Home Blog Page 394

บุญรอดบริวเวอรี่ เดินหน้าส่งอาหารเติมกำลังใจ ผู้ได้รับผลกระทบใน กทม.

0

รายงานข่าว เปิดเผยว่า บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ดำเนินการโครงการช่วยเหลือประชาชนรวมถึงร้านอาหารที่ได้รับผลกระทบจากการล็อคดาวน์จากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ร้านไม่สามารถนั่งทานในร้านได้ โดยสั่งข้าวกล่องเพื่อสร้างรายได้ให้แก่พ่อค้าแม่ค้า และนำไปส่งมอบให้แก่ชาวบ้านในชุมชนต่างๆ รวมถึงแคมป์คนงานก่อสร้างไปแล้ว 11 เขตทั่วกรุงเทพฯ เพื่อกระจายรายได้และส่งต่อกำลังใจสู่ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง

จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่มียอดผู้ติดเชื้อใหม่สูงกว่าหมื่นคนต่อวัน และมียอดผู้เสียชีวิตเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้ภาครัฐจำเป็นต้องประกาศใช้มาตรฐการที่จะช่วยลดการสัญจรและการรวมกลุ่มของผู้คน ทำให้มีผู้ประกอบการร้านอาหารได้รับผลกระทบห้ามนั่งรับประทานในร้าน สิงห์อาสา โดยมูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี และ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด เร่งส่งต่อความช่วยเหลือ ล่าสุด เมื่อวันที่ 16 ก.ค. 64 ได้สั่งผลิตข้าวกล่องจากร้านอาหารตามสั่งในพื้นที่เขตดุสิต ส่งให้แก่ชุมชนใกล้เคียง 4 แห่ง ได้แก่ แคมป์พระราม 5, ชุมชนตรอกต้นโพธิ์, ชุมชนพัฒนาซอยสินทรัพย์ และชุมชนวัดจันทร์สโมสร พร้อมน้ำดื่มสิงห์ ซึ่งจะช่วยให้ร้านอาหารมีรายได้จุนเจือครอบครัว และประชาชนที่ได้รับผลกระทบลดภาระค่าครองชีพ เป็นการส่งต่อความช่วยเหลือสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่พี่น้องประชาชนอีกด้วย

นับตั้งแต่ ได้มีการประกาศ “ล็อกดาวน์ 14 วัน” รวมถึงประกาศ “เคอร์ฟิว” ในพื้นที่ 10 จังหวัด ซึ่งเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) สิงห์อาสาได้เคลื่อนขบวนปรุงสุข-ปันอิ่ม ช่วยสั่งข้าวกล่องจากร้านอาหารที่ได้รับผลกระทบ ส่งไปให้ประชาชนแล้ว 30 ชุมชน 11 แคมป์ ครอบคลุมพื้นที่ 11 เขต ได้แก่ ดุสิต ปทุมวัน ดอนเมือง คลองสาน ดินแดง บางแค สาธร ยานนาวา ธนบุรี บางรัก และบางกอกใหญ่ ประชาชนที่ต้องกักตัวหรือไม่สามารถประกอบอาชีพได้ต่างได้รับอาหารพร้อมน้ำดื่มสิงห์ มีร้านอาหารขนาดเล็กที่สิงห์อาสาได้สั่งผลิตข้าวกล่องจำนวนมาก ซึ่งในสถานการณ์แพร่ระบาดที่ยังคงรุนแรงเช่นนี้ สิงห์อาสาได้เตรียมแผนให้ความช่วยเหลือประชาชนคนไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่ออยู่เคียงข้างและเติมเต็มกำลังใจให้คนไทยมีพลังเดินหน้าฝ่าวิกฤติโควิด-19 ต่อไป

โดยนับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในช่วง 2 ไตรมาสแรก บริษัท บุญรอดฯ ได้ให้การสนับสนุนน้ำดื่มสิงห์ กว่า 9 แสนลิตร รวมทั้งอาหารแช่แข็ง อาหารพร้อมทาน (ข้าวรีทอร์ท) และอาหารปรุงสุก ตลอดจนส่งมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น เช่น เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว (Fingertip Pulse Oximeter), เครื่องวัดความดัน, เครื่องวัดอุณหภูมิ, ชุดป้องกัน PPE และอุปกรณ์ป้องกันหลายรายการ ซึ่งที่ผ่านมาได้ส่งมอบสิ่งจำเป็นดังกล่าวข้างต้นให้แก่โรงพยาบาลต่างๆ ทั้งโรงพยาบาลหลัก โรงพยาบาลสนาม และศูนย์บริการประชาชนไปแล้วกว่า 100 แห่งทั่วประเทศ รวมทั้งส่งมอบสิ่งจำเป็นทั้งอาหารและน้ำดื่มให้ชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 กว่า 100 ชุมชน และยังได้มีการระดมทีมบุคลากรที่ปฏิบัติงานอยู่ใน 10 โรงงานหลักของเครือฯ ช่วยกันจัดทำแปลงเกษตรน้ำใจสร้างฐานทรัพยากรอาหารให้แก่ชุมชนใกล้เคียง เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชนในพื้นที่และประชาชนที่เป็นแรงงานคืนถิ่นอีกทางหนึ่งด้วย

เด็กไทยสร้างชื่อ สองนักกอล์ฟจิ๋วคว้าแชมป์เยาวชนโลก จูเนียร์ เวิลด์ ที่สหรัฐฯ

0

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธรรศกร โพธิ์ทอง และ ณชา สถิตย์สัมพันธ์ 2 สวิงเยาวชนทีมชาติไทย สร้างชื่อในรุ่นอายุ 11-12 ปี ชาย และ รุ่นอายุ 9-10 ปี หญิง ด้วยการคว้าแชมป์เยาวชนโลก รายการ ไอเอ็มจี อะคาเดมี่ย์ จูเนียร์ เวิลด์ กอล์ฟ แชมเปี้ยนชิพ 2021 ที่เมืองซานดิเอโก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อช่วงเช้าวันศุกร์ที่ 16 ก.ค. 2564 ตามเวลาในประเทศไทย

สมาคมกีฬากอล์ฟแห่งประเทศไทย และบริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด ได้ส่งตัวแทนนักกอล์ฟเยาวชนทีมชาติไทย 36 ราย เข้าร่วมการแข่งขัน ไอเอ็มจี อะคาเดมี่ย์ จูเนียร์ เวิลด์ กอล์ฟ แชมเปี้ยนชิพ 2021 ระหว่างวันที่ 13-16 ก.ค.2564 ที่นครซานดิอาโก้ รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา โดยคลาสเอ อายุ 15-18 ปี แข่งขันสี่วัน วันที่ 13-16 ก.ค.2564 ส่วนคลาสบี (อายุ 13-14 ปี) ถึง คลาสเอฟ (อายุไม่เกิน 6 ปี) แข่งสามวัน 13-15 ก.ค.2564 ตามเวลาท้องถิ่น

ณชา สถิตย์สัมพันธ์

หลังจากจบการแข่งขันในวันที่ 15 ก.ค.64 หรือเช้าวันที่ 16 ก.ค.64 ตามเวลาประเทศไทย ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการชิงชัยใน รุ่นอายุ 13-14 ปี ไปจนถึงรุ่นเล็กสุด ผลปรากฏว่า ที่รุ่นอายุ 11-12 ปี ชาย ธรรศกร โพธิ์ทอง ทำอีเวนพาร์ 72 ในรอบสุดท้าย คว้าแชมป์ในรุ่นนี้ไปได้ที่สกอร์รวม 9 อันเดอร์พาร์ 207 เฉือน ฮัดสัน ฮัทช์ และ ไมล์ส รัสเซลล์ 2 สวิงจากสหรัฐ 2 สโตรค ขณะที่ ธีรวุฒิ บุญสีออ อีกหนึ่งนักกอล์ฟไทยได้อันดับ 4 ในรุ่นนี้ ขณะที่รุ่นอายุ 9-10 ปี หญิง ต้องตัดสินกันด้วยการเคาน์แบ็ค และเป็น ณชา สถิตย์สัมพันธ์ เฉือนชนะ คาโรไลน์ เกา จากสหรัฐ หลังทั้งคู่สกอร์มาเสมอกันที่ 3 อันเดอร์พาร์ 213 โดยมี กันต์กวี ลินจงสุบงกช ได้อันดับ 3 จากสกอร์รวม 2 อันเดอร์พาร์ 214 และ ณิชกมล พนาไพศาล รั้งที่ 5 จากผลงานอีเวนพาร์ 216

ธรรศกร โพธิ์ทอง

ด้านผลการแข่งขันในรุ่นอื่นๆของนักกอล์ฟเยาวชนทีมชาติไทย โดยประเภทชาย รุ่นอายุ 13-14 ปี ชาย ศุภภณ อมรชัยชาญ คว้าที่สาม จากผลงานรวม 4 อันเดอร์พาร์ 212 ด้านรุ่นอายุ 7-8 ปี ชาย ธาม วุฒิเจริญวงศ์  รองแชมป์จากผลงานรวม 11 อันเดอร์พาร์ 211 และ ณพล เสถียรมงคล รั้งที่สาม จากสกอร์รวม 5 อันเดอร์พาร์ 217 โดยที่ รุ่นอายุ ต่ำกว่า 6 ปี ชาย ณธาร นาคะนิธิ คว้าที่สาม จากผลงานรวม 6 โอเวอร์พาร์ 201 มาที่ รุ่นอายุ 7-8 ปี หญิง อันนา ผ่องหทัยกุล คว้าอันดับ 5 จากผลงานรวม 10 โอเวอร์พาร์ 184

สำหรับการแข่งขันในวันสุดท้ายจะเป็นการชิงชัยในรุ่นอายุ 15-18 ปี ซึ่งแข่งขันทั้งในประเภททีม และบุคคล โดยหลังจบการแข่งขันวันที่ 3 มีการตัดตัวที่อันดับ 50 หรือเสมอในประเภทชาย และอันดับ 40 หรือเสมอในประเภทหญิง โดยผู้ชายเหลือ ธนพล สุวรรณประทีป ที่รั้งอันดับที่ 22 ร่วมเพียงคนเดียวเท่านั้น ขณะที่ประเภทหญิงมีนักกอล์ฟผ่านตัดตัวทั้งสิ้น 4 ราย ประกอบด้วย อันดับ 4 ร่วม ณฐชนก ตันวรรณรักษ์ จากสกอร์รวม -1 อันเดอร์พาร์ 215, อันดับ 19 ร่วม สุรภา จันทมุณี และ ธนานา คชสารมณี สกอร์รวม 5 โอเวอร์พาร์ 221 และ บุรพร ทรัพย์สมบูรณ์ รั้งอันดับ 26 ร่วมจากสกอร์รวม 6 โอเวอร์พาร์ 222 โดยประเภททีมหญิง สุรภา และ ณฐชนก รั้งที่ 1 ร่วมกับทีมไต้หวัน ที่สกอร์รวม 4 โอเวอร์พาร์ 436 มีลุ้นแชมป์

ทั้งนี้การแข่งขันกอล์ฟเยาวชนนานาชาติ “จูเนียร์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ” เป็นรายการแข่งขันกอล์ฟเยาวชนที่มีนักกอล์ฟเข้าร่วมมากที่สุด จัดการแข่งขันครั้งแรก เมื่อปี 1968 โดยที่ผ่านมามีนักกอล์ฟชื่อดังของโลก ต่างเคยผ่านการแข่งขันรายการนี้มาแล้วหลายราย อาทิ ฟิล มิคเคลสัน ปี 1980, 1984 ไทเกอร์ วู๊ดส์ ปี 1984, 1985, 1988, 1989, 1990, 1991 ลอเรน่า โอชัว ปี 1990-1994, เจิง หย่าหนี ปี 2002 ส่วนนักกอล์ฟสัญชาติไทย ได้แชมป์ครั้งแรก ในปี 1996 จาก อารี วงศ์ลือเกียรติ นักกอล์ฟลูกครึ่งชาวเกาหลีใต้ จากนั้นมีนักกอล์ฟไทยได้แชมป์ต่อเนื่องมาทุกปีเช่นพรหม มีสวัสดิ์ ได้แชมป์ 2 ครั้ง ในคลาสซีชาย ปี 1997 และ คลาสเอชาย ปี 2002, กิรเดช อภิบาลรัตน์ ในคลาสบีชาย 2 ครั้ง ปี 2003 และ 2004, ชินรัตน์ ผดุงศิลป์ ได้แชมป์คลาสเอชาย ในปี 2005 โดยปี 2018 ไทย ได้มา 1 แชมป์ จาก วิชญ์ ปิติพัฒน์ ในคลาสบีชาย และเมื่อปี 2019 สามารถคว้าแชมป์มาครองได้ถึง 4 รุ่น จากผลงานของ “น้องภีม” ณพล เสถียรมงคลคว้าแชมป์ในรุ่นอายุต่ำกว่า 6 ปีชาย, “น้องท๊อปกัน” ภูมิรพี แก้วพิบูลย์ คว้าแชมป์รุ่นอายุ 11-12 ปี ชาย, “น้องการ์ตูน” ชุติมณฑน์ รุจิรนันท์ คว้าแชมป์รุ่นอายุ 11-12 ปี หญิงโดย “น้องอุ้ม” สรัลชนา รัตนสินธุ์ คว้าแชมป์ปิดท้ายในรุ่นอายุ 15-18 ปี หญิง  ส่วนการแข่งขันปีที่แล้วต้องยกเลิกเนื่องจากสถานการณ์ ไวรัส โควิด-19

คปภ.ออกคำสั่งนายทะเบียน ห้ามบริษัทประกันบอกเลิกกรมธรรม์โควิด

0

ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยถึงกรณีบริษัทสินมั่งคงประกันภัย จำกัด (มหาชน) บอกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) แบบ เจอ จ่าย จบ หรือ COVID 2 in 1 ว่า ทางคปภ. ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้มีการติดตามข้อมูลดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและได้ประสานงานกับสมาคมประกันวินาศภัยไทย ตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน

ตนเห็นว่า ในสถานการณ์ที่ประชาชนกำลังเดือดร้อน ระบบประกันภัยควรเป็นที่พึ่งและสามารถเข้าไปช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพดังนั้นเพื่อความเป็นธรรมและบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้เอาประกันภัยจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ตลอดจนเพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชนผู้เอาประกันภัย สำนักงาน คปภ. จึงได้ดำเนินการออกคำสั่งนายทะเบียนที่ 38/2564 เรื่อง ให้ยกเลิกเงื่อนไขการใช้สิทธิบอกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยโดยบริษัท ในกรมธรรม์ประกันภัย COVID-19 สำหรับบริษัทประกันวินาศภัย เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นและเป็นการคุ้มครองประชาชนผู้เอาประกันภัย โดยคำสั่งนายทะเบียนที่ 38/2564 ได้สั่งให้ยกเลิกเงื่อนไขการใช้สิทธิบอกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยโดยบริษัท สำหรับกรมธรรม์ประกันภัย COVID-19 ที่บริษัทได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียน และกรมธรรม์ประกันภัย COVID-19 ที่บริษัทได้ออกให้แก่ผู้เอาประกันภัยก่อนวันที่ 16 กรกฎาคม 2564 และยังคงมีผลใช้บังคับ เว้นแต่ปรากฏหลักฐานชัดเจนต่อบริษัทว่าผู้เอาประกันภัยได้กระทำการทุจริตหรือฉ้อฉลประกันภัย เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์จากการประกันภัย

ซึ่งหมายความว่า กรมธรรม์ประกันภัยโควิดที่ยังไม่หมดอายุจะได้รับความคุ้มครองตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันภัยต่อไปจนกว่าจะหมดอายุความคุ้มครอง โดยที่บริษัทประกันภัยจะไม่สามารถบอกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยได้ตามอำเภอใจ

“การออกคำสั่งนี้เป็นกรณีที่นายทะเบียนเห็นสมควร เนื่องจากเป็นเรื่องที่กระทบต่อพี่น้องประชาชนผู้เอาประกันโควิดเป็นวงกว้าง ทั้งส่งผลต่อความเชื่อมั่นของระบบประกันภัยไทย รวมทั้งมีการใช้มาตรการอย่างอื่นแล้วไม่เป็นผล จึงจำเป็นต้องใช้มาตรการทางกฎหมายดำเนินการโดยเร่งด่วนเพื่อมิให้ปัญหาลุกลามบานปลาย โดยที่คำสั่งดังกล่าวจะมีผลกับบริษัทประกันวินาศภัยทุกบริษัท จึงไม่มีการเลือกปฏิบัติ ซึ่งต่อไปจะได้หารือกันเพื่อให้มีการปรับปรุงเงื่อนไขการบอกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้บริโภคยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ. จะติดตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด และขอให้ประชาชนมั่นใจต่อระบบประกันภัย สามารถใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงได้ในทุกสถานการณ์ หากไม่ได้รับความเป็นธรรมเรื่องประกันภัย หรือต้องการข้อมูลด้านประกันภัยเพิ่มเติม สอบถามได้ที่สายด่วน คปภ. 1186 หรือ Add Line Official @oicconnect” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย

โออาร์ ร่วมกับโอสถสภา มอบเครื่องดื่มสนับสนุนการทำงานเจ้าหน้าที่จุดตรวจทั่วกรุง

0

ผู้สื่อข่าว รายงานว่า บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ ร่วมกับ บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน)  ขอเป็นส่วนร่วมในการสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ และอาสาสมัคร ประจำจุดตรวจตามพื้นที่ต่างๆ ในกรุงเทพฯ โดยนายณัฐพล ชูจิตารมย์ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร โออาร์ และ นายสรายุทธ จิตจรุงพร รองกรรมการผู้จัดการสายการขาย-ประเทศไทย บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) เป็นตัวแทนของทั้งสองบริษัท มอบน้ำดื่มจิฟฟี่ จำนวน 21,120 ขวด กาแฟดริป คาเฟ่ อเมซอน ไฟน์ โรบัสตา จำนวน 8,800 ซอง ขนมจากร้านคาเฟ่ อเมซอน จำนวน 10,560 ชิ้น และเครื่องดื่มบำรุงกำลัง M150 กระชายดำ จำนวน 17,600 ขวด รวมมูลค่า 650,000 บาท โดยมีพลตำรวจตรี ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ให้เกียรติรับมอบ ที่กองบัญชาการ ตำรวจนครบาล เพื่อสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครที่ประจำที่จุดตรวจการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคและตรวจคัดกรองการเดินทางเข้าออกจังหวัด 88 แห่งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อป้องกันและลดการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโควิด-19

ทั้งนี้ โออาร์ มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจควบคู่กับการดูแลชุมชนสังคม และสร้างคุณค่าร่วมกับชุมชน ผ่านการสนับสนุนให้การดำเนินชีวิตของคนในชุมชนมีมาตรฐานและได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมให้ทุกพื้นที่ที่ โออาร์ เข้าไปดำเนินธุรกิจเป็นชุมชนที่น่าอยู่ และเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน

AIS จ่ายค่าคลื่นความถี่ 900 MHz งวดหก

0
ยืนยันพร้อมนำดิจิทัลฟื้นฟูประเทศ นำพาทุกภาคส่วนก้าวข้ามความท้าทาย

นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์  อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส ในฐานะผู้บริหาร บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด (เอดับบลิวเอ็น) ผู้ได้รับจัดสรรคลื่นความถี่ย่าน 900 MHz  ในมูลค่ารวม 75,654 ล้านบาท เป็นตัวแทนชำระค่าคลื่นความถี่ย่าน 900 MHz  งวดที่ 6 จำนวน 8,094,978,000 บาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม เพื่อนำส่งเงินเป็นรายได้ของแผ่นดินในการพัฒนาประเทศต่อไป

นายสมชัย กล่าวว่า นอกจากการชำระค่าคลื่นความถี่ตรงตามกำหนดเวลาแล้ว AIS ยังมุ่งมั่นนำคลื่นความถี่ทุกย่านที่ประมูลไปในช่วงที่ผ่านมาและถือเป็นทรัพยากรการสื่อสารของชาติ มาสร้างประโยชน์เพื่อเสริมขีดความสามารถและสร้างความได้เปรียบให้แก่ประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงวิกฤตการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19  กว่า 1 ปีที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้วิถีการใช้ชีวิต การทำงาน การเรียน รวมถึงภาคอุตสาหกรรม ภาคบริการต่างๆต้องใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาปรับเปลี่ยนรูปแบบอย่างสิ้นเชิง  ที่สำคัญคือ นำ  5G  เข้าไปสนับสนุนภายใต้แนวคิด “เชื่อมต่อ ช่วยเหลือ เพื่อคนไทย”  ในการทำงานของภาคสาธารณสุข เพื่อรับมือการแพร่ระบาดของ COVID-19 ในทุกมิติ อันจะทำให้ประเทศสามารถก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้

สินมั่งคงประกันภัย แจ้งยกเลิกประกันโควิด แบบเจอ จ่าย จบ

0

รายงานข่าว เปิดเผยว่า บริษัท สินมั่นคงประกันภัย จำกัด (มหาชน) ออกหนังสือบอกเลิกกรมธรรม์ฯ ติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) โดยมีเนื้อหาว่า สืบเนื่องจากการระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 อันเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินที่ทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง และมีจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นในอัตราที่สูง จึงนับเป็นภาวะวิกฤติด้านสาธารณสุขในระดับที่ท้าทายจนไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าสถานการณ์จะพัฒนาไปสู่จุดใด ส่งผลให้ สินมั่นคงประกันภัย ต้องบริหารความเสี่ยงให้มีประสิทธิภาพ

บริษัทสินมั่นคงฯ จึงมีความจำเป็นต้องใช้สิทธิบอกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยการติดเชื้อไวรัสโคโรนาแบบ เจอ จ่าย จบ หรือ COVID 2 in 1 ตามแบบและข้อความ หมวดที่ 2 เงื่อนไขทั่วไป และข้อกำหนด ข้อ 2.4.3 และข้อ 2.5.1 โดยให้กรมธรรม์ประกันภัยข้างต้นสิ้นสุดความคุ้มครองทั้งฉบับ เมื่อล่วงพ้นกำหนด 30 วัน นับแต่วันที่ผู้เอาประกันได้รับหนังสือเป็นต้นไป

และบริษัทฯ จะคืนค่าเบี้ยประกันภัยที่ได้รับมาแล้วแก่ผู้เอาประกันให้แล้วเสร็จภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันที่กรมธรรม์ประกันภัยสิ้นผลบังคับ โดยหักเบี้ยประกันภัยสำหรับระยะเวลาที่กรมธรรม์ประกันภัยฉบับนี้ได้ใช้บังคับมาแล้วออกตามส่วน

การตัดสินใจดังกล่าว บริษัทฯ ได้มีการพิจารณาอย่างรอบคอบและเฝ้าติดตามสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ด้วยความห่วงใยมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการทบทวนผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับการดำเนินธุรกิจ และการกำหนดทางเลือกและแนวทางที่จะช่วยให้บริษัทฯ สามารถบริหารทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้เพื่อให้ความคุ้มครองและดูแลลูกค้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์และบริการทั้งหมดของบริษัทฯ อันได้แก่ ประกันภัยรถยนต์ ประกันสุขภาพ ประกันอุบัติเหตุและการเดินทาง และประกันภัยอื่นๆ ได้อย่างดีที่สุดและยั่งยืนในระยะยาว

บริษัทฯ ขออภัยลูกค้าเป็นอย่างสูงที่ได้แจ้งยกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยโึควิด

สภากาชาดไทย ส่งหนังสือด่วนถึงผู้ว่าฯ ทุกจังหวัด แจ้งแนวทางกระจายวัคซีนโมเดอร์นา ฉีดให้ประชาชนฟรี

0

รายงานข่าว เปิดเผยว่า นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย ลงนามในหนังสือด่วนที่สุดถึงผู้ว่าราชการจังหวัด มีเนื้อหาว่า ตามที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ได้มีประกาศ เรื่อง แนวทางการบริหารจัดการวัคนป้องกันโรคโควิด-19 ลงวันที่ 8 มิถุนายน 2564 ซึ่งได้ให้สภากาขาดไทยเป็นหน่วยงานหนึ่งในการสั่งนำเข้าวัคซีนมาฉีดให้แก่ประชาชน ดังความแจ้งแล้ว นั้นขณะนี้ สภากาชาดไทยได้สั่งจองวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 Moderna จำนวนหนึ่งจากผู้แทนจำหน่ายในประเทศไทยผ่านองค์การเภสัชกรรม เพื่อนำมาฉีดบริการให้ประชาชนกลุ่มเปราะบางและกลุ่มต่างๆ โดยไม่คิดมูลค่า ตามพันธกิจของสภากาชาดไทย

ทั้งนี้ สภากาชาดไทยจะได้จัดสรรโควตาวัคซีนจำนวนหนึ่งให้แก่ องค์การบริหารส่วนจังหวัด เพื่อนำไปฉีดให้กับประชาชนกลุ่มเปราะบางและกลุ่มต่างๆ ในพื้นที่ โดยมีเงื่อนไขสำคัญว่าต้องดำเนินการฉีดให้แก่ประชาชนโดยไม่คิดมูลค่า และแผนการฉีดวัคซีนดังกล่าวต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการควบคุมโรคจังหวัด และเงื่อนไขอื่นๆ รายละเอียดตามสิ่งที่ส่งมาด้วยสภากาชาดไทย จึงขอความร่วมมือผู้ว่าราชการจังหวัดได้แจ้งให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดในพื้นที่ที่มีความประสงค์จะซื้อวัคซีนไปฉีดบริการให้กับประชาชนตามเงื่อนไขดังกล่าวข้างต้น และกรุณาแจ้งมายังสภากาชาดไทย ภายในวันที่ 21 กรกฎาคม 2564 นี้ด้วย

แนวทางการบริหารจัดการวัคซีนสำหรับประชาชน ของสภากาชาดไทย มีรายละเอียดดังนี้ สภากาชาดไทยเป็นองค์กรด้านสาธารณกุศล ดำเนินกิจกรรมด้านมนุษยธรรม มีนโยบายในการช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยสนันสนุนการดำเนินงานของรัฐ ด้วยการจัดสรรวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 Moderna จำนวนหนึ่ง ให้แก่ องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ที่มีความประสงค์จะซื้อวัคซีนไปฉีดให้กับประชาชนกลุ่มเป้าหมายโดยไม่คิดมูลค่า โดยมีเงื่อนไขดำเนินการ ดังนี้

1. องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ต้องจัดทำ “แผนการขอรับการจัดสรรวัคซีน” เพื่อนำวัคซีนไปฉีดให้กับประชาชนกลุ่มเป้าหมาย ตามที่สภากาชาดไทยกำหนด พร้อมจำนวนคนในแต่ละกลุ่มเป้าหมาย จำนวน 5 กลุ่ม ตามลำดับ ได้แก่

  1. คนพิการ ผู้ป่วยติดเตียง สตรีตั้งครรภ์ ที่ยังไม่เคยได้รับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 มาก่อน
  2. ผู้สูงอายุ 70 ปีขึ้นไป ที่ยังไม่เคยได้รับวัคนป้องกันโรคโควิด-19 มาก่อน
  3. บุคลากรทางการแพทย์และพยาบาล ในถิ่นทุรกันดาร
  4. ผู้ที่ทำงานประจำอยู่ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ครูผู้สอนในโรงเรียนอนุบาล หรือครู อาจารย์ ผู้ที่ทำหน้าที่สอนหนังสือในโรงเรียน ที่ยังไม่เคยได้รับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 มาก่อน
  5. บุคลากรที่ต้องออกปฏิบัติงานสัมผัสประชาชน ตามโครงการฉีดวัคนขององค์การบริหาร ส่วนจังหวัด (อบจ.) ที่ยังไม่เคยได้รับวัคนป้องกันโรคโควิด-19 มาก่อน และบุคคลที่ยังไม่สามารถรับการฉีดวัคซีนได้ เนื่องจากติดขัดระเบียบหรือกฎหมาย

2. องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ต้องเสนอ “แผนการขอรับการจัดสรรวัคซีน” โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะประธานคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัด

3. เงื่อนไขที่สำคัญ ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ต้องดำเนินการดังนี้

  • 1) องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ที่ต้องการเข้าร่วมโครงการกับสภากาชาดไทย ต้องสนับสนุนงบประมาณค่าวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 Moderna ราคา 1,300 บาท/โดส ให้แก่ สภากาชาดไทย เพื่อนำไปจัดซื้อวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 Moderna มาให้องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สำหรับเงินค่าวัคซีน โดสละ 1,300 บาท นั้น เมื่อหักต้นทุนวัคซีนและค่าบริหารจัดการตามโครงการแล้ว เงินส่วนที่เหลือจากค่าใช้จ่ายดังกล่าว จะได้นำเข้าสมทบใน “กองทุนสภากาชาดไทย เพื่อจัดหาวัคซีนโควิด-19 และยารักษาโรคโควิด-19 สำหรับประชาชน” ต่อไป
  • 2) องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ต้องจัดบริการฉีดวัคซีนให้กับประชาชน กลุ่มเป้าหมาย โดยไม่คิดมูลค่าและห้ามนำไปจำหน่ายโดยเด็ดขาด
  • 3) เมื่อสภากาชาดไทย แจ้งการจัดสรรโควต้า ให้องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) แล้วขอให้ชำระเงินเต็มตามจำนวนที่ได้รับอนุมัติจากสภากาชาดไทย ภายในวันที่ 23 กรกฎาคม 2564 ก่อนเวลา 12.00 น.
  • 4) สภากาชาดไทยจะทยอยจัดสรรวัคชีนได้ ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 เป็นต้นไป

หมายเหตุ : หากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และหรือวิทยาการความก้าวหน้าของวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 เปลี่ยนแปลงไป สภากาชาดไทยจะพิจารณาเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขตามความเหมาะสมกับสถานการณ์ต่อไป

องค์การเภสัชฯ แถลงโต้ ไม่มีเหตุผลที่จะเตะถ่วงวัคซีนทางเลือก

0

นายแพทย์วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม กล่าวถึงภารกิจขององค์การเภสัชกรรมกับสถานการณ์โควิด-19 ว่า องค์การฯไม่มีเหตุผลใดที่จะไปเตะถ่วงหรือทำให้การนำเข้าวัคซีนทางเลือกโมเดอร์นา ช้า เราต้องการเห็นประเทศชาติรอดพ้นจากภัยคุกคามที่ร้ายแรงนี้เช่นเดียวกัน เราพยายามเสาะแสวงหาวัคซีน mRNA ในแพลตฟอร์มใหม่ๆ เช่น วัคซีนโปรตีนซับยูนิต โดยทำงานร่วมกับสถาบันวัคซีนแห่งชาติอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ประชาชนมีทางเลือกมากขึ้น นอกจากนี้ เรื่องยารักษาโรค เราก็ผลิตยาฟาวิพิราเวียร์ได้เองได้รับทะเบียนจาก อย.แล้ว รวมทั้งยาใหม่ๆที่เป็น Trend การใช้ของต่างประเทศ อีกทั้งวัคซีนโควิดที่เราผลิตเองมีการวิจัยทดลองในมนุษย์เป็นแห่งแรกของประเทศ ซึ่งจะเริ่มการวิจัยในระยะที่ 2 ในเดือนหน้านี้ เรายังมีงานที่ต้องทำอีกมาก

สำหรับกระแสข่าวที่เกิดขึ้นช่วงนี้ ผอ.องค์การเภสัชฯ กล่าวว่า ได้พยายามชี้แจงมาตลอดเวลา องค์การฯได้รับมอบหมายให้เป็นตัวแทนภาครัฐในการเป็นตัวกลางอำนวยความสะดวกให้บริษัทซิลลิค ฟาร์มา จำกัด ซึ่งเป็นผู้นำเข้าวัคซีนทางเลือกโมเดอร์นา เราอำนวยความสะดวกเต็มที่ องค์การฯต้องบริหารจัดการภายใต้แนวทาง “No profit No loss กำไรไม่ต้องพูดถึง อย่าขาดทุนก็พอ” เราทำงานร่วมกันกับสมาคมโรงพยาบาลเอกชนซึ่งมีสมาชิกจำนวนมาก ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี ในวันที่ 16 กรกฎาคมนี้ จะเริ่มทยอยเซ็นสัญญาซื้อ-ขายและรับชำระเงินค่าวัคซีนจากโรงพยาบาลเอกชนต่าง ๆ ให้เสร็จสิ้นภายใน 21 กรกฎาคม นี้ เพื่อให้สามารถเซ็นสัญญากับบริษัทซิลลิคให้ได้โดยเร็วในวันที่ 23 กรกฎาคมนี้ โดยวัคซีน 5 ล้านโดสแรกจะเข้ามาในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้และไตรมาส 1 ปีหน้า เป็นไปตามไทม์ไลน์ ไม่ล่าช้า และน่าจะดำเนินการได้เร็วกว่ากำหนดการเดิมด้วย

“ในวิกฤตินี้สะท้อนการทำงานที่เต็มไปด้วยอุปสรรค เวลาและเงื่อนไขหลายอย่างที่เราไม่สามารถควบคุมได้ ‘ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว’ และเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์
องค์การฯและเจ้าหน้าที่ทุกคนไม่ได้ย่อท้อและยังคงมุ่งมั่นเดินหน้า ทุ่มเททำงานกันต่อไป เพื่อให้ภารกิจนี้เสร็จสิ้น เพื่อให้มีวัคซีนทางเลือกมาฉีดให้ประชาชนโดยเร็วที่สุด” ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม กล่าว

OR หนุนภารกิจรับส่งผู้ป่วยโควิด มอบบัตรเติมน้ำมันให้ 3 หน่วยงานกว่า 5 แสนบาท

0

รายงานข่าว เปิดเผยว่า เมื่อไม่นานมานี้ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ โดยนายณัฐพล ชูจิตารมย์ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร  เป็นตัวแทนบริษัท มอบบัตรเติมน้ำมัน PTT Station Privilege Card รวมมูลค่ากว่า 500,000 บาท ให้แก่หน่วยงานที่ปฏิบัติภารกิจในการรับส่งผู้ป่วยโรคโควิด-19 เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยหรือผู้มีความเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด-19 รวม 3 หน่วยงาน ได้แก่

1. มอบบัตรเติมน้ำมัน PTT Station Privilege Card รวมมูลค่า 360,000 บาท ให้ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน (สพฉ.) เพื่อร่วมสนับสนุนรถบริการการแพทย์ฉุกเฉินและรถยนต์ของจิตอาสาที่ออกปฏิบัติการ จำนวน 120 คัน ในการปฏิบัติภารกิจรับส่งผู้ป่วยจากที่พักไปยังโรงพยาบาลหรือโรงพยาบาลสนามในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยที่ผ่านมา สพฉ. ได้รับส่งผู้ป่วยไปแล้วมากกว่า 5,000 ราย

2. มอบบัตรเติมน้ำมัน PTT Station Privilege Card รวมมูลค่า 100,000 บาท ให้ องค์กรทำดี เพื่อร่วมสนับสนุน “โครงการรับส่งผู้ป่วยโควิด19” และ “โครงการส่งคนรักกลับบ้าน” ในการนำส่งผู้ป่วยที่ต้องไปเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลที่อยู่ไกลจากที่พักหรือที่โรงพยาบาลในภูมิลำเนา โดยที่ผ่านมา องค์กรทำดีได้รับส่งผู้ป่วยไปแล้วกว่า 200 คน

3. มอบบัตรเติมน้ำมัน PTT Station Privilege Card รวมมูลค่า 60,000 บาท ให้ ศูนย์เส้นด้ายกระจายเส้น (เพจเส้นด้าย) สำหรับใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการอำนวยความสะดวกในการเดินทางของผู้ป่วยหรือผู้มีความเสี่ยงสูงเพื่อตรวจหาเชื้อโควิด19 และส่งตัวไปรักษาพยาบาล อีกทั้งยังได้มอบหน้ากากอนามัย จำนวน 1,000 ชิ้น พร้อมด้วยผลิตภัณฑ์ในเครือโออาร์ ได้แก่ กาแฟดริปคาเฟ่ อเมซอน กาแฟแท้คั่วบด รสซิกเนเจอร์ จำนวน 200 ซอง และหลากหลายเมนูไก่ทอด จากร้านเท็กซัส ชิคเก้น
จำนวน 50 ชุด  สำหรับผู้กักตัวและอาสาสมัครของศูนย์ฯ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการทำงานอีกด้วย

ทั้งนี้ การมอบบัตรเติมน้ำมันให้ทั้ง 3 หน่วยงาน ถือเป็นอีกหนึ่งความตั้งใจของ OR ในการสนับสนุนให้หน่วยงานดังกล่าว สามารถช่วยเหลือประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมทั้งยังเป็นการช่วยให้ประชาชนเข้าถึงบริการสาธารณสุข ลดจำนวนผู้ป่วยที่มีอาการหนักได้มากยิ่งขึ้น สอดคล้องกับแนวทางดำเนินธุรกิจของ โออาร์ ที่มุ่งดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการดูแลคุณภาพชีวิตของชุมชน และพร้อมเคียงข้างคนไทยในการสู้ภัยโควิด -19 ไปด้วยกัน

รู้เก็บรู้ออม : SET In Trend ลงทุนทันเทรนด์

0

ของดีและฟรี ไม่มีในโลก!?? แต่ที่นี่มีทั้งของดีและของฟรี…ความรู้เรื่องการเงินการออมและการลงทุน วันนี้ “คุณนายพารวย” มาชวน “แก๊งพารวย” นักลงทุนทั้งหน้าใหม่และหน้าเก่า ไปร่วมเกาะติดเทรนด์ลงทุนใน “SET In Trend ลงทุนทันเทรนด์ มองโอกาสกับ 4 เทรนด์ 4 สัปดาห์” ทุกวันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 13.30-15.00 น. ตลอดเดือนกรกฎาคม ที่ FB live : SET Thailand

โดยสัปดาห์แรกเมื่อวันที่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้ข้อมูลเทรนด์การลงทุนกันไปเต็มอิ่ม กับ หัวข้อ “มองเทรนด์โลก รอ Reopening” วิเคราะห์เทรนด์ สร้างโอกาส เมื่อโลกเริ่มเปิดเมือง โดย ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ และกูรูนักวิเคราะห์ชั้นเซียน คุณประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บลจ.เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ และ คุณสรพล วีระเมธีกุล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์ บล.กสิกรไทย

ส่วนสัปดาห์ที่ 2 ห้ามพลาด!! วันเสาร์ที่ 10 ก.ค.นี้ มาร่วมติดตาม SET In Trend ลงทุนทันเทรนด์ กับหัวข้อ “Stock in Trend” เจาะ Theme หุ้นน่าสนใจหลังวิกฤติ เจาะลึก รายอุตสาหกรรมว่า Sector ไหนน่าสนใจ หุ้นอะไรน่าลงทุน ผ่านมุมมองจากนักวิเคราะห์ชั้นนำ คุณภาดล วรรณรัตน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) คุณวิจิตร อารยะพิศิษฐ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิจัย บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) และ คุณวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส

รู้ก่อนใคร ทำการบ้านก่อนการลงทุน มีโอกาสนำชัย มีกำไรไปกว่าครึ่ง!!

ส่วนสัปดาห์ที่ 3 วันเสาร์ที่ 17 ก.ค.นี้ พลาดไม่ได้กับหัวข้อ “Mutual fund in Trend” จับทิศกองทุนรวม คว้าโอกาส ตามเทรนด์ให้ทัน Theme ไหนน่าลงทุน บรรดามนุษย์เงินเดือนทั้งหลายที่ไม่มีเวลาลงทุนเอง ต้องอาศัยให้ผู้จัดการกองทุนมืออาชีพลงทุนให้ ต้องรู้เลยว่าเวลานี้ จะส่งเงินออมให้ไป “ทำงานผ่านกองทุนรวม” ประเภทไหน ลงทุนในสินทรัพย์หรือธุรกิจอะไรที่ “กำลังมา” หรือจะออกไปลงทุนในประเทศอะไรดี!!

ได้เซียนรุ่นเก๋า ผู้บริหารกองทุนใหญ่ คุณอดิศร เสริมชัยวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บลจ.ทหารไทย และ บลจ.ธนชาต และสุดยอดผู้จัดการกองทุนมากประสบการณ์ คุณประภาส ตันพิบูลย์ศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ. ทาลิส มาวิเคราะห์ชี้แนะธีมการลงทุน สัปดาห์นี้จึงพลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง

ส่วนสัปดาห์สุดท้าย วันเสาร์ที่ 24 ก.ค. กับหัวข้อ “จัดพอร์ตการลงทุนครึ่งปีหลัง” จัดพอร์ตยังไงหลังคลายล็อกดาวน์ หุ้นอะไรมาแรง หุ้นอะไรได้อานิสงส์ ไปรอฟังกันได้เลย กับ ดร.จิติพล พฤกษาเมธานันท์ ผู้อำนวยการอาวุโส บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย) คุณรุ่งโรจน์ แก้วกาญจนา กรรมการผู้จัดการ บลน.ยูเนี่ยนเว็ลธ์ และคุณวิกิจ ถิรวรรณรัตน์ ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิจัย บล.บัวหลวง

ส่วนใครที่พลาดเทรนด์แรก เมื่อวันที่ 3 ก.ค. กับ “มองเทรนด์โลก รอ Reopening” วิเคราะห์เทรนด์ สร้างโอกาส เมื่อโลกเริ่มเปิดเมือง ตามไปดูย้อนหลังกันได้ที่ FB : SET Thailand และ YouTube : SET Thailand แล้วคุณจะไม่พลาดกับการลงทุนให้ทันเทรนด์โลก ที่ตลาดหลักทรัพย์ฯนำพาของดีและฟรี มาส่งให้ถึงหน้าจอคุณแล้ว เชิญทัศนา!!

คุณนายพารวย

ที่มา คอลัมน์ รู้เก็บรู้ออมรู้ใช้รู้ลงทุน..สู่ความมั่งคั่ง หน้าเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ