Home Blog Page 158

AXONS โชว์ผลงานเด่น นำแอปฯ โลจิสติกส์ คว้ารางวัล Asian Technology Excellence Awards 2023

0

แอ๊กซอน (AXONS) ธุรกิจด้านเทคโนโลยี ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเกษตรดิจิทัล คว้ารางวัล Asian Technology Excellence Award เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน โดยในปีนี้บริษัทได้รับรางวัลในสาขา Smart Technology – Food Manufacturing Solutions จากแอปพลิเคชั่นด้านโลจิสติกส์อัจฉริยะ AXONS Move เพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าอาหาร ช่วยป้องกันความปลอดภัยอาหาร ลดการสูญเสีย ประหยัดพลังงานและเวลา ตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการสินค้าคุณภาพ สด ใหม่ ปลอดภัย ร่วมดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม

นายสรรเสริญ สมัยสุต กรรมการผู้จัดการ AXONS เปิดเผยว่า การขนส่งสินค้าเป็นโจทย์สำคัญของอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร เนื่องจากสินค้าอาหารมีข้อจำกัดเรื่องอายุเก็บรักษา มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนและเสียหาย ในระหว่างการขนส่ง จึงจำเป็นต้องมีการบริหารจัดการระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ช่วยป้องกันความเสียหายและลดโอกาสการสัมผัสกับสินค้าที่นำไปสู่การปนเปื้อนและอาหารเน่าเสีย รวมถึงลดตวามเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุของผู้ปฏิบัติงาน AXONS จึงได้พัฒนาแอปพลิเคชั่น AXONS Move ขึ้นเป็นโซลูชันและแพลตฟอร์มด้านการบริหารจัดการงานขนส่งและโลจิสติกส์อัจฉริยะ ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าธุรกิจด้านเกษตรและอาหารในการบริหารจัดการงานขนส่งทางออนไลน์ด้วยความแม่นยำ ช่วยให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดขั้นตอนการทำงานและค่าใช้จ่าย ขีดความสามารถทางการแข่งขันของธุรกิจ และมั่นใจว่าผู้บริโภคได้รับอาหารที่สดใหม่ สะอาด ปลอดภัย พึงพอใจในการบริการ ส่งผลให้แอป AXONS Move ชนะรางวัลความเป็นเลิศด้านการบริหารจัดการดิจิทัลระดับภูมิภาค

“รางวัลนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของแอ๊กซอน ในการสร้างสรรค์นวัตกรรมดิจิทัล AXONS Move ช่วยยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรมอาหารไทยตลอดห่วงโซ่อุปทาน และตอบโจทย์ความต้องการลูกค้า สร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าและผู้บริโภค เป็นแพลตฟอร์มที่ใช้ในการขนส่งอุตสาหกรรมอาหารในประเทศไทย เวียดนาม บังกลาเทศ มาเลเซีย และลาว” นายสรรเสริญกล่าว

ระบบ AXONS Move ใช้ Big Data ที่รวบรวมข้อมูลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น พิกัดของยานพาหนะ อุณหภูมิ และความเร็วเข้ามาวิเคราะห์และปรับปรุงเส้นทางโลจิสติกส์ ลดระยะเวลาการจัดส่ง ช่วยให้ลูกค้าประหยัดค่าใช้จ่ายประจำปีได้ถึงร้อยละ 30 อีกทั้งยังเป็นการลดการปล่อย CO2 อย่างมีนัยสำคัญ พร้อมรายงานรายงานข้อมูลการขนส่งเรียลไทม์ นอกจากนี้ยังมีระบบการตรวจสอบที่ทำให้สามารถมั่นใจได้ว่าสินค้าถูกขนส่งอย่างครบถ้วน และปลอดภัย จึงช่วยลดภาระในการติดตามสินค้า ทำให้ผู้ประกอบการที่ใช้งานระบบนี้ สามารถนำเวลาไปพัฒนาด้านอื่นๆ และหาลูกค้าใหม่ ช่วยให้ธุรกิจเติบโต โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาด้านโลจิสติกส์

ทั้งนี้ รางวัล Asian Technology Excellence Awards 2023 จัดขึ้นเป็นปีที่ 5 โดย “ASIAN BUSINESS REVIEW” นิตยสารชั้นนำด้านนวัตกรรมเทคโนโลยีดิจิทัลของสิงคโปร์ เพื่อยกย่องโครงการและนวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่โดดเด่นที่สุด ช่วยยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรม โดยมีเกณฑ์การพิจารณาจากความมีเอกลักษณ์และนวัตกรรม ประสิทธิผลและผลกระทบในเชิงบวกต่อบริษัทและอุตสาหกรรม

AIS PLAY ชวนคนไทยส่งใจเชียร์นักกีฬาไทยลุยศึก “เอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 19 หางโจว 2022” ยิงสดฟุตบอลและวอลเลย์ฯ นัดแรก 19 ก.ย.นี้

0

AIS PLAYเตรียมถ่ายทอดสดมหกรรมกีฬาแห่งทวีปเอเชีย “เอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 19 หางโจว 2022” ในฐานะ Official Broadcaster อย่างเป็นทางการรายเดียวในไทย ส่งตรงจากเมืองหางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน ให้คนไทยได้รับชมและส่งกำลังใจเชียร์นักกีฬาไทยแบบจัดเต็ม มากที่สุด บน AIS PLAY นอกจากนี้เตรียมยิงสดประเดิมสนามการแข่งขันนัดแรกกับฟุตบอลชายทีมชาติไทย และทัพนักตบวอลเลย์บอลชายทีมชาติ ในวันที่ 19 กันยายนนี้ ตั้งแต่เวลาบ่าย 3 โมง เป็นต้นไป พร้อมชวนคนไทยนับถอยหลังสู่วินาทีสำคัญกับพิธีเปิดสุดยิ่งใหญ่ ต้อนรับขบวนนักกีฬาไทยเข้าสู่สนาม และรวมชม ไฮไลท์พิธีจุดคบเพลิงสุดอลังการ จากสนามหางโจว โอลิมปิก สปอร์ต เซ็นเตอร์ หรือสนามดอกบัวยักษ์รับชมได้แบบจัดเต็มต่อเนื่องในวันเสาร์ที่ 23 กันยายนนี้ ตั้งแต่เวลา 19.00 น. เป็นต้นไป

พิเศษสุดสำหรับลูกค้า AIS เท่านั้น สามารถรับชมการถ่ายทอดสดการแข่งขันเอเชียนเกมส์ได้ตลอดทั้งวัน มากที่สุด ทั้งชมสด ไฮไลท์ และรีรัน ตามที่ได้รับสัญญาณการถ่ายทอดถึง 18 ช่อง จัดเต็มให้คอกีฬาได้ชมเชียร์นักกีฬาไทยโดยเฉพาะกับ 3 ช่องพิเศษ ได้ทีมนักพากย์เสียงมืออาชีพจาก FM99 มาเติมเต็มอรรสรถในการรับชม นอกจากนี้ AIS PLAY ยังพร้อมส่งต่อกำลังใจให้คนไทยได้รับชมอย่างต่อเนื่องกับการแข่งขันกีฬาเอเชียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 4 ระหว่างวันที่ 22 – 28 ตุลาคม 2566 โดยความพิเศษทั้งหมดนี้รับชมได้บน AIS PLAY เท่านั้น

นางสาวรุ่งทิพย์ จารุศิริพิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการพันธมิตรธุรกิจด้านบันเทิงและคอนเทนต์ AIS กล่าวว่า “จากความตั้งใจของเราในการนำการแข่งขันกีฬาระดับเอเชียอย่าง เอเชียนเกมส์ครั้งที่ 19 หางโจว 2022 มาให้คนไทยได้รับชม ซึ่งมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ถือเป็นวาระการแข่งขันกีฬาที่มีความสำคัญที่แฟนๆ กีฬาตั้งตารอ AIS ในฐานะ Official Broadcaster เราพร้อมทำหน้าที่ในการถ่ายทอดสดส่งต่อเสียงเชียร์จากประเทศไทยสู่ใจนักกีฬาให้คว้าชัยในการแข่งขัน นอกจากนี้ยังขอส่งต่อสิทธิ์การถ่ายทอดไปยังทีวีดิจิทัลผ่านกล่อง IPTV ที่ได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้อง ตามหลักเกณฑ์การเผยแพร่โทรทัศน์ที่ให้บริการเป็นการทั่วไปจากประกาศของ กสทช. แบบจัดเต็มไม่ปิดกั้น โดยก่อนถึงพิธีเปิดการแข่งขันจะเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการในวันที่ 23 กันยายน เหล่าทัพนักกีฬาไทยมีนัดประเดิมสนามนัดแรก ทั้งกีฬาประเภทฟุตบอลและวอลเลย์บอลชาย ตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน นอกจากนี้เรายังเพิ่มความพิเศษสำหรับลูกค้า AIS เท่านั้น กับการถ่ายทอดสดรวมทั้งหมด 18 ช่อง ที่มากที่สุด ตลอดทั้งวัน ตามที่ได้รับสัญญาณ โดยเราจัด 3 ช่องพิเศษที่คัดสรรการแข่งขันของนักกีฬาไทยมาให้แฟนๆ ได้รับชมโดยเฉพาะ ซึ่งได้ผู้บรรยายชื่อดังจาก FM99 มาร่วมเติมเต็มอรรถรสจากการรับชมในครั้งนี้อีกด้วย”

ในปีนี้ประเทศไทยได้ส่งนักกีฬาเข้าร่วมชิงชัยกว่า 941 คน จาก 40 ชนิดกีฬา จาก 49 สมาคมกีฬา ซึ่งมีการบรรจุกีฬาใหม่เพิ่มอีก 2 ชนิดกีฬา คือ อีสปอร์ต และเบรกแดนซ์ กีฬายอดนิยมของ Gen Z ทำให้เอเชียนเกมส์ครั้งนี้มีความแปลกใหม่ และน่าติดตามมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ชวนคนไทยร่วมส่งแรงใจเชียร์นักกีฬาไทยคว้าเหรียญกลับบ้านผ่าน AIS PLAY ประเดิมการถ่ายทอดสดการแข่งขันนัดแรกในวันที่ 19 กันยายน 2566  เวลา 15.00 น. การแข่งขันฟุตบอลทีมชายไทย นัดแรก เจอ ทีมชาติบาห์เรน  เวลา 18.00 น. วอลเลย์บอล ประเภทชาย ระหว่างทีมชาติไทย พบฮ่องกง  และไฮไลท์สำคัญ วันที่ 23 กันยายน 2566 เวลา 19.00 น. พิธีเปิดการแข่งขัน และต้อนรับนักกีฬาไทยในสนามหางโจว โอลิมปิก สปอร์ต เซ็นเตอร์ หรือสนามดอกบัวยักษ์ ไปพร้อมกัน 

สามารถรับชมและติดตามตารางการถ่ายทอดสดรายการอื่นๆ ได้ทาง https://www.ais.th/asian-games พิเศษเฉพาะลูกค้า AIS สามารถรับชมได้ทุกช่องทาง ทั้ง AIS PLAY แอปพลิเคชัน, กล่อง AIS PLAYBOX, Android TV, SAMSUNG Smart TV, Apple TV และ เว็บไซต์ https://aisplay.ais.co.th/portal/  ตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน – 8 ตุลาคม 2566 นอกจากนี้ยังเตรียมถ่ายทอดสดอย่างต่อเนื่องกับการแข่งขันกีฬาเอเชียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 4 ระหว่างวันที่ 22 – 28 ตุลาคม 2566 ผ่านช่องทาง AIS PLAY เท่านั้น!

รู้เก็บรู้ออม : TSD ยกระดับบริการเพื่อผู้ถือหุ้น

0

สำหรับนักลงทุนที่ซื้อขายหลักทรัพย์ คงจะรู้จัก TSD เป็นอย่างดี ผ่านบริการต่างๆ ในหลากหลายธุรกรรม ไม่ว่าจะเป็นการส่งหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้น หนังสือแจ้งนำเงินปันผลเข้าบัญชีธนาคาร หรือหนังสือรับรองการหักภาษี ที่ TSD ส่งให้กับผู้ถือหุ้นเป็นประจำ

รวมถึงจุดให้บริการ TSD Counter Services ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการให้บริการของ TSD โดยตั้งอยู่ชั้น 1 อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย บนถนนรัชดาภิเษก ให้บริการที่หลากหลายแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดบริการเดียว เพื่อเพิ่มความสะดวกและรวดเร็วในการให้บริการแก่ผู้ถือหุ้นที่มาติดต่อ

TSD (Thailand Securities Depository Company Limited) หรือ บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นบริษัทย่อยในกลุ่มตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางการบริการที่ต่อเนื่องของการซื้อขายหลักทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นการรับฝาก ถอน และโอนหลักทรัพย์ รวมทั้งทำหน้าที่เป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์ ดูแลหลักทรัพย์ รวมทั้งการให้บริการข้อมูลผ่านช่องทางออนไลน์สำหรับผู้ถือหุ้น ทั้งรวบรวม ประมวลผล และเก็บรักษาอย่างปลอดภัย

ตลอดเวลาที่ผ่านมา TSD ได้มีการพัฒนาบริการต่างๆเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ถือหุ้นมากยิ่งขึ้น และสอดคล้องกับการลงทุนยุคใหม่ โดยเพิ่มบริการ e-service ตอบโจทย์ผู้ถือหุ้นยุคใหม่ให้ทำธุรกรรมได้สะดวก คล่องตัว รวดเร็ว และเพิ่มความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

ล่าสุด TSD ได้พัฒนาบริการของ TSD Counter Services ด้วยการเปิดให้บริการยืนยันตัวตนดิจิทัลผ่านแอป ThaID (ไทยดี) ของกรมการปกครอง ทำให้ต่อไปนี้ ผู้ถือหุ้นที่มาติดต่อใช้บริการ ถึงแม้ว่าจะลืมบัตรประชาชน ไม่ได้พกติดกระเป๋าตังค์มาด้วย ก็ไม่เป็นปัญหา เพราะสามารถยืนยันตัวตนโดยใช้บัตรประชาชนดิจิทัลผ่านแอป ThaID เพื่อติดต่อขอใช้บริการของ TSD Counter Services ได้ทุกบริการแบบง่าย สะดวก และรวดเร็ว

นอกจากนี้ TSD ยังเพิ่มประสิทธิภาพบริการจองคิวออนไลน์ล่วงหน้าให้สะดวก รวดเร็วแก่ผู้ถือหุ้นมากขึ้น โดยผู้ใช้บริการสามารถสแกนคิวอาร์โค้ด เลือกวันและเวลาที่สะดวก เพื่อรับคิวเข้ารับบริการ แถมยังสามารถเลือกหลายธุรกรรมได้ในคิวเดียว ไม่ว่าจะเป็น โอนหลักทรัพย์, ออกใบหลักทรัพย์ฉบับใหม่, แก้ไขข้อมูล, รับเช็คหรือใบหลักทรัพย์ และยังสามารถตรวจสอบการรอคิวแบบเรียลไทม์ได้อีกด้วย

โดยสามารถเข้าไปใช้บริการจองคิวได้ที่ www.set.or.th/tsdcounter  และตรวจสอบคิวออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ www.set.or.th/tsdqueue 

พบกับบริการใหม่ที่สะดวก รวดเร็ว และทันสมัย ของ TSD Counter Services ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ ยินดีต้อนรับและพร้อมให้บริการนักลงทุนทุกคนค่ะ.

คุณนายพารวย

ที่มา คอลัมน์ "รู้เก็บรู้ออมรู้ใช้รู้ลงทุน..สู่ความมั่นคง"  หน้าเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ตลาดหลักทรัพย์ฯ มอบทุนวิจัยตลาดทุนไทย ประจำปี 2566

0

รายงานข่าว เปิดเผยว่า นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มอบรางวัลให้แก่งานวิจัยในโครงการสนับสนุนทุนวิจัยด้านตลาดทุน ประจำปี 2566 จำนวน 8 รางวัล โดยผู้ที่ได้รับรางวัลผลงานวิจัยดีเด่น ได้แก่ ธิติวรรธก์ เศรษฐแสงศรี คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หัวข้อ “Sustainability index and cost of debt: evidence from ASEAN market” และรางวัลงานวิจัยดี ได้แก่ นรเศรษฐ ศรีธานี คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หัวข้อ “How does ESG affect listed family firms’ performance?”

นอกจากนี้ ยังมีผลงานวิจัยที่ได้รับรางวัลเกียรติคุณ รางวัลนักวิจัยรุ่นใหม่ และรางวัลงานวิจัยด้านความยั่งยืน ในโอกาสนี้ ยังได้มอบทุนสนับสนุนการทำวิจัย 10 ทุนแก่อาจารย์เพื่อทำงานวิจัยตลาดทุนไทยด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนอีกด้วย ผู้สนใจสามารถศึกษาข้อมูลงานวิจัย และฐานข้อมูลตลาดทุนที่ www.set.or.th/setresearch

“แม็คยีนส์” เปิดตัวคอลเลกชั่นใหม่ แม็ค ไบค์เกอร์ 2023 พบกับ “อนันดา เอเวอริงแฮม” ถ่ายทอดแรงบันดาลใจแบบฉบับไบค์เกอร์

0

“แม็คยีนส์” เปิดตัว แม็ค ไบค์เกอร์ 2023 คอลเลกชั่น ในคอนเซ็ปต์ “The Original Retro” พบกับ “อนันดา เอเวอริงแฮม” แม็คยีนส์ แบรนด์แอมบาสเดอร์ ร่วมถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากการเดินทาง ในแบบฉบับไบค์เกอร์ ภายใต้แคมเปญ My Mc My Journey ทริปไหน…ก็ลุยได้เต็มแม็ค ชูหลากหลาย ไอเท็มยอดนิยมเอาใจหนุ่มสาวนักเดินทาง พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้

นายเจมส์ ริชาร์ด อมตวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MC องค์กรธุรกิจค้าปลีก ประเภทสินค้าแฟชั่นและสินค้าไลฟ์สไตล์ “แม็คยีนส์” เปิดเผยว่า บริษัทฯ เปิดตัว “แม็ค ไบค์เกอร์ 2023 คอลเลกชั่น” (Mc Biker 2023 Collection) ในคอนเซ็ปต์ ดิ ออริจินัล เรโทร (The Original Retro) เสน่ห์การเดินทางในแบบฉบับวิถีหนุ่มสาวไบค์เกอร์ กับนิยาม ออริจินัล เรโทร ไบค์เกอร์ในอดีต กลิ่นอายวินเทจขนานแท้ ที่ถูกนำมาออกแบบให้เหมาะกับยุคสมัย ที่ยังคงความคลาสสิก และสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ ภายใต้แคมเปญ My Mc My Journey ทริปไหน…ก็ลุยได้เต็มแม็ค ต่อยอดแคมเปญ My Mc My Way กับแนวคิด “Body Positivity” เข้าใจในความแตกต่างของรูปร่าง และพร้อมสร้างสรรค์ลุคที่ดีที่สุดในแบบฉบับของตัวเอง ด้วยผลิตภัณฑ์จากแม็คยีนส์ พบกับ “คุณอนันดา เอเวอริงแฮม” แม็คยีนส์ แบรนด์แอมบาสเดอร์ ร่วมเป็นตัวแทนในการถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากการเดินทางให้ทุกคนได้ออกไปใช้ชีวิตให้…เต็มแม็ค

แม็ค ไบค์เกอร์ 2023 คอลเลกชั่น ในคอนเซ็ปต์ ดิ ออริจินัล เรโทร ความคลาสสิกของเรโทร ไบค์เกอร์ ที่ถูกออกแบบให้เหมาะกับยุคสมัย แต่ยังคงสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ พบกับไอเท็มยอดนิยมของแม็คยีนส์ กางเกงยีนส์ดีไซน์เท่ สวมใส่สบาย มิกซ์แอนด์แมทช์ง่าย ผ้ายีนส์ผสมเส้นใยเคฟล่า (Kevlar) ที่มีคุณสมบัติทนทานต่อความร้อน การเสียดสี มีน้ำหนักเบา และเทคนิคการตีลอนช่วงหัวเข่าช่วยปรับสมดุล เพิ่มความยืดหยุ่นให้ทุกการขับขี่คล่องตัวกว่าที่เคย เสื้อบอมเบอร์แจ็คเก็ต (Bomber Jacket) ไอเท็มที่สะท้อนสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์หนุ่มสาวไบค์เกอร์ ความคลาสสิกที่มาพร้อมกับฟังก์ชั่นการใช้งาน และดีเทลแขนเสื้อรูปตัวซี C โค้งรับวงแขนเพิ่มความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น ในคอลเลกชั่นนี้พบกับหลากหลายไอเท็มยอดนิยมให้คุณเลือกสรร อาทิ เช่น เสื้อยืดแขนสั้นและแขนยาว ในโทนสีวินเทจ อย่าง สีเหลืองมัสตาร์ด สีดำ และสีขาว เสื้อฮู้ดดี้ และเสื้อสเวตเตอร์ ที่ผลิตจากผ้าคอตตอน ทอแบบอินเตอร์ล็อค ให้สัมผัสนุ่มลื่น ระบายอากาศได้ดี รวมไปถึงการตัดต่อบ่า เย็บลอน และเสริมฟองน้ำเพื่อช่วยลดแรงกระแทก เสื้อรีสอร์ตเชิ้ต ความละเอียดของงานพิมพ์แบบไร้รอยต่อกับลวดลายสัญลักษณ์การเดินทาง และไอเท็มที่แฟนๆ สายวินเทจห้ามพลาด กับเสื้อโบว์ลิ่งเชิ้ต ที่สวมใส่สบาย กับวงแขนเสื้อที่กว้าง คอเสื้อแบบเปิด เพิ่มดีเทลการจับจีบที่ด้านหลังเสื้อให้ดูดี ดูโดดเด่นอย่างมีสไตล์ พบกับแอ็คเซสซอรี่ อย่าง หมวกแก๊ป สีครีม และสีดำ ที่จะช่วยคอมพลีทลุคของหนุ่มสาวไบค์เกอร์ให้ดูดีในแบบฉบับของตัวเอง

“พบกับประสบการณ์การเดินทางใหม่ๆ ไปกับแม็คยีนส์ ที่ถูกถ่ายทอดโดยผู้หลงใหลการเดินทาง อย่าง คุณอนันดา เอเวอริงแฮม แม็คยีนส์ แบรนด์แอมบาสเดอร์ และยูทูบเบอร์ท่องเที่ยวชื่อดัง The Gaijin Trip คุณเบนซ์-ถาวร ภัสสรศิริกุล ด้วยบุคลิก และไลฟ์สไตล์ที่ชัดเจน ความมาดมั่นในแบบฉบับไบค์เกอร์ ที่สามารถ สร้างแรงบันดาลใจในการเดินทางให้กับทุกคน มั่นใจว่า “แม็ค ไบค์เกอร์ คอลเลกชั่น (Mc Biker Collection) จะเป็นอีกหนึ่งคอลเลกชั่นที่ถูกใจคุณลูกค้า ความลงตัวของไอเท็มที่ดูดี สวมใส่สบายไม่ว่าทริปไหน…ก็ลุยได้เต็มแม็ค” นายเจมส์ ริชาร์ด กล่าว

พบกับ “แม็ค ไบค์เกอร์ 2023 คอลเลกชั่น” ได้แล้ววันนี้ ที่ร้านแม็คยีนส์ทุกสาขาทั่วประเทศ และเว็บไซต์ www.mcshop.com สามารถติดตามรายละเอียดเกี่ยวกับสินค้าและกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/mcjeans

ALL ONLINE เปิดจอง iPhone 15 แล้ววันนี้ พร้อมรับ M-Stamp 1,000 บาท

0

สาวก iPhone เฮ ALL ONLINE เปิดจอง iPhone 15 บน 7App  พร้อมรับสิทธิพิเศษ เมื่อจอง iPhone 15 จะได้รับ  M-Stamp มูลค่า 1,000 บาท ตั้งแต่วันนี้ ถึง 21 กันยายน 2566

โดย ALL ONLINE เปิดให้จองแล้ว ณ บัดนี้ พร้อมขอชวนมาร่วมเป็นผู้ใช้ iPhone15 สมาร์ทโฟนแห่งปี เป็นกลุ่มแรกในไทย พร้อมเทคโนโลยีครบครัน โดย iPhone15 / 15 Plus มาพร้อมกับวัสดุอลูมิเนียมเกรดระดับเดียวกับที่ใช้ในอุตสาหกรรมอากาศยาน  รวมถึงกล้องปรับเป็น 48 ล้านพิกเซลแล้ว แถมยังซูมออปติคัลแบบ 3 ระดับ ทั้งหมดนี้มาในสีพาสเทลหวานละมุน ส่วน iPhone 15 Pro / 15 ProMax ดีไซน์จากไทเทเนียม ให้สัมผัสที่แข็งแรง เบา พร้อมขอบมน และปุ่มแอ็คชั่นแบบใหม่ ขับเคลื่อนแบบทรงพลังด้วยชิปเซ็ตใหม่ล่าสุด A17 Pro พร้อม GPU 6 แกนใหม่ ใช้เทคโนโลยีการจำลองธรรมชาติของแสง ให้กราฟิกลื่นไหลมากขึ้น แสงสมจริงยิ่งขึ้น ซึ่งเคลมกันว่าแรงกว่าเดิมมาก แถมกล้องหลัง 3 ตัว ทุกเลนส์ได้รับการโค๊ตติ้งด้วยเทคโนโลยีนาโน ลดแสงแฟลร์หน้าเลนส์ที่เป็นปัญหาขาประจำของกล้องไอโฟนอีกด้วย

โดย iPhone15  / iPhone15 Plus มี 5 สีให้เลิือก คือ ดำ เขียว เหลือง ชมพู และ ฟ้า ส่วน iPhone15 Pro / iPhone15 Pro Max มีสีให้เลือก 5 สี ได้แก่ สีไทเทเนียมดำ Black Titanium ไทเทเนียมขาว White Titanium ไทเทเนียมน้ำเงิน Blue Titanium และไทเทเนียมธรรมชาติ Natural Titanium

สำหรับความจุ และราคาเต็มของแต่ละรุ่น (ราคาเครื่องเปล่า) มีดังนี้

  • iPhone 15 128GB เริ่มต้นที่ 32,900 บาท
  • iPhone 15 256GB เริ่มต้นที่ 36,900 บาท
  • iPhone 15 512GB เริ่มต้นที่ 45,900 บาท
  • iPhone 15 Plus 128GB เริ่มต้นที่ 37,900 บาท
  • iPhone 15 Plus 256GB เริ่มต้นที่ 41,900 บาท
  • iPhone 15 Plus 512GB เริ่มต้นที่ 50,900 บาท
  • iPhone 15 Pro 128GB เริ่มต้นที่ 41,900 บาท
  • iPhone 15 Pro 256GB เริ่มต้นที่ 45,900 บาท
  • iPhone 15 Pro 512GB เริ่มต้นที่ 54,900 บาท
  • iPhone 15 Pro 1TB เริ่มต้นที่ 63,900 บาท
  • iPhone 15 Pro Max 256GB เริ่มต้นที่ 48,900 บาท
  • iPhone 15 Pro Max 512GB เริ่มต้นที่ 57,900 บาท
  • iPhone 15 Pro 1TB เริ่มต้นที่ 66,900 บาท

สามารถสั่งจอง iPhone15 ผ่าน ALL ONLINE บน 7App หรือ https://www.allonline.7eleven.co.th พร้อมรับ M-Stamp มูลค่า 1,000 บาท และโปรโมชันพิเศษอีกมากมายจาก TRUE ตั้งแต่วันที่ 15 – 21 กันยายน 2566

ซีพีเอฟ ผนึกพลังจิตอาสา เก็บขยะชายหาด 7 จุด 7 จังหวัด ดูแลท้องทะเล เนื่องในวันเก็บขยะชายหาดสากล

0

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ รวมพลังจิตอาสาพนักงานและชุมชนกว่า 2 พันคนเก็บขยะชายหาด 7 จุด ใน 7 จังหวัด เนื่องในสัปดาห์วันเก็บขยะชายหาดสากล (International Coastal Cleanup Day) ระหว่างวันที่ 6-15 กันยายน 2566 สามารถเก็บและคัดแยกขยะได้กว่า 5,861 กิโลกรัม เพื่อร่วมปกป้องระบบนิเวศ คืนสภาพทะเลสู่ความอุดมสมบูรณ์

นางกอบบุญ ศรีชัย ผู้บริหารสูงสุด สายงานกิจการองค์กรและลงทุนสัมพันธ์ ซีพีเอฟ กล่าวว่า การดูแลสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะระบบนิเวศทางทะเล ซึ่งเป็นแหล่งที่มาของห่วงโซ่อาหารที่สำคัญของโลก เป็นหนึ่งในพันธกิจสำคัญที่สอดคล้องกับกลยุทธ์ความยั่งยืนของบริษัท ในการส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพ และสร้างความมั่นคงทางอาหาร รวมถึงสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals : SDGs) จากที่ซีพีเอฟได้ขับเคลื่อนเป้าหมายความมุ่งมั่นปกป้องทะเลและมหาสมุทรโลก CPF Restore the Ocean ในปีที่ผ่านมา โดยสร้างการมีส่วนร่วมชุมชน ผนึกกำลังเครือข่ายภาคประสังคม พนักงานจิตอาสา เก็บและคัดแยกขยะชายหาดใกล้พื้นที่สถานประกอบการแนวชายฝั่งทะเลอ่าวไทยและอันดามัน ผลลัพธ์เชิงบวกจากกิจกรรมปีที่ผ่านมา พบว่าหลายพื้นที่มีความร่วมมือกับหลายภาคส่วนที่ต่อเนื่อง ชายหาดสะอาดขึ้น เกิดความตระหนักด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมสู่พนักงานและชุมชนเก็บคัดแยกขยะทะเลและบริหารจัดการขยะอย่างถูกวิธี มีการนำขยะทะเลบางชนิดไปสู่การพัฒนาต่อยอดเป็น ผลิตภัณฑ์ Upcycle เช่น โฟม แห อวนพลาสติกไปผลิตอิฐมวลเบา ฝาขวดน้ำพลาสติกไปผลิตเป็นกระถางต้นไม้และภาชนะต่างๆ พร้อมทั้งสร้างแหล่งเรียนรู้ด้านขยะทะเลในชุมชนที่สอดคล้องกับแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)

สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ ได้จัดขึ้นที่ 7 พื้นที่ 7 จังหวัดชายฝั่งใกล้สถานประกอบการของซีพีเอฟ ได้แก่ หาดหน้าทับ จ.ชุมพร หาดแพรกเมือง จ.นครศรีธรรมราช หาดม่วงงาม จ.สงขลา หาดเรือรบปากน้ำประแส จ.ระยอง หาดบางสัก จ.พังงา หาดหอยขาว จ.ตราด และศูนย์วิจัยและพัฒนาป่าชายเลนที่ 2 จ.สมุทรสาคร โดยจิตอาสาซีพีเอฟและพันธมิตร สามารถเก็บและคัดแยกขยะได้ทั้งหมดกว่า 5,861 กิโลกรัม จากผู้เข้าร่วมทั้งสิ้น 2,095 คน ส่วนใหญ่เป็นขยะพลาสติก ขวดแก้ว โฟม อุปกรณ์ประมง และเศษวัสดุอื่นๆ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะถูกรวบรวมและบันทึกอย่างเป็นระบบตามหลักการของ Ocean Conservancy องค์กรประชาสังคมที่เน้นสร้างเครือข่ายจัดการขยะชายฝั่งในระดับสากล เพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาขยะทะเลที่ยั่งยืนต่อไป

นางกอบบุญ กล่าวทิ้งท้ายว่า “กิจกรรมนี้ช่วยปลูกฝังทั้งให้พนักงานและชุมชนได้ตระหนักถึงการมีส่วนร่วมดูแลปกป้องระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเล ซึ่งเป็นต้นทางความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมจะได้เรียนรู้แนวทางการอนุรักษ์ระบบนิเวศทางทะเลอย่างเป็นระบบ จากซีพีเอฟ สอดรับกับเป้าหมายของซีพีเอฟในการสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับคนรุ่นต่อๆ ไป”

AIS 5G เปิดให้ลูกค้าจอง iPhone 15 ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ ถึง 17 กันยายน 2566

0

AIS 5G เปิดให้ลูกค้าจอง iPhone 15, iPhone 15 Plus, iPhone 15 Pro และ iPhone 15 Pro Max ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ ถึง 17 กันยายน 2566 ที่ https://m.ais.co.th/BBHdELbU8 มากไปกว่านั้น AIS ยังมีไฮไลท์ที่น่าสนใจให้กับลูกค้าที่พรีออเดอร์ iPhone 15 ทุกรุ่นกับ AIS พามาส่องความพิเศษแบบจุกๆ เพื่อเป็นทางเลือกให้กับทุกคนกัน

  • เริ่มจาก โปรแกรม Guarantee Buy Back สำหรับลูกค้าที่ซื้อ iPhone 15 ทุกรุ่นกับ AIS ตั้งแต่วันนี้จนถึงสิ้นปี พร้อมสมัครหรือใช้แพ็กเกจรายเดือน 699 บาท ขึ้นไป โดย AIS จะรับซื้อเครื่องคืนในปีถัดไปที่ราคาสูงสุดถึง 33,450 บาท ให้ลูกค้าสามารถเปลี่ยน iPhone รุ่นใหม่ได้อย่างสบายใจ
  • นำเครื่อง iPhone เก่ามาแลกซื้อใช้เป็นส่วนลดในการซื้อ iPhone ใหม่ AIS ให้มูลค่าสูงสุดถึง 35,000 บาท
  • ลูกค้าที่จอง iPhone 15 ทุกรุ่น รับสิทธิ์แพ็กเกจ AIS Care+ ฟรี 1 เดือนแรก เมื่อสมัครบริการ AIS Care+ บริการดูแลปกป้อง iPhone ทั้งเปลี่ยน ซ่อม และรับเครื่องทดแทน พร้อมให้บริการรับส่งเครื่องถึงหน้าบ้าน มีแพ็กเกจให้เลือกทั้งแบบรายเดือนและรายปี
  • ซื้อ iPhone 15 ทุกรุ่น กับ AIS รับสิทธิ์ชม Disney+ Hotstar นาน 1 ปี ฟรี (มูลค่า 2,290 บาท)(ไม่มีค่าใช้จ่าย)
  • ทั้งรับและแลกรับ AIS Points แบบจุกๆ จากการซื้อ iPhone
  • ลูกค้าที่ซื้อ iPhone 15 ทุกรุ่น กับ AIS ทุก 200 บาท รับพอยท์ 1 คะแนน / สำหรับลูกค้า AIS Serenade Gold ที่ซื้อมือถือในเดือนเกิด ทุก 150 บาท รับพอยท์ 1 คะแนน/ ส่วนลูกค้า AIS Serenade Platinum ที่ซื้อมือถือในเดือนเกิดทุก 100 บาท รับพอยท์ 1 คะแนน
  • ลูกค้าเอไอเอสที่ซื้อ iPhone 15 ทุกรุ่น กับ AIS ใช้พอยท์ 1,000 คะแนน แลกรับส่วนลดค่าเครื่อง 500 บาท / สำหรับลูกค้า AIS Serenade ใช้พอยท์ 1,000 คะแนน แลกรับส่วนลดค่าเครื่อง 1,000 บาท (เฉพาะลูกค้า Pre-Booking)
  • ผ่อน 0% นาน 36 เดือนกับบัตรเครดิตธนาคาร UOB, CITI BANK, Card X, SCB, KBANK, Krungsri และ First Choice พร้อมรับเครดิตเงินคืน เริ่มตั้งแต่ 15 กันยายน 2566 – 31 ตุลาคม 2566 (เงื่อนไขเป็นไปตามข้อกำหนด)

“ไข่ไก่” ต้นทุนปริ่มราคาขาย เกษตรกรปาดเหงื่อ

0


บทความ โดย ศิระ มุ่งมะโน นักวิชาการอิสระ

“ดราม่า” ไข่ไก่แพง สืบทอดกันมาทุกยุคทุกสมัยจนกลายเป็นหนึ่งในดัชนีการเมืองวัดความนิยมในตัวนายกรัฐมนตรีในช่วงเวลานั้นๆ จึงไม่แปลกใจถ้าได้ยินเสียงบ่นอื้ออึงสร้างกระแสเป็นช่วงๆ เช่นเดียวกับรัฐบาลชุดใหม่ที่โดนรับน้องตั้งแต่ยังไม่แถลงนโยบายต่อสภา “ไข่…เศรษฐา แพงทะลุ 5 บาท” โดยกล่าวว่าราคาขายปลีกไข่ไก่อยู่ที่ฟองละ 5.10 บาท หากเป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงหรือผู้ค้าไข่ไก่ จะเห็นเป็นเรื่องธรรมดาของการค้าตามกลไกตลาด เพราะต้องบวกค่าใช้จ่ายจากฟาร์มไปจนถึงจุดจำหน่าย ซึ่งต้องผ่านตัวกลางหลายทอดและขึ้นกับปัจจัยแวดล้อมของแต่ละพื้นที่เป็นสำคัญ

ก่อนอื่น ต้องยอมรับความจริงว่า “ไข่ไก่” เป็นอาหารมหาชนที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุดและราคาถูกที่สุดเมื่อเทียบกับโปรตีนชนิดอื่น ไข่ไก่จึงเป็นอาหารที่คนทุกเพศ ทุกวัย นิยมบริโภคเพราะหาซื้อง่ายที่สุด ทำอาหารได้ง่ายที่สุด ไม่ว่าจะ ไข่ต้ม ไข่ทอด ไข่ลวก เมื่อมีการปรับราคาไข่คละหน้าฟาร์มแม้เพียง 10 สตางค์ ก็จะมีเสียงบ่นตามมา “ขึ้นอีกแล้ว…จะแพงไปถึงไหน” เพราะเราเอาราคาวันนี้ไปเทียบกับราคาในอดีต หรือแม้แต่ในช่วง 2-3 ปีผ่านมาก็ตาม ในวันเวลาดังกล่าวราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ พลังงาน และปัจจัยการผลิตอื่นๆ ไม่ได้ดีดตัวแรงเป็นประวัติการณ์เหมือนในช่วงปีที่ผ่านมา

วันนี้ ผู้เลี้ยงไข่ไก่แบกต้นทุนการผลิตสูงเป็นประวัติการณ์เกือบ 4 บาทต่อฟอง เกือบเท่ากับราคาไข่คละหน้าฟาร์มที่ฟองละ 4 บาท และไม่เปลี่ยนแปลงมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2566 ซึ่งเป็นราคาที่ผู้แทนจาก 4 สมาคมไก่ไข่ 4 สหกรณ์ไก่ไข่ พร้อมใจกันยืนหยัดราคานี้ไว้ เพื่อบรรเทาความเดือนร้อนของผู้บริโภคในช่วงเศรษฐกิจขาลง “ผู้บริโภคอยู่ได้ ผู้เลี้ยงฯอยู่ได้”

คณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ (Egg Board) ในฐานะผู้กำกับดูแลโครงสร้างต้นทุนการผลิตไข่ไก่ และรักษาเสถียรภาพราคาไข่ไก่ รายงานว่าต้นทุนการผลิตเดือนกันยายน 2566 เพิ่มขึ้น 13% เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2565 โดยอาหารสัตว์คิดเป็นต้นทุน 74% ของต้นทุนทั้งหมด

ย้อนไป สมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พรรคเพื่อไทย ปี 2554 ราคาขายปลีกไข่ไก่ฟองละ 4-4.10 บาท จนถึงสมัย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เฉลี่ยราคาไข่คละหน้าฟาร์มอยู่ที่ฟองละ 3.20-4 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ต่อเนื่องถึงรัฐบาล “เศรษฐา 1” โดยราคาขายปลีกเฉลี่ยอยู่ที่ 5- 5.10 บาทต่อฟอง (เบอร์ 0) ขณะที่ไข่เบอร์ 3 ราคาเฉลี่ยฟองละ 4.70-4.80 บาท เห็นได้ว่าราคาไข่ไก่มีการปรับขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และยังมีความเสี่ยงกับปัจจัยแวดล้อมหลายด้านที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตโดยเฉพาะราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ ราคาพลังงานและการป้องกันโรคระบาด เป็นต้น

วัตถุดิบอาหารสัตว์เป็นต้นทุนการผลิตที่สำคัญเป็นสัดส่วน 60% ของต้นทุนการผลิต ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนักจากสงครามที่ยืดเยื้อระหว่างรัสเซียและยูเครน ที่ทำให้ราคาธัญพืชและวัตถุดิบอาหารสัตว์สูงขึ้นมากกว่า 30% ในปี 2565 โดยเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในสูตรอาหารสัตว์ ปรับราคาสูงเป็นประวัติการณ์ จาก 9-10 บาท เป็น 13.50 บาทต่อกิโลกรัม แม้ว่าปัจจุบันจะปรับลดลงบ้างแต่ยังอยู่ในระดับสูงที่ 12 บาทต่อกิโลกรัม ทำให้ต้นทุนการผลิตยังทรงตัวสูงต่อเนื่อง

ไข่ไก่ เป็นอาหารประชานิยม หากพิจารณาจากต้นทุนและราคาที่เกษตรกรขายได้แล้ว นับว่าเป็นราคาที่ “ปริ่มๆ” มีกำไรเพียงเล็กน้อยเพื่อรองรับปัจจัยเสี่ยง ไม่ใช่เฉพาะราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ พลังงาน ป้จจัยการผลิตอื่นๆ เท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อม อากาศ ภัยพิบัติ โรคระบาด ที่เหนือการควบคุม ที่ทำให้เกิดความเสียหายได้ทั้งฟาร์มในครั้งเดียว ซึ่งต่างกับสินค้าอุตสาหกรรมที่สามารถควบคุมขบวนการผลิตได้ดีกว่า จึงอยากให้ผู้บริโภคเข้าใจภาระและความลำบากของผู้เลี้ยงไก่ไข่ก่อนตัดสินใจว่า “ไข่ไก่แพง”

เตือนกินหมูดิบ เสี่ยงติดเชื้อไข้หูดับ แนะกินหมูปรุงสุกเพื่อความปลอดภัย

0

แพทย์เฉพาะทาง เตือนผู้บริโภคกินหมูดิบ เสี่ยงติดเชื้อโรคไข้หูดับ ย้ำปรุงสุกเท่านั้นเพื่อความปลอดภัย แนะสายชาบู-ปิ้งย่าง สำคัญต้องแยกตะเกียบคีบหมูสุกและหมูดิบ พร้อมไขความจริงแอลกอฮอล์ในเครื่องดื่มไม่ช่วยฆ่าเชื้อโรคในอาหาร

นายแพทย์ต้นกล้า พลางกูร แพทย์เฉพาะทางสาขาวิชาโสต ศอ นาสิกวิทยา ศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ ชลประทาน มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เปิดเผยว่า “ไข้หูดับ” เป็นโรคติดต่อจากหมูสู่คน เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย สเตรปโตคอคคัส ซูอิส (Streptococcus suis: S. suis) ที่พบเฉพาะในหมูโดยไม่พบในสัตว์ชนิดอื่นๆ และไม่มีรายงานพบการติดเชื้อจากคนสู่คน

นายแพทย์ต้นกล้า พลางกูร

สาเหตุที่พบโรคนี้บ่อยที่สุด คือการกินหมูดิบที่ปนเปื้อนเชื้อ ทำให้ร่างกายได้รับเชื้อและเกิดการติดเชื้อ แต่หากนำเนื้อหมูไปปรุงสุกจะทำให้เชื้อตาย และสามารถกินได้อย่างปลอดภัย ดังนั้นการไม่กินหมูดิบจึงเป็นการป้องกันการติดโรคได้ดีที่สุด อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีตัวเลขยืนยันแน่นอนถึงปริมาณที่กินเข้าไปว่าจำนวนเท่าไหร่จึงทำให้เกิดการติดเชื้อ เพราะไม่สามารถรู้ได้ว่าปริมาณเชื้อในเนื้อหมูปริมาณเท่าใด และยังมีอีกหลายปัจจัย อาทิ ภูมิคุ้มกันของผู้บริโภคแต่ละคน หากภูมิคุ้มกันไม่ดีแม้ได้รับเชื้อเพียงเล็กน้อยก็สามารถฟักตัวในร่างกายและเพิ่มปริมาณขึ้นมาได้

ส่วนอาการ “หูดับ” มาจากที่พบการติดเชื้อของแบคทีเรียชนิดนี้ได้บ่อยในบริเวณเยื่อหุ้มสมอง ซึ่งอยู่ใกล้กับหูชั้นใน เมื่อเชื้อแพร่กระจายไปบริเวณหูชั้นในแล้วจะเกิดการอักเสบและทำให้การได้ยินลดลงได้ถึง 75% เกิดภาวะหูดับถึงเกณฑ์หูหนวก ซึ่งการรับเชื้อจะมีระยะฟักตัวประมาณ 3-4 วัน จึงเริ่มมีอาการ ไข้สูง ซึมลง ปวดศรีษะ คอแข็ง ชักเกร็ง หมดสติ และหากติดเชื้อในกระแสเลือดสามารถทำให้เสียชีวิตได้

สำหรับวิธีการรักษา ทางการแพทย์จะให้ยาฆ่าเซื้อจำเพาะในตำแหน่งของการติดเชื้อ เมื่อผู้ป่วยหายแล้วแต่หากกลับไปกินหมูดิบหรือไปสัมผัสตัวเชื้อจนได้รับเชื้อก็สามารถกลับมาติดโรคนี้ได้อีก

ประเทศที่พบผู้ป่วยติดเชื้อไข้หูดับได้บ่อย อาทิ ไทย เวียดนาม และจีน พบว่าการเกิดโรคสัมพันธ์กับพฤติกรรมการกินหมูดิบ โดยประเทศไทยพบมากที่ภาคเหนือ ซึ่งมีวัฒนธรรมชื่นชอบการกินหมูดิบ ทั้งยังมีความเชื่อในกลุ่มสายนักดื่มที่ว่าแอลกอฮอลล์ในเครื่องดื่มจะช่วยฆ่าเชื้อโรคได้ ซึ่งเป็นความเชื่อที่อันตรายมาก การดื่มแอลกอฮอล์คู่กับอาหารปรุงไม่สุก อาจจะทวีคูณความรุนแรงของโรคได้ เพราะแอลกอฮอล์ทำให้ภูมิคุ้มกันลดลง โดยเฉพาะผู้ที่ดื่มเป็นประจำจนถึงขั้นเป็นตับแข็งภูมิคุ้มกันจะไม่ดี การที่รับเชื้อเข้าไปเพียงเล็กน้อย ก็อาจทำให้การติดเชื้อรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้

ทั้งนี้วิธีรับประทานเนื้อหมูอย่างปลอดภัย คือทำให้หมูสุก ไม่ว่าจะจากการต้ม ตุ๋น ผัด แกง หรือปิ้งย่าง โดยสังเกตสีของเนื้อหมู ถ้าสียังเป็นสีแดงหรือมีเลือดฉ่ำอยู่ อาจจะยังมีเชื้อโรคที่ยังไม่ตาย จึงควรทำให้สุกจนสีเปลี่ยนจากสีแดงกลายเป็นสีหมูสุก และที่ต้องระวังอย่างมาก คือ การปนเปื้อนข้าม โดยเฉพาะเวลากินชาบูหรือปิ้งย่าง ตะเกียบที่ใช้แนะนำว่าควรแยกตะเกียบในการคีบระหว่างหมูดิบและหมูที่สุกแล้ว

ด้านการป้องกันโรคที่ดี ต้องเริ่มจากการเข้าใจถึงสาเหตุของโรค วิธีหลีกเลี่ยงและป้องกันไม่ให้เกิดขึ้น เพราะนอกจากการรับประทาน แล้ว เชื้อโรคในหมูสามารถเข้ามาสู่คนได้หลายวิธี โดยเชื้อจะอยู่ในตัวของหมูทั้งที่ยังมีชีวิตและชำแหละแล้ว ตามเยื่อบุต่างๆ เยื่อจมูก ทางเดินหายใจ ลำไส้ และสารคัดหลั่ง ไม่ว่าจะเป็นน้ำมูก น้ำลาย รวมถึงในเลือดของหมู หากมือสัมผัสโดนสารคัดหลั่งแล้วมีช่องทางให้เชื้อโรคเข้าได้ เช่น มีบาดแผล หรือสัมผัสกับดวงตาก็สามารถติดเชื้อเข้าสู่กระแสเลือดได้ ดังนั้น อาชีพที่ต้องมีการสัมผัสหมู ทั้งเกษตรกรผู้เลี้ยง โรงชำแหละ ผู้จำหน่าย รวมถึงผู้ประกอบอาหาร แนะนำให้ใส่อุปกรณ์ป้องกัน ไม่ว่าจะเป็นถุงมือ หรือหน้ากาก และหลังทำงานเสร็จทุกครั้งต้องล้างมือให้สะอาด

นายแพทย์ต้นกล้า ย้ำถึงผู้บริโภคว่าโรคไข้หูดับ เป็นโรคที่อันตรายถึงขั้นเสียชีวิต แต่เป็นโรคที่ป้องกันได้ เพียงผู้บริโภคตระหนักถึงอันตรายของโรค สาเหตุการเกิดโรค และการป้องกันโรค สำหรับผู้บริโภคที่ชื่นชอบการกินหมูดิบ หากทราบถึงอันตรายและโทษ ก็อาจจะช่วยให้เขาสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินได้ ส่วนอาชีพที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงการสัมผัสหมู ควรได้รับข้อมูลเพียงพอถึงวิธีการและให้ความสำคัญกับการป้องกันมากขึ้น จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการติดโรคได้มากขึ้น