Home Blog Page 39

เมืองไทยประกันชีวิต จัดกิจกรรม “Muang Thai Smile LivWell Day สุขทุกวัย ใส่ใจทุกวัน” ส่งมอบความสุขและสุขภาพดีให้สมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับ

0

บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)  โดยเมืองไทยสไมล์คลับ เดินหน้าส่งมอบความสุขและรอยยิ้มให้สมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับ ล่าสุดได้ร่วมมือกับ นายาเรสซิเดนซ์ บาย ลิฟเวล (Naya Residence by LivWell)  จัดกิจกรรม  “Muang Thai Smile LivWell Day สุขทุกวัย ใส่ใจทุกวัน” เพื่อให้สมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับและครอบครัว ได้ยกระดับความรู้การดูแลสุขภาพแบบครบมิติจากผู้เชี่ยวชาญ พร้อมโปรโมชันพิเศษรับสิทธิ์เข้าพักห้องพักที่ นายาเรสซิเดนซ์ บาย ลิฟเวล ราคาพิเศษทั้งแบบรายเดือน และรายสัปดาห์  โดยมี นางสาวนิรัตน์ บูชาสุข รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)ร่วมให้การต้อนรับ กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้น ณ นายาเรสซิเดนซ์ บาย ลิฟเวล (Naya Residence by LivWell) 

สำหรับ “Muang Thai Smile LivWell Day สุขทุกวัย ใส่ใจทุกวัน” เป็นกิจกรรมที่มุ่งเน้นให้ผู้เข้าร่วมได้เพิ่มพูนความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพด้วยตัวเองแบบครบมิติ เพื่อให้ชีวิตยืนยาว แข็งแรง และมีความสุขในทุกวัน เริ่มต้นด้วยการประเมินสัดส่วนร่างกาย Body Composition และทดสอบสมรรถนะของร่างกาย ต่อด้วยกิจกรรมบรรยาย “Lifestyle Medicine” หรือ “เวชศาสตร์วิถีชีวิต” ศาสตร์ทางการแพทย์ที่เน้นการดูแลสุขภาพด้วยวิธีธรรมชาติ โดยไม่พึ่งยาเป็นหลัก โดย พญ.นาฏ ฟองสมุทร กรรมการบริหาร บริษัท ลิฟเวล ลิฟวิ่ง จำกัด  กิจกรรม Workshop ทำอาหารสุขภาพ Healthspan & Enjoymentspan  กินอร่อย จอยขนาด ไม่พลาด 100 ปี ว่าด้วยเคล็ดลับอายุยืนแบบสุขภาพดี โดยนักกำหนดอาหารจากเพจ 2P’s in their pot คุณกฤษฎี โพธิทัต และคุณอัจจิมา ศรีปรัชญาอนันต์

นอกจากนี้ ผู้ร่วมกิจกรรมยังได้เพลิดเพลินกับการรับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้าน Taracotta River Terrace ร้านอาหารบรรยากาศคลาสสิก อบอุ่น ริมแม่น้ำเจ้าพระยา อาหารไทยต้นตำรับที่ใส่ใจในทุกเมนู และผ่อนคลายไปกับการเยี่ยมชมสถานที่ นายาเรสซิเดนซ์ และปิดท้ายด้วย กิจกรรม Mindful Drawing วาดอย่างมีสติ ใจสงบผ่านเส้นสาย ผสาน “ศิลปะ” เข้ากับ “สมาธิ” ช่วยให้จิตใจผ่อนคลาย ลดความเครียดและความวิตกกังวลฝึกสมาธิ โดย พญ.สุขจันทร์ พงษ์ประไพ แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู

สมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับ ยังสามารถติดตามกิจกรรมรวมถึงสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ที่เมืองไทยสไมล์คลับคัดสรรมาพิเศษแบบครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ และตอบโจทย์ความหลากหลายทุกความต้องการเพิ่มเติม ได้ที่ MTL Click Application สามารถดาวน์โหลดได้ฟรีทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android หรือเว็บไซต์ www.muangthai.co.th ตลอดจนสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร. 1766 กด 4 เมืองไทยประกันชีวิต หรือศูนย์บริการลูกค้าทั่วประเทศ

ตัดวงจรการลักลอบนำเข้าสัตว์ต่างถิ่น…ต้องทวนสอบข้อมูลให้ชัดและโปร่งใส

0

สังคมไทยและนักวิชาการทางสิ่งแวดล้อมจำนวนไม่น้อย ยังติดตามปัญหาการส่งออกปลาหมอคางดำ (Sarotherodon melanotheron) จากประเทศไทยสู่ต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เพราะปลาในกลุ่มนี้ถือเป็นชนิดพันธุ์รุกราน (Invasive Species) ที่สามารถส่งผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศในพื้นที่ต่างๆ ข้อมูลการส่งออกสัตว์น้ำของกรมประมงระหว่างปี 2556-2559 มีบริษัทไทยทั้งหมด 11 แห่ง ที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกปลาหมอคางดำ แต่การตรวจสอบและติดตามผลของบริษัทเหล่านี้ยังไม่ครบถ้วนและไม่ชัดเจน โดยเฉพาะ 6 บริษัทที่เหลือยังไม่ได้ให้ข้อมูลหรือเอกสารที่สนับสนุนการส่งออก

คำถามสำคัญ คือ ทำไมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่ตรวจสอบบริษัททั้งหมด ทั้งที่มีความเสี่ยงทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและกฎหมาย การละเว้นนี้ไม่เพียงสร้างความไม่ยุติธรรมต่อ 5 บริษัทที่เข้ามาให้ข้อมูลแล้ว แต่ยังเปิดช่องว่างให้เกิดการลักลอบการค้าสัตว์น้ำผิดกฎหมายต่อเนื่อง ส่งผลต่อระบบการตรวจสอบของประเทศ

หลักการในตลาดค้าปลาทั่วโลก คือ การใช้ชื่อวิทยาศาสตร์ (scientific name) เป็นตัวระบุชนิดพันธุ์ที่ถูกต้องตามกฎหมายและมาตรฐานทางวิชาการ เนื่องจากชื่อสามัญ (common name) อาจแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศหรือท้องถิ่น และหลายชนิดพันธุ์มีลักษณะคล้ายคลึงกัน

กรณีของ 11 บริษัทส่งออก ที่อ้างว่าเกิดจาก “การกรอกเอกสารผิดพลาด” เหมือนกันทั้งหมด เกิดคำถามว่า “เป็นไปได้อย่างไร?” เพราะการส่งออกสัตว์น้ำต้องผ่านหลายขั้นตอนตรวจสอบ เช่น การตรวจรับจากฟาร์ม การออกใบรับรองสุขภาพสัตว์น้ำ การตรวจเอกสารส่งออก และการควบคุมโดยเจ้าหน้าที่ หากเกิดข้อผิดพลาดซ้ำกันในบริษัทดังกล่าวทั้งหมดเป็นเวลา 4 ปีต่อเนื่อง แสดงว่าไม่ได้เป็นเพียง “ข้อผิดพลาดเล็กน้อย” แต่เป็นปัญหาการตรวจสอบทั้งระบบ และการจัดการที่ถูกต้อง

รายงานการส่งออกสัตว์น้ำของกรมประมงระหว่างปี 2556-2559 พบว่า ทั้ง 11 บริษัท ไม่ปรากฏประวัติการนำเข้าปลาหมอคางดำ แต่กลับมีประวัติการส่งออกไปถึง 17 ประเทศ คำถามคือ หากไม่มีการนำเข้าที่ถูกต้อง ปลาที่ส่งออกนำมาจากไหน และทำไมสามารถผ่าน การตรวจสอบและรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้

มีเพียงคำชี้แจงว่าเป็น “ข้อผิดพลาดในการกรอกข้อมูล” ซึ่งขัดกับหลักการตรวจสอบหลายชั้น รวมถึงการรับรองจากหน่วยงานที่กำกับดูแล จึงควรมีการสอบทานเพิ่มเติม เพราะระบบการส่งออกกำหนดไว้เงื่อนไขไว้อย่างรัดกุม การที่ปลายทางได้รับสินค้าโดยไม่เกิดข้อสงสัย แสดงว่าข้อผิดพลาดนี้เป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับระบบตรวจสอบทั้งหมด

หนึ่งในข้อสงสัยอีกประการ คือ บริษัททั้ง 11 แห่ง กรอกเอกสารผิดแบบเดียวกันเป็นเวลา 4 ปีต่อเนื่อง แต่กลับไม่มีหน่วยงานใดตรวจพบหรือเรียกแก้ไข การผิดพลาดซ้ำหลายครั้งในลักษณะเดียวกันโดยไม่มีการสังเกตเห็น สะท้อนความหละหลวมของระบบการกำกับดูแล และสร้างข้อสงสัยว่าเกิดจากความประมาทหรือการละเลยอย่างเป็นระบบ

ทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังสามารถประสานข้อมูลกับกรมศุลกากร เพื่อตรวจสอบประวัติการส่งออกของแต่ละบริษัท ซึ่งจะช่วยยืนยันว่าเอกสารและสินค้าที่ส่งออกตรงกับรายงานจริง และติดตามที่มาของปลา ยังเป็นคำถามว่าได้ดำเนินการหรือไม่?
อีกคำถามสำคัญ คือ ทำไมหน่วยงานของรัฐจึงไม่ใช้วิธีการประสานข้ามหน่วยงานเพื่อตรวจสอบบริษัท 11 แห่ง โดยเฉพาะ 6 บริษัทที่ยังไม่ให้ข้อมูล การไม่ใช้มาตรการเชิงรุกเช่นนี้ไม่เพียงสร้างความไม่ยุติธรรมต่อ 5 บริษัทที่ให้ข้อมูลแล้ว แต่ยังเปิดโอกาสให้เกิดมีการค้าสัตว์น้ำผิดกฎหมาย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ

การตรวจสอบเอกสารและประวัติการส่งออกของบริษัททั้งหมด มีความจำเป็นต่อการพิสูจน์ทางพันธุกรรม (DNA) ของปลาที่แพร่ระบาดในปัจจุบัน การระบุสายพันธุ์และแหล่งที่มาผ่าน DNA เป็นหลักฐานเชิงวิทยาศาสตร์สำคัญในการยืนยันว่าปลาที่แพร่ระบาดเป็นสายพันธุ์เดียวกับที่ส่งออกหรือไม่

การไม่ตรวจสอบบริษัททั้งหมด อาจทำให้ข้อมูลพันธุกรรมคลาดเคลื่อน และไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่าปัญหาการแพร่พันธุ์เกิดจากแหล่งใด จึงจำเป็นมากที่ต้องมีการตรวจสอบให้ครบทุกบริษัท

การละเว้นการตรวจสอบไม่เพียงสร้างความไม่ยุติธรรมต่อบริษัทที่ให้ข้อมูลแล้ว แต่ยังเป็นช่องว่างให้เกิดการค้าสัตว์น้ำผิดกฎหมาย อีกทั้งการนำเข้าและส่งออกปลาที่ไม่ได้รับการตรวจสอบอาจทำให้เกิดผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพรุนแรงปลาที่ไม่ได้รับการควบคุมสามารถแพร่เข้าสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ก่อให้เกิดการเบียดเบียนพันธุ์ปลาท้องถิ่นและทำลายระบบนิเวศ

นอกจากนี้ การปล่อยให้ช่องว่างเกิดขึ้น ยังทำลายความน่าเชื่อถือต่อมาตรฐานการค้าและการตรวจสอบสัตว์น้ำของประเทศไทยในอนาคต

กรณีการส่งออกปลาหมอคางดำของบริษัท 11 แห่ง สะท้อนถึงปัญหาระบบการตรวจสอบและกำกับดูแลอย่างเป็นระบบ ความไม่ชัดเจนและการละเว้นการตรวจสอบ ฝากคำถามที่ยังรอคำตอบ เพื่อช่วยกันหยุดวงจรการลักลอบนำเข้าปลา:

  1. ทำไมบริษัท 11 แห่ง จึงสามารถระบุชื่อวิทยาศาสตร์ผิดซ้ำกันต่อเนื่องเป็นเวลา 4 ปี โดยไม่ถูกตรวจสอบหรือแก้ไข?
  2. ทำไมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงไม่ประสานข้อมูลกับศุลกากรเพื่อตรวจสอบประวัติการส่งออก?
  3. ทำไมเอกสารและการตรวจสอบของอีก 6 บริษัท ที่ยังไม่ให้ข้อมูลจึงไม่ถูกเรียกให้ชี้แจง?
  4. การไม่ตรวจสอบครบทุกบริษัท ส่งผลต่อการพิสูจน์ DNA ของปลาที่แพร่ระบาดหรือไม่?
  5. การละเว้นการตรวจสอบเสี่ยงให้มีการค้าสัตว์น้ำผิดกฎหมายและกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพอย่างไร?

กรณีปลาหมอคางดำเป็นตัวอย่างชัดเจนของปัญหาการกำกับดูแลเชิงระบบ การละเว้นการตรวจสอบและการไม่เรียกให้บริษัททั้ง 11 แห่ง ไปชี้แจงข้อมูลให้ครบถ้วนก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อ สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และความน่าเชื่อถือของประเทศ การตรวจสอบเชิงรุกอย่างเข้มงวดและการพิสูจน์ DNA ไม่ใช่เพียงมาตรการวิชาการ แต่เป็นความจำเป็นเพื่อรักษาความน่าเชื่อถือของระบบการค้าไทยและปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ และยังเป็นป้องกันการค้าสัตว์น้ำผิดกฎหมายและการแพร่พันธุ์ของสายพันธุ์รุกราน ซึ่งเป็นความรับผิดชอบต่อสาธารณะและอนาคตของระบบนิเวศไทย.

รู้เก็บรู้ออม : SET e–learning Money Style!!

0
ที่มา คอลัมน์ "รู้เก็บรู้ออมรู้ใช้รู้ลงทุน...สู่ความมั่งคั่ง"  หน้าเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

บทบาทของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ไม่ได้เป็นพื้นที่หรือศูนย์กลางการซื้อขายหลักทรัพย์เพียงเท่านั้น แต่ยังได้ทำหน้าที่เป็นพื้นที่ของการเรียนรู้ สนับสนุนและส่งเสริมความรู้ด้านการเงินและการลงทุนให้กับคนไทยและผู้สนใจเรื่องการลงทุนอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการจัดทำเว็บไซต์ที่เป็นแหล่งรวบรวมความรู้เรื่องการลงทุนอย่าง SET Investnow, การเปิดพิพิธภัณฑ์เรียนรู้การลงทุน (INVESTORY) แหล่งเรียนรู้ด้านการเงินการลงทุนแห่งแรกของประเทศ

รวมทั้งการจัดทำหลักสูตรการเรียนออนไลน์ SET e-learning ที่มีเนื้อหาครอบคลุมความรู้ด้านการวางแผนการเงิน การลงทุน มีหลักสูตรที่หลากหลายกว่า 200 หลักสูตร ให้ความรู้ด้านการลงทุนตั้งแต่พื้นฐานจนถึงขั้นสูง ผู้เรียนสามารถเรียนผ่านอุปกรณ์ต่างๆ ทั้งคอมพิวเตอร์พีซี, โน้ตบุ๊ก และสมาร์ทโฟน

หลักสูตร SET e-learning ยังมีการผลิตเป็นซีรีส์ Money Style ซึ่งได้รับเสียงตอบรับจากผู้สนใจอย่างดี เห็นได้จากซีรีส์นี้ได้มีการจัดทำออกมาแล้วถึง 4 ซีซัน มียอดผู้เข้าเรียนสะสมกว่า 3 ล้านครั้งตลอด 4 ซีซัน แสดงให้เห็นถึงกระแสความนิยมของการเรียนผ่านหลักสูตรออนไลน์ ที่มีเนื้อหาเหมาะสำหรับผู้เรียนทุกช่วงวัย เข้าใจง่ายและนำไปใช้ได้จริงทันที

และล่าสุด SET e–learning Money Style ซีซันใหม่ เปิดตัวออกมาตามเสียงเรียกร้องของแฟนๆนักลงทุนและผู้สนใจที่อยากอัปเดตความรู้และทักษะใหม่ๆ โดยการกลับมาครั้งใหม่ในซีซันที่ 5 นี้ จะมาชวนให้ผู้สนใจมาอัปสกิลด้านการเงิน ทักษะอาชีพ และการใช้ชีวิตยุคใหม่ กับ 5 หลักสูตรใหม่ภายใต้แนวคิด “ใช้สติ หาสตางค์ อย่างมีสไตล์”

ผู้เรียนจะได้พบกับกูรู ผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายอาชีพที่จะมาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์จริง ทั้งการวางแผนเส้นทางอาชีพ การต่อยอดความชอบสู่การเป็นสตรีมเมอร์ เทคนิคสร้างรายได้จากงานศิลปะ การเริ่มต้นทำ Affiliate Marketing และการบริหารใจ เพื่อรับมือกับความท้าทายในยุคปัจจุบัน

ในซีซันห้านี้ ผู้เรียนจะได้พบกับหลักสูตรใหม่ล่าสุด ซึ่งประกอบไปด้วย 1.Your Career โตให้ถูกที่ งานไม่ควรทน เงินไม่ควรขาด ชีวิตไม่ควรหลง โดยคุณเบ็น บวรชัย จากเพจ Hunter B, 2.Streamer เปลี่ยนเกมที่ชอบ ให้เป็นอาชีพที่ใช่ โดย เปา  พีรดนย์  จาก I Have CPU, 3.เคล็ดลับสายอาร์ต การเงินดี ต้องมีศิลป์ โดย สา สาลินี เจ้าของแบนด์ Cyrano Design, 4.แค่คลิก ก็สร้างรายได้ด้วย Affiliate Marketing โดย ทิป มัณฑิตา จาก Digital Tips Academy และ 5.จัดการใจให้ Strong รอดทั้งงาน รุ่งทั้งเงิน โดย หมอฟ้า ชิสา จากเพจ หมอฟ้า สมาธิศาสตร์

ผู้สนใจสามารถเข้าไปเรียนได้ที่ https://elearning.set.or.th/SETGroup/ categories/174 หรือผ่านแอป “Happy Money App” เข้าเรียนได้สะดวกทุกที่ทุกเวลา ใครที่ยังไม่มีแอป Happy Money สามารถไปดาวน์โหลดฟรีได้ทั้งระบบ iOS และ Android เพียงค้นหาคำว่า SET HAPPY MONEY

และที่สำคัญ SET e–learning Money Style เรียนฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย อาศัยแค่ความตั้งใจเรียน เมื่อเรียนจบก็มีแบบทดสอบให้ทำ หากผ่านก็จะได้รับวุฒิบัตร เอาไว้เป็นรางวัลแห่งความภาคภูมิใจของตัวเอง.

คุณนายพารวย

ตามรอยเซียน โดย เจี๊ยบ บางกรวย “หลวงปู่ทวดพิมพ์ใหญ่หัวขีดเนื้อว่าน 2497 ”

0

พระอาจารย์สอน ตั้งนะโม3จบ ขอพรพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ พุทธังอาราธนานัง ธัมมังอาราธนานัง สังฆังอารธนานังก่อนเอาพระขึ้นคอ ให้เดินทางแคล้วคลาดปลอดภัย ไปไหนมีแต่คนเมตตารักใค่เอ็นดู สาธุ สาธุ

มาดูหลวงปู่ทวดเนื้อว่านองค์สวยของ “โกย่อง คนนราเพื่อนเซียนเจี๊ยบ สมัยเรียนโรงเรียนโยธินบรูณะ” ขอโชว์หน่อย

มาดูหลวงปู่ทวดเนื้อว่านพิมพ์ใหญ่หัวขีดองค์นี้ สวยแชมป์ ดูง่าย กดพิมพ์ได้ลึก เห็นหน้าตา ชัดเจน ตาหู จมูก ปากครบ เส้นสังฆาฎิ มีร่องขีดชัดเจน คราบเนื้อว่านขึ้นเห็นเป็นเม็ดสีขาวขุ่น แบบนี้ดูง่ายเกิดจากส่วนผสมว่าน108 ผสมกับดินกากยายักษ์ นำมาตำขณะยังสดอยู่ มาบดให้ละเอียด ด้วยเหตุนี้ต้องมีน้ำว่านสีขาว ผุดขึ้นในเนื้อ ด้านหลังมีแร่นิดหน่อยออกเหลืองดำ รูเสียบงัดพระออกด้านล่างต้องแบน

ยิ่งถ้าในรูเสียบมีน้ำว่านขึ้นเป็นเม็ดเล็กๆในรูแท้เลย หลวงปู่ทวดมาโปรดแล้วนะเธอ
คาถาบูชา หลวงปู่ทวด วัดช้างให้
“นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุท ธัสสะ” (3 จบ)
“นะโม โพธิสัตโต อาคันติมายะ อิติภะคะวา” (3 จบ)

พระอาจารย์สอนเซียนเจี๊ยบบอกต่อ “หวานเจี๊ยบ”นะเธอ

เอไอเอสคว้ารางวัลสูงสุด Prime Minister Awards 2025 ด้าน Cybersecurity ตอกย้ำ “AIS Cloud” โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลแห่งชาติที่ปลอดภัยที่สุดของไทย

0

ด้วยวิสัยทัศน์ในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศให้มีความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ในระดับสูงสุด น่าเชื่อถือ และได้มาตรฐานสากล เอไอเอสจึงพัฒนาระบบบริหารจัดการและการกำกับดูแลด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของบริการคลาวด์อย่างเข้มข้น ล่าสุด AWN บริษัทในเครือ AIS ผู้ให้บริการ Cloud และSolution เพื่อทุกธุรกิจไทย ได้รับรางวัล Prime Minister Awards: Thailand Cybersecurity Excellence Awards 2025 สาขา Best Performance Award ประเภทหน่วยงานที่พร้อมในการปฏิบัติตามมาตรฐานผู้ให้บริการ Cloud ซึ่งเป็นรางวัลสูงสุดสำหรับผู้ให้บริการคลาวด์ในประเทศไทย จากสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ตอกย้ำศักยภาพของบริการ AIS Cloud ที่รองรับด้วยมาตรฐานในระดับ Hyperscale Cloud ชั้นนำของโลก ที่มีความน่าเชื่อถือสูง สามารถดำเนินการตามมาตรการด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และพร้อมเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจไทยสู่ยุคดิจิทัลอย่างมั่นคงและยั่งยืน

นายภูผา เอกะวิภาต หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าองค์กร เอไอเอส กล่าวว่า “เอไอเอส มุ่งยกระดับศักยภาพประเทศและเสริมสร้างเศรษฐกิจให้แข็งแกร่ง ด้วยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเพื่อให้ทุกภาคธุรกิจสามารถทรานส์ฟอร์มสู่ดิจิทัลอย่างอัจฉริยะ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เราลงทุนวางรากฐานด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และบริการคลาวด์อย่างจริงจัง ทั้งในมิตินโยบาย กระบวนการ และการกำกับดูแล โดยพัฒนานโยบาย Cyber and Cloud Security ให้สอดคล้องกับกฎหมายและข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแล พร้อมยกระดับมาตรฐานผ่านการรับรอง ISO/IEC 27001, 27017, 27018 และ CSA STAR ทั้งนี้การได้รับรางวัล Prime Minister Awards 2025 สาขา Best Performance Award ประเภทหน่วยงานที่พร้อมในการปฏิบัติตามมาตรฐานผู้ให้บริการคลาวด์ โดย สกมช. จึงเป็นสิ่งที่การันตีได้ว่า AIS Cloud เป็นโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ที่มั่นคงปลอดภัยในระดับประเทศ ซึ่งรองรับมาตรฐานสากล และเป็นผู้ให้บริการคลาวด์ที่ปฏิบัติตามมาตรฐานด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระบบคลาวด์ ตามประกาศคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ พ.ศ. 2567 และพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 ตามข้อกำหนดด้าน PDPA และ Cybersecurity Act เรายังคงมุ่งมั่นในการเป็นพันธมิตรที่จะพัฒนาและพร้อมพาทุกธุรกิจและสังคมไทยให้ก้าวไกลอย่างยั่งยืนไปด้วยกัน

AIS Cloud ถือเป็นบริการ Cloud ที่ให้บริการโดยบริษัทไทย ภายใต้กฎหมายไทย ด้วยมาตรฐานเทียบเท่า Hyperscale Cloud ระดับโลก ที่ดำเนินการและเป็นเจ้าของโดยคนไทย ศูนย์ข้อมูลตั้งอยู่ภายในประเทศ อยู่ภายใต้กฎหมายไทยเต็มรูปแบบ รองรับมาตรฐานความปลอดภัยทั้ง Cybersecurity และ Data Sovereignty อย่างแท้จริง ทำให้ AIS Cloud เป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของคนไทย สำหรับองค์กรที่ต้องการความปลอดภัยสูง รองรับงาน AI และ Big Data และต้องการควบคุมข้อมูลให้อยู่ในประเทศเต็มรูปแบบ บนบริการ Sovereign Cloud ที่ออกแบบให้เป็นไปตามข้อกำหนดด้านการจัดเก็บและปกป้องข้อมูลของไทย พร้อมระบบสำรองและกู้คืนข้อมูล (Disaster Recovery: DR) และการบริหารจัดการโดยทีมผู้เชี่ยวชาญคนไทยตามมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล รองรับการขยายทรัพยากรแบบยืดหยุ่น (Auto-Scaling) เพื่อการเติบโตในอนาคตอย่างมีประสิทธิภาพ

ผู้เลี้ยงไก่ไข่เข้มมาตรการป้องกันไข้หวัดนก ย้ำไข่ไทยปลอดภัย–เพียงพอ เตือนผู้บริโภคเลือกซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้

0

ผู้ประกอบการฟาร์มไก่ไข่ทั่วประเทศ ยืนยันผลผลิตไข่ไก่ไทยมีเพียงพอต่อความต้องการบริโภคภายในประเทศ และมีความปลอดภัยสูง แม้อยู่ในช่วงที่หลายประเทศทั่วโลกเผชิญการระบาดของไข้หวัดนกต่อเนื่อง ด้านราคาอาจปรับขึ้นลงบ้างตามกลไกตลาดและปัจจัยการป้องกันโรคที่เพิ่มขึ้น

นายมงคล พิพัฒสัตยานุวงศ์ นายกสมาคมผู้ผลิต ผู้ค้าและส่งออกไข่ไก่ กล่าวว่า ฟาร์มไก่ไข่ของไทยได้เพิ่มความเข้มงวดด้านความปลอดภัยทางชีวภาพ (biosecurity) เพื่อป้องกันโรคระบาดของสัตว์ปีกอย่างรัดกุม ตั้งแต่การควบคุมคนและยานพาหนะเข้า–ออกฟาร์ม การลดการสัมผัสกับนกป่า ไปจนถึงมาตรการทำความสะอาดและฆ่าเชื้ออุปกรณ์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ไข่มีคุณภาพสูงที่สุดก่อนถึงมือผู้บริโภค

มงคล พิพัฒสัตยานุวงศ์ นายกสมาคมผู้ผลิต ผู้ค้าและส่งออกไข่ไก่

“ช่วงฤดูหนาวเป็นช่วงที่ไข้หวัดนกมีการแพร่ระบาดสูง ทำให้แม่ไก่มีความเสี่ยงการติดเชื้อสูงขึ้น หากไม่มีการป้องกันอาจสูญเสียแม่ไก่และการหยุดชะงักของการผลิตไข่ได้ ผู้เลี้ยงไก่ไข่จึงจำเป็นต้องทำระบบป้องกันโรคที่มีประสิทธิภาพ” นายมงคล กล่าว

ด้านโครงสร้างราคา อาจมีการปรับราคาหน้าฟาร์มขึ้นเป็นครั้งคราว แต่เป็นผลมาจากต้นทุนการป้องกันโรคและมาตรการรักษาความปลอดภัยที่จำเป็น ซึ่งช่วยรับประกันคุณภาพของไข่ตลอดห่วงโซ่การผลิต อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกับหลายประเทศในอาเซียน ราคาขายปลีกไข่ไก่ของไทยยังคงต่ำกว่าอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ไข่ไทยยังเป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพที่เข้าถึงได้สำหรับประชาชนทุกกลุ่ม

นอกจากนี้ ยังมีรายงานการลักลอบนำเข้าไข่ไก่จากประเทศมาเลเซีย เข้าสู่ตลาดไทย ซึ่งอาจเป็นพาหะนำโรคไข้หวัดนกเข้ามาในประเทศไทย และเสี่ยงต่อความปลอดภัยของผู้บริโภค ผู้เลี้ยงไก่ไข่ขอแนะนำให้ผู้บริโภคเลือกซื้อไข่จากแหล่งที่เชื่อถือได้ และตรวจสอบคุณภาพก่อนซื้อทุกครั้ง ทั้งความสะอาดของเปลือกไข่ ไม่มีมูลไก่ติด ขนาดได้มาตรฐาน สีเปลือกไม่ซีด ตรวจวันผลิตหรือวันหมดอายุ รวมถึงเลือกไข่ที่มาจากฟาร์มที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากกรมปศุสัตว์

ข้อมูลจากกรมปศุสัตว์และภาคอุตสาหกรรมชี้ว่า ประเทศไทยมีแม่ไก่ไข่ยืนกรงมากกว่า 50 ล้านตัว และสามารถผลิตไข่เฉลี่ยกว่า 43 ล้านฟองต่อวัน ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังมีศักยภาพในการส่งออกไข่ไก่ไปยังประเทศที่ประสบภาวะขาดแคลนจากผลกระทบของไข้หวัดนก โดยเฉพาะในปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีการส่งออกไข่สดหลักร้อยล้านฟองไปยังตลาดสำคัญ เช่น สิงคโปร์ ฮ่องกง และไต้หวัน ชี้ชัดว่าระบบการผลิตของไทยมีความมั่นคงจนไม่จำเป็นต้องพึ่งพาการนำเข้าแม้ในสถานการณ์ตึงตัวของตลาดโลก

สำหรับช่วงที่มีการแพร่ระบาดของไข้หวัดนกในประเทศต่างๆ ได้สร้างโอกาสส่งออกไข่ไก่จากประเทศไทย ไปช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนและราคาสูงในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น การส่งออกไข่เหลวจากไทยไปญี่ปุ่น ในช่วงนี้ที่มีการระบาดของไข้หวัดนก

ผู้เลี้ยงไก่ไข่ไทยย้ำว่า ฟาร์มในประเทศยังคงเดินหน้าควบคุมโรคอย่างเข้มแข็ง เพื่อให้ไข่ที่จำหน่ายในท้องตลาดมีคุณภาพดีและปลอดภัยสูงสุด พร้อมยืนยันว่าประเทศไทยมีศักยภาพผลิตไข่ได้เพียงพอ และสามารถสนับสนุนประเทศอื่นในยามวิกฤตได้ ขณะเดียวกัน ขอให้ผู้บริโภคมั่นใจในไข่ไทย และร่วมกันเลือกซื้อผลิตภัณฑ์คุณภาพจากแหล่งที่ได้มาตรฐาน เพื่อความปลอดภัยของทุกครอบครัว.

เอไอเอส ส่งทีมวิศวกรลงพื้นที่ภาคใต้ หลัง ปภ. แจ้งเตือนฝนตกหนัก–น้ำท่วมฉับพลัน ลุยตรวจสถานีฐาน ดูแลโครงข่ายมือถือ–เน็ตบ้านในพื้นที่เสี่ยงตลอด 24 ชั่วโมง

0

เอไอเอส ได้ส่งทีมวิศวกรเครือข่ายลงพื้นที่ตรวจสอบความพร้อมของสถานีฐานในภาคใต้อย่างใกล้ชิด หลังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แจ้งเตือนสถานการณ์อุทกภัยภาคใต้ในหลายพื้นที่ ได้แก่ จ.นครศรีธรรมราช จ.พัทลุง  จ.สงขลา  จ.สตูล จ.ตรัง จ. ปัตตานี จ.ยะลา และ จ.นราธิวาส โดย ปภ.ได้ร่วมกับ AIS  ส่งข้อความแจ้งเตือนเหตุฉุกเฉินผ่าน Cell Broadcast ในพื้นที่ที่ได้รับผละกระทบ

พร้อมกันนี้ เอไอเอสได้เสริมมาตรการดูแลโครงข่ายอย่างเต็มกำลัง โดยจัดทีมวิศวกรและช่างเทคนิคแสตนด์บาย ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมเตรียมรถสถานีฐานเคลื่อนที่ เพื่อสนับสนุนสัญญาณทันทีหากมีเหตุฉุกเฉินหรือพื้นที่ใดได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ลดผลกระทบต่อการสื่อสารของประชาชนให้ได้มากที่สุด

เอไอเอส ยังได้นำนวัตกรรม Smart  Site เข้ามาช่วยเฝ้าระวังสถานการณ์ ด้วยระบบกล้องวงจรปิดตรวจสอบระดับน้ำบริเวณสถานีฐานและโครงข่ายในพื้นที่เสี่ยงแบบเรียลไทม์ ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านศูนย์บริหารจัดการเครือข่าย (Network Operation Center: NOC) พร้อมเตรียมตั้ง War Room ทันทีหากสถานการณ์ยกระดับ เพื่อให้สามารถสั่งการและฟื้นฟู โครงข่ายได้อย่างรวดเร็วและตรงจุด

    นอกจากนี้ สำรองพลังงานอย่างเพียงพอ เตรียมเครื่องปั่นไฟและน้ำมันสำรอง ในโหมดหลักและพื้นที่เสี่ยง เพื่อคงสัญญาณสื่อสารในสถานการณ์ไฟฟ้าขัดข้อง พร้อมดูแลความปลอดภัยของพนักงานในพื้นที่ปฏิบัติงาน จัดเตรียม อุปกรณ์ความปลอดภัยครบครัน เช่น ชุดเซฟตี้ เสื้อชูชีพ เรือ และอุปกรณ์ช่วยเหลือฉุกเฉิน เพื่อให้การทำงานในพื้นที่เสี่ยงเป็นไปอย่างปลอดภัยสูงสุด

เอไอเอสขอยืนยันความพร้อมของทุกหน่วยงานในการดูแลให้ประชาชนสามารถใช้บริการสื่อสารและอินเทอร์เน็ตบ้านได้อย่างต่อเนื่อง มีประสิทธิภาพสูงสุด และจะยังคงยืนหยัดเคียงข้างคนไทยในทุกสถานการณ์ภัยพิบัติ

AIS 5G ปลุกพลังความมั่งมีอย่างมีระดับ ด้วยซิมเบอร์เสริมทรัพย์ พลังอาทิตย์ – พลังจันทรา สุดยอดเบอร์มงคล จาก แมน การิน ผสานศาสตร์ตัวเลขกับ AI

0

AIS 5G ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้าน AI และตลาดเบอร์มงคลเจ้าแรกของไทย เดินหน้าปลุกพลังยกระดับ ความมั่งมี เปิดตัว ซิมเบอร์เสริมทรัพย์ ซิมเบอร์มงคลมิติใหม่ภายใต้คอนเซ็ปต์ มั่งมีอย่างมีระดับ กับ 2 พลัง พิเศษ ได้แก่ ซิมเบอร์เสริมทรัพย์ พลังอาทิตย์ พลังแห่งทรัพย์และชัยชนะและ ซิมเบอร์เสริมทรัพย์ พลังจันทรา พลังเสริมเสน่ห์และชื่อเสียง ด้วยการนำเทคโนโลยี AI ร่วมวิเคราะห์และคัดกรองรูปแบบตัวเลขที่ได้รับความนิยม ผสานศาสตร์ตัวเลขที่แม่นยำโดย แมน การิน (แมน แมทจิเชียน) นักออกแบบตัวเลขแถวหน้าของไทย เพื่อตกผลึกเป็นเบอร์มงคลที่มีคุณภาพ และตรงใจลูกค้ามากที่สุด ตอบโจทย์ทั้งด้านพลังชีวิตและไลฟ์สไตล์ของคน
ยุคใหม่ ที่ต้องการความมั่นใจ ความสำเร็จ และความมั่งคั่งอย่างแท้จริง วางจำหน่ายแล้วที่ AIS SHOP ทุกสาขา, ร้านเทเลวิซ และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ หรือสั่งซื้อออนไลน์ที่ AIS Online Store (ส่งฟรีถึงบ้าน) ในราคาเพียง 199 บาท สมัครแพ็กเกจรายเดือน เริ่มต้น 499 บาทต่อเดือน ใช้งานต่อเนื่อง 6 เดือน บนเครือข่าย AIS ที่ดีที่สุด

  • ซิมเบอร์เสริมทรัพย์ “พลังอาทิตย์” – พลังแห่งทรัพย์และชัยชนะ เป็นเบอร์ที่เน้นส่งเสริมการงานก้าวหน้า การเงินมั่งคั่ง การตัดสินใจที่เฉียบคม และเพิ่มพลังสติปัญญาในการแก้ปัญหา เหมาะกับคนที่ต้องการความ สำเร็จแบบก้าวกระโดด หรืออาชีพที่ต้องใช้ภาวะผู้นำอย่างสูง
  • ซิมเบอร์เสริมทรัพย์ “พลังจันทรา” – พลังเสริมเสน่ห์และชื่อเสียง เป็นเบอร์ที่เน้นด้าน เสน่ห์เมตตา วาจาเป็นทรัพย์ และการสนับสนุนจากผู้ใหญ่ เหมาะกับคนทำงานด้านบริการ การขาย ธุรกิจส่วนตัว หรือผู้ที่ต้องการเพิ่มพลังงานด้านความรักและความสมดุลของชีวิต ผู้ใช้มักมีบุคลิกน่าคบหา พูดแล้วคน คล้อยตาม วาจามีเสน่ห์

นายคณาธิป ธีรทีป หัวหน้าแผนกงานการตลาดด้านผลิตภัณฑ์และลูกค้าโพสต์เพด AIS กล่าวว่า “ในวันนี้ เบอร์มงคลกลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ที่สะท้อนตัวตนและเป้าหมายในชีวิตของลูกค้า AIS จึงนำจุดแข็ง ด้านเทคโนโลยี AI มาผสานกับศาสตร์ตัวเลขอย่างจริงจัง เพื่อคัดกรองเฉพาะเบอร์มงคลที่มีโครงสร้างดี และเหมาะสมกับพลังชีวิตของแต่ละคนอย่างแท้จริง ภายใต้คอนเซ็ปต์ มั่งมีอย่างมีระดับ ผ่านซิมเบอร์เสริมทรัพย์ทั้งพลัง อาทิตย์และพลังจันทรา ที่ออกแบบร่วมกับ แมน แมทจิเชียน นักออกแบบตัวเลขระดับแถวหน้า AIS มีความเชื่อมั่นว่า สมาร์ทโฟนไม่ได้เป็นแค่อุปกรณ์การสื่อสารเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นการช่วยเติมเต็มพลังด้าน ความมั่นใจ การงาน การเงิน ความรัก และภาพลักษณ์ไปพร้อมกัน ในราคาที่เข้าถึงได้ เพียง 199 บาท และสามารถเลือกสมัคร แพ็กเกจรายเดือน เริ่มต้น 499 บาทต่อเดือน ควบคู่กับการใช้งานบนเครือข่ายคุณภาพของ AIS ซึ่งเชื่อว่าจะช่วย ยกระดับประสบการณ์การใช้เบอร์มงคลให้ตอบโจทย์ทั้งความมั่งคั่งและไลฟ์สไตล์ของลูกค้ายุคใหม่ได้อย่างลงตัว”

แมน การิน หรือ แมน แมทจิเชียน นักออกแบบตัวเลขระดับแถวหน้าของวงการ กล่าวว่า “ในการออกแบบซิมเบอร์เสริมทรัพย์ ผมนำศาสตร์ตัวเลขแบบดั้งเดิม มาผสานกับความเข้าใจเรื่องพลังชีวิต และไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่อย่างจริงจัง ทุกตัวเลข ทุกคู่เลข ไม่ได้เลือกมาแค่ให้ฟังดูมงคล แต่ต้องมีโครงสร้างที่สมดุล ส่งเสริมด้านการงาน การเงิน ความรัก และภาพลักษณ์ไปพร้อมกัน ภายใต้คอนเซ็ปต์ มั่งมีอย่างมีระดับ ที่ AIS ต้องการมอบให้ลูกค้า ทั้งซิมพลังอาทิตย์ ที่เหมาะกับคนที่อยากเร่งเครื่องเรื่องโอกาส ความสำเร็จ และการตัดสินใจ ให้เฉียบคมขึ้น และซิมพลังจันทรา ที่เน้นเรื่องเสน่ห์ ความนุ่มนวล การอุปถัมภ์ และความสมดุลของชีวิต ผมตั้งใจให้ทั้งสองพลังไม่ใช่แค่เบอร์สวย แต่เป็นเหมือนเครื่องมือเล็กๆ ที่ช่วยเสริมความมั่นใจให้ลูกค้ารู้สึกว่ากำลังก้าว เข้าใกล้ความสำเร็จ และความมั่งคั่งมากขึ้นทีละก้าว”

เพราะเบอร์มงคลต้อง AIS เท่านั้น! มาร่วมเป็นเจ้าของซิมเบอร์เสริมทรัพย์ ทั้งพลังอาทิตย์และพลังจันทรา ได้แล้ววันนี้ ที่ AIS SHOP ทุกสาขา, ร้านเทเลวิซ และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ หรือสั่งซื้อออนไลน์ที่ AIS Online Store (ส่งฟรีถึงบ้าน) ในราคาเพียง 199 บาท สมัครแพ็กเกจรายเดือน เริ่มต้น 499 บาทต่อเดือน ใช้งานต่อเนื่อง 6 เดือน ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.ais.th/consumers/package/exclusive-plan/lucky-number/man-sermsap

ถึงเวลาหาทางออกอย่างรอบคอบ ปลาหมอคางดำ เป็นอาหารได้ไม่มีพิษ

0
บทความโดย ผศ.ดร.ส.พญ.วรรณา ศิริมานะพงษ์ อาจารย์ประจำหน่วยสัตว์น้ำ
ภาควิชาเวชศาสตร์คลินิกและการสาธารณสุข คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

ปลาหมอคางดำ (Sarotherodon melanotheron) เป็น “ปลาสามน้ำ” คือ น้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม ในสกุล Tilapia เช่นเดียวกับปลานิล แม้จะอยู่ในตระกูลเดียวกัน แต่บทบาททางนิเวศวิทยาแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ โดยปลาหมอคางดำจัดเป็น ชนิดพันธุ์ต่างถิ่นรุกราน (Invasive Alien Species) ที่มีผลกระทบต่อระบบนิเวศพื้นถิ่นไม่ว่าจะเป็นการแย่งอาหาร การใช้พื้นที่วางไข่ และการแข่งขันกับปลาเจ้าถิ่นในหลายแหล่งน้ำ

ผศ.ดร.ส.พญ.วรรณา ศิริมานะพงษ์

ขณะที่ โลกกำลังเผชิญปัญหาการจับสัตว์น้ำลดลงอย่างมาก งานวิจัยจาก SeaAroundUs ระบุว่าปริมาณการจับสัตว์น้ำทั่วโลกลดลงเฉลี่ย 1.2 ล้านตันต่อปีนับตั้งแต่ปี 1996 (https://www.seaaroundus.org/fisheries-research-overestimates-fish-stocks/?utm_source=chatgpt.com) ด้านรายงานของ IPCC ชี้ว่าโลกร้อนส่งผลให้ศักยภาพการจับสัตว์น้ำลดลง โดยอัตราการจับสูงสุดอาจลดลงประมาณ 4.1% ต่อทศวรรษ (https://www.ipcc.ch/srocc/chapter/chapter-5/?utm_source=chatgpt.com) เมื่อนำมาพิจารณาร่วมกับบทบาทของปลาหมอคางดำที่ “กินได้” จึงมีโอกาสเป็น ทางเลือกอาหารใหม่ที่ช่วยบรรเทาภาระการใช้ทรัพยากรสัตว์น้ำธรรมชาติและให้ระบบนิเวศบางส่วนได้พักตัว.

อย่างไรก็ตาม ในอีกมุมหนึ่งของปลาหมอคางดำ “สามารถบริโภคได้ตามปกติ” มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และปราศจากพิษตามที่บางกลุ่มสังคมเข้าใจผิด จึงมีศักยภาพในการนำมาใช้ประโยชน์เพื่อช่วยควบคุมปริมาณประชากร แต่ต้องอยู่ภายใต้กรอบการจัดการที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้กลายเป็นการสร้างแรงจูงใจให้เกิดการเพาะเลี้ยงหรือขยายพันธุ์เพิ่ม

ปลาหมอคางดำมีลักษณะเด่นที่เอื้อต่อการแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ได้แก่ ความทนทานต่อความเค็มสูงและต่ออัตราการสืบพันธุ์รวดเร็ว และเลี้ยงลูกในปาก (mouthbrooding) ทำให้อัตรารอดสูง, สามารถในการยึดครองพื้นที่แหล่งน้ำกร่อย, สามารถอยู่รอดในสภาพน้ำเสื่อมคุณภาพ

คุณสมบัติเหล่านี้ทำให้เมื่อหลุดรอดสู่แหล่งน้ำธรรมชาติของไทย ประชากรเพิ่มจำนวนเร็ว และมีส่งผลกระทบต่อชนิดพันธุ์พื้นถิ่นหลายกลุ่ม โดยเฉพาะปลากินพืชและปลากินแพลงก์ตอนที่ใช้ทรัพยากรอาหารทับซ้อนกัน

แม้ปลาหมอคางดำจะเป็นชนิดรุกราน แต่สามารถบริโภคได้อย่างปลอดภัย คุณค่าทางโภชนาการ (ต่อ 100 กรัม) มีโปรตีน 21.6 กรัม, ไขมัน 1.2 กรัม, พลังงาน 97 กิโลแคลอรี

ส่วนฟันของปลาหมอคางดำมีลักษณะเรียบ ไม่ใช่ปลากัดกินเนื้อ ไม่ใช่ปลามีพิษอย่างที่หลายคนเข้าใจผิด จึงสามารถนำไปปรุงอาหารหรือแปรรูป เช่น ปลาป่น น้ำหมักชีวภาพ และผลิตภัณฑ์อาหารได้

การเพิ่มการใช้ประโยชน์เป็นหนึ่งในเครื่องมือควบคุม แต่ต้องระวังไม่ให้เกิดการเพาะเลี้ยงเพื่อการค้า เพราะจะสร้างแรงจูงใจในทางตรงกันข้าม คล้ายกรณีชนิดพันธุ์รุกรานในต่างประเทศที่ยิ่งสร้างตลาดยิ่งควบคุมยากขึ้น
เบื้องต้น การนำปลาหมอคางดำมาใช้เป็นวัตถุดิบทำน้ำปลา แม้จะเริ่มทำกันเพียงบางพื้นที่ แต่ถือเป็นตัวอย่างเชิงบวกของการ “นำออกจากธรรมชาติ” เพื่อควบคุมประชากรในแหล่งระบาด ไม่ได้หมายความว่าเป็นการเพิ่มมูลค่าเพื่อส่งเสริมหรือสนับสนุนการแพร่พันธุ์ของปลาชนิดนี้ ดังนั้น การใช้ประโยชน์ควรอยู่ภายใต้การจัดการอย่างเป็นระบบและมีเป้าหมายเพื่อลดจำนวนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเป็นหลัก

เมื่อมีการนำปลาหมอคางดำมาใช้ทดแทนปลากะตักหรือปลาขนาดเล็กจากทะเลซึ่งเป็นวัตถุดิบทำน้ำปลาอยู่เดิม ก็จะช่วยลดความจำเป็นในการจับปลาทะเลเหล่านั้น ส่งผลให้สัตว์น้ำในทะเลมีระยะเวลา “พักตัว” และมีโอกาสให้ลูกปลาวัยอ่อนได้เติบโตจนเป็นพ่อ–แม่พันธุ์และขยายจำนวนเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ การนำปลาหมอคางดำมาทำเป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ เช่น การทำเป็นปลาป่น เพื่อทดแทนปลาป่นที่ต้องนำเข้าวัตถุดิบมาจากต่างประเทศก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจในการลดจำนวนประชากรปลาหมอคางดำได้

การกำจัดปลาหมอคางดำให้หมดจากแหล่งน้ำธรรมชาติเป็นไปได้ยาก เพราะสภาพแหล่งน้ำของไทยมีความเชื่อมต่อสูง (hydrological connectivity) การเจริญพันธุ์รวดเร็ว และประชากรพร้อมสืบพันธุ์ตลอดปี

ดังนั้น การจัดการที่ถูกต้องตามหลักวิชาการต้องประกอบด้วย 4 ส่วนหลัก ประกอบดัวย
1) การลดปริมาณผ่านการจับและใช้ประโยชน์ เป็นวิธีที่ทำได้ทันทีและช่วยลดผลกระทบเชิงนิเวศโดยตรง
2) การควบคุมพื้นที่แพร่ระบาด เช่น ติดตั้งกับดัก กั้นพื้นที่น้ำกร่อย หรือสร้างเขตกันชนในระบบนิเวศสำคัญ
3) การฟื้นฟูประชากรปลาเจ้าถิ่นควบคู่กัน เพื่อช่วยเพิ่มความเสถียรของระบบนิเวศ เพราะชนิดพันธุ์ต่างถิ่นมักเข้ายึดพื้นที่ที่ปลาท้องถิ่นที่อ่อนแอ
4) การใช้เทคโนโลยีติดตามประชากร เช่น e-DNA ที่สามารถตรวจพบร่องรอยดีเอ็นเอของปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำได้อย่างรวดเร็ว ช่วยระบุพื้นที่ระบาดใหม่ และติดตามความสำเร็จของมาตรการควบคุมได้แม่นยำกว่าการสำรวจภาคสนามอย่างเดียว

ปลาหมอคางดำ จำเป็นต้องควบคุมอย่างจริงจัง และการนำมาใช้ประโยชน์ในระดับที่เหมาะสมสามารถเป็น “เครื่องมือหนึ่ง” ในการลดผลกระทบได้ หากดําเนินการอย่างมีระบบ ไม่สร้างแรงจูงใจให้เกิดการขยายพันธุ์หรือเพาะเลี้ยงเพิ่มเติม การจัดการที่ดีที่สุดต้องเป็นการผสมผสานระหว่าง การจับเพื่อใช้ประโยชน์, การควบคุมพื้นที่ระบาด, การฟื้นฟูปลาพื้นถิ่น และการติดตามด้วยเทคโนโลยี เช่น e-DNA เพื่อให้ประเทศไทยสามารถลดผลกระทบต่อระบบนิเวศ และควบคุมประชากรปลาหมอคางดำให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัยในระยะยาว.

ตลาดหลักทรัพย์ฯ เชิญรับชมถ่ายทอดสดพิธีประกาศผลและมอบรางวัล SET Awards 2025 วันที่ 25 พ.ย. 68 นี้

0

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เชิญรับชมการถ่ายทอดสดพิธีประกาศผลและมอบรางวัล SET Awards 2025 เพื่อประกาศเกียรติคุณและมอบรางวัลให้แก่ บริษัทจดทะเบียน บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน บริษัทที่ปรึกษาทางการเงิน ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ และผู้บริหารระดับสูงของบริษัทจดทะเบียน ที่มีความเป็นเลิศในด้านต่างๆ

ติดตามชมพิธีมอบรางวัล SET Awards 2025 วันพฤหัสบดีที่ 27 พฤศจิกายน 2568 เวลา 14:30 น. เป็นต้นไป

ชมสดพร้อมกันได้ทาง:

Website: www.set.or.th/setawards

Facebook: SET Thailand

Youtube: SET Thailand