Home Blog Page 108

ซีพีเอฟ-ประมงเพชรบุรี ชวนปชช. ลงแขกลงคลอง จับปลาหมอคางดำ

0

ซีพีเอฟ-ประมงเพชรบุรี ชวนปชช.ลงแขกลงคลอง จับปลาหมอคางดำ แต่ยังพบปลากระบอกร่วม 200 กก. ในพื้นที่คลองอีแอด

สำนักงานประมงจังหวัดเพชรบุรี ผนึกกำลังกับชุมชน เกษตรกร ชาวประมง และเอกชน จัดกิจกรรม “ลงแขกลงคลอง” ช่วยกันจับปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำในบริเวณคลองอีแอด ในตำบลแหลมผักเบี้ย อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี สามารถจับปลาหมอคางดำได้กว่า 400 กิโลกรัม และยังจับปลากระบอกได้ด้วยอีกร่วม 200 กิโลกรัม ช่วยสะท้อนว่าระบบนิเวศในคลองอีแอดยังมีความอุดมสมบูรณ์

ภายในกิจกรรมลงแขก-ลงคลอง มีนายสุวัฐน์ วงศ์สุวัฒน์ รองอธิบดีกรมประมง เป็นประธานเปิดกิจกรรม พร้อมกับนายสมบุญ ธัญญาผล ผู้ตรวจราชการกรมประมง ว่าที่ร้อยตรี ธีระพล โชคนำชัย นายอำเภอบ้านแหลม รวมทั้งหัวหน้าส่วนราชการสังกัดกรมประมง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชาวประมง ผู้นำชุมชนและตัวแทนจากภาคเอกชนกว่า 150 คนร่วมไม้ร่วมมือกันช่วยกันจับปลาในคลองอีแอด และกิจกรรมที่จัดขึ้นในครั้งนี้ประมงจังหวัดเพชรบุรีได้รับการสนับสนุนอาหารว่าง เครื่องดื่มชูกำลังและน้ำดื่มจากบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ สำหรับแจกจ่ายให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมอีกด้วย

นายประจวบ เจี้ยงยี่ ประมงจังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่า การจัดกิจกรรมลงแขกลงคลอง เพื่อปลาหมอคางดำ ตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า) เพื่อแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำในพื้นที่ให้สำเร็จอย่างเร่งด่วน และเป็นรูปธรรม โดยในวันนี้ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากทุกภาคส่วนช่วยกันใช้อวนและแหจับปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำกันอย่างคึกคัก ในวันนี้สามารถจับปลาหมอคางดำได้ถึง 419 กิโลกรัมและได้ส่งมอบให้สถานีพัฒนาที่ดินเพชรบุรี เพื่อนำไปทำเป็นน้ำหมักชีวภาพต่อไป และยังจับปลากระบอกได้ 193 กิโลกรัม ซึ่งสามารถดำรงชีวิตและขยายพันธุ์ได้

“การจับได้ปลากระบอกในวันนี้ อาจแสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งน้ำธรรมชาติและสัตว์น้ำท้องถิ่น เช่น ปลากระบอก ยังสามารถดำรงชีวิตและขยายพันธุ์ได้ สำหรับปลาหมอคางดำที่จับได้ทั้งหมดมอบให้สถานีพัฒนาที่ดินเพชรบุรี เพื่อนำไปทำเป็นน้ำหมักชีวภาพต่อไป ส่วนปลากระบอกได้แบ่งปันให้ประชาชนและส่วนหนึ่งนำมาปรุงเป็นอาหารแจกจ่ายให้ผู้ร่วมกิจกรรม” ประมงจังหวัดเพชรบุรีกล่าว

ด้านนายอดิศร์ กฤษณวงศ์ ผู้บริหารสูงสุดสายงานรัฐกิจและเอกชนสัมพันธ์ ซีพีเอฟ กล่าวว่า ในวันนี้ ซีพีเอฟนำอาหารและเครื่องดื่มมาสนับสนุนให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรมลงแขก-ลงคลอง ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวทางความร่วมมือ 5 โครงการกับหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ ร่วมกับกรมประมงสนับสนุนการรับซื้อปลาหมอคางดำเพื่อผลิตเป็นปลาป่น สนับสนุนปล่อยปลาผู้ล่าลงสู่แหล่งน้ำ สนับสนุนภาครัฐและชุมชนจัดกิจกรรมจับปลา ร่วมกับสถาบันการศึกษานำปลาหมอคางดำพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร และร่วมทำวิจัยกับผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาแนวทางควบคุมประชากรปลาหมอคางดำในระยะยาว นอกจากนี้ บริษัทได้มีการประสานงานกับกรมประมงอย่างใกล้ชิดในการติดตามผลการจับปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำธรรมชาติที่ทำมาอย่างต่อเนื่อง.

สัตวแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยฯ จัดกิจกรรม วันสัตวแพทย์ไทย

0

นายสัตวแพทย์ปราโมทย์ ตาฬวัฒน์ นายกสัตวแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานเปิดงาน “วันสัตวแพทย์ไทย” ซึ่งตรงกับวันที่ 4 สิงหาคม ของทุกปี โดยได้รับเกียรติจาก นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ มาร่วมงานในฐานะภาคีเครือข่ายและเจ้าของสถานที่ ณ กรมปศุสัตว์ พญาไท กรุงเทพฯ

ภายในงานมีการจัดกิจกรรมหลายด้าน อาทิ เปิดให้ประชาชนนำสัตว์เลี้ยง ได้แก่ สุนัขและแมว มารับบริการ ผ่าตัดทำหมัน ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า รับยาป้องกันเห็บหมัด ฝังไมโครชิพ ปรึกษาปัญหาสุขภาพสัตว์เลี้ยง และรับอาหารสุนัข แมว โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

ในปีนี้นับเป็นโอกาสดีในการ KICK OFF ก้าวสู่ปีที่ 77 สัตวแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยฯ โดยมีเป้าหมายในการขับเคลื่อนนโยบาย “ปรับ-เปลี่ยน” บทบาทรอบด้านสอดรับเทคโนโลยีทันสมัยและความต้องการหลากหลายของสังคม มุ่งส่งเสริมและตระหนักถึงบทบาทความสำคัญของวิชาชีพการสัตวแพทย์ ซึ่งเป็นอาชีพที่มีความสำคัญอย่างมาก ตลอดจนการป้องกันดูแลและรักษาสุขภาพของสัตว์ รวมถึงการสร้างมาตรฐานของเนื้อสัตว์ที่บริโภคให้เทียบเท่ามาตรฐานสากล.

AIS ร่วมกับ การบินไทย มอบส่วนลด SIM2Fly 5G ให้ลูกค้า ฉลองเส้นทางบิน ออสโล – นอร์เวย์ และ มิลาน – อิตาลี 

0

AIS จับมือ การบินไทย มอบประสบการณ์ให้ลูกค้าไม่พลาดทุกรูปแบบการติดต่อสื่อสาร ทั้งการโพสต์ โหลด แชร์ พร้อมร่วมฉลองการกลับมาของเส้นทางท่องเที่ยวสำคัญในดวงใจ อย่าง ออสโล – นอร์เวย์ และ มิลาน – อิตาลี ด้วยการมอบส่วนลดพิเศษจากบริการ SIM2Fly 5G ซิมโรมมิ่งสำหรับใช้งานในต่างประเทศ มูลค่า 100 บาท ให้กับลูกค้าที่เดินทางไปยังเส้นทางดังกล่าว ให้สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้เต็มสปีด ครอบคลุม และคุ้มค่า มอบความสุขให้ลูกค้าระหว่างเดินทางท่องเที่ยวอย่างดีที่สุด

นางเบญจพร กำเพ็ชร หัวหน้าส่วนงานการตลาดกลุ่มลูกค้าพรีเพด บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS กล่าวว่า ” ในฐานะผู้นำด้านบริการดิจิทัลและผู้ให้บริการเครือข่ายสัญญาณที่ดีที่สุดและครอบคลุมประเทศต่างๆ ทั่วโลกมาอย่างต่อเนื่อง เรามุ่งพัฒนาและขยายเครือข่ายสัญญาณ 5G ทั้งในประเทศและจับมือกับพันธมิตรทุกทวีป ทั่วโลก กว่า 100 ประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าสำหรับการสื่อสารในทุกมิติ  โดยครั้งนี้เราได้ร่วมมือกับ สายการบินไทย เพื่อเชื่อมต่อประสบการณ์การท่องเที่ยวต่างประเทศที่ดีที่สุดให้ลูกค้า จากการมอบส่วนลดของ SIM2Fly 5G ซิมโรมมิ่งแบบเติมเงินที่สะดวก และ ครอบคลุมการใช้งานในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวระยะสั้นหรือระยะยาว รวมถึงการเดินทางเพื่อธุรกิจ ซึ่งเราเชื่อมั่นว่าแคมเปญนี้จะช่วยให้ลูกค้าที่เดินทางด้วยสายการบินไทยไปยังออสโล ประเทศนอร์เวย์ และเมืองมิลาน ประเทศอิตาลี พร้อมสัมผัสประสบการณ์การใช้งานดิจิทัลบนโครงข่าย 5G ในการสื่อสารที่ดีที่สุดตลอดการเดินทางอีกด้วย”

คุณอานุภาพ กิตติกุล หัวหน้างาน ฝ่ายขายเส้นทางยุโรป บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การบินไทยกลับมาทำการบิน 2 เส้นทางดังกล่าว เพื่อเป็นการรองรับปริมาณการเดินทางของผู้โดยสารและเชื่อมต่อการเดินทางจากประเทศไทยและประเทศในแถบภูมิภาค เอเชียแปซิฟิกไปเมืองหลักอื่นๆ ในยุโรป ได้อย่างสะดวกสบายไร้รอยต่อ ด้วยเครือข่ายพันธมิตรการบินสตาร์อัลไลแอนซ์  ซึ่งเส้นทางบิน ไป-กลับ กรุงเทพฯ- มิลาน  และ กรุงเทพฯ- ออสโล  ทำการบินทุกวัน”

สำหรับลูกค้าที่จองตั๋วเครื่องบินสำหรับเส้นทางไปยังออสโล – นอร์เวย์ และ มิลาน –  อิตาลี กับสายการบินไทย ผ่านทางเว็บไซต์ Thaiairways.com จะได้รับรับโค้ดส่วนลด มูลค่า 100 บาท ในการซื้อ SIM2Fly 5G แพ็กเกจเที่ยวทุกทวีปทั่วโลก (Global) ผ่านหน้าเว็บไซต์ AIS Online Store ได้ทันที (สงวนสิทธิ์ 1,000 โค้ดแรกเท่านั้น) ตั้งแต่วันนี้ – กันยายน 2567 สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ais.th/sim2fly

สายออมรีบเลยกับ “เงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ 11 เดือน” ฝากสั้น ดอกสูง จากออมสิน

0

ธนาคารออมสินเอาใจสายออมให้ได้เฮกันต่อ กับเงินฝากดอกเบี้ยสูง รับเต็มไม่เสียภาษี … กับเงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ 11 เดือน รับดอกเบี้ยสูง 1.85% ต่อปี (เทียบเท่าเงินฝากประจำ 2.17% ต่อปี)
เปิดรับฝากตั้งแต่วันที่ 1 – 31 ส.ค. 67 ฝากเลยที่ธนาคารออมสินทุกสาขา

เงื่อนไข

  • เปิดบัญชีขั้นต่ำ 10,000 บาท
  • ฝากเพิ่มครั้งละไม่ต่ำกว่า 1,000 บาท
  • ระยะเวลารับฝาก 11 เดือน
  • ฝากได้ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ไม่จำกัดวงเงินรับฝากสูงสุด
  • *บุคคลธรรมดาไม่เสียภาษี ณ ที่จ่าย
  • ถอนหรือปิดบัญชีก่อนครบกำหนด ได้รับดอกเบี้ยเผื่อเรียก
    รายละเอียดเพิ่มเติม > https://fwuj.short.gy/9ol8b4

ตลาดหลักทรัพย์ฯ จับมือ EXIM BANK แลกเปลี่ยนข้อมูล ESG ส่งเสริมสินเชื่อเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

0

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมุ่งพัฒนาทุกภาคส่วนให้เติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน โดยมีการลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) ภายใต้โครงการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูล ESG เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนระบบนิเวศสำหรับการเงินเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Finance) รวมถึงข้อมูลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ผ่านระบบ ESG Data Platform และสนับสนุนระบบ SET Carbon สำหรับลูกค้าของธนาคารให้มีการดำเนินงานตามเป้าหมายความยั่งยืน โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ และ EXIM BANK จะร่วมกันพัฒนาสินเชื่อจากการใช้ข้อมูลด้าน ESG ประกอบการพิจารณา ตั้งแต่ไตรมาสที่ 3 ปี 2567 และเริ่มให้บริการในปี 2568

ภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ฯ

ดร. ภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ เล็งเห็นถึงความต้องการข้อมูลด้าน ESG ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งในกลุ่มผู้ลงทุน และสถาบันการเงินที่นำข้อมูล ESG ไปใช้ประกอบการออกผลิตภัณฑ์ทางการเงินการลงทุนเพื่อวัตถุประสงค์ด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้เร่งพัฒนาเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มรองรับข้อมูล ESG ซึ่งปัจจุบันมีระบบจัดการข้อมูลด้าน ESG เช่น ระบบ SET ESG Data Platform ที่ให้บริการข้อมูลตั้งแต่ปี 2566 โดยรวบรวมข้อมูลด้าน ESG ของ บจ. กว่า 700 บริษัท อีกทั้งพัฒนาระบบ SET Carbon ที่อยู่ระหว่างการทดลองใช้ระบบโดย บจ. นำร่องในปี 2567 และจะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในปี 2568 ซึ่งจะช่วยให้ บจ. และบริษัทในห่วงโซ่อุปทานสามารถจัดทำและทวนสอบข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีประสิทธิภาพบนระบบงานเดียว นอกจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังเดินหน้าสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศเพื่อให้มีการแลกเปลี่ยนและนำข้อมูลไปใช้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการใช้ข้อมูล ESG เพื่อการระดมทุนและการลงทุน ความร่วมมือกับ EXIM BANK ครั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ เชื่อมั่นว่าจะช่วยเพิ่มโอกาสให้ภาคธุรกิจเข้าถึงแหล่งเงินทุนและเครื่องมือทางการเงินมากยิ่งขึ้น ถือเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาระบบนิเวศทางการเงินที่ยั่งยืนของประเทศไทย

ดร. รักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เปิดเผยว่า ภาคการเงินการธนาคารมีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างสมดุล ทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม รวมถึงการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมโลกในปัจจุบัน ธนาคารทั่วโลกโดยเฉพาะในกลุ่มธนาคารเพื่อการพัฒนา (Development Banks) มีบทบาทสำคัญในการเป็นแหล่งเงินทุนสนับสนุนให้ภาคธุรกิจปรับตัวและเติบโตได้มากถึง 1 ใน 3 ของมูลค่า Climate Finance ของโลก EXIM BANK ในฐานะธนาคารเพื่อการพัฒนาสีเขียวของประเทศไทย (Green Development Bank) ได้พัฒนานวัตกรรมทางการเงินสีเขียว (Greenovation) ที่สนับสนุนโครงการหรือธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ความร่วมมือกับตลาดหลักทรัพย์ฯ ในครั้งนี้นับเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน โดยใช้ฐานข้อมูลที่ได้มาตรฐานสากลมาเป็น Input ในการขับเคลื่อนการพัฒนาภาคการเงินการธนาคารของไทยไปสู่ความยั่งยืน ช่วยส่งเสริมให้ภาคธุรกิจคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี (ESG) มากยิ่งขึ้น ข้อมูลด้าน ESG จากตลาดหลักทรัพย์ฯ จะช่วยให้ธนาคารดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ขณะที่ภาคธุรกิจได้รับการส่งเสริมให้เข้าถึงผลิตภัณฑ์และสิทธิประโยชน์ทางการเงินต่าง ๆ ตลอดจนการเข้าร่วมอยู่ในห่วงโซ่คุณค่าของการส่งออกสีเขียว (Green Export Supply Chain) สามารถพัฒนาการจัดทำรายงานและวางแผนเพื่อการจัดการก๊าซเรือนกระจกได้อย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพ พร้อมปฏิบัติตามมาตรฐานสากลด้านสิ่งแวดล้อม และบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์

ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ และ EXIM BANK จะเชื่อมต่อและแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินการและเพิ่มโอกาสให้กับผู้ประกอบการที่ต้องการเงินลงทุนในการสนับสนุนเป้าหมายด้านความยั่งยืน และร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์การเงิน บริการ รวมถึงสิทธิประโยชน์ให้กับผู้มีส่วนได้เสีย นอกจากนี้ จะต่อยอดและพัฒนาระบบนิเวศด้านความยั่งยืนเพื่อให้ผู้ประกอบการไทยสามารถดำเนินงาน ปรับปรุง พัฒนา หรือวางแผนการจัดการด้านการลงทุนในกิจการ เพื่อบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนและเป้าหมายทางธุรกิจ โดยเฉพาะแนวทางการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ซีพีเอฟ มอบปลานักล่าพร้อมอุปกรณ์จับปลา ให้ประมงจ.สมุทรสาคร-นครปฐมกำจัดปลาหมอคางดำ

0

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ร่วมมือกับกรมประมงแก้ปัญหาปลาหมอคางดำในจังหวัดต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ล่าสุด มอบปลากะพงขาว 5,000 ตัวแก่ประมงจังหวัดสมุทรสาคร ในกิจกรรม “ลงแขกลงคลอง” บริเวณศาลพันท้ายนรสิงห์ และสนับสนุนอุปกรณ์จับปลาแก่ประมงจังหวัดนครปฐมร่วมแก้ปัญหาปลาหมอคางดำ พร้อมรุกดำเนิน 5 โครงการอย่างจริงจัง โดยมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยแม่โจ้แสดงความสนใจร่วมมือกันหาแนวทางควบคุมจำนวนปลาหมอคางดำที่มีประสิทธิภาพ

นายเผดิม รอดอินทร์ ประมงจังหวัดสมุทรสาคร นำตัวแทนจากภาคส่วนต่างๆ ภาครัฐ เอกชน และประชาชน ร่วม กิจกรรม “ลงแขกลงคลอง” ช่วยกันจับปลาหมอคางดำ ในแหล่งน้ำบริเวณศาลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร พร้อมรับมอบปลากะพงขาวขนาด 5 นิ้วจำนวน 5,000 ตัวจากตัวแทนซีพีเอฟ และปล่อยลงแหล่งน้ำเพื่อช่วยควบคุมประชากรปลาหมอคางดำ ส่งผลให้ซีพีเอฟได้ร่วมสนับสนุนปลานักล่าเพื่อร่วมควบคุมปริมาณปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำตามแนวทางกรมประมงไปแล้วรวม 54,000 ตัว รณรงค์และทำกิจกรรมกำจัดปลาหมอคางดำในพื้นที่พบการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในทุกพื้นที่เพื่อเร่งกำจัดปลาหมอคางดำให้หมดไปคืนความสมดุลให้กับระบบนิเวศบ้านเรา

นอกจากนี้ ซีพีเอฟยังได้ร่วมกิจกรรมสำรวจปลาหมอคางดำของประมงจังหวัดนครปฐม จัดขึ้นเพื่อประเมินสถานการณ์และจำนวนปลาในแหล่งน้ำบริเวณศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองไร่ขิง อำเภอสามพราน โดยมีตัวแทนซีพีเอฟมอบอุปกรณ์จับปลาหมอคางดำ แก่นายสมบุญ ธัญญาผล ผู้ตรวจราชการกรมประมง เพื่อเป็นอุปกรณ์ใช้การจัดกิจกรรมลงแขกลงคลองของจังหวัดนครปฐมที่จะจัดขึ้นเร็วๆ นี้

ซีพีเอฟได้คิกออฟ 5 โครงการเชิงรุกขานรับนโยบายของรัฐบาลแก้ปัญหาปลาหมอคางดำ ได้แก่ โครงการร่วมกับพันธมิตรรับซื้อปลาหมอคางดำในจังหวัดที่มีการแพร่ระบาดจำนวน 2 ล้านกิโลกรัม ซึ่งได้ร่วมมือกับโรงงานศิริแสงอารำพีรับซื้อทำปลาป่นไปแล้ว 600,000 กิโลกรัม โครงการสนับสนุนปล่อยปลาผู้ล่าลงสู่แหล่งน้ำตามแนวทางของกรมประมง จำนวน 200,000 ตัว ซึ่งปัจจุบันได้สนับสนุนปลานักล่าแก่ประมงจังหวัดประมงสมุทรสงคราม 44,000 ตัว ประมงจังหวัดจันทบุรี 5,000 ตัว และประมงจังหวัดสมุทรสาคร 5,000 ตัว โครงการสนับสนุนการจับปลา รวมถึงอุปกรณ์จับปลาและกำลังคนในพื้นที่ โครงการร่วมมือกับสถาบันการศึกษา 3 แห่ง คือ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารจากปลาหมอคางดำ และ โครงการร่วมวิจัยและพัฒนาผู้เชียวชาญ และอาจารย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และสจล. ในการหาแนวทางควบคุมประชากรปลาในระยะยาว ล่าสุด จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยแม่โจ้แสดงความสนใจเข้าร่วมศึกษาหาแนวทางจัดการปลาหมอคางดำอีกด้วย

เมืองไทยประกันชีวิต ร่วมกิจกรรมปลูกป่าชายเลนในวันประกันชีวิตแห่งชาติ ครั้งที่ 23

0

เมืองไทยประกันชีวิตร่วมกับสมาคมประกันชีวิตไทย ร่วมกิจกรรมการปลูกป่าชายเลนเนื่องในวันประกันชีวิตแห่งชาติ ครั้งที่ 23 ประจำปี 2567 โดยมุ่งหวังที่จะรวมพลังผู้บริหาร พนักงาน ฝ่ายขาย และประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงบริษัทฯ เข้าร่วมกิจกรรมปลูกป่าชายเลน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการสร้างสรรค์คุณภาพของสังคมในทุกมิติ

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เมืองไทยประกันชีวิต เปิดเผยว่า “บริษัทฯ ได้ร่วมกับ 4 องค์กรหลัก ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย  (คปภ.) สมาคมประกันชีวิตไทย สมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงิน และกองทุนประกันชีวิตจัดกิจกรรมการปลูกป่าชายเลน  ณ กองสถานพักผ่อน กรมพลาธิการทหารบก (สถานตากอากาศบางปู) จ.สมุทรปราการ โดยการจัดกิจกรรมครั้งนี้เป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของเมืองไทยประกันชีวิตในการสร้างสรรค์คุณภาพชีวิตที่ดีให้กับสังคม เราไม่เพียงแต่ให้บริการด้านประกันชีวิต แต่ยังมุ่งเน้นการทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนอีกด้วย โดยกิจกรรมในครั้งนี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากพนักงานและประชาชนทั่วไป  เนื่องในวันประกันชีวิตแห่งชาติครั้งที่  23  ประจำปี 2567

ทั้งนี้ การปลูกป่าชายเลนนั้นมีข้อดีหลายประการ อาทิ  การป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง รากของต้นไม้ในป่าชายเลนช่วยลดการกัดเซาะจากคลื่นและกระแสน้ำ   การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพเพราะป่าชายเลนเป็นที่อยู่อาศัยและเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำนานาชนิด ทำให้เป็นแหล่งอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพที่สำคัญเป็นแหล่งอาหารและวัสดุที่สำคัญสำหรับชุมชนท้องถิ่น  นอกจากนี้ต้นไม้ในป่าชายเลนยังสามารถดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์จากบรรยากาศ ช่วยลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกและบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ  และป่าชายเลนยังทำหน้าที่เป็นฟองน้ำทางธรรมชาติที่ช่วยกรองน้ำเสียและสารพิษที่ไหลลงมาจากบนบก ก่อนที่จะเข้าสู่ทะเลทำให้คุณภาพน้ำดีขึ้น

สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ นางสาวนิรัตน์  บูชาสุข รองกรรมการผู้จัดการ  เป็นผู้แทนบริษัทฯ นำคณะผู้บริหาร พนักงาน ฝ่ายขายทีมงานจิตอาสาเมืองไทยประกันชีวิตเข้าร่วมกิจกรรมโดยพร้อมเพียงกัน  และได้รับเกียรติจาก นายชูฉัตร ประมูลผล  เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ร่วมถ่ายภาพเพื่อเป็นกำลังใจในการปลูกป่ายชายเลนในครั้งนี้ 

“การปลูกป่าชายเลนไม่เพียงแค่เป็นการอนุรักษ์ธรรมชาติ แต่ยังมีประโยชน์หลากหลายด้านทั้งทางสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม  กิจกรรมปลูกป่าชายเลนในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่แสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมของเมืองไทยประกันชีวิต  ที่มุ่งมั่นร่วมกันสร้างสรรค์คุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชนในทุกมิติ”  นายสาระกล่าวสรุป.

“กริ่งใหญ่มาแล้วจร้าาาาา”

0

ตามรอยเซียน โดย เจี๊ยบ บางกรวย

เดินหาพระกริ่งด้วยความรู้อันน้อยนิด เจอพระกริ่งปิดก้นเสียงดังกังวาลมาก เลยรีบนำเสนอพระอาจารย์ จริงแล้วเรากลัวเก๊“กริ่งเก่ายังงัยกริ่งก็ต้องดังเบาๆ “เพราะสนิมเกราะใน บางองค์กริ่งขัดก็ไม่ดัง แต่พระกริ่งองค์นี้ดูเก่า แต่เสียงกริ่งดังมากความรู้น้อยเลยเสร็จพระอาจารย์ ได้ทุนคืนพอใจหาซื้อใหม่ รุ่งขึ้นพระอาจารย์เผยให้ฟัง เคยพูดแล้วว่าพระกริ่งใหญ่มีเสียงดังกังวาลมาก เพราะมีเม็ดกริ่ง1เม็ดกับก้อนกรวดอีก1เม็ดรวมเป็น2เม็ดอยู่ในองค์พระ ทำให้เสียดังกังวาลกว่ากริ่งปกติ“จำไว้นะพระอาจรย์บอก จำขึ้นใจบอกตัวเองไว้ถ้าชาตินี้มีวาสนาอีกครั้งจะไม่ให้พลาด” เสียงพระอาจารย์ยังก้องในหูทุกครั้งที่ได้จับพระกริ่ง ฝันสูงได้มาแล้วก็ไม่รู้จักท่านก็เสียไปเป็นธรรมดา “เสียคือได้ได้ประสบการณ์ตรง  มีเงินหาไม่ได้ มีความรู้วันหนึ่งจะได้ของที่เราต้องการ“ขอให้เรารู้จริงพระอาจารย์บอก

กริ่งใหญ่องค์วันนี้อมยิ้มหวานมาก เพื่อนส่งมาให้ดู เห็นแล้วเซียนเจี๊ยบชอบเลย “เสียงอาจารย์ดังขึ้นในหัวทันที กริ่งใหญ่เสียงดังกังวาลนะจำไว้” ได้เห็นองค์เป็นๆในชีวิตเป็นครั้งที่2 ครั้งแรกยังไม่เป็น ครั้งนี้ไม่พลาดพิจารณาทุกมิติในองค์พระกริ่งใหญ่วันนี้ กริ่งใหญ่กริ่งนอกของประเทศจีน เป็นต้นแบบของกริ่งเมืองไทย กริ่งปวเรศเอาต้นแบบมาจากกริ่งใหญ่เติมบัวหลังไป มาถึงสังฆราชแพตัดบัวหลัง กลับไปเหมือนกริ่งใหญ่ พระอาจารย์สอนมาจำพอได้บ้างแต่ไม่หมด ความรู้พระอาจารย์เรื่องพระกริ่งมีมากมายเรียนเท่ารัยก็ไม่จบ พอหาพระกริ่งได้พอแล้ว

พระกริ่งใหญ่องค์นี้ เนื้อออกเหลืองเข้มมีคราบสนิมดำแดงในเนื้อ หล่อแบบประกบ  เห็นสนิมน้ำเกราะในเนื้อพระออกเขียวฟ้า ตามซอกแขน เม็ดบัว   ด้านหลังไม่มีเม็ดบัวเนื้อเหลืองเข็มมีสนิมน้ำตาลเกราะในเนื้อพระ  แผ่นโลหะปิดก้นสีแดง มีสนิมเขียวฟ้าเกราะติดจากการแช่ทำน้ำมนต์ ดูได้ถึงความเก่าตามธรรมชาติต้องมีในพระอายุนับพันปี ตรงที่ไม่ถูกจับ ตามซอกลึกจะเห็นสนิมน้ำ ตรงไหนถูกสัมผัสเนื้อเหลือง ส่วนที่ถูกจับน้อยจะเห็นสนิมเกราะติดเนิ้อสีน้ำตาลดำ ดูแล้วจำไว้นะเผื่อวันหนึ่งเดินเจอจะได้ไม่พลาด

    “อย่าลืมนะ กริ่งใหญ่เสียงดังกังวาลมาก“พระอาจารย์บอกไว้นะท่าน

เจี๊ยบบางกรวยเดินตามรอยพระอาจารย์ 087 0030897

ออมหลักพันพิชิตล้านแรก!!

0

รู้เก็บรู้ออมฯ โดย คุณนายพารวย

สำหรับคนที่สนใจเรื่องการเงินการลงทุนแล้ว เชื่อว่าต้องเคยผ่านหูผ่านตากับบทความเกี่ยวกับการพิชิตเงินล้านกันมาบ้าง ซึ่งไม่ว่าเราจะมีอาชีพการงานอะไร มีรายได้มากน้อยเท่าไร ก็สามารถมีเงินเก็บแตะหลักล้านได้

แต่หากตัวเราไม่เชื่อตั้งแต่แรก บอกตัวเองว่าทำไม่ได้ การมีเงินล้านก็คงจะไม่เกิดขึ้นกับตัวเองได้จริง เพราะเรื่องนี้ต้องอาศัยความเชื่อมั่น ความตั้งใจแน่วแน่ หากในระหว่างทางวินัยการเงินเกิดหย่อนยาน การบรรลุเป้าหมายก็อาจจะใช้เวลายืดยาวไปอีก

“คุณนายพารวย” เคยพูดถึงการจะมีเงินเก็บแตะหลักล้านว่า ไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินฝัน ไม่ว่าจะเป็นคนหาเช้ากินค่ำ ได้ค่าแรงขั้นต่ำวันละสามร้อยกว่าบาท หรือคนทำงานประจำที่มีเงินเดือนเริ่มต้นหลักหมื่นนิดๆ หากลงมือทำสม่ำเสมอ ออมเงินก่อนใช้ให้ได้อย่างน้อย 10% ของรายได้ต่อเดือน ตามด้วยการนำเงินออมไปลงทุนเพื่อให้งอกเงย เงินเก็บหลักพันของเราก็จะเปลี่ยนเป็นเงินก้อนหลักล้านได้แน่นอน

เว็บ SET investnow จะมาบอกวิธีที่จะช่วยให้เงินเก็บแตะหลักล้านได้รวดเร็วขึ้น ยกตัวอย่างว่า หากเรามีเงินเดือน 20,000 บาท ออมเงิน 10% ต่อเนื่องทุกเดือน รวม 1 ปี จะเป็นเงิน 24,000 บาท ต้องใช้เวลาประมาณ 42 ปี ถึงจะแตะล้านแรก สำหรับหลายคน คงจะนานไป หรือไม่มีเวลาพอ

สำหรับคนที่สนใจเรื่องการเงินการลงทุนแล้ว เชื่อว่าต้องเคยผ่านหูผ่านตากับบทความเกี่ยวกับการพิชิตเงินล้านกันมาบ้าง ซึ่งไม่ว่าเราจะมีอาชีพการงานอะไร มีรายได้มากน้อยเท่าไร ก็สามารถมีเงินเก็บแตะหลักล้านได้

แต่หากตัวเราไม่เชื่อตั้งแต่แรก บอกตัวเองว่าทำไม่ได้ การมีเงินล้านก็คงจะไม่เกิดขึ้นกับตัวเองได้จริง เพราะเรื่องนี้ต้องอาศัยความเชื่อมั่น ความตั้งใจแน่วแน่ หากในระหว่างทางวินัยการเงินเกิดหย่อนยาน การบรรลุเป้าหมายก็อาจจะใช้เวลายืดยาวไปอีก

“คุณนายพารวย” เคยพูดถึงการจะมีเงินเก็บแตะหลักล้านว่า ไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินฝัน ไม่ว่าจะเป็นคนหาเช้ากินค่ำ ได้ค่าแรงขั้นต่ำวันละสามร้อยกว่าบาท หรือคนทำงานประจำที่มีเงินเดือนเริ่มต้นหลักหมื่นนิดๆ หากลงมือทำสม่ำเสมอ ออมเงินก่อนใช้ให้ได้อย่างน้อย 10% ของรายได้ต่อเดือน ตามด้วยการนำเงินออมไปลงทุนเพื่อให้งอกเงย เงินเก็บหลักพันของเราก็จะเปลี่ยนเป็นเงินก้อนหลักล้านได้แน่นอน

เว็บ SET investnow จะมาบอกวิธีที่จะช่วยให้เงินเก็บแตะหลักล้านได้รวดเร็วขึ้น ยกตัวอย่างว่า หากเรามีเงินเดือน 20,000 บาท ออมเงิน 10% ต่อเนื่องทุกเดือน รวม 1 ปี จะเป็นเงิน 24,000 บาท ต้องใช้เวลาประมาณ 42 ปี ถึงจะแตะล้านแรก สำหรับหลายคน คงจะนานไป หรือไม่มีเวลาพอ

เป้าหมายการออมจะสำเร็จหรือไม่ ขึ้นกับปัจจัยสำคัญ 3 ตัว คือ 1.เงินต้น เป็นเงินที่เราค่อยๆเก็บสะสม สามารถเก็บเพิ่มได้ ขึ้นอยู่กับความพร้อมทางการเงิน 2.ระยะเวลา หากเราเริ่มต้นลงทุนเร็ว จะทำให้เรามีข้อได้เปรียบเรื่องเวลาในการสร้างผลตอบแทนมากขึ้น และ 3.อัตราดอกเบี้ย ยิ่งมีเงินต้นกับระยะเวลามากเท่าไร ดอกเบี้ยจะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย หากขาดข้อใดข้อหนึ่งไป ก็จะทำให้เป้าหมายยิ่งไกลออกไปเรื่อยๆ

มาเริ่มปฏิบัติการพิชิตเงินล้าน เริ่มด้วยการรู้จักใช้เงิน มีวินัยในการออม และนำเงินออมไปลงทุน เมื่อแตะ 1 ล้านแรกแล้ว ล้านต่อไปจะตามมาง่ายขึ้น แต่ก็อย่าลืมให้ความสำคัญกับการหาความรู้เรื่องการลงทุน โดยสามารถเข้าไปที่เว็บ https://www.setinvestnow.com แหล่งข้อมูลรวบรวมความรู้การเงินการลงทุนที่ครบครันของนักลงทุนและผู้สนใจทุกคน.

ที่มา คอลัมน์ "รู้เก็บรู้ออมรู้ใช้รู้ลงทุน..สู่ความมั่งคั่ง"  หน้าเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

“มีกูไว้ ไม่จน” พระอาจารย์พูดถึงพระซุ้มกอ

0

ตามรอยเซียน โดย เจี๊ยบ บางกรวย

กำแพงเพชร “เป็นพระมายาดูแท้ใช่จะขายได้“เพราะหาข้อยุติไม่ได้ ทำให้ต้องใช้หน้าตาของเซียนใหญ่ค้ำกัน ไม่ได้ดูด้วยตาที่พระแท้ ใช้คนแท้ในการค้ำประกันพระเพราะถ้าให้คนอื่นดูเก๊ก็จะได้คืนกัน พระอาจารย์สอนวิธีดูพระซุ้มกอไว้ เป็นพระเผาแบบสุมไฟ เนื้อละเอียดนิ่ม มีว่านมะขามในเนื้อพระ เนื้อนิ่มมือถ้าได้สัมผัส ถ้าหักหรือกระเทาะ จะเห็นเนื้อสีดำข้างในข้างนอกออกน้ำตาลแดง หรือที่เรียกสุกนอกใส้ดิบ คือซุ้มกอ” ยิ่งเจอ2สีหรือเรียกผิวผ่านยิ่งดี มีโอกาศแท้สูง“พระซุ้มกอและพระในสายกำแพงเพชรเนื้อค่อนข้างละเอียด มีกรวดทรายได้ในเม็ดขนุน มีราดำราขาวยิ่งดีในการตัดสินใจจ่ายตังค์ เพราะเป็นพระกรุเนื้อนิ่มเผาแบบสุมไฟ อายุหลายร้อยปีผ่านน้ำผ่านฝน กว่าจะขุดขึ้มมามีราดำราขาว เป็นเรื่องปกติถ้ายังไม่โดนล้างออก

มาดูพระซุ้มกอพิมพ์ใหญ่องค์วันนี้ แจ่มมากเนื้อจัดมากครบสูตร ราดำขาว เนื้อผ่านครบสูตร “แบบนี้แหละพระอาจารย์บอกมีกูแล้วไม่จน” ขายได้สบายใจจ่ายตังค์ไม่ต้องรอคนบอก ดูเนื้อจำไว้นะจ๊ะเจอเมื่อไหร่ ก็เลิกจน เซียนเจี๊ยบจะบอกให้

เมื่อพบเจอขอพรท่าน ให้หายจนซะที จนมานาน ต่อแต่นี้ขอให้เพื่อนๆหายจนนะครับ

“มีกูแล้วไม่จน“จริงจริง

เจี๊ยบบางกรวยเดินตามรอยพระอาจารย์ 087 0030897