Home Blog Page 337

AIS เตรียมเปิดบริการยืนยันตัวตนผ่านแอป myAIS ตอกย้ำเบอร์หนึ่ง Digital Service

0

นายปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหาร กลุ่มลูกค้าทั่วไป AIS เปิดเผยว่า จากการที่ AIS เปิดให้บริการระบบยืนยันและพิสูจน์ตัวตนครั้งแรกของวงการโทรคมนาคม ด้วยการทำงานร่วมกับ National Digital ID (NDID) กับบริการ IDP Agent (Identity Provider Agent) หรือบริการแสดงตัวตนบนระบบดิจิทัล ผ่านช่องทางของ AIS Shop, AIS Buddy, Telewiz และร้านค้า AIS ในเครือพันธมิตร ทั่วประเทศกว่า 16,277 จุดบริการ ซึ่งได้ผลตอบรับจากลูกค้าดีเป็นอย่างมาก ล่าสุดได้ขยายผลความสำเร็จสู่การให้บริการ Public IDP (Public Identity Provider) ที่กำลังจะเปิดให้บริการเร็วๆ นี้ ผ่านแอป myAIS ในการยืนยันตัวตน เพื่อทำธุรกรรม ไม่ว่าจะเป็นการเปิดบัญชีออนไลน์, การสมัครกองทุน หรือ ประกันต่างๆ ที่มีความสะดวก แม่นยำ ปลอดภัยตามหลักสากล ภายใต้มาตรฐานจากสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) และธนาคารแห่งประเทศไทย (BOT) กำกับดูแล

นอกเหนือจากการมุ่งพัฒนาโครงข่ายอัจฉริยะ 5G ให้ตอบโจทย์การใช้งานของทั้งลูกค้า และภาคส่วนต่างๆ แล้ว เรายังเดินหน้าพัฒนา Digital Service รูปแบบต่างๆ เพื่อส่งเสริมวิถีชีวิตในยุคดิจิทัลไลฟ์สไตล์ของผู้คน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริการด้านธุรกรรมทางการเงิน ที่นอกเหนือจากตัวเลขการใช้จ่ายของคนไทยผ่านระบบ Mobile Banking จะสูงติดอันดับต้นๆ ของโลกแล้ว การทำธุรกรรมด้านอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดบัญชี การสมัครกองทุน ประกัน ต่างๆ ก็มีแนวโน้มที่เติบโตขึ้นไม่แพ้กัน ทำให้ AIS ในฐานะ Digital Life Service Provider ได้เปิดให้บริการยืนยันตัวตนผ่านช่องทางต่างๆ ของ AIS ทั้ง AIS Shop, AIS Buddy, Telewiz และร้านค้า AIS ในเครือพันธมิตร กว่า 16,277 จุดทั่วประเทศ เมื่อปี 2020 ที่เรียกว่าบริการ IDP Agent ผ่านความร่วมมือกับ บริษัท เนชั่นแนลดิจิทัลไอดี จำกัด พร้อมกับสถาบันทางการเงิน ธนาคาร และบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำ ที่เข้ามารองรับบริการการยืนยันตัวตนผ่านช่องทางของ AIS อีกมากมาย

ปัจจุบัน มีการใช้งานแอป my AIS กว่า 33 ล้านรายการต่อเดือน ทั้งนี้ บริการ Public IDP (Public Identity Provider)  ที่จะเปิดให้บริการเร็วๆ นี้ จะทำให้ลูกค้ามีทางเลือกในการใช้บริการที่มากขึ้น อีกทั้งยังไม่ต้องเดินทางไปยังสาขาและจุดให้บริการต่างๆ เป็นการอำนวยความสะดวก ลดความเสี่ยงในการพบปะ อีกทั้งยังมีความแม่นยำ ทำให้มั่นใจได้ว่าตัวตนของผู้ใช้บริการ เป็นตัวตนของลูกค้าท่านนั้นจริง ๆ และ ระดับความน่าเชื่อถือ หรือ IAL (Identity Assurance Level) ที่ใช้เป็นไปตามหลักสากลที่จะช่วยลดความผิดพลาดของการพิสูจน์ตัวตนได้ แน่นอนว่าบริษัทยังคงยึดมั่นปลอดภัยของผู้ใช้งานตามมาตรฐานสากลที่มีความเข้มงวดสูงสุด

นายปรัธนา กล่าวว่า “ด้วยวิสัยทัศน์ของ AIS ที่เราต้องการยกระดับคุณภาพโครงข่าย AIS 5G ให้สามารถทำงานได้อย่างอัจฉริยะ เพื่อเป็นผู้ให้บริการเทคโนโลยีดิจิทัลที่สามารถส่งมอบบริการที่เหนือกว่าให้กับลูกค้าและคนไทย นั่นจึงทำให้เราเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมและ Digital Service อย่างต่อเนื่องด้วยการมองหาโอกาสใหม่ๆ ที่จะสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ แน่นอนว่าการที่เราลุกขึ้นมาเปิดให้บริการการยืนยันตัวตนสำหรับลูกค้าที่ต้องการทำธุรกรรมกับสถาบันทางการเงินต่างๆ เป็นรายแรกในธุรกิจโทรคมนาคมคงไม่ใช่แค่การมีบริการใหม่ที่ตอบโจทย์ลูกค้าเท่านั้น แต่เรายังมองถึงการเชื่อมต่อไลฟ์สไตล์ของลูกค้ากับภาคส่วนต่างๆ ที่จะเสริมขีดความสามารถของการทำงานแบบทั้งระบบเพื่อยกระดับ Digital Ecosystem ของประเทศให้มีความแข็งแรง”

เครือข่ายนักศึกษาสิงห์อาสา 10 สถาบันภาคเหนือ ลงพื้นที่ดูแล 124 จุดเสี่ยง ป้องกันป่าต้นน้ำ ลดปัญหาฝุ่นควัน

0

ผู้สื่อข่าว รายงานว่า เมื่อวันที่ 8 มี.ค. 65 สิงห์อาสา โดย มูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี และบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ ได้ร่วมกับบริษัท เชียงใหม่เบเวอเรช จำกัด บริษัทในเครือฯ ผนึกกำลังเครือข่ายนักศึกษาสิงห์อาสา 10 สถาบันภาคเหนือ ได้แก่ ม.เชียงใหม่ ม.ราชภัฏเชียงใหม่ ม.เทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เชียงใหม่ ม.มหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตล้านนา ม.แม่ฟ้าหลวง ม.ราชภัฏเชียงราย ม.เทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เชียงราย วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย ม.ราชภัฏลำปาง และ ม.พะเยา รวมถึงหน่วยงานต่างๆ อาทิ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 จ.เชียงใหม่, อุทยานแห่งชาติ ศรีลานนา, 10 สถาบันการศึกษาภาคเหนือ, กู้ภัยอุทยาน และมูลนิธิรวมใจ อปพร.เมืองเชียงใหม่ จัดโครงการ “สิงห์อาสาสู้ไฟป่า” เพื่อสนับสนุนอุปกรณ์ดับไฟป่า อาหารและน้ำดื่ม พร้อมอบรมอาสาสมัครจาก 7 หมู่บ้าน ใน ต.บ้านเป้า อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เกิดไฟป่าอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ณ อุทยานแห่งชาติศรีลานนา อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจ วางมาตรการป้องกัน โดยแต่ละหมู่บ้านจะจัดทีมอาสาสมัครเพื่อเตรียมพร้อมรับมือหากเกิดสถานการณ์ไฟป่า และถ่ายทอดความรู้ ผลกระทบจากไฟป่า การควบคุม ป้องกันไฟป่าได้อย่างถูกต้องและปลอดภัยแก่หมู่บ้านตนเอง ทั้งยังมีแนวทางปฏิบัติร่วมกับเจ้าหน้าที่ในกรณีที่เกิดไฟป่า ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของปัญหาหมอกควันในเขตภาคเหนือ

ทั้งนี้ โครงการ “สิงห์อาสาสู้ไฟป่า” ได้จัดต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี โดยร่วมกับเครือข่ายนักศึกษาสิงห์อาสา 10 สถาบันภาคเหนือ และหน่วยงานภาครัฐ-เอกชน ลงพื้นที่สนับสนุนป้องกันไฟป่า มอบอุปกรณ์ดับไฟป่า เช่น ถังฉีดน้ำ ไม้ตบไฟ ครอบ คราดสปริง รองเท้าเซฟตี้ดับไฟป่าสำหรับอาสาสมัคร พร้อมด้วยเสบียงอาหาร ทั้งอาหารพร้อมทาน (ข้าวรีทอร์ท) และน้ำดื่ม ส่งความช่วยเหลือในชุมชนต่างๆ เพื่อเฝ้าระวังไฟป่า ร่วมกันรักษาป่าต้นน้ำ ลดปัญหาฝุ่นควันที่เกิดจากปัญหาไฟป่า รวมถึงให้การอบรมทำแนวกันไฟ ให้กับคนในชุมชนพื้นที่เสี่ยงไฟป่า 124 ชุมชน จาก 11 จังหวัดภาคเหนือและภาคตะวันออก ที่เป็นพื้นที่เสี่ยงไฟป่าทั่วประเทศ ประกอบด้วย เชียงใหม่ ,เชียงราย, แม่ฮ่องสอน, พะเยา, ลำปาง, ลำพูน, แพร่, น่าน, ตาก, นครนายก และปราจีนบุรี เริ่มที่แรกที่จังหวัดเชียงใหม่

สิงห์อาสา ยังร่วมกับคณะทำงานด้านวิชาการเพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาหมอกควันภาคเหนือ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และศูนย์วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดทำห้องเรียนปลอดฝุ่น (PM2.5 Cleanroom) แห่งแรก ให้โรงเรียนชุมชนวัดช่อแล บ้านช่อแล ต.ช่อแล อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในหมู่บ้านกลุ่มเสี่ยงจากปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ให้ปลอดภัยจากฝุ่นละอองและลดความเสี่ยงต่อสุขภาพ

คุณประโภชน์ เกิดเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เชียงใหม่เบเวอเรช จำกัด กล่าวว่า “ปัญหาไฟป่าและวิกฤติหมอกควันในพื้นที่เชียงใหม่ถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ที่เราต้องเผชิญทุกปีในช่วงฤดูร้อน ซึ่งส่งผลต่อทั้งปัญหาสิ่งแวดล้อมและปัญหาสุขภาพของประชาชนในภาคเหนือ ดังนั้น การทำงานร่วมกันชุมชน หน่วยงานภาครัฐที่อยู่ในพื้นที่เฝ้าระวังฯ ในรูปแบบของการป้องกัน ทำให้การจัดการเรื่องไฟป่าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และเพื่อสนับสนุนการทำงานดับไฟป่าของเจ้าหน้าที่และอาสาสมัคร บริษัท เชียงใหม่เบเวอเรช จำกัด ได้เป็นแม่ข่ายในการระดมรองเท้าเซฟตี้ มากกว่า 500 คู่จากทุกโรงงานในเครือของบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ทั่วประเทศ นำมาแจกจ่ายให้กับอาสาสมัครใน 124 จุด ซึ่งถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งในการทำหน้าที่ดับไฟป่า แต่มีราคาค่อนข้างสูงและยังขาดแคลน”

คุณอรรถสิทธิ์ พรหมสุข ผู้จัดการฝ่ายงานกิจกรรมเพื่อสังคม บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด กล่าวว่า “ปัญหาไฟป่า ถือเป็นอีกหนึ่งภัยพิบัติตามฤดูกาลที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงต้นปี ทั้งในพื้นที่ป่าต้นน้ำของภาคเหนือและภาคตะวันออก ซึ่งแต่ละปีส่งผลกระทบเป็นวงกว้างกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ประสบภัย “สิงห์อาสา” ได้ร่วมมือกับเครือข่ายนักศึกษาฯ 10 สถาบัน, มูลนิธิฯ อาสาสมัครกู้ภัยในพื้นที่ ทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและชาวบ้านในพื้นที่เพื่อเฝ้าระวังในจุดเสี่ยงและจัดการอย่างทันท่วงที เพื่อไม่ให้ไฟป่าลุกลามขยายวงกว้าง ซึ่งในครั้งนี้นอกจากจะจัดทบทวนทักษะความรู้ในการดับไฟแล้ว “สิงห์อาสา”ยังได้มอบอุปกรณ์ที่ใช้ในการดับไปและเสบียงอาหารสำหรับการเข้าพื้นที่เร่งด่วน เพื่อให้แต่ละชุมชนมีความพร้อมในการดูแลพื้นที่ชุมชนของตนควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน”

ทั้งนี้ นับตั้งแต่ปี 2562 สิงห์อาสาได้สนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครดับไฟป่า ทั้งในเรื่องของน้ำดื่ม ข้าวสารและอุปกรณ์ดับไฟป่ามาอย่างต่อเนื่อง ได้จัดตั้งศูนย์สนับสนุนเจ้าหน้าที่ดับไฟป่ากว่า 20 จุด ขึ้นในหลายจังหวัดทั้งภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยในปีนี้เตรียมลงพื้นที่เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครดับไฟป่าจากชุมชนที่เกิดไฟป่าบ่อยครั้ง เพื่อส่งมอบอุปกรณ์ดับไฟป่า เสบียงอาหาร น้ำดื่ม รวมถึงจัดอบรมแก่ประชาชนในพื้นที่เพื่อสร้างการตระหนักถึงปัญหาไฟป่าและหมอกควันและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนต่อไป

กรมชลฯ เดินหน้าจ้างงานทั่วประเทศ ยอดทะลุ 3.6 หมื่นคน ชวนเกษตรกรเข้าร่วม สร้างรายได้ช่วงแล้ง

0

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงความก้าวหน้าโครงการจ้างแรงงานชลประทาน เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในช่วงฤดูแล้งปี 2564/65 ว่า กรมชลประทาน ได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ด้วยการดำเนินโครงการจ้างแรงงานชลประทาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 เพื่อซ่อมแซม บำรุงรักษา ขุดลอก ปรับปรุงงานชลประทาน โครงการส่งเสริมการดำเนินงานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ก่อสร้างแหล่งน้ำ และระบบส่งน้ำเพื่อชุมชน/ชนบท แก้มลิง การจัดการคุณภาพน้ำ และโครงการป้องกันและบรรเทาภัยจากน้ำ เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ทดแทนจากการว่างเว้นการทำการเกษตร โดยในปี 2565 นี้ มีแผนจัดจ้างแรงงานทั้งสิ้น 75,000 คน วงเงินงบประมาณ 4,465 ล้านบาท ระยะเวลาการจ้างแรงงานอยู่ระหว่าง 1 – 10 เดือน วงเงินจ้างแรงงาน/คน จะอยู่ที่ประมาณ 8,700 – 87,000 บาท ปัจจุบันมีการจ้างแรงงานแล้ว 36,856 คน จังหวัดที่มีผลการจ้างแรงงานมากที่สุด 3 ลำดับ คือ จังหวัดเชียงใหม่ 2,732 คน จังหวัดกาฬสินธุ์ 2,025 คน และจังหวัดอุบลราชธานี 1,981 คน

ทั้งนี้ กรมชลประทาน ยังเปิดรับสมัครจ้างแรงงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ เกษตรกรหรือประชาชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการฯ สามารถติดต่อสอบถามหรือสมัครได้ที่โครงการชลประทานใกล้บ้าน หรือทางสายด่วนกรมชลประทาน 1460

ขายของได้ แต่ไม่มีเงินหมุน แก้ปัญหายังไงดี

0

“รู้ทันปากท้องกับตลาดหลักทรัพย์ฯ” แนะแนวทางแก้ปัญหา หากผู้ประกอบการ เจ้าของสินค้า สินค้าขายได้ แต่กลับเจอปัญหาไม่มีเงินหมุน เงินหมุนไม่คล่อง จะต้องทำยังไงดี

กูรูค้าขาย มีทางออก ให้ไปลองใช้ดูหลายวิธี ทำควบคู่กันไป

1.เจรจากับลูกค้า อาจจะลดเครดิตเทอม แลกกับเพิ่มกำไรให้เป็นส่วนลดให้ลูกค้า

2.ใช้เครื่องมือการเงินช่วย เป็นตัวหมุนในการทำสัญญา

3.ขายเชื่อ แต่เครดิตเทอมน้อยลง

4.ขายสด งดเชื่อ ในราคาที่ถูกลง

ทิพยประกันภัย ส่งเสริมความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางเพศ ในงานวันสตรีสากล

0

รายงานข่าว เปิดเผยว่า ดร.พลรัตน์ เอกโยคยะ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ คุณ จิณณวัตร สิริวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีนาริโอ จำกัด และหน่วยงานภาครัฐและภาคีเครือข่าย ร่วมงาน Asia-Pacific Regional Commemoration of International Women’s Day 2022 (IWD 2022) “Equality Today for a Sustainable Tomorrow” ซึ่งจัดโดย คณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก (ESCAP) และ องค์การเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ (UN Women) โดยมีวัตถุประสงค์ในการจัดงานเพื่อส่งเสริมความเสมอภาคทางเพศ ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals) เนื่องในวันสตรีสากล 8 มีนาคม 2565 ณ ห้องประชุม UN Conference Centre, ESCAP Hall, ถนนราชดำเนิน

โดย บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้มีนโยบายในการร่วมรณรงค์ส่งเสริมความเสมอภาคความเท่าเทียมระหว่างเพศ รณรงค์ต่อต้านและยุติความรุนแรงในทุกรูปแบบต่อผู้หญิง และกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQIA+) มาโดยตลอด เพื่อให้การอยู่รวมกันของทุกคนในสังคม เป็นไปอย่างมีความสุขและเกื้อกูลกัน ซึ่งจะส่งผลในภาพรวมที่จะทำให้เศรษฐกิจและสังคมสามารถพัฒนาไปได้อย่างยั่งยืน

JerHigh & Jinny เปิดตัว ‘Jinny More’ Grain Free รุกตลาดอาหารเม็ดสำหรับแมว

0

บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนลเพ็ทฟู้ด จำกัด ในเครือ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ผู้ผลิตและจำหน่ายอาหาร รวมถึงขนมสัตว์เลี้ยง แบรนด์ “JerHigh” (เจอร์ไฮ) ซึ่งประสบความสำเร็จในฐานะผู้นำด้านขนมสัตว์เลี้ยงอันดับ 1 ส่งออกจำหน่ายถึง 18 ประเทศทั่วโลก ต่อยอดแบรนด์ “Jinny” (จินนี่) เปิดตัวผลิตภัณฑ์อาหารเม็ดสำหรับแมว “Jinny More” (จินนี่ มอร์) ภายใต้แนวคิด “มากกว่าด้วยคุณประโยชน์ ที่มาพร้อมกับความอร่อย” สูตร Grain Free (เกรนฟรี) ปราศจากธัญพืช ถั่วเหลือง ข้าวโพด และข้าว ลดความเสี่ยงการเกิดอาการแพ้ และเป็นครั้งแรกในการนำ Probiotic (โพรไบโอติก) ช่วยส่งเสริมระบบการขับถ่าย ระบบภูมิคุ้มกัน และการดูดซึมอาหารได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งได้รับความนิยมในตลาดอาหารแมวทั้งไทยและต่างประเทศ ครั้งนี้บริษัทฯ วิจัยและพัฒนาสูตรร่วมกับสัตวแพทย์ ด้วยการนำเนื้อปลาทะเลและไก่ที่เป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพสูง พร้อมทั้งวัตถุดิบชั้นเลิศ อย่าง Superfood (ซูเปอร์ฟู้ด) วิตามินและแร่ธาตุ 27 ชนิด ที่จำเป็นต่อสุขภาพ ตลอดจนการควบคุมปริมาณโซเดียม ลดความเสี่ยงการเป็นโรคไต ที่สำคัญไม่มีผลพลอยได้จากสัตว์ อาทิ เล็บ ขน และกระดูก เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับทาสแมวที่รักและใส่ใจในสุขภาพของสัตว์เลี้ยงเหมือนคนในครอบครัว

นายกิติศักดิ์ ลิ้มอำไพ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนลเพ็ทฟู้ด จำกัด กล่าวว่า “Jinny More” คือผลิตภัณฑ์อาหารเม็ดสำหรับแมวใหม่ล่าสุด ภายใต้แบรนด์ Jinny สูตร Grain Free ซึ่งเป็นเกรดเดียวกับอาหารคน โดยคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพดี อุดมไปด้วยสารอาหารและแร่ธาตุสำคัญ จากโปรตีนคุณภาพสูง Superfood และ Probiotic ที่ให้คุณประโยชน์ครบถ้วน ไม่มีผลพลอยได้จากสัตว์ ได้มาตรฐาน AFFCO องค์กรที่กำหนดมาตรฐานโภชนาการสำหรับอาหารสัตว์เลี้ยงจากประเทศสหรัฐอเมริกา และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ตลอดกระบวนการผลิต

“สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้เทรนด์อาหารสุขภาพและปลอดภัยได้รับความนิยมอย่างมาก ไม่เพียงเฉพาะคนที่ต้องการอาหารที่ดีและมีประโยชน์เท่านั้น สัตว์เลี้ยงอย่างน้องแมวก็ต้องการความรักและการดูแลเอาใจใส่อย่างดีที่สุด ดังนั้น เราควรเลือกอาหารที่ดี มีคุณภาพ รสชาติอร่อย และมีความหลากหลายเพื่อให้สัตว์เลี้ยงเติบโตได้อย่างเหมาะสมตามธรรมชาติ ควบคู่กับการส่งเสริมสุขภาพด้านต่างๆ มากขึ้น” นายกิติศักดิ์ กล่าว

สำหรับ “Jinny More” มีให้เลือก 2 สูตร ได้แก่ 1. สูตรแมวโตเลี้ยงในบ้าน (Indoor) เป็นสูตรสำหรับแมวโตที่เลี้ยงในบ้าน ให้โปรตีนสูงถึง 33% ที่ช่วยให้น้องแมวมีสุขภาพดี ขนสวยเงางาม บำรุงระบบย่อยอาหาร ช่วยลดก้อนขนและกลิ่นมูล 2. สูตรลูกแมว (Healthy Kitten) ที่มีโปรตีนสูงถึง 35% เหมาะกับลูกแมววัยกำลังเจริญเติบโต มี DHA-EPA ซึ่งเป็นสารเดียวกับที่พบในน้ำนมแม่ รวมถึงวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อลูกแมว ช่วยเสริมสร้างการทํางานของระบบภูมิคุ้มกัน พัฒนาการทางสมองและสายตา บำรุงกระดูกและข้อต่อให้ลูกแมวแข็งแรง วางจำหน่ายแล้วที่ร้าน Pet shop และห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป หรือช่องทางออนไลน์ได้ที่ www.jerhighshop.com สามารถติดตามโปรโมชั่นพิเศษและข่าวสารต่างๆ ได้ที่ Facebook Fanpage : JinnyBackhome for food Official Page

AIS เปิดเวที JUMP Bootcamp ติดอาวุธดิจิทัลให้คนรุ่นใหม่

0

AIS โดย AIS Academy ศูนย์กลางนวัตกรรมการเรียนรู้และพัฒนาทักษะสำหรับธุรกิจ เดินหน้าภารกิจคิดเผื่อ เพื่อคนไทย ผ่านโครงการ “JUMP Bootcamp 2022” ชวนคนรุ่นใหม่ ที่มีไอเดียในระดับ
Pre-Seed มาฝึกฝนสร้างสรรค์นวัตกรรมในการแก้ไขปัญหาทางสังคม ผ่านหลักสูตร The Innovation and Technology Entrepreneurship เรียนฟรีตลอดทั้งโครงการพร้อมรับคำแนะนำจาก Mentor มากประสบการณ์จากหลากหลายอุตสาหกรรมทั้งในไทยและต่างประเทศ 
จากการพัฒนาขึ้นระหว่าง AIS และอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญจาก Stanford University ภายใต้ความร่วมมือในโครงการ Stanford Thailand Research Consortium เพื่อต่อยอดแนวทางการสนับสนุนการสร้างสรรค์นวัตกรรม และสานต่อหนึ่งในเจตนารมณ์ของภารกิจ ที่จะสานฝัน สตาร์ทอัพไทยแบบก้าวกระโดด ยกระดับสังคมไทยให้มีคุณภาพอย่างยั่งยืน สมัครได้ตั้งแต่วันนี้ – 20 มีนาคม 2565 เท่านั้น

โครงการ JUMP Bootcamp เปิดโอกาสให้ประชาชนบุคคลทั่วไปทั่วประเทศที่มีไอเดียตั้งต้นในระดับ Pre-seed พร้อม Prototype และสนใจ มาเรียนรู้ พัฒนาทักษะ เสริมขีดความสามารถความเป็นผู้ประกอบการ รวมถึงการสร้างนวัตกรรมจากผู้เชี่ยวชาญระดับแถวหน้าของวงการธุรกิจ และสตาร์ทอัพ อีกทั้งยังเป็นการช่วยให้ผู้ประกอบการที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจได้พัฒนาทักษะ ด้านสร้างนวัตกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถเข้าถึงองค์ความรู้ รวมถึงบุคลากรที่มากความสามารถระดับโลกได้อย่างสะดวกผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ จนทำให้สามารถพัฒนาธุรกิจนวัตกรรมของพวกเขาต่อไปอย่างก้าวกระโดดตามกระบวนการที่เป็นสากล

สำหรับผู้สนใจเข้าร่วมโครงการ JUMP Bootcamp 2022  สามารถสมัครเรียนได้ฟรี !!! ตลอดทั้งโครงการ  โดยการสมัครจะเป็นรูปแบบทีม ทีมละ 3 – 5 คน และต้องมีไอเดียที่อยู่ในขั้น PRE-SEED คือที่เพิ่งเริ่มพัฒนาผลิตภัณฑ์ กระบวนการ หรือธุรกิจของตัวเอง โดยต้องสามารถนำเสนอต้นแบบ (PROTOTYPE) หรือสามารถอธิบายถึงลักษณะเบื้องต้นของไอเดียสินค้า หรือบริการได้ โดยผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับคำแนะนำและปรึกษากับ Mentor มากประสบการณ์จากหลากหลายอุตสาหกรรมในไทยและต่างประเทศ  อีกทั้งทุกคนที่เข้าร่วมและอยู่จนจบโครงการจะได้รับ Certificate จาก Stanford Online และ Badge จาก AIS Academy นับว่าเป็นการเปิดโอกาสในการสร้างเครือข่ายกับบริษัทชั้นนำของประเทศและเพื่อนร่วมธุรกิจ ในท้ายที่สุดคือการได้ลงมือสร้างไอเดียธุรกิจของคุณให้เกิดขึ้นจริงอย่างมีประสิทธิภาพ ตามกระบวนการที่สตาร์ทอัพระดับโลกใช้กัน

โดย AIS Academy ยังคงเดินหน้าสานต่อภารกิจคิดเผื่อ เพื่อคนไทย JUMP THAILAND ที่อยากส่งต่อองค์ความรู้ทางด้านดิจิทัลเทคโนโลยีและนวัตกรรมสู่สังคม เปิดโอกาสเรื่องการศึกษาที่ให้คนไทยสามารถเข้าถึง Content ดี ๆ ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อนำพาประเทศไทยเดินหน้าสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน และเติบโตอย่างก้าวกระโดด พัฒนาไปพร้อมกันกับ JUMP Bootcamp 2022 

ผู้สนใจเข้าร่วมฟรีสมัครได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 20 มีนาคม 2565 ผ่านทาง https://www.jumpthailand.earth/jumpbootcamp ติดตามความเคลื่อนไหวของโครงการ JUMP Bootcamp 2022 ได้บน Facebook page: Jump Thailand

นักวิชาการชี้ เนื้อไก่ สุดยอดโปรตีน สร้างร่างกายแข็งแรง เสริมภูมิคุ้มกัน

0

รศ.ดร.กิติพงศ์ อัศตรกุล ภาควิชาเทคโนโลยีทางอาหาร คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า สุขภาพที่ดีต้องเริ่มจากการรับประทานอาหารอย่างเหมาะสมทั้งปริมาณและคุณภาพ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ในขณะเดียวกันต้องดูแลสภาพจิตใจควบคู่ไปด้วยกัน เพื่อให้แข็งแรงทั้งกายและใจ มีภูมิคุ้มกันในการต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆ เมื่อพูดถึงโภชนาการอาหารที่ดี โปรตีน เป็นสารอาหารหลักที่สำคัญต่อร่างกายของคนที่ขาดไม่ได้

รศ.ดร.กิติพงศ์ อัศตรกุล

โปรตีนประกอบด้วยหน่วยย่อยที่เรียกว่า “กรดอะมิโน” ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ กรดอะมิโนจำเป็น หรือ essential amino acid (กรดอะมิโนที่ร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์ได้เองและต้องได้รับจากการบริโภคอาหาร) และกรดอะมิโนไม่จำเป็น หรือ non essential amino acid (กรดอะมิโนที่ร่างกายสามารถสังเคราะห์ได้เอง) ซึ่งโปรตีนเป็นสารที่สำคัญต่อร่างกายเนื่องจากเป็นองค์ประกอบของเซลล์ เนื้อเยื่อ และกล้ามเนื้อต่างๆ เช่น เป็นองค์ประกอบของเอนไซม์ซึ่งช่วยให้กิจกรรมต่างๆ ของร่างกายดำเนินได้อย่างปกติ เช่น เอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการย่อย รวมถึงเป็นส่วนประกอบของเส้นผมและผิวหนัง เป็นต้น

รศ.ดร.กิติพงศ์ อัศตรกุล ระบุว่า อีกบทบาทสำคัญของโปรตีนที่น่าสนใจ คือการสร้างเซลล์ภูมิคุ้มกันและสารภูมิคุ้มกันต่างๆ ที่ช่วยป้องกันเชื้อโรคจากสิ่งแวดล้อมเข้าสู่ร่างกาย ดังนั้น หากบริโภคโปรตีนในปริมาณที่ไม่เพียงพออาจส่งผลต่อระบบภูมิคุมกัน อย่างไรก็ดี การบริโภคเนื้อสัตว์ที่เป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญอาจเพิ่มการบริโภคไขมันหรือคอเลสเตอรอสด้วย ซึ่งหากร่างกายรับในปริมาณที่มากเกินไปอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพ ผู้บริโภคจึงควรเลือกรับประทานแหล่งอาหารโปรตีนอย่างเหมาะสม

แหล่งโปรตีนที่สำคัญที่คนไทยมักนึกถึง คือ เนื้อไก่ จัดเป็นอาหารที่อุดมด้วยโปรตีนคุณภาพดีหรือโปรตีนชนิดสมบูรณ์ที่มีกรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วนทั้ง 9 ชนิด (Histidine, Isoleucine, Leucine, Lysine, Methionine, Phenylalanine, Threonine, Tryptophan และ Valine) โดยทั่วไปเนื้อไก่ 100 กรัม ประกอบด้วยโปรตีนประมาณ 20-30 กรัม และไขมันประมาณ 3-10 กรัม ขึ้นอยู่กับแต่ละส่วนของเนื้อไก่ ส่วนอกไก่อาจมีปริมาณโปรตีนสูงถึง 30 กรัม นอกจากนี้ เนื้อไก่ยังประกอบด้วยเกลือแร่และวิตามินต่างๆ เช่น โซเดียม โพแทสเซียม แมกนีเซียม เหล็ก สังกะสี วิตามินบี 1 และวิตามินบี 6 เป็นต้น ซึ่งเกลือแร่และวิตามินเหล่านี้มีความสำคัญต่อการรักษาสมดุลของระบบต่างๆ ในร่างกาย

รศ.ดร.กิติพงศ์ อัศตรกุล แนะนำบริโภคเนื้อไก่อย่างปลอดภัย และมั่นใจ ควรเลือกซื้อจากแหล่งผลิตที่น่าเชื่อถือ โดยเฉพาะร้านค้าหรือผู้ผลิตที่มีมาตรฐานการผลิตที่ถูกสุขลักษณะ ที่สำคัญต้องบริโภคเนื้อไก่ที่ปรุงสุกแล้ว หรือผ่านความร้อนอุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 70 องศาเซลเซียส เป็นเวลาอย่างน้อย 5 นาที เพื่อหลีกเลี่ยงจุลินทรีย์ก่อโรค เช่น แซลโมเนลล่า (Salmonella spp.) เป็นแบคทีเรียที่สามารถก่อให้เกิดโรคอาหารเป็นพิษ ทำให้มีอาการท้องร่วงหรือการติดเชื้อในลำไส้ และหากอาหารที่ปรุงสุกแต่ทิ้งไว้นานเกิน 3 ชั่วโมง ควรนำอาหารนั้นไปอุ่นให้ร้อนอีกครั้งก่อนรับประทาน นอกจากนี้ ต้องให้ความสำคัญเรื่องสุขลักษณะที่ดีในการปรุงอาหาร เช่น การล้างทำความสะอาดอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในการเตรียมอาหาร การเลือกวัตถุดิบที่สะอาดได้มาตรฐาน และการล้างมือสม่ำเสมอ ซึ่งสุขลักษณะในการเตรียมและการปรุงอาหารที่ดีเป็นส่วนสำคัญในการบริโภคอาหารอย่างปลอดภัย ห่างไกลโรค

ไทยยูเนี่ยน เปิดรับสมัครคนรุ่นใหม่เข้าโครงการ Management Associate 2022 สู่โอกาสเรียนรู้ธุรกิจอาหารโลก

0

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดรับสมัครคนรุ่นใหม่ไฟแรงเข้าร่วมทีมธุรกิจอาหารทะเลระดับโลก โครงการ Management Associate 2022 มีระยะเวลา 3 ปี เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนธุรกิจอาหารทะเลระดับโลก จากทีมงานผ้บริหารในสายงานต่างๆ ของบริษัท ได้แก่ ฝ่ายขายและการตลาด ฝ่ายการผลิต ฝ่ายดิจิทัลและเทคโนโลยี และฝ่ายทรัพยากรบุคคล โดยผู้ที่สนใจจะต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือปริญญาโท มีประสบการณ์ทำงาน 0-3 ปี และสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้ ระดับที่ดี

นายคูลชาน ซิงห์ ประธานเจ้าหน้าที่ด้านทรัพยากรบุคคลกลุ่ม บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าว “ไทยยูเนี่ยนให้ความสำคัญในการพัฒนาคนมาโดยตลอด โครงการ Management Associate เริ่มต้นขึ้นในปี พ.ศ. 2557 โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะสร้างผู้บริหารรุ่นใหม่ขึ้นมาในองค์กร ผ่านการทำงานกับทีมผู้บริหารที่มากประสบการณ์ของเราในฝ่ายต่างๆ และด้วยธุรกิจของไทยยูเนี่ยนที่มีอยู่ทั่วโลก ทำให้ผู้ที่เข้าร่วมโครงการมีโอกาสได้สัมผัสการทำงานกับหน่วยงานของไทยยูเนี่ยนในประเทศต่างๆ เปิดประสบการณ์การทำงานกับบริษัทระดับโลกอย่างแท้จริง”

นางสาวอภิษฎา กิติเฉลิมเกียรติ ผู้เข้าร่วมโครงการในปีที่ผ่านมากล่าวว่า “โครงการ Management Associate ของไทยยูเนี่ยนทำให้เราได้สัมผัสกับทุกแง่มุมธุรกิจ ตั้งแต่สายการผลิต, ศูนย์นวัตกรรม รวมไปถึงฝ่ายขายและการตลาด ได้เห็นมุมมองธุรกิจของบริษัทไทยยูเนี่ยนผ่านการทำงานจริง โดยเรียนรู้งานกับผู้บริหารระดับสูงขององค์กร เพื่อเพิ่มศักยภาพ และความสามารถในทุกด้าน เหมาะกับคนที่สนใจพัฒนาตนเองเพื่อเติบโต และก้าวเป็นผู้นำรุ่นใหม่ในองค์กร”

นายพงศ์พณิช เอกวิสิฐ ผู้เข้าร่วมโครงการในปีที่ผ่านมากล่าวว่า กล่าวว่า “MA เป็นโปรแกรม fast track ที่สามารถเค้นและดึงศักยภาพที่อยู่ภายในตัวออกมาผ่านการทำโปรเจ็คจริงๆ ที่มีความต้องการจากภาคธุรกิจ ซึ่งโครงการนี้มอบโอกาศให้เราได้เรียนรู้ และเข้าใจในมุมมองหลายๆ ด้านของธุรกิจผ่านการทำงานจริงในแผนกต่างๆ และยิ่งไปกว่านั้นโครงการนี้ยังมอบโอกาสในการทำงานอย่างใกล้ชิดกับผู้บริหาร ได้รับมอบหมายงานที่ต้องมีความรับผิดชอบสูงและสามารถสร้างประโยชน์ได้จริงทางธุรกิจ พร้อมทั้งยังสามารถเสนอแนวคิดหรือสิ่งใหม่ๆ ได้ตลอดเวลา”

คนรุ่นใหม่ที่สนใจเข้าร่วมโครงการ สามารถสมัครได้ที่ https://lnkd.in/gqeN6E6U ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึง 31มีนาคม โดยจะมีขั้นตอนการคัดเลือกในเดือนเมษายนและพฤษภาคม และพร้อมเริ่มงานในเดือนกรกฎาคม 2565

OR จับมือ บลูบิค ดัน 3 บิ้กโครงการดิจิทัล เดินหน้าสู่ผู้นำ Digital Mobility & Lifestyle

0

รายงานข่าว เปิดเผยว่า ออร์บิท ดิจิทัล (Orbit Digital) บริษัทร่วมทุนระหว่าง บริษัท มอดูลัส เวนเจอร์ จำกัด ที่ถือหุ้น 100% โดย บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR กับ บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BBIK ที่ปรึกษาชั้นนำด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน โดย OR มีสัดส่วนการถือหุ้น ร้อยละ 40 และ BBIK ร้อยละ 60 เผยแผนผลักดันให้ OR ก้าวสู่การเป็นผู้นำ Digital Mobility & Lifestyle ผ่าน 3 โครงการดิจิทัลขนาดใหญ่ เพื่อพัฒนาดิจิทัลแพลตฟอร์มสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มจากข้อมูล หวังสร้างรายได้และการเติบโตแบบไร้ขีดจำกัด

นายปกรณ์ เจียมสกุลทิพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออร์บิท ดิจิทัล จำกัด ระบุว่า บริษัทได้วางแผนการดำเนินงานเพื่อสนับสนุนโครงการด้านดิจิทัลของ OR โดยแบ่งแนวทางการทำงานออกเป็น 3 ระยะ ซึ่งประกอบด้วย ระยะที่ 1 การจัดตั้งและพัฒนาทีมงาน ระยะที่ 2 การพัฒนาดิจิทัลแพลตฟอร์มและเซอร์วิสต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และระยะที่ 3 การทำ Data Monetization โดยในปี 2565 ออร์บิท ดิจิทัล มีแผนพัฒนา 3 โครงการสำคัญ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปีนี้ และสามารถเริ่มใช้งานระบบทั้งหมดได้อย่างเป็นรูปธรรมในปีหน้า โดยรายละเอียดโครงการดังกล่าวมีดังนี้ 

1.โครงการพัฒนาและปรับปรุงระบบ Loyalty Management System การพัฒนาและปรับปรุงระบบสมาชิกสำหรับลูกค้าของ OR ไม่ว่าจะเป็นสมาชิก Blue Card และสมาชิกของพันธมิตรธุรกิจ ให้สามารถเชื่อมต่อและนำข้อมูลมาใช้ให้เกิดประโยชน์ร่วมกันอย่างสูงสุด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งมอบประสบการณ์ด้านดิจิทัลให้กับลูกค้า ให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ จาก OR ได้อย่างสะดวกสบายและรวดเร็วมากขึ้น รวมทั้งช่วยให้ลูกค้าสามารถตรวจสอบคะแนนสะสมและทำการแลกคะแนนหรือของรางวัลได้อย่างรวดเร็วมากขึ้นกว่าเดิม OR และ ออร์บิท ดิจิทัลตั้งเป้าให้การพัฒนาและปรับปรุงระบบในครั้งนี้เป็นการเพิ่มขีดความสามารถด้านการบริการผ่านระบบสารสนเทศ และเพื่อให้ระบบสามารถรองรับการเชื่อมต่อกับระบบใหม่ๆ กับพันธมิตรธุรกิจที่จะเกิดขึ้นในอนาคต รวมทั้งสามารถรองรับความต้องการของลูกค้าและสมาชิก Blue Card ได้อย่างรวดเร็วและถูกต้องมากยิ่งขึ้น และสามารถรองรับปริมาณธุรกรรมและจำนวนสมาชิก Blue Card ที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคตเนื่องจากไลฟ์สไตล์ของลูกค้ากำลังเปลี่ยนไปอีกด้วย 

2.โครงการพัฒนา All in one Application การพัฒนาดิจิทัลแพลตฟอร์มเพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ด้วยแนวคิดที่รวมทุกไลฟ์สไตล์ไว้ในแอปฯ เดียว ถือเป็น One Stop Solutions ที่จะเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันและช่วยให้ชีวิตผู้ใช้งาน ง่ายและสะดวกสบายขึ้น รวมทั้งสร้างประสบการณ์ได้อย่าง Personalization โดยแอปพลิเคชันนี้จะรวบรวมและเชื่อมต่อกับพันธมิตรในปัจจุบันและอนาคตของ OR ถือเป็นการสร้าง Synergy และเติบโตไปพร้อมๆ กัน

3.โครงการเชื่อมต่อระบบต่าง ๆ ระหว่าง OR และพันธมิตรธุรกิจบนดิจิทัลแพลตฟอร์ม เชื่อมต่อระบบดิจิทัลแพลตฟอร์มของธุรกิจ OR และพันธมิตรโดยการผนวกสินค้าและบริการ รวมถึงระบบงานแบ็คออฟฟิศให้เข้าไปอยู่ภายใต้ OR Digital Platform อาทิ EV Station App ที่สามารถอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้บริการตั้งแต่การวางแผนการเดินทาง แสดงตำแหน่งของสถานีชาร์จไฟฟ้า การจองคิวชาร์จล่วงหน้า รวมถึงระบบการชำระเงินออนไลน์ และ LINE  Official Account เพื่อสร้างประสบการการณ์ในการเข้ามาใช้บริการแบบไร้รอยต่อให้กับลูกค้า และต่อยอดทางธุรกิจให้กับ OR และพันธมิตรเพิ่มมากขึ้น 

โดยในส่วนของการทำ Data Monetization ออร์บิท ดิจิทัลคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในปี 2568 โดยจะมีการสร้าง Business Model ขึ้นมาใหม่ระหว่าง ออร์บิท ดิจิทัลและ OR  เพื่อรองรับการสร้างรายได้ในระยะยาวจากการทำ Data Monetization ภายใต้กรอบการดำเนินงานในระยะที่ 3 นี้ ออร์บิท ดิจิทัลยังคงเป็นผู้พัฒนาและดูแลโครงการใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นบนระบบดิจิทัลแพลตฟอร์มในอนาคตให้กับ OR เพื่อรองรับแผนการดำเนินงานของ OR  ภายใต้วิสัยทัศน์ “Empowering All Toward Inclusive Growth” ที่ต้องการสร้างโอกาสทุกการเติบโตร่วมกันอีกด้วย

และยังเตรียมขยายทีมงานคนรุ่นใหม่สายไอทีเพื่อเร่งเสริมขีดความสามารถด้านดิจิทัลให้กับ OR  ซึ่งคาดว่าจะมีบุคลากรรวมกว่า 100 ตำแหน่ง โดยปัจจุบันยังมีการสรรหาบุคลากรที่มีความสามารถด้านเทคโนโลยีทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นนิสิต นักศึกษาจบใหม่ กลุ่มคนทำงาน หรือผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขา โดยสาขาที่เปิดรับจะมีตั้งแต่สายงานพัฒนา อาทิ Software Engineer, Business Analyst, UX/UI Designer, Technical Lead, Software Tester, IT Project Manager, System Analyst, Solution Architect, และ Infrastructure Engineer สายงาน Digital Product Management อาทิ Product Manager, Product Owner, และ Product Strategist

นางสาวราชสุดา รังสิยากูล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการโครงการ Orion และกรรมการ บริษัท มอดูลัส เวนเจอร์ จำกัด กล่าวว่า ออร์บิท ดิจิทัล จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนา และบริหารจัดการดิจิทัลแพลตฟอร์มของ OR ให้มีความทันสมัย มีประสิทธิภาพสูง เพื่อให้ OR สามารถก้าวไปสู่จุดหมายของการเป็นผู้นำด้าน Digital Mobility & Lifestyle และมี Digital Platform ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในอนาคตได้อย่างยั่งยืน ซึ่งภายในปี 2565 จะมีการเปิดตัว Digital Platform ที่จะเป็นการเชื่อมต่อผู้บริโภค และบริการต่างๆของ OR และพันธมิตร ภายใน 1 แอปพลิเคชัน (All in 1 Application) โดยจะเน้นการร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อพัฒนา Feature ที่หลากหลายทั้งในฝั่งของ Mobility และ Lifestyle ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกและตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวันของลูกค้าในทุกรูปแบบควบคู่ไปกับการเติบโตร่วมกับพันธมิตร

นายวิศน สุนทราจารย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่กลยุทธ์องค์กร นวัตกรรมและความยั่งยืน OR  กล่าวว่า การมี Digital Capabilities และ Digital Asset เป็นสิ่งสำคัญมากในการขับเคลื่อนองค์กร ออร์บิท ดิจิทัล จึงเป็นฟันเฟืองสำคัญสำหรับ OR ในการยกระดับขีดความสามารถด้านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมถึง Digital Platform เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้แก่ผู้บริโภค รวมทั้งต่อยอดทางธุรกิจด้วยนวัตกรรมดิจิทัล ผ่านพันธกิจ 3 ประการ คือ การสร้างสรรค์เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน การใช้ข้อมูลเพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างธุรกิจใหม่ และการบ่มเพาะองค์ความรู้และสร้างบุคลากรด้านนวัตกรรมจากภายในองค์กร

การผลักดันโครงการต่าง ๆ ของ OR ผ่าน ออร์บิท ดิจิทัล จะเป็นการร่วมใช้ความเชี่ยวชาญของทั้ง OR ในด้านธุรกิจ และ ความเชี่ยวชาญของ BBIK ในด้านกลยุทธ์ และนวัตกรรมดิจิทัล เพื่อร่วมกันสร้าง Digital Platform ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคอย่างไร้ขีดจำกัด