Home Blog Page 350

สิงห์อาสา เร่งลงพื้นที่ชลบุรี ระดมความช่วยเหลือหนุนทีมบุคลากรแพทย์

0

ผู้สื่อข่าว รายงานว่า เมื่อวันที่ 11 ม.ค. 65 สิงห์อาสา โดย มูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี และ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ลงพื้นที่จ.ชลบุรี ซึ่งมียอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 เป็นอันดับหนึ่งของไทยในขณะนี้ โดยส่งมอบน้ำดื่มสิงห์, อาหารพร้อมทาน (ข้าวรีทอร์ท), อุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อป้องกันเชื้อโควิด-19 หลายรายการ อาทิ ชุดป้องกัน PPE, หน้ากาก N95, หน้ากากอนามัย, แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ เป็นต้น เพื่อสนับสนุนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ทั้งในรพ.หลัก, รพ.สนามและหอผู้ป่วยเฉพาะกิจในโรงแรม (hospitel) ได้แก่ โรงพยาบาลชลบุรี, โรงแรมชลจันทร์ และโรงพยาบาลสนามค่ายพระมหาเจษฎาราชเจ้า ที่รองรับผู้ติดเชื้อจำนวนกว่าหนึ่งพันคน

จากสถานการณ์ระบาดใหม่ในช่วงเดือน ม.ค.นี้ตามที่ผู้เชี่ยวชาญจากกระทรวงสาธารณสุขคาดการณ์สถานการณ์ติดเชื้อโควิด-19 จากตัวเลขผู้ติดเชื้อขณะนี้ จำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องพร้อมทั้งคลัสเตอร์ต่างๆ ทำให้เชื่อได้ว่า ปลายเดือน ม.ค.อาจมีการติดเชื้อถึง 2 หมื่นกว่าราย และปลาย ก.พ.อาจไปถึง 3 หมื่นกว่ารายต่อวัน โดยเฉพาะสายพันธุ์ โอมิครอน ที่ระบาดไปในหลายจังหวัดทั่วประเทศ ทำให้หลายจังหวัด เตรียมกลับมาเปิดศูนย์พักคอย เปิดโรงพยาบาลสนามอีกครั้ง รวมทั้งยังต้องเร่งฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโรคโควิด-19 ไม่ให้ผู้ป่วยติดเชื้อรุนแรง โดยเครือข่ายสิงห์อาสาจะคอยติดตามสถานการณ์เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ต่อไป

ทั้งนี้ ตั้งแต่การแพร่ระบาดของโควิด-19 “สิงห์อาสา” โดย มูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี และ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด พร้อมด้วยบริษัทในเครือ และเครือข่ายสิงห์อาสาทั่วประเทศ ได้ให้การช่วยเหลือ โดยสนับสนุนน้ำดื่มสิงห์ไปแล้ว กว่า 2 ล้านขวด รวมทั้งอาหารแช่แข็ง อาหารพร้อมทาน (ข้าวรีทอร์ท) และอาหารปรุงสุก ตลอดจนส่งมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น อาทิ เครื่องผลิตออกซิเจน, เครื่องวัดออกซิเจน, เครื่องวัดความดันโลหิต, ชุดป้องกัน PPE, หน้ากาก N95 และอุปกรณ์ป้องกันหลายรายการ ซึ่งได้ส่งมอบให้แก่โรงพยาบาลต่างๆ ทั้งโรงพยาบาลหลัก โรงพยาบาลสนาม และศูนย์บริการประชาชนไปแล้วกว่า 100 แห่งทั่วประเทศ รวมทั้งช่วยเหลือประชาชนตามชุมชนต่างๆที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 กว่า 100 ชุมชน โดยสั่งข้าวกล่องจากร้านอาหารที่ได้รับผลกระทบจากการล็อคดาวน์มอบให้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน จัดทำแปลงเกษตรกำจะลังใจในบริษัทในเครือบุญรอดฯทั่วประเทศ นำผลผลิตทั้งแบบวัตถุดิบและปรุงสุกส่งมอบให้แก่โรงพยาบาลในท้องถิ่นและชุมชนใกล้เคียง เพื่อช่วยเหลือ ดูแลผู้ป่วยและผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร ตลอดจนวัดและศาสนสถาน หลายจุดทั่วประเทศ ซึ่งหากนับตั้งแต่การแพร่ระบาดในครั้งแรกเมื่อปลายปี 2562 บริษัทฯ ได้ดำเนินการช่วยเหลือผ่านกิจกรรมและโครงการต่างๆ เป็นมูลค่าการช่วยเหลือรวมแล้วกว่า 250 ล้านบาท

ซีพีเอฟ ผนึก สมาคมการตลาดแห่งประเทศ สร้างนักการตลาดรุ่นเยาว์ ลงสนามทำงานจริง

0

รายงานข่าว เปิดเผยว่า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ผนึกกำลัง สมาคมการตลาดแห่งประเทศ สนับสนุนชมรมยุวสมาชิกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย (J-MAT) จัดโครงการอบรมพิเศษนักการตลาดรุ่นเยาว์ หรือ Marketing Trainee ครั้งที่ 34 ภายใต้หัวข้อ “Complete the puzzle to unlock Marketer skills” โครงการที่เปิดโอกาสให้นิสิตและนักศึกษาที่กำลังจะจบการศึกษาได้เรียนรู้ทักษะและวิธีการทำงานของนักการตลาด ผ่านการอบรมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติแบบเข้มข้นและเจาะลึก ตลอดระยะเวลา 2 เดือน เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมก่อนก้าวสู่โลกการทำงานจริง ซึ่งมีน้องๆ ที่เข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 86 คน จาก 21 สถาบันทั่วประเทศ

สำหรับทีมที่ร่วมทำแผนการตลาดให้กับ ซีพีเอฟ มีทั้งสิ้น 2 ทีม กับ 2 โจทย์ ได้แก่

  1. แผนการตลาดในการสร้าง CPF Corporate Brand Love เพื่อเปิดรับมุมมองใหม่ๆ จากคนรุ่นใหม่ในการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค ให้มีความรักและผูกพันกับแบรนด์มากขึ้น ทำให้ซีพีเอฟเป็นที่หนึ่งในใจคนไทยและก้าวสู่เวทีโลกอย่างยั่งยืน โดยได้รับรางวัลทั้งหมด 3 รางวัล คือ Brand Represent, Consistency Plan และ Powerful Insight
  2. แผนการตลาดเพื่อกระตุ้นการบริโภคไข่ไก่ในประเทศไทยต่อวันของประชากร โดยเน้นประชากรที่เป็นกลุ่มเป้าหมายโดยตรง เพื่อพัฒนาแคมเปญดึงดูดให้กลุ่มผู้บริโภคนั้นๆ หันมาบริโภคไข่ไก่มากขึ้น รวมถึงเป็นการส่งเสริมโครงการรณรงค์การบริโภคไข่ไก่ของกรมอนามัยอีกด้วย

นางสาวอนรรฆวี ชูรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านการตลาดกลาง ซีพีเอฟ กล่าวว่า ซีพีเอฟ เข้ามาร่วมเป็นผู้สนับสนุนหลักในการจัดงานอบรมและแข่งขันการตลาด เพื่อเตรียมความพร้อมให้นักการตลาดรุ่นเยาว์ รุ่นที่ 34 เป็นครั้งแรก โดยมีส่วนร่วมในการกำหนดโจทย์แผนการตลาด พร้อมให้คำปรึกษาแก่เหล่านิสิตนักศึกษาในระหว่างการทำแผน รวมถึงประเมินผลและให้คำแนะนำต่างๆ อย่างใกล้ชิด

“สำหรับแผนการตลาดที่ได้รับรางวัล บริษัทฯ จะนำไปต่อยอด เพื่อให้เข้าถึงความต้องการของกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมายหลักมากขึ้น เช่น สร้างความผูกผันต่อแบรนด์ซีพีเอฟ ในกลุ่มคนรุ่นใหม่ หรือ Gen Z ซึ่งปัจจุบันมีหลายโครงการที่ฝึกให้นำทฤษฎีมาประยุกต์ใช้ในภาคปฏิบัติและฝึกทำงานเป็นทีม หากน้องๆ ที่กำลังศึกษาด้านการตลาดมีโอกาสเข้าร่วมและพัฒนาการเรียนรู้อยู่เสมอ เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการทำงานจริงในอนาคต” นางสาวอนรรฆวี กล่าว

นอกจากนี้ ภายในงาน ทีม HR Recruitment ของซีพีเอฟ ได้จัดกิจกรรมออกบูธให้ข้อมูลกับน้องๆ ที่สนใจร่วมงานในตำแหน่งด้านการตลาดของบริษัทฯ อีกด้วย

ซีพีเอฟ มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจตามวิสัยทัศน์ “ครัวของโลก” เพื่อรองรับการบริโภคของคนไทยและประชากรโลกที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ด้วยการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีชั้นสูงที่ได้มาตรฐานสากล สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ทุกขั้นตอนตลอดกระบวนการผลิต พัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารคุณภาพ สะอาด ปลอดภัย มีคุณค่าทางโภชนาการและสุขภาพที่ดี ร่วมสร้างสมดุลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ชป.เดินหน้าโครงการอ่างเก็บน้ำน้ำรีฯ สร้างความมั่นคงด้านน้ำให้ชาวจ.น่าน

0

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า โครงการอ่างเก็บน้ำน้ำรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดน่าน เป็นโครงการที่กรมชลประทาน ได้สนองแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่พระราชทานพระราชดำริ เมื่อวันพุธที่ 8 มีนาคม พ.ศ.2560 ให้กรมชลประทานและสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) ร่วมกันพิจารณาจัดหาน้ำให้แก่โรงเรียนมัธยมพระราชทานเฉลิมพระเกียรติ และโรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน โดยให้พิจารณาการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำน้ำรี เพื่อเป็นแหล่งน้ำต้นทุนให้กับพื้นที่อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งโครงการดังกล่าวอยู่ในพื้นที่ชั้นคุณภาพลุ่มน้ำชั้น 1 กรมชลประทานได้ดำเนินการศึกษาความเหมาะสมและวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เสร็จแล้ว พร้อมกับเร่งปรับปรุงข้อมูลรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ (คชก.) เพื่อนำเสนอรายงานชี้แจงเพิ่มเติมและเข้าสู่วาระการพิจารณาในวันที่ 14 มกราคม 2565 นี้ ก่อนนำเสนอให้คณะกรรมการน้ำแห่งชาติ (กนช.) และคณะรัฐมนตรี พิจารณาอนุมัติโครงการฯ ตามลำดับในระยะต่อไป

สำหรับโครงการอ่างเก็บน้ำน้ำรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลขุนน่าน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน มีลักษณะเป็นเขื่อนหินถม สามารถเก็บกักน้ำได้ประมาณ 46 ล้านลูกบาศก์เมตร หากดำเนินการแล้วเสร็จ จะเป็นแหล่งน้ำต้นทุนสนับสนุนการใช้น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตรในพื้นที่อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอทุ่งช้าง และอำเภอเชียงกลาง ได้มากกว่า 22,100 ไร่ ทั้งยังเป็นแหล่งขยายและเพาะพันธุ์ปลาแห่งใหม่ เสริมสร้างอาชีพให้แก่ประชาชนในพื้นที่โครงการและพื้นที่ใกล้เคียง ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

ยุคหมูราคาแพง! นักโภชนาการแนะเพิ่มทางเลือกการกินอาหาร

0

นักวิชาการโภชนาการ แนะประชาชนปรับตัวกับการบริโภคอาหารในยุคที่เนื้อหมูมีราคาแพง โดยสามารถเลือกกินอาหารประเภทอื่นๆได้ อาทิ เนื้อปลา เนื้อไก่ ไข่ ที่เป็นแหล่งโปรตีนชั้นดีไม่แพ้เนื้อหมู หรือแม้แต่ผู้บริโภคกลุ่มมังสวิรัต หรือ คนกินเจ ก็ยังมีธัญพืช ถั่วต่างๆ ที่สามารถกินทดแทนได้ สิ่งสำคัญคือการกินอาหารหลากหลายเพื่อให้ได้สารอาหารครบถ้วน 

ดร. สง่า ดามาพงษ์ นักวิชาการโภชนาการอิสระ ให้ข้อมูลว่า ในสถานการณ์ที่หมูราคาแพงขึ้น ย่อมส่งผลกระทบต่อผู้คนอย่างน้อย 4 กลุ่ม คือ เกษตรกรผู้เลี้ยงหมู พ่อค้าเขียงหมู ผู้จำหน่ายอาหารที่ปรุงจากหมู และผู้บริโภคหมู ในขณะที่รัฐบาลกำลังแก้ปัญหาราคาหมูแพงที่ต้นตอของปัญหาอยู่ขณะนี้ ผู้บริโภคเองก็สามารถช่วยแก้ปัญหาได้ โดยพิจารณาว่าในสถานการณ์เช่นนี้ เราต้องปรับตัวกันอย่างไร เพื่อไม่ให้ซ้ำเติมความเดือดร้อน 

การไม่ได้กินเนื้อหมู ไม่ได้ทำให้ขาดสารอาหารใดๆ บางคนที่เสพเนื้อหมูเป็นประจำ อาจเสียความรู้สึกกับอรรถรสการกินไปบ้าง แต่หากเรารู้จักปรับตัวปรับใจ สามารถตัดความรู้สึกติด คุ้นชินกับการกินหมูออกไปได้ แม้ในยามหมูมีราคาแพง อย่างน้อยก็เป็นการประหยัดเงิน ช่วยชาติแก้ปัญหาหมูแพง และสุขภาพยังดีอยู่ ทำให้เกิดประโยชน์หลายทาง 

เนื้อหมูเป็นเพียงหนึ่งในอาหารหลากหลายชนิด ที่ให้สารอาหารต่างๆโดยเฉพาะโปรตีน ในปริมาณที่ใกล้เคียงกับอาหารพวกเนื้อสัตว์อื่นๆ รวมทั้งนม ไข่และถั่วเมล็ดแห้ง นักโภชนาการและนักกำหนดอาหารได้ จัดทำรายการอาหารแลกเปลี่ยน (Food Exchange Lists) ขึ้นมา เพื่อให้คนได้กินอาหารที่หลากหลายชนิด โดยนำเอาอาหารที่มีสารอาหารใกล้เคียงกันในแต่ละหมวดหมู่ มาอยู่ในกลุ่มเดียวกัน เพื่อสามารถกินทดแทนกันได้ ส่วนมากจะนำอาหารที่ให้สารอาหาร โปรตีน คาร์โบไฮเดรตและไขมัน มาจัดเป็นหมวดหมู่ 

ดร. สง่า แนะนำว่า ให้ฉวยโอกาสช่วงหมูแพง หันมากินอาหารที่หลากหลาย โดยกินอาหารที่สามารถมาทดแทนเนื้อหมูได้ เช่น เนื้อปลา เพราะปลามีคุณค่าทางโภชนาการโดยรวมๆใกล้เคียงกับเนื้อหมู มีโปรตีนคุณภาพ ย่อยง่าย มีไขมันต่ำ แต่เป็นไขมันดีเช่น โอเมก้า 3 อยู่สูง ควรกินทั้งปลาน้ำจืดและปลาทะเลสลับกันไป ตามมาด้วยเนื้อไก่ที่มีไขมันต่ำกว่าเนื้อหมู แต่ให้โปรตีนใกล้เคียงกัน นอกจากนี้ยังมีเนื้อสตว์อื่นๆ อีกมากมาย อาทิ เนื้อวัว เนื้อเป็ด กุ้ง หอย ปู อาหารเหล่านี้จะให้โปรตีนที่ใกล้เคียงกัน คือ ราวๆ 20-30 กรัมต่อน้ำหนัก 100 กรัม 

สำหรับคนที่กินมังสวิรัต หรือ คนกินเจ แทบจะไม่เดือดร้อนเลยในภาวะหมูแพง เพราะส่วนใหญ่จะได้โปรตีนจากแหล่งอาหารอื่นที่ไม่ใช่หมู โดยเฉพาะจากถั่วเมล็ดแห้งและผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะให้โปรตีนใกล้เคียงกับเนื้อหมู เนื้อสัตว์ต่างๆ แม้จะไม่สมบูรณ์เท่า เพราะขาดกรดอะมิโนที่เป็นส่วนประกอบของโปรตีนบางตัวไปบ้างก็ตาม แต่ถ้าเรากินถั่วเมล็ดแห้งควบคู่กับข้าว งา และธัญญพืชอื่นๆ ก็จะทำให้ได้รับกรดอะมิโนหรือโปรตีนที่สมบูรณ์ก็จะเท่าเทียมกับการกินเนื้อหมูได้ ดังนั้นในช่วงหมูแพง ถ้าเราจะหันมากินมังสวิรัตหรือเจกันบ้างเป็นบางมื้อบางวัน ก็จะทำให้ได้รับประโยชน์จากการกินอาหารทดแทนเนื้อหมูได้ แต่ขอแนะนำให้กินมังสะวิรัตแบบกินไข่และดื่มนมควบคู่กันไป เพื่อให้ได้รับสารอาหารที่สมบูรณ์ โดยเฉพาะ วิตามิน บี12 ธาตุเหล็ก และ แคลเซี่ยม 

ช่วงหมูแพง เราแกล้งเบื่อหมูกันดีไหม? โดยสั่งซื้อหรือปรุงประกอบอาหารแบบไม่ง้อหมู อาทิ ผัดกระเพราไก่ หรือกระเพราปลา ก๋วยเตี๋ยวไก่/ปลา/เป็ด ราดหน้าหรือผัดซีอิ้วไก่ ลาบไก่/ปลา ลาบเต้าหู้ แกงจืดเต้าหู้ ปลาเผา ต้มยำปลา/กุ้ง/ไก่ ปลา/ไก่ทอดกระเทียมพริกไทย ผัดผักรวมใส่ไก่/กุ้ง/ปลา เป็นต้น ขณะเดียวกัน เพื่อเป็นการเสริมอาหารโปรตีนช่วงหมูแพง เราควรเพิ่มการบริโภคไข่ไก่ ไข่เป็ด และดื่มนมให้มากขึ้นตามความเหมาะสมของแต่ละช่วงวัยและสุขภาพของแต่ละคน 

ดร. สง่า กล่าวเพิ่มเติมว่า เราควรปรับพฤติกรรมการกิน การปรุงประกอบอาหาร ให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อความอยู่รอดอย่างมีความสุข ในช่วงภาวะหมูขึ้นราคาเช่นนี้ โดยการตั้งสติยอมรับความจริง แล้วหาทางออกที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นให้ได้ เมื่อคนไทยส่วนมากทำได้ ผลประโยชน์ที่ตามมาคงไม่ใช่เพียงแค่จะทำให้เราไม่ต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายซื้อหมูแพงเท่านั้น แต่สุขภาพจิตสุขภาพกายเราก็ยังคงเป็นปกติดีเช่นเดิม  

คนที่ไม่ปรับตัวในยามหมูแพง หากหมูพูดได้ มันก็จะออกมาเยาะเย้ยว่า… “ขาดฉันแล้วเธอจะรู้สึก” ในทางตรงกันข้าม ใครที่สามารถนำข้อแนะนำเหล่านี้ไปปฏิบัติได้ คนเหล่านั้นจะเป็นผู้ “ฉลาดรอบรู้ เมื่อหมูแพง” และพูดกับหมูได้เต็มปากว่า… “แม้ขาดหมู ฉันก็ไม่รู้สึก” ดร. สง่า กล่าวทิ้งท้าย 

กรมชลประทาน เฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำแล้งปีนี้ใกล้ชิด

0

ผู้สื่อข่าว รายงายว่า วันนี้ (10 ม.ค.65) ที่กรมชลประทาน ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ผ่านระบบ Video Conference ไปยังสำนักงานชลประทานที่ 1 -17  และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมอุตุนิยมวิทยา กรมทรัพยากรน้ำ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักการระบายน้ำ และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย โดยมี ดร.ธเนศร์ สมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา นายประยูร เย็นใจ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมชลประทาน(ด้านจัดสรรน้ำ) และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เพื่อติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ แหล่งน้ำ และแม่น้ำสายหลักต่างๆ สำหรับเป็นข้อมูลในการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องและเหมาะสมกับสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่

ดร.ทวีศักดิ์ เปิดเผยว่า ปัจจุบัน อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น 56,855 ล้าน ลบ.ม. หรือเท่ากับ 75% ของความจุอ่างฯรวมกัน มีน้ำใช้การได้ 32,923 ล้าน ลบ.ม. ปัจจุบันมีการใช้น้ำไปแล้วประมาณ 8,070 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 36% ของปริมาณน้ำใช้การได้  เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 13,761 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 55% ของความจุอ่างฯ มีน้ำใช้การได้ 7,065 ล้าน ลบ.ม. ปัจจุบันมีการใช้น้ำไปแล้วประมาณ 1,525 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 27%

สำหรับผลการเพาะปลูกข้าวนาปรัง ปี 2564/65 ทั้งประเทศเพาะปลูกข้าวไปแล้ว 4.05 ล้านไร่ หรือคิดเป็น 63% ของแผน เฉพาะพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา เพาะปลูกไปแล้ว 2.80 ล้านไร่ หรือคิดเป็น 99% ของแผน ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำให้โครงการชลประทาน โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา ให้ใช้น้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติสนับสนุนการเกษตรก่อน จากนั้นจะใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำช่วยเสริม  พร้อมกับเดินหน้าตามมาตรการรับมือการขาดแคลนน้ำ ปี 64/65 ทั้ง 8 มาตรการอย่างเคร่งครัด  เน้นย้ำน้ำอุปโภคบริโภค ต้องเพียงพอตลอดทั้งปี ที่สำคัญให้ทำการประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้  รวมทั้งขอความร่วมมือเกษตรกร และประชาชนทุกภาคส่วน ให้ตระหนักถึงปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่อย่างจำกัด และร่วมใจกันใช้น้ำอย่างประหยัด รู้คุณค่า รวมทั้งควบคุมการเพาะปลูกข้าวนาปรังให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้  เพื่อลดความเสี่ยงปัญหาขาดแคลนน้ำที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต

ซีพีเอฟ ให้ของขวัญปีใหม่คู่ค้า SMEs เดินหน้าต่อเวลาให้เครดิตเทอม 30 วัน อีก 3 เดือน

0

นางสาวธิดารัตน์ เดชายนต์บัญชา รองกรรมการผู้จัดการ ด้านการจัดซื้อพัสดุครุภัณฑ์ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า ตามที่ แนวทางระยะเวลาการให้สินเชื่อการค้า (เครดิตเทอม) ให้ผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมและเกษตรกรระยะเวลาไม่เกิน 45 วัน กรณีที่เป็นสินค้าเกษตร หรือผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ระยะเวลาไม่เกิน 30 วัน มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2564 เป็นต้นมานั้น อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ พิจารณาจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่แน่นอนสูง และคู่ค้า SMEs ส่วนใหญ่ไม่ได้จัดหาวัตถุดิบทางการเกษตร ซีพีเอฟจึงตัดสินใจขยายเวลาการดำเนินโครงการ Faster Payment ต่อไปอีก 3 เดือนจนถึงสิ้นเดือนมีนาคม ปี 2565 นี้ เพื่อช่วยให้คู่ค้า SMEs กว่า 6 พันรายยังได้รับเงินหมุนเวียนเร็วขึ้นและมีสภาพคล่องทางการเงินที่เพิ่มขึ้น ช่วยลดภาระหนี้สิน และต้นทุนลดลง

ธิดารัตน์ เดชายนต์บัญชา รองกรรมการผู้จัดการ ด้านการจัดซื้อพัสดุครุภัณฑ์ ซีพีเอฟ

“การต่อเวลาโครงการ Faster Payment ไปอีก 3 เดือน เพื่อช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับสภาพคล่องทางการเงินให้คู่ค้า SMEs นับเป็นของขวัญปีใหม่จากซีพีเอฟ ที่เดินหน้าโครงการช่วยเหลือคู่ค้า SMEs เป็นระยะเวลารวมทั้งสิ้น 18 เดือน เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นให้ผู้ประกอบการ SMEs ได้ดำเนินงาน และขยายงานตามแผนงาน รวมทั้ง สามารถปรับตัวตอบรับกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว สนับสนุนให้กิจการของ SMEs เติบโตได้อย่างมั่นคงในยุคนิวนอร์มอลต่อไป”

ซีพีเอฟ ได้ริเริ่มโครงการ Faster Payment ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2563 จนถึงปัจจุบันรวมแล้ว 15 เดือน เพื่อช่วยคู่ค้าธุรกิจที่เป็นผู้ประกอบการ SMEs บรรเทาผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมจากวิกฤตโควิด-19 ที่ทำให้ SMEs ต้องขาดรายได้อย่างรุนแรงและบางรายถึงขั้นปิดกิจการ โดยการปรับลดระยะเวลาเครดิตเทอมให้คู่ค้า SMEs ได้รับเงินค่าสินค้าและบริการจากบริษัทภายใน 30 วัน เพื่อเพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน ช่วยให้ SMEs สามารถดำเนินกิจการ รักษาการจ้างงานไว้ได้ และสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคง ท่ามกลางสถานการณ์ที่มีความผันผวนสูง

นอกจากโครงการ Faster Payment แล้ว ซีพีเอฟ ยังได้พัฒนาศักยภาพคู่ค้า SMEs ด้านต่างๆ ภายใต้แนวทางการพัฒนาคู่ค้าธุรกิจให้เติบโตด้วยกันอย่างยั่งยืน ทั้ง การถ่ายทอดและแบ่งปันนโยบายและแนวทางการจัดหาสินค้าและบริการที่รับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อม การยกระดับมาตรฐานบริหารจัดการแรงงาน ตลอดจนร่วมมือกับ สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) สนับสนุนโอกาสให้คู่ค้าธุรกิจ SMEs มีความเข้าใจในการกำหนดแนวปฏิบัติในการป้องกันการทุจริตได้อย่างเหมาะสมตลอดกระบวนการผลิต ซึ่งส่งผลในปีที่ผ่านมา มีคู่ค้า SMEs ของบริษัทรวม 20 บริษัทเข้าร่วมประกาศเจตนารมณ์กับ CAC ในการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส และต่อต้านการคอร์รัปชันทุกรูปแบบ

TNITY ปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่ เสริมแกร่ง รุกธุรกิจเต็มรูปแบบ

0

นายภควัต  โกวิทวัฒนพงศ์ ประธานกรรมการ บริษัท ทรีนีตี้ วัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ “TNITY” เปิดเผยว่า จากกรณีที่ผู้ถือหุ้นใหญ่ของ TNITY  2 ราย คือ บริษัท คอมลิงค์ จำกัด และนายแพทย์นิติพล ชัยสกุลชัย ได้ขายหุ้นที่ถืออยู่ออกมาให้กับกลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหม่  รวมจำนวนทั้งสิ้น 49,829,300 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 23.24 ของทุนชำระแล้ว เมื่อวันที่ 7 ม.ค.ที่ผ่านมานั้น  ยืนยันว่า การเปลี่ยนโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่ในครั้งนี้ จะไม่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างการบริหาร และการดำเนินธุรกิจหลักของบริษัทฯ แต่อย่างใด

โดยบริษัท คอมลิงค์ จำกัด ได้ขายหุ้นทั้งหมดที่ถืออยู่จำนวน 28,029,375 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 13.07 ของทุนชำระแล้ว  ส่วนนายแพทย์นิติพลได้ขายบางส่วน จำนวน 21,799,925 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 10.17 ของทุนชำระแล้ว   โดยยังคงถือหุ้นอยู่ 14,577,200 หุ้นหรือราว 6.8%

“ที่ผ่านมา ผู้ถือหุ้นใหญ่ทั้งสองราย มีความสัมพันธ์ที่ดีกับบริษัทมาเป็นเวลานาน   และได้สนับสนุนธุรกิจของบริษัทฯ อย่างเต็มที่ มาโดยตลอด โดยเฉพาะบริษัท คอมลิงค์ จำกัด ซึ่งได้ร่วมก่อตั้งทรีนีตี้ มาตั้งแต่แรกเริ่ม ผมรู้สึกซาบซึ้ง และขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง การขายหุ้นในครั้งนี้เป็นความต้องการของทั้งสองฝ่าย ทั้งฝ่ายขายและฝ่ายซื้อ อย่างไรก็ตามนายแพทย์นิติพล ชัยสกุลชัย ยังคงถือหุ้นTNITY บางส่วนและยังคงสนับสนุนบริษัทฯ ต่อไป” นายภควัต กล่าว

นายภควัต กล่าวต่อว่า สำหรับกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่กลุ่มใหม่ คือ นายณัฐพงศ์ ศีตวรรัตน์ ถือหุ้นจำนวน  22,000,00 หุ้น หรือร้อยละ 10.26 ของทุนชำระแล้ว และนายสุทธิพจน์ อริยสุทธิวงศ์ ถือหุ้นจำนวน  10,000,000 หุ้น หรือร้อยละ 4.66 ของทุนชำระแล้ว โดยกลุ่มผู้ถือหุ้นใหม่ ถือเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ในการลงทุนในธุรกิจที่หลากหลาย ทั้งธุรกิจการเงิน การลงทุน และธุรกิจที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีดิจิทัล  ซึ่งจะเข้ามาช่วยเสริมทัพให้กับทรีนีตี้ ได้เป็นอย่างดี โดยทรีนีตี้จะยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจเพื่อสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่งให้กับบริษัทตามแผนงานที่วางไว้

ด้านนายณัฐพงศ์ ศีตวรรัตน์  ผู้ถือหุ้นใหญ่ TNITY เปิดเผยว่า บริษัท ทรีนีตี้ วัฒนา จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทจดทะเบียนที่มีความน่าสนใจ ผู้บริหารมีความเป็นมืออาชีพ มีจรรยาบรรณ มีเครดิตที่ดีเป็นที่ยอมรับในวงการ และทีมงานมีความเชี่ยวชาญในหลายด้าน ขณะที่หุ้น TNITY มีราคาที่เหมาะสม น่าลงทุน โดยบริษัทฯ มีการดำเนินธุรกิจที่หลากหลาย ไม่พึ่งพารายได้จากธุรกิจหลักทรัพย์เพียงอย่างเดียว และเป็นหลักทรัพย์เจ้าแรกๆ ที่ให้ความสนใจในการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล จึงมีศักยภาพที่จะเติบโตได้อีกมาก และได้อย่างแข็งแกร่งในอนาคต โดยตนและกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่พร้อมให้การสนับสนุนการขยายธุรกิจของทรีนีตี้อย่างเต็มที่

กรมชลฯ เดินหน้าพัฒนาแหล่งน้ำบนเกาะสมุย ลดปัญหาขาดแคลนน้ำช่วงหน้าแล้ง ส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

0

รายงานข่าว เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 9 ม.ค. 65 ที่ผ่านมา ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ ลงพื้นที่เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อติดตามแนวทางการพัฒนาแหล่งน้ำบนเกาะสมุย โดยมี นายสมสวัสดิ์ ฉายสินสอน ผู้อำนวยการโครงการชลประทานสุราษฎร์ธานี บรรยายสรุปผลการดำเนินงานของกรมชลประทาน

ทั้งนี้ เกาะสมุย ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวของประเทศไทยที่ติดอันดับโลก มีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก สร้างรายได้ให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวนับเป็นมูลค่าหลายพันล้านบาท ปัจจุบัน กำลังประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้ง เนื่องจากการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมเมือง ทำให้มีแนวโน้มการใช้น้ำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค การเกษตร การท่องเที่ยว น้ำเค็มรุกล้ำ และปัญหาน้ำเน่าเสีย

กรมชลประทาน ได้วางแผนพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยการดำเนินโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวัดทะเล โครงการอ่างเก็บน้ำคลองจระเข้ โครงการอ่างเก็บน้ำคลองลิปะใหญ่ โครงการอ่างเก็บน้ำคลองสระเกศ และโครงการอ่างเก็บน้ำคลองท่าละไม มีปริมาณน้ำเก็บกักรวมประมาณ 17 ล้านลูกบาศก์เมตร นอกจากนี้ ยังมีโครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำเค็มรุกล้ำพื้นที่การเกษตร ได้แก่ ประตูระบายน้ำคลองวัดทะเล ประตูระบายน้ำคลองแม่น้ำ ประตูระบายน้ำคลองหน้าพระลาน ประตูระบายน้ำคลองพังเพ ประตูระบายน้ำคลองลิปะใหญ่ ประตูระบายน้ำคลองสระเกศ ประตูระบายน้ำคลองละไม ประตูระบายน้ำคลองเหลง และประตูระบายน้ำคลองท่าเร็ต โดยในปี 2566 โครงการชลประทานสุราษฎร์ธานี ได้เสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณเร่งด่วนในการดำเนินการก่อสร้างประตูระบายน้ำคลองลิปะใหญ่และประตูระบายน้ำคลองหน้าพระลาน เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำเค็มรุกล้ำพื้นที่การเกษตรและเก็บกักน้ำจืดไว้ใช้ ซึ่งจะทำให้ประชาชนในพื้นที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในอนาคต

ธนาคารออมสิน ออกเงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ 4 และ 7 เดือน ปลอดภาษี ส่งเสริมการออมรับปีใหม่

0

รายงานข่าว เปิดเผยว่า ธนาคารออมสิน ได้ออกเงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ ส่งเสริมการออมช่วงปีใหม่ จำนวน 2 ประเภท คือ เงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ 4 อัตราดอกเบี้ยสูงสุด 0.35% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยเมื่อฝากครบ 4 เดือน และ เงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ 7 อัตราดอกเบี้ยสูงสุด 0.45% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยเมื่อฝากครบ 7 เดือน ซึ่งมีจุดเด่น คือ เก็บเงินไว้ใช้จ่ายทั่วไป เพื่อผลตอบแทนเพื่อเป็นหลักประกัน และเงินสำรองในอนาคต  ควบคุมการใช้เงินได้มากขึ้น สามารถเก็บออม และใช้จ่ายได้เมื่อต้องการ พร้อมยังได้รับผลตอบแทน ที่น่าพึงพอใจ บุคคลธรรมดาไม่หักภาษี

โดยมีระยะเวลาเปิดรับฝากตั้งแต่วันที่ 2 – 31 มกราคม 2565

เงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ 4

  • เปิดบัญชีขั้นต่ำ 10,000 บาท
  • ฝากเพิ่มครั้งละไม่ต่ำกว่า 1,000 บาท
  • บุคคลธรรมดา และนิติบุคคลทุกประเภท ไม่จำกัดวงเงินรับฝากต่อราย
  • เมื่อฝากครบ 4 เดือนนับตั้งแต่วันที่ฝาก ธนาคารจะโอนยอดเงินฝากและดอกเบี้ยเข้าบัญชีเงินฝากประเภทเผื่อเรียกที่เป็นบัญชีคู่โอนที่ผู้ฝากแจ้งไว้
  • ใช้สมุดฝากเงินประเภทเผื่อเรียกพิเศษ 4 เล่มเดิมมาฝากเพิ่มได้

อัตราดอกเบี้ย

  • บุคคลธรรมดา ร้อยละ 0.35 ต่อปี
  • นิติบุคคลไม่แสวงหากำไร ร้อยละ 0.35 ต่อปี
  • นิติบุคคลทั่วไป ร้อยละ 0.25 ต่อปี
  • ส่วนราชการ ร้อยละ 0.25 ต่อปี
  • รัฐวิสาหกิจและองค์การของรัฐ  ร้อยละ 0.25 ต่อปี
  • สถาบันการเงิน ร้อยละ 0.25 ต่อปี
  • สหกรณ์ออมทรัพย์ และสหกรณ์การเกษตร ร้อยละ 0.25 ต่อปี

คุณสมบัติ

1. บุคคลธรรมดาอายุตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไป
2. นิติบุคคลทุกประเภท

อ่านรายละเอียดเงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ 4 เพิ่มเติม > https://bit.ly/3HNXAxP

เงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ 7

  • เปิดบัญชีขั้นต่ำ 10,000 บาท
  • ฝากเพิ่มครั้งละไม่ต่ำกว่า 1,000 บาท
  • บุคคลธรรมดา และนิติบุคคลทุกประเภท ไม่จำกัดวงเงินรับฝากต่อราย
  • เมื่อฝากครบ 7 เดือนนับตั้งแต่วันที่ฝาก ธนาคารจะโอนยอดเงินฝากและดอกเบี้ยเข้าบัญชีเงินฝากประเภทเผื่อเรียกที่เป็นบัญชีคู่โอนที่ผู้ฝากแจ้งไว้
  • ใช้สมุดฝากเงินประเภทเผื่อเรียกพิเศษ 7 เล่มเดิมมาฝากเพิ่มได้

อัตราดอกเบี้ย

  • บุคคลธรรมดา ร้อยละ 0.45 ต่อปี
  • นิติบุคคลไม่แสวงหากำไร ร้อยละ 0.45 ต่อปี
  • นิติบุคคลทั่วไป ร้อยละ 0.35 ต่อปี
  • ส่วนราชการ ร้อยละ 0.35 ต่อปี
  • รัฐวิสาหกิจและองค์การของรัฐ  ร้อยละ 0.35 ต่อปี
  • สถาบันการเงิน ร้อยละ 0.35 ต่อปี
  • สหกรณ์ออมทรัพย์ และสหกรณ์การเกษตร ร้อยละ 0.35 ต่อปี

คุณสมบัติ

1. บุคคลธรรมดาอายุตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไป
2. นิติบุคคลทุกประเภท

อ่านรายละเอียดเงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ 7 เพิ่มเติม > https://bit.ly/3q7fMMW

ออมสิน ชวนน้องๆ ฉลองวันเด็กฯ 65 ผ่านออนไลน์ “ออมสินแลนด์ ดินแดนมหัศจรรย์”

0

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารออมสิน เชิญชวนเด็กๆ มาฉลองวันเด็กในสวนสนุกเสมือนจริง “ออมสินแลนด์ ดินแดนมหัศจรรย์” ที่อัดแน่นด้วยความสุข สนุกสนานกับ 4 เกมออนไลน์พัฒนาทักษะ พร้อมลุ้นรับเซตกระปุกออมสินสุดคิ้วท์ 300 รางวัล
 
กติการ่วมสนุก

  1. เข้าเว็บไซต์ https://bit.ly/32V7pen เพื่อร่วมเล่นเกม
  2. เล่นเกมให้ผ่านทั้ง 4 เกม
  3. แคปหน้าจอสรุปผลคะแนนรวมที่ได้
  4. คอมเม้นท์ภาพผลคะแนนรวมที่ได้ที่ Facebook : GSB Society ใต้โพสต์กิจกรรมนี้
  5. ผู้ที่ได้คะแนนสะสมรวมสูงสุด 300 ลำดับแรก จะได้รับเซตกระปุกออมสินสุดคิ้วท์ 1 รางวัล (ของรางวัล 1 เซต มีกระปุกออมสิน 5 ใบ)
  6. ส่งผลคะแนนได้ตั้งแต่วันที่ 8-14 มกราคม 2565

 ระยะเวลาร่วมกิจกรรม : ตั้งแต่วันที่ 8-14 มกราคม 2565

วันสิ้นสุดกิจกรรม : วันศุกร์ที่ 14 มกราคม 2565 เวลา 23.59 น.

วันประกาศผล : วันศุกร์ที่ 21 มกราคม 2565 บน Facebook Fanpage : GSB Society

หมายเหตุ

  1. คำตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นสิทธิ์ขาดและเป็นที่สิ้นสุด
  2. ทางคณะกรรมการ จะคัดเลือกผู้ได้รับรางวัลที่ทำตามกติกา เงื่อนไขครบถ้วนเท่านั้น
  3. ของรางวัลไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหรือแลกเป็นเงินสด
  4. ไม่สามารถโอนสิทธิ์ให้กับบุคคลอื่นได้
  5. จัดส่งของรางวัลภายใน 90 วันหลังประกาศผล