่าครองชีพประชาชน ตั้งแต่วันนี้ – 1 กุมภาพันธ์ 2569 ณ อุทยานเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยขอนแก่น

ภายในงาน ซีพีเอฟ ยกขบวนอาหารพร้อมรับประทาน อาหารสด และอาหารแปรรูปจากแบรนด์ CP, ห้าดาว (FIVE STAR), สตาร์ คอฟฟี่ (STAR COFFEE) และ เชสเตอร์ (Chester’s) พร้อมโปรโมชั่นพิเศษรวมกว่า 100 รายการ ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงอาหารคุณภาพดี สะอาด ปลอดภัย และมีคุณค่าทางโภชนาการ ในราคาที่เข้าถึงได้

ซีพีเอฟ เชิญชวนประชาชนร่วม ชิม ช้อป เพลิน กับอาหารอร่อย พร้อมชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมอีสาน (หมอลำ) นิทรรศการเกษตร 5 โซนไฮไลต์ และการจัดแสดง “ควายแคระ” สัตว์พันธุ์พื้นเมืองหายาก เปิดให้เข้าชมฟรีทุกวัน เวลา 10.00–21.00 น. จนถึงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569.

“โรคอ้วน” วิกฤติสุขภาพคนไทย ทำประเทศสูญเสียเศรษฐกิจมหาศาล คนไทย 50% น้ำหนักเกิน และลดน้ำหนักล้มเหลว!!

0

โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เปิดข้อเท็จจริง “โรคอ้วน” วิกฤติสุขภาพคนไทย ทำประเทศสูญเสียทางเศรษฐกิจมหาศาล!! พบเกือบ 50% คนไทยมีน้ำหนักเกิน ขณะที่คนส่วนใหญ่ล้มเหลวในการลดน้ำหนัก!! พร้อมเปิดแนวทางจัดการน้ำหนักเพื่อสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

ดร.อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เปิดเผยว่า กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข รายงานว่า คนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป มีน้ำหนักเกินและมีภาวะอ้วนสูงถึง 42.4% เป็นตัวเลขที่น่ากังวลต่อสุขภาพระยะยาว การมีน้ำหนักตัวที่เกินมาตรฐานไม่ได้เป็นเพียงเรื่องรูปลักษณ์ภายนอก แต่ยังเป็นปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงและเป็นประตูสู่โรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่อันตรายหลายชนิด เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด ไขมันพอกตับ และมะเร็งบางชนิด

ที่สำคัญโรคอ้วนในคนไทย ทำให้ประเทศเกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจมหาศาล จากรายงานขององค์การอนามัยโลก (WHO) และ WOF ประเมินว่าปี 2562 ต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายจากภาวะโรคอ้วนของคนไทยได้สร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจสูงถึง 8.27 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 256,370 ล้านบาท (31 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ) คิดเป็นมูลค่าราว 1.5% ของมูลค่าGDP ปี 62 ที่ 16.87 ล้านล้านบาท หรือเฉลี่ย 4,000 บาทต่อคน หากไม่เร่งจัดการปัญหานี้ ภายใน 2603 หรือในอีก 34 ปีข้างหน้า ผลกระทบทางเศรษฐกิจอาจเพิ่มเป็น 180.78 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 5.6 ล้านล้านบาท (31 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ) คิดเป็น 5.6% ของ GDP ไทยในอนาคต เพิ่มขึ้นถึง 22 เท่า จากฐานปี 62 ความสูญเสียทางเศรษฐกิจนี้ ประเมินจากค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลโดยตรง และค่าใช้จ่ายทางอ้อมจากความสูญเสียของประสิทธิภาพการทำงานที่ลดลง การขาดงาน การทำงานได้ไม่เต็มที่ จนถึงการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร กระทบต่อศักยภาพการเติบโตของประเทศโดยตรง

ทำให้การค้นหาวิธีการควบคุมน้ำหนักที่ถูกต้องและปลอดภัย เพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาวจึงเป็นเรื่องเร่งด่วนสำหรับคนไทย!!

พญ. นพวรรณ กิติวัฒน์ แพทย์ชำนาญการด้านโรคต่อมไร้ท่อและเมแทบอลิซึม โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ชี้ว่า Weight Management คือการควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมของแต่ละ การควบคุมดูแลน้ำหนักที่ประสบความสำเร็จและยั่งยืนต้องอาศัยการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตอย่างถาวร ทั้งด้านโภชนาการ การออกกำลังกาย การจัดการความเครียด และพฤติกรรมการใช้ชีวิต บางกรณีการปรับพฤติกรรมอย่างเดียวไม่พอ โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มี BMI มากกว่าหรือเท่ากับ 27.5 (สำหรับคนในกลุ่มอาเซียน) รวมถึงมี BMI มากกว่าหรือเท่ากับ 25 และมีโรคแทรกซ้อน เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือไขมันในเลือดผิดปกติ การรักษาด้วยยาในกลุ่ม GLP-1RA (ปากกาลดน้ำหนัก) เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยยับยั้งความอยากอาหาร คุมระดับน้ำตาลในเลือด ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ และสนับสนุนให้ผู้ป่วยมีแรงจูงใจในการปรับพฤติกรรม ซึ่งการใช้ยาต้องอยู่ภายใต้การดูแลจากแพทย์ใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงสุด

รศ.คลินิก นพ. ทศพล เกิดศิริชัยรัตน์, FACG, FASGE แพทย์ชำนาญการด้านทางเดินอาหาร-ตับ และการส่องกล้องขั้นสูง โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่า โรคอ้วนก่อให้เกิด “ภัยเงียบ” หลายอย่างที่คนส่วนใหญ่ไม่ตระหนักถึง ได้แก่ โรคกรดไหลย้อน (GERD) โรคไขมันพอกตับที่ไม่มีแอลกอฮอล์เป็นสาเหตุ (NAFLD) นิ่วในถุงน้ำดี และมะเร็งหลายชนิด!!

ผู้ป่วยที่การใช้ยาไม่ได้ผล การรักษาด้วยการส่องกล้องเย็บกระเพาะอาหาร (ESG) เป็นอีกทางเลือกที่ได้รับการยอมรับ เหมาะกับผู้ป่วยที่มี BMI 30-40 ร่วมกับมีโรคประจำตัวที่ยังไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยวิธีอื่น ESG ไม่ใช่การผ่าตัดใหญ่ ทำให้ผู้ป่วยฟื้นตัวเร็ว ไม่มีแผลเป็นหน้าท้อง ลดน้ำหนักส่วนเกินได้เฉลี่ย 15-20% บำรุงราษฎร์รักษาด้วยวิธี ESG ร่วมกับการใช้ยาในกลุ่ม GLP-1RA (ปากกาลดน้ำหนัก) ในการรักษาโรคอ้วน ช่วยให้ผู้ป่วยบางรายลดน้ำหนักได้มากถึง 44% ซึ่งเป็นหนึ่งในสถิติที่ดีที่สุดในโลก

พญ. มรกต สุวรรณการ แพทย์ชำนาญการด้านโภชนศาสตร์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่า ผู้ป่วยส่วนใหญ่เข้าใจผิดว่าการลดน้ำหนักคือการลดตัวเลขบนเครื่องชั่งเพียงอย่างเดียว โดยไม่ตระหนักถึงอันตรายต่อสุขภาพ เช่น การสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ หรือมีมวลไขมันสูงแม้ BMI จะปกติ ดังนั้น การประเมินเชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญ จึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและออกแบบแผนการรักษาที่เหมาะสม

แผนการกินที่มีประสิทธิภาพสูงสุดคือแผนที่ออกแบบเฉพาะบุคคล หัวใจสำคัญไม่ใช่การกินให้น้อยแต่คือ “การกินให้ถูกต้องและเหมาะสม” เพราะการจำกัดอาหารมากเกินไปอาจทำให้ขาดสารอาหาร สูญเสียมวลกล้ามเนื้อ และกลับมาอ้วนใหม่ได้ง่ายกว่าเดิม (Yo-Yo Effect) แนวทาง IF และ KETO หรือการใช้ผลิตภัณฑ์ทดแทนมื้ออาหาร เป็นเครื่องมือเสริมที่ได้ผลสำหรับผู้ป่วยบางราย ซึ่งการมีผู้เชี่ยวชาญหรือนักโภชนาการช่วยวางแผนจะช่วยให้บรรลุเป้าหมายและรักษาสุขภาพที่ดีได้อย่างยั่งยืน