Home Blog Page 89

แม็คยีนส์ เปิดตัว Mc X’mas Series ไอเท็มสีสันสดใส ต้อนรับเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปี

0

นายเจมส์ ริชาร์ด อมตวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MC องค์กรธุรกิจค้าปลีก ประเภทสินค้าแฟชั่นและสินค้าไลฟ์สไตล์ “แม็คยีนส์” เผยว่าบริษัทฯ ได้เปิดตัว “Mc X’mas Series” พบกับไอเท็มสีสันสดใสต้อนรับเทศกาลแห่งความสุข ที่ถูกรังสรรค์เพื่อมอบให้แก่ทุกๆ ท่านในช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองนี้ เติมเต็มความสนุกสุขสันต์ให้คุณเพลิดเพลินไปกับหลากหลายไอเท็มยอดนิยม และสร้างสรรค์ลุคที่ดีที่สุดในแบบฉบับของตัวเองด้วยผลิตภัณฑ์ จากแม็คยีนส์

“Mc X’mas Series” สีสันของความสนุกสดใส ที่สื่อถึงความสุข สนุกสนาน และการเฉลิมฉลอง กับไอเท็มยอดนิยม จากแม็คยีนส์ อาทิ เช่น เสื้อยืด โทนสีเขียว สีแดง และสีดำ ผลิตจากผ้าคอตตอน 100% พิมพ์ลายกราฟฟิคตัวอักษร Mc JEANS ผสมผสานกับลวดลายสนุกๆ เทคนิคการพิมพ์สีฉาบบนผิวผ้า ทำให้มีชั้นความหนาของลวดลาย ช่วยเพิ่มเทกเจอร์ให้ดูโดดเด่นอย่างมีสไตล์ หนุ่มสาวสตรีทสไตล์ห้ามพลาด กับเสื้อยืดทรงโอเวอร์ไซส์ พิมพ์โลโก้ Mc และลายถักนิตติ้งโทนสีเขียว แดง ขาว ให้ลุคสตรีทคูลๆ ดูสนุกกว่าที่เคย

อีกหนึ่งไอเท็มไฮไลท์ พบกับเสื้อฮู้ดดี้สุดเท่ โทนสีดำ พิมพ์ลายกราฟฟิคซานตาสีสันสดใส สวมใส่ง่ายดูดี ลงตัวไปกับทุกทริปและทุกไลฟ์สไตล์ แอ็คเซสซอรี่ ที่จะช่วยคอมพลีททุกลุคให้ดูดี กับหมวกแก๊ปทรงเบสบอล ที่สามารถปรับระดับของหมวกได้ตามความต้องการ

“ความพิเศษของ “Mc X’mas Series” จากแม็คยีนส์ พบกับไอเท็มสีสันสดใส ที่พร้อมมอบความสุขต้อนรับเทศกาลเฉลิมฉลองให้แก่ทุกๆ ท่าน จะมอบให้ตัวเอง สวมใส่ทั้งครอบครัว หรือจะมอบเป็นของขวัญก็ถูกใจทั้งผู้ให้และผู้รับอย่างแน่นอน” นายเจมส์ ริชาร์ด กล่าว

พบกับ “Mc X’mas Series” ที่ร้านแม็คยีนส์ทุกสาขา และเว็บไซต์ www.mcshop.com สามารถติดตามรายละเอียดเกี่ยวกับสินค้าและกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/mcjeans

AIS คว้ารางวัล Creative Equality Award จากเวที Creative Excellence Awards 2024 ตัวจริงส่งต่อพลังสร้างสรรค์เพื่อสังคม

0

AIS ตอกย้ำความเป็นเลิศทางความคิดสร้างสรรค์ คว้ารางวัล Creative Equality Award Creative ประเภท Social Impact Awards จากเวที Creative Excellence Awards 2024 ซึ่งเป็นผลจากความสำเร็จของโครงการ Jump Thailand Hackathon 2024 ที่เอไอเอสได้ร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนและเฟ้นหาไอเดียนวัตกรรมใหม่ๆ จากนิสิต นักศึกษา ทั่วประเทศ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์ผลงานที่นำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตให้แก่ผู้คนในสังคม โดยเฉพาะผู้สูงอายุและคนพิการ ตอกย้ำเป้าหมายการเดินหน้าสู่ Cognitive Tech-Co ที่พร้อมขับเคลื่อนสังคมด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างยั่งยืน

นางสาวกานติมา เลอเลิศยุติธรรม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคล กลุ่มบริษัท AIS กล่าวว่า “การได้รับรางวัลในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นตั้งใจของ เอไอเอส และ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่ได้ร่วมกันจัดโครงการ Jump Thailand Hackathon 2024 โดยมุ่งเน้นการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์เชิงบวก และการมีส่วนร่วมจากทั้งพนักงานในองค์กร หน่วยงานภาครัฐ และกลุ่มคนรุ่นใหม่ เพื่อสนับสนุนให้เกิดการสร้างสรรค์นวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ และต่อยอดเป็นเครื่องมือที่ใช้พัฒนาคุณภาพชีวิตให้แก่ผู้คนในสังคม โดยเฉพาะผู้สูงอายุและคนพิการ เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำในด้านต่างๆ พร้อมเสริมสร้างความเท่าเทียม ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน จนเป็นที่มาของการได้รับรางวัลอันทรงเกียรติในครั้งนี้”

รางวัล Creative Excellence Awards 2024 หรือ รางวัลความเป็นเลิศทางความคิดสร้างสรรค์ จัดขึ้นโดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์กรมหาชน) หรือ CEA องค์กรภายใต้การกำกับดูแลของสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนศักยภาพการเติบโตของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มอบให้กับบุคคลหรือองค์กรที่สร้างสรรค์ผลงานหรือกิจกรรมที่สร้างคุณค่าและก่อให้เกิดผลกระทบเชิงบวก ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม รวมถึงการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนอย่างยั่งยืน

“ขอขอบคุณ CEA ที่มอบรางวัลอันน่าภาคภูมิใจนี้ให้แก่เรา รางวัลดังกล่าวไม่เพียงตอกย้ำศักยภาพของ AIS ในฐานะผู้นำด้านการให้บริการดิจิทัลที่มีความเป็นเลิศด้านความคิดสร้างสรรค์ เราเชื่อมั่นว่าไอเดียนวัตกรรมของกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ได้จากโครงการ Jump Thailand Hackathon 2024 จะสามารถนำไปพัฒนาและต่อยอดในการยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับผู้คน และนำไปสู่การสร้างความเข้มแข็งให้กับสังคมได้อย่างแท้จริง”

นายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวว่า “ขอขอบคุณ CEA ที่มอบรางวัลนี้ให้แก่โครงการ Jump Thailand Hackathon 2024 ในฐานะหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมาย เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมร่วมกับ AIS ในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่จะส่งต่อไปสร้างประโยชน์และยกระดับคุณภาพชีวิตให้แก่ผู้คนในสังคม โดยเฉพาะผู้สูงอายุ และ คนพิการ  รางวัลนี้ก็จะเป็นกำลังใจและส่งต่อความชื่นชมไปสู่ผู้เข้าร่วมโครงการทุกท่านที่ร่วมกันระดมไอเดีย พร้อมผสมผสานเข้ากับนวัตกรรม  ที่จะเป็นจิ๊กซอว์สำคัญในการสร้างการเปลี่ยนแปลงและแก้ไขปัญหาสังคมในอนาคตอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป”

ซีพีเอฟ จัดงานวิ่ง ‘CPF & KASETPHAND RUN FOR CHARITY 2024’ มอบรายได้ให้ 4 รพ.ใน จ.พระนครศรีอยุธยา

0

นายเกียรติปราโมทย์ ฉายศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานเปิดงานวิ่งเพื่อการกุศล “CPF & KASETPHAND RUN FOR CHARITY 2024” จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 โดย ชมรมซีพีเอฟรันนิ่งคลับ (CPF Running Club) ภายใต้ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ร่วมกับ บริษัท เกษตรภัณฑ์อุตสาหกรรม จำกัด เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนและพนักงานในชุมชนได้ออกกำลังกาย มีสุขภาพที่ดี ตลอดจนเป็นการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ภายในงานได้รับเกียรติจาก นางสาวภคมน สุภาพพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักรับรองธุรกิจคาร์บอนต่ำ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. พร้อมทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และนักวิ่งมากกว่า 1,400 คน ร่วมด้วย ซึ่งรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะส่งมอบให้โรงพยาบาล 4 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา โรงพยาบาลวังน้อย โรงพยาบาลเสนา และโรงพยาบาลท่าเรือ เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์เครื่องมือทางการแพทย์

นายเกียรติปราโมทย์ ฉายศรี เปิดเผยว่า การจัดกิจกรรมเดิน-วิ่งการกุศลครั้งนี้ ถือเป็นประโยชน์ต่อสังคมและชุมชน ในการมีสุขภาพที่ดี สอดคล้องกับนโยบายภาครัฐที่มุ่งเน้นรณรงค์และส่งเสริมการออกกำลังกาย และขอชื่นชมซีพีเอฟที่จัดงานรูปแบบคาร์บอน นิวทรัล (Carbon Neutral) ช่วยลดโลกร้อน รวมถึงใส่ใจสิ่งแวดล้อมอีกด้วย สอดคล้องกับนโยบายของจังหวัดที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

นางสาวภคมน สุภาพพันธ์ กล่าวชื่นชมกิจกรรมในครั้งนี้ เพราะนอกจากจะนำรายได้ไปช่วยเหลือโรงพยาบาลในพื้นที่แล้ว คณะผู้จัดงานยังเล็งเห็นความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อม ภายใต้ Carbon Neutral Event อย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการคำนวนและจัดเก็บข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อาทิ ลักษณะการเดินของผู้มาร่วมงาน การใช้พลังงานและอาหารภายในงาน รวมถึงของเสียที่มีการคัดแยกและจัดการอย่างจริงจัง ลดการใช้ทรัพยากรที่ไม่จำเป็น เช่น บรรจุภัณฑ์พลาสติก เป็นต้น

นายเรวัติ หทัยสัตยพงษ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ธุรกิจอาหารสัตว์บก ซีพีเอฟ กล่าวว่า ชมรมซีพีเอฟรันนิ่งคลับ และเกษตรภัณฑ์ฯ ตระหนักดีถึงการส่งเสริมสุขภาพที่ดีแก่ประชาชน จึงจัดกิจกรรมนี้ เพื่อสานสัมพันธ์ระหว่างชุมชนและพนักงานในเครือซีพี ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดและนโยบายด้าน 3 ประโยชน์สู่ความยั่งยืน ในการคำนึงถึงประโยชน์ต่อประเทศชาติ ประชาชน และบริษัท เป็นลำดับสุดท้าย นอกจากนี้ นักวิ่งทุกคนยังมีส่วนร่วมในกิจกรรมลดโลกร้อน โดยซีพีเอฟเลือกใช้เสื้อวิ่งที่ทำมาจากขวดน้ำพลาสติก ใช้ภาชนะที่สามารถย่อยสลายได้ เช่น ใบตอง กระดาษ และมีการแยกขยะอย่างจริงจัง เพื่อสามารถนำมาใช้ประโยชน์ต่อได้ ทั้งนี้เราจะยังคงเดินหน้าสานต่อกิจกรรมดีๆ เพื่ออยู่ร่วมกับคนในชุมชนรอบสถานประกอบการซีพีเอฟและคนไทยต่อไป

กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นโดย สมาชิกชมรมซีพีเอฟรันนิ่งคลับ และกลุ่มพนักงานเกษตรภัณฑ์ฯ เพื่อส่งเสริมให้พนักงานและประชาชนได้ออกกำลังกายด้วยการวิ่ง และนำรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายมอบให้กับหน่วยงานสาธารณประโยชน์ในจังหวัดต่างๆ ตลอด 9 ปีของการจัดกิจกรรม CPF Run For Charity ได้มอบเงินสมทบทุนมากกว่า 14 ล้านบาทให้แก่โรงเรียน โรงพยาบาล องค์กรภาครัฐและองค์กรสาธารณประโยชน์แล้วกว่า 30 แห่ง สำหรับในปี 2568 ชมรม CPF Running Club จะจัด CPF Run For Charity อีกครั้ง ที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี .

ชวนร่วมงานประชุมวิชาการนานาชาติทางสัตวแพทย์และการเลี้ยงสัตว์ครั้งที่ 46

0

สัตวแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยฯ ร่วมกับสมาคมสัตวบาลแห่งประเทศไทย และกรมปศุสัตว์ กำหนดจัดการประชุมวิชาการนานาชาติทางสัตวแพทย์และการเลี้ยงสัตว์ (ICVS 2024) ครั้งที่ 46 ระหว่าง วันที่ 28 – 29 พฤศจิกายน 2567 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

จึงขอเรียนเชิญท่านและบุคลากรในหน่วยงานลงทะเบียนเข้าร่วมงานฯ ได้ที่ https://www.zipeventapp.com/e/ICVS-2024 

สมาชิกอาวุโส (อายุ > 60 ปี) และนิสิตนักศึกษาสัตวแพทย์และสัตวศาสตร์ ลงทะเบียนฟรี !!

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.vetcouncil.or.th/news-detail/20240913101531-472-294

แล้วพบกัน 28-29 พฤศจิกายน 2567 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

เมืองไทยสไมล์คลับ ฉลองครบรอบ 20 ปี จัดแคมเปญ “สุขหลายต่อ แจกจัดเต็ม” ส่งมอบความสุขแก่สมาชิกคนสำคัญ

0

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เมืองไทยประกันชีวิต โดยเมืองไทยสไมล์คลับ เดินหน้าคัดสรรประสบการณ์แห่งการดูแล การสร้างสรรค์กิจกรรม และสิทธิประโยชน์ที่ตอบรับกับไลฟ์สไตล์ของสมาชิกฯ ทุกระดับ เพื่อตอกย้ำการส่งมอบความสุขและรอยยิ้ม ให้สมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับอย่างต่อเนื่อง 

ทั้งนี้เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสครบรอบ 20 ปี เมืองไทยสไมล์คลับ จึงได้จัดแคมเปญ “สุขหลายต่อ แจกจัดเต็ม” เพื่อเป็นการขอบคุณด้วยการส่งมอบความสุขให้กับสมาชิกคนสำคัญแบบจัดเต็ม และสามารถแลกรับสิทธิ์จากร้านค้าที่ร่วมแคมเปญได้ง่าย ๆ ผ่านทาง  MTL Click Application  โดยแคมเปญแห่งความสุขนี้ประกอบด้วย

สุขหลายต่อ ทุกวันที่แดรี่ควีน

ต่อที่ 1: รับฟรีซันเด สตรอว์เบอรี่ หรือช็อกโกแลต 1 ถ้วย ราคา 32 บาท (รับสิทธิ์ได้ทุกวัน 1สิทธิ์ / 1 ท่าน / 1 วัน)

ต่อที่ 2 : รับฟรีส่วนลด 30 บาท สำหรับซื้อสินค้าที่แดรี่ควีน ยกเว้นน้ำดื่ม และน้ำอัดลม (รับสิทธิ์ได้ทุกวัน    1 สิทธิ์ / 1 ท่าน / 1 วัน) 

ระยะเวลาแลกรับสิทธิ์ 1 พฤศจิกายน 2567 – 31 ธันวาคม 2567 (ใช้รหัสภายใน 60 นาที) สงวนสิทธิ์จำนวนรวม 8,000 สิทธิ์ตลอดโครงการ

สุขหลายต่อ ทุกวันช้อปผ่าน Lazada

สมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับใช้คะแนนสะสม 20 คะแนน แลกรับส่วนลดมูลค่า 100 บาท (รับสิทธิ์ได้ทุกวัน 5 สิทธิ์ / 1 ท่าน / 1 วัน) เฉพาะการช้อปผ่าน Lazada Application หรือ lazada.co.th/   ระยะเวลาแลกรับสิทธิ์ 14 พฤศจิกายน 2567 – 31 ธันวาคม 2567 สงวนสิทธิ์จำนวน 1,000 สิทธิ์ตลอดโครงการ สามารถเก็บรหัสรับสิทธิ์ไว้ได้ถึง 31 มกราคม 2568

สุขหลายต่อ แลกสุขได้ทุกวันกับ ONESIAM

สมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับ แลกสุขได้ทุกวันใช้คะแนนสะสม 20 Smile Points รับ 100 ONESIAM Coins สำหรับใช้แทนเงินสดในการซื้อสินค้า/บริการ ณ ร้านค้าที่ร่วมรายการในศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ สยามพารากอน ไอคอนสยาม ไอซีเอส สยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต และร้านค้าบน ONESIAM SuperApp (รับสิทธิ์ได้ทุกวัน 5 สิทธิ์ / 1 ท่าน / 1 วัน) ระยะเวลาแลกรับสิทธิ์ 18 พฤศจิกายน 2567 – 31 ธันวาคม 2567  สงวนสิทธิ์จำนวน 623 สิทธิ์ตลอดโครงการ ONESIAM Coin มีอายุการใช้งานภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2567 เท่านั้น

สุขหลายต่อ ลุ้นรับบัตรชมภาพยนตร์ที่นั่ง SF First Class

สมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับใช้คะแนนสะสม 0 คะแนน ลุ้นรับบัตรชมภาพยนตร์ที่นั่ง SF First Class จำนวน 1 รางวัล (2 ที่นั่ง) รวมรางวัล 50 รางวัล (1 รางวัล : 2 ที่นั่ง รวม 100 ที่นั่ง) ระยะเวลากิจกรรม 1 พฤศจิกายน – 25 ธันวาคม 2567 (รับสิทธิ์ได้ทุกวัน 1สิทธิ์ / 1 ท่าน / 1 วัน) บริษัทฯ จะมีการประกาศรายชื่อผู้ได้รับรางวัล ผ่าน www.muangthai.co.thในหน้ากิจกรรม 20 ปี เมืองไทยสไมล์คลับ (เอสเอฟ เฟิร์สคลาส) วันที่                6 มกราคม 2568 (จัดส่งบัตรภายใน 30 วันทำการหลังจากประกาศ)

สมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับ ยังสามารถติดตามกิจกรรมรวมถึงสิทธิประโยชน์อื่นๆ เมืองไทยสไมล์คลับคัดสรรมาพิเศษแบบครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ และตอบโจทย์ความหลากหลายทุกความต้องการเพิ่มเติม ได้ที่ MTL Click Application สามารถดาวน์โหลดได้ฟรีทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android หรือเว็บไซต์ www.muangthai.co.th ตลอดจนสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร. 1766 กด 4 เมืองไทยประกันชีวิต หรือศูนย์บริการลูกค้าทั่วประเทศ

ตลาดหลักทรัพย์ฯ และสภาธุรกิจตลาดทุนไทย มอบเงิน 1 ล. สนับสนุนกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย

0

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานรับมอบเงินบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจังหวัดเชียงราย จำนวน 1,000,000 บาท จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสภาธุรกิจตลาดทุนไทย ซึ่งบริจาคผ่านกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย โดยมีนายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมด้วยผู้บริหารจากสมาคมบริษัทจัดการลงทุน สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย ซึ่งเป็นผู้แทนจากสภาธุรกิจตลาดทุนไทย ร่วมมอบ ณ ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล

AIS 5G โชว์แกร่งโครงข่ายที่ 1 ตัวจริง SEA COVERAGE ครอบคลุม 2 ฝั่งทะเลไทย ลึก สูง กว้าง ไกลล่องใต้ได้สุด อุ่นใจไม่หยุด ต้อนรับนักท่องเที่ยวช่วงไฮซีซัน

0

AIS ตอกย้ำที่ 1 ตัวจริง โครงข่ายอัจฉริยะ SEA COVERAGE ที่ครอบคลุมพื้นที่การใช้งานกว่า 95% ของพื้นที่ประชากรในภาคใต้ ยืนยันความพร้อมของโครงข่ายสื่อสารทั้ง 5G, 4G ต้อนรับการใช้งานที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในช่วงสิ้นปีและไฮซีซันด้านการท่องเที่ยวของภาคใต้ รวมถึงยังเดินหน้านำนวัตกรรมและสุดยอดเทคโนโลยีมายกระดับการทำงานของโครงข่ายดิจิทัลให้ตอบโจทย์การใช้งานทุกกลุ่ม ทั้งภาครัฐ ภาคบริการ ผู้ประกอบการประมง ผู้ประกอบการท่องเที่ยว ผู้ประกอบการโรงแรม ร้านอาหาร นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และจากทั่วโลก

นายกิตติ งามเจตนรมย์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเทคโนโลยี AIS กล่าวว่า “แนวคิดทำงานเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลในพื้นที่ภาคใต้ให้ ลึก สูง กว้าง ไกล ถูกเชื่อมโยงเข้ากับ Ecosystem Economy ในทุกมิติ นั่นหมายความว่าทุกตารางเมตรที่โครงข่ายสัญญาณ AIS เข้าถึงจะไม่ได้สร้างประโยชน์เพียงแค่การติดต่อสื่อสารในโลกดิจิทัลเท่านั้น แต่ยังต้องช่วยสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจภาคใต้ทั้งระบบ ตั้งแต่การใช้งานของลูกค้าประชาชนในพื้นที่ ไปจนถึงภาคการท่องเที่ยว ภาคบริการ ธุรกิจทัวร์ โรงแรม ผู้ให้บริการท่าเรือเฟอรี่ เรือยอร์ช เรือสปีดโบ๊ท ร้านอาหาร หรือแม้แต่ภาคอุตสาหกรรมประมงชายฝั่งทะเล และประมงน้ำลึก”

นายไพบูลย์ รินทร์สกุล หัวหน้าส่วนงานปฏิบัติการภูมิภาค ภาคใต้ AIS กล่าวเสริมอีกว่า “ที่ผ่านมา AIS สามารถยกระดับคุณภาพการให้บริการ คุณภาพเครือข่ายในพื้นที่ภาคใต้ และโครงข่ายทางทะเลหรือ SEA COVERAGE ทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน ในบริเวณชายฝั่ง เกาะ กลางทะเล เส้นทางการเดินทาง ทั้งทางทะเล ทางบก และทางอากาศ ทั้งในแง่ของ Reliability หรือความเสถียรและต่อเนื่องของการใช้งาน และการขยาย Coverage อย่างต่อเนื่อง ด้วยการออกแบบสถาปัตยกรรมโครงข่าย การผสมผสานระบบสื่อสัญญาณ หรือ Transmission พร้อมนำนวัตกรรมการพัฒนาอุปกรณ์ด้านเทคโนโลยี รวมถึงการพลังงานทดแทนจากธรรมชาติเข้ามาใช้งานให้สอดคล้องกับความท้าทายในเชิงของลักษณะเฉพาะทางภูมิศาสตร์ ตั้งแต่ชายฝั่ง บนเกาะ ไปจนถึงพื้นที่กลางทะเลเพื่อให้โครงข่ายอัจฉริยะของ AIS มีความพร้อมในการใช้งานที่เป็นมากกว่าระบบสื่อสาร
ทำให้วันนี้ AIS มีโครงข่ายสัญญาณทั้ง 5G และ 4G ที่ครอบคลุมแล้วกว่า 95% ของพื้นที่ในภาคใต้ รวมถึงความมุ่งมั่นในการขยายโครงข่ายในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกให้เป็นหนึ่งใน Destination ด้านการท่องเที่ยว อาทิ เขื่อนรัชประภา จังหวัดสุราษฏร์ธานี, อ่าวมาหยา จังหวัดกระบี่, อ่าวช่องขาดและหาดไม้งาม อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ พังงา ให้ตอบโจทย์การใช้งานของกลุ่มนักท่องเที่ยวที่สามารถถ่ายรูป ถ่ายวีดีโอ ทำคอนเทนต์ เพื่ออัพและแชร์ในโซเชียลให้คนทั่วโลกได้เห็นกันแบบเรียลไทม์”

“เพื่อเป็นการต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติจากทั่วโลกที่กำลังจะเดินทางมาสัมผัสความสวยงามทางธรรมชาติของแหล่งท่องเที่ยวในภาตใต้ของประเทศไทยในช่วงไฮซีซั่น เราขอยืนยันถึงความพร้อมของโครงข่ายสื่อสาร AIS SEA COVERAGE ที่จะสามารถรองรับการใช้งานได้อย่างดีที่สุด และเราเชื่อว่าด้วยศักยภาพและขีดความสามารถของระบบโครงสร้างพื้นฐานทางด้านดิจิทัลของ AIS จะเป็นแรงขับเคลื่อนที่ช่วยส่งเสริมภาคการท่องเที่ยวที่กำลังฟื้นตัวกลับมาแข็งแกร่ง และสนับสนุนการเติบโตเศรษฐกิจภาคพื้นทะเลให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนต่อไป” นายกิตติ กล่าวทิ้งท้าย

ตามรอยเซียน โดย เจี๊ยบ บางกรวย “วัดระฆังทรงเจดีย์พันเปอร์เซ็น”

0

ได้พบพระอาจารย์วันพฤหัส เอาของดีไปให้ ป่วยมาหลายวันซื้อกาแฟไปฝากกับกล้วยปิ้งของโปรดพระอาจารย์

ตามด้วยพระ2กล่อง พระอาจารย์เลือกได้13องค์ ได้ทุนคืนไปหาพระใหม่ ก่อนลากลับโชว์พระในกระเป๋า พระอาจารย์พูดองค์นี้ไม่ขายให้หรือ บอกไม่ขายครับได้ทุนพระอาจารย์แล้ว องค์ง่ายผมเก็บไว้ องค์ลุ้นผมแบ่งให้ แต่บางองค์ได้จากเซียนเจี๊ยบแท้ง่ายๆ มึงให้มาได้งัย ก็พระอาจารย์สอนผมให้เริ่มนับ1ได้ ดูพระแท้เป็นหาพระใช้ได้ ชาตินี้ผมไม่มีพระอาจารย์ก็ดูพระแท้ไม่เป็น หาพระใช้ไม่ได้ ผมต้องหาพระมาให้พระอาจารย์ ตอบแทนพระคุณชาตินี้ก็ใช้ไม่หมดครับ ทุนผมน้อยเอาทุนคืนจาพพระอาจารย์ไปหาองค์แจ่มๆ “ทรงเจดีย์องค์นี้เป็นยังงัยครับพระอาจารย์ แท้พันเปอร์เซ็นต์” ง่ายเนื้อจัดฉ่ำซึ้ง ใช้ติดตัวองค์เดียวพอ มีไว้ชีวิตไม่ตกต่ำนะเธอเชื่อเราซิ สมเด็จวัดระฆังไม่เคยห่างกายเรา จะใช้พระอะไรก็ต้องมีพระสมเด็จไว้คุ้มครองอีกที

วันนี้เซียนเจี๊ยบไม่อธิบายนะ นี่เป็นครั้งแรกที่พระอาจารย์ดูแล้วบอก แท้พันเปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นไม่พูดมาก

“จำไว้นะจ๊ะเนื้อแท้จัดแบบนี้พันเปอร์เซ็นต์ สมเด็จวัดระฆังทรงเจดีย์ นะจ๊ะเธอ”
เจี๊ยบบางกรวยเดินตามรอยพระอาจารย์ 087 0030897

ปลดล็อกเรื่องภาษี!

0

ช่วงปลายปีแบบนี้เป็นเวลาที่คนทำงาน หรือมนุษย์เงินเดือนต้องเตรียมตัวสำหรับการยื่นเสียภาษีในปีหน้า คนที่มีประสบการณ์ยื่นภาษีมาแล้ว บางคนอาจจะมีการวางแผนภาษีและเตรียมตัวมาแต่เนิ่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อประกัน, ทยอยซื้อกองทุน เพื่อนำมาใช้ลดหย่อนภาษี

แต่ก็มีคนอีกจำนวนไม่น้อยทีเดียวที่ชอบจะมาทำเอาตอนเวลาที่เหลือ 1-2 เดือนสุดท้ายก่อนหมดปี ซึ่งถ้าทำทันเวลา ก็คงไม่มีอะไรเสียหาย แต่หากเกิดเหตุสุดวิสัย เช่น เงินไม่พอ, หลงลืม ก็อาจทำให้ซื้อไม่ทัน, ไม่ครบจำนวน ทำให้ลดหย่อนได้น้อยกว่าที่ควรจะเป็น ถึงเวลาจ่ายภาษี ก็ต้องก้มหน้าก้มตาชำระภาษีแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยกันไป

ยิ่งสำหรับมือใหม่จ่ายภาษี ขาดการวางแผนภาษีล่วงหน้า อาจทำให้ตัวเองต้องจ่าย ภาษีก้อนโตโดยไม่จำเป็น

“คุณนายพารวย” อยากให้ผู้มีภาระต้องเสียภาษีทั้งหลายศึกษาและทำความเข้าใจเรื่องภาษีให้ดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเกณฑ์รายได้ที่ต้องเสียภาษี, วิธีคำนวณภาษี และอื่นๆ เพื่อทำให้เรื่องภาษีไม่เป็นสิ่งที่ดูน่ากลัวหรือคิดว่ายุ่งยากอีกต่อไป

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้จัดทำหลักสูตร SET e–learning ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการจัดการภาษีอย่างมั่นใจ และตอบโจทย์ความต้องการของคนกลุ่มต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ฟรีแลนซ์, มนุษย์เงินเดือน, คู่สมรส และวัยเกษียณ โดยจัดทำออกมา 4 หลักสูตรในซีรีส์ “วางแผนภาษี” ได้แก่

1.หลักสูตร วางแผนภาษี สไตล์ Multi–Jobbers & Freelancers เหมาะสำหรับผู้มีอาชีพรับจ้างอิสระ (Freelancers) หรือผู้ที่มีรายได้หลายทาง (Multi-Jobbers) เรียนรู้เรื่องภาษีที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)

2.หลักสูตร วางแผนภาษี สไตล์วัยหลังเกษียณ เหมาะกับคนวัยเกษียณ ให้เรียนรู้และเข้าใจเกี่ยวกับเงินได้และภาระภาษีที่เกิดขึ้นในวัยเกษียณและหลังเกษียณ การลดหย่อนภาษี สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับผู้สูงอายุ เพื่อการวางแผนภาษีให้ถูกต้องและเหมาะสม

3.หลักสูตร วางแผนภาษี สไตล์ชาวออฟฟิศ เหมาะสำหรับมนุษย์เงินเดือนและผู้สนใจทั่วไป เรียนรู้เรื่องเงินได้ ค่าใช้จ่าย ค่าลดหย่อน และสิทธิประโยชน์ทางภาษี เพื่อวางแผนภาษีแบบง่ายๆสไตล์มนุษย์เงินเดือน และ 4.หลักสูตร วางแผนภาษี สไตล์คนมีคู่ เหมาะกับคู่สมรส ที่อยากเรียนรู้วิธีบริหารจัดการภาษี สำหรับคู่สมรส เข้าใจประเภทเงินได้ ค่าใช้จ่าย ค่าลดหย่อน สิทธิประโยชน์ทางภาษี และเทคนิคการเลือกยื่นภาษีอย่างชาญฉลาด เพื่อลดภาระภาษี พร้อมเพิ่มเงินออมให้ครอบครัว

สามารถเข้าเรียน SET e-learning ซีรีส์ “วางแผนภาษี” ได้ที่ www.set.or.th/elearning แต่ละหลักสูตรเรียนจบครบชั่วโมงมีวุฒิบัตรให้ ที่สำคัญคือ ตัวผู้เรียนจะได้แนวทางการวางแผนภาษีที่ถูกต้อง รับประกันว่า ปลดล็อกทุกความรู้เรื่องภาษีได้แน่นอน!

คุณนายพารวย

ที่มา คอลัมน์ "รู้เก็บรู้ออมรู้ใช้รู้ลงทุน...สู่ความมั่งคั่ง"   หน้าเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

เมืองไทยประกันชีวิต ถวายผ้ากฐิน ปี 2567 วัดหนองแก อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

0

เมืองไทยประกันชีวิต ร่วมสืบสานวัฒนธรรมและศาสนา ถวายผ้ากฐินประจำปี 2567 เพื่อแสดงออกถึงความศรัทธาในพระพุทธศาสนา และสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการรักษาประเพณีไทยที่งดงามให้คงอยู่ ณ วัดหนองแก ต.หนองแก อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยปัจจัยที่ได้จากการถวายผ้ากฐินจะนำไปใช้ในการบูรณะศาสนสถานและพัฒนาพื้นที่ภายในวัด เพื่อให้เป็นศูนย์กลางจิตใจของชุมชนบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) นำโดย นายโพธิพงษ์ ล่ำซำ ประธานกรรมการ และ นางยุพา ล่ำซำ ร่วมเป็นประธานฝ่ายฆราวาส นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นางสลิล ล่ำซำ นายกนิช บุณยัษฐิติ กรรมการบริษัท นายภูมิชาย ล่ำซำ ที่ปรึกษาประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดร.สุธี โมกขะเวส กรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วยนายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรี พ.ต.อ. กัมปนาท ณ วิชัย ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรหัวหิน ตลอดจนคณะผู้บริหารและพนักงาน บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) บริษัทคู่ค้า ลูกค้า และผู้มีจิตศรัทธา ร่วมน้อมถวายผ้ากฐิน ประจำปี 2567 แด่พระสงฆ์จำพรรษากาลถ้วนไตรมาส ณ วัดหนองแก อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

ทั้งนี้ประเพณีถวายผ้ากฐินเป็นประเพณีสำคัญในพระพุทธศาสนาที่สืบทอดมายาวนาน โดยจะจัดขึ้นในช่วงเวลา 1 เดือนหลังออกพรรษา (ตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12) ประเพณีนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อถวายผ้ากฐินให้แก่พระสงฆ์ที่จำพรรษาในวัดครบ 3 เดือน ตามพระวินัยปิฎก การถวายผ้ากฐินถือเป็นมหากุศลที่ยิ่งใหญ่ เนื่องจากผู้ถวายจะได้รับผลบุญจากการสนับสนุนศาสนกิจของพระสงฆ์และการบำรุงศาสนสถาน

การจัดพิธีถวายผ้ากฐินในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการแสดงออกถึงความศรัทธาในพระพุทธศาสนา แต่ยังเป็นการสืบทอดวัฒนธรรมไทยและศาสนาพุทธที่เป็นรากฐานสำคัญของสังคมไทย การจัดพิธีนี้จะช่วยส่งเสริมความสมัครสมานสามัคคีในองค์กรและชุมชน พร้อมทั้งสนับสนุนให้วัดยังคงเป็นพื้นที่แห่งความสงบสุขและการเรียนรู้ธรรมะสำหรับทุกคน

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมุ่งเน้นให้พนักงานและผู้เข้าร่วมพิธีได้ตระหนักถึงคุณค่าของการสืบทอดพระพุทธศาสนา และการทำบุญร่วมกันเป็นโอกาสในการฝึกจิตใจให้มีเมตตาและเสียสละ ซึ่งเป็นหลักสำคัญที่ช่วยสร้างสังคมที่มีคุณธรรมและความเอื้อเฟื้อซึ่งกันและกัน “วัดหนองแก” ตั้งอยู่ใน ตำบลหนองแก อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย บนที่ดินเนื้อที่ 40 ไร่ ก่อสร้างเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2460 มี พระครูประสิทธิวรการ หรือ “หลวงปู่คำ สุวรรณโชโต” อดีตพระเกจิอาจารย์ชื่อดัง ยอดพระสงฆ์ 5 แผ่นดิน เป็นเจ้าอาวาสองค์แรก ตั้งแต่ พ.ศ. 2463 – 2540 ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.2544 มี พระครูสถิตญาณโสภณ เป็นเจ้าอาวาสจนถึงปัจจุบัน เป็นวัดที่มีความสำคัญทั้งในเชิงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และจิตวิญญาณของชุมชนในพื้นที่ รวมถึงเป็นศูนย์กลางแห่งศรัทธาของพุทธศาสนิกชนใน อำเภอหัวหิน โดยมีบทบาทสำคัญในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา และเป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรม อาทิ การทำบุญประจำปี งานเทศกาล และพิธีกรรมทางศาสนา ตลอดจนมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เพราะวัดหนองแกเป็นวัดเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่า 100 ปี และมีความเกี่ยวพันกับประวัติศาสตร์ของอำเภอหัวหิน มีสถาปัตยกรรมที่สะท้อนถึงศิลปะไทยดั้งเดิม รวมถึงอุโบสถและพระพุทธรูปที่มีความงดงาม เช่น พระพุทธรูปปางมารวิชัยซึ่งเป็นพระประธานในอุโบสถ นอกจากนี้ ภาพจิตรกรรมฝาผนังยังเล่าเรื่องราวทางพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรมไทยที่สวยงาม

ในโอกาสนี้ เมืองไทยประกันชีวิต ได้มอบทุนการศึกษา ให้แก่ โรงเรียนวัดหนองแก จำนวน 100,000 บาท โดยมี นางรุจิรา คำตลบ ผู้อำนวยการสถานศึกษา โรงเรียนเทศบาลวัดหนองแก (หลวงปู่คำอุปถัมภ์) เป็นผู้แทนรับมอบ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในนโยบายของบริษัทฯ ที่ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการดูแลสังคมในทุกด้าน ให้เติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน