Home Blog Page 3

ตลาดหลักทรัพย์ฯ จัดกิจกรรม “ธรรมะ ทำดี” 29 เม.ย. นี้ เนื่องในโอกาสก้าวสู่ปีที่ 52

0

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ชวนผู้ลงทุน ประชาชน และผู้สนใจร่วมกิจกรรมโครงการ “ธรรมะ ทำดี ปี 2569” เนื่องในโอกาสก้าวสู่ปีที่ 52 ตลาดหลักทรัพย์ฯ กำหนดจัดขึ้นในวันพุธที่ 29 เมษายน 2569 เวลา 09.00 – 14.00 น. ณ อาคารตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยแบ่งเป็น 2 กิจกรรม ได้แก่

  • กิจกรรม “ธรรมะ” รับฟังการบรรยายธรรมหัวข้อ “Cut In The Middleman วิชาไม่ทุกข์กับมัน” จาก พระพรหมพัชรญาณมุนี (พระอาจารย์ชยสาโร) เรียนรู้หลักธรรมแบบเข้าใจง่าย นำไปเป็นแนวทางในการเจริญสติ ปรับใช้กับการทำงานและการใช้ชีวิต
  • กิจกรรม “ทำดี” ร่วมบริจาคให้แก่องค์กรเพื่อการสาธารณกุศลและสาธารณประโยชน์ โดยผู้ร่วมบริจาคทุก 300 บาท จะได้รับ “ข้าวคาร์บอนต่ำ รักษ์โลก” จำนวน 1 กิโลกรัม (มีจำนวนจำกัด) นอกจากนี้ ยังมีสินค้าหลากหลายจากวิสาหกิจเพื่อสังคมให้ร่วมอุดหนุน

ผู้สนใจลงทะเบียนร่วมงานฟรี! ที่ https://nam.dcv.ms/UZjcxPUr0k หรือสแกน QR Code ใน Banner สอบถาม SET Contact Center 0 2009 9999

กรมประมงยกแนวทางการใช้ประโยชน์ช่วยจัดการปลาหมอคางดำยั่งยืน

0

รายงานข่าวจากเพจวุฒิสภา เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 2 เมษายน 2569 เวลา 13.00 น. ณ อาคารจุฬาภรณ์ ชั้น 7 กรมประมง กมธ.เกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา นำโดย นายธวัช สุระบาล ประธานคณะกรรมาธิการ นายวิรัตน์ ธรรมบำรุง รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง นายชูชีพ เอื้อการณ์ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สอง พร้อมคณะ ได้เข้าร่วมประชุมพบปะหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับนางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง และคณะผู้บริหารกรมประมง เพื่อติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ รวมถึงรับฟังข้อเสนอแนะและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

ในการหารือครั้งนี้ กรมประมงได้รายงานสถานการณ์ว่า ปัจจุบันการแพร่ระบาดและความชุกชุมของปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติมีแนวโน้มลดลงอย่างมาก สะท้อนจากการติดตามข้อมูลอย่างเป็นระบบ ควบคู่กับการบูรณาการมาตรการแก้ปัญหาและควบคุมทั้ง 7 มาตรการอย่างต่อเนื่องของกรมประมงผนึกกำลังกับหน่วยงานในท้องถิ่น ทหาร ตำรวจ กรมราชทัณฑ์ ตลอดจนชุมชน ในการจับขึ้นมาจากแหล่งน้ำ ตามแนวทางเจอ แจ้ง จับ จบ

อีกทั้ง การสื่อสารสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชนเกี่ยวกับแนวทางการใช้ประโยชน์จากปลาหมอคางดำ ได้เริ่มเห็นผลชัดเจนในหลายพื้นที่ที่เคยได้รับผลกระทบ โดยชุมชนและเกษตรกรสามารถปรับตัวและอยู่ร่วมกับสถานการณ์ได้ดีขึ้น ผ่านการนำปลาหมอคางดำมาใช้ประโยชน์ในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ

ตัวอย่างการใช้ประโยชน์ที่เกิดขึ้นแล้วในหลายพื้นที่ ได้แก่ การใช้เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์น้ำในฟาร์มปูและฟาร์มปลากะพง การนำผลิตเป็นปลาป่นซึ่งเป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ การแปรรูปเป็นอาหารที่ทำได้หลายเมนู ทั้ง แดดเดียว ปลาฟู ปลาร้า น้ำปลา เป็นต้น ซึ่งแนวทางดังกล่าวไม่เพียงช่วยลดปริมาณปลาหมอคางดำในธรรมชาติ แต่ยังช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายครัวเรือน และเพิ่มโอกาสสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรและชุมชนอีกทางหนึ่ง

โดยเฉพาะในช่วงที่ปุ๋ยเคมีมีแนวโน้มราคาสูงขึ้น การนำปลาหมอคางดำมาทำเป็นน้ำหมักชีวภาพใช้แทนปุ๋ยเคมี ซึ่งไม่เพียงประหยัดต้นทุน แต่ผลผลิตพืชผลมีคุณภาพและปริมาณ ทั้ง ยางพารา

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการฯ และกรมประมงมีความเห็นร่วมกันว่า แนวทางสำคัญในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำในระยะต่อไป คือการ “พลิกปัญหาเป็นโอกาส” โดยมุ่งเน้นการนำจุดเด่นและศักยภาพของปลาหมอคางดำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ควบคู่กับการบริหารจัดการอย่างเหมาะสม เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยกระดับ “Opportunity Day” สู่แพลตฟอร์มรวมการนำเสนอข้อมูล บจ. พร้อมรีแบรนด์กิจกรรมรายงานผลประกอบการเป็น “Earnings Call” เริ่ม 16 เม.ย. นี้

0

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ยกระดับ “Opportunity Day” สู่การเป็นแพลตฟอร์มศูนย์กลางที่รวบรวมทุกช่องทางการนำเสนอข้อมูลของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไว้ในที่เดียว มุ่งสร้าง ecosystem ของข้อมูลธุรกิจที่โปร่งใสและมีประสิทธิภาพ พร้อมรีแบรนด์กิจกรรมนำเสนอข้อมูลผลประกอบการ บจ.รายไตรมาสเป็น “Earnings Call” เพื่อยกระดับการเปิดเผยข้อมูลที่สำคัญสำหรับผู้ลงทุน นักวิเคราะห์ และสื่อมวลชน โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน 2569 (รอบงบการเงินไตรมาส 1/2569) เป็นต้นไป ตามพันธกิจในการยกระดับคุณภาพบริการเพื่อสร้างตลาดที่น่าเชื่อถือ (Trusted Marketplace) และเป็นการส่งเสริมศักยภาพของผู้เกี่ยวข้องทุกกลุ่ม (Empowering Market Participants) ภายใต้วิสัยทัศน์ “The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities”

แพลตฟอร์มใหม่นี้เป็นศูนย์รวมกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิ Earnings Call (Opportunity Day เดิม), JUMP+, Sector Analysis และ C-Sign Public Presentation รวมถึงกิจกรรมนำเสนอข้อมูลอื่น ๆ ของ บจ. เพื่อให้ผู้ลงทุนเข้าถึงข้อมูลได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และเท่าเทียมกัน ซึ่งสอดคล้องกับแนวปฏิบัติของสำนักงาน ก.ล.ต.

ประโยชน์ที่ผู้ลงทุนและทุกภาคส่วนจะได้รับ

  • ผู้ลงทุน: เข้าถึงข้อมูลเชิงลึกด้านผลการดำเนินงานของ บจ. ได้สะดวกผ่านแพลตฟอร์มเดียว พร้อมโอกาสในการซักถามข้อมูลกับผู้บริหารโดยตรง ช่วยให้สามารถนำข้อมูลไปประกอบการตัดสินใจลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • บริษัทจดทะเบียน: เพิ่มช่องทางในการสื่อสารข้อมูลสำคัญแก่ผู้ถือหุ้นและผู้ลงทุนได้อย่างทั่วถึง
  • นักวิเคราะห์: ได้รับข้อมูลจากผู้บริหาร บจ. โดยตรงพร้อมกันกับผู้ลงทุนในวงกว้าง ในรูปแบบที่มีกำหนดการชัดเจนและเป็นมาตรฐานเดียวกัน

ผู้ลงทุนสามารถติดตามกำหนดการและเข้าร่วมกิจกรรมผ่านช่องทางของตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ที่ https://opportunity-day.setgroup.or.th/th หรือสอบถามเพิ่มเติมโทร 0 2009 9999

ส่องกลยุทธ์ลงทุน ESG

0
ที่มา คอลัมน์ "รู้เก็บรู้ออมรู้ใช้รู้ลงทุน..สู่ความมั่งคั่ง"  หน้าเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

แฟนคอลัมน์ “รู้เก็บรู้ออม” คงคุ้นเคยกับแนวคิด ESG กันเป็นอย่างดี จากเดิมที่เรื่องความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลของผู้ประกอบการอาจถูกมองว่าเป็นเพียงทางเลือกหรือเรื่องใหม่ แต่ในปัจจุบัน ESG ได้ยกระดับความสำคัญจนกลายเป็น “กติกา” หลักที่นักลงทุนทั่วโลกใช้เป็นเกณฑ์ตัดสินใจคัดหุ้นเข้าพอร์ตอย่างจริงจัง

“คุณนายพารวย” ได้รับฟังมุมมองที่น่าสนใจจาก คุณเกษม พันธ์รัตนมาลา ผู้บริหารสูงสุด สายงานวิเคราะห์หลักทรัพย์ของ บล. ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) ที่ให้สัมภาษณ์ผ่านช่องทางของ SET โดยได้มาถอดรหัสกลยุทธ์การลงทุนผ่านสายตาของนักวิเคราะห์มืออาชีพไว้อย่างน่าสนใจ จึงขอสรุปสาระสำคัญมาส่งต่อเพื่อเป็นอาวุธทางปัญญาในการลงทุนให้คุณผู้อ่านทุกท่านค่ะ

ESG เป็นเรื่องสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน เพราะถือเป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงและอาจสะท้อนโอกาสในการสร้างผลกำไรที่ยั่งยืน มีข้อมูลที่ชี้ว่าบริษัทที่มีคะแนน ESG ดี มักจะได้รับการประเมินมูลค่าบริษัท (Valuation) สูงกว่าบริษัทที่ละเลยเรื่องนี้ เพราะการให้ความสำคัญในเรื่อง ESG ทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันความเสี่ยงที่อาจทำให้มูลค่าบริษัทลดลง เช่น การถูกฟ้องร้อง การจ้างแรงงานผิดกฎหมาย ซึ่งอาจทำให้บริษัทมีค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิดเพิ่มขึ้น หรือการถูกแบนจากผู้บริโภค ทำให้นักลงทุนขาดความเชื่อมั่นและเป็นเหตุให้ราคาหุ้นมีโอกาสปรับตัวลงได้  ซึ่งหากบริษัทคำนึงถึง ESG ในการดำเนินธุรกิจจะช่วยเพิ่มโอกาสการเติบโตให้บริษัทได้ เช่น การพัฒนาสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นตอบโจทย์เทรนด์ผู้บริโภคยุคใหม่ นำไปสู่รายได้และกำไรที่เพิ่มขึ้น และราคาหุ้นก็อาจตอบสนองไปในทางบวก

นักลงทุนสามารถนำ ESG มาใช้เพื่อคัดกรองหุ้นคุณภาพ เริ่มจาก “การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน” เป็นอันดับแรก โดยพิจารณาจากลักษณะการประกอบธุรกิจ งบการเงิน รายได้ กำไร และกระแสเงินสดเพื่อให้มั่นใจในความแข็งแกร่งของธุรกิจ ควบคู่กับข้อมูล “การประเมิน ESG” โดยพิจารณาประเด็นสำคัญด้าน ESG ที่มีผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัท เพื่อดูว่าปัจจัยเหล่านี้จะส่งผลต่อธุรกิจในระยะยาวอย่างไร ตัวอย่างเช่น หากสนใจลงทุนในกลุ่มโรงพยาบาล นอกจากคุณภาพการรักษาและผลกำไรแล้ว เราต้องพิจารณาไปถึงการจัดการขยะติดเชื้อ ปัญหาจราจร และการดูแลชุมชนโดยรอบ รวมถึงต้องหมั่นติดตามอัปเดตผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง

ท้ายสุดคือการ “ปรับพอร์ตเพื่อรับเทรนด์อนาคต” โดยลงทุนในบริษัทที่มีความโดดเด่นในประเด็น ESG ในธีมต่างๆ เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) และ สิทธิมนุษยชน (Human Rights) ซึ่งเป็นธีมการลงทุนที่นักลงทุนต่างชาติให้ความสำคัญเพิ่มขึ้น หากมองเป็นรูปธรรม นักลงทุนอาจลดสัดส่วนการลงทุนในธุรกิจที่ไม่มีกลยุทธ์รองรับความเสี่ยง เช่น กลยุทธ์การลดคาร์บอน และเพิ่มน้ำหนักให้กับบริษัทที่มีความโดดเด่นในด้านนวัตกรรมรักษ์โลก

นักลงทุนสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินงานด้าน ESG ของบริษัทได้จากหลายแหล่ง  ไม่ว่าจะเป็น รายงานประจำปี แบบ56-1One Report เว็บไซต์ของบริษัท รวมถึงตรวจสอบคะแนน ESG Rating / ESG Scores จากสถาบันจัดอันดับอื่นๆ เพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม คะแนน ESG เป็นเพียงเครื่องมือคัดกรองเบื้องต้นเท่านั้น เรายังจำเป็นต้องนำมาพิจารณาควบคู่กับพื้นฐานทางธุรกิจทั้งรายได้และกำไรอยู่เสมอ เพื่อให้พอร์ตการลงทุนของเราเติบโตอย่างมั่งคั่งและยั่งยืนไปพร้อมกันค่ะ

คุณนายพารวย

TFEX Academy+ ชวนเรียนรู้การใช้ TFEX เสริมพอร์ต ใช้ได้ทุกสภาวะตลาด ตอบโจทย์ทุกสไตล์การลงทุน มือใหม่ก็เริ่มได้ สมัครฟรี! วันนี้-30 มิ.ย. 69

0

บมจ. ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย) (TFEX) ชวนผู้สนใจเข้าร่วมโครงการ TFEX Academy+ เรียนรู้การใช้ Futures และ Options เป็นเครื่องมือเสริมพอร์ต ที่ตอบโจทย์ทุกสไตล์ลงทุน และใช้ได้ทุกสภาวะตลาด ไม่ว่าจะเป็นการใช้ทำกำไรช่วงที่ตลาดมีแนวโน้มชัดเจน ใช้ป้องกันความเสี่ยงจากสินทรัพย์ที่ลงทุน อาทิ ดัชนีหุ้น หุ้นรายตัว ทองคำ โลหะเงิน อัตราแลกเปลี่ยน ยางพารา ฯลฯ หรือเป็นทางเลือกในการกระจายการลงทุนรับมือกับทุกจังหวะความผันผวน มือใหม่ก็เริ่มต้นได้ เพราะรวมหลักสูตรเนื้อหาตั้งแต่พื้นฐาน ไปจนถึงเทคนิคและกลยุทธ์ที่ใช้เทรดได้จริงกว่า 50 คอร์ส โดยวิทยากรรับเชิญและเทรดเดอร์มืออาชีพ ผ่านระบบออนไลน์และออฟไลน์ เรียนรู้จากที่ไหนก็ได้และสามารถเลือกหัวข้อได้ตามความสนใจ พร้อมมีโบรกเกอร์ Mentor ชั้นนำ 11 แห่ง มาดูแลให้คำปรึกษาตลอดโครงการ เพื่อให้คุณเริ่มต้นเทรดได้อย่างมั่นใจ สมัครฟรี! ตั้งแต่วันนี้ -30 มิ.ย. 2569 สอบถามเพิ่มเติมโทร 0 2009 9999 สมัครก่อนได้เรียนก่อน ที่ https://www.tfex.co.th/th/activities/tfexacademyplus2026

ตลาดหลักทรัพย์ฯ และตลาดหลักทรัพย์ลาว ลงนาม MOU เชื่อมตลาดทุนไทย–ลาว ขยายโอกาสลงทุนสู่ภูมิภาค

0

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและตลาดหลักทรัพย์ลาว (Lao Securities Exchange: LSX) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อส่งเสริมความร่วมมือและความเชื่อมโยงระหว่างตลาดทุนสองประเทศ  นับเป็นก้าวสำคัญในการ

บูรณาการตลาดทุนในระดับภูมิภาค และขยายโอกาสแก่ผู้ลงทุนและผู้ร่วมตลาดในทั้งสองประเทศ ภายใต้ความร่วมมือนี้ ทั้งสองตลาดจะร่วมศึกษาแนวทางเชื่อมโยงระหว่างตลาด รวมถึงสนับสนุนการจดทะเบียนหลักทรัพย์ในทั้งสองตลาด (Dual Listing) เพื่อเพิ่มทางเลือกในการระดมทุนสำหรับบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์และการลงทุนสำหรับผู้ลงทุน และเสริมสร้างสภาพคล่องในตลาดทุนทั้งสองแห่ง นอกจากนี้ ยังครอบคลุมการพัฒนาระบบนิเวศทางธุรกิจ ผ่านการสร้างเครือข่าย การจับคู่ธุรกิจ และกิจกรรมส่งเสริมการลงทุน ควบคู่กับความร่วมมือด้านการวิจัย การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และแนวปฏิบัติด้านการกำกับดูแล รวมถึงการแลกเปลี่ยนบุคลากร เพื่อยกระดับประสิทธิภาพและความโปร่งใสของทั้งสองตลาด

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ฯ กล่าวว่าความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของตลาดหลักทรัพย์ฯ ในการเสริมสร้างความเชื่อมโยงของตลาดทุนในภูมิภาค โดยการทำงานร่วมกับ LSX จะช่วยเปิดโอกาสการลงทุนข้ามพรมแดน เพิ่มการเข้าถึงตลาด และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของทั้งสองตลาด สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ “The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities” ภายใต้พันธกิจ (priorities) สำคัญของตลาดหลักทรัพย์ฯ ในการสร้างตลาดน่าเชื่อถือที่ยั่งยืน (Trusted Marketplace) ด้วยสินค้าคุณภาพที่หลากหลายและตอบโจทย์ ตลอดจนการเสริมศักยภาพผู้ร่วมตลาด (Empowering Market Participants) รวมถึงพันธมิตรทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อเติบโตอย่างยั่งยืนไปด้วยกัน ขณะที่ความร่วมมือนี้ยังเป็นการตอกย้ำการขับเคลื่อนด้วยทีมงานที่พร้อมเปลี่ยนแปลง (Purposeful People Who Transform) จากการเปิดโอกาสพัฒนาเพิ่มศักยภาพบุคลากรของทั้งสองตลาด

นายสีโสวัต ถิรากุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LSX กล่าวว่าการลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับตลาดหลักทรัพย์ฯ ในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาตลาดทุนลาว โดยความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยยกระดับศักยภาพของตลาด ขยายโอกาสการลงทุน และส่งเสริมการเชื่อมโยงกับตลาดทุนในภูมิภาคเพื่อประโยชน์ของทุกภาคส่วน ความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนถึงแนวคิดร่วมกันของตลาดหลักทรัพย์ฯ และ LSX ในการส่งเสริมการบูรณาการตลาดทุนในระดับภูมิภาค พัฒนาตลาดทุน และสร้างมูลค่าเพิ่มในระยะยาวให้แก่ผู้ลงทุนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในทั้งสองประเทศ

gettgo จับมือ บางจาก ขยายช่องทางประกันรถยนต์ออนไลน์ เชื่อมต่อไลฟ์สไตล์ผู้ใช้รถทั่วประเทศ

0

gettgo โบรกเกอร์ประกันออนไลน์ ภายใต้การบริหารของบริษัท เมืองไทย โบรกเกอร์ จำกัด ประกาศความร่วมมือกับ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เพื่อขยายช่องทางการเข้าถึงประกันภัย    ให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ผู้ใช้รถยุคใหม่ โดยลูกค้าสามารถเลือกซื้อ ประกันรถยนต์รายปี, ประกันรถยนต์ระยะสั้น และ พ.ร.บ. ออนไลน์ ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ผ่านแอปพลิเคชันบางจาก

บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านพลังงานของไทย ที่มีเครือข่ายสถานีบริการน้ำมันบางจาก  ร้านกาแฟอินทนิล และโปรแกรมสมาชิก Bangchak GreenMiles ที่มีฐานผู้ใช้งานทั่วประเทศ ด้วยจุดแข็งด้านฐานลูกค้าผู้ใช้รถจำนวนมาก ทำให้ความร่วมมือครั้งนี้ช่วยเชื่อมต่อบริการด้านพลังงานและประกันภัย พร้อมเพิ่มทางเลือกการเข้าถึงความคุ้มครองให้สะดวกยิ่งขึ้น

ความร่วมมือครั้งนี้ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ ประกันรถยนต์รายปี, ประกันรถยนต์ระยะสั้น และประกันภาคบังคับ (พ.ร.บ. รถยนต์) เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้รถที่ต้องการความสะดวกและรวดเร็วในชีวิตประจำวัน โดยลูกค้าสามารถเลือกเปรียบเทียบแผนประกันจากบริษัทประกันภัยชั้นนำ และซื้อออนไลน์ได้ทันทีในไม่กี่ขั้นตอน ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคดิจิทัลที่ต้องการ “ครบจบในที่เดียว” ตั้งแต่การดูแลรถ เติมน้ำมัน ไปจนถึงการเลือกซื้อประกันภัย  ตามความคุ้มครองที่เหมาะสม

นายวรวัฒน์ โรจน์รังษี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทย โบรกเกอร์ จำกัด กล่าวว่า “gettgo มุ่งพัฒนาบริการให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ โดยตั้งใจให้ทุกคนได้รับความคุ้มครองที่เหมาะกับตัวเองมากที่สุด ผ่านแพลตฟอร์ม gettgo ที่ช่วยคัดเลือกและเปรียบเทียบแผนประกันจากหลายบริษัท เพื่อให้ลูกค้าเลือกได้ง่าย สะดวก และคุ้มค่าในที่เดียว”

ทั้งนี้ ลูกค้าบางจากสามารถเข้าถึง ประกันรถยนต์รายปี, ประกันรถยนต์ระยะสั้น และ พ.ร.บ. ออนไลน์ จาก gettgo ได้โดยตรงผ่านแอปพลิเคชันบางจาก พร้อมเลือกเปรียบเทียบแผนประกันจากหลายบริษัทประกันภัยชั้นนำ เลือกความคุ้มครองที่เหมาะสมได้อย่างสะดวกในที่เดียว พร้อมสิทธิพิเศษเฉพาะลูกค้าบางจากมากมาย

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ชวนเจาะลึกธุรกิจครอบครัวไทย ถอดบทเรียนจากธุรกิจครอบครัวระดับโลก

0

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ชวนเจ้าของกิจการ ทายาทธุรกิจ และผู้ที่สนใจ ร่วมงานเสวนาและเปิดตัวหนังสือ “สูตรสำเร็จและความล้มเหลวของธุรกิจครอบครัวไทย: ถอดบทเรียนจากธุรกิจครอบครัวระดับโลก” ในวันอังคารที่ 21 เมษายน 2569 เวลา 13.00-15.00 น. ณ ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อเจาะลึกเคล็ดลับความสำเร็จ พร้อมเรียนรู้จากบทเรียนจริงของธุรกิจครอบครัวระดับโลกหลากหลายมิติ นำมาใช้เป็นแนวทางวางรากฐานบริหารธุรกิจครอบครัวให้เติบโตอย่างยั่งยืนจากรุ่นสู่รุ่น ผ่านมุมมองจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิระดับแนวหน้า นำโดย ศาสตราจารย์พิเศษ กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์ฯ และ คุณวาสนา จันทรัช กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็กโซติค ฟู้ด จำกัด (มหาชน) ดำเนินรายการโดย ศาสตราจารย์ ดร.กฤษฎ์เลิศ สัมพันธารักษ์ ศาสตราจารย์ประจำ University of California San Diego

พิเศษ! เมื่อซื้อหนังสือภายในงาน รับส่วนลดทันที 20% ผู้สนใจลงทะเบียนร่วมงานฟรี! ที่เว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ https://www.set.or.th/th/about/event-calendar/event/eventdetails?id=88232 หรือสอบถาม SET Contact Center
0 2009 9999

AIS เสิร์ฟโมเมนต์อบอุ่น ชวนลูกค้าดูหนัง “โกฮัง..หัวใจโกโฮม” รอบพิเศษก่อนใครเอาใจคนรักหนังและเพื่อนสี่ขา

0

AIS ตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์ที่เข้าถึงทุกเจเนอเรชันและตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ เดินหน้าสร้างสรรค์ประสบการณ์ความสุขให้กับลูกค้า ด้วยการจัดฉายภาพยนตร์ “โกฮัง..หัวใจโกโฮม” ผลงานใหม่จาก GDH รอบพิเศษก่อนใคร โดยผู้โชคดีที่ได้เข้าร่วมชมรอบพิเศษครั้งนี้ มาจากการคัดเลือกผ่านกิจกรรมแชร์ภาพถ่ายและเรื่องราวของสุนัขตัวโปรด ภายในงาน ลูกค้า AIS ได้สัมผัสบรรยากาศอบอุ่น พร้อมร่วมกิจกรรมสุดพิเศษกับนักแสดงนำ “เจ้านาย-จินเจษฎ์ วรรธนะสิน” ที่มาแบ่งปันเบื้องหลังการถ่ายทำอย่างใกล้ชิด รวมถึงกิจกรรมเล่นเกมลุ้นรับของรางวัลสุดพิเศษตลอดงาน

เบญจพร กำเพ็ชร หัวหน้าส่วนงานการตลาดกลุ่มลูกค้าพรีเพด AIS

นางเบญจพร กำเพ็ชร หัวหน้าส่วนงานการตลาดกลุ่มลูกค้าพรีเพด AIS กล่าวว่า “ปัจจุบันไลฟ์สไตล์ของคนรักสัตว์เติบโตอย่างต่อเนื่องและกลายเป็นส่วนหนึ่งของผู้คนในทุกเจเนอเรชัน AIS ในฐานะแบรนด์ที่มุ่งตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในทุกมิติ จึงสานต่อความร่วมมือกับ GDH จัดกิจกรรมพิเศษครั้งนี้ เพื่อมอบประสบการณ์เหนือระดับให้กับลูกค้าทั้งระบบรายเดือนและระบบเติมเงินกว่า 200 ท่าน ที่ได้รับคัดเลือกเป็นผู้โชคดี อีกทั้งยังถือเป็นการขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจให้ AIS ได้ดูแลมาโดยตลอด พร้อมเดินหน้าสร้างสรรค์กิจกรรมดีๆ อีกมากมายในอนาคต”

กิจกรรมครั้งนี้สะท้อนถึงความตั้งใจของ AIS ในการมอบประสบการณ์ที่เหนือระดับและสร้างความผูกพันกับลูกค้า พร้อมยืนยันว่า AIS จะยังคงเดินหน้าสร้างสรรค์กิจกรรมดีๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดรับกับไลฟ์สไตล์และความต้องการของลูกค้าในทุกเจเนอเรชันอย่างแท้จริง

คปภ. จับมือ เมืองไทยประกันชีวิต เซเว่น อีเลฟเว่น และเคาน์เตอร์เซอร์วิสส่งมอบ กรมธรรม์ประกันภัยสงกรานต์เบิกบานใจ (ไมโครอินชัวรันส์)เพิ่มความสุขและความอุ่นใจ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569

0

สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ร่วมกับ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท เคาน์เตอร์เซอร์วิส จำกัด เปิดตัว “กรมธรรม์ประกันภัยสงกรานต์เบิกบานใจ (ไมโครอินชัวรันส์)” เพื่อมอบความคุ้มครองอุบัติเหตุและ สร้างความอุ่นใจให้แก่ประชาชนทั่วประเทศในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2569 โดยได้รับเกียรติจาก นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. นางมยุรินทร์ สุทธิรัตนพันธ์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงาน คปภ. พร้อมด้วย นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) นายทัพพ์เทพ จีระอดิศวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) และนางเพียรฑอง เฉิดรัศมี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เคาน์เตอร์เซอร์วิส จำกัด ร่วมเปิดตัวโครงการ ณ อาคาร CP Tower 3 ถนนพญาไท

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นความมุ่งมั่นของเมืองไทยประกันชีวิต ในการผลักดันการเข้าถึงประกันภัยให้กับคนไทยทุกกลุ่ม (Democratizing Insurance) ให้มีหลักประกันความคุ้มครองอุบัติเหตุให้กับตนเองและครอบครัว เข้าถึงได้ง่าย สะดวกสบาย และยังสามารถเลือกซื้อความคุ้มครองได้ โดย กรมธรรม์ประกันภัยสงกรานต์เบิกบานใจ 10 บาท (ไมโครอินชัวรันส์) ให้ความคุ้มครองครอบคลุมทั้งด้านชีวิตและค่ารักษาพยาบาลเนื่องจากอุบัติเหตุ วงเงินสูงสุด 100,000 บาท และ กรมธรรม์ประกันภัยสงกรานต์เบิกบานใจ 20 บาท (ไมโครอินชัวรันส์) ให้ความคุ้มครองครอบคลุมทั้งด้านชีวิตและค่ารักษาพยาบาลเนื่องจากอุบัติเหตุ วงเงินสูงสุด 250,000 บาท มีระยะเวลาคุ้มครอง 30 วัน นับจากวันเริ่มต้นระยะเวลา เอาประกันภัย ซึ่งผู้ที่จะได้รับสิทธิ์จะต้องถือสัญชาติไทยเท่านั้น และมีอายุตั้งแต่ 15 ปีบริบูรณ์ ถึง 70 ปีบริบูรณ์ ณ วันที่ทำประกันภัย

นายทัพพ์เทพ จีระอดิศวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เคาน์เตอร์เซอร์วิส บริษัทในกลุ่มซีพี ออลล์ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงการวางแผนรับมือความเสี่ยงก่อนออกเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อให้ทุกการพักผ่อนเป็นช่วงเวลาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขและความสบายใจ

เรามุ่งหวังให้ทุกครอบครัวได้รับความคุ้มครองที่ “เข้าถึงง่าย สะดวก และรวดเร็ว” ผ่านจุดบริการที่ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยประชาชนที่สนใจสามารถซื้อกรมธรรม์ประกันภัยสงกรานต์เบิกบานใจ (ไมโคร อินชัวรันส์) เพียงแสดงบัตรประชาชนที่ร้าน 7-Eleven ครอบคลุมกว่า 15,000 สาขาทั่วประเทศ พร้อมชำระเบี้ยประกันภัย และพิเศษสำหรับสมาชิก ALL Member ใช้เพียง 1,000 คะแนน แลกรับฟรีความคุ้มครองสูงสุด 250,000 บาท จากนั้นจะได้รับสลิปยืนยันการทำรายการ พร้อม SMS หรือ LINE ยืนยันความคุ้มครอง ซึ่งระบุวันเริ่มต้นและวันสิ้นสุดความคุ้มครองอย่างชัดเจน (จำนวนจำกัด 50,000 สิทธิ์) นอกจากนี้ ยังสามารถซื้อผ่านเว็บไซต์ www.counterservice.co.th หรือ 7-Eleven Application ระยะเวลารับสิทธิ์ตั้งแต่ วันที่ 31 มีนาคม 2569 – 30 มิถุนายน 2569 เคาน์เตอร์เซอร์วิสมุ่งมั่นพัฒนาบริการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของประชาชน มุ่งเน้นการอำนวยความสะดวกสูงสุดเพื่อให้คนไทยเข้าถึงความคุ้มครองได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม

ทั้งนี้ เมืองไทยประกันชีวิต ซีพี ออลล์ และเคาน์เตอร์เซอร์วิส ยังได้จัดแคมเปญพิเศษสำหรับสมาชิก All Member ด้วยการนำเสนอแบบประกันออนไลน์ โครงการเมืองไทย Care Plus โรคร้ายแรง ให้ความคุ้มครองค่ารักษาโรคมะเร็ง ครอบคลุมทั้งผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก วงเงินครอบคลุมค่าปรึกษาทางจิตเวช 5 ล้านบาทต่อปีกรมธรรม์ ซื้อได้อายุ 20 – 70 ปี ดูแลถึงอายุ 99 ปี โดยสมาชิก All Member จะรับส่วนลด ค่าเบี้ยประกันปีแรกทันที 5% เมื่อพิมพ์รหัสส่วนลดตามที่กำหนด และสามารถผ่อนชำระค่าเบี้ยประกัน 0% นานสูงสุด 3 เดือน (เมื่อมียอดเบี้ยประกันรายปีขั้นต่ำ 6,000 บาท) ระยะเวลาแคมเปญตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2569 – 30 เมษายน 2569

ด้านสมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับ รับสิทธิพิเศษ Tuesday Smiley (M-Coupon) แลกคะแนนเฉพาะวันอังคารเท่านั้น ใช้เพียง 2 Smile Points แลกรับคูปองแทนเงินสดมูลค่า 50 บาท (2 สิทธิ์/1 ท่าน/ สัปดาห์) จำนวน 3,000 สิทธิ์ เพื่อชำระค่าสินค้าที่ 7-Eleven เพื่อนที่รู้ใจ ใกล้ ๆ คุณ แลกรับสิทธิ์ได้ทาง MTL Click Application และแสดง Barcode ณ จุดชำระเงินร้าน 7-Eleven ระยะเวลากิจกรรมวันที่ 1 เมษายน 2569 – 30 มิถุนายน 2569