Home Blog Page 3

เมืองไทยประกันชีวิต คว้า 3 รางวัล Future Trends Awards 2026 ตอกย้ำผู้นำองค์กรสร้างอนาคตอย่างยั่งยืน

0

บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำศักยภาพองค์กรคุณภาพและความแข็งแกร่งของภาวะผู้นำ ด้วยการคว้า 3 รางวัลจาก Future Trends Awards 2026 อย่างต่อเนื่อง ทั้งรางวัลสำหรับบุคคลซึ่งเป็นผู้นำองค์กรที่โดดเด่นและมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางอนาคต และ รางวัลการบริหารองค์กรมีความโดดเด่นในด้านวิสัยทัศน์ สะท้อนความเป็นองค์กรแห่งอนาคตที่โดดเด่นทั้งด้านวิสัยทัศน์ การบริหารจัดการ และการพัฒนาทรัพยากรบุคคล พร้อมขับเคลื่อน    เทรนด์และสร้างคุณค่าเชิงบวกต่อสังคมและเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

รางวัล “Leader of Business” (รางวัลผู้นำเทรนด์อนาคตด้านธุรกิจ) และ รางวัล “Leader of Leader” (รางวัลผู้นำเทรนด์อนาคตด้านภาวะผู้นำ) ซึ่งมอบให้แก่นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ถือเป็นเครื่องยืนยันถึงบทบาทของผู้นำที่สามารถนำองค์กรเติบโตอย่างมั่นคงท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจยุคใหม่ ด้วยการผสานกลยุทธ์เชิงนวัตกรรม เทคโนโลยี และความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน ควบคู่กับการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนภายใต้แนวคิด ESG (Environmental, Social and Governance) โดยให้ความสำคัญทั้งด้านการสร้างคุณค่าระยะยาวต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การดำเนินธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาล และการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ส่งเสริมการเรียนรู้ การพัฒนาศักยภาพ และการสร้างแรงบันดาลใจให้บุคลากรทุกระดับร่วมขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน

ในขณะเดียวกัน เมืองไทยประกันชีวิต ยังได้รับรางวัล The Most Beloved Employer Awards -Student Love 18–22 Years Old (รางวัลองค์กรที่ดึงดูดใจนักเรียน นักศึกษา อายุ 18-22 ปีที่สุด) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 สะท้อนภาพลักษณ์ของเมืองไทยประกันชีวิตในฐานะองค์กรที่คนรุ่นใหม่ให้ความสนใจและเชื่อมั่น โดยบริษัทฯ มุ่งสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ทันสมัย เปิดกว้าง และสนับสนุนการเติบโตอย่างรอบด้าน การเสริมสร้างทักษะผ่านประสบการณ์หลากหลายมิติขององค์กร รวมถึงโครงการ Young MTL Internship ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงและเตรียมความพร้อมสู่โลกการทำงาน โดยมี  นางสาวสาริศา  ล่ำซำ  ผู้อำนวยการฝ่ายยุทธศาสตร์องค์กร  นางสาวสินีวร เจริญพานิช ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ และนางสาวกมลรัตน์ ทัตติพงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคล  บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)  ร่วมรับมอบรางวัล

ความสำเร็จจากการได้รับรางวัลอย่างต่อเนื่องในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเมืองไทยประกันชีวิตในการพัฒนาองค์กรให้พร้อมสำหรับอนาคต ด้วยการยกระดับนวัตกรรม การบริหารจัดการ และการพัฒนาคนอย่างสมดุล เพื่อสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนแก่ลูกค้า พนักงาน และสังคม พร้อมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมประกันชีวิตไทยให้ก้าวสู่มาตรฐานใหม่อย่างต่อเนื่อง 

เมืองไทยประกันชีวิต คว้ารางวัล “Best Brand Performance on Social Media” ปีที่ 6 จากเวที Thailand Social Awards

0

บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)  รับรางวัล “Best Brand Performance on Social Media” สาขา Insurance & Assurance แบรนด์ที่ทำผลงานยอดเยี่ยมบนโซเชียลมีเดีย สาขากลุ่มธุรกิจประกันภัย (ประกันวินาศภัยและประกันชีวิต) เป็นปีที่ 6 จากงานประกาศรางวัลโซเชียลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศไทย Thailand Social Awards ครั้งที่ 14  จัดขึ้นโดยบริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) จำกัด  ผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตและพัฒนาซอฟต์แวร์วิเคราะห์ข้อมูลตลาด จัดขึ้นเพื่อยกระดับมาตรฐานวงการโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ พร้อมส่งเสริมการใช้โซเชียลมีเดียอย่างสร้างสรรค์และรับผิดชอบ  โดยในงาน นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  ได้มอบหมายให้ นางสาวจิตต์เกษม  สุรธรรมานันท์  รองกรรมการผู้จัดการ  นางสาวฉัตรกนก ลพถนอมชาติ รองกรรมการผู้จัดการ และนางสาวศิริรัตน์ สุทธิพงษานุวัฒน์ ผู้อำนวยการฝ่าย Omni-channel Marketing บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เป็นผู้แทนบริษัทฯ ขึ้นรับรางวัล  งานดังกล่าวจัดขึ้น  ณ ทรูไอคอน ฮอลล์  ไอคอนสยาม

ทั้งนี้ รางวัลดังกล่าวจะมอบให้กับแบรนด์ที่ทำผลงานยอดเยี่ยมบนโซเชียลมีเดีย จากเกณฑ์การวัดผลตามมาตรฐาน Thailand Social Awards  ซึ่งใช้ Social Metric เป็นเครื่องมือวัดประสิทธิภาพการสื่อสารบนโซเชียลมีเดีย โดยเก็บข้อมูลจากแพลตฟอร์มหลักตลอดทั้งปี (1 มกราคม – 31 ธันวาคม) แล้วนำมาคำนวณผ่านปัจจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ เพื่อให้ได้ค่าชี้วัดประสิทธิภาพที่สมบูรณ์ (Social Metric Score) การกำหนดน้ำหนักในแต่ละปัจจัยได้รับการพิจารณาร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ และปรับให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้งานโซเชียลมีเดียของคนไทยในแต่ละปี

โดย Social Metric for Brand เป็นเกณฑ์การวัดประสิทธิภาพการสื่อสารของแบรนด์บนโซเชียลมีเดีย (Best Brand Performance on Social Media) โดยเก็บรวบรวมข้อมูลทางสถิติกว่า 2,600 แบรนด์ จากโซเชียลมีเดียแพลตฟอร์มหลัก และวัดประสิทธิภาพโดยใช้ปัจจัยสำคัญกว่า 70 ปัจจัย ทั้งในเชิงปริมาณ (Quantity) และเชิงคุณภาพ (Quality) เพื่อให้ได้ค่าชี้วัดประสิทธิภาพการสื่อสารของแบรนด์บนโซเชียลมีเดีย (Social Metric Score) ซึ่งจะถูกคำนวณมาจากโซเชียลมีเดีย 2 ส่วนหลัก คือ ช่องทางหลัก Official Account ของแบรนด์ (Owned Media) และช่องทางโซเชียลมีเดียอื่น ๆ ที่กล่าวถึงแบรนด์ เช่น สื่อ อินฟลูเอนเซอร์ หรือบุคคลทั่วไป (Earned Media) ซึ่งการวัดผลทาง Earned Media มาจากการเก็บข้อมูลด้วยเครื่องมือ Zocial Eye โดยใช้คีย์เวิร์ดที่กล่าวถึงชื่อแบรนด์มากกว่า 15,000 คีย์เวิร์ด เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลที่ครบถ้วนมากที่สุด  #เมืองไทยประกันชีวิต #muangthailife

ประมงนครศรีธรรมราช ลงพื้นที่ขนาบนาก พบสัตว์น้ำหลากหลายชนิด ชุมชนสร้างมูลค่าเพิ่มจากปลาต่างถิ่น

0

สำนักงานประมงจังหวัดนครศรีธรรมราช ลงพื้นที่หมู่ที่ 8 และหมู่ที่ 9 ตำบลขนาบนาก อำเภอปากพนัง เพื่อติดตามสถานการณ์ปลาต่างถิ่นและสำรวจความหนาแน่นของปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติ หลังมีการพูดถึงสถานการณ์ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

จากการตรวจสอบภาคสนามพบว่า ความหนาแน่นของปลาหมอคางดำแตกต่างกันตามลักษณะแหล่งน้ำ โดยบริเวณคูน้ำข้างถนนยังพบปลาหมอคางดำอยู่ ขณะที่ลำคลองขนาดใหญ่ในพื้นที่เดียวกันพบในปริมาณน้อย และยังคงมีสัตว์น้ำชนิดอื่นอาศัยอยู่ร่วมจำนวนมาก สะท้อนว่าการกระจายตัวของปลาหมอคางดำขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและคุณภาพน้ำของแต่ละจุด ไม่ได้มีลักษณะหนาแน่นเท่ากันทุกพื้นที่

ด้านมาตรการติดตาม สำนักงานประมงจังหวัดนครศรีธรรมราชได้ร่วมกับศูนย์พัฒนาวิจัยลุ่มน้ำปากพนัง สำรวจความชุกชุมของปลาต่างถิ่นอย่างต่อเนื่อง พร้อมจัดทำฐานข้อมูลรายงานกรมประมงเป็นประจำทุกเดือน รวมทั้งประสานความร่วมมือกับชุมชนในการควบคุมการแพร่กระจายในจุดที่พบปริมาณสูง เพื่อให้การบริหารจัดการเป็นไปตามข้อมูลจริงในพื้นที่

นายสมชาย โปนะทอง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 8 เปิดเผยว่า ชาวบ้านพบปลาหมอคางดำในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่องและสามารถปรับตัวอยู่ร่วมกับสถานการณ์ได้ ผลกระทบต่อชุมชนอยู่ในระดับจำกัด ขณะเดียวกัน ชาวบ้านยังนำปลาหมอคางดำมาใช้ประโยชน์หลากหลายรูปแบบ ทั้งการนำมาประกอบอาหารในครัวเรือน การแปรรูปเป็นปลาแดดเดียว การใช้เป็นเหยื่อล่อจับปู และการใช้เป็นอาหารในบ่อเลี้ยงปูทะเล ซึ่งช่วยลดต้นทุนการผลิต และในบางส่วนสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มหมุนเวียนในเศรษฐกิจชุมชนได้

นายกอบศักดิ์ เกตุเหมือน ประมงจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวเพิ่มเติมว่า การเข้าดำเนินการกำจัดปลาต่างถิ่นในพื้นที่เอกชนจำเป็นต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของพื้นที่ก่อน อย่างไรก็ตาม หากเจ้าของพื้นที่แจ้งความประสงค์ให้เข้าช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่พร้อมดำเนินการทันที

สำนักงานประมงจังหวัดนครศรีธรรมราชยืนยันว่าจะติดตามสถานการณ์ปลาหมอคางดำอย่างใกล้ชิด ใช้ข้อมูลภาคสนามประกอบการตัดสินใจ และดำเนินมาตรการควบคุมประชากรปลาต่างถิ่นอย่างต่อเนื่อง พร้อมขอความร่วมมือจากประชาชนแจ้งเมื่อพบการกระจายตัวในพื้นที่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามแนวทาง “เจอ แจ้ง จับ จบ” ควบคู่กับการส่งเสริมการนำไปใช้ประโยชน์ เพื่อรักษาสมดุลระบบนิเวศ

ซีพี ออลล์ คว้ารางวัลธุรกิจความยั่งยืน ด้านความรับผิดชอบต่อสังคม บนเวที Thailand Social Awards ครั้งที่ 14

0

บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี่ คว้ารางวัล Outstanding Sustainability Brand Performance on Social Media ด้าน Social Impact หรือ กลุ่มธุรกิจความยั่งยืน ด้านความรับผิดชอบต่อสังคม จากงานประกาศรางวัล Thailand Social Awards ครั้งที่ 14 ซึ่งจัดขึ้นที่ไอคอนสยาม เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยมีนางเอื้อมพร สิงหกาญจน์ ผู้จัดการทั่วไป บมจ.ซีพี ออลล์ เป็นตัวแทนขึ้นรับรางวัล

สำหรับหลักการพิจารณารางวัลนี้ ใช้เกณฑ์ Social Metric ซึ่งเป็นเกณฑ์การวัดประสิทธิภาพการสื่อสารด้านความยั่งยืนของแบรนด์บนโซเซียลมีเดีย โดยเก็บรวบรวมข้อมูลทางสถิติจากแบรนด์ที่อยู่ในดัชนี SET50 จากโซเชียลมีเดียแพลตฟอร์มหลักผ่านประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนและได้ผ่านการพิจารณาร่วมกันจาก GEPP ESG Intelligence ที่เป็นข้อมูลเชิงลึกด้านคุณภาพ

การได้รับรางวัลในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่ซีพี ออลล์ ขับเคลื่อนองค์กรด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม โดยมีร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ที่กระจายในทุกพื้นที่เป็นที่พึ่งชุมชน อยู่คู่สังคมในทุกวิกฤต และเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืนภายใต้กลยุทธ์ความยั่งยืน 3 สร้าง 1 DNA สร้างคน สร้างอาชีพ สร้างชุมชนอุ่นใจ และ DNA ความดี 24 ชั่วโมง

พลังแห่งการให้ ‘ชาวโคราช–CPF’ ร่วมหนุนการดูแลผู้ป่วย โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา

0

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF เดินหน้าส่งต่อพลังแห่งการให้ ช่วยเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของสังคมไทย ผ่านกิจกรรม “ทุกการซื้อ คือพลังแห่งการให้” เปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมเลือกซื้อสินค้าคุณภาพดี โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะนำมอบให้แก่ มูลนิธิ 100 ปี โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา เพื่อสนับสนุนกิจการของโรงพยาบาล ทั้งการจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์และช่วยเหลือผู้ป่วยที่ขาดแคลนทุนทรัพย์

กิจกรรมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25–27 กุมภาพันธ์ เวลา 06.00–16.00 น. ณ อาคารศูนย์อาหารสวัสดิการ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ บุคลากรทางการแพทย์ จิตอาสา และประชาชนในพื้นที่ ร่วมกันส่งต่อ “พลังแห่งการให้” เพื่อเสริมศักยภาพการดูแลรักษาผู้ป่วยในจังหวัดนครราชสีมาและพื้นที่ใกล้เคียง

ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายคณัสชนม์ ศรีเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และ นายแพทย์ทวีชัย วิษณุโยธิน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ร่วมเปิดกิจกรรม สะท้อนพลังความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน ในการร่วมกันดูแลสุขภาพของประชาชน

นายแพทย์ทวีชัย วิษณุโยธิน กล่าวว่า โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมามีภารกิจดูแลผู้ป่วยจำนวนมาก โดยมีผู้ป่วยนอกกว่า 5,000 รายต่อวัน และผู้ป่วยในเฉลี่ยกว่า 1,500 รายต่อวัน ทำให้การสนับสนุนจากภาคส่วนต่าง ๆ โดยเฉพาะภาคเอกชน มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเสริมศักยภาพระบบสาธารณสุข และช่วยให้โรงพยาบาลสามารถจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นเพื่อช่วยชีวิตผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เป็นกลไกสำคัญในการดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยกิจกรรมครั้งนี้ของ CPF ช่วยสนับสนุนการทำงานของมูลนิธิ 100 ปี โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ลดภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลผู้ป่วย และเป็นการคืนประโยชน์กลับสู่สังคมอย่างเป็นรูปธรรม” รองผู้ว่าฯ นครราชสีมา กล่าว

นอกจากนี้ บริษัทยังขยายกิจกรรม “ทุกการซื้อ คือพลังแห่งการให้” ไปยังพื้นที่กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 11–13 มีนาคม ณ อาคาร ซี.พี. ทาวเวอร์ สีลม รวมทั้งในพื้นที่ต่างจังหวัดตลอดทั้งปี เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมอิ่มบุญ อิ่มใจ และเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อพลังแห่งการให้ผ่านโรงพยาบาลและองค์กรสาธารณกุศล เพื่อช่วยเหลือสังคมไปด้วยกัน

ตลอดเวลาที่ผ่านมา CPF เดินหน้าสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือสังคมอย่างต่อเนื่อง ผ่านโรงพยาบาลในหลายพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุเพลิงไหม้ แผ่นดินไหว ทั้งการจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ การฟื้นฟูสถานพยาบาล รวมถึงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม สะท้อนบทบาทขององค์กรที่พร้อมเคียงข้างสังคมไทย และเชื่อมั่นใน “พลังของการแบ่งปัน” เพื่อสร้างสังคมที่เข้มแข็งและยั่งยืน.

AIS หนุนภารกิจทหารไทยแนวหน้า มอบซิมพร้อมดูแลโครงข่ายชายแดนต่อเนื่อง

0

AIS สานต่อพันธกิจนำเทคโนโลยีดิจิทัลขับเคลื่อนสังคมไทย ลงพื้นที่อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว ภายใต้โครงการ “เอไอเอสเชื่อมกำลังใจ แด่ทหารไทยในแนวหน้า” มอบซิมการ์ดเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของกำลังพลตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา พร้อมดูแลคุณภาพสัญญาณให้สามารถสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งในภารกิจและการติดต่อกับครอบครัว

การลงพื้นที่ครั้งนี้ เพื่อสนับสนุนกำลังพลสังกัด กองกำลังบูรพา โดยมี พ.อ.บัญชา ชาญฉลาด รองผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา และ พ.อ.สุวิทย์ วิจิตรกาญจน์ รองเสนาธิการกองกำลังบูรพา เป็นผู้แทนรับมอบ สะท้อนความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนและกองทัพในการเสริมความพร้อมด้านความมั่นคง ควบคู่กับการสร้างขวัญกำลังใจให้ทหารแนวหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเสียสละ

นอกจากการสนับสนุนด้านการสื่อสารแล้ว AIS และกองกำลังบูรพา ยังได้ร่วมกันลงพื้นที่ชุมชนบ้านหนองจาน อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว ส่งมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคแก่ประชาชนในพื้นที่ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ สร้างรอยยิ้มและความอบอุ่นให้กับคนในชุมชน สะท้อนเจตนารมณ์ในการดูแลทั้งกำลังพลและประชาชนชายแดนไปพร้อมกัน

AIS ให้ความสำคัญกับการดูแลโครงข่ายในพื้นที่ชายแดนจังหวัดสระแก้ว อย่างต่อเนื่อง เสริมเสถียรภาพของโครงข่าย เพื่อให้ทหารสามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างราบรื่น และสามารถติดต่อสื่อสารกับครอบครัวได้ตลอดเวลา ลดความกังวล และเติมเต็มกำลังใจระหว่างการทำหน้าที่ AIS เชื่อว่าการสื่อสารที่มีคุณภาพ ไม่เพียงสนับสนุนภารกิจด้านความมั่นคง แต่ยังเชื่อมโยงความห่วงใยระหว่างทหารกับครอบครัว รวมถึงสร้างความอุ่นใจให้ประชาชนในพื้นที่ชายแดนควบคู่กับการส่งต่อกำลังใจให้ทหารแนวหน้า และประชาชนในทุกพื้นที่ ให้สามารถสื่อสารและใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจในทุกสถานการณ์

เปิดบ้าน “ไพศาลย์ เปี่ยมเมตตาวัฒน์” ชมของเก่าของโบราณล้ำค่า งานสะสมชั่วชีวิตของกูรูสายประวัติศาสาตร์

0

วันนี้ #ยินดีที่ได้เที่ยว จะพาทุกคนไปชม “ขุมทรัพย์ของสะสมล้ำค่า” ที่ซ่อนตัวอยู่ในกรุงเทพฯ เป็นสถานที่ที่คนรักประวัติศาสตร์ไม่ควรพลาด เพราะนี่คือการเปิดบ้านพักส่วนตัวของ อาจารย์ไพศาลย์ เปี่ยมเมตตาวัฒน์ กูรูประวัติศาสตร์และนักสะสมของเก่าระดับแถวหน้าของเมืองไทย และ เป็นผู้อยู่เบื้องหลังผลงานหนังสือด้านประวัติศาสตร์มากมายหลายร้อยเล่ม สำหรับคนในแวดวงแล้ว ชื่อของอาจารย์ไพศาลย์ คือเครื่องหมายการันตีของการรู้ลึกและรู้จริง

วันนี้ถึงเวลาที่เหมาะสมแล้วของ ปฐมฤกษ์ การเปิดทริปสุดพิเศษ “เคหาสน์ไพศาลย์” เพื่อให้ผู้ที่ติดตามงานของอาจารย์ได้เข้าชมงานสะสมที่หายากและล้ำค่ากันแบบใกล้ชิด เพจรัตนโกสิเนหา ผู้จัดงานนี้ เล่าให้ ฟังว่า ทริปนี้มีจุดกำเนิดมาจากเสียงเรียกร้องของคนที่ติดตามผลงานของอาจารย์ และการได้ร่วมงานกับอาจารย์มายาวนานในการออกเดินทางไปชมของเก่าของโบราณตามสถานที่ต่างๆ แล้ว ท้ั้งที่มีของดีที่อยู่ใกล้ตัวอยู่ จึงเห็นว่า สมควรแก่เวลาแล้วที่จะขออนุญาตอาจารย์ไพศาลย์ยอมเปิดบ้านให้เข้าชมสักครั้ง

เพจรัตนโกฯ โต้โผใหญ่งานนี้ จึงได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจ ใช้เวลานานกว่า 7 สัปดาห์ เปลี่ยน บ้าน ให้เป็น พิพิธภัณฑ์ เพื่อจัดแสดงสิ่งของสะสม และปรับปรุงพื้นที่และฉากทัศน์ของห้องแสดงแต่ละห้อง ให้เป็นสัดส่วน เพื่อถ่ายทอดร้อยเรียงเรื่องราวต่างๆ ให้ได้อย่างลงตัว และพิถีพิถัน ซึ่งคงไม่ต้องบอกว่า จะปราณีตเพียงไหน เพราะคนที่ติดตามงานของรัตนโกสิเนหา น่าจะทราบดี เพียงลำพังแค่การตั้งชื่อทริปแต่ละครั้ง ก็สะท้อนถึงความใส่ใจและปราณีตบรรจงของผู้จัดงานได้ดีอยู่แล้ว

เปิดประตู “บ้านเปี่ยมเมตตาวัฒน์” เมื่อบ้านย่านพุทธมณฑล กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต

ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไปในบ้านของอาจารย์ไพศาลย์ สิ่งแรกที่สัมผัสได้ คือ “กลิ่นอายของกาลเวลา” นอกจากเป็นที่พักอาศัยช่วงสุดสัปดาห์ตามความตั้งใจแรกที่ซื้อบ้านหลังนี้เมื่อ 35 ปีก่อน แต่ที่นี่กำลังจะทำหน้าที่สำคัญคือ การเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงของสะสมทั้งชีวิตของอาจารย์ไพศาล

อาจารย์ไพศาลย์ สะสมของเก่าของโบราณมานานหลายทศวรรษ ด้วยสายตาของนักประวัติศาสตร์ศิลป์และใจที่รักในการอนุรักษ์ ของทุกชิ้นในบ้านจึงมี “เรื่องเล่า” ขอย้ำว่าทุกชิ้น แม้กระทั้งข้าวของเครื่องใช้ที่วางอยู่บนโต๊ะทานข้าวยุคสมัยจอมพลป.พิบูลสงครามที่ตั้งกลางห้องรับแขก ข้าวของทุกชิ้นล้วนก็มีสตอรี่และมูลค่าทางจิตใจ จะกาน้ำชา ถ้วยชาม ถาดอาหาร หรือ เมนูสแตน ก็ดี ล้วนเป็นของเก่า มีที่มา และสตอรี่ มีเรื่องเล่าได้ทุกชิ้น เพราะการสะสมของอาจารย์ ไม่ใช่การครอบครอง แต่เป็นการรักษาหลักฐานทางประวัติศาสตร์ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาต่อไป

ของสะสม สมบัติส่วนตัวรายการแรกที่อาจารย์ไพศาล ใช้เปิดงาน คือ หัวหุ่นกระบอกที่ตั้งแสดงบนชั้นกระจกสูง 5 ชั้น ตั้งแสดงเรียงรายทั้งหัวหุ่นตัวยักษ์ ลิง ตัวพระ ตัวนาง เป็นหัวหุ่นของ “คณะหุ่นกระบอกวังหน้า จางวางต่อ ณ ป้อมเพชร” ที่อาจารย์ได้มาทั้งคณะ ๕๔ หัว หัวหุ่นใช้ไม้โมกแกะ ลงรักปิดทอง เขียนสี ตั้งแต่สมัยพ.ศ. ๒๔๓๖ เป็นคณะหุ่นกระบอกของไทยรุ่นแรกๆ และเคยแสดงถวายเบื้องพระพักตร์รัชกาลที่ ๕ จนถึงรัชกาลที่ ๗ รวมทั้งเจ้านายองค์อื่น

ไฮไลท์ ห้องช้าง ห้องพระ ห้องหนังสือ

นอกจากงานสะสมของอ. ที่เกี่ยวเนื่องกับงานที่รับผิดชอบ เช่น ภาพถ่ายโบราณ เอกสารโบราณ หนังสือ ที่อัดแน่นในคฤหาสน์ไพศาลหลังนี้ เราจะได้พบศิลปวัตถุ ของเก่าต่างๆ ที่ล้ำค่ำ และหาชมได้ยากอีกจำนวนมากมาย โดยมีการจัดแสดงเป็นห้องแสดงสำคัญ 3 ห้อง คือ ห้องช้าง ห้องพระ และห้องสมุด

เริ่มด้วย ห้องช้าง เป็นห้องแสดงช้างดินเผา คชลักษณ์ ช้างเผือกคู่บ้านคู่เมือง ต่างสี หน้าตา ท่าทาง อายุกว่าร้อยปี พร้อมลายเซ็น คาร์โล รีโกลี (Carlo Rigoli) ศิลปินชาวอิตาลีผู้วาดภาพจิตรกรรมบนเพดานโดมพระที่นั่งอนันตสมาคมด้วย! ช้างดินเผา มีความพิเศษคือ เป็นงานปั้นดินเผาแบบกลวง เขียนสีสมจริง บางตัวใช้ขนหางช้าง และงาจริง ๆ มาประดับ

ความเป็นมาของช้างดินเผานี้ มีการสร้างช้างดินเผาขึ้นเพื่อใช้เป็นแม่แบบ บ่งชี้รูปพรรณสัณฐานของช้างสำคัญ ช้างเผือกคู่บ้านคู่เมือง คู่พระบารมีพระมหากษัตริย์ ทั้งในฐานะช้างราชพาหนะ และฐานะผู้ร่วมออกศึกปกป้องบ้านเมือง ปั้นโดยผู้ชำนาญทั้งเชิงช่างและองค์ความรู้ด้านคชลักษณ์ คอลเลคชั่นของอ.ไพศาลย์ จริงๆ แล้วมีทั้งหมด 40 ตัว ที่นำมาจัดแสดงในห้องช้าง เป็นเพียงงานสะสมแค่บางส่วนเท่านั้น

จากนั้นเราเดินขึ้นชั้นสอง เพื่อเข้าชมห้องพระ ซึ่งภายในห้อง มีพระพุทธรูปองค์สำคัญ พระพุทธรูปทรงเครื่องกษัตริย์ปางต่างๆ จัดวางอย่างแสนลงตัวบนบุษบกเกริน บุษบกธรรมาสน์จำลอง อัฒจันทร์พระ อันแสนล้ำค่า แลดูงดงามมากทีเดียว

และห้องถัดมา คือ ห้องสมุด หรือห้องหนังสือของอ.ไพศาลย์ ที่เก็บสะสมหนังสือเก่า เอกสาร ภาพถ่ายโบราณต่างๆ ที่หาชมได้ยาก และมีการจัดแสดงชุดเอกสารที่ระลึกของ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ถึง พระสหายจากลอนดอน รูปถ่าย จดหมาย ซอง พร้อมลายพระหัตถ์ตัวจริง กว่า ๕๐ ชิ้น ในซองผ้าไหมอายุร้อยกว่าปี และที่สำคัญ เราจะได้เห็นนามบัตรของรัชกาลที่ ๔ ของจริง ซึ่งหาดูจากที่ไหนคงไม่ได้อีกเช่นกัน

ช่วงท้ายๆ อ.ไพศาลย์อวดผ้าปูโต๊ะอาหารผืนหนึ่งให้ชม หากดูผิวเผินผ่านๆ ก็คงเป็นผ้าเก่าๆ ธรรมดาชิ้นนึงที่ผ่านกาลเวลาและการใช้งานมานานโข แต่เมื่ออาจารย์ชี้ให้ดูตราสัญลักษณ์ที่ประทับบนผ้าผืนนี้ ทำให้เราทราบว่า เป็นผ้าปูโต๊ะอาหารส่วนพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ซึ่งอาจารย์บอกว่า เตรียมจะนำไปใส่กรอบเก็บไว้ไหว้บูชาในอนาคต

เราใช้เวลาเดินชมของเก่าของสะสมต่างๆ อยู่เกือบทั้งวัน จนถึงเวลาที่ต้องแยกย้ายกลับ จริงๆแล้ว การใช้เวลาเพียงหนึ่งวันในเคหาสน์หลังนี้ดูจะน้อยเกินไปสำหรับการซึมซับเรื่องราวที่อัดแน่นอยู่ในทุกตารางนิ้ว เพราะลำพังยืนฟังอาจารย์เล่าเรื่องราวของสิ่งของแต่ละชิ้นก็แทบจะไม่สามารถปลีกตัวออกไปถ่ายภาพของเก่าของโบราณต่างๆ ได้หมด เพราะเท่ากับว่า เราจะพลาดฟังเรื่องเล่า และตกหล่นรายละเอียดของข้าวของสิ่งละอันพันละน้อยต่างๆ ทำให้เราคงต้องจัดสรรเวลา หาโอกาสมาเยี่ยมชมบ้านของอาจารย์ไพศาลอีกครั้งแน่นอน

ขอบคุณ ข้อมูลเพจรัตนโกสิเนหา , อาจารย์ไพศาลย์ เปี่ยมเมตตาวัฒน์

ปรับโฉม “เมืองไทยสไมล์คลับ” ครั้งใหญ่! มอบสิทธิพิเศษแบบไม่ต้องแลกคะแนน พร้อมส่วนลดเบี้ยประกันสูงสุด 15%

0

“เมืองไทยสไมล์คลับ” คลับแห่งความสุขและรอยยิ้ม โดย บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)  ประกาศเดินหน้าปรับโฉมครั้งใหญ่ ยกระดับความสุขและรอยยิ้มขึ้นไปอีกขั้น สอดรับกับพฤติกรรมของลูกค้าและโลกในยุคปัจจุบัน พร้อมก้าวจาก Loyalty Program สู่ “Behavior Platform” เต็มรูปแบบ ชูหัวใจหลัก Happiness Starts with Smile” เพราะความสุขต้องเริ่มต้นด้วยรอยยิ้ม แตกต่างด้วยสิทธิพิเศษที่เลือกได้ตามไลฟ์สไตล์  ทั้ง Exclusive Privileges” และ Product Privilege” โดดเด่นด้วยสิทธิประโยชน์จากคะแนน Smile Point และส่วนลดเบี้ยประกันภัยสูงสุด 15% จากคะแนน Fit Point  พร้อมกิจกรรมที่ “เยอะเนอะ” มากขึ้นไปอีก รับความสุขได้ง่าย ๆ ผ่าน MTL Click Application ที่ครอบคลุมทุกบริการ สะดวก ครบ จบ ในแอปเดียว

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า  “เมืองไทย สไมล์คลับ” คือผู้บุกเบิกการสร้างระบบ Loyalty Program รายแรกของธุรกิจประกันชีวิตในประเทศไทย ซึ่งริเริ่มขึ้นในปี 2547 ภายใต้สโลแกน “ศูนย์รวมกิจกรรมเพื่อความสุขและรอยยิ้มของคนหัวคิดทันสมัย” และมีวลีที่ทุกคนมักพูดถึงกันจนติดหูว่า “กิจกรรมเยอะเนอะ” สะท้อนถึงเอกลักษณ์ของ บริษัทฯ ที่มุ่งสร้างประสบการณ์แห่งความสุขและรอยยิ้มให้กับสมาชิกมาอย่างต่อเนื่อง

การปรับโฉมในครั้งนี้ถือเป็นการสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ ที่เมืองไทยประกันชีวิตมอบให้แก่ลูกค้าคนสำคัญ ด้วยความคุ้มค่าของเบี้ยประกันภัยที่จ่ายไปสามารถเปลี่ยนมาเป็นคะแนนแห่งความสุข เพียงร่วมเป็นสมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับ พร้อมยกระดับสิทธิประโยชน์และประสบการณ์ให้เหนือระดับ เข้าถึงได้ทุกคน เพราะ “เราคือประกันที่มีชีวิต” ที่ไม่ได้มองเพียงการมอบความคุ้มครองผ่านแบบประกันเท่านั้น แต่ยังมุ่งดูแลชีวิตประจำวันของลูกค้าในทุกวันทุกมิติ  ซึ่งจะมีทั้งวันที่เคลม วันที่พัก วันที่กิน วันที่เที่ยว วันที่ปาร์ตี้ และวันที่สุขภาพดี เพื่อส่งมอบ Million Ways to Smile”  หรือรอยยิ้มในหลากหลายมิติที่มากกว่าการเป็นประกันชีวิต

พร้อมเปิดโฉมสิทธิพิเศษรูปแบบใหม่ที่ตรงใจยิ่งขึ้นกว่าเดิม ด้วยการเปิดให้ “เลือก” รับความพิเศษที่ใช่ได้ด้วยตัวเองได้ทันที (Instant Reward) “Exclusive Privileges” สิทธิพิเศษสำหรับสมาชิกฯ ตามระดับสถานะ (Tier Privilege) ทั้งระดับสถานะ Prestige ระดับสถานะ Beyond Prestige และระดับสถานะ The Ultimate เลือกได้ทั้งในหมวด Health & Wellness, Dining, Entertainment และ Travel  ด้าน “Product Privilege” ได้ออกแบบสิทธิพิเศษให้สอดคล้องกับ   แผนชีวิตและแบบประกันที่เลือกไว้โดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นประกันสุขภาพ (Health) หรือประกันโรคร้ายแรง (CI) ประกันชีวิตในกลุ่ม ShieldLife ทั้งประกันชีวิตแบบตลอดชีพ ยูนิเวอร์แซลไลฟ์ หรือคุ้มครองภายในระยะเวลา และ แบบประกันชีวิตควบการลงทุน Unit-Linked Insurance

นอกจากนี้ สมาชิกฯ ทุกระดับสถานะ (Smile, Prestige, Beyond Prestige และ The Ultimate) ยังได้รับคะแนน  “Smile Point” เพื่อแลกรับสิทธิพิเศษที่เติมเต็มความสุขตลอดปี ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ทั้งร้านอาหาร กิจกรรม  ความบันเทิง สุขภาพ ช้อปปิ้ง และท่องเที่ยว จากพันธมิตรชั้นนำที่หลากหลายมากกว่า 500 แบรนด์  และการเชื่อมสุขภาพกับความคุ้มค่าผ่าน “Fit Point” นวัตกรรมไฮไลต์สำคัญที่เชื่อมโยง “พฤติกรรมสุขภาพ” เข้ากับ “ความคุ้มค่า” อย่างเป็นรูปธรรม โดยลูกค้าสามารถสะสมคะแนนจากผลตรวจสุขภาพ การเดิน หรือการออกกำลังกาย ให้ทุกการดูแลสุขภาพได้เปลี่ยนเป็นส่วนลดเบี้ยประกันภัยได้สูงสุดถึง 15% และสะดวกยิ่งขึ้นด้วยการรวม Smile Point และ Fit Point ไว้ที่ MTL Click Application ครอบคลุมทุกบริการ  สะดวก ครบ จบ ในแอปเดียว

ภายในงานเปิดตัว “เมืองไทยสไมล์คลับ” โฉมใหม่ครั้งนี้ เริ่มต้นความสุขและรอยยิ้มด้วยการกลับมาของ “น้าแอ๊ด” เมืองไทยสไมล์คลับยุคแรก ที่มาช่วยย้ำชัดว่าไม่ว่าเวลาจะผ่านมานานเท่าไหร่ กิจกรรมที่เมืองไทยสไมล์คลับคัดสรรมามอบให้ก็ยังคง “เยอะเนอะ” ต่อด้วยการแสดงสุดอลังการที่สะท้อนให้เห็นถึงสิทธิพิเศษที่ลูกค้าเมืองไทยสไมล์คลับ    จะได้รับอย่างครบถ้วนทั้งการท่องเที่ยว สุขภาพ ร้านอาหาร และความบันเทิง พร้อมโชว์พิเศษจาก Bangkok Airways และ The Coral Lounge  “เบเบ้” คุณธันย์ชนก ฤทธินาคา Fitness Influencer ชื่อดัง พร้อมด้วย “เชฟป้อม” หม่อมหลวงขวัญทิพย์ เทวกุล และนักแสดงรุ่นใหม่มาแรง “พรู ภัทรจารีย์ วณิชย์วงศ์วาน” และ “ไดร์มอน ณรกร ณิชกุลธนโชติ” จากซีเนริโอ

อีกหนึ่งไฮไลต์ของงาน กับการพูดคุยกับพระเอกสุดหล่อ “คุณณเดชน์ คูกิมิยะ” ในฐานะพรีเซ็นเตอร์และลูกค้าตัวจริงของเมืองไทยประกันชีวิต ที่มาร่วมเปิดมุมมองความอุ่นใจจากความคุ้มครอง และความว้าว!  ของสิทธิประโยชน์ที่ได้รับจากการเป็นสมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับ ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของตนเองได้อย่างลงตัว  ในบรรยากาศที่เป็นกันเอง

เสริมทัพความแข็งแกร่งกับเหล่าพันธมิตรชั้นนำ ซึ่งมาพูดคุยถึงสิทธิพิเศษที่เตรียมมาเพื่อลูกค้าเมืองไทยประกันชีวิตโดยเฉพาะอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น คุณกณิการ์ วีรวรรณ กรรมการ บริษัท ซีเนริโอ จำกัด คุณบอย  โกสิยพงษ์  Song Writer และ Music Producer  หม่อมหลวงขวัญทิพย์  เทวกุล (Kwantip Samrub Thai Dining)  หม่อมหลวงภาสันต์ สวัสดิวัตน์ (ปิ่นโตเถาเล็ก) ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร Exclusive Dining and Exclusive Event  ดร. อุไรรัตน์    ศิริวัฒน์เวชกุล (หมอยูริ) Chief Medical Officer , Health & Brain Center at The Aspen Tree The Forestias  คุณเกศิณี จั่นพา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ  The Coral Executive Lounge  คุณภูริต ดารากร ณ อยุธยา รักษาการรองผู้อำนวยการแผนกสื่อสารการตลาด และกิจกรรม Bangkok Airways

ปิดท้าย ด้วยการเปิดประสบการณ์ลูกค้าเมืองไทยสไมล์คลับ “เบลล่า” คุณราณี แคมเปน  คุณรมย์รัมภา พลอยขาว (มินิแวนเจอร์) และคุณณัฐชา แจ่มมั่งคั่ง (ลิลลี่ ณัฐชา) มาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวความประทับใจจากการเข้าร่วมกิจกรรม  จบงาน…ด้วยซีนใหญ่กับการถ่ายภาพรวมร่วมกันพันธมิตรที่มาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง พร้อมด้วย ดร.สุธี โมกขะเวส กรรมการผู้จัดการ  คุณนาเดีย สุทธิกุลพานิช รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส  คุณฉัตรกนก ลพถนอมชาติ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ร่วมบนเวที งานจัดขึ้น ณ SPHERE GALLERY 1 ชั้น M  ศูนย์การค้า The EMSPHERE

“เราไม่ได้มองว่าประกันชีวิตเป็นเพียงเรื่องของการคุ้มครองในยามฉุกเฉินเท่านั้น แต่เราต้องการเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของลูกค้า เมืองไทยสไมล์คลับโฉมใหม่ และสิทธิพิเศษที่ตรงใจจากเมืองไทยประกันชีวิตนี้ จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงสุขภาพที่ดีและมีความสุขได้อย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการบริหารความเสี่ยงและการเงินที่มั่นคง ตามนโยบายการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงทุกมิติอย่างรอบด้าน” นายสาระ กล่าวสรุป

สมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับ สามารถร่วมสัมผัสประสบการณ์ความสุขและสุขภาพดีที่เลือกได้ด้วยตัวเอง ตั้งแต่วันนี้และติดตามกิจกรรมรวมถึงสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ที่เมืองไทยสไมล์คลับคัดสรรมาเป็นพิเศษ ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ และ      ตอบโจทย์ความหลากหลายทุกความต้องการเพิ่มเติม ได้ที่ MTL Click Application สามารถดาวน์โหลดได้ฟรีทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android หรือเว็บไซต์ www.muangthai.co.th   สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร. 1766 กด 4 เมืองไทยประกันชีวิต หรือศูนย์บริการลูกค้าทั่วประเทศ

มิติใหม่! AIS SIAM x SIAM DEKLEN จัดงาน Coffee Party สุดคิ้วท์ พร้อมชวน 5 อินฟลูตัวตึง สลัดลุคเป็นเมดคาเฟ กระทบไหล่แฟนคลับ Gen-C

0

AIS SIAM คอมมูนิตี้สเปซของชาว Gen-C ใจกลางสยาม พื้นที่ของคนชอบเล่นจนได้เป็นตัวจริง จับมือ SIAM DEKLEN จัดงาน “PLUG Coffee Party: Your Cute Maid.LIVE” งาน Coffee Party สุดครีเอทในฟีลแฟนมีต ธีมเมดคาเฟ เติมเต็มโมเมนต์ให้แฟนคลับได้ฟิน กับอินฟลูฯ 5 คน 5 สไตล์แบบเต็มอิ่ม นำโดย เรียวตะ อินฟลูเอนเซอร์ชาวญี่ปุ่นที่ชอบพูดภาษาไทย ลุคอบอุ่น คาแรกเตอร์น่ารัก อารมณ์ดี, นอท บ้านกูเอง  ครีเอเตอร์สายไลฟ์สไตล์–บันเทิง เจ้าของเอกลักษณ์ความสนุกแบบเป็นธรรมชาติ, กล้ามเหลว อินฟลูเอนเซอร์สายออกกำลังกายที่กำลังมาแรง ถ่ายทอดคอนเทนต์ด้วยเสน่ห์เฉพาะตัว, แอล ครีเอเตอร์รุ่นใหม่ลูกครึ่งไทย–อเมริกัน โดดเด่นด้านคอนเทนต์แต่งตัวและแฟชั่นคัฟเวอร์ และ เดฟ อินฟลูเอนเซอร์สยามตัวจริง เจ้าของคอนเทนต์สัมภาษณ์วัยรุ่นสยามที่มียอดรับชมหลักล้านวิว ทั้ง 5คนมารวมตัวเฉพาะกิจเป็นเมดไอดอลสุดคิ้วท์ กับภารกิจส่งต่อกาแฟแก้วพิเศษ ‘Marsh Your Maid’ เมนูสุดน่ารักจากวาเลนไทน์ที่เพิ่มเอสเปรสโซช็อตเติมพลังแบบเข้มข้น ถึงมือนายท่านแบบเอ็กซ์คลูซีฟ จาก PLUG cafe พร้อมร่ายมนต์ ให้ทุกคนได้ชาร์จพลังให้ลุยต่อได้ทั้งวัน งานนี้ AIS SIAM ได้เปิดพื้นที่ให้แฟนๆ ได้ถ่ายคอนเทนต์ร่วมกัน เก็บภาพความทรงจำแบบ Gen-C ไว้ครบทุกช็อต

ภายในงาน Coffee Party เต็มไปด้วยความน่ารัก ความสนุก คึกคักตลอดทั้งวัน ด้วย กิจกรรมที่อัดแน่นกันตั้งแต่เข้างาน ทั้งโฟโต้บูธให้เก็บโมเมนต์พิเศษ จุดจำหน่วยสินค้าสุดพิเศษเฉพาะงานนี้เท่านั้น อาทิ การ์ดสะสม เสื้อ พวงกุญแจ และถุงผ้า และการเปิดตัวซิงเกิลใหม่ เพลง ‘แมวจับหนู’ เป็นที่แรก ผลงานของอินฟลูเอนเซอร์ทั้ง 5 คน  โดยนำเสนอคอนเซ็ปต์เปรียบเสมือนแมว 5 สี ที่แตกต่างกัน แต่เมื่ออยู่ร่วมกันกลับลงตัว เข้ากับตัวตนของคน Gen-C สามารถติดตามผลงานเพลง และ MV ได้เร็วๆ นี้ ทาง AIS SIAM และ SIAM DEKLEN

AIS SIAM ยังคงเดินหน้าสร้างพื้นที่แห่งการรวมตัวของวัยรุ่น Gen-C ที่ทุกคนเข้าถึงได้ สามารถติดตามข่าวสาร กิจกรรม และอัปเดตไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ ของ AIS SIAM ได้ที่สยามสแควร์ ซอย 7 เปิดบริการทุกวัน เวลา 09.00 – 21.00 น. ผ่าน Instagram, X และ TikTok ของ AIS SIAM

โมเดลของชาวหัวไทรเห็นผล ใช้ประโยชน์เชิงเศรษฐกิจควบคุมประชากรปลาต่างถิ่น

0

สถานการณ์ปลาหมอคางดำในอ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราชมีแนวโน้มลดลงอย่างชัดเจน จากข้อมูลของกลุ่มเกษตรกรและชาวบ้านในพื้นที่ ปริมาณปลาที่จับได้ต่อวันลดลงต่อเนื่อง สะท้อนผลของแนวทาง “ใช้ประโยชน์เพื่อควบคุม” สร้างมูลค่าเพิ่มให้เกษตรกรและชุมชน

นายนัฎฐชัย นาคเกษม หรือ “พี่โชค” ประธานกลุ่มเกษตรกรเลี้ยงปูขาวอินทรีย์ บ้านเนินหนองหงส์ ระบุว่า ปัจจุบันปริมาณปลาหมอคางดำใน อ.หัวไทร เริ่มไม่เพียงพอต่อความต้องการ โดยเฉพาะสมาชิกกลุ่มทั้ง 30 ราย ที่ต้องการใช้ปลามาเป็นเหยื่อเลี้ยงปูรวมวันละ 400-500 กิโลกรัม ซึ่งนอกจากจะช่วยกำจัดปลาแล้ว ยังช่วยสร้างรายได้ให้ชาวบ้านผู้จับปลามาขายได้ถึงวันละ 4,000-5,000 บาท

“ขณะนี้ปลาหมอคางดำใน อ.หัวไทรเริ่มหายาก ไม่พอต่อความต้องการของฟาร์มปู เราจึงมองเห็นโอกาสในการเชื่อมโยงกับพื้นที่ ต.ขนาบนาค อ.ปากพนัง ที่ยังมีปลาจำนวนมาก หากมีการจัดการระบบรวบรวมและขนส่งที่ดี จะช่วยกระจายรายได้สู่คนจับปลาในปากพนัง และช่วยลดต้นทุนให้คนเลี้ยงปูในหัวไทรได้อย่างยั่งยืน เนื่องจากปูขาวเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่มีราคาจำหน่ายสูงถึง 400-700 บาทต่อกิโลกรัม” นายนัฎฐชัย กล่าว

ก่อนหน้านี้ ชาวบ้านบางรายสามารถจับปลาได้วันละประมาณ 100 กิโลกรัม ปัจจุบันเหลือเพียงประมาณ 10 กิโลกรัม แสดงให้เห็นว่าความต้องการในตลาดช่วยดึงปลาขึ้นจากระบบนิเวศอย่างต่อเนื่องด้านนางวาสนา เขียวเสน หรือ “คุณไก่” ชาวบ้านชุมชนเกาะเพชร อ.หัวไทร เปิดเผยว่า ปริมาณปลาหมอคางดำที่เคยจับได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้หาได้วันละ 100 กิโลกรัม ปัจจุบันเหลือเพียง 10 กว่ากิโลกรัม สะท้อนว่าแนวทางการควบคุมจำนวนปลาด้วยการใช้ประโยชน์เห็นผลเป็นรูปธรรม โดยชาวบ้านจะนำปลาที่จับได้คัดแยกขนาดมาสร้างมูลค่าเพิ่ม ปลาไซซ์ใหญ่ นำมาแปรรูปเป็น “ปลาแดดเดียว” ที่สามารถจำหน่ายกิโลกรัมละ 200 บาท เป็นที่ต้องการของผู้บริโภค ส่วนปลาไซซ์เล็ก ส่งขายเป็น “วัตถุดิบเหยื่อเลี้ยงปู” ให้กลุ่มเกษตรกรในราคา 10 บาทต่อกิโลกรัม

“แนวทางนี้ช่วยให้คนในชุมชนมีรายได้เข้ามาทุกวัน และยังเป็นการช่วยกำจัดปลาต่างถิ่นในพื้นที่ไปพร้อมกัน” คุณไก่กล่าวทิ้งท้าย

โมเดลหัวไทรจึงเป็นตัวอย่างของการบริหารจัดการปลาต่างถิ่นด้วยกลไกตลาดและการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยใช้ข้อมูลจริงจากพื้นที่ สนับสนุนด้วยตัวเลขที่ตรวจสอบได้ และเน้นผลลัพธ์เชิงเศรษฐกิจควบคู่สิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม.