Home Blog Page 373

รู้เก็บรู้ออม : ลงทุนอย่างมั่นคงกับ “หุ้นยั่งยืน”

0

นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2558 เป็นต้นมา ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มีการจัดทำ “รายชื่อหุ้นยั่งยืน” Thailand Sustainability Investment (THSI) ซึ่งก็คือหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม มีความรับผิดชอบต่อสังคม และมีการบริหารงานตามหลักบรรษัทภิบาล (Environmental, Social and Governance หรือ ESG)

เป็นอีกทางเลือกของนักลงทุน สำหรับการลงทุนตามแนวทางของการลงทุนอย่างมีความรับผิดชอบ (Responsible Investment)

การลงทุนแบบมีความรับผิดชอบ ก็คือ การที่นักลงทุนเลือกจะลงทุนในหุ้น โดยพิจารณาว่า ธุรกิจของบริษัทนั้นมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมหรือไม่ มากน้อยเพียงใด

หากธุรกิจที่เราเลือกลงทุน แต่เจ้าของธุรกิจนั้น ทำธุรกิจแบบมุ่งแสวงหาแค่ตัวเลขกำไรอย่างเดียว และตอบแทนเฉพาะผู้มีส่วนได้เสียที่อยู่ใกล้ตัวอย่างผู้ถือหุ้นเพียงกลุ่มเดียว แถมก่อปัญหาสร้างผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมและสังคมอีก ธุรกิจแบบนี้แหละที่นักลงทุนจะต้องรับบทหนักเป็น เดอะแบก มีความเสี่ยงจาก “ความไม่ยั่งยืนในระยะยาว” เพราะปัญหาต่างๆจะวนกลับมาส่งผลกระทบต่อตัวบริษัทนั้นในตอนท้าย หากไม่คิดจะปรับปรุงแก้ไขอะไรให้ถูกต้อง

ดังนั้น การพิถีพิถันเฟ้นหาและเลือกลงทุนในหุ้นของกิจการที่ทำธุรกิจที่สามารถสร้างผลกำไรได้ และไม่สร้างความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม จึงเป็นสิ่งที่นักลงทุนสมัยนี้ต้องการ และเป็นกระแสเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง หุ้นที่เข้าลักษณะแบบนี้แหละที่เรียกว่า หุ้นยั่งยืน (ESG Stocks)

บริษัทที่ทำเรื่องความยั่งยืนได้ดี ก็จะยิ่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน และอยากลงทุนในหุ้นของบริษัท ราคาหุ้นของบริษัทเหล่านี้ก็จะสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง ไม่ผันผวนมาก นี่เป็นข้อได้เปรียบของหุ้นยั่งยืน

นอกเหนือจากรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมแล้ว ยังต้องมีธรรมาภิบาลของบริษัท เพราะหากไม่มีสิ่งนี้เป็นรากฐาน ธุรกิจนั้นก็จะไม่น่าเชื่อถือ และไม่มีความยั่งยืนเกิดตามมา

เห็นได้ว่า ในแต่ละปีบริษัทจดทะเบียนต่างๆที่ได้รับการประกาศรายชื่อเป็นหุ้นที่ยั่งยืน จะทำการประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ข่าวสาร ก็เพื่อให้เป็นที่รับรู้ต่อนักลงทุน และสร้างความมั่นใจให้เกิดกับนักลงทุนที่จะเลือกลงทุนในหุ้นของธุรกิจนั้นๆตามมา สะท้อนให้เห็นว่า บริษัทจดทะเบียนต่างๆ ก็ตระหนักดีถึงความสำคัญของสิ่งนี้ และต้องพยายามดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ เพื่อสร้างและรักษาระดับความน่าเชื่อถือของธุรกิจต่อไป

สำหรับปี พ.ศ.2564 ช่วงสัปดาห์นี้ ก็เป็นเวลาที่ตลาดหลักทรัพย์ฯประกาศรายชื่อบริษัทจดทะเบียนที่ติดโผรายชื่อหุ้นยั่งยืน THSI ประจำปีนี้ โดยมี บจ.ที่ได้รับการคัดเลือก 146 บริษัท เพิ่มขึ้นจาก 124 บริษัทในปีที่ผ่านมา นักลงทุนสามารถติดตามข่าว และตรวจสอบรายชื่อได้จาก setsustainability.com สำหรับเป็นตัวช่วยทำให้เราค้นหาหุ้นยั่งยืนได้ง่ายขึ้น เพราะการเลือกลงทุนในหุ้นยั่งยืนนั้น ย่อมสร้างความสบายใจให้กับนักลงทุนได้มากกว่า

ส่วนใครที่สนใจอยากศึกษาเพื่อหาโอกาสในการลงทุน สามารถเข้าไปหาอ่านได้ที่ setinvestnow ได้เลย

เพราะการลงทุนอย่างมีความรับผิดชอบนั้น คงจะดีไม่น้อย หากเราเริ่มจากความรับผิดชอบต่อตัวเองด้วยการเข้าไปศึกษาหาข้อมูลให้เข้าใจอย่างดี ก่อนตัดสินใจลงทุน!

คุณนายพารวย

ที่มา คอลัมน์ “รู้เก็บรู้ออมรู้ใช้รู้ลงทุน..สู่ความมั่งคั่ง” หน้าเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

พีทีที สเตชั่น – พีทีที ลูบริแคนท์ส คว้ารางวัล Thailand Most Admired Brand 2021

0

นายบุญมา พนธนกรกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน และ นายไพศาล อุดมกุลวณิชย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกิจหล่อลื่น บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ​ โออาร์) ร่วมรับรางวัล Thailand’s Most Admired Brand & Why We Buy 2021 ในฐานะสถานีบริการน้ำมันและน้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์ที่มีความน่าเชื่อถือที่สุดในใจผู้บริโภคเป็นอันดับหนึ่งติดต่อกันเป็นปีที่ 18 และ 12 ตามลำดับ อีกทั้ง ยังได้รับรางวัลพิเศษให้เป็น Brand Impact และรางวัล Thai Brand ตามลำดับ

ทั้งนี้ รางวัล Thailand’s Most Admired Brand 2021 เป็นการวิจัยร่วมกับสถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศไทยในทุกภูมิภาค จากกลุ่มตัวอย่างจำนวนทั้งสิ้น 1,600 กลุ่มตัวอย่างที่มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยใช้เวลาดำเนินการทำวิจัยนี้กว่า 5 เดือน จนได้ผลสำรวจที่แม่นยำและน่าเชื่อถือ โดยปัจจุบัน พีทีที สเตชั่น ยังคงครองส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 1 ซึ่งมีจำนวนสถานีบริการ พีทีที สเตชั่น ครอบคลุมทั่วประเทศรวมกว่า 2,000 แห่ง และในต่างประเทศรวมกว่า 340 แห่ง สำหรับ พีทีที ลูบริแคนท์ส ยังคงมียอดขายเป็นอันดับ 1 และส่งออกไปจำหน่ายแล้วกว่า 40 ประเทศทั่วโลก ทั้งนี้ พีทีที สเตชั่น และ พีทีที ลูบริแคนท์ส ยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์และการบริการที่สามารถตอบโจทย์ทุกความต้องการของคนเดินทางในทุกรูปแบบ และสร้างทางเลือกสำหรับการดำเนินชีวิตที่ครบวงจรเพื่อตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคต่อไป

AIS​ โชว์ล้ำ ใช้โดรนในภารกิจส่งมอบไอโฟน​ 13​ ให้ลูกค้า

0

ผู้สื่อข่าว​ รายงานว่า​ หลังจาก​ AIS 5G ประกาศเปิดจอง iPhone 13 เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา และได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี งานนี้ AIS ได้เดินหน้าส่งมอบประสบการณ์ดิจิทัลสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เพื่อให้ลูกค้าได้ใช้งาน iPhone 13 บนเครือข่ายที่ดีที่สุด AIS 5G คลื่นมากที่สุด เร็วที่สุด ครอบคลุมมากที่สุดทั่วไทยก่อนใคร กับการยกระดับบริการที่ปลอดภัยที่สุด ล้ำที่สุด เพื่อสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้า AIS  ด้วย 4 บริการส่งมอบสุดเซอร์ไพรส์ ได้แก่

·      รับเครื่องผ่านโดรนถึงหน้าบ้านสุดพรีเมียม ตามมาตรการความปลอดภัยขั้นสูงสุด

·      เปิดประสบการณ์ AIS 5G iPhone on the go การรับเครื่องด้วยตนเองแบบDrive Thru สำหรับลูกค้าที่ซื้อผ่าน AIS Online Store โดยมีหุ่นยนต์สุนัข K9 ร่วมภารกิจส่งมอบเครื่อง ตอบโจทย์ยุค New Normal ที่ Stadium One

·      รับเครื่องที่ AIS Shop, AIS Telewiz ทุกสาขา และตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการ

·      บริการจัดส่งด้วย Kerry Express สะดวก ปลอดภัย

งานนี้ AIS ยังคงเน้นย้ำมาตรการความปลอดภัยโดยยึดตามหลักสาธารณสุขขั้นสูงสุด (Social Distancing) และการจัดกิจกรรมอยู่ในช่วงเวลาที่เหมาะสมหลีกเลี่ยงช่วงเคอร์ฟิวตามการควบคุมการแพร่ระบาดของ COVID-19 มั่นใจในความปลอดภัยให้กับลูกค้า

เป็นเจ้าของ iPhone 13 บนเครือข่าย AIS 5G​ได้แล้วตั้งแต่วันนี้​ พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ 8 ต.ค. 64 – 9 พ.ย. 64 เท่านั้น คลิก https://m.ais.co.th/qxH6l9JUO

·      ราคาดีที่สุด พร้อมผ่อน 0% สบายๆ

·      เล่นเน็ต 5G เร็ว แรง เต็มสปีด ไม่อั้น  

·      รับฟรีวงเงินในการซื้อแอปและเกมที่คุณชื่นชอบ สุงสุด 2,400.- เมื่อสมัครแพ็กเกจตามที่กำหนด

·      อุปกรณ์เสริมจาก Apple ลดสูงสุด 34%

·      พร้อมรับสิทธิพิเศษอีกมากมาย

สิงห์อาสา ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม​ ลงพื้นที่ปทุมธานี-ขอนแก่น-สิงห์บุรี

0

สิงห์อาสา นำทีมลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมต่อเนื่องใน 3 พื้นที่ โดยมีเครือข่ายสิงห์อาสา จาก บริษัทในเครือบุญรอดฯ ได้แก่ บริษัท ปทุมธานีบริวเวอรี่ จำกัด, บริษัท ขอนแก่นบริวเวอรี่ จำกัด และ บริษัท บุญรอดเอเซียเบเวอเรช จำกัด ร่วมกระจายความช่วยเหลือ ดูแลชุมชนและพี่น้องประชาชน ในสามจังหวัดได้แก่ จ.ปทุมธานี จ.ขอนแก่น และ จ.สิงห์บุรี ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำชีสูงขึ้น ล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน และทำให้เส้นทางจราจรถูกตัดขาด โดยเข้าไปแจกจ่ายน้ำดื่ม ข้าวสาร อาหารพร้อมทาน (ข้าวรีทอร์ท) และอาหารกล่องปรุงสุก ให้กับชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุการณ์น้ำท่วม

ทั้งนี้​ จากสถานการณ์อุทกภัยในปีนี้ ได้สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางอย่างยิ่ง โดยที่ผ่านมาสิงห์อาสาร่วมกับเครือข่ายสิงห์อาสาทั่วประเทศ อาทิ เครือข่ายนิสิต-นักศึกษา, เครือข่ายหน่วยงานกู้ภัย, เครือข่ายชมรมผู้ประกอบการค้าอาหาร ฯลฯ ได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่องหลายจังหวัด อาทิ ชัยภูมิ นครราชสีมา ขอนแก่น สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ ลพบุรี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี และจะเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำท่วมต่อไป เพื่อเข้าช่วยเหลือพี่น้องประชาชนจนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ

KEX ปลื้ม ติดรายชื่อ“หุ้นยั่งยืน” ปี 64 สะท้อนความรับผิดชอบต่อสังคม และบรรษัทภิบาล

0

นายอเล็กซ์ อึ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KEX เปิดเผยว่า บริษัทได้รับคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 146 บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่มีการดำเนินงานแบบยั่งยืน หรือ “หุ้นยั่งยืน” ประจำปี 2564 หลังจากเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อปลายปีที่แล้ว

“พวกเราชาวเคอรี่รู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้รับคัดเลือกให้อยู่ในรายชื่อหุ้นยั่งยืน ประจำปีนี้ ภายในระยะเวลาไม่ถึงปีที่เคอรี่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าบริษัทให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน และมีความรับผิดชอบ คำนึงถึงสังคมและสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการสร้างผลประกอบการที่ดี ที่จะส่งผลให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง และยั่งยืน นำไปสู่การสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่ผู้ลงทุนในระยะยาว”

ที่ผ่านมา KEX มีการดำเนินโครงการที่หลากหลายซึ่งตอกย้ำแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนของบริษัท เช่น โครงการ Kerry Express Grow Green นำร่องการใช้มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในการจัดส่งพัสดุ เริ่มต้นเฟสแรกในพื้นที่กรุงเทพฯ ตอบโจทย์การประหยัดพลังงาน และการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม, โครงการ Kerry Care ที่แสดงถึงความเอาใจใส่พนักงานของเคอรี่กว่า 20,000 คนทั่วประเทศ เพื่อกระตุ้นให้พนักงานเข้ารับวัคซีนตามมาตรการของภาครัฐให้มากที่สุด รวมถึงร่วมมือกับทั้งภาครัฐ และเอกชน จัดส่งอุปกรณ์ทางการแพทย์ ชุด PAPR ชุด PPE ให้กับบุคลากรที่อยู่ด่านหน้า รวมถึงจัดส่งกล่องกำลังใจ ให้กับผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 นอกจากนี้ การคำนึงถึงความปลอดภัยของลูกค้าก็เป็นเรื่องที่บริษัทให้ความสำคัญอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น การเว้นระยะห่างในการรับ – ส่งพัสดุ การจำกัดจำนวนลูกค้าภายในร้าน พร้อมยังมีการกระตุ้นการใช้บริการแบบไร้สัมผัส ด้วยการชำระค่าบริการแบบ QR payment เพื่อเลี่ยงการจับเงินสด และลดความเสี่ยงจากการสัมผัสอีกด้วย

ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้จัดทำ Thailand Sustainability Investment (THSI) หรือรายชื่อหุ้นยั่งยืน เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม มีความรับผิดชอบต่อสังคม และมีการบริหารงานตามหลักบรรษัทภิบาล (Environmental, Social and Governance หรือ ESG)

สำหรับเกณฑ์การคัดเลือกรายชื่อ “หุ้นยั่งยืน” เป็นการพิจารณาจากการตอบแบบประเมินความยั่งยืน โดยบริษัทจดทะเบียนที่ได้รับคัดเลือกให้อยู่ในรายชื่อหุ้นยั่งยืนต้องมีคะแนนผ่านร้อยละ 50 ในแต่ละมิติ และผ่านเกณฑ์คุณสมบัติตามที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ กำหนด ซึ่งประกอบด้วยตัวชี้วัดทั่วไป 17 หมวด ครอบคลุมมิติเศรษฐกิจ (รวมบรรษัทภิบาล) สังคม และสิ่งแวดล้อม และตัวชี้วัดตามลักษณะของธุรกิจในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรม สอดรับกับความมุ่งมั่นของเคอรี่ เอ็กซ์เพรส ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพการให้บริการ สร้างคุณค่าให้กับสังคม ไปพร้อมกับการดูแลพนักงาน รวมถึงการรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและนักลงทุนของเรา

เช็กเลย! สินเชื่อไทรทองอเนกประสงค์ของออมสิน ปล่อยกู้สูงสุด 10 ล้านบาท

0

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารออมสิน ปล่อย “สินเชื่อไทรทองอเนกประสงค์” แบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19

เพื่อเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยแก้ปัญหาเรื่องค่าใช้จ่าย ด้วยการเปลี่ยนหลักทรัพย์เป็นเงินได้ ไม่่ว่าเป็นบ้าน ที่ดิน หรือคอนโด ปลอดจำนอง ให้เป็นเงิน หรือ Re-finance สินเชื่อเพื่ออุปโภคบริโภคจากสถาบันการเงินอื่น ปลอดชำระเงินงวดและดอกเบี้ย นาน 6 เดือน เดือนที่ 7-24 ผ่อนต่ำ ล้านละ 5,500 บาท ระยะเวลากู้ กู้สูงสุด 25 ปี วงเงินกู้สูงสุด 10 ล้านบาทไม่ต้องจ่ายทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย นาน 6 เดือน

กู้ปีนี้ผ่อนปีหน้า ใช้จ่ายสะดวก….ไม่มีสะดุด

สมัครได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 ธันวาคม 2564

สำหรับรายละเอียดและเงื่อนไขการสมัครการกู้ “สินเชื่อไทรทองอเนกประสงค์” มีดังนี้

คุณสมบัติผู้กู้

1. เป็นบุคคลที่มีอาชีพและรายได้แน่นอน

2. มีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ และเมื่อรวมอายุผู้กู้กับระยะเวลาที่ชำระเงินคืน ต้องไม่เกิน 65 ปี

หลักประกัน ใช้ที่ดิน หรือที่ดินพร้อมอาคาร หรือห้องชุด หรือที่สวน ที่ไร่ ที่นา มีหลักเกณฑ์ดังนี้

  1. เป็นของผู้กู้หรือบุคคลอื่น
  2. ตั้งอยู่ในแหล่งชุมชนที่มีความเจริญ มีไฟฟ้า สาธารณูปโภคอื่นๆตามความจำเป็น และมีทางสาธารณประโยชน์ ซึ่งรถยนต์ผ่านเข้า-ออกได้สะดวก
  3. กรณีหลักประกันที่เป็นที่ดิน หรือที่สวน ที่ไร่ ที่นา ต้องไม่มีลักษณะเป็นที่รกร้างว่างเปล่า

หลักเกณฑ์-จำนวนเงินให้กู้

บุคคลค้ำประกัน : ให้กู้ไม่เกิน 5 เท่าของเงินเดือน หรือรายได้เฉลี่ย และไม่เกินรายละ 300,000 บาท

หลักทรัพย์ค้ำประกัน : ให้กู้ไม่เกินรายละ 10,000,000 บาท มีหลักเกณฑ์ ดังนี้

กู้ยืมได้ ไม่เกิน 90% ของราคาการประเมินหลักทรัพย์ และที่ดิน พร้อมอาคาร

กู้ยืมได้ ไม่เกิน 85% ของราคาการประเมินห้องชุด

กู้ยืมได้ ไม่เกิน 80% ของราคาการประเมินที่ดิน

อัตราดอกเบี้ย

การคิดดอกเบี้ย เป็นไปตามธนาคารออมสินที่ได้กำหนดไว้

ระยะเวลา ชำระเงินคืน

ระยะเวลาการชำระไม่เกิน 25 ปี นับตั้งแต่เดือนที่ต้องชำระเงินกู้และดอกเบี้ยงวดแรกตามที่กำหนดในสัญญา โดยมีหลักเกณฑ์อย่างใดอย่างหนึ่งดังนี้

  • กู้ยืมไม่เกิน 300,000 บาท ชำระเงินคืนไม่เกิน 7 ปี
  • กู้ยืมเงิน เกิน 300,000 บาท ชำระเงินคืนไม่เกิน 25 ปี

สามารถติดต่อยื่นกู้ที่สาขาธนาคารออมสินทุกแห่งทั่วประเทศได้ตั้งแต่บัดนี้ หรือศึกษารายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th, facebook : GSB Society หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ GSB Contact Center โทร.1115

OR ตั้งกองทุน ORZON Ventures ลงทุนเริ่มแรก 25 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลงทุนในสตาร์ทอัพ

0

นางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เปิดเผยว่า PTTOR International Holdings (Singapore) Pte. Ltd. (SGHoldCO) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ OR ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100  ร่วมกับ กองทุน 500 Startups หรือ 500 TukTuks จัดตั้งกองทุน “ออร์ซอน เวนเจอร์ส” (ORZON Ventures, L.P.) 

นางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ OR

SGHoldCo จะร่วมลงทุนใน ORZON Ventures  มีมูลค่าการลงทุนเริ่มแรก 25 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และสามารถเพิ่มมูลค่าการลงทุนเป็นไม่เกิน 50 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ได้ในภายหลัง มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหาและสนับสนุน Start-up ใหม่ ๆ ในระดับ Series A-B ที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยและในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมุ่งเน้นทั้งธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับโออาร์ และธุรกิจใหม่ๆ ภายใต้กรอบ Mobility & Lifestyle เพื่อสร้างความแข็งแกร่งทางธุรกิจและสร้างความเติบโตในระยะยาว

OR มีวิถีในการดำเนินธุรกิจที่มุ่งสร้างความร่วมมือเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกันกับทุกภาคส่วน โดยหนึ่งในแนวทางการสร้างความเติบโตทางธุรกิจ คือการเสาะแสวงหาธุรกิจใหม่อย่างต่อเนื่องเพื่อที่จะสามารถพัฒนาต่อยอดธุรกิจให้ก้าวไกลกว่าธุรกิจน้ำมันท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยไม่ได้มองหาการร่วมมือเฉพาะกับธุรกิจขนาดใหญ่เท่านั้น แต่มุ่งเน้นให้ความสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือกับ ‘คนตัวเล็ก’ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบพันธมิตรทางธุรกิจ หรือการลงทุนใน SMEs หรือบริษัท Start-up 

ทั้งนี้ บริษัท Start-up มีจุดแข็งในด้านศักยภาพการใช้เทคโนโลยี และปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว แต่อาจขาดความพร้อมด้านกำลังคน, เงินทุน, การเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และระบบนิเวศเกื้อหนุน ซึ่งศักยภาพความพร้อมของ OR จะช่วยเติมเต็มและสนับสนุน Start-up ได้ ซึ่งจะช่วยให้บริษัท Start-up มีสภาพแวดล้อมและทรัพยากรที่เหมาะสม เปรียบเสมือน Sandbox หรือ Playground ขนาดใหญ่ ที่จะช่วยเพิ่มโอกาสให้บริษัท Start-up เติบโตไปได้อย่างรวดเร็ว แข็งแกร่งและยั่งยืนยิ่งขึ้น

นางสาวจิราพร กล่าวว่า ที่ผ่านมา OR ได้ลงทุนและสร้างความร่วมมือกับบริษัท Start-up เช่น บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด, กลุ่มธุรกิจแฟลช เป็นต้น ซึ่งครอบคลุมธุรกิจใหม่ของ OR ในด้าน Mobility และ Lifestyle ในการจัดตั้งกองทุน ORZON Ventures จะทำให้ OR สามารถเข้าถึง Start-up ที่อยู่ใน Early Stage ในไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้มากขึ้น ผ่านกระบวนการคัดกรองจากทีมผู้บริหารกองทุน 500 TukTuks ซึ่งมีความชำนาญในการลงทุนในธุรกิจ Start-up โดย Start-up ที่ ORZON Ventures มองหาจะมีทั้งที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวข้องกับ OR และธุรกิจใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ภายใต้กรอบ Mobility & Lifestyle หรือ ธุรกิจที่ตอบโจทย์คนเดินทางในอนาคต (Mobility) และตอบโจทย์การใช้ชีวิตทุกไลฟ์สไตล์ อาทิ ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม (F&B) การท่องเที่ยว (Travel) สุขภาพ (Health and Wellness) รวมไปถึง Digital Lifestyle ต่าง ๆ และหาก Start-up ที่ ORZON Ventures ลงทุนไปสามารถเติบโตได้ดีบน OR Ecosystem ทาง OR อาจพิจารณาลงทุนตรงใน Start-up เองอีกทางด้วย นอกจากนี้ OR ยังได้เตรียมวงเงินลงทุนสำหรับเข้าลงทุนธุรกิจอื่น ๆ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจของ โออาร์ ให้กับเศรษฐกิจไทย และส่งเสริมให้ธุรกิจใหม่เติบโตสู่ระดับโลกต่อไป

ด้าน นายกระทิง พูนผล ผู้บริหารกองทุน 500 TukTuks เปิดเผยว่า การร่วมมือกันครั้งนี้ เป็นการดึงเอาจุดแข็งของทั้งสองฝ่ายมารวมกัน ทั้งประสบการณ์ในการลงทุน Start-up กว่า 6 ปีของ 500 TukTuks ที่ได้ชื่อว่าเป็นนักลงทุนชั้นนำที่ได้ลงทุนใน Start-up มากที่สุดในไทย ผนวกกับ โออาร์ ที่เป็นผู้นำตลาดค้าปลีกน้ำมันและมี OR Ecosystem ที่แข็งแกร่ง มีความตั้งใจจริงที่จะทำงานร่วมกับ Start-up ดังที่เห็นได้จากตัวอย่างความร่วมมือในช่วงที่ผ่านมา สิ่งเหล่านี้จะส่งผลให้เกิด Synergy ในรูปแบบใหม่ที่จะช่วยผลักดัน Start-up ไทย ทุกวันนี้เราอยู่ในยุคของการเปลี่ยนแปลงแบบหักศอก Continuous Disruption นี่คือความร่วมมือครั้งสำคัญที่จะนำมาซึ่งโอกาสใหม่ในยุคทองของ South East Asia นี้ ร่วมพลิกโฉมวงการ Start-up ไทย

สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ [email protected]

ทิพยประกันภัย จับมือ ซีเนริโอ สร้างคอมมูนิตี้ ‘THE RAINBOWLIST’ ตอบโจทย์กลุ่ม LGBTQ+

0

ดร.สมพร สืบถวิลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากความสำเร็จของการออกผลิตภัณฑ์ประกันภัย TIP RAINBOW เพื่อตอบโจทย์กลุ่ม LGBTQ+ และได้กระแสการตอบรับอย่างดี ล่าสุด บริษัทได้ร่วมมือกับบริษัท ซีเนริโอ จำกัด เดินหน้าสร้างคอมมูนิตี้ทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ The Rainbowlist (เดอะ เรนโบว์ลิสต์) ในรูปแบบ Inspiring Interactive เพจแรกในประเทศไทย

ทั้งนี้ เฟซบุ๊กแฟนเพจ THE RAINBOWLIST จะเป็นคอมมูนิตี้สำหรับกลุ่ม LGBTQ+ อย่างแท้จริง โดยตนมีความตั้งใจที่จะสร้างเพจ The Rainbowlist ให้เป็นเพจที่ให้สาระความรู้ ผ่านการทำคอนเทนต์ที่มุ่งหวังให้คนเชื่อมั่นในความสามารถและเป็นตัวตนของตัวเอง เพื่อจุดประกายพลังบวกให้กับสังคมในการอยู่ร่วมกันอย่างเข้าใจและให้เกียรติซึ่งกันและกัน ไม่ใช้วาจาสร้างความเกลียดชัง ให้สาระความรู้เพื่อเกิดการเปลี่ยนแปลง เปิดกว้างในเรื่องความหลากหลายทางเพศ ความเท่าเทียมกันของมนุษย์ เป็นศูนย์รวมที่ปลอดภัยของ LGBTQ+ พร้อมให้คำปรึกษาในหลากหลายด้าน และสร้างความเข้มแข็งเพื่อขับเคลื่อนสังคมไปในทางที่สร้างสรรค์

นายจิณณวัตร สิริวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเนริโอ จำกัด กล่าวว่า การร่วมมือในครั้งนี้ บริษัทนำจุดแข็ง ตลอดจนความเชี่ยวชาญและ Know-How ในด้านความคิดสร้างสรรค์มาแลกเปลี่ยนและพัฒนาต่อยอดร่วมกัน ในบทบาท We are the inspirer for people โดยเพจ The Rainbowlist จะเป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ที่สร้างแรงบันดาลใจให้ LGBTQ+ ได้ก้าวผ่านทุกข้อจำกัดเรื่องเพศและการใช้ชีวิตในสังคม ให้สามารถเป็นตัวของตัวเอง ทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการได้เต็มความสามารถที่สุด พร้อมเป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อให้ community ของกลุ่ม LGBTQ+ มีความเข้มแข็ง นอกจากนี้ยังมีทีมงานให้คำปรึกษาและร่วมพูดคุยในประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับบริบทของ LGBTQ+ ในสังคมปัจจุบันอย่างมีศิลปะ ในเฟสแรกเราได้เชิญ 5 เซเลปคอนเทนต์ครีเอเตอร์ ที่มีความเชี่ยวชาญหลากหลายมาร่วมแชร์ประสบการณ์ตรง ได้แก่

· ดีเจปูเป้ (ภาธีตา กันตามระ) ดีเจสาวอารมณ์ดีคิดบวกจาก Met 107 ที่จะมาแชร์ประสบการณ์และไลฟ์สไลต์การใช้ชีวิต Mindset และเรื่องราวดีดี ในแง่มุมต่างๆ

· หมอปิแอร์ (นพ.สิระ กอไพศาล) อาจารย์หมอจากโรงพยาบาลรามาธิบดี อายุรแพทย์ด้านโรคต่อมไร้ท่อ (ฮอร์โมน) ชำนาญเรื่องฮอร์โมน มาร่วมพูดคุยและให้คำปรึกษาแนวทางการดูแลสุขภาพ

· มิกกี้ (นนท์ อัลภาชน์ ณ ป้อมเพชร) โค้ชผู้เชี่ยวชาญด้าน Strength & Conditioning Coach มาพร้อมวิดีโอคอนเทนต์การออกกำลังกาย ดูแลรูปร่างเสริมความเข็งแรงและความฟิต

· ท็อฟฟี่ แบรนด์ชอว์ (ชญาน์ทัต วงศ์มณี) คอลัมนิสต์ชื่อดัง และ กูรูด้านการอยู่ร่วมกันในสังคมการทำงาน Office’s Life จะมาแชร์ประสบการณ์และมุมมองการอยู่ร่วมกันในที่ทำงาน พร้อมข้อคิดดีๆ ที่นำไปใช้ได้จริง

· ทนายเจมส์ (นิติธร แก้วโต) มือหนึ่งเรื่องกฎหมาย ทนายความและที่ปรึกษากฎหมาย ผู้ดูแลคดีพิเศษ ให้เหล่าดารา และ เซเลบริตี้ชื่อดังมากมาย พร้อมมาให้ความรู้ด้านกฎหมายและสิทธิต่างๆ สำหรับกลุ่ม LGBTQ+

สิงห์อาสา ลงพื้นที่บางบาล จ.อยุธยา ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม

0

รายงานข่าว เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 5 ต.ค.64 ที่ผ่านมา สิงห์อาสา โดย มูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี และ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ร่วมกับเครือข่ายสิงห์อาสาใน จ.อยุธยา ประกอบไปด้วย เครือข่ายนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา สมาคมอยุธยารวมใจ หน่วยกู้ภัยอยุธยา และชมรมผู้ประกอบการค้าอาหาร จ.อยุธยา เข้าช่วยเหลือพี่น้อง ต.บางบาล อ.บางบาล จ.อยุธยา พร้อมแจกจ่ายน้ำดื่ม ข้าวสาร อาหารพร้อมทาน (ข้าวรีทอร์ท) และอาหารกล่องปรุงสุก ให้กับชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์น้ำท่วม ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ระดับน้ำเจ้าพระยาสูงขึ้น ทำให้มวลน้ำล้นทะลักออกจากพนังกั้นน้ำริมแม่น้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน กว่า 500 หลังคาเรือน หลังจากที่สิงห์อาสาได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมมาอย่างต่อเนื่องทั้งในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งแต่ต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา

นาย รังสฤษดิ์ ลักษิตานนท์ ผู้ช่วยประธานกรรมการบริหารอาวุโส บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด กล่าวว่า สิงห์อาสาได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือพี่น้องชาวอำเภอบางบาลที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยน้ำท่วม โดยได้ร่วมกับเครือข่ายสิงห์อาสาใจ จ.อยุธยา ร่วมลงพื้นที่มอบน้ำดื่ม ข้าวสาร อาหารกล่อง และอาหารพร้อมทาน(ข้าวรีทอร์ท) ซึ่งเป็นอาหารที่สามารถรับประทานได้ทันทีและสามารถเก็บไว้ได้นานเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นได้ โดยก่อนนี้เครือข่ายสิงห์อาสาภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้ลงพื้นที่เข้าช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องตังแต่ต้นเดือนก.ย.ที่ผ่านมา จนมวลน้ำมาถึงภาคกลางเราก็ยังคงลงพื้นที่ดูแลชาวบ้านต่อเนื่อง พร้อมจะเป็นกำลังใจให้ทุกท่านผ่านพ้นวิกฤติน้ำท่วมนี้ไปด้วยกัน

จากสถานการณ์อุทกภัยในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันในหลายจังหวัด ประชาชนได้รับผลกระทบกว่าสองแสนครัวเรือน สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนตั้งแต่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงภาคกลางซึ่งกำลังรับมวลน้ำมหาศาลที่กำลังไหลลงมาจากภาคเหนือ โดยที่ผ่านมาสิงห์อาสาได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่องหลายจังหวัด อาทิ ชัยภูมิ นครราชสีมา สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ ลพบุรี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี และจะเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำท่วมอย่างต่อเนื่องผ่านเครือข่ายสิงห์อาสาทั่วประเทศ เพื่อเข้าช่วยเหลือพี่น้องประชาชนจนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ

เมืองไทยประกันชีวิต ผนึก ZA Tech ตอบโจทย์วิถีชีวิตและความต้องการลูกค้า

0

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)  หรือ MTL เปิดเผยว่า MTL ประกาศความร่วมมือกับ ZA Tech Global Limited (ZA Tech) บริษัท InsurTech ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในทวีปเอเชีย เพื่อร่วมสร้างประสบการณ์และนวัตกรรมใหม่ ๆ ให้กับวงการประกันชีวิต รวมถึงการทำให้คนไทยสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ประกันได้ง่ายขึ้นและยืดหยุ่นมากขึ้น สอดรับกับโลกยุคใหม่และความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไป

ความร่วมมือกันในครั้งนี้ถือเป็นการผสานความแข็งแกร่งครั้งสำคัญ ด้วยเมืองไทยประกันชีวิตที่มีความแข็งแกร่งในด้านนวัตกรรมและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ประกอบกับความสามารถของ ZA Tech ที่แข็งแกร่งในด้านเทคโนโลยีประกัน (Insurtech) นั้น จะทำให้การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ สามารถดำเนินการไปอย่างราบรื่นไร้รอยต่อ และสร้างประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการที่เฉพาะเจาะจง (Personalized) ให้กับลูกค้าและพันธมิตรต่าง ๆ ใน Ecosystem ได้อย่างครอบคลุม

ทั้งสององค์กรเห็นตรงกันถึงความสำคัญของการทำให้ผลิตภัณฑ์ประกันเป็นเรื่องง่าย ไม่ซับซ้อน โดยเฉพาะในด้านความคุ้มครองสุขภาพสำหรับลูกค้าคนไทย การพัฒนาด้านดิจิทัลเราไม่ได้มองแค่ตลาดขายตรงเท่านั้น แต่ดิจิทัลเป็นเครื่องมือที่จะทำให้เราพัฒนาการทำงานร่วมกันระหว่างกลุ่มคนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นระหว่างตัวแทนและลูกค้า หรือฝ่ายให้บริการ ให้เกิดประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการเข้าถึงมากยิ่งขึ้น

ดร. สุธี โมกขะเวส กรรมการผู้จัดการ MTL  กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์ตัวแรกที่ถูกพัฒนาขึ้นมาออกจำหน่ายในช่วงที่ประเทศไทยกำลังประสบกับวิกฤติโควิดพอดี โดย MTL เข้าใจถึงความกังวลของลูกค้าที่อยากจะสบายใจเมื่อได้รับวัคซีน  จึงร่วมกับ ZA Tech ออกแบบขั้นตอนการขายประกันวัคซีนโควิดที่ช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงการซื้อได้ง่าย และ ออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ให้ความยืดหยุ่นกับลูกค้าในการเลือกความคุ้มครอง จากผลข้างเคียงของวัคซีน ได้ด้วยตนเอง

นอกจากนี้ ยังเหมาะกับงบประมาณของลูกค้าที่อาจมีความแตกต่างกันในด้านกำลังซื้อ เพราะคำว่า ยืดหยุ่น หมายรวมถึง ทั้งความยืดหยุ่นในด้านความคุ้มครอง ในราคาที่จ่ายได้ และเป็นราคาที่ลูกค้าทุกกลุ่มในตลาดเข้าถึงได้ด้วย

นายบิล ซง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ZA Tech กล่าวว่า วิกฤติโรคระบาดได้เปลี่ยนพฤติกรรมของผู้คน กระตุ้นให้ลูกค้ามีความต้องการผลิตภัณฑ์ประกันที่ซื้อได้ทางออนไลน์ และ เป็นผลิตภัณฑ์ที่ให้โอกาสลูกค้าเลือกแพคเกจที่ตรงกับความต้องการเฉพาะของแต่ละคนได้เอง และ ซื้อได้เรียลไทม์อีกด้วย คาดหวังว่าความร่วมมือครั้งนี้ จะทำให้ MTL สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบความต้องการของลูกค้าที่ไม่หยุดนิ่งได้อย่างรวดเร็ว

“ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น ประกันดิจิทัลยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการพัฒนา และยังมีโอกาสอีกมากมายในภูมิภาคนี้ที่ยังไม่มีผู้เล่นเข้าไปปลดล็อค ให้ประกันเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตลูกค้าได้อย่างแท้จริง ดังนั้นการรวมพลังของสองผู้เล่นรายใหญ่ในครั้งนี้ เราหวังว่าจะได้เห็นอนาคตอันน่าตื่นเต้นของวงการประกันในประเทศไทย”