Home Blog Page 109

สมุทรปราการ ประสานพลัง ทัพบก ราชทัณฑ์​ จิตอาสาร้อยเอ็ด ซีพีเอฟ ลงพื้นที่ลุยจับหมอคางดำทำปลาร้า

0

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด​ หรือ ซีพีเอฟ สนับสนุนกรมประมงขจัดและควบคุมปลาหมอคางดำใน 12 จังหวัด  รับซื้อทำปลาป่นแล้วกว่า 750,000 กิโลกรัม ยังเดินหน้าขับเคลื่อนภารกิจจับปลาออกจากแหล่งน้ำอย่างต่อเนื่อง  พร้อมลงพื้นที่รวมพลังกับจังหวัดสมุทรปราการ กรมประมง กองทัพบก กรมราชทัณฑ์ ปฏิบัติการจับปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำในพื้นที่ศูนย์ศึกษาธรรมชาติ กองทัพบกบางปู พร้อมมีอาสาสมัครกว่า 100 คนเดินทางมาจากจังหวัดร้อยเอ็ดร่วมทอดแหจับปลานำไปทำปลาร้า หนุนประชาชน “กิน” พิชิต “หมอคางดำ”

นายศุภมิตร ชิณศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ เป็นประธานในกิจกรรม “ลงแขกลงคลองตัดวงจรการแพร่ระบาดปลาหมอคางดำเพื่อรักษาสมดุลระบบนิเวศจังหวัดสมุทรปราการ ครั้งที่ 2” โดยมีนายสุวัฐน์ วงศ์สุวัฒน์ รองอธิบดีกรมประมง ร่วมกับอาสาสมัครจากจังหวัดร้อยเอ็ด และเรือนจำกลางสมุทรปราการ ลุยกำจัดปลาหมอคางดำบริเวณแหล่งน้ำพื้นที่ศูนย์ศึกษาธรรมชาติ กองทัพบกบางปู ตำบลบางปูใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ สามารถจับปลาหมอคางดำขึ้นมาได้ถึง 1,101 กิโลกรัม อาสาสมัครจากร้อยเอ็ดจะนำปลากลับไปทำปลาร้าต่อไป นอกจากนี้ ปลาที่จับได้ยังถูกส่งต่อให้การยางแห่งประเทศไทยเพื่อผลิตน้ำหมักชีวภาพสำหรับเกษตรกรชาวสวนยาง ส่งโรงงานปลาป่น มอบให้เรือนจำกลางจังหวัดสมุทรปราการใช้ปรุงเป็นอาหารให้ผู้ต้องขัง และแจกจ่ายบริโภคในครัวเรือน

นายสุวัฐน์ วงศ์สุวัฒน์ รองอธิบดีกรมประมง ในฐานะโฆษกกรมประมง เปิดเผยว่า ปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ กระจายไปในพื้นที่ 19 จังหวัด กิจกรรม “ลงแขกลงคลอง” เป็นหนึ่งในกิจกรรมภายใต้มาตรการการควบคุมและกำจัดปลาหมอคางดำของกรมประมง ตั้งเป้าจับให้ได้ไม่น้อยกว่า 5,000 ตัน ซึ่งที่ผ่านมาทุกภาคส่วนได้ร่วมแรงร่วมใจช่วยกันหยุดวงจรการแพร่พันธุ์ของปลาหมอคางดำในหลากหลายวิธี สำหรับในเดือนสิงหาคมกรมประมงสามารถจับปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำได้แล้วกว่า 610,000 กิโลกรัมหรือมากกว่า 600 ตัน

นายสมพร เกื้อสกุล ประมงจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวว่า สมุทรปราการเป็นเมืองแห่งผลผลิตด้านประมง มีกำลังการผลิตสัตว์น้ำประเภทกุ้งทะเล สูงถึง 1,400 ตันต่อปี สร้างมูลค่า 210 ล้านบาท การระบาดของปลาหมอคางดำส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและการประกอบอาชีพของพี่น้องชาวประมงและเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำ ที่ผ่านมาจังหวัดสมุทรปราการ มีการจัดตั้งทีมเฉพาะกิจในการออกปฏิบัติการกำจัดปลาหมอคางดำ ส่งผลให้ในขณะนี้สถานการณ์การระบาดของปลาหมอคางดำลดจำนวนลงได้ และการจัดกิจกรรมลงแขกลงคลองอครั้งนี้ เป็นความพยายามในขจัดปลาหมอคางดำสิ้นซาก รักษาสมดุลระบบนิเวศ ได้รับความร่วมแรงร่วมใจจากประชาชนในพื้นที่และอาสาสมัครจากร้อยเอ็ดมาช่วยกันลงแรงเพื่อจับปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำ

ด้านนายอดิศร์ กฤษณวงศ์ ผู้บริหารสูงสุดสายงานรัฐกิจและเอกชนสัมพันธ์ ซีพีเอฟ กล่าวว่า บริษัทสนับสนุนกรมประมงจำกัดปลาหมอคางดำโดยเร็วที่สุด บูรณาการขับเคลื่อน 5 โครงการเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง ทั้งการร่วมรับซื้อปลาหมอคางดำผลิตปลาป่น การมอบปลานักล่าเพื่อปล่อยลงสู่แหล่งน้ำกำจัดลูกปลาชนิดนี้ตามแนวทางกรมประมง รวมถึงร่วมกิจกรรม “ลงแขกลงคลอง” ในพื้นที่หลายจังหวัด นอกจากสมุทรปราการแล้ว ซีพีเอฟได้ร่วมสนับสนุนการจับปลาใน สมุทรสงคราม สมุทรสาคร ฉะเชิงเทรา ชลบุรี จันทบุรี ระยอง เพชรบุรี นครปฐม ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช รวม 12 จังหวัด และพร้อมขยายความร่วมมือกับจังหวัดอื่นๆ ต่อเนื่อง สำหรับกิจกรรมครั้งนี้ยังได้รับความร่วมมือจากพันธมิตร แม็คโครจิตอาสา สาขาแพรกษา นำขนมและน้ำดื่มมาแจกให้กับผู้ร่วมกิจกรรมอีกด้วย

ซีพีเอฟแสดงความมุ่งมั่นบูรณาการขับเคลื่อน 5 โครงการเชิงรุกเพื่อร่วมแก้ปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำ ฟื้นฟูระบบนิเวศอย่างจริงจัง ประกอบด้วย โครงการร่วมกับกรมประมงรับซื้อปลาเพื่อทำปลาป่น 2,000,000 กิโลกรัม ที่ปัจจุบันร่วมกับโรงงานปลาป่นในสมุทรสาครจัดซื้อปลาไปแล้วกว่า 750,000 กิโลกรัม โครงการปล่อยปลานักล่า 200,000 ตัว จนถึงวันนี้ปล่อยปลากะพงลงแหล่งน้ำแล้ว 64,000 ตัว รวมถึง โครงการร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง นำปลาไปใช้ประโยชน์ เช่น แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร และโครงการสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญและมหาวิทยาลัยในการศึกษาวิจัยนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีเพื่อตัดวงจรและควบคุมการแพร่พันธุ์ของปลาชนิดนี้ในระยะยาว โดยมีมหาวิทยาลัยแสดงเจตนารมณ์ร่วมโครงการวิจัย ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยแม่โจ้.

AIS เอาใจสายมู เปิดตัว “เบอร์ตระกูลกวนอู 639” เสริมทัพตลาดเบอร์มงคล โดยแมน การิน

0

AIS ตอกย้ำความเป็นผู้นำตัวจริง ครบ จบ ทุกเรื่องเบอร์มงคล พร้อมเปิดตัว “เบอร์ตระกูลกวนอู 639” ที่มาพร้อมกับกองทัพเบอร์มงคล ช่วยเสริมพลังแห่งชัยชนะ ความมั่งคั่ง และความสำเร็จในธุรกิจ คัดสรรเป็นพิเศษโดย แมน การิน ตอบโจทย์สายมูที่กำลังมองหาเบอร์มงคลเสริมพลังชีวิตแบบรายเดือน ให้ลูกค้าใช้งานดิจิทัลบนโครงข่าย 5G ที่ดีที่สุดของไทย พิเศษในราคาเพียง 199 บาท พร้อมแพ็กเกจรายเดือนขั้นต่ำเพียง 399 บาท/เดือน เท่านั้น

นายคณาธิป ธีรทีป หัวหน้าแผนกงานการตลาดด้านผลิตภัณฑ์และลูกค้าโพสต์เพด AIS กล่าวว่า “ผู้บริโภคสายมูเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีความชื่นชอบและหลงใหลกับความเชื่อและความศรัทธาในด้านต่างๆ ซึ่งมีความแตกต่างหลากหลาย โดย AIS มุ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผ่านเบอร์มงคลในหลากหลายรูปแบบผ่านการทำงานร่วมกับกูรูชั้นนำที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องศาสตร์ของตัวเลขในด้านเบอร์โทรศัพท์โดยตรง ไม่ว่าจะเป็น เบอร์มงคล เบอร์สวย เบอร์ที่ได้ผลรวมดี หรือแม้แต่เบอร์ที่เหมาะกับอาชีพต่างๆ

โดยล่าสุดเราได้ร่วมมือกับคุณแมน การิน (แมน แมทจิเชียน) คัดสรรตัวเลขมงคลตระกูลกวนอู สุดเอ็กซ์คลูซีฟ หายาก และมีความหมายโดดเด่นให้ลูกค้าได้เสริมความมงคลในราคาสุดพิเศษ เป็นเบอร์ที่ประกอบไปด้วยเลขเทพเจ้ากวนอูแท้ 639 เป็นเลขกวนอูที่มีความหมายดี เสริมความมงคล เป็นเลขแห่งชัยชนะ ความมั่งคั่ง ร่ำรวย เสริมการงาน หนุนธุรกิจรุ่งเรือง เหมาะกับทุกอาชีพ

นอกเหนือจากเลข 639 แล้ว เรายังขนทัพเลขเบอร์มงคลในกลุ่มตระกูลกวนอูไม่ว่าจะเป็น 936, 369, 963, 396 และ 693 มาให้ลูกค้าเลือกอย่างมากมาย พร้อมให้ทุกคนได้รับพลังและสัมผัสประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดในทุกมิติ ทั้งโครงข่ายสื่อสารที่เร็วแรงที่สุด สิทธิพิเศษที่ตอบโจทย์ และงานบริการที่ดีที่สุดจาก AIS”

เป็นเจ้าของเบอร์มงคลตระกูลกวนอู เสริมพลังแห่งชัยชนะและความมั่งคั่งได้ในราคาเพียง 199 บาท พร้อมสมัครแพ็กเกจรายเดือนสำหรับลูกค้าที่เปิดเบอร์ใหม่ ขั้นต่ำ 399 บาท/เดือนเท่านั้น ที่ AIS SHOP, ร้านเทเลวิซ ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ หรือในช่องทางออนไลน์ AIS Online Store ที่มีบริการส่งฟรีถึงบ้าน

สามารถค้นหาเบอร์มงคลที่ต้องการ ได้ที่ https://www.ais.th/consumers/package/postpaid/postpaid-sims

ซีพีเอฟ – ประมงนครศรีธรรมราช จับปลาหมอคางดำทำเมนูพิซซ่าหน้าปลา

0

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ สนับสนุนกรมประมง และประมงจังหวัดนครศรีธรรมราช จัดกิจกรรม “ลงแขกลงคลอง” ครั้งที่ 3 ร่วมเปิดปฏิบัติการล่าปลาหมอคางดำในพื้นที่ตำบลเกาะเพชร อำเภอหัวไทร พร้อมทั้งสาธิตการนำปลาใช้ประโยชน์ทั้งการทำพิซซ่าหน้าปลา และสอนน้องๆ นักเรียนทำน้ำหมักชีวภาพสำหรับใช้กับแปลงผักอินทรีย์ของโรงเรียน

นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง เป็นประธานในกิจกรรมลงแขก-ลงคลอง ครั้งที่ 3 จับปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำ ณ คลองสาขา ตำบลเกาะเพชร อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมด้วย นายกอบศักดิ์ เกตุเหมือน ประมงนครศรีธรรมราช นายอำเภอหัวไทร หน่วยงานราชการในพื้นที่ กรมราชทัณฑ์ การยางแห่งประเทศไทย สถานีพัฒนาที่ดินนครศรีธรรม และผู้นำชุมชน นำอวนและแหมาช่วยกันจับปลาออกจากแหล่งน้ำ และเปิดจุดรับซื้อปลาที่จับได้เพื่อส่งมอบให้การยางแห่งประเทศไทยโดยมี ซีพีเอฟ สนับสนุนเครื่องมือจับสัตว์น้ำ อาหาร และน้ำดื่มให้ผู้ร่วมงานกว่า 200 คน

กิจกรรมในวันนี้ อธิบดีกรมประมง ร่วมสังเกตการณ์การถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับปลาหมอคางดำให้แก่น้องๆ นักเรียนโรงเรียนชุมชนวัดเกาะเพชร และสาธิตการทำเมนูพิซซ่าหน้าเนื้อปลาพร้อมกับเกษตรกรจากฟาร์มสุขมี เกษตรกรหนึ่งไร่โมเดล นอกจากนี้ สำนักงานพัฒนาที่ดินยังจัดสาธิตวิธีการทำน้ำหมักชีวภาพจากปลาหมอคางดำให้นักเรียนได้นำไปทำเองที่โรงเรียนสำหรับใช้กับแปลงปลูกผักอินทรีย์ของโรงเรียนต่อไป

ปลาที่จับได้ในวันนี้ 1,780 กิโลกรัมซึ่งประมงจังหวัดส่งต่อให้กับสำนักพัฒนาที่ดินผลิตน้ำหมักชีวภาพ รวมทั้งแบ่งให้กรมราชทัณฑ์ทำอาหารให้กับผู้ต้องขัง และมอบให้โรงเรียนชุมชนวัดเกาะเพชรผลิตน้ำหมักชีวภาพ

นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า จังหวัดนครศรีธรรมราชสร้างการมีส่วนร่วมภาครัฐ – ชุมชน – เอกชน ในการจัดการปลาหมอคางดำ โดยมุ่งนำออกไปจากแหล่งน้ำธรรมชาติให้ได้มากที่สุด สร้างความตระหนักให้ชาวบ้านและเยาวชนได้ตระหนักถึงปัญหาและร่วมมือกันป้องกันการแพร่พันธุ์ของปลาชนิดนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งส่งเสริมการนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้สูงสุด โดยเฉพาะ การทำน้ำหมักชีวภาพ รวมถึง การแปรรูปเป็นอาหารเมนูต่างๆ เพื่อที่จะหยุดยั้งการแพร่กระจายปลาชนิดนี้อย่างมีประสิทธิภาพ

ซีพีเอฟร่วมมือกับกรมประมงดำเนินโครงการเชิงรุกในการกำจัดปลาหมอคางดำใน 12 จังหวัด ได้แก่ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร สมุทรปราการ ระยอง ชลบุรี จันทบุรี ฉะเชิงเทรา เพชรบุรี นครปฐม รวมทั้งในชุมพร สุราษฎร์ธาน และนครศรีธรรมราช ซึ่งได้ช่วยกำจัดปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำได้แล้วมากกว่า 10,000 กิโกกรัม และบริษัทยังเดินหน้าร่วมกับกรมประมงเพื่อช่วยกันลดจำนวนประชากรปลาหมอคางดำไห้น้อยลงมากที่สุด คืนความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศให้กับแหล่งน้ำในจังหวัด นอกจากนี้ ซีพีเอฟยังให้ได้สนับสนุนปลานักล่ารวมแล้ว 64,000 ตัวแก่ประมงสมุทรสงคราม ประมงสมุทรสาคร ประมงจันทบุรี และประมงระยอง ปล่อยลงสู่แหล่งน้ำ

ซีพีเอฟร่วมบูรณาการกรมประมงจัดการปัญหาปลาหมอคางดำขับเคลื่อน 5 โครงการเชิงรุก ประกอบด้วย โครงการร่วมกับกรมประมงรับซื้อปลาเพื่อทำปลาป่น 2,000,000 กิโลกรัม ยังเปิดรับซื้ออย่างต่อเนื่อง โครงการปล่อยปลานักล่า 200,000 ตัว รวมถึง โครงการร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเกษตรกรศาสตร์ สถาบันพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มหาวิทยาลัยขอนแก่นนำปลาไปใช้ประโยชน์ เช่น แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร และโครงการสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญและมหาวิทยาลัยในการศึกษาวิจัยนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีเพื่อตัดวงจรและควบคุมการแพร่พันธุ์ของปลาชนิดนี้ในระยะยาว.

AIS เคียงข้างผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคเหนือ พร้อมดูแลเครือข่ายสื่อสาร 24 ชั่วโมง ขยายความช่วยเหลือครอบคลุมทุกมิติ

0

รายงานข่าวเปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทยในขณะนี้ AIS ขอส่งกำลังใจให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่และพร้อมอยู่เคียงข้างจนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่สภาวะปกติ โดยได้จัดตั้ง War Room เพื่อดูแลและติดตามสถานะเครือข่ายสื่อสารในพื้นที่ประสบภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งขยายเวลาชำระค่าบริการสำหรับลูกค้ารายเดือนและลูกค้า AIS 3BB FIBRE 3 และเพิ่มวันใช้งานสำหรับลูกค้าเติมเงิน นอกจากนี้ AIS ยังได้ส่งทีมอาสาเพื่อสนับสนุนภาครัฐในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวอย่างเต็มที่

นางสายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าหน่วยธุรกิจประชาสัมพันธ์และงานธุรกิจสัมพันธ์ AIS กล่าวว่า “AIS มีความห่วงใยต่อความปลอดภัยของประชาชน รวมถึงเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกท่านที่กำลังช่วยเหลือผู้ประสบภัยในขณะนี้ AIS จึงได้เตรียมความพร้อมในทุกด้านเพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้งานโทรศัพท์มือถือได้อย่างต่อเนื่อง”

โดยมีมาตรการดังนี้

  • ด้านการดูแลสัญญาณเครือข่าย โดยการเปิด War Room ตลอด 24 ชั่วโมง โดยทีมงานวิศวกรจะคอยมอนิเตอร์สถานีฐานในพื้นที่ประสบภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมจัดเตรียมอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น เครื่องปั่นไฟและน้ำมันให้พร้อมสำหรับสถานีฐานในจุดเสี่ยง เพื่อให้สามารถดูแลสัญญาณในพื้นที่สำคัญได้ทันที
  • ด้านการเตรียมความพร้อม ทั้งรถสถานีฐานเคลื่อนที่และกระจายทีมวิศวกรไปยังพื้นที่เสี่ยงต่าง ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็ว
  • ด้านการอำนวยความสะดวกของการใช้งาน โดยได้ขยายระยะเวลาการชำระค่าบริการสำหรับลูกค้ารายเดือนและลูกค้า AIS 3BB FIBRE 3 และขยายระยะเวลาการใช้งานให้กับลูกค้าระบบเติมเงินในพื้นที่ประสบภัย
  • ด้านการประสานงานกับหน่วยงานรัฐ โดยได้ประสานงานกับหน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และส่วนราชการในจังหวัดต่าง ๆ ที่เป็นพื้นที่เสี่ยง เพื่อเตรียมความพร้อมด้านเครือข่ายสื่อสารในบริเวณศูนย์อพยพ
  • นอกจากนี้ สนับสนุนสิ่งของจำเป็น เช่น น้ำดื่ม และสาธารณูปโภคต่าง ๆ ในพื้นที่ประสบภัย โดยทีมงานเอไอเอสอาสาได้ลงพื้นที่ปฏิบัติการอย่างต่อเนื่องในจังหวัดพะเยา เชียงราย น่าน และแพร่

“AIS ขอยืนยันว่าเราจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไปเพื่อให้มั่นใจว่าเครือข่ายสื่อสารสามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง และเราจะยืนเคียงข้างประชาชนในการผ่านพ้นวิกฤตภัยธรรมชาติครั้งนี้ไปด้วยกัน” นางสายชล กล่าวทิ้งท้าย

เปิดเมนู “ปลาหมอคางดำ” หร้อยจังฮู้

0

เพจ “แอนสาวใต้” ร่วมด้วยช่วยชาติ รังสรรค์เมนูจากปลาหมอคางดำ ทั้งปลาแดดเดียว แกงส้ม ทอดมัน อร่อยไม่แพ้ปลาชนิดอื่น พร้อมชวนคนไทย นำมาลองทำเมนูเด็ดประจำบ้าน ช่วยกันกิน ช่วยกันกำจัด เพื่อลดปริมาณปลาชนิดนี้ออกจากแหล่งน้ำให้ได้มากที่สุด หวังให้หมดไปจากระบบนิเวศของไทย

นางสาวธวัลพร บำรุงการ หรือ แอน เจ้าของเพจ “แอนสาวใต้” เพจไลฟ์สไตล์ ตกปลา-ทำอาหาร ของสาวชุมพร ที่มีผู้ติดตาม 3.8 แสนคน เล่าให้ฟังว่า แอนเป็นคนชื่นชอบการทำอาหารมากๆ ประกอบกับที่คุณแม่รักการตกปลา ทั้งน้ำจืดและน้ำเค็ม ในละแวกจังหวัดชุมพร ทำให้ได้ปลาหลากหลายชนิดมาเป็นวัตถุดิบประกอบอาหาร และได้นำมารังสรรค์เป็นเมนูต่างๆ จึงได้เกิดไอเดียเปิดเพจทำอาหารของตนเองขึ้น เพื่อที่จะแบ่งปันเรื่องราวและประสบการณ์การตกปลาของคุณแม่ ส่วนตนนำเสนอการปรุงเมนูรสเด็ดจากปลาและวัตถุดิบอาหารต่างๆ ที่ได้มาจากการตกปลาของคุณแม่

ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน ตอนนั้นแอนไปตกปลากับคุณแม่ และได้เห็นปลาหมอคางดำเป็นครั้งแรก ขณะนั้นยังไม่ทราบว่าเป็นปลาอะไร แต่สังเกตเห็นจุดสีดำด้านข้างแก้มปลา มองลงไปในน้ำเห็นเป็นฝูงใหญ่ มีจำนวนเยอะพอสมควร ตอนนั้นก็พอจะทราบแล้วว่าปลาชนิดนี้ทำลายระบบนิเวศของไทย เพราะชาวบ้านบริเวณที่ตกปลาเล่าให้ฟังว่า ปกติจะมีปลาชนิดอื่นๆ อยู่เยอะมาก พอมีปลาหมอคางดำระบาด ปลาพื้นถิ่นก็ลดลง เพราะปลาชนิดนี้ดุ หาอาหารกินตลอดเวลา กินทุกอย่าง และกินลูกปลาพื้นถิ่นด้วย

แอนเล่าว่า คุณแม่ออกตกปลาในแต่ละครั้ง จะได้ปลาหมอคางดำ ครั้งละประมาณ 3-4 กิโลกรัม โดยวิธีตกปลาจะตกด้วยคันเบ็ดชิงหลิว (คันเบ็ดสไตล์จีน) ใช้เหยื่อกุ้งหรือกระดองปู (ตามภูมิปัญญาชาวบ้าน) แต่ถ้าใครใช้อวนก็จะยิ่งดี เพราะจะทำให้จับปลาได้ปริมาณครั้งละเยอะ ๆ

ปลาหมอคางดำ สามารถนำมาประกอบอาหารได้ รสชาติเหมือนปลานิล เนื้อแน่นกว่านิดหน่อย ไม่มีกลิ่นสาบ มีกลิ่นคาวเหมือนปลาทั่วไป เพียงล้างด้วยเกลือหรือน้ำส้มสายชูก็สามารถดับกลิ่นคาวได้ และมีคุณค่าทางโภชนาการเหมือนปลาชนิดอื่นๆ

ปลาชนิดนี้ ไซส์ใหญ่สุดที่เคยเห็นอยู่ที่ประมาณฝ่ามือผู้ชาย ปริมาณเนื้อจะเยอะจึงนำมาปรุงอาหารอร่อย แต่ส่วนใหญ่ที่พบจะเป็นไซส์เล็กกว่าฝ่ามือ เนื้อน้อย แนะให้แล่เอาแต่เนื้อมาทำอาหาร เพราะปลาหมอคางดำเป็นปลาที่มีก้าง ครีบทั้งตัวแข็งมาก

เมนูปลาหมอคางดำที่แอนเคยทำและอร่อยมากๆ เป็นเมนูที่อยากแนะนำ คือ ปลาหมอคางดำเค็มแดดเดียว แกงส้มใต้ปลาหมอคางดำ และทอดมันปลาหมอคางดำ แอนจะใช้ปลาหมอคางดำ 8-10 ตัว แล้วแต่เมนู สามารถทานได้ถึง 4 คน สามารถติดตามในเพจแอนได้ จะมีคลิปเมนูต่างๆ จากปลาหมอคางดำ รวมถึงรายละเอียดและส่วนผสมของแต่ละเมนูด้วย บอกเลยว่าอร่อยเด็ดมากๆ

แอนเล่าทิ้งท้ายว่า เนื่องจากปลาหมอคางดำทำลายระบบนิเวศ จึงอยากให้ทุกคนที่ตกปลาหมอคางดำมาทำเป็นอาหาร ถ้าเจอปลาตัวเล็ก ให้นำมาทำอาหารได้เลย หรือจะนำไปทำปุ๋ยชีวภาพ หรือแปรรูปเป็นปลาร้าก็ได้ ไม่ควรปล่อยกลับลงน้ำ เพื่อช่วยลดปริมาณปลาออกจากแหล่งน้ำ ถ้าปลาหมอคางดำยังระบาดหนัก ในอนาคตปลาพื้นถิ่นบ้านเราอาจจะสูญพันธ์ได้ สำหรับคนที่ยังไม่เคยลองกินเมนู ปลาหมอคางดำ อยากให้ลองเปิดใจ บอกเลยว่าอร่อยไม่แพ้ปลาชนิดอื่น ที่สำคัญจะได้ช่วยกันกำจัดปลาชนิดนี้ให้หมดไปจากระบบนิเวศของไทย

สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ IGNITE THAILAND สำหรับผู้ประกอบการจากธนาคารออมสิน ตั้งแต่วันนี้ – 30 ธ.ค. 68

0

ธนาคารออมสินร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ทะยานไกลสู่ตลาดโลก ด้วยการออก “สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) IGNITE Thailand” สำหรับกลุ่มธุรกิจ SMEs และกลุ่มลูกค้าธุรกิจรายย่อย หรือ วิสาหกิจชุมชน

เพียงคุณดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องก็ยื่นกู้เพื่อใช้ในกิจการได้เลย
⚡ วงเงินสูงสุด 10 ล้านบาท (สำหรับกลุ่มธุรกิจ SMEs) หรือวงเงินสูงสุด 1 ล้านบาท (สำหรับกลุ่มลูกค้าธุรกิจรายย่อยหรือกลุ่มวิสาหกิจชุมชน)
⚡ ดอกเบี้ยคงที่ 2 ปีแรก 2.5% ต่อปี
⚡ ชำระคืนสูงสุด 10 ปี
⚡ ปลอดชำระเงินต้นสูงสุด 6 เดือน
⚡ ใช้ บสย. ค้ำประกันได้
? ติดต่อได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา ตั้งแต่วันนี้ – 30 ธันวาคม 2568
รายละเอียดเพิ่มเติม >> https://fwuj.short.gy/LMNDBr

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด
⚠️ รู้ก่อนกู้ .. กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว

AIS เปิดดัชนีชี้วัดสุขภาวะดิจิทัล พบคนไทยเกินครึ่งขาดทักษะความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พร้อมเปิดตัวเครื่องมือเช็กภูมิคุ้มกันภัยไซเบอร์ ครั้งแรกในไทย

0

AIS  เปิด “ผลดัชนีชี้วัดสุขภาวะดิจิทัลของคนไทย Thailand Cyber Wellness Index 2024” เป็นปีที่ 2 ตอกย้ำเจตนารมณ์การทำงาน เดินหน้าส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องผ่านการทำงานร่วมกับภาคส่วนต่างๆ ที่สามารถนำผลการศึกษาไปต่อยอดเพื่อสร้างความรู้ ทักษะ รวมถึงเส้นทางในการพัฒนาทักษะดิจิทัลให้กับคนไทยได้ตรงกลุ่มเป้าหมายและสอดคล้องกับปัญหาที่เกิดขึ้นจริง

พร้อมกันนี้ได้พัฒนาเครื่องมือเช็กภูมิคุ้มกันภัยทางไซเบอร์แบบรายบุคคล หรือ Digital Health Check เป็นครั้งแรกในไทยที่ทุกคนสามารถประเมินระดับความสามารถในการรับมือจากภัยไซเบอร์พร้อมศึกษาความรู้จากหลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์เพื่อยกระดับทักษะดิจิทัลได้ด้วยตัวเอง มากไปกว่านั้น AIS ยังได้นำเสนอเครื่องมือป้องกันภัยไซเบอร์ด้วยบริการ AIS Secure Net ที่วันนี้ได้เพิ่มการปกป้องที่ครอบคลุมมากขึ้น และเพิ่มประสิทธิภาพในการกรองเว็บไซต์อันตรายทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้ลูกค้า AIS ใช้งานอินเทอร์เน็ตได้อย่างอุ่นใจ ปลอดภัย ไร้กังวล และที่สำคัญลูกค้า AIS สามารถใช้บริการ AIS Secure Net ได้ฟรี เป็นระยะเวลา 12 เดือน

นางสายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าหน่วยธุรกิจประชาสัมพันธ์และงานธุรกิจสัมพันธ์ AIS กล่าวว่า “ในยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของคนไทย การป้องกันภัยไซเบอร์กลายเป็นประเด็นที่ไม่สามารถมองข้ามได้ ทำให้การทำงานของ AIS ในฐานะผู้นำด้านบริการดิจิทัลที่มุ่งส่งเสริมการใช้งานออนไลน์ที่ถูกต้องเหมาะสมและปลอดภัยยิ่งทวีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น ทั้งในมุมของการสร้างภูมิปัญญาหรือ Wisdom ที่จะนำไปสู่การสร้างพลเมืองดิจิทัลที่มีความรู้เท่าทันภัยไซเบอร์ และในมุมของการใช้ขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีมาส่งมอบเครื่องมือปกป้องภัยไซเบอร์และมิจฉาชีพที่แฝงมากับการใช้งานออนไลน์ในรูปแบบต่างๆ”

โดยในปีที่ผ่านมา AIS ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และนักวิชาการ ได้เปิดตัวดัชนีชี้วัดสุขภาวะดิจิทัลของคนไทย หรือ Thailand Cyber Wellness Index ฉบับแรกของไทยที่ทำให้เห็นถึงระดับทักษะการรับรู้และความเข้าใจการใช้งานดิจิทัลในด้านต่างๆ ที่คนไทยยังคงต้องพัฒนาทักษะความรู้เพื่อรับมือกับภัยไซเบอร์ในรูปแบบต่างๆ ทำให้หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนหยิบเอาผลการศึกษาของเราไปต่อยอดในการเสริมสร้างทักษะดิจิทัลให้ได้ตรงกลุ่มอายุ อาชีพ หรือแม้แต่พื้นที่อย่างสอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายของแต่ละหน่วยงาน

สำหรับปีนี้ผลการศึกษาก็ยังสะท้อนให้เห็นว่า แม้คนไทยจะมีการพัฒนาความเข้าใจในการใช้งานบนโลกดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นจนผลในภาพรวมอยู่ในระดับพื้นฐาน แต่ยังมีจุดที่น่ากังวล เพราะคนไทยเกินครึ่งยังขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber Security and Safety) โดยเฉพาะในประเด็นที่มีความเสี่ยงต่อภัยที่อาจนำมาซึ่งความเสียหายต่อการใช้งานของตนเองและองค์กร อาทิ การไม่มีความรู้ความเข้าใจการถูกโจมตีด้วยแรนซัมแวร์, การใช้ Wi-Fi สาธารณะในการทำธุรกรรมทางการเงิน, การใช้ วันเดือนปีเกิด มาตั้งเป็นรหัสผ่านซึ่งง่ายต่อการคาดเดา แม้แต่การไม่ทราบว่าการเข้าเว็บไซต์ที่ปลอดภัยลิงค์ URL ควรจะเป็น HTTPS เป็นต้น

นางสายชล อธิบายเพิ่มเติมว่า “เราจึงทำงานควบคู่กันทั้งการส่งเสริมทักษะความรู้ และพัฒนาเครื่องมือปกป้องการใช้ งานทำให้วันนี้เราพัฒนาเครื่องมือ “Digital Health Check” เพื่อให้คนไทยสามารถวิเคราะห์และประเมินทักษะด้านดิจิทัลของตนเอง พร้อมทั้งแนะนำช่องทางการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล เพื่อเสริมสร้างทักษะและองค์ความรู้ในการป้องกันภัยไซเบอร์ให้แก่ลูกค้าและคนไทย”

โดยวันนี้ลูกค้าสามารถสมัครใช้งาน AIS Secure Net ได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย เพียงกด *689*6# รวมถึงการเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าด้วย บริการ Secure Net+ Protected by MSIG ชูจุดเด่นปกป้องภัยคุกคามทางไซเบอร์ ไม่ว่าจะเป็นไวรัส มัลแวร์ เว็บไซต์ปลอมหลอกลวง พร้อมแถมประกันภัยเพอร์ซัลนัลไซเบอร์ จาก MSIG ที่มอบความคุ้มครอง อาทิ การโจรกรรมข้อมูลส่วนบุคคล และโจรกรรมเงิน หรือการถูกหลอกลวงในรูปแบบต่างๆ ทางออนไลน์ ด้วยวงเงินคุ้มครองสูงสุด 50,000 บาท เพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้งานออนไลน์ในโลกไซเบอร์ได้อย่างมั่นใจ ในราคาสุดคุ้มเดือนละ 39 บาทเท่านั้น สมัครง่ายๆ เพียงกด *689*10# โทรออก

“AIS ยังคงมุ่งมั่นในการเสริมสร้างทักษะด้านดิจิทัลของคนไทย พร้อมเดินหน้าพัฒนาเครื่องมือเพื่อให้คนไทยสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้อย่างปลอดภัย รวมถึงการสนับสนุนภาครัฐเพื่อแก้ปัญหาภัยไซเบอร์จากกลุ่มมิจฉาชีพที่แฝงมากับการใช้งาน ทั้งมาตรการยืนยันตัวตน การควบคุมสัญญาณบริเวณรอยต่อชายแดน หรือ การสนับสนุนการทำงานของพี่ๆตำรวจโดยทีมวิศวกร ทั้งหมดเป็นไปตามเจตนารมณ์ของ AIS เพื่อให้ภัยไซเบอร์หมดไปจากประเทศไทยอย่างยั่งยืน” นางสายชล กล่าวทิ้งท้าย

ผู้ที่สนใจตรวจเช็กสุขภาวะทางดิจิทัลของตัวเอง ได้ที่ https://digitalhealthcheck.ais.th และสามารถอ่านรายละเอียดผลการศึกษาดัชนีชี้วัดสุขภาวะดิจิทัล Thailand Cyber Wellness Index 2024 ของคนไทย เพิ่มเติมที่ https://sustainability.ais.co.th/th/sustainability-projects/thailands-cyber-wellness-index

ซีพีเอฟ หนุนชาวจันทบุรี-กรมประมง จับปลาหมอคางดำไปทำน้ำหมักชีวภาพเพื่อเกษตรกรชาวสวนยาง

0

ฃจังหวัดจันทบุรี พร้อมกับ สำนักงานประมงจังหวัดจันทบุรี ผนึกพลังทุกภาคส่วน จัดกิจกรรม “ลงแขก-ลงคลอง” ขึ้นครั้งที่ 2 ณ บริเวณอ่าวคุ้งกระเบน อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี ล่าปลาหมอคางดำได้ 649 กิโลกรัม แต่ยังพบปลาชนิดอื่นๆ อาทิ ปลากะพง ปลานวลจันทร์ ปลาสาก ปลาขนุน เป็นต้น ส่งมอบปลาที่จับได้ให้สำนักงานพัฒนาที่ดินจันทบุรีเพื่อผลิตน้ำหมักชีวภาพ และแบ่งปันให้กับจิตอาสานำกลับไปบริโภคที่บ้าน บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ พร้อมหนุนจันทบุรีเดินหน้า 3 ยุทธวิธีตัดวงจรปลาหมอคางดำออกจากระบบนิเวศให้เร็วที่สุดอย่างต่อเนื่อง

ที่บริเวณด้านหน้าอาคารแสดงพันธุ์สัตว์เฉลิมพระเกียรติอ่าวคุ้งกระเบน นายวิสุทธิ์ ประกอบความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เป็นประธานเปิดกิจกรรม “ลงแขก ลงคลอง…ล่าปลาหมอคางดำ โดยมี นายสมพร รุ่งกำเนิดวงศ์ ประมงจังหวัดจันทบุรี พร้อมด้วย หน่วยงานประมงในจังหวัดจันทบุรี ภาครัฐ ภาคเอกชน รวมถึงภาคีเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดจันทบุรี เครือข่ายประมงพื้นบ้าน และทีมล่าปลาหมอคางดำร่วมกิจกรรมประมาณ 200 คน โดยมี ซีพีเอฟ นำพนักงานจิตอาสา ร่วมสนับสนุนอุปกรณ์การจับปลา ช่วยเตรียมอาหารกลางวัน และน้ำดื่มให้กับผู้ร่วมกิจกรรมอีกด้วย

นายสมพร รุ่งกำเนิดวงศ์ ประมงจังหวัดจันทบุรี กล่าวว่า กรมประมง โดยประมงจันทบุรี ร่วมมือกับทุกภาคส่วน เปิดปฏิบัติการครั้งที่ 2 ในพื้นที่อ่าวคุ้งกระเบน ซึ่งเป็นการจัดต่อเนื่องจากการปฏิบัติการครั้งแรกที่อำเภอนายายอามเมื่อวันที่ 6 สิงหาคมที่ผ่านมาซึ่งสามารถจับปลาหมอคางดำได้ 3 กิโลกรัมแต่จับปลาชนิดอื่นๆ ได้มากกว่า 30 กิโลกรัม สะท้อนให้เห็นว่าในอำเภอนายายอามยังมีความหลากหลายของสัตว์น้ำพื้นถิ่น

กิจกรรมในวันนี้ แบ่งทีมจับปลาในพื้นที่อ่าวคุ้งกระเบนออกเป็น 3 จุด ได้แก่ พื้นที่อ่าวคุ้งกระเบน คลองชลประทานที่ส่งน้ำให้ผู้เลี้ยงกุ้ง และบ่อเลี้ยงกุ้งที่รกร้าง ควบคู่กับการเลือกใช้เครื่องมือที่เหมาะสมกับพื้นที่ ส่งผลให้สามารถจับปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำได้ 549 กิโลกรัม ขณะเดียวกันยังพบปลาชนิดอื่นอีกหลายชนิด อาทิ ปลานวลจันทร์ ปลาสาก ปลาขนุน ปลากะพง ประมงจันทบุรีนำปลาที่จับได้ส่งมอบให้สำนักงานพัฒนาที่ดินสำหรับผลิตน้ำหมักชีวภาพเพื่อเกษตรกรชาวสวนยาง และแบ่งปันปลาให้กับชาวบ้านนำกลับไปบริโภค

นายสมพรกล่าวต่อว่า จังหวัดจันทบุรี ได้บูรณาการทุกภาคส่วนดำเนิน 3 ยุทธวิธีแบบมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนแก้ปัญหาปลาหมอคางดำ ประกอบด้วย การจัดกิจกรรมล่าปลาหมอคางดำใน 2 พื้นที่ ได้แก่ อำเภอนายายอาม และอำเภอท่าใหม่ การปล่อยปลาผู้ล่าเพื่อกำจัดลูกอ่อนของปลาหมอคางดำ โดยประมงจันทบุรีปล่อยปลาหลายชนิด ทั้งปลากะพง ปลาอีกง ปลาปิ่นแก้ว เป็นต้น รวมถึงการสร้างการรับรู้ของประชาชน ขอความร่วมมือชาวประมงให้ช่วยกันจับปลาชนิดนี้ขึ้นมาจากแหล่งน้ำให้เร็วที่สุด

ด้านนายอดิศร์ กฤษณวงศ์ ผู้บริหารสูงสุดสายงานรัฐกิจและเอกชนสัมพันธ์ ซีพีเอฟ กล่าวว่า ซีพีเอฟตระหนักถึงความเร่งด่วนของการจัดการปลาหมอคางดำ เดินหน้า 5 โครงการเชิงรุกอย่างจริงจัง บูรณาการความร่วมมือกับหลายภาคส่วนทั้งกรมประมง โรงงานปลาป่น ผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ และสถาบันการศึกษาเพื่อเร่งกำจัดและตัดวงจรของปลาชนิดนี้ออกจากแหล่งน้ำของไทยให้มากและเร็วที่สุด ประกอบด้วย โครงการสนับสนุนกรมประมงรับซื้อปลาหมอคางดำผลิตปลาป่น 2,000,000 กิโลกรัม ที่ผ่านมาร่วมกับโรงงานศิริแสงอารำพีรับซื้อไปแล้วมากกว่า 605,860 กิโลกรัม โครงการสนับสนุนปลานักล่า 200,000 ตัว ให้ประมงจังหวัดต่างๆ ปล่อยลงแหล่งน้ำโดยส่งมอบไปแล้ว 54,000 ตัว การสนับสนุนกรมประมงจัดกิจกรรมจับปลาออกจากระบบนิเวศไปแล้ว 12 จังหวัดและยังเดินหน้าสนับสนุนจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังมีโครงการร่วมมือกับมหาวิทยาลัยพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร รวมถึง โครงการสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญและมหาวิทยาลัยในการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีควบคุมปริมาณปลาหรือตัดวงจรการแพร่พันธุ์ในระยะยาว.

ตลท. จัดงานสัมมนาธุรกิจครอบครัวใหญ่แห่งปี “The 2nd SET Annual Conference on Family Business” ภายใต้ธีม “Family Business in the Globalized Asia”

0

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับพันธมิตร ขอเชิญชวนเจ้าของธุรกิจ ทายาท ผู้บริหาร และที่ปรึกษาธุรกิจครอบครัว ร่วมแลกเปลี่ยน เรียนรู้ พร้อมถอดบทเรียนการบริหารครอบครัวและธุรกิจของเอเชียและไทยที่สามารถนำพากิจการให้เติบโตไกลในระดับโลก

พบกับผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติ เจ้าของและทายาทแนวหน้าของธุรกิจครอบครัวไทย ที่จะมาไขกุญแจบทเรียนความสำเร็จ ในการนำพาธุรกิจและครอบครัวสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

ตลอด 2 วันเต็ม ท่านจะได้เรียนรู้กลยุทธ์ และวิธีการต่างๆ ทั้งแนวทางการจัดโครงสร้างการดำเนินธุรกิจ การจัดสรรผลประโยชน์สมาชิกครอบครัว และการบริหารความมั่งคั่งของธุรกิจและครอบครัว ผ่านการบรรยาย และสามารถเลือกห้อง Breakout room ในหัวข้อที่สนใจ ซึ่งจะได้เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด พร้อมกิจกรรม Networking เพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจ

วันพฤหัสบดีที่ 1 – วันศุกร์ที่ 2 สิงหาคม 2567 ณ Grand Hyatt Erawan Bangkok รูปแบบการบรรยายทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ (มีเครื่องแปลภาษาให้บริการ ยกเว้นห้อง Breakout room)

เปิดจำหน่ายบัตรตั้งแต่วันนี้ – 26 กรกฎาคม 2567

บัตรราคา 18,000 บาท (รวม VAT)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://bit.ly/4c8CyJA

CPF ล่องใต้ หนุนกรมประมงไล่จับปลาหมอคางดำ 4 จังหวัด

0

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เดินหน้าสนับสนุนกรมประมงในการขับเคลื่อนกำจัดปลาหมอคางดำอย่างเต็มกำลัง ผนึกพลังกับสำนักงานประมงจังหวัดใน 4 พื้นที่ ประมงสมุทรสงคราม ประมงสุราษฎร์ธานี ประมงนครศรีธรรมราช และประมงชุมพร จัดกิจกรรม “ลงแขกลงคลอง” จับปลาออกจากแม่น้ำลำคลอง และนำไปเพิ่มมูลค่าทำปลาทำน้ำหมักชีวภาพและอาหารเมนูต่างๆ เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศในแหล่งน้ำอย่างเป็นรูปธรรม

นายอดิศร์ กฤษณวงศ์ ผู้บริหารสูงสุดสายงานรัฐกิจและเอกชนสัมพันธ์ ซีพีเอฟ กล่าวว่า บริษัทร่วมสนับสนุนกรมประมงโดยดำเนิน 5 โครงการเชิงรุกบูรณาการหลายภาคส่วนเพื่อกำจัดและควบคุมปริมาณปลาชนิดนี้อย่างจริงจังเพื่อลดผลกระทบต่อระบบนิเวศ ร่วมมือกับประมงจังหวัดทั่วประเทศจับปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำอย่างต่อเนื่อง บริษัทสนับสนุนเครื่องมือจับสัตว์น้ำ อาหารและเครื่องดื่ม รวมทั้งกำลังคนในการช่วยกำจัดปลาออกจากแหล่งน้ำ ล่าสุด ซีพีเอฟลงพื้นที่ร่วมสนับสนุนกิจกรรม “ลงแขกลงคลอง” ปฏิบัติการจับปลาหมอคางดำใน 4 จังหวัด สมุทรสงคราม สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และชุมพร

ประมงสมุทรสงคราม จัดกิจกรรม “ลงแขกลงคลอง” ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 6 นายบัณฑิต กุลละวณิชย์ ประมงจังหวัดสมุทรสงคราม พร้อมกับหน่วยงานราชการ ผู้นำชุมชนและชาวประมง ร่วมกันจับปลาที่คลองหมื่นหาญ ซึ่งเป็นลำคลองยาวประมาณ 3.5 กิโลเมตร ตำบลบางแก้ว อำเภอเมือง โดยซีพีเอฟร่วมสนับสนุนเครื่องมือจับปลา พร้อมทั้งอาหารและน้ำดื่ม

นายบัณฑิต กล่าวว่า การจับปลาครั้งนี้ได้รับการผ่อนผันจากอธิบดีกรมประมงให้ใช้เครื่องมือประมงจับสัตว์ และปรับเปลี่ยนวิธีการจับปลาให้เหมาะสม ช่วยให้เราจับปลาออกหมอคางดำจากแหล่งน้ำได้มากขึ้น โดยปลาที่จับได้รวม 2,412 กิโลกรัมส่วนใหญ่เป็นปลาหมอคางดำ สำหรับปลาที่จับได้กรมประมงส่งมอบเข้าโครงการผลิตน้ำหมักชีวภาพเพื่อเกษตรกรชาววนยาง 2,177 กิโลกรัม เรือนจำกลางสมุทรสงคราม 200 กิโลกรัม และแบ่งปันให้ประชาชนที่เข้าร่วมกิจกรรมนำกลับไปบริโภค

จังหวัดชุมพร นายบุญญวัฒน์ ทองหอม ประมงอำเภอปะทิว พร้อมกับนายอำเภอปะทิว สมาคมประมงปะทิวคลองบางสม กลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรสะพลี หน่วยงานราชการในพื้นที่ ผู้นำชุมชนและชาวปะทิวลงพื้นที่ร่วมกิจกรรม “ลงแขกลงห้วย” ปฏิบัติการจับปลาที่ลำห้วยบ้านลุงสาร ตำบลบางสน อำเภอปะทิว โดยซีพีเอฟได้ร่วมสนับสนุนเครื่องมือจับปลาสำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย สามารถจับปลาได้ 115 กิโลกรัมซึ่งแบ่งปันให้ชาวบ้านที่มาร่วมกิจกรรมนำกลับไปปรุงอาหารที่บ้าน

ที่อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี นายธวัชชัย อุบลไพศาล ประมงจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมกับผู้แทนจากหน่วยงานราชการในพื้นที่ และผู้นำชุมชนร่วมกันจับปลาที่ลำคลอง ในตำบลตะกรบ อำเภอไชยา โดยซีพีเอฟสนับสนุนแหจับปลา อาหารกลางวัน อาหารว่างและน้ำดื่มให้แก่ผู้ร่วมงานกว่า 70 คนและร่วมทอดแหจับปลา กิจกรรมในครั้งนี้สามารถจับปลาได้ 192 กิโลกรัมและมีแพปลามารวบรวมปลาที่จับได้นำไปขายให้สำนักงานพัฒนาที่ดินสำหรับผลิตน้ำหมักชีวภาพเพื่อชาวสวนยางต่อไป

นอกจากนี้ ซีพีเอฟยังได้ร่วมสนับสนุนกิจกรรม “ลงแขกลงคลอง” จัดโดยสำนักงานประมงนครศรีธรรมราชร่วมบูรณาการหน่วยงานสังกัดกรมประมง คณะทำงานแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดปลาหมอคางดำ กรมราชทัณฑ์ การยางแห่งประเทศไทย เกษตรและสหกรณ์จังหวัด ผู้นำชุมชนและประชาชนในพื้นที่ 100 คน ร่วมจับปลาบริเวณคู คลองสาขา บ้านบางตะลุมพอ ต.ขนาบนาก อ.ปากพนัง เพื่อกำจัดปลาชนิดนี้ออกจากระบบนิเวศ โดยซีพีเอฟร่วมสนับสนุนเครื่องมือประมง อวนเอ็น รวมทั้งอาหารกลางวันและน้ำดื่มให้กับผู้ร่วมกิจกรรม ปลาที่จับขึ้นมาได้ 1,450 กิโลกรัม นำไปขายจุดรับซื้อในโครงการผลิตน้ำหมักชีวภาพ 1,100 กิโลกรัม และแบ่งปันให้ชุมชนนำไปใช้ประโยชน์ 350 กิโลกรัม

นายอดิศร์กล่าวต่อว่า ซีพีเอฟได้ดำเนินการขับเคลื่อน 5 โครงการเชิงรุกของซีพีเอฟเพื่อร่วมกำจัดปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำฟื้นฟูระบบนิเวศ ประกอบด้วย โครงการร่วมกับกรมประมงรับซื้อปลาเพื่อทำปลาป่น 2,000,000 กิโลกรัม ที่ปัจจุบันร่วมกับโรงงานปลาป่นในสมุทรสาครจัดซื้อปลาไปแล้วกว่า 605,860 กิโลกรัมและกำลังขยายพื้นที่จัดซื้อปลาไปจังหวัดอื่น โครงการปล่อยปลานักล่า 200,000 ตัว ซึ่งขณะนี้ส่งมอบปลากะพงขาวแล้ว 54,000 ตัว และยังมอบอย่างต่อเนื่อง โครงการสนับสนุนกิจกรรมจับปลาทุกพื้นที่ ซึ่งซีพีเอฟยังประสานงานเพื่อประเมินผลการดำเนินกิจกรรมภายใต้ 3 โครงการ นอกจากนี้ ซีพีเอฟยังดำเนินโครงการระยะกลางและระยะยาวประกอบด้วย โครงการร่วมมือกับมหาวิทยาลัยนำปลาไปใช้ประโยชน์ เช่น แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร และโครงการสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญและมหาวิทยาลัยในการศึกษาวิจัยนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีเพื่อตัดวงจรและควบคุมจำนวนปลาในระยะยาว.