Home Blog Page 322

AIS จับมือ ไวซ์ไซท์ เชิดชูคนอีสปอร์ต จัดงาน Thailand Zocial AIS Gaming Awards ต่อเนื่อง

0

AIS เดินหน้าตอกย้ำการเป็นผู้นำเพื่อส่งเสริมวงการอีสปอร์ตไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งการ
วางโครงสร้างดิจิทัลพื้นฐาน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการเชื่อมต่อและเล่นเกมอีสปอร์ต พร้อมเป็นสื่อกลางในการสนับสนุนให้วงการอีสปอร์ตไทยมีเวทีในการแข่งขัน ซึ่งจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมาพบว่ามี
เหล่าเกมเมอร์เข้ามาสร้างคอนเทนต์อย่างหลากหลาย โดยเฉพาะในปี 2021 พบว่าประเทศไทยมีผู้เล่นเกมมากถึง 32 ล้านคน เพื่อเป็นขานรับกระแสของอุตสาหกรรมดังกล่าวที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดและเน้นย้ำถึงการเดินหน้า
สนับสนุนอีสปอร์ต อีโคซิสเต็ม ล่าสุดได้ร่วมมือกับ ไวซ์ไซท์ ผู้ให้บริการด้านการวิเคราะห์ข้อมูลโซเชียลอันดับ 1 ในประเทศไทย ประกาศรางวัล Thailand Zocial AIS Gaming Awards ครั้งที่ 2 เพื่อร่วมกันเชิดชู และสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ที่ทำผลงานบนโซเชียลมีเดียยอดเยี่ยมในด้านเกมและอีสปอร์ตตลอดปีที่ผ่านมา โดยความพิเศษในครั้งนี้ถือเป็นงานประกาศรางวัลของวงการเกมและอีสปอร์ตที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทยที่รวบรวมเหล่าผู้ที่สร้างสรรค์ผลงานยอดเยี่ยมในวงการเกมและอีสปอร์ตไว้มากที่สุดซึ่งถือเป็นฟันเฟืองที่สำคัญในการสร้างอุตสาหกรรมอีสปอร์ตไทยให้เป็นที่ยอมรับทั้งในระดับประเทศและระดับสากล 

นางสาวรุ่งทิพย์ จารุศิริพิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการพันธมิตรธุรกิจด้านบันเทิงและคอนเทนต์ AIS กล่าวว่า “AIS เห็นโอกาสการเติบโตของอีสปอร์ตในประเทศไทย จึงเดินหน้าพัฒนาอีสปอร์ต อีโคซิสเต็มมาอย่างต่อเนื่อง ผ่านการพัฒนาตั้งแต่ระดับบุคลากร โครงข่ายสัญญาณไปจนถึงการเป็นแกนกลางในการสร้าง
คอมมูนิตี้ให้กับกลุ่มเกมเมอร์ได้มีพื้นที่ในการฝึกฝนทักษะเพิ่มขีดความสามารถ ทั้งการจัดทัวร์นาเม้นต์ การแข่งขันในรายการต่างๆ การสร้างคอมมูนิตี้ฮับอีสปอร์ตแห่งแรกในอาเซียนอย่าง AIS eSports STUDIO รวมทั้งการทำงานร่วมกับไวซ์ไซท์เพื่อสร้างมาตรฐานด้านการสื่อสารของวงการอีสปอร์ตในโซเชียลมีเดียซึ่งวันนี้เหล่า
เกมเมอร์ไม่ได้เป็นเพียงผู้แข่งขันหรือนักกีฬาเท่านั้น แต่ยังเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์ที่สร้างคอมมูนิตี้และส่งต่อแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่มากไปกว่านั้นยังถือเป็นฟันเฟืองในการพัฒนาประเทศสู่สังคมเศรษฐกิจดิจิทัลผ่านอุตสาหกรรมอีสปอร์ตอีกด้วย

AIS จึงได้ร่วมกับบริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) จำกัด จัดงาน Thailand Zocial AIS Gaming Awards ตั้งแต่เมื่อปี 2020 ที่ผ่านมา ประกาศรางวัลโซเชียลให้กับวงการอีสปอร์ตในสาขาต่างๆ ในประเทศไทย เพื่อร่วมกันยกย่องให้กับนักกีฬาอีสปอร์ตและผู้ที่เกี่ยวข้องที่ทำผลงานได้ดีมีแรงบันดาลใจในการสร้างผลงานรวมทั้งเป็นแรงจูงใจให้กับนักกีฬาหน้าใหม่ได้พัฒนาตัวเองซึ่งทั้งหมดถือเป็นการขับเคลื่อนที่สำคัญในการสร้างอีโคซิสเต็มในอุตสาหกรรมอีสปอร์ตไทยให้เกิดความมั่นคง”

นายกล้า ตั้งสุวรรณ  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เราตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้ทำงานร่วมกับ AIS โดยที่ผ่านมาทางไวซ์ไซท์ได้พัฒนา GAMING METRIC ขึ้นมาเพื่อวัดประสิทธิภาพบนโซเชียลมีเดียในด้านเกมและอีสปอร์ต เพื่อร่วมกันเชิดชูนักกีฬาตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้องในการ
เข้ามาสร้างมาตรฐานใหม่และยกระดับอีโคซิสเต็มของอุตสาหกรรมนี้ให้เกิดความสร้างสรรค์ มีผลงานเชิงประจักษ์ที่ยอดเยี่ยมและได้รับการยอมรับทั้งในระดับประเทศและระดับสากล”

สำหรับ Thailand Zocial AIS Gaming Awards 2021 ถือเป็นหนึ่งงานที่สำคัญในวงการอีสปอร์ตไทยเพราะจะประกาศรางวัลเพื่อยกย่องนักกีฬากลุ่มนี้ที่ทำผลงานได้ดีและเป็นที่ยอมรับจากนักกีฬาในวงการเดียวกันรวมถึงชาวโซเชียล ซึ่งเกณฑ์การตัดสินนั้น ทาง ไวซ์ไซท์ ได้ยึดเกณฑ์หลัก 2 ด้านที่สำคัญคือ 1.Brand Metric หรือ ความนิยมของเกมต่างๆ บนโซเชียลมีเดียโดยเก็บข้อมูลจากทั้งหมด 4 ช่องทาง ได้แก่ Facebook, Instagram, Twitter, YouTube และ 2.Influencer Metric วัดความสามารถของเหล่าเกมครีเอเตอร์ เกมแคสเตอร์ นักกีฬา e-sport โดยเก็บข้อมูลจากทั้งหมด 5 ช่องทาง ได้แก่ Facebook, Instagram, Twitter, YouTube และ Twitch ผ่านการวัดผลทั้งหมด 7 ด้าน ดังนี้

  1. วัดปริมาณกลุ่มเป้าหมาย และผู้ติดตาม (Fans Base)
  2. วัดความสามารถในการโน้มน้าว (Intention) 
  3. วัดระดับการแนะนำเนื้อหาให้กับเพื่อนหรือคนรู้จัก (Recommendation)
  4. วัดประสิทธิภาพ หรือความสนใจต่อเนื้อหา (Interaction)
  5. วัดระดับความสนใจของผู้ติดตามที่มีต่อเนื้อหา (View)
  6. วัดระดับการ กระจายเนื้อหาผ่านปริมาณการแชร์บนโซเชียลมีเดีย (Share)
  7. วัดปริมาณการพูดถึงผลงานของเกมครีเอเตอร์ เกมแคสเตอร์ นักกีฬา e-sport เกมต่างๆ จากโซเชียลมีเดีย (Social Voice) 

ทั้งนี้การประกาศรางวัลยังได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญในวงการอีสปอร์ต และโซเชียลมีเดีย เช่น คุณกฤษฎา สุโขวัฒนกิจ จาก Compgamer.com , คุณสโรจ เลาหศิริ จาก Bluebik Group , คุณสักกพล สวาคฆพรรณ NEX Studio และ คุณกิติวุฒิ พิมพาหุ อุปนายกสมาคมกีฬาอีสปอร์ตแห่งประเทศไทย เป็นต้น เป็นคณะที่ปรึกษาพิจารณาผลรางวัล ซึ่งการมอบรางวัลในครั้งนี้มี จำนวน 32 รางวัล โดยแบ่งเป็น 6 กลุ่มรางวัล ได้แก่

1.The Most Popular Game Publisher จำนวน 13 รางวัล 

2.The Most Popular Game Creator จำนวน 2 รางวัล 

3.The Most Popular E-Sport Player And E-Sport Club จำนวน 9 รางวัล 

4.The Most Popular Game Creator by Platform จำนวน 2 รางวัล   

5.The Most Popular Game Devices & Gadget จำนวน 5 รางวัล 

6.Special Award จำนวน 1 รางวัล 

“การประกาศรางวัลดังกล่าว ถือเป็นอีกโอกาสในการสร้างมาตรฐานใหม่ในวงการอีสปอร์ตไทย อาทิ การพัฒนาเป็นอาชีพ เช่น ดิจิทัลคอนเทนท์ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้เยาวชนไทยและเหล่าเกมเมอร์มีพื้นที่สร้างสรรค์ ฝึกฝนทักษะและแสดงความสามารถด้านอีสปอร์ต อันจะนำไปสู่ใบเบิกทางสู่การเป็นนักกีฬา อีสปอร์ตอาชีพที่สามารถสร้างได้ทั้งชื่อเสียงและรายได้ให้กับตนเองที่ในวันนี้ได้รับการยอมรับไปแล้วในระดับสากล มากไปกว่านั้นวันนี้อีสปอร์ตยังเป็นอีกฟันเฟืองที่สำคัญในการร่วมขับเคลื่อนและผลักดันเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน ” นางสาวรุ่งทิพย์ กล่าว ทิ้งท้าย

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลการประกาศรางวัล Thailand Zocial AIS Gaming Awards 2021 ได้ที่ https://www.ais.th/game/gameawards/ 

รู้เก็บรู้ออม : โอกาสดีสร้างได้…ที่งาน Money Expo

0

การส่งเสริม และสนับสนุนด้านการให้ความรู้เรื่องการออมและการลงทุนให้แก่ประชาชน ถือเป็นอีกบทบาทและหน้าที่สำคัญของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ดังนั้น เมื่อมีการจัดอีเวนต์เกี่ยวกับเรื่องการเงิน การลงทุนแล้ว ตลาดหลักทรัพย์ฯ มักจะไม่พลาดที่จะมีส่วนร่วม เพื่อปฏิบัติภารกิจสำคัญนี้

วันนี้ “คุณนายพารวย” อยากเชิญชวนนักลงทุนและผู้สนใจ แวะมาเยี่ยมชมบูธของตลาดหลักทรัพย์ฯในงานมหกรรมการเงิน Money Expo 2022 ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 12–15 เดือนพฤษภาคม 65 ที่ชาแลนเจอร์ฮอลล์ 2–3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

งานนี้ตลาดหลักทรัพย์ฯยกทัพความรู้ ตลอดจนเครื่องมือต่างๆมาให้บริการนักลงทุนและผู้สนใจทั่วไปกันแบบจุใจ รับรองว่าผู้ร่วมงานจะต้องได้รับเนื้อหาสาระที่เป็นประโยชน์ ตรงกับความต้องการ ติดไม้ติดมือกลับไปด้วยแน่นอน

ธีมสำคัญของบูธตลาดหลักทรัพย์ฯ ปีนี้ คือ “#investnow ลงทุนวันนี้ โอกาสดีสร้างได้” โดยสำหรับพาร์ตของการลงทุน ผู้ลงทุนสามารถเปิดบัญชีลงทุน จะลงทุนหุ้น หรือกองทุน ได้หมด ทางออนไลน์ แบบง่าย สะดวก และรวดเร็วกันได้เลย

นอกจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯยังขนเอาบรรดาเครื่องมือเพิ่มความรู้ทางการเงินการลงทุนมาให้ผู้ร่วมงานได้ทดลองใช้ ไม่ว่าจะเป็นแอปพลิเคชันบริหารจัดการการเงิน Happy Money App เพื่อสร้างเงินออมและตรวจสุขภาพทางการเงินของตัวเอง, แบบทดสอบความรู้ด้านการเงิน SET Fin Quizz เพื่อจะได้ทราบถึงระดับความรู้และบริการที่ตรงกับความต้องการของตัวเอง

และ SET e-Learning คอร์สเรียนฟรีออนไลน์ที่อัดแน่นความรู้แบบเน้นๆ พร้อมผู้สอนที่มีชื่อเสียงและคุณวุฒิ แถมเรียนครบจบยังมีประกาศนียบัตรให้อีกด้วย เพื่อช่วยเติมเต็มความรู้ให้ผู้เรียน และพัฒนาตัวเองให้เป็นนักลงทุนที่มีคุณภาพ

ส่วนพาร์ตของ “โอกาสดีสร้างได้” นักลงทุนยังจะได้พบเนื้อหาที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็น การทยอยออมหุ้น สร้างโอกาสทำเงินล้าน, ออมกองทุน ร้อยเดียวก็เริ่มได้, Point to Invest ล็อกเป้าบัตรเครดิตที่สามารถเปลี่ยนพอยต์ที่มี แลกเป็นกองทุนได้ ตลอดจนการเพิ่มโอกาสลงทุนในหุ้นต่างประเทศผ่านตลาดหลักทรัพย์ไทย

“คุณนายพารวย” เชื่อว่า ผู้ที่มาเยี่ยมชมบูธของตลาดหลักทรัพย์ฯ นอกจากจะได้รับความรู้กันแบบเต็มๆ แล้ว ที่สำคัญ คือ เราจะได้รู้จักตัวเอง มีเป้าหมายทางการเงินที่ชัดเจนขึ้น สามารถวางแผนการออมและลงทุนให้ตรงกับเป้าหมายที่วางไว้ รวมทั้งยังช่วยสร้างแรงบันดาลใจที่จะมุ่งเดินหน้าทำให้เป้าหมายเป็นจริงได้

ฉะนั้นแล้ว อย่าพลาดโอกาสดีๆครั้งนี้ แล้วไปพบกันที่บูธ K6 ตลาดหลักทรัพย์ฯได้ ตั้งแต่เวลา 10.00–20.00 น. วันที่ 12–15 พฤษภาคม 65 ที่ชาแลนเจอร์ฮอลล์ 2–3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.setinvestnow.com

คุณนายพารวย

ที่มา คอลัมน์รู้เก็บรู้ออมรู้ใช้รู้ลงทุน..สู่ความมั่งคั่ง หน้าเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ซีพีเอฟ โชว์ไตรมาส 1/65 ยอดขายโต 16% ราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้นตามต้นทุน

0

นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหารบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัทมีรายได้จากการขายจำนวน 138,887 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 16 เมื่อเทียบจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นรายได้จากการขายของกิจการประเทศไทยที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 13 และรายได้จากการขายของกิจการต่างประเทศเพิ่มขึ้นร้อยละ 18

สำหรับกำไรสุทธิ จำนวน 2,842 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 59 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักที่ทำให้กำไรลดลง มาจากราคาสุกรในประเทศเวียดนามและประเทศจีนอยู่ในระดับต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีระดับราคาสูงจากภาวะขาดแคลนสุกรจากโรคระบาด ประกอบกับราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์เพิ่มสูงขึ้นจากปีก่อน

นายประสิทธิ์ กล่าวว่า ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เป็นช่วงเวลาที่มีความท้าทายในการดำเนินธุรกิจค่อนข้างมาก จากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่มีผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคทั่วโลก และรูปแบบการดำเนินธุรกิจ นอกจากนั้น กรณีความขัดแย้งของประเทศรัสเซียและประเทศยูเครน ทำให้เกิดความท้าทายและความผันผวนทางเศรษฐกิจ อาทิ อัตราแลกเปลี่ยน การเพิ่มขึ้นของราคาพลังงาน และการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของราคาวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตอาหารสัตว์ตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ปัจจัยเหล่านี้ ส่งผลต่อต้นทุนในการดำเนินธุรกิจ

อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและมีแนวทางในการปรับเปลี่ยนรูปแบบของธุรกิจให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป รวมทั้งให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการการผลิต และการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้ต้นทุนของธุรกิจอยู่ในระดับที่สามารถแข่งขันได้

คาดว่า ผลการดำเนินงานจากนี้ไปจะมีแนวโน้มที่ดี จากการบริโภคที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง และสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เริ่มคลี่คลาย ประเทศไทยและหลายประเทศเริ่มผ่อนคลายการจำกัดการเดินทาง และแนวโน้มราคาเนื้อสัตว์ที่ปรับตัวสูงขึ้น จากภาวะการขาดแคลนเนื้อสัตว์ในบางประเทศ รวมถึงปริมาณการส่งออกไก่ของไทยที่เพิ่มขึ้น จึงมองว่าผลการดำเนินงานปีนี้จะดีกว่าปีที่ผ่านมา

ทิพยประกันภัย ผนึก สบาย เทคโนโลยี เปิดตัว 2 โทเคนใหม่

0

รายงานข่าว เปิดเผยว่า ดร.พลรัตน์ เอกโยคยะ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) และนายชูเกียรติ รุจนพรพจี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สบาย เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) ผนึกกำลังร่วมเปิดตัว 2 โทเคนใหม่ล่าสุด FIIT Token และ Speedkub ที่จะมาตอบโจทย์ชีวิตยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ รองรับทุกการใช้งาน ภายใต้คอนเซ็ปต์ “SABUYVERSE” จักรวาลธุรกิจในแบบสบาย

ทิพยประกันภัย ผู้นำด้านดิจิทัลประกันภัย มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาแพลตฟอร์มก้าวเข้าสู่ Digital Transformation ในทุกมิติของการประกันภัย รวมถึงมุ่งเน้นการเชื่อมต่อ “Business Ecosystem” เพื่อแลกเปลี่ยนสิทธิประโยชน์ระหว่างแบรนด์ ร้านค้า และพาร์ทเนอร์ต่างๆ บนโลกดิจิทัลไว้ด้วยกัน ทั้งนี้ทิพยประกันภัยเองก็มี “TIP Coin” ที่สามารถรองรับทุกการเชื่อมต่อด้านประกันภัยเพื่อเพิ่มโอกาสและการตอบโจทย์การใช้งานแก่ผู้บริโภค

พบกับนวัตกรรมแห่งโลกดิจิทัลล้ำสมัยจากทิพยประกันภัย และ สบาย ได้ที่งานมหกรรมการเงินกรุงเทพ ครั้งที่ 22 MONEY EXPO 2022 BANGKOK ระหว่างวันที่ 12-15 พฤษภาคม 2565 ณ ชาเลนเจอร์ 2-3 อิมแพค เมืองทองธานี

ทิพยประกันภัย โชว์แกร่ง ไตรมาสแรก กำไรพุ่ง 209.15%

0

ดร.สมพร สืบถวิลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TIPH และ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ TIP เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2565 ของ ทิพยประกันภัย ว่า TIP ยังสามารถสร้างการเติบโตได้ดี แม้ว่าในภาพรวมของอุตสาหกรรมประกันภัยในไทยจะยังคงได้รับผลกระทบจาก COVID-19 โดยมี กำไรสุทธิรวม 643 ล้านบาท กำไรสุทธิต่อหุ้น 1.07 บาท ในส่วนของรายได้ TIP มีเบี้ยประกันภัยรับรวม 8,092 ล้านบาท เพิ่มขึ้นสูงถึงร้อยละ 17.15 จากงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีการเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับในทุกประเภทผลิตภัณฑ์ ประกอบกับมีรายได้และกำไรจากเงินลงทุนรวม 174 ล้านบาท ส่งผลให้ TIP มีรายได้รวมทั้งหมดที่ 3,766 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.80 สูงกว่างวดเดียวกันของปีก่อน เป็นผลมาจากการดำเนินงานตามแผนธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการบริการที่ตรงต่อความต้องการของลูกค้า รวมถึงการยกระดับการให้บริการอย่างต่อเนื่อง

ในส่วนของงบการเงินรวมของบริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) มีกำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 1/2565 จำนวน 638 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิต่อหุ้นจำนวน 1.06 บาท โดย TIPH ได้รับเงินปันผลจากทิพยประกันภัยในอัตราหุ้นละ 1.50 บาท เรียบร้อยแล้วในเดือนเมษายน 2565 โดยที่บริษัทฯ จะพิจารณาการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นของ TIPH ตามความเหมาะสมและตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป

ทั้งนี้ในส่วนของ บริษัท อะมิตี้ อินชัวร์รันซ์ โบรคเกอร์ จำกัด หรือ Amity และบริษัท ดีพี เซอร์เวย์ แอนด์ลอว์ จำกัด หรือ DP Survey ซึ่งเป็นบริษัทย่อยภายใต้กลุ่มธุรกิจสนับสนุนประกันภัย (Insurance Supported Business) ของ TIPH นั้น บริษัทฯ จะสามารถรับรู้รายได้และกำไรของทั้งสองบริษัทเข้ามาได้ตั้งแต่ไตรมาส 2/2565 เป็นต้นไป โดยที่แผนธุรกิจในปี 2565 บริษัทฯ ตั้งเป้าให้ Amity พัฒนา Insurance Aggregator Platform สำหรับรวบรวมตัวแทนและนายหน้าขนาดกลางและขนาดเล็กทั่วประเทศไทย และในส่วนของ DP Survey จะพัฒนา Surveyor Platform เพื่อเป็นเครือข่าย Surveyor ให้ลูกค้าเข้าถึงบริการได้อย่างรวดเร็วและเป็นมาตรฐานเดียวกัน ทั้งนี้ บริษัทฯ มีเป้าหมายจะนำทั้งสองบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ภายใน 5 ปี

นอกจากนี้ สำหรับแผนการลงทุนของ TIPH ในช่วงที่เหลือของปี 2565 นั้น TIPH มีแผนลงทุนเพิ่มในบริษัทประกันวินาศภัย เพื่อนำใบอนุญาตการประกอบธุรกิจประกันภัย มารองรับการแยกหน่วยธุรกิจประกันภัยที่มีศักยภาพของบริษัทในกลุ่มออกเป็นบริษัทประกันภัยใหม่ (Spin-Off) อย่างน้อย 2 บริษัทในปีนี้ โดยจะเป็นบริษัทประกันวินาศภัยดิจิทัล 100% และบริษัทประกันภัยตะกาฟุล (Takaful) แห่งแรกของประเทศไทย รวมไปถึงการตั้งบริษัทด้านเทคโนโลยีสำหรับกลุ่มธุรกิจประกันภัย 100% หรือ Technology Company for Insurance Business เพื่อดูแลระบบสารสนเทศให้กับทุกๆบริษัทที่อยู่ในกลุ่ม อีกทั้งบริษัทฯ อยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ในการดำเนินธุรกิจประกันภัยในประเทศกัมพูชา ซึ่งน่าจะสำเร็จได้ภายในปีนี้

ทั้งนี้ ด้วยความพร้อมของบริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ทั้งในด้านของโครงสร้างธุรกิจที่มีความยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพ รวมทั้ง โครงสร้างกลุ่มผู้ถือหุ้นที่แข็งแกร่งและพร้อมสนับสนุนแผนการขยายธุรกิจในอนาคต ประกอบกับ บริษัทฯ มีแหล่งเงินทุนที่พร้อมรองรับแผนการลงทุนของบริษัทฯได้แล้วทั้งหมด ทั้งในส่วนของเงินปันผลจาก ทิพยประกันภัย และการสนับสนุนทางการเงินจากธนาคารพาณิชย์ชั้นนำในประเทศไทย นอกจากนี้ ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2565 ได้มีมติอนุมัติการออกและเสนอขายหุ้นกู้ในวงเงินไม่เกิน 2,000 ล้านบาท เพื่อรองรับการลงทุนตามแผนธุรกิจในปีนี้ด้วย ขณะที่ TIPH มีเป้าหมายที่จะลงทุนในธุรกิจที่มีกำไรเท่านั้น ดังนั้น บริษัทฯ จึงมั่นใจว่าจะสามารถรักษาอัตราการจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นในระดับที่ไม่ต่ำกว่าเดิม และสร้างผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นได้อย่างยั่งยืนในอนาคตได้

กรมชลฯ เฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง หลังระดับน้ำเขื่อนจีนสูงขึ้นต่อเนื่อง

0

ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ตามประกาศของกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ฉบับที่ 13/2565 เรื่อง “แจ้งเตือนระดับน้ำในแม่น้ำโขงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น” เนื่องจากระดับน้ำที่สถานีเขื่อนจิ่งหง ประเทศจีน เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 9 – 11 พฤษภาคม 2565 ระดับน้ำสูงขึ้นประมาณ 1.25 เมตร หรืออัตราการระบายน้ำสะสม 1,105 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เนื่องจากการระบายน้ำที่เพิ่มขึ้นและมีฝนตกบริเวณท้ายเขื่อน ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำโขงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในช่วงวันที่ 11 – 19 พฤษภาคม 2565

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ที่อาจมีผลกระทบต่อพื้นที่ทั้งในเขตชลประทานและนอกเขตชลประทาน จึงได้สั่งการไปยังสำนักงานชลประทานที่มีพื้นที่ติดแม่น้ำโขง (จังหวัดเชียงราย เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี) และสำนักเครื่องจักรกล ให้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์และแจ้งเตือนล่วงหน้าให้ประชาชนและเกษตรกรที่อาศัยอยู่บริเวณริมแม่น้ำโขงที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำในแม่น้ำโขงในช่วงเวลาดังกล่าวเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำ พร้อมปรับแผนบริหารจัดการน้ำและการระบายน้ำในพื้นที่ให้เหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์และระดับน้ำในแม่น้ำโขง รวมทั้งจัดเตรียมเครื่องจักรเครื่องมือ เพื่อบูรณาการความพร้อมให้ความช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนได้ทันที หากประชาชนหรือหน่วยงานใดต้องการความช่วยเหลือ สามารถร้องขอไปยังสำนักงานชลประทานในพื้นที่หรือโทร 1460 สายด่วนกรมชลประทาน

OR ปลื้ม คว้ารางวัล THAILAND TOP COMPANY AWARD 2022 ปีที่ 3

0

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ เกษม วัฒนชัย องคมนตรี เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลสุดยอดองค์กรธุรกิจไทย THAILAND TOP COMPANY AWARD 2022 แก่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ โดยมี นางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ เป็นผู้รับมอบ โดยได้รับรางวัลในประเภทอุตสาหกรรมค้าปลีกค้าส่ง ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3

จิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ โออาร์

ตอกย้ำความภูมิใจการเป็นผู้นำในตลาดค้าปลีกและค้าส่งสินค้าที่หลากหลาย ตั้งแต่น้ำมันเชื้อเพลิง ก๊าซหุงต้ม ผลิตภัณฑ์หล่อลื่น และบริการด้านพลังงานครบวงจร อีกทั้งยังมีร้านค้าปลีกอาหารเครื่องดื่มต่าง ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภคได้อย่างครบครัน พร้อมมุ่งสร้างโอกาสเพื่อทุกการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืนกับพันธมิตรทุกภาคส่วน เสาะแสวงหาธุรกิจใหม่เพื่อพัฒนาต่อยอดธุรกิจให้ก้าวไกลกว่าธุรกิจน้ำมันท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลง 

ทั้งนี้ รางวัล Thailand Top Company Award จัดโดย นิตยสาร BUSINESS+ ร่วมกับมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เพื่อมอบให้กับบริษัทที่มีผลการดำเนินงานยอดเยี่ยมในแต่ละกลุ่มบริษัทซึ่งแบ่งตามประเภทการดำเนินงานของธุรกิจ สำหรับในปีนี้จัดขึ้นด้วยแนวคิด “Next Normal Transformation for Business Sustainability” หรือ “ปรับเปลี่ยนธุรกิจสู่ความยั่งยืนในยุคปกติครั้งใหม่” การได้รับรางวัลในครั้งนี้ถือเป็นอีกความภาคภูมิใจในความสำเร็จของโออาร์ที่มุ่งสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ธุรกิจ และพร้อมเติมเต็มโอกาสเพื่อทุกการเติบโตร่วมกัน

MC สุดแกร่ง ไตรมาส 3/2565 กำไรสุทธิ 110 ล้านบาท

0

นายเจมส์ริชาร์ด อมตวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MC องค์กรธุรกิจค้าปลีก ประเภทสินค้าแฟชั่นและสินค้าไลฟ์สไตล์ “แม็คยีนส์” เปิดเผย ถึงภาพรวมผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 3/2565 (มกราคม-มีนาคม 2565) ว่า บริษัทมีกำไรสุทธิจำนวน 110 ล้านบาท เติบโตขึ้น 18.3% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 93 ล้านบาท

“แม้ว่าภาพรวมเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมค้าปลีกภายในประเทศ ยังคงเผชิญกับปัจจัยเสี่ยง รอบด้านจากผลกระทบของการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 รวมถึงความกังวลเกี่ยวกับราคาสินค้า และค่าครองชีพที่มีแนวโน้มปรับเพิ่มสูงขึ้นจากสถานการณ์สู้รบระหว่างรัสเซียและยูเครน แต่จากการปรับกลยุทธ์ของบริษัทที่มุ่งเน้นคุมเข้มต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการค่าใช้จ่าย พร้อมปรับ เกมการตลาดเน้นทำ Product Mix ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิของบริษัทสามารถเติบโตได้แข็งแกร่ง”

นอกจากนี้บริษัทยังคงรักษาอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin : GP) ให้อยู่ในระดับสูงต่อเนื่องในไตรมาสนี้อยู่ที่ 65.3% ปรับเพิ่มสูงขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 60.7% และอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin : NP) อยู่ที่ 14.8% เพิ่มขึ้นจากระดับ 11.9% ในช่วงเดียวกันปีก่อน จากประสิทธิภาพการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ดี โดยค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ปรับลดลงราว 4% จากช่วงเดียวกันปีก่อน เหลือ 347 ล้านบาท

ขณะที่รายได้จากการขายอยู่ที่ 738 ล้านบาท ปรับลดลงราว 5% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน สาเหตุสำคัญมาจากช่องทางจำหน่ายออฟไลน์ ซึ่งเป็นช่องทางหลักที่มีสัดส่วนถึง 91% ของยอดขายรวม ยังคงได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ขณะที่ยอดขายจากช่องทางออนไลน์ ยังไม่สามารถเข้ามาชดเชยยอดขายที่หายไปได้ทั้งหมด เนื่องจากกำลังซื้อที่ถดถอย โดยช่องทางร้านค้าปลีกตัวเอง (Freestanding Shop) มียอดขายจำนวน 447 ล้านบาท, ห้างสรรพสินค้า (Department Store) จำนวน 180 ล้านบาท, ซูเปอร์สโตร์ (Superstore) จำนวน 4 ล้านบาท และช่องทางออนไลน์ (E-Commerce) จำนวน 69 ล้านบาท

นายเจมส์ริชาร์ด กล่าวว่า แนวโน้มช่วงโค้งสุดท้ายไตรมาส 4/2565 (เมษายน-มิถุนายน 2565) คาดว่าจะสดใสต่อเนื่อง หลังเปิดประเทศและรัฐกำลังประกาศให้โควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่น รวมถึงบริษัทเร่งปรับโฉมและขยาย Mc Outlet เพิ่ม ซึ่งคาดว่าสิ้นมิถุนายนนี้จะมี Mc Outlet ครบ 72 สาขา จากสิ้นเมษายน Mc Outlet มีสาขารวม 68 สาขา พร้อมเพิ่มความหลากหลายของสินค้าและคุณภาพในราคาที่จับต้องได้ เพื่อกระตุ้นยอดขายต่อบิลให้เพิ่มสูงขึ้น

ทั้งนี้ ฐานะการเงินของบริษัทล่าสุด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 ยังคงแข็งแกร่ง โดยมีเงินสดและเงินลงทุนระยะสั้นทั้งหมดจำนวน 1,851 ล้านบาท และการที่บริษัทไม่มีหนี้สินในภาวะดอกเบี้ยขาขึ้นก็จะไม่ได้รับผลกระทบ และพร้อมที่จะแสวงหาโอกาสต่อยอดธุรกิจ สร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ผลักดันภาพรวมรายได้และกำไรสุทธิงวดปี 2565 ให้เติบโตต่อเนื่องตามแผนที่วางไว้

ชวนท่องโลกเสมือนจริง GSB Metaverse เปิดตัวครั้งแรกกระปุกออมสิน Digital Art

0

ธนาคารออมสิน ขอต้อนรับสู่ดินแดนโลกเสมือนจริง ออมสินเมตาเวิร์ส GSB Metaverse พร้อมร่วมเปิดประสบการณ์ดิจิทัลไลฟ์สไตล์ที่อัดแน่นไปด้วยกิจกรรมมากมาย…

✨️ ครั้งแรกกับกระปุกออมสิน Digital Art เข้าชมพิพิธภัณฑ์กระปุกออมสินในรูปแบบ 3 มิติ (Virtual Museum)ครบทั้งคอลเลคชั่นรุ่นเก่าหายากและรุ่นออกแบบใหม่โดยศิลปิน Digital Art ชื่อดัง

✨️ สนุกไปกับเกมออนไลน์เก็บเหรียญ เพื่อแลกรับ shopee code มูลค่า 50 บาท (จำกัด 30 รางวัล/วัน)

✨️ กิจกรรมพิเศษอื่น ๆ อีกมากมายให้ติดตามใน GSB Metaverse มาร่วมเปิดประสบการณ์ใหม่ง่าย ๆ ได้ที่ https://bit.ly/3PaoFzN ตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่วันที่ 12 พฤษภาคม – 30 กันยายน 2565

*รายละเอียดและเงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด

พีทีที สเตชั่น เข้าร่วมวินเซฟ ให้ส่วนลดค่าน้ำมันแก่วินมอเตอร์ไซค์ 250 บาทต่อเดือน

0

นายบุญมา พนธนกรกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)​ หรือ โออาร์ เปิดเผยว่า โออาร์ พร้อมให้ความร่วมมือในการเข้าร่วมโครงการวินเซฟ เพื่อช่วยบรรเทาภาระของประชาชน จากสถานการณ์ราคาพลังงานในตลาดโลกที่ขยับตัวสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยเฉพาะผู้กลุ่มใช้บริการขนส่งขนาดเล็กอย่างจักรยานยนต์สาธารณะ ด้วยการให้ส่วนลดน้ำมันกลุ่มเบนซินแก่กลุ่มผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์สาธารณะหรือ วินมอเตอร์ไซค์ เพื่อจะได้ไม่ต้องปรับขึ้นค่าโดยสารซึ่งจะส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้ใช้บริการ

พีทีที สเตชั่น ขอร่วมมอบสิทธิแก่ผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างที่เข้าเกณฑ์โครงการวินเซฟสูงสุดเดือนละ 250 บาท/คน โดยผู้ขับขี่ที่สนใจสามารถกดยืนยันสิทธิที่แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” จากนั้นเลือกกดรับ “สิทธิวินเซฟ” โดยรับสิทธิได้ไม่เกิน 50 บาท/คน/วัน ที่พีทีที สเตชั่น ทุกสาขาที่ร่วมโครงการ ตลอดระยะเวลาโครงการ 3 เดือน ระหว่างพฤษภาคม 2565 – กรกฎาคม 2565 โดยเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม 2565 ที่ผ่านมา

สามารถศึกษารายละเอียด และตรวจสอบรายชื่อสถานีบริการที่เข้าร่วมโครงการได้ที่ https://www.doeb.go.th/2017/#/category/599/news หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมถึงคุณสมบัติผู้ได้รับสิทธิรายละเอียดการให้ความช่วยเหลือ กรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน โทร. 06 3269 287602 794-4307 – 9 (ในวันและเวลาราชการ) หรือการใช้งานแอปฯ เป๋าตังโทร. 02 111-1122 (ตลอด 24 ชั่วโมง)