Home Blog Page 69

เมืองไทยประกันชีวิต จัดพิธียิ่งใหญ่ มอบรางวัลเกียรติยศ “MUANG THAI LIFE CONVENTION 2024”

0

นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และนายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)  ให้เกียรติร่วมเป็นประธานในพิธีมอบรางวัลเกียรติยศฝ่ายขายประจำปี 2567  ภายใต้ชื่อ “MUANG THAI LIFE CONVENTION 2024″  

เพื่อเป็นการประกาศเกียรติยศและฉลองความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ให้กับสุดยอด นักขายของเมืองไทยประกันชีวิต ที่มีผลงานขายยอดเยี่ยมด้วยความเป็นมืออาชีพและทุ่มเทความสามารถรวมถึงให้การบริการที่ดี พร้อมตั้งมั่นส่งมอบความสุขและรอยยิ้มที่ยั่งยืนแก่ผู้เอาประกัน ภายใต้กฎระเบียบและจรรยาบรรณตัวแทนที่กำหนด โดยมี นายภูมิชาย ล่ำซำ ที่ปรึกษาประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นายศรายุธ ทินกร ณ อยุธยา  รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส  นางสาวออม ล่ำซำ รองกรรมการผู้จัดการ นายประกาศิต ดำรงศรี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ และคณะผู้บริหาร ร่วมในพิธี งานจัดขึ้น ณ เพลนารีฮอลล์  ชั้น 1 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์.

ออมสินจัดหนัก ! อีกแล้ว สลากออมสิน 1 ปีให้ลุ้น 100ล้าน รีบฝากเลยที่ App MyMo และออมสินทุกสาขา

0

ฉลองใหญ่วันสถาปนาธนาคาร ! เปิดแคมเปญใหญ่กับ สลากออมสินพิเศษ 1 ปี “ออมร้อย ชิงร้อยล้าน” เริ่มฝากแค่ 100 มีสิทธิ์ลุ้น 100 ล้าน เปิดฝากสลากแล้ววันนี้

นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า เนื่องในวาระวันคล้ายวันสถาปนาธนาคารออมสิน วันที่ 1 เมษายน 2568 ธนาคารได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการออมให้ประชาชนครั้งใหญ่ ประเดิมด้วยแคมเปญแห่งปี “ออมร้อย ชิงร้อยล้าน” กับ สลากออมสินพิเศษ 1 ปี ทั้งแบบใบสลากและสลากดิจิทัล

ลุ้นรับรางวัลพิเศษมูลค่ารวม 100 ล้านบาท
✨รางวัลพิเศษ มูลค่า 1 ล้านบาท จำนวน 30 รางวัล ในวันที่ 16 พ.ค. 68
✨รางวัลพิเศษ มูลค่า 70 ล้านบาท จำนวน 1 รางวัล ในวันที่ 16 ก.ค. 68
✨ลุ้นรางวัลที่ 1 มูลค่า 10 ล้านบาท ทุกเดือน นาน 12 เดือน
✨สำหรับผู้ฝากสลากระหว่างวันที่ 1 เมษายน – 15 กรกฎาคม 2568
📌 คลิกฝากเลยที่ MyMo > https://to.gsb.or.th/pExfarbZ
หรือฝากได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา

ธนาคารยังจัดเตรียม “เงินขวัญถุง” มอบให้เด็กที่เกิดในวันคล้ายวันสถาปนาธนาคาร วันที่ 1 เมษายน 2568 จำนวน 500 บาทต่อราย เพื่อเป็นเงินออมตั้งต้นและช่วยปลูกฝังวินัยการออมตั้งแต่แรกเกิด โดยบิดาหรือมารดาของเด็กที่มีสัญชาติไทย สามารถนำสูติบัตรฉบับจริงของเด็ก พร้อมบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของบิดาหรือมารดา มาแสดงตนได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา ภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2568

และเพื่อสร้างนิสัยการออมให้แก่เยาวชน ธนาคารยังได้ออกผลิตภัณฑ์ “”เงินฝาก Smart Junior”” เพื่อเด็กและเยาวชนที่มีอายุ 7 – 23 ปี โดยเป็นเงินฝากที่ให้ดอกเบี้ยพิเศษเมื่อฝากเงินอย่างสม่ำเสมอและมียอดเงินฝากคงเหลือเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 0.50% ต่อปี และสูงสุด 2.10% ต่อปี ตามเงื่อนไขที่กำหนด ระยะเวลาฝากรวม 30 เดือน เปิดบัญชีขั้นต่ำ 1 บาท สูงสุด 100,000 บาท ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.gsb.or.th | 📞 GSB Contact Center 1115

AIS เปิดตัว SIM2Fly และ Ready2Fly แพ็กใหม่ ต้อนรับไฮซีซั่นท่องเที่ยวทั่วโลก จัดเต็มเน็ตจุใจใช้ได้นาน และต่อเนื่องบนเครื่องบิน พร้อมรับสิทธิพิเศษเหนือระดับจากพันธมิตรชั้นนำในต่างประเทศ มูลค่ามากกว่า 1 ล้านบาท

0

AIS โชว์ความเป็นผู้นำด้านการให้บริการข้ามแดนอัตโนมัติที่มีเครือข่ายพันธมิตรครอบคลุมบริการ 5G โรมมิ่ง มากเป็นอันดับ 1 ของโลก เดินหน้ายกระดับประสบการณ์การเดินทางที่เหนือกว่า ต้อนรับฤดูกาลท่องเที่ยว ด้วยซิมและแพ็กเกจโรมมิ่งใหม่ล่าสุด SIM2Fly Ultimate และ Ultimate X และ Ready2Fly Beyond อุ่นใจตลอดทริป ตอบไลฟ์สไตล์นักเดินทางยุคใหม่ มอบความสะดวกสบายทุกการสื่อสารแบบไร้ขีดจำกัด ทั้งโทรและเน็ตเต็มสปีด เร็วแรง ไม่มีสะดุด รองรับการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่มากขึ้นและระยะเวลานานขึ้นในกว่า 190 ประเทศ พิเศษยิ่งกว่า กับการใช้งานได้ต่อเนื่องบนเครื่องบินด้วยบริการ In-flight roaming และ WiFi ฟรีจาก Thai Airways บนเครื่องบิน พร้อมสิทธิพิเศษสุดพรีเมียมจากพันธมิตรชั้นนำระดับโลก อาทิเช่น เมื่อช้อปปิ้งที่ King Power และ Central App รับส่วนลดสูงสุด 20%,  สำหรับจองตั๋วเครื่องบินและโรงแรมรับส่วนลดสูงสุด 10% จาก Trip.com และส่วนลด 55% จากบริการ Fast track, รถ Buggy จาก Black Tie & Primex Limousine และอีกมากมายที่สามารถรับได้ในต่างประเทศแบบครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์สายเดินทาง

นางเบญจพร กำเพ็ชร หัวหน้าส่วนงานการตลาดกลุ่มลูกค้าพรีเพด AIS กล่าวว่า “เราไม่เพียงมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์โรมมิ่งบนโครงข่าย 5G ที่มีความเร็วสูงและเสถียร แต่ยังให้ความสำคัญกับการออกแบบและนำเสนอสินค้าและบริการที่ตอบสนองพฤติกรรมของลูกค้าแบบ Personalize โดยเฉพาะในปัจจุบันที่ลูกค้าต้องการเล่นเน็ตโรมมิ่งแบบ
ไม่จำกัด และสามารถโทรออก-รับสายขณะอยู่ต่างประเทศ จึงเป็นเหตุผลที่เรานำเสนอแพ็กเกจใหม่เพื่อรองรับนักเดินทางที่ต้องการการเชื่อมต่อที่เสถียรและยาวนาน โดยขยายความสะดวกในการใช้งานทั้งบนเครื่องบินและที่จุดหมายปลายทางนอกจากนี้ยังมอบความคุ้มค่าที่มากขึ้น ด้วยสิทธิพิเศษที่หลากหลายจากพันธมิตรชั้นนำ เพื่อรองรับทุกไลฟ์สไตล์และความต้องการของนักเดินทางแบบครบครันในช่วงเทศกาลท่องเที่ยวนี้”

เชื่อมต่อทุกการสื่อสารแบบไร้ขีดจำกัดด้วย 3 แพ็กเกจโรมมิ่งระดับพรีเมียมที่ AIS ได้ออกแบบมาเพื่อเติมเต็มประสบการณ์การเดินทางให้ลูกค้าและคนไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการเชื่อมต่อระดับโลก

  • SIM2Fly Ultimate และ Ultimate X ซิมโรมมิ่งที่รวมทั้งบริการโทรและอินเทอร์เน็ตไว้ด้วยกัน มาพร้อม In-flight roaming ใช้งานอินเทอร์เน็ตบนเครื่องบิน 24 ชั่วโมง (1สิทธิ์ไปหรือกลับ) ครอบคลุมการใช้งานได้มากกว่า 170 ประเทศทั่วโลก โดดเด่นด้วยอินเทอร์เน็ตสูงสุดถึง 75GB โทรออกและรับสายได้ 250 นาที SMS 250 ข้อความ นานถึง 40 วัน
  • Ready2Fly Beyond ที่สุดของแพ็กเสริมเน็ตโรมมิ่งสำหรับลูกค้า AIS ครอบคลุมการใช้งานได้มากกว่า 190 กว่าประเทศทั่วโลก ใช้งานอินเทอร์เน็ตบนเครื่องบิน 24 ชั่วโมง เหนือกว่าด้วยเน็ต 100GB โทรออกและรับสายได้ 500 นาที SMS ได้ 500 ข้อความ นานถึง 50 วัน เหมาะสำหรับนักเดินทางที่ต้องการระยะเวลาใช้งานที่ยาวนาน โดยไม่ต้องเติมแพ็กเกจเพิ่มระหว่างการเดินทาง  

พิเศษเฉพาะแพ็กเกจ SIM2Fly Ultimate X และ Ready2Fly Beyond สามารถใช้งาน WiFi บนเครื่องบินฟรี สำหรับลูกค้าที่บินด้วยสายการบิน Thai Airways เฉพาะเส้นทางและเครื่องบินที่กำหนด นอกจากนี้ ยังได้จัดเต็มสิทธิพิเศษจาก 21 พันธมิตรชั้นนำ ที่มีสาขาอยู่ทั่วทุกมุมโลก ให้ลูกค้า SIM2Fly และ Ready2Fly ทุกแพ็กเกจสามารถรับความพิเศษครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์การเดินทาง ไม่ว่าจะเป็น

  • สายเที่ยว ส่วนลดบริการสนามบินสำหรับนักเดินทาง อาทิ ส่วนลดสูงสุด 50% สำหรับใช้บริการห้องรับรองในสนามบิน จาก Coral Lounge และ Miracle Lounge, ส่วนลด 55% บริการ Fast track และรถ Buggy จาก Black Tie & Primex Limousine, ส่วนลดสูงสุด 10% จาก Trip.com, ส่วนลดบริการรถลีมูซีน ราคาเริ่มต้นเพียง 690 บาทจาก SIXT ride และยังมีส่วนลดพิเศษ 7% เมื่อจองกิจกรรมท่องเที่ยวทั่วโลกกับ KKday
  • สายกิน อิ่มอร่อยจัดเต็มทุกมื้อกับเซ็ตอาหารจากร้านค้าชั้นนำในสนามบิน อาทิ Burger King, Dairy Queen, Potato Corner, ส่วนลด 10 เหรียญสิงคโปร์ เมื่อจองร้านอาหารผ่าน Hungry Hub Singapore
  • สายช้อป ช้อปเพลินกับส่วนลดพิเศษเพิ่ม 12% สูงสุด 500 บาท เมื่อช้อปครบ 2,500 บาทในหมวดสินค้าท่องเที่ยว เช่น กระเป๋าเดินทาง และอื่นๆอีกมากมาย จาก Central App, ส่วนลดสูงสุด 20% พร้อมส่วนลดเพิ่มอีก 300 บาท จาก King Power, ส่วนลดสูงสุด 19% จากร้านค้าชั้นนำที่ญี่ปุ่น ทั้ง Takeya, JCB & Bic Camera และ Donki, ส่วนลดพิเศษ 5% เมื่อซื้อสินค้าและบริการในฮ่องกง ผ่าน The Club.
  • สายสุขภาพ บริการปรึกษาแพทย์ออนไลน์จากโรงพยาบาลวิมุตฟรี ผ่าน ViMUT Application, ส่วนลดสูงสุด 50% บริการสปา จาก Divana Spa  

สำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถซื้อซิมหรือสมัครแพ็กเกจโรมมิ่งทั้ง SIM2Fly Ultimate, SIM2Fly Ultimate X และ Ready2Fly Beyond ได้ทางแอปพลิเคชัน myAIS หรือ AIS Shop ทุกสาขา พิเศษสำหรับลูกค้าที่ซื้อแพ็กเกจ SIM2Fly Ultimate และ Ultimate X ตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน 2568 เป็นต้นไป รับฟรี Special Box Set จำนวนจำกัด ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://m.ais.co.th/EKH6dzGiy

นายกฯไทย ออกแถลงการณ์ท่าทีหลังไทยโดนทรัมป์ขึ้นกำแพงภาษี

0

นายกฯ แพทองธาร ชินวัตร ออกแถลงการณ์ท่าทีของประเทศไทยต่อนโยบายการค้าสหรัฐอเมริกาวันที่ 3 เมษายน 2568 มีเนื้อหาว่า

รัฐบาลไทยตระหนักและเข้าใจถึงความจำเป็นของสหรัฐฯ ที่จะต้องปรับสมดุลทางการค้ากับประเทศคู่ค้าจำนวนมาก ผ่านนโยบายอัตราภาษีต่างตอบแทน (Reciprocal Trade and Tariffs) ซึ่งได้ส่งผลกระทบต่อประเทศต่างๆ ที่เป็นคู่ค้าของสหรัฐฯ ในขณะที่กรอบแนวคิดและยุทธศาสตร์ของประธานาธิบดีทรัมป์ มีความเป็นพลวัต (dynamic) และแตกต่างไปจากยุคก่อนอย่างสิ้นเชิงล่าสุดประธานาธิบดีทรัมป์ได้ประกาศนโยบายในงาน Liberation Day เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2568 เวลา 04.00 น. (เวลาไทย) ได้ประกาศขึ้นภาษีกับการนำเข้าจากทุกประเทศขั้นต่ำร้อยละ 10 ประเทศที่เกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ และสหรัฐฯ มองว่าเอาเปรียบสหรัฐฯ ตั้งแต่อัตราภาษีนำเข้า มาตรการทางการค้าที่มิใช่ภาษี (Non-tariff Barriers) รวมถึงค่าธรรมเนียมต่างๆ จะถูกจัดเก็บ โดยแต่ละประเทศจะถูกปรับในอัตราที่แตกต่างกันในอัตราหารครึ่งจากอัตราที่สหรัฐฯ คำนวณว่าสินค้าของสหรัฐฯ ถูกจัดเก็บจากประเทศนั้นๆ

สำหรับประเทศไทย สหรัฐฯ กำหนดอัตราภาษีนำเข้าต่างตอบแทนไว้ที่ร้อยละ 36 โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน 2568 เป็นต้นไปการประกาศปรับขึ้นภาษีนำเข้าของรัฐบาลสหรัฐฯ ย่อมส่งผลกระทบต่อประเทศคู่ค้าทุกรายอย่างหลีกเลี่ยงได้ยาก โดยเฉพาะต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคสหรัฐฯ ที่อาจไม่สามารถรับกับราคาสินค้าที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและในระดับสูงได้

ดังนั้น ในระยะยาว ผู้ประกอบการส่งออกไทยควรมองหาตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดเดียว ซึ่งรัฐบาลไทยได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในเรื่องนี้ และได้วางมาตรการรองรับในการเยียวยาและบรรเทาผลกระทบที่อาจมีต่อผู้ประกอบการส่งออกของไทยที่มีตลาดสหรัฐฯ เป็นตลาดหลัก

รัฐบาลขอเรียนว่า ไทยได้ส่งสัญญาณความพร้อมที่จะหารือกับรัฐบาลสหรัฐฯ ในโอกาสแรก เพื่อปรับดุลการค้าให้เกิดความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย โดยส่งผลกระทบต่อภาคส่วนที่เกี่ยวข้องให้น้อยที่สุด โดยได้มอบหมายให้คณะทำงานนโยบายการค้าสหรัฐอเมริกาที่แต่งตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2568 ก่อนที่ประธานาธิบดีทรัมป์จะเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ ทำงานร่วมกับภาครัฐและเอกชนในการติดตามและประเมินสถานการณ์ความเคลื่อนไหวต่างๆ อย่างใกล้ชิดและรอบด้าน ตลอดระยะเวลา 3 เดือน เพื่อจัดเตรียม “ข้อเสนอเพื่อปรับดุลการค้ากับสหรัฐฯ ที่มีสาระสำคัญเพียงพอให้สหรัฐฯ มีแรงจูงใจที่จะเข้าสู่กระบวนการเจรจากับไทย” ที่เหมาะสม และส่งผลกระทบต่อเกษตรกร ผู้บริโภค และผู้ประกอบการในภาคส่วนที่เกี่ยวข้องน้อยที่สุด ในขณะเดียวกัน ไทยยังอาจใช้โอกาสนี้ในการปรับโครงสร้างการผลิต ลดต้นทุน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาวให้กับบางอุตสาหกรรมได้ประเทศไทยมีเจตนารมณ์ที่แน่วแน่ที่จะสร้างเสถียรภาพและสมดุลทางการค้ากับสหรัฐฯ ในระยะยาว มีศักยภาพเพียงพอต่อการเป็นหนึ่งในกลุ่มมิตรประเทศเพื่อการลงทุน (Friend Shoring) ที่ทั้งสองประเทศสามารถพัฒนาความร่วมมือระหว่างกันในอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพเอื้อซึ่งกันและกัน เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในตลาดโลก อาทิ ในภาคเกษตร-อาหาร ที่สหรัฐฯ มีสินค้าเกษตรจำนวนมากที่ไทยสามารถนำเข้าเพื่อนำมาแปรรูปเพื่อส่งออกไปตลาดโลก และในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง การที่ประเทศไทยเป็นแหล่งผลิต Hard Disk Drive ที่สำคัญของโลก และอุปกรณ์ดังกล่าวก็จำเป็นต่อการพัฒนาอุตสาหกรรม Data Center และ AI ของสหรัฐฯ

สุดท้ายนี้ รัฐบาลไทยหวังเป็นอย่างยิ่งว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีทรัมป์ จะมองถึงเป้าหมายการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจร่วมกันในระยะยาว ประเทศไทยยังคงยืนยันเจตนารมณ์ในการเป็นพันธมิตรและมุ่งมั่นผลักดันความร่วมมือในการเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ เพื่อร่วมกันสร้างและพัฒนาภาคการเกษตรและอุตสาหกรรมเทคโนโลยีแห่งอนาคตเพื่อตลาดโลก ให้เติบโตอย่างมั่นคง เพื่อท้ายที่สุด จะช่วยกันลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับภาคธุรกิจและภาคการเกษตรของทั้งสองประเทศ ผ่านการหารืออย่างสร้างสรรค์โดยเร็ว

เมืองไทยประกันชีวิต เอาใจสมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับ จัดกิจกรรม “เมืองไทย Smile Trip @เกาะยาวน้อย”

0

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เมืองไทยประกันชีวิต โดย “เมืองไทยสไมล์คลับ” เดินหน้าส่งมอบความสุขและรอยยิ้มให้สมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับด้วยการเพิ่มประสบการณ์สุดพิเศษ ผ่านกิจกรรมพาสมาชิกฯ ท่องเที่ยวทะเลใต้ รับซัมเมอร์กับ “เมืองไทย Smile Trip @เกาะยาวน้อย” ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์บนเกาะยาวน้อย จ.พังงา ชมความงดงามของธรรมชาติ ทะเลสวย น้ำใส ลิ้มรสอาหารพื้นเมือง สัมผัสวิถีชีวิตของผู้คนบนเกาะ พร้อมผ่อนคลายภายใต้บรรยากาศสุดส่วนตัวไปกับที่พัก 5 ดาว โรงแรมเคป กูดู เกาะยาวน้อย

นอกจากนั้น Unseen ไปกับการพาสมาชิกฯ นั่งเรือออกไปรับประทานอาหารกลางวันบนชายหาดหน้า ถ้ำโต๊ะบวช ถ้ำเล็ก ๆ ที่อยู่บนเกาะยาวน้อย ซึ่งมักจะเป็นที่หลบพายุหรือที่พักของชาวประมงที่เดินทางมาหาปลาในบริเวณดังกล่าว เสิร์ฟความอร่อยไปกับอาหารพื้นเมืองหลากหลายเมนู อีกทั้งยังได้สนุกไปกับร่วมกิจกรรมทำผ้าบาติกบ้านท่าเขา ผ้าบาติกคุณภาพดีที่ใช้ผ้าที่ทอจากเส้นใยธรรมชาติ การวาดลายจะเน้นรูปของธรรมชาติเป็นหลัก ลวดลายที่ขึ้นชื่อของที่นี่คือลายนกแก๊ก หนึ่งในนกเงือกที่อาศัยอยู่มากมายบนเกาะยาวน้อย และร่วมทำขนมครก ณ ร้านลานริมเล ที่ยกเตาถ่านมาหยอดขนมครกและแคะกันเองอย่างสนุกสนาน ปิดท้ายกันที่การพาสมาชิกฯ ไปเดินเล่นชมความงามย่านเมืองเก่า ตึกเก่าแบบชิโนโปรตุกีส จ.ภูเก็ต และรับประทานของหวานพื้นเมือง Torry’s Ice Cream ไอศกรีมพรีเมียมโฮมเมดที่ผสมผสานกับรสชาติขนมท้องถิ่นของชาวภูเก็ต

ทั้งนี้ สมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับ ยังสามารถติดตามกิจกรรมรวมถึงสิทธิประโยชน์อื่น ๆ เมืองไทยสไมล์คลับ คัดสรรมาพิเศษแบบครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ และตอบโจทย์ความหลากหลายทุกความต้องการเพิ่มเติม ได้ที่ MTL Click Application สามารถดาวน์โหลดได้ฟรีทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android หรือเว็บไซต์ www.muangthai.co.th ตลอดจนสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร. 1766 กด 4 เมืองไทยประกันชีวิต หรือศูนย์บริการลูกค้าทั่วประเทศ

เอไอเอสแจกจริง! มอบทองคำให้ลูกค้าผู้โชคดีที่ยืนยันตัวตน เดินหน้าแจกต่อเนื่องทุก 2 สัปดาห์ รวมมูลค่า 1.6 ล้านบาท

0

บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS โดย นายธโนบล เซ็นภักดี หัวหน้าส่วนงานบริหารด้านการชำระเงินดิจิทัล และผลิตภัณฑ์ด้านการธนาคาร มอบรางวัล ทองคำ 1 สลึง จำนวน 10 รางวัล และทองคำครึ่งสลึง จำนวน 50 รางวัล ให้กับลูกค้าผู้โชคดีรอบแรก จากแคมเปญ “AIS Check ID” ที่ชวนลูกค้าผู้ใช้มือถือในนามบุคคล ยืนยันตัวตนและอัปเดตข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นปัจจุบัน เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยทางไซเบอร์ให้ทุกการใช้งาน พร้อมชวนลูกค้าทุกคนลุ้นรางวัลต่อเนื่อง เพียงนำบัตรประชาชนตัวจริง พร้อมโทรศัพท์ที่มีซิมการ์ดเอไอเอส ไปที่จุดบริการ AIS Check ID ได้แก่ เอไอเอส ช็อป, เทเลวิซ และ เอไอเอส บัดดี้ เอ็กซ์คลูซีฟ ทุกสาขาทั่วประเทศ โดยลูกค้าที่เข้ามายืนยันตัวตนตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม – 30 เมษายน 2568 ยังได้รับสิทธิ์ในการจับรางวัลตลอดโครงการ แบ่งเป็น รางวัลที่ 1 ทองคำ 1 สลึง จำนวน 40 รางวัล และ รางวัลที่ 2 ทองคำครึ่งสลึง จำนวน 200 รางวัล จับรางวัลทุก 2 สัปดาห์ จำกัด 1 หมายเลขโทรศัพท์ ต่อ 1 สิทธิ์ ประกาศผลผ่านแอปฯ myAIS ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://m.ais.co.th/EKH6eO7Hy

โดย AIS Check ID คือการยืนยันตัวตนด้วยบัตรประชาชน โดยการ Dip Chip เพื่อลดความเสี่ยงจากมิจฉาชีพ, ใช้งานโมบายแบงก์กิ้งได้อย่างต่อเนื่อง และเตรียมความพร้อมในการใช้บริการยืนยันตัวตนรูปแบบดิจิทัล (Digital ID) จาก AIS ในอนาคต ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าในการนำไปสมัครทำธุรกรรมการเงิน รวมถึงธุรกรรมจากภาครัฐและเอกชน เช่น เปิดบัญชีเงินฝาก เปิดบัญชีลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ หรือการขอสินเชื่อ ผ่านช่องทางออนไลน์ โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปที่สาขาด้วยตนเอง รวมถึงลดการถูกปลอมแปลงเอกสาร และการถูกสวมสิทธิ์จากหลักฐานการยืนยันตัวตนแบบเก่า อย่างการถ่ายสำเนาบัตรประชาชนหรือสำเนาเอกสารทางราชการอื่นๆ

AIS ยันพร้อมให้บริการระบบแจ้งเตือนภัยผ่าน Cell Broadcast และ SMS ทั่วประเทศ พร้อมส่งทันที เมื่อหน่วยงานรัฐมีคำสั่ง

0

AIS ในฐานะผู้ให้บริการระบบเครือข่ายของประเทศ เราตระหนักดีว่า ระบบแจ้งเตือนภัยฉุกเฉินเป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งที่จะช่วยเป็นสื่อกลางในการแจ้งเตือน แจ้งเหตุไปยังประชาชนทั่วประเทศ เราจึงไม่หยุดในการพัฒนาและปรับปรุงโครงข่ายให้ตอบโจทย์ภารกิจนี้มาอย่างต่อเนื่อง ด้วยการขยาย Capacity เครือข่าย และพัฒนาเทคโนโลยี Cell Broadcast ให้สามารถรองรับภารกิจแจ้งเตือนภัยได้อย่างตรงเป้าที่สุด

จนกระทั่ง วันนี้ (31 มีนาคม 2568) เอไอเอสยืนยันพร้อมให้บริการแจ้งเตือนภัย ผ่าน 2 ระบบ ได้แก่ ระบบ Cell Broadcast ซึ่งรองรับบนมือถือระบบแอนดรอยส์ทุกเครื่องของเครือข่ายเอไอเอสแล้ว  สำหรับระบบ IOS ขณะนี้ กสทช กำลังประสานงานกับทาง APPLE เพื่อดำเนินการอัพเดทซอฟแวร์ให้สามารถใช้งานระบบ Cell Broadcast ได้โดยเร็วต่อไป ส่วนระบบ SMS พร้อมแล้วที่จะส่งแจ้งประชาชน แบบครอบคลุมทั่วประเทศ หรือเลือกเฉพาะจังหวัด หรือเฉพาะพื้นที่ตามที่ตั้งของสถานีฐาน โดยรองรับการส่งได้มากถึง 30 ล้านข้อความภายใน 1 ชั่วโมง ซึ่งพร้อมสนับสนุนภารกิจของภาครัฐเป็นเครื่องมือในการแจ้งเตือนและแจ้งเหตุให้ประชาชนรับทราบ ภายใต้การทำงานร่วมกับ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)กระทรวงมหาดไทย และ กสทช. หากได้รับคำสั่ง ก็พร้อมส่งข้อความเตือนได้เลย โดยล่าสุดได้มีการประชุมร่วมกับนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อหารือถึงมาตรการแจ้งเตือนภัยพิบัติที่มีประสิทธิภาพ โดยเอไอเอสได้ยืนยันความพร้อม ด้วยการทดสอบส่งข้อความผ่านระบบ Cell Broadcast ไปยังมือถือระบบแอนดรอย์ทุกเครื่องของเครือข่ายเอไอเอสที่อยู่ในทำเนียบได้อย่างสมบูรณ์

ทั้งนี้ ระบบ Cell Broadcast Service คือการส่งข้อความไปปรากฏที่หน้าจอมือถือทันทีอย่างรวดเร็ว สามารถส่งไปยังมือถือทุกเครื่องพร้อมกันในเวลาเดียวกัน สามารถกำหนดพื้นที่ได้ตามสถานีฐาน เพื่อให้ประชาชนรับรู้สถานการณ์ได้ทันที เหมาะสมกับการนำมาใช้แจ้งเตือนเหตุฉุกเฉิน

ภาคเศรษฐกิจและการเงิน รัฐ-เอกชน ออกแถลงการณ์ร่วมสร้างความมั่นใจ หลังเหตุการณ์แผ่นดินไหว

0

ตามที่ได้เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวในประเทศไทยเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 28 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้สาธารณชนมีความกังวลต่อผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นต่อภาคเศรษฐกิจและระบบทางการเงินของไทย เพื่อเป็นการให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้านและครบถ้วน หน่วยงานสำคัญที่เกี่ยวข้องในด้านเศรษฐกิจและการเงินทั้งภาครัฐและเอกชน จึงได้ร่วมกันจัดแถลงการณ์ร่วมเพื่อให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องในมิติต่าง ๆ ทั้งด้านความปลอดภัยทางวิศวกรรม ด้านภาคการผลิต การส่งออก และการท่องเที่ยว รวมทั้งด้านตลาดเงินและตลาดทุนมาพร้อมกัน เพื่อนำเสนอสถานการณ์และข้อมูลเพื่อให้ผู้ลงทุนและสาธารณชนได้รับทราบ ในวันนี้ (31 มีนาคม 2568) ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ผศ. ดร. ธเนศ วีระศิริ นายกสภาวิศวกร กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่าระบบโครงสร้างพื้นฐานของอาคารที่ร้องขอให้ไปตรวจสอบไม่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวอย่างมีนัยสำคัญ  อาคารต่าง ๆ ได้มีการออกแบบตามมาตรฐานวิศวกรรม ในปัจจุบันสามารถรองรับแผ่นดินไหวได้ ทั้งนี้ ประเมินจากโครงสร้างหลักของอาคารไม่ได้รับความเสียหาย การเข้าใช้ประโยชน์ในอาคารสามารถทำได้กับอาคารที่ได้รับการตรวจและประเมินผลเป็นสีเขียว ซึ่งผลการตรวจสอบพบว่าอาคารได้รับการประเมินเป็นสีเขียวจำนวนมาก

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จากการสำรวจภาคการผลิตของกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ ส่วนใหญ่ไม่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวในครั้งนี้ โครงสร้างพื้นฐานสำคัญต่างๆ ในการผลิตยังเปิดใช้งานได้ตามปกติ รวมถึงการขนส่งวัตถุดิบและสินค้าที่ผลิตเสร็จก็ยังดำเนินการเหมือนเดิมทุกประการ

ทั้งนี้ ในภาคการท่องเที่ยว ทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาระบุว่า ขณะนี้สถานการณ์เข้าสู่สภาวะปกติแล้ว ประชาชน นักท่องเที่ยว สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ รัฐบาลเฝ้าประเมินสถานการณ์ ตรวจสำรวจอาคาร สถานที่และช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ ขอให้มั่นใจว่าประเทศไทยปลอดภัยเที่ยวไทยได้อย่างมั่นใจแน่นอน

ดร. รุ่ง มัลลิกะมาส รองผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ให้ความมั่นใจว่าโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงินและการให้บริการทางการเงิน เช่น ระบบบาทเนต และ mobile banking application ของทุกธนาคาร รวมทั้งระบบเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ ดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องเป็นปกติ เช่นเดียวกับการให้บริการของสถาบันการเงินแก่ลูกค้าประชาชนและภาคธุรกิจ นอกจากนี้ ธปท. ได้กำชับให้สถาบันการเงินพิจารณาให้ความช่วยเหลือแก่ลูกหนี้ที่ประสบภัย เช่นเดียวกับที่เคยให้ความช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษเมื่อเกิดอุทกภัยในปี 2567 โดยได้มีการผ่อนปรนเกณฑ์บางด้านรองรับไว้แล้ว

นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ให้ความเชื่อมั่นว่า สำนักงาน คปภ. จะดูแลการเบิกจ่ายสินไหมให้รวดเร็วและเป็นธรรม และได้จัดตั้งศูนย์เพื่อช่วยเหลือด้านการประกันภัยเชิงรุก ประชาชนสามารถติดต่อสายด่วน คปภ. 1186 และทาง Chatbot @oicconnect ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ในส่วนของความเสียหายจากการถล่มของอาคาร ทราบว่าบริษัทประกันภัยต่าง ๆ ได้มีการประกันภัยต่อ (reinsure) ออกไปเป็นส่วนใหญ่ กับบริษัทประกันภัยต่อต่างประเทศ จึงไม่กระทบต่อสถานะของบริษัทประกันภัยของไทยซึ่งมีความเข้มแข็งอยู่ในระดับที่มั่นคงสูง

. ดร. พรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า ก.ล.ต. ได้ประสานงานกับผู้เกี่ยวข้อง และให้ความมั่นใจว่าระบบการซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์ฯ และผู้ประกอบธุรกิจในตลาดทุน ตลอดจนตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลสามารถดำเนินการและให้บริการได้อย่างปกติ พร้อมทั้ง ก.ล.ต. ได้ผ่อนผันการนำส่งข้อมูลของผู้ประกอบธุรกิจภายใต้การกำกับดูแล รวมทั้งบริษัทจดทะเบียนและบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจัยพื้นฐานของบริษัทจดทะเบียนในภาพรวมยังคงแข็งแกร่ง ในภาพรวมของภาคธุรกิจสามารถรับมือกับสถานการณ์และดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง ไม่กระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของบริษัทจดทะเบียนไทย ขณะเดียวกัน ตลาดหลักทรัพย์ฯ เตรียมความพร้อมระบบและการดำเนินการทุกด้าน รวมทั้งประสานงานใกล้ชิดกับบริษัทสมาชิกและผู้เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดความมั่นใจสำหรับการเปิดการซื้อขายในทุกตลาดในวันนี้  

ทั้งนี้ ผู้ให้บริการระบบสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นสนามบิน ระบบรถไฟฟ้า ทั้งใต้ดินและบนดินไม่มีความเสียหาย และสามารถดำเนินได้ตามปกติ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา: https://www.facebook.com/share/p/1BdLtvmyKR/?mibextid=wwXIfr

ชวนลูกค้ามือถือและเน็ตบ้านใช้บริการ AIS Secure Net ฟรี เผยบล็อกเว็บไซต์อันตรายได้กว่า 500 ล้านครั้งแล้ว

0

AIS ในฐานะผู้ให้บริการดิจิทัลที่มุ่งส่งเสริมทักษะและการใช้งานที่ปลอดภัยให้กับลูกค้าและคนไทย เผยข้อมูลจากบริการ AIS Secure Net ที่ช่วยปกป้องผู้ใช้งานจากภัยออนไลน์ต่างๆ ที่เปิดให้บริการตั้งแต่มิถุนายน 2562 จนถึงปัจจุบัน ได้ตรวจจับและบล็อกเว็บไซต์ที่มีความเสี่ยงไปแล้วกว่า 500 ล้านครั้ง หรือเฉลี่ยมากกว่า 2.4 แสนครั้งต่อวัน โดยภัยคุกคามบนโลกออนไลน์ที่พบมากที่สุด ได้แก่ มัลแวร์, ฟิชชิ่ง และไวรัส ตามลำดับ สะท้อนถึงสถานการณ์ปัจจุบันที่อาชญากรรมทางเทคโนโลยีมาในหลากหลายรูปแบบ โดยในปี 2568 นี้ AIS มีเจตนารมณ์ที่จะสร้างให้เป็นปีแห่งความปลอดภัยไซเบอร์ จึงขอชวนคนไทยผู้ใช้บริการเอไอเอสทุกคนมาร่วมปกป้องตนเองจากภัยออนไลน์ พร้อมใช้งานอินเทอร์เน็ตได้อย่างอุ่นใจผ่านบริการ AIS Secure Netสำหรับลูกค้ามือถือทั้งระบบรายเดือนและเติมเงิน สมัครใช้งานฟรี โดยไม่ต้องติดตั้งแอปพลิเคชันเพิ่มเติม เพียงกด *689*6# และโทรออก และลูกค้าเน็ตบ้าน AIS FIBRE3 เปิดใช้บริการฟรี ผ่านทาง https://m.ais.co.th/fibresecurenet/ โดยสามารถใช้งานได้กับทุกอุปกรณ์ที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ต เช่น เครื่อง PC/Notebook สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต สมาร์ททีวี กล่อง AIS PLAY กล่องแอนดรอยทีวี ฯลฯ เพื่อบล็อกเว็บไซต์อันตรายที่มาจากทุกช่องทางทั้ง E-mail, SMS หรือจากการท่องอินเทอร์เน็ต

นางสายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าหน่วยธุรกิจประชาสัมพันธ์และงานธุรกิจสัมพันธ์ AIS กล่าวว่า “ในวันนี้ที่สังคมไทยกำลังเผชิญกับปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น เรายังคงเดินหน้าสร้างภูมิคุ้มกันทางไซเบอร์ให้กับคนไทยอย่างต่อเนื่อง ภายใต้ภารกิจ “AIS อุ่นใจไซเบอร์” ทั้งการพัฒนาเครื่องมือที่ช่วยสร้างความปลอดภัยด้านการใช้งานให้กับลูกค้า โดยเฉพาะบริการ AIS Secure Net ที่ทำหน้าที่ปกป้องคนไทยไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของภัยออนไลน์ รวมถึงการเสริมสร้างทักษะดิจิทัลให้รู้เท่าทันกลโกงมิจฉาชีพผ่านหลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์ นอกจากนี้ อยากจะแนะนำให้ประชาชนป้องกันตัวจากภัยไซเบอร์ได้ด้วยตนเองง่ายๆ อาทิ ไม่ใช้ WiFi สาธารณะทำธุรกรรมทางการเงิน, ไม่ตั้งรหัสผ่านที่สามารถคาดเดาได้ง่าย เช่น วันเดือนปีเกิด และใช้ URL ที่ปลอดภัย (HTTPS) แทนการใช้ HTTP เพื่อลดความเสี่ยงได้อีกด้วย”

จากข้อมูลของ AIS Secure Net ที่ช่วยปกป้องและแจ้งเตือนผู้ใช้งานจากภัยคุกคามต่างๆ บนโลกออนไลน์ ด้วยการตรวจจับและบล็อกเว็บไซต์ที่มีความเสี่ยง พบว่าภัยจากการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่คนไทยตกเป็นเหยื่อมากที่สุด 3 ประเภทที่ผู้ใช้งานควรระวัง ได้แก่

อันดับ 1 มัลแวร์ (Malware) : โปรแกรมประสงค์ร้ายที่ซ่อนมากับเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน เพื่อหลอกเข้าใช้บนระบบเหมือนเป็นผู้ใช้งานจริง เมื่อผู้ใช้เผลอคลิกเข้าไปในเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน เหล่านี้เสมือนเป็นการเปิดช่องทางให้แฮกเกอร์สามารถควบคุมอุปกรณ์ มองเห็นการใช้งานต่างๆ และรวมถึงสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลได้

อันดับ 2 เว็บไซต์ปลอม (Phishing Sites) : การปลอมแปลงหน้าเว็บไซต์จริง มุ่งประสงค์หลอกลวงให้ผู้ใช้เปิดเผยข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อผู้ใช้งานและรหัสผ่าน, เลขบัตรประชาชน, วันเดือนปีเกิด รวมถึงข้อมูลทางการเงิน

อันดับ 3 ไวรัส (Virus Sites) : โปรแกรมที่แฝงมาบนเว็บไซต์ ซึ่งสามารถก่อให้เกิดความเสียหายต่างๆ กับระบบการใช้งานทำให้ระบบทำงานผิดปกติ ช้าลง และอาจนำไปสู่การสูญเสียข้อมูลสำคัญ

ซีพีเอฟ ระดมความช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวอย่างเต็มที่

0

จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา ส่งผลให้หลายพื้นที่ในประเทศไทยรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือน โดยเฉพาะจุดที่ได้รับผลกระทบรุนแรงอย่างมากในเขตจตุจักร กรุงเทพฯ ที่มีอาคารพังถล่มลงมา และอยู่ระหว่างระดมความช่วยเหลือจากหลายภาคส่วนอย่างเต็มกำลังบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ บริษัทในเครือซีพี ที่อยู่เคียงข้างสังคมไทยในทุกๆ วิกฤติ เสมอมา โดยครั้งนี้ได้ระดมความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนและต่อเนื่อง โดยสนับสนุนอุปกรณ์เต็นท์เพื่อภารกิจค้นหาและช่วยเหลือผู้รอดชีวิตจากเหตุอาคารถล่ม ตลอดจนมอบอาหารและน้ำดื่ม CP ผ่านกองทัพบก โดยมี พลโท อมฤต บุญสุยา แม่ทัพภาคที่ 1 เป็นผู้รับมอบ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน และผู้อยู่อาศัยในบริเวณพื้นที่โดยรอบ โดยประสานความช่วยเหลือร่วมกับกรมทหารปืนใหญ่ที่ 1 รักษาพระองค์อย่างใกล้ชิด

นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร ซีพีเอฟ ระดมทีมงานให้การสนับสนุนในภารกิจกู้ภัยของเจ้าหน้าที่ ซึ่งรวมถึงการมอบ “อาหารจากใจ” สนับสนุนผลิตภัณฑ์อาหารและวัตถุดิบ ทั้งไข่ไก่ เนื้อไก่ เนื้อหมู ไส้กรอก แก่โรงครัวต่างๆ อาทิ มูลนิธิเพชรเกษม และ มูลนิธิองค์กรทำดี เพื่อใช้ประกอบอาหารมอบให้แก่ เจ้าหน้าที่ทหาร ทหารช่าง ทีมแพทย์สนาม หน่วยงานบรรเทาสาธารณภัย อาสากู้ภัย อาสาสมัครจิตอาสา มูลนิธิต่างๆ และสื่อมวลชน ที่ดำเนินภารกิจตลอด 24 ชั่วโมง ณ กองอำนวยการร่วมบรรเทาสาธารณภัย เขตจตุจักร

นอกจากนี้ ซีพีเอฟยังได้ประสานการสนับสนุนผลิตภัณฑ์อาหารและขนมสำหรับสุนัขภายใต้แบรนด์ “เจอร์ไฮ” (Jerhigh) แก่ พลตรี สมพงษ์ สุขประดิษฐ เจ้ากรมการสัตว์ทหารบก ในวันพรุ่งนี้ ภายใต้ภารกิจนำกำลังพลจาก ศูนย์สุนัขทหาร กรมการสัตว์ทหารบก (ศสท.กส.ทบ.) พร้อมชุดปฏิบัติการสุนัขทหาร (K9) เข้าร่วมภารกิจค้นหาและช่วยเหลือผู้รอดชีวิตจากเหตุอาคารถล่มซีพีเอฟ ขอส่งกำลังใจและความห่วงใยถึงพี่น้องประชาชน และพร้อมเคียงข้างสังคมในทุกวิกฤติ ด้วยการส่งมอบความห่วงใยผ่านอาหารและสิ่งของจำเป็น ขอให้ทุกคนก้าวผ่านช่วงเวลานี้ไปด้วยกันอย่างเข้มแข็งและปลอดภัย.