Home Blog Page 396

เพิ่มสารความสุขให้ชีวิต หลีกไกลโรคซึมเศร้า

#เกรียนสุขภาพดี

เกรียนสายเฮ้วตี้ มีเพื่อนคนหนึ่ง มีธุรกิจของตัวเอง ครอบครัวก็ดูสมบูรณ์แบบ ภรรยาแสนดีลูกน่ารัก แต่ระยะหลังๆ เพื่อนของเกรียนเฮ้วตี้สังเกตตัวเองว่า มีอาการแปลกๆ วันๆ ไม่อยากทำอะไร คล้ายๆหมดไฟ แต่ไม่ใช่ เจ้าตัวเล่าให้ฟังว่า อาการของเจ้าตัว เป็นแบบ ไม่อยากทำอะไรเลย ไม่รู้จะลุกขึ้นมาทำอะไรดี และปล่อยให้ชีวิตในแต่ละวันๆผ่านไปด้วยความคิดนี้ รู้สึกไม่มีความสุข ปนท้อแท้ในชีวิต ทั้งที่ชีวิตของเจ้าตัวก็ดูมีความสุขดี

ยังดีที่เจ้าตัวสังเกตตัวเองและพบแพทย์แต่เนิ่นๆ ก็ได้รับคำวินิจฉัยว่า เป็นโรคซึมเศร้า ทางรักษาที่หมอแนะนำ คือ กินยา ซึ่งภายหลังกินยาอย่างต่อเนื่อง เจ้าตัวก็บอกว่า อาการดีขึ้น จากเดิมที่รู้สึกวิตกกังวลกับอะไรก็ไม่รู้ ก็รู้สึกตัวเองสงบขึ้น ประกอบกับเพื่อนคนนี้ก็ใช้การออกกำลังกายช่วยด้วย

โรคซึมเศร้า ทำให้ผู้ป่วยมีความผิดปกติทางอารมณ์และจิตใจ เกิดจากหลายสาเหตุทั้งความเครียด พันธุกรรม รวมไปถึงสารเคมีในสมอง ตัวที่ชื่อสารเซโรโทนิน มีลดลง

การเพิ่มสารเซโรโทนินในสมอง จึงเหมือนกับการเพิ่มสารความสุขให้กับตัวเรา ทำได้หลายวิธี

การกินอาหารที่มีประโยชน์ , การคลายเครียด คิดบวก พูดคุยกับเพื่อน คนใกล้ชิด ยิ้มและหัวเราะ, ออกกำลังกายสม่ำเสมอ หรือแม้แต่การนวดผ่อนคลาย ก็ช่วยเพิ่มสารความสุขตัวนี้ กับลดฮอร์โมนความเครียดลงได้เช่นกัน

อย่างที่ทราบว่า สังคมเราทุกวันนี้ มีคนป่วยโรคซึมเศร้าจำนวนมากขึ้น หากสังเกตตัวเองแล้วพบว่าเข้าข่าย ก็รีบไปพบแพทย์ กินยารักษาให้หายได้

ขอบคุณ ที่มา ธนาคารกรุงเทพ

พ่อบ้านแสนดี ลงทุนเงินแทนซ่อนภรรยา

#เกรียนพารวย

บรรดาผู้ชาย เมื่อถึงเวลาเปลี่ยนสถานะจากชายโสด มาเป็น พ่อบ้านแล้ว หลายท่านอาจยังอาลัยอาวรณ์กับสถานะเก่า ทำใจไม่ได้กับสถานะใหม่ หรือขอเวลาอีกนิดในการปรับตัว

เมื่อก่อน สมัยอยู่คนเดียว ใจลัลล้า จะใช้จ่ายเงินอะไร ตามใจฉัน ไม่ต้องคิดอะไรซับซ้อน ของไหนต้องมี เป็นต้องได้ แต่พอคุณๆมาเป็นพ่อบ้านแล้ว จะเหมือนมีพลังงานบางอย่าง คอยจับตาสำรวจดูเงินในกระเป๋าเงิน ยันบัญชีธนาคาร

มุกซ่อนเงินเมีย ฟังจากดาราตลกเอามาเล่าก็ขำๆดี แต่ชีวิตจริง บางท่าน หัวเราะร่าน้าตาริน

เกรียนพารวย ขอแนะนำเหล่าพ่อบ้านทั้งหลาย หากอยากอัพเลเวลเป็นพ่อบ้านใจกล้า บางทีก็ต้องฉลาดคิดฉลาดทำ ขืนใช้มุกซ่อนเงินเก่าๆ แบบที่ตลกเค้าชอบกัน ชีวิตคู่คงไม่เป็นสุข ที่สำคัญ เงินเราเองอาจไม่ได้มีโอกาสใช้

พ่อบ้านใจกล้ายุคไทยแลนด์ 4.0 ลด ละ เลิก ซ่อนเงิน แต่เปลี่ยนเป็น แบ่งเงินมาลงทุนแทน

  

จากเดิม ผู้ชายต้องพยายามเพิ่มรอยหยักในสมองในการคิดหาจุดซ่อนเงิน ไม่ว่าจะเป็นพื้นรองเท้าเอย ช่องลับในเข็มขัด ยางในรถ เพดานห้องน้ำ ใต้เตียง และที่อื่นๆ เท่าที่จะคิดออก

 

จะดีกว่ามั้ย หากเปลี่ยนที่ซ่อนเงิน มาเป็นที่ลงทุนเงิน อย่างซื้อประกันชีวิตแบบบำนาญ, โฉนดที่ดินจากที่ดินที่เราลงทุนซื้อเก็บ, พอร์ตหุ้นทั้งเขียวและแดง , พันธบัตร หรือสลากออมสิน

 

 

การแบ่งเงินลงทุนในสินทรัพย์หลายแบบ จะเป็นการกระจายความเสี่ยงในการลงทุน

ที่สำคัญ เป็นการลดความเสี่ยงต่อชีวิตของพ่อบ้านเอง แทนการเอาเงินไปซ่อนแล้วเมียมาเจอทีหลัง

ขอบคุณ ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน แบงก์ชาติ

เตือนแม่ค้าระวัง แก๊งทอนเงินอาละวาด

แก๊งแสบอาละวาดหากินกับแม่ค้าวิธีหลอกทอนเงิน​ล่าสุดโผล่ตลาดทุ่งเกวียนทำที่เลือกซื้อของส่งธนบัตรฉบับละ 500  หรือ 1,000  บาท ให้แม่ค้าก่อนนำเงินทอนซุกใส่กระเป๋าและบอกว่าทอนไม่ครบ ด้าน ผกก.ทราบเรื่อง ส่งสายสืบเก็บภาพและรถ ของคนร้ายเพื่อเป็นหลักฐาน ติดตามตัว มาดำเนินคดี ตามกฏหมาย

 

 

 

***เพจบิ๊กเกรียนลงพื้นที่ตลาดทุ่งเกวียน ต.เวียงตาล อ.ห้างฉัตร ลำปาง ซึ่งเป็นตลาดค้าของฝากที่ขึ้นชื่อแห่งหนึ่งของจังหวัด​ แม่ค้าโดนกันระนาว​และพบว่ามากันเป็นแก๊ง​มีทั้งผู้หญิงผู้ชาย***

 

 

ตามภาพวงจรปิดเหยื่อรายแรกคือนางวนิดา  สารบูรณ์  อายุ51 ปี เจ้าของร้านบุญล้อม แค๊ปหมู ใส้อั่ว เล่าให้ฟังว่าช่วงบ่ายขณะที่กำลังขายของอยู่นั้นได้มีผู้หญิงแต่ตัวดี รูปร่างสูง ผิวสองสี เข้ามาซื้อ ใส้อั่วที่ร้าน จำนวน 3  ขีด ราคา 90  บาท

 

 

ตนเองนำใส้อั่วใส่ถุงและส่งให้หญิงคนดังกล่าว หญิงคนดังกล่าวส่งเงินเป็นธนบัตรฉบับละ 500  มาให้หนึ่งใบ ตนรับเงินมา และนับเงินทอน ส่งให้ หญิงคนดังกล่าวไป 410  บาท แต่เมื่อหญิงคนดังกล่าวนำเงินมาถือ และนับดู พร้อมบอกกับตนเองว่า

 

 

ตนเองทอนเงินให้ไม่ครบ ทอนมาเพียง 310  บาท ตนจึงหยิบเงินทอนเพิ่มให้หญิงคนดังกล่าวไป อีกหนึ่งร้อยบาท จากนั้นหญิงคนดังกล่าวก็เดินออกจากร้านไปอย่างรวดเร็ว  รายที่​ 2​ ร้านมะโนเซรามิค​ นางสาวพัชราภรณ์ โสภักต์ อายุ 32 ปี

 

 

เล่าให้เพจบิ๊กเกรียนฟังว่าพร้อมชี้ภาพยืนยันว่าเป็นสาวแสบคนเดียวกันมาหลอกเอาเงินทอนที่ร้านเช่นกันโดย เข้ามาเลือกซื้อชามเซรามิค จำนวน 1 ใบ ราคา 80  บาท เมื่อห่อชามและใส่ถุงส่งให้แล้ว หญิงคนดังกล่าว ส่งธนบัตรฉบับละ 500  มาให้ 1 ใบ ตนทอนเงินให้ไป 420  บาท ซึ่งตนเอง ก็ย้ำว่าเงินทอน 420  บาท เมื่อหญิงคนดังกล่าวรับเงินทอนไปแล้ว หันหลังและหันกลับมา พร้อม บอกว่าน้องเงินทอนมีแค่ 320  บาท นะ ตนคิดว่าทำเงินหล่นเดินดูก็ไม่พบ จึงต้องหยิบแบงค์ร้อยอีกใบ ส่งให้หญิงคนดังกล่าวไป  นางบัวเงา อ้ายสุริยะ เจ้าของร้านวาสนาดี

 

 

เล่าให้ฟังว่าตนร้านตนเองก็โดนเช่นกัน โดยมีชายสองคนเข้ามาซื้อผลไม้ดองในร้าน ราคา 70  บาท และส่งธนบัตรฉบับละหนึ่งพันบาท มาให้จำนวน 1 ฉบับ ตนเองก็ทอนเงินให้ไป 930  บาท และทั้งสองก็เดินออกจากร้านไป หาย ไปประมาณ 20  วินาที ก็เดินกลับมาบอกว่าทอนเงินให้ไม่ครบ ขาดไปหนึ่งร้อยบาท ตนก็บอกว่าทอนให้ครบแล้ว แต่ชายทั้งสองก็ยืนยันว่าทอนไม่ครบ โดยหยิงอีกหนึ่งคนเดินตามเข้ามาบอกว่า ทอนเงินยังไม่ครบไม่ต้องซื้อละของเอาคืนไปเลย ตนตัดปัญหาจึงหยิบธนบัตรฉบับละ 100  บาท ส่งให้ไปอีกหนึ่งใบ และทั้งหมดก็เดินออกจากร้านไป  ด้าน พ.ต.อ. สมพงษ์   ตั้งตัว ผกก. สภ.ห้างฉัตร กล่าวว่าเบื้องต้นได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ลงพื้นที่เก็บภาพจากกล้องวงจรปิด ตามจุดต่างๆภายในตลาดและหน้าตลาด ซึ่งพบว่ามีร้านค้าตกเป็นเหยื่อแก๊งนี้แล้วจำนวนหลายร้าน ซึ่งเบื้องต้นพบว่ามีการทำกันเป็นขบวนการ มีผู้ชาย 2 คนและผู้หญิง 1 คน ซึ่งขณะนี้ ได้ทั้งรูปและรถ ที่คาดว่าเป็นของคนร้าย ที่ใช้เดินทางมาก่อเหตุแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจ กำลังอยู่ระหว่าง การตรวจสอบ เอกสาร ทางทะเบียนรถ เพื่อติดตามคนร้ายมาดำเยนินคดีตามกฏหมายต่อไป พร้อมฝากถึงแม่ค้า ก่อนรับเงิน ตรวจสอบธนบัตรให้ดีและทอนเงินก็ให้ตรวจและนับเงินทอน ต่อหน้าลูกค้า จะได้ไม่เกิดปัญหา ใดๆ

 

 

#บิ๊กเกรียน อย่าลืม!! กดติดดาว⭐เพจบิ๊กเกรียนไว้และ www.bigkren.com ด้วยนะ จะได้ไม่พลาดข่าวสารสำคัญจากบิ๊กเกรียน ติดต่อลงประชาสัมพันธ์ได้ที่ โทร.080-959 9235 หรือ Line ID: bigkren และ LINE@ : @bigkren

แยกให้ออกแบงก์จริงกับปลอม จะได้ไม่โดนหลอก

#เกรียนพารวย

สาเหตุประการหนึ่งที่ปัญหาธนบัตรปลอมยังไม่หมดไป เป็นเพราะประชาชนแยกไม่ออกระหว่างธนบัตรจริงกับปลอมว่าต่างกันยังไง จึงทำให้เหล่ามิจฉาชีพยังมีการผลิตธนบัตรปลอมออกสู่ตลาด

ถ้าไม่อยากถูกหลอก ก็เป็นหน้าที่ของเราที่ต้องรู้จักสังเกต และทราบถึงข้อแตกต่างระหว่างแบงก์จริงกับปลอม เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ ยิ่งตอนเรารับแบงก์ชนิดที่ราคาสูงๆ อย่างแบงก์ห้าร้อย หรือแบงก์พัน ก็ยิ่งจำเป็นต้องเพิ่มการสังเกตมากขึ้น

ถ้ามีคนมาใช้แบงก์ปลอมกับเรา ก็ต้องพยายามจดจำรูปพรรณสัณฐานของคนใช้ สอบถามว่าได้มาจากใคร ที่ไหน เมื่อไร เพื่อช่วยเป็นเบาะแสในการทำงานของตำรวจอีกทาง พบอะไรไม่ชอบมาพากล แจ้งตำรวจ หรือแบงก์ชาติได้เลย

แต่หากเราพลาดรับแบงก์ปลอมมาแล้ว อย่านำไปใช้ต่อ เพราะนั่นเป็นความผิดทางกฏหมาย ที่เราทำก็จะไม่ต่างกับมิจฉาชีพ อย่าคิดโยนความโชคร้ายไปให้คนอื่นรับเคราะห์ต่อ เพราะกรรมใครกรรมมัน ทำแทนกันไมได้

แบงก์ชาติออกมาให้ความรู้ถึงวิธีสังเกตแบงก์ที่ผลิตออกมาใช้ใหม่แล้วว่า แบงก์จริงต้องมีลักษณะอย่างไร เพื่อให้ประชาชนจะได้ป้องกันตัวเอง โดยตรงภาพตราประจำพระองค์ฯ และคำว่า”รัฐบาลไทย” ทั้งตัวอักษรและตัวเลขราคา เวลาเราเอาปลายนิ้วไปสัมผัสหรือลูบดูจะรู้สึกสะดุด

รูปครุฑจะพิมพ์ตำแหน่งเดียวกันทั้งด้านหน้าด้านหลัง เวลายกขึ้นส่องแสงสว่างดู ตำแหน่งรูปครุฑจะทับซ้อนกันสนิทพอดี

จะมีตัวเลขแฝงซ่อนไว้ในลายประดิษฐ์ เวลาเราเอียงแบงก์เข้าหาแสงส่องดู ก็จะเห็นตัวเลขราคาของแบงก์นั้น

ตรงพระสาทิสลักษณ์และตัวเลขบอกราคา จะโปร่งแสงเป็นพิเศษ มองเห็นชัดเจนทั้งสองด้านเวลายกส่องกับแสงสว่าง
ส่วนของลายดอกประดิษฐ์ พิมพ์ด้วยแม่เหล็กสามมิติ เปลี่ยนสีได้ โดยเมื่อพลิกเปลี่ยนมุมมอง จะเกิดลวดลายสามมิติเคลื่อนไหว และเปลี่ยนสลับจากสีทองเป็นสีเขียว

และถ้าเราเอาแบงก์จริงไปส่องกับไฟแบล็คไลท์ จะสังเกตได้ว่า ตรงลายประดิษฐ์บริเวณกลางแบงก์ ตัวเลขราคากับหมวดเลขจะเรืองแสง เห็นเส้นใยเรืองแสง สีเหลือง แดง น้ำเงิน ในเนื้อกระดาษ

ข้อมูลพวกนี้ แนะนำให้ไปหาโหลดแอปฯ Thai Banknotes มาลงไว้ในเครื่อง เพื่อช่วยให้ไม่ตกเป็นเหยื่อรับแบงก์ปลอมมาให้เจ็บกระดองใจ

ขอบคุณ  ธนาคารแห่งประเทศไทย

“กำหนดอัตราการจ่ายเงินค่าตอบแทนผู้นำจับ” โดยคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ในยาเสพติดชนิดต่าง ๆ

เพิ่มเพื่อน

 

***ราชกิจจานุเบกษา ลงประกาศ ค่าตอบแทนผู้แจ้งความนำจับ ยาเสพติด​ ส่วนแบ่งเม็ดละ 2บาท​***

 

 

 

เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ ราชกิจจานุเบกษา วันที่ 19 ต.ค.2561 เรื่อง ประกาศกระทรวงยุติธรรม กำหนดอัตราการจ่ายเงินค่าตอบแทนผู้แจ้งความนำจับและเงินค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงานยาเสพติด พ.ศ. 2561 อาศัยอำนาจตามความในข้อ 14 แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี

 

 

ว่าด้วยการจ่ายเงินค่าตอบแทนผู้แจ้งความนำจับ เงินค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ และเงินช่วยเหลือในการปฏิบัติงานยาเสพติด พ.ศ.2561

โดยเนื้อหาได้ กำหนดอัตราการจ่ายเงินค่าตอบแทนผู้แจ้งความนำจับ โดยคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ ในยาเสพติดชนิดต่าง ๆ อาทิ

 

 

 

เฮโรอีน กรัมละ 100 บาท ,ฝิ่น (มอร์ฟีน) กรัมละ 20 บาท ,โคคาอีน กรัมละ 20 บาท ,คีตามีน กรัมละ 10 บาท ,ซูโดอีเฟดรีน อีเฟดรีน กรัมละ 3 บาท

 

 

 

แอมเฟตามีนหรืออนุพันธ์ของแอมเฟตามีน ชนิดเม็ด จ่ายเม็ดละ 2 บาท ชนิดผงคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ กรัมละ 100 บาท , กัญชา กรัมละ 0.10 บาท ,ยางกัญชา กัญชาน้ำ กรัมละ 20 บาท ฯลฯ

การจ่ายเงินค่าตอบแทนผู้แจ้งความนำจับ ในคดีเดียวกัน เมื่อพิจารณารวมกันแล้วให้จ่ายคดีละไม่เกิน 2 ล้านบาท

 

#บิ๊กเกรียน
อย่าลืม!! กดติดดาว⭐เพจบิ๊กเกรียนไว้และ www.bigkren.com ด้วยนะจะได้ไม่พลาดข่าวสารสำคัญจากบิ๊กเกรียน
ติดต่อลงประชาสัมพันธ์ได้ที่ โทร.080-959 9235 หรือ Line ID: bigkren และ LINE@ : @bigkren

​คลิปเจ๊มิ่งเรียกเสียงฮา มารู้จักกับเธอสายแซ่บ คนดังควนเนียง

เพจบิ๊กเกรียนเอาใจคนสายฮา​ ส่งนักข่าวสาวกวน​ เดินทางไปยัง​ สถานีรถไฟควนเนียงต.รัตภูมิ​ อ.ควนเนียง​ จ.สงขลา​ เพื่อแอบสืบประวัติของเธอ เจ้าของวลีเด็ด​”ถ้ามีโทรศัพท์​ป่านนี้มีกี๊กเยอะแยะแล้ว”

เธอคือ”เจ๊มิ่ง” หรือนางสมถวิล​  จะเมรัมย์​ อายุอานาม​ เพียงแค่ 37​ ปี​อยู่กินกับนายส่วน​ จันท ​อายุคราวพ่อ 60 ปี​ ยึดอาชีพรับซื้อของเก่า​  เดิมเป็นคน จ.อุบลราชธานี​ มาปักหลักที่ควนเนียงเพราะรักที่นี่มากกว่า​ เคยกลับไปอุบลราชธานี3​รอบแล้ว​ แต่ต้องกลับมา

เจ๊มิ่งแกบอกว่ามีพยานรัก 2 คน​ ลูกชายกับลูกสาว​ แต่ลูกชายกลายเป็นผู้หญิง​ ส่วนลูกผู้หญิงกลายเป็นผู้ชาย​ ท่านผู้อ่านคิดเอาเอง

เจ๊มิ่งเล่าว่าเป็นคนชอบแต่งตัวโดยเฉพาะพวก​เสื้อสายเดี่ยว​ ชอบทาปากแดง​ แก้มแดง​  คิ้วต้องหนา​ ชุดที่สวมใส่ต้องแซ่บเว่อร์​

แกเป็นคนขยันขันแข็ง​ ชอบช่วยเหลือผู้คน​ ไปไหนมาไหนมักจะมีคนทัก​คนแซว​ แต่แกไม่โกรธ​ แกชอบ

***เจ๊มิ่งบอก​ เป็นคนงาม​ อย่าวู่วาม​ ใครว่าอะไรห้ามโกรธ​เพราะคนแซว​คนว่า แสดงว่าเขารักเรา***

 

#บิ๊กเกรียน
อย่าลืม!! กดติดดาว⭐เพจบิ๊กเกรียนไว้และ www.bigkren.com ด้วยนะ
จะได้ไม่พลาดข่าวสารสำคัญจากบิ๊กเกรียน
ติดต่อลงประชาสัมพันธ์ได้ที่ โทร.080-959 9235 หรือ Line ID: bigkren และ LINE@ : @bigkren

 

​ตามข่าวพายุไว้ ​เคลื่อนตัวเร็วมาก คืนนี้โดนหลายพื้นที่

วันที่ 20 ​ต.ค.เวลา 14.00 น. พายุดีเปรสชั่นบริเวณอ่าวไทย กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกตอนทางเหนือเล็กน้อยคาดว่าพายุนี้จะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ในช่วงดึกของวันนี้ อาจทำให้บริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง หากมีข้อมูลเพิ่มเติม ปภ. จะแจ้งให้ทราบเป็นระยะต่อไป

#บิ๊กเกรียน
อย่าลืม!! กดติดดาวเพจบิ๊กเกรียนไว้และ www.bigkren.com ด้วยนะ
จะได้ไม่พลาดข่าวสารสำคัญจากบิ๊กเกรียน
ติดต่อลงประชาสัมพันธ์ได้ที่ โทร.080-959 9235 หรือ Line ID: bigkren และ LINE@ : @bigkren

บังบอกเซ็งเป็ด

***ตม.สระแก้ว  จับกุมคนต่างด้าวสัญชาติอินเดีย 2 คนข้อหาการอนุญาตสิ้นสุดหรือ overstay  หลังเข้ามาเช่าบ้านปักหลักเร่ขายของเงินผ่อน​ ปล่อยเงินกู้***

ขณะฝ่ายสืบสวน​ตม.สระแก้วปฏิบัติหน้าที่บริเวณหลังตลาดตาพระ  อ.ตาพระ​ จ.สระแก้ว​ นำ 1.Mr.Dharmveer Singh  ดาราม เวียร์ ซิงห์ อายุ 23 ปี และ  2. Mr. Rajendra Prajapati ( ราเจนดรา ประจักปะติ) อายุ 28 ปี สัญชาติอินเดีย เรียกตรวจหนังสือเดินทางพบว่าอยู่เกินกำหนด​ จึงแจ้งข้อหา การอยู่ในราชอาณาจักร โดยอนุญาตสิ้นสุด (Overstay) และ ทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต

พฤติการณ์ในการจับกุม  เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม  ได้รับข้อมูล  ว่ามีคนต่างชาติสัญชาติอินเดีย  มาเร่ขายที่นอน​ หมอน​ มุ้ง​ ผ้าถุง​ เสื้อผ้าเด็ก​ ของใช้​ เครื่องไฟฟ้า​และปล่อยเงินกู้  ตามหมู่บ้านและตลาดตาพระยา  จึงได้วางกำลังดักซุ่มตามจุดต่างๆ จนพบบุคคลต่างด้าวที่ถูกจับกุมทั้ง 2 คน ดังกล่าว  จึงได้เรียกตรวจสอบเอกสาร  การอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรสิ้นสุด  จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา  กับผู้ถูกจับทั้งสองคนว่าเป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุดและทำงานโดยไม่รับอนุญาต พร้อมของกลางนำส่ง พนักงานสอบสวนสภ.ตาพระยา เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

และยังตามไปจับผู้ให้เช่าที่พักอาศัยอยู่ที่บ้านเลขที่  2 7 4/4  หมู่ 1  ต. ตาพระยาอ. ตาพระยาจ. สระแก้ว คือ นาย พรม ทองนิล สัญชาติติไทย อายุ 54 ปี  เปรียบเทียบปรับในข้อหาเป็นเจ้าบ้าน หรือเจ้าของบ้าน  ไม่แจ้งที่พักของบุคคลต่างด้าวตามมาตรา 38 พรบ.คนเข้าเมือง 2522  ที่สภ.ตาพระยา

#บิ๊กเกรียน

อย่าลืม!! กดติดดาว⭐เพจบิ๊กเกรียนไว้และ www.bigkren.com ด้วยนะ

จะได้ไม่พลาดข่าวสารสำคัญจากบิ๊กเกรียน

ติดต่อลงประชาสัมพันธ์ได้ที่ โทร.080-959 9235 หรือ Line ID: bigkren และ LINE@ : @bigkren

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา “พายุดีเปรสชัน” ฉบับที่ 2 ลงวันที่ 20 ตุลาคม 2561

เมื่อเวลา 04.00 น. ของวันนี้ (20 ต.ค. 61) พายุดีเปรสชันบริเวณอ่าวไทย หรือที่ละติจูด 9.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 104.0 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อยด้วยความเร็ว 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าพายุนี้จะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ในวันนี้ (20 ต.ค. 61) ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้มีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากได้ โดยจะได้รับผลกระทบตามภาคต่างๆ ดังนี้
ในวันที่ 20 ตุลาคม 2561

ภาคกลาง จังหวัดนครสวรรค์ ชัยนาท อุทัยธานี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม ราชบุรี สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ภาคตะวันออก จังหวัดฉะเชิงเทรา นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคใต้ จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง และพังงา

ในช่วงวันที่ 21-22 ตุลาคม 2561

ภาคเหนือ จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ และตาก

ภาคกลาง จังหวัดนครสวรรค์ ชัยนาท อุทัยธานี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม ราชบุรี สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ภาคตะวันออก จังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคใต้ จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร

สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 20-22 ตุลาคม 2561

จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และติดตามข้อมูลบนเว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือ สายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ประกาศ ณ วันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2561 เวลา 05.00 น.

กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศครั้งต่อไปใน วันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2561 เวลา 11.00 น.

(ลงชื่อ) ภูเวียง ประคำมินทร์

(นายภูเวียง ประคำมินทร์)

รองอธิบดีฯ รักษาราชการแทน

อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา

#บิ๊กเกรียน
อย่าลืม!! กดติดดาว⭐เพจบิ๊กเกรียนไว้และ www.bigkren.com ด้วยนะ
จะได้ไม่พลาดข่าวสารสำคัญจากบิ๊กเกรียน
ติดต่อลงประชาสัมพันธ์ได้ที่ โทร.080-959 9235 หรือ Line ID: bigkren และ LINE@ : @bigkren

“ฝนตกหนักบริเวณภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน (จะมีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 20-22 ตุลาคม 2561)” ฉบับที่ 1 ลงวันที่ 19 ตุลาคม 2561

ในช่วงวันที่ 20-22 ตุลาคม 2561บริเวณภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบนจะมีฝนเพิ่มขึ้น กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากได้ โดยจะได้รับผลกระทบ มีดังนี้

ในช่วงวันที่ 20-21 ตุลาคม 2561

ภาคกลาง จังหวัดกาญจนบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม ราชบุรี สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ภาคตะวันออก จังหวัดฉะเชิงเทรา นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคใต้ จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

ในวันที่ 22 ตุลาคม 2561

ภาคกลาง จังหวัดกาญจนบุรี สุพรรณบุรี และราชบุรี

ภาคตะวันออก จังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคใต้ จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่

ทั้งนี้เนื่องจากมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่าง คาดว่าจะเคลื่อนผ่านปลายแหลมญวนเข้าสู่อ่าวไทยและภาคใต้ตอนบนในช่วงวันที่ 20-22 ตุลาคม 2561 ทำให้บริเวณภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีฝนเพิ่มมากขึ้น กับมีฝนตกหนักบางแห่ง

จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และติดตามข้อมูลบนเว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือ สายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ประกาศ ณ วันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2561 เวลา 11.00 น.

กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศครั้งต่อไปใน วันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2561 เวลา 17.00 น.

(ลงชื่อ) ภูเวียง ประคำมินทร์

(นายภูเวียง ประคำมินทร์)

รองอธิบดีฯ รักษาราชการแทน

อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา

#บิ๊กเกรียน
อย่าลืม!! กดติดดาวเพจบิ๊กเกรียนไว้และ www.bigkren.com ด้วยนะ
จะได้ไม่พลาดข่าวสารสำคัญจากบิ๊กเกรียน
ติดต่อลงประชาสัมพันธ์ได้ที่ โทร.080-959 9235 หรือ Line ID: bigkren และ LINE@ : @bigkren