Home Blog Page 108

แนะม.ป้องกันและดูแลปศุสัตว์ช่วงน้ำท่วม พร้อมวิธีบริโภคเนื้อสัตว์ให้ปลอดภัย

0

สัตวแพทย์ แนะนำ วิธีการดูแลและป้องกันโรคในสัตว์ช่วงภาวะน้ำท่วม พร้อมย้ำวิธีการบริโภคเนื้อสัตว์อย่างปลอดภัย ควรเลือกซื้อจากแหล่งจำหน่ายที่มีการรับรองและต้องปรุงสุกก่อนการบริโภคทุกครั้ง

รศ.น.สพ.ดร. มานะกร สุขมาก ผู้อำนวยการศูนย์ชันสูตรโรคสัตว์ กำแพงแสน คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า ในสถานการณ์ฝนตกหนักหรือน้ำท่วม ปัญหาหลักที่พบ คือ สัตว์มีภาวะเครียด เพราะอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไป เมื่อสัตว์เกิดความเครียด ภูมิคุ้มกันจะลดลง ทำให้สัตว์อ่อนแอเจ็บป่วยเป็นโรคได้ง่าย หรืออาจเกิดการติดเชื้อได้ ถ้าสัตว์ตัวไหนมีโรคอยู่แล้ว อาจทำให้แพร่เชื้อได้ง่ายกว่าปกติ ฉะนั้น ควรขนย้ายสัตว์ไปยังพื้นที่แห้งและอากาศถ่ายเทสะดวก เพื่อลดความเครียดของสัตว์ให้ได้มากที่สุดและต้องเฝ้าระวังอาการของสัตว์ หากมีอาการผิดปกติ ให้รีบแจ้งสัตวแพทย์ เพราะอาจจะมีความจำเป็นที่จะต้องให้รักษา เช่น การให้ยาปฏิชีวนะ

รศ.น.สพ.ดร. มานะกร สุขมาก

นอกจากนี้ สัตว์ที่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วม ในคอกเลี้ยงหรือสถานที่เลี้ยงที่มีน้ำขังนานๆ มักจะมีปัญหาเรื่องผิวหนัง กีบและเต้านมอักเสบ ส่วนโรคที่มากับน้ำและต้องเฝ้าระวังเป็นอย่างมาก คือ โรคฉี่หนู เพราะติดต่อได้ทั้งคนและสัตว์ เป็นโรคที่ค่อนข้างอันตรายและมีอาการรุนแรง โดยเกิดจาก แบคทีเรีย เลปโตสไปโรซิส (Leptospirosis, Weil Disease) ซึ่งปนเปื้อนมากับน้ำ ถ้าคนหรือสัตว์มีบาดแผลแล้วเดินลุยน้ำที่มีเชื้อโรคอยู่ เชื้อโรคก็จะผ่านเข้าทางบาดแผลได้ หรือกระเด็นเข้าตามเยื่อบุต่าง ๆ เช่น ตา จมูก หรือ ปาก โดยโรคนี้อาการ คือ มีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดตามกล้ามเนื้อ อาเจียน บางรายถึงขั้นเสียชีวิต

ขณะเดียวกันในช่วงภาวะน้ำท่วม สภาพอากาศในคอกเลี้ยงสัตว์ถ่ายเทได้ไม่สะดวก เกิดการสะสมของสารบางอย่างที่ควรจะพัดออกไปตามธรรมชาติ ทำให้เสี่ยงต่อการที่สัตว์จะติดโรคในระบบทางเดินหายใจ เช่น โรคในสุกร อาทิ หวัดหมู ส่วนในวัว อาทิ โรคปอดบวม

อีกปัญหาที่มักจะตามมาหลังน้ำท่วม คือ สัตว์พาหะนำโรคต่างๆ เช่น แมลงพาหะ ยุง เหลือบ ไร โดยแมลงเหล่านี้จะมาเวลาที่มีน้ำท่วมขัง รวมไปถึงสัตว์พาหะอื่นๆ ที่หนีน้ำมา เช่น หนู ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญในโรคระบาดหลายๆโรค เช่น ไข้สามวันในวัว ลัมปี สกิน หรือโรคที่มากับแมลงและยุง อย่าง พยาธิเม็ดเลือด ส่วนในสุกร เช่น โรคอหิวาต์สุกร โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) ซึ่งมากับแมลงได้เช่นกัน สำหรับโรคในสัตว์ปีก ที่มากับยุง เช่น โรคมาลาเรีย พยาธิเม็ดเลือดอื่นๆ ส่วนที่มากับหนู คือพวกแบคทีเรีย อย่าง ซัลโมเนลลา หรือ อีโคไล ที่สามารถปนเปื้อนเข้ามาในโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ปีกได้เช่นกัน

นอกจากนี้ ยังมีโรคบางชนิด ที่อาจติดไปพร้อมกับการขนย้ายสัตว์ออกจากพื้นที่หนึ่งไปยังพื้นที่หนึ่ง เมื่อเกิดน้ำท่วม โดยโรคที่สำคัญและมักไปกับการขนย้ายฝูงปศุสัตว์ เช่น โรคปากและเท้าเปื่อยในวัวหรือในสุกร ฉะนั้น การขนย้ายสัตว์ไปสู่พื้นที่ใหม่ หากไม่มีระบบป้องกันโรค ไม่มีระบบพักสัตว์ หรือการเฝ้าระวังที่ดี ก็อาจทำให้แพร่เชื้อโรคจากพื้นที่หนึ่งไปสู่อีกพื้นที่หนึ่งได้โดยที่ไม่ได้ตั้งใจ

ขณะที่โรคอื่นๆ ในสุกร ที่ควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ อหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) เนื่องด้วยโรคนี้มีความทนทานในสิ่งแวดล้อมสูงเมื่อเทียบกับโรคอื่น จึงมีความเสี่ยงสูงมากกว่าโรคอื่นๆ กรณีที่มีสุกรป่วย สุกรตาย หรือมีเชื้อโรคและสิ่งปนเปื้อนอยู่ในน้ำ แล้วพัดไปตามพื้นที่อื่นๆ ที่ยังไม่ได้รับผลกระทบจากโรคนี้ ฟาร์มต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ

สำหรับมาตรการป้องกันและรักษาโรค หากเป็นโรคที่มีวัคซีนในการควบคุมป้องกันโรค แนะนำว่าควรฉีดวัคซีนให้สัตว์เพื่อป้องกันการเกิดโรค หรือเพื่อลดความรุนแรงจากการเกิดโรค ถ้าอยู่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต้องพยายามอย่าให้คอกสัตว์มีน้ำขัง ให้สัตว์อยู่ในที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก ส่วนมากสัตว์ที่อยู่ในระบบฟาร์มขนาดใหญ่หรือขนาดกลาง จะมีระบบไบโอซีเคียวริตี้ ซึ่งเป็นระบบป้องกันโรคที่ได้มาตรฐานอยู่แล้ว

ส่วนเกษตรกรรายย่อย แนะนำเน้นมาตรการป้องกันและกำจัดสัตว์พาหะ แมลงพาหะ มาตรการที่ต้องทำเพิ่ม อาทิ กางมุ้ง แต่อากาศยังคงต้องสามารถถ่ายเทได้ดี และพ่นยากำจัดแมลง หรือลงทุนเพิ่มการใช้น้ำยาฆ่าเชื้อ เพื่อลดโอกาสในการนำเชื้อเข้าฟาร์ม รวมถึงการวางกับดักหนู เพื่อไม่ให้เข้ามายังฟาร์มได้

ที่สำคัญหากพบว่า มีสัตว์ป่วย หรือตายผิดปกติ ให้รีบแจ้งหรือปรึกษาสัตวแพทย์ในพื้นที่ทันที เพราะการตายผิดปกติต้องแจ้งสัตวแพทย์สืบประวัติว่าตายด้วยโรคระบาดประเภทไหน เพราะมีวิธีการทำลายที่แตกต่างกันไป ซึ่งบางโรคที่รุนแรงมากๆ จะต้องมีกระบวนการใส่น้ำยาฆ่าเชื้อเยอะกว่าปกติ

รศ.น.สพ.ดร. มานะกร กล่าวย้ำว่า การบริโภคเนื้อสัตว์ควรตระหนักถึงความปลอดภัย โดยหลักการทั่วไป สัตว์ป่วยหรือตายผิดปกติไม่ควรนำมาบริโภค ส่วนการเลือกซื้อให้เลือกเนื้อสัตว์ที่มีคุณภาพ มีการรับรองความปลอดภัย เลือกซื้อจากสถานที่จำหน่ายที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากกรมปศุสัตว์ ซึ่งสังเกตได้จากตราสัญลักษณ์ “ปศุสัตว์ OK” และที่สำคัญต้องปรุงสุกก่อนการบริโภคทุกครั้ง.

AIS ประกาศพลังต่อสู้คอร์รัปชัน ตอกย้ำการเป็นองค์กรโปร่งใส ต่อต้านทุจริต

0

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เนื่องในวันต่อต้านคอร์รัปชัน ปี 2567 เอไอเอสในฐานะผู้นำตลาดของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทย ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการรวมพลังต่อต้านคอร์รัปชัน แสดงจุดยืนองค์กรโปร่งใส พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนสังคมผ่านการทำงานขององค์กร ตามหลักธรรมาภิบาล สอดคล้องกับแนวคิดขององค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) โดยต่อจากนี้ไปจะได้หยิบแนวคิด “โกง…แบบโปร่งใส ESG…G เหมือนมีแต่มองไม่เห็น” มาเป็นแนวทางหลักของกิจกรรม เพื่อสร้างจิตสำนึกที่ดีในการต่อต้านคอร์รัปชันและส่งต่อไปยังผู้มีส่วนได้เสียกับองค์กร ทั้งลูกค้า พันธมิตร สังคม และประเทศชาติ อย่างต่อเนื่อง

นางสาวกานติมา เลอเลิศยุติธรรม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคล กลุ่มบริษัทเอไอเอส กล่าวว่า “วันนี้ชาวเอไอเอส ทั้งผู้บริหารและพนักงาน ขอประกาศรวมพลังเนื่องในวันต่อต้านคอร์รัปชัน 2567 ที่เราได้มีการนำขั้นตอนและหลักการสำคัญของแนวปฏิบัติจากนโยบายต่อต้านการให้หรือรับสินบนและการคอร์รัปชันไปปฏิบัติอย่างครอบคลุมกระบวนการดําเนินงานต่างๆอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ผ่านกิจกรรมรณรงค์เพื่อสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดีในกลุ่มบุคลากรเอไอเอสทั่วประเทศ ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคให้มีส่วนร่วมในการสร้างองค์กรให้โปร่งใส ในหลากหลายรูปแบบ อีกทั้งให้ความสำคัญกับการพัฒนา Digital Solutions ที่จะมาเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการเพื่อต่อต้านการคอร์รัปชันอย่างสร้างสรรค์ต่อไป”

เมืองไทยประกันชีวิต อัดฉีดเงินพิเศษ 2.3 ล. มอบให้นักกีฬาไทยคว้าชัยโอลิมปิก 2024

0

เมืองไทยประกันชีวิตร่วมแสดงความยินดีกับนักกีฬาสมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทย และสมาคมยกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ที่ได้เข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิก 2024 พร้อมมอบเงินสนับสนุนพิเศษเพื่อเสริมสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่สมาคมและนักกีฬา รวม 2.3 ล้านบาท

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)กล่าวว่า “บริษัทขอร่วมแสดงความยินดีกับนักกีฬาทุกท่าน ที่ผ่านการคัดเลือกและได้รับโอกาสเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2024 นี้ ซึ่งเป็นเวทีการแข่งขันกีฬาที่มีเกียรติและยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก การที่นักกีฬาเหล่านี้สามารถผ่านการคัดเลือกได้นั้น ไม่เพียงแต่แสดงถึงความสามารถและความทุ่มเทแรงกายแรงใจอย่างเต็มประสิทธิภาพ แต่ยังเป็นการยืนยันถึงศักยภาพและความมุ่งมั่นของคนไทยที่สามารถก้าวไปสู่ระดับโลกได้อย่างภาคภูมิใจ”
นายสาระ กล่าวเพิ่มเติมว่า “นักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขันทุกท่าน ถือเป็นตัวแทนของคนไทย ทั้งประเทศ ทุกครั้งที่พวกเขาลงสนามแข่งขัน เราทุกคนต่างรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกัน และขอชื่นชมในความพยายามและการเตรียมตัวของนักกีฬาทุกท่าน เราเชื่อว่าทุกท่านได้ทำหน้าที่ของตนเองอย่างดีที่สุด และเมืองไทยประกันชีวิตรู้สึกภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการสนับสนุนความสำเร็จนี้”

นอกจากนี้ นายสาระยังได้กล่าวถึงบทบาทของบริษัทในการสนับสนุนกีฬาไทย โดยเน้นย้ำว่าการสนับสนุนครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจของเมืองไทยประกันชีวิต ในการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของคนไทยให้สามารถก้าวไปสู่ระดับสากล เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนและนักกีฬารุ่นใหม่ให้เห็นว่า ความฝันและความพยายามสามารถนำไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ได้ ทั้งนี้บริษัทยังคงมุ่งมั่นที่จะเป็นองค์กรที่ให้การสนับสนุนในด้านสังคม การกีฬา และด้านอื่นเพื่อตอบแทนสิ่งดีคืนสู่สังคมตามพันธกิจในการส่งมอบความสุขและรอยยิ้มให้แก่สังคมผ่านกิจกรรมเพื่อสังคมและมุ่งมั่นในการเป็นบริษัทที่ลูกค้าให้ความวางใจ มุ่งมั่นเป็นคู่คิดที่ลูกค้าวางใจผ่านนวัตกรรม เพื่อตอบสนองทุกความต้องการ ด้วยการทำงานที่มีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ตลอดจนคำนึงถึงความสุขและประสบการณ์ที่ดีของลูกค้าเป็นเรื่องสำคัญ

สำหรับการสนับสนุนด้านการกีฬาของเมืองไทยประกันชีวิตที่ผ่านมา บริษัทได้ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนในระยะยาว โดยบริษัทได้เริ่มต้นให้การสนับสนุนสมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2551 โดยให้ความคุ้มครองในด้านชีวิตและสุขภาพของนักกีฬา ซึ่งการสนับสนุนนี้ได้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 17 ปี และยังคงเดินหน้าต่อไปในการสนับสนุนสมาคมในอนาคต ซึ่งการสนับสนุนกรมธรรม์ประกันชีวิตและสุขภาพกลุ่มนี้จะครอบคลุมค่ารักษาพยาบาล และค่าประกันอุบัติเหตุ ทุกครั้งที่ได้รับบาดเจ็บจากการฝึกซ้อมและเข้ารักษาตัวเป็นผู้ป่วยในโรงพยาบาล ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญสำหรับกีฬาประเภทต่อสู้

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้สนับสนุนสมาคมยกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย โดยเริ่มตั้งแต่ปี 2554 ถึงปี 2563 และในปี 2567 ซึ่งการสนับสนุนดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อให้ความคุ้มครองชีวิตและสุขภาพของนักกีฬายกน้ำหนักไทย เพื่อให้พวกเขาสามารถเตรียมตัวและแข่งขันได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องสุขภาพ
ในโอกาสนี้ บริษัทขอมอบเงินสนับสนุนพิเศษ ให้แก่สมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทย เป็นจำนวนเงิน 500,000 บาท โดยมีนายธนฑิตย์ รักตะบุตร เลขาธิการสมาคมกีฬาเทควันโด แห่งประเทศไทย เป็นผู้รับมอบ และสมาคมยกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย จำนวน 500,000 บาท โดยมี พลเอก วิสุทธิ์ เดชสกุล เลขาธิการสมาคมยกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย และนางสาวดวงอักษร ใจดี นักกีฬายกน้ำหนักทีมชาติไทย เป็นผู้รับมอบ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้แก่นักกีฬาทุกท่านของสมาคมและใช้ในกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อประโยชน์ของสมาคม และนอกจากนี้ยังมอบเงินสนันสนุนพิเศษ ให้แก่

  1. นางสาวพาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ (เทนนิส) นักกีฬาเหรียญทองเทควันโด รุ่น 49 กิโลกรัม หญิง เป็นจำนวนเงิน 500,000 บาท
  2. นายธีรพงศ์ ศิลาชัย (ฟ่าง) นักกีฬาเหรียญเงิน ยกน้ำหนักชายรุ่น 61 กิโลกรัม จำนวนเงิน 300,000 บาท
  3. นายวีรพล วิชุมา (เวฟ) นักกีฬาเหรียญเงิน ยกน้ำหนักชายรุ่น 73 กิโลกรัม จำนวนเงิน 300,000 บาท
  4. นางสาวสุรจนา คำเบ้า (ออย) นักกีฬาเหรียญทองแดง ยกน้ำหนักหญิงรุ่น 49 กิโลกรัม จำนวนเงิน 200,000 บาท
    ซึ่งรวมมูลค่าการสนับสนุนพิเศษ เป็นจำนวนเงิน 2.3 ล้านบาท

“การมอบเงินสนับสนุนพิเศษในครั้งนี้ บริษัทตั้งใจที่จะเป็นแรงผลักดันและแรงสนับสนุนให้กับนักกีฬาไทย เพื่อให้สามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมและสร้างความภาคภูมิใจให้กับประเทศไทย และบริษัทยังมุ่งส่งเสริมและสนับสนุนการกีฬาในระดับประเทศและนานาชาติต่อไป เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนและนักกีฬามืออาชีพได้มีโอกาสพัฒนาศักยภาพของตนเอง และก้าวสู่ความสำเร็จในเวทีระดับโลกอย่างมั่นคงต่อไปในอนาคต” นายสาระกล่าวสรุป

เมืองไทยประกันชีวิต ผนึกกำลังพันธมิตรบัตรเครดิตชั้นนำ จัดแคมเปญ “ผ่อนชิล รับเงินคืนฉ่ำ ๆ”

0

เมืองไทยประกันชีวิต ผนึกกำลังพันธมิตรบัตรเครดิตชั้นนำ จัดแคมเปญ ผ่อนชิล รับเงินคืนฉ่ำ ๆ โปรโมชันผ่อนค่าเบี้ยสบาย ๆ 0% หรือรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 13% กับบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ ตอบโจทย์ความต้องการ และเพิ่มความสะดวกแก่ลูกค้าในการชำระเบี้ยประกันภัย

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เมืองไทยประกันชีวิต ยังคงเดินหน้าส่งมอบความสุขและรอยยิ้มที่ยั่งยืนให้กับลูกค้าอย่าง ไม่หยุดยั้งผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ นวัตกรรม และเครือข่ายพันธมิตรที่ครอบคลุมทุกรูปแบบการใช้ชีวิต ล่าสุด บริษัทฯ ได้ผนึกกำลังพันธมิตรบัตรเครดิตชั้นนำ ประกอบด้วย บัตรเครดิตกสิกรไทย บัตรเครดิตเครือกรุงศรีคอนซูมเมอร์ บัตรเครดิตยูโอบี และบัตรเครดิต KTC จัดโปรโมชันสุดพิเศษ เพื่อตอบโจทย์และอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าที่ต้องการชำระค่าเบี้ยประกันภัยผ่านบัตรเครดิตให้สะดวกสบายและปลอดภัยในการทำธุรกรรมการเงิน โดยมีโปรโมชันให้เลือก ดังนี้

โปรโมชันผ่อนชิล ผ่อน 0% นาน 6 เดือน สำหรับลูกค้าที่ซื้อกรมธรรม์ใหม่ และชำระค่าเบี้ยประกันภัยด้วยบัตรเครดิตแบบรายปีเท่านั้น ยอดชำระเบี้ยประกันภัยรวมตั้งแต่ 30,000 บาทขึ้นไป/กรมธรรม์/เซลล์สลิปผ่านบัตรเครดิตกสิกรไทย บัตรเครดิตเครือกรุงศรีคอนซูมเมอร์ทุกประเภท หรือบัตรเครดิตยูโอบี โปรโมชันผ่อน 0% นาน 4 เดือน สำหรับลูกค้าที่ซื้อกรมธรรม์ใหม่ชำระค่าเบี้ยประกันภัยด้วยบัตรเครดิตแบบรายปีเท่านั้น ยอดชำระเบี้ยประกันภัยรวมตั้งแต่ 20,000 บาทขึ้นไป/กรมธรรม์/เซลล์ สลิป ผ่านบัตรเครดิตกสิกรไทย หรือบัตรเครดิตเครือกรุงศรีคอนซูมเมอร์ทุกประเภท หรือโปรโมชันผ่อนสั้น ๆ 0% นาน 3 เดือน สำหรับลูกค้าที่ซื้อกรมธรรม์ใหม่และชำระด้วยบัตรเครดิตแบบรายปีเท่านั้น ยอดชำระเบี้ยประกันภัยรวมตั้งแต่ 10,000 บาทขึ้นไป/กรมธรรม์/เซลล์สลิปผ่านบัตรเครดิตกสิกรไทย บัตรเครดิตเครือ กรุงศรีคอนซูมเมอร์ทุกประเภท บัตรเครดิตยูโอบี และบัตรเครดิต KTC ที่มียอดชำระเบี้ยประกันภัย 10,000 บาทขึ้นไปต่อกรมธรรม์และต่อเซลส์สลิป

ทั้งนี้จะต้องเป็นแบบประกันภัยที่สามารถชำระเบี้ยประกันภัยด้วยบัตรเครดิตได้ ยกเว้นแบบประกันชีวิตชำระเบี้ยประกันภัยครั้งเดียว หรือชำระเบี้ยประกันภัยต่ำกว่า 5 ปี, แบบประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA), แบบประกันชีวิตควบการลงทุนทั้งแบบยูนิต ลิงค์ (Unit-Linked) และแบบยูนิเวอร์แซลไลฟ์ (Universal Life) การชำระเบี้ยประกันภัยนั้นต้องเป็นเบี้ยประกันภัยปีแรกและชำระแบบรายปี โดยแนบสัญญาเพิ่มเติมสุขภาพหรือโรคร้ายแรงแบบใดก็ได้ รวมถึงกรมธรรม์แบบบำนาญสามารถชำระเบี้ยประกันภัยด้วยบัตรเครดิตได้ โดยไม่จำเป็นต้องแนบสัญญาเพิ่มเติมสุขภาพและโรคร้ายแรง สำหรับการซื้อประกันภัยใหม่ในทุกช่องทางการขายของบริษัท ยกเว้น การขายผ่านธนาคารกสิกรไทย โปรดตรวจสอบ โปรโมชันการชำระผ่านบัตรเครดิตเพิ่มเติมที่สาขาธนาคารกสิกรไทยทั่วประเทศ

สิทธิพิเศษ…สำหรับลูกค้าที่ซื้อกรมธรรม์ใหม่ แบบยูนิเวอร์แซลไลฟ์ (Universal Life) รับสิทธิผ่อนชำระ 0% นาน 6 เดือน เมื่อเลือกชำระด้วยบัตรเครดิตแบบรายปี ผ่านบัตรเครดิตกสิกรไทย และมียอดชำระเบี้ยประกันภัยรวมตั้งแต่ 40,000 บาทขึ้นไป (เบี้ยประกันภัยหลักรวมเงินออมเพิ่มเติม) ต่อกรมธรรม์และต่อเซลล์สลิป หรือโปรโมชันผ่อนสั้นๆ 0% นาน 3 เดือน เมื่อเลือกชำระด้วยบัตรเครดิตแบบรายปี ผ่านบัตรเครดิตกสิกรไทย และมียอดชำระเบี้ยประกันภัยรวมตั้งแต่ 30,000 บาทขึ้นไป (เบี้ยประกันภัยหลักรวมเงินออมเพิ่มเติม) ต่อกรมธรรม์และต่อเซลล์สลิป

และสำหรับลูกค้าต่ออายุกรมธรรม์ รับสิทธิผ่อนชำระค่าเบี้ยประกันภัยปีต่ออายุ 0% นาน 3 เดือน ช่องทางแอปพลิเคชัน MTL Click ผ่านบัตรเครดิตธนาคารกสิกรไทย และบัตรเครดิตเครือ กรุงศรีคอนซูมเมอร์ทุกประเภท โดยมียอดชำระเบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไปต่อกรมธรรม์และ ต่อเซลล์สลิป และทุกโหมดการชำระเบี้ยประกันภัย โดยโปรโมชันผ่อนชำระ 0% ผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ สามารถใช้โปรโมชันได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม – 30 กันยายน 2567 นี้

และยังมีโปรโมชันสุดคุ้ม รับเงินคืนฉ่ำ ๆ สำหรับการชำระผ่านบัตรเครดิต KTC รับเครดิต เงินคืนสูงสุด 13% และสิทธิพิเศษ 2 ต่อ โดยต่อที่ 1 รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 1% (รับสิทธิ์ทันทีโดยไม่ต้องแลกคะแนน) เมื่อชำระเบี้ยประกันภัยปีแรกและเบี้ยประกันภัยปีต่ออายุ สำหรับทุกโหมดชำระเบี้ยประกันภัย เฉพาะการชำระเบี้ยประกันภัยเต็มจำนวนเท่านั้น สำหรับแบบประกันภัยที่สามารถชำระเบี้ยประกันภัยด้วยบัตรเครดิตได้ ยกเว้นแบบประกันชีวิตควบการลงทุน Unit-linked และต่อที่ 2 คะแนน KTC FOREVER ทุก 1,000 คะแนน แลกรับเครดิตเงินคืน 12% หรือ 120 บาทเมื่อชําระค่าเบี้ยประกันภัยของเมืองไทยประกันชีวิต ทั้งเบี้ยประกันภัยปีแรกและ/หรือเบี้ยประกันภัยปีต่ออายุ โปรโมชันเริ่มตั้งแต่ วันที่ 1 สิงหาคม – 31 ธันวาคม 2567

สำหรับการชำระผ่านบัตรเครดิตธนาคารกสิกรไทย เมื่อแบ่งจ่ายรายเดือนผ่าน KBank Smart Pay 0% นาน 6 เดือน สำหรับลูกค้าซื้อกรมธรรม์ใหม่แบบรายปีเท่านั้น รับคะแนน K Point เพิ่มสูงสุด 50,000 คะแนน เมื่อมียอดชำระเบี้ยประกันภัยรวมตั้งแต่ 30,000 บาทขึ้นไปต่อกรมธรรม์และต่อเซลล์สลิป ลงทะเบียนทุกครั้งก่อนทำรายการ
และโปรโมชันแลกคะแนน K Point รับเครดิตเงินคืน 10% สำหรับยอดชำระเต็มจำนวนหรือ แบ่งจ่าย ผ่านบัตรเครดิตธนาคารกสิกรไทย โปรโมชันเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม – 30 กันยายน 2567

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.muangthai.co.th/th/campaign/promotion

บรรลุผล…ประมงเมืองคอนโชว์ปลาหมอคางดำลดลง มาตรการเกิดผลในอีกหลายจังหวัด สมุทรสาครปลาหมอคางดำถูกกำจัด 70%

0

รายงานจากประมงนครศรีธรรมราชเผยมาตรการกำจัดปลาหมอคางดำของจังหวัดได้ผลดี ทำให้จำนวนปลาในจังหวัดลดลง เช่นเดียวกับสมุทรสาครที่ปลาหมอคางดำหายไปกว่า 70% รวมทั้งสมุทรสงคราม ฉะเชิงเทราพบปลาหมอคางดำในพื้นที่เบาบางลง และยังขับเคลื่อนการจับปลาออกจากระบบนิเวศอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ปลาหมดไป

นายกอบศักดิ์ เกตุเหมือน ประมงจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า โดยปกติชาวบ้านในจังหวัดนครศรีธรรมราช ใช้ประโยชน์จับปลาหมอคางดำขายเป็นปลาเหยื่อจับปูและปลามานานแล้ว อย่างไรก็ตาม ประมงจังหวัดระดมทุกสรรพกำลังเร่งจับปลาหมอคางดำในจังหวัดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่ปากพนังและหัวไทร จัดกิจกรรม “ลงแขกลงคลอง” จับปลาหมอคางดำในคลองสายต่างๆ จับปลาหมอคางดำเพื่อส่งให้โครงการผลิตน้ำหมักชีวภาพเพื่อเกษตรกรชาวสวนยางแล้ว 21 ตัน และในเดือนกันยายนนี้ประมงนครศรีธรรมราชยังจัดสรรงบเพิ่มเติมสำหรับใช้จัดซื้อปลาหมอคางดำกิโลกรัมละ 15 บาทสำหรับส่งให้สำนักงานพัฒนาที่ดินสำหรับผลิตน้ำหมักชีวภาพและนำไปแจกจ่ายให้เกษตรกรซึ่งคาดว่าจะช่วยกำจัดปลาได้อีกกว่า 18 ตัน

“แนวทางการจำกัดปลาหมอคางดำที่ดำเนินการมาสามารถกำจัดปลาในแหล่งน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ แหล่งน้ำหลายแห่งมีปลาหมอคางดำน้อยลง ซึ่งจังหวัดมีแผนจะปล่อยปลาผู้ล่าเพื่อช่วยกำจัดลูกปลาหมอคางดำในช่วงปลายเดือนนี้ต่อไป” นายกอบศักดิ์กล่าว

ด้านนายเผดิม รอดอินทร์ ประมงจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่า จังหวัดสมุทรสาครได้ขับเคลื่อน 5 มาตรการกำจัดปลาหมอคางดำอย่างจริงจังตามแนวทาง “เจอ แจ้ง จับ จบ” บูรณาการความร่วมมือกับประมงพื้นบ้านตั้งกองเรืออวนรุน 33 ลำทำภารกิจล่าปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำทั่วทั้งจังหวัดอย่างจริงจัง ผลจากการใช้เครื่องมือจับปลาที่มีประสิทธิภาพ และได้รับความร่วมมือจากแพปลา และโรงงานปลาป่นช่วยรับซื้อปลาที่จับได้ จนถึงวันนี้สมุทรสาครสามารถกำจัดปลาออกจากแหล่งน้ำแล้วมากกว่า 1.4 ล้านกิโลกรัม สะท้อนให้เห็นว่ามาตรการกำจัดปลาหมอคางดำของจังหวัดมีประสิทธิผลดี

“จากการดำเนินการกำจัดปลาหมอคางดำอย่างจริงจัง ทำให้ปลาหมอคางดำในสมุทรสาครหายไปจากแหล่งน้ำในธรรมชาติประมาณ 70% และจังหวัดยังเดินหน้ากำจัดปลาต่ออีก โดยเน้นขยายผลจับปลาในบ่อร้างมากขึ้น” นายเผดิมกล่าว

สำหรับ นายบัณฑิต กุลละวณิชย์ ประมงจังหวัดสมุทรสงคราม กล่าวเพิ่มเติมว่า นับตั้งแต่ประมงจังหวัดสมุทรสงครามคิกออฟ “ลงแขกลงคลอง” มาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ต่อเนื่องมาทั้งหมด 8 ครั้ง จับปลาได้กว่า 9,000 กิโลกรัม โดยครั้งหลังๆ จับได้แต่ปลาตัวเล็กลง สะท้อนให้เห็นว่าการจับปลาช่วยตัดวงจรปลาหมอคางดำได้อย่างมีประสิทธิภาพ และจำนวนน่าจะลดลง

จังหวัดสมุทรสงคราม ใช้วิธีการจับปลาด้วยการใช้ “กากชา” ควบคู่กับ “อวนทับตลิ่ง” ซึ่งเหมาะกับบริบทของจังหวัดที่มีลำคลองค่อนข้างเล็กและมีตอมาก พร้อมกับได้บูรณาการทำงานร่วมศูนย์วิจัยพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งสมุทรสงครามเพื่อศึกษาความหนาแน่นของปริมาณปลาในหมอคางดำในแหล่งน้ำเพื่อกำหนดแผนการจัดการปลาชนิดนี้อย่างเป็นระบบ รวมทั้งปล่อยปลาผู้ล่าเพื่อตัดวงจรปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำให้มากที่สุด

นอกจากนี้ นายคนึง คมขำ ประมงจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวว่า สถานการณ์ปลาหมอคางดำในจังหวัดจำนวนไม่หนาแน่นมาก เนื่องจากมีชาวบ้านมาช่วยจับมาบริโภคและใช้ประโยชน์ต่อเนื่องทุกวัน โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอสนามไชยเขต บางปะกง ประมงจังหวัดยังติดตามสถานการณ์และควบคุมการแพร่กระจายของปลาอย่างใกล้ชิด.

เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป และ 3BB FIBRE3 จัดส่งรอยยิ้มผ่านตั๋วหนังควบคู่ป๊อบคอร์น ให้ลูกค้าทั่วไทย

0

คุณสุรเชษฐ์ อัศวเรืองอนันต์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายสื่อโฆษณา บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) และ คุณสรกฤต ลัทธิธรรม Head of Broadband Marketing บริษัท ทริปเปิลที บรอดแบนด์ จำกัด (มหาชน) : (3BB) คัดสรรความบันเทิง ออกแบบความสนุก x 2 ครบเซ็ตทั้งรอยยิ้มและความอร่อยจัด ให้โดนใจไลฟ์สไตล์ของลูกค้าคนรุ่นใหม่ทั่วไทย ที่โรงภาพยนตร์ในเครือเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ทุกสาขา

สิทธิพิเศษเพื่อคนรักหนัง เฉพาะลูกค้า 3BB FIBRE3 ง่ายๆเพียง

ใช้ 200 พอยท์ แลกรับส่วนลด 100 บาท สำหรับซื้อบัตรชมภาพยนตร์ ที่นั่งปกติ ระบบปกติ (1 Code / สิทธิ์ / ที่นั่ง)
ใช้ 320 พอยท์ แลกรับฟรี Combo Set จำนวน 1 ชุด : เครื่องดื่มขนาด 32 ออนซ์ และป๊อปคอร์น ขนาด 64 ออนซ์ (1 Code / สิทธิ์ / ครั้ง)
สามารถตรวจสอบข้อมูลสิทธิประโยชน์พร้อมกดรับสิทธิ์ Code ส่วนลด รวมถึงติดตามรายละเอียดโปรโมชั่นเพิ่มเติมได้ที่ 3BB Member Application และ www.majorcineplex.com ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2567 หรือจนกว่าสิทธิ์จะหมด

‘CPF ส่งอาหารจากใจ สู้ภัยน้ำท่วม’ …ส่งต่อความห่วงใย ช่วยผู้ประสบภัยภาคเหนือ

0

สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือ เป็นอีกครั้งที่ทำให้เห็นธารน้ำใจของคนไทยและหลายๆ หน่วยงานต่างหลั่งไหลไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย เช่นเดียวกับ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ในการเดินหน้า โครงการ “CPF ส่งอาหารจากใจ สู้ภัยน้ำท่วม” ผนึกกำลังร่วมกับบริษัทในเครือซีพี ได้แก่ ซีพีออลล์, ซีพี แอ็กซ์ตร้า แม็คโคร โลตัส, ข้าวตราฉัตร, ซีพีแรม, เจียไต๋ และทรู คอร์ปอเรชั่น ระดมพนักงานจิตอาสาลงพื้นที่ 7 ครั้ง ใน 6 จังหวัด ส่งอาหารและสิ่งของที่จำเป็นถึงมือพี่น้องประชาชน รวมถึงเกษตรกร เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน

ล่าสุด จิตอาสา ซีพีเอฟ ส่งมอบอาหารเป็ดไข่ จำนวน 330 ถุง ให้แก่ นายอำเภอภูกามยาว และสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดพะเยา เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้เลี้ยงเป็ดไข่ นอกจากนี้ จิตอาสา กลุ่มธุรกิจห้าดาว ภาคเหนือ ยังมอบผลิตภัณฑ์เมนูห้าดาว เพื่อช่วยเหลือคู่ค้าธุรกิจแฟรนไชส์ที่ได้รับผลกระทบอุทกภัยครั้งนี้ ตลอดจนช่วยทำความสะอาดร้านค้าที่ได้รับเสียหาย ซ่อมแซ่มอุปกรณ์ต่างๆ ภายในร้าน บริเวณชุมชนมหาโพธิ์และศรีชุม อ.เมือง จ.แพร่

นายภูริทัศน์ พอใจ พนักงานจิตอาสา ซีพีเอฟ เล่าว่า น้ำท่วมครั้งนี้ นับว่ารุนแรงและสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง ขณะลงพื้นที่ได้เห็นถึงความยากลำบากของผู้ประสบภัย บางจุดน้ำท่วมสูงมากกว่า 2 เมตร เกือบถึงชั้นสองของบ้าน จำเป็นต้องใช้เรือในการเดินทาง บางหลังมีผู้สูงอายุอยู่เพียงลำพัง เพื่อนบ้านต้องช่วยดูแล หาอาหารประทังชีวิตในแต่ละมื้อ

“ในช่วงยากลำบากของชาวบ้านหลายๆ ครัวเรือน แต่สิ่งที่ไม่เคยขาดคือ การแบ่งปัน ตลอดเส้นทางความช่วยเหลือ รอยยิ้มที่ได้พบเห็น สร้างพลังบวกแก่เหล่าจิตอาสาเป็นอย่างมาก การพบปะพูดคุย เป็นการส่งกำลังใจให้แก่กัน รวมถึงน้ำใจของจิตอาสาแต่ละหน่วยงาน ทั้งภาครัฐและเอกชนที่ร่วมมือร่วมใจลงพื้นที่ สนับสนุนข้อมูล ที่พักพิง รวมถึงอาหารให้เข้าถึงผู้ที่เดือดร้อนให้ครอบคลุมมากที่สุด”

ความช่วยเหลือของเครือซีพีและซีพีเอฟ ถูกส่งไปยังพื้นที่ต่างๆ ตั้งแต่จังหวัดสุโขทัย มอบเนื้อหมูสดและไข่ไก่สด แก่ศูนย์ประสานการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย เพื่อนำไปประกอบอาหารแจกจ่ายแก่ผู้ประสบอุทกภัย โดยมี ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย สุชาติ ทีคะสุข เป็นผู้รับมอบ ขณะเดียวกัน ยังนำหมูบดและไข่ไก่ เสริมทัพโรงครัวมูลนิธิเพชรเกษม วัดคลองกระโจง อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย

สำหรับ จังหวัดน่าน ซีพีเอฟมอบวัตถุดิบสำหรับปรุงอาหาร ส่วนบริษัทในเครือซีพี ได้นำข้าวตราฉัตร อาหารพร้อมรับประทาน ถุงยังชีพ เครื่องอุปโภคบริโภค พร้อมทั้งรถโมบายสัญญาณทรู 5 จี เพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมใน 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองน่าน อำเภอภูเพียง อำเภอท่าวังผา และอำเภอเวียงสา ก่อนหน้านี้ จิตอาสายังลงพื้นที่จังหวัดเชียงราย ร่วมมอบอาหารสด สนับสนุนโรงครัวพระราชทาน กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 17 ในองค์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี รวมถึงนำข้าวสารและน้ำดื่ม แก่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย พร้อมทั้งมอบแก่ผู้แทนนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองดอกคำใต้จังหวัดพะเยา

ซีพีเอฟ ดำเนินโครงการ “CPF ส่งอาหารจากใจ สู้ภัยน้ำท่วม” เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ประสบอุทกภัย โดยจิตอาสาซีพีเอฟระดมสรรพกำลังกับบริษัทในเครือซีพี ร่วมกับหลายภาคส่วนลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนได้เข้าถึงอาหารและของใช้ที่จำเป็นอย่างเพียงพอ

ปิดตาพังพระกาฬ พังทุกอุปสรรค ร้ายกลายเป็นดี ดียิ่งดีขึ้น

0

ตามรอยเซียน โดย เจี๊ยบ บางกรวย

วันจันทร์ที่ผ่านมามีโอกาศเป็นพลขับพาพระอาจารย์ไปงานศพ ช่วงนี้เจอกันงานศพบ่อยบอกได้ว่า สูงอายุกันแล้วใก้ลตายกันแล้วพระอาจารย์บอกเซียนเจี๊ยบ อย่างน้อยก็หมดห่วง เธอดูพระเป็นแล้วเอาตัวรอดได้ จะได้ไม่อดเมื่อพระอาจารย์ไม่อยู่ และเป็นธรรมเนียมเจอพระอาจารย์ ต้องนำเสนอพระ หลังเสร็จงานขากลับแวะร้านกาแฟ ดูพระกันจัดให้พระอาจารย์1กล่องใหญ่ ประมาณเกือบ30องค์เลือกไม่ได้ซักองค์ เสร็จกันเราจะเอาทุนที่ไหนไปซื้อพระต่อ ตาเราตกเลือกพระไม่เข้าตาพระอาจารย์ ขึ้นรถกลับก่อนส่งหยิบพระสมเด็จที่ตากไว้หน้ารถนำเสนออีก2องค์ แก้หน้าตาเซียนเจี๊ยบได้หน่อย พระอาจารย์เลือกได้1องค์ ใจชื้นขึ้น “นึกว่าวันนี้จะหมดฟอร์มซะแล้วเราตามพระเก๊ไม่ทัน“

มาดูเหรียญปิดตาพังพระกาฬผู้ชนะทุกอุปสรรคกัน เซียนเจี้ยบมีโอกาสพบ เสี่ยเบิร์ดวโรดม สายตรงสายองค์พ่อจตุคามรามเทพ ได้นำเหรียญปิดตาพังพระกาฬ ปี 32 เนื้อเงินองค์สวย บล็อคทองคำ มาให้ชม ( อันที่จริงสร้างพร้อมกับพระผงสุริยัน–จันทราในปี 30 แต่ได้นำออกให้บูชาในปี 32 )  สร้างขึ้นเนื่องจากพระประสงค์ขององค์พ่อจตุคามรามเทพ ให้สร้างขึ้นมาใหม่อีกครั้ง นับจากครั้งอดีตเมื่อราวพันกว่าปีที่แล้ว โดยมีท่าน พล.ต.ท สรรเพชญ ธรรมาธิกุล (ขออนุญาตเอ่ยนาม)

ซึ่งในสมัยนั้นท่านเป็นผู้กำกับที่ สภ.อ.เมืองนครศรีธรรมราช เป็นผู้รับมอบหมายจากองค์พ่อผ่านร่างทรงคนแรก คือ โกผ่อง(ขออนุญาตเอ่ยนาม)  แรกเริ่มตอนจะสร้างนั้นไม่มีต้นแบบเลย และไม่สามารถจินตนาการขึ้นมาเองได้ แต่องค์พ่อจตุคามรามเทพบอกว่า “เมื่อถึงเวลาจะมีคนนำมาให้เอง”  ท่านสรรเพชญได้ยินเช่นนั้นก็นึกในใจว่าพระโบราณหายากขนาดนั้นอยู่ดีๆ ใครจะเอามาให้

ต่อมาท่านผู้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทย ขณะนั้น คุณกำจร สถิรกุล มีเหตุด่วนต้องกลับบ้านที่อำเภอปากพนัง ซึ่งท่านเป็นผู้มีสัมผัสพิเศษและรู้สึกได้ว่าจะต้องทำธุระสำคัญอะไรบางอย่าง จนมาพบชาวประมงที่ลากอวนติดสิ่งของบางอย่างมาด้วย เป็นพระปิดตาโบราณที่มีลักษณะพิเศษ 1 องค์ในวันนั้น คือ พระปิดตาพังพระกาฬนั่นเอง จึงซื้อไว้ทั้ง2 องค์ในราคาองค์ละ 250 บาท และมีสิ่งดลจิตดลใจให้ต้องนำพระปิดตาพังพระกาฬองค์นี้ไปให้ท่านสรรเพชญในตัวจังหวัด ในวันที่ท่านกำจรนัดนำพระไปให้ ท่านสรรเพชญก็ได้จัดเตรียมบายศรีปากชามรอต้อนรับไว้แล้ว เป็นไปตามที่องค์พ่อจตุคามรามเทพบอกไว้ทุกประการ

ในการจัดสร้างเหรียญปิดตาพังพระกาฬรุ่นแรกนี้ มีเนื้อทองคำ 24 องค์ , เนื้อเงิน 120 องค์ , เนื้อนวโลหะ 12,000 องค์ มีบล็อกทองคำ , เคราสั้น และเครายาว ที่เล่นหากันเนื้อลายๆยิ่งชอบ ตอนนี้ราคาเริ่มต้นกันหลักแสนขึ้นไปจนถึงหลักล้าน  ซึ่งเป็นที่เสาะแสวงหากันเป็นอย่างมาก ขาวต่างชาติเชื้อสายจีนก็มีความศรัทธามาก เกิดประสบการณ์และปาฏิหาริย์มากมาย พิสดารสุดจะบรรยาย สมพระนาม“ พระโพธิสัตว์พังพระกาฬ ราชันย์แห่งอาณาจักรสุวรรณภูมิ ”  ผู้ประทานแสงสว่างแก้ไขอุปสรรคทุกปัญหา หากต้องการได้ไว้บูชา

“คิดดี ทำดี เป็นคนดีมีศีลมีธรรม“  แค่ระลึกถึงองค์พ่อ อธิษฐานดีดี ท่านก็จะได้พบความสำเร็จสมความปรารถนาครับ

เจี๊ยบบางกรวยเดินตามรอยพระอาจารย์ 087 0030897

ซีพีเอฟ จับมือ สจล. ใช้เทคโนโลยี “eDNA” ควบคุมปลาหมอคางดำให้อยู่ในพื้นที่จำกัด

0

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ จับมือกับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เตรียมใช้เทคโนโลยี Environmental DNA (eDNA) ในการจัดการและควบคุมการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ (Sarotherodon melanotheron) ในแหล่งน้ำและพื้นที่กันชน ร่วมสนับสนุนภาครัฐแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบและยั่งยืน

นายเปรมศักดิ์ วนัชสุนทร ผู้บริหารสูงสุดด้านการวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ซีพีเอฟ กล่าวว่า บริษัทฯ ได้กำหนดแผนปฏิบัติการเชิงรุก 5 โครงการ เพื่อสนับสนุนการแก้ปัญหาการแพร่กระจายของปลาหมอคางดำอย่างเร่งด่วนของรัฐบาล เช่น การจับปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำให้มากที่สุดและเร็วที่สุด เพื่ออำนวยความสะดวกในการปล่อยปลาผู้ล่า ตามขั้นตอนการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ ซึ่งความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาเป็นหนึ่งในแผนปฏิบัติงานเชิงรุกของบริษัทฯ ภายใต้โครงการที่ 5 ที่มุ่งมั่นร่วมทำวิจัยกับผู้เชี่ยวชาญในการหาแนวทางควบคุมประชากรปลาหมอคางดำในระยะยาว

ผศ.ดร.ธงชัย พุฒทองศิริ คณบดีคณะเทคโนโลยีการเกษตร สจล. กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า สจล. เป็นมหาวิทยาลัยที่มุ่งเน้นการแก้ปัญหาโดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่ ได้นำเทคโนโลยี eDNA มาวิเคราะห์ DNA ของปลาหมอคางดำที่อยู่ในแหล่งน้ำธรรมชาติ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวิธีในการประเมินสุขภาพโดยรวมของระบบนิเวศทางน้ำ จากการเก็บรวบรวมร่องรอยพันธุกรรมที่สัตว์ปล่อยออกมาสู่สิ่งแวดล้อม ซึ่งจะช่วยให้สามารถระบุความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ และเข้าใจว่าจำนวนประชากรของปลามีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร การวิเคราะห์และประเมินผลด้วยวิธีนี้จะช่วยป้องกันการระบาด และโอกาสเสี่ยงในการแพร่กระจายไปยังแหล่งน้ำอื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผศ.ดร.วัลย์ลดา กลางนุรักษ์ ผู้ช่วยคณบดีคณะเทคโนโลยีการเกษตร สจล. กล่าวว่า เทคโนโลยี eDNA เป็นวิธีการใหม่ในการสำรวจสัตว์น้ำและประเมินความหลากหลายทางชีวภาพที่มีความแม่นยำสูง สามารถตรวจพบร่องรอยดีเอ็นเอที่สัตว์น้ำปล่อยออกมาในน้ำ ช่วยระบุการมีอยู่ของสัตว์น้ำชนิดนั้นได้ แม้ในปริมาณหรือจำนวนตัวที่น้อยมาก หรือในบริเวณที่ยากต่อการสำรวจแบบดั้งเดิมที่ต้องใช้การสุ่มตัวอย่างด้วยเครื่องมือประมง

“การใช้ eDNA สำรวจการแพร่กระจายของปลาหมอคางดำเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยให้สามารถระบุขอบเขตพื้นที่ที่มีการระบาดได้ชัดเจน กำหนดพื้นที่กันชนเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด สามารถนำข้อมูลมาประกอบการพัฒนาการจัดการและควบคุมการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำได้อย่างยั่งยืน” ผศ.ดร.วัลย์ลดา กล่าว

สำหรับโครงการความร่วมมือระหว่าง สจล. กับซีพีเอฟ จะทำการศึกษาในลุ่มน้ำสำคัญของประเทศไทย โดยเริ่มต้นเก็บน้ำในพื้นที่ที่มีรายงานการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ จากนั้นนำตัวอย่างน้ำที่เก็บได้ไปทำการวิเคราะห์ eDNA ในห้องปฏิบัติการ เพื่อระบุการมีอยู่และความหนาแน่นของปลาหมอคางดำในแต่ละพื้นที่ รวมถึงแหล่งน้ำที่ยังไม่ระบาดแต่มีโอกาสเสี่ยงของการแพร่กระจาย (พื้นที่กันชน) นำมาช่วยให้การวางแนวทางการเฝ้าระวังและกำหนดมาตรการควบคุมไม่ให้มีการแพร่กระจายได้อย่างมีประสิทธิภาพและทราบผลได้อย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ ในการศึกษายังครอบคลุมถึงการหาความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) ของสัตว์น้ำประจำถิ่นชนิดอื่นๆ อาทิ ปลาผู้ล่าในธรรมชาติ ซึ่งทำได้โดยการจับปลาด้วยตาข่ายหรือเครื่องมือประมงที่เหมาะสม จากนั้นนับจำนวนและระบุชนิดของปลาที่จับได้ในพื้นที่ที่กำหนด เพื่อนำมาร่วมพิจารณาหาแนวทางการป้องกันการแพร่ระบาดได้อย่างยั่งยืน

ผศ.ดร.วัลย์ลดา กล่าวต่อไปว่า การวิเคราะห์ผลจากเทคโนโลยี eDNA จะสนับสนุนการวางแผนและกำหนดวิธีการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ตลอดจนสามารถปล่อยปลาผู้ล่าที่เป็นชนิดเดียวกับที่มีอยู่ในแหล่งน้ำธรรมชาติได้อย่างเหมาะสม โดยไม่จำเป็นต้องนำปลาผู้ล่าชนิดอื่นที่อาจเป็นเอเลียนสปีชีส์เข้าไปในพื้นที่

สำหรับแผนปฏิบัติการเชิงรุกของซีพีเอฟ ในการแก้ปัญหาการแพร่กระจายของปลาหมอคางดำ ประกอบด้วย โครงการที่ 1 สนับสนุนการรับซื้อปลาหมอคางดำจากทุกจังหวัดทั่วประเทศที่มีการระบาด ราคา 15 บาทต่อกิโลกรัม จำนวน 2,000,000 กิโลกรัม โครงการที่ 2 ร่วมสนับสนุนภาครัฐและชุมชน ปล่อยปลาผู้ล่าลงสู่แหล่งน้ำ จำนวน 200,000 ตัว โครงการที่ 3 ร่วมสนับสนุนการจัดกิจกรรมจับปลา อุปกรณ์จับปลาและกำลังคน ในทุกพื้นที่ที่ประสบปัญหา โครงการที่ 4 ร่วมกับสถาบันการศึกษาชั้นนำพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารจากปลาหมอคางดำ และโครงการที่ 5 ทำวิจัยร่วมกับผู้เชี่ยวชาญในการหาแนวทางควบคุมประชากรปลาหมอคางดำในระยะยาว.

เอไอเอส คว้ารางวัลสุดยอดโปรแกรมบริหารความสัมพันธ์ลูกค้าระดับเอเชียแปซิฟิก จากเวที Twimbit Telecom Awards 2024 อวดศักยภาพตัวจริงงานบริการและดูแลลูกค้า

0

AIS ยังคงตอกย้ำความเป็นที่ 1 ตัวจริงในโปรแกรมการดูแลลูกค้า ทั้งการบริการและสิทธิประโยชน์ ล่าสุดคว้ารางวัลสุดยอดโปรแกรมบริหารความสัมพันธ์ลูกค้าหรือ Winner of Telco to Ace Loyalty Program จากเวทีระดับเอเชียแปซิฟิก Twimbit Telecom Awards 2024 นับเป็นองค์กรโทรคมนาคมจากประเทศไทยเพียงหนึ่งเดียวที่ได้รับรางวัล สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจในการส่งมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดในทุกด้านจนได้รับการยอมรับจากลูกค้าผ่านงานบริการ และสิทธิพิเศษที่ตอบโจทย์ดิจิทัลไลฟ์สไตล์อย่างเป็นรูปธรรม

นางสาวโอปอล เลิศอุทัย หัวหน้าฝ่ายงานบริหารข้อเสนอและความผูกพันลูกค้า AIS กล่าวว่า “ที่เอไอเอส เรามีความมุ่งมั่นตั้งใจในการดูแลลูกค้าผ่านคุณภาพโครงข่ายทั้งมือถือและเน็ตบ้าน การให้บริการ พร้อมมอบประสบการณ์ด้วยสิทธิพิเศษที่ตอบโจทย์และสนับสนุนการใช้ชีวิตบนโลกดิจิทัลได้อย่างดีที่สุด ทำให้เราได้รับการยอมรับจากลูกค้าและคงความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทย รวมถึงครั้งนี้เราได้รับการยืนยันจาก Twimbit บริษัทด้านงานวิจัยและที่ปรึกษาชั้นนำระดับสากลจากสิงคโปร์กับรางวัล Winner of Telco to Ace Loyalty Program ที่นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของพวกเราชาว AIS ในฐานะบทพิสูจน์ที่แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในการทำงานเพื่อส่งมอบความพิเศษให้กับลูกค้าในทุกมิติอีกด้วย”

สำหรับรางวัล “สุดยอดโปรแกรมบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า หรือ Winner of Telco to Ace Loyalty Program” เป็นการคัดเลือกจากองค์กรที่สามารถสร้างสรรค์โปรแกรมการดูแลลูกค้าจากเกณฑ์ต่างๆ อาทิ การตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายและครอบคลุม (Comprehensiveness of the program), การมีนวัตกรรมและความแปลกใหม่ในการนำเสนอ (Degree of Innovation), และการได้รับการยอมรับจากลูกค้า (Customer Adoption) ซึ่งสอดคล้องกับผลสำรวจความพึงพอใจของลูกค้าหรือ Net Promoter Score (NPS) ของ AIS เป็นบวกมาอย่างต่อเนื่อง

“ขอขอบคุณ Twimbit ที่มอบรางวัลอันน่าภาคภูมิใจนี้ให้กับ AIS ซึ่งจะเป็นเครื่องย้ำเตือนให้พวกเราทำงานอย่างหนักเพื่อทำความเข้าใจลูกค้าให้ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น รวมถึงนำเครื่องมือด้านดิจิทัลเทคโนโลยีมาช่วยในการออกแบบการส่งมอบประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมายให้ลูกค้าสัมผัสและใช้งานได้จริงต่อไป” นางสาวโอปอล กล่าวทิ้งท้าย