Home Blog Page 98

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ชวน 5 นักวาดคาแรคเตอร์ ให้ความรู้ทางการเงินทุกช่วงวัยกับโครงการ “The Art of Happy Money การเงินดีต้องมีศิลป์”

0

นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ภารกิจสำคัญประการหนึ่งของตลาดหลักทรัพย์ฯ คือการเสริมสร้างรากฐานความรู้ด้านการเงินและการลงทุนแก่ประชาชนของประเทศ โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ตลาดหลักทรัพย์ฯ ส่งต่อความรู้แก่ประชาชนให้เข้าถึงองค์ความรู้ที่จำเป็นเพื่อความมั่นคงทางการเงิน

“ล่าสุด ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดตัวแคมเปญ “The Art of Happy Money การเงินดีต้องมีศิลป์” เพื่อเผยแพร่ความรู้ด้านการเงินและการลงทุนสำหรับทุกช่วงวัย ด้วยการนำเสนอเนื้อหาที่เข้าใจง่าย เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ ๆ และสอดรับกับบริบทของแต่ละช่วงชีวิต โดยมี 5 ศิลปินรุ่นใหม่มาร่วมกันตีโจทย์ทางการเงินให้กลายเป็นงานศิลป์ตามมุมมองของแต่ละท่าน เพราะเชื่อว่าภาพวาดงานศิลป์จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจ เข้าใจเนื้อหาได้ง่ายขึ้นและทำให้ความรู้เผยแพร่ออกไปในวงกว้างมากขึ้น สอดรับแผนกลยุทธ์และแนวคิด 50 ปี ตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมสร้างอนาคต เพื่อโอกาสของทุกคน”
นายศรพล กล่าว

แคมเปญ “The Art of Happy Money การเงินดีต้องมีศิลป์” ประกอบด้วยคู่มือซีรีส์ 5 เล่ม นำเสนอเนื้อหาการเงินผ่าน ภาพวาด โดยแต่ละผลงานจะรวบรวมเป็นเล่มในรูปแบบดิจิทัลพร้อมดาวน์โหลด แต่ละเล่มนำเสนอองค์ความรู้ด้านการบริหารเงินในบริบทและเป้าหมายของแต่ละช่วงชีวิต ได้แก่ 1) Young & Wise วางแผนการเงินตั้งแต่ก้าวแรก โดย นัทพล โกมลารชุน @Kamogallery 2) Sandwich Gen เสาหลักของบ้าน จัดการเงินให้สมดุล โดย สาลินี รัตนชัยสิทธิ์ @CyranoDesign 3) Retire Happily ชีวิตดีทั้งก่อนและหลังเกษียณ โดย นิวัต เพียรภัณฑวณิช @AbigBurger 4) Wealthy Worker มนุษย์เงินเดือนก็มั่งคั่งได้ โดย ชายแดน เทียมไสย์ @SHITTAK และ 5) Happy Jobbers ชีวิตอิสระ งานโปร เงินปัง โดย สัณห์สินี ชวนฐิติพร @KaptorStore

ตลาดหลักทรัพย์ฯ คาดว่าความร่วมมือกับศิลปินทั้ง 5 ท่าน เพื่อจัดทำคู่มือซีรีส์นี้ จะเป็นแกลเลอรีความรู้การเงินและการลงทุนที่สำคัญ สร้างแรงบันดาลใจให้เกิดความเข้าใจในการสร้างชีวิตทางการเงินที่สมดุลและมีความสุขอย่างยั่งยืน สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดตามคู่มือซีรีส์ The Art of Happy Money การเงินดีต้องมีศิลป์ ได้ที่ www.set.or.th/theartofhappymoney

เปิดผลการคัดเลือกหลักทรัพย์ที่ใช้คำนวณดัชนีของตลาดหลักทรัพย์ฯ ครึ่งปีหลัง พ.ศ. 2568

0

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยประกาศผลการคัดเลือกหลักทรัพย์ที่ใช้สำหรับคำนวณดัชนี SET50 SET50FF* SET100 SET100FF* sSET SETCLMV SETHD SETESG และ SETWB ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2568 (1 กรกฎาคม – 31 ธันวาคม 2568)

– ดัชนี SET50/ SET50FF มีหลักทรัพย์เข้าใหม่ 4 หลักทรัพย์ ประกอบด้วย บมจ. บางจาก คอร์ปอเรชั่น (BCP) บมจ. ธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP) บมจ. ทุนธนชาต (TCAP) บมจ. ติดล้อ โฮลดิ้งส์ (TIDLOR)

– ดัชนี SET100/ SET100FF มีหลักทรัพย์เข้าใหม่ 6 หลักทรัพย์ ประกอบด้วย บมจ. ออโรร่า ดีไซน์ (AURA) บมจ. จัสมิน เทคโนโลยี โซลูชั่น (JTS) บมจ. เอ็ม บี เค (MBK) บมจ. ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป (TFG) บมจ. ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) (TOA) บมจ. ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ (WHAUP)

– ดัชนี sSET มีหลักทรัพย์เข้าใหม่ 27 หลักทรัพย์ ประกอบด้วย บมจ. ไทย โคโคนัท (COCOCO) บมจ. จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก (EASTW) บมจ. ฟู้ดโมเม้นท์ (FM) บมจ. จีเอเบิล (GABLE) บมจ. อินเทอร์เน็ตประเทศไทย (INET) บมจ. คาร์มาร์ท (KAMART) บมจ. อสมท (MCOT) บมจ. เมดีซ กรุ๊ป (MEDEZE) บมจ. เอ็ม เอฟ อี ซี (MFEC) บมจ. ปลูกผักเพราะรักแม่ (OKJ) บมจ. เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ (PCE) บมจ. พฤกษา โฮลดิ้ง (PSH) บมจ. พีทีจี เอ็นเนอยี (PTG) บมจ. สวนอุตสาหกรรมโรจนะ (ROJNA) บมจ. เซ็ปเป้ (SAPPE) บมจ. ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล 1969 (SCAP) บมจ. สตาร์เฟล็กซ์ (SFLEX) บมจ. สกาย ไอซีที (SKY) บมจ. เอส เอ็น ซี ฟอร์เมอร์ (SNC) บมจ. ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง (SNNP) บมจ.สเตลล่า เอ็กซ์ (STELLA) บมจ. ไทยคม (THCOM) บมจ. ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป (THG) บมจ. ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (TIPH) บมจ. ที.แมน ฟาร์มาซูติคอล (TMAN) บมจ. ทีคิวเอ็ม อัลฟา (TQM) บมจ. เอ็กซ์สปริง แคปปิตอล (XPG)

– ดัชนี SETCLMV มีหลักทรัพย์เข้าใหม่ 5 หลักทรัพย์ ประกอบด้วย บมจ. เอเชีย เอวิเอชั่น (AAV) บมจ. นีโอ คอร์ปอเรท (NEO) บมจ. โรงพยาบาลพระรามเก้า (PR9) บมจ. ทีพีไอ โพลีน (TPIPL) บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE)

– ดัชนี SETESG มีหลักทรัพย์เข้าใหม่ 3 หลักทรัพย์ ประกอบด้วย บมจ. พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง (PM) บมจ. ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป (TFG) บมจ. ทีพีไอ โพลีน (TPIPL) – ดัชนี SETHD มีหลักทรัพย์เข้าใหม่ 5 หลักทรัพย์ บมจ. ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น (ITC) บมจ. เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ (KCE) บมจ. เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป (M) บมจ. เอสซีบี เอกซ์ (SCB) บมจ. ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ (WHAUP)

– ดัชนี SETWB มีหลักทรัพย์เข้าใหม่ 4 หลักทรัพย์ ประกอบด้วย บมจ. ออโรร่า ดีไซน์ (AURA) บมจ. โรงพยาบาลพระรามเก้า (PR9) บมจ.อาร์ ซี แอล (RCL) บมจ. ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป (TFG)

การทบทวนรายชื่อหลักทรัพย์ที่ใช้สำหรับคำนวณดัชนีดังกล่าวของตลาดหลักทรัพย์ฯ จะดำเนินการทุกครึ่งปี และเป็นไปตามหลักเกณฑ์การคัดเลือกหลักทรัพย์ที่ได้กำหนดไว้ ทั้งนี้ การทบทวนรายชื่อหลักทรัพย์ในครั้งนี้ใช้ข้อมูลระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน 2567 ถึง 31 พฤษภาคม 2568

ผู้สนใจสามารถติดตามรายชื่อหลักทรัพย์ทั้งหมดที่อยู่ในแต่ละดัชนีข้างต้น รวมทั้งหลักเกณฑ์การคัดเลือกหลักทรัพย์เพื่อเป็นองค์ประกอบของดัชนีและวิธีการคำนวณดัชนี ได้ที่เว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์ฯ www.set.or.th

ยอดนักลงทุนเกือบหมื่นคน ทะลักงาน SET in the City 2025 ตื่นตัวอัปสกิลลงทุนล้นหลาม

0

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ร่วมกับพันธมิตรตลาดทุน เผยประสบความสำเร็จอย่างยิ่งจากการจัดมหกรรม “SET in the City 2025” ภายใต้แนวคิด “อัปสกิลให้แกร่ง รับการเปลี่ยนแปลงของโลกการลงทุน” เมื่อวันที่ 14-15 มิถุนายนที่ผ่านมา มีผู้สนใจเข้าร่วมงานกว่า 9,000 คน สะท้อนความตื่นตัวของผู้ลงทุนที่ต้องการพัฒนาทักษะรับมือตลาดผันผวน โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่สนใจเริ่มต้นลงทุนและใช้เครื่องมือลงทุนยุคใหม่

กิจกรรมภายในงานได้รับความสนใจจากผู้ลงทุนอย่างมากตลอด 2 วัน ทั้งบูธจากกลุ่มตลาดหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ และบริษัทจัดการกองทุน ที่ให้ข้อมูลผลิตภัณฑ์และบริการลงทุนที่หลากหลาย การแนะนำ AomWise แอปลงทุนสำหรับมือใหม่ และ Options Wizard เครื่องมือเทรด SET50 Options ในตลาด TFEX ซึ่งมีผู้สนใจลงทุนอนุพันธ์เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในปีนี้ ด้านกองทุนรวมมีผู้ลงทุนให้ความสนใจลงทุนเพื่อวางแผนภาษีผ่าน Thai ESG และ Thai ESGX รวมถึงการสับเปลี่ยนกองทุน LTF มาลงทุนใน Thai ESGX

เช่นเดียวกับเวทีสัมมนา เวิร์กชอป และการสาธิตเครื่องมือลงทุนกว่า 50 หัวข้อ ก็ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม ทั้งการลงทุนและเลือกหุ้นสำหรับมือใหม่ เจาะลึกโอกาสลงทุนในหุ้นไทยและหุ้นต่างประเทศผ่าน DR รวมถึงแนวคิดการใช้ผลิตภัณฑ์ใน TFEX เสริมพอร์ตลงทุน สำหรับผู้ที่พลาดโอกาสเข้าร่วมงาน สามารถติดตามชมสัมมนาย้อนหลังได้ทาง YouTube SET Thailand

เมืองไทยประกันชีวิต ฉลอง Pride Month ส่งแคมเปญ “ห่วงใยกันมายาวนาน” ระบุคู่ชีวิตให้เป็นผู้รับประโยชน์ได้ ไม่ต้องแสดงเอกสารความสัมพันธ์

0

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เมืองไทยประกันชีวิตยังคงเดินหน้าตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในทุกกลุ่มและทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างต่อเนื่อง  เพื่อเน้นย้ำจุดยืนที่พร้อมเดินเคียงข้างในทุกช่วงของชีวิต  เพื่อส่งมอบความสุขและรอยยิ้มให้กับทุกคน   พร้อมร่วมเฉลิมฉลอง Pride Month โดยใช้การสื่อสารภายใต้แคมเปญ “ห่วงใยกันมายาวนาน”  แสดงให้เห็นแนวคิดของเมืองไทยประกันชีวิตที่ใส่ใจ ให้ความสำคัญและรับรองความรักทุกรูปแบบมาอย่างยาวนาน  

ทั้งนี้ เมืองไทยประกันชีวิตมีประกันดีดี ที่ใส่ใจทุกความหลากหลาย ตอบโจทย์ทุกรูปแบบของความรักและการใช้ชีวิตให้แก่ลูกค้าทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นประกันชีวิตเพื่อส่งต่อหลักประกันให้คนที่คุณรัก ด้วย ShieldLife จากเมืองไทยประกันชีวิต ที่โดดเด่นด้วยวงเงินคุ้มครองที่เลือกเองได้  จ่ายเบี้ย สั้น – ยาว เลือกเองได้  ซื้อได้สูงสุดถึงอายุ 90 ปี คุ้มครองยาวถึงอายุ 99 ปี หรือความคุ้มครองสุขภาพ การวางแผนทางการเงินอย่างการออมทรัพย์ รวมถึงการวางแผนเพื่อการเกษียณ ให้ทุก ๆ ความรักสามารถเข้าถึงทุกบริการได้อย่างเท่าเทียม พร้อมส่งต่อความรักและความสุขให้กับคนที่คุณรักอย่างมั่นคง โดยสามารถระบุผู้รับประโยชน์เป็นคนที่คุณรัก เพียงระบุความสัมพันธ์ ด้วยคำว่า “คู่ชีวิต”  โดยไม่มีการขอเอกสารแสดงความสัมพันธ์เพิ่มเติม  พร้อมกิมมิคช่องวงเล็บสีรุ้ง อันเป็นสัญลักษณ์ที่สื่อว่า ผู้ขอเอาประกันกลุ่ม LGBTQ สามารถใส่ชื่อคนรัก เป็นผู้รับประโยชน์ได้

นอกจากนี้ เมืองไทยประกันชีวิต ยังสื่อสารแคมเปญผ่านช่องทาง Social Media รวมถึง KOLs ผู้เป็นตัวแทนกลุ่ม LGBTQ เช่น คุณ Ampsupa ,คุณบอมมีน เพจคนจะไปก็ต้องไป, น้องพีพี่เฟิส และ KOLs อีกหลายท่าน ที่จะพูดคุยและแชร์มุมมองต่าง ๆ เกี่ยวกับเส้นทางชีวิต การเติบโต และการวางแผนชีวิตของคู่ LGBTQ  เล่าย้อนจุดเริ่มต้นการเปิดใจคุยและการยอมรับจากคนในครอบครัว อีกทั้งยังมี Online Activity ให้ทุกคนระบุคู่ชีวิต พร้อมแชร์ต่อผ่าน Template Add your บน Instagram Story ของ @Muangthailife   ซึ่งสามารถติดตามได้จากทุกช่องทางสื่อสารของเมืองไทยประกันชีวิต ได้ที่เว็บไซต์ www.muangthai.co.th, YouTube,  Facebook, Instagram, X, LINE Official Account และ TikTok 

ผู้ที่สนใจแบบประกันภัยเพื่อวางแผนส่งต่อความมั่นคงให้คนที่คุณรัก และแบบประกันอื่น ๆ จากเมืองไทยประกันชีวิต สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.muangthai.co.th  หรือโทร.1766  ตลอด 24 ชั่วโมง  หรือติดต่อตัวแทนจากเมืองไทยประกันชีวิตทั่วประเทศ หรือสาขา ธนาคารกสิกรไทย และ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ #เมืองไทยประกันชีวิต #MuangThaiLife

AIS จ้าวแรกในอาเซียน เปิด5G+ สปีดเร็วแรงกว่าใครด้วยเทคโนโลยี5G 3CC ผสาน 3 คลื่นความถี่

0

AIS ก้าวล้ำไปอีกขั้น นำร่องรายแรกในอาเซียน มอบประสบการณ์เครือข่ายอัจฉริยะ 5G+ ให้คนไทยได้สัมผัสแล้ววันนี้ ด้วยเทคโนโลยี 5G 3CC (3 Component Carrier Aggregation) ผสานการทำงาน 3 คลื่นความถี่ 5G ได้แก่ 2600 MHz, 2100 MHz และ 700 MHz เข้าด้วยกันแบบไร้รอยต่อ เพิ่มความเร็วเฉลี่ยในการใช้งานมากกว่า 16% และรองรับปริมาณการใช้งานเพิ่มขึ้นถึง 23% โดยเริ่มเปิดให้บริการในย่านสาทร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการใช้งาน 5G หนาแน่นที่สุดของกรุงเทพฯ และมีแผนขยายครอบคลุมพื้นที่ที่มีความต้องการสูงทั่วประเทศต่อไป

นายวสิษฐ์ วัฒนศัพท์ หัวหน้าหน่วยธุรกิจปฏิบัติการและสนับสนุนด้านเทคนิคทั่วประเทศ AIS กล่าวว่า “AIS ไม่เคยหยุดนิ่งในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลของประเทศ ให้ก้าวล้ำอยู่เสมอ เดินหน้าเสริมศักยภาพเครือข่าย 5G อย่างต่อเนื่อง ด้วยนวัตกรรมล้ำสมัย เพื่อตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไปในทุกช่วงเวลา วันนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการเปิดตัว 5G+ ด้วยเทคโนโลยี 5G 3CC ที่ช่วยให้สมาร์ทโฟนที่รองรับสามารถเชื่อมต่อกับหลายคลื่นความถี่ได้พร้อมกัน ทำให้ผู้ใช้งานสัมผัสได้ถึงประสิทธิภาพการใช้งานที่ดีขึ้น ทั้งความเร็ว แรง และเสถียร แม้ในพื้นที่ที่มีผู้ใช้งานหนาแน่น โดยเริ่มนำร่องในพื้นที่ย่านสีลม และสาทร เป็นจุดแรก เนื่องจากพบว่าเป็นย่านที่มีการใช้งาน 5G สูง ก่อนจะขยายไปยังพื้นที่อื่นๆ ต่อไป”

โดย AIS ได้ทำงานร่วมมือกับผู้ผลิตสมาร์ทโฟนชั้นนำมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เทคโนโลยี 5G+ เข้าถึงผู้ใช้งานได้จริง ด้วยการทดสอบและพัฒนาซอฟต์แวร์ให้รองรับการทำงานแบบ 3CC ทำให้ปัจจุบันมีอุปกรณ์รวมกว่า 600,000 เครื่องที่ได้รับการอัปเดตให้รองรับเทคโนโลยีดังกล่าว ได้แก่ Samsung: Galaxy S24 / S24 FE / S24+ / S24 Ultra, Galaxy S25 / S25 Ultra / S25+, Z Flip6 / Z Fold6 และยังมีสมาร์ทโฟนรุ่นที่สามารถแสดงสัญลักษณ์ “5G+” บนหน้าจอทันทีเมื่อเชื่อมต่อกับเครือข่าย AIS ได้แก่ Honor: 400 Pro, Magic 7 Pro iQOO: 13, Neo 10, Z10 5G OPPO: Find N5, X8, X8 Pro, Reno 13 Series Realme: GT 7T และ vivo: V40 5G, V50

พร้อมกันนี้ AIS ยังเดินหน้าขยายการให้บริการเครือข่าย 5G แบบ SA (Standalone) อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งเป็นโครงข่าย 5G ที่ไม่รวมกับการใช้งาน 4G ทำให้สามารถลดความหน่วง (Latency) ได้อย่างชัดเจน และเพิ่มความเร็วและความเสถียรของสัญญาณ อีกทั้งยังรองรับเทคโนโลยีล้ำสมัยในอนาคต เช่น AI, AR/VR, Cloud Gaming, ยานยนต์ไร้คนขับ และ Network Slicing สำหรับแยกส่วนเครือข่ายเฉพาะทาง ซึ่งไม่สามารถทำได้บนโครงข่าย NSA (Non-Standalone)

อีกหนึ่งนวัตกรรมที่เปิดให้บริการควบคู่กัน คือ VoNR (Voice over New Radio) หรือการโทรด้วยเสียงผ่านเครือข่าย 5G โดยตรง ซึ่งช่วยให้เสียงสนทนาคมชัดระดับ HD โทรติดเร็วขึ้น และใช้งานอินเทอร์เน็ตไปพร้อมกันได้อย่างไม่มีสะดุด
AIS ถือเป็นผู้ให้บริการรายแรกในประเทศไทยที่เปิดใช้ VoNR อย่างสมบูรณ์บนโครงข่าย 5G SA ซึ่งนอกจากจะยกระดับคุณภาพเสียงและความต่อเนื่องในการใช้งานแล้ว ยังโดดเด่นด้วยความสามารถ Dual SIM Dual Active (DSDA) ที่ทำให้สมาร์ทโฟน 2 ซิมสามารถใช้งานดาต้าจากซิมหนึ่งและรับสายจากอีกซิมได้พร้อมกันโดยไม่มีสะดุด

“การเปิดตัว AIS 5G+ พร้อมทั้งการขยายเครือข่าย 5G SA และบริการ VoNR ในครั้งนี้ สะท้อนบทบาทของ AIS ในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีการสื่อสาร ที่มุ่งยกระดับโครงข่ายสู่มาตรฐานใหม่ของประเทศ พร้อมก้าวสู่ยุคใหม่ของการสื่อสารที่รวดเร็ว ทรงพลัง และครอบคลุมทุกพื้นที่การใช้งาน ด้วยแนวคิด “ทุกจุดที่มีคนใช้งาน ต้องมีสัญญาณคุณภาพให้บริการ” โดยมุ่งเน้นการให้บริการที่ครอบคลุม ให้ผู้ใช้งานเชื่อมต่อและสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ดิจิทัลที่สมบูรณ์แบบให้กับลูกค้าในทุกมิติ” นายวสิษฐ์ กล่าวสรุป

แจ่วบองปลาหมอคางดำ ตราใบโพธ์ เมนูอร่อยสร้างรายได้ของชุมชนโพพระ

0

การมีส่วนร่วมของชุมชนเป็นแนวทางหนึ่งในการแก้ปัญหาปลาหมอคางดำที่เป็นระบบ และช่วยให้ ตั้งแต่การเข้ามาช่วยกันติดตามเฝ้าระวัง ตลอดจนการส่งเสริมการใช้ประโยชน์หรือแปรรูปนำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์อาหารต่างๆ เพื่อใช้บริโภคช่วยลดค่าครองชีพในครัวเรือน และเป็นโอกาสร้างรายได้เสริมให้ชุมชน อย่าง แจ่วบอง ตราใบโพธ์ สินค้ายอดนิยม ของ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปสัตว์น้ำ ตำบลโพพระ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี เป็นตัวอย่างของการสร้างความมีส่วนร่วมของชุมชนเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส

นายอดิเรก แก้วเจริญ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปสัตว์น้ำตำบลโพพระ เล่าให้ฟังว่า กลุ่มแปรรูปสัตว์น้ำสัตว์น้ำ ตำบลโพพระ มีสมาชิกอยู่ 28 คน ได้รับการส่งเสริมจากประมงจังหวัดนำปลาหมอคางดำมาทำผลิตภัณฑ์อาหาร เพิ่มมูลค่าเกิดประโยชน์สูงสุด ในแต่ละสัปดาห์สมาชิกจะนำปลาหมอคางดำที่จับได้มาหมักเป็นปลาร้า ปัจจุบัน กลุ่มหมักปลาร้าไว้ได้ 50 ถัง แต่ถังละบรรจุปลาร้าน้ำหนัก 80 กิโลกรัม นอกจากนี้ ชาวบ้านยังนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาคิด และต่อยอด สร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์อาหารได้อย่างหลากหลาย ทั้ง น้ำปลาร้าปรุงรส ปลาร้าส้มทอด ปลาหมอแดดเดียว หรือแม้แต่ของทานเล่น เช่น ข้าวเกรียบผสมปลาหมอคางดำ ไม่เพียงแต่จะมีหน้าตาที่น่ารับประทาน รสชาติยังอร่อย และชิ้นส่วนของปลาหมอคางดำยังนำมาใช้ประโยชน์ได้หมด หัวและไส้ปลายังมาทำเป็นน้ำหมักชีวภาพใช้รดแปลงผัก

“ผลิตภัณฑ์ “ตราใบโพธิ์” การันตีคุณภาพและความสะอาดด้วยเครื่องหมายรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารหรือ “Q” โดย น้ำพริกแจ่วบอง เป็นสินค้าที่ขายดีเป็นอันดับ 1 เพราะประทานง่าย รสชาติจัดจ้าน สามารถซื้อกลับไปรับประทานที่บ้าน หรือเลือกซื้อเป็นของฝากได้ การมาช่วยอุดหนุนสินค้าของทุกคน มีส่วนร่วมช่วยกันปราบปลาหมอคางดำ คืนความสมดุลของธรรมชาติ และคนในชุมชนยังมีรายได้อีกด้วย ท่านที่สนใจเลือกซื้อสินค้าช่วยชุมชน ได้ที่ตลาดเกษตรกรบ้านลาด และตลาดชุมชนหลังเทศบาล หรือโทรศัพท์ติดต่อ 081-014-7109″ นายอดิเรกกล่าว

นายประจวบ เจี้ยงยี่ ประมงจังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่า การมีส่วนร่วมของชุมชน เป็น หัวใจสำคัญในการกำจัดและลดจำนวนปลาหมอคางดำได้อย่างมีประสิทธิภาพและครบวงจร ตั้งแต่ การจับจนถึงการนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปสัตว์น้ำตำบลโพพระ เป็น 1 ใน 4 ของชุมชนในจังหวัดเพชรบุรี ที่ประมงจังหวัดเพชรบุรีเข้ามาสนับสนุน ทั้งงบประมาณในการรับซื้อปลาหมอคางดำ การสนับสนุนอุปกรณ์ รวมถึงองค์ความรู้ในการแปรรูป เริ่มต้นจากการสอนทำปลาร้าจากปลาหมอคางดำ เพื่อการันตีให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่า ผลิตภัณฑ์ของวิสาหกิจชุมชนแห่งนี้ มีดีทั้งรสชาติ กระบวนการผลิตสะอาดถูกสุขอนามัย และคุณภาพได้มาตรฐาน สร้างรายได้เสริมให้กับชุมชน นอกจากนี้ โครงการยังช่วยลดจำนวนปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติไปกว่า 40,000 กิโลกรัม ฟื้นคืนความหลากหลายชีวภาพ ควบคู่การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

การมีส่วนร่วมของชุมชนทั้ง 4 ชุมชน ในการแปรรูปปลาหมอคางดำทำเป็นปลาร้า มีส่วนช่วยลดปริมาณปลาหมอคางดำได้ทั้งสิ้น 40,000 กิโลกรัม เป็น ตัวอย่างของการใช้ศักยภาพชุมชนเปลี่ยนวิกฤต เป็นโอกาสสร้างงาน สร้างรายได้ และขับเคลื่อนสู่การอยู่ร่วมกันกับธรรมชาติอย่างสมดุลในระยะยาว

AIS One-2-Call! 5G จับมือ Good Money by GSB แอปฯ สินเชื่อถูก กฏหมาย มอบโบนัสอินเทอร์เน็ตฟรี! สำหรับลูกค้าที่ได้รับการอนุมัติสินเชื่อ

0

AIS One-2-Call! 5G ร่วมกับ Good Money by GSB แพลตฟอร์มสินเชื่อดิจิทัลในเครือธนาคารออมสิน ให้บริการสินเชื่อถูกกฎหมายภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย มุ่งบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของคนไทย ด้วยการสนับสนุนการเข้าถึงบริการกู้สินเชื่อแบบถูกกฎหมาย ในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ เพื่อช่วยเกื้อหนุนภาวะทางด้านการเงินของผู้บริโภคทุกกลุ่มอาชีพ พร้อมมอบสิทธิพิเศษอีกขั้นให้กับลูกค้า AIS ระบบเติมเงินที่ผ่านการอนุมัติวงเงินสินเชื่อจาก Good Money รับโบนัส ฟรี! อินเทอร์เน็ต 5GB ใช้งานได้ 7 วัน ตั้งแต่วันนี้ – 31 สิงหาคม 2568

นางเบญจพร กำเพ็ชร หัวหน้าส่วนงานการตลาดกลุ่มลูกค้าพรีเพด AIS กล่าวว่า “ปัจจุบันลูกค้ากลุ่มระบบเติมเงินของเรามีมากกว่า 32.5 ล้านคน ซึ่งประกอบอาชีพที่หลากหลาย ทั้งพนักงานประจำ พ่อค้าแม่ค้า ลูกจ้างรายวัน รวมถึงอาชีพอิสระอื่นๆ ที่อาจมีรายได้ไม่แน่นอน และประสบปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงินจากสถานการณ์เศรษฐกิจที่มีความผันผวน และค่าครองชีพที่สูงขึ้น เราเล็งเห็นถึงโอกาสของการร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับลูกค้า
จึงได้ร่วมมือกับ Good Money มอบสิทธิพิเศษให้กับลูกค้า AIS One-2-Call! 5G ที่ขอสินเชื่อและได้รับการอนุมัติ จะได้รับโบนัสอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงสุด จำนวน 5GB ใช้งานได้ 7 วัน เพื่อร่วมสนับสนุนให้คนไทยสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่เชื่อถือได้ ปลอดภัย และเข้าถึงได้สำหรับทุกอาชีพ รวมถึงการเข้าถึงบริการดิจิทัลขั้นพื้นฐานอย่างอินเทอร์เน็ตอีกด้วย”

นางสาวสิรินันท์ จิรดิลก กรรมการผู้จัดการ บริษัทเงินดีดี จำกัด กล่าววว่า “Good Money by GSB มุ่งมั่นที่จะให้บริการสินเชื่อที่โปร่งใส ถูกกฎหมาย และเข้าถึงได้ง่ายสำหรับประชาชนไทย การร่วมมือกับ AIS ในครั้งนี้จะช่วยยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า โดยมอบบริการอินเทอร์เน็ตฟรี ซึ่งเราหวังว่าโครงการนี้จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงบริการทางการเงินและการเชื่อมต่อออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

AIS มุ่งมั่นเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนสังคมไทยให้เดินหน้าอย่างมั่นคง ด้วยการส่งเสริมให้คนไทยมีความมั่นคงทางการเงินและสร้างสภาพคล่องที่เพียงพอในชีวิตประจำวัน พร้อมสนับสนุนการใช้งานผ่านเทคโนโลยีและบริการดิจิทัลที่ทันสมัย ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ ลูกค้าที่สนใจสามารถสมัครสินเชื่อได้ด้วยตนเองผ่านแอปพลิเคชัน Good Money by GSB หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://www.ais.th/consumers/package/prepaid แนะนำให้กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว  สินเชื่อส่วนบุคคลกู๊ดมันนี่ ดอกเบี้ย 19% – 25% ต่อปี และสินเชื่อนาโนกู๊ดมันนี่ ดอกเบี้ย 19% – 33% ต่อปี

ตลท. สั่ง JKN ชี้แจงผลกระทบหลังโดน ก.ล.ต. กล่าวโทษ เผยเหตุเข้าข่ายอาจถูกเพิกถอนหุ้น

0

    ตลท. ขอให้ JKN ชี้แจงผลกระทบต่อการดำเนินการต่าง ๆ และการปรับปรุงระบบควบคุมภายในเกี่ยวกับการจัดทำงบการเงิน จากกรณีที่สำนักงาน ก.ล.ต. กล่าวโทษ JKN และกรรมการอีก 2 รายต่อ DSI

     เพื่อให้ผู้ถือหุ้นของ JKN ได้รับทราบข้อมูลสำคัญ ตลาดหลักทรัพย์ฯ  ขอให้ JKN ชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมดังต่อไปนี้ ภายในวันที่ 19 มิถุนายน 2568

    1. สถานะและความคืบหน้าในการดำเนินการตรวจสอบข้อมูลเป็นกรณีพิเศษ (“Special Audit”) ของ JKN ซึ่งบริษัทเคยแจ้งว่าจะสามารถรายงานผลได้ภายในไตรมาส 2 ปี 2568 โดยขอให้ระบุว่ารายงาน Special Audit ที่อยู่ระหว่างการจัดทำครอบคลุมรายการที่สำนักงาน ก.ล.ต. ตรวจพบความผิดปกติหรือไม่ อย่างไร รวมถึงการกล่าวโทษของสำนักงาน ก.ล.ต. มีผลกระทบต่อการจัดทำและกรอบระยะเวลาที่คาดว่าจะสามารถรายงานผล Special Audit หรือไม่ อย่างไร  
    2. ผลกระทบต่อการฟื้นฟูกิจการผ่านศาลล้มละลาย จากกรณีที่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า สำนักงาน ก.ล.ต. ได้กล่าวโทษ นายจักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ และนางสาวพิมพ์อุมา จักราจุฑาธิบดิ์ ว่าร่วมกันสั่งการหรือกระทำการสร้างรายการเจ้าหนี้ปลอมและลูกหนี้ปลอม ซึ่งส่งผลให้งบการเงินปี 2566 ของ JKN แสดงยอดหนี้สินและสินทรัพย์ต่างจากความเป็นจริง แต่นำเจ้าหนี้การค้ามาบันทึกบัญชีในปี 2567 เพื่อลวงบุคคลใด ๆ ว่าในปี 2567 JKN มีเจ้าหนี้การค้าเพิ่มขึ้น และนำเจ้าหนี้การค้าดังกล่าวไปใช้สิทธิออกเสียงเพื่อเลือกผู้ทำแผนฟื้นฟูกิจการของ JKN
    3. ผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของ JKN จากการที่นายจักรพงษ์และนางสาวพิมพ์อุมาพ้นจากการดำรงตำแหน่งกรรมการและ/หรือผู้บริหาร รวมถึงแนวทางการดำเนินธุรกิจของ JKN ในอนาคต และผู้รับผิดชอบในการบริหารจัดการบริษัทแทนนายจักรพงษ์และนางสาวพิมพ์อุมา
    4. แนวทางการปรับปรุงระบบควบคุมภายในเกี่ยวกับกระบวนการจัดทำงบการเงินและเอกสารที่เกี่ยวข้องในอนาคต เพื่อให้ JKN มีระบบการควบคุมภายในที่มีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะสามารถจัดทำงบการเงินได้ถูกต้อง น่าเชื่อถือ โดยระบุกรอบระยะเวลาดำเนินการ และบุคลากรผู้รับผิดชอบ

    และจากกรณี JKN ถูกสำนักงาน ก.ล.ต. กล่าวโทษนั้น ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังได้แจ้งการดำเนินการกับ JKN ดังนี้

    1. ประกาศให้หุ้นสามัญของ JKN มีเหตุเข้าข่ายอาจถูกเพิกถอนจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนเพิ่มเติมอีก 1 เหตุ จากการที่ JKN เปิดเผยข้อมูลอันเป็นเท็จในงบการเงินประจำปี 2566 และแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (“แบบ 56-1 One Report”) ตั้งแต่วันที่ 13 มิถุนายน 2568 โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ จะยังคงขึ้นเครื่องหมาย NC (Non-Compliance) เพื่อให้ผู้ลงทุนทราบว่าหลักทรัพย์ JKN เข้าข่ายอาจถูกเพิกถอน พร้อมกับขึ้นเครื่องหมาย SP (Suspension) เพื่อสั่งห้ามซื้อหรือขายหลักทรัพย์ JKN ต่อไป

    2. ปัจจุบัน หุ้นสามัญของ JKN มีเหตุเข้าข่ายอาจถูกเพิกถอน รวม 2 เหตุ ดังนี้

       2.1 กรณีไม่นำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 ปี 2567 ภายในระยะเวลาที่กำหนด

       2.2 กรณีเปิดเผยข้อมูลอันเป็นเท็จในงบการเงินประจำปี 2566 และแบบ 56-1 One Report

    อย่างไรก็ดี หาก JKN ไม่สามารถแก้ไขเหตุเข้าข่ายอาจถูกเพิกถอนดังกล่าวได้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ อาจพิจารณาดำเนินการเกี่ยวกับการเพิกถอนหุ้นสามัญของ JKN จากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนต่อไป

    รู้เก็บรู้ออม : ชีวิตการเงินที่ใช่…แบบอาร์ตอาร์ต

    0
    ที่มา คอลัมน์ "รู้เก็บรู้ออมรู้ใช้รู้ลงทุน...สู่ความมั่งคั่ง" หน้าเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

    หลายคนน่าจะคุ้นหูกับคำกล่าวที่ว่า “มีวิชาเหมือนมีทรัพย์อยู่นับแสน…”  ซึ่งอยู่ในบทกลอนสอนเรื่องความสำคัญของการศึกษาเล่าเรียน  อย่างไรก็ตาม ศาสตร์หรือวิชาความรู้ที่มีอยู่ หากไม่รู้จักนำมาใช้ หรือใช้ไม่เป็น ก็คงจะมีวันที่หมดไปเหมือนทรัพย์สินเงินทองที่ร่อยหรอเพราะขาดการบริหาร จนทำให้คนจำนวนไม่น้อยตกอยู่ในสภาพ ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด คือมีความรู้แต่ไม่รู้จักใช้ให้เกิดประโยชน์

    หากเรามีศาสตร์ด้านความรู้เรื่องการเงินการลงทุนแล้ว จะยิ่งดีขึ้นถ้าเรามีศิลป์ หรือการประยุกต์นำความรู้นั้นมาใช้ ซึ่งจะช่วยทำให้เราบรรลุถึงเป้าหมายทางการเงินที่วางไว้  

    “ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย” จึงอยากชวนนักลงทุนและผู้สนใจมาร่วมเปิดประสบการณ์ใหม่ และร่วมค้นหา “ศิลปะการจัดการเงิน” ที่ใช่ ในแบบของตัวเอง ในเสวนาหัวข้อ “The Art of Happy Money การเงินดีต้องมีศิลป์” พร้อมพบปะพบปะพูดคุยกับศิลปินวาดภาพประกอบคู่มือความรู้เรื่องเงินและลงทุน

    ผู้ร่วมงานจะมีโอกาสได้พบกับ 5 ศิลปินรุ่นใหม่นักวาดคาแรคเตอร์ ที่จะมาร่วมแชร์แรงบันดาลใจในการออกแบบภาพวาด ถ่ายทอดเรื่องราวการวางแผนการเงินตามช่วงวัย เริ่มจาก วัยเริ่มต้นทำงาน เพิ่งเรียนจบ  พบกับ นัทพล โกมลารชุน @Kamogallery  ในหัวข้อ “Young & Wise วางแผนการเงินตั้งแต่ก้าวแรก”  ที่จะมาแนะนำเรื่องเงินน่ารู้, การบริหารเงินก้อนแรกที่ได้จากการทำงานสำหรับ First Jobbers  

    ตามด้วยวัยที่โตขึ้นมากับภาระที่หนักอึ้ง คือ หัวหน้าครอบครัว หรือเสาหลักของบ้าน  ชวนให้ฟังหัวข้อ “Sandwich Gen เสาหลักของบ้าน จัดการเงินให้สมดุล” โดย สาลินี รัตนชัยสิทธิ์ @CyranoDesign เพื่อจะได้เปลี่ยนจากการแบก เป็นการบาลานซ์ มีเงินเก็บได้แบบไม่ลำบาก ผ่านเทคนิคต่างๆ เช่น เทคนิคจัดเงิน 3 กอง, การเปิดใจคุยเรื่องเงินในครอบครัว

    และวัยที่ต้องการวางแผนเกษียณ ไม่ควรพลาดกับหัวขัอ “Retire Happily ชีวิตดีทั้งก่อนและหลังเกษียณ” โดย นิวัต เพียรภัณฑวณิช @AbigBurger ที่จะมาแนะนำเทคนิคการวางแผนการเงินทั้งก่อนและหลังเกษียณ เพื่อเป้าหมายเกษียณสุข

    นอกจากนี้ยังมีหัวข้อที่ถูกใจมนุษย์เงินเดือน กับ  “Wealthy Worker มนุษย์เงินเดือนก็มั่งคั่งได้” โดย ชายแดน เทียมไสย์ @SHITTAK และ สำหรับฟรีแลนซ์ ต้องไม่พลาดกับ “Happy Jobbers ชีวิตอิสระ งานโปร เงินปัง” โดย สัณห์สินี ชวนฐิติพร @KaptorStore   ทั้งหมดดำเนินรายการโดย ธนธร กาญจนิศากร เจ้าของเพจ Namfinance

    ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมงาน ติดตามซีรีส์ The Art of Happy Money ได้ทั้ง 5 เล่ม 5 แนว ในวันอังคารที่ 17 มิ.ย. 2568 เวลา 14:30-16:30 น. ที่อาคารตลาดหลักทรัพย์ฯ หรือดูสดได้ทาง Facebook, YouTube และ TikTok “SET Thailand”   โดยเปิดให้ลงทะเบียนล่วงหน้าแล้วที่ www.set.or.th/theartofhappymoney   ผู้ร่วมงานยังจะได้รับคู่มือ “The Art of Happy Money” และ “โปสการ์ดที่ระลึก” อีกด้วย งานนี้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

    คุณนายพารวย

    AIS ต่อยอดความสุขผ่าน AIS Points ดันกลยุทธ์ “ทุกพอยท์ มีพลัง” ส่ง 3 แคมเปญใหญ่“ลองใช้-แลกบุญ-ลุ้นโชค” สร้างความคุ้มค่าให้ทุกการใช้คะแนนตลอดทั้งปี 

    0

    AIS เดินหน้ายกระดับประสบการณ์การดูแลลูกค้า ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่การใช้งานในทุกๆ วันของลูกค้าผ่าน “AIS Points” ภายใต้กลยุทธ์ “ทุกพอยท์ มีพลัง” มุ่งเปลี่ยนคะแนนสะสมทุกคะแนนให้เป็นมากกว่าสิทธิพิเศษทั่วไป สู่การเป็น “พลังที่ใช้ได้จริง” และ “พลังที่ส่งคืนให้สังคม” ด้วยการจัด 3 แคมเปญใหญ่ให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์ ลองใช้ – แลกบุญ – ลุ้นโชค ที่ให้ลูกค้าได้รับความคุ้มค่าของการใช้คะแนนตลอดทั้งปี

    นางสาวโอปอล เลิศอุทัย หัวหน้าฝ่ายงานบริหารข้อเสนอและความผูกพันลูกค้า AIS กล่าวว่า ที่ผ่านมา AIS ได้เดินหน้ายกระดับการมอบประสบการณ์พิเศษให้ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ผ่านหนึ่งในโปรแกรมความคุ้มค่าที่ลูกค้าให้ความนิยมอย่าง “AIS Points” ซึ่งเปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถนำพอยท์ที่สะสมมาแลกรับความสุขผ่านสิทธิพิเศษที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าทั่วประเทศ ทั้งส่วนลดสินค้าที่ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ หรือแม้แต่บริการดิจิทัลต่างๆ ของเอไอเอส ซึ่งในปี 2567 ที่ผ่านมา มีการใช้คะแนนสะสมแลกสิทธิประโยชน์รวมกว่า 2,000 ล้านคะแนน โดยอินไซต์ของลูกค้า AIS ตั้งแต่เดือน ม.ค.-พ.ค. ปี 2568 นี้ พบว่า 3 อันดับหมวดหมู่ที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ แลกรับฟรีแพ็กเกจอินเทอร์เน็ต หรือการโทร แลกลุ้นรางวัล และแลกรับส่วนลดเครื่องดื่มจากพาร์ทเนอร์ ตามลำดับ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของลูกค้าในสิทธิพิเศษที่จับต้องได้ ใช้ได้จริง ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์

    นอกจากนี้ การเปรียบเทียบอัตราการเติบโตของการแลก AIS Points ระหว่างปี 2567 ถึง 2568 พบว่า ลูกค้าในแต่ละเจเนอเรชันมีแนวโน้มการใช้คะแนนที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีแรงจูงใจในการแลกคะแนนที่แตกต่างกันไปตามไลฟ์สไตล์และความต้องการแต่ละช่วงวัย กลุ่ม Gen X (อายุ 45-60 ปี) มีอัตราการแลกคะแนนเพื่อรับส่วนลดมือถือและอุปกรณ์เสริมเติบโตสูงที่สุด สะท้อนความสนใจในการอัปเกรดอุปกรณ์ให้ทันสมัยอยู่เสมอ กลุ่ม Gen Y (อายุ 29-44 ปี) ใช้คะแนนแลกส่วนลดกิน ดื่ม เที่ยว และช้อปปิ้ง เป็นหลัก ซึ่งสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ที่เน้นการใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่า ขณะที่กลุ่ม Gen Z (อายุ 13-28 ปี) มีอัตราการแลกคะแนนเพื่อรับแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตและโทรฟรีเพิ่มขึ้นสูงสุด สะท้อนถึงความต้องการในการเชื่อมต่อโลกดิจิทัลตลอดเวลา ดังนั้น เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่มอย่างตรงใจและครบครันที่สุด จึงเป็นที่มาของการยกระดับ AIS Points ด้วยกลยุทธ์ “ทุกพอยท์ มีพลัง” ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย เติมเต็มทุกการใช้คะแนนให้มีคุณค่ายิ่งขึ้นในทุกมิติ

    “ทุกพอยท์ มีพลัง” ชวนลูกค้า AIS เปิดประสบการณ์แลกรับสิทธิประโยชน์จาก AIS Points ผ่าน 3 แคมเปญใหญ่  “ลองใช้ – แลกบุญ – ลุ้นโชค” ที่คัดสรรความพิเศษมาอย่างจัดเต็ม เพื่อให้ทุกพอยท์มีพลังสร้างความสุขและความคุ้มค่าได้มากกว่าที่เคย

    • ลองใช้ – เปิดโอกาสให้ลูกค้าเริ่มต้นใช้ AIS Points ได้ง่ายๆ ผ่านกิจกรรม 10 Points Day – วันใช้สิบแห่งชาติ” ทุกวันที่ 1 และ 16 ของเดือน กับสิทธิพิเศษจากร้านค้าชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็นคูปองอาหาร ขนม เครื่องดื่ม ตั๋วหนัง หรืออินเทอร์เน็ต เพียงใช้แค่ 10 คะแนน ก็สามารถแลกรับได้ทันที เพื่อกระตุ้นการเริ่มต้นใช้งาน ลดการปล่อยให้คะแนนหมดอายุโดยเปล่าประโยชน์ พร้อมเปลี่ยนคะแนนสะสมให้กลายเป็นประสบการณ์ที่จับต้องได้ ตั้งแต่วันนี้ – 16 สิงหาคม 2568 ชวนให้ทุกคนมาใช้ผ่านแคมเปญกระตุ้นแลกพอยท์ วันใช้สิบแห่งชาติ
    • แลกบุญ – สร้างพลังแห่งการแบ่งปันกับกิจกรรม “ปันพอยท์ เติมสุข เพิ่มบุญอุ่นใจ” ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่ต้องการ “ให้” โดยการใช้ AIS Points บริจาคให้กับ 6 องค์กรการกุศลชั้นนำ ได้แก่ มูลนิธิหัวใจแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ มูลนิธิโรงพยาบาลเด็กกองทุนอาคารเฉลิมพระเกียรติฯ สภากาชาดไทย และมูลนิธิรามาธิบดีได้โดยตรงผ่านแอป myAIS ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2568 โดยสามารถเลือกบริจาคได้ตั้งแต่ 100, 200 หรือ 300 คะแนนต่อครั้ง
    • ลุ้นโชค – สำหรับสายลุ้น AIS ขอชวนมาร่วมสนุกกับกิจกรรม “ลุ้นโชคกับ เอไอเอส พอยท์” เพียงใช้ 5 คะแนน ก็สามารถแลกรับสิทธิ์ลุ้นรางวัลสุดพิเศษ พร้อมของรางวัลที่คัดสรรมาเพื่อเติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์ อาทิ รถกระบะ Toyota Hilux ลำโพง Marshall เครื่องฟอกอากาศ Dyson เปิดให้ร่วมสนุกตั้งแต่วันนี้ – 30 มิถุนายน 2568 และของรางวัลอื่นๆ ที่จะทยอยเผยโฉมตลอดทั้งปี

    AIS ขอเชิญชวนลูกค้าทุกคนสัมผัสประสบการณ์ความสุขจากสิทธิพิเศษสุดคุ้ม พร้อมส่งต่อพลังบวกสู่สังคม ตามแนวคิด “ทุกพอยท์ มีพลัง” จาก AIS Points ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่แอปพลิเคชัน myAIS