Home Blog Page 457

ปตท. เปิดรับสมัครงานวุฒิปวส. ปริญญาตรี 1,000 อัตรา

0

รายงานข่าวจากบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท. เปิดเผยว่า ปตท. เดินหน้าโครงการ “Restart Thailand” ปตท. รวมพลัง สร้างรอยยิ้ม ให้คนไทย เปิดรับสมัครงานนิสิตและนักศึกษา ทั้งวุฒิการศึกษา ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) และปริญญาตรี รวมทั้งหมดกว่า 1,000 อัตรา เป็นระยะเวลา 12 เดือน (ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2564) ผ่านโครงการพัฒนาสังคม 3 ด้าน ทั้งส่งเสริมการศึกษาเยาวชน การพัฒนาชุมชนท้องถิ่น ตลอดจนการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เสริมการดูแลสังคมสู้ภัยโควิด-19 ให้ชุมชนยิ้มได้ ผ่านการสนับสนุนช่องทางการขายสินค้าชุมชนทางสื่อออนไลน์ 

ทั้งนี้ กลุ่ม ปตท. พร้อมเคียงข้างคนไทยให้เดินหน้าต่อไปด้วยกัน ตำแหน่งงานเหล่านี้ ปตท. ได้จ้างผ่านบริษัท บิซิเนส เซอร์วิสเซส อัลไลแอนซ์ จำกัด (BSA) ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มของ ปตท. ผู้สนใจ ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่โทร. 02-140-3152

สิงห์อาสา เปิดโครงการ SEA SAND STRONG รักษาสิ่งแวดล้อมทางทะเล

0

รายงานข่าว เปิดเผยว่า สิงห์อาสา โดย มูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี และ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ร่วมกับ 12 สถาบันการศึกษาภาคใต้และภาคตะวันออก จัดโครงการ SEA SAND STRONG (ซี แซนด์ สตรอง) เพื่อรณรงค์ และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเล โดยเฉพาะชายหาดของประเทศไทย ครอบคลุมชายฝั่งทะเล 23 จังหวัด โดยเริ่มที่บริเวณหาดสนหนาและหาดยาว อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับปัญหาสิ่งแวดล้อมทางทะเล การจัดการขยะ และช่วยเหลือคนในพื้นที่ ซึ่งได้รับความเดือดร้อนจากกระแสน้ำและกระแสลมพัดขยะไปเกยตื้นตามชายหาด

โครงการนี้เกิดขึ้น เนื่องจากปัญหาสิ่งแวดล้อมทางทะเลหลายเรื่อง อาทิ มลพิษจากเรือ การทิ้งของเสียจากชุมชน อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม การทิ้งขยะในรูปแบบต่างๆ ซึ่งเป็นปัญหาขยะล้นเมืองไหลลงสู่ทะเล ถูกกระแสน้ำและกระแสลมพัดไปขึ้นฝั่งตามชายหาดต่างๆ จากรายงานของ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประเทศไทยติดอันดับ 10 ของประเทศที่ปล่อยขยะพลาสติกลงสู่ทะเลมากที่สุดในโลก และโครงการยังมุ่งเน้นให้กลุ่มนักศึกษาเครือข่ายสิงห์อาสา รวมทั้งเยาวชน และคนในพื้นที่เป็นกำลังสำคัญในการร่วมกันดูแลรักษาชายหาด

สำหรับ 12 สถาบันการศึกษาภาคใต้ เครือข่าย “สิงห์อาสา” ได้แก่ ม.สงขลานครินทร์ จำนวน 4 วิทยาเขตคือ ภูเก็ต ตรัง หาดใหญ่ และสุราษฎร์ธานี, ม.ราชภัฏภูเก็ต, ม.หาดใหญ่, ม.ราชภัฏสงขลา, ม.ทักษิณ, ม.ราชภัฏนครศรีธรรมราช, ม.ราชภัฏสุราษฎร์ธานี, ม.เทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตสงขลา และวิทยาเขตนครศรีธรรมราช ได้ร่วมมือกับ คุณสิรณัฐ สก๊อต นักอนุรักษ์ทางทะเล ผู้ก่อตั้งกลุ่ม SEA YOU STRONG นำนักเรียนจาก 13 โรงเรียนในพื้นที่ตำบลตลิ่งชัน และตำบลเกาะศรีบอยา อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ รวมทั้งชาวบ้านในพื้นที่ ช่วยกันเก็บขยะที่บริเวณหาดสนหนาและหาดยาว อำเภอเหนือคลอง เป็นการตัดวงจรขยะที่เป็นมลพิษต่อสภาพแวดล้อมในทะเล ซึ่งส่วนใหญ่เป็นขยะพลาสติกที่ใช้เวลาหลายร้อยปีกว่าจะย่อยสลาย เช่น ถุง ขวด ภาชนะใส่อาหาร วัสดุที่ใช้ในการบรรจุหีบห่อ และเครื่องมือประมง ฯลฯ ที่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตในทะเล โดยขยะที่ได้จะนำไปคัดแยก และรีไซเคิลเป็นวัสดุเพื่อใช้ประโยชน์ต่อไป ทั้งนี้ ยังเตรียมขยายสู่ภาคตะวันออกต่อไปที่ผ่านมา สิงห์อาสา จัดกิจกรรมเกี่ยวกับการช่วยเหลือสังคมมาโดยตลอด

โครงการซี แซนด์ สตรอง จะมีการจัดอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างการตระหนักรู้ให้แก่ชุมชนของแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศ ครอบคลุมจังหวัดชายฝั่งทะเล 23 จังหวัด ให้เห็นความสำคัญของปัญหาสิ่งแวดล้อม ช่วยกันลดปริมาณขยะ และรณรงค์ให้มีการรีไซเคิลอย่างต่อเนื่อง โดยกิจกรรมดังกล่าวไม่เพียงช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อน แต่ยังคาดหวังให้เป็นการดูแลสัตว์น้ำและระบบนิเวศน์ในทะเล การนำขยะที่เก็บได้ไปจัดการให้ถูกวิธี หันมาเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และ สิงห์อาสา ยังได้มีแนวคิดที่จะจัดกิจกรรมเกี่ยวกับการรณรงค์ อนุรักษ์ และดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมในด้านอื่นๆ ด้วย เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของ สิงห์อาสา ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องก้าวสู่ปีที่ 10 ในการมุ่งมั่นช่วยเหลือสังคม พัฒนาพื้นที่ ดูแลสิ่งแวดล้อม และสร้างประโยชน์คืนสู่สังคม

ทิพยประกันภัย จับมือ ซิสโก้ เปิดตัวแผนประกันภัยไซเบอร์การ์ดพลัส

0

ดร.สมพร สืบถวิลกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัท ร่วมกับบริษัท ซิสโก้ ซีสเต็มส์ (ประเทศไทย) จํากัด นำเสนอแผนประกันภัยไซเบอร์การ์ดพลัส “TIP Cyber Guard Plus Powered by Cisco” เจาะกลุ่มธุรกิจขนาดกลางเพื่อปกป้องและคุ้มครองความเสี่ยงหรือความเสียหายที่เกิดจากการโจมตี
หรือตกเป็นเป้าหมายของอาชญากรรมทางไซเบอร์

ทั้งนี้ จากสถิติของศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์ประเทศไทย (ไทยเซิร์ต) พบว่าภัยคุกคามไซเบอร์ ปี 2563 ในช่วง 6 เดือนแรกพบภัยคุกคามทางไซเบอร์รูปแบบต่างๆรวม 1,474 ครั้ง อันดับ 1 คือการโจมตีด้วยโปรแกรมที่ออกแบบมาเพื่อสร้างความเสียหายให้กับระบบคอมพิวเตอร์ หรือมัลแวร์ (Malicious Code) คิดเป็น 36% ส่วนการโจมตีในรูปแบบความพยายามเจาะเข้าระบบ (Intrusion Attempts) อยู่ที่ 72 ครั้ง คิดเป็น 4.9%. จากแนวโน้มภัยคุกคามไซเบอร์ที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในปัจจุบันองค์กรต่าง ๆ จึงให้ความสำคัญในด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์มากขึ้น

ไซเบอร์การ์ดพลัส “TIP Cyber Guard Plus Powered by Cisco” เป็นโมเดลธุรกิจใหม่ที่ทิพยประกันภัยร่วมกับซิสโก้ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์องค์กรธุรกิจขนาดกลางที่
กำลังมองหาความคุ้มครองจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ โดยมีทีมผู้เชี่ยวชาญด้านระบบรักษาความปลอดภัยจากซิสโก้ช่วยตรวจเช็ค ประเมินความเสี่ยง และแนะนำให้ความรู้ก่อนการเลือกแผนประกันภัยไซเบอร์ที่เหมาะสมกับองค์กรของท่าน โดยยึดหลักการประเมินความเสียหายสูงสุดที่อาจจะเกิดขึ้นจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ เพื่อสะท้อนค่าเบี้ยประกันที่เหมาะสมและคุ้มครองความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นกับธุรกิจของท่าน อาทิการสูญเสียรายได้จากภัยคุกคามทางไซเบอร์ ค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนชุดคำสั่งอุปกรณ์ที่ถูกทำลายจากภัยไซเบอร์ที่ปกติไม่ครอบคลุมในกรมธรรม์ประเภทอื่น โดยความคุ้มครองของประกันภัยไซเบอร์จะคุ้มครองภัยดังต่อไปนี้

  • ความเสียหายจากการหยุดชะงักของธุรกิจอันเนื่องมาจากระบบรักษาความปลอดภัยของเครือข่ายล่มหรือถูกโจมตี
  • ค่าใช้จ่ายในการกู้คืนข้อมูลที่ได้รับความเสียหายจากการถูกโจมตีทางไซเบอร์
  • ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการรับแจ้งเหตุความเสียหายและการสืบสวน พร้อมด้วยสายด่วนรับแจ้งเหตุตลอด 24 ชม. ทุกวันไม่มีวันหยุด
  • ค่าใช้จ่ายเพื่อบรรเทาการเสียชื่อเสียงและการสื่อสารในภาวะวิกฤต
  • ค่าจ้างที่ปรึกษาทางเทคนิคในการจัดการข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์
  • ความรับผิดอันเกิดจากความล้มเหลวในการรักษาข้อมูลที่เป็นความลับและจากการใช้งานเครือข่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต
  • ค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดี
  • การถูกขู่กรรโชกที่เกี่ยวกับระบบหรือข้อมูล/การถูกข่มขู่ว่าจะถูกเปิดเผยความลับ การแบล็คเมลความรับผิดต่อเนื้อหาทางสื่อออนไลน์

“การร่วมมือกับซิสโก้ครั้งนี้ถือเป็นการร่วมมือที่สำคัญขององค์กรที่มีความแข็งแกร่งในแต่ละด้าน เพื่อให้ลูกค้ามีความมั่นใจว่าเรามีความพร้อมโดยมีผู้เชี่ยวชาญทางด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ระดับโลกอย่างซิสโก้ มาเป็นพาร์ทเนอร์ช่วยดูแลและตรวจสอบความพร้อมขององค์กรรวมถึงการให้บริการที่ปรึกษาทางด้านระบบรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ในมาตรฐานระดับสากล ขณะที่แนวโน้มของภัยทางด้านไซเบอร์มีมากขึ้น ทำให้เกิดความต้องการประกันเพื่อรองรับความเสี่ยงจากภัยไซเบอร์เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย โดยเราหวังว่าประกันภัยไซเบอร์การ์ดพลัส ของทิพยประกันภัยจะให้บริการที่คลอบคลุมและตอบโจทย์สิ่งที่องค์กรธุรกิจขนาดกลางต้องการ” ดร.สมพร กล่าวเสริม

ด้าน นายทวีวัฒน์ จันทรเสโน รักษาการกรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทยและภูมิภาคอินโดจีน บริษัท ซิสโก้ ซีสเต็มส์ (ประเทศไทย) จํากัด กล่าวว่า การร่วมมือของซิสโก้กับทิพยประกันภัยครั้งนี้ถือเป็นโมเดลธุรกิจใหม่ และเป็นอีกก้าวสำคัญเพื่อสร้างความมั่นใจให้องค์กรและธุรกิจไทยในกรณีที่เกิดความเสียหายจากภัยไซเบอร์ ยิ่งเทคโนโลยีมีความซับซ้อนมากขึ้น ยิ่งทำให้เสี่ยงต่อภัยคุกคาม ซิสโก้สนับสนุนให้องค์กรต่างๆ ควรเตรียมพร้อมรับมือด้วยแผนประกันภัยทางไซเบอร์ และหวังว่าความรู้และความเชี่ยวชาญของทีมงานไซเบอร์ซีเคียวริตี้ของเราจะช่วยปกป้ององค์กรธุรกิจตั้งแต่เริ่มต้นแผนประกันภัยไซเบอร์ด้วยความเสี่ยงที่น้อยที่สุด

คนใช้รถเฮ โออาร์ประกาศไม่ขึ้นราคาน้ำมัน เป็นของขวัญปีใหม่ให้คนไทย

0
จิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)

นางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ โออาร์ จัดแคมเปญ “โออาร์สร้าง ความ สุข” มอบของขวัญให้แก่ผู้บริโภคที่เข้ามาใช้บริการร้านค้าในเครือโออาร์ โดย สถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น จะไม่ปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิดตลอด 9 วันในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2564 (ตั้งแต่วันที่ 26 ธ.ค. 63 – 3 ม.ค. 64) แม้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกผู้เดินทาง ทั้งเดินทางท่องเที่ยวและเดินทางกลับภูมิลำเนา

นอกจากนี้ เมื่อเติมน้ำมันในวันที่ 31 ธันวาคม 2563 – 1 มกราคม 2564 ครบ 500 บาทขึ้นไปต่อใบเสร็จ ผู้บริโภคจะได้รับสินค้าไทยเด็ด 1 ชิ้น ส่งต่อรอยยิ้มจากชุมชนให้ผู้ใช้บริการที่สถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น เป็นของขวัญปีใหม่อีกด้วย

สำหรับผู้ใช้บริการที่ร้านคาเฟ่ อเมซอน เมื่อซื้อเครื่องดื่มหรือสินค้าคาเฟ่ อเมซอน ชนิดใดก็ได้ ที่ร้านคาเฟ่ อเมซอน ในสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น 20 สาขาบนเส้นทางสายหลักขาออกจากกรุงเทพมหานครที่ร่วมรายการ ในวันที่ 30 ธันวาคม 2563 – 3 มกราคม 2564 รับฟรีทันทีกาแฟดริป คาเฟ่ อเมซอน (รสออริจินัล) 1 ซอง โดยสามารถตรวจสอบรายชื่อสาขาที่ร่วมรายการได้ที่ เฟสบุ๊คแฟนเพจ :  Café Amazon

ด้านศูนย์บริการยานยนต์ ฟิต ออโต้ ได้จัดโปรโมชั่น “FIT สุดเฟี้ยวเที่ยวไปด้วยกัน” รับสิทธิพิเศษมากมาย ซื้อน้ำมันหล่อลื่นและยางราคาพิเศษ และสิทธิพิเศษอื่น ๆ ตามเงื่อนไขที่กำหนด ตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2563 จนถึงวันที่ 15 มกราคม 2564

แคมเปญ “โออาร์ สร้าง ความ สุข” นอกจากจะเป็นการมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับผู้บริโภค ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่แล้ว ร้านค้าในเครือโออาร์ ยังมีบริการต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกผู้บริโภคทั้งก่อนเดินทางและระหว่างเดินทาง โดยผู้บริโภคสามารถเข้าใช้บริการตรวจเช็คสภาพรถยนต์ที่ศูนย์บริการยานยนต์ฟิต ออโต้ ก่อนเดินทาง และสามารถแวะพักผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้าระหว่างการเดินทางได้ที่สถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น และร้านคาเฟ่ อเมซอนทุกสาขาที่พร้อมให้บริการตลอดช่วงเทศกาลปีใหม่

นักลงทุนมั่นใจถือหุ้น SO ราคาหุ้นปรับขึ้น เตรียมจ่ายปันผล

0
จิรณุ กุลชนะรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.สยามราชธานี (SO)

นายจิรณุ กุลชนะรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.สยามราชธานี (SO)  เปิดเผยว่า เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้เปิดเผยรายงานผลการเสนอขายหุ้นให้กับประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก(ไอพีโอ) ของ SO  ระหว่างวันที่ 3 ถึง 7 ตุลาคม 2563 จำนวน 85 ล้านหุ้น ที่ราคาหุ้นละ 6.50 บาท โดยมี บริษัทหลักทรัพย์ อาร์เอชบี (ประเทศไทย) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และรับประกันการจัดจำหน่วย  พบรายชื่อบุคคลผู้ที่ได้รับการจัดสรรหุ้น 20 อันดับแรก เป็นนักลงทุนรายใหญ่ที่มีชื่อเสียง ผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน และนักวางแผนการเงินซึ่งเป็นอดีตผู้บริหารผู้จัดการกองทุนมืออันดับต้นๆ ของประเทศ ที่น่าสนใจ โดยผู้ที่ได้รับการจัดสรรหุ้นอันดับ 1 คือ นางวิวรรณ ธาราหิรัญโชติ ได้รับการจัดสรรจำนวน 2.5 ล้านหุ้น เป็นเงิน16.25 ล้านบาท หรือ 2.94% , อันดับ 2 นายสมพงษ์ ชลคดีดำรงกุล  หรือ “เสี่ยปู่” นักลงทุนรายใหญ่ในตลาดหุ้น ได้รับการจัดสรรหุ้น 2 ล้านหุ้น เป็นเงิน 13.03 ล้านบาท หรือ 2.36%   

อันดับ 3 คือ นายจิรณุ กุลชนะรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท ได้รับการจัดสรรหุ้น 2 ล้านหุ้น หรือ 2.35% และยังปรากฎรายชื่อผู้บริหารจดทะเบียน (บจ.) ที่ได้ซื้อหุ้น IPO ของ SO     เช่น น.ส.จรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการ บมจ.ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น (WHA) ได้รับการจัดสรรอันดับ 8 จำนวน 1 ล้านหุ้น หรือ 1.18% เท่ากับ นายโยธิน ธาราหิรัญโชติ ที่ได้รับการจัดสรร 1 ล้านหุ้น หรือ 1.18% อันดับ 16 นายสุวิน ไกรภูเบศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บิวตี้ คอมมูนิตี้ (BEAUTY) ได้รับการจัดสรร 400,00 หุ้น  เท่ากับ นายวิโรจน์ พรประกฤต ประธานคณะกรรมการบริหาร บมจ.ยูบิลลี่  เอ็นเตอร์ไพรส์ (JUBILE) ที่ได้รับจัดสรร 400,000 หุ้น เช่นกัน

นอกจากนี้ยังพบรายชื่อนักลงทุนรายใหญ่ ซึ่งเป็นนักลงทุนที่ลงทุนถือหุ้นในบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นติดอันดับต้นๆ หลายบริษัท คือ นางจารุณี ชินวงศ์วรกุล ที่ได้รับการจัดสรร 600,000 หุ้น และน.ส.นลินี  แจ่มวุฒิปรีชา ได้รับการจัดสรรหุ้น 300,000 หุ้น   

สำหรับรายชื่อนักลงทุนสถาบันที่น่าสนใจ เช่น กองทุนเปิดวรรณเอเอ็มเซ็ท 50 จองซื้อจำนวน 3.52 ล้านหุ้น บริษัท ทิพยประกันภัย ได้รับการจัดสรร 2.3 ล้านหุ้น นายสมพงษ์ ชลคดีดำรงกุล  โดย บลจ.แอสเซท พลัส ได้รับการจัดสรร  1.1 ล้านหุ้น กองทุนเปิดวรรณเอเอ็มซีเล็คทีฟโกรทหุ้นระยะยาว ได้รับการจัดสรร 810,000 หุ้น กองทุนเปิดหุ้นคุณค่าเพื่อการเลี้ยงชีพ ได้รับการจัดสรร  598,000 หุ้น และ น.ส.ธิดา แก้วบุตตา ผู้ถือหุ้นใหญ่ บมจ.ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น (SAWAD) โดย บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ได้รับการจัดสรร 186,000 หุ้น เป็นต้น

นักลงทุนที่จองซื้อหุ้นไอพีโอของ SO ที่ราคาจองซื้อ 6.50 บาท และยังถือหุ้นอยู่จนถึงล่าสุดวันที่ 9 ธ.ค.2563 จะได้รับกำไรจากการลงทุนแล้วมากกว่า 50% ล่าสุดราคาหุ้น SO ขึ้นมาอยู่ที่ระดับมากกว่า 10 บาท  และในวันที่ 9 ธ.ค.2563 เงินปันผลจากผลดำเนินงานงวดระหว่างกาล จะโอนเข้าบัญชีผู้ถือหุ้นหลังบริษัทมีมติจ่ายเงินปันผลหุ้นละ 0.16บาท หรือจ่ายในอัตรา 80% ของกำไรสุทธิ สูงกว่านโยบายที่ให้ไว้ว่าจะจ่าย ไม่น้อยกว่า 50%

“รายชื่อผู้จองซื้อหุ้นไอพีโอของบริษัท ที่ส่วนใหญ่เป็นนักลงทุน “บิ๊กเนม” ที่เป็นที่รู้จัก ในแวดวงตลาดหุ้นนั้น เชื่อว่าเพราะบุคคลเหล่านี้มีความมั่นใจในธุรกิจของบริษัท ที่มีการดำเนินธุรกิจมาอย่างยาวนานและมีความมั่นคง ขณะที่ยังเดินหน้าหาโอกาสในการต่อยอดธุรกิจ เพื่อให้บริการลูกค้าได้อย่างครบวงจร เพื่อช่วยให้การทำธุรกิจของลูกค้าง่ายขึ้น มีประสิทธิภาพ ลดต้นทุนและลดภาระองค์กร ” 

นายจิรณุ กล่าวว่า ภายหลังเข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ยังคงเดินหน้าสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจ ทั้งจากลูกค้าเดิมที่ใช้บริการกับบริษัทมาอย่างต่อเนื่องยาวนานและขยายฐานลูกค้ารายใหม่ๆ รวมทั้งการเพิ่มหรือขยายบริการใหม่ๆ ให้กับลูกค้า จากการพัฒนาบริการในการบริหารงานบุคลากร โดยนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ รวมทั้งการหาโอกาสขยายธุรกิจใหม่ๆ เพื่อต่อยอดธุรกิจหลักของบริษัท

และ มั่นใจว่าแนวโน้มผลดำเนินงานไตรมาส 4 ปี 2563 จะเติบโตได้ต่อเนื่องจากไตรมาส 3 ที่รายได้และกำไรสุทธิเติบโตสวนวิกฤติโควิด- 19 และเศรษฐกิจที่ชะลอตัว เนื่องจากบริษัทมีบริการด้านเทคโนโลยีควบคู่ไปกับบุคลากร จึงสามารถหางานใหม่ๆ เข้ามาได้มากขึ้น ทั้งลูกค้าเดิมที่จ้างงานเพิ่มขึ้น ซึ่งสัดส่วนการต่อสัญญาของลูกค้าเดิมยังสูงกว่า 90% และลูกค้ารายใหม่ รวมทั้งการขยายบริการใหม่ๆ ต่อยอดธุรกิจเดิมของบริษัทให้เติบโตมากขึ้น               

รู้เก็บรู้ออมรู้ใช้รู้ลงทุน : สำรับการเงินสามัญประจำบ้าน (2)

0

มาว่ากันต่อเรื่อง “สำรับการเงินสามัญประจำบ้าน” เครื่องมือและเคล็ดลับในการบริหารจัดการเรื่องเงินๆทองๆ เพื่อสร้างความสุขทางการเงินให้กับตนเองและครอบครัว

ตอนที่แล้ว เราเปิดหัวสำรับที่ 1 ไปแล้วคือ เคล็ดลับ 4 รู้ สู่ความมั่งคั่งคือ รู้หา-รู้เก็บ-รู้ใช้-รู้ขยายดอกผล วันนี้เราเปิด สำรับที่ 2 คือเครื่องมือจัดการเงิน ที่จะทำให้ชีวิตสบายไม่มีจน ลงมือง่ายๆ เพียงใช้ “เครื่องมือจัดการเงิน” ที่จะช่วยแก้ปัญหาการเงินได้ถูกจุด และหาวิธีเพิ่มความรวยได้ถูกทาง

สำรับที่ 2 นั่นคือ รู้จักทำงบดุล–ทำบัญชีรับจ่าย–จัดทำงบประมาณครอบครัว

เพราะงบดุลจะบอกได้ว่า เรามี “ความมั่งคั่ง” แค่ไหน!! ความมั่งคั่งคือ เงินที่เหลือหลังจากที่นำทรัพย์สินลบด้วยหนี้สินทั้งหมดที่เรามีอยู่ทั้งหมด ก็จะรู้ว่าชีวิตเรามีฐานะ “รวย” หรือ “จน” ยิ่งเรามีเงินหรือทรัพย์สินสุทธิมากเท่าใด โอกาสที่จะนำเงินไปต่อยอดลงทุนสร้างความมั่งคั่งก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น

ต่อมาคือ ต้อง “ทำบัญชีรายรับรายจ่าย” โดยจดบันทึกรายรับ-รายจ่ายประจำวัน เพื่อให้รู้พฤติกรรมการเงินการใช้จ่ายของเราว่า ฟุ่มเฟือยสุรุ่ยสุร่ายแค่ไหน หากเงินขาดมือ หรือมีไม่พอใช้ในแต่ละเดือน ก็ต้อง “หั่นรายจ่าย-เพิ่มรายได้”

เริ่มจาก “หั่นรายจ่ายที่ไม่จำเป็นลง” เช่น เสื้อผ้า ของฟุ่มเฟือย การเที่ยวเตร่ ดูหนังฟังเพลง หรือการทานอาหารนอกบ้าน ส่วนรายจ่ายจำเป็น อย่างค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเช่าบ้าน ตัดไม่ได้ก็ต้องประหยัดหรือลดการใช้ลงและจ่ายบิลให้ตรงเวลาเพื่อไม่ให้โดนค่าปรับจ่ายล่าช้า ส่วนบ้านเช่า-หอพักก็ลองพิจารณาดูว่าจะขยับขยายหาค่าเช่าที่ถูกกว่า หรือหาที่พักใกล้ที่ทำงานเพื่อช่วยประหยัดค่าเดินทาง เป็นต้น

ฝั่ง “เพิ่มรายได้” ก็หางานพิเศษทำนอกเวลางาน หรือทำโอที ขายของออนไลน์ เริ่มจากนำของที่ซื้อมาแล้วไม่ใช้ไม่จำเป็นในบ้านออกขายก่อนเลย อาจขายให้เพื่อนร่วมงาน คนใกล้ชิดที่เขาต้องการหรือมีความจำเป็นมากกว่า หลังจากนั้นก็ตั้งกลุ่มแก๊งเพื่อนทำเพจเฟซบุ๊ก เปิดไอจี หรือโพสต์ขายในออนไลน์ก็ได้

สุดท้ายก็คือ “การจัดทำงบประมาณครอบครัว” โดยประเมินรายรับที่จะได้ในอนาคต และจัดทำงบประมาณรายจ่าย แบ่งเป็น “เงินออมและเงินลงทุน” เพื่อเป้าหมายต่างๆ ก่อน จากนั้นแบ่งเงินที่เหลือเป็นส่วนๆ จัดสรรว่า “จะใช้จ่ายอะไร ไม่เกินกี่บาท”

โดยต้องมีวินัยใช้จ่ายตามงบที่ตั้งไว้ และจดบัญชีรับ-จ่าย ควบคู่กัน ถ้า “เงินขาด” จากการใช้เงินเกินตัว หรือมีเหตุฉุกเฉิน รีบลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น และนําเงินออมที่มีอยู่มาชดเชยส่วนขาด ถ้า “ตั้งงบผิดพลาด” ควรปรับปรุงให้ตรงตามความเป็นจริงมากขึ้น!!

จบสำรับการเงินสำรับที่ 2 สัปดาห์หน้ามาเปิดสำรับการเงิน สำรับที่ 3 กันต่อ


ที่มา คอลัมน์ รู้เก็บรู้ออมรู้ใช้รู้ลงทุน..สู่ความมั่งคั่ง โดย คุณนายพารวย หน้าเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

รู้เก็บรู้ออมรู้ใช้รู้ลงทุน : สำรับการเงินสามัญประจำบ้าน (1)

0

วันนี้ “คุณนายพารวย” พามารู้จัก “สำรับการเงินสามัญประจำบ้าน” เครื่องมือและเคล็ดลับในการบริหารจัดการเรื่องเงินๆทองๆ เพื่อสร้างความสุขทางการเงินให้ตนเองและครอบครัว เรียกว่าถ้ารู้เคล็ดลับและลงมือปฏิบัติตามสำรับการเงินอย่างเคร่งครัดแล้ว “ชีวิตจะดี ไม่มีอด” รอดพ้นจากวิถีชีวิตลูกหนี้ แถมมั่งคั่งมั่งมีในยามชรา ไม่ต้องลำบากลูกหลาน

โดยในเว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์ฯ www.set.or.th/happymoney ได้ชักชวนให้ประชาชนมาสร้างความมั่นคงทางการเงิน (Wealth Creation) กับ “สำรับการเงินสามัญประจำบ้าน” เพื่อบรรลุเป้าหมายทางการเงินง่ายๆ ประกอบด้วย 3 สำรับการเงินที่สำคัญ ดังนี้

สำรับที่ 1 คือ เคล็ดลับ 4 รู้ สู่ความมั่งคั่ง รู้หา-รู้เก็บ-รู้ใช้-รู้ขยายดอกผล, สำรับที่ 2 คือเครื่องมือจัดการเงิน ที่จะทำให้ชีวิตสบายไม่มีจน รู้จักทำงบดุล-บัญชีรับจ่าย-งบประมาณครอบครัว และสำรับที่ 3 คือวิธีบริหารหนี้ มีเงินออม แก้ปัญหาการเงินได้ถูกจุด และหาวิธีเพิ่มความมั่งคั่งได้ถูกทาง

มาเริ่มทำความรู้จักกับสำรับที่ 1 คือ เคล็ดลับ 4 รู้ สู่ความมั่งคั่ง รู้หา-รู้เก็บ-รู้ใช้-รู้ขยาย ดอกผล เพื่อสร้างความมั่งคั่ง ซึ่งเป็นด่านแรกที่เราจะต้องฟันฝ่าไปให้ได้หากอยากมั่งคั่ง ร่ำรวย หรือมีอิสรภาพทางการเงินอย่างที่ฝันไว้ ซึ่งคนที่จะสร้างความมั่งคั่งได้ต้อง “รู้หา รู้เก็บ รู้ใช้ และรู้ขยายดอกผล” อย่างสม่ำเสมอจนกลายเป็นนิสัย

รู้หา : คือการหาเงินเพิ่ม เสริมรายได้ นอกจากงานที่สร้างรายได้ประจำแล้ว ต้องมองลู่ทางหารายได้เสริมด้วยเพราะปัจจุบันต้องมีรายได้หลายช่องทาง ต้องไม่พึ่งพารายได้จากทางเดียว

รู้เก็บ : คาถาที่ต้องท่องให้ขึ้นใจ “ออมก่อนใช้” เพื่อให้มีเงินเก็บเงินออม แต่ต้องเก็บเท่าไร ก็ต้องตั้งเป้าหมายการออมและกำหนดระยะเวลาให้ชัดเจนเพื่อวางแผนการออมให้บรรลุเป้าหมายได้ โดยเฉพาะการออมเพื่อเกษียณ ในหน้าเว็บไซต์ หัวข้อ “สำรับการเงินสามัญประจำบ้าน” มีโปรแกรมคำนวณเงินออมที่ต้องเตรียมไว้ใช้หลังเกษียณ รวมทั้งการคำนวณเงินก้อนหรือเงินเก็บที่มีอยู่ตอนนี้ หากกำหนดว่าจะใช้เดือนละเท่านั้นเท่านี้หลังเกษียณ จะใช้ได้กี่ปีถึงจะหมด โดยคำนวณเงินเฟ้อที่จะทำให้ค่าเงินลดลงในอนาคตไว้ด้วย

รู้ใช้ : ใช้จ่ายอย่างฉลาด ไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยในสิ่งที่ไม่จำเป็น ยึดหลักเงินที่ออกจากกระเป๋า ต้องใช้จ่ายอย่างไรให้คุ้มค่าเงิน

รู้ขยายดอกผล : คือการรู้จักนำเงินออมออกไปลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนให้ถูกที่ ก่อนอื่นคือ ต้อง “รู้จักตัวเอง” เพื่อตั้งเป้าหมายการลงทุน หลังจากนั้นก็ศึกษาช่องทางการลงทุน ให้เหมาะสมกับตัวเอง โดยเฉพาะผลตอบแทนเป้าหมายและระยะเวลาเพื่อให้ถึงเป้าหมายการลงทุนนั้นๆ โดยต้องเข้าใจถึงโอกาสและความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจากการลงทุนด้วย เพื่อพิจารณาว่า ตัวเราเองนั้นสามารถรับความเสี่ยงจากการลงทุนได้แค่ไหน ยอมให้เงินต้นหรือเงินออมหดหาย ได้กี่ % เป็นต้น และต้องการผลตอบแทนจากการลงทุนเท่าไร เพื่อเลือกสินทรัพย์ที่จะลงทุนได้เหมาะสมและตอบโจทย์บรรลุเป้าหมายที่ต้องการได้ตามเวลา

สัปดาห์หน้าเรามาว่ากันต่อสำหรับสำรับที่ 2 และสำรับที่ 3 ของ “สำรับการเงินสามัญประจำบ้าน” รู้แล้วรอด รู้แล้วรวย!!


ที่มา คอลัมน์ รู้เก็บรู้ออมรู้ใช้รู้ลงทุน..สู่ความมั่งคั่ง โดยคุณนายพารวย หน้าเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ซีพีเอฟ เบอร์หนึ่งขององค์กรนายจ้างยอดเยี่ยมระดับโลก

0

รายงานข่าวจาก บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า บริษัทได้รับการจัดอันดับเป็น องค์กรนายจ้างยอดเยี่ยมระดับโลกแห่งปี 2020 (The World’s Best Employer 2020) จัดโดยนิตยสาร “ฟอร์บส์” และเป็นอันดับที่ 1 ในฐานะบริษัทไทยจากความโดดเด่นในการมีส่วนร่วมสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับสังคมไทยและกิจการในต่างประเทศ พร้อมยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยและป้องกันเชื้อโควิด-19 ตลอดห่วงโซ่การผลิตอย่างเคร่งครัด สร้างความมั่นคงทางอาหารและส่งมอบปลอดภัยอย่างเพียงพอให้กับผู้บริโภค

โดยในปีนี้ “ฟอร์บส์” นิตยสารด้านการเงินและธุรกิจชั้นนำระดับโลกของสหรัฐ ร่วมกับ Statista ทำการสำรวจความคิดเห็นพนักงานประจำและชั่วคราว 160,000 คนใน 58 ประเทศทั่วโลก เพื่อสรรหาองค์กรนายจ้างยอดเยี่ยมระดับโลก แห่งปี 2020 (The World’s Best Employer 2020) โดยมีบริษัทไทยติดอันดับครั้งนี้ 4 บริษัท ซึ่ง ซีพีเอฟ จัดอยู่ในอันดับที่ 248 ถือเป็นอันดับที่ 1 ของไทย ตามด้วยบริษัทฮานา ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ อันดับที่ 263, บริษัท ปตท. อันดับที่ 476 และการบินไทย อันดับที่ 673

ทั้งนี้ ซีพีเอฟ มีการดำเนินงานด้านทรัพยากรมนุษย์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของพนักงานจากการสำรวจในหัวข้อ ความต้องการของพนักงานที่อยากจะชักชวนเพื่อนๆ ญาติพี่น้องให้เข้ามาทำงานด้วยกัน, ภาพลักษณ์ของบริษัทต่อสาธารณชน, บทบาทของบริษัทที่มีต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศและโลก, โครงการพัฒนาทักษะพนักงาน, ความเท่าเทียมทางเพศ, ความรับผิดชอบต่อสังคม ตลอดจนความพึงพอใจที่มีต่อการรับมือการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

ช่วงสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ซีพีเอฟ เป็นบริษัทแรกของไทยที่ประกาศยกระดับความปลอดภัยของพนักงานขึ้นสู่ระดับสูงสุด ด้วยมาตรการป้องกันที่เข้มงวดด้านสุขอนามัยทั้งห่วงโซ่การทำงานตั้งแต่ที่บ้าน การเดินทางไป-กลับ การปฏิบัติตัวในระหว่างทำงาน การรับประทานอาหาร การรักษาระยะห่างทางสังคม (social distancing) และระยะห่างทางบุคคล (Physical Distancing) การติดตั้งประตูสแกนอุณหภูมิร่างกายแบบเดินผ่านก่อนเข้าสู่สายการผลิตอาหาร เพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อในพื้นที่และจุดที่สัมผัสบ่อย รวมถึงเพิ่มการขนส่งด้วยระบบสายพาน เพื่อลดการสัมผัสของพนักงาน ตลอดจนการส่งอาหารให้พนักงานที่เดินทางกลับจากต่างประเทศและกักตัวที่บ้าน เป็นต้น ส่งผลให้บริษัทฯ ไม่มีการรายงานพนักงานเจ็บป่วยด้วยโรคระบาดในช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งมาตรการดังกล่าวใช้เป็นแนวทางปฏิบัติทั้งกิจการในประเทศไทยและกิจการในต่างประเทศ และมีการสื่อสารให้พนักงานรับทราบข้อมูลข่าวสารสถานการณ์อย่างทั่วถึง

นอกจากมาตรการดังกล่าวจะช่วยสนับสนุนการผลิตอาหารได้อย่างต่อเนื่องและเพียงต่อความต้องการบริโภคแล้ว บริษัทฯ ยังร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ในการส่งมอบอาหารปลอดภัยเพื่อช่วยเหลือสังคมและชุมชนอย่างต่อเนื่องใน “โครงการ ซีพีเอฟ ส่งอาหารจากใจร่วมต้านภัยโควิด-19” ให้กับแพทย์ พยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ ชุมชนต่างๆ ผู้มีรายได้น้อย ตลอดจน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน สร้างความภาคภูมิใจให้กับพนักงานทุกคนที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในแสดงความรับผิดชอบต่อประเทศไทยในภาวะวิกฤติ และการแสดงบทบาทร่วมกับบริษัทฯในฐานะ Good Corporate Citizen

การพัฒนาทรัพยากรบุคคลตามความสามารถ ควบคู่ไปกับมุมมองของจิตสำนึกที่ดีสอดคล้องกับวัฒนธรรมองค์กร (CPF Way) เป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของ ซีพีเอฟ ที่ใช้ดำเนินธุรกิจและสร้างบุคลากรให้มีประสิทธิภาพทัดเทียมกับองค์กรระดับโลก โดยบริษัทมีการสำรวจระบบผลประโยชน์ตอบแทนและสวัสดิการพนักงานเป็นประจำทุกปี เพื่อสร้างประสบการณ์การทำงานที่ดีและอำนวยสะดวกด้านสถานที่ปฏิบัติงานและอุปกรณ์ทำงานอย่างเหมาะสม สนับสนุนการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขแก่พนักงานตลอดระยะเวลาที่ทำงานร่วมกับ ซีพีเอฟ (Work Life Balance) จนกระทั่งพนักงานเกษียณอายุ

โออาร์ ส่งมอบถุงยังชีพถึงมือพี่น้องชาวใต้ผู้ประสบภัยน้ำท่วม

0

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็วๆนี้ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ ได้ส่งมอบความช่วยเหลือไปยังผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ โดยมีนายวิทศักดิ์ จำเริญนุสิต นายอำเภอสิงหนคร รับมอบถุงยังชีพจำนวน 300 ถุง จาก นายวิสิทธิ์ ศิริพฤกษ์ ผู้จัดการส่วนคลังปิโตรเลียมสงขลา โออาร์ เพื่อมอบให้ชุมชนในพื้นที่ชุมชนตำบลสทิงหม้อ ชุมชนตำบลชิงโค และชุมชนตำบลหัวเขา จ.สงขลา เพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยต่อไป ซึ่งเป็นไปตามแนวทางการดำเนินธุรกิจของโออาร์ที่มุ่งเน้นการดูแลคุณภาพชีวิตของสังคมชุมชนที่อยู่รอบพื้นที่สถานประกอบการ

นอกจากนี้ โออาร์ ยังได้ร่วมกับผู้แทนจำหน่ายสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น หจก.วาสนาปิโตรเลียม และสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น บจ.สนองผล อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช จัดเตรียมถุงยังชีพ จำนวน 400 ถุง และนำไปมอบเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วม ในพื้นที่ ต.หินตก อ.ร่อนพิบูลย์ และ ต.ช้างซ้าย อ.พระพรหม จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นไปตามความตั้งใจของ โออาร์ ที่มุ่งเน้นให้สถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น เป็นส่วนหนึ่งของชุมชน ช่วยดูแลชุมชน และเป็นที่พึ่งของคนในชุมชน ตามแนวคิด Living Community อีกด้วย

คอเกมถูกใจ AIS 5G Cloud Game เล่นเกมพีซี-คอนโซล บนมือถือได้ทุกที่ทุกเวลา

0

นายอลิสแตร์ เดวิด จอห์นสตั้น กรรมการผู้จัดการหน่วยธุรกิจพัฒนาธุรกิจใหม่ เอไอเอส เปิดเผยว่า เอไอเอส ได้ร่วมมือกับ  Gameloft Business Solutions ผู้นำเกมโซลูชันสำหรับผู้ให้บริการ (Carriers) และผู้ผลิต (Manufacturers) เปิดประสบการณ์การเล่นเกมรูปแบบใหม่กับ AIS 5G Cloud Game บนแอปพลิเคชัน Blacknut by Gameloft ครั้งแรกในไทยกับการเล่นเกมพีซีและเกมคอนโซลบนมือถือผ่านการสตรีมจากเทคโนโลยีคลาวด์ ทำให้สามารถเล่นเกมได้ทุกที่ ทุกเวลา โดยไม่ต้องดาวน์โหลดเกมลงในเครื่อง และยังให้ประสบการณ์การเล่นเกมคุณภาพสูง พร้อมเล่นได้ลื่นไหลกว่า ไม่มีแล็ก ไม่มีสะดุด บนเครือข่าย AIS 5G โดยมีเกมดังให้เลือกเล่นมากกว่า 360 เกม เข่น  Asphalt 9, Minion Rush: Despicable Me, Ryse son of rome 

นายฟลอเรนท์ วอโลรี Managing Director SEA Pacific & Indian Subcontinent Gameloft Limited กล่าวว่า  ปัจจุบันอุตสาหกรรมเกมทั่วโลกที่มีมูลค่ากว่า 288 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี โดยเชื่อว่าวิวัฒนาการก้าวต่อไปของอุตสาหกรรมวิดีโอเกมจะก้าวไปสู่บริการแบบสมัครสมาชิกแบบไม่มีโฆษณาคั่น มอบวิธีใหม่ที่ไม่เหมือนใครในการเข้าถึงและสนุกสนานไปกับวิดีโอเกมด้วยเครือข่าย 5G ซึ่งความร่วมมือกับเอไอเอสในครั้งนี้สอดคล้องกับปรัชญาของเราในการมอบประสบการณ์เกมให้กับทุกคนโดยไร้ข้อจำกัดทั้งในด้านสถานที่และอุปกรณ์ของพวกเขา เพื่อให้เกมเมอร์กว่าล้านรายได้สัมผัสประสบการณ์การเล่นเกมจากคลาวด์เป็นครั้งแรกในไทย

ลูกค้าเอไอเอสที่สนใจสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Blacknut by Gameloft ได้ที่ Play Store พร้อมสมัครบริการ AIS Cloud Game เริ่มต้นเพียง 79 บาทต่อสัปดาห์ และรายเดือน เดือนละ 299 บาท พิเศษสุด! สำหรับลูกค้าที่สมัครใช้งานแพ็กเกจ AIS 5G Max Speed ราคา 699 บาทขึ้นไป รับสิทธิ์เล่น AIS Cloud Game ฟรี 3 เดือน ดูรายละเอียดเพิ่มเติม กด *528# หรือ www.ais.co.th/5G/CloudGame