Home Blog Page 321

ออมสิน ช่วยให้เป็นเจ้าของบ้านหลังแรก ได้ง่ายๆ ด้วย สินเชื่อ First Life First Home

0

ธนาคารออมสิน เปิดให้บริการสินเชื่อ โครงการ “First Life First Home” สำหรับซื้อที่อยู่อาศัยหลังแรก

วัตถุประสงค์

  • เพื่อซื้อที่อยู่อาศัยหลังแรก (ตรวจสอบจากเครดิตบูโร ทั้งกรณีผู้กู้หลัก และ/หรือผู้กู้ร่วม)
  • วงเงินให้กู้สินเชื่อเคหะสูงสุดไม่เกิน 5 ล้านบาท

? บ้านในฝันหลังแรกในชีวิต เป็นจริงได้ง่ายๆ ด้วยสินเชื่อ First Life First Home ?

สินเชื่อบ้านหลังแรกในชีวิต…เป็นจริงได้ง่ายๆ ด้วยเงื่อนไขสบายๆ และไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด ธนาคารออมสินเข้าใจและรู้ซึ้งถึงความต้องการมีบ้าน ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญของการเริ่มต้นชีวิตที่ดี แถมกู้เพิ่มเติมได้ง่ายด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษเช่นเดียวกัน

✅️ ผ่อนสบายล้านละ 2,500 บาท/เดือน (2 ปีแรก)
✅️ ดอกเบี้ยต่ำ 2.30% (เฉลี่ย 3 ปีแรก)
✅️ วงเงินกู้เคหะสูงสุด 5 ล้านบาท
✅️ ฟรีค่าจดจำนอง ค่าจัดทำนิติกรรมสัญญา และค่าบริการสินเชื่อ

คุณสมบัติผู้กู้

  1. เป็นผู้ฝากเงินประเภทเผื่อเรียกของธนาคาร
  2. มีอายุครบ 20 ปีขึ้นไป และเมื่อรวมอายุผู้กู้กับระยะเวลาที่ชำระเงินกู้ต้องไม่เกิน 70 ปี
  3. มีอาชีพและรายได้แน่นอน
  4. การกู้ร่วมกับบุคคลอื่น มีเงื่อนไขดังนี้
    • กู้ร่วมกับบุคคลอื่นที่มีความสัมพันธ์เป็นคู่สมรส บุตร บิดา มารดา หรือ พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน ไม่จำเป็นต้องถือกรรมสิทธิ์ร่วมในหลักประกันทุกคนก็ได้
    • กู้ร่วมกับบุคคลอื่นที่นอกเหนือจาก (4.1) ต้องถือกรรมสิทธิ์ร่วมในหลักประกันทุกคน

หมายเหตุ : ทั้งนี้ ในกรณีที่กู้ร่วมกับบุคคลอื่นให้นับระยะเวลาชำระเงินกู้ตามอายุของผู้กู้ที่มีอายุน้อยที่สุดเพียงคนเดียว

หลักประกัน

  1. ที่ดิน หรือที่ดินพร้อมอาคาร หรือห้องชุด ตามวัตถุประสงค์ที่ขอกู้และตั้งอยู่ในแหล่งชุมชนที่มีความเจริญ มีไฟฟ้า สาธารณูปโภคอื่นๆ ตามความจำเป็น และมีทางสาธารณประโยชน์ซึ่งรถยนต์ผ่านเข้าออกได้สะดวก
  2. หลักทรัพย์อื่นตามที่ธนาคารประกาศกำหนด

เงินงวดผ่อนชำระ

ระยะเวลาสินเชื่อเคหะ/สินเชื่อบุคคลแบบทำประกันฯสินเชื่อเคหะ/สินเชื่อบุคคลแบบไม่ทำประกันฯ
ปีที่ 1 – 2ล้านละ 2,500 บาท/เดือนล้านละ 3,000 บาท/เดือน
ปีที่ 3ล้านละ 3,500 บาท/เดือนล้านละ 4,000 บาท/เดือน
ปีที่ 4 เป็นต้นไปเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด


ยื่นกู้ได้ตั้งแต่วันนี้ – 31 สิงหาคม 2565 หรือจนกว่าครบวงเงินโครงการตามที่กำหนด แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน
อนุมัติและจัดทำนิติกรรมสัญญาภายใน 30 กันยายน 2565

สมัครใช้บริการสินเชื่อได้ที่นี่ > https://bit.ly/3ypqcvI
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม > https://bit.ly/3kYiosW

?เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด?

CPF ผนึก GUNKUL และ CPP พัฒนาอาหาร-เครื่องดื่มจากสารสกัดกัญชง

0

รายงานข่าว เปิดเผยว่า นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MoU) กับ นายสมบูรณ์ เอื้ออัชฌาศัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) (GUNKUL)​ และนายสุเมธ ภิญโญสนิท ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส จำกัด (CPP)​ ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากพืชกัญชงครบวงจร เพื่อเพิ่มมูลค่าอาหารและเครื่องดื่ม สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ถึงต้นทาง ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยมี ดร.กัลกุล ดำรงปิยวุฒิ์ ประธานกรรมการ นางสาวโศภชา ดำรงปิยวุฒิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นายพงษ์สกร ดำเนิน ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ สายงานธุรกิจพลังงานและกัญชงกัญชา กันกุล พร้อมด้วย ดร.สมหมาย เตชะศิรินุกูล รองกรรมการผู้จัดการบริหาร ด้านวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ซีพีเอฟ และนายสายัณห์ หงษา ประธานคณะผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ ซีพีพี ร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนาม ณ อาคารซีพี ทาวเวอร์ สีลม

นายประสิทธิ์  กล่าวว่า ในฐานะผู้นำในด้านการผลิตอาหารครบวงจร ซีพีเอฟให้ความสนใจพืชกัญชง ซึ่งมีศักยภาพเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ นำมาต่อยอดเป็นสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่มีมูลค่าสูงขึ้น รองรับความต้องการที่มีแนวโน้มเติบโตทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งความร่วมมือของ 3 องค์กรพันธมิตรในครั้งนี้ นำไปสู่การพัฒนาห่วงโซ่อุตสาหกรรมสินค้าจากพืชกัญชงตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ก้าวสู่การเป็น “ครัวของโลก” และช่วยเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้กับธุรกิจ รวมทั้งอุตสาหกรรมอาหารของไทยในภาพรวม

ดร.สมหมาย กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ ช่วยสนับสนุนพันธกิจของซีพีเอฟในการพัฒนาอาหารและเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมจากสารสกัดของพืชกัญชง ด้วยการควบคุมคุณภาพตลอดทั้งห่วงโซ่การผลิตตามมาตรฐานสากล และสามารถตรวจสอบย้อนกลับถึงต้นทาง ตั้งแต่สายพันธุ์ เทคนิคการปลูก การเก็บเกี่ยว การสกัดสาร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้บริโภคทั้งเรื่องคุณภาพและความปลอดภัย ตั้งเป้าผลิตภัณฑ์ตัวแรกจะเป็นเครื่องดื่มประเภท Functional Drink ที่ให้ความสดชื่นและผ่อนคลาย คาดว่าจะวางจำหน่ายภายในปีนี้

นายสมบูรณ์ กล่าวว่า บริษัท จี.เค.เฮมพ์ กรุ๊ป จำกัด ซึ่งเป็น บริษัทย่อยของ GUNKUL ได้รับใบอนุญาตผลิตสารสกัดสำคัญจากพืชกัญชง (CBD) เพื่อใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ โดยควบคุมการผลิตทุกขั้นตอนตั้งแต่การปลูกในระบบโรงเรือนปิดที่ได้มาตรฐาน ด้วยวิธีปลูกแบบไม่ใช้ดิน ใช้น้ำที่กรองด้วยระบบ RO ไม่ใช้ยาฆ่าแมลง ปราศจากการปนเปื้อนและสารตกค้าง สกัดสารจากโรงงานที่ได้มาตรฐาน ตรวจสอบย้อนกลับได้ พร้อมทั้งทำงานร่วมกับ ซีพีเอฟ และซีพีพีอย่างใกล้ชิด เรื่องการพัฒนาสายพันธุ์ เทคนิคการปลูกที่ดี การสกัดสารสำคัญจากพืชกัญชง เพื่อการนำต่อยอดอาหารและเครื่องดื่มอย่างเหมาะสม ปลอดภัย เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดต่อผู้บริโภค

ด้านนายสุเมธ กล่าวว่า CPP มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ด้านการผลิตต้นน้ำ จะเป็นผู้ดำเนินการจัดหาและพัฒนาสายพันธุ์กัญชงที่มีเอกลักษณ์ และใช้ระบบการเพาะปลูกที่เหมาะสม โดยได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำของไทย อย่าง มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อวิจัยการปลูกกัญชง ตั้งแต่การพัฒนาสายพันธุ์ที่ดี วิธีการปลูก เทคนิคการดูแลที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้ ซีพีพีจะส่งมอบผลผลิตจากพืชกัญชงที่ปลูกในโรงเรือน Greenhouse ตามมาตรฐานการผลิตทางการเกษตรที่ดี (Good Agriculture Practices: GAP) เพื่อให้ผลผลิตที่ได้มีความปลอดภัย และร่วมมือกับ GUNKUL แปรรูปเป็นสารสกัด CBD ที่เหมาะสมสำหรับการใช้ในอาหารและเครื่องดื่มต่อไป

ด้วยมูลค่าตลาดสินค้ากัญชงมีแนวโน้มเติบโตที่ดี โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ตลอดจนสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศของไทยที่เอื้ออำนวย ทำให้มีศักยภาพด้านการเพาะปลูกและการผลิตสูง รวมถึงเป็นศูนย์กลางในการผลิตอาหารและเครื่องดื่มคุณภาพ ปลอดภัย มาตรฐานสากล เป็นที่ยอมรับของคนทั่วโลก ดังนั้น ความร่วมมือของ 3 องค์กรในครั้งนี้ จะช่วยตอบโจทย์ความต้องการอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง สร้างโอกาสให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการในห่วงโซ่การผลิต ยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันให้กับอุตสาหกรรมอาหารของไทยบนเวทีตลาดโลก และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศอีกด้วย

บัวขาว พาทีมคิกบ็อกซิ่งไทย ขอบคุณ “ภูริต ภิรมย์ภักดี” สนับสนุนการเก็บตัว จนกวาด 12 เหรียญซีเกมส์ เวียดนาม

0

ผู้สื่อข่าว รายงานว่า “บัวขาว” ร้อยโท สมบัติ บัญชาเมฆ ผู้จัดการทีมคิกบ็อกซิ่งทีมชาติไทย ชุดซีเกมส์ นำทัพนักกีฬา เข้าขอบคุณ คุณภูริต ภิรมย์ภักดี ในฐานะที่ปรึกษาสมาคมฯ ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของนักกีฬาคิกบ็อกซิ่งทีมชาติไทย สร้างประวัติศาสตร์คว้า 2 เหรียญทอง 4 เหรียญเงินและ 6 เหรียญทองแดง เป็นเหรียญทองแรกในกีฬาคิกบ็อกซิ่งไทย ในซีเกมส์ ที่อาคารสิงห์คอมเพล็กซ์ เมื่อ 17 พ.ค.65

ผลงานสุดประทับใจคนไทยทั้งประเทศนี้ ภูริต ภิรมย์ภักดี ในฐานะที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมกีฬาคิกบ็อกซิ่งแห่งประเทศไทย เป็นผู้ที่ให้การสนับสนุนการเก็บตัวฝึกซ้อมของทีมนักกีฬาคิกบ็อกซิ่งมาอย่างต่อเนื่อง ตลอด 3 เดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้นักกีฬามีความพร้อมสมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตใจ จนสามารถสร้างผลงานได้เป็นที่ประจักษ์ในซีเกมส์ ครั้งนี้

สำหรับทัพคิกบ็อกซิ่งทีมชาติไทย ในมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ที่ผ่านมายังไม่เคยสัมผัสเหรียญทองเลย แต่ในซีเกมส์ครั้งที่ 31 ภายใต้การนำทัพของ “บัวขาว” ร้อยโท สมบัติ บัญชาเมฆ ยอดนักมวยไทยชื่อดังในฐานะผู้จัดการทีม พานักกีฬาผ่านด่านหินอย่างเจ้าภาพเวียดนามทะลุเข้าชิงได้ถึง 6 รุ่นจากที่ส่งเข้าร่วมชิงชัย 12 รุ่น คว้าเหรียญรางวัลได้ครบทั้ง 12 รุ่น และปลดล็อกคว้า 2 เหรียญทองประวัติศาสตร์จาก รุ่น 54 กก. ชาย “แมน” ไชยวัฒน์ สังข์น้อย และรุ่น 71 กก. ชาย ธงชัย ทับพลี และ 4 เหรียญเงิน จาก ศิวพรรณ อรุณโน,เฉลิมลาภ สันติดงสกุล, วราพร ใจเที่ยง และกัมปนาท วัลศิริพัฒนชัย ส่วนอีก 6 ทองแดงได้จาก โอภาส รอดนอก ,เสกสิทธิ์ ทิมะดี, กัญญ์วรา บุญเพ็ง,เปี่ยมสุข เพิ่มขุนทด, สุรัชดา นามรักษ์และเจศิตา โยธาวัน

เกษตรกรรักษาระดับราคาไข่ แม้ต้นทุนพุ่ง หวังเปิดเทอม-นักท่องเที่ยวหนุนบริโภคเพิ่ม

0

นางพเยาว์ อริกุล นายกสมาคมการค้าผู้เลี้ยงไก่ไข่รายย่อยภาคกลาง เปิดเผยว่า ปัจจุบันราคาประกาศไข่ไก่ของ 4 องค์กรผู้เลี้ยงไก่ไข่ ได้แก่ สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่แปดริ้ว จำกัด สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ชลบุรีจำกัด สหกรณ์การเกษตรผู้เลี้ยงไก่ไข่สุพรรณบุรี จำกัด และชมรมผู้เลี้ยงไก่ไข่เชียงใหม่- ลำพูน ยังคงมีทิศทางเดียวกันที่ฟองละ 3.50 บาททั่วประเทศ โดยร่วมกันรักษาระดับราคาเพื่อผู้บริโภค ด้วยเข้าใจสถานการณ์ และสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน แม้ต้นทุนการผลิตไข่ยังคงขยับขึ้นต่อเนื่อง

นางพเยาว์ อริกุล นายกสมาคมการค้าผู้เลี้ยงไก่ไข่รายย่อยภาคกลาง

“ปกติวัฏจักรราคาไข่ในช่วงเปิดเทอมจะเป็นช่วงเวลาที่ความต้องการบริโภคไข่ไก่สูงขึ้น ระดับราคาจะขยับขึ้นเล็กน้อยตามหลักซัพพลาย-ดีมานด์ แต่ทั้ง 4 องค์กรยังคงรักษาระดับราคาไข่คละหน้าฟาร์มเพื่อผู้บริโภค ด้วยเข้าใจในสภาวะเศรษฐกิจ แม้เกษตรกรยังเผชิญความเสี่ยงด้านต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นจากราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ขยับขึ้นเรื่อยมาโดยไม่มีทีท่าจะหยุดหรือลดลง”

ข้อมูลต้นทุนการผลิตไข่ไก่ ล่าสุด ณ เดือนเมษายน 2565 อยู่ที่ฟองละ 3.20 บาท ขณะที่สงครามรัสเซีย- ยูเครนที่ยืดเยื้อส่งผลให้ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศไทย ปรับตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ จากราคาเฉลี่ยปี 2564 ที่ 10.05 บาท/กก. ขึ้นมาเป็น 13.05 บาท/กก.ในปัจจุบัน หรือ สูงขึ้นอีกราว 30 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ต้นทุนการผลิตไข่ไก่ขยับขึ้นตามไปด้วย

ทั้งนี้ เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ ยังคงอยู่ในภาวะยากลำบากและมีความเสี่ยงต่อการขาดทุนได้ตลอดเวลา เนื่องจากสงครามรัสเซีย-ยูเครนยังไม่จบ ขณะที่มาตรการภาครัฐต่อการแก้ปัญหาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ก็ยังไม่เอื้อมากนัก โดยเฉพาะประเด็นมาตรการนำเข้าข้าวโพดจากต่างประเทศที่ผ่อนปรนให้นำเข้าได้ 600,000 ตัน อัตราภาษี 0% นั้น ถูกจำกัดเฉพาะช่วงเดือนพฤษภาคม ถึงกรกฎาคม 2565 รวม 3 เดือนนับเป็นช่วงเวลาที่น้อยเกินไป ไม่เกิดประโยชน์
ควรขยายเป็นมากกว่า 6 เดือนถึง 1 ปี เพื่อให้ผู้นำเข้าจัดซื้อ และหาเรือขนส่งสินค้าได้ทัน รวมถึงยังมีปัญหาเงินบาทอ่อนค่ามาแตะที่ 35 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ซึ่งทำให้ราคาวัตถุดิบนำเข้าแพงขึ้นไปอีก

นางพเยาว์กล่าวอีกว่า ในฐานะนายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่รายย่อย ขอให้พี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ทั่วประเทศอดทนกับสถานการณ์ดังกล่าว และพยายามหาทางลดต้นทุนด้วยการดูแลเอาใจใส่การเลี้ยงไก่ไข่ในฟาร์มของตนอย่างใกล้ชิด ใช้อาหารทุกเม็ดอย่างมีประสิทธิภาพ  เชื่อว่าหลังเปิดเทอม และการเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยว จะมีแรงหนุนอัตราบริโภคให้มีทิศทางที่ดีขึ้น ก็จะลดความเสี่ยงด้านการขาดทุนของเกษตรกรลงได้ พร้อมทั้งขอให้ผู้บริโภคโปรดเข้าใจสถานการณ์ เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ทุกคนไม่อยากปรับราคาไข่ไก่หากไม่จำเป็น ขอเพียงให้เกษตรกรมีที่ยืนและสามารถประกอบอาชีพนี้เลี้ยงตัวต่อไปได้ก็พอ

ครม. เห็นชอบปรับลดภาษีสรรพสามิตดีเซล ลิตรละ 5 บาท นาน 2 เดือน

0

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยผลการประชุม คณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2565 ว่า ที่ประชุมเห็นชอบปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลงลิตรละ 5 บาท เป็นระยะเวลา 2 เดือน ตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคม 2565 ถึง วันที่ 20 กรกฎาคม 2565 เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนและภาคธุรกิจในช่วงที่ระดับราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน

ทั้งนี้ ตามที่มอบหมายให้กรมสรรพสามิตดำเนินมาตรการภาษีเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน จากสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นจนส่งผลกระทบต่อภาระค่าครองชีพและต้นทุนในการประกอบกิจการต่าง ๆ โดยปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลง 3 บาทต่อลิตร ตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2565 และจะสิ้นสุดลงในวันที่ 20 พฤษภาคม 2565 แต่เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกผันผวนและปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องประกอบกับค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงส่งผลกระทบต่อต้นทุนการนำเข้าน้ำมันดิบ ทำให้ไม่สามารถตรึงราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลไม่ให้เกินลิตรละ 30 บาท ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อประชาชนและภาคธุรกิจ ดังนั้น จำเป็นต้องใช้มาตรการทางภาษีมาช่วยลดระดับราคาขายปลีกของน้ำมันดีเซลไม่ให้สูงจนกระทบต่อภาระค่าครองชีพของประชาชนและการฟื้นฟูเศรษฐกิจ เนื่องจากน้ำมันดีเซลเป็นต้นทุนการผลิตของทุกภาคอุตสาหกรรม จึงปรับลดอัตราภาษีสินค้าน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันประเภทน้ำมันดีเซลลงลิตรละ 5 บาท โดยให้อนุพันธ์ของน้ำมันดังกล่าว มีการปรับลดอัตราภาษีตามสัดส่วนเนื้อน้ำมันที่ผสมอยู่

อย่างไรก็ตาม การใช้มาตรการภาษีดังกล่าวเป็นเพียงมาตรการในระยะสั้น และถ้าหากสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเริ่มคลี่คลาย รัฐบาลยังคงใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นกลไกหลักในการรักษาระดับราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลเพื่อไม่ให้กระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนและเป็นอุปสรรคต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศต่อไป โดยในการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลในครั้งนี้ ส่งผลให้ภาครัฐสูญเสียรายได้ประมาณ 20,000 ล้านบาท รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในท้ายที่สุด

แนะไข่ไก่ สุดยอดอาหาร กินได้ทุกคนทุกวัย ดีต่อร่างกาย

0

นักวิชาการโภชนาการ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ม.มหิดล ระบุ “ไข่ไก่” คือหนึ่งในสุดยอดอาหาร เป็นแหล่งโปรตีนที่ดี มีคุณค่าทางโภชนาการมากมาย ผู้บริโภครับประทานได้อย่างเหมาะสม ย้ำต้องปรุงสุกก่อนรับประทานเพื่อลดเสี่ยงอันตรายต่อเชื้อก่อโรค พร้อมแนะวิธีการเก็บรักษาไข่เพื่อความสด สะอาด ปลอดภัย

ดร.วนะพร ทองโฉม

ดร.วนะพร ทองโฉม นักวิชาการโภชนาการ งานสร้างเสริมสุขภาพ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า “ไข่” ถือเป็นอาหารคู่ครัวของแทบทุกบ้าน เป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการอเนกอนันต์ และเป็นแหล่งโปรตีนที่มีคุณภาพสูงกว่าแหล่งโปรตีนจากพืช หรือแม้แต่โปรตีนจากเนื้อสัตว์ด้วยกัน อีกทั้งยังมีราคาที่เข้าถึงได้ ง่ายต่อการปรุงและทำได้หลายเมนู

ไข่แต่ละฟองอุดมด้วยคุณค่าสารอาหาร มีสารอาหารมากมาย อาทิ มีกรดอะมิโนที่จำเป็นสำหรับร่างกาย เป็นแหล่งของโปรตีนชั้นดี ช่วยสร้างกล้ามเนื้อและการเจริญเติบโต ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ช่วยสร้างฮอร์โมน เอนไซม์ และภูมิคุ้มกันโรค ไขมันส่วนใหญ่เป็นไขมันไม่อิ่มตัว เป็นแหล่งของโคลีนที่ดีโดยโคลีนเป็นสารอาหารที่มีคุณสมบัติคล้ายวิตามินที่ละลายน้ำ ซึ่งช่วยในการควบคุมการทำงานของสมอง ระบบประสาท และระบบไหลเวียนของเลือด ธาตุเหล็กที่ช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง มีสารลูทีนและซีแซนทีนช่วยบำรุงและดูแลสายตา ทำให้ชะลอความเสื่อมของจอประสาทตา เป็นต้น จึงไม่แปลกที่จะเป็นอาหารยอดนิยมของทุกคนทุกวัย

การรับประทานไข่ให้ได้ประโยชน์สูงสุด แนวทางหนึ่งคือ การรับประทานให้เหมาะสมกับแต่ละช่วงวัย เริ่มจาก วัยทารก 6 เดือนสามารถรับประทานไข่แดงต้มสุกได้ครึ่งฟอง ทารก 7-12 เดือน เพิ่มปริมาณเป็นวันละครึ่งฟองถึง 1 ฟองได้ ส่วนวัยเด็กอายุตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไปถึงวัยผู้สูงอายุที่มีสุขภาพดีสามารถบริโภคไข่ทั้งฟองได้วันละ 1 ฟอง

ขณะเดียวกัน ยังมีคนที่กังวลคอเลสเตอรอลสูงจากการบริโภคไข่ ในข้อเท็จจริงต้องพิจารณาจากปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น การปรุงอาหารด้วยการทอดซึ่งใช้น้ำมันที่มีไขมันอิ่มตัวในการทอดก็มีผลต่อระดับคอเลสเตอรอลในเลือดสูงขึ้นได้ แนะนำเปลี่ยนเป็นการรับประทานไข่ต้มสุกแทน ควบคู่กับการรับประทานผัก 400 กรัมต่อวัน รวมทั้งหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง และออกกำลังกายสม่ำเสมอ สำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน หรือไขมันในเลือดสูงสามารถรับประทานไข่ได้ เพียงแต่ควบคุมปริมาณการรับประทานไข่แดงไม่เกิน 3 ฟองต่อสัปดาห์ควบคู่กับการจำกัดอาหารที่มีไขมันสูง

ทั้งนี้ ผู้บริโภคบางกลุ่มที่นิยมรับประทานไข่ดิบ ไข่ลวก ควรระมัดระวังเรื่องความสะอาด เพราะไข่อาจมีการปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรค เช่น แซลโมเนลล่า (Salmonella spp.) ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคอาหารเป็นพิษ ทำให้มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย หากได้รับเชื้อรุนแรงอาจก่อให้เกิดภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด ดังนั้น ผู้บริโภคควรปรุงไข่ให้สุกทุกครั้งก่อนรับประทาน นอกจากจะได้รับสารอาหารที่ดีครบถ้วนแล้วยังปลอดภัยอีกด้วย

การเก็บรักษาไข่เป็นเรื่องสำคัญที่หลายคนไม่ควรมองข้าม เนื่องจากเปลือกไข่จะมีลักษณะเป็นรูพรุน จึงทำให้อากาศ น้ำในไข่ระเหยได้ จึงควรเก็บในช่องแช่เย็น อุณหภูมิประมาณ 4-5 องศาเซลเซียสเพื่อช่วยให้การระเหยช้าลง ทำให้ไข่ สด ใหม่ เก็บได้นานขึ้น นอกจากนี้ เนื่องจากไข่ไก่จะมี “นวลไข่” เคลือบบริเวณเปลือกไข่เพื่อปกป้องไม่ให้น้ำและอากาศระเหยออกสู่ด้านนอก รวมถึงปกป้องไม่ให้จุลินทรีย์เข้ามาในไข่ด้วย จึงไม่ควรล้างไข่ก่อนนำเข้าตู้เย็น หากต้องการทำความสะอาด ให้ใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาดๆ เช็ดเปลือกไข่เบาๆให้แห้ง และไม่ควรเก็บนานเกิน 2-3 สัปดาห์

รีบคว้า เงินฝากออมสิน ดอกเบี้ยสูง เลือกได้ 5 เดือน 10 เดือน ไม่เสียภาษี

0

? ดอกเบี้ยก็สูง แถมยังไม่เสียภาษี เงินฝากดีขนาดนี้ ต้องรีบคว้าเลย ?

กับ เงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ 5

  • อัตราดอกเบี้ย 0.35% ต่อปี*
    (เทียบเท่าเงินฝากประจำ 0.41%ต่อปี)
  • จ่ายดอกเบี้ยเมื่อครบ 5 เดือน
  • ไม่เสียภาษี**

เงื่อนไขการฝาก

  • เปิดบัญชีขั้นต่ำ 10,000 บาท
  • ฝากเพิ่มครั้งละไม่ต่ำกว่า 1,000 บาท
  • บุคคลธรรมดา และนิติบุคคลทุกประเภท ไม่จำกัดวงเงินรับฝากต่อราย
  • เมื่อฝากครบ 5 เดือนนับตั้งแต่วันที่ฝาก ธนาคารจะโอนยอดเงินฝากและดอกเบี้ยเข้าบัญชีเงินฝากประเภทเผื่อเรียกที่เป็นบัญชีคู่โอนที่ผู้ฝากแจ้งไว้
  • ใช้สมุดฝากเงินประเภทเผื่อเรียกพิเศษ 5 เล่มเดิมมาฝากเพิ่มได้

หรือ เงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ 10

  • อัตราดอกเบี้ย 0.40% ต่อปี* (เทียบเท่าเงินฝากประจำ 0.47% ต่อปี)
  • จ่ายดอกเบี้ยเมื่อครบ 10 เดือน
  • ไม่เสียภาษี**

เงื่อนไขการฝาก

  • เปิดบัญชีขั้นต่ำ 10,000 บาท
  • ฝากเพิ่มครั้งละไม่ต่ำกว่า 1,000 บาท
  • บุคคลธรรมดา และนิติบุคคลทุกประเภท ไม่จำกัดวงเงินรับฝากต่อราย
  • เมื่อฝากครบ 10 เดือนนับตั้งแต่วันที่ฝาก ธนาคารจะโอนยอดเงินฝากและดอกเบี้ยเข้าบัญชีเงินฝากประเภทเผื่อเรียกที่เป็นบัญชีคู่โอนที่ผู้ฝากแจ้งไว้
  • ใช้สมุดฝากเงินประเภทเผื่อเรียกพิเศษ 10 เล่มเดิมมาฝากเพิ่มได้

คุณสมบัติ การเปิดบัญชีเงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ 5 และ 10

1. บุคคลธรรมดาอายุตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไป
2. นิติบุคคลทุกประเภท

? สมัครเลย ง่าย ๆ ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา

กำหนดระยะเวลารับฝาก ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 พฤษภาคม 2565

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม > https://bit.ly/3NcVI4l

*บุคคลธรรมดาและนิติบุคคลไม่แสวงหากำไร

**บุคคลธรรมดาไม่หักภาษี ณ ที่จ่าย

?เงื่อนไขอื่น ๆ เป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด?

เปิดตัว “ออมสินเมตาเวิร์ส” ฉลองเฟสแรก จัดโปรเงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ ดอกเบี้ยสูงสุด 10.90%

0

นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว และวิถีชีวิตรูปแบบใหม่อันเป็นผลจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นความท้าทายที่ธุรกิจต้องปรับตัวเพื่อก้าวให้ทันโลกยุคดิจิทัลภายใต้วิถีใหม่ ซึ่งธนาคารออมสินมองเห็นโอกาสยกระดับการบริการที่สามารถตอบโจทย์ดิจิทัลไลฟ์สไตล์ของลูกค้า จึงเปิดตัว “ออมสินเมตาเวิร์ส : GSB METAVERSE” ซึ่งนับเป็นธนาคารไทยแห่งแรก ที่เข้าบุกเบิกเปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้าบนโลกเสมือนจริง

ออมสินเมตาเวิร์ส หรือ GSB METAVERSE เฟสแรก เปิดตัวด้วยห้องพิพิธภัณฑ์กระปุกออมสิน 3 มิติ (Virtual Art Museum) ที่รวบรวมจัดแสดงกระปุกออมสินรุ่นหายาก ห้องจัดแสดงผลงานกระปุกออมสินลายดิจิทัลอาร์ต (Digital Art) ลวดลายพิเศษมีให้ชมที่ออมสินเมตาเวิร์สเท่านั้น ออกแบบโดยศิลปิน Digital Art ชื่อดัง อาทิ คุณปัณพัท (ยูน) เตชเมธากุล ในคอลเล็กชัน “109 ปี ธนาคารออมสิน” คุณเทอร์โบ หรือที่รู้จักกันในนาม BitToon กับคอลเล็กชัน “Cryptonian in Thai Society” คุณป๊อด โมเดิร์นด๊อก กับคอลเล็กชัน “ไหลมาเทมา” และห้องเกมส์ออนไลน์ ที่จะหมุนเวียนเกมส์ใหม่ ๆ มาให้ผู้ใช้งานได้สนุกสนานกับโปรโมชันชิงรางวัลกันเป็นประจำ

สำหรับโปรโมชันช่วงเปิดตัว ลูกค้าสามารถจองสิทธิ์ในระบบออมสินเมตาเวิร์ส เพื่อรับกระปุกออมสินลายพิเศษ “Grow Goal Go” ออกแบบโดยคุณปัณพัท (ยูน) เตชเมธากุล ที่ผลิตจำกัดจำนวนเพียง 15,000 ชิ้นในโอกาสพิเศษนี้เท่านั้น โดยใช้สมาร์ทโฟนเข้าสู่ออมสินเมตาเวิร์สผ่านเว็บไซต์ https://metaverse.gsb.or.th หรืออีกช่องทางคือที่เว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th (วิธีนี้ให้เข้าใช้ด้วยคอมพิวเตอร์ PC เท่านั้น) ตั้งแต่วันที่ 16 – 31 พฤษภาคม 2565 ผู้ที่ลงทะเบียนสำเร็จตรงตามเงื่อนไขที่กำหนด ธนาคารจะจัดส่งกระปุกให้ทางไปรษณีย์ ตามที่อยู่ที่ระบุไว้ในระบบลงทะเบียน ภายใน 60 วันนับจากวันที่หมดเขตโปรโมชัน นอกจากนี้ ยังมีโปรโมชันเงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ 109 อัตราดอกเบี้ยแบบขั้นบันได สูงสุด 10.90% เปิดบัญชีขั้นต่ำ 10,000 บาท ฝากสูงสุดไม่เกินรายละ 500,000 บาท (เงื่อนไขเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของธนาคาร) ซึ่งจะเปิดให้ลงทะเบียนจองสิทธิ์พร้อมกันในวันที่ 16 พฤษภาคม 2565 ที่ออมสินเมตาเวิร์สเท่านั้น พร้อมกันนี้ยังสามารถร่วมสนุกกับเกมส์สะสมเหรียญเพื่อลุ้นรับรางวัล Shopee Code มูลค่า 50 บาท วันละ 30 รางวัล หมดเขตการร่วมสนุกในวันที่ 31 สิงหาคม 2565 รายละเอียดโปรโมชันต่าง ๆ สามารถศึกษาได้ในระบบออมสินเมตาเวิร์ส

ทั้งนี้ ธนาคารมีแผนขยายขอบเขตการให้บริการของ “ออมสินเมตาเวิร์ส : GSB METAVERSE” ให้รองรับบริการหลากหลายยิ่งขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะการเปิดให้จองสิทธิ์ผลิตภัณฑ์ทางการเงิน ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อ เงินฝาก และสลากออมสิน รวมถึงการเปิดพื้นที่สำหรับแชร์ประสบการณ์ องค์ความรู้ และกิจกรรมเชื่อมต่อโลกเสมือนจริงกับโลกความเป็นจริงที่น่าสนใจต่าง ๆ ซึ่งจะถูกนำมารวมไว้ที่ “ออมสินเมตาเวิร์ส : GSB METAVERSE”

ซีพีเอฟ ยกระดับมาตรฐานการผลิตเนื้อไก่-ไข่ไก่ปลอดภัย ปลอดสาร ปลอดเชื้อ เพื่อผู้บริโภค

0

โดย น.สพ.พยุงศักดิ์ สมยานนทนากุล รองกรรมการผู้จัดการ ด้านมาตรฐานฟาร์มและข้อกำหนดลูกค้า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ

“คุณภาพและความปลอดภัยของอาหาร” กลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของผู้บริโภคในการนำมาประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อหาอาหารเพื่อบริโภคได้อย่างมั่นใจ ยิ่งในยุคที่คนทั้งโลกต้องเผชิญหน้ากับปัญหาโรคโควิด-19 การมีสุขภาพดีเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการ

ทั้งสองเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ซีพีเอฟ ให้ความสำคัญอย่างยิ่ง ทุกผลิตภัณฑ์อาหารของบริษัทจึงผ่านกระบวนการผลิตโดยใช้เครื่องจักรและเทคโนโลยีที่ทันสมัย ภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด ด้วยโมเดลธุรกิจผลิตอาหารแบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำไปถึงปลายน้ำ “จากฟาร์มสู่โต๊ะอาหารของผู้บริโภค” จึงเป็นข้อดีที่บริษัทสามารถควบคุมและตรวจสอบย้อนกลับคุณภาพและสุขอนามัยความปลอดภัยอาหารของวัตถุดิบตลอดทั้งห่วงโซ่การผลิต ขณะเดียวกันยังประยุกต์ใช้การบริหารระดับสากลและระบบมาตรฐานที่ตรงตามความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย ซึ่งครอบคลุมทั้งด้านวิถีชุมชน สิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์พลังงาน รวมไปถึงการตรวจสอบย้อนกลับแบบดิจิทัลสำหรับการผลิตอาหารของซีพีเอฟ (CPF Digital Traceability)

เริ่มตั้งแต่ระดับต้นน้ำที่ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ปีก โดยฟาร์มทุกแห่งของบริษัทฯ และฟาร์มของเกษตรกรในโครงการส่งเสริมอาชีพฯ หรือคอนแทคฟาร์ม มุ่งเน้นการนำหลักการ “สุขภาพหนึ่งเดียว” (One Health) มาใช้ในการเลี้ยงสัตว์ ควบคู่กับการยึดหลักมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์ (Animal Welfare) ด้วยหลักอิสระ 5 ประการ มุ่งเน้นให้สัตว์มีสุขภาพดีเป็นหลัก ให้สัตว์ได้รับน้ำและอาหารอย่างเพียงพอ อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี สามารถแสดงพฤติกรรมของสัตว์ได้ตามธรรมชาติ และเมื่อเจ็บป่วยได้รับการดูแลอย่างถูกต้องและเหมาะสมตามหลักวิชาการ รวมทั้ง การใช้ยาต้านจุลชีพอย่างรับผิดชอบและสมเหตุผล เพื่อการรักษาเฉพาะกรณีที่สัตว์ป่วยเท่านั้น โดยอยู่ภายใต้การดูแลและควบคุมโดยสัตวแพทย์ มีมาตรการตรวจสอบทางห้องปฏิบัติการเพื่อมั่นใจว่าเนื้อไก่ปลอดภัยจากสารตกค้างที่เป็นอันตรายต่อการบริโภค ก่อนส่งเข้ากระบวนการผลิตเพื่อแปรรูปต่อไป

สำหรับขั้นตอนการเลี้ยงไก่เนื้อเริ่มต้นที่การนำลูกไก่จากแหล่งฟาร์มพ่อแม่พันธุ์ที่มีสุขภาพแข็งแรง มีอายุไข่ที่เหมาะสม มีการฆ่าเชื้อไข่ฟัก การจัดการโรงฟักที่ดี มีระบบป้องกันโรค (Biosecurity) ที่เข้มงวด มีการล้างทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรงเรือนก่อนนำไก่เข้าเลี้ยง มีกระบวนการตรวจสอบเชื้อโรคที่ปนเปื้อนมากับแกลบหรือวัสดุที่ใช้รองพื้น ต้องดูแลอุณหภูมิและการระบายอากาศในโรงเรือนเหมาะสมระหว่างการเลี้ยง มีการเก็บอาหารสัตว์ในที่มิดชิดป้องกันสัตว์พาหะและสิ่งปนเปื้อน มีระบบการตรวจสอบที่เข้มงวด ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเลี้ยงที่ปลอดภัย ปลอดสาร และปลอดเชื้อ

โดยเน้นย้ำขั้นตอนการปฏิบัติที่เป็นยี่ยม(Best practice)ของฟาร์ม ที่ให้ความสำคัญ ”การป้องกันดีกว่าการแก้ไข” มีระบบป้องกันโรคและหลักสุขอนามัยที่ดี ด้วยวิธีการเพิ่มแบคทีเรียที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพเช่น โพรไบโอติก (Probiotic) เพื่อลดโอกาสของแบคทีเรียก่อโรคเข้าสู่ตัวไก่ มุ่งเน้นการเสริมความสามารถในการย่อยและดูดซึมอาหารของไก่เนื้อ จัดเป็นเครื่องมือสำคัญต่อการป้องกันดูแลสุขภาพไก่อย่างดีที่สุด เพื่อไม่ให้ไก่มีโอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ผลที่ได้รับก็คือลดความเสี่ยงต่อเชื้อก่อโรคที่เป็นอันตรายเช่น อีโคไล ซาลโมเนลล่า หรือ คลอสตริเดียม เป็นการป้องกันทุกวิถีทางไม่ให้ไก่มีโอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อใดๆ ทำให้ไก่ไม่จำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะอย่างพร่ำเพรื่อ และสามารถดำรงสุขภาพอย่างแข็งแรงได้ตั้งแต่เริ่มเลี้ยง กระทั่งเข้าสู่โรงงานแปรรูป

ด้วยความใส่ใจต่อผู้บริโภค สัตวแพทย์ผู้ควบคุมฟาร์มของบริษัทจะมีมาตรการตรวจสอบทางห้องปฏิบัติการเพื่อมั่นใจว่าเนื้อไก่ปลอดภัยจากยาปฏิชีวนะตกค้าง แบคทีเรียที่เป็นอันตรายต่อการบริโภคและสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ อีกทั้งยังมีเจ้าหน้าที่สัตวแพทย์ภาครัฐ ควบคุมกำกับดูแลตรวจสอบความปลอดภัยอาหารจากเชื้อก่อโรคที่ได้กำหนดไว้ โดยกรมปศุสัตว์และประเทศคู่ค้าที่สำคัญ ทั้งสหภาพยุโรป (อียู) ญี่ปุ่น และตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นประเทศที่มีความเข้มงวดเรื่องความปลอดภัยของอาหารสูงมาก

สำหรับฟาร์มเลี้ยงไก่ไข่ของบริษัท ก็ดำเนินการภายใต้ระบบมาตรฐานเช่นกัน โดยไข่ไก่สดซีพี ทุกฟองใส่ใจในรายละเอียดทุกขั้นตอนการผลิตที่มีคุณภาพและมีมาตรฐานสากล โดยเฉพาะ “ความสดใหม่” ที่สามารถตรวจวัดได้ด้วยเทคโนโลยีทันสมัย ไข่ไก่ทุกฟองที่เข้าสู่กระบวนการของโรงคัดไข่ ต้องเป็นไข่สดคุณภาพจากฟาร์มเลี้ยงไก่ไข่ที่มีมาตรฐานการเลี้ยงระดับสูง ตามข้อกำหนดของบริษัท และได้มาตรฐานฟาร์มของกรมปศุสัตว์ มีการควบคุมอุณหภูมิตั้งแต่รับไข่ไก่เข้ากระบวนการ จนกระทั่งส่งออกจากโรงคัดไข่สู่มือผู้บริโภค โดยทุกจุดอยู่ภายใต้มาตรฐานตรวจสอบความสด และเมื่อผ่านเกณฑ์ทั้งหมด ไข่ไก่จะถูกนำเข้าสู่ขั้นตอนการทำความสะอาดด้วยน้ำ โดยไม่ใช้น้ำวน ระหว่างลำเลียงจะมีการใช้ “เลเซอร์สแกนสิ่งผิดปกติ” ที่เกิดขึ้นภายในฟองไข่ เช่น จุดเลือด จุดเนื้อ ซึ่งถือเป็นรายแรกของเมืองไทยที่นำเทคโนโลยีนี้มาใช้

ที่สำคัญ ซีพีเอฟเป็นบริษัทแรกของไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานฟาร์มเลี้ยงไก่ไข่แบบไม่ใช้กรงจากกรมปศุสัตว์ ยังมีแนวทางปรับเปลี่ยนการเลี้ยงไก่ไข่สู่การเลี้ยงแบบไม่ใช้กรง “Cage Free Egg” อย่างต่อเนื่อง โดยยึดตามหลักอิสรภาพสัตว์ 5 ประการ (Five Freedoms of Animals) แม่ไก่มีความเป็นอยู่ในสภาวะที่เหมาะสม มีสุขอนามัยที่ดี มีที่อยู่สะดวกสบาย ได้รับอาหาร-น้ำอย่างเพียงพอ และแม่ไก่สามารถแสดงพฤติกรรมได้ตามธรรมชาติ สอดรับกับนโยบาย “สวัสดิภาพสัตว์” ของซีพีเอฟ ที่มุ่งมั่นยึดแนวทางการเลี้ยงสัตว์อย่างรับผิดชอบและมีจริยธรรมตามมาตรฐานสากล โดยมุ่งเน้นทำให้สัตว์มีความสุขสบายตลอดการเลี้ยง เพื่อส่งมอบอาหารปลอดภัยสู่ผู้บริโภคด้วยความรับผิดชอบ สิ่งสำคัญคือ ไม่ใช้ฮอร์โมนเร่งการเติบโตและปลอดภัยจากยาปฏิชีวนะ 100% นอกจากนี้การเลี้ยงในโรงเรือนระบบปิด (EVAP) ที่สามารถควบคุมอุณหภูมิได้ ให้อาหาร-น้ำเพียงพอและเหมาะสม ยังควบคู่กับการควบคุมและป้องกันโรคที่เข้มงวด มีการจัดการระบบสุขาภิบาลภายในฟาร์มที่ดี ป้องกันพาหะนำโรค เช่น หนู จิ้งจก แมลง รวมถึงการปนเปื้อนทางสิ่งแวดล้อม โดย “ผลิตภัณฑ์ไข่ไก่เคจฟรีของซีพีเอฟ” ได้รับการตรวจสอบทางห้องปฏิบัติการอย่างสม่ำเสมอว่าปลอดเชื้อซัลโมเนลล่าก่อนส่งมอบสู่ผู้บริโภค เพื่อให้ได้ไข่ไก่ที่มีคุณภาพและปลอดภัยอาหาร

ด้วยความใส่ใจและพิถีพิถันในทุกๆขั้นตอนการผลิตเช่นนี้ ผู้บริโภคจึงมั่นใจได้ว่าทั้งเนื้อไก่และไข่ไก่คุณภาพของซีพีเอฟ สด สะอาด ปลอดภัย อย่างแท้จริง

ซีพีเอฟ ขึ้นทำเนียบ Forbes Global 2000 บริษัทมหาชนขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

0

รายงานข่าวจาก บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ เปิดเผยว่า ซีพีเอฟได้รับการจัดอันดับบริษัทมหาชนใหญ่ที่สุดในโลก 2000 บริษัท ประจำปี 2565 ของนิตยสารฟอร์บส์ (Forbes 2022 Global 2000 The World’s Largest Public Companies) ในอันดับที่ 1471 ด้วยรายได้ 1.6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ กำไร 388 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สินทรัพย์ 2.52 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ และมูลค่าตลาด: 5.92 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ สะท้อนการเป็นบริษัท​มหาชนและผู้ผลิตอาหารขนาดใหญ่ที่มีการดำเนินงานอย่างมืออาชีพ สร้างความต่อเนื่องในการผลิต ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการทำงาน ส่งผลให้บริษัทมีผลดำเนินงานที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ The Forbes Global 2000 เป็นการจัดอันดับบริษัทมหาชนที่มีความโดดเด่น โดยประเมินค่าเฉลี่ยหลากหลายด้าน ได้แก่ ยอดขาย กำไร สินทรัพย์ และมูลค่าตลาด ให้สอดคล้องกับขนาดของบริษัท โดยการจัดอันดับในปีนี้ครอบคลุมถึง 58 ประเทศทั่วโลก