Home Blog Page 339

กรมชลฯ เร่งเดินหน้าโครงการขุดลอกแม่น้ำบางขาม ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนชาวลพบุรี

0

แม่น้ำบางขาม แม่น้ำสายสำคัญด้านชลประทาน และเป็นทางระบายน้ำสายหลักของแม่น้ำเจ้าพระยา ตลอดระยะทาง 55 กม.

แม่น้ำสายนี้ ยังได้ทำหน้าที่หล่อเลี้ยงชีวิตชาวบ้านที่อาศัยระยะทางที่ไหลผ่านพื้นที่ 3 อำเภอ คือ อำเภอท่าวุ้ง อำเภอบ้านหมี่ และอำเภอเมือง ของจังหวัดลพบุรี

แต่ระยะหลัง ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ชาวบ้านต้องประสบกับปัญหาน้ำในแม่น้ำแห้งขอด สร้างความลำบากเดือดร้อนต่อการใช้ชีวิต โดยเฉพาะช่วงหน้าแล้ง ถึงกับต้องซื้อน้ำมาเพื่อใช้อุปโภคบริโภค

กรมชลประทานเข้าใจถึงความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกร จึงเป็นที่มาของโครงการขุดลอกแม่น้ำบางขาม ระยะทาง 10 กม. ใช้วงเงินประมาณ 74 ล้านบาท เพื่อทำให้ แม่น้ำบางขามไม่แห้งขอด มีน้ำใช้ตลอดปี!

ซีพีเอฟ แจ้งผลดำเนินงานปี 64 ทำกำไรสุทธิ 1.3 หมื่นล้านบาท มั่นใจปีนี้ดีขึ้นตามเศรษฐกิจฟื้นตัว

0

รายงานข่าว เปิดเผยว่า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ รายงานผลการดำเนินงานประจำปี 2564 มียอดขายรวมอยู่ที่ 512,704 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 13,028 ล้านบาท พร้อมอนุมัติจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้นรวมทั้งสิ้นในอัตราหุ้นละ 0.65 บาท

ทั้งนี้ ยอดขายดังกล่าวลดลงร้อยละ 13 จากปีก่อน เป็นผลจากการเปลี่ยนสถานะจากบริษัทย่อย เป็นบริษัทร่วมของ Chia Tai Investment Co., Ltd. เมื่อเดือนธันวาคม 2563 หากไม่นับผลกระทบจากการเปลี่ยนสถานะดังกล่าว รายได้จากการขายในปี 2564 ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 10

ปัจจัยสำคัญที่มีผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจในช่วงที่ผ่านมา ประกอบด้วยสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 และมาตรการปิดเมืองเพื่อควบคุมการระบาดของโรค โดยเฉพาะในประเทศไทยและประเทศเวียดนามที่ส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค และทำให้ต้นทุนในการดำเนินงานของภาคธุรกิจสูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการทำกำไรของบริษัทฯ ต่ำกว่าปี 2563 มีปัจจัยหลักมาจากระดับราคาสุกรในประเทศเวียดนามและประเทศไทยที่ลดลงอย่างมากในช่วงครึ่งปีหลัง ประกอบกับต้นทุนวัตถุดิบในการผลิตอาหารสัตว์ปรับตัวสูงขึ้นจากปีก่อน รวมทั้ง ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนที่ลดลง 5,087 ล้านบาทจากปี 2563 ซึ่งเป็นผลจากการดำเนินงานของบริษัทร่วมในประเทศจีน แคนาดา และผลการดำเนินงานของ CPALL ที่ลดลง

นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร ซีพีเอฟ กล่าวถึง แนวโน้มผลการดำเนินงานปี 2565 จะดีขึ้นจากปีที่ผ่านมา จากการคาดการณ์ว่าภาพรวมเศรษฐกิจฟื้นตัว สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ที่คลี่คลาย ส่งผลให้มีความต้องการบริโภคมากขึ้น ขณะเดียวกัน บริษัทได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาประสิทธิภาพในการผลิตและการขาย ด้วยการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับสังคมรูปแบบใหม่ (new normal)

ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีมติให้เสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2565 เพื่อพิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินปันผลประจำปี 2564 ให้แก่ผู้ถือหุ้นรวมทั้งสิ้นในอัตราหุ้นละ 0.65 บาท โดยเงินปันผลดังกล่าว บริษัทฯ ได้มีการจ่ายครั้งแรกเป็นเงินปันผลระหว่างกาลให้แก่ผู้ถือหุ้นแล้วในอัตราหุ้นละ 0.40 บาท เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2564 คงเหลือเป็นเงินปันผลจ่ายครั้งที่สองในอัตราหุ้นละ 0.25 บาท โดยเป็นการจ่ายจากกำไรส่วนที่หักผลขาดทุนทางภาษี ซึ่งผู้รับเงินปันผลต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในประมวลรัษฎากร แต่ผู้รับเงินปันผลที่เป็นบุคคลธรรมดาจะไม่ได้รับเครดิตภาษีตามมาตรา 47 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร

บอร์ดตลาดหลักทรัพย์ฯ มีมติต่ออายุ ‘ภากร ปีตธวัชชัย’​ เป็นผจก.ตลาดหลักทรัพย์ฯ​ อีกวาระ

0
ภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

รายงานข่าว เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2565 ได้มีมติแต่งตั้งให้นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ดำรงตำแหน่งต่ออีกวาระหนึ่ง โดยจะมีวาระการดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2565 เป็นต้นไป จากเดิมที่จะครบวาระการดำรงตำแหน่งในวันที่ 31 พฤษภาคม 2565 นี้ โดยคณะกรรมการฯ เห็นว่านายภากร ปีตธวัชชัย เป็นผู้นำที่มีความรู้ความสามารถ อีกทั้งยังมีประสบการณ์ด้านตลาดเงินและตลาดทุนเป็นอย่างดี การแต่งตั้งให้ดำรงต่ออีกวาระหนึ่งจะทำให้การสานต่อนโยบายและการพัฒนาขับเคลื่อนองค์กรสามารถดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้สถานการณ์ความท้าทายในยุคดิจิทัลที่ไม่แน่นอนและมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ตามวิสัยทัศน์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ“To Make the Capital Market ‘Work’ for Everyone” ที่มุ่งมั่นพัฒนาตลาดทุนเพื่อประโยชน์แก่ทุกภาคส่วน

ในช่วงระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายใต้การนำของนายภากร ปีตธวัชชัย มีพัฒนาการที่โดดเด่น ทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นตลาดที่มีสภาพคล่องสูงสุดในอาเซียนอย่างต่อเนื่อง มีจำนวนบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดจนมาอยู่ที่กว่า 5 ล้านบัญชีในปัจจุบัน มีอุตสาหกรรมใหม่ ๆ (new economy) เข้ามาระดมทุนเป็นจำนวนมาก และมีการพัฒนาสินค้าที่เชื่อมโยงกับต่างประเทศที่หลากหลายมากขึ้น ในขณะเดียวกันตลาดทุนไทยและบริษัทจดทะเบียนไทยต่างก็ได้รับการยอมรับในระดับสากลถึงพัฒนาการด้านความยั่งยืน (Sustainability)  

นอกจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังได้วางโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่สำคัญเพื่อรองรับการเติบโตของตลาดทุนในอนาคต โดยมีแผนกลยุทธ์สำคัญ 3 ปี (2565-2567) ภายใต้แนวคิด “เชื่อมโยงตลาดทุน มุ่งสร้างโอกาสใหม่” ซึ่งมีกรอบแนวทางการดำเนินงาน 3 ด้าน คือ 1) เชื่อมโยงโอกาสทุกภาคส่วน  2) พัฒนานวัตกรรมโครงสร้างพื้นฐานที่ทุกคนไว้วางใจ และ 3) ส่งเสริมความยั่งยืนด้านการเงินเพื่อคนไทย พร้อมทั้งมุ่งขยายการทำงานร่วมกับพันธมิตรทั้งในและนอกตลาดทุน ตลอดจนภาคส่วนต่าง ๆ ของสังคม

นายภากร ปีตธวัชชัย ปัจจุบันอายุ 57 ปี จบการศึกษาปริญญาเอกบริหารธุรกิจ (Finance and Economics) จาก Boston University (USA), ปริญญาโทบริหารธุรกิจ (ด้านการเงิน) จาก University of Wisconsin, Whitewater (USA) และปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์ (อิเล็กทรอนิกส์) จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง โดยได้ร่วมทำงานกับตลาดหลักทรัพย์ฯ ตั้งแต่ปี 2553 จนกระทั่งได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ คนที่ 13

หยุดความกังวล…เรื่องบ้าน กับสินเชื่อเคหะ จากธนาคารออมสิน

0

หยุดความกังวล…เรื่องบ้าน
กับสินเชื่อเคหะ จากธนาคารออมสิน
✅ อัตราดอกเบี้ยต่ำสุด 1.75%
✅ ผ่อนต่ำ ปีแรก ล้านละ 2,500 บาท/เดือน
✅ ฟรี ค่าบริการสินเชื่อ ค่านิติกรรมสัญญา และค่าจดจำนอง

Housing Loan

คุณสมบัติผู้กู้

1. เป็นผู้ฝากเงินประเภทเผื่อเรียกของธนาคาร

2. มีอายุครบ 20 ปีขึ้นไป และเมื่อรวมอายุผู้กู้กับระยะเวลาที่ชำระเงินกู้ต้องไม่เกิน 70 ปี

3. มีอาชีพและรายได้แน่นอน

4. การกู้ร่วมกับบุคคลอื่น มีเงื่อนไขดังนี้

4.1 กู้ร่วมกับบุคคลอื่นที่มีความสัมพันธ์เป็นคู่สมรส บุตร บิดา มารดา หรือ พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน ไม่จำเป็นต้องถือกรรมสิทธิ์ร่วมในหลักประกันทุกคน

4.2 กู้ร่วมกับบุคคลอื่นที่นอกเหนือจาก 4.1 ต้องถือกรรมสิทธิ์ร่วมในหลักประกันทุกคน

หมายเหตุ : ทั้งนี้ในกรณีที่กู้ร่วมกับบุคคลอื่นให้นับระยะเวลาชำระเงินกู้ตามอายุของผู้กู้ที่มีอายุน้อยที่สุดเพียงคนเดียว

หลักประกัน

  • ที่ดิน หรือที่ดินพร้อมอาคาร หรือห้องชุด ตามวัตถุประสงค์ที่ขอกู้และตั้งอยู่ในแหล่งชุมชนที่มีความเจริญ มีไฟฟ้า สาธารณูปโภคอื่นๆ ตามความจำเป็น และมีทางสาธารณประโยชน์ซึ่งรถยนต์ผ่านเข้าออกได้สะดวก
  • สิทธิการเช่าที่ดินและ / หรืออาคารตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารประกาศกำหนด
  • หลักทรัพย์ตามที่ธนาคารกำหนด

? สมัครได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 เมษายน 2565

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >https://bit.ly/3ha6dr0

กรมชลฯ เร่งช่วยเกษตรกรฝ่าภัยแล้งและโควิด กับ “โครงการจ้างแรงงานชลประทาน”

0

กรมชลประทาน ได้รับการมอบหมายจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เดินหน้าสานต่อนโยบายจ้างงานเกษตรกรต่อเนื่องในปี 2565 ในโครงการจ้างแรงงานชลประทาน เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้มีรายได้ในช่วงหน้าฤดูแล้ง และสถานการณ์การโควิด จนทำให้ต้องว่างเว้นจากเพาะปลูกพืชผลทางการเกษตร

โดยกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่เข้าหลักเกณฑ์จ้างงาน ได้แก่ เกษตรที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร, เกษตรกรในพื้นที่, สมาชิกกลุ่มผู้ใช้น้ำของกรมชลประทานในพื้นที่ และประชาชน -ผู้ใช้แรงงานทั่วไป

ปีนี้ กรมชลประทานได้เตรียมวงเงินงบประมาณไว้ 4,465 ล้านบาท วางเป้าหมายการจ้างแรงงานเกษตรกร ให้ได้จำนวน 75,000 คน ระยะเวลาการจ้างแรงงานอยู่ ระหว่าง 1 – 10 เดือน เท่ากับวงเงินเฉลี่ยจ้างแรงงานต่อคน อยู่ที่ประมาณ 8,700 – 87,000 บาท

โครงการนี้ จึงถือเป็นอีกหนึ่งโครงการดีๆ ของกรมชลประทานที่จะสามารถบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรไทย!

AIS 5G จับมือ ซัมซุง เปิดประสบการณ์ 5G ที่ดีที่สุด เร็วแรง บน Samsung Galaxy S22 Series

0

AIS จับมือ ซัมซุง เตรียมส่งมอบ Samsung Galaxy S22 Series สมาร์ทโฟนแห่งปีที่สาวกซัมซุงรอคอย และยังนับว่าเป็นรุ่นที่รองรับการใช้งานความเร็ว แรง ของศักยภาพเครือข่าย 5G ได้ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์ AIS 5G บนสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงล่าสุดนี้ พร้อมความพิเศษสำหรับลูกค้า AIS เท่านั้น กับครั้งแรกของความร่วมมือกับ Google แบบเอ็กซ์คลูซีพในการส่งมอบบริการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต ทั้ง Google Play / Google One ด้วยแพ็กเกจสุดคุ้ม 5G Hot Deal Samsung ให้ลูกค้า AIS รับส่วนลด Google Play สูงสุด 1,800 บาท

คุณปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหาร กลุ่มลูกค้าทั่วไป AIS กล่าวว่า “หนึ่งในความพิเศษของสมาร์ทโฟน Samsung Galaxy S22 Series คือการรองรับขีดความสามารถของ 5G ได้อย่างเต็มศักยภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการใช้งานบนเครือข่าย AIS 5G โครงข่ายอัจฉริยะอันดับหนึ่งของไทย ครอบคลุมมากที่สุด เร็วแรงมากที่สุด จะทำให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมในการใช้งาน สำหรับความพิเศษในการส่งมอบ Samsung Galaxy S22 Series ในครั้งนี้ นอกเหนือจากที่ลูกค้าจะได้สัมผัสการใช้งานสมาร์ทโฟนบนเครือข่าย 5G ที่ดีที่สุดแล้ว เรายังเพิ่มความพิเศษด้วยการออกแพ็กเกจร่วมกันเป็นครั้งแรกเพื่อให้ลูกค้าได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุดอย่าง 5G Hot Deal Samsung อีกทั้งเรายังได้พาร์ทเนอร์อย่าง Google มาช่วยเสริมบริการดิจิทัลไลฟ์สไตล์ทั้ง Google Play / Google One และบริการจาก Google อีกมากมาย นับเป็นความมุ่งมั่นตั้งใจของ AIS ในการทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ที่หลากหลายเพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ดิจิทัลที่หลากหลายมิติในทุกไลฟ์สไตล์ และเมื่อนำประสิทธิภาพทั้ง 3 บริการมาผนึกกำลังกัน นั่นหมายความว่าลูกค้าจะได้รับสิ่งที่ดีที่สุด”

คุณสิทธิโชค นพชินบุตร รองประธานองค์กร และหัวหน้ากลุ่มธุรกิจโมบายล์ เอ็กซ์พีเรียนซ์ บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า “ซัมซุงถือเป็นผู้นำอันดับ 1 ของตลาดสมาร์ทโฟน 5G ในประเทศไทย ที่พร้อมมอบประสบการณ์การใช้งานนวัตกรรมอันล้ำสมัยให้กับผู้บริโภคได้อย่างลื่นไหลบนเครือข่าย 5G ซึ่งจากการเปิดตัวสมาร์ทโฟนแฟลกชิปรุ่นล่าสุด อย่าง Galaxy S22 Series ที่รวมความไอคอนิกของ Galaxy Note Series และ Galaxy S Series มาไว้ในเครื่องเดียว กับกล้องคมชัดชนะทุกแสง ฟีเจอร์ Nightography สำหรับการถ่ายภาพนิ่งหรือวิดีโอในที่มืดหรือที่แสงน้อย และปากกา S Pen ที่ใช้งานได้ครบทุกด้าน โดยเมื่อสุดยอด สมาร์ทโฟนรุ่นนี้ทำงานคู่กับ 5G ที่ดีที่สุดบนเครือข่าย AIS 5G และชิปเซ็ตรุ่นใหม่ Snapdragon 8 Gen 1 ทำให้มั่นใจได้ว่าผู้ใช้งานจะได้สัมผัสกับประสบการณ์บนความเร็วแรงยิ่งขึ้นกว่าเดิมแน่นอน ”

คุณวันวิสาข์ มิ่งเจริญ Google’s Thailand Country Lead for Platforms & Ecosystems Partnerships กล่าวว่า “ถือเป็นครั้งแรกในไทยที่ Google ได้ร่วมมือกับ AIS และ ซัมซุง เพื่อมอบข้อเสนอที่ดีที่สุดของ Google ซึ่งรวมถึง Google Play, YouTube Premium และ Google One ให้กับลูกค้าของ AIS บนอุปกรณ์ Android รุ่นล่าสุดของซัมซุง ทั้งนี้ เราหวังว่าจะได้ร่วมมือกับพันธมิตรของเราเพื่อสร้างสรรค์สิ่งที่เป็นประโยชน์ยิ่งขึ้นให้แก่ผู้ใช้ต่อไป

สำหรับลูกค้าเอไอเอสที่จอง Samsung Galaxy S22 Series พร้อมสมัครแพ็กเกจใหม่ “5G Hot Deal Samsung” จะได้รับสิทธิพิเศษส่วนลดจาก Google Play มูลค่า 800-1,800 บาท ถือเป็นรายแรกของไทยที่ให้ความคุ้มค่าขนาดนี้ โดยสามารถนำไปซื้อแอปฯ เติมเพชร เสริมไอเทมเกมส์ ได้แบบจัดเต็ม

ไม่เพียงเท่านั้น โปรฯ ดังกล่าวยังเอาใจกาแลคซี่แฟน ทั้งเล่นเน็ต 5G แบบเต็มสปีด โทรได้สูงสุดถึง 800 นาที รวมทั้ง AIS Wifi ไม่จำกัด อีกทั้งยังตอบโจทย์ดิจิทัลไลฟ์ด้วย YouTube Premium และ Google One ฟรี 4 เดือนขึ้นไป ที่สำคัญยังได้รับ AIS 5G Service ที่สามารถใช้เทคโนโลยี AR, VR และ Cloud Game ได้ฟรีอีกด้วยเมื่อเลือกจ่ายค่าบริการตั้งแต่ 699 บาทขึ้นไป ให้คุ้ม ให้มากที่สุด บนเครือข่ายที่ดีที่สุดแบบนี้ พิเศษเฉพาะลูกค้าเอไอเอสเท่านั้น

โดยลูกค้าที่สนใจสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ล่าสุด Samsung Galaxy S22 Series สามารถจองเครื่องซึ่งเปิดให้จองแล้วตั้งแต่วันนี้ – 3 มี.ค.65 หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://m.ais.co.th/1WHV0ZLTO

ทิพยประกันภัย โชว์แกร่ง กำไรปี64 ทะลุ 1.8 พันล้านบาท

0

ดร.สมพร สืบถวิลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) (TIPH) และ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) (TIP) เปิดเผยว่าท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 TIP ยังคงมีกำไรสุทธิรวม 1,843 ล้านบาท กำไรสุทธิต่อหุ้น 3.07 บาท ในส่วนของรายได้ มีเบี้ยประกันภัยรับรวม 29,410 ล้านบาท เพิ่มขึ้นสูงถึงร้อยละ 15.79 เทียบจากงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งถือเป็นเบี้ยประกันภัยรับต่อปีที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยมีการเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับในทุกผลิตภัณฑ์ ประกอบกับมีรายได้และกำไรจากเงินลงทุนรวม 864 ล้านบาท เพิ่มขึ้นสูงถึงร้อยละ 14.48 ส่งผลให้ TIP มีรายได้รวมทั้งหมดที่ 13,614 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.85 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

ในส่วนของงบการเงินรวมของ TIPH มีกำไรสุทธิสำหรับปี 2564 เท่ากับ 1,829 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิต่อหุ้นเท่ากับ 3.05 บาท ทั้งนี้เนื่องจากการปรับโครงสร้างการถือหุ้นและการจัดการเพิ่งแล้วเสร็จในเดือนกันยายน 2564 และ TIP ในฐานะบริษัทย่อยอยู่ระหว่างการพิจารณาการจ่ายเงินปันผล ดังนั้น คณะกรรมการบริษัทของ TIPH จึงเห็นชอบให้นำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาและอนุมัติงดการจัดสรรกำไรเพื่อเป็นทุนสำรองตามกฎหมายและงดการจ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานประจำปี 2564 อย่างไรก็ดี ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัททิพยประกันภัย ครั้งที่ 2/2565 เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2565 ได้มีมติเห็นชอบให้นำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นของทิพยประกันภัยพิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นในอัตรา 1.50 บาทต่อหุ้นแล้ว ซึ่งเมื่อ TIPH ในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของทิพยประกันภัย ได้รับเงินปันผลจากทิพยประกันภัยแล้ว คณะกรรมการบริษัทจะพิจารณาการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นของ TIPH ตามความเหมาะสมและตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป

สำหรับปีที่ผ่านมาสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ก่อให้เกิดผลกระทบกับภาพรวมของอุตสาหกรรมประกันวินาศภัยในวงกว้าง แต่เนื่องจาก TIP ไม่มีการขายกรมธรรม์ประกันภัยโควิด ประเภท เจอ จ่าย จบ ทำให้สามารถควบคุมความเสี่ยงและผลกระทบที่เกิดขึ้นให้อยู่ในวงจำกัด อีกทั้ง กรมธรรม์ประกันภัยโควิด ส่วนใหญ่ที่ให้ความคุ้มครองอยู่จะทยอยหมดอายุความคุ้มครองในไตรมาสที่ 2/2565 แต่

อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน TIP จึงยังคงมีการขายกรมธรรม์ประกันภัยโควิดอยู่ แต่มีการปรับรูปแบบความคุ้มครองเฉพาะกรณีโคม่าเท่านั้น

ในปี 2565 ถือเป็นปีแห่งการขยายธุรกิจของ TIPH หลังจากที่ในเดือน ม.ค. 2565 ที่ผ่านมา TIPH เดินหมากแรกของปีด้วยการประกาศเข้าซื้อกิจการรวดเดียว 2 บริษัท เข้ามาอยู่ภายใต้โครงสร้างของกลุ่มธุรกิจสนับสนุนประกันภัย (Insurance Supported Business) ของกลุ่ม TIPH ได้แก่ บริษัท อะมิตี้ อินชัวร์รันซ์ โบรคเกอร์ จำกัด หรือ Amity ซึ่งประกอบธุรกิจตัวแทนและนายหน้าประกันวินาศภัย รวมถึงให้บริการงานที่เกี่ยวข้องกับงานสนับสนุนธุรกิจประกันภัย และผลิตภัณฑ์ประกันภัยครบวงจร และ บริษัท ดีพี เซอร์เวย์ แอนด์ลอว์ จำกัด หรือ DP Survey ซึ่งประกอบธุรกิจสำรวจอุบัติเหตุและประเมินความเสียหายในธุรกิจประกันวินาศภัย ตรวจสภาพรถยนต์ก่อนทำประกันภัย และบริการสนับสนุนงานประกันภัยแบบครบวงจร ซึ่งการเข้าลงทุนดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อวางโครงสร้างของกลุ่มธุรกิจสนับสนุนประกันภัย (Insurance Supported Business) ของกลุ่ม TIPH เพื่อพัฒนาระบบนิเวศทางธุรกิจ (Business Ecosystem) ในการดำเนินธุรกิจของกลุ่มธุรกิจอย่างครบวงจร และรองรับการขยายธุรกิจของ TIP ในฐานะบริษัทแกนหลักของกลุ่ม และบริษัทประกันใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน (Competitive Advantage) ให้กับการดำเนินธุรกิจของกลุ่ม TIPH ในระยะยาว

นอกจากนี้สำหรับแผนการลงทุนของ TIPH ในปี 2565 นั้น ดร. สมพร กล่าวว่า ก้าวต่อไปของ TIPH คือการเดินหน้าสร้างมิติใหม่ให้กับวงการประกันภัยในประเทศไทยให้ได้ภายในปี 2565 ด้วยการเร่งดำเนินการการศึกษาความเป็นไปได้ในการเข้าซื้อกิจการของบริษัทประกันภัย เพื่อรองรับการแยกหน่วยธุรกิจประกันภัยที่มีศักยภาพของบริษัทในกลุ่มออกเป็นบริษัทประกันภัยใหม่ (Spin-Off) อย่างน้อย 2 บริษัทในปีนี้ ในรูปแบบของบริษัทประกันภัยดิจิทัล 100% แห่งแรกของประเทศไทย และบริษัทประกันภัยตะกาฟุล (Takaful) แห่งแรกของประเทศไทย รวมทั้งการตั้งบริษัทด้านเทคโนโลยีสำหรับกลุ่มธุรกิจประกันภัย 100% หรือ Technology Company for Insurance Business แห่งแรกของประเทศไทย ให้เกิดขึ้นภายในปี 2565 นี้

ทั้งนี้ ความพร้อมของ TIPH ที่จะสยายปีกเพื่อเดินหน้าสู่การเป็นกลุ่มธุรกิจประกันภัยชั้นนำในภูมิภาคอย่างแท้จริงจากความแข็งแกร่งของโครงสร้างกลุ่มธุรกิจ และบริษัทลูกใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต รวมทั้งโครงสร้างกลุ่มผู้ถือหุ้นที่แข็งแกร่ง ที่พร้อมสนับสนุนแผนการขยายธุรกิจ และ TIPH ยังได้รับการสนับสนุนแหล่งเงินทุนเป็นอย่างดีจากธนาคารพาณิชย์ชั้นนำในประเทศไทย ส่งผลให้มีต้นทุนทางการเงินที่แข่งขันได้ และยังมีแผนที่จะระดมทุนโดยการออกหุ้นกู้ในอนาคตอีกด้วย ดังนั้น TIPH ยังคงยืนยันถึงความพร้อมด้านเงินทุนสำหรับการดำเนินธุรกิจตามแผนการดังกล่าว และไม่มีแผนที่จะเพิ่มทุนจากผู้ถือหุ้นแน่นอน รวมทั้งเป้าหมายที่ทุกธุรกิจภายใต้กลุ่มของ TIPH ต้องเป็นธุรกิจที่มีกำไรเท่านั้น TIPH จึงมั่นใจว่าจะสามารถรักษาอัตราการจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นในระดับที่ไม่ต่ำกว่าเดิม และสร้างผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นได้อย่างยั่งยืนในอนาคตได้

กรมป่าไม้ – CPF ต้อนรับผู้บริหารบ้านปู เยี่ยมชมป่าต้นน้ำ”เขาพระยาเดินธง” จ.ลพบุรี

0

นายถนอมพงษ์ สังข์ธูป หัวหน้าโครงการฟื้นฟูสภาพป่าไม้เขาพระยาเดินธงของกรมป่าไม้ นายสุธี สมุทระประภูต ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ หน่วยงานด้านพัฒนาความยั่งยืนองค์กร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ พร้อมด้วยคณะทำงานโครงการซีพีเอฟ รักษ์นิเวศ ลุ่มน้ำป่าสัก เขาพระยาเดินธง ให้การต้อนรับ นายสิทธิรัชต์ ชัยมงคล ผู้อำนวยการสายอาวุโส ด้านพัฒนาธุรกิจ บมจ.บ้านปู และทีมงานเยี่ยมชมโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าต้นน้ำลุ่มน้ำป่าสัก จังหวัดลพบุรี เพื่อศึกษาขั้นตอนและกระบวนการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่า นำไปใช้เป็นแนวทางดำเนินโครงการปลูกป่าของบริษัทเพื่อลดก๊าซเรือนกระจกต่อไป

ตัวแทนกรมป่าไม้ และคณะทำงานของโครงการฯ นำทีมงานของบมจ.บ้านปู ลงพื้นที่พร้อมทั้งให้ข้อมูลกระบวนการฟื้นฟูป่า โดยนำชมแปลงปลูกป่าแบบพิถีพิถัน ซึ่งเป็นแปลงปลูกแปลงแรกของโครงการฯ ที่เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2559 รวมทั้งชมแปลงส่งเสริมการสืบพันธุ์ตามธรรมชาติ การปรับปรุงแหล่งน้ำสำหรับสัตว์ป่า ซึ่งปัจจุบันผืนป่าที่นี่ ได้รับการอนุรักษ์และฟื้นฟูจนสามารถพลิกสภาพจากป่าเขาหัวโล้น กลับสู่ผืนป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ นอกจากนี้ ทีมงานของบมจ.บ้านปู ทำกิจกรรมยิง Seed Ball ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของการฟื้นฟูป่าที่เลียนแบบธรรมชาติ ช่วยเพิ่มอัตราการงอกของเมล็ดตามธรรมชาติ โดยชนิดของพันธุ์ไม้ที่ใช้ ต้องเลือกชนิดไม้เปลือกแข็ง งอกได้เร็ว และเป็นไม้โตเร็ว

“โครงการ ซีพีเอฟรักษ์นิเวศ ลุ่มน้ำป่าสัก เขาพระยาเดินธง” เป็นโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าต้นน้ำลุ่มน้ำป่าสัก ซึ่งเป็นความร่วมมือในลักษณะ 3 ประสาน โดยกรมป่าไม้ ชุมชนรอบพื้นที่เขาพระยาเดินธง และซีพีเอฟ อนุรักษ์ ฟื้นฟู และปลูกป่าใหม่ ผลการดำเนินงานระยะที่หนึ่ง (ปี 2559 -2563) แล้วเสร็จ 5,971 ไร่ ปัจจุบันเข้าสู่ระยะที่สอง (ปี 2564-2568) มีแผนอนุรักษ์ ฟื้นฟู และปลูกป่าใหม่เพิ่มเติมเป็น 6,971 ไร่ โดยเมื่อปี 2564 ซีพีเอฟ นำโครงการปลูกป่าเข้าร่วมโครงการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจกขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก(อบก.) โดยเลือกพื้นที่ที่ขอรับรองโซนส่งเสริมการสืบพันธุ์ตามธรรมชาติ 1,500 ไร่ ซึ่ง อบก. รับรองปริมาณการกักเก็บก๊าซเรือนกระจก 18,807.300 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ และในระยะต่อไป จะทยอยส่งแปลงปลูกป่าในโซนอื่น อาทิ แปลงปลูกป่าแบบพิถีพิถัน ปลูกป่าเชิงนิเวศ ปลูกป่าแบบเสริมป่า เข้าโครงการของอบก. เพื่อขอรับรองปริมาณการกักเก็บก๊าซเรือนกระจก ร่วมขับเคลื่อนเป้าหมายประเทศไทยสู่ Carbon Neutral

สมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่ฯ จี้รัฐเร่งแก้ปัญหา วัตถุดิบอาหารสัตว์พุ่งสูงจากสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน

0

นางฉวีวรรณ คำพา นายกสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวถึงสถานการณ์ความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครนที่ได้พัฒนาความตึงเครียดไปจนถึงขีดสุดว่ากำลังมีผลอย่างยิ่งต่อราคาธัญพืช ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญของการผลิตอาหารสัตว์ เนื่องจากรัสเซียและยูเครนเป็นแหล่งเพาะปลูกสำคัญ ทั้งข้าวสาลี ข้าวโพด ซึ่งอาจไม่สามารถเก็บเกี่ยวหรือทำการส่งออกได้ตามปกติ รวมถึงภัยแล้งในบราซิลที่กระทบปริมาณผลผลิตถั่วเหลืองด้วย

โดยราคาข้าวสาลีนำเข้าซึ่งเป็นวัตถุดิบที่ใช้ในการเลี้ยงไก่ ราคาปรับสูงขึ้นจาก 8-9 บาทต่อกิโลกรัม เมื่อปี 2564 เพิ่มเป็น 12 บาทต่อกิโลกรัมในปัจจุบัน ขณะที่ข้าวโพดในประเทศไทยมีราคาปรับไปถึง 11.10 บาทต่อกิโลกรัม และกำลังส่งผลกระทบทางอ้อมต่อวัตถุดิบชนิดอื่นที่มีแนวโน้มราคาสูงตามไปด้วย ปัจจุบันวัตถุดิบอาหารสัตว์ส่วนใหญ่ราคาขึ้นมาสูงกว่า 50-60% แล้ว ยังไม่นับราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่จะสูงขึ้นทำให้ต้นทุนค่าขนส่งปรับเพิ่มด้วย

“ต้นทุนการผลิตเนื้อไก่สูงขึ้นต่อเนื่อง แต่ราคาเนื้อไก่และไข่ไก่กลับถูกตรึงอยู่ ไม่สะท้อนต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น หากวัตถุดิบทุกชนิดมีราคาสูงเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ เกษตรกรคนเลี้ยงสัตว์ไม่มีทางอยู่รอดได้ ทางที่ดี ถ้ารัฐไม่สามารถควบคุมราคาวัตถุดิบจากผลกระทบของสถานการณ์ยูเครน ก็ควรปล่อยให้ราคาไก่และไก่ไข่เป็นไปตามกลไกที่ควรจะเป็น เช่นเดียวกับราคาหมูที่ลดลงเพราะกลไกตลาดทำงานอย่างเสรี” นางฉวีวรรณกล่าว และว่าการยุติการตรึงราคาไก่และไข่ จะช่วยสนับสนุนให้เกษตรกรมีกำลังใจในการเลี้ยงสัตว์ต่อไป

ทั้งนี้ รัสเซียและยูเครนมีปริมาณการส่งออกข้าวสาลีรวมกันประมาณ 29% ของปริมาณการส่งออกทั่วโลก ส่วนข้าวโพด 19% ของตลาดโลก โดยราคาต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์สำคัญมีราคาเพิ่มขึ้นไปแล้ว 40% จากปี 2564

รู้เก็บรู้ออม : SET SE 101 ซีซัน 2!!

0

คอลัมน์ “รู้เก็บรู้ออมรู้ใช้รู้ลงทุน…สู่ความมั่งคั่ง” พูดถึงบทบาทของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในด้านของการรับผิดชอบต่อส่วนรวมและสังคมของตลาดทุน มาตลอดในรอบปีที่ผ่านมา หนึ่งในผลงานที่ประสบความสำเร็จ และได้รับความสนใจอย่างมากในวงกว้างคือ การจัดทำรายการ SET SE101 : Online Offering ที่เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2564 ที่รับชมผ่านช่องทางออนไลน์ www.setsocialimpact.com

จากกระแสผลตอบรับที่ดีมากๆ โดยเฉพาะคอนเทนต์เนื้อหาความรู้ด้านธุรกิจที่เป็นประโยชน์สำหรับผู้ประกอบการเพื่อสังคม และผู้สนใจทั่วไป เช่น ความเข้าใจเรื่องงบการเงินเบื้องต้น, Business Model Canvas, การนำเสนอเรื่องราวของผู้ประกอบการเพื่อสังคมตัวอย่าง เพื่อช่วยสร้างแนวคิดและจุดประกายให้กับผู้ประกอบการเพื่อสังคมรายอื่น ทำให้ในปีนี้ตลาดหลักทรัพย์ฯ เดินหน้าต่อกับรายการ SET SE 101 : Online Offering Season 2

ถือเป็นการดำเนินภารกิจ SET Social Impact ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ในการสร้างผู้ประกอบการ เพื่อสังคม ต่อยอดองค์ความรู้อย่างต่อเนื่อง ด้วยการเผยแพร่ความรู้ทักษะการเป็นผู้ประกอบการ เพื่อสังคมเรียนรู้ เรียนทำ และสร้างแรงบันดาลใจในการประกอบธุรกิจเพื่อสังคมอย่างยั่งยืน

คุณภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ฯ บอกว่า เนื้อหาของ รายการ SET SE 101 : Online Offering Season 2 จะเข้มข้น และเจาะลึกมากขึ้น ในการเข้าถึงความเป็นผู้ประกอบการเพื่อสังคม มุ่งเน้นให้ผู้เรียนเข้าใจและลงมือทำ สามารถนำไปใช้ได้ทันที เช่น เจาะลึก พ.ร.บ.วิสาหกิจเพื่อสังคม, ประโยชน์ทางภาษีสำหรับ Social Enterprise, การจดทะเบียนนิติบุคคล, การเขียนแผนธุรกิจ, วิธีคิดการทำธุรกิจควบคู่การดูแลสังคม และการเรียนรู้ แรงบันดาลใจ การเริ่มต้นธุรกิจของผู้ประกอบการเพื่อสังคมตัวจริงที่มีการดำเนินธุรกิจอยู่ในขั้น Growth Stage และสามารถสร้างผลลัพธ์ทางสังคมได้อย่างแท้จริง

เจาะกลุ่มเป้าหมายหลัก คือ นิสิต นักศึกษาที่สนใจประกอบธุรกิจเพื่อสังคม วิสาหกิจ ชุมชน มูลนิธิ และผู้ประกอบการเพื่อสังคม

เนื้อหาของซีซันสอง จะประกอบไปด้วย 11 Episodes แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ความรู้การประกอบธุรกิจเบื้องต้นที่เป็น Instant Knowledge สามารถเรียนรู้ เรียนทำ และนำไปปฏิบัติได้ทันที 4 Episodes และแนวคิด การเริ่มต้น รูปแบบการดำเนินธุรกิจเพื่อสังคม เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการประกอบธุรกิจ 7 Episodes

คุณนายพารวยเห็นชื่อหัวข้อทั้ง 11 Episodes ของซีซันสองแล้ว ต้องซี้ดปาก เพราะซีซันใหม่นี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯรวบรวมผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และผู้ประกอบการเพื่อสังคมตัวจริง จัดเนื้อหาเข้มข้น ชวนติดตามไม่แพ้ซีซันแรก เรียกว่าดูเสร็จ สามารถเริ่มต้นดำเนินธุรกิจเพื่อสังคม หรือ Social Enterprise ได้เลย ไม่ว่าจะเป็นหัวข้อเรื่อง เจาะลึก พ.ร.บ.วิสาหกิจเพื่อสังคม, ประโยชน์ทางภาษีของ Social Enterprise, How–to จดทะเบียนนิติบุคคล และอื่นๆอีกมากมาย

หรือตอนที่รอออนฯอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการสร้างคุณค่า สร้างรายได้ให้เด็กพิเศษ, พ่อแม่ยุคใหม่ …ให้ลูกมีทักษะชีวิต ก็น่าติดตามชมไม่แพ้กัน เรียกได้ว่าไม่อยากให้แฟนๆพลาดทุกตอนจริงๆ

ออนแอร์ให้เรียนกันสดๆเป็นประจำในวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.00 น. ที่ www.setsocialimpact.com (Impact Program) หรือ Facebook: SET Social Impact

ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง!!

คุณนายพารวย