Home Blog Page 494

โออาร์ ผนึก อาคเนย์ประกันภัย เปิดตัว “อาคเนย์ สเตชั่น” ในสถานีบริการน้ำมัน ให้คำปรึกษาการเงินและประกันครบวงจร

0

นายสุชาติ ระมาศ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกิจค้าปลีก และ นายบุญมา พนธนกรกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (โออาร์) พร้อมด้วย นางภฤตยา สัจจศิลา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อาคเนย์ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ร่วมพิธีเปิดตัว “อาคเนย์ สเตชั่น” เพิ่มช่องทางให้บริการให้คำปรึกษา แนะนำ และอบรมด้านการเงินและประกัน

เพื่ออำนวยความสะดวกผู้บริโภคที่มาใช้บริการที่สถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น ด้วยบริการที่ครบครัน ซึ่งเป็นไปตามแนวทางการพัฒนาสถานีบริการน้ำมันฯ ที่มุ่งให้ธุรกิจและสังคมเติบโตไปด้วยกัน สร้างการมีส่วนร่วมระหว่างสถานีบริการน้ำมันฯ คู่ค้า และคนในพื้นที่ เพื่อสร้างสรรค์บริการใหม่ ๆ ที่ตรงตามความต้องการและความคาดหวังของสังคมชุมชนและผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่ ให้ทุกคนได้รับประโยชน์อย่างสมดุลและอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน 

นายสุชาติ เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีลูกค้าที่ใช้บริการให้ปั๊ม ปตท.ทั่วประเทศเฉลี่ยวันละ 1.2 ล้านคน และมีความต้องการสินค้าที่หลากหลาย ไม่ใช่เฉพาะแค่เติมน้ำมันเพียงอย่างเดียว ซึ่งในส่วนของสินค้าประกันภัยก็เป็นหนึ่งในความต้องการของลูกค้า

ทั้งนี้ ตามแนวทางการพัฒนาพื้นที่สถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น (PTT Station) ที่มุ่งให้ธุรกิจและสังคมเติบโตไปด้วยกัน สร้างการมีส่วนร่วมระหว่างสถานีบริการ คู่ค้า และคนในพื้นที่ เพื่อสร้างสรรค์บริการใหม่ๆ ที่ตรงตามความต้องการและความคาดหวังของผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่ ให้ทุกคนได้รับประโยชน์และอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน โดย โออาร์ ได้เล็งเห็นถึงศักยภาพ ความเชี่ยวชาญทางการเงิน (Financial Solutions) ของอาคเนย์ ที่มีความพร้อมทั้งผลิตภัณฑ์ บริการ บุคลากร ตลอดจนประสบการณ์กว่า 70 ปี จึงเดินหน้าพัฒนาพื้นที่ร่วมกันเป็นอีกหนึ่งจุดเช็คอินด้านบริการประกันและการเงิน ที่โดดเด่นทั้งในเรื่องของทำเล ความสะดวกสบาย มาพร้อมสิทธิประโยชน์มากมายจากการเข้าใช้บริการ

ด้านนางภฤตยา เปิดเผยว่า กลุ่มอาคเนย์ ธุรกิจประกันและการเงินได้ร่วมมือกับโออาร์ เพื่อเปิดตัว “อาคเนย์ Station” ในสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น (ปตท.) ซึ่งจะเป็นศูนย์กลางการให้บริการที่ปรึกษาทางเงินด้านประกันชีวิต ประกันวินาศภัย และสินเชื่อรถมือสองครบวงจรให้กับลูกค้า โดยสาขาแรกเปิดให้บริการที่ ปั๊ม ปตท. สาขาเจริญราษฎร์ กรุงเทพ และภายในปีนี้จะเปิดให้ครบ 10 สาขากระจายตามหัวเมืองใหญ่ไปทั่วประเทศ

ทั้งนี้ คาดว่า สาขารูปแบบใหม่นี้จะสร้างการรับรู้และเพิ่มฐานลูกค้าใหักับกลุ่มอาคเนย์ได้มากขึ้น เนื่่องจากปัจจุบันมีผู้ใช้บริการในสถานีบริการน้ำมันพีทีที สเตชั่น ในแต่ละวันเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าและสินค้าประกันวินาศภัยจะมีจำนวนที่เพิ่มมากขึ้น ส่วนสินค้าประกันชีวิตก็จะเติบโตในส่วนของเบี้ยเป็นหลัก

“บิ๊กรัง” นั่งเก้าอี้นายกสมาคมกอล์ฟต่อสมัยที่ 7

0

“บิ๊กรัง” นายรังสฤษดิ์ ลักษิตานนท์ ผู้ช่วยประธานกรรมการบริหาร บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ได้รับคะแนนเสียงโหวตจากสมาชิกอย่างท่วมท้นให้รับตำแหน่งนายกสมาคมกีฬากอล์ฟแห่งประเทศไทย ต่ออีกสมัย เป็นสมัยที่ 7 (วาระ 2563-2567) ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ณ โพธาลัย เลเชอร์ปาร์ค เมื่อวันที่ 8 ก.ค.ที่ผ่านมา ประกาศจะพากอล์ฟไทยพัฒนา และสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยต่อไป หลังตลอดเวลาที่ผ่านมาได้สร้างรากฐานความมั่นคงให้กับวงการกอล์ฟเยาวชนมาอย่างยาวนาน

ทั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตามมาตรา 58 แห่ง พ.ร.บ.การกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ.2558 และข้อบังคับสมาคมกีฬากอล์ฟฯ ฉบับแก้ไข พ.ศ.2558 สมาคมกีฬากอล์ฟแห่งประเทศไทย ได้จัดงานประชุมใหญ่ขึ้น โดยที่มี นส.กมลวรรณ สุทธิบุตร หัวหน้างานทะเบียนกลางสมาคมกีฬา และ นางสุทิน ทองประไพ ผช.ปฏิบัติงานทะเบียนกลางสมาคมกีฬา กององค์กรและพัฒนากีฬาเป็นเลิศ เป็นผู้แทนการกีฬาแห่งประเทศไทยเข้าร่วมสังเกตการณ์ในการประชุม

โดยที่ประชุมได้เสนอให้ คุณภานุ อนามบุตร จากชมรมกอล์ฟสิงห์ขอนแก่น เป็นประธานชั่วคราว จากนั้น สมชาย แพรุ่งโรจน์ทวี ผู้แทนจากชมรมกอล์ฟสิงห์นนทบุรี ได้เสนอชื่อ นายรังสฤษดิ์ ลักษิตานนท์ นายกสมาคมคนเก่าเข้ารับตำแหน่งอีกวาระ และมีมติเป็นเอกฉันท์โดยที่ไม่มีคู่แข่ง ซึ่งการดำรงตำแหน่งในครั้งนี้ มีวาระ 4 ปี ระหว่าง 2563-2567

นายรังสฤษดิ์ เผยหลังได้รับเลือกตั้งว่า “สมัยต่อไปก็เป็นสมัยที่ 7 สำหรับ 13 ปีที่ผ่านมา เราทำมา 420 กว่ารางวัล อีก 4 ปีข้างหน้าเราตั้งเป้าที่จะก้าวไปสู่ระดับโลกให้ได้ โดยเฉพาะกับ เกาหลีใต้ และ ญี่ปุ่น ที่เราจะต้องก้าวข้ามต่อไปให้ได้ อีกทั้งเราเตรียมจะสร้างแมตช์ขึ้นอีกแมตช์ด้วย และเราก็ยังจะส่งนักกอล์ฟของเราไปแข่งยังต่างประเทศให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์”

ส่วนสถานการณ์ โควิด-19 ที่ทำให้มัแมตช์การแข่งขันน้อยลง ยอมรับว่าเป็นช่วงลำบากเหมือนกัน เพราะคงจะมีแมตช์การแข่งขันน้อยลง แต่ก็ยังคงให้นักกอล์ฟซ้อมกันอย่างเต็มที่ ส่วนกีฬา โอลิมปิก และ เอเชี่ยน เกมส์ ยังไม่ทราบว่าจะมีการแข่งขันหรือไม่ อย่างไรก็ตาม เราก็พร้อม และก็มีตัวแทนของเราอยู่แล้ว อยากจะฝากถึงภาครัฐในการสนับสนุน และรวมถึงภาคเอกชน ที่อยากจะมีส่วนร่วมในการพัฒนาวงการ เรายังคงเปิดกว้าง เพราะกีฬากอล์ฟเป็นกีฬาที่ต้นทุนสูง และต้องซ้อมตลอดทั้งปี

ทั้งนี้ข้อกำหนดเดิมของการกีฬาแห่งประเทศไทย นายกสมาคมกีฬาต่างๆสามารถอยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกิน 2 สมัย โดยนายรังสฤษดิ์ ลักษิตานนท์ เข้าเป็นสมาชิก และคณะกรรมการของสมาพันธ์กอล์ฟแห่งเอเชีย-แปซิฟิก (APGC) ตั้งแต่ปี 2553 ที่ผ่านมา ทำให้ได้รับข้อยกเว้นของการกีฬาแห่งประเทศไทย ในฐานะเป็นสมาชิกขององค์กรกีฬาในระดับนานาชาติ จึงสามารถรับตำแหน่งนายกสมาคมฯได้ต่อเนื่อง ถึง 6 สมัย ได้อย่างไม่มีปัญหา ขณะที่ครั้งนี้ซึ่งมีวาระ 4 ปี พ.ร.บ.การกีฬาแห่งประเทศไทย 2558 ไม่มีข้อกำหนดดังกล่าว

ผลงานที่ผ่านมา ได้แก่ สร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญรางวัลได้เป็นครั้งแรกของไทยในเอเชี่ยนเกมส์ โดยทำได้ 1 เหรียญทอง 1 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน 2 เหรียญทองแดง ที่อินชอน ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อปี 2557, ได้เหรียญทอง กีฬามหาวิทยาลัยโลก ครั้งที่ 24 ปี 2550, คว้าแชมป์โนมูระ คัพ เป็นครั้งแรกของทีมไทย เมื่อปี 2560 ซึ่งเป็นการแข่งขันกอล์ฟสมัครเล่นทีมชายที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก จัดขึ้น 2 ปีครั้ง, ได้เหรียญทองทีมผสม ในการแข่งขันกีฬายูธโอลิมปิก ครั้งที่ 3 ประเทศอาร์เจนตินา ในปี 2561 รวมถึงการครองเจ้าเหรียญทองในกีฬากอล์ฟการแข่งขันซีเกมส์หลายสมัย

ขายของออนไลน์ ขายดิบขายดี แต่ไม่มีเงินเก็บ

0

“รู้ทันปากท้อง” กับตลาดหลักทรัพย์
ตอน “ขายของออนไลน์ ขายดิบขายดี แต่ไม่มีเงินเก็บ”

“อาซ้ง” ทรงพล ชัญมาตรกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท ทีวี ไดเร็ค จำกัด (มหาชน)
กูรูค้าขาย

แนะใช้หลัก 5 บรรทัด

และย้ำว่ากลับมาดูเรื่องค่าใช้จ่ายและสต๊อกสินค้าให้ดี แล้วจะแก้ปัญหาได้ถูกจุด

ซีพีเอฟ เพิ่มประสิทธิภาพใช้น้ำตลอดกระบวนการผลิต หมุนเวียนใช้ใหม่ ร่วมแบ่งปันให้ชุมชน

0
บริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ มุ่งมั่นเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิตสูงสุด เดินหน้าเป้าหมายลดการดึงน้ำมาใช้ 30% ในปี 2568 ลดความเสี่ยงการขาดแคลนน้ำและมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน

นายสุชาติ วิริยะอาภา รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย สิ่งแวดล้อมและพลังงาน ซีพีเอฟ กล่าวว่า บริษัทตระหนักดีถึงการใช้ทรัพยากรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดทั้งพลังงานและน้ำ จึงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างเป็นระบบ เพื่อสนับสนุนแผนการใช้ทรัพยากรและลดความเสี่ยงของธุรกิจ ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยในปี 2562 สามารถลดปริมาณการดึงน้ำมาใช้ต่อหน่วยการผลิตได้ 6% หรือ 9 ล้านลูกบาศก์เมตร และสามารถลดปริมาณการดึงน้ำโดยรวมได้ 36% เมื่อเทียบกับปีฐาน 2558 ซึ่งเกินกว่าเป้าหมายปี 2568 ที่กำหนดไว้ 30%

สุชาติ วิริยะอาภา รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ซีพีเอฟ

ซีพีเอฟ เน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ โดยใช้เทคโนโลยีการบำบัด การนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ และการแบ่งปันให้ชุมชน เช่น ธุรกิจฟาร์มเลี้ยงกุ้งของบริษัทที่บางสระเก้า จังหวัดจันทบุรี และฟาร์มร้อยเพชร จังหวัดตราด เป็นโครงการนำร่องในการติดตั้งเทคโนโลยีการบำบัดน้ำ เช่น ระบบไบโอฟลอค (Bio-Floc) โดยเติมจุลินทรีย์ลงในน้ำเพื่อบำบัดสารละลายไนโตรเจนที่เกิดจากของเสียที่กุ้งขับถ่ายออกมา ช่วยลดการเปลี่ยนถ่ายน้ำระหว่างการเลี้ยงกุ้งลงถึง 70% เทียบกับการเลี้ยงกุ้งโดยทั่วไป รวมถึงการนำเทคโนโลยี Ultra Filtration (UF) มากรองน้ำที่ผ่านการบำบัดแล้ว หมุนเวียนนำกลับมาใช้เลี้ยงกุ้งได้มากกว่า 90% และกำลังเดินหน้านำความสำเร็จดังกล่าวไปขยายผลในฟาร์มอื่นๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศที่ดำเนินธุรกิจสัตว์น้ำ

และ การนำเทคโนโลยี UF และ Reverse Osmosis มาใช้ในการกรองน้ำที่ผ่านการบำบัดแล้ว เพื่อหมุนเวียนกลับมาใช้ในเครื่องทำระเหย ในระบบทำความเย็น ที่โรงงานผลิตอาหารสำเร็จรูปหนอกจอก สามารถทดแทนน้ำจากแหล่งภายนอกได้ถึง 216,000 ลบ.ม. ต่อปี ลดค่าใช้จ่ายได้กว่า 1.7 ล้านบาทต่อปี

นอกจากนี้ ธุรกิจอาหารสัตว์ การเลี้ยงสัตว์บก และธุรกิจอาหาร ยังช่วยลดการดึงน้ำจากธรรมชาติ โดยมีการนำน้ำที่ผ่านการบำบัดแล้วหมุนเวียนกลับมาใช้ในกิจกรรมที่ไม่เกี่ยวข้องกับการผลิต เช่น รดน้ำต้นไม้ ล้างพื้นถนน และล้างโรงเรือนเลี้ยงสัตว์กว่า 30 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 21% ของการดึงน้ำมาใช้ทั้งหมด

สำหรับการแบ่งปันน้ำให้ชุมชน ธุรกิจสุกรได้นำน้ำที่ผ่านการบำบัดจากระบบผลิตก๊าซชีวภาพไปกระจายส่งเป็น “น้ำปุ๋ย” ให้แก่ชุมชนรอบฟาร์มกว่า 447,000 ลบ.ม. ครอบคลุมพื้นที่การเกษตร 3,650 ไร่ ช่วยบรรเทาปัญหาภัยแล้ง ช่วยลดต้นทุนการเพาะปลูก และสร้างความมั่นคงให้กับชุมชน

นายสุชาติ กล่าวว่า ซีพีเอฟ ยังประเมินความเสี่ยงด้านน้ำด้วยเครื่องมือ Aqueduct Water Risk Atlas 3.0 ซึ่งพัฒนาโดย World Resources Institute และเป็นเครื่องมือที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล เพื่อลดความเสี่ยงในการขาดแคลนน้ำจากสถานที่ตั้งของธุรกิจบริษัทและธุรกิจของคู่ค้า ช่วยในการเลือกสถานที่ตั้งของธุรกิจและการทำแผนจัดการน้ำได้อย่างเหมาะสม

บริษัทฯ ยังสร้างการมีส่วนร่วมกับชุมชนเพื่อรับฟังข้อเสนอแนะเกี่ยวกับใช้น้ำ รวมถึงการส่งบุคลากรลงพื้นที่เพื่อสนับสนุนคู่ค้าธุรกิจในการจัดทำแผนรองรับความเสี่ยงจากการขาดแคลนน้ำ และผลกระทบจากภัยแล้งที่อาจเกิดขึ้นกับชุมชนโดยรอบทั้งปัจจุบันและในอนาคต

เตือนปชช.อย่าหลงเชื่อเว็บปลอม อ้างชื่อ เอไอเอส แจกแบบสอบถามลุ้นรับมือถือ

0

นางสายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าฝ่ายงานประชาสัมพันธ์ เอไอเอส กล่าวว่า ตามที่ได้ปรากฏเว็บไซต์แอบอ้างชื่อบริษัท หลอกขอข้อมูลลูกค้า โดยให้ตอบแบบสอบถามเพื่อลุ้นรับของรางวัลเป็นสมาร์ทโฟนนั้น ทางบริษัทใคร่ขอเรียนชี้แจ้งว่า เอไอเอส ไม่ได้เป็นผู้จัดกิจกรรมดังกล่าวตามที่มีการแอบอ้างแต่อย่างใด จึงขอเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อและให้ข้อมูลกับเว็บไซต์ที่ไม่น่าเชื่อถือ รวมถึงไม่คลิกลิงก์ ดาวน์โหลดไฟล์แนบ หรือส่งต่อ

สายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าฝ่ายงานประชาสัมพันธ์ เอไอเอส 

           ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ผ่านมา การหลอกลวงข้อมูล (Phishing) ได้มีการปรับเปลี่ยนกลวิธีการหลอกขอข้อมูลของเหยื่อได้แยบยลและหลากหลายมากยิ่งขึ้น  อาทิมาในรูปแบบของอีเมล จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมโรค โดยกล่าวอ้างถึงมาตรการการรักษา ซึ่งผู้ได้รับอีเมลดังกล่าวควรรีบปฏิบัติตามขั้นตอนโดยด่วน หรือการสร้างเว็บไซต์หลอกขอข้อมูลจากผู้ใช้ โดยใช้สิ่งของมีค่า เช่น บัตรกำนัล สมาร์ทโฟน มาเป็นแรงจูงใจ เมื่อผู้ใช้งานคลิกลิงก์ ดาวน์โหลดไฟล์แนบ หรือกรอกข้อมูลบนเว็บไซต์ดังกล่าว จะเป็นการเปิดช่องทางให้ผู้ไม่ประสงค์ดีติดตั้งซอฟต์แวร์อันตรายลงบนเครื่อง รวมถึงนำข้อมูลส่วนตัวสำคัญ อาทิ ชื่อ นามสกุล เลขประจำตัวประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขบัตรเครดิต ไปกระทำการปลอมแปลงและโจรกรรมทรัพย์สินมีค่าอื่นๆ ได้

           วิธีสังเกตอีเมลและเว็บไซต์ Phishing ให้เริ่มสังเกตชื่ออีเมล และชื่อเว็บไซต์ จะต้องเป็นชื่อผู้ส่งและชื่อเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ ลิงก์ที่เชื่อมโยง ควรสอดคล้องทั้งเนื้อหาและ Domain Name รวมไปถึงเนื้อหาภายในอีเมล หากมีลักษณะเร่งให้ดำเนินการ, เร่งให้ส่งข้อมูลส่วนตัวทันที และขอให้รีบเปลี่ยนรหัสผ่าน ให้ตั้งข้อสงสัยว่าเป็นอีเมลอันตรายไว้ก่อน

            วิธีป้องกัน ไม่คลิกลิงก์ ไม่เปิดไฟล์แนบ ไม่ส่งต่อ ไม่ให้ข้อมูลกับเว็บไซต์ที่ไม่น่าเชื่อถือ  รวมถึงต้องหมั่นอัปเดตซอฟต์แวร์ให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุด  โดยประชาชนสามารถตรวจสอบว่าเป็นเว็บไซต์หรือลิงก์ปลอมหรือไม่ โดยสังเกตที่การสะกด Domain Name ทั้งนี้ หากเป็นเว็บไซต์ที่ถูกต้องของ AIS จะต้องมี Domain Name หรือ Sub Domain ระบุ ais.co.th เท่านั้น หรือสอบถามที่ AIS Contact Center 1175 ตลอด 24 ชั่วโมง

เตรียมเปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระพุทธชินราช ส.ค.63

0

นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า โครงการปรับปรุงพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระพุทธชินราช จ.พิษณุโลก จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของเมืองพิษณุโลก และความศรัทธาของสถาบันพระมหากษัตริย์ และประชาชนที่มีต่อพระพุทธชินราช  ทั้งนี้ เดิมพิพิธภัณฑ์แห่งนี้อยู่ในความดูแลของวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร ใช้พื้นที่ของพระวิหารพระพุทธชินสีห์และพระวิหารพระศรีศาสดาเป็นที่จัดแสดงโบราณวัตถุศิลปวัตถุ ต่อมากรมศิลปากรได้จัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระพุทธชินราช เปิดให้ประชาชนเข้าชมมานานถึง 53 ปี จนถึงปี 2557 จึงก่อสร้างอาคารหลังใหม่เพื่อเก็บรวบรวมโบราณวัตถุที่เกี่ยวข้องกับวัดพระศรีรัตนมหาธาตุพิษณุโลกตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน คาดว่าจะเปิดให้ประชาชนเข้าชมได้ในเดือนสิงหาคมปีนี้

ประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร

สำหรับการจัดแสดงนิทรรศการที่น่าสนใจ ประกอบด้วย วัตถุแห่งศรัทธาที่พระมหากษัตริย์ พระราชทานแด่พระพุทธชินราช เช่น ต้นไม้ทองตันไม้เงิน พัดรัตนาภรณ์ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนการิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อปี 2501 ต้นไม้ทองต้นไม้เงินของที่พระมหากษัตริย์เครื่องแก้ว เจียระไน เครื่องตามประทีป ประวัติศาสตร์โบราณคดีพิษณุโลก จัดแสดงเรื่องราวพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ของพิษณุโลกตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ประวัติความเป็นมาของวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร เมืองพิษณุโลกและพระพุทธชินราช การเสด็จพระราชดำเนินมานมัสการพระพุทธชินราชของพระมหากษัตริย์ พุทธบูชาราชรัตนาภรณ์จัดแสดงสังวาลประดับองค์พระพุทธชินราช และสายสะพายเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นโบราณมงคลนพรัตนราชวราภรณ์ล้ำค่า ซึ่งพระมหากษัตริย์ถวายเป็นพุทธบูชาแด่พระพุทธชินราช และความศรัทธาที่มีต่อพระพุทธชินราชของพระมหากษัตริย์ไทย รวมถึงโบราณวัตถุอื่นๆ ที่ขุดค้นได้ในเขตจังหวัดพิษณุโลกด้วย

ปริมาณการผลิตหน้ากากอนามัยในไทยมีเหลือเฟือ

0

นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ขณะนี้ การผลิตหน้ากากอนามัยของไทยเพิ่มขึ้นมาก อยู่ที่วันละประมาณ 4.2 ล้านชิ้น เนื่องจากมีโรงงานผลิตหน้ากากอนามัยตั้งใหม่หลายแห่ง โดยล่าสุด มีโรงงานผลิตหน้ากากอนามัยที่ได้มาตรฐาน และจำหน่ายให้กับรัฐทั้งหมด 16 ราย ทั้งนี้ในจำนวน 4.2 ล้านชิ้นที่ผลิตได้ต่อวัน รัฐรับซื้อวันละ 3 ล้านชิ้น เพื่อนำมาจัดสรรให้กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) 1.8 ล้านชิ้น และกระทรวงมหาดไทย (มท.) 1.2 ล้านชิ้น ขณะเดียวกัน วัตถุดิบสำคัญ โดยเฉพาะเมลท์โบลน (แผ่นกรอง) สามารถหาซื้อได้ง่ายขึ้น และมีราคาถูกลง เพราะผู้ผลิตรายใหญ่ เช่น จีน กลับมาส่งออกมากขึ้น

วิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน

ปริมาณการผลิตที่ดีขึ้น รวมถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในไทยเริ่มดีขึ้น ส่งผลให้มีหน้ากากอนามัยส่วนเกินมากถึงวันละ 1.2 ล้านชิ้น ดังนั้น คณะรัฐมนตรี (ครม.) จึงมีมติให้กรมการค้าภายใน หารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หาแนวทางบริหารจัดการให้เหมาะสม

จากการหารือกับทั้งกรมบัญชีกลาง กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข เห็นตรงกันว่า รัฐจะรับซื้อหน้ากากอนามัยส่วนเกินวันละ 1.2 ล้านชิ้น เพื่อนำมาขายให้กับหน่วยงานที่มีความจำเป็นต้องใช้ในราคาต้นทุน เช่น บริษัท การบินไทย, สายการบินต่างๆ, สำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (สตม.), ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) ฯลฯ ส่วน 3 ล้านชิ้นที่จัดสรรให้กระทรวงสาธารณสุข และมหาดไทย ได้รับแจ้งว่า ขณะนี้ สาธารณสุขมีสต๊อกตุนไว้เกิน 1 เดือนแล้ว ส่วนจังหวัดต่างๆ ก็มีสต๊อกไว้มากแล้ว

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมการเฉพาะกิจเกี่ยวกับการบริหารจัดการพัสดุสำหรับการป้องกัน ควบคุม หรือรักษาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ได้เสนอให้คณะกรรมการเฉพาะกิจฯ ปรับเปลี่ยนวิธีการจัดซื้อหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ใหม่ จากการรับซื้อจากโรงงานทุกวัน ชิ้นละ 4.28 บาท มาเป็นวิธีการประมูล ทำให้การซื้อเดือนมิ.ย. ซื้อได้ในราคาต่ำลงที่ชิ้นละ 4-4.15 บาท ส่วนเดือนก.ค. เหลือเพียง ชิ้นละ 3.65 บาท คาดว่า ราคาในเดือนส.ค.นี้จะต่ำลงอีก

สำหรับการส่งออกหน้ากากอนามัย คณะกรรมการเฉพาะกิจฯ ได้เห็นชอบให้ต่ออายุการห้ามส่งออกต่อไปอีกจนถึงวันที่ 3 ก.พ.64 จากกำหนดเวลาเดิมคือ สิ้นเดือนมิ.ย.63 ยกเว้นหน้ากากอนามัยเฉพาะ เช่น หน้ากากป้องกันสารเคมี, หน้ากากอนามัยที่มีลิขสิทธิ์ ผลิตภายใต้แบรนด์เนมของผู้ว่าจ้าง, โรงงานได้รับการส่งเสริมการลงทุน จากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ให้ผลิตเพื่อส่งออก, ส่งออกไปให้สถานทูตไทยในประเทศต่างๆ

เปิดใช้ทางเข้าโครงการธนาซิตี้ คันทรี คลับ รูปแบบใหม่

0

คีรี กาญจนพาสน์ พร้อมผู้บริหาร บีทีเอส กรุ๊ปฯ ร่วมพิธีเปิดทางเข้า โครงการ ธนาซิตี้ คันทรี คลับ โฉมใหม่ ใช้เทคโนโลยีทันสมัยระบบอ่านเลขทะเบียนรถ และการเชื่อมต่อกับระบบของบัตรแรบบิท อำนวยความสะดวกให้ผู้อยู่อาศัย

ผู้สื่อข่าว เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2563 นาย คีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนา โครงการ ธนาซิตี้ คันทรี คลับ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารบริษัทฯ ได้แก่ นาย กวิน กาญจนพาสน์, นาย รังสิน กฤตลักษณ์, นาย สุรพงษ์ เลาหะอัญญา, นาย คง ชิ เคือง, ศ.พิเศษ เจริญ วรรธนะสิน, ดร.การุณ จันทรางศุ ร่วมทำพิธีเปิดทางเข้า โครงการ ธนาซิตี้ คันทรี คลับ รูปแบบใหม่อย่างเป็นทางการ ด้วยการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยระบบอ่านเลขทะเบียนรถ และการเชื่อมต่อกับระบบของบัตรแรบบิท เพื่อเพิ่มความสะดวกและปลอดภัยให้แก่ผู้พักอาศัย สามารถรองรับการขยายตัวของโครงการแห่งนี้มากยิ่งขึ้น โดยมี พระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณ วิบูลย์เวทย์บรมหงส์ พรหมพงศ์ พฤฒาจาริย์ ประธานพระครูพราหมณ์สำนักพระราชวัง ทำพิธีสักการะพระพรหมและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้พักอาศัย ณ บริเวณทางเข้า โครงการ ธนาซิตี้ คันทรี คลับ ถนนบางนา-ตราด กม.14

ทั้งนี้ โครงการ ธนาซิตี้ คันทรี คลับ ที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ มากกว่า 1,600 ไร่ บนถนนบางนา-ตราด กม.14 จัดตั้งขึ้นมากว่า 30 ปี เป็นโครงการที่พักอาศัย ครบวงจร พร้อมทั้งมีการพัฒนาขยายโครงการมาอย่างต่อเนื่อง โดยชูแนวคิด อาณาจักรแห่งการพักผ่อนที่รวมทุกกิจกรรมไว้ในสถานที่เดียว ได้แก่ สปอร์ตคลับขนาดใหญ่ ฟิตเนสครบวงจร สระว่ายน้ำเกลือแบบลู่ และวิลล่า สนามฟุตซอล หญ้าเทียมมาตรฐานสากล สนามแบดมินตันในร่ม สนามสควอช สนามเทนนิสดินเทียมแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย สนามกอล์ฟระดับแชมเปี้ยนชิพ มาตรฐานโลก 18 หลุม 7008 หลา พาร์ 72 ซึ่งออกแบบโดย “เกร็ก นอร์แมน” และอีกหนึ่งโครงการยิ่งใหญ่ โรงเรียนนานาชาติเวอร์โซ (Verso) ก่อสร้างบนที่ดิน 168 ไร่ ถือเป็น โรงเรียนนานาชาติใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ จะเปิดสอนภาคการศึกษาแรกในเดือน ส.ค. 2563

ซีพีเอฟ พร้อมบริษัทเครือซีพี ยกระดับเข้มนโยบายรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ไม่บุกรุกป่า

0


ตอกย้ำ ทำธุรกิจ ร่วมพัฒนาเกษตรกรและคู่ค้าโตไปด้วยกัน

นายไพศาล เครือวงศ์วานิช รองประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มธุรกิจการค้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ บริษัท กรุงเทพโปรดิ๊วส จำกัด (มหาชน) ผู้จัดหาวัตถุดิบอาหารสัตว์ให้ซีพีเอฟ กล่าวว่า การประกาศรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์บนพื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิ์ถูกต้อง และใช้ระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Corn Traceability) ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ต้นปี 2559 ที่ยืนยันเจตนารมย์การจัดหาวัตถุดิบทางการเกษตรที่มาจากแหล่งผลิตที่รับผิดชอบและสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ มีฐานข้อมูลในระบบการขึ้นทะเบียนเกษตรกรที่มีเอกสารสิทธิ์ถูกต้อง เพื่อให้สอดคล้องตามนโยบายการจัดหาอย่างยั่งยืน พร้อมทั้ง ยังเดินหน้าขับเคลื่อนนำระบบบริหาร และเทคโนโลยีสมัยใหม่ ส่งเสริมการใช้ระบบ GPS เพื่อติดตามรถขนส่ง รวมถึงการพัฒนาเครื่องมือต่างๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบย้อนกลับแหล่งปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้มีความถูกต้องและชัดเจนยิ่งขึ้น

ไพศาล เครือวงศ์วานิช รองประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มธุรกิจการค้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ บริษัท กรุงเทพโปรดิ๊วส จำกัด (มหาชน)

เพื่อยกระดับระบบตรวจสอบย้อนกลับนี้ บริษัทได้รับความร่วมมือจากคู่ค้าธุรกิจและผู้รวบรวมข้าวโพดในการติดตั้งระบบ GPS Tracking บนรถขนส่งทุกคัน ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมา เพื่อใช้ในติดตามข้อมูลแบบ real time สำหรับการขนส่งข้าวโพดเข้าสู่โรงงานอาหารสัตว์ซีพีเอฟในเขตประเทศไทยได้ครบ 100% ทำให้ระบบตรวจสอบย้อนกลับมีความแม่นยำและโปร่งใสยิ่งขึ้น ทราบแหล่งที่มาที่ชัดเจน นอกจากนี้ระบบดังกล่าวยังจะช่วยให้บริษัทฯ สามารถอำนวยความสะดวก เพิ่มความคล่องตัว และประสิทธิภาพการขนส่งให้แก่คู่ค้าอีกด้วย

ซีพีเอฟ ยังได้เริ่มนำระบบตรวจสอบย้อนกลับดังกล่าวไปขยายผลในประเทศเพื่อนบ้านของไทย โดยตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2563 ที่ผ่านมา เครือเจริญโภคภัณฑ์ โดยซีพีเอฟ และกลุ่มธุรกิจการค้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ประกาศรับซื้อผลผลิตข้าวโพดจากแหล่งผลิตที่มีเอกสารสิทธิถูกต้องในเขตประเทศเมียนมา ภายใต้ระบบตรวจสอบย้อนกลับเท่านั้น โดยเกษตรกรมอบความมั่นใจให้กับโรงงานอาหารสัตว์ซีพีเขตประเทศเมียนมาและร่วมลงชื่อเพื่อขึ้นทะเบียนตามการกำหนดมาตรฐานการรับซื้อจากแหล่งผลผลิตข้าวโพดที่มีเอกสารสิทธิ์ และเป็นส่วนหนึ่งในการรักษาผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในเขตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นอกจากนี้ ซีพีเอฟยังได้มุ่งเน้นการสร้างพันธมิตรในห่วงโซ่การผลิตอาหารทั้งคู่ค้าธุรกิจต่อเนื่องจนถึงเกษตรกร เพื่อให้เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน ผ่านโครงการ “เกษตรกรพึ่งตน ข้าวโพดยั่งยืน” ตั้งแต่ปี 2558 ส่งเสริมเกษตรกรให้มีความรู้สมัยใหม่ในการเพิ่มผลผลิตต่อไร่ ต้นทุนการผลิตลดลง พัฒนาผลผลิตที่มีคุณภาพสามารถขายตรงให้กับโรงงานอาหารสัตว์ได้ ด้วยการถ่ายทอดองค์ความรู้ ตั้งแต่ขั้นตอนการเพาะปลูกที่ถูกต้อง การวิเคราะห์ดิน การใช้ปุ๋ย การใช้สารเคมีที่เหมาะสม รวมทั้งกระบวนการจัดการหลังเก็บเกี่ยวเพื่อรักษาคุณภาพของผลผลิต โดยในปี 2563 นี้ บริษัทฯ มีเป้าหมายที่จะขยายผลโครงการในพื้นที่ อ.ด่านขุนทด อ.สีคิ้ว และ อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา ตั้งเป้าส่งเสริมเกษตรกรทั้งสิ้น 1,000 ราย พื้นที่เพาะปลูก 30,000 ไร่

ทั้งนี้ ซีพีเอฟ ยังได้ร่วมมือกับ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน ดำเนินแผนงานโครงการ ความร่วมมือพัฒนาคู่ค้าสู่ระบบมาตรฐานแรงงานไทย เพื่อยกระดับขีดความสามารถของคู่ค้าในหลากหลายธุรกิจ และผู้รวบรวมข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในห่วงโซ่อุปทานมีการบริหารจัดการแรงงานด้วยความรับผิดชอบและถูกต้องตามกฎหมาย และผลักดันให้ผู้ประกอบการได้การรับรองมาตรฐานแรงงานไทยอีกด้วย เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงาน ลดความเหลื่อมล้ำซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญอีกองค์ประกอบหนึ่งของนโยบายการจัดหาอย่างยั่งยืน

เอไอเอส จับมือ HUAWEI เปิดตัวสุดยอดสมาร์ทโฟน 5G SA ที่แรกของโลก

0

AIS ปักหมุด “ไทย” ผู้นำนวัตกรรมเครือข่าย 5G SA ผนึก HUAWEI ให้คนไทยสัมผัสสมาร์ทโฟน 5G SA ครั้งแรกในโลก

เอไอเอส ยืนหนึ่งผู้นำเครือข่าย 5G ที่แข็งแกร่งที่สุดในประเทศ ด้วยคลื่นความถี่มากที่สุดและดีที่สุด เพื่อสร้างประโยชน์ให้คนไทยได้มากกว่า ประกาศความสำเร็จและความภาคภูมิใจครั้งสำคัญให้กับวงการโทรคมนาคมโลก โดยร่วมมือกับพันธมิตรด้านเทคโนโลยีชั้นนำ HUAWEI เปิดตัวสุดยอดสมาร์ทโฟน 5G SA แล้วเป็นประเทศแรกในโลก กับรุ่นเรือธง “HUAWEI P40 Pro และ HUAWEI P40 Pro+ อันเป็นการผนึกศักยภาพของ Best 5G Device กับ Best 5G Network เข้าด้วยกัน

มอบประสิทธิภาพการใช้งานเครือข่าย 5G SA ที่เหนือระดับยิ่งกว่า ใน 3 ประการ ได้แก่ Super High Upload Speed เชื่อมต่อโลกออนไลน์ได้อย่างเร็วกว่า แรงกว่า, Support 8K Ultra HD รับชมสตรีมมิ่งคอนเทนท์ความคมชัดสูงระดับ 8K ได้อย่างไม่มีสะดุด ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนไทยยุคมิลเลนเนียล และ Ultra Low Latency ด้วยค่าความหน่วงต่ำกว่า 10 มิลลิเซก จึงตอบสนองได้เร็วยิ่งกว่า สามารถสั่งงานและควบคุมสิ่งต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วด้วยความเสถียรสูงสุด

ลูกค้าเอไอเอส สามารถเป็นเจ้าของสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธง HUAWEI P40 Pro และ HUAWEI P40 Pro+ ได้แล้ววันนี้ ที่ AIS Shop ทุกสาขาทั่วประเทศ, AIS Online Store และร้านเทเลวิซที่ร่วมรายการ โดย HUAWEI P40 Pro ราคาเริ่มต้นที่ 17,490 บาท และ HUAWEI P40 Pro+ ราคาเริ่มต้นที่ 27,990 บาท

พิเศษ! ทดลองใช้บริการ AIS 5G ฟรี เมื่อซื้อ HUAWEI P40 Pro และ P40 Pro+ ตั้งแต่วันที่ 8 กรกฎาคม – 10 สิงหาคม 2563 โดยลูกค้าที่สมัครแพ็กเกจรายเดือนต่ำกว่า 1,099 บาท ได้รับ Data 5G จำนวน 50GB/เดือน ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2563 (สมาร์ทโฟน 5G รุ่นอื่นๆ ได้รับเพียง 10 GB) และลูกค้าที่สมัครแพ็กเกจรายเดือน 1,099 บาท ขึ้นไป ได้รับ Data 5G แบบ Unlimited ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2563