Home Blog Page 417

ออมสิน ออกมาตรการสมัครใจพักชำระเงินต้น ช่วยลูกหนี้สู้ภัยโควิดระลอกใหม่

0

ออมสิน ช่วยลูกหนี้สู้ภัย COVID-19 ระลอกใหม่ ออกมาตรการสมัครใจพักชำระเงินต้น ผ่าน MyMo เริ่ม 11 พ.ค. 64 นี้ คาดช่วยลูกหนี้ลดภาระรายเดือนกว่า 1 ล้านราย

นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า หลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 5 พ.ค. 2564 เห็นชอบมาตรการด้านการเงินเพื่อช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในส่วนของมาตรการพักชำระหนี้ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ โดยให้ขยายระยะเวลาพักชำระหนี้ลูกค้ารายย่อย ออกไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 ตามความสมัครใจ นั้น ธนาคารออมสิน ได้ออกมาตรการให้ความช่วยเหลือเพื่อลดภาระการผ่อนชำระหนี้รายเดือน และบรรเทาปัญหาสภาพคล่องแก่ลูกหนี้สินเชื่อของธนาคารที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาการแพร่ระบาดของ COVID-19 โดยเปิดโอกาสให้ลูกหนี้สมัครใจเข้ามาตรการพักชำระเงินต้น จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย ครอบคลุมลูกหนี้สินเชื่อทุกประเภท ทั้งที่เป็นรายย่อยและสินเชื่อธุรกิจ โดยมีลูกหนี้ที่มีคุณสมบัติสามารถเข้าโครงการได้ จำนวนประมาณ 1 ล้านราย

นอกจากนี้ ลูกหนี้รายใดมีความจำเป็นต้องรับความช่วยเหลือเพิ่มเติมจากการพักชำระเงินต้น ธนาคารอาจพิจารณามาตรการช่วยเหลือที่เหมาะสมได้เป็นรายกรณี ซึ่งมาตรการดังกล่าวนี้เป็นมาตรการเสริมจากการแก้ไขปัญหาหนี้ค้างชำระ ที่ธนาคารได้ดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2563 เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงจนไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามงวดชำระเดิม โดยที่ผ่านมามีผู้เข้าร่วมโครงการแล้วมากกว่า 5 แสนราย

ทั้งนี้ ลูกค้าสินเชื่อของธนาคารออมสินสามารถแจ้งความประสงค์ขอเข้ามาตรการพักชำระเงินต้นเป็นการชั่วคราว และเลือกแผนการชำระหนี้ด้วยตนเองผ่านแอปพลิเคชัน MyMo ได้ตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาคม – 30 มิถุนายน 2564 สำหรับลูกหนี้สินเชื่อธุรกิจที่มีวงเงินกู้เกิน 10 ล้านบาท สามารถติดต่อดำเนินการที่สาขาของธนาคาร สอบถามละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center ธนาคารออมสิน โทร. 1115

รู้ทันปากท้องกับตลาดหลักทรัพย์ : หลักการออมเงินเพื่อเกษียณ

0

“รู้ทันปากท้อง” กับตลาดหลักทรัพย์ ตอน “หลักการออมเงินเพื่อเกษียณ”

คุยกับ “อาแปะ” สาธิต บวรสันติสุทธิ์ กูรูปลดหนี้ แนะว่า เราต้องประเมินอายุขัย ประเมินค่าใช้จ่ายหลังเกษียณ และออมให้มากที่สุด ที่สำคัญอย่าลืมลงทุนในความรู้!

ลงทุนในทรัพย์สิน และความรู้ เพื่อให้ชีวิตวัยเกษียณของตัวเราจะได้ปลอดภัย ต้องเก็บให้ได้มากที่สุด เพื่อใหตัวมีเงินพอเพียงสำหรับการใช้จ่ายในวัยเกษียณ

AIS ผนึกกำลัง 5 ซูเปอร์ฟู้ดเดลิเวอรี่ ชวนคนไทยอิ่มอยู่บ้าน ห่างโควิด

0

นางบุษยา สถิรพิพัฒน์กุล ผู้บริหารหน่วยงานธุรกิจดูแลลูกค้าและสิทธิประโยชน์ AIS เปิดเผยว่า  AIS  ร่วมกับผู้นำบริการฟู้ดเดลิเวอรี่ 5 ราย คือ  Grab, foodpanda, LINE MAN Wongnai, Gojek และ Robinhood  มอบสิทธิพิเศษจากเมนูอร่อยให้แก่ลูกค้า AIS ให้สามารถรับสิทธิพิเศษเมื่อสั่งอาหารจาก ทั้ง 5 ราย ที่มีร้านค้าที่ร่วมรายการกว่า 300,000 ร้านค้าทั่วประเทศ เพียงใช้  AIS Points แลกรับส่วนลดสูงสุด 60 บาท โดยลูกค้าสามารถแลกรับสิทธิ์ได้ง่ายๆ ผ่าน Application myAIS ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

สำหรับแคมเปญ “ผนึกกำลังกิน ฟินอยู่บ้าน กับ เอไอเอส พอยท์” ถือเป็นเพียงรายเดียวที่ร่วมมือกับฟู้ดเดลิเวรี่ทั้ง 5 แบรนด์ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการอำนวยความสะดวกระหว่างอยู่บ้านของคนไทยท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาด และที่สำคัญยิ่งกว่านั้น คือ ได้ร่วมสนับสนุน ช่วยเหลือ เป็นกำลังใจให้ผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารทุกกลุ่มที่อาจไม่สามารถเปิดให้เข้าไปนั่งกินในร้านได้ รวมไปถึงพนักงานส่งอาหาร หรือ ไรเดอร์ของฟู้ดเดลิเวรี่แต่ละแบรนด์ ที่เสมือนหนึ่งฮีโร่ที่ส่งอาหารอร่อยหลากหลายเมนู ให้คนไทยอยู่บ้านได้อย่างปลอดภัย

นางสาวจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม ผู้อํานวยการฝ่ายการตลาดและพันธมิตรทางธุรกิจ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า แกร็บ ประเทศไทย ในฐานะแพลตฟอร์มผู้ให้บริการรับ-ส่งอาหารผ่านบริการแกร็บฟู้ด (GrabFood) มีความมุ่งมั่นที่อยากช่วยสนับสนุนประเทศไทยให้ก้าวต่อข้างหน้า พาร์ทเนอร์คนขับและร้านค้ายังคงมีรายได้  ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดฯ ซึ่งสอดคล้องไปกับพันธกิจหลักของแกร็บอย่าง “GrabForGood” หรือ แกร็บ…เพื่อชีวิตที่ดีกว่า ในยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในสังคมไทย ผ่านการใช้เทคโนโลยีในการช่วยสร้างรายได้ โดยความร่วมมือกับ AIS 5G ในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ไม่เพียงแต่ช่วยเหลือพาร์ทเนอร์คนขับและร้านค้าแต่ยังช่วยสนับสนุนและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในการเข้าถึงบริการรับ-ส่งอาหาร

นายพีรพล สง่าเมือง ผู้อำนวยการฝ่ายพาณิชย์ ฟู้ดแพนด้า ประเทศไทย กล่าวว่า foodpanda เล็งเห็นความสำคัญของความร่วมมือกับเอไอเอส ในการมอบสิทธิพิเศษให้กับลูกค้า เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสังคมไร้เงินสด และลดสัมผัส สนองตอบทุกภาคส่วนในการช่วยลดความเสี่ยงการติดโควิด และกระตุ้นให้ลูกค้าได้อยู่บ้าน  และด้วยพื้นที่ให้บริการส่งอาหาร และของกินของใช้ ที่ครอบคลุมมากถึง 77 จังหวัดทั่วไทย ในราคาค่าส่งประหยัด จึงเป็นส่วนสำคัญให้คนไทยได้เข้าถึงบริการ และสิทธิพิเศษที่ครอบคลุมทั่วประเทศ

นายวุฒิชัย น้ำใจประเสริฐ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ LINE MAN Wongnai กล่าวว่า ความร่วมมือกับ AIS 5G ครั้งนี้เป็นการเสริมแกร่งวิสัยทัศน์สู่การเป็น E-commerce Platform for Services ของ LINE MAN Wongnai ที่เป็นแพลตฟอร์มที่รวบรวมบริการมากมายสำหรับลูกค้าคนพิเศษที่ชอบการสั่งเดลิเวอรีด้วยตัวเลือกร้านอาหารมากที่สุดกว่า 300,000 ร้านตั้งแต่ร้านสตรีทฟู้ดไปจนถึงร้านหรู และยังมีแคมเปญพิเศษเฉพาะลูกค้า AIS 5G ซึ่งจะทำให้ลูกค้า AIS 5G จะได้สัมผัสประสบการณ์กับมื้อพิเศษผ่าน LINE MAN แล้ว ยังได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมอื่นๆ อีกมากมาย

นางสาว เมธิณี โรจนปัญญากุล ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์พาร์ทเนอร์ชิพ Gojek Thailand กล่าวว่า Gojek ยินดีที่ได้ขยายความร่วมมือกับพันธมิตรในธุรกิจชั้นนำ ของ AIS ในการขับเคลื่อนอีโคซิสเต็มและช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้บริการในช่วงเวลาเช่นนี้ และพร้อมส่งมอบมื้ออร่อยให้ผู้ใช้บริการทุกคนอย่างปลอดภัยในช่วงสถานการณ์ที่ต้องเว้นระยะห่างผ่านบริการแบบ contactless delivery และการจ่ายเงินแบบออนไลน์ โดยความร่วมมือครั้งนี้ผู้ใช้บริการจะได้รับสิทธิพิเศษสำหรับบริการ GoFood นอกจากนั้นตลอดเดือนพฤษภาคมนี้ ภายในแอป Gojek เองยังมีส่วนลดสูงสุดถึง 50% และสิทธิพิเศษอื่นอีกมากมายเพื่อความคุ้มค่าที่มากยิ่งขึ้นสำหรับลูกค้าอีกด้วย

นายธนา เธียรอัจฉริยะ ประธานกรรมการ บริษัท เพอร์เพิล เวนเจอร์ส จำกัด ผู้พัฒนาและให้บริการ “โรบินฮู้ด”  กล่าวว่า โรบินฮู้ดขอยืนหยัดในการเป็นตัวกลางสนับสนุนร้านอาหารด้วยการยึดมั่นในหลักการของแพลตฟอร์มที่ไม่เก็บค่า GP แม้แต่บาทเดียว และมีนโยบายที่จะไม่เก็บตลอดไป เพื่อมุ่งช่วยลดต้นทุนในการทำธุรกิจ และสร้างรายได้ที่เป็นธรรมให้กับร้านค้า โดยร้านค้าจะได้รับเงินจากการขายภายใน 1 ชั่วโมง ซึ่งช่วยให้ร้านค้ามีเงินหมุนเวียนในการพยุงธุรกิจต่อไปได้ นอกจากนี้ยังช่วยสร้างงานสร้างรายได้ให้กับไรเดอร์ท่ามกลางการว่างงานที่ดีดตัวสูงขึ้น โดยเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือกับ  เอไอเอส เพื่อมอบส่วนลดให้กับลูกค้าในครั้งนี้ จะช่วยสร้างความสุขเล็ก ๆ ให้ลูกค้าได้อิ่มอร่อยอย่างปลอดภัย โดยไม่จำเป็นต้องเสี่ยงในการเดินทางออกนอกบ้านเพื่อร่วมกันป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19

นางบุษยา กล่าวอีกว่า  AIS 5G ยังร่วมกับ ซูเปอร์ฟู้ดเดลิเวอรี่ทั้ง  5 ราย สนับสนุนเงินให้แก่โครงการ “เรื่องเล่าแบ่งปัน” ของช่อง 3 และแนะนำร้านอาหารที่เป็นพาร์ทเนอร์ของ Food Delivery ทั้ง 5 ราย เพื่อร่วมเป็นหนึ่งในแพล็ตฟอร์มน้ำใจ ช่วยเหลือฉุกเฉินทั้งผู้เดือดร้อนในชุมชน และร้านอาหารที่ได้รับผลกระทบ อันจะเป็นสะพานบุญ เชื่อมต่อ ช่วยเหลือ สามประสาน ระหว่างชุมชน ร้านค้า ให้สามารถรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้อย่างทันท่วงทีในช่วงวิกฤตนี้ โดยต้องขอขอบคุณและชื่นชมพาร์ทเนอร์ที่มาร่วมเป็นพลังที่แข็งแกร่งจากภาคเอกชนในการร่วมกันฟื้นฟูประเทศไทยไปด้วยกันจากวันนี้เป็นต้นไป

คาเฟ่ อเมซอน มอบกาแฟให้บุคลากรทางการแพทย์ทั่วไทย ส่งแรงใจสู้ภัยโควิด-19

0

นายสุชาติ ระมาศ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกิจค้าปลีก บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เปิดเผยว่า ตามที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 ที่กลับมาแพร่ระบาดมากขึ้น คาเฟ่ อเมซอน มีความห่วงใยบุคลากรทางแพทย์ที่ทุ่มเทปฏิบัติหน้าที่ดูแลผู้ป่วยอย่างเต็มความสามารถ จึงส่งมอบกาแฟดริป คาเฟ่ อเมซอน กาแฟแท้คั่วบด รสซิกเนเจอร์ รวมกว่า 40,000 ซอง พร้อมด้วยขนมจากเอสเอ็มอีไทย คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 1 ล้านบาท เพื่อเป็นกำลังใจแก่บุคลากรทางการแพทย์ที่โรงพยาบาลใน 18 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สุพรรณบุรี พิษณุโลก แพร่ นครสวรรค์ ลำปาง สระบุรี อยุธยา ปทุมธานี ฉะเชิงเทรา สมุทรสาคร นครราชสีมา ขอนแก่น อุบลราชธานี ชลบุรี สุราษฎร์ธานี สงขลา และภูเก็ต

สุชาติ ระมาศ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกิจค้าปลีก บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)

นอกจากนี้ ยังได้รับการร่วมแรงร่วมใจจากผู้แทนจำหน่ายร้านคาเฟ่ อเมซอนในจังหวัดสุพรรณบุรี ชลบุรี นครราชสีมา บุรีรัมย์ นครพนม ฉะเชิงเทรา ระนอง ภูเก็ต และสงขลาร่วมสนับสนุนเครื่องดื่มให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลและในพื้นที่ใกล้เคียง ถือเป็นอีกแรงสำคัญในการส่งมอบกำลังใจและแทนคำขอบคุณให้แก่ผู้ที่ถือเป็นด่านหน้าในการปฏิบัติหน้าที่รับมือการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในพื้นที่อย่างเต็มที่อีกด้วย

นายสุชาติ เพิ่มเติมว่า คาเฟ่ อเมซอน ขอเป็นกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์ทุกท่าน และพร้อมอยู่เคียงข้างคนไทยในการสู้ภัยโควิด -19 ไปด้วยกัน ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางดำเนินธุรกิจของ OR ที่มุ่งเน้นการสร้างคุณค่าและการมีส่วนร่วมกับชุมชน ผ่านการสนับสนุนให้การดำเนินชีวิตของคนในชุมชนมีมาตรฐานและได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมให้ทุกพื้นที่ที่ OR เข้าไปดำเนินธุรกิจเป็นชุมชนที่น่าอยู่ และเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน

OR ร่วมมือสู้โควิด เปิดสถานีบริการน้ำมันพีทีที สเตชั่น พระราม 2 ให้เป็นจุดฉีดวัคซีน

0

นางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เปิดเผยว่า OR  ได้ให้ความร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร หอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในการจัดหน่วยบริการวัคซีน COVID-19 ให้ประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยได้จัดเตรียมพื้นที่ในสถานีบริการน้ำมัน PTT Station พระราม2 (ขาออก) ให้เป็นหน่วยบริการฉีดวัคซีนนอกโรงพยาบาลสำหรับให้บริการประชาชนทั่วไป สามารถรองรับผู้ใช้บริการได้วันละ 1,500 คน เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนได้รับวัคซีนได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง เป็นไปตามเป้าหมายของกรุงเทพมหานครที่มุ่งให้บริการวัคซีนให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายอย่างน้อยร้อยละ 70 ของประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

จิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) 

อีกทั้งยังเป็นการช่วยลดการแพร่ระบาดจากการเดินทางข้ามพื้นที่ โดยได้จัดเตรียมสถานที่ในพื้นที่เปิดโล่ง อากาศถ่ายเทได้สะดวก และเป็นไปตามแนวทางและหลักการป้องกันการติดเชื้อจัด รวมทั้งเตรียมสนับสนุนอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ และอาสาสมัครสามารถปฏิบัติหน้าที่ตามขั้นตอนได้อย่างสะดวกราบรื่นที่สุด โดยพร้อมเริ่มให้บริการตามระยะเวลาที่กรุงเทพมหานครกำหนดไปจนถึงสิ้นเดือนธันวาคม 2564  

ทั้งนี้ สถานีบริการน้ำมัน PTT Station พระราม 2 ตั้งอยู่บนถนนพระรามสอง (ขาออก) กม.12 เขตบางขุนเทียน ไม่ไกลจากโรงพยาบาลพระราม 2 มีพื้นที่เพียงพอรองรับการให้บริการฉีดวัคซีน เปิดให้บริการฉีดวัคซีนระหว่างเวลา 8:00 – 18:00 น. ทุกวันไม่มีวันหยุด สามารถเดินทางได้สะดวก มีขนส่งมวลชนที่ผ่านได้แก่ รถโดยสารประจำทางสาย 140, 68, 105, 141, 76, ปอ.68, 142, 529 และรถสองแถวสาย 8328 (สมุทรสาคร/กานดาพาร์ค) อีกทั้งยังมีที่จอดรถรวมถึงร้านค้าพร้อมให้บริการอย่างครบครัน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 1365 Contact Center

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โออาร์  กล่าวอีกว่า OR ได้พัฒนารูปแบบของสถานีบริการน้ำมัน PTT Station ด้วยแนวคิด “Living Community” พร้อมเป็นศูนย์กลางที่เติมเต็มความอุ่นใจระหว่างทางให้ผู้เดินทางสัญจร รวมไปถึงเติมเต็มคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนและรอยยิ้มให้คนทุกระดับ เพื่อให้ PTT Station เป็นพื้นที่ที่เติมเต็มทุกความสุขให้ทุกคนได้อย่างแท้จริง

FIT Auto ร่วมสู้ภัยโควิด มอบน้ำยาฆ่าเชื้อ ให้สำนักงานเขตคลองเตย

0

นายสมสฤษฎิ์ ตรีประเสริฐสุข ผู้จัดการฝ่ายธุรกิจบริการยานยนต์ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ร่วมส่งมอบน้ำยาฆ่าเชื้อเบนซาโคเนียมคลอไรด์ (Benzalkonium Chloride หรือ BKC) จำนวน 50 ถัง รวมทั้งสิ้น 225 ลิตร พร้อมกระบอกฉีดน้ำขวดสเปรย์ จำนวน 450 ชิ้น มูลค่า 120,000 บาท ให้แก่ นางสาวปิยธิดา นิยม ผู้อำนวยการเขตคลองเตย สำหรับนำไปใช้เช็ดหรือฉีดพ่นในสถานที่ต่าง ๆ เพื่อยับยั้งเชื้อโรค แบคทีเรีย เชื้อรา และเชื้อไวรัส เพิ่มความปลอดภัยและลดการแพร่ระบาดของเชื้อโรค ในช่วงที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 กลับมาแพร่ระบาดมากขึ้น

นอกจากนี้ FIT Auto ยังร่วมดูแลคนไทยอย่างต่อเนื่องในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค โควิด – 19 สำหรับลูกค้า FIT Auto สามารถนำรถเข้ามารับบริการตรวจเช็กสภาพรถ 35 รายการ และรับบริการเช็ดฆ่าเชื้อ COVID-19 บริเวณ 4 จุดเสี่ยงบนรถยนต์ ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2564 – 30 มิถุนายน 2564 รวมทั้งยังมอบความห่วงใยบุคคลากรทางการแพทย์ โดยสามารถนำรถเข้ารับบริการอบโอโซนฆ่าเชื้อโรคและขจัดกลิ่น พร้อมตรวจเช็กสภาพรถ 35 รายการ และเช็ดฆ่าเชื้อ COVID-19 บริเวณ 4 จุดเสี่ยงบนรถยนต์ ได้ฟรี ตั้งแต่วันที่ 25 เมษายน 2564 – 31 พฤษภาคม 2564 ที่ศูนย์บริการยานยนต์ FIT Auto ทุกสาขา สอบถามเพิ่มเติม โทร. 1365 Contact Center

ทรีนีตี้ ปรับเพิ่มระดับดัชนียุติธรรม 50 จุด สู่ระดับ 1,600 จุด แนะธีมลงทุนเดือน พ.ค.เน้นกลุ่มอิงโภคภัณฑ์-ส่งออก

0
ณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด

นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ทรีนีตี้ ได้ปรับเพิ่มระดับยุติธรรมของ SET Index ขึ้น 50 จุด จากเดิมที่ 1,550 จุด เป็น 1,600 จุดตามการปรับเพิ่มประมาณการกำไรของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่เห็นภาพชัดขึ้นหลังการประกาศผลดำเนินงานงวดไตรมาส 1 ปี 2564 ส่งผลให้ในเดือน พ.ค.ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีที่ 1,550-1,650 จุด

“ระดับดัชนี 1,600 จุด ถือเป็นระดับที่เราคำนวณได้จาก 2 โมเดลหลัก คือ 1) PE Model ที่อิงประมาณการ EPS ปีหน้าของ Consensus ล่าสุดที่ 95 บาท และระดับ Forward PE ที่ 16.8 เท่า และ 2) EYG Model  ที่อิงระดับ Bond yield สหรัฐฯรุ่น 10 ปีปัจจุบันที่ 1.65% และค่าเฉลี่ย EYG 7 ปีย้อนหลังที่ 4.3%”

สำหรับการลงทุนในเดือน พ.ค. ทางทรีนีตี้คาดว่าจะไม่เกิดปรากฎการณ์ Sell in May เหมือนกับอดีต โดยมี 7 ปัจจัยสนับสนุนหลัก ดังนี้

1.การปรับเพิ่มประมาณการกำไรของ บจ.ที่เห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้นภายหลังจากการทยอยประกาศ งบไตรมาส 1 ปี 2564 โดยเฉพาะกลุ่มที่อิงกับเศรษฐกิจภายนอก เช่น AUTO, AGRI, PETRO, CONMAT ทำให้ล่าสุด ประมาณการกำไร (EPS) ของ SET Index ในตลาดถูกปรับขึ้นมาอยู่ที่ 81.2 บาท และ 95.0 บาท สำหรับปีนี้และปีหน้าตามลำดับ ที่สำคัญหุ้นไทยยังเป็นตลาดที่ถูกปรับประมาณการขึ้นสูงสุดเป็นอันดับ 3  ของเอเชียนับตั้งแต่ต้นเดือน เม.ย.อีกด้วย

2.สภาพคล่องในประเทศที่อยู่ในระดับสูงสะท้อนผ่านฐานเงินหรือ M2 บ่งชี้ว่า ในสภาวะการเกิดโรคระบาดปัจจุบันทำให้การจับใช้สอยในระบบเศรษฐกิจจริงมีน้อยลง แต่คนมีความต้องการที่จะเก็บออมมากขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งในนั้นได้ถูกโยกย้ายเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นเพื่อแสวงหาผลตอบแทนที่สูงขึ้น สะท้อนผ่านการเข้ามามีส่วนร่วมของนักลงทุนทั่วไป รวมถึงการเปิดบัญชีซื้อขายหุ้นที่สูงขึ้น 

3.การขายหุ้นของนักลงทุนสถาบันในเดือนนี้น่าจะเบาบางลง เพราะหากดูในเดือน เม.ย.ที่ขายสุทธิ  ไปกว่า 1.4 หมื่นล้านบาท นั้น น่าจะทำให้สถานะเงินสดในพอร์ตของนักลงทุนกลุ่มนี้มีมากขึ้น ประกอบกับสภาพคล่องของนักลงทุนกลุ่มนี้ที่เตรียมจะสูงขึ้นอีก ภายหลังจากหุ้น TIDLOR เข้ามาซื้อขายในตลาดหุ้น  จนทำให้แรงกดดันต่อดัชนีในช่วงถัดไปจะเริ่มลดลง   

4.การถือครองหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติที่อยู่ในระดับต่ำเพียง 26.5% ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ช่วงเดือน ก.ย.- ต.ค.ปีก่อน โดยถึงแม้เราจะไม่ได้คาดหวังว่านักลงทุนกลุ่มนี้จะกลับเข้ามาซื้อสุทธิหุ้นไทยทันทีกว่า 3 หมื่นล้านบาท ดังที่เคยเกิดขึ้นเมื่อเดือน พ.ย.ปีก่อน แต่อย่างน้อยก็คาดหวังว่าจะไม่เกิดการขายสุทธิขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน

5.ความกังวลต่อปัจจัย Covid-19 ในประเทศที่น่าจะเริ่มบรรเทาลง หลังภาครัฐมีการยกระดับมาตรการคุมเข้มตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.เป็นต้นไป ซึ่งน่าจะทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อรายวันมีขนาดลดลง ไม่นับรวมกับพัฒนาการเชิงบวกทางด้านวัคซีนที่เตรียมทยอยแจกจ่ายให้กับคนในประเทศมากขึ้น

6.สภาพคล่องภายนอกยังคงเอ่อล้นในระดับสูงและมีการปรับเพิ่มขึ้นอย่างสำคัญภายหลังธนาคารกลางยุโรป (ECB) เพิ่มอัตราเร่งในการเข้าซื้อสินทรัพย์นับตั้งแต่ต้นเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา นอกจากนั้นเราไม่คิดว่าในช่วงไตรมาสที่ 2 นี้จะมีข่าวร้ายออกมาจากทางฝั่งของผู้กำหนดนโยบายการเงิน ไม่ว่าจะเป็นนโยบาย Operation twist หรือ QE Tapering ของ Fed เป็นต้น

7.โอกาสที่ Bond yield สหรัฐฯ จะปรับตัวขึ้นแบบก้าวกระโดดมีน้อยลงตามลำดับ หลังจากที่โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่าแหล่งเงินทุนของแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและแผนพัฒนาสังคมนั้น จะมาจากการขึ้นภาษีต่างๆ ภายในประเทศเป็นหลัก ทำให้แนวโน้มที่รัฐบาลสหรัฐฯจะต้องกู้เงินผ่านการออกพันธบัตรขนานใหญ่ จึงมีความจำเป็นน้อยลงเช่นกัน ด้วยเหตุนี้ ความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุการณ์ Bond shock จนนำมาสู่การเทขายหุ้นแบบเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา จึงมีน้อยลงตามไปด้วย

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในเดือน พ.ค.คาดหุ้นในกลุ่มที่อิงกับเศรษฐกิจภายนอกทั้งกลุ่มโภคภัณฑ์  และกลุ่มส่งออก มีโอกาสที่จะปรับตัวแข็งแกร่งกว่ากลุ่มที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจภายใน โดยทางทรีนีตี้ได้แบ่งธีมการลงทุนแนะนำออกเป็นทั้งหมด 5 กลุ่มดังนี้ 1.กลุ่มปิโตรเคมี เลือก IVL, PTTGC, SCC 2.กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมส่งออก เลือก AH, SAT, SMT 3.กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมการเกษตรส่งออก เลือก ASIAN, NRF, XO 4.กลุ่ม Logistics เลือก III, JWD, LEO, NYT, SONIC, WICE และ 5.กลุ่มที่คาดว่าจะถูกคัดเลือกเข้าสู่ดัชนี SET50 ในรอบถัดไป ได้แก่ IRPC, STA, STGT

เครือ CP ผนึกกำลัง ช่วยเหลือชุมชนคลองเตย สู้ภัยโควิด-19

0

รายงานข่าว เปิดเผยว่า เครือเจริญโภคภัณฑ์ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด(มหาชน) บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด(มหาชน) มูลนิธิพุทธรักษา มูลนิธิ ธนินท์ เทวี เจียรวนนท์ และมูลนิธิเชฟแคร์ส ร่วมผนึกกำลังภายใต้โครงการ “CP ร้อยเรียงใจ สู้ภัยโควิด-19” ส่งมอบความช่วยเหลือด้านอาหารและสิ่งของจำเป็น ตลอดจนความสะดวกด้านการสื่อสารในสถานการณ์โควิด-19 ให้แก่ นางประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ ผู้ก่อตั้งและเลขาธิการมูลนิธิดวงประทีป เพื่อร่วมบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ยากไร้ในชุมชนคลองเตย ซึ่งมีประชาชนอาศัยอยู่อย่างหนาแน่นและเสี่ยงต่อการแพร่กระจายของเชื้อโควิด-19 หวังเป็นส่วนหนึ่งช่วยคนไทยผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปด้วยกัน โดยมี นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร ซีพีเอฟ นายสุภกิจ วรรธนะดิษฐ์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการพาณิชย์ (ร่วม) บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น นายยุทธศักดิ์ ภูมิสุรกุล กรรมการผู้จัดการ(ร่วม) บมจ.ซีพี ออลล์ และ ดร.วิทย์ สุนทรนันท์ รองประธานกรรมการมูลนิธิพุทธรักษา ร่วมกันส่งมอบ ที่บริเวณหน้าอาคาร ซี.พี.ทาวเวอร์ ถ.สีลม

นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหารซีพีเอฟ กล่าวว่า ความช่วยเหลือครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายของเครือซีพี-ซีพีเอฟที่นาย ธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส ต้องการให้ทุกบริษัทในเครือร่วมช่วยเหลือสังคมในสถานการณ์โควิด-19 และผู้ยากไร้ในพื้นที่ชุมชนแออัดเป็นกลุ่มเปราะบางอีกกลุ่มหนึ่งที่ต้องเผชิญความเดือดร้อนอย่างมากในสถานการณ์โรคระบาดนี้ ซีพีเอฟ จึงมอบความช่วยเหลือผ่านโครงการ “CPF ส่งอาหารจากใจ ร่วมต้านภัยโควิด-19” ซึ่งได้ดำเนินการมาตั้งแต่การระบาดรอบแรก ด้วยการส่งมอบอาหารปลอดภัยเพื่อพี่น้องในชุมชนคลองเตยที่อยู่ระหว่างการตรวจพบผู้ติดเชื้อหลายราย โดยขอเป็นส่วนหนึ่งในการบรรเทาความเดือดร้อนด้านอาหารแก่ผู้ที่ต้องกักตัวเฝ้าระวังอาการ รวมถึงผู้ติดเชื้อที่กำลังรอการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล ขอให้ทุกคนปลอดภัยกลับมาดำเนินชีวิตตามปกติได้โดยเร็ว

สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารปลอดภัยของซีพีเอฟกว่า 14,000 ชิ้นที่จะส่งถึงมูลนิธิดวงประทีป ประกอบด้วย กับข้าวสำเร็จรูปหลากหลายเมนู อาทิ ไก่ผัดพริกสด แกงจืดผักกาดขาว มัสมั่นหมู กะเพราเครื่องในไก่ ไก่ผัดพริกแกง ไข่ต้มสมุนไพร ไข่สดซีพี ข้าวสารตราฉัตร และน้ำดื่ม โดยกับข้าวสำเร็จรูปเหล่านี้ ผลิตด้วยนวัตกรรมด้านบรรจุภัณฑ์ที่สามารถอุ่นด้วยวิธีต้มทั้งซอง ไม่จำเป็นต้องใช้ไมโครเวฟ สอดคล้องกับการดำเนินชีวิตของผู้ยากไร้ในชุมชน

นายสุภกิจ วรรธนะดิษฐ์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการพาณิชย์ (ร่วม) บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า กลุ่มทรู ได้เร่งนำศักยภาพโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมดิจิทัลและนวัตกรรมเทคโนโลยี ร่วมสนับสนุนด้านการสื่อสารแก่ชุมชนคลองเตย ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งไฟเบอร์อินเทอร์เน็ต มอบฟรีซิมทรูมูฟ เอช แบบเติมเงิน “กักตัว ไม่กลัวเหงา” พร้อมแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตไม่อั้น ความเร็ว 10 Mbps. ใช้งานได้นาน 30 วัน จำนวน 200 ซิม รวมถึงบริการปรึกษาปัญหาสุขภาพกับทีมแพทย์อาสาชีวีได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ผ่านแอปพลิเคชัน “True HEALTH” เพียงเลือกแผนก ‘โควิดคลินิก’ หรือ ‘Covid Care’ และใส่โค้ด ‘HERE2HELP’ ในขั้นตอนการชำระเงิน ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 มิถุนายน 2564 ตลอดจนสนับสนุนบริการ “ทรูวิชั่นส์ นาว” (TrueVisions NOW) ให้รับชม 24 ช่องดังจากทรูวิชั่นส์ได้ทันทีผ่านสมาร์ทโฟน บนแอปพลิเคชันทรูไอดี โดยมอบรหัสดูฟรีคอนเทนต์หลากหลาย ทั้งสาระ และบันเทิง ในรูปแบบสตรีมมิ่ง นาน 15 วัน ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อสนับสนุนภารกิจเร่งด่วนในการฉีดวัคซีนให้แก่พี่น้องชาวชุมชนคลองเตย ที่โลตัส สาขาพระรามสี่ กลุ่มทรู ได้ดำเนินการติดตั้งเครือข่ายสื่อสารเพิ่มเติมทั้ง ทรู 5G 4G และ WiFi โดยจัดรถโมบายล์ชุมสายเคลื่อนที่เร็ว ทรูมูฟ เอช (COW หรือ Cell on Wheels) เพื่อรองรับการใช้งานของบุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ และผู้มารอฉีดวัคซีน ซึ่งการสนับสนุนครั้งนี้ ตอกย้ำความตั้งใจของกลุ่มทรู ในการเคียงคู่สู้โควิดกับคนไทยให้ก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกันโดยเร็ว

นอกจากนี้ บมจ.ซีพีออลล์ ยังร่วมมอบเจลแอลกอฮอลล์และหน้ากากอนามัย สำหรับการดูแลรักษาสุขอนามัยของพี่น้องชาวคลองเตยในช่วงที่มีการระบาดค่อนข้างสูง รวมถึงมอบน้ำดื่มและขนมเบเกอรี่ ขณะที่ บมจ.สยามแม็คโคร มอบถุงขยะสำหรับบรรจุขยะติดเชื้อให้แก่มูลนิธิดวงประทีปเพื่อส่งต่อแก่ชาวชุมชนคลองเตยอีก 6,500 ถุง

อีกทั้ง มูลนิธิพุทธรักษา และมูลนิธิธนินท์ เทวี เจียรวนนท์ โดยนายณรงค์ เจียรวนนท์ ได้ร่วมมอบอาหารและสิ่งของจำเป็นมูลค่า 1 ล้านบาทให้กับมูลนิธิดวงประทีป เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนช่วงวิกฤต COVID-19 ในชุมชนคลองเตย เบื้องต้นได้ทำการส่งมอบข้าวสาร อาหารแห้งและของใช้จำเป็นแล้ว และจะประสานความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ยากไร้ในชุมชนคลองเตยก้าวผ่านสถานการณ์โควิด-19 นี้ได้อย่างปลอดภัย

ด้านมูลนิธิเชฟแคร์ส นำอาหารสุขภาพจากเชฟรางวัลระดับโลกถึง 4 เมนู ได้แก่ หมูครีมซอสและมักกะโรนี, สปาเกตตี้ซอสเขียวหวานและอกไก่, แกงป่าปลาข้าวไรซ์เบอร์รี่ และ ไก่ทิกก้ามาซาล่ากับข้าวหุงขมิ้น มามอบเป็นกำลังใจให้ชาวคลองเตยในครั้งนี้ด้วย โดยหวังให้ผู้ยากไร้ที่ต้องกักตัวในชุมชน มีพลานามัยที่แข็งแรง สู้ภัยโควิด-19 ได้อย่างเข้มแข็งและปลอดภัย

นางประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ ผู้ก่อตั้งและเลขาธิการมูลนิธิดวงประทีป กล่าวว่า ขอขอบคุณเครือเจริญโภคภัณฑ์ ซีพีเอฟ ทรู ซีพีออลล์ แม็คโคร มูลนิธิพุทธรักษา มูลนิธิธนินท์ เทวี เจียรวนนท์ และมูลนิธิเชฟแคร์ส ที่เข้ามาให้การสนับสนุนอาหารปลอดภัยและเทคโนโลยีการสื่อสาร ตลอดจนของใช้จำเป็นให้แก่ชาวชุมชนคลองเตยที่ต้องกักตัวอยู่ในบ้านของตนเอง ซึ่งมีจำนวนมากกว่า 100 คน ทั้งนี้เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรคในชุมชนซึ่งมีผู้คนอาศัยอยู่อย่างแออัด และมีความเสี่ยงสูงในการแพร่กระจายของเชื้อ การได้รับอาหารและสิ่งของสนับสนุนนี้จะเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้ทุกคนสามารถกักตัวภายในบ้าน และเพิ่มความปลอดภัยให้คนในชุมชนได้

เจียไต๋ โฮมการ์เด้น ส่ง 4 สินค้าใหม่สู่ตลาด โดนใจผู้ปลูก ถูกใจผู้บริโภค

0

รายงานข่าว เปิดเผยว่า เจียไต๋ โฮมการ์เด้น โดยบริษัท เจียไต๋ จำกัด เอาใจผู้รักการเพาะปลูกทั้งเกษตรกรมืออาชีพและเกษตรกรมือใหม่ ปลุกไฟความเป็นเกษตรกรในตัวคุณด้วย 4 เมล็ดพันธุ์คุณภาพในซองโฉมใหม่ ได้แก่ เมล่อน แตงโม ข้าวโพดหวาน และแตงร้าน ซึ่งเจียไต๋ได้พัฒนาและคัดสรรสายพันธุ์มาอย่างดี

เมล็ดพันธุ์เมล่อนโกลเด้นควีน หนึ่งในสายพันธุ์เมล่อนเจียไต๋ที่ครองใจผู้บริโภคมายาวนาน ด้วยผลสีเหลือง เนื้อสีส้มหวานนุ่ม รสสัมผัสที่ใครได้ลองก็ต้องติดใจ

เมล็ดพันธุ์แตงโมสมูทตี้ แตงโมน้องใหม่ของครอบครัวเจียไต๋ โฮมการ์เด้น โดดเด่นที่ผลแตงโมมีผิวสีดำเงา ส่วนเนื้อข้างในสีแดงสด น่ารับประทาน ที่สำคัญยังเป็นสายพันธุ์ที่ไม่มีเมล็ดจึงรับประทานง่าย ไร้เมล็ดกวนใจ

เมล็ดพันธุ์ข้าวโพดหวานสองสี ดับเบิ้ลดีไลท์ เป็นสายพันธุ์ข้าวโพดหวานสองสี ขาวสลับเหลือง มีรสชาติหวาน เนื้อแน่นทุกเมล็ด ฝักแน่น ปลูกง่ายให้ผลิตผลดี

เมล็ดพันธุ์แตงร้านขาว แตงร้านลูกใหญ่กำลังดี สีเขียวอ่อนสลับขาว ปลูกง่าย ทนทานต่อโรค เก็บเกี่ยวได้เร็ว ทั้งยังทนต่อการขนส่ง เป็นอีกพืชผักที่รับประทานง่าย สามารถนำไปประยุกต์เป็นเมนูอาหารที่หลากหลาย ทั้งเมนูตำ ผัด และต้ม

สินค้าใหม่ทั้ง 4 สายพันธุ์ของเจียไต๋ โฮมการ์เด้นมาพร้อมข้อมูลและวิธีการปลูกด้านหลังซองดีไซน์ใหม่ หรือ ซอง Easy ปลูกง่ายสไตล์คุณ เพื่อให้ผู้บริโภคสายปลูกได้สนุกกับการปลูกมากกว่าเคยโดยเฉพาะในช่วงที่หลายคนต้องทำงานและใช้เวลาอยู่ที่บ้านกัน รวมถึงให้เกษตรกรได้เลือกปลูกสายพันธุ์ที่ตรงความต้องการของผู้บริโภค สร้างความมั่นคงทางอาหารรวมถึงความมั่นคงทางรายได้ ซึ่งตรงตามเจตนารมณ์ของเจียไต๋ที่มุ่งมั่นยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืนผ่านการส่งมอบนวัตกรรมการเกษตรด้วยผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพ

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถหาซื้อได้ที่ร้านค้าเกษตรชั้นนำและร้านค้าโมเดิร์นเทรดทั่วประเทศ หรือสั่งซื้อออนไลน์ได้ทางเว็บไซต์ www.ct-homegarden.com Line: @homegarden และFacebook : Chia Tai Home Garden www.facebook.com/cthomegarden

สิงห์อาสา ส่งมอบอาหารและน้ำดื่มให้ศูนย์แรกรับและส่งต่อผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่อาคารนิมิบุตร

0

รายงานข่าว เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2564 ที่อาคารนิมิบุตร สนามกีฬาแห่งชาติ “สิงห์อาสา” โดย มูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี และ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ได้ส่งมอบเสบียงอาหารและน้ำดื่ม เพื่อสนับสนุนการทำงานของแพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเจ้าหน้าที่ ที่ศูนย์แรกรับและส่งต่อผู้ติดเชื้อโควิด-19 บริเวณอาคารนิมิบุตร โดยมี นายโชติ ตราชู ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและการกีฬา และ ดร.นิวัฒน์ ลิ้มสุขนิรันด์ อธิบดีกรมพลศึกษา ร่วมรับมอบ

ตั้งแต่เกิดสถานการณ์การระบาดของเชื้อโควิด-19 ระลอกที่สามเมื่อต้นเดือนเมษายน 2564 ที่ผ่านมา สิงห์อาสา ได้ให้การสนับสนุนด้านอาหารอย่างเต็มพิกัดทั้งอาหารสด อาหารแช่แข็ง อาหารพร้อมทาน (ข้าวรีทอร์ท) รวมถึงอุปกรณ์ทางการแพทย์ อาทิ เครื่องตรวจวัดระดับออกซิเจนในเลือด Fingertip Pulse Oximeter ฯลฯ ให้กับแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ที่ทำงานหนักเพื่อดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ทั้งในโรงพยาบาลหลักและโรงพยาบาลสนาม ซึ่งได้สนับสนุนไปแล้วกว่า 70 แห่ง ทั่วประเทศ โดยสิงห์อาสา ยืนยันจะช่วยเหลือต่อไปจนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ

ทั้งนี้ การใช้พื้นที่อาคารกีฬานิมิบุตร กรมพลศึกษา ให้เป็นศูนย์แรกรับและส่งต่อเพื่อดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19 ระหว่างรอเตียง (pre-admission center) เป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงสาธารณสุข เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีผู้ติดเชื้อตกค้างอยู่ที่บ้านเป็นจำนวนมาก ไม่สามารถส่งต่อเข้ารับการรักษาพยาบาลได้ทันเวลา และลดการแพร่เชื้อให้กับคนในครอบครัวได้ส่วนหนึ่ง โดยมีเตียงสำหรับรองรับผู้ป่วยได้ 200 เตียง จะเน้นคัดกรอง ส่งต่อสำหรับผู้ติดเชื้อระดับสีเขียวเป็นหลัก ให้ผู้ป่วยพักรักษาตัวที่ศูนย์แห่งนี้จนกว่าสามารถส่งต่อไปโรงพยาบาลได้ โดยภายในศูนย์ มีแพทย์ พยาบาล รวมถึงอุปกรณ์ทางการแพทย์ในการดูแลรักษาผู้ป่วยอย่างครบครัน