Home Blog Page 165

AIS PLAY พร้อมยิงสดกีฬา “เอเชียนเกมส์ครั้งที่ 19 หางโจว 2022” ใจป้ำให้กล่อง IPTV ถ่ายทอดได้ ไม่ปิดกั้น

0

AIS PLAY ตอกย้ำศูนย์กลางการรับชมสุดยอดคอนเทนต์กีฬาเพื่อคนไทย อาสาทำหน้าที่ครั้งสำคัญให้คนไทยได้ส่งแรงใจเชียร์นักกีฬาไทย ในฐานะ Official Broadcaster สำหรับ IPTV และ OTT อย่างเป็นทางการรายเดียวในไทย กับ มหกรรมกีฬาแห่งทวีปเอเชีย “เอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 19 หางโจว 2022” พร้อมยิงสดการแข่งขันจาก เมืองหางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน ย้ำชัด! ยินดีเปิดกว้าง ส่งต่อสิทธิ์การถ่ายทอดบนทีวีดิจิทัลผ่านกล่อง IPTV ที่ได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้อง ตามหลักเกณฑ์การเผยแพร่โทรทัศน์ที่ให้บริการเป็นการทั่วไปตามประกาศของ กสทช. แบบจัดเต็ม ไม่ปิดกั้น พร้อมกับความพิเศษที่มากยิ่งกว่าเพื่อลูกค้า AIS เท่านั้น ที่จะได้รับชมการถ่ายทอดสดการแข่งขันเอเชียนเกมส์พร้อมไฮไลท์และรีรันที่มากที่สุดจากทุกสนาม ทุกประเภทกีฬาที่ได้รับสัญญาณการถ่ายทอด ผ่าน AIS PLAY Application และ กล่อง  AIS PLAYBOX

รุ่งทิพย์ จารุศิริพิพัฒน์

นางสาวรุ่งทิพย์ จารุศิริพิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการพันธมิตรธุรกิจด้านบันเทิงและคอนเทนต์ AIS กล่าวว่า “จากความมุ่งมั่นตั้งใจเพื่อส่งมอบประสบการณ์ดิจิทัล ผ่านการทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ในการคัดสรรสุดยอดคอนเทนต์ชั้นนำมาให้ลูกค้าและคนไทยได้สัมผัสการรับชมบน AIS PLAY โดยครั้งนี้เรามีความตั้งใจในการนำรายการแข่งขันกีฬาระดับเอเชียอย่าง เอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 19 มาให้คนไทยได้รับชมอีกครั้ง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ AIS PLAY ก็เป็นศูนย์กลางการรับชมและสื่อกลางให้แฟนกีฬาได้ส่งกำลังใจเชียร์ทัพนักกีฬาไทยในมหกรรมกีฬาระดับโลกมากมาย อาทิ โอลิมปิก โตเกียว 2020 หรือแม้แต่เอเชียนเกมส์ครั้งที่ผ่านมาที่ กรุงจาการ์ตาและเมืองปาเล็มบัง ประเทศอินโดนีเซีย ที่ได้รับเสียงตอบรับจากคอกีฬาเป็นอย่างดี เพราะเราสามารถมอบอรรถรสในการรับชมได้ตามความคาดหวังอย่างครบถ้วน”

“อย่างที่เราทราบกันดีว่าเอเชียนเกมส์เป็นอีกหนึ่งมหกรรมกีฬาที่มีความสำคัญกับวงการกีฬาไทย และเป็นรายการแข่งขันที่แฟนกีฬาตั้งตารอ โดยเฉพาะเอเชียนเกมส์ หางโจว 2022 ในครั้งนี้ที่ถูกเลื่อนการจัดจากปีที่แล้ว มาเป็นช่วงปลายเดือนกันยายนถึงตุลาคมที่กำลังจะมาถึง ประกอบกับครั้งนี้ประเทศไทยส่งทัพนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขัน 941 คน จาก 49 สมาคมกีฬา หลากหลายประเภท ที่ไทยเราจะมีโอกาสลุ้นเหรียญรางวัล ทำให้การได้รับสิทธิ์ในการถ่ายทอดสดของ AIS PLAY ในครั้งนี้มีความความหมายอย่างมาก เพราะเสมือนหนึ่งเราได้ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางให้คนไทยได้มีโอกาสเชียร์และส่งต่อกำลังใจ เติมพลังให้นักกีฬาไทยได้อย่างไม่มีข้อจำกัด”

สำหรับการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ครั้งนี้ ถือเป็นการเปิดมิติใหม่ของการถ่ายทอดสดคอนเทนต์ระดับชาติ อย่างมหกรรมการแข่งขันกีฬาระดับสากล เพราะ AIS ในฐานะผู้ถือสิทธิ์การถ่ายทอดสดอย่างเป็นทางการ หรือ Official Broadcaster รายเดียวในไทยสำหรับ IPTV และ OTT ยินดีเปิดกว้างส่งต่อสิทธิ์การถ่ายทอดสดผ่านช่องทีวีดิจิทัลที่จะหมุนเวียนกันถ่ายทอดผ่านกล่อง หรือรูปแบบอื่นใดที่ได้รับใบอนุญาตภายใต้บริการ IPTV จาก กสทช. ตามกฎ Must Carry และหลักเกณฑ์การเผยแพร่โทรทัศน์ที่ให้บริการเป็นการทั่วไป ให้คนไทยได้รับชมและส่งแรงใจเชียร์ทัพนักกีฬาไทยแบบติดขอบจอ

นอกจากนี้พิเศษสุดสำหรับลูกค้า AIS ทั้งโทรศัพท์เคลื่อนที่และเน็ตบ้าน ที่จะได้รับชมการแข่งขันแบบจัดเต็มมากที่สุด ตลอดวัน ทั้งชมสด ไฮไลท์ และรีรัน ด้วยการเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ตั้งแต่เครือข่ายไร้สาย 5G และไฟเบอร์บรอดแบนด์ รวมถึงระบบการถ่ายทอดที่รองรับแบบ Full HD ผ่านการจัดช่องทางชมสดถึง 11 ช่อง ให้ลูกค้า AIS ชมสด จุใจ ยิงสัญญาณสดจากหางโจว พร้อมจัดช่องพิเศษพากย์ไทยโดยผู้บรรยายและอดีตนักกีฬาชื่อดัง รวมถึงรายการพิเศษ อัพเดทข่าวสาร เจาะลึกการแข่งขันโดยกูรูด้านกีฬาชื่อดัง และสัมภาษณ์สดนักกีฬาตรงจากหางโจว บน AIS PLAY ที่สามารถรับชมได้ทุกช่องทาง ทั้ง AIS PLAY แอปพลิเคชัน, กล่อง AIS PLAYBOX, Android TV, SAMSUNG Smart TV, Apple TV และ เว็บไซต์ https://aisplay.ais.co.th/portal ตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน – 8 ตุลาคม 2566

“นอกเหนือจากการทำงานที่จะทำให้ AIS PLAY เป็นศูนย์กลางการรับชมสุดยอดคอนเทนต์กีฬาทั้งในประเทศ และกีฬาชั้นนำระดับโลกแล้ว เรายังพร้อมเป็นสื่อกลางเพื่อเชื่อมต่อพลัง แรงเชียร์ และประสบการณ์การรับชมของแฟนกีฬาเพื่อมอบให้ทัพนักกีฬาไทยทำหน้าที่ตัวแทนประเทศให้สามารถคว้าชัยชนะได้สำเร็จ โดยเรายืนยันที่จะทำหน้าที่ถ่ายทอดความสนุกและความทรงจำจากการแข่งขัน เอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 19 หางโจว 2022 สู่สายตาคนไทยอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด”

AIS x YouTrip มอบประสบการณ์พิเศษให้นักเดินทาง ประหยัดยิ่งขึ้นด้วยอัตราแลกเปลี่ยนที่ดีกว่า เชื่อมต่อทุกที่ทั่วโลกไม่มีสะดุด

0

YouTrip ผู้ให้บริการดิจิทัลวอลเล็ตรองรับหลายสกุล  ร่วมกับธนาคารกสิกรไทย ประกาศจับมือ AIS มอบประสบการณ์ท่องเที่ยวต่างแดนแบบไร้รอยต่อด้วยอัตราแลกเปลี่ยนที่ดีกว่า พิเศษเฉพาะลูกค้า AIS SIM2Fly และ Ready2Fly เมื่อสมัครใช้บริการ YouTrip รับเงินคืน 100 บาท เมื่อนำไปใช้จ่ายครั้งแรก

การร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นเพื่อมอบประสบการณ์ท่องเที่ยวทั่วโลกที่ดียิ่งขึ้นสำหรับลูกค้า AIS SIM2Fly และ Ready2Fly ด้วยการเชื่อมต่อกับบริการข้ามแดนอัตโนมัติที่มีเครือข่ายพันธมิตรครอบคลุมบริการ 5G โรมมิ่งมากเป็นอันดับ 1 ของโลก และการใช้จ่ายที่ประหยัดกว่าด้วย YouTrip ที่ให้ความคุ้มค่าในการแลกเปลี่ยนสกุลเงินด้วยเรทที่ดีกว่า สามารถใช้จ่ายได้ทุกสกุลเงินโดยไม่มีค่าธรรมเนียมแอบแฝงทุกที่ทั่วโลก ตอบรับการเดินทางระหว่างประเทศที่กลับมาคึกคักในปี 2566 นี้

นางเบญจพร กำเพ็ชร หัวหน้าส่วนงานกลุ่มลูกค้าพิเศษและพรีเพด AIS  กล่าวว่า “นอกเหนือจากความมุ่งมั่นตั้งใจในการขยายพื้นที่การให้บริการให้รองรับการใช้งานบริการข้ามแดนอัตโนมัติหรือโรมมิ่งของลูกค้า โดยเฉพาะบริการ 5G โรมมิ่ง แบบ Prepaid อย่าง SIM2Fly ที่ครอบคลุมพื้นที่การใช้งานกว่า 90 ประเทศ และยังครอบคลุมการใช้งานโครงข่ายสื่อสารทั้งหมด 180 ประเทศทั่วโลก นอกจากบริการที่ตอบโจทย์ และเครือข่ายที่ครอบคลุมแล้ว วันนี้เรายังทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์อย่าง YouTrip เพื่อให้ลูกค้าที่ใช้บริการ SIM2Fly ได้รับประสบการณ์การใช้งานแบบไร้รอยต่อ ตั้งแต่การสื่อสารไปจนถึงบริการดิจิทัลวอลเล็ตที่สามารถแลกเปลี่ยนสกุลเงินในอัตราที่ดีกว่าจาก YouTrip ทำให้ทุกทริปการเดินทางท่องเที่ยวของลูกค้าราบรื่นและมีความหมาย”

นายวีระศักดิ์ ศุภคติธรรม ผู้จัดการ YouTrip ประจำประเทศไทยและสิงคโปร์ กล่าวว่า “การร่วมมือกับ AIS ในครั้งนี้ถือเป็นความพิเศษและน่าตื่นเต้นมากๆ ตลอดระยะเวลาที่ YouTrip เปิดให้บริการในประเทศไทย เราให้ความสำคัญกับประสบการณ์การใช้งานมากที่สุด ความร่วมมือนี้ถือเป็นการต่อ ยอดประสบการณ์ในการเดินทางทั่วโลกแบบไร้รอยต่อด้วยความสะดวกสบายจากเครือข่ายที่ดีที่สุดของ AIS ในขณะที่เพลิดเพลินกับการใช้จ่ายทุกสกุลเงินทั่วโลกที่ประหยัดด้วยอัตราแลกเปลี่ยนที่ดีกว่า โดยไม่มีค่าธรรมเนียมแอบแฝงใดๆ จาก YouTrip”

ทั้งนี้ YouTrip จัดโปรโมชันเงินคืนสุดคุ้มมูลค่ารวม 200,000 บาท  พิเศษเฉพาะลูกค้า AIS SIM2Fly และ Ready2Fly รับเงินคืน 100 บาทง่ายๆ หลังจากที่เปิดใช้งานซิมหรือซื้อแพ็กเกจเสริมเรียบร้อยแล้ว สามารถกดรับสิทธิ์ได้ที่ *111*5*25# โทรออก หลังจากนั้นนำรหัสโปรโมชันที่ได้ไปสมัครใช้งาน YouTrip และนำไปใช้จ่ายครั้งแรก ไม่มีขั้นต่ำ แล้วรอรับเงินคืน 100 บาท สามารถร่วมรับความพิเศษนี้ได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธันวาคม 2566  ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://www.ais.th/consumers/package/international/roaming/sim2fly 

สำหรับผู้ใช้งาน YouTrip มีสิทธิ์ลุ้นรับซิมการ์ดโรมมิ่งกลุ่มเอเชีย-ออสเตรเลียจาก AIS ในแคมเปญโซเชียลมีเดียทาง TikTok ของ YouTrip ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21 สิงหาคม – 15 กันยายน 2566 ลูกค้าปัจจุบันสามารถร่วมกิจกรรมได้ตลอดระยะเวลาแคมเปญ

ซีพี-เมจิ คว้ารางวัล Thailand’s Best Managed Companies 2023 ปีที่ 2 ตอกย้ำผู้นำบริหารจัดการธุรกิจอย่างเป็นเลิศ

0

บริษัท ซีพี-เมจิ จำกัด ตอกย้ำความเป็นผู้นำอุตสาหกรรมผู้ผลิตนมสดพาสเจอร์ไรส์ คว้ารางวัล Thailand’s Best Managed Companies 2023 จากดีลอยท์ (Deloitte) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ด้านการบริหารจัดการธุรกิจอย่างเป็นเลิศ ภายใต้แนวคิด ‘เพิ่มคุณค่าชีวิต’ (Enriching Life) ตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ

นางสาวสลิลรัตน์ พงษ์พานิช กรรมการผู้จัดการ ซีพี-เมจิ กล่าวว่า บริษัทฯ สามารถคว้ารางวัลบริษัทยอดเยี่ยมในด้านการบริหารจัดการ Thailand’s Best Managed Companies เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน นับเป็นความสำเร็จจากความมุ่งมั่นสร้างการเติบโตให้ทุกประเทศและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ โดยนำจุดแข็งด้านนวัตกรรม คุณภาพสินค้าและบริการขององค์กรไปพัฒนาตลาด ตลอดจนอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์นม

“ซีพี-เมจิ รู้สึกเป็นเกียรติและภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลอีกครั้ง ซึ่งยังคงเป็นอีกปีที่มีทั้งความท้าทายและโอกาส ในการสร้างการเติบโตของธุรกิจ บริษัทฯ ยึดมั่นเจตนารมณ์ขององค์กร ในการ ‘เพิ่มคุณค่าชีวิต’ ให้แก่ระบบนิเวศทางธุรกิจ พร้อมทั้งเดินหน้าคิดค้นนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ด้านสุขภาพ ส่งเสริมคุณภาพตั้งแต่ต้นน้ำ เน้นย้ำคุณภาพในการผลิตและการบริหารภายในซึ่งเป็นกลางน้ำ และให้ความสำคัญกับคุณภาพปลายน้ำเพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า” นางสาวสลิลรัตน์ กล่าว

สำหรับรางวัล Best Managed Companies โดยบริษัทดีลอยท์ องค์กรที่ปรึกษาทางธุรกิจระดับโลก จัดขึ้นเป็นครั้งแรก ในปี พ.ศ.2536 ในประเทศแคนาดา ซึ่งได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ โดยใช้กระบวนการประเมินผลที่น่าเชื่อถือและเข้มงวด เพื่อประเมินคุณภาพการจัดการของธุรกิจในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านกลยุทธ์ ความสามารถ นวัตกรรม วัฒนธรรมองค์กรและพันธสัญญา ตลอดจนการกำกับดูแลและการเงินขององค์กร ซึ่งในปี 2566 มีบริษัทชั้นนำจากหลากหลายอุตสาหกรรมของประเทศไทย ที่ผ่านการคัดเลือกและได้รับรางวัลดังกล่าว จำนวน 27 บริษัท

ดอกเบี้ยติดสปีด สูงทันใจ ไม่เสียภาษี กับเงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ 9 เดือน

0

⚡️ ดอกเบี้ยติดสปีด สูงทันใจ กับเงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ 9 เดือน… รับอัตราดอกเบี้ย 1.45% ต่อปี (เทียบเท่าเงินฝากประจำ 1.70% ต่อปี) รับดอกเบี้ยสูง ผลตอบแทนไว ไม่เสียภาษี*

⏏️ เงื่อนไข

  • เปิดบัญชีขั้นต่ำ 10,000 บาท
  • ฝากเพิ่มครั้งละไม่ต่ำกว่า 1,000 บาท ไม่จำกัดวงเงินรับฝากสูงสุด
  • ฝากได้ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล
  • *บุคคลธรรมดาไม่หักภาษี ณ ที่จ่าย
  • เงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ 9 เดือน ถอนหรือปิดบัญชีก่อนครบกำหนด ได้รับดอกเบี้ยเผื่อเรียก

? ฝากเลยที่ธนาคารออมสินทุกสาขา
ตั้งแต่วันที่ 17 ส.ค. 66 เป็นต้นไป หรือจนกว่าธนาคารจะมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขที่กำหนดไว้ภายหลัง
รายละเอียดเพิ่มเติม > https://bit.ly/3KNQqxy

เมืองไทยประกันชีวิต มอบความอุ่นใจอีกขั้น ผ่านบริการ “ยืนยันตัวตนด้วยเสียง” พร้อมลุ้นรับทองคำแท่งหนัก 10 บาท

0

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปี 2566 ถือเป็นปีสำคัญของเมืองไทยประกันชีวิต ในการอยู่เคียงข้างสร้างรอยยิ้มแก่คนไทยครบ 72 ปี พร้อมกำหนดทิศทางการดำเนินงานในปีนี้ของบริษัทฯ  ด้วยการตั้งเป้าหมายการเป็นองค์กรที่มุ่งเน้นในการส่งมอบความสุขและรอยยิ้มให้แก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ควบคู่ไปกับการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนในทุกมิติ

ทั้งนี้บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญถึงการเดินหน้าพัฒนาและยกระดับด้านความปลอดภัยของภาคธุรกิจประกันชีวิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อมอบประสบการณ์ด้านการบริการและการส่งมอบความอุ่นใจให้กับลูกค้ามากยิ่งขึ้น ผ่านเทคโนโลยี “การยืนยันตัวตนด้วยเสียง (Voice Biometrics)” ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ใช้ข้อมูลอัตลักษณ์ทางกายภาพในรูปแบบของ “เสียงพูด” เพื่อพิสูจน์และยืนยันตัวบุคคล และเข้าสู่ระบบของข้อมูลกรมธรรม์

โดยมีระบบปฏิบัติการที่สามารถตรวจสอบและแยกองค์ประกอบเสียงของลูกค้าที่แตกต่างกันได้อย่างแม่นยำ เมื่อลูกค้าทำการสมัครใช้บริการ “ยืนยันตัวตนด้วยเสียง (Voice Biometrics)” ระบบจะทำการบันทึกเสียงของลูกค้าที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว แล้วจัดเก็บในรูปแบบของพิมพ์เสียง (Voice Print) ของแต่ละบุคคล โดยผ่านกระบวนการในการบันทึกเสียงที่ได้มาตรฐาน และสะดวกมากขึ้นเพราะช่วยลดระยะเวลาในการตอบคำถามเพื่อยืนยัน ตัวบุคคลก่อนที่เจ้าหน้าที่จะให้บริการลูกค้า

สำหรับลูกค้าที่สนใจสมัครใช้บริการยืนยันตัวตนด้วยเสียง (Voice Biometrics) สามารถลงทะเบียนได้ง่าย ๆ ผ่านแอปพลิเคชัน MTL Click หรือโทร. 1766 (ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง) หรือติดต่อศูนย์บริการลูกค้าเมืองไทยประกันชีวิตทั่วประเทศ (ในวันและเวลาทำการ)

พิเศษ… สำหรับลูกค้าที่ลงทะเบียนยืนยันตัวตนด้วยเสียงได้สำเร็จ รับสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลใหญ่ ทองคำแท่งหนัก 10 บาท และรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย รวมมูลค่ากว่า 800,000 บาท ในแคมเปญ MTL Big Thanks…Give = Gift “เพราะความสุขคือการให้” โดยสามารถรับสิทธิ์ได้แล้วตั้งแต่ วันนี้ ถึง 31 ธ.ค. 2566 จับสลากรางวัลภายในวันที่ 21 ก.พ. 2567 ณ เมืองไทยประกันชีวิต สำนักงานใหญ่ และประกาศรายชื่อผู้ได้รับรางวัลในวันที่ 28 ก.พ. 2567 ที่เว็บไซต์ www.muangthai.co.th ทั้งนี้ ลูกค้าที่สนใจเข้าร่วมแคมเปญ สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่เว็บไซต์ www.muangthai.co.th  หรือคลิก https://www.muangthai.co.th/th/about-mtl/news-and-update/voice-biometrics

AIS อุ่นใจ CYBER จับมือขายหัวเราะ ส่งต่อการ์ตูนวิธีรับมือกลโกงมิจฉาชีพ

0

อาชญากรรมบนโลกออนไลน์หรือภัยไซเบอร์ ที่นับวันมิจฉาชีพยิ่งสร้างกลลวงใหม่ๆ มาหลอกผู้ที่รู้ไม่เท่าทัน และมีอัตราเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากข้อมูลของกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือตำรวจไซเบอร์พบว่า ตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา มีประชาชนถูกหลอกลวงผ่านช่องทางออนไลน์มากกว่า 10,000 คดี มีความเสียหายเฉลี่ยสูงถึง 74 ล้านบาทต่อวัน ประกอบกับผลการศึกษาดัชนีชี้วัดสุขภาวะดิจิทัลของคนไทย (Thailand Cyber Wellness Index) รายงานว่าปัจจุบันคนไทยยังมีความเสี่ยงด้านภัยไซเบอร์มากถึง 44.04% โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการใช้งานบนโลกออนไลน์อย่างไรให้ปลอดภัย และทักษะการรู้เท่าทันดิจิทัล หรือการมีวิจารณญาณในการศึกษาข้อมูล โดยคนไทยส่วนใหญ่อยู่ในระดับพื้นฐาน สะท้อนให้เห็นว่ายังขาดความรู้ความเข้าใจและมีความเสี่ยงต่อภัยไซเบอร์ ซึ่งอาจตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพได้อย่างง่ายดาย ด้วยเหตุนี้ AIS อุ่นใจ CYBER จึงยังคงเดินหน้าเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้คนไทยมีความรู้และทักษะดิจิทัลที่รู้เท่าทันทุกภัยไซเบอร์ ด้วยการทำงานร่วมกับ ขายหัวเราะสตูดิโอ Content Creator ด้านการ์ตูนคอมมิคอันดับหนึ่งของไทย ส่งโปรเจค Comicnication ผ่าน ซีรีย์การ์ตูนยอดฮิต “ขอสาระภาพ” ตอนพิเศษ  “How To รับมือกลโกงมิจฉาชีพ” โดยนำคุณวิทูนส์ คาแรคเตอร์สุดกวนประจำรายการ มาเล่าสาระดีๆ เรื่องภัยไซเบอร์พร้อมวิธีรับมือในแบบฉบับ การ์ตูนแอนิเมชันที่เข้าใจง่ายสุดๆ

นางสายชล ทรัพย์มากอุดม รักษาการหัวหน้าหน่วยธุรกิจประชาสัมพันธ์ และธุรกิจสัมพันธ์ AIS กล่าวว่า “วันนี้ภัยไซเบอร์เป็นหนึ่งในปัญหาสังคมที่คุกคามการใช้ชีวิตของลูกค้าและประชาชนอย่างร้ายแรง สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้คนเป็นจำนวนมาก AIS ในฐานะผู้ให้บริการดิจิทัลชั้นนำของประเทศ เราไม่เคยหยุดตั้งคำถามและนำเสนอวิธีการใหม่ๆ ผ่านการใช้พลังของพาร์ทเนอร์จากทุกภาคส่วนเสมอ เพื่อให้คนไทยมีองค์ความรู้ที่เท่าทันภัยไซเบอร์ทุกรูปแบบ ดังนั้นจึงทำงานร่วมกับ Content Creator เพื่อเตือนภัยให้ครบทุกช่วงวัย ล่าสุดจับมือกับขายหัวเราะสตูดิโอต่อเนื่อง ด้วยกลยุทธ์การสื่อสารแบบ Comicnication หลังจากที่ก่อนหน้านี้เราได้ร่วมกันนำเสนอการ์ตูน เรื่อง “เมื่อผมตกหลุมรักขึ้นไม่ไหว” ที่สื่อถึงความเข้าใจถึงทักษะด้านดิจิทัลอันจะนำไปสู่การใช้งานอินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัย ซึ่งได้รับผลตอบรับมียอดรับชมรวมกันทุกช่องทางมากกว่า 1 ล้าน Engagement ทำให้เราอยากต่อยอดวิธีการเล่าเรื่องในลักษณะที่เข้าใจง่าย สามารถเข้าถึงและกระตุกเตือนคนไทยได้อย่างดี

โดยในครั้งนี้ AIS อุ่นใจ CYBER และขายหัวเราะยังคงเน้นการผลิตเนื้อหาแบบ Edutainment โดยเลือกเอาประเด็น How to รับมือกลโกงมิจฉาชีพด้านการเงินขึ้นมาสื่อสารในแบบฉบับการ์ตูนที่เข้าใจได้แบบง่ายๆ เพื่อช่วยให้คนไทยได้รู้เท่าทันกลโกงของมิจฉาชีพและวิธีการรับมือ ซึ่งนอกเหนือจากการเผยแพร่ในช่องทางโซเชียลแล้ว ซีรีย์ชุดนี้จะเข้าไปอยู่ในหลักสูตร อุ่นใจไซเบอร์เพื่อให้คนที่สนใจรวมถึงน้องๆ นักเรียน นักศึกษาได้รับชมคอนเทนต์ที่เป็นประโยชน์ไปพร้อมๆ กับการเรียนรู้เพื่อเพิ่มทักษะดิจิทัลไปด้วย เพราะเราเชื่อในการใช้พลังของความคิดสร้างสรรค์ รวมถึงการใช้ความถนัดของกันและกันในสูตร 1+1 ต้องมากกว่า 2 ซึ่งไม่ใช่เพียงคอนเทนต์ แต่คือการสร้างสังคมของการใช้งานอินเทอร์เน็ตให้มีความปลอดภัยตามภารกิจของ AIS อุ่นใจ CYBER”

นางสาวพิมพ์พิชา อุตสาหจิต กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทบันลือกรุ๊ป กล่าวว่า “เป็นอีกครั้งที่เราได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนรู้เท่าทันกลโกงของมิจฉาชีพที่หวังหลอกลวงทรัพย์สินของมีค่า AIS อุ่นใจ CYBER ผ่านการเล่าเรื่องในแบบฉบับของขายหัวเราะ โดยครั้งนี้เราเลือกสร้าง Storytelling ผ่านซีรีย์ยอดฮิตอย่าง “ขอสาระภาพ” เป็นซีรีย์เรื่องเล่าแบบมีสาระสไตล์ขายหัวเราะ ซึ่งมีคาแรคเตอร์ประจำรายการที่แสนจะยียวนกวนประสาทอย่าง คุณวิทูนส์ มาเป็นตัวเดินเรื่อง เพื่อตีแผ่เรื่องราวกลโกงของมิจฉาชีพพร้อมแนะแนวทางการรับมือ ซึ่งจะทำให้ผู้ชมเข้าใจได้แบบง่ายๆ และสามารถนำไปปรับใช้ได้เป็นอย่างดีเมื่อเจอเหตุการณ์จริง ขอขอบคุณ AIS ที่มองเห็นใน Soft Power ของการ์ตูนที่ไม่ได้สร้างแค่ความสนุกและเสียงหัวเราะ แต่ยังช่วยสร้างประโยชน์และเป็นส่วนหนึ่งในการเข้าไปร่วมกันแก้ไขปัญหาด้านภัยไซเบอร์จากบรรดามิจฉาชีพได้อีกด้วย”

สามารถติดตามการ์ตูนแอนิเมชัน ซีรีย์ขอสาระภาพ ตอน How To รับมือกลโกงมิจฉาชีพได้ทาง Facebook AIS ที่ https://www.facebook.com/AIS/videos/6341339759297192/  และ Facebook ขายหัวเราะhttps://fb.watch/mtJWqXYLIF/

ซีพีเอฟ จับมือชาวโคราช เดินหน้า “โครงการรักษ์ลำน้ำมูล ปีที่ 15” ร่วมอนุรักษ์ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมยั่งยืน

0

นายพีรวัฒน์ ธีระวัฒนา นายอำเภอครบุรี เป็นประธานเปิด “โครงการรักษ์ลำน้ำมูล ปีที่ 15” ที่บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ร่วมกับหน่วยงานราชการ และประชาชนชาวนครราชสีมา จัดกิจกรรมปลูกป่า ปล่อยปลา เพื่อเสริมสร้างจิตสำนึก การมีส่วนร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ฟื้นฟูและบำรุงรักษาสภาพลำน้ำมูลและลำน้ำสาขาอย่างต่อเนื่อง ณ หาดจอมทอง อุทยานแห่งชาติทับลานแห่งที่ 15 อำเภอครบุรี

นายพีรวัฒน์ ธีระวัฒนา นายอำเภอครบุรี เปิดเผยว่า โครงการฯนี้ ถือเป็นการสร้างประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมและชาวโคราชทุกคน เนื่องจากหาดจอมทอง อุทยานแห่งชาติทับลานฯ เป็นเขื่อนต้นน้ำของลำน้ำมูล ที่พี่น้องชาวโคราชและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมต่างๆในจังหวัด ได้รับประโยชน์จากลำน้ำมูลและลำน้ำสาขา ทั้งด้านการบริโภค อุปโภค การเกษตร และภาคอุตสาหกรรม การที่ซีพีเอฟเข้ามาเป็นสมาชิกของชุมชน และริเริ่มโครงการดีๆโดยเชิญชวนทุกภาคส่วนในพื้นที่ มาร่วมกันขับเคลื่อนกิจกรรมอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ พันธุ์สัตว์น้ำท้องถิ่น ระบบนิเวศ และสิ่งแวดล้อม ที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 15 นับเป็นการส่งเสริมให้ชุมชนเล็งเห็นถึงคุณค่าของการอนุรักษ์ทรัพยากรทางธรรมชาติ ช่วยสร้างจิตสำนึกและการมีส่วนร่วมของทุกคน ที่จะช่วยคืนความสมบูรณ์และสร้างความหลากหลายทางชีวภาพ ตลอดจนผลักดันการใช้ประโยชน์จากลำน้ำอย่างยั่งยืนร่วมกัน

ด้าน นายวิเชต ช่วยทอง รองผู้อำนวยการ ด้านการผลิตไก่พันธุ์ ซีพีเอฟ กล่าวว่า ซีพีเอฟเป็นหนึ่งในสมาชิกของชุมชน ที่ได้ใช้ประโยชน์จากลำน้ำมูลมาโดยตลอด จึงริเริ่ม “โครงการรักษ์ลำน้ำมูล” ตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นมา เพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีให้แก่ชุมชน โดยทีมงานซีพีเอฟจิตอาสาจากหลายหน่วยงาน ผนึกกำลังกับภาครัฐ ภาคเอกชน และพี่น้องชาวโคราช ร่วมกันฟื้นฟู ดูแล และเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับผืนป่าบริเวณป่าต้นน้ำในแหล่งน้ำเขื่อนมูลบน ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการที่แสดงออกถึงความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมของบริษัทอย่างเป็นรูปธรรม โครงการนี้มีการตั้งเป้าหมายระยะยาว ด้วยการเพิ่มพื้นที่ป่าในเขตอุทยานแห่งชาติทับลานฯ หาดจอมทอง จำนวน 100 ไร่ ภายในระยะเวลา 15 ปี (ปี 2558-2573) ส่วนเป้าหมายระยะสั้น ในปี 2566 ตั้งเป้าดำเนินการปลูกพันธุ์ไม้ท้องถิ่นซ่อมแซมและปลูกเพิ่มเติม จำนวน 3,000 ต้น พร้อมทั้งปล่อยพันธุ์ปลา จำนวน 20,000 ตัว เพื่ออนุรักษ์ปลาท้องถิ่น และเพิ่มประชากรสัตว์น้ำ ช่วยเพิ่มความสมดุลในระบบนิเวศ

สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ มีผู้ร่วมกิจกรรมกว่า 200 คน เป็นตัวแทนจากหน่วยราชการ อาทิ อำเภอครบุรี อบต.จระเข้หิน อุทยานแห่งชาติทับลาน โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำแซะ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามูลบน กรมชลประทาน และชาวชุมชน พร้อมนำคณะผู้บริหาร พนักงานซีพีเอฟและครอบครัว จากธุรกิจอาหารสำเร็จรูป ฟาร์มไก่พันธุ์ ฟาร์มไก่กระทง และธุรกิจไก่ห้าดาว

TIA ผนึก สภาทนายความเปิดหลักสูตร อบรม “การดำเนินคดีหลักทรัพย์แบบกลุ่ม” เสริมเขี้ยวทนายคดีตลาดทุน

0

สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย (TIA) ผนึกสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ เดินหน้าร่วมผลักดันกฎหมายการฟ้องร้องคดีแบบกลุ่ม (Class action ) เปิดหลักสูตรอบรม “การดำเนินคดีหลักทรัพย์แบบกลุ่ม” เพื่อเพิ่มความเชี่ยวชาญให้กับทนายความในคดีที่เกี่ยวข้องในตลาดทุน

นายยิ่งยิง นิลเสนา นายกสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย (TIA) เปิดเผยว่า สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย เดินหน้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งผลักดันให้ กฎหมายการฟ้องร้องคดีแบบกลุ่ม (Class action) ที่มีผลบังคับใช้แล้วให้มีผลบังคับใช้ทางปฏิบัติ และกฎหมายถูกบังคับใช้จริง กับคดีที่เกิดขึ้นในตลาดทุน ล่าสุดได้ร่วมกับ สภาทนายความในพระบรมราชูปภัมภ์ เปิดหลักสูตรอบรม “การดำเนินคดีหลักทรัพย์แบบกลุ่ม”เพื่อเพิ่มความเชี่ยวชาญให้กับทนายความในคดีที่เกี่ยวข้องในตลาดทุน

ยิ่งยิง นิลเสนา นายกสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย

สำหรับหลักสูตรอบรมครั้งนี้จะมี 2 ระดับ คือ G1 หลักสูตรพื้นฐาน มีระยะเวลาอบรม 30 ชั่วโมงอบรม  5 ครั้ง โดยจะเปิดหลักสูตรอบรมครั้งแรกวันที่ 13 กันยายน 2566 ซึ่งเนื้อหาการเรียนครั้งแรกจะปูพื้นฐานเกี่ยวกับความรู้เรื่องตลาดทุน ตามด้วย ฐานการดำเนินคดีแบบกลุ่ม ในความผิดตามกฎหมายหลักทรัพย์ และความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับคดีกลุ่ม การเริ่มคดีแบบกลุ่ม ในคดีความผิดหรือความรับผิดตามกฎหมาย ว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และการขออนุญาตดำเนินคดีแบบกลุ่มและสอบวัดผลทางออนไลน์ในการเรียนครั้งสุดท้ายในวันที่ 9 ตุลาคม 2566

G2 -หลักสูตรก้าวหน้า อบรมอีก 30 ชั่วโมง เป็นการอบรมต่อเนื่องจาก G1 โดยเนื้อหาหลักสูตร G2 ในการอบรมครั้งแรก ในวันที่ 25 ต.ค. 2566 จะเป็นการเวิร์กช็อปเกี่ยวกับการะบุรายชื่อสมาชิกกลุ่ม และการยื่นคำร้องขออนุญาตดำเนินคดีกลุ่ม ครั้งที่ 2 อบรมเรื่องพยานหลักฐานและค่าเสียหาย ครั้งที่ 3 การเขียนคำร้องและการยื่นฟ้อง ครั้งที่ 4 การประนีประนอมและการทำสัญญาประนีประนอมและสอบวัดผลทางออนไลน์ และครั้งที่ 5 เป็นการเปิดให้คำปรึกษา และมอบ Certificate และปิดอบรมหลักสูตร

ทั้งนี้ การเข้าร่วมอบรมหลักสูตรนี้ ทนายความที่สนใจสามารถลงทะเบียนสมัครอบรมได้ โดยมีค่าธรรมเนียม หลักสูตรละ 10,000 บาท แต่ผู้ลงทะเบียนได้รับสิทธินำ e – Certificate จากการเรียนแบบ e-Learning @SET by TSI ผ่านช่องทางออนไลน์มาใช้เป็นส่วนลด ในการเรียนหลักสูตรนี้ได้ 5,000 บาท เมื่อทำตามขั้นตอนและอบรมครบจำนวนชั่วโมงที่กำหนด ทางสมาคมก็จะคืนเงินให้ผู้เข้าอบรมกลับไป แต่ความรู้เรื่องคดี Class action จะอยู่ติดตัวไปทั้งชีวิต

นอกจากนี้ทนายความที่ผ่านการอบรมหลักสูตรนี้ จะได้รับการขึ้นทะเบียนกับทาง TIA ว่าเป็นทนายที่มีความรู้ความเข้าใจและเชี่ยวชาญในการคดีที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุน และ Class action  

ดร.วิเชียร ชุบไธสง นายกสภาทนายความในพระบรมราชูปภัมภ์ กล่าวว่า “นับเป็นเรื่องใหม่ ของวิชาชีพทนายความ  ในการเพิ่มความรู้ เติมประสบการณ์ความเป็นมืออาชีพ ด้านคดีความที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุน หรือตลาดหุ้น ที่ซื้อขายกันอยู่ทุกวัน เมื่อเกิดความเสียหายขึ้นกับพี่น้องประชาชน-นักลงทุน อาชีพทนายความ ย่อมเป็นที่พึ่ง ในการแสวงหาความยุติธรรม และการให้ความช่วยเหลือ เยียวยา ในรูปแบบต่างๆ เป็นเรื่องน่ายินดีที่ตรงกับอรรถพจน์การทำงานของสภาทนายฯ อีกด้วย”

CPF – AXONS โชว์ศักยภาพผู้นำเทคโนโลยีการเกษตรที่ยั่งยืน และ Food Tech ระดับโลก บนเวที Techsauce Global Summit 2023

0

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ และ AXONS ตอกย้ำการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีการเกษตรระดับโลกบนวิสัยทัศน์ “ครัวของโลก” โชว์นวัตกรรมการเกษตรแห่งอนาคต รวมถึงระบบการเกษตรอัจฉริยะที่ช่วยให้การเลี้ยงสัตว์มีประสิทธิภาพและยั่งยืนยิ่งขึ้น พร้อมนำผู้บริหารร่วมขึ้นเวทีแบ่งปันและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เกี่ยวกับการเกษตร และอุตสาหกรรมอาหารยุคใหม่กับพันธมิตรเจ้าของเทคโนโลยีผู้ร่วมงานจากกว่า 50 ประเทศทั่วโลก ในงาน Techsauce Global Summit 2023 งานประชุมด้านเทคโนโลยีสุดยิ่งใหญ่ในภูมิภาคเอเชีย ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ (QSNCC)

นายพีรพงศ์ กรินชัย ผู้บริหารสูงสุด สายงานวิศวกรรมกลาง ได้แบ่งปันมุมมองบนเวทีเสวนา Food Tech ในหัวข้อ Embedding Sustainable Technology in the Food Value Chain ย้ำความมุ่งมั่นของซีพีเอฟขับเคลื่อนสู่การเป็นองค์กร Net-Zero และดำเนินงานสอดคล้องเป้าหมายความยั่งยืนของสหประชาชาติ (UNSDGs) นำหลักการขององค์กร Science Based Target Initiative (SBTi) มาใช้ในการกำหนดเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกขององค์กรตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่าทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยให้ความสำคัญกับการนำนวัตกรรมการเกษตรสมัยใหม่เข้ามาใช้ ระบบอัตโนมัติ เทคโนโลยีดิจิทัล และ IoT ประยุกต์ตลอดห่วงโซ่การผลิตอาหาร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัยอาหาร และช่วยบรรเทาผลกระทบจากภาวะโลกร้อน โดยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมพลังงานหมุนเวียนในกระบวนการผลิตตั้งแต่ฟาร์มเลี้ยงสัตว์และโรงงาน ปัจจุบันฟาร์มหมูและฟาร์มไก่ไข่ใช้ระบบไบโอแก๊ส (Biogas) เปลี่ยนมูลสัตว์เป็นพลังงานหมุนเวียน รวมถึงการยกเลิกใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงหันมาใช้พลังงานชีวมวล การเดินหน้าติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์ในฟาร์มและโรงงานเพิ่มขึ้น ตอกย้ำความมุ่งมั่นขับเคลื่อนเป็นองค์กรลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างจริงจังสู่เป้าหมาย Net-Zero ในปี 2050 ซึ่งเป็นการช่วยเพิ่มขีดความสามารถและการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืน เพิ่มความมั่นใจในผลิตภัณฑ์อาหารของซีพีเอฟมีส่วนช่วยลดโลกร้อน สอดคล้องกับเทรนด์และความต้องการของผู้บริโภคทั่วโลก

ด้าน นางนลินี โรบินสัน ผู้บริหารสูงสุดด้านวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหาร ซีพีเอฟ (CPF RD Center) ขึ้นวทีเสวนาในหัวข้อการ Leverage Deep-Tech Advancements to Scale Impact แลกเปลี่ยนมุมมองและความท้าทายของการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง (Deep Tech) ในการดำเนินธุรกิจ โดยนำเสนอ ผลิตภัณฑ์โปรตีนจากพืช (Plant-based Protein) แบรนด์ Meat Zero ใช้เทคโนโลยี Plant-Tec ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภคด้านคุณค่าโภชนาการทดแทนเนื้อสัตว์ และได้ร่วมดูแลสิ่งแวดล้อม แต่ โปรตีนจากพืชยังมีความท้าทายของอุตสาหกรรมอาหารทั่วโลก ประเด็นราคาสูง ยังต้องพัฒนาเนื้อสัมผัสและรสชาติให้เหมือนเนื้อสัตว์จริง นอกจากนี้ จากการร่วมเสวนายังเป็นโอกาสในการจับคู่พันธมิตรที่มีเทคโนโลยี และความเข้าใจด้านวิทยาศาสตร์อาหาร ช่วยตอบโจทย์เป้าหมายของธุรกิจและเทรนด์ผู้บริโภคมากขึ้น

นอกจากนี้ นายสรรเสริญ สมัยสุต กรรมการผู้จัดการ แอ๊กซอน (AXONS) กล่าวว่าการมาร่วมงานครั้งนี้ของ AXONS ได้ร่วมประกาศวิสัยทัศน์การเป็นผู้นำด้านเกษตรเทคโนโลยีบนเวทีงานประชุมระดับโลก พร้อมเป็นโอกาสแบ่งปันองค์ความรู้ทางเทคโนโลยีในธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมมานาน 40 ปี และประสบการณ์การให้บริการด้าน AgriTech ใน 17 ประเทศ ตลอดเปิดโอกาสได้พบกับพันธมิตรทางด้านเทคโนโลยีจากทั่วโลกที่จะเข้ามาช่วยพัฒนาศักยภาพของภาคเกษตรกรรม และอุตสาหกรรมอาหารสู่ความยั่งยืนด้วยกัน

ในส่วนของนิทรรศการ CPF และ AXONS นำเสนอ ภายใต้แนวคิด Revolutionizing the Future: Empowering Sustainable Well-being through AgriTech แบ่งเป็น 2 โซน ประกอบด้วย CPF นำเสนอนวัตกรรม Smart Process ตลอดห่วงโซ่อาหารในฐานะ “ครัวของโลก” โดยทีมวิศวกรรม นำผลงานหุ่นยนต์กลับแกรบในโรงเรือนเลี้ยงไก่เนื้อยกระดับสวัสดิภาพสัตว์และความปลอดภัยอาหาร พร้อมทั้งนำ “นวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต” ที่ใส่ใจสุขภาพและร่วมดูแลสิ่งแวดล้อม เป็นความสำเร็จของ CPF RD Center ที่ร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกพัฒนานวัตกรรม PLANT Tec ที่ช่วยให้อาหารแพลนต์เบสมีรสชาติและเนื้อสัมผัสเหมือนเนื้อสัตว์จริง และส่งผลให้ ผลิตภัณฑ์เนื้อจากพืช ภายใต้แบรนด์ Meat Zero ก้าวเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งของประเทศไทยและในเอเชีย

สำหรับโซนนิทรรศการของ AXONS โชว์ศักยภาพเทคโนโลยีทางการเกษตร AgiTech ที่มีส่วนช่วยยกระดับขีดความสามารถและมาตรฐานการเกษตรและกระบวนการแปรรูปอาหารของประเทศไทยสู่ระดับโลก เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและความแม่นยำให้ภาคเกษตรอุตสาหกรรมตลอดห่วงโซ่ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ส่งมอบอาหารคุณภาพ ปลอดภัย สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ถึงแหล่งที่มาของวัตถุดิบที่รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของทุกคน และร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทย

ส.หมูภาคใต้ หนุนปูพรมตรวจ “หมูเถื่อน” ทุกพื้นที่เสี่ยง จี้หน่วยงานรัฐเร่งฝังทำลาย 161 ตู้

0

นายปรีชา กิจถาวร นายกสมาคมการค้าเลี้ยงสุกรภาคใต้ เปิดเผยว่า ปัญหาต้นทุนการผลิตหมูที่สูงมากกว่าทุกปี หรือราวๆ 90 บาท/กก. แต่ขายได้ในราคาต่ำเตี้ยเพียง 60-70 บาท/กก. เกิดจากหลายปัจจัย แต่ปัจจัยหลักนั้น หนีไม่พ้น “หมูเถื่อน” ที่ยังคงไม่หมดไปจากประเทศไทยเสียที จึงขอเรียกร้องหน่วยงานรัฐปูพรมตรวจสอบหมูเถื่อนในทุกพื้นที่เสี่ยง

ปรีชา กิจถาวร นายกสมาคมการค้าเลี้ยงสุกรภาคใต้

“หมูเถื่อน 161 ตู้ที่อยู่ในความดูแลและดำเนินคดีของ DSI นั้นเป็นเพียงส่วนน้อย ในความเป็นจริงยังมีหมูเถื่อนปะปนอยู่ในประเทศอีกจำนวนมาก อยากขอเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐทุกภาคส่วน ผนึกกำลังกันปูพรมตรวจสอบทุกตารางนิ้วในพื้นที่สุ่มเสี่ยง อาทิ ท่าเรืออื่นๆ ที่ไม่ใช่เพียงแหลมฉบัง แต่ยังมีท่าเรือคลองเตย ท่าเรือระนอง ท่าเรือสงขลา ท่าเรือกันตัง รวมถึงห้องเย็นทั่วประเทศ และร้านขายเนื้อสัตว์อีกมากมาย ทั้งนี้เพื่อกำจัดหมูเถื่อนให้หมดไปก่อนมันจะทำลายอุตสาหกรรมสุกรของประเทศให้ล่มสลาย” นายปรีชากล่าว

สำหรับคดีใหญ่ที่สุดตอนนี้คือ หมูเถื่อน 161 ตู้ตกค้าง ณ ท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งมีปริมาณหมูมากถึง 4,500 ตัน และ DSI เข้ามาดำเนินการตรวจสอบของกลางทั้งหมดเรียบร้อยตั้งแต่เดือนกรกฎาคม กลับมีความล่าช้าในกระบวนการฝังทำลายเช่นกัน อยางไรก็ตาม รู้สึกดีใจที่ทราบว่า DSI จะมีการประชุมร่วมกับกรมศุลกากรและกรมปศุสัตว์ในวันพรุ่งนี้ (18 สิงหาคม 2566) เพื่อหารือเกี่ยวกับการกำหนดวันเวลา และขั้นตอนการขนย้ายเนื้อหมูเถื่อน หรือของกลางในคดี รวมถึงการทำลายฝังกลบ ณ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เพราะนั่นหมายถึง การทำลายหมูเถื่อนที่กำลังทยอยหมดอายุ ขึ้นรา และเน่าเสีย ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดโรคระบาดในประเทศซ้ำสอง และตนจะรอฟังผลการประชุมอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ หมูเถื่อนเข้ามาแทรกแซงตลาดในประเทศไทยนานนับปี ทำให้เกษตรกรคนเลี้ยงหมูประสบภาวะขาดทุนสะสมมานานกว่า 8 เดือน และสร้างความเสียหายต่ออุตสาหกรรมสุกรทั้งระบบกว่า 30,000 ล้านบาท และจนป่านนี้ยังไม่สามารถกวาดล้างปราบปรามได้หมดทั้งยังไม่สามารถจับตัวผู้บงการได้ สร้างความกังวลใจแก่เกษตรกรมาต่อเนื่องยาวนาน จนถึงปัจจุบัน