Home Blog Page 108

CPF คว้ารางวัลสูงสุดระดับ Gold ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านรายงานความยั่งยืนด้านสิทธิมนุษยชน

0

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ สร้างความภาคภูมิใจอีกครั้งด้วยการคว้ารางวัล “รายงานความยั่งยืนยอดเยี่ยมระดับภูมิภาคเอเชีย” ประจำปี 2567 (Asia Sustainability Reporting Awards (ASRA) 2024) ในด้านสิทธิมนุษยชน ระดับ Gold ซึ่งเป็นรางวัลสูงสุด จากผู้เข้าร่วมกว่า 13 ประเทศในภูมิภาคเอเชีย ด้วยการดำเนินงานที่ได้มาตรฐานระดับสากล มีการเปิดเผยข้อมูลอย่าง โปร่งใส ชัดเจน และครอบคลุม ตั้งแต่เป้าหมาย นโยบาย ไปจนถึงผลการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรม สะท้อนความมุ่งมั่นของซีพีเอฟในการขับเคลื่อนองค์กรด้วยหลักสิทธิมนุษยชนอย่างแท้จริง

นางสาวพิมลรัตน์ รีพัฒนาวิจิตรกุล ประธานผู้บริหารทรัพยากรบุคคล ซีพีเอฟ กล่าวว่า ซีพีเอฟได้รับรางวัลระดับ Gold ถือเป็นรางวัลอันดับหนึ่งของ “รายงานความยั่งยืนยอดเยี่ยมแห่งภูมิภาคเอเชีย” ด้านสิทธิมนุษยชน โดยบริษัทฯ ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 และเป็นองค์กรเดียวในประเทศไทยที่ได้รับรางวัลสูงสุดระดับ Gold ในปีนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการเปิดเผยข้อมูลด้านสิทธิมนุษยชนอย่างครบถ้วน โปร่งใส ซึ่งเป็นการรายงานให้เห็นถึงการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ครอบคลุมตั้งแต่การกำหนดนโยบาย ดำเนินงานป้องกันความเสี่ยงและบรรเทาผลกระทบ โดยมุ่งสร้างระบบนิเวศองค์กรที่เปิดกว้าง วัฒนธรรมที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วม และสภาพแวดล้อมการทำงานที่เคารพในความแตกต่างของบุคลากรทุกระดับ ปราศจากการเลือกปฏิบัติ โดยบริษัทจะรักษามาตรฐานพร้อมพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับการบริหารจัดการด้วยความเคารพสิทธิมนุษยชนอย่างยั่งยืน

ในฐานะที่ ซีพีเอฟ ดำเนินธุรกิจการเกษตรและอาหารแบบครบวงจรใน 17 ประเทศ และส่งออกสินค้าอาหารไปกว่า 50 ประเทศทั่วโลก ซีพีเอฟให้ความสำคัญกับการยอมรับและเคารพในความหลากหลายของบุคลากรที่ประกอบไปด้วยความแตกต่างในด้านเชื้อชาติ สัญชาติ และวัฒนธรรม พร้อมขับเคลื่อนนโยบายด้านสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นระบบทั่วทั้งองค์กร เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้างและเท่าเทียม

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ซีพีเอฟได้ส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่อง เช่น การตรวจประเมินสถานะด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (HRDD) ตั้งแต่การประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน การบูรณาการมาตรการเพื่อบรรเทาความเสี่ยงและลดผลกระทบเชิงลบ ตลอดจนถึงการติดตามและรายงานผลการดำเนินงาน อีกทั้ง ยังมุ่งสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้าง ยอมรับและให้คุณค่ากับความหลากหลาย (DEI) อาทิ การจ้างงานคนพิการ แรงงานข้ามชาติเป็นพนักงานของบริษัท การส่งเสริมให้ความรู้พนักงานโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางมีความเข้าใจในสิทธิแรงงาน แนวปฏิบัติด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน รวมทั้งสนับสนุนให้พนักงานมีส่วนร่วมในกิจกรรมทั้ง 19 ชมรม ซึ่งสะท้อนถึงค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กร เช่น ชมรม LGBTQ+ ชมรมครอบครัวอบอุ่น และชมรม Happy Life เป็นต้น

บริษัทยังให้ความสำคัญกับการยกระดับการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตามหลักการของความเท่าเทียมผ่านโครงการแบ่งปันความรู้เพื่อลดความไม่เท่าเทียมทางการศึกษา เช่น โปรแกรมทุนการศึกษาสำหรับพนักงานและบุตร การพัฒนาหลักสูตรกับมหาวิทยาลัยผ่านโครงการ Co-Creation และโครงการ CONNEXT ED เป็นต้น

จากความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการด้านสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลให้ซีพีเอฟได้รับการยอมรับผ่านรางวัลทั้งในระดับชาติและระดับสากล ได้แก่ รางวัลองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน ประจำปี 2567 จากกระทรวงยุติธรรม ซึ่งซีพีเอฟได้รับต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 รางวัลองค์กรที่ส่งเสริมการจ้างงานคนพิการ ประจำปี 2567 ระดับดีเยี่ยมติดต่อกันเป็นปีที่ 8 และรางวัลดีเด่นด้านการคุ้มครองสิทธิและการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ จากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รวมถึงได้ร้บรางวัลรองชนะเลิศ “UN Women 2022 Thailand WEPs Awards” ในสาขาสถานที่ทำงานที่มีความเท่าเทียมทางเพศ จากองค์การเพื่อการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศและเพิ่มพลังของผู้หญิงแห่งสหประชาชาติ หรือ UN Women

รู้เก็บรู้ออม : Thai ESGX กองทุนประหยัดภาษี!!

0

ที่มา คอลัมน์ “รู้เก็บรู้ออมรู้ใช้รู้ลงทุน…สู่ความมั่งคั่ง” หน้าเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

คนที่เตรียมวางแผนภาษีของปี 68 ต้องมาทำความรู้จักกับกองทุนประหยัดภาษีน้องใหม่ล่าสุดที่เพิ่งผ่านความเห็นชอบของ ครม.เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นั่นคือ กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ หรือ Thai ESGX ซึ่งเท่ากับว่า ในปี 2568 นี้ เราจะมีกองทุนให้เลือกซื้อเพื่อลดหย่อนภาษีได้ 3 ตัว คือ กองทุนใหม่ Thai ESGX กับกองทุนเดิมอย่าง RMF และ Thai ESG

“คุณนายพารวย” ขออธิบายเรื่องกอง Thai ESGX ให้คนที่วางแผนภาษีได้เข้าใจกันก่อน เพราะมีข้อกำหนดว่าจะต้องซื้อกองนี้ในช่วง 2 เดือน คือตั้งแต่ 1 พ.ค. ถึง 30 มิ.ย. 68 นี้เท่านั้น ถึงจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี จึงควรศึกษาและทำความรู้จักกองนี้ เพื่อจะได้ไม่พลาดสิทธิต้องมาบ่นเสียดายทีหลัง

กอง Thai ESGX เป็นกองทุนรวมประหยัดภาษีที่ออกมาพิเศษเฉพาะปี 68 เพื่อรองรับการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนจากกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และเม็ดเงินลงทุนใหม่ เน้นลงทุนตามหลัก ESG เหมือนกอง Thai ESG แต่มีกรอบลงทุนเพิ่มเติมว่า ต้องลงทุนในหุ้นที่โดดเด่นด้าน ESG ไม่น้อยกว่า 65% ของ NAV (มูลค่าทรัพย์สินทั้งหมดของกองทุน)

การลดหย่อนภาษีของ Thai ESGX แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนแรก เป็นเงินลงทุนใหม่ ซื้อได้ไม่เกิน 30% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี และไม่เกิน 300,000 บาท กับส่วนที่สอง เป็นเงินลงทุนที่ย้ายจาก LTF มาลงทุนใน Thai ESGX ไม่เกิน 300,000 บาท และได้อีกไม่เกินปีละ 50,000 บาท ไปอีก 4 ปี ตั้งแต่ปี 2569–2572

ยกตัวอย่างเช่น ย้ายเงินลงทุนจากกอง LTF มาอยู่ใน Thai ESGX เป็นเงิน 5 แสนบาท ก็จะได้สิทธิลดหย่อนภาษีปี 68 จำนวน 3 แสน และปีถัดไปปีละ 50,000 บาท เท่ากับเป็นการทยอยรับสิทธิลดหย่อนภาษีสูงสุด 500,000 บาท ภายใน 5 ปี

นอกจากนี้ เรายังมีทางเลือกอีก 2 ทางสำหรับการประหยัดภาษี คือ กองทุน Thai ESG ลดหย่อนได้ไม่เกิน 30% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี และไม่เกิน 300,000 บาท ระยะเวลาถือครอง 5 ปี และ กลุ่มค่าลดหย่อนการลงทุนระยะยาวเพื่อเกษียณ ไม่ว่าจะเป็น RMF, กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD), กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.), กองทุน กบข., กองทุนสงเคราะห์ ครูเอกชน และประกันชีวิตแบบบำนาญ รวมทั้งหมดลดหย่อนได้ไม่เกิน 500,000 บาท

เท่ากับว่า หากเราลงทุนแบบซื้อเต็มแม็กซ์ชนเพดาน จะสามารถลดหย่อนภาษีปี 68 ได้สูงสุดถึง 1.4 ล้านบาท คือจาก Thai ESGX 6 แสน, Thai ESG 3 แสน และ RMF 5 แสน เพราะเพดานลดหย่อนของแต่ละแบบแยกต่างหากจากกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับฐานรายได้ที่ต้องเสียภาษี และแผนการเงินการลงทุนของแต่ละคน จึงต้องพิจารณาเลือกลงทุนให้เหมาะกับตัวเองด้วย

ผู้สนใจเข้าไปดูรายชื่อและข้อมูลของหุ้น 242 หุ้น สำหรับกองทุน Thai ESG และ Thai ESGX ได้ทางเว็บไซต์ set.or.th ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อประกอบการพิจารณาตัดสินใจลงทุน.

คุณนายพารวย

“ปิดตาพิมพ์ปั้นหลวงพ่อแก้ว ”

0

ตามรอยเซียน โดย เจี๊ยบ บางกรวย

พระอาจารย์บอกพระปิดตาเนื้อคลุกรัก จุ่มรัก ทารัก แยกได้ที่เนื้อถ้าดำคลุกรัก ถ้าจุ่มรักทารักเนื้อออกสีน้ำตาล เพราะรักที่ทาจะซึมไปในเนื้อ จากพระเนื้อขาวนวล ก็จะออกเป็นสีน้ำตาล หรือที่เรียกเนื้อกะลา พระปิดตาหลวงพ่อแก้วเนื้อละเอียด มีผงพุทธคุณทางเมตตามหานิยม ใช้ในทางติดต่อค้าขาย เจรจางานขอตำแหน่งมักสมหวัง ถ้าเจอปิดตาหลวงพ่อแก้วเนื้อขาวสุดยอดเลย เนื้อไม่แน่นแบบพระสมเด็จ ถ้าเจอก้อนขาวขุ่น เม็ดพระธาตุ หางช้าง แท้เลยนะเธอ เฮียเถาลูกพี่ฉันสอนมา ตอนฉันเอาปิดตาหลวงพ่อแก้วพิมพ์เล็กแลกบ้านกร่าง5เหลี่ยมอกใหญ่สมัยเป็นเณรน้อย


มาดูปิดตาหลวงพ่อแก้วพิมพ์ปั้นวัดปากทะเล เพชรบุรี องค์นี้ พระอาจารย์สอนไว้ ทำก่อนปิดตาหลังแบบหลวงพ่อแก้ววัดเครือวัลย์ ชลบุรี ปั้นที่ละองค์ แล้วแกะ ตามแต่ฝีมือช่าง แม้ช่างคนเดียวกัน ก็ไม่เหมือนกันซะทีเดียว ปิดตาองค์นี้ เนื้อคลุกรัก แล้วจุ่มรัก เห็นความเก่าเนื้อแห้งสนิท แตกเป็นเส้นใยแมงมุม มีให้เห็นทั้งหน้าหลัง สภาพสมบรูณ์มาก เป็นพระปิดตาพิมพ์ปั้นที่สวยงามแจ่มแจ้ง แบบช่างชาวบ้าน เซียนเจี๊ยบเลยเอาพระสมเด็จแลกพระปิดตาพิมพ์ปั้นคล้ายแบบนี้ สุดท้ายพระอาจารย์แลกกลับคืน เซียนเจี๊ยบเพิ่งเดินเจอในสนาม เนื้อเก่าแห้งบริสุทธิ์ เลยนำมาให้เพื่อนๆได้ชม เพื่อเดินเจออย่าปล่อยผ่าน ดูผิวแห้ง เนื้อเก่าเป็นธรรมชาติ สำคัญเจอรักแห้งหลุดเป็นแผ่นติดเนื้อเป็นใยแมงมุมแท้เลยนะ
ชอบพระต้องเข้าสนามพระหาผู้รู้มีพระให้เราเก็บอีกมากมาย เชื่อเซียนเจี๊ยบนะพระอาจารย์บอกมา

เจี๊ยบบางกรวย เดินตามรอยพระอาจารย์ 087 0030897

“สมเด็จวัดระฆังพิมพ์ฐานแซม ”

0

ตามรอยเซียน โดย เจี๊ยบ บางกรวย

วันอาทิตย์ที่ผ่านมา เจอพระอาจารย์  ชวนไปดูพระเจ้าประจำหลังตลาดอตก.ได้พระกริ่ง แจ่มๆมาหลายองค์ คนขายบอกพ่อเป็นนายบ่อน เก็บพระไว้เยอะ เลยเอามาแบ่งปันคนที่ชอบ พระแนวเดียวกัน พระอาจารย์บอกที่จริงไม่อยากชวนเซียนเจี๊ยบมา แกว่าเดี๋ยวมาแย่งพระแก ว่าแล้วเราก็หยิบพระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ ดูแท้ง่าย หน้าหลังคราบแป้งโรยพิมพ์ยังอยู่

ก้อนดำเม็ดแดงบ่อน้ำตา หลังทื่อส่องดูมีคลื่นหลัง ยุบพระแอ่นนิดนึง ดูแล้วแท้เลย ถามแม่ค้าเท่ารัย แม่ค้าตอบแสนห้า เค้าฝากมา เซียนเจี๊ยบวางก่อน งบน้อยไม่รู้จะต่อได้เท่าไหร่  วางพระอาจารย์หยิบมึงดูพระเป็นนี่หว่าองค์นี้พระสมเด็จแท้นะ ไม่สู้กูเอาเอง เสร็จพระอาจารย์บอกแล้วคนงบน้อยต้องหาวิชาเยอะๆ  รอเวลาที่เหมาะสม พระสมเด็จแท้ยังมีอีกเยอะให้เราหยิบ ขอให้เรารู้จักท่าน เดินไปเดี๋ยวก็เจอ ยื่งภาวะเศรษฐกิจไม่ดี คนเอาพระมาขายกันเยอะ พระกรุ พระเก่าคนดูไม่เป็นเยอะ เชื่อเซียนเจี๊ยบเดี๋ยวก็เจออย่าหยุดเดิน อยากได้พระต้องเข้าสนามพระ ตังน้อยเดินเอา มีเงินไปซื้อเซียนมาตราฐานสากล

มาดูพระสมเด็จวัดระฆังฐานแซม พอสวยใช้ช้ำมาพอสมควร ทำให้ดูง่ายเนื้อจัด รอยปริเป็นธรรมชาติ มีรอยลานที่ผิว รอยยุบแยกรอยพรุนในเนื้อ มีฝ้าน้ำตาลให้เห็นบอกได้ว่าเคยลงรักปิดทองมา ตามสูตรพระอาจารย์สมเด็จวัดระฆังร้อยล่ะเก้าสิบห้าลงรักปิดทอง ถ้าเจอหลุมมีเศษทองดูดรักจมในเนื้อใช่เลยสมเด็จวัดระฆัง เจอฝ้าน้ำตาลช่วยให้เป็นจุดจ่ายตัง ในการดูพระสมเด็จวัดระฆัง ดูหลังเป็นคลื่นหลังสังขยา แบบนี้แท้สองร้อยเปอร์เซ็นต์ เจอหลังแบบนี้อย่าปล่อยให้หลุดมือ พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ฐานแซมองค์นี้เห็นหลังไม่ต้องส่องหน้า แท้ตาเปล่า พระด่างดวงขาว เนื้อน้ำตาลจ้ำเป็นก้อนๆสลับขาว  ฝ้าปูนหรือเรียกแป้งรอยพิมพ์หนาบางจนเห็นเนื้อสีขาวอมเหลืองนวล รักดำที่จมอยู่ในหลุมบ่อด้านหลัง เป็นธรรมชาติ  ใช้ตัดสินใจในการดูพระสมเด็จแท้ ครับท่าน

นานๆจะเจอพระสมเด็จเห็นหลังก็แท้แล้ว เดินเจอแบบนี้อย่าปล่อยให้หลุดมือนะครับ

เจี๊ยบบางกรวยเดินตามรอยพระอาจารย์ 087 0030897

ไข่ไก่ราคาลง สวนกระแสต้นทุนพุ่ง วอนช่วยกินไข่เกษตรกรจะได้อยู่รอด

0
zhouhaoqd

เกษตรกรผู้เลี้ยงไข่ไก่ เผยปัจจัยเสี่ยงด้านต้นทุนผลิตไข่สูงขึ้น ทั้งค่าแรงงาน ค่าพลังงาน และวัตถุดิบอาหารสัตว์ ขณะที่อากาศเย็นสบายส่งผลแม่ไก่ออกไข่ให้ผลผลิตมาก สวนทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อกลับชะลอตัว ส่งผลราคาไข่ไก่ปรับลดลงต่อเนื่อง ขอคนไทยกินไข่เพิ่ม หวังช่วยเกษตรกรอยู่รอด

นางพเยาว์ อริกุล นายกสมาคมการค้าผู้เลี้ยงไก่ไข่รายย่อยภาคกลาง เปิดเผยว่าผู้เลี้ยงไก่ไข่ในไทยยังคงเผชิญกับความท้าทายจากปัจจัยหลายด้าน โดยเฉพาะผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกที่ซบเซา ซึ่งส่งผลต่อราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่จะเพิ่มขึ้น รวมถึงต้นทุนพลังงานและแรงงานที่สูงขึ้นจากการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 400 บาทต่อวัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อเกษตรกรรายย่อยโดยตรง ขณะเดียวกัน ความต้องการบริโภคไข่ไก่ในประเทศลดลงตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว เหล่านี้ทำให้การผลิตไข่ไก่ในปี 2568 อาจได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนในห่วงโซ่อุปทาน

นางพเยาว์ อริกุล นายกสมาคมการค้าผู้เลี้ยงไก่ไข่รายย่อยภาคกลาง

นอกจากนี้ การแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดนกในภูมิภาคเอเชียและประเทศเพื่อนบ้าน ยังก่อให้เกิดความเสียหายต่อสัตว์ปีกในวงกว้าง ทั้งไก่เนื้อ ไก่ไข่ และสัตว์ปีกอื่นๆ หากไม่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ จะทำให้เกษตรกรต้องเผชิญกับค่าใช้จ่ายในการป้องกันโรคที่เพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม เครือข่ายสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ในประเทศไทยได้ประกาศลดราคาไข่คละหน้าฟาร์มลงอย่างต่อเนื่อง โดยในขณะนี้ราคาอยู่ที่ฟองละ 3.20 บาท ลดลงจากปี 2567 ที่ราคา 4 บาทต่อฟอง ถือเป็นการปรับราคาลงมากและเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้บริโภคในการเข้าถึงโปรตีนที่มีคุณภาพในราคาที่สมเหตุสมผล

“ราคาไข่ไก่ของไทยในขณะนี้ถูกที่สุดในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เวียดนามที่ฟองละประมาณ 4.50 บาท อินโดนีเซีย 5 บาท ฟิลิปปินส์ 5.50 บาท หรือแม้กระทั่งสหรัฐอเมริกาที่มีราคาแพงถึง 14 บาทจากปัญหาการระบาดของไข้หวัดนก ในขณะที่ราคาไข่ในไทยอยู่ที่เพียง 3.20 บาทเท่านั้น ซึ่งถือเป็นโอกาสดีสำหรับคนไทยในการบริโภคโปรตีนจากไข่ในราคาที่คุ้มค่าและถูกที่สุดในภูมิภาค” นางพเยาว์กล่าว

ทั้งนี้ ปัจจัยที่ทำให้ราคาไข่ไก่ปรับลดลงนั้นมีหลายปัจจัย เช่น การผลิตไข่ไก่ในช่วงต้นปีที่ผ่านมาซึ่งมีอากาศเย็นสบาย ทำให้แม่ไก่สามารถออกไข่ได้มากขึ้น รวมถึงช่วงปิดเทอมที่มีความต้องการไข่ไก่ลดลงตามการชะลอตัวของเศรษฐกิจในประเทศและโลก อย่างไรก็ตามในช่วงเดือนเมษายน ราคาไข่ไก่อาจมีโอกาสปรับขึ้นได้ เนื่องจากสภาพอากาศร้อนซึ่งส่งผลให้แม่ไก่ออกไข่น้อยลงและฟองเล็ก

นางพเยาว์ย้ำว่า ไข่ไก่เป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพสูงที่คนไทยสามารถเข้าถึงได้ง่ายและราคาเหมาะสมตามกลไกตลาด จึงขอให้ทั้งผู้บริโภคและภาครัฐเข้าใจปัจจัยต่าง ๆ ที่มีผลต่อการผลิตไข่ไก่ เพื่อให้เกษตรกรสามารถผลิตไข่ไก่ได้อย่างยั่งยืนและตอบสนองต่อความต้องการบริโภคที่เพิ่มขึ้นในอนาค

ประมงสมุทรปราการ ยืนยันปล่อยปลานักล่าเห็นผลจริง ปลาหมอคางดำแนวโน้มลดลง  

0

สำนักงานประมงจังหวัดสมุทรปราการยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่องในการจัดการปลาหมอคางดำและช่วยเหลือเกษตรกรเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในพื้นที่ ล่าสุดได้ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ และ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF จัดกิจกรรม “ลงแขกลงคลอง” เพื่อจับปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติที่ศูนย์ศึกษาธรรมชาติกองทัพบางปู ซึ่งเป็นครั้งที่ 2 ที่มีการจัดกิจกรรมในพื้นที่นี้ โดยผลการจับในครั้งนี้ พบว่า ปลาหมอคางดำที่จับได้มีขนาดเล็กลงและความหนาแน่นของจำนวนปลาลดลง สะท้อนถึงความสำเร็จในการปล่อยปลานักล่าที่ช่วยควบคุมประชากรปลาหมอคางดำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 
นายสมพร เกื้อสกุล ประมงจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมด้วย นายภัทรพงษ์ หมวกสกุล ผู้บัญชาการเรือนจำกลางสมุทรปราการ พันเอกธรณัฐ บำรุงกิจ ผู้อำนวยการสถานพักผ่อนกรมพลาธิการทหารบก  และ ตัวแทนจากซีพีเอฟ ที่ร่วมสนับสนุนอุปกรณ์จับสัตว์น้ำ และกากชา เพื่อใช้จับปลาหมอคางดำในครั้งนี้ โดยสามารถจับปลาหมอคางดำได้รวม 500 กิโลกรัม ซึ่งปลาที่จับได้ทั้งหมดจะมอบให้กรมราชทัณฑ์เพื่อนำไปใช้ทำอาหารให้กับเจ้าหน้าที่และผู้ต้องขัง

นอกจากนี้ ประมงจังหวัดได้ดำเนินการสุ่มจับปลากะพงขาว ซึ่งปล่อยลงในแหล่งน้ำเมื่อ 6 เดือนก่อน เพื่อทำหน้าที่เป็นปลานักล่าจัดการกับลูกปลาหมอคางดำ ผลการจับพบว่าท้องปลากะพงขาวมีลูกปลาหมอคางดำ แสดงให้เห็นว่า  ปลากะพง เป็นปลานักล่าที่มีประสิทธิภาพ ช่วยควบคุมประชากรปลาหมอคางดำได้อย่างชัดเจน

นายสมพร เกื้อสกุล ยังได้กล่าวเสริมว่า ประมงจังหวัดสมุทรปราการติดตามสถานการณ์ปลาหมอคางดำในจังหวัดอย่างต่อเนื่อง พบว่าปริมาณและขนาดของปลาหมอคางดำลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะนี้ประมงจังหวัดยังมุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจให้กับเกษตรกรที่เลี้ยงสัตว์น้ำแบบธรรมชาติ ปรับเปลี่ยนการดูดน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติ
ก่อนเข้าบ่อ เพื่อลดความเสี่ยงสิ่งแปลกปลอมเข้าๅสู่บ่อเลี้ยง ช่วยลดความเสียหายของผลผลิตได้อย่างมีประสิทธิผล

อย่างไรก็ตาม ประมงจังหวัดยังคงเปิดรับฟังปัญหาและร่วมหาแนวทางในการควบคุมและหยุดการแพร่หลายของปลาหมอคางดำในบ่อเพาะเลี้ยงของเกษตรกรอย่างจริงจัง.

กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งขอบคุณรัฐบาลใส่ใจแก้ปัญหา ยกระดับอุตสาหกรรมกุ้งทะเลไทย

0

ผู้เลี้ยงกุ้งใจชื้น ภาครัฐยกระดับการแก้ปัญหากุ้งทะเล  ป้องลักลอบนำเข้า พร้อมพัฒนาพันธุ์-การเลี้ยง ช่วยยกระดับ-พลิกฟื้นอุตสาหกรรมทั้งระบบอย่างเป็นรูปธรรม

นายเอกพจน์  ยอดพินิจ  นายกสมาคมกุ้งไทย เปิดเผยว่า กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งรู้สึกยินดี และขอขอบคุณรัฐบาลที่เห็นถึงความสำคัญของอุตสาหกรรมกุ้งทะเลไทย  จากมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 11 มีนาคม ที่ผ่านมา ที่ได้เห็นชอบในหลักการจัดทำโครงการเพื่อแก้ไขปัญหากุ้งทะเลของไทย  โดยมอบหมายให้กรมประมงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำโครงการเสนอขอใช้งบประมาณ  ต้องยอมรับว่าในช่วงที่ผ่านๆมา ปัญหาหลักของภาคการเลี้ยงกุ้งของไทย คือ ปัญหาโรคกุ้งที่ยังไม่สามารถแก้ไขได้อย่างเด็ดขาด  ขณะที่ราคาก็ตกต่ำ

เอกพจน์  ยอดพินิจ  นายกสมาคมกุ้งไทย

นายกสมาคมกุ้งไทย กล่าวว่า เกษตรกรได้ปรับตัวมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อควบคุมต้นทุนทั้งต้นทุนทางตรงและต้นทุนแฝง ที่เกิดจากความเสียหายจากโรค  รวมทั้งเพิ่มผลผลิต แต่ก็ยังไม่สามารถฟื้นตัวได้  มติครม.ล่าสุดนี้ ที่มีมาตรการป้องกันการลักลอบนำเข้ากุ้งทะเลจากต่างประเทศ ที่ยกระดับทั้งมาตรการควบคุมการนำเข้าที่เข้มงวดยิ่งขึ้น   และมาตรการแก้ไขปัญหากุ้งทะเลทั้งระบบ  นับเป็นการจุดประกายความหวังให้กับผู้เลี้ยงในการฟื้นอุตสาหกรรมกุ้งของไทย  หวังว่าจะมีการแก้ปัญหาโรค เพิ่มผลผลิต และพัฒนาทั้งพันธุ์และการเลี้ยง เพื่อช่วยสร้างความเข้มแข็งให้อุตสาหกรรมกุ้งทั้งระบบอย่างเป็นรูปธรรม

นายเอกพจน์ กล่าวด้วยความหวังว่า การดำเนินโครงการแก้ปัญหากุ้งทะเลของไทยของภาครัฐ จะช่วยสร้างความเข้มแข็ง และพลิกฟื้นให้อุตสาหกรรมกุ้ง  ให้กลับคืนเป็นอุตสาหกรรมอันดับหนึ่ง เหมือนเช่นที่เคยสร้างรายได้เข้าสู่ประเทศไทยเป็นมูลค่าถึงปีละมากกว่าแสนล้านบาท ด้วยผลผลิตสูงสุดเกือบ 6 แสนตัน เมื่อปี 2552  เพื่อกลับเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

ทั้งนี้ สถานการณ์กุ้งทะเลของไทยในปี 2567 ด้านการผลิต มีผลผลิตกุ้งทะเลจากการเพาะเลี้ยง มีปริมาณรวมทั้งสิ้น 270,000 ตัน แบ่งเป็น เป็นกุ้งขาวแวนนาไม 255,000 ตัน (ร้อยละ 94) และกุ้งกุลาดำ 15,000 ตัน (ร้อยละ 6)  ในส่วนการส่งออก ประเทศไทยส่งออกสินค้ากุ้งทะเลและผลิตภัณฑ์ (ไม่รวมล็อบสเตอร์) รวมทั้งสิ้น 130,070.70 ตัน มูลค่า 42,562.62 ล้านบาท แบ่งเป็น กุ้งขาวแวนนาไม 89,797.71 ตัน (ร้อยละ 69.04) กุ้งอื่น ๆ 29,132.76 ตัน (ร้อยละ 22.40) และกุ้งกุลาดำ 11,140.23 ตัน (ร้อยละ 8.56) โดย 5 ประเทศแรกที่ไทยมีการส่งออก ได้แก่ ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา จีน เกาหลีใต้ และไต้หวัน ตามลำดับ.

AIS PLAY ผนึก กกท. ยิงสด ‘ฉลามเยาวชลเกมส์’ กีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 40 ชวนส่งแรงใจเชียร์นักกีฬาไทยเต็มอิ่มทุกช่องทาง

0

AIS PLAY ร่วมกับ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ขับเคลื่อนวงการกีฬาไทย เตรียมถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 40 “ฉลามเยาวชลเกมส์” ในฐานะ Official Broadcaster ผู้ถ่ายทอดสดอย่างเป็นทางการ ให้คนไทยได้สัมผัสประสบการณ์รับชมคอนเทนต์กีฬาตัวจริงจากการกีฬาแห่งประเทศไทยในรูปแบบ FULL HD ชมสดมากที่สุดที่เดียวเท่านั้น จัดเต็มไฮไลท์และรีรัน พร้อมทีมนักพากย์มืออาชีพ ครอบคลุมการแข่งขัน 52 ชนิดกีฬา โดยสามารถรับชมฟรีทุกเครือข่ายผ่านช่อง T Sports 7HD ยิงสด 3 ช่อง บน AIS PLAY ทุกแพลตฟอร์ม ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม – 3 เมษายน 2568  

ดร. ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) กล่าวว่า “การถ่ายทอดสด ‘ฉลามเยาวชลเกมส์’ ในครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับการรับชมกีฬาของคนไทย ให้สามารถเข้าถึงคอนเทนต์กีฬาได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการสนับสนุนเยาวชนไทยในการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ซึ่งมีนักกีฬาเยาวชนจาก 77 จังหวัดทั่วประเทศเข้าร่วมมากกว่า 15,000 คน และแข่งขันใน 52 ชนิดกีฬา การทำงานร่วมกันในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มการเข้าถึงการรับชมกีฬาเท่านั้น แต่ยังเป็นการเสริมสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักกีฬาเยาวชนที่กำลังฝึกฝนและตั้งใจที่จะเป็นนักกีฬาในระดับสูงต่อไป จึงขอเชิญชวนแฟนกีฬาทั่วประเทศ ร่วมติดตามและส่งกำลังใจเชียร์นักกีฬาไทยในการแข่งขันครั้งนี้”

นางสาวรุ่งทิพย์ จารุศิริพิพัฒน์ หัวหน้าส่วนงาน AIS PLAY กล่าวว่า “AIS รู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 40 ‘ฉลามเยาวชลเกมส์’ ให้คนไทยได้รับชมการแข่งขัน ผ่าน AIS PLAY อย่างเต็มอิ่ม เราขอขอบคุณ กกท. ที่ให้ความไว้วางใจและร่วมมือกันในการมอบประสบการณ์การรับชมกีฬาที่ดีที่สุดให้กับแฟนกีฬาไทย นอกจากนี้ เพื่อย้ำความมุ่งมั่นในการเป็นศูนย์กลางถ่ายทอดสดคอนเทนต์กีฬาคุณภาพสำหรับคนไทยทุกคนอย่างแท้จริง AIS ยังได้เตรียมถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬาอาวุโสแห่งชาติ ครั้งที่ 7 ‘ข้าวหลามเกมส์’ ที่กำลังจะมาถึงอีกด้วย”

ร่วมส่งแรงเชียร์เยาวชนไทยในการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 40 “ฉลามเยาวชลเกมส์” รับชมสดฟรีทุกเครือข่าย พร้อมไฮไลท์และรีรัน ผ่านช่อง T Sports 7HD จัดเต็ม 3 ช่อง บน AIS PLAY ทุกแพลตฟอร์ม ทั้งแอปพลิเคชัน AIS PLAY, กล่อง AIS PLAYBOX, Website https://aisplay.ais.co.th/portal, Smart TV, Apple และ 3BB GIGATV  

ปลาหมอคางดำ 4n อีกหนึ่ง “อาวุธ” สำคัญของกรมประมง พลิกวิกฤต เพิ่มโอกาสสร้างรายได้ให้เกษตรกร- ฟื้นฟูระบบนิเวศ

0

สถานการณ์ปลาหมอคางดำพบความชุกชุมลดลง จำนวนจังหวัดที่พบการแพร่ระบาดเหลือเพียง 16 จังหวัดจากเดิม 19 จังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดพัทลุงเป็นพื้นที่ไม่พบปลาชนิดนี้ ด้วยพัทลุงเป็นพื้นที่มีความสำคัญทำหน้าที่เป็นพื้นที่กันชนให้กับทะเลสาบสงขลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง ได้ย้ำถึงความมุ่งมั่นในการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน ชุมชน และเกษตรกร ในการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ โดยได้ดำเนินการตาม 7 มาตรการสำคัญอย่างต่อเนื่อง จนถึงวันนี้ กรมประมงสามารถจับปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำได้ถึง 35,000 ตัน ส่งผลให้หลายพื้นที่มีการลดลงของประชากรปลาหมอคางดำ และไม่หยุดหาแนวทางใหม่ๆ ในการจัดการปลาชนิดนี้ เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศ นำความหลากหลายทางชีวภาพกลับมาให้กับแหล่งน้ำอย่างยั่งยืน รวมถึง พลิกวิกฤต สร้างโอกาสสร้างเงินให้เกษตรกรและชุมชน

ขณะเดียวกัน กรมประมงยังเร่งดำเนินการ “โครงการวิจัยการเหนี่ยวนำชุดโครโมโซม 4n ในปลาหมอคางดำ” เพื่อให้ปลา 4n ลงไปผสมพันธุ์กับปลาหมอคางดำ 2n ออกลูกเป็นปลา 3n ที่เป็นหมัน ซึ่งช่วยควบคุมประชากรปลาหมอคางดำในระยะยาว ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาทดลองที่ ศูนย์วิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำเพชรบุรี เพื่อยืนยันว่า ปลา 4n ได้ผล สามารถผสมพันธุ์กับปลา 2n แล้วเป็นปลา 3n เพราะปลา 3n เป็นปลาที่มีความผิดปกติทางโครโมโซม หรือเป็นหมัน หากผลการศึกษาเป็นไปตามที่กรมประมงตั้งเป้าหมายที่จะขยายจำนวนปลาหมอคางดำ 4n ให้มากขึ้นเมื่อการทดลองสำเร็จ เพื่อเป็น “อาวุธสำคัญ” ที่กรมประมงใช้ควบคุมประชากรปลาหมอคางดำและสร้างความยั่งยืนให้กับระบบนิเวศของไทย

นอกจาก ปลา 4n การจัดการปลาหมอคางดำที่ประสบผลสำเร็จ เนื่องจากปลาหมอคางดำเป็นปลาที่ทานได้ และจากการบูรณาการกับหน่วยงานภาครัฐต่างๆ อาทิ กองทัพบก กองทัพเรือ และกรมราชทัณฑ์ รวมถึงการมีส่วนร่วมของชุมชนและเกษตรกร ซึ่งได้ดัดแปลงวิธีการจัดการที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ ส่งผลให้สามารถควบคุมปลาหมอคางดำได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับวิธีการที่น่าสนใจ ได้แก่ การส่งเสริมการบริโภคปลา ด้วยคนไทยมีความคิดสร้างสรรค์ นำปลาหมอคางดำมารังสรรค์เมนูใหม่ๆ ที่หลากหลาย ทั้งอาหารคาว ขนมทานเล่น ของหวาน และเครื่องดื่ม เช่น ข้าวเกรียบ น้ำยาขนมจีน ไส้อั่ว น้ำพริก ปลาร้า ปลาส้ม เมื่อปีที่ผ่านมา มีการประกวดค้นหาสุดยอดเมนูปลาหมอคางดำที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งช่วยสร้างความมั่นใจให้ทุกคนเห็นว่าปลาหมอคางดำสามารถรับประทานได้ ทำได้หลายเมนู และบางสินค้ากลายเป็นเมนูเอกลักษณ์ของจังหวัดได้อีกด้วย

อย่างกรมประมง ร่วมมือ กรมราชทัณฑ์ ริเริ่มโครงการแปรรูปปลาหมอคางดำเป็นสินค้าอาหาร เริ่มจากการนำปลาหมอคางดำที่จับได้ใช้เป็นวัตถุดิบปรุงอาหารเลี้ยงเจ้าหน้าที่และผู้ต้องขัง นำปลาหมอคางดำมาสับเป็นเหยื่อเลี้ยงปู เลี้ยงปลา ตลอดจน ร่วมมือกับเกษตรกรผู้คิดค้นสูตรน้ำปลาจากปลาหมอคางดำ ตรา ชาววัง มาช่วยถ่ายทอดทักษะในการผลิตน้ำปลาหมอคางดำให้กับผู้ต้องขัง ซึ่งคาดว่าจะมีผลิตภัณฑ์น้ำปลาแบรนด์ต่างๆ ออกสู่ตลาด อย่าง “หับเผยแม่กลอง” ของเรือนจำสมุทรสงคราม “หับเผยเขากลิ้ง” ของเรือนจำเพชรบุรี และ “หับเผยสมุทรสาคร” เพราะน้ำปลาเป็นเครื่องปรุงที่สำคัญในแต่ละครัวเรือน

อีกหนึ่งวิธีที่สามารถขจัดปลาหมอคางดำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำได้เร็ว และสามารถจับปลาได้ครั้งละมากๆ คือ การจับขึ้นมาทำปลาป่น โดยร่วมมือกับภาคเอกชนและโรงงานปลาป่น รับซื้อปลาหมอคางดำมาผลิตเป็นปลาป่นใช้เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ วิธีการหมักเป็นน้ำหมักชีวภาพให้เกษตรกร ซึ่งช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของพืชและเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร โดยเกษตรกรยังสามารถใช้ปลาหมอคางดำเป็นเหยื่อในการเลี้ยงปูและปลากะพง ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านอาหาร นอกจากพืชแล้ว โครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดจันทบุรี ยังนำปลาหมอคางดำหมักเป็นจุลินทรีย์หมักปลาหมอคางดำนำไปใช้คลุกผสมอาหารให้กุ้งกิน มีคุณสมบัติเป็นโพรไบโอติกช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับสัตว์น้ำ ช่วยลดต้นทุนของเกษตรกรได้อีกด้วย.

เมืองไทยประกันชีวิตปลื้ม คว้า 3 รางวัล จาก Future Trends Awards 2025 ตอกย้ำความเป็นผู้นำในธุรกิจและนายจ้างที่ดึงดูดคนรุ่นใหม่

0

บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) คว้ารางวัลเกียรติยศจากงาน Future Trends Awards 2025 ภายใต้แนวคิด Knowing the Future, Be the Winners of Tomorrow เวทีสำคัญของการมอบรางวัลเพื่อยกย่องบุคคลและองค์กรที่โดดเด่นในการนำเทรนด์และนวัตกรรมมาใช้อย่างสร้างสรรค์ เป็นประโยชน์ สร้างคุณค่าต่อการพัฒนาของทุกภาคส่วน พร้อมเป็นต้นแบบและเป็นแรงบันดาลใจในการขับเคลื่อนการเติบโตของวันนี้และอนาคตอย่างยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งด้านคุณภาพชีวิต สังคม เศรษฐกิจ เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม โดยสามารถคว้ารางวัลสำคัญถึง 3 ประเภท ได้แก่

1. รางวัล Leader of Business มอบให้แก่นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้รับต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เป็นเครื่องยืนยันถึงบทบาทของผู้นำที่สามารถขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้าอย่างแข็งแกร่ง ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ โดยอาศัยกลยุทธ์การเติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งรวมถึงการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรม มาปรับใช้ในทุกกระบวนการของการดำเนินงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างโอกาสใหม่ให้กับบริษัทฯ นอกจากนี้ รางวัลนี้ยังสะท้อนถึงแนวทางการบริหารที่คำนึงถึง ความคุ้มค่าและประสบการณ์ที่ดีของลูกค้า ควบคู่ไปกับการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมในวงกว้าง ผ่านโครงการต่างที่ส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการเป็นองค์กรที่เติบโตอย่างยั่งยืน

2. รางวัล Leader of Leader มอบให้แก่ นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ซึ่งได้รับต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ถือเป็นรางวัลที่แสดงถึง วิสัยทัศน์และภาวะผู้นำ ที่ได้รับการยอมรับในระดับสูงสุด ตอกย้ำถึงศักยภาพในการบริหารจัดการองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ รางวัลนี้สะท้อนถึงบทบาทในการ สร้างความร่วมมือระหว่างพันธมิตรทางธุรกิจ (Strategic Partnerships) เพื่อเสริมสร้างศักยภาพขององค์กรให้สามารถแข่งขันและเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งในระดับสากล นอกจากนี้ ยังแสดงถึงความสามารถในการ เป็นแรงบันดาลใจ ให้กับบุคลากรในทุกระดับขององค์กร กระตุ้นให้เกิดการพัฒนาศักยภาพและส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่เน้นความเป็นผู้นำนวัตกรรม ตลอดจนการทำงานร่วมกันเพื่อความสำเร็จของธุรกิจ โดยรางวัลนี้เป็นข้อพิสูจน์ถึงบทบาทในฐานะผู้นำที่ไม่เพียงแต่สร้างความสำเร็จให้กับบริษัทฯ เพียงอย่างเดียวแต่ยังช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมประกันชีวิตให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน

3. รางวัล The Most Attractive Employer (Student 18-22 Years Old) เป็นเครื่องยืนยันถึงความสำเร็จของเมืองไทยประกันชีวิตในการดึงดูดและสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มนักศึกษาที่กำลังเตรียมตัวก้าวสู่ตลาดแรงงาน สะท้อนให้เห็นถึง วัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้าง ทันสมัย และส่งเสริมการเรียนรู้ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้บริษัทฯ เป็นที่ต้องการของคนรุ่นใหม่ บริษัทฯ มุ่งมั่นในการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เอื้อต่อการพัฒนา เช่น การทำงานข้ามสายงาน (Cross-Functional Team) การหมุนเวียนเพื่อเรียนรู้งานอื่น ๆ (Internal Rotation) และ กิจกรรมเสริมสร้างทักษะเพื่อให้พนักงานได้มีโอกาสเรียนรู้อย่างมืออาชีพและเติบโตไปพร้อมกับองค์กร โดยมุ่งเน้นความสมดุลในชีวิตและการทำงาน รวมถึงการทำงานแบบยืดหยุ่น เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการโอกาสทางอาชีพและคุณภาพชีวิตที่ดี

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีโครงการ “Young MTL Internship” ซึ่งเป็นโครงการนักศึกษาฝึกงานที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้สัมผัสเเละรับประสบการณ์จากการฝึกงานที่ได้คิดและลงมือทำจริง เพื่อเตรียมความพร้อม สำหรับการทำงาน รวมถึงยังมีโอกาสร่วมงานกับบริษัทฯ ในอนาคตอีกด้วย

สำหรับการได้รับรางวัลทั้ง 3 ประเภทนี้ เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการพัฒนาองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการสร้างแรงบันดาลใจให้แก่บุคลากรและผู้นำรุ่นใหม่ บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมและสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี เพื่อส่งเสริมศักยภาพของพนักงานและสร้างอนาคตที่มั่นคงให้กับทุกภาคส่วนต่อไป บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรบุคคลผ่านการเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่งและเปิดโอกาสให้พนักงานได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมให้สูงขึ้นอีกทั้งยังขยายความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโตของทุกฝ่ายอย่างสมดุลและยั่งยืน