Home Blog Page 77

ตำรวจทางหลวง จับมือ ซีพีเอฟ รณรงค์ขับขี่ปลอดภัยช่วงสงกรานต์ กับแคมเปญ ‘หิวไม่ขับ พักเติมพลังกับไส้กรอกซีพี’ พร้อมเสิร์ฟ ฟรี 2 จุดหลัก วังน้อย-วังมะนาว

0

กองบังคับการตำรวจทางหลวง และ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ร่วมรณรงค์ขับขี่ปลอดภัยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2568 กับแคมเปญ ‘หิวไม่ขับ พักเติมพลังกับไส้กรอกซีพี’ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยสนับสนุนไส้กรอก ค็อกเทล ดับเบิ้ลชีส ใหม่! จำนวน 15,000 แพ็ก แก่ผู้ที่ใช้รถใช้ถนน เพื่อแทนความห่วงใยตลอดการเดินทาง พร้อมลดความเสี่ยงอุบัติเหตุจากความหิวและเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ ณ หน่วยบริการตำรวจทางหลวง 2 จุด ได้แก่ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา เส้นขาออกไปยังภาคเหนือและอีสาน และสี่แยกวังมะนาว อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี มุ่งไปยังภาคใต้ ซึ่งจะมีมาสคอตสุดน่ารักอย่าง ‘น้องมินิ’ ยืนต้อนรับทุกท่านอย่างเป็นกันเอง โดยมี พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผู้บังคับการตำรวจทางหลวง รับมอบจาก นางสาวอนรรฆวี ชูรัตน์ ผู้บริหารสูงสุด สายงานการตลาดกลาง ซีพีเอฟ

พ.ต.อ.สุขสวัสดิ์ คูสิทธิผล รองผู้บังคับการตำรวจทางหลวง กล่าวว่า สงกรานต์ปีนี้ ตำรวจทางหลวงเตรียมพร้อมอำนวยความสะดวกในการเดินทางแก่ประชาชนทุกท่าน คาดว่าจะมีการสัญจรประมาณ 10 ล้านคัน โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน เป็นต้นไป ซึ่งปีนี้เราร่วมมือกับซีพีเอฟเป็นครั้งที่ 2 ในการมอบผลิตภัณฑ์ไส้กรอกซีพีแก่เจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจ ตลอดจนผู้ใช้รถใช้ถนนบริเวณหลัก 2 แห่ง เพื่อลดอาการเหนื่อยล้า เพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่อย่างปลอดภัย ใช้วันหยุดยาวช่วงเทศกาลสงกรานต์อย่างมีความสุข

นางสาวอนรรฆวี ชูรัตน์ ผู้บริหารสูงสุด สายงานการตลาดกลาง ซีพีเอฟ กล่าวว่า สงกรานต์เป็นเทศกาลเฉลิมฉลองของคนไทย ทางซีพีเอฟจึงอยากสนับสนุนผู้ใช้รถใช้ถนนให้ขับขี่ปลอดภัย ภายใต้แคมเปญ ‘หิวไม่ขับ พักเติมพลังกับไส้กรอกซีพี’ ด้วยการมอบผลิตภัณฑ์ไส้กรอกซีพี ค็อกเทล ดับเบิ้ลชีส โดยสังเกตป้ายจุดตรวจและบรรเทาความหิว ที่จะบริการประชาชน เพื่อแวะรับผลิตภัณฑ์ซีพี เพิ่มความอิ่มท้องระหว่างการเดินทาง อีกทั้งยังมีน้องมินิ มาสคอตสุดน่ารักที่พร้อมสร้างสีสันและช่วยผ่อนคลาย จากความเหนื่อยล้า หวังว่า เราจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เทศกาลสงกรานต์ของทุกคนสนุกสนานและมีความสุข

สำหรับ แคมเปญ ‘หิวไม่ขับ พักเติมพลังกับไส้กรอกซีพี’ จะเริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน 2568 เป็นจุดแรก ณ จุดบริการประชาชนกรมทางหลวง วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา และจุดที่ 2 ในวันที่ 11 เมษายน 2568 ณ จุดบริการประชาชนกรมทางหลวง สี่แยกวังมะนาว จ.ราชบุรี …อย่าลืมแวะมาทักทายกันนะคะ .

เมืองไทยประกันชีวิต ทำบุญครบรอบ 74 ปีก่อตั้งบริษัท

0

บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) จัดพิธีทำบุญครบรอบ 74 ปีการก่อตั้งบริษัทฯ เพื่อความเป็นสิริมงคล ในการนี้ได้นิมนต์คณะสงฆ์รวม 9 รูป จากวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร  ทำพิธีเจริญพระพุทธมนต์  พร้อมจัดพิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำบริษัทฯ  โดยมีนายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดร.สุธี โมกขะเวส กรรมการผู้จัดการ นายภูมิชาย  ล่ำซำ ที่ปรึกษาประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และพนักงาน ร่วมในพิธี

งานจัดขึ้น ณ เมืองไทยประกันชีวิต สำนักงานใหญ่ โดยเมืองไทยประกันชีวิต ยังคงตอกย้ำตัวตนในการเป็นแบรนด์แห่งการสร้างความสุขและรอยยิ้มที่ยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง พร้อมการเติบโตที่แข็งแกร่งและคอยอยู่เคียงข้างลูกค้าคนสำคัญ ซึ่งในปีนี้บริษัทฯ ได้เดินหน้ายกระดับการส่งมอบความสุขผ่านกลยุทธ์ “Boost Your Happiness by Our People” บูสท์ความสุขของคุณด้วยคนของเมืองไทยประกันชีวิต  ด้วยการเดินหน้าพัฒนาองค์กรในทุกภาคส่วน  โดยมีเป้าหมายร่วมกันคือการส่งมอบความสุขให้กับลูกค้าทุกท่านด้วยความเป็นมืออาชีพ ทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ในทุกช่วงชีวิต ควบคู่ไปกับความตั้งใจในการสร้างการเข้าถึงได้ของประกันชีวิตให้กับทุกคนในสังคม  และการสร้างประสบการณ์การบริการแบบไร้รอยต่อที่ผสานกันอย่างลงตัวเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการที่หลากหลายและส่งมอบความสุขให้กับลูกค้าคนสำคัญ

ซีพี – ซีพีเอฟ หนุนโครงการ ‘สานใจไทย สู่ใจใต้’ รุ่นที่ 44 ต่อเนื่อง สร้างโอกาสการศึกษา-อาชีพให้เยาวชนไทยรุ่นใหม่

0

เครือเจริญโภคภัณฑ์ ร่วมกับ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ สนับสนุนโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” รุ่นที่ 44 มอบผลิตภัณฑ์อาหารคุณภาพ เพื่อสร้างโอกาสในการเรียนรู้และพัฒนาทักษะชีวิตแก่เยาวชนจาก 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มุ่งเน้นการเสริมสร้างทัศนคติที่ดี พัฒนาตนเองและครอบครัว และเป็นพลเมืองดีของสังคม ณ สโมสรทหารบก (ส่วนกลาง) วิภาวดีกรุงเทพมหานคร

โครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” รุ่นที่ 44 ได้รับเกียรติจาก พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกมูลนิธิ “สานใจไทย สู่ใจใต้” เป็น ประธานในพิธีเปิดโครงการฯ พร้อมด้วย นายอารีย์ วงศ์อารยะ ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิฯ โดยมี นายจอมกิตติ ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหาร ผู้บริหารสูงสุดด้านพัฒนาความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ เป็นผู้แทนบริษัท ร่วมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำศาสนา ครอบครัวอุปถัมภ์ เยาวชนผู้ร่วมโครงการฯ และครูพี่เลี้ยง เข้าร่วมกิจกรรมรวมกว่า 350 คน

พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ กล่าวว่า โครงการฯ เกิดขึ้นจากดำริของ ฯพณฯ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ที่มุ่งสร้างความเข้าใจระหว่างกันในสังคมพหุวัฒนธรรม โดยดำเนินต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 20 มีเป้าหมายเพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนจากพื้นที่ชายแดนใต้ได้เรียนรู้ทักษะชีวิต พัฒนาทัศนคติ และเติบโตเป็นกำลังสำคัญของประเทศ

“ขอชื่นชมทุกฝ่ายที่ร่วมกันขับเคลื่อนโครงการฯ และขยายพื้นที่กิจกรรมให้เยาวชนได้เปิดโลกทัศน์ในหลากหลายภูมิภาค ถือเป็น ความก้าวหน้าที่ตอบรับกับสภาพสังคมปัจจุบัน และสะท้อนเจตนารมณ์ของ พลเอก เปรม ที่ว่า ‘เกิดมาต้องตอบแทนคุณแผ่นดิน’ ซึ่งเป็นหลักสำคัญในการปลูกฝังเยาวชนให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ”

ด้าน นายจอมกิตติ ศิริกุล เปิดเผยว่า ซีพีและซีพีเอฟสนับสนุนโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 22 โดยในรุ่นที่ 44 นี้ บริษัทมอบผลิตภัณฑ์อาหาร ได้แก่ ไข่ไก่สดซีพี และข้าวตราฉัตร ให้แก่เยาวชนและพี่เลี้ยง เพื่อใช้ในการประกอบอาหารตลอดช่วงที่อาศัยอยู่กับครอบครัวอุปถัมภ์ในระหว่างวันที่ 2 เมษายน – 2 พฤษภาคม การสนับสนุนครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นของเครือเจริญโภคภัณฑ์ในการร่วม “ตอบแทนคุณแผ่นดิน” และเสริมสร้างโอกาสให้เยาวชนในประเทศได้พัฒนาตนเอง ทั้งในด้านความรู้ ทักษะอาชีพ และประสบการณ์ชีวิต ผ่านกิจกรรมต่างๆ ที่มูลนิธิ “สานใจไทย สู่ใจใต้” จัดขึ้น นอกจากนี้ ยังหวังว่าการเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้จะช่วยให้เยาวชนได้พัฒนาทัศนคติและแนวคิดที่ดีในการพัฒนาตนเองและครอบครัว พร้อมทั้งสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปต่อยอดสร้างโอกาสทางการศึกษาในอนาคต ทำให้พวกเขากลายเป็นบุคลากรที่มีคุณค่าและเป็นพลเมืองดีของสังคมต่อไป

ทางด้าน นางสาวฮาซานี เจะหลง นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ได้เข้าร่วมโครงการฯ เพราะกิจกรรมต่าง ๆ ทำให้ได้เรียนรู้และเข้าใจการใช้ชีวิตร่วมกับผู้คนจากหลากหลายวัฒนธรรมมากขึ้น โดยเฉพาะการเรียนรู้เรื่องการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม ผ่านหลักสำคัญ 3 ประการ คือ การยอมรับ การเคารพ และการชื่นชมซึ่งกันและกัน ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญที่ทำให้ผู้คนที่มีความแตกต่าง ทั้งด้านความคิด ศาสนา และความเชื่อ สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข

มูลนิธิ “สานใจไทย สู่ใจใต้” จัดกิจกรรมในครั้งนี้ขึ้น โดยมีเป้าหมาย สนับสนุนให้เยาวชนไทยได้เรียนรู้การอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมเดียวกัน มีความเป็นธรรม ความเป็นไทยเท่าเทียมกัน.

เนสท์เล่ ออกแถลงการณ์หลังศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ห้ามผลิต-ว่าจ้างผลิต-จำหน่าย และนำเข้า ผลิตภัณฑ์แบรนด์ “เนสกาแฟ” ในประเทศไทย

0

“เนสท์เล่” ออกแถลงการณ์ หลังศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ห้ามผลิต-ว่าจ้างผลิต-จำหน่าย และนำเข้า ผลิตภัณฑ์แบรนด์ “เนสกาแฟ” ในประเทศไทย มีเนื้อหาระบุว่า เนสท์เล่ ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์เนสกาแฟ ได้ยุติสัญญากับบริษัท ควอลิตี้ คอฟฟี่ โปรดักท์ส จำกัด (QCP) ซึ่งเป็นบริษัทที่ร่วมทุนแบบ 50/50 ระหว่างเนสท์เล่ และตระกูลมหากิจศิริ ซึ่งมีคุณประยุทธ มหากิจศิริ เป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้น โดย ผลิตภัณฑ์เนสกาแฟ ได้ผลิตในประเทศไทย ผ่าน QCP ตั้งแต่ปี พ.ศ.2533 จนถึง พ.ศ.2567 การยุติสัญญาดังกล่าวมีผลสมบูรณ์ทางกฎหมายโดยคำตัดสินของศาลอนุญาโตตุลาการสากล โดยมีผลเป็นการเลิกสัญญาตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ.2567 ภายใต้สัญญาการร่วมทุนนี้ เนสท์เล่ มีอำนาจในการบริหารงาน การผลิต การจัดจำหน่าย รวมทั้งการทำการตลาดผลิตภัณฑ์เนสกาแฟ โดยเทคโนโลยีที่ใช้ในการผลิตเนสกาแฟนั้นเป็นทรัพย์สินทางปัญญาของเนสท์เล่

ภายหลังยุติสัญญา ผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ทั้งสองฝ่าย ไม่สามารถตกลงเรื่องการดำเนินงานในอนาคตของ QCP ดังนั้น เมื่อวันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2568 เนสท์เล่ เอส เอ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องยื่นคำร้องต่อศาลแพ่งกรุงเทพใต้ เพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งเลิกบริษัท ควอลิตี้ คอฟฟี่ โปรดักท์ส จำกัด ซึ่งอยู่ในการพิจารณาของศาล ทั้งนี้ตลอดระยะเวลาของการยุติสัญญาจนถึงการยื่นขอยกเลิกบริษัท เนสท์เล่ ได้ดูแลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมด ไม่ให้ได้รับผลกระทบ

อย่างไรก็ตาม ในช่วงเดือนมีนาคม ถึง เมษายน ปี พ.ศ. 2568 นายเฉลิมชัย มหากิจศิริ ได้ฟ้องร้องต่อศาลแพ่งมีนบุรี เพื่อดำเนินคดีแพ่งกับบริษัทในเครือเนสท์เล่ และกรรมการ และเมื่อวันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2568 ศาลแพ่งมีนบุรี ได้ออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ห้ามมิให้เนสท์เล่ ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์เนสกาแฟแต่เพียงผู้เดียว ดำเนินการผลิต ว่าจ้างผลิต จำหน่าย และนำเข้าผลิตภัณฑ์กาแฟสำเร็จรูป โดยใช้เครื่องหมายการค้า Nescafé ในประเทศไทย โดยที่เนสท์เล่ยังไม่มีโอกาสเสนอข้อเท็จจริงต่อศาลก่อนที่ศาลจะมีคำสั่งดังกล่าว แต่เนสท์เล่ก็ให้ความเคารพต่อกฎหมายและได้ปฏิบัติตามคำสั่งศาลฉบับนี้ โดยเนสท์เล่ได้ออกหนังสือแจ้งลูกค้า อันได้แก่ ผู้ประกอบการร้านค้าปลีกต่างๆ ทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 4 เมษายน พ.ศ.2568 ให้รับทราบถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และแจ้งว่าบริษัทฯ จะไม่สามารถรับคำสั่งซื้อผลิตภัณฑ์เนสกาแฟจากร้านค้าเหล่านี้ได้ โดยมีผลตั้งแต่บัดนี้จนกว่าจะมีการแจ้งให้ทราบภายหลัง ในช่วงเวลาระหว่างนี้ ร้านค้าปลีกที่มีผลิตภัณฑ์เนสกาแฟอยู่ในร้าน ยังสามารถจำหน่ายได้ตามปกติ

เนสท์เล่ มีความกังวลอย่างยิ่งถึงผลกระทบอันใหญ่หลวงที่จะเกิดขึ้นจากคำสั่งศาลนี้ ซึ่งจะส่งผลในการสูญเสียรายได้ของผู้ประกอบการรายย่อย รวมทั้งร้านกาแฟขนาดเล็ก รถเข็นขายกาแฟที่จะไม่มีผลิตภัณฑ์เนสกาแฟจำหน่าย และการปรับเปลี่ยนสูตรการชงและวัตถุดิบที่ใช้ ยังอาจส่งผลต่อรสชาติที่เปลี่ยนไป ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้ประจำวันของผู้ประกอบการรายย่อยเหล่านี้ อีกทั้งยังส่งผลต่อการขาดรายได้ของพนักงานของลูกค้าและคู่ค้าซัพพลายเออร์ในห่วงโซ่ของเนสกาแฟที่เคยสามารถจัดส่งวัตถุดิบต่างๆ ให้กับเนสกาแฟแต่ต้องหยุดชะงักลง รวมไปถึงเกษตรกรไทยผู้เพาะปลูกกาแฟและเกษตรกรโคนมไทย จะไม่สามารถจำหน่ายผลผลิตเพื่อเป็นวัตดุดิบให้เนสกาแฟ เนื่องจากคำสั่งศาลห้ามผลิต และว่าจ้างผลิต เนสกาแฟในประเทศไทย ในทุกๆ ปี เนสกาแฟรับซื้อเมล็ดกาแฟดิบพันธุ์โรบัสต้าในปริมาณมากกว่าครึ่งหนึ่งของผลผลิตทั้งหมดที่ปลูกได้ประเทศไทย

นอกจากนี้ ผู้บริโภคจำนวนหลายล้านคนในประเทศไทย และผู้บริโภคในตลาดส่งออกของเนสกาแฟจะไม่มีผลิตภัณฑ์เนสกาแฟดื่มเนสท์เล่ จะดำเนินการอย่างเต็มที่ในการแก้ไขสถานการณ์นี้ และกำลังดำเนินการยื่นคำร้องคัดค้าน เพื่อขอให้เพิกถอนคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวดังกล่าวต่อศาล พร้อมยื่นข้อมูลที่ครบถ้วนแก่ศาลแพ่งมีนบุรีเพื่อการพิจารณาคำร้องทั้งนี้ เนสท์เล่ มุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจในประเทศไทยอย่างยั่งยืน เนสท์เล่จำหน่ายผลิตภัณฑ์แบรนด์ต่าง ๆ ในประเทศไทยมานานกว่า 130 ปีแล้ว และได้ลงทุนกว่า 22,800 ล้านบาทในประเทศไทย ในระหว่างปี พ.ศ. 2561-2567 โดยเนสท์เล่ยังคงเดินหน้าลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อประโยชน์แก่ผู้บริโภค พนักงานของเรา เกษตรกรที่ทำงานร่วมกับเรา ตลอดจนพันธมิตรทางธุรกิจ และคู่ค้าของเรา

AIS ต้อนรับสงกรานต์ เสริมพลัง AI ดูแลเครือข่ายมือถือ-เน็ตบ้าน 24 ชม. ใช้ AIS Points แลกประกันอุบัติเหตุ กินดื่มเที่ยวฉ่ำ!

0

AIS ต้อนรับสงกรานต์ ปี 2568 นำเทคโนโลยี AI และ Autonomous Network เสริมศักยภาพโครงข่ายอัจฉริยะทั้งมือถือและเน็ตบ้าน ดูแลคุณภาพเครือข่ายแบบ Real Time รองรับการใช้งานที่เพิ่มขึ้นของลูกค้าในช่วงเทศกาล ในพื้นที่สำคัญที่คาดว่าจะมีการใช้งานอย่างหนาแน่น ทั้งถนนสายหลัก จุดเล่นน้ำและสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ รวมถึงการเตรียมพร้อมด้านงานบริการ AIS Shop ทุกสาขาทั่วประเทศ และ AIS Call Center เพื่อดูแลการใช้งานของลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังได้จัดเต็มสิทธิพิเศษ AIS Points สาดความสุขแลกพอยท์ฉ่ำ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การเดินทางการท่องเที่ยว พร้อมมอบประกันอุ่นใจ ส่วนลดเครื่องดื่ม-ของหวานรับซัมเมอร์แบบจุใจ

นายกิตติ งามเจตนรมย์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเทคโนโลยี บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS กล่าวว่า “AIS มุ่งส่งมอบประสบการณ์ดิจิทัลที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าและคนไทยในทุกช่วงเวลา เราขอเป็นส่วนหนึ่งในการมอบความอุ่นใจในทุกการใช้งานช่วงเทศกาลสงกรานต์ ด้วยศักยภาพโครงข่ายสื่อสารอัจฉริยะ 5G ที่ครอบคลุมกว่า 95% ของพื้นที่ประชากร โดยนำเทคโนโลยี AI และ ความสามารถของ Autonomous Network เพื่อบริหารจัดการและปรับเครือข่ายเพิ่มประสิทธิภาพแบบ Realtime และยังได้เตรียมทีมวิศวกรดูแลโครงข่ายทั้งมือถือและอินเทอร์เน็ตบ้านตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมขยายความจุของสถานีฐานเดิม รวมถึงเพิ่มรถสถานีฐานเคลื่อนที่ (Mobile Base Station Car) และสถานีฐานชั่วคราวเฉพาะจุดในพื้นที่สำคัญ แลนด์มาร์กเล่นน้ำสงกรานต์ทั่วประเทศ อาทิ กรุงเทพฯ ถนนราชดำเนินกลาง และท้องสนามหลวง สยามสแควร์ ถนนข้าวสาร ถนนสีลม, พระนครศรีอยุธยา ถนนศรีสรรเพชญ์, นครปฐม ถนนต้นสน, เชียงใหม่ ถนนท่าแพ คูเมืองรอบเชียงใหม่ แยกเมญ่า, ขอนแก่น ถนนข้าวเหนียว, ชลบุรี บางแสน ถนนข้าวหลาม และ สงขลา ถนนธรรมนูญวิธี  เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าจะได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ราบรื่น ไม่มีสะดุดตลอดเทศกาล”

นายประพัฒน์ เสียงจันทร์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านธุรกิจค้าปลีก AIS กล่าวว่า “เทศกาลสงกรานต์เป็นช่วงเวลาที่หลายคนเดินทางท่องเที่ยวกลับบ้านหรือไปพักผ่อนกับครอบครัว AIS จึงขอเป็นส่วนหนึ่งในการส่งความสุขให้ลูกค้าและคนไทยด้วยการเตรียมความพร้อมด้านงานบริการในการดูแลลูกค้าทุก Touchpoint ทั้ง AIS Shop ทุกสาขาทั่วประเทศ และ AIS Call Center ที่พร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมส่งของขวัญปีใหม่ไทยให้ลูกค้าด้วยสิทธิพิเศษจาก เอไอเอส พอยท์ ให้ลูกค้าเอ็นจอยทุกการเดินทางยิ่งขึ้น กับส่วนลดสุดคุ้มและสิทธิพิเศษจากประกันอุบัติเหตุ เพื่อให้ทุกการเดินทางในช่วงสงกรานต์เต็มไปด้วยรอยยิ้มและความปลอดภัย”

  • ใช้เอไอเอส พอยท์ 10 คะแนน แลกรับสิทธิ์กรมธรรม์ประกันภัยกลุ่มสงกรานต์ ปี 2568 วงเงินคุ้มครองสูงสุด 100,000 บาท นาน 30 วัน เพียงกด *550*3374# หรือผ่านแอปพลิเคชัน myAIS ตั้งแต่วันนี้ – 31 พ.ค. 68
  • สดชื่นตลอดการเดินทาง ใช้เอไอเอส พอยท์ เริ่มต้นเพียง 1 คะแนนแลกรับส่วนลด 10 บาท ที่ คาเฟ่ อเมซอน อินทนิล กาแฟพันธุ์ไทย ในปั๊มน้ำมัน ปตท. บางจาก และ พีที สเตชั่น ครอบคลุมกว่า 6,500 สาขาทั่วประเทศ
  • ใช้เอไอเอส พอยท์ เริ่มต้นแค่ 1 คะแนน แลกซื้อเครื่องดื่มและโอศกรีมเมนูพิเศษต้อนรับซัมเมอร์จากร้านดัง อาทิ ร้านคอฟฟี่ อาริกาโตะ (ในสาขามิสเตอร์โดนัท), แบล็คแคนยอน, แดรี่ควีน, สเวนเซ่น, โคลด์ สโตน ครีมเมอรี่ สาขาที่ร่วมรายการ
  • อื่นๆ อาทิ ส่วนลด 50% ค่าถ่วงล้อ ที่ B-Quik ทุกสาขา, ส่วนลด 6% จองที่พักผ่าน Trip.com, ส่วนลด 35% สำหรับซื้อกระเป๋าเดินทางที่ ร้าน American Tourister

AIS ขอส่งความปรารถนาดีไปยังลูกค้าและคนไทยทุกคน ให้เดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวอย่างปลอดภัย พร้อมส่งมอบประสบการณ์ดิจิทัลที่ดีที่สุด เคียงข้างคนไทยในทุกสถานการณ์ ติดตามรายละเอียดสิทธิพิเศษตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์ และแลกรับสิทธิพิเศษได้ที่แอป myAIS

พันธมิตร 19 องค์กรกุ้ง ยื่นหนังสือถึงนายกฯ เสนอต่อรองกลุ่มสินค้าเกษตรไทย-สหรัฐฯ

0

นายเอกพจน์  ยอดพินิจ  นายกสมาคมกุ้งไทย เปิดเผยว่า ในวันนี้ สมาคมฯในนามของพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้ง 19 องค์กร พร้อมด้วยสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย และ 4 บริษัทส่งออก ได้นำข้อเสนอพิจารณาเจรจาต่อรองกลุ่มสินค้าเกษตรไทย-สหรัฐอเมริกา เข้ายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมีนายสมคิด เชื้อคง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง เป็นผู้แทนรับที่ทำเนียบรัฐบาล

นายเอกพจน์ กล่าวว่า การเข้ายื่นข้อเสนอดังกล่าวเพื่อให้เป็นแนวทางให้ภาครัฐ ได้มีข้อมูลที่รอบด้าน ครอบคลุมภาคเกษตรทั้งระบบ  โดยมีข้อเสนอให้รัฐบาล แยกตัวเลขออกเป็น 2 อุตสาหกรรม คือ อุตสาหกรรมการเกษตร(สินค้าเกษตร) และอุตสาหกรรมการผลิต จะเห็นชัดว่าตัวเลขของอุตสาหกรรมการเกษตร ซึ่งเป็นรากฐาน และไทยผลิตเองนั้นเกินดุลมาไม่มากประมาณ 80,000 ล้านบาท ซึ่งองค์กรในอุตสาหกรรมกุ้งไทยได้หารือและมีมติเห็นพ้องต้องกันที่จะขอเสนอให้รัฐบาลไทยเจรจาในส่วนของสินค้าเกษตร  โดยใข้เฉพาะการเทียบดุลสินค้าเกษตรเท่านั้น

พันธมิตรฯ สนับสนุนข้อเสนอของสมาพันธ์ปศุสัตว์และเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ซึ่งได้มีการยื่นข้อเสนอก่อนหน้านี้ โดยมีใจความสำคัญ คือ  1. ข้าวโพด เพื่อผลิตอาหารสัตว์ในสัดส่วนที่ขาดแคลนจำนวน  1.5 ล้านตัน เป็นมูลค่า 13,500 ล้านบาท และสามารถเติบโตได้ถึง 4.2 ล้านตัน เป็นมูลค่า 36,000 ล้านบาท   2. กากถั่วเหลือง โดยขอให้ลดภาษีกากถั่วเหลือง เฉพาะจากสหรัฐฯ จาก 2% เหลือ 0% ตลอดไป จะทำให้ผู้นำเข้าทั้งหมด เปลี่ยนการนำเข้าจากบราซิลเป็นนำเข้าจากสหรัฐฯ  ซึ่งสินค้ากลุ่มนี้มีมูลค่าประมาณ 48,000 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังช่วยลดต้นทุนค่าอาหารสัตว์ให้เกษตรกรกลุ่มปศุสัตว์ และเพาะเลี้ยงได้อีกด้วย  และ3. กากข้าวโพด DDGS ซึ่งปัจจุบันมี ภาษีนำเข้า 9% หากรัฐบาลลดเหลือ 0% อาจจะทำให้มีการนำเข้าราว 9,900 ล้านบาท ดังเช่นปี 2561

นายกสมาคมกุ้งไทย กล่าวด้วยว่า  ข้อเสนอให้มีการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ถั่วเหลือง และผลิตภัณฑ์ จากสหรัฐฯ  จะไม่ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรในประเทศ เพราะเป็นการเปลี่ยนแหล่งนำเข้า และนำเข้าในจำนวนที่ขาดแคลนเท่านั้น  ซึ่งจะส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของไทยให้มีโอกาสลดต้นทุน และสินค้ากุ้งไทยที่จะถูกเก็บภาษีจากนโยบายสหรัฐฯ  สำหรับเกษตรกรในประเทศ มีผู้ผลิตอาหารสัตว์ดูแล โดยรับซื้อในราคาที่เหมาะสม     ขณะเดียวกัน ยังจะทำให้การนำเข้าสินค้าในอุตสาหกรรมเกษตรจากสหรัฐฯ ของไทยเพิ่มเป็น 61,500 – 93,900 ล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรไปยังประเทศสหรัฐฯได้ 

อนึ่ง ประเทศไทยได้ดุลการค้าสหรัฐอเมริกามูลค่ากว่า  1.66 ล้านล้านบาท ทำให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต้องการเพิ่มภาษีการค้าขึ้นอีก 37%  สร้างความกดดัน และหนักใจในทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคเอกชนที่ลงทุนโดยตรง.

เมืองไทยประกันชีวิต ผนึกกำลัง แมกซ์ โซลูชัน ส่ง “กรมธรรม์ประกันภัยสุขใจสงกรานต์ (ไมโครอินชัวรันส์)” เติมความสุขและความอุ่นใจแก่สมาชิก Max Card

0

เมืองไทยประกันชีวิต ผนึกกำลัง แมกซ์ โซลูชัน บริษัทในเครือพีทีจี ร่วมเติมเต็มความสุขและความอุ่นใจในเทศกาลสงกรานต์ ปี 2568 แก่สมาชิก Max Card ทั่วประเทศ ผ่าน “กรมธรรม์ประกันภัยสุขใจสงกรานต์ (ไมโครอินชัวรันส์)” ที่ให้ความคุ้มครองครอบคลุมทั้งด้านชีวิตและค่ารักษาพยาบาลเนื่องจากอุบัติเหตุ เพียงสมาชิก Max Card ใช้คะแนน 100 คะแนน แลกรับสิทธิ์ผ่านช่องทางแอปพลิเคชัน Max Me

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เมืองไทยประกันชีวิต ร่วมกับ แมกซ์ โซลูชัน บริษัทในเครือพีทีจี ผนึกกำลังส่งมอบความสุขและความอุ่นใจให้กับลูกค้าคนสำคัญ ผ่าน “กรมธรรม์ประกันภัยสุขใจสงกรานต์ (ไมโครอินชัวรันส์)” ประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่มที่ให้ความคุ้มครองครอบคลุมทั้งด้านชีวิตและค่ารักษาพยาบาลเนื่องจากอุบัติเหตุ  ช่วยเติมเต็มเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ให้อบอวลไปด้วยความสุข รอยยิ้ม และความสนุกสนาน ได้เดินทางและทำกิจกรรมกับครอบครัว คนที่รักอย่าง   อุ่นใจ และปลอดภัย ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้ยังเป็นการสนับสนุนให้ทุกคนในสังคมสามารถเข้าถึงประกันชีวิต (Democratizing Insurance)  เพื่อการมีหลักประกันที่มั่นคง   สอดรับกับนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ที่ส่งเสริมให้ประชาชนมีหลักประกันความคุ้มครองอุบัติเหตุให้กับตนเองและครอบครัว และเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากระบบการประกันภัยเพื่อบริหารความเสี่ยงจากอุบัติเหตุได้สะดวก เข้าถึงได้ง่าย และรวดเร็วยิ่งขึ้น

         นายพร้อมศักดิ์ จรัญญากรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แมกซ์ โซลูชัน เซอร์วิส จำกัด บริษัทในเครือพีทีจี กล่าวว่า บริษัทฯ ยังคงยึดมั่นในพันธกิจในการส่งเสริมให้คนไทย “อยู่ดีมีสุข” อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุสูงสำหรับปีนี้ บริษัทฯ ได้ร่วมมือกับ เมืองไทยประกันชีวิต พันธมิตรที่มีความสัมพันธ์อันยาวนาน เพื่อร่วมรณรงค์ลดอุบัติเหตุและส่งต่อความห่วงใยผ่านสิทธิพิเศษให้แก่สมาชิก Max Card กว่า 24 ล้านรายทั่วประเทศ

 สมาชิกสามารถใช้คะแนนสะสมเพียง 100คะแนน แลกรับสิทธิ์ “กรมธรรม์ประกันภัยสุขใจสงกรานต์   (ไมโครอินชัวรันส์)” ผ่านแอปพลิเคชัน Max Me พร้อมความคุ้มครองนานถึง 30 วันนับจากวันที่เริ่มต้นคุ้มครอง โดยสิทธิพิเศษนี้จำกัดจำนวนเพียง 1,000 สิทธิ์ เพื่อให้สมาชิกทุกท่านสามารถเดินทางช่วงเทศกาลได้อย่างมั่นใจ ไร้กังวล และเปี่ยมไปด้วยความสุข

ทั้งนี้ความคุ้มครอง กรมธรรม์ประกันภัยสุขใจสงกรานต์ (ไมโครอินชัวรันส์) ที่ลูกค้าจะได้รับ ประกอบด้วย  

1. ความคุ้มครองการเสียชีวิต การสูญเสียมือ เท้า การสูญเสียสายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง เนื่องจากอุบัติเหตุ ไม่รวมการถูกฆาตกรรมลอบทำร้ายร่างกาย และ/หรือ อุบัติเหตุขณะขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์ จำนวนเงินเอาประกันภัย 100,000 บาท 

2. ความคุ้มครองการเสียชีวิต การสูญเสียมือ เท้า การสูญเสียสายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง จากการถูกฆาตกรรมลอบทำร้ายร่างกาย และ/หรือ อุบัติเหตุขณะขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์ จำนวนเงินเอาประกันภัย 50,000 บาท

3. ความคุ้มครองการเสียชีวิต การสูญเสียมือ เท้า การสูญเสียสายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง เนื่องจากอุบัติเหตุสาธารณะ จำนวนเงินเอาประกันภัย 100,000 บาท 

4. ผลประโยชน์ค่ารักษาพยาบาลเนื่องจากอุบัติเหตุ ไม่รวมค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการจ้างพยาบาลพิเศษ อุปกรณ์ค้ำยันต่าง ๆ (ยกเว้นไม้ค้ำยัน) รถเข็นผู้ป่วย อวัยวะเทียมภายนอกร่างกายค่ารักษาพยาบาลโดยแพทย์ทางเลือก (Alternative medicine) การฝังเข็ม จำนวนเงินเอาประกันภัยตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 5,000 บาท

โดย “กรมธรรม์ประกันภัยสุขใจสงกรานต์ (ไมโครอินชัวรันส์)” มีระยะเวลาคุ้มครอง 30 วัน นับจากวันเริ่มต้นระยะเวลาเอาประกันภัย ซึ่งผู้ที่จะได้รับสิทธิ์จะต้องถือสัญชาติไทยเท่านั้น และมีอายุตั้งแต่ 15 ปีบริบูรณ์ ถึง 70 ปีบริบูรณ์  ณ วันที่ทำประกันภัย  โดยสมาชิก Max Card ที่สนใจสามารถแลกคะแนนได้    ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2568 – 30 มิถุนายน 2568 (จำนวนสิทธิ์ 1,000 สิทธิ์)   สำหรับสมาชิกฯ ที่สนใจหรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. PT Call Center 1614 ทุกวัน เวลา 08.00-20.00 น. หรือเมืองไทยประกันชีวิต  โทร. 1766 ตลอด 24 ชั่วโมง

AIS จ่ายค่าคลื่นความถี่ 700 MHz งวดที่ 5 หนุนศักยภาพเครือข่าย 5G อัจฉริยะ ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของคนไทย

0

บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด (AWN) ในเครือ AIS เดินหน้าดำเนินธุรกิจตามแผนการลงทุนเพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ เข้าชำระค่าคลื่นความถี่ย่าน 700 MHz งวดที่ 5 เป็นเงินจำนวน 3,670,849,000.00 บาท (สามพันหกร้อยเจ็ดสิบล้านแปดแสนสี่หมื่นเก้าพันบาทถ้วน) ให้แก่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) โดยมีนายสุทธิศักดิ์ ตันตะโยธิน รองเลขาธิการ กสทช. เป็นผู้แทนรับมอบ เพื่อการพัฒนากิจการโทรคมนาคมของประเทศไทยสู่อนาคตที่แข็งแกร่งและยั่งยืน

นายวรุณเทพ วัชราภรณ์ หัวหน้าฝ่ายงานธุรกิจสัมพันธ์ AIS กล่าวว่า “การลงทุนในคลื่นความถี่ย่าน 700 MHz เป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของ AIS ในการต่อยอดและขยายศักยภาพเครือข่าย 5G เพื่อรองรับความต้องการใช้งานของประชาชนในยุคดิจิทัล พร้อมผลักดันการเชื่อมต่ออัจฉริยะที่มีเสถียรภาพครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ เอไอเอสยังคงมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าลงทุนเพื่อขยายและพัฒนาศักยภาพของโครงข่ายอัจฉริยะอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถและความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลของประเทศไทย ให้ทุกบริการเหนือชั้นส่งมอบถึงมือลูกค้าอย่างครอบคลุม และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยในทุกมิติ”

AIS ZEED 5G จับมือ GDH ชวนลูกค้าวัยทีนสัมผัสประสบการณ์พิเศษจากแพ็ก AIS ZEED Movie Lover เปิดซองความสนุก ดูหนัง “ซองแดงแต่งผี” รอบพิเศษ

0

AIS ZEED 5G ผนึกกำลังกับ GDH มอบประสบการณ์รับชมภาพยนตร์สุดพิเศษให้กับลูกค้าคอหนัง-ซีรีส์ วัยทีน ตอกย้ำแบรนด์ที่เข้าใจวัยรุ่นและตอบสนองไลฟ์สไตล์ของทุกเจเนอเรชัน ด้วยการจัดฉายภาพยนตร์เรื่อง “ซองแดงแต่งผี” รอบพิเศษ พร้อมกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟร่วมกับนักแสดงนำ บิวกิ้น-พุฒิพงศ์ ที่มาร่วมบอกเล่าถึงเรื่องราวเบื้องหลังการถ่ายทำภาพยนตร์ และยังได้คัดเลือกผู้โชคดีเพื่อร่วมเล่นเกม ‘AIS ตัวแรง เปิดซองแดงให้โชค’ และ ‘ซองแดงพร้อมแต่ง AIS พร้อมแจก’ เพื่อลุ้นรับของรางวัลโดนใจวัยทีนตลอดทั้งงาน

นางเบญจพร กำเพ็ชร หัวหน้าส่วนงานการตลาดกลุ่มลูกค้าพรีเพด บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS กล่าวว่า “จากไลฟ์สไตล์ของกลุ่มวัยรุ่นในปัจจุบันที่ให้ความสำคัญกับการเชื่อมต่อโลกดิจิทัลในชีวิตประจำวัน ทั้งการสตรีมเกม ดูหนัง ฟังเพลง หรือรับชมคอนเทนต์บนแพลตฟอร์มต่างๆ ทำให้เรามองเห็นถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้นในการเข้าถึงความบันเทิงที่สะดวก รวดเร็ว และไม่มีข้อจำกัด ในฐานะแบรนด์ที่เข้าใจและตอบสนองไลฟ์สไตล์ของทุกเจเนอเรชัน เราจึงได้พัฒนาแพ็กเกจเสริม AIS ZEED Movie Lover ที่ตอบโจทย์ความชื่นชอบของวัยทีนในการดูภาพยนตร์ ซีรีส์ หรือคอนเทนต์ที่ชื่นชอบอย่างไม่มีขีดจำกัด รวมถึงกิจกรรมพิเศษต่างๆ ที่จัดขึ้นเพื่อมอบประสบการณ์เหนือระดับให้กับลูกค้า เช่น กิจกรรมในครั้งนี้ ที่เรามีความยินดีที่จะมอบความสุขจากภาพยนตร์เรื่อง “ซองแดง แต่งผี” เป็นการขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจให้เราได้ดูแล”

สำหรับลูกค้า AIS ที่สนใจสมัครแพ็กเกจเสริม “AIS ZEED Movie Lover” พร้อมสิทธิพิเศษที่ตอบโจทย์ความบันเทิงครบวงจร ดูหนังฟรีทุกเดือน ที่โรงภาพยนตร์ Major Cineplex ทั้งยังได้รับชมซีรีส์และคอนเทนต์บน 4 แอปดัง iQIYI, VIU, WeTv และ AIS PLAY แบบ VIP ไม่มีโฆษณาคั่น พร้อมเน็ต 5G สำหรับดู 4 แอปนี้อีก 10 GB (มูลค่ารวมกว่า 1,066 บาท) ในราคา 199 บาทต่อเดือน จากปกติ 299 บาทต่อเดือน สมัครง่ายๆ เพียงกด *824# โทรออก ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ais.th/zeedmovielover

AIS คว้ารางวัลระดับโลก GTI Awards ในงาน MWC 2025 โชว์ความเป็นผู้นำ 5G ตัวจริง

0

AIS แสดงศักยภาพความเป็นผู้นำ 5G ตัวจริง การันตีความสำเร็จด้วยการคว้ารางวัล GTI Awards สาขาการพัฒนาตลาดและมูลค่าทางธุรกิจ (Market Development and Business Value) จากเวทีระดับโลก ในงาน Mobile World Congress 2025 ที่บาร์เซโลนา ประเทศสเปน ภายใต้แนวคิด “AIS Living Network” เครือข่ายมีชีวิตที่ทำได้มากกว่าการสื่อสาร สะท้อนความเป็นเลิศในการเดินหน้าพัฒนาโครงข่ายอัจฉริยะ (Autonomous Network) ยกระดับการให้บริการเครือข่ายอย่างเหนือขีดจำกัดครั้งแรกของไทยและตอกย้ำการเป็นองค์กรเทคโนโลยีโทรคมนาคมอัจฉริยะหรือ Cognitive Tech-Co ที่ได้รับการยอมรับระดับโลกว่าสามารถนำเสนอเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าและตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายกิตติ งามเจตนรมย์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเทคโนโลยี บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล ที่พร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยผ่าน 4 กลุ่มธุรกิจ ด้วยฐานลูกค้ารวมกว่า 50.8 ล้านราย ได้แก่ ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ บนโครงข่ายอัจฉริยะ 5G ด้วยคลื่นความถี่มากที่สุดรวม 1460 MHz ที่มีจำนวนผู้ใช้งานAIS กล่าวว่า “การได้รับรางวัลในครั้งนี้ เป็นการยืนยันถึงความมุ่งมั่นของ AIS ในการนำเสนอนวัตกรรม 5G ที่สามารถก้าวข้ามทุกขีดจำกัด เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานบนโครงข่ายที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าทุกคน โดยเราได้พัฒนาบริการ 5G Mode ภายใต้แนวคิด “AIS Living Network” ซึ่งเป็นการร่วมมือระหว่าง AIS และ Huawei ที่ลูกค้าสามารถปรับโหมดการใช้งานอินเทอร์เน็ตแบบ On Demand ผ่าน Autonomous Network ในแบบ Real-Time นับเป็นการพลิกโฉมรูปแบบการใช้งานเครือข่าย ที่ตอกย้ำว่า AIS เป็นผู้นำในการให้บริการ 5G และเข้าใจถึงความต้องการใช้งานของลูกค้าแต่ละกลุ่มอย่างแท้จริง”

ลูกค้าสามารถเลือกใช้งานแพ็กเกจ 5G Mode ให้เหมาะกับความต้องการของตัวเอง ประกอบด้วย 3 โหมด ได้แก่

  • 5G BOOST Mode สำหรับการใช้งานที่ต้องการความเร็วสูง หรือการใช้งานในพื้นที่ที่มีความหนาแน่น เช่น การเล่นโซเชียล การดูหนัง ฟังเพลง การประชุมออนไลน์ และการดาวน์โหลดไฟล์ขนาดใหญ่
  • 5G GAME Mode สำหรับการเล่นเกมบนมือถือที่เสถียรและลื่นไหล รองรับเกมยอดนิยมกว่า 13 เกม
  • 5G LIVE Mode สำหรับการสตรีมถ่ายทอดสดที่คมชัดต่อเนื่อง ไม่มีสะดุด ครอบคลุมทุกแอปพลิเคชันยอดนิยม

สำหรับรางวัล GTI Awards จัดขึ้นโดย GTI (Global TD-LTE Initiative) ซึ่งเป็นองค์กรที่มุ่งเน้นการพัฒนาและส่งเสริมเทคโนโลยี TD-LTE และ 5G ทั่วโลก และเป็นรางวัลระดับโลกที่มีอิทธิพลต่อทิศทางของอุตสาหกรรม 5G โดยรางวัลสาขาการพัฒนาตลาดและมูลค่าทางธุรกิจ (Market Development and Business Value) มอบให้แก่องค์กรที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อน 5G ให้เกิดขึ้นจริงในเชิงพาณิชย์ พร้อมทั้งสร้างแนวทางธุรกิจที่ช่วยให้ 5G สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้